iFreeThai

#1 December 13, 2015 12:20 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตย ที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

Web06-83.jpg
ข่าวสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีเอชอาร์ จะส่งผู้แทนพิเศษเข้ามาตรวจสอบข่าวการฆ่าตัดตอน และกรณีนายแพทย์ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เตือนว่า การฝ่าฝืนสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองจะไปสิ้นสุดที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้สร้างความหงุดหงิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตลอดวันที่ 3 มีนาคม 2546

โดยในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าคร่ำเครียดว่าพร้อมจะชี้แจงไม่มีปัญหา แต่อย่าสรุปว่าการฆ่าตัดตอนเป็นการฆ่ากันเอง มันเป็นเรื่องของแก๊งเป็นส่วนใหญ่ ถ้าถามอย่างนี้เหมือนสรุปว่าฆ่าตัดตอนเราทำกันเอง ซึ่งมันไม่ใช่ ต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน แน่นอนมีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไปร่วมฆ่าตัดตอนด้วย เพราะตัวเองกลัวจะถึงตัว แ%w5่มีน้อยไม่มากหรอก และเรากำลังจะจัดการกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ฉะนั้น ก่อนอื่นทัศนคติของพวกเราด้วยกันต้องเข้าใจก่อนว่า พันกว่าคนที่ตายไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของคนที่อยู่ในวงการค้ายาเสพติด ซึ่งบางคนเป็นเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เราให้ทำ ต้องเข้าใจตรงนี้และเข้าใจด้วยว่าวงการแบบนี้ พวกหมู่บ้านจีนฮ่อให้สัมภาษณ์ว่ามันทำกันทั้งระบบ ถ้าใครถอยออกมามันก็จะฆ่า นี่เป็นระบบของมัน เพราะมันจะฆ่ากัน เพราะฉะนั้นวันนี้เราทำทั้งประเทศเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก่อนอื่นทัศนคติพวกเราอย่ามองว่ารัฐบาลนี้ใจร้ายไล่ฆ่าประชาชน แต่ต้องมองว่ารัฐบาลนี้แก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อแก้ไขพวกนี้มันก็กลัว เลยฆ่ากันเองเสียส่วนใหญ่ มันไม่เกี่ยวกันเลยหรือเราจะขอให้มันเฟะต่อไป

"เราจะอยู่ทับปัญหา นอนทับปัญหาไปเรื่อยๆ ถ้าจะนอนทับปัญหาไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้มันระเบิดทีเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าจะแก้ปัญหาก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นอย่างนี้ และถ้าเรายังนั่งระแวงอย่างนี้ผมว่าไม่รู้ซิ ต้องไปกินเบียร์ช้างแล้วมั่ง" พ.ต.ท.ทักษิณระบุ

เมื่อถูกซักว่าทางยูเอ็นได้แจ้งมาหรือยังว่าจะเข้ามาตรวจสอบเมื่อไร นายกรัฐมนตรีแสดงความหงุดหงิดทันที โดยตอบว่า "คุณอย่ามาห่วง ยูเอ็นไม่ใช่พ่อผม ! เราเป็นสมาชิกก็ว่ากันไปตามกติกาโลก คุณอย่าไปถามมาก อย่าไปถามไม่มีปัญหา มาก็มา สอบก็สอบ ถามทุกวัน"

ต่อมาในช่วงบ่าย พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางไปเป็นประธานในงานองค์กรปกครองท้องถิ่นร่วมใจต้านภัยยาเสพติด ที่เมืองทองธานี โดยหลังจากนำผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศสาบานตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และจะร่วมกันปราบปรามทำลายแล้ว นายกรัฐมนตรีได้แสดงปาฐกถา โดยตอนหนึ่งได้กล่าวว่า หลังจากที่เราทำงานกันมาครบ 1 เดือน หลายฝ่ายได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่จนผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างจะดีมาก แต่ว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงบ้าง มีเสียงความเห็นจากฝ่ายต่างๆ เราก็ควรที่จะรับฟัง แต่ความมุ่งหมายและทิศทางต้องไม่เปลี่ยน ปัญหานี้มันหมักหมมยาวนานเหลือเกิน แล้วก็ไม่มีใครกล้าที่จะทำจริง จนผลสุดท้ายวันนี้ศัตรูของเราตัวโตมาก ยากมากที่จะจัดการ ต้องอาศัยความรวมตัวกันของประชาชนทั้งแผ่นดินถึงจะเอาอยู่

"แต่ถึงวันนี้ก็มีบางพวกยังเห็นอกเห็นใจพวกนี้อยู่ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาคิดอะไร บางคนเอาเรื่องไปฟ้องสหประชาชาติ กลัวประเทศไทยไม่เสียหาย ทั้งๆ ที่สหประชาชาติเขาก็ยังไม่มีหนังสืออะไรมาสักคำ ปรากฏว่าสื่อมวลชนไทยก็พูดทุกวันในเรื่องของสหประชาชาติ นี่คือสิ่งที่เราหยุดไม่ได้ เรามานั่งทะเลาะกันเองข้างในไม่ได้ เราจะต้องทุ่มเทหัวใจเราทำเต็มที่ ช่วงนี้เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการรบ ต้องเข้มแข็ง ผมยอมรับว่า ผมเป็นแม่ทัพที่ถูกรุกมากที่สุดวันนี้ ถูกรุกด้วยคนกันเองนี่แหละ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขารักลูกหลานของเราหรือเปล่า เขาห่วงใยประเทศหรือเปล่า หาเรื่องอ้างต่างประเทศ" พ.ต.ท.ทักษิณระบุ
ข่าว ไทยโพสต์
4 มีนาคม 2546
http://www.alittlebuddha.com/html/News% … %2006.html

* จากประโยคที่กล่าว แสดงให้เห็นว่าเขา ทักษิณ ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อ ความคิดพื้นฐานของสังคมโลกที่ผ่านประสบการณ์จากผลของสงครามและการต่อสู้กับความอดอยาก การกดขี่การเอารัดเอาเปรียบ และการส่งเสริมการเคารพในสิทธิเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ ทั้งที่ยูเอ็นเป็นองค์กรของนานาชาติ การเข้ามาตรวจสอบย่อมดีเสียอีกเพื่อแสดงความโปร่งใสในการดำเนินงานตามกฎหมาย ดังนั้นคำกล่าวอ้างเพราะเกรงว่าประเทศจะเสียหายนั้นไม่มีน้ำหนักทั้งที่ยังไม่มีการเข้ามาหาข้อเท็จจริงใดๆเลย


%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%9A-2.jpg
กรณีตากใบ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 85 คน ด้วยสาเหตุการตายส่วนใหญ่ขาดอากาศหายใจระหว่างการขนส่งบรรทุกแบบซ้อนทับยิ่งกว่าขนหมูไปโรงเชือด ภายใต้รัฐบาล นายกฯ ทักษิณ
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81 … 3%E0%B8%9A

และเมื่อผ่านไป 5 ปี คดีที่ 1 ไต่สวนว่าเจ้าหน้าที่บางคนกระทำโดยพละการทำร้ายผู้ชุมนุม(แต่ยอดตาย 78 คน? เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหน้าที่! ) คดีที่ 2 จนท.ถอนฟ้องผู้ชุมนุม 59 คนที่รอดชีวิตในคดีอาญาข้อหามั่วสุม 10 คนขึ้นไป... 555 ในที่สุดถอนฟ้อง คดีที่ 3 ญาติผู้เสียชีวิตฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐให้จ่ายเงินชดเชย คดีได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลแพ่งให้ถอนฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงผู้สั่งการทั้งหมด ...อันนี้การทำงานของรัฐบาลไม่มีความโปร่งใสใดๆนอกจากปัดความรับผิดชอบและใช้เงินจากภาษีมาปิดคดี ภายใต้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เพื่อปกป้องทหารเหมือนกัน


ย้อนรอยเหตุสลายการชุมนุมตากใบ


4029-attachment.jpg
19 ก.ย.2549 นายกฯ ทักษิณ ถูกรัฐประหาร


10 เม.ย. – 19 พ.ค. ปี 53 มีการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธโดยรัฐบาล อภิสิทธิ์ ร่วมกับเหล่านายทหาร ในการ ขอคืนพื้นที่คนเสื้อแดง ด้วยการทำร้าย ไล่ยิงผู้ชุมนุม และประชาชนในพื้นที่กลางกรุงเทพ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 94 คน และบาดเจ็บมากกว่า 2000 คน

bad_mtl.jpg

1273943114.jpg


poxl.jpg

55-8-161.jpg
รายงาน ความจริงเพื่อความยุติธรรม

image.jpg
โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ถูกว่าจ้างโดยทักษิณให้มาหาหลักฐานและอาจทำสำนวนคดีในเหตุการณ์ฆาตรกรรมหมู่โดยทหารในปี 2553 แต่แล้วในที่สุดทักษิณก็ตัดสินใจไม่ดำเนินการกับทหารเรื่องการฆ่าหมู่ประชาชนคนเสื้อแดง กลางกรุงเทพในปี 2553 ผ่านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่จะต้องทำการประกาศรับรองอำนาจศาล ICC ด้วยว่าคงมีวัตถุประสงค์เพียงที่จะใช้สำนวนคดีนี้เตรียมไว้เป็นเครื่องมือต่อรองกับกลุ่มนายทหารต่อไป ดังหลักฐาน คลิปเสียง "ทักษิณ-แก๊งนายพลถั่งเช่า" ที่ ยุทธศักดิ์ ได้มีการกล่าวถึงว่า ทหารกลุ่มนี้กลัวต่อการเอาความผิดและขอหลักประกันในเรื่องนี้

432206_2905687314316_1024504690_32877234_336585176_n.jpg


6277a3f.jpg
ขอขึ้นเขา ไม่นั่งเรือ  เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2555
เมื่อทักษิณเจรจาจนเข้าที่ ก็หาทางถีบหัวคนเสื้อแดงให้พ้นๆเพื่อมิให้เป็นภาระ หรือทำให้ฝ่ายอำมาตย์เกิดความระแวง ว่ากันแบบตรงๆ ก่อนหน้าทักษิณ เวลามี “ดีลพิเศษ” จากฝ่ายอำมาตย์ทีไร ก็หาทางเฉดหัวคนเสื้อแดงให้มาแล้วตั้งหลายครั้ง
      ที่จดจำกันได้แม่นยำคือการโฟนอิน เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2555 ในงานครบรอบ 2 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมราชประสงค์ครั้งนั้นทักษิณ บอกลาคนเสื้อแดงเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง
http://www.oknation.net/blog/hostage/2013/11/15/entry-1



ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน... ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน




คณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฏร และผู้เข้าร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ
เรื่อง "สิทธิการป้องกันตนเองของประชาชนกับศาลอาญาระหว่างประเทศ"
6 ตุลาคม 2555 ณ.วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ม.ขอนแก่น

http://news.voicetv.co.th/thailand/55171.html
'ปิยบุตร' หนุนไทยทำ 2 แนวทางกรณี ICC 
5 พฤศจิกายน 2555


นี่คือความจริง    ฉบับเต็ม..ทักษิณ ชินวัตร เปิดใจใน Intelligence 22 ธ.ค.55
ทักษิณ ออกสื่อเพื่อลดแรงกดดันในเรื่องข้อกังขาในการประกาศรับรอง ICC ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ และได้ทำการบิดเบือนเนื้อหา ทั้งที่การประกาศรับรองเขตอำนาจศาล ICC สามารถระบุเฉพาะเหตุการณ์ 2553 ย้อนหลังกับผู้กระทำผิดเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวที่ตนอ้างสมัยรัฐบาลชวน และมาสมัยรัฐบาลตนซึ่งมันเป็นอดีตก่อนหน้า 2553 โดยเป็นเรื่องที่ทักษิณมโนอ้างไปเองทำให้รัฐบาลไหนๆก็สามารถทำผิดได้และไม่ได้รับการลงโทษ นี่คือแนวคิดหลักของทักษิณที่ ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ 

image.jpg
555 barbarians on ICC conversation



ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน... ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน



7903.jpg
มองโกเลีย 27-29 เม.ย. 2556 ยิ่งลักษณ์ ประกาศ..ขอต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในที่ประชุม..  555 โฆษณาชวนเชื่อนี้ปรากฏภายหลังรัฐประหารว่า ไม่มีการต่อสู้ขัดขวางการรัฐประหารใดๆ แต่มีการเล่นแท็คติกทั้งผู้ทำการรับประหารให้มีการใช้กฎอัยการศึกนำมาก่อน แล้วฝ่ายกระบวนการทางศาลก็ปลดยิ่งลักษณ์ซ้ำ ทั้งที่ได้ยุบสภาแล้ว ก็เพื่อให้มีคนรักษาการณ์แทนเดี๋ยวจะหาว่าไม่ต่อสู้ตามประกาศถ้ายังอยู่ในตำแหน่ง...555 เกมนี้ชัดเจน ถูกจับทางได้

6 ก.ค. 2556 คลิปเสียง "ทักษิณ-แก๊งนายพลถั่งเช่า"
aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzIzOS8xMTk2NTAxLzcuanBn.jpg
"โอ๊ค พานทองแท้" รับเป็นคลิปเสียงทักษิณจริง
http://news.sanook.com/1196501/

http://www.manager.co.th/Politics/ViewN … 0000082476
ฟังชัดๆ อีกครั้ง คลิปลับแฉสัมพันธ์ "ทักษิณ-แก๊งนายพลถั่งเช่า" เปลือยการเมืองไทย
Image.aspx?ID=2723962     

แฉคลิปเสียงคนแดนไกล สั่งคนใกล้ชิด มุบมิบดัน กม.นิรโทษกรรมเป็น พ.ร.ก.พาตัวเองกลับบ้านโดยเร็ว เย้ยพวกต่อต้านมีนิดเดียว เอาทหารอยู่ทุกอย่างจบ เผลอสบถ “ไม่มีนักเรียนนายร้อยที่ไหน แม่..งไม่จงรักภักดี” วางแผนเสนอ “ป๋า” ตั้งเป็นทื่ปรึกษาสำนักทรัพย์สินฯ หลังกลับเข้าประเทศ สร้างภาพเป็นคนของในวัง เล่นลิ้นไม่อยากเป็นองคมนตรี เพราะเป็นคนชอบเบี้ยว เหิมชักใยถึงกองทัพเพื่อนบ้าน เอา ผบ.สส.พม่าเป็นพวก บีบรัฐบาลหม่องในโครงการทวาย
       
       ลึกสุดใจกับบทสนทนาของ “ชายสองคน” จากแดนไกล เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมือง และการเมืองไทย ณ เวลานี้ ทีมงานเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการ จึงขอนำเสนอ บทสนทนา “ลับสุดๆ” ชิ้นนี้ดังนี้
       
       ตอนที่ 1
ชายคนที่ 1- ...สร้างสถานการณ์ขึ้น เมื่อวานก็ทหารตายไปคน บาดเจ็บสาหัสพันเอกนะ ไอ้พันเอกนี่เป็นลูกพี่ ทส.ผม มันโดน มันเป็นหน่วยสันติสุข มันไปเป็นหน่วยจิตวิทยานะครับ ไปดูเรื่องการสร้างสันติสุขในพื้นที่ มันก็ไม่คิดว่าจะโดน โดน 6 คนเลย เมื่อวาน โดนระเบิดครับ มันเอาระเบิดฝังไปในใต้ท่อ แต่ผมว่ามันไม่มี มันทำได้นะตอนนี้ เพราะว่าในความรู้สึกของผม ผมว่าเราเป็นต่ออยู่ ฝ่ายเรายังเป็นต่ออยู่ ไอ้ฝ่ายค้านนี่ หรือฝ่ายที่ต่อต้านมันไม่มี
       
       ชายคนที่ 2 - ดูดีเชียว เท่าไหร่พี่ปีนี้
       
       ชายคนที่ 1- 76 ละครับ
       
       ชายคนที่ 2 - เออ...ดูดี ดูเป็นคนไม่แก่นะ ปกติคนอายุ 70 กว่า มันจะเริ่มดูอมโรค แต่พี่ดูดีเชียว เออดีๆ
       
       ชายคนที่ 1- พวกภาคใต้เขาบอกแหมเดิน ผมก็บอกไอ้ตู่มึงเดินช้าๆ หน่อยสิ อายุน้อยกว่าตั้ง 20 ปี ยังกับวิ่งไป เดินรอหน่อย เวลาไปตรวจนะครับ นายกฯ ท่านบอกว่า ให้ผมไปด้วยทุกครั้ง แล้วให้รายงานทุกเรื่อง ผบ.ทบ.สั่งอะไรให้รายงานหมด
       
       ชายคนที่ 2 - นายกฯ เขาแฮปปี้กับพี่นะ คือสมมติว่า เกิดว่าพี่ต้องไปทำงานให้นายกฯ โดยที่นายกฯ เขาไม่ได้ขอร่วม เรื่องของเรื่อง อยากให้พี่มีอะไรจะพูดกับเขา โดยตรงเป็นหลัก คือถ้าพูดกับเขาเรียบร้อยแล้วอะไรแล้ว การพูดคุยต้องเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ใช่คนภายนอกรู้ก่อน แล้วเขาไม่รู้อะไรอย่างนี้ เขาจะกลัวเขาเป็นคนที่ Sensitive เรื่องนี้
       
       ชายคนที่ 1- ก็พูดกันเมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว นายกฯ บอกผม ต่อไปปูรู้ก่อน แล้วค่อยบอกคนอื่น ผมก็บอกมีตั้งหลายเรื่อง ผมบอกว่าตอนนี้ผมไม่บอก ต้องขออนุญาตต้องคุยกับนายกฯ ก่อน
       
       ชายคนที่ 2 – มันเป็นเรื่องของลีดเดอร์ชิป (Leadership) เพราะเขาโดนว่า โดนพูดเยอะ
       
       ชายคนที่ 1- ไอ้ ผบ.สูงสุด ตอนแรกก็พูดกับท่านนายกฯ ไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้ก็เรียบร้อยละครับ มันก็มาพูดกับนายกฯ เมื่อวันพฤหัสฯ ตรงๆ ว่าเมื่อก่อนนี้ผมยังมีอะไรเกี่ยงงอนอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวนี้
       
       ชายคนที่ 2 - (เสียงเบา) ใช่ๆ โทษที โทร.จิกใหญ่เลย คืออย่างนี้วันที่เกี่ยวกับเรื่องประเทศไทย คือผมกลัวมันจะไปโจมตีเรื่องมาเก๊าก่อนที่เราจะประกาศอะไร กลัวมันจะ พอดีมันมีขาใหญ่สำคัญลงไปหลายตังค์ช่วงนี้ ช่วยงานมาเป็นร้อยล้าน ช่วยงานที่มาเก๊า มันต้องย้ายมาที่นี้ ดีๆ ช่วยจัดการให้เลย ... ไม่มีเซอร์ไพรส์ เดี๋ยวๆ ผมให้จัดการ แต่ว่าเป็นอิทธิพรแน่นอน ...ไม่ไปฮะ ช่วงนี้เดินทาง ไม่มีเวลาเลย เดี๋ยวมาคราวหน้า ผมจะมา อาทิตย์หน้าผมจะมา ผมจะกลับวันที่ 24 และวันที่ 1 ผมคิดว่า
       
       ชายคนที่ 1- ผบ.สูงสุดก็สารภาพตรงๆ กับนายกฯ ว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ยังค้างใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ผมสนับสนุนหมดทุกเรื่อง ผมก็ชื่นใจ พา ผบ.สูงสุดมาพบกับนายกฯ ได้เรื่องนี้ด้วย
       
       ชายคนที่ 2 - มันหูเบานะ ติดฟังเรื่องแม่ บ้าอะไร บ้าบอ
       
       ชายคนที่ 1- ครับตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจอะไรต่างๆ ผมก็พูดกับมันตรงๆ
       
       ชายคนที่ 2 - มีนักเรียนนายร้อยที่ไหน แม่งไม่จงรักภักดี ใช่มั้ย
       
       ชายคนที่ 1– ขอบคุณครับ ... ไม่มีฮะ ปฏิญาณทุกเช้าทุกเย็น
       
       ชายคนที่ 2 - ปรากฏว่า ไอ้เจ๊กแม่งจงรักภักดีมากกว่านักเรียนนายร้อยอีก (ไม่มีหรอก) ไอ้เจ๊กลิ้มอะ จงรักภักดีกว่านายร้อยอีก
       
       ชายคนที่ 1- โธ่! เดี๋ยวนี้มันเข้าไม่ได้แล้วครับ เขาเริ่มรู้มันแล้ว เขารู้หมดละๆ ผมอยากให้นายกฯ เวลาไปต่างประเทศในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาทำอย่างสมัยที่ ท่านนายกฯ ทักษิณไปนอก เอามันไปด้วยซักคน 2 คน สมัยนั้นที่ท่านเอาไป ยังทำกับข้าวให้มันกิน กลับมามันคุย โอ้ย! วันนี้นายกฯ ทำกับข้าวเลี้ยงพวกเราอร่อยจังเลย มันก็คุย มันพูดมัน Happy มัน สมัยไอ้บิ๊ก ไอ้ช้างอะไรพวกนี้นะครับ ไอ้เกาะ สมัยนั้นเอาพวก ผบ.เหล่าทัพไปด้วย ไอ้ ... พอสมัยนี้ บางทีทิ้งมันไว้ บางทีผมว่าเอาไปด้วยดีกว่า เหมือนสมัยที่ท่านเอาไป ตอนนายกฯ ไปมาเลเซียเอาไอ้ ผบ.ทบ.ไปด้วย มันก็ Happy มันบอกพี่ คอยกระซิบนายกฯ ตลอด อะไรควรอะไรไม่ควรเรื่องความมั่นคง ผมก็เดินกระซิบนายกฯ ตลอด ผมว่ามันดี แต่นายกฯ นี่ ได้ทั้งใจ ได้ทั้งความจริงใจ ได้ทั้งความเชื่อถือของ ผบ.เหล่าทัพ ตอนนี้มากเลย
       
       ชายคนที่ 2 - เขาตรงๆ เขาก็เหมือนผม นิสัยเดียวกัน มีอะไรพูดตรงๆ ความเป็นผู้หญิงมีแต่ความซอฟต์
       
       ชายคนที่ 1- ท่าน คือ เพราะความเป็นผู้หญิงมันทำให้เบาลง
       
       ชายคนที่ 2 - มัน soft ลง
       
       ชายคนที่ 1- ของท่านแรงหน่อย บางทีไม่พอใจว่าตรงๆ
       
       ชายคนที่ 2 - เรามันนักเรียนนายร้อย นิสัยมันเหมือนทหารนะ มีอะไรตรงไปตรงมา ห่วยก็ว่าเลย
       
       ชายคนที่ 1- เหมือนไอ้สมัยสุรยุทธ์มัน ที่ท่านด่าในห้องประชุมวันนั้น
       
       ชายคนที่ 2 - เออ สุรยุทธ์มันถึงแค้นนะ เออ ด่าตรงๆ
       
       ชายคนที่ 1- แล้วพี่จิ๋วเงียบเลย โอ๊ย วันนั้นนะ ท่านพูดแรง แต่มันก็ทำแรง มันทำเกินเหตุนะครับ
       
       ชายคนที่ 2 - มันทำเกินไป จู่ๆ บุกเอาทหารไปยิงพม่า แล้วมาเบิกเงินหลวง เท่ากับรัฐบาลรู้เรื่องสิวะ
       
       ชายคนที่ 1 - ขนกำลังไปเสร็จ เอากำลังกลับมาไม่ได้ แล้วมาขอเงินท่านอีกพันกว่าล้าน บ้าจริงๆ
       
       ชายคนที่ 2 - มันเกินไป
       
       ชายคนที่ 1- ตอนนั้นผมยังไปกระซิบท่านว่า ไม่ให้ เสร็จแล้วท่านบอกว่า ผมให้ไปแล้ว
       
       ชายคนที่ 2 - บิ๊กจิ๋วบอก ให้มันเถอะๆ ไม่งั้น มันไม่มีกำลังพล มันทำงานไม่ได้
       
       ชายคนที่ 1- ให้มันรู้สึกซะบ้าง
       
       ชายคนที่ 2 - ผมก็ดึงอยู่ตั้งนาน ถึงได้โกรธผมไง เรารู้ทันมั่ง แล้วพี่อ่า! มีอะไร พี่ก็ต้องรายงานให้รู้ก่อน มีอะไรก็ต้องปรึกษาผม
       
       ชายคนที่ 1- ครับ ผมสัญญาฮะ
       
       ชายคนที่ 2 - อย่าปรึกษา ปรึกษานายกฯ กับ ผบ.เหล่าทัพได้ คนภายนอกไม่ต้องเกี่ยว แล้วก็ เห็นพี่เห็นบอกจะเอา ถ้ากฎหมายโอเคแล้ว พี่จะเอาเข้าผ่านสภากลาโหมด้วยหรือ
       
       ชายคนที่ 1- ผมจะเอาเข้าสภากลาโหมเพื่อหารือให้ ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพมีความคิดอันเดียวกันเลย ถ้าไม่งั้นถ้าไม่เข้า เดี๋ยวคนนั้นพูดทีคนนี้พูดที วิธีเดียวก็คือขออนุญาตเอาเรื่องนี้เข้าสภากลาโหมเพื่อหารือให้เกิดเป็นความคิดอันเดียวกัน
       
       ชายคนที่ 2 - เอาเข้าสิ เอาเข้าสภาความมั่นคงฯ ส่งให้รัฐบาล จบ ลัดขั้นตอนเลย
       
       ชายคนที่ 1- จบเลย ครับ เอาเข้าได้ ก่อนที่จะเข้าก็ต้องหารือกับเหล่าทัพแต่ละคนก่อน เฮ้ย! ลื้ออ่านนะ มีอะไรที่จะแก้ไข มีอะไรที่จะพูด พูดกันนอกการประชุมเสียก่อน
       
       ชายคนที่ 2 - เราเสนอเป็น พ.ร.บ. ไม่มีใครรู้ แต่พอถึงสภาความมั่นคงฯ ปุ๊บเนี่ย เราก็ เพื่อความไม่วุ่นวายเสนอเป็น พ.ร.ก.
       
       ชายคนที่ 1- เพราะว่า ไอ้วาระนี้ ถ้าผมได้อยู่นะครับ ได้ทำ ผมจะไม่เอาเข้าวาระ แต่เป็นวาระที่ จรเข้าไปเลย บอกว่า ขอเสนอวาระสำคัญ
       
       ชายคนที่ 2 - ในสภากลาโหมนี่ ก็ใช้วิธีว่า เอ้ย! สภาความมั่นคง ก็ใช้วิธีเข้าไปเสร็จปุ๊บ เนี่ย หน้าตาเป็น พ.ร.บ. และก็ในสภากลาโหมก็ไม่ต้องออกข่าว แต่บอกให้รู้ว่า ถ้าเพื่อความรวดเร็ว และไม่วุ่นวาย น่าจะเป็น พ.ร.ก. อะไรอย่างนี้ พูดไว้ บันทึกไว้ พอไปถึงสภาความมั่นคงปั๊บ พอเข้าไป บอกว่าเสนอเป็น พ.ร.บ. หน้าตาเป็น พ.ร.บ. นะ แล้วสภาความมั่นคงก็บอกว่า ขอให้รัฐบาลเสนอออกเป็น พ.ร.ก. มันจะได้มีอะไรรองรับ
       
       ชายคนที่ 1- มันทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ไอ้ฝ่ายต่อต้านวันนี้นะ
       
       ชายคนที่ 2 - นิดเดียวเอง เพียงแต่ว่าสำคัญคือ ทหารไม่เอาด้วยก็จบ
       
       ชายคนที่ 1- ทหารไม่เอาด้วยจบ แต่ต้องเอาทหารก่อน ผมถึงบอกต้องเอาทหารก่อน
       
       ตอนที่ 2
       ชายคนที่ 2 – แล้วนี่ การแต่งตั้งโยกย้ายทหารเที่ยวนี้ ก็ต้องดูว่าอย่างไร ก็ คือเราก็ไม่อยากคาน ไม่อยากคาน เพียงแต่ว่าอย่าให้เขาไปทำพวกเดียวกันเองเสียขวัญในกองทัพเท่านั้นเอง
       
       ชายคนที่ 1 - ผมว่า ผมจะคุยทั้ง ผบ.สูงสุด และ ผบ.ทบ. บอกว่า เฮ้ย คุยกับนายกฯ ก่อน คุยนอกรอบก่อน จะเอาอย่างนี้นะ ไม่เอาอย่างนี้นะ แล้วพอทุกอย่างตกลงกันได้ ค่อยประชุมสภากลาโหม แป๊บเดียวจบเลย อย่าไป อย่าไปต่างคนต่างถือกันไว้ แล้วไปประชุมกัน อย่างที่ เดี๋ยวผมก็ด่าไอ้โอ๋ ไอ้โอ๋มันทำไป แล้วไอ้พวกนั้นก็ เฮ้ยอย่างนี้ไม่ได้ เพราะมันต้องมีตัวทำให้
       
       ชายคนที่ 2 - ไอ้โอ๋นี่มันเผด็จการไปนิดนึง
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ มันแรงไป
       
       ชายคนที่ 2 - มันถือเป็นรุ่นใกล้กัน รุ่นใกล้กันพอไปทำอะไรแรง มันยุ่ง
       
       ชายคนที่ 1 - ครับมันรุ่น 10 รุ่น 12 ต้องคุยส่วนตัวก่อน
       
       ชายคนที่ 2 - อย่างพี่เองนะ พี่มีไรต้องคุยกันก่อน ต้องให้นายกฯ เขารู้ตลอด ไม่งั้นทำไรไม่พูด นี่ทำอะไรก็ไม่พูด ไม่รู้เรื่องกันพอดี
       
       ชายคนที่ 1 - ผม ผมเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ใจผมนี่หวังดีตลอดเลยนะครับ ใจผมนี้ทำ
       
       ชายคนที่ 2 - มันเป็นหน้าที่พี่นะ พี่เอาผมออกมา พี่ต้องเอาผมกลับ (หัวเราะ)
       
       ชายคนที่ 1 – ผมบอก ... โอ้โห! ตอนท่านพูดกับผม ผมบอก โอ้โห นี่หนูช่วยราชสีห์แล้วนะ ผมดีใจนะ ดีใจจังได้ช่วยราชสีห์สักครั้งหนึ่ง
       
       ชายคนที่ 2 - เอาออกไป ต้องเอากลับมาให้ได้
       
       ชายคนที่ 1 - ต้องเอากลับมา แหม เป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ ครั้งสุดท้ายในชีวิต ในประวัติ เป็นประวัติชีวิตเลย เพราะว่าหลังจากนี้ไปก็ ไม่เป็นไรต่อละ พอละ แต่ต้องทำให้ได้สักที มันเป็นความภูมิใจนะครับ ของชีวิตของคนเรา
       
       ชายคนที่ 2 - เดี๋ยวเจอผมเร็วขึ้น ก็กลับเร็วได้ เครื่องมันออกกี่ทุ่ม หรือตั้งใจจะ shopping ต่อ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมเปลี่ยนเครื่องไม่ได้แล้วครับ พอท่านบอก 5 โมงผมก็ Confirm มาเลย
       
       ชายคนที่ 2 - เครื่องบินว่างมันไปได้ตลอด น่าจะว่าง วันนี้วันจันทร์ มีไฟลต์ทุ่มหนึ่ง
       
       ชายคนที่ 1 - ไปทุ่มนึงครับ ใช่ฮะ ใช่ฮะ ก็เรื่องทุกอย่างก็โอเค แล้วเรื่องของพม่า ผมบอกกับนายกฯ ไปแล้วนะครับบอกว่า ใช้ ผบ.สูงสุดให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเลย เพราะไอ้มินอ่องลาย ซึ่งเป็น ผบ.สูงสุดของพม่า มันเป็นมือหนึ่งของท่านประธานาธิบดีเต็งเส่งเลย แล้วเต็งเส่งให้ความเกรงใจมากที่สุด และทีนี้ไอ้ ผบ.สูงสุดเขากับ ผบ.สูงสุดไทยนี่ มันมาเป็นเคาน์เตอร์พาร์ตกัน ผลัดกันกินข้าวคนละเดือน คนละเดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะบีบอะไรเรื่องทวาย นายกฯ เรียก ผบ.สูงสุดมาใช้ได้อีกงานหนึ่ง เป็นงานต่างประเทศ
       
       ชายคนที่ 2 - ผมก็ไปสงกรานต์กับมัน
       
       ชายคนที่ 1 - ผมไม่ทราบ ไม่้งั้นผมจะไป ไปเจอ
       
       ชายคนที่ 2 – ผมไปสงกรานต์กับไอ้เนี่ย ผบ.สูงสุดน่ะ
       
       ชายคนที่ 1 – อ๋อ! ไอ้อ่องมินลายนี่นะฮะ โอ้โฮ มันชั้นหนึ่งเลย มันบอกผมนะ เฮ้ยไอ้รัฐมนตรีกลาโหมเนี่ย มันตั้งนะ มันเป็น ผบ.สูงสุด แต่ตั้งรัฐมนตรีนะ มันบอกเลย มันบอก และรัฐมนตรีอีกหลายคนมันเป็นคนตั้ง ไอ้นี่้ต้องเอาไว้ ไอ้นี่ต้องเอาไว้นะ แหม่
       
       ชายคนที่ 2 - พวกผมทั้งนั้นแหละ มันยกที่ให้ผมแปลงนึง ใจกลางเมืองย่างกุ้ง
       
       ชายคนที่ 1 - ไอ้นี่ต้องเอาไว้นะครับ ถ้าได้ พม่านี่เสร็จเราหมดเลย ต้องเอาให้ได้ มันเจอกับผม ผมบอกว่า ต่อไปนี้ทูตพม่าพูดไทยให้เป็นนะ ทูตทหาร มันบอกต่อไปนี้ส่งทูตทหารมาเรียนก่อนแล้วค่อยมาเป็น ไอ้อองมินหล่าย และไอ้รัฐมนตรีกีฬากับโฮเต็ลอีกคนหนึ่ง ไอ้นี่ก็มหาศาลเหมือนกันนะ ผมจะเรียกให้มาพบท่าน มันสร้างทำเนียบรัฐบาลให้ประธานาธิบดี มันสร้างรัฐสภาให้ ขณะนี้มันกำลังสร้าง Sport Complex ให้ มันรวยมหาศาลเลย เจ้าของบ่อหยก
       
       ชายคนที่ 2 - เหรอ
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ มันบอกผมบอก เจเนอรัลๆ จะพูดอะไรกับประธานาธิบดีมัน ไม่ต้องไปวิ่งหาคนโน้นคนนี้นะ บอกมัน มันยิงตรงเลย เพราะทุกอย่างอยู่ที่มันไง มันก็เล่าให้ฟัง เพราะงั้นเราได้ 2 คนนี้นะ ทางเศรษฐกิจคนนึง ทหาร โอ้โห! ท่านฮะ เอาไว้ เอาไว้ต่อไปหลังท่านนายกฯ ไปพม่า ผมไปรอรับฮะ
       
       ชายคนที่ 2 – เอ่อ! พี่แอ๊วเป็นไง
       
       ชายคนที่ 1 – ไอ้แอ๊วมันไม่ค่อยสบายฮะ เพราะว่าที่มันผ่าตัดสมองนะครับ ที่มันเส้นเลือดจะแตกคราวที่แล้ว ทีนี้มันหายแล้ว มันคลิปไว้ แต่มันก็ยัง effect มันก็ความจำ และขาเนี่ย ไอ้เส้นประสาทมันทำให้ขา เดินขาอ่อนไปหน่อย เดินขาลากไปหน่อย แต่มันก็
       
       ชายคนที่ 2 - ... ร่างกายแข็งแรงดี
       
       ชายคนที่ 1 - คนละเรื่องเลย บอกไอ้ห่า ลื้อนี่ขยันทำงานอยู่คนเดียว เบื่อไม่เป็นเลยว่ะ มันบอกอย่างนี้ ไม่เหมือนมัน นั่งเล่นไพ่กับเพื่อนๆ มันน่ะ ไอ้เด็จน่ะ
       
       ชายคนที่ 2 - กินเหล้า
       
       ชายคนที่ 1 - ตอนนี้เลิกแล้วครับ เหล้าเลิกแล้วครับ บุหรี่เลิกหมดเลยครับ แต่ยังไม่เลิกเล่นรัมมีกับ อะไรนะ ไอ้เด็จครับ
       
       ชายคนที่ 2 - ยังเล่นอยู่
       
       ชายคนที่ 1 - ยังมีเล่นอยู่ฮะ กับไอ้พญาไม้น่ะ เล่นกัน 3 วัน 3 คืนไม่เลิก ไอ้ 2 คนเนี่ย นั่งหัวชนกันไม่เลิก เพื่อนมัน เพื่อนสนิทมัน แต่มันก็ยังดูแลนิคมอุตสาหกรรมมันอยู่นะครับ
       
       ชายคนที่ 2 - นวนคร
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ นวนครครับ ดูแลนวนครอยู่ ท่านนายกฯ ท่านไปเยี่ยมนะครับ มันก็ดีใจใหญ่ ท่านนายกฯ ท่านไปเยี่ยม
       
       ชายคนที่ 2 - แล้วตอนนี้มีเมียใหม่แล้วมั้ง
       
       ชายคนที่ 1 - ไม่มีครับ ไม่มีเมียใหม่ ไม่ไหวละมั้ง ... แต่มันมีเลขาฯ คนนึงไปไหนไปด้วย ไปไหนไปด้วย ไอ้เราก็ไม่รู้มีอะไรหรือเปล่านะครับ แต่มีเลขาฯ ดูแลมันอยู่คนนึงเป็นผู้หญิง
       
       ชายคนที่ 2 - แล้วพี่นี่ยังใช้งานได้ดีอยู่
       
       ชายคนที่ 1 – ตอนนี้ต้องกิน
       
       ชายคนที่ 2 - ไวอะกร้า
       
       ชายคนที่ 1 - (หัวเราะ) กินถั่งเช่าครับ หลังท่านบอกผมก็เลยกินถั่งเช่าครับ วันละตัวฮะ ก็ยังพอจะมีความแข็งแรงอยู่ครับ
       
       ตอนที่ 3
       ชายคนที่ 1 - ผมยังมีอะไรกราบเรียนท่านอีกหลายอย่างนะ งานมันกำลังเดินดีนะครับ กองทัพเรือก็เขาไม่มีอะไรตอนนี้ เขาจะเกษียณอีก 2 เดือน เขาก็ไม่มีอะไร
       
       ชายคนที่ 2 - มองใครล่ะ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมยังไม่ได้มองใครเลย ผมจะไปกล้ามองอะไรครับ ท่านนายกฯ ครับ
       
       ชายคนที่ 2 - ไม่ใช่ ในแง่ของพี่ว่าใครจะขึ้น
       
       ชายคนที่ 1 - เขาก็พยายามจะ
       
       ชายคนที่ 2 - มันมี มันมีรอง
       
       ชายคนที่ 1 - มีรองครับ
       
       ชายคนที่ 2 - รอง กับมีอมรเทพ ซึ่งเป็น
       
       ชายคนที่ 1 – อมรเทพครับ ใช่ครับ ผู้ช่วยครับ
       
       ชายคนที่ 2 - ประธานที่ปรึกษา
       
       ชายคนที่ 1 - ประธานที่ปรึกษาครับ อมรเทพ
       
       ชายคนที่ 2 - มันก็มี เสธ.อีกคนหนึ่ง แต่ผู้ช่วยไม่ได้เรื่อง
       
       ชายคนที่ 1 - เอาคนที่พูดง่ายหน่อย
       
       ชายคนที่ 2 – ผมว่าอมรเทพ มันเตรียมน้ำมาก่อน มันมีระบบ แต่อมรเทพนี่ ไอ้หรุ่มมันอาจจะไม่แฮปปี้เท่าไหร่ เพราะมันแข่งกัน
       
       ชายคนที่ 1 - เพราะมันแข่งกัน
       
       ชายคนที่ 2 - แต่ว่าอมรเทพมันเรียนเก่งนะ สอบได้ที่ 1 ตลอด
       
       ชายคนที่ 1 - มันเป็นคนดีด้วยครับ อมรเทพ ตรงไปตรงมา แต่ต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ต้องคุยกันเหมือนกันครับ
       
       ชายคนที่ 2 – เมียมัน เมียมันเป็นไอ้เนี่ย ... พี่สาว หรือน้องสาวพรทิวา ผมรู้จักพ่อมัน รู้จักมานาน
       
       ชายคนที่ 1 – อ้อ! เหรอครับ
       
       ชายคนที่ 2 - พ่อเมียมันก็ไอ้เม้งไง ไอ้เม้งอาบอบนวดน่ะ
       
       ชายคนที่ 1 – อ้าว! เหรอครับ ที่มาทำอาบอบนวดใหญ่
       
       ชายคนที่ 2 - ใช่ ไอ้! อะไรของมัน โพไซดอน
       
       ชายคนที่ 1 - โพไซดอน ใช่ครับ
       
       ชายคนที่ 2 – ไอ้เม้ง เนี่ยมัน เมื่อก่อน ตอนเป็นพ่อตาผมคุมฝ่ายอบายมุข นครบาล ไอ้นี่มันตลอด เจอกัน ตรุษจีนมันไปไหว้พ่อตาผมเหมือนกัน ก็เลยจำมันได้ ตอนผมกลับมาอยู่พญาไท ก็เลยรู้จักพ่อมัน เมียมันก็เลยพามาหาผม อมรเทพคุณสมบัติมันดี
       
       ชายคนที่ 1 – อมรเทพก็ดี ทหารอากาศเรียบร้อยไหมครับ ประจิน ไอ้ประจินนี่้เมื่อก่อนเป็นมือของไอ้ชลิตเขา แต่ดีแล้วที่เราได้ประจิน แล้วเราใช้ประจินไปบีบไอ้ชลิตข้างบนอีกที ซึ่งมันเป็นไอ้องคมนตรีนะครับ ไอ้ชลิตถึงแม้ว่ามันจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปทำปฏิวัติคราวนั้นนะครับ แต่มันก็ยังพึ่งไอ้ประจินอยู่ เพราะฉะนั้นเราคุมประจินไว้ เพื่อให้ชลิตเนี่ยมันอ่อน ยอมลงมา
       
       ชายคนที่ 2 - ก็ ปีหน้าก็เกษียณหมด 57
       
       ชายคนที่ 1 - พอ 57 ก็เนี่ย
       
       ชายคนที่ 2 - เกลี้ยงทุกเหล่า
       
       ชายคนที่ 1 - ตั้งเอาเองเลย ไม่ต้องนั่นเลย
       
       ชายคนที่ 2 - เลือกเอาเองสบายๆ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมก็บอกมันนะครับ ผบ.สูงสุด กับ ผบ.ทบ. ผมเพิ่งบอก เฮ้ยปี 57 นี่นะ อย่างอั๊วเลิกทำงานนะ อั๊วคิดว่าอั๊วทำงานเสร็จแล้ว เอาเจ้านายอั๊วกลับแล้ว คราวนี้ต้องตาลื้อบ้างสิ เพราะฉะนั้นลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น ตั้งแต่วันนี้ลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น แล้วพอปี 57 เอ็งจะได้มีงานทำต่อ ไม่ต้องอยู่แก่เหมือนคนอื่นเขา เพราะมันว่าผมไม่แก่ ผมบอกจะได้ทำงานอย่างนี้ต่อ มันก็แฮปปี้นะครับ มันไม่ได้บอกว่าโนเลย มันก็ เออๆ มันก็เริ่มมองเห็นว่า หลังจากเกษียณไปแล้ว มันอาจจะมีอนาคต สำคัญ
       
       ชายคนที่ 2 - ไว้ใจ ไว้ใจไอ้ตู่มาก
       
       ชายคนที่ 1 – ไอ้ตู่ เขาให้ความจริงใจนะครับ จริงใจมากเลย ตอนแรกกับผมมันก็ระวังมากเลย แต่หลังจาก XXXX เรียกมันไป แล้วเรียกผมไปให้รักกันนะครับ ให้ทำงานด้วยกัน ทุกอย่างมันก็เลยเรียบร้อยหมด ... วันที่ 16 นี้ ผบ.สูงสุดจะเลี้ยงนายกฯ ครับ ที่ บก.กองทัพไทย และก็จะเชิญ ผบ. รอง เสธ.ทุกเหล่าทัพมาร่วมรับประทานข้าว คุยกันเป็นส่วนตัวกับนายกฯ ด้วย
       
       ชายคนที่ 2 - เออดี
       
       ชายคนที่ 1 - แล้วผมก็บอกว่า ให้มันเป็นตัวอย่างที่ดี และต่อไปนี้เดือนนึงก็ให้กองทัพเนี่ย หมุนเลี้ยงฮะ เชิญนายกฯ ไป เพื่อความใกล้ชิดกันนะครับ ยืนยันนะครับผมจะไม่ ...ใกล้ชิดกับนายกฯ มากกว่านี้อีกหน่อยแล้ว
       
       ชายคนที่ 2 - เอ้อ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมก็นึก บางอย่างผมก็นึกว่าท่านนายกฯ รู้แล้ว ผมก็เห็นคนเข้าไปชี้แจง ผมก็บอกเคยบอกพูดกับท่านเมื่อวันก่อนบอก เดี๋ยวผมกลับมาแล้วผมจะขออนุญาตเขียนรายงาน นายกฯ บอกไม่ต้องเขียนหรอกค่ะ โทรศัพท์บอกเลย
       
       ชายคนที่ 2 - ใช่ๆ อย่างนั้นแหละ นายกฯ เขาเอาง่ายๆ เลย แต่ว่าอย่างไรให้เขาตื่นตัว ให้เขารู้เรื่อง
       
       ชายคนที่ 1 – ครับ ... แต่ถ้า ตอนคุยกับป๋า ผมก็จะบอกว่า ท่านป๋าเนี่ยผมมองนะฮะ เพราะกลัวท่านจะกลับมาเล่นการเมืองเต็มที่ ผมก็จะพูดเรื่องว่า
       
       ชายคนที่ 2 – ป๋าบอกมาเลย ผมไม่ได้ไปติดใจ ไม่ได้คิดจะไปแก้แค้นใคร และไม่ได้จะแก้แค้นทางการเมือง และจริงๆ แล้วอยากจะจบชีวิตแบบสบายๆ ไม่ใช่ว่ามีปัญหาแบบนี้ มันจบไม่ลงนะ ให้มันจบลงดีกว่า จบลงคือให้ตัวผมไม่เล่นการเมืองเลย
       
       ชายคนที่ 1 - ผมจะบอกป๋าบอกว่า ไอ้งานเรื่องเศรษฐกิจ งานเรื่องกีฬา เรื่องการศึกษาอะไรต่างๆ ที่มันยังล้าหลังอยู่เนี่ย ถ้าได้ท่านนายกฯ ทักษิณมาจับแป๊บเดียว มันไปโลดเลย
       
       ชายคนที่ 2 - ให้ผมช่วย เป็นอีกแรงให้ดีกว่า ถ้าสมมุติ ถ้าให้ผมต้องมา คือผมเองไม่ได้ติดใจอะไรเลยนะ
       
       ชายคนที่ 1 - เพราะคุยกับ ผบ.แล้วครับ ผบ.บอกต้องยืนยันนะ ต้องมีหลักฐานยืนยันนะ
       
       ชายคนที่ 2 - ว่า
       
       ชายคนที่ 1 - ว่าเมื่อท่านกลับมาแล้ว ท่านจะเอาอะไรมายืนยัน ผมก็บอก ยืนยันว่า จะไม่ คล้ายๆ อย่างที่ท่านพูดเมื่อกี๊ จะไม่แก้แค้นท่านนะ ท่านกลัวครับ
       
       ชายคนที่ 2 - โอย... นี่ นี่ เอาอย่างงี้สิ บอกอย่างงี้สิ วิธีอยากดองผมง่ายนิดเดียว ตั้งผมไปเป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เป็นองคมนตรี ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น แต่ว่าถ้าถูกหนีบเอาไว้ตรงนั้นน่ะ ให้ Active ทางการเมืองยาก ถ้าถูกหนีบไว้ตรงนั้นน่ะ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมพูดอย่างนี้นะฮะ
       
       ชายคนที่ 2 - เออ...จะใช้ผม ไม่ใช้ผมไม่เป็นไร แต่หนีบไว้ตรงนั้น ให้ทางการเมืองดิ้นยาก ทำให้ต้องไม่กล้าไปไหน ท่านจะปรึกษาก็ได้ ไม่ปรึกษาก็ได้ แต่ว่าถ้าที่ปรึกษาทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เหมือนน้องๆ สายวังเลยนะ มันก็เหมือนทำตัวเป็นคนของเจ้านาย ทำตัวเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันต้องหนีบเลย ล็อกเลย ผมไม่ขอเป็นองคมนตรีอยู่แล้ว เพราะว่าเราชอบเบี้ยว (หัวเราะ)
       
       ชายคนที่ 1 - ผมก็จะบอก เนี่ย ป๋าก็เอามาไว้ตรงนี้ ถ้าท่านถามผม เพราะว่า ผบ.มันถามผม ถามผมเหมือนกันบอกว่า พี่อ๊อดจะต้องยืนยันนะ มีอะไรยืนยัน
       
       ชายคนที่ 2 - สมมุตินะ เอาอย่างนี้ดีกว่าพี่ พอเรื่องจบปุ๊บเนี่ย พอผมกลับบ้าน ก็ประกาศตั้งตรงนี้ไปเลย มันเท่ากับว่าพอประกาศมาปุ๊บนี่ กลายเป็นคนของ เท่ากับในวังเอาไปหนีบไว้แล้ว จบ! ไม่ต้องทำอย่างอื่น แค่เป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มันก็เหมือนโดนหนีบไว้ทางอ้อม เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมากี่ตำแหน่งก็ได้ เงินเดือนไม่ต้องมีก็ได้อยู่แล้ว
       
       ชายคนที่ 1 - ดีครับ อย่างนี้ดีมากเลย ผมก็คิดไม่ออก เดี๋ยวจะได้ใช้หลักฐานนี้
       
       ชายคนที่ 2 - ผมก็ทำปฏิบัติตัวลำบากแล้ว ต้องเคร่งครัดแล้ว ให้เป็นคนของเจ้านายแล้ว
       
       (เสียงเครื่องบิน)
       
       ชายคนที่ 1 - ก็ ยังไงก็สำเร็จครับ ผมไปดูหมอดูมาแล้ว ว่า สำเร็จไหม เขาบอกสำเร็จ แต่เหนื่อยหน่อยนะ อาจจะยาก ต้องอดทน ต้องสู้ อาจารย์เพชรนะครับ หลวงพ่อเพชร อาจารย์ของต่วนเขาด้วย เป็นหมอทางใน ผมบอกว่า ผมถามข้อเดียวว่าผมจะทำงานสำคัญในชีวิตสักครั้ง ครั้งสุดท้าย ท่านถามทำอะไร ผมบอกว่านี่ ผมจะเอาเจ้านายผม นายกรัฐมนตรีทักษิณกลับ ท่านบอกเหนื่อยนะ ยากด้วย อดทนไหวเหรอ แล้วบอกท่านถ้าไหวหล่ะ ถ้าไหวก็สำเร็จ อ้า! … อย่างนี้ผมมีกำลังใจหน่อย
       
       ชายคนที่ 2 - โอเคพี่ กลับบ้าน ขอบคุณพี่มากนะ ถ้ายังไงใกล้ชิดนายกฯ มีอะไรโทรศัพท์คุยได้ ไม่ต้องเขียนรายงาน ไม่ต้องรอมอบรายงาน เรียบร้อย พี่จะกลับเที่ยวทุ่มหนึ่งก็ได้เลย
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ เดี๋ยวดู ครับ ครับ

………
2 คลิปนี้ แทน 3 คลิป ด้านบน

คลิป อาจสลับลำดับกับการบรรยาย 3 ช่วงตามคลิปเดิมเนื่องจากถูกบล๊อกไปแล้ว


2013/07/08 "ป๋าเปรม" เมินคลิปเสียงคล้าย "ยุทธศักดิ์" สนทนา "ทักษิณ" พาดพิง



Image.aspx?ID=2880302   
นิรโทษกรรมเหมาเข่ง สุดซอย ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในสภาฯ

สื่อนอกชี้นิรโทษกรรมเขย่า “รบ.ปู” - จุดเริ่มแห่งจุดจบ “ทักษิณ” โอกาสกลับบ้านแบบเท่ๆ ชักห่างไกล 6 พ.ย.2556
วอลล์สตรีทเจอร์นัลด์/วอยซ์ออฟอเมริกา - สื่อนอกรายงานความพยายามกลับประเทศของ “ทักษิณ” ภายใต้แผนนิรโทษกรรมส่อแววต้องม้วนเสื่อในวันอังคาร (5) หลังแแกนนำ ส.ว.บอกจะปฏิเสธร่าง พ.ร.บ. ส่วน “ยิ่งลักษณ์” ก็เสียงอ่อยยอมรับการตัดสินใจ พร้อมอ้างนักวิเคราะห์ชี้เสียงต่อต้านนิรโทษกรรมที่แผ่ลามไปทั่วทุกหัวระแหงกำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบยุคสมัยทักษิณ ทำให้โอกาสกลับแผ่นดินเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้หลบหนีห่างออกไปไกลกว่าเดิม
http://www.manager.co.th/Around/ViewNew … 1&TabID=3&

วาด รวี ได้กล่าวไว้ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ว่า
- ยิ่งลักษณ์ ยุทธิ์ศักดิ์ และประยุทธ์ รู้เรื่องนิรโทษกรรมทักษิณตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556
- ทั้งประยุทธ์และสุเทพจึง “รู้ล่วงหน้าแน่นอน” แล้วว่าจะมีการลักไก่เกิดขึ้นแน่ ๆ ในช่วงแปรญัตติ
- ฝ่ายที่ไม่รู้และถูกหลอกให้มาผลักดันและดีเฟนด์ประเด็นนิรโทษกรรมก็คือคนเสื้อแดงและฝ่ายประชาธิปไตย
ใน บันทึกทบทวน (1) ทักษิณถูกหลอกให้มาหลอกคนเสื้อแดง
http://prachatai.org/journal/2015/12/62913

* วาด รวี ไม่ได้วิเคราะห์เหตุการณ์ก่อนหน้าคลิป "ทักษิณ-แก๊งนายพลถั่งเช่า" โดยเฉพาะกรณีที่ทำไมถึงไม่ได้ดำเนินการเรื่อง ICC ดังนั้นจึงมิใช่ทักษิณถูกหลอก แต่ทักษิณคงได้ข้อตกลงกับเหล่านายทหารไว้แล้ว และตั้งใจหลอกใช้มวลชนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองที่ทำธุรกิจการเมืองอย่างที่พูดในคลิป และเมื่อสุเทพ ต้องหนีไปบวชหลังรัฐประหารคือเครื่องบ่งชี้ว่า ประยุทธ์ ร่วมมือกับใครจริงๆ



เจ็บนี้จำจนตาย …ประชาชนและคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตย เจ็บแค้นมากที่ถูกทักษิณและยิ่งลักษณ์หลอก แทนที่จะเอาผู้สั่งการและเหล่านายทหารที่ร่วมกันฆาตกรรมประชาชนและผู้ชุมนุมในปี 2553 มาลงโทษ โดยทำผ่านรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ประกาศรับรองเขตอำนาจ ICC แต่กลับให้พรรคเพื่อไทยออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทุกฝ่าย กล่าวคือไม่เอาโทษคนสั่งการฆาตกรรมหมู่ประชาชน รวมถึงการนิรโทษกรรมกรณีตากใบสมัยรัฐบาลทักษิณ ในปี 2547 ที่ทำให้ผู้ชุมนุมตายถึง 78 คนด้วย 


เหตุการณ์ตามมา คือรัฐประหาร หลังจาก พรบ. นิรโทษกรรมไม่ผ่าน

30d1e2.jpg

fake_on_martial_law.jpg
a fake on martial law  20 พ.ค. 2557 ทหารอ้างกฎหมายสมัยระบอบราชาธิปไตย คือ 100 ปีที่แล้วมาบังคับใช้?!

หลังรัฐประหาร

557000007771836.jpg

14043938351404393882l.jpg
วันชาติสหรัฐ 3 ก.ค. 2557 ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ร่วมงานทั้งที่สามารถทำได้เพราะเวลาต่างกันดูจากแดดยามบ่ายแก่ๆกับงานในตอนเย็น
ถ้าจะสรุปแนวทางรัฐบาลภายใต้ยิ่งลักษณ์ ได้มีข้อที่น่าสังเกตุ ตั้งแต่ปี 2554 เหตุการณ์น้ำท่วม สหรัฐได้พยายามจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่มีท่าทีปฎิเสธการช่วยเหลือใดๆ ประชาชนเป็นงง แก้ปัญหาโดยการสร้างภาพ มีอะไรมั่งคงเห็นๆกันไปแล้วในช่วงนั้น ใช้วิกฤตเป็นโอกาสสร้างภาพเสียเลย คติ ทักษิณ เอามาจากอักษรภาษาจีน

e3a845b6053889f2eeded90ed27ea1b7_w.jpg
28 ต.ค. 2557 ที่จีน

yi_2.jpg
22 ตุลาคม 2557 ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ น้องไปป์ ที่ญี่ปุ่น
http://hilight.kapook.com/view/110075


หลังรัฐประหาร ยิ่งลักษณ์ทำเรื่องไปต่างประเทศ โดยอาศัยลูกอ้าง ญี่ปุ่นและจีน พร้อมไปพบทักษิณ (* ถ้าจะให้คาดการณ์ก็คงเป็นเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานระบบรางเพื่อทำการล๊อบบี้ที่อาจมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับทหาร จึงอนุญาตให้มา ส่วนเรื่องการตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นตามที่ฝ่ายเสื้อแดงคิดนั้นมันไม่มีโอกาสเป็นไปได้แล้วเพราะยิ่งลักษณ์ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านแต่แรก และฝ่ายวางแผนของทหารและเครือชินวัตรได้สร้างแท็คติกให้ยิ่งลักษณ์หลุดพ้นจากตำแหน่งทางข้อกฎหมายไปแล้ว เพื่อที่ยิ่งลักษณ์จะได้ไม่เสียเครดิตที่ว่าจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แม้ทักษิณเองก็ออกภาพรหัสลับให้รอ คือปล่อยให้ทหารทำการรัฐประหาร) นอกจากนี้ ยิ่งลักษณ์ ยังทำตัวออกสื่อเที่ยวห้าง ตามแนว IO ของฝ่ายเผด็จการทหารเมื่อสถานการณ์ตึงเครียด รวมทั้ง แต่ไม่มีเลยที่ยิ่งลักษณ์จะพูดเรียกร้องประชาธิปไตย?! การออกสื่อของทักษิณที่พยายามกลับมาคุมหัวคะแนนฐานเสียงให้ได้รับทราบแนวทางการวางตัว แต่สำหรับเหล่าคนเสื้อแดงเดิมนั้นได้รับรู้สันดานของเขาแล้ว และไม่เชื่อในการนำสื่อมาอวดอ้างผลงานอีกแล้ว แม้แต่โครงการ 30 บาทที่จะพยายามบอกว่าเป็นความคิดทักษิณนั้นคนก็ไม่เชื่อ ด้วยแดงฝ่ายก้าวหน้าได้แย้งว่าคนคิดคือแพทย์ที่เสนองานโครงการนี้ต่อทักษิณ ฝ่าย IO ของทักษิณก็เริ่มบิดยอมรับว่าเป็นเพียงนโยบายของทักษิณ แม้แต่เรื่องการเรียก พิชัย มาปรับทัศนคติถึง 9 ครั้งนั้น ก็เป็นเรื่องมาให้สอบถามเสมือนการให้คำปรึกษาทางเศรษฐกิจอย่างลับๆเสียมากกว่า (การปรับทัศนคติคงไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่เห็นสีหน้ายิ้มระรื่นแบบนั้น 5555)

2 ลิงค์ไปแหล่งข้อมูล โครงการ 30 บาท         wikipedia

มติชน

Last edited by linc49 (August 13, 2016 12:15 PM)

Offline

#2 December 15, 2015 11:22 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

* ขอขุดเรื่อง การงัดอาวุธลับ มาตรา 112 มาใช้  โดย ทักษิณ สมัยพรรคไทยรักไทย 2548....อูยย คนดี จิงๆ นะ

[url]

[/url]


10702041_804645332911816_2017409071048385783_n.jpg?oh=4bb72131c8bd49479616a7f3e2dda55f&oe=56E081C3Doungchampa Spencer-Isenberg
9 สิงหาคม 2015
บทความแปล: วิกิลีกค์ และ การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพรรคไทยรักไทยกับฝ่ายตรงข้าม
อ้างอิง: Updated: Wikileaks and a TRT accusation of lese majeste
(https://thaipoliticalprisoners.wordpres … ileaks-a…/)
โพสต์ในเวปของ Political Prisoners in Thailand เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556
หมายเหตุ: บทความจากเวปนี้อาจจะถูกบล๊อกในประเทศไทย
------------------------------------------------
ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเอากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันแสนชั่วร้ายเข้ามาใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองในเมื่อระยะเวลาไม่นานมานี้ เราไม่ควรที่จะลืมถึงเรื่องการพยายามต่อสู้ระหว่างนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรของพรรคไทยรักไทย กับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วย กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ถูกนำเข้ามาใช้กันเป็นครั้งคราว
เวปของ Political Prisoners in Thailand (PPT) ขอทบทวนให้ท่านทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อทำการค้นคว้าในเคเบิ้ลของวิกิลีกค์อีกหลายฉบับ และเราได้พบเคเบิ้ลฉบับหนึ่งที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำป\`ะเทศไทย ราล์ฟ บอยซ์ ได้แสดงความคิดเห็นจากการอ้างถึงเรื่อง การลงบันทึกแจ้งความในเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์ คือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
------------------------------------------------
ข้อคิดเห็นของเอกอัครราชทูตเกี่ยวกับกรณีนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจและในขณะนั้นเป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงความเป็นมา เขาได้เริ่มความคิดเห็นของเขาดังนี้คือ:
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) พรรคฝ่ายค้านที่น่ายกย่อง คือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้ถูกหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยทำการสอบถามปากคำเกี่ยวกับข้อกล่าวหาในเรื่องของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยังมีบุคคลอื่นๆ อีกสี่คนที่ถูกเรียกตัวเข้าไปสอบปากคำด้วย รวมไปถึง ผู้สมัครรับเลือกตั้งของรัฐสภา สังกัดพรรคประชาธิปัตย์คือ คุณถนอม อ่อนเกตุพล ซึ่งพ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ (พ.ศ. 2548) กับพนักงานที่ทำงานให้กับพรรคประชาธิปัตย์อีกสามคน (คุณปรารถนา คงนาค, คุณภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา และ คุณอธิวัฒน์ จันทุมมี - ผู้แปล)
ข้อกล่าวหานี้ มีรากฐานมาจากการร้องเรียนที่ยื่นเรื่องโดยผู้สมัครสังกัดฝ่ายรัฐบาลพรรคไทยรักไทย (ทรท) ซึ่งเป็นคู่แข่งของคุณถนอม และเป็นผู้รายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อกลางเดือนมีนาคม ว่า ฉลากติดสติ๊กเกอร์ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) โดยคุณถนอมนั้น ถูกรายงานว่ามีการนำเอาคำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและคำของพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีมาใช้กันอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย
------------------------------------------------
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหานั้น เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้บันทึกต่อไปว่า:
จากฉลากสติ๊กเกอร์ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียง (รายงานกล่าวต่อไปว่า มีขนาดเท่ากับที่ใช้แปะติดกันชนรถยนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา) ได้ถูกพิมพ์และจ่ายเงินโดยสำนักงานท้องถิ่นของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเลือกตั้งคลองเตยของจังหวัดกรุงเทพมหานคร พระราชดำรัสและพระราชเสาวนีย์สามเรื่องได้ถูกนำเข้ามาใช้อยู่บนฉลากสติ๊กเกอร์
ตามที่ลงรายละเอียดไว้ในหนังสือพิมพ์ ฉลากสติ๊กเกอร์ฉบับแรก เป็นการคัดตอนมาจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ว่า “ความยากจนไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่าละอาย แต่ในขณะที่ความชั่วช้าคดโกงนั่นแหละ เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจน่าละอายอย่างยิ่ง” (“Poverty is no disgrace, while evil and fraud are disgusting and disgraceful.” )
ส่วนอีกสองเรื่องเป็นการคัดนำเอาพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมาใช้ “คนยิ่งรวยมากขึ้นเท่าไร ยิ่งโกงมากขึ้นเท่านั้น” (“The richer people are, the more they cheat,” ) และ
“ผู้ใดที่โกง (หรือทุจริต) แม้เพียงจะน้อยนิด ก็ขอให้บุคคลผู้นั้นถูกสาบแช่ง” (“Anyone who cheats (or is corrupt), even just a little bit, may that person be cursed.”)
------------------------------------------------
ดูเหมือนว่าการร้องเรียนจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นาวาอากาศตรี)ศิธา (ทิวารี) ที่กล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับการขออนุญาตที่จะนำเอาพระราชดำรัสที่กล่าวไว้มาจัดพิมพ์ได้ และพรรคประชาธิปัตย์ยังได้นำเอาพระราชดำรัสอันเป็นที่สักการะของสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง คุณหญิงกัลยาถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้สั่งการจัดพิมพ์และจำหน่ายจ่ายแจกฉลากสติ๊กเกอร์เหล่านี้ จากบทบาทของเธอที่เป็นนักการเมืองอาวุโสเพื่อช่วยการรณรงค์หาเสียงให้กับคุณถนอม
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าทึ่งทีเดียวเมื่อเอกอัครราชทูตบอยซ์ได้กล่าวต่อไปว่า “มันไม่เป็นเรื่องที่ชัดเจนแต่อย่างใดกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายว่า เรื่องแบบนี้สามารถถูกตีความว่าเป็นการหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ตามคำที่กล่าวอ้างอิง ซึ่งนำมาจากพระราชดำรัสที่ทรงมอบให้กับสาธารณชนแต่อย่างไร และมันไม่มีข้อห้ามนำเอาคำพระราชดำรัสขององค์พระมหากษัตริย์หรือคำในพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีมาใช้โดยทั่วไปด้วย”
------------------------------------------------
เป็นที่เห็นได้อย่างแน่ชัดว่า คำกล่าว (ของเอกอัครราชทูตบอยซ์) นี้ ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันได้
ภายหลังที่ได้เห็นการนำเอากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเข้ามาใช้กันทางการเมืองอย่างเป็นหน้าเป็นตากัน และรวมไปถึงอากัปกิริยาซึ่งศาลต่างๆ ได้ทำการตีความในคดีต่างๆ ด้วยการแถลงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าอยู่เหนือการเมืองทั้งปวง
ไม่มีการดำเนินการฟ้องร้องทำการฟ้องใดๆ เมื่อเคเบิ้ลฉบับนี้ได้ถูกเขียนขึ้นมา และเวป PPT ก็ไม่ทราบว่ามีคดีใดๆ ที่มีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป คิดว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายคงจะทราบถึงรายละเอียดเรื่องนี้มากกว่าเราเป็นแน่
------------------------------------------------
จากนั้น เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้บันทึกว่า คุณหญิงกัลยา “มีตำแหน่งของ ‘คุณหญิง’ ซึ่งได้รับพระราชทานเนื่องจากงานกิจกรรมของเธอที่กระทำมามากกว่า 10 ปีที่ผ่านพ้นไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกล่าวขวัญในความเป็นผู้มีใจบุญสุนทานกับงานของเธอที่มีส่วนร่วมอยู่กับโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ซึ่งเกี่ยวกับหนังสือและสารานุกรม (encyclopedias) ของเด็กเยาวชน…” และยังมีข้อคิดเห็นเสริมต่อด้วยว่า:
การงัดเอา “อาวุธลับ” (arcane) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในหลักการของกฎหมายอาญาไทยโดยบุคคลที่เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลเพื่อทำการจองเวรกันทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง
กลยุทธนี้ ซึ่งมีแนวโน้มมาว่าได้รับการอนุมัติจากบุคคลที่อยู่ในระดับผู้นำสูงสุดของพรรคไทยรักไทยให้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันไม่มีความจำเป็นเลยและแถมเป็นเรื่องของการอาฆาตพยาบาทอีกด้วย......
เรากำลังเฝ้าสังเกตดูอย่างใกล้ชิดเมื่อบุคคลบางคนที่อุทิศตนเองให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยและรับใช้ประชาชนอย่างเห็นได้ชัดแจ้ง ได้ถูกลากตัวนำมาเข้ามาปรากฏให้เห็นในเรื่องการฟ้องร้องทางกฎหมาย จากการสนทนากันอย่างส่วนตัว ประชาชนคนไทยหลายคนได้กล่าวให้เราฟังว่า พวกเขาหวังว่า ความสัมพันธ์ของคุณหญิงกัลยากับทางฝ่ายวังจะสามารถหาหนทางที่ทำให้ข้อกล่าวหาเหล่านี้ให้ถูกถอนฟ้องและยุติลงไปได้

------------------------------------------------

และเท่าที่เราได้ตระหนักรับรู้มา คดีนี้ไม่ถูกสั่งฟ้อง แต่การร้องเรียน (อย่างผิดๆ) ที่อ้างว่าทางฝ่ายวังเองไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกันกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ เป็นเพียงแค่แวบเดียว (puff of smoke)
เมื่อ “ความสัมพันธ์กับทางฝ่ายวัง” ได้ถูกยกอ้างขึ้นมา และมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นเดียวกันที่ เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้กล่าวข้อหานี้อย่างจริงจังและถึงกับต้อง “เฝ้าสังเกตดูอย่างใกล้ชิด” มันยังบ่งบอกเราต่อไปอีกว่า เขาใช้คำว่า “อาวุธลับ” เพื่ออธิบายถึงกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเรื่องที่ได้รับการรับรู้อย่างกว้างขวางที่สุดในประเทศไทย
เสริมข้อมูล: ท่านผู้อ่านท่านหนึ่งชี้ให้เราเห็นคำแถลงเกี่ยวกับคำกล่าวเรื่อง “ประชาชนยิ่งรวยมากขึ้นเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งโกงมากขึ้นเท่านั้น” (ยิ่งรวยยิ่งโกง) เป็นการโยงถึงพระราชดำรัสขององค์พระมหากษัตริย์เอง และควรจะลิ้งค์ไปที่โพสต์ชิ้นนี้
(อ้างอิง: https://thaipoliticalprisoners.wordpres … uring-b…/)
------------------------------------------
ความคิดเห็นของผู้แปล:
บทความนี้ เคยลงให้อ่านกันครั้งหนึ่ง เมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบัน เรากำลังเห็น การใช้กฎหมายบังคับในเรื่องนี้กันอย่างหนักหน่วง ก็เลยอยากจะให้ทราบว่า มันจุดชนวนกันขึ้นมาได้อย่างไร (ถึงแม้ว่า มันจะมีการฟ้องร้องในเรื่องนี้มาก่อนหน้าอีกหลายคดี แต่ตัวที่จุดชนวนจริงๆ ให้ลามออกไปในอนาคต มันมาจากเรื่องนี้)
เวป PPT ได้อ้างถึงวิกิลีกค์ ไม่มีลิ้งค์เอกสารให้ แต่จากการไปค้นหามา สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่: 05BANGKOK1774, OPPOSITION MEMBER OF PARLIAMENT FACES LESE MAJESTE (อ้างอิง: https://wikileaks.org/cable/2005/03/05BANGKOK1774.html)
เคเบิ้ลฉบับนี้ เขียนโดยเอกอัครราชทูตบอยซ์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคไทยรักไทย กวาดที่นั่งได้ถึง 375 ที่นั่ง (อ้างอิง: การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 - https://th.wikipedia.org/…/การเลือกตั้ง … แทนราษฎร…)
------------------------------------------------
เรื่องนี้ต้องพูดกันตามเนื้อผ้า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะลืมไปแล้วว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และใครเป็นผู้นำเรื่องนี้มาใช้ทางการเมืองกันบ้างในรอบ เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา
จากบทความวิกิลีกค์ มันได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พรรคไทยรักไทย เป็นฝ่ายเริ่มเอา "อาวุธลับ" เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้นำเข้ามาใช้ กับพรรคประชาธิปัตย์ก่อน เนื่องจากพรรคไทยรักไทย เพิ่งชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และทางผู้นำระดับสูงของพรรคอาจจะคิดว่า สามารถถล่มพรรคประชาธิปัตย์ให้ "จมธรณี" ลงไปได้ ด้วยการ "งัด" เอากฎหมายฉบับนี้ (ที่เก็บไว้ในหิ้งอย่างเป็นเวลานาน) เข้ามาใช้
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหาทางศาลหรือทางฝ่ายไหนก็ตาม ตัวเอกอัครราชทูตบอยซ์ ซึ่งฝีกใฝ่กับฝ่ายอำมาตย์เป็นทุนเดิม ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะ Discredit การใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อเป็นการอาฆาตทางการเมือง เนื่องจากตัวเอกอัครราชทูตบอยซ์เป็นผู้ฝักใฝ่และโอนเอียงไปกับพรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายอำมาตย์ทั้งหมดอยู่แล้ว
ท่านผู้อ่านก็คงได้ทราบกันแล้วว่า อัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้อง เนื่องจากเป็นเรื่องของ "การแสดงความบริสุทธิ์ใจ"
------------------------------------------
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เหตุการณ์พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2548 เอง ซึ่งพออ่านเหตุการณ์ของวิกิลีกค์ฉบับนี้ ถึงต่อ jigsaw ได้ว่า เหตุที่มีพระราชดำรัสเรื่อง การให้วิจารณ์พระเจ้าแผ่นดินว่า ทรงตรัสไว้ว่าอย่างไรบ้าง (http://kanchanapisek.or.th/speeches/2005/1204.th.html)
ยิ่งอ่านๆ ดูตอนหลังๆ แล้ว ก็ฉุกคิดเลยว่า นายกฯ ทักษิณ กำลัง "โดนตำหนิ" ในทางอ้อมอีกด้วย แต่ในขณะนั้น ตัวนายกฯ ทักษิณเองไม่คิดที่จะทำการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ แต่อย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งๆ ที่พระราชดำรัสทรงระบุว่า:
".....อันนี้นักกฎหมายก็สอนนายกฯ บอกว่าต้องฟ้อง ต้องลงโทษ นี่ขอสอนนายกฯ ว่า ใครบอกว่าให้ลงโทษ อย่าลงโทษเค้า ลงโทษไม่ไม่ดี ลงท้ายไม่ใช่นายกฯ เดือดร้อน แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน หรืออยากให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อน ก็ไม่รู้นะ..."
------------------------------------------------
เมื่อไม่ได้ตีเหล็กในขณะที่กำลังร้อน และสถานการณ์ผันแปร ทำให้อำนาจอยู่กับฝ่ายตรงข้ามหลังการรัฐประหาร ทางฝ่ายนั้น ก็เห็นช่องทางที่จะ "กำจัด" คู่ต่อสู้ทางการเมืองด้วยการใช้วิธีเดียวกัน โดยการอ้างเหตุผลว่า เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันฯ เพียงเท่านี้ ก็พอแล้วที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องถูกจำคุก ถูกทำลายให้หมด เรื่องการจับกุมด้วยการโยนเอา "คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เข้ามาใช้เป็นว่าเล่น
ที่หนักที่สุดคือ ฝ่ายตนเองและประชาชนที่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ต่างโดน "หางเลข" กันไปอย่างถ้วนหน้า
"อาวุธลับ" ที่คิดว่าจะเป็น "ไม้ตาย" เพื่อกำจัดศัตรู กลับถูกย้อนศรเข้ามาอย่างหนักกว่าเก่าเสียอีก แถมเรื่องระบบสองมาตรฐานที่เห็นๆ กันอยู่จากศาลยุติธรรม มันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ขยายต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด คดีเหล่านี้ไม่มีบรรทัดฐานที่มาตรฐานและตัดสินกันด้วยข้อหา "ความมั่นคงของประเทศ"
ผลเป็นอย่างไร ก็ทราบๆ กันอยู่
------------------------------------------------
เรื่องนี้จะไปโทษใครไม่ได้ เนื่องจากว่า พรรคไทยรักไทย เป็นผู้งัดนำเอากฎหมายนี้มาใช้ก่อน และในสถานการณ์ปัจจุบัน เราก็จะเห็นนักโทษการเมืองที่ติดคุกกันอยู่เนื่องจากผลพวงจากกฎหมายฉบับนี้ ที่ถูกนำมาบังคับใช้มาหลังจากที่พรรคไทยรักไทยออกไปจากการบริหารประเทศแล้ว....
จะต้องรอดูกันต่อไปอีกไม่รู้กี่เดือนหรือกี่ปี ก็ดูกันเองว่า เมื่อไม่ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมแล้ว ผลของมันจะขยายของเขต (Ramification) อย่างมากมายมหาศาลกันแค่ไหนนะคะ...
Happy Monday ค่ะ
Doungchampa Spencer-Isenberg

11831775_952512524791762_1483090748703344961_n.jpg?oh=c94eb3b6807c6dbda4e3338287efc130&oe=56D40E7C

Last edited by linc49 (December 15, 2015 12:15 PM)

Offline

#3 December 15, 2015 1:31 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,860
Website

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

มีบางเรื่องผมเคย เสนอให้ ผู้ใหญ่ พิจาระนา เชั่นเรื่องตากไบ, เรื่องฃ่าตัดตอน

ผมเคยเสนอให้ท่าน มาเปีด ประชุม ในสภาคอนเกร็ส แล้ว ชี้แจงปัญหาที่เกีดขื้น ที่แท้จริง ว่าเป็นยังไง? ผิดหรือถูกเราก็ค่อยคุยกัน ถ้าพูดความจริง เขาคง อะโหสี ให้แน่นอน (ผมรู้ว่า เมกัน เขาก็รักท่านเชั่นกัน), หลังจากนั้น ก็เรียกนักข่าวต่างชาติ มาแถลงการ, หลังจากโลก ตาวันตกเรี่มเข้าใจแล้ว ทุกอย่างจะดีขื้นและความสดวก ของ พี่น้องผู้ที่รักประชาธิปไตยในต่างแดน จะค่อยดีขื้น และต่างชาติ จะให้ความร่วมมือมากขื้น

ิเสียงตอบมา โอเคฯ แล้วทุกอย่างก็เงียบ กิ๋บ, ผม เคยบอก ถ้าจะทำ ก็ทำในตอน ระยะที่ ผม ยังมี อำนาจ อยู่นี้ เพื่อผมจะได้จัดแจงและห้างหาช่วย, ไม่ทำ. ไม่ทำก็ไม่เป็นไร ก็แบกหาบปัญหาของคุณที่ยังค้างคานั้นไปตลอด... ไม่เห็นจะเป็นไร ผมไม่ได้ไปแบกช่วยที่ไหน.

แต่สงสารปัญหา ของนักต่อสู้ ประชาธิปไตย ที่ โตนออกมานั้น ไม่ได้ความสดวก เท่าที่ควร นั้นแหละ

-----------------------
พูดเรื่อง 112

เว็ป ของพวกเรา เวอร์ชัน 1-2-3-4 โดน บล็อก และปิด ก็เป็นเพราะ พท. และ ทรท. ป๋าเหลีม ก็พยามปล้ำเว็ปเราให้ได้, หัวหน้า DSI ก็ปล้ำเว็ปเราและ นปช. ยูเอสเอ ให้ลง...
คุณ เคนจิ ก็ติดคุกในหยุคของ  พท. และ ทรท.

สุดท้าย ได้ อะไร กลับเพื่อเป็นของขวัญ?

Amen

Offline

#4 December 16, 2015 11:11 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

iFreeThai wrote:

มีบางเรื่องผมเคย เสนอให้ ผู้ใหญ่ พิจาระนา เชั่นเรื่องตากไบ, เรื่องฃ่าตัดตอน

ผมเคยเสนอให้ท่าน มาเปีด ประชุม ในสภาคอนเกร็ส แล้ว ชี้แจงปัญหาที่เกีดขื้น ที่แท้จริง ว่าเป็นยังไง? ผิดหรือถูกเราก็ค่อยคุยกัน ถ้าพูดความจริง เขาคง อะโหสี ให้แน่นอน (ผมรู้ว่า เมกัน เขาก็รักท่านเชั่นกัน), หลังจากนั้น ก็เรียกนักข่าวต่างชาติ มาแถลงการ, หลังจากโลก ตาวันตกเรี่มเข้าใจแล้ว ทุกอย่างจะดีขื้นและความสดวก ของ พี่น้องผู้ที่รักประชาธิปไตยในต่างแดน จะค่อยดีขื้น และต่างชาติ จะให้ความร่วมมือมากขื้น

ิเสียงตอบมา โอเคฯ แล้วทุกอย่างก็เงียบ กิ๋บ, ผม เคยบอก ถ้าจะทำ ก็ทำในตอน ระยะที่ ผม ยังมี อำนาจ อยู่นี้ เพื่อผมจะได้จัดแจงและห้างหาช่วย, ไม่ทำ. ไม่ทำก็ไม่เป็นไร ก็แบกหาบปัญหาของคุณที่ยังค้างคานั้นไปตลอด... ไม่เห็นจะเป็นไร ผมไม่ได้ไปแบกช่วยที่ไหน.

แต่สงสารปัญหา ของนักต่อสู้ ประชาธิปไตย ที่ โตนออกมานั้น ไม่ได้ความสดวก เท่าที่ควร นั้นแหละ

-----------------------
พูดเรื่อง 112

เว็ป ของพวกเรา เวอร์ชัน 1-2-3-4 โดน บล็อก และปิด ก็เป็นเพ%58าะ พท. และ ทรท. ป๋าเหลีม ก็พยามปล้ำเว็ปเราให้ได้, หัวหน้า DSI ก็ปล้ำเว็ปเราและ นปช. ยูเอสเอ ให้ลง...
คุณ เคนจิ ก็ติดคุกในหยุคของ  พท. และ ทรท.

สุดท้าย ได้ อะไร กลับเพื่อเป็นของขวัญ?

Amen

ขอขอบคุณ เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ให้ข้อมูลนี้ต่อฝ่ายประชาธิปไตยได้รับทราบ พวกเราจะได้รู้ถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของเขาที่กระทำกับประชาชนอย่างไม่ใยดีเพียงเพื่ออำนาจ (Power) และแน่นอนเขาหวังผลประโยชน์ที่จะได้แก่ตนในท้ายที่สุด โดยการเหยียบย่ำความเป็นคนและไม่ได้ให้คุณค่าใดๆต่อสิทธิมนุษยชนเลย ดูผลงานเขาได้จากการยกเลิกเดินหน้าเอาผู้ร่วมฆ่าประชาชนในปี 2552-2553 โดยผ่าน ICC มาลงโทษแถมจะนิรโทษกรรมอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นได้เอาผู้ชุมนุมที่เป็นประชาชนคนธรรมดามาติดคุกอันยาวนานมาเป็นเครื่องมือในลักษณะตัวประกันเพื่อให้มวลชนรับรอง พรบ นิรโทษเหมาเข่ง

Offline

#5 December 16, 2015 11:50 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,326

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

http://upic.me/i/81/wwa198.gif

Online

#6 December 16, 2015 11:51 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,326

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

พูดเรื่อง 112
เว็ป ของพวกเรา เวอร์ชัน 1-2-3-4 โดน บล็อก และปิด ก็เป็นเพราะ พท. และ ทรท. ป๋าเหลีม ก็พยามปล้ำเว็ปเราให้ได้, หัวหน้า DSI ก็ปล้ำเว็ปเราและ นปช. ยูเอสเอ ให้ลง...
คุณ เคนจิ ก็ติดคุกในหยุคของ  พท. และ ทรท.
สุดท้าย ได้ อะไร กลับเพื่อเป็นของขวัญ?
Amen  //   นั่นซิครับ

Online

#7 December 16, 2015 6:11 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,860
Website

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

linc49 wrote:
iFreeThai wrote:

มีบางเรื่องผมเคย เสนอให้ ผู้ใหญ่ พิจาระนา เชั่นเรื่องตากไบ, เรื่องฃ่าตัดตอน

ผมเคยเสนอให้ท่าน มาเปีด ประชุม ในสภาคอนเกร็ส แล้ว ชี้แจงปัญหาที่เกีดขื้น ที่แท้จริง ว่าเป็นยังไง? ผิดหรือถูกเราก็ค่อยคุยกัน ถ้าพูดความจริง เขาคง อะโหสี ให้แน่นอน (ผมรู้ว่า เมกัน เขาก็รักท่านเชั่นกัน), หลังจากนั้น ก็เรียกนักข่าวต่างชาติ มาแถลงการ, หลังจากโลก ตาวันตกเรี่มเข้าใจแล้ว ทุกอย่างจะดีขื้นและความสดวก ของ พี่น้องผู้ที่รักประชาธิปไตยในต่างแดน จะค่อยดีขื้น และต่างชาติ จะให้ความร่วมมือมากขื้น

ิเสียงตอบมา โอเคฯ แล้วทุกอย่างก็เงียบ กิ๋บ, ผม เคยบอก ถ้าจะทำ ก็ทำในตอน ระยะที่ ผม ยังมี อำนาจ อยู่นี้ เพื่อผมจะได้จัดแจงและห้างหาช่วย, ไม่ทำ. ไม่ทำก็ไม่เป็นไร ก็แบกหาบปัญหาของคุณที่ยังค้างคานั้นไปตลอด... ไม่เห็นจะเป็นไร ผมไม่ได้ไปแบกช่วยที่ไหน.

แต่สงสารปัญหา ของนักต่อสู้ ประชาธิปไตย ที่ โตนออกมานั้น ไม่ได้ความสดวก เท่าที่ควร นั้นแหละ

-----------------------
พูดเรื่อง 112

เว็ป ของพวกเรา เวอร์ชัน 1-2-3-4 โดน บล็อก และปิด ก็เป็นเพ%58าะ พท. และ ทรท. ป๋าเหลีม ก็พยามปล้ำเว็ปเราให้ได้, หัวหน้า DSI ก็ปล้ำเว็ปเราและ นปช. ยูเอสเอ ให้ลง...
คุณ เคนจิ ก็ติดคุกในหยุคของ  พท. และ ทรท.

สุดท้าย ได้ อะไร กลับเพื่อเป็นของขวัญ?

Amen

ขอขอบคุณ เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ให้ข้อมูลนี้ต่อฝ่ายประชาธิปไตยได้รับทราบ พวกเราจะได้รู้ถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของเขาที่กระทำกับประชาชนอย่างไม่ใยดีเพียงเพื่ออำนาจ (Power) และแน่นอนเขาหวังผลประโยชน์ที่จะได้แก่ตนในท้ายที่สุด โดยการเหยียบย่ำความเป็นคนและไม่ได้ให้คุณค่าใดๆต่อสิทธิมนุษยชนเลย ดูผลงานเขาได้จากการยกเลิกเดินหน้าเอาผู้ร่วมฆ่าประชาชนในปี 2552-2553 โดยผ่าน ICC มาลงโทษแถมจะนิรโทษกรรมอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นได้เอาผู้ชุมนุมที่เป็นประชาชนคนธรรมดามาติดคุกอันยาวนานมาเป็นเครื่องมือในลักษณะตัวประกันเพื่อให้มวลชนรับรอง พรบ นิรโทษเหมาเข่ง

You are welcome !

ผมก็อยากจะช่วยพี่น้องให้มากฯ และอยากให้พี่น้องได้รับไชชนะไวฯ แต่ก็คาอยู่มุม นั้นแหละ

ผมคิดว่า ถืงเวลา สามพระยา ชนช้างกันแล้ง, เวลานั้น ผมถืงจะมีโอกาศจะได้ช่วยพี่น้องแบบเต็มประตู โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น.

ขอให้พี่น้อง มีกำลังใจเอาไว้ และผมไม่ทิ้งพวกท่านแน่นอน ผมขอสัญยา ครับ

Offline

#8 December 16, 2015 8:46 PM

casala
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 303

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

กระทู้นี้  ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ สำหรับ คนที่รักประชาธิปไตย จริงๆ 
ไม่มีครับ  คนที่เราจะหวังเป็นผู้นำ  หรือ อาจใช้คำว่าเคยหวัง บัดนี้  อดีตนายก สองท่าน ได้โดนตัดออกจากสารบบ การต่อสู้
หลังจาก  ภาพนี้  ได้สร้าง ประกายความหวังว่า ทักษิณ จะหันหลังมา รักประชาธิปไตยมากขึ้น  เพราะที่ทาง  ชาวไทยจากชิคาโก้ได้โพสต์ข้อความส่งผ่านไลน์ไปยังเพื่อนๆเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ในหัวข้อว่า “Tukky มันไม่ได้กำลังจะสิ้นฤทธ์อย่างที่เราคิด” 
Thaksin_Monument.jpg
หกเดือน ผ่านมาแล้วไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่เป็นแนวบวกให้กับฝ่ายรักประชาธิปไตย  ณ  วันนี้ ผมคิดว่า หมดแล้วครับ ทั้งสองอดีตนายกพี่และน้อง ไม่มีทางกลับมาได้ใจ ไม่มีทางกลับมาได้ร่วมงานใดๆ จากกลุ่มคนที่รักประชาธิปไตยจริงๆ  ถึงแม้ว่าเงินเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้  แต่  มันหมดเวลาแล้ว

อะไรที่ ออกจากปาก มันคือคำพูดที่ไม่มีสัจจะ   จะมั่นใจได้ก็ต่อเมื่อ มีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น

ขอยืมคำ  เนวิน ชิดชอบมา  กล่าวในกระทู้นี้ อีกครั้งว่า  "มันจบแล้วครับนาย"

Last edited by casala (December 16, 2015 8:47 PM)

Offline

#9 December 17, 2015 12:08 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

casala wrote:

กระทู้นี้  ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ สำหรับ คนที่รักประชาธิปไตย จริงๆ 
ไม่มีครับ  คนที่เราจะหวังเป็นผู้นำ  หรือ อาจใช้คำว่าเคยหวัง บัดนี้  อดีตนายก สองท่าน ได้โดนตัดออกจากสารบบ การต่อสู้
หลังจาก  ภาพนี้  ได้สร้าง ประกายความหวังว่า ทักษิณ จะหันหลังมา รักประชาธิปไตยมากขึ้น  เพราะที่ทาง  ชาวไทยจากชิคาโก้ได้โพสต์ข้อความส่งผ่านไลน์ไปยังเพื่อนๆเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ในหัวข้อว่า “Tukky มันไม่ได้กำลังจะสิ้นฤทธ์อย่างที่เราคิด” 
http://s11.postimg.org/9eagmqmab/Thaksin_Monument.jpg
หกเดือน ผ่านมาแล้วไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่เป็นแนวบวกให้กับฝ่ายรักประชาธิปไตย  ณ  วันนี้ ผมคิดว่า หมดแล้วครับ ทั้งสองอดีตนายกพี่และน้อง ไม่มีทางกลับมาได้ใจ ไม่มีทางกลับมาได้ร่วมงานใดๆ จากกลุ่มคนที่รักประชาธิปไตยจริงๆ  ถึงแม้ว่าเงินเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้  แต่  มันหมดเวลาแล้ว

อะไรที่ ออกจากปาก มันคือคำพูดที่ไม่มีสัจจะ   จะมั่นใจได้ก็ต่อเมื่อ มีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น

ขอยืมคำ  เนวิน ชิดชอบมา  กล่าวในกระทู้นี้ อีกครั้งว่า  "มันจบแล้%D0รับนาย"

ขอบคุณ ครับ ที่ให้เกียรติกับกระทู้นี้ ที่ผมตั้งกระทู้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพราะทนไม่ได้ที่จะ ดูเขาออกมาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ต่อไป จากการปากหวานอวยพรปีใหม่แบบคนหน้าด้านที่ไม่สำนึกในการกระทำที่ผ่านมาของเขาเลยและไม่อยากให้ประชาชนคนไทยตกอยู่ในวังวนแบบเดิมๆ ที่ประชาธิปไตยเป็นเพียงนามธรรมที่หลอกชาวโลกต่อไป และทักษิณเองนั้นก็นับว่าเป็นพวก Ultra royalist ที่มีลักษณะนิสัยเผด็จการตัวจริง กะล่อนจริง

และยินดีกับข่าวของชาวไทยในชิคาโก้ ด้วยครับในเรื่องพี่น้องสองคนนี้

Last edited by linc49 (December 17, 2015 12:12 PM)

Offline

#10 December 17, 2015 12:21 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,326

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

เป็นกระทู้ที่เยี่ยมมาก  ผมเองไม่ได้เกลียดชินวัตร  แต่ไม่หวังว่าเขาจะสู้  แน่นอน อย่าเอามาร่วมในการต่อสู้  อย่าไปหวังว่าเขาจะมาช่วยสู้กับโจรลิเก

Online

#11 December 17, 2015 12:25 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,326

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

เขารักษาผลประโยขน์พวกตนที่กะลาแลนด์   ทั้งๆที่ ไม่รอดแน่นอน   http://ifreethai.com/img/smilies/head.gif

Online

#12 January 22, 2016 12:59 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

ระบบ  ธรรม   ผู้นำ  สันดาน   สังคม   ......

อ่านแล้วคิดอย่างไรลองพิจารณา แต่ควรวางใจเป็นกลางก่อนรีบด่วนตัดสิน ขอให้ดูว่ามันจริงหรือไม่อย่างไร ไหนๆ ก็ให้เสนอความเห็นในงาน . RED USA & RED New York  .แล้วก็ขอฝากไว้เป็นส่วนหนึ่งในการระดมความคิด ซึ่งแน่นอนว่าฝ่าย IO ของฝ่าย ทักษิณ คงคิดหนัก จะหาอะไรมาแย้งในข้อเท็จจริงเหล่านี้ นอกจากกลบเกลื่อน บิดเบือนต่อไป

วันก่อนดูความเห็นของคุณ คำผกา แห่ง VoiceTV พูดถึงพัฒนาการของแท๊กซี่ไทย กล่าวถึง ระบบ กับ สันดาน ที่กล่าวว่ามีการสร้างระบบด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดทอนสันดานที่ไม่ดีบางอย่างของคนขับแท๊กซี่ ก็เลยนึกถึง เรื่องเหล่านี้ที่หาข้อมูลมาได้และสัมพันธ์กับในกรณีของ คุณทักษิณ  ก็คิดว่าน่าจะมี คำอื่นที่สอดคล้องและครบถ้วนในเรื่องที่จะกล่าว ที่คิดได้คือ ระบบ  ธรรม   ผู้นำ  สันดาน   สังคม   น่าจะเหมาะกับเนื้อหาบางส่วนที่ได้กล่าวไปแล้วในกระทู้

ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน
http://ifreethai.com/viewtopic.php?id=1448

และส่วนที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นข้อมูลเสริมอีกด้าน โดยจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างคำและเนื้อหาของเรื่องราวที่ผ่านมา

แม้มนุษย์จะพัฒนาระบบอะไรก็ตามที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกโดยเฉพาะระบบการบริหารงานของรัฐ แต่ก็จะมีมนุษย์บางคนที่ไม่รู้จักธรรม นั่นคือไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดในธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตที่อยู่รอบตัวตน และมนุษย์ในจำพวกนี้จะแสวงหาอำนาจเพื่อผลประโยชน์ในความมั่งคั่งแห่งตนเป็นที่ตั้ง โดยเขาจะถือว่าผลที่ทำให้มีความมั่งคั่งแก่ตนจะเป็นความสำเร็จที่ตนเองภูมิใจ แม้ว่าจะเป็นความทุกข์ยากหรือแม้กระทั่งการแลกมาด้วยการสูญเสียชีวิตของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกในสังคมก็ตาม คนๆนั้นจะยังคงยินดีในผลลัพธ์และมิได้ให้คุณค่าใดๆกับเรื่องที่กระทบต่อคนอื่นในสังคมเลย จึงเป็นเรื่องเพ้อฝันที่สังคมจะคาดหวังในตัวผู้นำที่มีลักษณะเช่นนี้ได้ เพราะมนุษย์ผู้นี้มิได้เห็นคุณค่าของสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคของคนทั่วไปเหนือไปกว่าประโยชน์แห่งตน ซึ่งลักษณะนิสัยอย่างนี้นั้นเราสามารถสังเกตได้จากการใช้อำนาจแบบเผด็จการของเขา


c74f24d576f9f82c7809c58fdf06707a.jpg       
คนเกือบจะทุกคนสามารถทนได้ต่อความยากลำบาก แต่เมื่อคุณต้องการจะทดสอบลักษณะนิสัยของคนๆนั้น สามารถทำได้ก็เพียงแต่คุณได้ให้อำนาจแก่เขา

คำกล่าวของลินคอล์นไม่ผิดเลยจาก....ที่เราได้เห็นสันดานของทักษิณ
ในกรณี การใช้อำนาจของทักษิณใน The Thai Gov’ts War on Drugs
ในกรณี อุ้มหายและการลอยนวลพ้นผิด: อาชญากรรมจากน้ำมือรัฐ
ในกรณี ธุรกิจ...ค้าความตายในภาคใต้  เริ่มมีในสมัย ทักษิณ  ...และดำเนินเรื่อยมา
ในกรณี ให้ประทานบัตรทับป่าต้นน้ำ 1 A เหมืองทองคำ จ.เลย……
(จะแสดงเรื่องราวทั้ง 4 กรณีตามมา)

เขาคนนั้นมิสมควรเป็นผู้นำของสังคม เพราะคนที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้จะมีสันดานที่สั่งสมมาจากความคิดและประสบการณ์จนหล่อหลอมความเป็นตัวตนที่เห็นแก่ตัวโดยธรรมชาติ และไม่เห็นธรรมที่จะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แม้เราจะมีระบบที่ดีเพียงใดแต่มนุษย์เช่นนี้ก็จะใช้ระบบนั้นอย่าง บิดเบือน ฉ้อฉล เพื่อประโยชน์แห่งตนเป็นที่ตั้ง นั่นคือสังคมจะมีตัวอย่างผู้นำที่ไม่ดีกลายเป็นสังคมของคนทรามเต็มบ้านเต็มเมือง ประเทศก็จะมีระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้นในหมู่ผู้คนทรามเหล่านั้นเพื่อเกื้อกูลกันและร่วมหาผลประโยชน์ด้วยกันกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของคนในพฤติกรรมแบบโจรเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วก็จะเป็นการยากยิ่งต่อคนในสังคมที่จะหลุดพ้นสังคมทรามและป่าเถื่อนของคนประเภทนี้ ดังนั้นเราจะหวังอะไรในความรับผิดต่อการบริหารงานภาครัฐที่ผิดพลาดจากการใช้อำนาจของคนเช่นนี้คงเป็นไปเกือบไม่ได้และยากยิ่ง ยกเว้นความชอบ สิ่งเหล่านี้ ทักษิณ ได้แสดงออกมาหมดแล้วในห้วงหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 2544 จนถึง 2558 ดังนั้นสังคมควรจะมองจากความจริงที่ว่า

ถ้าเปรียบว่าเราตัดสินในตัวทักษิณว่าเหมือนปลาที่มีตีนสามารถขึ้นมาเกาะบนต้นไม้เหนือน้ำได้ ก็มิได้หมายความว่าทั้งชีวิตของเขาจะอยู่อย่างนั้นตลอดชีวิต นั้นคือความโง่ของเราเองที่เชื่ออย่างนั้น เพราะทักษิณก็คงต้องอยู่กับน้ำอันเป็นระบอบเผด็จการเนียนประชาธิปไตยต่อไปในชีวิตของเขา เราอย่าได้คิดเลยว่าเขาจะให้ชีวิตกับเราที่มีเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เหมือนอย่างเราที่มีชีวิตอย่างนก และไม่มีวันที่เขาจะสร้างรากฐานประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ เพราะการที่เขาอ้างระบอบประชาธิปไตยก็เป็นเพียงวาทะกรรมในการสร้างภาพตัวตนเด่นขึ้นมาเพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อและใช้เงินเพื่อธุรกิจการเมืองของเขาเท่านั้น(หลายคนมองว่าไม่จริง ผลสำเร็จมีมากมายต่อประชาชน แต่ถ้าเรามองจากฐานความรู้ในความเป็นจริงจะพบว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความคิดของเขานะ แต่เป็นทีมงานที่ถูกว่าจ้างมาต่างหากด้วยภาษีของรัฐเพื่อให้ประชาชนศรัทธาและทำให้เขาอยู่ในอำนาจต่อไปได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการโฆษณาต่างๆว่าเป็นความคิดของเขาก็เพื่อให้เขาได้ดำรงตำแหน่งในอำนาจนั้นต่อไปนั่นเอง ตัวอย่างเช่น ทักษิณ มักกล่าวว่าทำให้รัฐสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้ราคาถูก 3.6 หมื่นล้านประหยัดกว่ายุค ชวน หลีกภัย ประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท แต่ความจริงคือเซ็นสัญญาใหม่เพิ่มเติม 39 สัญญา วงเงินพุ่ง 1.9 หมื่นล้าน * จริงๆแล้ว ทักษิณ ก็แค่ตัดแบ่งตอนงานก่อสร้างของสัญญาเดิมเพื่อไว้โฆษณาเท่านั้น ถ้าเก่งขนาดนี้ก็ไปเป็นที่ปรึกษางานสร้างสนามบินทั่วโลกสัก 5 สนามแค่นั้น ทหารอำมาตย์จะยึดทรัพย์ที่มีนั้นก็จะเป็นเรื่อง เล็กๆ) และถ้าประชาชนฉลาดขึ้น รู้ถึงสิทธิ หน้าที่ และอำนาจที่ตนเองมีก็จะทำให้เขามีความเสี่ยงและมีต้นทุนที่สูงในการเข้าสู่อำนาจแห่งรัฐเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากการใช้อำนาจนั้น
* แหล่งข้อมูลที่มา http://www.siamturakij.com/home/news/pr … ws_id=2528


Instine-830x623.jpg   
Albert Einstein



https://twitter.com/JeromeTaylor   ลิงค์ ภาพจากหนังสือใหม่ของทักษิณ
CYls_I9UEAAHxNf.jpg
ปกหนังสือ( พิมพ์เอง เพื่อโฆษณาตัวเอง เหมือน วีดีทัศน์ และหนังสือที่ผ่านๆมา)

CYl2SHmUsAAy88O.jpg   
Jerome Taylor @JeromeTaylor  13 ม.ค. 59
Unsurprisingly war on drugs entry in Thaksin's new book neglects to mention the hundreds of extrajudicial killings

CYl2vwwUsAA85JC.jpg
How Thaksin's new book describes the 2006 coup that toppled him

CYl3WuTUEAAFPuU.jpg
Last page of Thaksin's new self published book speaks of his dream to step foot on Thai soil once more


http://www.globalresearch.ca/thai-prote … le/5361497   ลิงค์ ภาพต่อต้านทักษิณ
Thai Protests: Fake Elections are Unacceptable.

ThailandWarOnDrugs.jpg
Image: “The Thai Gov’ts War on Drugs: Dead Wrong. Stop the Murder of Thai Drug Users.” During Thaksin Shinwatra’s 2003 “War on Drugs” it wasn’t only drug users who were brutally, extra-judicially murdered in the streets, but over 50% of the 2,800 killed during the course of 3 months, were completely innocent, involved in no way with either drug use or trade.



http://www.unionforpeoplesdemocracy.net … i_ICC.html  ลิงค์
Union for People's Democracy  (สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน)  ได้เก็บรวบรวมกรณี ICC ที่ล้มเหลว โดย ธิดา สุนัย เป็นตัวกลางเดินเกม


พรรค ปชป. มีการเกทับ ด้วยการยกกรณีฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด ผลคืออย่างที่ทราบ ทักษิณใช้วิธีมโนไปอ้างอิงว่าจะมีผลต่อสถานะกษัตริย์ แต่ข้อมูลจากนักวิชาการชี้ว่าเป็นการจำกัดวงและมุ่งเป้าบุคคลมากกว่าเปิดเผยความจริงทั้งหมด กลายเป็น ทักษิณ และ นปช. ตลกคาเฟ่(ที่ไม่ขำ) ใช้ศาล ICC มาเป็นเครื่องมือเล่นการเมือง

thongchai.jpg

...........

Prachatai

อุ้มหายและการลอยนวลพ้นผิด: อาชญากรรมจากน้ำมือรัฐ

.... สมัย ทักษิณ ชินวัตร

Fri, 2015-12-25 09:58

ทวีพร คุ้มเมธา

วันอังคารนี้ (29 ธ.ค. 58) ศาลฎีกากำหนดอ่านคำพิพากษาคดีการอุ้มหายทนายสมชาย นีละไพจิตร หลังจากผ่านมา 10 ปี การอุ้มหาย หรือบังคับสูญหาย เป็นอาชญากรรมโดยรัฐอย่างนี้ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศไทย และไม่เคยนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ รายงาพิเศษซึ่งได้รับรางวัลจากแอนเนสตี้อินเตอร์เนชั่นเนลปี 2557 นี้อธิบายปรากฎการณ์การอุ้มหายในไทย และเพราะอะไร การอุ้มหายยังเกิดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546  นายจะวะ จะโล ชนเผ่าพื้นเมืองลาหู่ ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงพร้อมอาวุธครบมือจับ ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นสวนลิ้นจี่ที่จังหวัดชายแดนทางภาคเหนือของประเทศไทย แม้ว่าเจ้าหน้าที่ที่จับตัวเขารายงานผู้บังคับบัญชาว่า ไม่พบยาเสพติดที่นายจะวะ แต่ก็ตัดสินใจพาเขาไปควบคุมตัวที่ห้องขังในค่ายทหารพราน เจ้าหน้าที่เหยียบคอนายจะวะจนลิ้นห้อยออกมาและมีเลือดไหลออกมาปาก ทั้งยังถูกซ้อมและคุมขังอยู่ในค่าย ผู้ถูกคุมตัวชาติพันธุ์ลาหู่ถูกบังคับซ้ำสองให้เตะนายจะวะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ทิ้งร่างนายจะวะไว้บนพื้นจนเสียชีวิต จากนั้นก็นำร่างนายจะวะโยนลงหลุมและยิงซ้ำหลายครั้งจนแน่ใจว่าเขาตายจริง และสั่งให้ผู้ถูกคุมตัวสองคนฝังร่างนายจะวะ ไม่กี่วันต่อมาลูกสาวของนายจะวะเดินทางไปที่ค่ายทหารพรานสองครั้งเพื่อตามหาพ่อ ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ได้ปล่อยตัวนายจะวะแล้วและไม่ทราบเรื่องที่นายจะวะหายไปเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สองเจ้าหน้าที่บอกว่านายจะวะถูกพาไปที่เชียงใหม่

นายจะวะ จะโล ยังคงหายสาบสูญ

นายสีละ จะแฮ นายกสมาคมลาหู่ กล่าวว่า ชนเผ่าลาหู่กว่า 20 คน ถูกบังคับให้สูญหาย จากฝีมือทหารพรานหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

13399652234_1bb90209a7.jpg
ชนเผ่าพื่นเมืองลาหู่ ประมาณ 120,000-150,000 คน อาศัยอยู่ที่อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอไชยปราการ และ อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประชากรประมาณ 90% มีสัญชาติไทย   


ตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร ประกาศนโยบาย “สงครามยาเสพติด” เมื่อ พ.ศ. 2546 ชาวลาหู่ที่อาศัยอยู่ตะเข็บชายแดนระหว่างประเทศเมียนมาร์กับจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ ต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว

เจ้าหน้าที่รัฐเชื่อว่า อำเภอตะเข็บชายแดนเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการลักลอบขนยาเสพติด จากรัฐว้า ในประเทศเมียนมาร์ และ “ชาวเขา” บางส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด

“สงครามยาเสพติด” ทำให้ชาวลาหู่ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากข้อสันนิษฐานบนพื้นฐานการเหมารวมและอคติของเจ้าหน้าที่รัฐว่า “ชาวเขา” เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่างๆ ชาวเขาลักลอบขนยาเสพติด ตัดไม้ทำลายป่า และบุกรุกที่ดิน 

ในช่วงนี้เอง เจ้าหน้าที่รัฐ โดยมากเป็นทหารและทหารพรานจับกุมคุมขังผู้คนตามอำเภอใจ โดยอ้างว่าผู้ถูกควบคุมตัวอาจเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด หรือมีสิ่งผิดกฎหมายในครอบครอง  เมื่อถูกควบคุมตัวชาวบ้านจะถูกปิดตา ซ้อม และนำตัวไปยังค่ายทหาร ซึ่งจะถูกซ้อมซ้ำอีกและถูกเจ้าหน้าที่สอบสวน ผู้ถูกควบคุมตัวจะถูกขังในหลุมดินกว้างประมาณ 2-3 เมตร ลึก 4 เมตร  หลุมหนึ่ง ๆ มีผู้ถูกควบคุมตัวราว 10 คน แต่บางครั้งอาจมีจำนวนผู้ถูกควบคุมตัวแออัดกันถึง 40 คนต่อหลุม

ผู้ถูกควบคุมตัวส่วนมากถูกขังต่อเนื่องเจ็ดวัน แล้วจึงถูกนำตัวไปซักถามและทรมาน เช่น ใช้ไฟฟ้าช็อต ผู้ถูกควบคุมตัวได้รับประทานอาหารวันละสองครั้ง ระยะเวลาควบคุมตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 2-3 เดือน แต่ก็มีบางคนถูกควบคุมตัวเพียง 45 วัน

สีละ บอกว่า “สภาพในหลุมขังเลวร้ายมาก เราทั้งกิน นอน ถ่ายเบา ถ่ายหนัก อยู่ในนั้น”

13396645525_0b3a30afff_o.png
สีละ จะแฮ นายกสมาคมชาวลาหู่


เรื่องเล่าของหลุมขังและการทรมานเป็นเรื่องที่ชาวลาหู่รู้กันอย่างแพร่หลาย หลายกรณีพบว่า ทันทีที่จับกุมตัวบุคคลได้ เจ้าหน้าที่จะยิงและซ้อมผู้ถูกจับกุมต่อหน้าชาวลาหู่คนอื่นๆ ในที่สาธารณะ เหยื่อและครอบครัวของเหยื่อไม่กล้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าตนเองจะถูกอุ้มหายไปด้วย

นายกสมาคมชาวลาหู่กล่าวว่า “เป็นธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่จะจับชาวบ้าน และนำตัวมาซ้อมต่อหน้าชาวบ้านคนอื่นๆ”

สีละเป็นนักกิจกรรมลาหู่ที่เรียกร้องและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเพื่อชาวลาหู่และชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มอื่นๆ ในประเทศไทย เขาเองเคยถูกควบคุมตัวในหลุมดินที่ค่ายทหารพรานสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อบังเอิญเจอกลุ่มทหารพรานระหว่างทางกลับบ้านจากสถานีตำรวจ ครั้งที่สองทหารมากักตัวขณะประชุมร่วมกับสมาชิกสมาคมลาหู่ สีละยังโชคดีกว่าชาวลาหู่คนอื่น ๆ เพราะได้รับการปล่อยตัวโดยไม่เป็นอันตราย หลังจากภรรยาร้องเรียนกับนักการเมืองท้องถิ่น
 
หลังสงครามกับยาเสพติดยุติลงเมื่อปลาย พ.ศ. 2546 การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม และการบังคับให้สูญหายยังดำเนินอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่รัฐจะมาถึงหน้าบ้านและอ้างสิทธิเพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายและสั่งค้นหาโดยไม่มีหมายค้นจากศาล หรือแม้กระทั่งใช้หมายปลอม เอาของมีค่าและยานพาหนะจากบ้านและกักตัวบุคคลโดยไม่ทราบสถานที่ในสถานกักกันที่ทางการ

สีละกล่าวว่า ทุกวันนี้การกระทำดังกล่าวสร้างปัญหาใหม่เมื่อชาวลาหู่บางคนในพื้น ที่ที่ทำงานในสำนักงานการเมืองท้องถิ่นกล่าวหาคู่แข่งของตนว่า มีส่วนร่วมกับการค้ายาเสพติดหรือการครอบครองสิ่งที่ผิดกฎหมาย ชาวบ้านลาหู่บางคนถึงกับตัดสินใจหลบหนีไปอยู่ป่าหรือไปพม่า บางคนเข้าร่วมกลุ่มติดอาวุธเพียงเพื่อหลบหนีความโหดร้ายจากน้ำมือรัฐไทย
 
สีละกล่าวว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดต้องรับผิดจากการก่ออาชญากรรมต่อชาวลาหู่

ห่างไปอีก 1,800 กิโลเมตร ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังมีปัญหาคุกรุ่น หลังจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอบันนังสตา เป็นเป้าการเผาโรงเรียนถึง 8 ครั้ง เจ้าหน้าที่ความมั่นคงท้องถิ่นจับนายมะยาเต็ง มะรานอ ภารโรงในโรงเรียนไป เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2550 ทหารพราน 50 นาย จากกรมทหารพรานที่ 41 ปิดล้อมหมู่บ้าน และตั้งด่านตรวจหน้าบ้านนายมะยาเต็ง  ประมาณเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านนายมะยาเต็ง และสอบสวนว่าทำไมจึงปล่อยให้โรงเรียนถูกเผา และถามว่าลูกชายวัยรุ่นของนายมะยาเต็งอยู่ที่ไหน นายมะยาเต็งปฏิเสธและถูกจับโดยไม่มีหมายจับตามอำนาจภายใต้กฎอัยการศึก โดยเจ้าหน้าที่ยึดสิ่งของส่วนตัวหลายรายการ ตลอดจนรถกระบะไปด้วย

เรื่องของนายมะยาเต็งและนายจะวะเป็นหนึ่งในกรณีผู้ถูกบังคับสูญหายและถูกทรมานราว 70 คน ที่มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพบันทึกข้อมูลไว้ มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพเป็นองค์กรเอกชน ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และทำงานเรื่องการบังคับสูญหาย การทรมาน และวิสามัญฆาตกรรม 

13399456454_1bec28dc97.jpg
หนึ่งในกรณีเหล่านี้ มี 30 ราย ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายต่อต้านกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ในสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส และ สี่อำเภอในจังหวัดสงขลา ที่เพิ่งผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสยาม เมื่อ พ.ศ.  2482  พื้นที่เหล่านี้มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายูมุสลิม ซึ่งไม่สันทัดภาษาไทย

ชายแดนใต้มีประวัติศาสตร์การต่อต้านรัฐสยามมายาวนาน สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงอีก เมื่อ พันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร ยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายเเดนใต้ (ศอบต.) และใช้กำลังตำรวจที่ไม่เป็นที่นิยมมาปฏิบัติหน้าที่แทน เมื่อ พ.ศ. 2545

หลังจากนั้นรัฐไทยตอบโต้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนใต้ด้วยการใช้นโยบายทางทหารเข้มข้น สืบเนื่่องจนถึงในรัฐบาลต่อ ๆ มาเพื่อเเก้ปัญหา โดยการส่งกำลังทหารลงพื้นที่จำนวนมาก เเละการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง เช่น พระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน รายงานของมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพเรื่องการบังคับให้บุคคลสูญหายในประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 กล่าวว่า “มาตรการนี้ ผนวกกับการใช้ความรุนเเรงเเละการคุกคามจากกลุ่มเเบ่งเเยกดินเเดน ทำให้พลเรือนตกอยู่ในความหวาดกลัว  พบปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การจับกุมขุมขังตามอำเภอใจ การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม  เเละการบังคับสูญหาย เป็นได้ทั่วไปในภาคใต้”

นโยบายที่นำไปสู่ความรุนเเรงโดยรัฐ

น่าสนใจว่านโยบายที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงมาจากผู้นำที่เป็นที่นิยมเเละได้รับเสียงส่วนใหญ่การเลือกตั้ง ทว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงภายใต้การบริหารของทักษิณเหมือนจะถูกลืมเมื่อประเทศถูกครอบงำด้วยความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสี

ลักษณะของนโยบายที่มักนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เช่น การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม และการบังคับสูญหายเป็นอย่างไร ไทเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียมีคำตอบว่าลักษณะของนโยบายที่มักนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงมักเกิดจากการสร้างพื้นที่สีเทาให้เจ้าหน้าที่

“ในกรณีสงครามยาเสพติด เพียงเเค่นโยบายที่คลุมเครือก็พอเเล้วที่จะเปิดช่องว่างให้เกิดพื้นที่สีเทาขนาดใหญ่หลากหลายรูปแบบให้เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่รับคำสั่งให้  ‘จัดการปัญหายาเสพติด' แต่ทักษิณหรือผู้ใต้บังคับบัญชาใกล้ชิดไม่บอกว่า เจ้าหน้าที่ควรดำเนินการอย่างไร ซึ่งฮาร์เบอร์คอร์นชี้ว่า วิธีนี้กลายเป็นการส่งสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่สามารถทำอะไรก็ได้ที่จำเป็น 

ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวว่า นโยบายกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายในพื้นที่ใช้วิธีเเบบ 'ตาต่อตา' ซึjงหมายความว่า ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดถูกจัดประเภทเป็น ‘ภัยความมั่นคง’ เจ้าหน้าที่จึงสามารถใช้วิธีที่เด็ดขาด รุนแรง เเละไร้ความปรานีได้ นอกจากนั้น แต่ละจังหวัดยังต้องดำเนินการจับกุมเเละยึดยาเสพติดให้ได้ตามโควต้าหากตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้ตามโควต้าจะถูกลงโทษ

ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวเพิ่มเติมว่า ในกรณีจังหวัดชายเเดนใต้  พื้นที่สีเทาที่มาจากกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงที่บังคับใช้ในพื้นที่ โดยทั่วไปเเล้วกฎหมายความมั่นคงทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลโดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหาตั้งเเต่ 7-30 วัน เเละยังอนุญาตให้ควบคุมตัวในสถานที่กักตัวอย่างไม่เป็นทางการ เช่น ค่ายทหาร หรือวัด ครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัวไม่ทราบว่าผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน หรือจะสอบถามเรื่องผู้ถูกควบคุมตัวได้ที่ไหน ทั้งยังมีการห้ามมิให้ทนายความเข้าพบ ตลอดจนกักตัวผู้ถูกควบคุมตัวไม่ให้พบผู้ใดทั้งสิ้น   

อาชญากรรมอย่างเป็นระบบจากน้ำมือรัฐ: กรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร

กรณีการบังคับให้สูญหายที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายกรณีหนึ่ง คือ กรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชนมุสลิม วันที่ 12 มีนาคม 2557  เป็นวันครบรอบปีที่ 10 ของการหายตัวของทนายสมชาย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทักษิณ
 
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทนายสมชายเป็นทนายของผู้ต้องสงสัยมาเลย์มุสลิม ที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยอาวุธจากค่ายทหารในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2547 ทนายสมชายพบว่าลูกความถูกทรมานและบังคับให้รับสารภาพ ในขณะที่ถูกควบคุมตัวที่กองบังคับการปราบปราม  เชื่อว่าการทรมานที่ใช้มีทั้ง การทุบตี เตะ ใช้ไฟฟ้าช็อต และปัสสาวะเข้าปาก ทนายสมชายเปิดโปงข้ออ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามกระทำทรมาน ในวันต่อมา ที่เวทีเสวนาในกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงและผู้สื่อข่าว และทนายสมชายยังยื่นคำร้องกล่าวหาว่ามีการละเมิดต่อหน่วยงานรัฐหลายรายภายหลัง

13397422234_50925be65c_o.png
ทนายสมชาย นีละไพจิตร  พบตัวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547


เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2547 ทนายสมชายกำลังขับรถยนต์อยู่ที่ถนนรามคำแหง เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. รถยนต์ที่ขับตามหลังทนายสมชายบังคับให้ทนายสมชายหยุดรถ พยานคนหนึ่งเห็นทนายสมชายพูดกับชาย 5 คน ที่บังคับให้ทนายสมชายขึ้นรถที่ตามมา หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้พบเห็นทนายสมชายอีกเลย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายถูกตั้งข้อหาปล้นและบังคับขืนใจ มีพยานชี้ตัว พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ว่าเป็นผู้ผลักทนายสมชายเข้าไปในรถ พ.ต.ต. เงิน เป็นทีมสอบสวนกรณีปล้นปืน และมีการชี้ตัวว่า พ.ต.ต. เงิน เป็นผู้ทำร้ายผู้ต้องสงสัยชาวมลายูในคดีกระทำทรมาน   

ประทับจิต นีละไพจิตร บุตรสาวทนายสมชายและนักวิจัยมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เคยให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ครั้งหนึ่งว่า ตนเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ 20 คนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมครั้งนี้ 

หลักฐานที่น่าเชื่อถือประการหนึ่ง คือ บันทึกการใช้โทรศัพท์มือถือของจำเลยทั้งห้า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2547   ที่ทนายสมชายหายตัวไป  เจ้าหน้าที่ทั้งห้าโทรหากันเองถึง 75 ครั้ง ซึ่งแตกต่างจากจำนวนการโทรศัพท์หากันก่อนหน้าและหลังจากวันที่ 12 มีนาคม  แสดงว่าทั้งห้าคนไม่ได้ติดต่อกันมากนัก บันทึกการใช้โทรศัพท์แสดงให้เห็นว่า ทั้งห้าคนติดตามทนายสมชายตั้งเเต่เช้า จนกระทั่งทนายสมชายหายตัวไป  สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ มีจำเลยรายหนึ่งโทรหาคนที่สำนักนายกรัฐมนตรีหลังจากเกิดเหตุที่ถนนรามคำแหง 

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 ศาลชั้นต้นตัดสินว่ามี พ.ต.ต. เงิน เพียงคนเดียวที่กระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวและกักขังผู้อื่นให้เสียอิสรภาพ ซึ่งถือว่าเป็นความผิดสถานเบา  ต่อมา พ.ต.ต. เงิน ได้รับการประกันตัวออกไป วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทราบว่านายสมชายเสียชีวิตแล้วจากการกระทำของเจ้าหน้าที่

พ.ต.ต. เงินหายตัวไปตั้งแต่เดือน กันยายน  พ.ศ. 2551

นายอับดุลเลาะห์ อาบูการี พยานและลูกความคดีถูกทรมานของทนายสมชายก็หายตัวไปด้วย

ต่อมา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกฟ้องจำเลยคดีอุ้มทนายสมชายทุกคน เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ และศาลมีคำสั่งว่า อังคณา  นีละไพจิตร ภริยาทนายสมชาย ไม่สามารถเป็นโจทก์ร่วมแทนนายสมชายได้  โดยศาลให้เหตุผลว่า  ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านายสมชายถูกสังหารหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถกระทำการด้วยตนเองได้ 

กล่าวอีกทางหนึ่งก็คือ ศาลอุทธรณ์ต้องการหลักฐานเป็นศพของเหยื่อการบังคับให้สูญหายก่อนมีคำพิพากษาว่าเหยื่อเสียชีวิตแล้ว 

ประเทศไทยยังไม่ได้บังคับใช้กฎหมายที่ทำให้การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นอาชญากรรม ทำให้กฎหมายปัจจุบันรับรู้การบังคับสูญหายในฐานะคดีฆาตกรรม ซึ่งต้องพบศพผู้ตายก่อน

ในเดือนพฤษภาคม 2557 ศาลฎีกาอ่านคำวินิจฉัยไม่รับหลังฐานบันทึกการใช้โทรศัพท์ที่ครอบครัวนีละไพจิตรยื่นเพิ่มเติมในชั้นฎีกา โดยให้เหตุผลว่า หลักฐานดังกล่าวไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะไม่ใช่การให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการโดยผู้ให้บริการโทรศัพท์และไม่มีเจ้าหน้าที่จากผู้ให้บริการมาเบิกความในศาล
 
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีนี้ สมาชิกครอบครัวทนายสมชายและคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล หรือ ไอซีเจ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของดีเอสไออย่างรุนแรง  ว่าการทำงานของดีเอสไอไร้แรงจูงใจทางการเมืองจนไม่สามารถจัดหาผู้เชี่ยวชาญและหลักฐาน ทั้งยังปรากฏช่องโหว่หลายจุดในการเตรียมพยานหลักฐาน จึงมีผลให้ศาลปฏิเสธหลักฐานดังกล่าว ไอซีเจยังเรียกร้องให้ดีเอสไอตั้งข้อหาฆาตกรรมต่อจำเลยด้วย
 
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ดีเอสไออ้างว่าแฟ้มคดีนายสมชายหายไปหลังจากผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลชุมนุมที่สำนักงานใหญ่ ดีเอสไอจึงไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแห่งคดีต่อไปได้ แต่ปรากฏภายหลังว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้บอกนางอังคณาว่า นายสมชายถูกทรมานจนตาย ณ ที่แห่งหนึ่ง ใกล้กับสำนักงาน กองบังคับการปราบปราม ศพถูกเผาและนำอัฐิไปทิ้งที่แม่น้ำแม่กลอง แม้ว่าดีเอสไอดูเหมือนจะรู้ชะตากรรมของทนายสมชาย  แต่ต่อมากลับประกาศเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 ว่าจะพิจารณาปิดคดี
 
ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวว่า กรณีทนายสมชายหายตัวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การบังคับให้บุคคลสูญหายในประเทศไทยได้กลายเป็นอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ อาชญากรรมนี้มีการสมรู้ร่วมคิดจากเจ้าหน้าที่ทุกระดับ สายการบังคับบัญชาทำให้ไม่มีใครสามารถวิพากษ์วิจารณ์ตำรวจที่ก่ออาชญากรรม จนกลายเป็นอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ เพราะไม่มีผู้ใดต้องรับผิด
 
อังคณากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีทนายสมชายถูกพักราชการเป็นเวลาสั้น ๆ ในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาใหม่และยังได้รับการเลื่อนขั้นในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วย

ฮาร์เบอร์คอร์นชี้ว่า “เจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณว่าสามารถกระทำเช่นนี้ได้ โดยไม่ได้รับโทษทัณฑ์ใดๆ  ในความเป็นจริง เจ้าหน้าที่อาจได้รับรางวัลจากการกระทำดังกล่าวด้วย” 

วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด คือวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการบังคับให้บุคคลสูญหาย

ความล้มเหลวที่น่าอดสูที่สุดของประเทศนี้ ในการฟ้องร้องเอาผิดหน่วยงานของรัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง คือ การบังคับให้บุคคลสูญหายหมู่ การทรมาน และการสังหารผู้ต้องสงสัยคอมมิวนิสต์ ทางตอนใต้ของจังหวัดพัทลุงในช่วงสงครามเย็น ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า การสังหารด้วย "ถังเเดง"  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายใต้การปกครองแบบเผด็จการต่อต้านคอมมิวนิสต์ภายใต้รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร

15394997768_a7d2e12f7e_z.jpg
ภาพด้านบนขวาแสดงให้เห็นวิธีการฆ่าผู้ต้องสงสัยคอมมิวนิสต์ ที่ถูกจับยัดลง 'ถังแดง' ส่วนภาพด้านซ้ายแสดงภาพอนุสาวรีย์รำลึกการฆาตกรรมถังเเดง ภาพ: บางกอกโพสต์ เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2546 


ชื่อเรียก "ถังเเดง" มาจากวิธีการสังหารผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์  เชื่อว่ามีผู้ต้องสงสัยหลายพันคนเสียชีวิตเพราะถูกจับเผาทั้งเป็นในถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร  ในขณะที่ทำการเผาจะมีการเร่งเครื่องยนต์รถบรรทุกเพื่อกลบเสียงกรีดร้องของผู้ถูกสังหาร  ฮาร์เบอร์คอร์นเขียนไว้ในหนังสือ "ฆ่าลอยนวลในประเทศไทย: ความรุนแรงจากน้ำมือรัฐและการลอยนวลพ้นผิดที่พัทลุง” ว่า เมื่อ พ.ศ. 2515 ประมาณว่ามีผู้เสียชีวิตจากการถูกเผาในถังแดงราว 3,000 คน   

ความโหดร้ายนี้เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลเผด็จการทหาร แต่การเปิดโปงอาชญากรรมนี้กลับดำเนินการโดยนักศึกษานักกิจกรรมช่วงที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยในช่วงสั้นๆ เมื่อ พ.ศ. 2518 เพียงสองปีหลังจากการลุกฮือเมื่อ 14 ตุลาคม 2516

tang-dang.jpg?w=652&h=445
อนุสาวรีย์ "ถังแดง" ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง
ภาพ: บล็อก แม่โขง ทราเวลเลอร์


ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวในงานวิจัยว่า การเปิดโปงนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย สื่อรายงานกรณีถังแดงอย่างแพร่หลาย ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลพลเรือนลงโทษผู้กระทำผิด กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีดังกล่าวช่วงกลาง พ.ศ. 2518 ประมาณหนึ่งเดือนให้หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ข้อสรุปว่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกสังหาร แต่มีผู้เกี่ยวข้องเพียงเจ็ดสิบหรือแปดสิบคน แทนที่จะเป็นจำนวนหลายพันคน  แม้ว่ามีการระบุจำนวนผู้ได้รับผลกระทบแต่ไม่มีใครถูกลงโทษ หน่วยงานของรัฐที่พึงรับผิดต่อการสังหารยังคงทำงานตามต่อไปปกติ

ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวว่า "การลอยนวลพ้นผิดและการบังคับให้บุคคลสูญหาย มีความสัมพันธ์กันโดยตรง ดิฉันประหลาดใจเสมอๆ เพราะมีการบังคับให้บุคคลสูญหาย การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม และสังหารหมู่มากมาย แต่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำได้น้อยมาก" 
 
เนื่องจากไม่มีใครต้องรับผิด การบังคับให้บุคคลสูญหายและการวิสามัญฆาตกรรม ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นบรรทัดฐานและอาจเฟื่องฟูท่ามกลางวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดเสียด้วยซ้ำ

หมายเหตุ: รายงานข่าวนี้ปรับมาจากรายงานซึ่งถูกเผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาอังกฤษใน Prachatai English ในชื่อ Crime of the State: Enforced disappearance, killings and impunity เมื่อเดือนมีนาคม 2557 และได้รับรางวัลชมเชย ประเภท สื่ออนไลน์ รางวัลสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชนของ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย ประจำปี 2557

..............

ธุรกิจ...ค้าความตายในภาคใต้ เริ่มมีในสมัย ทักษิณ  ...และดำเนินเรื่อยมา

ผบ.ทบ.       พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร    1 ตุลาคม พ.ศ. 2546 –30 กันยายน พ.ศ. 2547
                    พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ    1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 –30 กันยายน พ.ศ. 2548

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews … 0000023402

ย้อนรอยคดีปล้นปืน...ปฐมบทแห่งไฟใต้

อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 400 กระบอก  เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 จากค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 จ.นราธิวาส

Wikipedia
ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย


http://prachatai.org/journal/2004/12/1806

ปากคำ" ไพศาล พรหมยงค์" กับความจริงที่ตากใบ

Mon, 2004-12-20 09:36

"ข้อเสนอแนะจุดแรกเลยคือให้เอาความจริงมาเปิดเผย พูดความจริงว่าเป็นมาอย่างไร ชาวบ้านเขาก็รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร หากพูดความจริงชาวบ้านเขาจะได้มั่นใจว่าต่อไปคุณจะพูดความจริง ถ้าตรงนี้โกหก เขารู้ วันหลังพูดความจริงเขาก็ไม่เชื่อ" นายไพศาล พรหมยงค์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามให้สัมภาษณ์" ประชาไท" ถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีสลายการชุมนุมที่ตากใบ

นายไพศาลกล่าวว่า กรรมการฯสรุปผลสอบแล้วแต่ยังไม่เผยแพร่ข้อมูล เพราะให้ความสำคัญคณะที่รัฐบาลตั้งขึ้นโดยมีนายพิเชต สุนทรพิพิธเป็นประธานในการตรวจสอบ ว่าทางชุดที่รัฐบาลตั้งจะชี้แจงอย่างไร ถ้าชี้แจงแล้วตรงกับข้อมูลที่ทางกรรมการกลางฯตรวจสอบก็จบไป แต่ถ้าไม่ตรงก็ต้องมีการพูดคุยว่าที่มันไม่ตรงกันในส่วนไหน หลักฐานใครเป็นอย่างไร

ถ้าคุยกันแล้วยังไม่มีการยอมรับในข้อเท็จจริงก็ต้องมีการนำเสนอข้อมูล หลักฐานว่าเป็นอย่างไร ในเบื้องต้นรายงานที่กรรมการอิสลามกลางสรุปไม่เหมือนกับที่ทางรัฐบาลชี้แจง อย่างเรื่องผู้อยู่เบื้อง หลังจากสลายการชุมนุมนั้นแล้วแต่ใครจะมอง การอยู่เบื้องหลังทางราชการเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีตัวตนจริงไหม เหมือนที่รัฐบาลบอกว่ามีกลุ่มแยกดินแดน กลุ่มแยกดินแดนมีมาเป็นปีแล้ว สมัยก่อนยืนยันได้ มีบีอาร์เอ็น มีพูโล แต่ตอนนี้ใครละคือกลุ่มแยกดินแดน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ขณะนี้ ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นขบวนการเพราะไม่มีขบวนการไหนที่มีตัวตนแล้วไม่เปิดเผย เพราะพวกขบวนการต้องหาเงิน หางบประมาณ ถ้าไม่มีตัวตนมารับผิดชอบ จะหางบประมาณมาจากใคร ไม่มีขบวนการไหนในโลกที่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทำร้ายพระ ทำร้ายโต๊ะครู เพราะเขาต้องการแนวร่วมแล้วจะไปผลักคนออกทำไม เขาต้องการมวลชน

" คำว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใครล่ะ ใครระบุได้ มันไม่มีตัวตน ไม่มีใครชี้ได้ พูดง่ายว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ใครก็พูดได้ เด็กก็พูดได้ ใครละอยู่เบื้องหลัง" นายไพศาลกล่าว

การที่มาบอกว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ทุกอย่างทหาร ตำรวจทำถูกต้องเรียบร้อยแล้ว เป็นการชุมนุมที่ไม่ถูกกฎหมาย จบ แต่ถามว่า คือความจริงใช่ไหม ลูกหลานเขาพึ่งโดนซ้อมไป ลูกหลานเขาโดนยิงไป ลูกหลานเขาพิการไป หลายคนที่โดนจับ เขารู้และตั้งคำถาม อย่างสาเหตุที่จับในพื้นที่ได้แค่ 300 คน อีก 1,000 คนโดนจับตามถนนคน เพราะที่เกิดเหตุการณ์นั้นจุคนได้ไม่เกิน 500 คนเท่านั้น

อ.ตากใบ มันเป็นเส้นทางเดินทางไปมาเลย์ เหมือนโกลก (อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส) บางคนเขาถือเงินไป พอเจ้าหน้าที่เห็นเป็นเงินเหรียญ(เงินมาเลเซีย) ถามว่าเอาเงินมาจากไหน พอบอกมาจากมาเลเซีย ก็ตีความว่าเขาเอาเงินมาเลเซียมาแจก ทั้งที่เขากลับจากการค้าขายที่มาเลเซีย
และไม่มีใครรับผิดชอบให้กับจำนวนเงินของเขาที่สูญหายไป ระหว่างที่โดนจับอีกด้วย

กระสุนปริศนา?
นายไพศาลกล่าวว่า กระสุนที่ยิงผู้ชุมนุมเสียชีวิตหน้า สภอ.ตากใบ หากไม่ใช่กระสุนเจ้าหน้าที่จะเป็นกระสุนของใคร พอเสียง พอน้ำมา เสียงปืนดังผู้ชุมนุมก็หมอบกันทุกคน หมอบกันหมดแล้วใครจะเป็นผู้ยิง ภาพที่ออกในหนังสือพิมพ์ชัดเจนว่ามีทหารยิง มีกระสุนออกมา

หลายกรณีชัดเจนอยู่ในวีซีดี ชัดอยู่ในรูป ชัดอยู่ในเหตุการณ์ อย่างที่ท่านนายกฯบอกว่ามีการตัดต่อวีซีดี กรรมการกลางฯไม่ได้สนใจเลย จะตัดต่อหรือไม่ตัดต่อ ถามว่าจริงหรือไม่เท่านั้น เสียงปืนมีจริงไหม พอหลังจากเหตุการณ์ชุลมุนสงบลง มีเสียงปืน ยิงนัดสองนัด นั่นคือเสียงปืนอะไร จะมาบอกว่าผู้ก่อการที่อยู่ในกลุ่มการชุมนุมยิงนั่นไม่มีทาง เพราะนอนกันหมดแล้ว

กรณีอาวุธที่ตรวจพบนั้นแค่ผู้ก่อการถือปืนเข้ามาในที่เกิดเหตุก็โดนจับหมดแล้ว เพราะกว่าจะเข้ามาในเหตุการณ์ มันเป็นทางเข้าที่ถูกล้อมกรอบรูปสี่เหลี่ยม คือหน้าโรงพักเป็นสนามเด็กเล่น ตอนที่เดินเข้ามาถ้าถืออาวุธผ่านเข้าด้วยเป็นไปไม่ได้เลยที่ทหารจะไม่เห็น ยิ่งที่บอกว่าเป็นปืนอาก้า ปืนเอ็ม-16 นั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้

ที่สำคัญคือ กล้องทุกมุม ไม่ว่ากล้องของตำรวจ กล้องของทหาร กล้องของสื่อ ฉายออกไปทำไมไม่เห็นคนถืออาวุธ เห็นแต่ตำรวจทหารถืออาวุธ ไม่เห็นพวกก่อการถืออาวุธเลย ทั้งที่มีกล้องเป็นสิบๆตัว อันนี้ไม่ต้องสอบแค่มานั่งดูในวีซีดีก็จบแล้ว สิ่งที่ต้องสอบคือสิ่งที่มองไม่เห็น

อย่างเรื่องคนสั่งการเมื่อมันมีความบกพร่องของทหาร ตำรวจ หรือใครก็ต้องสอบ มันบกพร่องเพราะใคร ใครเป็นคนสั่งการ ใครเป็นคนทำ ถามว่าทหารบกพร่องไหม ถ้าบกพร่องก็ไปสอบกันต่อ นี่เป็นเรื่องของกฎหมายทหารว่าใครรับผิดชอบ

เรื่องการยิงคนในแนวราบก็เหมือนกัน มีผู้บาดเจ็บจากการโดนยิง แม้แต่นอนราบแล้วยังโดนยิงก็มี คนที่นอนราบโดนกระสุนจากข้างบนก็มี ถามว่าใครยิง ผู้ก่อการจะยิงตอนไหนในเมื่อคนนอนราบหมดแล้ว เขาจะมีปัญญาแอบยิงอยู่ที่ไหนได้ ถ้ามีโจรจริงก็คงหนีไปแล้ว

ในวีซีดีเห็นว่าคนที่ยืนได้มีทหารกับตำรวจเท่านั้น แล้วถามว่าทหารกับตำรวจปล่อยให้คนอื่นมายิงมันเป็นไปได้หรือ เรื่องนี้ไม่ต้องสอบก็รู้ อยู่ที่ว่าจะยอมรับไหม เรื่องคนหายก็มีเยอะ อย่างแรกๆรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย(นายโภคิน พลกุล) บอกว่าไม่มี ทำไปทำมาบอกว่ามี

จับโกหก78 ศพตายเพราะ...?
เรื่องการซ้อนทับ สาเหตุการขาดอากาศหายใจทางกรรมการกลางฯมีข้อมูลเยอะมาก นี่คือเรื่องที่ต้องสอบเพราะในขณะนี้ทหารเองก็ออกมาบอกปัด อย่างในหนังสือพิมพ์วันที่15 ธ.ค.นี้ หน่วยงานของทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนบอกว่าไม่เกี่ยว พอสลายเสร็จก็กลับ

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตชด.บอกว่าไม่เกี่ยวเลย เขาบอกว่าตชด.ถูกเชิญมาร่วม เขาไม่ได้เข้าไปร่วมการปราบปรามด้วยซ้ำ ยืนอยู่ข้างนอก ฉะนั้นหน่วยงานที่เหลือก็คือตำรวจ กับทหารพรานที่ต้องมารับผิดชอบตรงนี้ นี่ขนาดเจ้าหน้าที่เองยังเริ่มปัดความรับผิดชอบกันแล้ว

การขาดอากาศหายใจเป็นคำพูดของคุณหญิงพรทิพย์(แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์)จริงไม่จริงก็เริ่มจะเห็นแล้ว ตอนแรกคุณหญิงพรทิพย์พูดคนเชื่อทั้งประเทศ แต่พอผ่านไปอาทิตย์หนึ่งก็เริ่มไม่เชื่อกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคุณหญิงพรทิพย์พูดเพราะรู้ว่าศพทั้งหมดจะต้องถูกฝังภายใน 24 ชั่วโมง คุณหญิงพรทิพย์พูดว่ามีผู้บาดเจ็บหนักๆ มีรอยฟกช้ำ ดำเขียวแค่ 5 คน นอกนั้นมีรอยถลอกเล็กน้อยก็กับขาดอากาศหายใจ

จากนั้นภายใน 24 ชั่วโมงศพเหล่านั้นถูกฝังหมด คุณหญิงพรทิพย์ยืนยันว่าไม่มีรอยปืน ไม่มีรอยฟกช้ำ ดำเขียว แต่ถามว่าพูดจริงรึเปล่า คุณหญิงพรทิพย์ต้องตอบกับสังคมว่าพูดจริงไหม ถ้าพูดจริงเดี๋ยวจะเอาหลักฐานให้ดู แต่ถ้าพูดไม่จริงถามว่าคุณหญิงพรทิพย์โกหกเพื่ออะไร ใครสั่งให้โกหกหรือไม่

อย่าลืมว่าในโลกนี้ความผิด ความถูกมีหลักฐาน หนึ่งคือภาพถ่าย ถ้าเกิดมี 5 ศพใน 78 ศพ โดนซ้อมจนตายใครรับผิดชอบ สองคือครอบครัวผู้เสียชีวิตเขายืนยันได้ เพราะเขาต้องเอาศพไปกลับไปอาบน้ำ อยากจะถามคุณหญิงพรทิพย์ว่าจะเอาอะไรเป็นประกันคำพูดของตัวเอง

กรณีคลุมถุงดำมีคนยืนยัน เรามีหลักฐานยืนยันว่ามีการคลุมถุงดำ คนที่โดนคลุมยังไม่ตาย เขาบอกว่าโชคดีที่มีเพื่อนช่วยดึงออก มีคนยืนยัน มีตัวตน มีชื่อ มีรูปถ่ายด้วย อีกอย่างที่อยากให้คุณหญิงพรทิพย์ชี้แจง ตรงที่พูดว่าไม่มีการซ้อมพูดเพื่ออะไร เพราะจากรูปถ่าย ถามว่านี่กี่คน (เอารูปถ่ายศพให้ดู) สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐาน อย่างนี้ซ้อมไหม ฟันฟางหายหมด เกิน 5 ศพไปแล้ว เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ จะมาทำให้สังคมตั้งคำถาม แล้วมาทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ เพราะนี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของประเทศชาติ มันไม่ใช่เรื่องนาย ก นาย ข

คนหายมากกว่า6 ?
ตามที่ท่านพิเชต ทราบว่าหาย 6 คน คือจากรายงานของราชการ แต่ถามว่าคนที่เขาไม่รายงานมีไหม คนที่เขาไม่รายงานเพราะเขากลัว พอรายงานเดี๋ยวคนนั้นมาเยี่ยม คนนี้มาเยี่ยมหมายถึงทหารมาเยี่ยม ตำรวจมาเยี่ยม เขากลัว

คนในพื้นที่กลัว กลัวถึงขนาดคำที่จะพูด เขาจึงไม่พูดดีกว่า ทางกรรมการกลางฯมีข้อมูลจำนวนคนหาย แต่จะรอดูของท่านนายกฯก่อนว่ามีเท่าไร สมมุติท่านบอกว่ามี 6 คนแล้ว แล้วเรามี 8 คน ก็มาดูกัน ชื่อตรงกันไหม ถ้าเกิดไม่ตรงกัน ก็หายไป 14 คนเข้าไปแล้ว

วิธีการให้ได้ข้อมูลของกรรมการกลางฯคือ ลงพื้นที่ไปพบปะของจริงหมด เราสามารถลงไปคุยได้ เพราะเรารู้จักคนในพื้นที่เยอะ คณะกรรมการจังหวัดใกล้ชิดกันหมด คนของเราที่เป็นคนในพื้นมีมาก ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขามีต่อเราก็สูง

เรื่องความรู้สึกของคนในพื้นที่ตอนนี้ เขาไม่มีอารมณ์ ความรู้สึกอะไรเลย เหมือนคนตายด้านไปแล้ว จิตใจเขาล่องลอยหมด ทุกคนไม่มีความพึ่งพากัน ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ทุกคนกลัวไปหมด ไม่รู้กลัวอะไร ถามว่ากลัวทหารก็ไม่ใช่ กลัวตำรวจก็ไม่ใช่ กลัวโจร ไม่รู้กลัวอะไร กลัวทั้งหมด
เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หวาดระแวง กลัวสถานการณ์ ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร อึมครึมไปหมดเลย

ผมคิดว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตากใบส่งผลต่อคนในสังคมแน่นอน ความจริงคนในพื้นที่เขารู้ความจริงว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่รู้ ถ้าหากผลที่ออกมาสวนกับความรู้สึกของเขาและสิ่งที่เขารู้ ไม่ใช่ความจริง เขาก็ไม่รู้ว่าจะฝากความหวังไว้กับอะไร แต่ถ้าออกมาแล้วมีความจริง แก้ไขทุกอย่างให้เป็นไปตามความจริง เราก็สามารถที่จะเอาเขามาเป็นมวลชนของเราได้

ทางกรรมการกลางฯไม่ได้ทำตัวให้เป็นปฏิปักษ์กับปัญหา แต่เรากำลังพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันในฐานะเราก็เป็นองค์กรที่จะร่วมแก้ไขปัญหา อะไรที่มันเป็นปัญหาเราก็ร่วมแก้ไข เราพูดด้วยเหตุผลและมีหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ทางกรรมการจะเอาข้อมูลการตรวจสอบที่ได้นำเสนอรัฐบาลต่อไป

ศิริรัตน์ อนันต์รัตน์
ประชาไทรายงาน





"เหตุการณ์สงบ งบไม่มา" คลิปนี้จะทำให้เราจะเข้าใจเหตุการณ์ภาคใต้ได้ดีมากขึ้น (ตอนที่ 1)

เผยแพร่เมื่อ 2 พ.ย. 2013
...ไม่เกี่ยวกับศาสนา ไม่เกี่ยวกับแบ่งแยกดินแดน แต่มันคือเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ...
...คนที่สามารถทำให้เปลี่ยนแปลงได้ - มี...
...คนที่มีอำนาจ ในการเปลี่ยนแปลงได้ - มี แต่ไม่ยอมเปลี่ยน เพราะผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย...

อยากให้คนไทยได้รู้ถึงเหตุผลว่าทำไมเหตุกา­รณ์ใต้ถึงไม่จบสักที...

--- "ทุกวันที่ออกปฏิบัติหน้าที่คืออยู่เ­พื่อให้รอดวันต่อวัน" นี่คือคำพูดจากทหารที่ปฏิบัติงานภาคใต้---

จาก บทสัมภาษณ์ผู้กำกับชื่อดัง พี่ต้อม-ยุทธเลิศ...
เครดิต "เจาะข่าวตื้น" : SpokeDark.TV
______________________________________

ผมเคยได้คุยกับพี่ทหารที่ลงไปอยู่ภาคใต้ว่­าเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้มีแนวโน้มว่าจะจบ­มั๊ย พี่เขาบอกว่าถ้ายังมีพวกที่หวังผลประโยชน์­จากเหตุการณ์ตรงนี้อยู่ มันก็ไม่มีทางจบได้ สงสารชาวบ้านและผู้ที่ต้องรับผลจากพวกหวัง­ประโยชน์จริงๆ พี่เขาก็พูดว่า "เหตุการณ์สงบ งบไม่มา" เหมือนพี่ต้อม-ยุทธเลิศ ผู้กำกับชื่อดังที่พูดไว้ในคลิปเลย ฟังแล้วเศร้าใจจริงๆ T T


[url][embed]https://twitter.com/Voice_TV/status/681837876049391617/photo/1?ref_src=twsrc%5Etfw[/url][/embed]

VoiceTV21
11 ปีคดีอุ้มสมชาย ความยุติธรรมที่ยังมืดมน
CXZf7z2VAAEoeTu.jpg

...............


ทักษิณ ใช้อำนาจพิจารณาอนุมัติในการทำเหมืองแร่ แต่ไม่รับผิดชอบที่จะควบคุมมลภาวะอันเป็นพิษต่อชาวบ้าน แถม สมัย ยิ่งลักษณ์ กลับให้ดำเนินการต่อโดยไม่มีความพยายามตรวจสอบควบคุมให้ถูกหลักวิชาการที่ฝ่ายบริหารงานภาครัฐจำเป็นต้องทำหน้าที่ตามกฏหมาย โดยกรมควบคุมมลพิษต้องรายงานเพื่อควบคุมให้การดำเนินงานของบริษัททำเหมืองแร่มิให้เกิดมลพิษที่มีผลกระทบต่อชาวบ้านที่ร้องเรียนนั้นจึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจำเป็น แต่นี่ชาวบ้านยังคงต่อต้านแสดงถึงการขาดซึ่งความรับผิดชอบของผู้บริหารงานสูงสุดในภาครัฐต่อกรณีนี้โดยตรง มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย

http://www.oknation.net/blog/pasalarkse … 12/entry-1

เหมืองทองคำ จ.เลย ประทานบัตรทับป่าต้นน้ำ 1 A

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม 2557
เหมืองทองคำ จ.เลย ประทานบัตรทับป่าต้นน้ำ 1 A
Posted by ภาษาหลากสี , ผู้อ่าน : 3746 , 16:51:36 น.   
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

7861ec3.jpg

จากเอ็นทรีที่แล้ว เรื่อง เหมืองทองคำ ความร่ำรวยของทุนข้ามชาติ ...บนความเจ็บปวดของคนพื้นที่

ได้เกริ่นนำถึงเหมืองทองคำ 2 ที่ ในประเทศไทย  แห่งหนึ่งคือที่ รอยต่อ จังหวัด พิจิตร เพรชบูรณ์ และกำลังขยายไปยัง จ. พิษณุโลก  ที่ชื่อว่าเหมืองชาตรี  ของบริษัท ข้ามชาติ Kiingsgate

มาเอ็นทรีนี้ ขอพูดถึงเหมืองทองอีกแห่งหนึ่งใน จ.เลย  เป็นเหมืองทองของ บ. ทุ่งคำ จก.  ในปี 2546 กระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุมัติประทานบัตรการทำเหมืองแร่ทองคำ 6 แห่งแก่ บริษัท ทุ่งคำจำกัด ครอบคลุมพื้นที่ 2.07 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอประทานบัตรในพื้นที่เพิ่มอีก 91.02 ตารางกิโลเมตรในอำเภอวังสะพุง และอำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งประกอบไปด้วยการยื่นคำขอประทานบัตรจำนวน 114 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ 52.62 ตารางกิโลเมตร และ คำขออาชญาบัตรพิเศษจำนวน 8 แปลง เนื้อที่รวม 38.4 ตารางกิโลเมตร  ดังภาพ 1

786017d.jpg

หลายคน รวมทั้งเราด้วย ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ประเทศเรามีทรัพยากรทองคำจำนวนไม่น้อย เลยนะคะ  ด้วยสันฐานทางธรณีวิทยา  ประเทศเกิดจากการประกบกันของแผ่นเปลือกโลก 3 ชิ้น  ช่วงรอยต่อนี้ ทำให้เกิดสินแร่มากมายใต้พื้นพิภพของเรา   โดยมีสายแร่ทางคำพาดผ่านประเทศเราถึง 3 เส้นค่ะ 
ในเอนทรีนี้ขอพูดถึงแค่สายแร่ทองคำ ลาว - เลย - เพชรบูรณ์  ซึ่งทั้งเหมืองชาตรี และ เหมืองของทุ่งคำ อยู่บนสายแร่นี้ค่ะ

7863141.jpg

ภาพประกอบจากเหมืองทองชาตรี

       ขบวนการผลิตทองคำ

กระบวนการแยกทองคำนั้น จะใช้วิธี Carbon-In-Leach หรือ CIL (วิธีนี้ จะไม่มีการปล่อยสารทำละลายที่ใช้ในบริเวณที่อยู่ด้านล่าง) จากลานกองวัตถุดิบ สินแร่ทองคำจะถูกบดด้วยเครื่องบดหยาบ ซึ่งจะนำสินแร่ ลำเลียงด้วยสายพานจากเครื่องบดหยาบไปเข้าเครื่อง SAG Mill (Semiautogenous Grinding) ภายในเครื่องนี้จะมีก้อนเหล็กทุบสินแร่และน้ำ จนมีขนาดที่ทำให้สารเคมีสามารถทำปฎิกิริยากับทองคำได้
แร่ที่ถูกบดจะถูกคัดขนาด และถูกลำเลียง เพื่อนำไปแช่ไว้ในถังสารละลายไซยาไนด์ แร่ทองคำและเงินที่อยู่ในสินแร่จะถูกละลายออกมาอยู่ในรูปของสารละลายไซยาไนด์ ซึ่งเป็นตัวแยกทองคำออกจากหินและฝุ่นดิน และคาร์บอนจะเป็นตัวจับทองคำและเงินที่แยกจากดินและหินได้ จากนั้นจะถูกส่งเข้าเครื่องเผา คาร์บอนจะปล่อยทองคำออกมาในรูปทองคำเหลว โดยทองคำและเงินที่อยู่ตรงผิวเม็ดถ่าน จะถูกกรองแยกออกมาจากกากแร่จะถูกชะล้างออกมาด้วยสารละลายผสม ระหว่างโซเดียมไซยาไนด์และโซเดียมไฮดรอกไซด์ให้กลับอยู่ในรูปสารละลายทองคำและเงินอีกครั้งหนึ่ง สารละลายที่ได้นี้จะถูกส่งผ่านเข้าไปในขบวนการ Electro winning ในการจับทองคำและเงินออกจากสารละลาย ขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปต้มในเตา ภายใต้อุณหภูมิสูงถึง 1,200 องศาเซลเซียส ทองคำเหลวจะกลายสภาพเป็นทองคำแท่งซึ่งมีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงิน ทองคำแท่งที่มีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงินจะถูกส่งออกไป เพื่อนำไปทำให้เป็นทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99%

786e403.jpg

การพัฒนาโครงการและการก่อสร้างโรงแต่งแร่ทองคำแล้วเสร็จในเดือนพ.ค 2549 และเริ่มดำเนินการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549  ด้วยกำลังการผลิต 1,200 – 1,500 ตันต่อวัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแร่ ในปีพ.ศ. 2549 มีแร่ที่ได้รับการถลุง 176,785 ตัน โดยที่ 70,389 ตัน ได้รับการถลุงในไตรมาสที่ 3 และ อีก 104,374 ตันในไตรมาสที่ 4 โดยบริษัทฯ คาดว่าจะถลุงแร่ได้ประมาณ 440,000 ตันต่อปี  โดยมีการนำเข้าแหล่งทองคำมาจากประเทศลาวเพื่อนำมาแต่งที่ประเทศไทยด้วยค่ะ
ในปี พ.ศ. 2550 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด สามารถผลิตทองคำได้ 17,485 ออนซ์  ( ข้อมูลจาก บ. ทุ่งคำ จก. )

โดยการเก็บค่าภาคหลวงของบ้านเรา  แม้จะเป็นระบบขั้นบันไดแล้ว  แต่ก็ยังมีขั้นต่ำอยู่มาก  และในการผลิตทองคำ จะได้ แร่เงิน ออกมาด้วยเสมอ  ยังไม่มีฐานข้อมูลว่าเสียภาษีแร่เงินยังไงค่ะ

786eb45.jpg

ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา  ชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก สารเคมีที่ใช้ในการผลิต ที่รั่วซึมมาตามลำธารสาธารณะ  กระทบ 6 หมู่บ้าน  (  ม. ห้วยผุก  , ม. กกสะทอน , ม. นาหนองบง  ,  ม. แก่งหิน , ม. โนนผาพุงพัฒนา , ม. ภูทับฟ้าพัฒนา  ใน อ. วังสะพุง จ. เลย   

               วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่มีหนังสือให้อุตสาหกรรมจังหวัดเลยทำการเปรียบเทียบปรับบริษัท ทุ่งคำ จำกัดเนื่องจากได้ปล่อยให้มีปริมาณสารไซยาไนด์เจือปนในกากแร่ก่อนนำไปกักเก็บในบ่อกากแร่สูงถึง ๖๒PPM ซึ่งตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กำหนดไว้ไม่เกิน ๒ PPM เท่านั้น

              โดยปี ๒๕๕๒  สาธารณสุข จ. เลย ประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการอุปโภคบริโภคน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ตำบลเขาหลวง เนื่องจากตรวจพบสารหนู แคดเมียมและแมงกานีสเกินค่ามาตรฐาน  เป็นเหตุให้ราษฎรทั้ง ๖ หมู่บ้านรอบเหมืองทองคำต้องซื้อน้ำในการอุปโภคและบริโภคนับแต่นั้นมาจวบจนถึงปัจจุบัน

               เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยออกประกาศ ฉบับที่ ๑/๒๕๕๓ ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยและโรงพยาบาลวังสะพุงได้ร่วมกันเก็บตัวอย่างหอยขม ปลาไหล ปลากด ผักกูด ข้าวสารขัดสี และข้าวกล้อง ที่เก็บจากลำห้วยเหล็ก ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าหอยขมที่เก็บจากต้นลำห้วยเหล็กมีปริมาณสารหนูสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน

                วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย และโรงพยาบาลวังสะพุง  จังหวัดเลย แจ้งผลการตรวจหาสารไซยาไนด์ ปรอท ตะกั่วในเลือดของประชาชนจำนวนกว่า ๗๕๘ ราย พบผู้มีสารไซยาไนด์และสารปรอทในเลือดเกินค่ามาตรฐาน จำนวน ๑๒๔

                  และในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ทำการชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองในพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปของสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน


                 วันที่ ๒๖ – ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ สันเขื่อนของบ่อเก็บกักกากไซยาไนด์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ด้านทิศเหนือเกิดการทรุดตัวและพังทลายลง โดยเกิดขึ้นตอนกลางของคันทำนบดินที่บดอัดแน่น  เป็นระยะทางยาว ๑๕ – ๒๐ เมตร ลึกประมาณ ๕ เมตร ทำให้สารพิษในบ่อกักเก็บกากไหลปนไปกับแหล่งน้ำของชาวบ้าน

786aecd.jpg

เมื่อบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  จะขอต่ออายุสัมปทานที่จะหมดลงในปี 2554  และ ขอประทานบัตรไปยังภูเหล็ก  ภูที่อยู่ใกล้เคียงกับภูทับฟ้า ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำ 1 A  ไม่สามารถขอประทานบัตรได้  ตามกฏหมายแร่ ปี 2510  มาตรา 6 ทวิ

แต่บริษัท ทุ่งคำ จำกัดได้ละเลยคำสั่งตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ให้ชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองหรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่  โดยที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องละเลย วางเฉยและนำไปสู่การสนับสนุนการจัดเวทีดังกล่าวด้วย

วันที่ 8 ก.ย. 56  จึงมีการทำ Plublic Scopeing ตามหลักของการขอประทานบัตร ต้องมีการทำ EHIA  ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนนี้  และเป็นที่มาของข่าวดัง

78637b5.jpg

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดถูกทหาร-ตำรวจกว่า 600 นายพร้อมด้วยรถบรรทุกของเหมืองและรั้วรวดหนามกีดกันไม่ให้เข้าร่วมเวที Public Scoping ที่วัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย   ประกอบการขอขยายเหมืองทองที่ภูเหล็ก (แปลง 104/2538)

786c40a.jpg

โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมคัดค้านกระบวนการดังกล่าวด้วย  ดังที่เห็นจากภาพข่าวทั่วไป

สารคดี " ภูเหล็ก ลมหายใจแห่งภูเขาทองคำ "

นับแต่นั้นมา ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกัน และต่อสู้กับ บริษัท ฯ  จนเป็นที่มาของการฟ้องร้องกันอีกหลายคดี

               บริษัทฯ  ฟ้องชาวบ้าน     ถูกฟ้องแพ่ง 2 คดี รวมเงินต้น 120 ล้านบาท และต้องจ่ายเพิ่มอีกวันละ 10 ล้านบาท จนกว่าจะยอมรื้อกำแพง และถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์สินอีก 2 คดี มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวม 4 คดี 20 คน หลังจากที่ร่วมกันก่อสร้างกำแพงกั้นทางสัญจรของเหมืองทองคำบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

               จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน  322 คน  ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องสิทธิของชุมชนและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นที่ตั้งของความสงบสุขความเป็นครอบครัว และความเป็นชุมชน   อีกทั้งเพื่อปกป้องและรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่จะต้องสูญเสียไป    จึงได้ร่วมกันยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม   และอธิบดีกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด   ดำเนินการตามเงื่อนไขประทานบัตรและใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ต้องทำเหมืองโดยไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดำเนินการเพิกถอนประทานบัตรเลขที่ 26971/15558, 26972/15559, 26968 /15574, 26969/15575 และ 26970/15576 ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ที่ 1/2552 และคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม คำขอที่ 1/2555 ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมทั้งเพิกถอนหนังสือยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

และจะทำการยื่นฟ้องร้องในคดีแพ่งแก่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ต่อศาลยุติธรรมเพื่อให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับราษฎรทั้ง ๖ หมู่บ้าน เป็นลำดับต่อไป

ในขณะที่ชาวบ้าน ยังต้องได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ และต้องซื้อน้ำกิน น้ำใช้ มาอุปโภค บริโภค เป็นต้นทุนการใช้จ่ายเพิ่ม อีกเดือนละหลายพันบาทต่อครอบครัว  ต่อไป 

___________________________________________________________

ขอบขอบคุณ

ข้อมูล     http://thaipublica.org

ข่าวจาก  http://prachatai.com

สารคดี  http://www.greenworld.or.th/node/1885


http://www.oknation.net/blog/pasalarkse … 19/entry-2

10 ปี เหมืองทองคำ บริษัท ทุ่งคำ จังหวัดเลย

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2557
10 ปี เหมืองทองคำ บริษัท ทุ่งคำ จังหวัดเลย
Posted by ภาษาหลากสี , ผู้อ่าน : 6632 , 18:37:49 น.   
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ ต. บ้านหนองบง อ.วังสะพุง จ. เลย  เริ่มมาเป็นข่าวอีกครั้ง  เมื่อมีชายฉกรรจ์จำนวนมาก บุกเข้าล้อมจับชาวบ้าน และทำร้ายจนบาดเจ็บจำนวนมาก  ทำลายสิ่งกีดขวางที่ชาวบ้านสร้างไว้ และขนสินแร่ทองแดง ที่รวมแร่ทองคำ และแร่เงิน ด้วยรถบรรทุก 13 คัน ออกจากพื้นที่ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557

786fe7c.jpg
ความเป็นมาของเหมืองทองนี้ กับข้อพิพาทที่มีกับชาวบ้าน มีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร  ลองติดตามดูค่ะ

ปี 2546  บ. ทุ่งคำ ได้รับประทานบัตรทำเหมืองทองทำ  ที่ภูทับฟ้า  จ. เลย ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน  ในสมัย พตท. ทักษิณ ชินวัตร อ่านเอนทรีก่อนหน้า  http://www.oknation.net/blog/pasalarkse … 12/entry-1

786eb45.jpg

ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา  ( เป็นปีที่เริ่มมีการผลิต และแต่งแร่ )  ชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก สารเคมีที่ใช้ในการผลิต ที่รั่วซึมมาตามลำธารสาธารณะ  กระทบ 6 หมู่บ้าน  (  ม. ห้วยผุก  , ม. กกสะทอน , ม. นาหนองบง  ,  ม. แก่งหิน , ม. โนนผาพุงพัตำรวจและฒนา , ม. ภูทับฟ้าพัฒนา  ใน อ. วังสะพุง จ. เลย    )

“ปัญหาของคนใน 6 หมู่บ้าน ตำบลเขาหลวง 1,066 ครอบครัว 3,737 คน ที่เจ็บป่วย น้ำกินน้ำใช้ต้องซื้อ

และยังต้องกินอาหารปนเปื้อนอยู่ทุกวัน อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยไซยาไนด์"

ชาวบ้านจะมีสารโลหะหนักในเลือดเกินมาตราฐาน  ทั้งสารไซยาไนด์ และสารหนู   

ตุลาคม  ปี 2555  สันเขื่อนของบ่อเก็บกักกากไซยาไนด์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ด้านทิศเหนือเกิดการทรุดตัวและพังทลายลง โดยเกิดขึ้นตอนกลางของคันทำนบดินที่บดอัดแน่น  เป็นระยะทางยาว ๑๕ – ๒๐ เมตร ลึกประมาณ ๕ เมตร ทำให้สารพิษในบ่อกักเก็บกากไหลปนไปกับแหล่งน้ำของชาวบ้าน 

ทำให้ชาวบ้านล้มป่วยลงทันที

ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านรวมตัวกันในชื่อ กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด

มีการเปิดโปงเอกสารลับเรื่องการใช้อิทธิพลใต้ดินด้วยแผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “ชุดควบคุมภูผ่อง” ในปี 2555

แผนการได้วางชุดปฏิบัติงาน 3 ชุด เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รอบๆ เหมืองและพื้นที่เป้าหมาย 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชียงคาน อำเภอเมืองเลย อำเภอวังสะพุง และ อำเภอภูหลวง เพื่อจัดตั้งเครือข่ายมวลชนในแต่ละหมู่บ้านให้สนับสนุนและไม่คัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ เพื่อให้สามารถขยายพื้นที่ขอประทานบัตรที่นายทุนกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนั้น

เอกสารลับฉบับดังกล่าวตอกย้ำพฤติกรรมของกลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มอิทธิพล และกลุ่มการเมืองในจังหวัดเลย ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่ามีการสร้างอิทธิพลและแสวงหาความมั่งคั่งจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ให้ชัดเจนขึ้น ( เหมืองแร่ที่ จ. เลย นอกจากจะมีเหมืองแร่ทองคำ ของ บริษัท ทุ่งคำแล้ว  ยังมีการทำเหมืองแร่เหล็ก ที่ บ้านอุมุง เชียงคาน )

วันที่ 8 ก.ย. 2556  มีการทำ Plublic Scopeing  หนึ่งในขบวนการทำ EHIA  ของบริษัททุ่งคำ ที่ขอสัมปทานเพิ่มเติมในเขตภูเหล็ก  ซึ่งเป็นเขตป่าต้นน้ำ  ไม่สามารถทำเหมืองแร่ได้ตาม พรบ.เหมือแร่ปี 2510  รวมทั้ง บ.ทุ่งคำ ละเลยคำสั่งตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ให้ชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองหรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่

ในการทำ Plublic Scopeing มีกำลังตำรวจและ ทหารกว่า 600 นาย มากั้นไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มคนรักบ้านเกิดกว่า 6 ตำบล ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้าร่วมเวทีที่วัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย

786c40a.jpg
นักศึกษากลุ่ม ดาวดิน ช่วยชาวบ้านของร้องกลุ่มตำรวจและทหาร เพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าไปประชุม

ปี 2556  ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านรอบเหมืองทองตัดสินใจลุกขึ้นมาป้องป้องชุมชนของตนเอง    ตามมติของประชาคม 6 หมู่บ้าน  ในการจัดทำข้อบัญญัติชุมชนห้ามไม่ให้รถบรรทุกหนักเกิน 15 ตันขนสารพิษ    เช่น ไซยาไนด์ ขับผ่านชุมชนก่อนได้รับอนุญาตจากกรรมการหมู่บ้าน

และช่วยกันก่อสร้างกำแพงบนถนนสาธารณะในหมู่บ้าน

"  ทำให้เหมืองทองคำ บริษัท ทุ่งคำ  ฟ้องร้องต่อชาวบ้านแกนนำ  7 คน 70 ล้านบาท อีก 13 คน รวมคนตาย 1 คน ถูกฟ้อง 50 ล้านบาท   รวมทั้งคดีอาญาข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ รวมชาวบ้านทั้งหมดที่ต้องคดี 20 คน  และต้องจ่ายเพิ่มอีกวันละ 10 ล้านบาท จนกว่าจะยอมรื้อกำแพง”

786b26b.jpg
กองสินแร่ที่เตรียมไว้ พร้อมขน ถ่ายปี 2555

        ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน  322 คน  ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556  เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม   และอธิบดีกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด   ดำเนินการตามเงื่อนไขประทานบัตรและใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ต้องทำเหมืองโดยไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดำเนินการเพิกถอนประทานบัตร ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม และคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมทั้งเพิกถอนหนังสือยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

และจะทำการยื่นฟ้องร้องในคดีแพ่งแก่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ต่อศาลยุติธรรมเพื่อให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับราษฎรทั้ง 6 หมู่บ้าน เป็นลำดับต่อไป

7861f22.jpg
แท่งคอนกรีตที่ชาวบ้านนำมากั้นรถถูกทำลาย

11 ตุลาคม 2556  กำแพงใจที่บุกรื้อทำลาย โดยนายก อบต. เขาหลวง นำกำลังตำรวจและอส. 100 นาย
เข้ารื้อถอน  เป็นครั้งที่ 2

78662db.jpg

27 พฤศจิกายน 2556  กองกำลังตำรวจประมาณ 50 นาย นำโดย พ.ต.ท. รัฐพล เพ็ญสงคราม รอง ผกก.ป.สภ.วังสะพุง และนาย วิษณุ ทวีวรรณ ในฐานะตัวแทนของนายกฯ อบต.เขาหลวง พร้อมรถขนแก๊ส แก๊สน้ำตาและรถไถ เดินทางมาในพื้นที่เพื่อทำลายกำแพงใจ โดยเข้าต่อรองกับชาวบ้านว่าจะขอเข้าไปดูพื้นที่ แต่ชาวบ้านยื่นข้อเสนอให้เข้าไปในพื้นที่ได้ 5 นาย ฝ่ายตำรวจไม่ยอมทำตามข้อเสนอ จึงยกกองกำลังกลับ ซึ่งในเวลากลางคืนของวันนั้น มีรถกระบะโตโยต้าไทเกอร์ป้ายทะบียนจังหวัดเลย วิ่งห้อเข้ามาที่ด่านตรวจของชาวบ้าน แล้วก็หักเลี้ยวออกในระยะประมาณ 10 เมตร ก่อนถึงตัวชาวบ้านที่เฝ้าด่าน ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในด่านต้องกระโดดหนีกันชุลมุน

9 ธันวาคม 2556 เมื่อทนายของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยื่นขอเจรจาผ่านศาล เสนอจะถอนคดีที่ฟ้องชาวบ้านทั้งหมดแลกเปลี่ยนกับให้ชาวบ้านทำลายกำแพงใจ เจรจาล่มเพราะชาวบ้านไม่ยอม

4 กุมภาพันธ์ 2557 นายปราโมทย์ ปันสิทธิ์ กรรมการ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอนอกรอบผ่านนายวสันต์ พานิช ทนายของชาวบ้าน โดยจะแบ่งหุ้นให้กับชาวบ้าน 20% จะผลิตทองคำโดยไม่ใช้ไซยาไนด์ ( ในความเป็นจริง แร่ทองคำได้ขุดหมดจากในพื้นที่แล้ว )  จะให้ชาวบ้านเข้าตรวจสอบการดำเนินกิจการเหมืองแร่ได้ตลอดเวลา และจะแบ่งผลกำไรให้กับชาวบ้านในรูปแบบกองทุน ซึ่งชาวบ้านร่วมกับทีมทนายได้จัดโต๊ะแถลงข่าวหน้าศาล จังหวัดเลย ตอบโต้ โดยปฏิเสธข้อเสนอ 4 ข้อ จากเหมืองทองคำ ให้คำตอบ "ไม่เจรจา แต่จะต่อสู้ต่อไปเพื่อปิดเหมือง พื้นฟู”

14 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นมา นายธนาวุธ ทิมสุวรรณ นายก อบจ. เลย พยายามติดต่อ นายสมัย ภักมี หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดหลายครั้ง เพื่อขอนัดพบพูด

19 กุมภาพันธ์ 2557 สมัย ภักมี พร้อมกับชาวบ้าน 7 คน พบกับ นายธนาวุธ ทิมสุวรรณ โดย นายธนาวุธ ยื่นข้อเสนอให้ชาวบ้านเปิดกำแพง แลกกับค่าหัวคิว 5% จากการที่นายกฯ จะรับซื้อหรือเป็นนายหน้าหาผู้ซื้อแร่ทองแดงที่กองอยู่ในเหมืองทุ่งคำกว่า 20,000 ตันออกมาขาย โดยวิธีการ คือ จะขนแร่วันละ 10 คัน โดยจะส่งทะเบียนรถทุกคันให้ชาวบ้าน อีกทั้งยังยืนยันว่า ถ้าขนทองแดงลงมาขายได้แล้วยินดีจะมาก่อกำแพงของชาวบ้านให้เหมือนเดิมด้วยตัวเอง  ซึ่งชาวบ้านไม่ยอม

786b371.jpg

จะเห็นได้ว่า ทางเหมืองได้มีการพยายามใช้วิธีการหลายทางในการเจรจากับชาวบ้าน ทั้งขู่ ทั้งยื่นข้อเสนอ  แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากชาวบ้าน และเห็นได้ว่า มีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยเข้ามาเป็นตัวแทนของเหมืองในการเจรจาแทน  ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ ตำรวจ และอิทธิพลมืดเหล่านี้ ทำให้ชาวบ้านอดสงสัยและกังวลในความเกี่ยวพันของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเคยมีตำแหน่งเป็น กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ ของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด แต่ลาออกจากตำแหน่งกรรมการไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา

7869468.jpg

ตระกูลทิมสุวรรณ ตระกูลที่ชาวจังหวัดเลยขนานนามว่า “บ้านใหญ่” ซึ่งนายก อบจ. เลย กำลังสำคัญของบ้านนี้ลงทุนติดต่อขอนัดคุยต่อรองกับแกนนำชาวบ้านด้วยตัวเอง

หรือแม้แต่ ตระกูลเร่งสมบูรณ์สุข ที่ชาวจังหวัดเลยขนานนามว่า “บ้านเล็ก” ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดล้วนอยู่ในค่ายการเมืองของพรรคเพื่อไทย และยังคงเป็นสองตระกูลผู้ทรงอิทธิพล ที่เกี่ยวข้อง และมีสายสัมพันธ์กับกิจการเหมืองแร่ นักการเมืองท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐระดับต่างๆ มาเนิ่นนาน ในฐานะที่เป็นทั้งนายทุนทำเหมืองแร่เอง เป็นนายหน้าซื้อขายแร่ และประกอบกิจการก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับแร่


ลำดับเหตุการณ์ จากชาวบ้านนาหนองบง
7869ad9.jpg

คืนวันที่ 15 พฤษภาคม 2557
การแจ้งเหตุกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   เวลาประมาณ 12:00 น. เป็นต้นไป
"มีกลุ่มโจร 300 มาปิดล้อมหมู่บ้าน มีอาวุธปืน มีด ไม้ มาจับชาวบ้าน ทำร้ายชาวบ้าน และยิงชาวบ้าน ขอความช่วยเหลือด่วน"

โทรถึง นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย : โทรติด/รับสาย/ครับ หลังจากนั้นสายไม่ว่างและปิดเครื่อง
โทรถึง พ.ต.อ.สมหมาย ศรีคำแดง โทรติด/ไม่รับสาย
โทรถึง พล.ต.ต. ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเลย "ผู้การเสือ" โทรติด/ไม่รับสาย
โทรถึง นายบรรบต ยาฟอง นายอำเภอวังสะพุง โทรติด/รับสาย/อ้างว่าไหล่เจ็บ แต่ได้มอบหมายให้ รองรัฐพลมาตรวจสอบ
โทรถึง 191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย โทรติด/ได้แจ้งขอความช่วยเหลือ

786e772.jpg

1:00 น. โทรถึง 1669 แจ้งเหตุฉุกเฉิน-อุบัติเหตุ นายจิตตพล ศรีสะบุตร รองนายกอบต. พารถฉุกเฉินเข้ามา แต่โดนกลุ่มโจรยิงขู่จึงเข้าพื้นที่ไม่ได้และกลับไป
1:20 น. รถตำรวจวิ่งเข้ามา โดนกลุ่มโจรยิงขู่ แล้ววนออกไป
4.00 น. หลังจากกลุ่มโจรขนแร่ออกไปแล้ว รถตำรวจวิ่งเข้ามาประมาณ 5 นาที แล้วกลับไป
4.00 น. รถฉุกเฉินวิ่งเข้ามารับคนเจ็บไปโรงพยาบาล

786bc3d.jpg

16 พฤษภาคม 2557

กลุ่มชาวบ้านมารวมตัวประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจวังสะพุง  เรียกร้องให้จับคนทำร้ายชาวบ้านให้ได้  ซึ่งไม่น่าจะเกินความสามารถของตำรวจถ้าจะทำ   เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าคู่กรณีชาวบ้านคือใคร

7866762.jpg

แถลงการณ์กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด (ฉบับพิเศษ)

แถลงการณ์ฉบับนี้ เขียนขึ้นเพื่อประณามการกระทำอันป่าเถื่อนโหดร้าย ไร้อารยะและมนุษยธรรมของกลุ่มนายทุนและลูกสมุน ผู้ต้องการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปจากชุมชน ด้วยวิธีการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และขัดต่อหลักการประชาธิปไตยอย่างน่าเศร้า

จากสถานการณ์เมื่อวันที่ ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๗ ในชุมชนนาหนองบง อ.วังสะพุง จ.เลย ในขณะที่พี่น้องประชาชนได้รวมตัวกันในนาม “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด” เพื่อทำการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตามหลักการสิทธิมนุษยชน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๖,๖๗ โดยเฉพาะการคัดค้านการดำเนินการทำเหมืองแร่ชนิดต่างๆ เช่น ทอง ทองแดง เพราะการประกอบการเหมืองแร่ดังกล่าวนั้นได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ทั้งทางด้านสุขภาพอนามัย ด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน อีกทั้งชุมชนยังได้ก่อสร้างกำแพงใจไว้ ณ บริเวณทางเข้าชุมชน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านการดำเนินการเหมืองแร่

ปรากฏว่า ยามวิกาล ประมาณ ๕ ทุ่มตรงของค่ำคืนนั้น ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลูกสมุนของนายทุนบริษัทซึ่งนำโดย…….. นำกำลังกลุ่มวัยรุ่นที่มีอาวุธครบมือ ไม้ มีด ดาบ คาบ ปืน เข้าทำการปิดล้อชุมชนอย่างอุกอาด จับตัวพี่น้องกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดและใช้กำลังประทุษร้ายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำลายกำแพงใจอันเป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านเหมืองแร่ และขโมยขนย้ายแร่ทองแดงออกจากชุมชนจนถึงเวลาประมาณตีสี่วันเดียวกันนั้น ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บทั้งทางกายและทางใจรู้สึกหวาดกลัวจนไม่อาจที่จะดำเนินชีวิตอยู่อย่างปกติสุขได้

ดังนั้น พวกเราจึงขอเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้มีหน้าที่ในการดูแลสันติสุขของพี่น้องประชาชน ดังนี้

ให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองทั้งทางแพ่งและอาญา ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ให้ยุติการกระทำอันเป็นการเลือกปฏิบัติดูแลบริษัทมากกว่าประชาชน ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ด้วยจิตคาราวะ
๑๖ พ.ค.๕๗
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด

786beac.jpg

17 พฤษภาคม 2557
ประมาณ 8:00 น. เกิดไฟไหม้บริเวณใกล้ป้อมยามของทุ่งคำ (บริเวณที่มองเห็นได้จากจุดตรวจที่ 3 ของชาวบ้าน) ในช่วงที่นักข่าวอยู่ในบริเวณนั้นประมาณสองสำนัก
10 นาที หลังจากนั้น ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ โดยใช้คำถามกับชาวบ้านว่าใครสร้างสถานการณ์?
(วันนี้พนักงานเหมืองไม่เข้ามาทำงาน ชาวบ้านทยอยกันออกจากบ้านไปรวมตัวกันประจำอยู่ตามด่านตรวจสามจุดตั้งแต่ประมาณ 6:30 น. ในช่วงที่ชาวบ้านกำลังประชุมปรึกษาหารือกันในช่วงเวลาเกิดเพลิงไหม้พอดี)
"พวกเขาเผาทรัพย์สินของตัวเอง แจ้งความหรือสมคบกับตำรวจ เพื่อป้ายสีชาวบ้านที่เพิ่งถูกพวกเขาทำร้ายมา"
ทุกคนพูดด้วยความคับแค้น
11.00 น. "ผูู้การเสือ" ลงพื้นที่ รับปากจะไปคุยกับอุตสาหกรรมจังหวัดตามเรื่องใบอนุญาตซื้อ-ขาย-ขน แร่ให้ภายใน 7 วัน/ และจะตามหาคนงานเหมืองที่เจ็บตัวไปโรงพยาบาล เพื่อยืนยันว่าทุ่งคำกับพลโทปรเมษฐ์เป็นพวกเดียวกัน ทุ่งคำถึงให้คนงานลงมาทำร้ายชาวบ้านในคืนนั้นด้วย แต่บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องแร่เถื่อน
ส่วน ผกก.วังสะพุง บ่ายเบี่ยงทุกเรื่อง บอกให้ชาวบ้านไปลงบันทึกประจำวันนำหลักฐานมาแจ้งความอย่างเดียว

7865fa0.jpg
ชาวบ้าน ยังมีกำลังใจดีในการต่อสู้กับนายทุนต่อไป มีกำลังใจมากมายไปเยี่ยมชาวบ้าน

10 ปี ของเหมืองทองคำทุ่งคำ  คือผลกำไรของนายทุน

ในขณะที่ 10 ปี ขอชาวบ้าน 6 ตำบล คือการต่อสู้เพื่อให้ได้ชีวิตที่ปรกติสุขกลับคืนมา  ในขณะที่ น้ำดื่มไม่ได้ ปลาจับกินไม่ได้ ข้าวปลูกไม่กล้ากิน พืชผัก ไม่ามารถทานได้  ต้องต่อสู่กับโรคร้ายที่รักษาไม่หาย

10 ปี ของประเทศไทย ที่ได้ค่าตอบแทนทรัพยากรมีค่าอันจำกัดเพียงน้อยนิด กับ สิ่งแวดล้อมที่เจือปนไปด้วยมลพิษ การเสี่ยงต่อสุขภาพของประชากรทั่วประเทศ ที่จะได้รับสารพิษจากอาหาร และสารพิษที่มากับแหล่งน้ำ

ในขณะที่ มีการให้อาชญาบัตรพิเศษ สำรวจแร่ทองคำไปแล้วกว่า 1,100,000 ไร่ ทั่วประเทศ  ไม่นับแร่ชนิดอื่นๆ และปิโตรเลียม

ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง  ถึงเวลาที่คนไทยควรจะเรียกร้องการมีส่วนร่วมในการจัดการกับทรัพยากรของประเทศแล้วหรือยัง

หรือจะปล่อยให้ภาพเหล่านี้ ค่อยๆปรากฏซ้ำแล้วซ้ำอีก ในทุกๆจังหวัดในประเทศไทย

อ้างอิง

http://prachatai.com/journal/2014/03/52236

https://www.facebook.com/loeiminingtown

เรียบเรียงโดย

นิดนรี

***


KonAward5 VTR เยาวชนต้นแบบกลุ่มดาวดิน


http://hilight.kapook.com/view/130491
ไทยพีบีเอส แถลงการณ์ป้องเด็ก ม.4 หลังทำรายงานผลกระทบเหมือง

bs2.jpg

ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์กรณีบริษัทเหมือง จ.เลย ฟ้องหมิ่นประมาทนักเรียน ม.4 ในรายการข่าวพลเมือง เสนอทบทวนการฟ้องเยาวชน ให้เหลือเฉพาะสถานีและคณะเท่านั้น

          เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2558 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์กรณี บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทเยาวชนนักข่าวพลเมือง วัย 15 ปี ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้น ม.4 ในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เหตุมีการนำเสนอข่าวในช่วง ข่าวพลเมือง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตอน นักสืบลำน้ำฮวยแท้ ๆ แน๊ว โดยให้สัมภาษณ์ในรายการว่า ลำน้ำฮวยได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ ทำให้มีสารปนเปื้อน ใช้ดื่ม ใช้กินไม่ได้ ซึ่งทางบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ระบุว่า คำพูดดังกล่าวมีเนื้อหาที่เป็นเท็จใส่ร้ายให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้รับความเสียหาย ทั้งที่ในความเป็นจริงเหมืองแร่ดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีสารปนเปื้อน อีกทั้งลำน้ำฮวยก็ไม่ได้ไหลผ่านเหมืองแร่

          โดยในแถลงการณ์จากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งเผยแพร่ผ่านทางเพจ "นักข่าวพลเมือง (ThaiPBS)" มีเนื้อหาระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ทำหนังสือขออนุญาตฟ้องเยาวชนในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย อีกทั้งก่อนหน้านี้ ทางบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยังได้ยื่นฟ้องไทยพีบีเอสและผู้ดำเนินรายการช่วงข่าวพลเมืองและผู้บริหารองค์กรรวม 5 คน ไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารและโทรทัศน์ โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท รวมถึงขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามไทยพีบีเอสประกอบอาชีพโทรทัศน์เป็นเวลา 5 ปี

bs1.jpg

ทั้งนี้ไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะ มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมเสรีภาพการรับรู้ข่าวสารแก่ประชาชน ส่งเสริมเสรีภาพการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีนโยบายที่ชัดเจนในการเปิดพื้นที่ให้อาสาสมัครนักข่าวพลเมืองได้สื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสังคมถึงเรื่องราวของชุมชน ภายใต้กระบวนการกองบรรณาธิการที่ช่วยคัดกรองประเด็น เนื้อหา วิธีการนำเสนอที่สร้างสรรค์ แต่เคารพในหลักเสรีภาพไม่ละเมิดสิทธิ์หรือหมิ่นประมาทผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้นการนำเสนอข่าวของเยาวชนนักข่าวพลเมือง ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ตาม ปอ. มาตรา 329

          ดังนั้นหากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ไม่มีเจตนาอื่นใดนอกเหนือจากการรักษาสิทธิ์ของบริษัทฯ การดำเนินการฟ้องร้องไทยพีบีเอสในฐานะองค์กรก็น่าจะเพียงพอ และเพื่อมิให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ถูกสังคมมองว่า มีเจตนาอื่นแอบแฝง จึงเสนอให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทบทวนการฟ้องร้องเยาวชนนักข่าวพลเมืองซึ่งเป็นเพียงนักเรียนชั้น ม.4 ให้เหลือเฉพาะในส่วนของไทยพีบีเอสและคณะ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก นักข่าวพลเมือง (ThaiPBS)


https://www.facebook.com/sudarangkupan/ … 1404438487
สู้ๆ ลูก!

12391964_1100891653277882_4147879298480009844_n.jpg?oh=7a04534363ade1830f2650e6f97ec3f0&oe=5740EA68

10409730_1100891686611212_1511016033221417142_n.jpg?oh=c38758e48262dd0cd9fc97244a3ca465&oe=57319AC4


http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ew … name=index
สส เพื่อไทย เลย

นายธนเทพ ทิมสุวรรณ
แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 3
พรรคพลังประชาชน 

115.jpg

นายธนเทพ ทิมสุวรรณ
วันเดือนปีเกิด 24 พฤษภาคม 2507
การศึกษา  นิติศาสตรบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานที่ติดต่อ
บ้านเลขที่ xxx หมู่ที่ x หมู่บ้าน - ซอย - ถนน มะลิวัลย์
ตำบล/แขวง วังสะพุง อำเภอ/เขต วังสะพุง จังหวัด เลย
รหัสไปรษณีย์ 42130

อีเมล์ : -
อาชีพก่อนได้รับเลือกตั้งครั้งนี้
นักการเมือง
ประสบการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พ.ศ.2539,2544 และสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเลย พ.ศ.2549
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ประถมาภรณ์มงกุฎไทย 
ประถมาภรณ์ช้างเผือก 
วันที่มาแสดงตน

14 ม.ค.51

…………………………
chaoprayanews           ลิงค์ 

สื่อนอกยก “ทักษิณ” เป็นต้นแบบ คนรวยเป็นผู้นำประเทศที่ชั่วร้าย (อ้างจาก USA today  “Why billionaires make bad presidents”  May 31, 2014  (หลังรัฐประหาร เพียง 9 วัน) ลิงค์ 
http://www.usatoday.com/story/money/bus … s/9738511/     

ตอนท้ายบทความดังกล่าว ระบุว่า
So is there a cause-and-effect between billionaire wealth and bad leadership? Not necessarily. The billionaire leaders who have come to power so far are all in countries with non-traditional forms of democracy prone to corruption and backroom dealmaking. They are precisely the kind of countries where wealth can more easily buy office. And they are precisely the kind of countries that can't be fixed by a single leader in one or two terms.
Still, billionaires do tend to have some character traits that don't translate well to being democratic leaders. Their success tends to come from starting companies, breaking rules, ignoring critics and controlling virtually every aspect of their lives and companies. Once they've made their fortune, billionaires are used to getting what they want.
 
42.jpg 

ตอนท้ายบทความดังกล่าว ระบุว่า เหล่ามหาเศรษฐียังมีคุณลักษณะเฉพาะบางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผู้นำประชาธิปไตยที่ดีได้ ด้วยความสำเร็จของพวกเขามาจากการก่อตั้งบริษัท ละเมิดกฎระเบียบ เพิกเฉยต่อเสียงวิจารณ์ และควบคุมทุกแง่มุมของการใช้ชีวิตของตนเองและบริษัท ทั้งนี้ พอร่ำรวยแล้ว มหาเศรษฐีเหล่านี้ก็เคยชินกับอำนาจเผด็จการ อยากได้อะไรก็ต้องได้ตามต้องการ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เหล่ามหาเศรษฐีซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจโดยสันดาน จะสามารถวางมือจากผลประโยชน์ของตนเองได้อย่างทันทีทันใด

http://news.voicetv.co.th/thailand/305517.html  ลิงค์


ศปช.แย้งมติ ป.ป.ช.ขัดความจริง

11059509_696117047185386_7319078818407555759_n.jpg

%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2-53-440x640.jpg


PIC.jpg



ศปช.เสนอรายงาน เม.ย.-พ.ค.อำมหิต
www.pic2010.org


http://thaienews.blogspot.com/2015/12/j … t-icc.html    ลิงค์
Jittra Cotchadet : น่าเสียดายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีความพยายามจะเอาผิดทหารและฆาตกรผ่านองค์กรสากล เช่นศาล ICC ให้ประยุทธนั่งลอยหน้าอยู่ข้างๆและพ่นวาทะกรรมสวยๆไม่แก้แค้น
p16nor0jgl8pffks16uq1sb01jj33.jpg


รหัสลับ ที่มีนัยว่าอย่างไร เมื่อเร็วๆนี้ ที่ ทักษิณ ส่งมา ตามนี้
https://www.thairath.co.th/content/536303       1 พย 58

EyWwB5WU57MYnKOuXogROVdHEsLua3XieeSlXzBwGXGtWsTNRRMkAp.jpg

cats9.jpg
@thaksinlive : ถ่ายภาพกับทหารแดงยืนเฝ้าต้นคริสต์มาสที่จวนจะถึงฤดูกาลฉลองแล้ว   9พย 58

http://board.postjung.com/929225.html   21 พย 58

929225-img.rk1kyd.0.jpg

คาดว่า ยังหวังใน ดีลถังเฉ่า ส่วนเรื่องราวที่โต้กันในเรื่องคดี ยิ่งลักษณ์ แค่มวยล้มต้มคนเสื้อแดง(มวลชนที่รู้ไม่เท่าทัน) คงรู้นะ ว่า ทักษิณ อิงใคร เช่นเดียวกับ 3 ป

Last edited by linc49 (January 30, 2016 10:31 AM)

Offline

#13 January 22, 2016 1:10 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,326

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

เวลานี้ก้าวข้ามทักษินไปแล้ว  เอากระทู้เก่าๆมา ก็ดีนะ  ลืมไปแล้วว่าโพสอะไรไปบ้าง  ดีครับ

Online

#14 January 22, 2016 9:17 PM

casala
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 303

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

คุณ linc49 ครับกำลังหากระทู้นี้พอดี   อยากให้กระทู้นี้เกี่ยวกับทักษิณทั้งด้านและด้านบวก   ลงด้านลบเผื่อกลุ่มชินวัตรจะได้รู้ และตาสว่างคิดตาม   ว่าคนกลุ่มหนึ่งที่มี ความพร้อมหลายอย่าง ไม่เอาเขาแล้วจะกลับมาเป็นผู้นำหรือไม่  ก็ไม่สนใจ    แต่อย่าคิดว่า  ชุบมือเปิบ  เพราะครานี้คงยาก และ  ยิ่งไม่ใช่  นปช.  ภายใต้การบังคับบัญชา  ยิ่งยากใหญ่

ลงด้านบวกคือ อย่างน้อยเขาก้อไม่ใช่ศัตรู ที่เลวร้าย คุณงามความดีที่มีอยู่ ยังมีผลต่อกลุ่ม แดง นปช. และหายกลุ่มอันนี้เราต้องยอมรับ แต่ จะไม่ยอมรับถ้าเขาทำให้ การเดินสู่ประชาธิปไตย ล้มลุคลุกคลานเหมือนที่ผ่านมา

Offline

#15 January 23, 2016 1:26 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

usa.th wrote:

เวลานี้ก้าวข้ามทักษินไปแล้ว  เอากระทู้เก่าๆมา ก็ดีนะ  ลืมไปแล้วว่าโพสอะไรไปบ้าง  ดีครับ

ผมไม่แน่ใจอย่าง usa.th ที่คิดว่าส่วนใหญ่ก้าวข้ามทักษิณไปแล้ว ดูงาน IO ของฝ่ายทักษิณ แค่โยนเรื่องปฎิทินออกมา ฝ่ายติ๊ดตู่ ก็ออกมารับลูกโต้ห้ามแจกจ่าย ส่งทหารกุัยไม่กี่คนไปงานเสื้อแดงแห่งหนึ่ง ก็สามารถกลบเรื่องล้มเหลวของรัฐบาล คสช.ในหลายๆเรื่องได้

ส่วนของกระทู้ส่วนนี้ หาขึ้นมาเสริม ไม่ใช่กระทู้เก่าๆ จะมีเนื้อหาใหม่ สด 2 เรื่อง การอุ้มหายในภาคเหนือ และ เหมืองแร่ทองคำ แต่ยกมาสี่กรณี เพื่อให้เห็นการใช้อำนาจอย่างแบบเผด็จการ

Offline

#16 January 23, 2016 2:13 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

casala wrote:

คุณ linc49 ครับกำลังหากระทู้นี้พอดี   อยากให้กระทู้นี้เกี่ยวกับทักษิณทั้งด้านและด้านบวก   ลงด้านลบเผื่อกลุ่มชินวัตรจะได้รู้ และตาสว่างคิดตาม   ว่าคนกลุ่มหนึ่งที่มี ความพร้อมหลายอย่าง ไม่เอาเขาแล้วจะกลับมาเป็นผู้นำหรือไม่  ก็ไม่สนใจ    แต่อย่าคิดว่า  ชุบมือเปิบ  เพราะครานี้คงยาก และ  ยิ่งไม่ใช่  นปช.  ภายใต้การบังคับบัญชา  ยิ่งยากใหญ่

ลงด้านบวกคือ อย่างน้อยเขาก้อไม่ใช่ศัตรู ที่เลวร้าย คุณงามความดีที่มีอยู่ ยังมีผลต่อกลุ่ม แดง นปช. และหายกลุ่มอันนี้เราต้องยอมรับ แต่ จะไม่ยอมรับถ้าเขาทำให้ การเดินสู่ประชาธิปไตย ล้มลุคลุกคลานเหมือนที่ผ่านมา


กระทู้นี้ แสดงถึงเรื่องที่ผ่านมาและฝ่ายประชาธิปไตยต้องสรุปบทเรียน ถ้าได้อ่านและคิดวิเคราะห์จะเห็นว่า ทักษิณเล่นธุกิจการเมือง นะครับ ไม่ใช่ยึดอุดมการณ์ สิทธิมนุษยชน เสรีภาพ ความเสมอภาค และระบอบประชาธิปไตยอะไรที่คนอื่นหวัง แต่การเข้าสู่การเมืองเพื่อธุรกิจการเมือง มันเป็นไปไม่ได้เลยในสิ่งที่คุณ casala คิดหวัง

Instine-830x623.jpg   
Albert Einstein

ทักษิณเขามีดีลถั่งเช่ากับ 3 ป อยู่ไม่ใช่หรือ เขาจึงบอกรหัสแก่หัวคะแนนแบบนี้ หลังรัฐประหาร ตอนนี้ทหารโจรละเมิดสิทธิประชาชน จับนักศึกษาอุ้มหายเขาก็ไม่เดือดร้อนอะไร นี่ รวมทั้งยิ่งลักษณ์ ส่วนกฏหมาย รธน. ก็แกล้งหน่วงเวลาเขาก็รู้ ก็เขาสมประโยชน์ในอนาคตกันอยู่ รอคนที่คนเหล่านี้หนุนขึ้นก็สมประโยชน์กัน ส่วนงาน Red USA & Red New York  แค่ส่ง ปฏิทิน ไปร่วมงานนี่ก็เป็นการหยั่งเชิงและบิดเบือนภาพการต่อสู้แล้วว่าเหมือนเขามีอิทธิพลอยู่นะ

1520756_760183080715200_239465544037609736_n.jpg


CZaSuBcVAAArmu4.jpg
นางสาวยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ พาคณะเก็บชาอู่หลงที่ไร่ชา 101 ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แค่เห็นก็เป็นสุขใจ

14403920931440392107l.jpg
"สมศักดิ์ เจียม"เขียนเรื่อง "สองทักษิณ" ระบุ เป็นแกนนำมวลชนที่แย่และไร้คุณธรรม!
วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Last edited by linc49 (January 23, 2016 2:15 PM)

Offline

#17 January 23, 2016 7:31 PM

casala
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 303

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

ไม่เถียงครับ เป็นความจริง ที่เขาเล่นการเมือง โดยเน้น ธุรกิจการเมือง  ก็เคยแต่หวังว่าเขาจะหันกลับมาทางฝ่ายประชาธิปไตย  อย่างจริงจัง
แต่ก็คงเป็นไปตามที่คุณบอก  คือ ไม่มีทาง  ยิ่งการปรากฎตัว ของทักษิณหรือใครต่อใครที่อยู่ใต้ เงื้อมมือของท่านทักษิณ ไปปรากฎกาย ในงานใดงานหนึ่ง
นั่น เป็นสิ่งที่ ทำให้ มวลชนเข้าใจเขวว่า  เขาเลือกประชาธิปไตย

แต่ความเป็นจริงคือ   ไม่มีการตอบรับใดๆที่แสดงด้วยการปฎิบัติ  ตามที่เคยไปเยือนเมื่อเดือน เกิดปี ที่แล้ว สองพันสิบห้า  สัญญาณนิ่งเฉยนี้
ส่งผลให้ เขาตกขอบการเป็นผู้นำประชาธิปไตย  ค่อนข้างแน่นอน

การชุมนุม หรือจัดงานใดๆ ที่มีกลุ่มคนของทักษิณเข้าไปเกี่ยวข้อง  ระวังเรื่องการไขว้เขว  นะครับไม่ได้เป็นผลดีสักนิด  แต่กลุ่มคนที่เขา นำหน้าไปแล้ว
เขายังแน่แน่ว  และเจริญเติบโตขึ้นทุกวัน

Last edited by casala (January 25, 2016 8:36 PM)

Offline

#18 January 24, 2016 12:50 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

Way2fightnews

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : วิจารณ์ทักษิณกรณีไม่เอาฆาตกรฆ่า 91 ศพเข้าคุก

%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2+%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2+%E0%B9%99%E0%B9%91+%E0%B8%A8%E0%B8%9E.jpg

.........

เอา การวิเคราะห์ จากนักวิชาการ สศจ ที่ ยังมีข้อมูลลึกแต่ไม่สามารถบอกได้ ขณะนี้ก่อน นะ....มีโอกาสและเวลาจะวิเคราะห์บ้าง

มติชน

"สมศักดิ์ เจียม"เขียนเรื่อง "สองทักษิณ" ระบุ เป็นแกนนำมวลชนที่แย่และไร้คุณธรรม!

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

14403920931440392107l.jpg

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เเสดงความเห็นถึงการเคลื่อนไหวและเเสดงความเห็นทางการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังนี้ 

"ผมจะไม่พูดถึงข่าวล่าสุดที่จตุพรออกมาบอกว่าจะ "ลั่นกลอง" ปลุกระดมประชาชนอะไรนะ แต่จะพูดถึงอะไรที่มันกว้างกว่านั้น เป็นเรื่องเดียวกันนี่แหละ แต่มองภาพกว้างออกไปในประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญ และคิดๆ มาสักพักแล้ว"

ในช่วงวิกฤติ ๑๐ ปีที่ผ่านมา สำหรับ "คนเสื้อแดง" และคนที่เชียร์ทักษิณ-พรรคเพื่อไทย คุณทักษิณและเครือข่ายเป็น ๒ อย่างพร้อมๆ กัน ซึ่งบรรดาคนที่เชีย%B_์ บางทีก็ไม่ตระหนักว่า ๒ อย่างนี้ มันมีความแตกต่างสำคัญบางอย่างอยู่

ด้านหนึ่ง แน่นอน คนที่เชียร์เริ่มมาจากชอบคุณทักษิณในฐานะ รัฐบาล อันนี้ ก็รวมไปถึงหลังรัฐประหาร รัฐบาลสมัคร-สมชาย-ยิ่งลักษณ์ ด้วย คือชอบในแง่เป็นผู้บริหารประเทศ มีนโยบายที่รู้สึกว่าถูกใจ (จาก "๓๐ บาท" "สงครามยาเสพย์ติด" "โอท็อป" มาถึง "จำนำข้าว" ฯลฯ)

ผมจะไม่ถกเถียงในที่นี้ในแง่ว่า นโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลทักษิณ (รวมสมัคร-สมชาย-ยิ่งลักษณ์) ดีไม่ดีอย่างไร แค่พูดความจริงพื้นๆ ที่ว่า มีคนชอบมากกว่าไม่ชอบ คือเห็นได้ว่า เสียงส่วนใหญ่ก็ยังเลือกพรรคทักษิณเข้ามาบริหารประเทศเรื่อยๆ

ผมเป็นนักวิชาการ (ที่ไม่ได้ทำงานกับรัฐบาล) แทบจะคนเดียวในปี๔๘-๔๙ตอนเริ่มวิกฤติ ที่เสนอว่า ตราบเท่าที่ทักษิณได้รับความไว้วางใจจากเสียงส่วนใหญ่โดยผ่านการเลือกตั้ง ผมก็ยินดีจะดีเฟนด์ โดยเฉพาะดีเฟนด์จากการโจมตีของการเคลื่อนไหวที่วางอยู่บนฐานของกำลังที่ไม่อยู่ในระบบเลือกตั้ง-ตรวจสอบควบคุมไม่ได้เลย(สมัยนั้นปัญญาชน "ทวนกระแส" เกือบทุกคน ไม่เห็นว่าเลือกตั้งสำคัญอย่างไร ผมจะไม่ทบทวนในที่นี้ เพราะจะยาว แต่เป็นแบบนั้นจริงๆ)

ประเด็นที่ผมจะพูดในที่นี้คือ ตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา ทักษิณกับเครือข่ายยังมีบทบาทหรือสถานะอีกแบบหนึ่ง นั่นคือ บทบาท-สถานะในฐานะ ผู้นำขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของมวลชน

๒ อย่างนี้ - ในฐานะรัฐบาล กับในฐานะผู้นำหรือแกนนำขบวนการเคลื่อนไหวมวลชน - เป็นอะไรที่ไมใช่อย่างเดียวกัน ความจริง มีความแตกต่างสำคัญอยู่

อย่างแรกนั้น ผมคิดว่า ต่อให้ไม่ชอบหรือวิจารณ์ได้อย่างไร เราอาจจะพูดได้ว่า ทักษิณกับพวกประสบความสำเร็จจริง อาจจะพอพูดได้ไม่ยากเลยว่า "บริหารดีกว่า ปชป." (ไม่ต้องพูดถึง คสช.) และมองในเชิงหลักการปกครองประชาธิปไตย ต่อให้ไม่ชอบ ก็เป็นอะไรที่สามารถดีเฟนด์ได้ (คือดีเฟนด์ทักษิณกับพวกในฐานะรัฐบาลเลือกตั้งมา)

ปัญหาคือบทบาท-สถานะแบบหลัง

ในความเห็นของผมในบทบาทสถานะของการเป็นผู้นำขบวนการเมืองทักษิณกับพวกไม่เพียงประสบความล้มเหลวอย่างแย่มากๆ อย่างสำคัญ ยังเป็นผู้นำและแกนนำขบวนการการเมืองมวลชนที่แย่ ไม่มีคุณธรรม ไม่มีความสามารถสุดๆ ด้วย

ผมไม่สามารถไล่เรียงโดยละเอียดในที่นี้ว่า ที่เพิ่งพูดมีอะไรบ้าง เอาแบบสั้นๆ แค่ ๒ กรณีที่รู้จักกันดี คือ

(ก) การตัดสินใจยึดราชประสงค์ปี ๕๓ เป็นการตัดสินใจที่แย่ ที่ไม่จำเป็นและไม่มีประโยชน์ด้วย และในที่สุด การตัดสินใจนาทีสุดท้าย ที่จะไม่ยอมรับ "โร้ดแม็พ" อภิสิทธิ์ เพื่อต่อรองบางอย่างเพิ่มเติมให้ทักษิณ เป็นการตัดสินใจที่ไม่เพียงโง่ หายนะในทางยุทธวิธี ยังสะท้อนลักษณะไม่มีคุณธรรม เอาชีวิตของมวลชนเข้าเสี่ยง (แล้วก็ตายเป็นเบือจริงๆ ทั้งๆ ที่หลีกเลี่ยงได้) และแน่นอนสะท้อนลักษณะรวบอำนาจขึ้นต่อผู้นำ ไม่เป็นประชาธิปไตยด้วย (เสียงทักษิณใหญ่พอจะเปลี่ยนความเห็นที่ส่วนใหญ่เอนเอียงไปในทางยอมรับโร้ดแม็พแล้ว)

(ข) กรณีเหมาเข่ง ในแง่ยุทธวิธีล้วนๆ (ไม่ต้องพูดถึงในแง่หลักการอะไรเลยในที่นี้) เป็นการตัดสินเชิงยุทธวิธีที่โง่บัดซบสุดๆ และเช่นเดียวกับกรณีราชประสงค์ เป็นการตัดสินใจที่สะท้อนลักษณะไม่มีคุณธรรมมากๆ ด้วย คือตลอดเวลาก่อนหน้านั้น เอาชีวิตในคุกมวลชนตัวเอง รอไว้เป็นตัวคอยต่อรอง หาโอกาสเพื่อช่วยผู้นำ และในที่สุด เมื่อมีโอกาสที่จะช่วยผู้นำ ก็ทำ โดยไม่คำนึงถึงว่า เป็นการทำลายโอกาสของมวลชนตัวเองอย่างไร และแน่นอน การที่ทั้งพรรคเอาด้วยกันหมดแบบเชื่องๆ ก็ยืนยันอีกครั้งถึงลักษณะรวบอำนาจขึ้นต่อผู้นำ ไม่เป็นประชาธิปไตยของขบวนนี้

(จริงๆ ยังมีเรื่องที่ต่อเนื่องกันช่วงวิกฤติ กปปส.  แต่ผมจะไม่พูดในที่นี้ เพราะมันจะยาว คือประเด็นเรื่องการเคลื่อนไหวแบบ "ใต้ดิน" ที่แพร่หลายมากในหมู่เสื้อแดงในช่วงนั้น โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ประเด็นนี้มันมีความซับซ้อนอยู่ คือจุดเริ่มต้นอาจจะไม่ใช่มาจากการนำของทักษิณและระดับนำโดยตรง แต่ว่า ในที่สุด ความรับผิดชอบที่ทำให้มีสภาพเช่นนั้นขึ้นได้ มีส่วนอยู่ในความรับผิดชอบของระดับนำแน่นอน)

สรุปแล้วในฐานะบทบาทของผู้นำขบวนการการเมือง ทักษิณกับพวกมีลักษณะโง่และไร้คุณธรรม อันที่จริง ขบวนทั้งขบวนในแง่ความเป็นขบวนการเคลื่อนไหวการเมืองมวลชน มีลักษณะรวมศูนย์อำนาจขึ้นกับผู้นำ ไม่เป็นประชาธิปไตย มีลักษณะ "ระบบอุปถัมภ์" "มั่ว" สูงมากๆ

(อันที่จริง ควรกล่าวด้วยว่า ในสถานะรัฐบาล ลักษณะรวบอำนาจ ฯลฯ ก็มี แต่ในกรณีนี้ หลายคนอาจจะบอกว่า กลายเป็นความสำเร็จของทักษิณในฐานะรัฐบาลด้วยซ้ำ พูดง่ายๆ การที่อะไรๆ ก็ขึ้นกับทักษิณในฐานะนายกฯ ทำให้ทำอะไรเร็ว เด็ดขาด ฯลฯ ในแง่นโยบายบริหารประเทศ - นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งว่า สถานะ ๒ อย่างที่พูดถึง มีความแตกต่างกันอยู่)

ปัญหาคือ สำหรับชาวบ้าน ประชาชนทั่วไป บทบาท ๒ อย่างที่พูดนี้ มัน "ซ้อนทับ" กันอยู่ และคนที่ชอบทักษิณกับพวก ที่เริ่มมาจากการชอบในบทบาทแรก คือชอบในฐานะเป็นรัฐบาล (บริหารดี เศรษฐกิจดี ฯลฯ) ก็มักจะ "ถ่ายโอน" (transfer) ความชอบนั้น มาที่ทักษิณกับพวกในฐานะผู้นำขบวนการการเมืองด้วย พูดแบบง่ายๆ คือ ทักษิณกับพวกเอาไงเอาด้วย ในแง่จังหวะก้าวการเคลื่อนไหวการเมือง ในแง่ท่าทีทางการเมือง ฯลฯ
และคนที่เชียร์ทักษิณ ด้วยสาเหตุจากบทบาทแรก (คือในฐานะรัฐบาล ชอบนโยบาย ฯลฯ) ก็มักจะเลยไปเชียร์หรือดีเฟนด์ในบทบาทหลังด้วย แม้ว่า ในขณะที่บทบาทแรก อาจจะกล่าวได้ว่ามีเหตุผลเข้าใจได้ที่จะเชียร์หรือดีเฟนด์ แต่ในแง่บทบาทหลัง ไม่มีเหตุผลให้ควรเชียร์หรือดีเฟนด์

(อันที่จริง ไมเพียงระดับชาวบ้านหรือมวลชนทั่วไป ในช่วงก่อนรัฐประหาร ผมมองว่า แม้แต่นักวิชาการหรือแอ๊คติวิสต์บางส่วน ก็ "สับสน" หรือไม่แยกระหว่างบทบาท ๒ อย่างนี้ด้วย ความรู้สึกผมคือในช่วงท้ายๆ ก่อนรัฐประหาร นักวิชาการจำนวนหนึ่ง - ซึ่ง ๘-๙ ปีก่อนหน้านั้น ยังไงก็ไม่เอาทักษิณๆๆ - กลับไปขึ้นต่อหรือตามจังหวะก้าวหรือยุทธวิธีของทักษิณ-เพื่อไทยในฐานะขบวนการเมืองมากไป แต่เรื่องนี้มีความซับซ้อน ที่ไม่สามารถอภิปรายในที่นี้)

Offline

#19 January 24, 2016 1:03 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

ทักษิณ ก็เป็นพวกอนุรักษ์นิยมขวาจัด แต่เป็นในส่วนที่กลุ่มอื่นไม่ยอมให้เข้าพวก ตอนนี้ก็ได้แต่กลับมาหลอกล่อประชาชนที่เคยเชื่อใจใน นปช และเคยเชื่อในหลักความยุติธรรมที่คิดว่าทักษิณมี และก็ได้หมดศรัทธาไปแล้วจากในกรณี เช่น นิรโทษกรรมเหมาเข่ง เหล่า สส. ใน พท ออกมากล่าวขานเซท 0 และ กรณีที่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ควรจะได้ยื่นฟ้องต่อศาล ICC เพื่อทวงความยุติธรรมให้ ปชช คนเสื้อแดง ที่ถูกฆาตรกรรมหมู่ตายเกือบร้อยศพ บาดเจ็บอีก สองพันกว่าคน ในเหตุการณ์ เมษา-พฤษภา ปี 2553 ทั้งที่รู้ว่าศาลไทยนั้นไม่สามารถทำงานได้เลย จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทักษิณ คือ พวกอนุรักษ์นิยมขวาจัด ตัวจริงที่ซ่อนรูปอยู่เช่นกัน

prachatai

Quote of the Day

+ *
สุรชาติ บำรุงสุข
Sun, 2015-11-01 17:21

1654121_836340899819405_6861867661335888903_n.jpg?oh=1d324d2b6d55bd77a758fb050e8f0a94&oe=56B9C45A *

a1_185.jpg

"สังคมไทยเดินมาไกลเกินกว่าที่จะปิดประตูบ้านตัวเอง ตามความเชื่อของปีกขวาจัด ความลำบากของปัจจุบันก็คือ เราดันอยู่กับอนุรักษ์นิยมขวาจัดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไหร่ และความไม่รู้เรื่องรู้ราวมันสะท้อนชัดว่า เขาไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะเดียวกันก็ไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลง หรือพลวัตที่เกิดขึ้นในบ้านตัวเอง"

ตอนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ว่าด้วยนิรโทษกรรมและปรองดอง ในสายตาคน(เคยผ่าน)เดือนตุลา
http://www.prachatai.org/journal/2015/10/62191

...........

http://www.naewna.com/politic/185973

พิชิต ชี้ นปช-พวก เหลือแต่ชื่อ ซัดทำทีให้ สุชน ลาออกนั่ง สปท.

* นปช คาเฟ่
วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558, 08.38 น.

185973.jpg

12 ต.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงยังเฟซบุ๊ค "พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์" ถึงกรณีการนัดใส่เสื้อแดง ในวันที่ 1 พ.ย. เพื่อให้กำลังใจแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และร่วมบริจาคเงิน หากมีความผิดในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และถูกดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั้น

รศ.ดร.พิชิต ระบุว่า ใครจะให้กำลังใจยิ่งลักษณ์ด้วยการนัดใส่เสื้อแดงวันที่ 1 พ.ย. หรือระดมบริจาคเงินถ้ายิ่งลักษณ์ถูกยึดทรัพย์จากคดีจำนำข้าว ถ้าทำเพื่อความสะใจ หรือ ประชดพวกสลิ่ม ก็เป็นเรื่องความชอบส่วนตัว แต่ถ้าคิดว่า ทำแล้วจะช่วยยิ่งลักษณ์ได้ คงจะผิดหวัง ลองตั้งคำถามว่า เขาอยากให้ทำหรือเปล่า ดูจากท่าทีของจตุพรและยิ่งลักษณ์ ชัดเจนคือ ไม่อยากให้ทำ ไม่อยากเผชิญหน้า นี่ไม่ใช่แนวทางของพวกเขา

"โอกาสที่พวกเขาจะสู้ มันผ่านไปนานแล้ว จากวันที่ยังเป็นรัฐบาล มีกำลังตำรวจบางส่วน มีเครือข่ายมวลชนนับแสน มีตปท.หนุน เขายังไม่สู้ ทิ้งเวทีไปเฉยๆ แล้ววันนี้ไม่มีอะไรเหลือ นปช.และเครือข่ายเสื้อแดงเหลือแต่ชื่อ เอาแต่รอเลือกตั้งภายใต้รธน.ที่เขาร่างให้อย่างเดียว ยิ่งไม่มีทางคิดสู้ ผีเข้าป่าช้าแล้วมีหรือจะฟื้น"

รศ.ดร.พิชิต ระบุต่อว่า  นอกจากคดียิ่งลักษณ์ ยังมีคดีสมชายสลายพธม. คดีเงินกู้ที่จ่อคอหอยลูกชาย คดีและหมายจับทักษิณเพิ่มอีก มีหรือที่เขาจะอยากเห็นการเคลื่อนไหวมวลชนหนุนยิ่งลักษณ์ มวลชนยิ่งแสดงออก ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ยิ่งลักษณ์ยังคงเป็นตัวอันตรายปล่อยไว้ไม่ได้ ยิ่งถูกกระทำมากเท่าใด ก็ยิ่งฝากความหวังไว้กับนิรโทษกรรมเหมาเข่ง มากขึ้นเท่านั้น เขาจึงให้สุชนไปร่วมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป แต่ทำเป็นแก้เกี้ยวด้วยการให้สุชนลาออกจากพรรคและอ้างว่าไปส่วนตัว พรรคจะได้ไม่เสียชื่อ ไม่ถูกปชช.ด่าให้เสียรังวัดอีก ส่วนใครจะเชื่อว่า มีลับ ลวง พราง เขาแตะมือกันแล้ว เขาคุยกันอยู่ เราไม่รู้หรอก บลา บลา บลา ก็เอาที่สบายใจแล้วกัน

2(3712).jpg

* สิ่งที พิชิต พูดนั้น ปรากฏให้เห็นเลยในวันที่ 1 พย 2558 นปช แม้พยายามปลุกกระแสใส่เสื้อแดงและแย่งซีน ปชช จากกลุ่มอื่น แต่ผลคือกร่อย ไปหน้าไทยรัฐ แต่กลุ่มอื่นไม่ร่วมและ ปชช ทั้งประเทศไม่แสดงออกในการใส่เสื้อแดงด้วย

...................


http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1445939390

เฒ่าวัย 68 ปีนเสาสปอตไลท์ มธ. ท่าพระจันทร์ คับข้องใจ "ปชต.รู้จักหรือไม่?"

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

14459393901445946353l.jpg

(27 ต.ค.58) เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งมีชายสูงอายุปีนขึ้นไปบนเสาสปอตไลท์ภายในสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ส.ป.ภ.) แพทย์ รพ.วชิรพยาบาล

ที่เกิดเหตุพบนายทอง โพธิ์ดี อายุ 68 ปี อาชีพเปิดแผงพระให้เช่าที่ตลาดท่าพระจันทร์ ยืนอยู่ด้านบนของเสาสปอตไลท์ ความสูง 12 เมตร ฝั่งหน้าอาคารคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี โดยนายทองสวมเสื้อกั๊กสีแดง และในมือถือขวดน้ำซึ่งข้างในบรรจุน้ำมันเบนซิน และยืนอยู่ในท่าทีนิ่งสงบ ขณะที่ด้านล่างเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้กางเบาะลมช่วยชีวิตเพื่อป้องกันนายทองกระโดดลงมา

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์เข้าเกลี้ยกล่อมนายทองให้ลงมาพูดคุย จนนายทองยินยอมปีนลงมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจยืนรออยู่ ซึ่งนายทองได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเพียงสั้นๆว่า ตนคับข้องใจว่า ประชาธิปไตยรู้จักหรือไม่ ความยุติธรรมรู้จักหรือไม่ และกล่าวอีกว่าจะไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยใจความภายในจดหมายมีเนื้อหาเกี่ยวกับคำถาม 4 อย่างคือ1.การปฏิรูปคืออะไร 2.ประชาธิปไตยคืออะไร 3.ยุติธรรมคืออะไร 4.ความเป็นธรรมคืออะไร

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบได้ขับรถจักรยานยนต์พานายทองไปส่งที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องในเรื่องขอแสดงความคิดเห็นและวิธีแก้ปัญหาต่อโครงการรับจำนำข้าว และปัญหาต่างๆของบ้านเมือง

..........

http://thaienews.blogspot.com/2015/11/9_1.html

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 01, 2558

จอม เพชรประดับ : บันทึกชีวิต"นวมทอง ไพรวัลย์" 9 ปีที่"ประชาธิปไตย"สิ้นใจ

บันทึกชีวิต"นวมทอง ไพรวัลย์" 9 ปีที่"ประชาธิปไตย"สิ้นใจ

Published on Oct 31, 2015
ในโอกาสครบรอบ 9 ปี การปลิดชีพตัวเองของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ สามัญชนคนขับรถแท็กซี่ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่ Thaivoicemedia ขอนำเสนอบทเพลงที่บันทึกเรืองราวชีวิตและอ­ุดมการณ์ที่เด็ดเดี่ยว หนักแน่นของ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ กับการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อต่อต้านอานาจเผ­ด็จการ ซึ่งเป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อรำลึกก­ารจากไปของ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ครบ 9 ปี โดยกลุ่มศิลปิน มฤคา ชื่อเพลงว่า "นวมทอง ไพรวัลย์"

รวมทั้งได้รวบรวมบทสัมภาษณ์ที่ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์ คุณจอม เพชรประดับ ถึงความมุ่งมั่น ที่จะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก เพื่อต่อต้านอำนาจเผด็จการ ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ ก่อนที่ลุงนวมทองจะปลิดชีพตัวเองเพียงไม่ก­ี่วัน รวมทั้งเรือ่งราวของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่นำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ในตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

...........

CJ30W61UYAEAljn.jpg:large

9 ปี ทักษิณ วิ่งวนอยู่รอบเสาอนุรักษ์นิยมขวาจัด แต่ปากบอกว่า เรียกร้องประชาธิปไตย
ความคิดของเขานั้นไร้คุณค่ามองไม่เห็นหลักมนุษยธรรมใดๆที่เป็นโลกอารยะในสังคมโลกเลย
เปรียบไม่ได้กับ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ หรือลุงทอง โพธิ์ดี ที่เพิ่งเป็นข่าว 

     klum

Last edited by linc49 (January 24, 2016 1:09 PM)

Offline

#20 January 25, 2016 8:40 PM

casala
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 303

Re: ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน

dog   dog   dog  dog
ขำครับ  กลับมายากมาก  ทางเดียว ปฎิบัติตามข้อตกลง  ของเดือนมิถุนายน 2015 ครับ ท่านทักษิณ
ผมเพิ่งหัดใช้ ไอคอนครั้งแรก หลังมาสิงสถิตที่เวปไอเอฟ แห่งนี้

Last edited by casala (January 25, 2016 8:41 PM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.