iFreeThai

#441 December 14, 2015 10:16 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/555_13.html

วันอาทิตย์, ธันวาคม 13, 2558

มีคนตั้งชื่อภาพนี้ว่า "พวกไม่มีแผ่นดินอยู่" (กรุงปารีส ไม่ใช่แผ่นดินเหรอ) 555 โอเค เอาชื่อแบบทางการหน่อยคงเป็นว่า...

12345674_919076401478973_1339009633099180567_n.jpg

มีคนตั้งชื่อภาพนี้ว่า "พวกไม่มีแผ่นดินอยู่" 555
โอเค เอาชื่อแบบทางการหน่อยคงเป็นว่า "ผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยในยุโรป"

ที่มา FB

12063386_889937894392824_5154552084527806469_n.jpg?oh=6c73a74fd5451e916c49476a5066144e&oe=57183AE6 Somsak Jeamteerasakul


คนอื่น ๆเค้าว่า...

วีรบุรุษ วีรสตรี นักสู้เพื่อประชาธิปไตยไทย

พวกมีความสุข ในประเทศเสรี ปชต.เพราะ ท่านได้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์กะลาแลนด์ไปแล้วค่ะ

พวกที่ยังดีกว่าอยู่ใต้อุ้งตีนเผด็จการ . ...มาเฟียและกฏหมายที่น่าสะพรึงกลัว นะคะ

พวกที่่ดูหน้าตาคนไม่มีแผ่นดินสดใสกว่าพวกทีมีแผ่นดิน? ทีดิ้นๆๆ ไม่ให้ติดเชื้อในกระแสฯตลอดเวลา จารย์

พวกน่าอิจฉาจัง ครับ ได้เห็นโลกกว้าง อยู่ที่นี้ มองท้องฟ้ายังไม่เห็น ในกะลามันมืดมากก    dog
ไอ้พวกมีแผ่นดินอยู่ กำลังเตรียมตัวไม่มีจะกิน ยาง5โลร้อย ไม่ได้แดกหลากหลาย
ผู้มีแผ่นดินจะอยู่แต่ไม่มีจะแดก

พวกที่ที่หัวใจแกร่งกล้า9B9ละมีสายตาอันยาวไกล

Offline

#442 December 14, 2015 11:29 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/iccpr.html

วันจันทร์, ธันวาคม 14, 2558

รัฐบาล คสช. ถลำลึกลงไปทุกทีกับการโป้ปดชาวโลก เรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนพลเมืองของตน ถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้นความผิดต่อปฏิญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมหาชนและการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยลงนามไว้กับสหประชาชาติ ไปได้

12360311_922155847834036_1543860715560401591_n.jpg

รัฐบาล คสช. ถลำลึกลงไปทุกทีกับการโป้ปดชาวโลก เรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนพลเมืองของตน

ถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้นความผิดต่อปฏิญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมหาชนและการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยลงนามไว้กับสหประชาชาติ ไปได้

แม้ทหารจะนำตัวนายฐนกร ศิริไพบูลย์ ผู้ต้องหาแชร์แผนผังการทุจริตโครงการราชภักดิ์บนเฟชบุ๊ค ไปให้ศาลทหารสั่งฝากขัง หลังจากครบ ๗ วันการควบคุมตัวแบบ incommunicado ไม่ยอมบอกทนายและญาติที่พยายามขอเข้าพบว่ากักกันไว้ที่ไหน

แม้นายทหารพระธรรมนูญ (พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ) จะออกมาบอกสื่อว่าเตรียมเผยแพร่คลิปคำสารภาพของนายฐนกรระหว่างควบคุมตัว อ้างว่า “มีเนื้อหาสื่อสารถึงประชาชน” (as per Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว) ก็ตามเถอะ

เจ็ดวันขอ%8g;?ารจัคุมขังอย่างปกปิด (secret detenti on) ย่อมเข้าข่ายทำให้บุคคลหายสาปสูญ ใช้เป็นหลักฐานสะสมหากจะมีการฟ้องคดีความต่อศาลอาญาระหว่างประเทศในภายหน้า

คดีของนายฐนกรนี้เป็นอีกหลักฐานบันทึกโดยองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ เช่นฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์

(https://www.hrw.org/…/thailand-junta-cr … -disappea…)

ไม่เท่านั้น ตามรายงาน ข่าวสดภาคอังกฤษhttp://www.khaosodenglish.com/detail.php?newsid=1450077850 โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ระบุว่า

ข้อหาความผิดตาม ม.๑๑๒ ที่ฟ้องต่อนายฐนกรนั้นเป็นคดีไม่เหมือนใครครั้งแรกของโลก โดยอ้างว่าเขาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ด้วยการ เหน็บแนมล้อเลียน ‘คุณทองแดง’ สุนัขที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยงและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว

12310461_922156067834014_8771112760595827229_n.jpg

หนักเข้าไปใหญ่ มีการส่งเจ้าหน้านอกเครื่องแบบไปนำตัวนายเธนศ อนันตวงษ์ วัย ๒๕ ปี หนึ่งในทีมจ่านิว กลุ่มนักศึกษาที่ชวนกันเดินทางรถไฟไปหัวหินเพื่อตรวจสอบการทุจริตในโครงการราชภักดิ์ แต่กลับถูกทหาร-ตำรวจยับยั้งด้วยการถอดตู้รถไฟที่มีผู้โดยสารกว่า ๓๐ คน แล้วนำตัวไปควบคุมจนกระทั่งหมดวัน

นั่นเป็นการจับกุมอย่างไร้จรรยาและขาดมนุษยธรรม ด้วยเหตุว่าไปฉกตัวขณะนายเธนศขณะนอนป่วยบนเตียงรอการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลสิรินธร ขอนแก่น ต้องให้ยาทางสาย ดังที่ทนายอานนท์ นำภา แจ้งว่า

“ได้ยามาแล้ว หมอบอกว่าเป็นแค่ยาระงับอาการปวดกับอาการอักเสบไปก่อน จริงๆ ต้องรักษาโดยการให้ยาทางสาย ซึ่งต้องใช้เวลารักษาต่อเนื่องอย่างน้อย ๗ วัน แต่เธนศรักษาแค่สามวันก้ถูกทหารจับตัวไปเสียก่อน”

12376016_922156007834020_7275948373295614011_n.jpg

ทั้งนี้โดยมีการชี้เป้าจากผู้ใช้เฟชบุ๊คชื่อบัญชี Siriwanna Jill ให้เบาะแสหมายเลขเตียงและชั้นของตึกอย่างละเอียด

ความประพฤติของเจ้าหน้าที่ไทยเยี่ยงนี้ รวมทั้งนำเอาข้อความชี้เป้า ล่าแม่มด บนโซเชียลมีเดียมาขยายผล ย่อมประจานให้เห็นลักษณะป่าเถื่อน ไร้จริยธรรมของฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของไทยอย่างโจ๋งครึ่ม

12373251_922156464500641_7472070101614811447_n.jpg

อาการหลงตัวและไม่แยแสกติกาสากล จนทำให้ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ หัวหน้าฝ่ายสอบสวนคดีโรฮิงญาต้องผละตำแหน่ง เดินทางออกนอกประเทศไปขอลี้ภัยในออสเตรเลีย นั่นก็เป็นหลักฐานตบหน้ารัฐบาล คสช. ฉาดใหญ่ ถึงการปกครองประเทศโดยพลการด้วยอำนาจบาตรใหญ่ ที่ถูกประณามโดยนานาชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังจะมีหน้า “ขอให้พลตำรวจตรีปวีณ พงศ์สิรินทร์ กลับมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตามกระบวนการยุติธรรม...

มาบอกกับตนว่าถูกใครข่มขู่ จะดำเนินคดีให้ ไม่ใช่ไปพูด ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย”

(http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1450070941)

บิ๊กตู่นี่เหมือนมีปากสักแต่พูดกระนั้น ดูเหมือนจะไม่อ่านไม่ฟังข่าวจากต่างประเทศบ้างเลย ในเมื่อเขารายงานข่าวกันว่าพล.ต.ต.ปวีณหวาดกลัวอันตรายต่อชีวิต ได้เคยร้องต่อผู้บังคับบัญชาหลายครั้ง ก็ยังไม่มีใครให้ความเห็นใจ

มาถึงวันนี้ความเสียหายที่ประยุทธ์อ้าง อย่างน้อยๆ เกิดจากการผิดพลาดละเลยของคนใหญ่โตในรัฐบาล หนักกว่านั้นเป็นเรื่องของการจงใจบีบคั้นกลั่นแกล้งเขาจนทนไม่ไหว

พอเขาโวยวายเข้าก็ขายผ้าเอาหน้ารอด อ้างประเทศชาติ ทั้งที่ความเสียหายอยู่ที่ตัวเองนั่นแหละ

มิน่า บ้านนี้เมืองนี้ถึงได้นิยมเอากะโหลกกะลามาครอบหัวกันครื้นเครง

12347811_922156357833985_6804444144561887778_n.jpg

.......

12347897_912293042200779_4214110367305928037_n.png?oh=e930a59be1954d6a8a86835819f065aa&oe=57131093หยุดดัดจริตประเทศไทย
11 ชม. · มีการแก้ไข ·

ประเทศนี้ป่วยหนักแล้วไอ้สัสสสสสสสสสส มาตรา 112 มันคลอบคลุมด้วยหรือ?

12342500_914348591995224_8069099952846374304_n.jpg?oh=e2aadbee1e06cb6de1b6290756c9e119&oe=56DAD552

Offline

#443 December 14, 2015 11:38 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/n … peech.html

วันจันทร์, ธันวาคม 14, 2558

NY Times: Thailand's Fear of Free Speech + ปรับทัศนคติ"นักการทูต"ชี้ชัดสิทธิมนุษยชนไทย วิกฤติอย่างที่สุด

ปรับทัศนคติ"นักการทูต"ชี้ชัดสิทธิมนุษยชนไทย วิกฤติอย่างที่สุด

jom voice

Published on Dec 13, 2015
นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ประจำประเทศไทย (Human Rights Watch) ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia เกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนใ­นประเทศไทย รวมทั้งกรณีตำรวจไทยกำลังสอบสวนการวิจารณ์ ม.112 ของ นายเกล็น เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการชุมนุมทางก­ารเมืองในประเทศไทยของนายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยว่า นี่คือการปรามเพื่อปรับทัศนคติทูตต่างประเ­ทศในประเทศไทย เป็นเกมส์การเมืองของ คสช.เพื่อกดดันนานาชาติไม่ให้แทรกแซงการเม­ืองภายใน ทั้ง ๆ เป็นการแสดงจุดของเขาเรื่องการละเมิดสิทธิ­ประชาชน โดยการบังคับใช้กฎหมาย ม.112 ที่เกินกฎกติกาสากลด้านสิทธิมนุษชนซึ่งไทย­เองก็มีพันธะสัญญาอยู่กับนานาชาติไว้ด้วย และเรืองการชุมนุมทางการเมือง ต่างชาN`E0เห็นชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลทหาร สองมาตรฐานไม่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนที­่ต้องการตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ แต่กลับสนับสนุนกลุ่มประชาชนที่อวยและปกป้­องรัฐบาล คสช.เท่านั้น รวมทั้งการเอาผิดคนที่กดไลท์ หรือ คอมเมนต์ในข้อความที่วิพากษ์วิจารณ์หรือต่­อต้านรัฐบาล แม้จะเป็นการพูดประชด หรือบ่นเรื่องปัญหาปากท้อง การประกอบอาชีพ นับจากนี้ไปคงทำไม่ได้ เหล่านี้ทำให้ วิกฤติด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย รุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า คสช.ไม่ต้องการที่จะให้ประเทศไทยกลับมาเป็­นประเทศประชาธิปไตยเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

ooo


Thailand's Fear of Free Speech

11sat3web-master675.jpg

By THE EDITORIAL BOARD
DEC. 13, 2015
NY Times

Since it seized power in a military coup in 2014, Thailand’s military junta, led by Gen. Prayuth Chan-ocha, has become increasingly obsessed with controlling public debate. This reached absurd proportions on Wednesday, when the Thai police announced they were investigating United States Ambassador Glyn Davies for possible violation of the country’s lèse-majesté laws that make royal insult a crime.

The investigation focuses on remarks Mr. Davies made last month reiterating the United States’ concern about efforts by the junta to curb free speech, specifically the “lengthy and unprecedented prison sentences” given to civilians by Thai military courts for violating the same lèse-majesté laws. The government should know that its decision to investigate Mr. Davies only confirms the truth of what he said.

And there is no way his well-founded criticism of the draconian efforts to curb freedom of expression can be construed as insulting to King Bhumibol Adulyadej. In fact, Mr. Davies praised the king in his remarks. But the king is 88 and ailing, and the junta appears intent on maintaining an iron grip at least until after a royal succession.

The junta has come down hard on critics. Media outlets have been raided and journalists, along with academics and politicians, have been sent to camps for “attitude adjustment.” Some of those arrested have disappeared. People have been sentenced to decades in prison for Facebook posts, and the military apparently has plans to reduce Internet traffic to a single gateway it can control.

Meanwhile, Thailand’s once robust economy is floundering, and crime has risen sharply in Bangkok. Farmers – half the country’s population lives in rural areas – are suffering after the worst drought in decades, and a third of the country is living with water rationing.

The junta is also embroiled in a corruption scandal involving Rajabhakti Park, a lavish site it built to honor Thailand’s kings. And, on Thursday, the top investigator into Thailand’s human trafficking rings, Maj. Gen. Paween Pongsirin, announced that he had fled to Australia, where he will seek asylum. He said he feared for his safety after exposing collusion between crime syndicates and Thai authorities.

The best way for General Prayuth to calm growing public frustration, and address the legitimate concerns of the United States and other allies, is to tackle Thailand’s lagging economy, clean up corruption in the military’s ranks and make progress toward drafting a constitution and holding elections for a transition to civilian rule, as the junta has promised. Open public debate is essential to that process.

Follow The New York Times Opinion section on Facebook and Twitter, and sign up for the Opinion Today newsletter.

A version of this editorial appears in print on December 14, 2015, in The International New York Times

Offline

#444 December 14, 2015 11:50 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12347897_912293042200779_4214110367305928037_n.png?oh=e930a59be1954d6a8a86835819f065aa&oe=57131093หยุดดัดจริตประเทศไทย
10 ธันวาคม เวลา 21:34 น. ·

12240412_900291290067621_5584607215803125743_o.jpg

แพร่ภาพอุทยานราชภักดิ์ กด Like ใน Facebook
โดนโทษติดคุก 32 ปี !! Amazing Thailand !!
เปราะบาง.....

12346410_913594875403929_9156691972861978560_n.jpg?oh=9b131aaba0eb1b64e0e8ba47df5c4e90&oe=56E04E09

http://www.bangkokpost.com/most-recent/790833

Facebook user faces 32 years in prison for clicking 'Like'
10 Dec 2015

A Samut Prakan man has been arrested for "liking" a doctored photo of HM the King and sharing an infographic on Facebook about the Rajabhakti Park scandal, the military said Thursday

Auto-parts factory worker Thanakorn Siripaiboon, 27, was arrested at his home in Samut Prakan province and charged with sedition, lese majeste and computer crimes, said Col Burin Thongprapai, legal officer for the National Council for Peace and Order.

"On December 2, he clicked 'Like' link on a doctored photo of the King and shared it with 608 friends," Col Burin told AFP, adding that he had confessed to the charges and faced up to 32 years in jail.

Under Thai law anyone convicted of insulting the King, Queen, heir or regent can face up to 15 years in jail on each count.

Mr Thanakorn, who belonged to an opposition red-shirt Facebook group, also shared an infographic about Rajabhakti Park, the billion-baht tourist attraction built by the army under construction contracts allegedly riddled with kickbacks and inflated costs.

"He admitted that he posted the infographic of Rajabhakti Park to incite members of the group," to oppose the military, Col Burin said.

Last month, a woman handed herself in to police and was charged with sedition for sharing the same Facebook infographic about the park scandal. Police said she was still under investigation.

Two prominent opposition figures and dozens of students were detained in separate incidents earlier this month while trying to visit the park and draw attention to the graft scandal.

...........

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_74.html

วันอาทิตย์, ธันวาคม 13, 2558

ช็อตเด็ด... คุณมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก คงอยากจะพูดกะ ประเทศทีแค่กดไลค์ ก็ถูกจับเข้าคุก ว่า...

12360386_966881673367377_3200995972513565695_n.jpg    dog

Last edited by linc49 (December 14, 2015 11:51 AM)

Offline

#445 December 14, 2015 12:08 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=77b926a334d6322679f2e4321ef63d80&oe=5716B6CFอาณาจักรไบกอน Returns
10 ธันวาคม เวลา 21:34 น. ·
แฉ!!!เป็นคลิปที่ต้องแชร์ความเหลวแหลกของเจ้าหน้าที่รัฐ
ที่มีผลประโยชน์ร่วมกับมาเฟียลายพรางคุมประเทศ..คำตอบทุกอย่างอยู่ในคลิป แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมมนุยษ์ลายพราง
ถึงได้กร่างทั่วประเทศ

อดีต หน. คณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ เผยเหตุผลที่ต้องขอลี้ภัยในออสเตรเลีย - บีบีซีไทย

photo.jpgBBC Thai

เผยแพร่เมื่อ 10 ธ.ค. 2015
พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และอดีตหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษ­ย์โรฮิงญาให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยมาจากออสเตร­เลีย เปิดเผยเหตุผลที่ต้องขอลี้ภัยในออสเตรเลีย รวมทั้งปัญหาที่ต้องเผชิญในการสอบสวนคดีค้­ามนุษย์ ระบุถูกข่มขู่ให้ลาออก ขณะที่การมีคำสั่งย้ายให้ไปประจำที่ศูนย์ป­ฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำให้เป­็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตน พล.ต.ต. ปวีณยังชี้ว่าด้วยว่าปัญหาการค้ามนุษย์ในไ­ทยจะยังคงเหมือนเดิม หากผู้บังคับบัญชาและผู้ที่มีอำนาจหน้าที่­ไม่จริง%B;]Gจในการแก้ไข

.........


"พล.ต.ต.ปวีณ"ลี้ภัย. ซ้ำเติมวิกฤติค้ามนุษย์ใน"ไทย"
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 11 ธ.ค. 2015
นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากลในประเทศไ­ทย ให้สัมภาษณ์ กรณี พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์ศิรินทร์ อดีตรองผู้บัชาการตำรวจภูธรภาค 8 อดีตหัวหน้าคณะทำงานคดีโรฮิงยา ผู้รับผิดชอบคดีการค้ามนุษย์ ในประเทศไทย ที่ขอลี้ภัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ด้วยด้วยผลได้รับแรงกดดันจากการทำงานที่อา­จเสี่ยงถึงชีวิตว่า เป็นการซ้ำเติมชะตากรรมของประเทศไทย ในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ เพราะแม้แต่พนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจระดับนายพล. ไม่สามารถทำคดีได้จนต้องหนีไปอยู่ต่างประเ­ทศ เป็นเรือ่งใหญ่มาก และสร้างความกังวลให้กับนานาชาติที่จับตาด­ูปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสหรัฐอเมริกา จะตัดเกรดไทยไม่ผ่านเรื่องปัญหาการใช้แรงง­านที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์อีกเป็นครั้­งที่ 3 อาจจะไม่เฉพาะภาคเอกชนเท่านั้นที่จะบอยคอต­สินค้าประมง หรือสินค้าอื่น ๆ จากไทย แต่อาจจะรวมถึงภาครัฐของอเมริกาเองอาจจะมี­มาตรการลงโทษที่ชัดเจนไทยมากขึ้นได้นับจาก­นี้

...........

https://www.youtube.com/watch?v=xFLoPN-WxsM

เสรีพิศุทธ์ชี้พล ต ต ปวีณ เจอตอขบวนการทหารชั่ว ฉบับเต็ม 16 นาที
photo.jpgFeath 337

..........

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/3_13.html

วันอาทิตย์, ธันวาคม 13, 2558

“ปวีณ-เลือกแล้ว” เตรียมเคลื่อนไหวต่างประเทศ จุดไม้ขีดก้านแรกกระทบ“เทียร์ 3” แน่นอน !!??

558000014133801.JPEG


ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
12 ธันวาคม 2558

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ที่สุดแล้ว พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวพนักพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ก็ตัดสินใจลี้ภัยหนีอันตรายไปอยู่ต่างประเทศ ข่าวนี้เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับสถานการณ์ไม่สู้ดีของรัฐบาลในหลายๆ เรื่องเช่นกรณีอุทยานราชภักดิ์ หรือการเคลื่อนไหวของมวลชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกัน

กรณีของพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ขอลำดับเหตุการณ์ย้อนหลังสักนิดว่า หลังลงมือทำคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา อย่างตรงไปตรงมามีการจับกุมผู้ต้องหาเกือบ 100 ราย ในจำนวนนั้นมีนายทหารยศ พล.ท. ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น และพ่อค้าคหบดี ซึ่งทราบกันดีว่า เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ แต่ระหว่างการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีกลับมีชื่อ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ถูกโยกไปประจำ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จนเกิดปัญหาออกมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนในเรื่องความชอบธรรม เหมาะสมและเป็นการ “ล็อกเป้า” ส่งไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในเขตอิทธิพลของกลุ่มผู้ต้องหา

เรื่องราวของ พล.ต.ต.ปวีณ ถูกสื่อทุกแขนงนำเสนออย่างละเอียดในทุกแง่มุมจนเกิดกระแสสังคมที่ไม่เห็นด้วย และต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องมีคำตอบที่ชัดเจน สมเหตุสมผล แต่ดูเหมือนว่าผู้มีอำนาจกลับมองการเคลื่อนไหวของ พล.ต.ต.ปวีณ มีปัญหากับการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ออกมาปรามด้วยความผิดทางวินัย

ขณะที่สังคมและสื่อทุกแขนงให้ความสนใจมาก และหวังว่าปัญหาดังกล่าวจะถูกคลี่คลายได้โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) แต่กลายเป็นเรื่องต่างมุมมองกับกระแสสังคม เมื่อผู้นำประเทศมองประเด็นความบกพร่องทางวินัยเสริมท่าทีของ ผบ.ตร.เข้าไปด้วย โดยระบุอย่างชัดเจนว่า หากผลการสอบสวนไม่พบว่ามีผู้ใดกลั่นแกล้ง พล.ต.ต.ปวีณ อาจมีความผิด 2 เด้ง

เวลาต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อนุมัติให้ พล.ต.ต.ปวีณ ลาออกโดยไม่ขัดข้องใดๆ ทั้งสิ้นเป็นอันว่าชีวิตราชการที่สร้างสมมาตลอด 30 กว่าปีจบสิ้นด้วยเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิด

สำหรับการเคลื่อนไหวของนายตำรวจผู้นี้ก่อนตกเป็นข่าวขอลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย นั้นได้ส่งข้อความไลน์กลุ่ม แสดงความขอบคุณประชาชนคนไทยที่ห่วงใยพร้อมสรุปผลงานคดีฟอกเงิน “คดีประวัติศาสตร์โลก” อันสืบเนื่องจากขบวนการค้ามนุษย์ของ สภ.ปาดังเบซาร์ ที่ 148/2558 มีรายละเอียดว่าสำนวนมีทั้งส้น 699 แฟ้ม เอกสาร 271,300 แผ่น ผู้ต้องหา 155 คน เสียชีวิต 2 รายคือ นางจันทรา ปั้งซวด และ พ.อ.กัณตภณ เจริญพร ออกหมายจับ 153 คน จับกุมได้ 55 คน มอบตัว 33 คน อายัด 3 คนรวมที่ได้ตัว 91 คน หลบหนี 62 คน

เมื่อสำนวนคดีค้ามนุษย์แล้ว พงส.ชุดเดิมจะลุยต่อในฐานฟอกเงิน และขั้นตนต่อไป ปปง.จะไล่ติดตามยึดทรัพย์เป็นการปิดท้าย เป็นการทำงานอย่างตรงไปตรงมาเพื่อขจัดขบวนการค้ามนุษย์ให้สิ้นซาก
ในคดีฟอกเงิน (231/2558) มีผู้ต้องหา 81 คน เสียชีวิต 2 คน คือนางจันทรา ปั้งชวด และพ.อ.กัณตภณ เจริญพร จับกุมได้ 13 คน แจ้งข้อหาผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ที่อยู่ในเรือนจำนาทวี 25 คน มอบตัว 1 คน อายัด 1 คน รวมได้ตัว 40 คน หลบหนี 41 คน

พนักงานสอบสวนเกือบ 100 คนทำงานหามรุ่งหามค่ำ รวบรวมพยานหลักฐานนานถึง 5 เดือน

ขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ส่งกำลังใจ ขอบคุณสื่อมวลชนที่ติดตามรายงานให้ประชาคมโลกได้รับรู้......ทุกท่านขออย่าได้ห่วง พวกเราหายเหนื่อยแล้วเพราะสิ่งที่เราทำก็เพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทั้งแผ่นดิน

ต่อนี้ไปพวกเราจะขอเบิกค่าทำสำนวนตามสิทธิ์ 1,500 บาท ก๊ากกกก !!!!

.....ข้อความดังกล่าวสะท้อนความรู้สึกหลากหลาย ทั้งภูมิใจและขมขื่น ถูกส่งมาในไลน์กลุ่มพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ และประชาชนที่ติดตามลงานของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมาก่อน ตามด้วยข่าว ผบ.ตร. ลงนามอนุมัติให้ลาออก

ปรากฏการณ์ของนายตำรวจผู้หาญกล้าออกมาอาสาจุดไม้ขีดไฟยังไม่จบลงง่ายๆ ล่าสุดเมื่อ 10 ธ.ค. 58 พล.ต.ต.ปวีณ ตกเป็นข่าวขอลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย พร้อมกับคำสัมภาษณ์ยืนยันปัญหาค้ามนุษย์ในประเทศไทยนั้น มีผู้มีอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทั้งในส่วนของทหาร - ตำรวจ โดยอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวน แสดงความเห็นว่าหากไม่มีบุคคลเหล่านี้ร่วมรู้เห็นเป็นใจค่ายกักกันชาวโรฮีงจาซึ่งมีมากเป็น 100 คนนั้น จะสามารถอยู่ได้หลายปีโดยไม่มีใครไปแตะต้องได้อย่างไร

นายตำรวจคนเดียวกันยังสำทับว่า ขณะนี้ตำรวจที่ทำคดี และพยานต่างอยู่ในสภาพหวาดกลัวและเชื่อว่าสุดท้ายขบวนการค้ามนษย์ระบือโลกในประเทศไทยอาจลอยนวลโดยไม่ต้องรับโทษใดๆ เลยก็เป็นได้

นี่จึงเป็นเพียงไม้ขีดก้านแรกที่ถูกจุดขึ้น เชื่อได้เลยว่าเมื่อ พล.ต.ต.ปวีณ ได้รับสถานภาพผู้ลี้ภัยอย่างสมบูรณ์ และตั้งหลักปักหมุดในประเทศออสเตรเลีย เรียบร้อยแล้ว เมื่อนั้นเราคงได้เห็นการจุดไม้ขีดก้านต่อๆไป แม้จะกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าโดยกลุ่มสมาชิกชาติยุโรป ใช้เทียร์ 3 ตั้งเป็นกำแพงไม่ให้สินค้าประมงเข้าไปขาย แนวโน้มความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 2-3 แสนล้านบาทต่อปีนั้น ประเทศไทยรวมทั้งอุตสาหกรรมประมงคงก้มหน้าแบกรับชะตากรรมกันอย่างถ้วนหน้า

และหากจะมีใครมองว่า พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ เป็นคนขายชาติ - เป็นผู้ชักศึกเข้าบ้าน หรืออาจมีข้อหารับเงินใครมากลั่นแกล้งรัฐบาลไทย ข้อกล่าวหาทั้งหลายที่ยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้แต่มีแนวโน้มถูกตอบโต้ในวันข้างหน้าก็ขอให้ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์นับตั้งแต่วันพบศพชาวโรฮีนจา ถูกฝังตามยะถากรรมในสุสานค่ายกักกัน และต่อเนื่องด้วยคำสั่งของรัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ประเทศไทยยกปัญหาค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ

สิ่งที่เกิดกับ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ จะไม่บานปลายกลายเป็นไฟลามทุ่งถึงขนาดล้อมกรอบประเทศไทยได้เลย หากผู้มีอำนาจใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรม มีความจริงใจแก้ปัญหาที่ยกให้เป็นวาระแห่งชาติ

โชคดีจงมีแด่พี่น้องคนไทยทุกคน !!??

...

ความเห็นของ @หยุดดัดจริตประเทศไทย


กูสนับสนุนท่านปวีณเต็มที่ เพราะเรื่องค้ามนุษย์สำหรับกูเป็นเรื่องเลวร้าย
ถ้ามันจะกระทบ “เทียร์ 3” ก็ต้องปล่อยอะครับ กูไม่เดือดร้อนอยู่แล้วเศรษฐกิจในไทยจะลงเหวขนาดไหน

แต่ค่อนข้างเป็นห่วงคนรักเสรีภาพ อยากจะฝากถึงพี่น้อง ที่รู้ว่าตัวเองจะโดนผลกระทบ "เทียร์3" ช่วงนี้อยากให้ใช้จ่ายอย่างประหยัดก่อนนะครับ เราไม่ทราบว่ามันจะมีหรือไม่มี แต่กันไว้ดีกว่าแก้ เทคแคร์นะครับ

ส่วนพวกสลิ่มชนชั้นกลางที่ต้องทำมาหาแดก ก็คงต้องลำบากหน่อยอะครับ
เทียร์3เมื่อไหร่ สหรัฐก็ไม่ได้เป็นพ่อพวกมึงอะครับ พอไม่มีจะแดก ก็ไม่ต้องโอดครวญว่าท่านปวีณ ขายชาติล่ะ ตราบใดถ้ามึงไม่ตกเป็นเหยื่อคนพวกนั้น คนเห็นแก่ตัวอย่างพวกมึงจะเข้าใจอะไร

ถึงเวลานั้น ถ้าไม่มีจะแดกจริงๆ แนะนำหาเก็บขี้หมาแถวบ้านแดกไปก่อน จนกว่าจะพ้น
"สหรัฐไม่ใช่พ่อ" <<< ท่องคำนี้ไว้เวลาแดกขี้หมา จะได้อร่อย 55555555555555555555555

@หยุดดัดจริตประเทศไทย

Offline

#446 December 14, 2015 12:19 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,178

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เยี่ยม  http://ifreethai.com/img/smilies/rose.gif

Offline

#447 December 14, 2015 12:24 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เขารุมถล่มกันแล้วที่ บิ๊กตู่

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=77b926a334d6322679f2e4321ef63d80&oe=5716B6CFอาณาจักรไบกอน Returns
10 ธันวาคม เวลา 16:31 น. ·
ช่วงนี้เหล่าคนดีเป็นอะไรกันเสียหมดนะ ออกมาร่ายพรํ่าเป็นรายวัน ทั้งๆที่รวมหัวจมท้ายกันมา
สมคบคิดกันมาตลอด มีนัดแนะ
ประชุมวางแผนกันเพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากประชาชน
แต่ทำไมนะคนดีที่มักแอบอ้างว่าเป็นคนดีต้องแทนคุณแผ่นดิน
ถึงได้มาตัดพ้อขย่มรัฐบาลคสช.กันแบบไม่เกรงใจท่านผู้นำ
ที่ยิ่งใหญ่อย่างประยุทธ์ได้ มันมีอะไรแปลกๆนะว่าไหม!
#โจรสลัด

http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1434511033

14345110331434511046l.jpg

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานมอบรางวัล SVN AWARD ของเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2557 เมื่อค่ำวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2558 ณ สยามสมาคมฯ ตอนหนึ่งว่าคงไม่ต้องอธิบายว่าทำไมถึงมีการรัฐประหาร ขออย่างเดียวคือยึดมาแล้วต้องทำจริง ทำให้ประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

“จะใช้เวลาเท่าไรผมไม่รู้ แต่ถ้ามีผลงานแล้วอย่างอื่นเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย แต่ก็อย่ายืดเวลาให้ตัวเองมากเกินไป”นายอานั%`S8ท์ กล่าว

นายอานันท์ กล่าวว่า ยังมีเรื่องที่รัฐบาลต้องระมัดระวังอีกหลายอย่าง เช่น ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และยังไม่ได้แก้อย่างแท้จริงซึ่งจะทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลขาดลงอย่างฉับพลัน ยังไม่รวมถึงการปฏิรูปที่ยังไม่ถึงไหน  นายอานันท์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องใช้โอกาสนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น เรื่องการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ โดยขอบเขตการเปลี่ยนแปลง 3 ประการ ได้แก่ 1.ต้องธำรงไว้ซึ่งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ 2.ต้องทำให้คนทุกกลุ่มทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ทัดเทียมกัน ให้เขามีส่วนร่วมซึ่งไม่ใช่มีส่วนร่วมที่ปลายเหตุ แต่ต้องให้มาปรึกษาหารือว่าจะทำอะไร และทำเมื่อไร 3.ต้องทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ปกครองด้วยหลักนิติธรรมหรือ Rule of law ไม่ใช่ปกครองด้วยกฎหมาย หรือ Rule by law เพราะกฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ล้าหลังที่สุด

“ผมไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่อง โรดแมปเพราะสามารถยืดหยุ่นได้ แต่รัฐบาลต้องทำให้ประเทศเกิดประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แหกตาเหมือนที่ผ่านมาๆ มา”นายอานันท์ กล่าว

นายอานันท์ กล่าวว่า เราต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อคนไทย เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส การเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่องค์ประกอบเดียว เช่น กรณีประธานฟีฟ่าเป็นมา 3 สมัย หลายประเทศอยากจะล้มแต่ล้มไม่ได้ เพราะใช้เงินในการเอาชนะ

“รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจและความพยายามที่ดี แต่หลายที่มีมาตรการออกไปทั้งด้านกฎหมายและการเมือง ทำให้คนจำนวนไม่น้อยพูดไม่ได้ และเริ่มรู้สึกอึดอัดอีกแล้ว ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องจะเสียของหรือไม่ หรือทำไมยังไม่เกิดความปรองดอง แต่ผมคิดว่าเรายังไม่พยายามค้นหาสาเหตุขอความแตกแยกที่แท้จริง” นายอานันท์ กล่าว

นายอานันท์ กล่าวว่า การที่คนส่วนใหญ่ถูกปิดปาก พูดไม่ได้ ชุมนุมไม่ได้ ได้สร้างความอึดอัดขึ้น ขณะที่ความสงบในประเทศยังคงสงบต่อไปแต่เป็นเพียงความผิวเผิน ถ้าสังคมสงบอยู่อย่างนี้ต่อไปก็คงไม่มีอนาคต

"ขณะนี้มีความพยายามทำให้คนพูดไม่ออก พูดไม่ได้ ถือเป็นสังคมปิด เมื่อเป็นสังคมปิดความโปร่งใสก็ไม่มี ธรรมาภิบาลก็หายไป การแสดงความรับผิดก็ไม่มี และองค์ประกอบของประชาธิปไตยก็ไม่มี"นายอานันท์กล่าว

...............

http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1449882986

08.00 INDEX ห่วงหา และ อาทร จาก ชวลิต ยงใจยุทธ
วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เวลา 08:13:21 น.

14498829861449883194l.jpg

การ "ปรากฏตัว" ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในวาระแห่ง "วันรัฐธรรมนูญ" 10 ธันวาคม ปีนี้
    ขอบอกว่า "ไม่ธรรมดา"
    กระบวน "ท่า" ในการสำแดงออก ต้องยอมรับว่า คงความเป็น "ขงเบ้ง"เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน
    อย่าลืม "ฉายา" นี้ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อย่างเด็ดขาด
    ในบรรดา "ตัวละคร" ที่แวดล้อมและใกล้ชิดอย่างชนิดอยู่ข้างกาย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั้น ที่จดจำกันได้
    1 คือ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฎฐ์
    1 คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
    1 คือ ดร.วีระพงษ์ รามางกูร
    และ 1 ที่ยืนยงคงกะพันตั้งแต่ยังดำรงยศ พ.อ.กระทั่ง พล.อ. คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
    แม้จะสังกัดเหล่า"สื่อสาร"
    แต่เส้นทางที่เติบใหญ่และสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องและยาวนานคือ งานทางด้าน "ยุทธการ"
    จะพิเศษก็ตรงที่เป็น "ฝอ.3"ที่ลงมือ"ปฏิบัติ"
    ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติในลาว ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติในเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติในกัมพูชา
    จึงทะยานจาก "ฝ่ายอำนวยการ" ขึ้นเป็น "ผู้บังคับบัญชา"
    เส้นทางของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คล้ายๆกับ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และ พล.อ.สายหยุด เกิดผล
    แต่มี "ความลุ่มลึก" มากยิ่งกว่า
    การเตือนจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จึงมิได้เป็นการเตือนอย่างเลื่อนลอยและว่างเปล่า
    ตรงกันข้าม มากด้วยความรัก มากด้วยความห่วงหาและอาทร


มีประโยคหลายประโยค มีกระสวนแห่งถ้อยคำหลายถ้อยคำ ที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะอ่านจากมุมของ "สายบังคับบัญชา" หรือ "สายอำนวยการ"
    นี่เป็นการสื่อระหว่าง "ทหาร" ถึง"ทหาร"ด้วยกัน
    1 อาศัยความจัดเจนทางการทหาร ประสานกับ 1 ความจัดเจนด้านการเมืองในฐานะ "มือวาง"ให้กับ "นาย"มาแล้วหลายคน
    เห็นได้จาก
    "การเป็นรัฐบาลเฉพาะกาลมีได้เพราะต้องใช้อำนาจและกฎหมายพิเศษ แต่การ เอาสิ่งต่างๆมาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ ขยายขอบเขตภาระหน้าที่ไปใหญ่ มันไม่ถูกต้อง"
    ถามว่าไม่ถูกต้องอย่างไร
    "หรือจะทำอย่างพี่ๆในอดีต ทำมาก็มาฉีกรัฐธรรมนูญแล้วร่างอะไรไว้เป็นปัญหาต่อไป ดังนั้น ควรพอได้แล้ว"
    ถามว่าทำไมจึงควร "พอ"
    คำตอบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม วกวน นั่นก็คือ "เพราะมันใกล้จะถึงจุดที่เกิดอันตรายต่อประเทศ"
    ท่วงทำนอง "การเตือน" ไม่บังคับ ไม่ขู่เข็ญ หากเปี่ยมด้วย "ความเข้าใจ"
    เป็นความเข้าใจในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา โหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
    และที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือ "นายกรัฐมนตรี"
    เป็นความเข้าใจในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายทหารคนสนิทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยเป็นผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารสูงสุด
    เป็นความห่วงใยจากคนเคยเป็น "นายกรัฐมนตรี"
    เป็นความห่วงใจจากคนเคยเป็น "ผู้บัญชาการทหารบก" และ "ผู้บัญชาการทหารสูงสุด"
    ห่วงใยขนาดนี้ จะ"ฟัง"แล้ว"ได้ยิน"หรือไม่

Offline

#448 December 15, 2015 8:28 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/n … -time.html

วันอังคาร, ธันวาคม 15, 2558

NY Times: Thai Man Could Face Jail Time for Defaming King’s Dog

15thailand-articleLarge.jpg
King Bhumibol Adulyadej of Thailand presided over a boat race in 2008 while the dog he rescued from an alley, Tongdaeng, sat at his feet.CreditChaiwat Sardyaem/Bangkok Post, via Agence France-Presse


By THOMAS FULLER
DEC. 14, 2015
NY Times

BANGKOK — Insulting the king of Thailand is a grave crime. Disparaging his dog can also result in criminal charges that carry 15 years in prison, according to a case brought in a Thai military court on Monday.

A Thai factory worker was charged with having made a “sarcastic” Internet posting related to the king’s pet. He was denied bail.

He also faces separate charges of sedition and of insulting the king. In a measure of what has become a feverish campaign to protect the monarchy and rebuff critics of the country’s military rulers, the factory worker, Thanakorn Siripaiboon, could face a total of 37 years in prison for his social media posts.

The precise insult toward the royal canine was not divulged by the military, according to the suspect’s lawyer, Anon Numpa.

Mr. Anon, who has dealt with many cases involving royal insults, said the boundaries of what has been considered lèse-majesté, as royal insults are known, have been expanding drastically in recent years. Last year, a prominent scholar was accused of insulting a king who died 400 years ago.

The law says that it applies to anyone who specifically defames the king, the queen, the heir-apparent or the regent, but Mr. Anon said he was incredulous that it could be broadened to include a household pet.

“I never imagined they would use the law for the royal dog,” he said. “It’s nonsense.”

The next legal step, the lawyer said, would be his client’s indictment, but he added that no time frame had been set by the authorities.

Mr. Thanakorn was arrested at his home in a Bangkok suburb last week and had not been seen again until his arraignment on Monday. Among other charges, he is accused of sharing on Facebook allegations of corruption in the military’s construction of a monument to previous kings.

The royal dog in question is Tongdaeng, or Copper, who is universally known and widely loved in Thailand.

King Bhumibol Adulyadej, 88, who is also beloved and is ailing in a Bangkok hospital, rescued the mongrel from an alley, raised her and in 2002 wrote a best-selling book about her. The Thai news media use the polite honorific “khun” to describe the dog, a term that roughly translates to ma’am.


15THAILAND3-master180.jpg
In 2002, the Thai king wrote a book about his dog Tongdaeng, who is universally known and widely loved in Thailand.CreditSukree Sukplang/Reuters

The book describes Tongdaeng as a “respectful dog, with proper manners.” The king appeared to intend it as an allegory about the importance of respect and etiquette in changing times.

Tongdaeng “is humble and knows protocol,” the book’s preface says. “She would always sit lower than the king.”

Despite the unusual nature of the charges against Mr. Thanakorn, there was relatively little discussion about the case on Monday on social media, perhaps because of fears that those who highlighted it might also face charges.


15THAILAND4-articleLarge.jpg
An animated film, “Khun Tongdaeng: The Inspiration,” was based on the king’s dog.CreditNicolas Asfouri/Agence France-Presse — Getty Images

Royal insult cases are often highly politicized, and the list of people who have been investigated now includes the American ambassador to Thailand.

The Thai police said last week that the ambassador, Glyn T. Davies, was under investigation after he gave a speech to foreign correspondents praising the king but criticizing the “lengthy and unprecedented prison sentences” handed down by Thai military courts on lèse-majesté charges.

The Thai military seized power in a coup last year and has relentlessly cracked down on challenges to its power, detaining journalists, academics, politicians and students for “attitude adjustment” sessions at military camps. Dissidents are made to sign pledges that allow for financial penalties if they take part in “political activity.”

Criticism by human rights groups and United Nations bodies has been shrugged off by the military government.

In August, a spokeswoman for the Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights cited the increase in convictions for insulting the king and the increasingly long prison sentences for the charges, reaching several decades.

“We are appalled by the shockingly disproportionate prison terms,” she said.

Offline

#449 December 15, 2015 11:28 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_85.html

วันอังคาร, ธันวาคม 15, 2558
ประยุทธ์ อยากให้ พลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ กลับประเทศไทยแจ้งความ... กลับมาก็ควายล่ะ

12391236_435571396640925_1676269419004516196_n.jpg

ยุทธ์ อยากให้ พลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์
กลับประเทศไทยแจ้งความ
หลังจากถูกข้าราชการระดับสูงและผู้มีอิทธิพลข่มขู่

ถ้ากลับประเทศ คงไม่ต้องเดิน
คงโดนอุ้ม ตั้งแต่ประตูเครื่องบินเปิด
ใครจะรับรองความปลอดภัย ?


11727_346415155556550_7761708962693970253_n.jpg?oh=1574ca0a283944e655297258d2db9b29&oe=5712B1B9บรรจบ ขุมทอง


Screen%2BShot.png

Offline

#450 December 15, 2015 12:11 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/112-116.html

วันอังคาร, ธันวาคม 15, 2558

ตกลง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 เอาไว้คุ้มครองใคร และอย่างไร

12373427_1017195935013912_4026145827477158087_n.jpg

ตกลง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 เอาไว้คุ้มครองใคร และอย่างไร
....................

จากโพสต์ของ อานนท์ นำภา

11.00 น. ศาลทหารอนุญาตให้ฝากขังนายฐนกร ตอนนี้เจ้าหน้าที่นำตัวกลับเรือนจำแล้วเนื่องจากเกรงมวลชนมาสมทบ ขณะนี้ทนายความจากศูนย์ทนายฯกำลังทำเรื่องประกันตัวในวงเงิน 300,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนประกันตัวพลเมืองโต้กลับ

สำหรับนายฐนกรถูกกล่าวหา 2 ข้อ ซึ่งเป็นความผิดต่อความมั่นคงคือ

ม.112 จากการกดไลค์ภาพ และจากการโพสเสียดสีคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง

ม.116 จากการแชร์ผังทุจริตราชภักดิ์ในเพจคนเสื้อแดง
ตอนนี้ทีมทนายรอฟังคำสั่งอยู่ที่ศาลทหาร
.................

ลองมาดูตัวบทกฎหมายนะครับ
1. ข้อหา ม.112 จากการกดไลค์ภาพ และจากการโพสเสียดสีคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง
.............
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า

"ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หร%Bo9*%E`~ݭผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี"

2. ข้อหา ม.116 จากการแชร์ผังทุจริตราชภักดิ์ในเพจคนเสื้อแดง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 บัญญัติไว้ว่า
" ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต
(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย
(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี "

...........

คำถามง่าย ๆ สำหรับการบังคับใช้และการตีความกฎหมายอาญานั้น จะต้องตีความอย่างเคร่งครัดตามตัวอักษร เพื่อไม่ให้ขยายผลเกินจากตัวบท ใช่หรือไม่

กรณี 112 เอาไว้ "คุ้มครอง" พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มิใช่หรือ

ขณะที่ กรณี 116 แค่แชรผังราชภักดิ์นี่นำ ที่จำทำให้
"เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน"

ทำไมจึงต้เองอ่อนไหวและตีความเกินเลยไปเช่นนั้นได้



318514_196725343727646_453042_n.jpg?oh=83ea677a26b2ab8edc6cef5e7a10e6d3&oe=571993CA Thanapol Eawsakul


ooo

ความเห็นเพิ่มเติมจาก คุณดวงจำปา สเปนเซอร์-ไอเซนเบอร์ก


TH2006-802ST.jpg

ประเทศไทยกำลังบังคับใช้มาตรา 112 ด้วยการนำเอา "การตีความและขยายความด้วยวิธีการอันพลิกแพลง" (ไม่ใช่ความหมายตามลายลักษณ์อักษร) เพื่อประโยชน์ของบุคคลกลุ่มหนึ่ง (ซึงดิฉันขอเรียกว่า "ลูกอีช่างโยง")

-------------------------------

จริงๆ แล้ว มาตรานี้ เขียนไว้สั้นๆ คือ "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี"

ภาษาอังกฤษก็เขียนว่า "Whoever defames, insults or threatens the King, Queen, the Heir-apparent or the Regent, shall be punished with imprisonment of three to fifteen years"

มันไม่มีการ "โยง" ไปหา "บุคคลที่สาม" หรือ "วัตถุ" หรือ "สิ่งของ" แต่อย่างใด....

-------------------------------

ที่มันเปลี่ยนแปลงไป ก็เพราะว่า ทางระบบการบังคับใช้กฎหมายของไทย มาทำการ "ต่อยอด" กันเอง ทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจอะไรในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาทางกฎหมาย แต่อาศัยอำนาจที่ตนเองมีอยู่ว่า "กรูเป็นใคร" ในการตีความกันแบบนั้น

-------------------------------

ถ้าจำไม่ผิด ดิฉันคิดว่า มันเริ่มตั้งปี 1995 เมื่อครั้งที่ พระองค์โสมสวลี ทรงประทับเครื่องบินการบินไทยอยู่ใน First Class แต่ท่านเปิดอ่านหนังสือ และแสงไฟไปรบกวนผู้โดยสารท่านหนึ่ง (ชาวฝรั่งเศส ชื่อคุณ Lech Tomasz Kisielewicz) ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลัง และเมื่อคุณ Kisielewicz ทำการ complaint กับ Flight Attendant ขึ้นมาเพื่อขอให้ปิดไฟ แต่พระองค์โสมสวลีไม่ยอม ก็เลยมีเรื่องขึ้นมา และทางตำรวจไทยก็ทำการจับกุมผู้โดยสารผู้นี้ กักขังเขาอยู่หลายวัน ด้วยการตั้งข้อหาในมาตรา 112 ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ พระองค์โสมสวลี ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองกับกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใด

แล้ว ในอีกหลายปีต่อมา พรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็เริ่มใช้กฎหมายนี้ มาเล่นงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการ "โยง" เอา "คำในพระราชดำรัส" ออกมาใช้ในการโฆษณาหาเสียง และก็เห็นการใช้เรื่องนี้ เพื่อกำจัดคู่แข่งทางพรรคการเมืองกันในเวลาต่อมา (อย่างที่เห็นๆ กัน ว่า ดาบสองคม มันเป็นอย่างไร)

-------------------------------

จากนั้น "การตีความ" ก็ลามไปจนถึงตอนที่ ศาลฎีกา มาตัดสินว่า การวิจารณ์กล่าวถึงกษัตริย์ตั้งแต่ รัชกาลที่ 4 ลงมาถึง รัชกาลปัจจุบัน ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท ทั้งๆ ที่กฎหมายเรื่องนี้ กล่าวถึงรัชกาลปัจจุบันเท่านั้น

ยังมีตัวอย่างจากเคสนี้อีกเยอะ ที่มันขยายตัวออกไปเรื่อยๆ อย่างปราศจากขอบเขต การตัดสินและความเห็นของผู้พิพากษา ยิ่งทำให้เนื้อหามันเปลี่ยนไปทุกอย่าง แม้แต่ "ยิ่งจริง ยิ่งผิด" หรือ "ยิ่งจริง ยิ่งหมิ่น" (ถ้าเรื่องที่กล่าวเป็นความจริง ก็ต้องติดคุกติดตารางกันอีก)

ขนาดมีการขีดเขียนในเงิน ธนบัตร ก็ถือว่า "หมิ่น" ? (ไม่ทราบว่า ตรรกะนี้ มันไปเกี่ยวกับการอาฆาตมาดร้ายอย่างไร)

และการใช้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อกวาดล้างผู้คนเมื่อปีที่แล้ว และในปีนี้ด้วย

-------------------------------

ส่วนไม่นานมานี้ เหตุการณ์มันยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ในการโยงเรื่องของ อุทยานราชภักดิ์ และในครั้งล่าสุด ก็คือ สุนัขตัวหนึ่งที่ถือว่าเป็น "สุนัขทรงเลี้ยง"

และคราวหน้า ก็อาจจะลามไปถึง สุนัขของสมเด็จพระบรมฯ (ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว) หรือไม่ก็สุนัขของ สมเด็จพระเทพฯ หรือ สุนัขของฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้

ถ้ามี หมู ม้า กา ไก่ หรือแมว "ทรงเลี้ยง" ป่านนี้ ก็ครอบคลุมทั้งหมดใช่หรือเปล่า?

แม้กระทั่ง ข้าวปลา อาหาร รถที่ขับ ฯลฯ

พูดง่ายๆ ก็คือ เรื่อง "ครอบจักรวาล" นั่นเอง

--------------------------------

ที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะ นิสัยของผู้คนซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือ ผู้มีอำนาจทางกฎหมายนั้่น กลายเป็น "ลูกอีช่างโยง" กัน ในการ "ตีความ" และ "ขยายความ" อย่างพลิกแพลง ประเภท "เกินขอบเขต, อำนาจ และ ความหมายของตัวกฎหมาย" ที่มีอยู่

ต้อง "โยง" เรื่องนี้ เรื่องนั้นเข้ามา เพื่อ "สร้าง 'ความผิด' ให้เกิดขึ้นจงได้"

เหมือนกับ ในประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งมี กฎหมายว่าด้วย ความผิดเพราะมีความสัมพันธ์กัน หรือ Guilty by Association คือ โยงมันให้ถึงกันหมดทั้งครอบครัว

ภาษากฎหมาย เรียกว่า "มีเจตน์จำนงค์" หรือ "มีความประสงค์ " หรือ "มีความจงใจ"

ทั้งๆ ที่ บุคคลที่ครอบคลุมอยู่ในกฎหมายนั้น มันมีแค่ 4 คน แต่ก็พยายามทำเรื่องของการเป็น "ลูกอีช่างโยง" จนประเทศมันจะกลายเป็น Rogue State หรือ Failed State (รัฐล้มเหลว) ทางนิติรัฐ / นิติธรรมจริงๆ

--------------------------------

ถ้าจะให้กล่าวตรงๆ ว่า Bottom Line มันคืออะไรในเรื่องแบบนี้:

มันก็คือ "ความต้องการในการสร้างผลงาน เพื่อตัว (อีช่างโยง) เองจะได้ เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง" ในหน้าที่การงาน หรือ สร้างหน้าตาในสังคมจากการ "กระทืบ" คนอื่น เพื่อให้เห็นกันว่า ตนเองมีความ "จงรักภักดี" เป็นอย่างมาก

-------------------------------

แทนที่จะวิเคราะห์ตามข้อจำกัดของกฎหมายและเนื้อหา กลับพยายาม "โยง" และสร้างเรื่อง และ "ทฤษฎี" ให้มันดูเหมือนกลายเป็น "ขบวนการ" ประกอบด้วย บุคคลหลายๆ คน...

เหมือนกับไอ้ "ผังล้มเจ้า" เพราะ พวกตนเอง จะ "จับปลากันได้หลายๆ ตัว"

มันก็เท่านั้นเองใช่ไหม?

--------------------------------

อีกหน่อย ถ้ามีคนมาวิจารณ์เรื่องผลิตภัณฑ์หรือของกินของใช้ต่างๆ ที่มีคำว่า

"ทูลเกล้าฯ" , "โปรดเกล้าฯ", "ของเสวย" หรือ "ขึ้นโต๊ะเสวย" ว่า รสชาติห่วยแตก ก็อาจจะถูกโยงเข้ามาในเรื่องมาตรา 112 นี้ก็ได้

แม้กระทั่ง ผลิตภัณฑ์ข้าวของต่างๆ ที่ผลิดด้วยการประทับตรายี่ห้อ "ดอยคำ" หรือ "จิตรลดา"

(คงจำกันได้ เกี่ยวกับเรื่อง มีการขนยาเสพติด แล้วใส่ "กล่องดอยคำ" และมีการโพสต์ลงมาว่า ใครโพสต์เรื่อง "ดอยคำ" อาจจะถูกแจ้งความเรื่อง 112 ก็ได้ ทั้งๆ ที่ ไม่มีความเกี่ยวโยงกับบุคคลทั้งสี่แต่ประการใดเลย)

--------------------------------

ขนาดเรื่อง โครงการต่างๆ ที่มีการใช้เงินงบประมาณกันอย่างไม่สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะโครงการหลวง ก็ไม่สามารถพูดถึงหรือวิจารณ์ได้ว่า มีความสุจริตกันมากน้อยสักแค่ไหน

ถึงแม้่ว่าโครงการจะล้มเหลว หรือไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถทำการตรวจสอบหรือวิจารณ์อะไรกันได้กับเงินงบประมาณที่จ่ายกันมาเป็นเวลานานแล้ว

--------------------------------

เคยเห็นการโพสต์ใน Facebook ที่มีการลงข้อมูลอันถูกต้อง เกี่ยวกับเรื่อง ประวัติการทำฝนเทียม ก่อนที่จะมีการกำเนิด "ฝนหลวง" ผู้โพสต์ก็ยังถูกขู่ คุกคาม และถูกด่าอย่างสาดเสียเทเสีย และต้องโดนยัดข้อหาว่า "หมิ่น" รวมทั้ง จะต้องถูกแจ้งความด้วยเรื่องพรรค์นี้กัน

ทั้งๆ ที่มีการพิสูจน์ทางบทความ และประวัติต่างๆ แล้วว่า ใครกันแน่ ที่เป็น ผู้สร้างหรือผู้ริเริ่มการผลิตฝนเทียมตัวจริง...

--------------------------------

จะไม่แปลกใจเลย ถ้ามีเหตุการณ์ร้ายแรง แบบวันมหาวิปโยค เกิดขึ้นอีก เพราะเมื่อความกดดันมันถึงที่สุดแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้

และจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเปิดตัวของ AEC ไปแล้วด้วย เพราะเราคงจะเห็นว่า "มันสมอง" จะ ไหล "เข้ามา" หรือ "ออกไป" จากประเทศไทยมากกว่ากัน....

ขนาดเรื่อง "หมาๆ" ยังโดนยัดข้อหาแบบนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มันจะขยายความออกไปแบบนี้ได้อย่างไร...

หรือว่า ในเวลานี้ ผู้บังคับใช้กฎหมายของไทย กลายเป็น "ลูกอีช่างโยง" กันเต็มบ้านเต็มเมืองแล้วก็ไม่รู้ซิ???

Doungchampa Spencer-Isenberg

Last edited by linc49 (December 15, 2015 12:12 PM)

Offline

#451 December 15, 2015 12:16 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ขอขุดเรื่อง การงัดอาวุธลับ มาตรา 112 มาใช้  โดย ทักษิณ สมัยพรรคไทยรักไทย 2548....อูยย คนดี จิงๆ นะ

[url]

[/url]


10702041_804645332911816_2017409071048385783_n.jpg?oh=4bb72131c8bd49479616a7f3e2dda55f&oe=56E081C3Doungchampa Spencer-Isenberg
9 สิงหาคม 2015
บทความแปล: วิกิลีกค์ และ การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพรรคไทยรักไทยกับฝ่ายตรงข้าม
อ้างอิง: Updated: Wikileaks and a TRT accusation of lese majeste
(https://thaipoliticalprisoners.wordpres … ileaks-a…/)
โพสต์ในเวปของ Political Prisoners in Thailand เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556
หมายเหตุ: บทความจากเวปนี้อาจจะถูกบล๊อกในประเทศไทย
------------------------------------------------
ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเอากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันแสนชั่วร้ายเข้ามาใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองในเมื่อระยะเวลาไม่นานมานี้ เราไม่ควรที่จะลืมถึงเรื่องการพยายามต่อสู้ระหว่างนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรของพรรคไทยรักไทย กับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วย กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ถูกนำเข้ามาใช้กันเป็นครั้งคราว
เวปของ Political Prisoners in Thailand (PPT) ขอทบทวนให้ท่านทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อทำการค้นคว้าในเคเบิ้ลของวิกิลีกค์อีกหลายฉบับ และเราได้พบเคเบิ้ลฉบับหนึ่งที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ราล์ฟ บอยซ์ ได้แสดงความคิดเห็นจากการอ้างถึงเรื่อง การลงบันทึกแจ้งความในเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์ คือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
------------------------------------------------
ข้อคิดเห็นของเอกอัครราชทูตเกี่ยวกับกรณีนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจและในขณะนั้นเป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงความเป็นมา เขาได้เริ่มความคิดเห็นของเขาดังนี้คือ:
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) พรรคฝ่ายค้านที่น่ายกย่อง คือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้ถูกหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยทำการสอบถามปากคำเกี่ยวกับข้อกล่าวหาในเรื่องของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยังมีบุคคลอื่นๆ อีกสี่คนที่ถูกเรียกตัวเข้าไปสอบปากคำด้วย รวมไปถึง ผู้สมัครรับเลือกตั้งของรัฐสภา สังกัดพรรคประชาธิปัตย์คือ คุณถนอม อ่อนเกตุพล ซึ่งพ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ (พ.ศ. 2548) กับพนักงานที่ทำงานให้กับพรรคประชาธิปัตย์อีกสามคน (คุณปรารถนา คงนาค, คุณภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา และ คุณอธิวัฒน์ จันทุมมี - ผู้แปล)
ข้อกล่าวหานี้ มีรากฐานมาจากการร้องเรียนที่ยื่นเรื่องโดยผู้สมัครสังกัดฝ่ายรัฐบาลพรรคไทยรักไทย (ทรท) ซึ่งเป็นคู่แข่งของคุณถนอม และเป็นผู้รายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อกลางเดือนมีนาคม ว่า ฉลากติดสติ๊กเกอร์ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) โดยคุณถนอมนั้น ถูกรายงานว่ามีการนำเอาคำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและคำของพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีมาใช้กันอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย
------------------------------------------------
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหานั้น เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้บันทึกต่อไปว่า:
จากฉลากสติ๊กเกอร์ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียง (รายงานกล่าวต่อไปว่า มีขนาดเท่ากับที่ใช้แปะติดกันชนรถยนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา) ได้ถูกพิมพ์และจ่ายเงินโดยสำนักงานท้องถิ่นของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเลือกตั้งคลองเตยของจังหวัดกรุงเทพมหานคร พระราชดำรัสและพระราชเสาวนีย์สามเรื่องได้ถูกนำเข้ามาใช้อยู่บนฉลากสติ๊กเกอร์
ตามที่ลงรายละเอียดไว้ในหนังสือพิมพ์ ฉลากสติ๊กเกอร์ฉบับแรก เป็นการคัดตอนมาจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ว่า “ความยากจนไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่าละอาย แต่ในขณะที่ความชั่วช้าคดโกงนั่นแหละ เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจน่าละอายอย่างยิ่ง” (“Poverty is no disgrace, while evil and fraud are disgusting and disgraceful.” )
ส่วนอีกสองเรื่องเป็นการคัดนำเอาพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมาใช้ “คนยิ่งรวยมากขึ้นเท่าไร ยิ่งโกงมากขึ้นเท่านั้น” (“The richer people are, the more they cheat,” ) และ
“ผู้ใดที่โกง (หรือทุจริต) แม้เพียงจะน้อยนิด ก็ขอให้บุคคลผู้นั้นถูกสาบแช่ง” (“Anyone who cheats (or is corrupt), even just a little bit, may that person be cursed.”)
------------------------------------------------
ดูเหมือนว่าการร้องเรียนจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นาวาอากาศตรี)ศิธา (ทิวารี) ที่กล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับการขออนุญาตที่จะนำเอาพระราชดำรัสที่กล่าวไว้มาจัดพิมพ์ได้ และพรรคประชาธิปัตย์ยังได้นำเอาพระราชดำรัสอันเป็นที่สักการะของสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง คุณหญิงกัลยาถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้สั่งการจัดพิมพ์และจำหน่ายจ่ายแจกฉลากสติ๊กเกอร์เหล่านี้ จากบทบาทของเธอที่เป็นนักการเมืองอาวุโสเพื่อช่วยการรณรงค์หาเสียงให้กับคุณถนอม
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าทึ่งทีเดียวเมื่อเอกอัครราชทูตบอยซ์ได้กล่าวต่อไปว่า “มันไม่เป็นเรื่องที่ชัดเจนแต่อย่างใดกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายว่า เรื่องแบบนี้สามารถถูกตีความว่าเป็นการหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ตามคำที่กล่าวอ้างอิง ซึ่งนำมาจากพระราชดำรัสที่ทรงมอบให้กับสาธารณชนแต่อย่างไร และมันไม่มีข้อห้ามนำเอาคำพระราชดำรัสขององค์พระมหากษัตริย์หรือคำในพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระราชินีมาใช้โดยทั่วไปด้วย”
------------------------------------------------
เป็นที่เห็นได้อย่างแน่ชัดว่า คำกล่าว (ของเอกอัครราชทูตบอยซ์) นี้ ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันได้
ภายหลังที่ได้เห็นการนำเอากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเข้ามาใช้กันทางการเมืองอย่างเป็นหน้าเป็นตากัน และรวมไปถึงอากัปกิริยาซึ่งศาลต่างๆ ได้ทำการตีความในคดีต่างๆ ด้วยการแถลงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าอยู่เหนือการเมืองทั้งปวง
ไม่มีการดำเนินการฟ้องร้องทำการฟ้องใดๆ เมื่อเคเบิ้ลฉบับนี้ได้ถูกเขียนขึ้นมา และเวป PPT ก็ไม่ทราบว่ามีคดีใดๆ ที่มีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป คิดว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายคงจะทราบถึงรายละเอียดเรื่องนี้มากกว่าเราเป็นแน่
------------------------------------------------
จากนั้น เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้บันทึกว่า คุณหญิงกัลยา “มีตำแหน่งของ ‘คุณหญิง’ ซึ่งได้รับพระราชทานเนื่องจากงานกิจกรรมของเธอที่กระทำมามากกว่า 10 ปีที่ผ่านพ้นไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกล่าวขวัญในความเป็นผู้มีใจบุญสุนทานกับงานของเธอที่มีส่วนร่วมอยู่กับโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ซึ่งเกี่ยวกับหนังสือและสารานุกรม (encyclopedias) ของเด็กเยาวชน…” และยังมีข้อคิดเห็นเสริมต่อด้วยว่า:
การงัดเอา “อาวุธลับ” (arcane) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในหลักการของกฎหมายอาญาไทยโดยบุคคลที่เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลเพื่อทำการจองเวรกันทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง
กลยุทธนี้ ซึ่งมีแนวโน้มมาว่าได้รับการอนุมัติจากบุคคลที่อยู่ในระดับผู้นำสูงสุดของพรรคไทยรักไทยให้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันไม่มีความจำเป็นเลยและแถมเป็นเรื่องของการอาฆาตพยาบาทอีกด้วย......
เรากำลังเฝ้าสังเกตดูอย่างใกล้ชิดเมื่อบุคคลบางคนที่อุทิศตนเองให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยและรับใช้ประชาชนอย่างเห็นได้ชัดแจ้ง ได้ถูกลากตัวนำมาเข้ามาปรากฏให้เห็นในเรื่องการฟ้องร้องทางกฎหมาย จากการสนทนากันอย่างส่วนตัว ประชาชนคนไทยหลายคนได้กล่าวให้เราฟังว่า พวกเขาหวังว่า ความสัมพันธ์ของคุณหญิงกัลยากับทางฝ่ายวังจะสามารถหาหนทางที่ทำให้ข้อกล่าวหาเหล่านี้ให้ถูกถอนฟ้องและยุติลงไปได้

------------------------------------------------

และเท่าที่เราได้ตระหนักรับรู้มา คดีนี้ไม่ถูกสั่งฟ้อง แต่การร้องเรียน (อย่างผิดๆ) ที่อ้างว่าทางฝ่ายวังเองไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกันกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ เป็นเพียงแค่แวบเดียว (puff of smoke)
เมื่อ “ความสัมพันธ์กับทางฝ่ายวัง” ได้ถูกยกอ้างขึ้นมา และมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นเดียวกันที่ เอกอัครราชทูตบอยซ์ได้กล่าวข้อหานี้อย่างจริงจังและถึงกับต้อง “เฝ้าสังเกตดูอย่างใกล้ชิด” มันยังบ่งบอกเราต่อไปอีกว่า เขาใช้คำว่า “อาวุธลับ” เพื่ออธิบายถึงกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเรื่องที่ได้รับการรับรู้อย่างกว้างขวางที่สุดในประเทศไทย
เสริมข้อมูล: ท่านผู้อ่านท่านหนึ่งชี้ให้เราเห็นคำแถลงเกี่ยวกับคำกล่าวเรื่อง “ประชาชนยิ่งรวยมากขึ้นเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งโกงมากขึ้นเท่านั้น” (ยิ่งรวยยิ่งโกง) เป็นการโยงถึงพระราชดำรัสขององค์พระมหากษัตริย์เอง และควรจะลิ้งค์ไปที่โพสต์ชิ้นนี้
(อ้างอิง: https://thaipoliticalprisoners.wordpres … uring-b…/)
------------------------------------------
ความคิดเห็นของผู้แปล:
บทความนี้ เคยลงให้อ่านกันครั้งหนึ่ง เมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบัน เรากำลังเห็น การใช้กฎหมายบังคับในเรื่องนี้กันอย่างหนักหน่วง ก็เลยอยากจะให้ทราบว่า มันจุดชนวนกันขึ้นมาได้อย่างไร (ถึงแม้ว่า มันจะมีการฟ้องร้องในเรื่องนี้มาก่อนหน้าอีกหลายคดี แต่ตัวที่จุดชนวนจริงๆ ให้ลามออกไปในอนาคต มันมาจากเรื่องนี้)
เวป PPT ได้อ้างถึงวิกิลีกค์ ไม่มีลิ้งค์เอกสารให้ แต่จากการไปค้นหามา สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่: 05BANGKOK1774, OPPOSITION MEMBER OF PARLIAMENT FACES LESE MAJESTE (อ้างอิง: https://wikileaks.org/cable/2005/03/05BANGKOK1774.html)
เคเบิ้ลฉบับนี้ เขียนโดยเอกอัครราชทูตบอยซ์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคไทยรักไทย กวาดที่นั่งได้ถึง 375 ที่นั่ง (อ้างอิง: การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 - https://th.wikipedia.org/…/การเลือกตั้ง … แทนราษฎร…)
------------------------------------------------
เรื่องนี้ต้องพูดกันตามเนื้อผ้า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะลืมไปแล้วว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และใครเป็นผู้นำเรื่องนี้มาใช้ทางการเมืองกันบ้างในรอบ เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา
จากบทความวิกิลีกค์ มันได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พรรคไทยรักไทย เป็นฝ่ายเริ่มเอา "อาวุธลับ" เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้นำเข้ามาใช้ กับพรรคประชาธิปัตย์ก่อน เนื่องจากพรรคไทยรักไทย เพิ่งชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และทางผู้นำระดับสูงของพรรคอาจจะคิดว่า สามารถถล่มพรรคประชาธิปัตย์ให้ "จมธรณี" ลงไปได้ ด้วยการ "งัด" เอากฎหมายฉบับนี้ (ที่เก็บไว้ในหิ้งอย่างเป็นเวลานาน) เข้ามาใช้
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหาทางศาลหรือทางฝ่ายไหนก็ตาม ตัวเอกอัครราชทูตบอยซ์ ซึ่งฝีกใฝ่กับฝ่ายอำมาตย์เป็นทุนเดิม ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะ Discredit การใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อเป็นการอาฆาตทางการเมือง เนื่องจากตัวเอกอัครราชทูตบอยซ์เป็นผู้ฝักใฝ่และโอนเอียงไปกับพรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายอำมาตย์ทั้งหมดอยู่แล้ว
ท่านผู้อ่านก็คงได้ทราบกันแล้วว่า อัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้อง เนื่องจากเป็นเรื่องของ "การแสดงความบริสุทธิ์ใจ"
------------------------------------------
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เหตุการณ์พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2548 เอง ซึ่งพออ่านเหตุการณ์ของวิกิลีกค์ฉบับนี้ ถึงต่อ jigsaw ได้ว่า เหตุที่มีพระราชดำรัสเรื่อง การให้วิจารณ์พระเจ้าแผ่นดินว่า ทรงตรัสไว้ว่าอย่างไรบ้าง (http://kanchanapisek.or.th/speeches/2005/1204.th.html)
ยิ่งอ่านๆ ดูตอนหลังๆ แล้ว ก็ฉุกคิดเลยว่า นายกฯ ทักษิณ กำลัง "โดนตำหนิ" ในทางอ้อมอีกด้วย แต่ในขณะนั้น ตัวนายกฯ ทักษิณเองไม่คิดที่จะทำการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ แต่อย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งๆ ที่พระราชดำรัสทรงระบุว่า:
".....อันนี้นักกฎหมายก็สอนนายกฯ บอกว่าต้องฟ้อง ต้องลงโทษ นี่ขอสอนนายกฯ ว่า ใครบอกว่าให้ลงโทษ อย่าลงโทษเค้า ลงโทษไม่ไม่ดี ลงท้ายไม่ใช่นายกฯ เดือดร้อน แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน หรืออยากให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อน ก็ไม่รู้นะ..."
------------------------------------------------
เมื่อไม่ได้ตีเหล็กในขณะที่กำลังร้อน และสถานการณ์ผันแปร ทำให้อำนาจอยู่กับฝ่ายตรงข้ามหลังการรัฐประหาร ทางฝ่ายนั้น ก็เห็นช่องทางที่จะ "กำจัด" คู่ต่อสู้ทางการเมืองด้วยการใช้วิธีเดียวกัน โดยการอ้างเหตุผลว่า เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันฯ เพียงเท่านี้ ก็พอแล้วที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องถูกจำคุก ถูกทำลายให้หมด เรื่องการจับกุมด้วยการโยนเอา "คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เข้ามาใช้เป็นว่าเล่น
ที่หนักที่สุดคือ ฝ่ายตนเองและประชาชนที่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ต่างโดน "หางเลข" กันไปอย่างถ้วนหน้า
"อาวุธลับ" ที่คิดว่าจะเป็น "ไม้ตาย" เพื่อกำจัดศัตรู กลับถูกย้อนศรเข้ามาอย่างหนักกว่าเก่าเสียอีก แถมเรื่องระบบสองมาตรฐานที่เห็นๆ กันอยู่จากศาลยุติธรรม มันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ขยายต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด คดีเหล่านี้ไม่มีบรรทัดฐานที่มาตรฐานและตัดสินกันด้วยข้อหา "ความมั่นคงของประเทศ"
ผลเป็นอย่างไร ก็ทราบๆ กันอยู่
------------------------------------------------
เรื่องนี้จะไปโทษใครไม่ได้ เนื่องจากว่า พรรคไทยรักไทย เป็นผู้งัดนำเอากฎหมายนี้มาใช้ก่อน และในสถานการณ์ปัจจุบัน เราก็จะเห็นนักโทษการเมืองที่ติดคุกกันอยู่เนื่องจากผลพวงจากกฎหมายฉบับนี้ ที่ถูกนำมาบังคับใช้มาหลังจากที่พรรคไทยรักไทยออกไปจากการบริหารประเทศแล้ว....
จะต้องรอดูกันต่อไปอีกไม่รู้กี่เดือนหรือกี่ปี ก็ดูกันเองว่า เมื่อไม่ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมแล้ว ผลของมันจะขยายของเขต (Ramification) อย่างมากมายมหาศาลกันแค่ไหนนะคะ...
Happy Monday ค่ะ
Doungchampa Spencer-Isenberg

11831775_952512524791762_1483090748703344961_n.jpg?oh=c94eb3b6807c6dbda4e3338287efc130&oe=56D40E7C

Offline

#452 December 15, 2015 12:27 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/112_15.html

วันอังคาร, ธันวาคม 15, 2558
การบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112

โพสต์อยู่ที่:  การบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112

ประเทศไทยกำลังบังคับใช้มาตรา 112 ด้วยการนำเอา "การตีความและขยายความด้วยวิธีการอันพลิกแพลง" (ไม่ใช่ความหมายตามลายลักษณ์อักษร) เพื่อประโยชน์ของบุคคลกลุ่มหนึ่ง (ซึงดิฉันขอเรียกว่า

"ลูกอีช่างโยง"

)

-------------------------------

จริงๆ แล้ว มาตรานี้ เขียนไว้สั้นๆ คือ "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี."

ภาษาอังกฤษก็เขียนว่า "Whoever defames, insults or threatens the King, Queen, the Heir-apparent or the Regent, shall be punished with imprisonment of three to fifteen years."

มันไม่มีการ "โยง" ไปหา "บุคคลที่สาม" หรือ "วัตถุ" หรือ "สิ่งของ" แต่อย่างใด....

-------------------------------

ที่มันเปลี่ยนแปลงไป ก็เพราะว่า ทางระบบการบังคับใช้กฎหมายของไทย มาทำการ "ต่อยอด" กันเอง ทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจอะไรในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาทางกฎหมาย แต่อาศัยอำนาจที่ตนเองมีอยู่ว่า "กรูเป็นใคร" ในการตีความกันแบบนั้น

-------------------------------

ถ้าจำไม่ผิด ดิฉันคิดว่า มันเริ่มตั้งปี 1995 เมื่อคร%Ł8้งที่ พระองค์โสมสวลี ทรงประทับเครื่องบินการบินไทยอยู่ใน First Class แต่ท่านเปิดอ่านหนังสือ และแสงไฟไปรบกวนผู้โดยสารท่านหนึ่ง (ชาวฝรั่งเศส ชื่อคุณ Lech Tomasz Kisielewicz) ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลัง และเมื่อคุณ Kisielewicz ทำการ complaint กับ Flight Attendant ขึ้นมาเพื่อขอให้ปิดไฟ เพราะแกจะนอนหลับ (สงสัยจะใช้ไฟแบบสว่างมาก เพราะ first class มันก็น่าจะเป็นส่วนตัวแล้ว) แต่พระองค์โสมสวลีไม่ยอม ก็เลยมีเรื่องขึ้นมา และทางตำรวจไทยก็ทำการจับกุมผู้โดยสารผู้นี้ กักขังเขาอยู่เป็นเวลาสองสัปดาห์ ด้วยการตั้งข้อหาในมาตรา 112 ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ พระองค์โสมสวลี ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองกับกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใด

คดีนี้ไปสิ้นสุดตรงที่ คุณ Kisielewicz ต้องเขียนจดหมายขออภัย ถึงจะออกจากประเทศได้ และชื่อของคุณ Kisielewicz ก็อยู่ใน Black list ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้อีก

อีกหลายปีต่อมา พรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็เริ่มใช้กฎหมายนี้ มาเล่นงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการ "โยง" เอา "คำในพระราชดำรัส" ออกมาใช้ในการโฆษณาหาเสียง และก็เห็นการใช้เรื่องนี้ เพื่อกำจัดคู่แข่งทางพรรคการเมืองกันในเวลาต่อมา (อย่างที่เห็นๆ กัน ว่า ดาบสองคม มันเป็นอย่างไร)

------------------------------

จากนั้น "การตีความ" ก็ลามไปจนถึงตอนที่ ศาลฎีกา มาตัดสินว่า การวิจารณ์กล่าวถึงกษัตริย์ตั้งแต่ รัชกาลที่ 4 ลงมาถึง รัชกาลปัจจุบัน ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท ทั้งๆ ที่กฎหมายเรื่องนี้ กล่าวถึงรัชกาลปัจจุบันเท่านั้น

ยังมีตัวอย่างจากเคสนี้อีกเยอะ ที่มันขยายตัวออกไปเรื่อยๆ อย่างปราศจากขอบเขต การตัดสินและความเห็นของผู้พิพากษา ยิ่งทำให้เนื้อหามันเปลี่ยนไปทุกอย่าง แม้แต่ "ยิ่งจริง ยิ่งผิด" หรือ "ยิ่งจริง ยิ่งหมิ่น" (ถ้าเรื่องที่กล่าวเป็นความจริง ก็ต้องติดคุกติดตารางกันอีก)

ขนาดมีการขีดเขียนในเงิน ธนบัตร ก็ถือว่า "หมิ่น" ? (ไม่ทราบว่า ตรรกะนี้ มันไปเกี่ยวกับการอาฆาตมาดร้ายอย่างไร)

และการใช้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อกวาดล้างผู้คนเมื่อปีที่แล้ว และในปีนี้ด้วย

-------------------------------

ไม่นานมานี้ เหตุการณ์มันยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ในการโยงเรื่องของ อุทยานราชภักดิ์ และในครั้งล่าสุด ก็คือ สุนัขตัวหนึ่งที่ถือว่าเป็น "สุนัขทรงเลี้ยง"

และคราวหน้า ก็อาจจะลามไปถึง สุนัขของสมเด็จพระบรมฯ (ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว) หรือไม่ก็สุนัขของ สมเด็จพระเทพฯ หรือ สุนัขของฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้

ถ้ามี หมู ม้า กา ไก่ หรือแมว "ทรงเลี้ยง" ป่านนี้ ก็ครอบคลุมทั้งหมดใช่หรือเปล่า?

แม้กระทั่ง ข้าวปลา อาหาร รถที่ขับ ฯลฯ

พูดง่ายๆ ก็คือ เรื่อง "ครอบจักรวาล" นั่นเอง

--------------------------------

ที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะ นิสัยของผู้คนซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือ ผู้มีอำนาจทางกฎหมายนั้่น กลายเป็น "ลูกอีช่างโยง" กัน ในการ "ตีความ" และ "ขยายความ" อย่างพลิกแพลง ประเภท "เกินขอบเขต, อำนาจ และ ความหมายของตัวกฎหมาย" ที่มีอยู่

ต้อง "โยง" เรื่องนี้ เรื่องนั้นเข้ามา เพื่อ "สร้าง 'ความผิด' ให้เกิดขึ้นจงได้"

เหมือนกับ ในประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งมี กฎหมายว่าด้วย ความผิดเพราะมีความสัมพันธ์กัน หรือ Guilty by Association คือ โยงมันให้ถึงกันหมดทั้งครอบครัว

ภาษากฎหมาย เรียกว่า "มีเจตน์จำนงค์" หรือ "มีความประสงค์ " หรือ "มีความจงใจ"

ทั้งๆ ที่ บุคคลที่ครอบคลุมอยู่ในกฎหมายนั้น มันมีแค่ 4 คน แต่ก็พยายามทำเรื่องของการเป็น "ลูกอีช่างโยง" จนประเทศมันจะกลายเป็น Rogue State หรือ Failed State (รัฐล้มเหลว) ทางนิติรัฐ / นิติธรรมจริงๆ

--------------------------------

ถ้าจะให้กล่าวตรงๆ ว่า Bottom Line มันคืออะไรในเรื่องแบบนี้:

มันก็คือ "ความต้องการในการสร้างผลงาน เพื่อตัว (อีช่างโยง) เองจะได้ เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง" ในหน้าที่การงาน หรือ สร้างหน้าตาในสังคมจากการ "กระทืบ" คนอื่น เพื่อให้เห็นกันว่า ตนเองมีความ "จงรักภักดี" เป็นอย่างมาก

-------------------------------

แทนที่จะวิเคราะห์ตามข้อจำกัดของกฎหมายและเนื้อหา กลับพยายาม "โยง" และสร้างเรื่อง และ "ทฤษฎี" ให้มันดูเหมือนกลายเป็น "ขบวนการ" ประกอบด้วย บุคคลหลายๆ คน...

เหมือนกับไอ้ "ผังล้มเจ้า" เพราะ พวกตนเอง จะ "จับปลากันได้หลายๆ ตัว"

มันก็เท่านั้นเองใช่ไหม?
--------------------------------

เห็นอ่านคอมเม้นท์หลายแห่งบอกว่า ถึงแม้จะไม่ได้โพสต์ "หมิ่น" แต่มีความตั้งใจ และเจตนา เสียดสีให้ "หมิ่น" จึงถึอว่า "หมิ่น" ได้

การคอมเม้นท์แบบนี้ เป็นเรื่องที่แปลกมากๆ เพราะ หมายความว่า คนที่ลงความเห็นนั้น ยอมรับว่า ผู้พิพากษาไทย สามารถ "ตรัสรู้" ในระดับ "เจโตปริยญาณ" หรือล่วงรู้ความในใจของผู้กระทำการนั้นว่า มีเจตนามากน้อยแค่ไหน จากเนื้อหาที่โพสต์กัน ทั้งๆ ที่การโพสต์ มันไม่ได้เอ่ยชื่อกันว่า หมายถึงใคร

การตัดสินแบบนี้ไม่ใช่วิธี Objectives แต่เอามาใช้ Subjective หรือความเห็นส่วนตัวเป็นที่ตั้งกัน

ถ้ามีอคติแล้ว คำตัดสินก็มืดบอดไปด้วย มันก็เลยมีมาตรฐานใหม่ๆ เกิดขึ้นตามกันมาว่า คนๆ นี้กระทำการแบบนี้ "น่าจะ" เป็นอย่างนี้ ในขณะที่ การกระทำแบบเดียวกัน กับมีคำตัดสินออกมาต่างกันด้วย

--------------------------------

อีกหน่อย ถ้ามีคนมาวิจารณ์เรื่องผลิตภัณฑ์หรือของกินของใช้ต่างๆ ที่มีคำว่า

"ทูลเกล้าฯ" , "โปรดเกล้าฯ", "ของเสวย" หรือ "ขึ้นโต๊ะเสวย" ว่า รสชาติห่วยแตก ก็อาจจะถูกโยงเข้ามาในเรื่องมาตรา 112 นี้ได้ เมื่อเอาตรรกะเดียวกันเข้ามาใช้

แม้กระทั่ง ผลิตภัณฑ์ข้าวของต่างๆ ที่ผลิดด้วยการประทับตรายี่ห้อ "ดอยคำ" หรือ "จิตรลดา"

(คงจำกันได้ เกี่ยวกับเรื่อง มีการขนยาเสพติด แล้วใส่ "กล่องดอยคำ" และมีการโพสต์ลงมาว่า ใครโพสต์เรื่อง "ดอยคำ" อาจจะถูกแจ้งความเรื่อง 112 ก็ได้ ทั้งๆ ที่ ไม่มีความเกี่ยวโยงกับบุคคลทั้งสี่แต่ประการใดเลย)

--------------------------------

ขนาดเรื่อง โครงการต่างๆ ที่มีการใช้เงินงบประมาณกันอย่างไม่สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะโครงการหลวง ก็ไม่สามารถพูดถึงหรือวิจารณ์ได้ว่า มีความสุจริตกันมากน้อยสักแค่ไหน

ถึงแม้่ว่าโครงการจะล้มเหลว หรือไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถทำการตรวจสอบหรือวิจารณ์อะไรกันได้กับเงินงบประมาณที่จ่ายกันมาเป็นเวลานานแล้ว

--------------------------------

เคยเห็นการโพสต์ใน Facebook ที่มีการลงข้อมูลอันถูกต้อง เกี่ยวกับเรื่อง ประวัติการทำฝนเทียม ก่อนที่จะมีการกำเนิด "ฝนหลวง" ผู้โพสต์ก็ยังถูกขู่ คุกคาม และถูกด่าอย่างสาดเสียเทเสีย และต้องโดนยัดข้อหาว่า "หมิ่น" รวมทั้ง จะต้องถูกแจ้งความด้วยเรื่องพรรค์นี้กัน

ทั้งๆ ที่มีการพิสูจน์ทางบทความ และประวัติต่างๆ แล้วว่า ใครกันแน่ ที่เป็น ผู้สร้างหรือผู้ริเริ่มการผลิตฝนเทียมตัวจริง...
--------------------------------

จะไม่แปลกใจเลย ถ้ามีเหตุการณ์ร้ายแรง แบบวันมหาวิปโยค เกิดขึ้นอีก เพราะเมื่อความกดดันมันถึงที่สุดแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้

และจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเปิดตัวของ ASEAN Economics Community ไปแล้วด้วย เพราะเราคงจะเห็นว่า "มันสมอง" จะ ไหล "เข้ามา" หรือ "ออกไป" จากประเทศไทยมากกว่ากัน....

ขนาดเรื่อง "หมาๆ" ยังโดนยัดข้อหาแบบนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มันจะขยายความออกไปแบบนี้ได้อย่างไร...

หรือว่า ในเวลานี้ ผู้บังคับใช้กฎหมายของไทย กลายเป็น "ลูกอีช่างโยง" กันเต็มบ้านเต็มเมืองแล้วก็ไม่รู้ซิ???

Doungchampa Spencer-Isenberg

Offline

#453 December 16, 2015 10:24 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/a-discourse.html

วันอังคาร, ธันวาคม 15, 2558

A Discourse ของสังคมที่หมากลายเป็น "สิ่งศักดิ์สิทธิ์” จาก'คุณทองแดง' ‘ฟูฟู’ ‘ย่าเหล’

12347697_922491394467148_8344510963248752775_n.jpg

ใครหนอช่างแซวว่าสังคมไทยไม่ใคร่มี public constructive debate

(ท่อนอังกฤษนี่ขออนุญาตแปลว่า การต่อวาทะสร้างสรรค์สาธารณะ)

คดีใช้อาญามาตรา ๑๑๒ เอาผิดผู้ต่อความยาว แสดงอาการชอบใจข้อความเสียดสีคุณทองแดง ‘สุนัขทรงเลี้ยง’ นั่นก่อให้เกิดการถกเถียง หรือต่อวาทะอย่างออกรสและได้เนื้อหาดีทีเดียว

รสชาติที่ว่าน่าจะเข้มข้นไม่น้อยในวาระประจวบกับการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออก (in his fresh and breath) รับคณะตุลาการเข้าถวายสัตย์ปฏิญานตน ณ ห้องประชุม ชั้น ๑๔ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช อันเป้นการเสด็จออกครั้งแรกนับแต่เดือนกันยายน และมิได้ทรงเสด็จออกในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘๘ ปี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคมที่ผ่านมา

12373218_922490747800546_1950227001544604243_n.png

จากรายงานของ ‘Thai Lawyers for Human Rights’ แจ้งว่า

“วันนี้ (๑๔ ธ.ค. ๕๘) เวลา ๙.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ ๒ กองบังคับการปราบปรามได้นำนายฐนกร ศิริไพบูลย์มาฝากข%BϥLงยังศาลทหารกรุงเทพ โดยศาลทหารอนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ ๑ ถึงวันที่ ๒๕ ธ.ค.๕๘ ซึ่งถูกตั้งข้อหาตามพ.ร.บ.คอมฯ, ม.๑๑๒ จากการกดไลค์ข้อความและโพสต์รูปเสียดสีสุนัขทรงเลี้ยง และ ๑๑๖ จากการโพสต์ผังอุทยานราชภักดิ์”

ในส่วนของข้อหามาตรา ๑๑๒ อ้างว่าเป็น “การโพสต์รูปภาพ ๓ รูปภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ ๖ ธ.ค. ๕๘ ซึ่งมีข้อความประชดเสียดสีสุนัขทรงเลี้ยงของในหลวง"

ทั้งนี้ “มีข้อสังเกตว่าในคำร้องขอฝากขังครั้งที่ ๑ แล้ว โดยปกติพนักงานสอบสวนจะต้องบรรยายโดยละเอียดว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์อย่างไร ถ้อยคำหรือภาพที่กล่าวอ้างว่าดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทนั้นมีข้อความว่าอย่างไร แต่คำร้องดังกล่าวกลับไม่ระบุถ้อยคำที่ชัดเจน ได้เพียงแต่ระบุองค์ประกอบทางกฎหมายเท่านั้น”

(https://tlhr2014.wordpress.com/20…/…/14 … 112-116-1/)

จึงเป็นหน้าที่ของวิญญูชนจักต้อง ‘ต่อวาทะ’ ด้วยการเสาะหาข้อเท็จจริงในทางลึก ให้ประจักษ์แก่สาธารณะ อย่าเอาแต่เงียบงำจนเกิดภาวะอึมครึม อนธการ หดหู่ อ้างว้าง และหวาดหวั่นระแวงภัย

เริ่มจาก Thanapol Eawsakul ขาประจำแหล่งหนึ่งของเรา คะเนว่า

“เท่าที่อ่าน... โพสต์รูปเสียดสีสุนัขทรงเลี้ยง โพสต์เสียดสีรูปสุนัขทรงเลี้ยง โพสต์เสียดสีเจ้าของสุนัขผ่านรูปสุนัขทรงเลี้ยง โพสต์รูปเสียดสีเจ้าของสุนัขผ่านรูปสุนัขทรงเลี้ยง

สองกรณีแรก ๑๑๒ ไม่น่าจะคุ้มครอง ไม่ว่จะตีความอย่างไร ส่วนสองกรณีหลัง ถ้าดูจากการตีความของศาลไทย ไม่น่ารอด”

ส่วน Atukkit Sawangsuk อ้างถึงคดี ๑๑๒ ซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีพิพากษาความผิดนายชาญวิทย์ ลงโทษจำคุกจำเลย ๖ ปี จากความผิด ๑ กรรม ว่า

“ทั้งนี้คำฟ้องของโจทก์ระบุความผิดของจำเลย ๔ กรรมในการหมิ่นประมาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา

(แต่ศาลลงโทษกรรมเดียว)

ก่อนเริ่มการสืบพยาน อัยการโจทก์แถลงว่าทางสำนักพระราชวังได้ส่งหนังสือมายืนยันว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัชทายาทตาม ม.๑๑๒ ทนายความได้ขอคัดถ่ายหนังสือฉบับดังกล่าวจากศาล แต่ศาลไม่อนุญาตให้คัดถ่าย...

(http://www.prachatai.com/journal/2015/12/62714)

ขนาดสมเด็จพระเทพฯ สำนักพระราชวังยังยืนยันว่าพระองค์ท่านไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัชทายาทตามมาตรา ๑๑๒ แล้วทหารตีความได้อย่างไร ว่าการกดไลค์-แชร์ภาพเสียดสีสุนัขทรงเลี้ยงก็ผิด ๑๑๒”

นั่นสิ อ่า แต่อันนี้เราคงไม่ทราบได้ เอาไว้ไปถาม สศจ. ดีกว่า

เช่นเคย Somsak Jeamteerasakul เสาะเข้าไปส่องดูหน้าเฟชบุ๊คเจ้าปัญหาของ Thanakorn Siripaiboon ว่าเขาไล้ค์อย่างไร แชร์อีท่าไหนถึงเข้าข่าย ๑๑๒ จนค้นพบ

“รูปที่ผมแค็บและเซฟมา รูปแรกคือตัวกระทู้ที่คุณฐนกรเขียนว่า "อ่านคอมเมนท์แล้วซาบซึ้งจังครับ" ส่วนอีก ๒ รูปคือ "คอมเม้นท์" ที่คุณฐนกรเองแค็พมา (ที่เขาว่า "อ่านแล้วซาบซึ้งจังครับ")

สรุปความได้ว่า “ไอ้คนตั้งข้อหานี่ปัญญาอ่อนฉิบหายเลยว่ะ”

12294838_922490907800530_535247066639819188_n.png

ไม่เท่านั้น สศจ. เกิดอารมณ์เอ็นจอยต่อเนื่องไปถึงสุนัขทรงเลี้ยงอีก ‘คุณ’ หนึ่ง ซึ่งรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ของ วุฒิธร มิลินทจินดา ทำตัวอย่างไว้ให้ซาบซึ้งกัน

“ตัวนี้ก็คงได้รับการคุ้มครองจาก ๑๑๒ นะครัช” สศจ. ว่า

“สมัยก่อนใครชอบแซวคุณวู้ดดี้ คง ‘เงิบ’ ไปตามๆกันครับ คุณวู้ดดี้เธอรู้ดีกว่าใครเยอะ ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรต่อหน้า ‘สุนัขทรงเลี้ยง’”

ยังไม่หมด มีสุนัขทรงเลี้ยงอีกคุณที่เด่นดังกว่าคุณที่วู้ดดี้แย่งอาหารกิน เพราะคุณนี้มียศพลอากาศเอกนามว่า ‘ฟูฟู’ แม้ว่าทั่นฟูฟูจะสู่สวรรคาลัยไปแล้ว “ใครอย่าประมาทไปนะครัช”


12346341_922493017800319_7687322120449765668_n.png

สศจ. อ้าง “ตอนนี้ ๑๑๒ ขยายครอบคลุมไปถึงสุนัขทรงเลี้ยงแล้ว...แม้แต่สุนัขทรงเลี้ยง #ที่ตายแล้ว ก็มีสิทธิ์จะได้รับการคุ้มครองด้วยนะครับ”

เหตุผลง่ายๆ ขนาด ส.ศิวลักษณ์ ยังโดนข้อหา ๑๑๒ ฐานหมิ่นฯ บูรพกษัตริย์ในสวรรคาลัยเลย

กลับมาที่คนธรรมดา ‘โนเนม’ ที่โดนข้อหา ๑๑๒ นำร่องก่อนหน้าคดีฐนกรหนึ่งปี

Nithiwat Wannasiri เก็บมาเล่าเป็นอุทธาหรณ์ “มีกรณีนักธุรกิจทางเชียงรายท่านหนึ่งโดน ๑๑๒ จากโพสต์เสียดสีคุณทองแดง ต้องลี้ภัยการเมืองก่อนหน้านี้เคสนึงครับ ในสังคมที่หมาตัวหนึ่งกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์”

“หัวข่าวเขียนยัดเยียดข้อหาน่ากลัวมาก แต่พอรู้เนื้อหาคดีจริงเป็นเพียงการแซว/ล้อเลียน/เสียดสี คุณทองแดง เท่านั้น”

(นี่คือพาดหัวข่าวแอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์สมัยนั้น “ทหารแจ้งจับนักธุรกิจหนุ่มเชียงของผิด ม.112 โพสต์เฟซฯ หมิ่น-คนแชร์ต่อเพียบ”http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx…)

“ตอนแรกก็ตกใจว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นจริงๆในประเทศเราหรือ” นิธิวัฒน์รำพึง

“นึกถึงนิทานเก่าๆ เรื่อง ‘ย่าเหล’ ที่เคยได้ฟังฝังหัวมาแต่เด็กๆ ไม่รู้ว่าคนที่ไปด่า ‘ย่าเหล’ ในยุคนั้นจะโดนคดีร้ายแรงเหมือนยุคนี้รึปล่าว แต่เป็นข่าวที่น่าอนาถใจมาก”

นิธิวัฒน์พาดพิงถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับสุนัขทรงเลี้ยงโด่งดังในประวัติศาสตร์ครั้งรัชกาลที่ ๖ นาม ‘ย่าเหล’ (Yardley) สมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงโปรดให้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่พระราชวังสนามจันทร์

12369273_922493107800310_5898719794635025179_n.jpg

ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีใครด่าด่าย่าเหลบันทึกไว้เป็นตัวอย่างตอบข้อข้องใจของนิธิวัฒน์เกี่ยวกับคดีแบบ ๑๑๒ สมัยนี้

มีแต่คนเล่าความไว้บนเว็บบอร์ดสนทนา PANTIP.com เมื่อตอนปลายปี ๕๓ ผู้ใช้นาม Wiwanda เขียนถึงย่าเหลไว้ในกระทู้เรื่อง ‘มองการเมืองไทยย้อนสมัยรัตนโกสินทร์’ ตอนหนึ่งว่า

“ย่าเหล เมื่อเข้ามาอยู่ในพระราชวัง ด้วยความที่เป็นสัตว์เดรฉาน ไม่ทราบถึงธรรมเนียมของมนุษย์ รู้แต่ว่าในหลวงรัชกาลที่ ๖ คือนายของมัน จึงติดตามไปทุกที่ คลอเคลียอยู่ใกล้ตลอดเวลา แม้ในตอนออกว่าราชการ

ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่พอใจที่จะกราบถวายบังคม แล้วมีหมามานั่งมองอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่ากราบในหลวงหรือกราบหมา

แม้แต่ในตอนที่ประทับอยู่ในพลับพลา ย่าเหลก็เข้าไปด้วย ข้าราชการ เสนาอำมาตย์ รู้สึกอึดอัดที่มีหมานั่งอยู่สูงกว่า แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร”

(http://topicstock.pantip.com/…/20…/04/K … 00712.html)

อย่างไรก็ดี คุณย่าเหลถึงแก่ชีพิตักษัยด้วยกระสุนปืนของเจ้านายพระองค์หนึ่ง ซึ่งผู้เล่าบอกว่าเป็น ‘เจ้านายของคุณปู่’

“เสด็จมาที่ตำหนัก ย่าเหล มันรู้แต่ว่านายของมันคือในหลวงรัชกาลที่ ๖ เมื่อมีคนอื่นที่ไม่ใช่นายของมันเข้ามา มันจึงเห่ากรรโชก

อนิจา.... หมาเดรฉาน เจ้านายสมัยก่อนนั้นแม้แต่คนยืนเสมอไม่หมอบลงยังมีโทษหนักหนา แล้วนี่เป็นหมา ยืนขวางและเห่าใส่ จะตรงเข้ามากัดอีกด้วย

เจ้านายของคุณปู่ท่านเดินหนีออกไปข้างนอกแล้วยังตามไปเห่าใส่อีก ท่านจึงบันดาลโทสะเต็มที่ จึงชักปืนยิงใส่เข้าให้”

เจ้านายของคุณปู่องค์ที่ว่านี่ “ทรงเป็นพระเชษฐาในรัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระชนม์แก่กว่ารัชกาลที่ ๖ ๑๓ วัน ได้เสด็จออกไปเรียนวิชาที่ประเทศอังกฤษพร้อมกัน”

อีกทั้ง “ทรงเบื่อหน่าย หนีออกไปล่องเรือสำเภาไปในอ่าวไทย แต่ก็ไปเจอมรสุมประสบเหตุคลื่นลมเกือบจบชีวิตกันทั้งหมด จึงทรงคิดได้ว่าถ้ามามัวแต่น้อยอกน้อยใจก็ไม่บังเกิดผลดีอะไร จึงทรงได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ รักษาคนป่วยโดยไม่แสดงพระองค์ว่าเป็นใครและรักษาโดยไม่คิดค่าตอบแทน จนได้ชื่อว่าเป็นคุณหมอใจบุญคนหนึ่ง”

คนที่สนใจประวัติศาสตร์คงพอเดาๆ ได้ว่าเจ้านายพระองค์นี้เป็นใคร เราขอไม่ต่อความยาว

“ส่วนผู้ที่ยิงย่าเหลนั้นมีการพูดกันเป็นหลายกระแส บ้างก็ว่าเป็นเจ้านายที่ทรงเป็นทหารเรือ บ้างก็ว่าเป็นเจ้านายพระองค์หนึ่งซึ่งถูกปลดออกจากราชการในรัชกาลที่ ๖ และกลับมายิ่งใหญ่คับแผ่นดินในรัชกาลที่ ๗ ก่อนที่จะต้องออกไปประทับอยู่ที่ปีนังจนสิ้นพระชนม์

หรือบางรายก็อ้างว่าทหารเป็นผู้ยิงโดยไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของพระเจ้าอยู่หัว เท็จจริงอย่างไรไม่มีพยานยืนยันแน่ชัด ได้แต่กล่าวอ้างกันลอยๆ”

อย่างไรก็แล้วแต่ ในกระแส discourse ของ debate นี้ ทำให้เราได้ข้อมูลแตกหน่อจาก “คนตั้งข้อหาปัญญาอ่อน” มาถึง “ไม่รู้ว่ากราบในหลวงหรือกราบหมา” จนกระทั่ง “ทหารเป็นผู้ยิงโดยไม่ทราบว่า...”

ล้วนแต่อาจเป็นความผิดพลาดโดยสุจริตใจ ซึ่งมักใช้เป็นข้ออ้างบ่อยๆ ในทางปฏิบัติของการตัดสินคดีโดยผู้พิพากษาไทย ที่ใช้กับกลุ่มคนบางสี บางฝ่ายในจุดยืนการเมือง ก็ได้

เราจึงไม่ควรที่จะต้องเฝ้ารอ จ้องหา savoir แบบ ‘เจ้านายของคุณปู่’ อยู่เสมอ มิใช่หรือ

Offline

#454 December 16, 2015 12:14 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12036366_437569929770926_8562820517539250356_n.jpg?oh=2388624db222a5b3113aa52ad546cd9a&oe=56D7B02B

12039375_436646606529925_9033236044111804742_n.jpg?oh=23dca03aedc44aa8c3e00c5fe6d509f0&oe=57198F15ต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ประเทศไทย
ถูกใจเพจนี้ · 30 กันยายน · มีการแก้ไข ·

12208312_454267548090340_7102248907541496416_n.jpg?oh=6b86affc321d7bde09566ff814324e98&oe=56D7EE35

ร่วมลงชื่อต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ประเทศไทย
ตอนนี้ 145,052 คน ขออีก 4,948 สู่เป้าหมาย >> 150,000 คน
ช่วยกันนะคะ
ตามลิ้งด้านล่างนี้>>> https://www.change.org/p/thai-govt-ต่อต … et-gateway

#SingleGateway #ต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ประเทศไทย
เพจ #ต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ประเทศไทย

12063398_437670299760889_3865104464925537486_n.jpg?oh=bfa76fc4b2e81c0fc7b6ace0093e1a1f&oe=57104E1D

Last edited by linc49 (December 16, 2015 12:15 PM)

Offline

#455 December 17, 2015 9:08 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_68.html

วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 17, 2558

การเอาผิดย้อนหลัง ต่อผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงในยุค คสช.

cover_001.jpg

ที่มาภาพ Ispace Thailand
ที่มาเรื่อง ประชาไท Blogazine - 8 Dec Blog
16 ธันวาคม, 2015

โดย ปราชญ์ ปัญจคุณาธร

สัปดาห์นี้และสัปดาห์ที่แล้ว สถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทยดิ่งลงแบบน่าใจหายนะครับ เราได้เห็นข่าวจับนักกิจกรรมที่ป่วยในโรงพยาบาล กำลังจะผ่าตัด ไปขังคุกในค่ายทหาร, ข่าวฟ้อง 112 และ 116 คนแชร์แผนผังโกงราชภักดิ์ ที่ศาลทหาร, ข่าวฟ้อง 112 ผู้ต้องสงสัยหมิ่นทองแดง

มีข่าว คสช. ขู่นายพลตำรวจหัวหน้าทีมสืบสวนขบวนการค้ามนุษย์ ที่ลี้ภัยไปออสเตรเลียแล้วจะแฉคนที่เกี่ยวข้อง, มีข่าวศาลฎีกาเพิ่มโทษจำเลยคดีเผาศาลากลางเป็นประหารชีวิต (จากเดิมที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 1 ปี)

เมื่อวานก็มีอัพเดทเกี่ยวกับนายอับดุลลายิ ดอเลาะ ที่ถูกทหารจับ แล้วตายใน "ศูนย์ซักถาม" ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ...ล่าสุด กอ.รมน. จัดแถลงร่วมกับแพทย์โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ บอกว่าชันสูตรแล้ว "ไม่ทราบสาเหตุการตาย"

ผมหวังอย่างยิ่งนะครับ ว่าหลังคณะรัฐประหารชุดนี้หมดอำนาจไปแล้ว รัฐบาลพลเรือนจะต้องตั้ง tribunal (อาจเป็นองค์คณะจากนานาชาติก็ได้) ขึ้นมาไต่สวนคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงย้อนหลังทั้งหมด และเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนรู้เห็นทุกคน ตั้งแต่นายทหาร นายตำรวจ ผู้พิพากษา เนติบริกร และแม้แต่แพทย์ ที่อาจมีส่วนร่วมในการบิดเบือนกฎหมาย หรือปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผมอยากเห็นการไต่สวนสาธารณะ ที่คนเหล่านี้ต้องถูกไต่สวนแบบเปิดเผย ถ่ายทอดสดผ่านสื่อไปทั่วประเทศ (เหมือนที่ Truth and Reconciliation Commission ของอัฟริกาใต้เคยทำ)

ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนรู้เห็นจริง ผมอยากเห็นคนเหล่านี้ถูกลงโทษ ไม่ว่าคนนั้นจะอายุ 80 หรือ 90 หรือ 95 ...ต่อให้ในที่สุดแล้วคนเหล่านี้จะต้องติดคุกเพียงไม่กี่เดือน แต่ผมก็อยากเห็นคนเหล่านี้ถูกประวัติศาสตร์ตีตราไว้ว่าเป็นอาชญากร ...ผมอยากเห็นหน้าและชื่อของคนเหล่านี้ปรากฏในพิพิธภัณฑ์รำลึกการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่จะสอนลูกหลานถึงความอำมหิตของระบอบเผด็จการที่ใช้อำนาจโดยไม่มีใครตรวจสอบได้

ooo

เสนอตั้งศาลพิเศษยุคหลัง คสช. เอาผิดการละเมิดสิทธิ นานแค่ไหนก็รอ

ที่มา ประชาไท
Wed, 2015-12-16


16 ธ.ค. 2558 ปราชญ์ ปัญจคุณาธร นักวิชาการอิสระ อดีตอาจารย์ประจำอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนบทความลงใน ‘บล็อกกาซีน ประชาไท’ เสนอให้รัฐบาลพลเรือนหลังการรัฐประหารตั้งศาลพิเศษ (Tribunal) เพื่อไต่สวนคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงย้อนหลังทั้งหมด และเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนรู้เห็นทุกคน ตั้งแต่นายทหาร นายตำรวจ ผู้พิพากษา เนติบริกร และแม้แต่แพทย์ที่อาจมีส่วนร่วมในการบิดเบือนกฎหมาย หรือปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทยตกต่ำลง อาทิ ข่าวการจับนักกิจกรรมที่เจ็บป่วยในโรงพยาบาล และต้องการการผ่าตัดไปขังคุกในค่ายทหาร, ข่าวการฟ้องร้องคนแชร์แผนผังโกงอุทยานราชภักดิ์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 ที่ศาลทหาร, ข่าวการฟ้องร้องผู้ต้องสงสัยหมิ่นสุนัขทรงเลี้ยง, กรณีนายพลตำรวจหัวหน้าทีมสืบสวนขบวนการค้ามนุษย์ที่ลี้ภัยไปออสเตรเลีย, กรณีศาลฎีกาเพิ่มโทษจำเลยคดีเผาศาลากลางอุบลราชธานี ทั้งที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 1 ปีเป็นประหารชีวิต รวมถึงกรณีการรายงานสอบสวนการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิ ดอเลาะ ใน "ศูนย์ซักถาม" ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ค่ายทหาร ซึ่งระบุว่า "ไม่ทราบสาเหตุการตาย" “

ปราชญ์เสนอว่า รัฐบาลพลเรือนจะต้องตั้ง Tribunal โดยอาจเป็นองค์คณะจากนานาชาติก็ได้เพื่อมาไต่สวนคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงย้อนหลังทั้งหมด และเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนรู้เห็นทุกคน ตั้งแต่นายทหาร นายตำรวจ ผู้พิพากษา เนติบริกร หรือแม้แต่แพทย์ที่อาจมีส่วนร่วมในการบิดเบือนกฎหมายหรือปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน

16.gif

“ผมอยากเห็นการไต่สวนสาธารณะที่คนเหล่านี้ถูกไต่สวนแบบเปิดเผย ถ่ายทอดสดผ่านสื่อไปทั่วประเทศ (เหมือนที่ Truth and Reconciliation Commission ของอัฟริกาใต้เคยทำ) ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนรู้เห็นจริง ผมอยากเห็นคนเหล่านี้ถูกลงโทษ ไม่ว่าคนนั้นจะอายุ 80 หรือ 90 หรือ 95 ...ต่อให้ในที่สุดแล้วคนเหล่านี้จะต้องติดคุกเพียงไม่กี่เดือน แต่ผมก็อยากเห็นคนเหล่านี้ถูกประวัติศาสตร์ตีตราไว้ว่าเป็นอาชญากร ...ผมอยากเห็นหน้าและชื่อของคนเหล่านี้ปรากฏในพิพิธภัณฑ์รำลึกการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่จะสอนลูกหลานถึงความอำมหิตของระบอบเผด็จการที่ใช้อำนาจโดยไม่มีใครตรวจสอบได้ ผมไม่หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดในเร็ววัน แต่ผมจะพยายามผลักดันเท่าที่ทำได้ และหวังว่าผมจะได้เห็นมันเกิดขึ้นก่อนผมตาย” บทความของปราชญ์ระบุ

หลังบทความเผยแพร่ ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา ส่งอีเมลถึงประชาไท แจ้งความจำนง ขอสนับสนุนข้อเสนอของปราชญ์ ปัญจคุณาธร อย่างเปิดเผยและเป็นทางการ

"ผมขอสนับสนุนคุณปราชญ์ ผมเอาด้วย นี่ไม่ใช่ความโกรธเคืองส่วนบุคคล นี่เป็นเรื่องหลักการที่สำคัญมาก

ธงชัย ระบุ

Last edited by linc49 (December 17, 2015 9:12 AM)

Offline

#456 December 17, 2015 10:41 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/u … cracy.html

วันพุธ, ธันวาคม 16, 2558

US tells Thailand a return to democracy would boost ties - Freedom of speech reaches 'new low' in junta-ruled Thailand

5ee4e5c254e74220ab5b362fe291bdd6-780x520.jpg

By Grant Peck
The Associated Press
Via Seatle Times
December 16, 2015

BANGKOK (AP) — The top U.S. diplomat for East Asian affairs said he told Thailand’s leaders Wednesday that democracy must be restored in the country for relations to flourish between the longtime allies.

Assistant Secretary of State Daniel Russel met in Bangkok with Prime Minister Prayuth Chan-ocha and other senior officials from Thailand, where U.S. concerns about human rights under the military government have strained bilateral ties.

Thailand’s army seized power in a May 2014 coup, and has limited freedom of expression. New elections are not expected until 2017 at the earliest.

“I had a chance to share with the prime minister some specific areas of our concern,” Russel said at a news conference. “He took those on board. I believe — and will report back to Washington — that I got a full and respectful hearing. I also, of course, listened carefully to the prime minister’s own description of the political situation and his roadmap to return the Kingdom of Thailand to a full democracy.”

The two nations also separately discussed areas in which they can cooperate, including public health, disaster relief and combating human trafficking, said Thai Foreign Ministry Permanent Secretary Apichart Chinwanno, who spoke jointly with Russel. He said the two countries had a “frank and candid discussion in a cordial atmosphere,” talking for almost six hours.

f3d4d89729b4476695ae3c560150b266-780x519.jpg

Both sides said after the meeting that they would try to strengthen ties that go back 182 years, but Russel stressed that Thailand would have to return to electoral democracy for their relationship to become fully productive.

“We care deeply about our relationship with Thailand, we care deeply about the Kingdom of Thailand, and want to continue to work together and to expand our cooperation in the years to come,” Russel said.

“We want to see — and I made this case very clear — we want to see Thailand be successful, and that includes a successful return to democracy which will allow us to more fully realize the extraordinary potential of this great relationship,” he added.

On Russel’s previous trip to Thailand, in January 2015, he criticized the junta’s curbs on democracy and met with Yingluck Shinawatra, who had been forced to resign from the prime minister’s job shortly before the military ousted the government she had been leading.

Russel’s actions at that time set off a wave of criticism from the junta’s supporters that prompted some Thai media to brand the veteran diplomat an “ugly American.” The Thai government protested that he had “wounded the hearts of Thais.”

The recently arrived U.S. Ambassador to Thailand, Glyn Davies, has also taken heat for criticizing the junta’s clampdown on dissent.

Police took up a complaint brought by hard-line royalists who accused Davies of defaming the monarchy after he voiced concern last month about long prison sentences under a law that criminalizes criticism of Thailand’s royal family.

Police appear unlikely to pursue an investigation against Davies, who has diplomatic immunity. But the adverse response he provoked, despite prefacing his remarks with praise of Thailand’s revered King Bhumibol Adulyadej, underscored the disconnect that increasingly weighs on America’s oldest diplomatic relationship in Asia.

ooo

Freedom of speech reaches 'new low' in junta-ruled Thailand


2015-12-16T143326Z_1_LYNXMPEBBF13G_RTROPTP_2_THAILAND-RIGHTS.jpg
Thanakorn Siripaiboon (2nd R) is escorted by police outside military court in Bangkok December 14, 2015

By Amy Sawitta Lefevre
Reuters
Via Yahoo News

BANGKOK (Reuters) - Thailand's military seized power last year with a promise to eventually restore democracy. But a crackdown against critics of the monarchy and junta suggest the country is locked on a darker trajectory, say U.N. officials and human rights activists.

On Sunday, a student was taken from hospital by plainclothes agents and charged with defaming Thailand's widely revered royalty.

On Monday, it emerged that a factory worker was charged with sedition and mocking King Bhumibol Adulyadej's dog. If found guilty, he faces decades in prison.

And on Tuesday, a military court sentenced a single mother to seven years in jail for posting material on the Internet insulting to the monarchy.

Human Rights Watch said the cases underscore how freedom of speech has reached a new low in the Southeast Asian country.

Since taking power in 2014, the military has made full use of Article 44 of the interim constitution which gives junta leader Prayuth Chan-ocha absolute power to give any order deemed necessary to prevent acts seen as undermining national security.

It also allows soldiers to detain people for up to seven days without a court warrant.


2015-12-16T143326Z_1_LYNXMPEBBF13H_RTROPTP_2_THAILAND-RIGHTS.jpg
Thanakorn Siripaiboon is escorted by police outside military court in Bangkok December 14, 2015

"The travesty of law enforcement under the junta's rule reached a new low when Thanakorn was charged with lese-majeste for ... comments that Thai authorities considered as mocking the king's dog," Sunai Phasuk of Human Rights Watch told Reuters, referring to factory worker Thanakorn Siripaiboon, 27.

WORRIES

Junta spokesman Colonel Winthai Suvaree defended the royal insult law.

"We haven't used this law in a harsher manner but in this period there may have been more people who violated this law so authorities have to deal with them accordingly," Winthai told Reuters.

"We need this law in Thailand in order to protect the monarchy which is the love of all Thais," he said.

All this comes amid worries over the health of King Yibol Adulyadej, who turned 88 this month, and concerns over an eventual succession - a subject that cannot be openly discussed because of the lese-majeste law that makes it a crime to defame, insult or threaten the king, queen or heir apparent, but one that continues to dominate political developments in Thailand.

The king's son and heir, Crown Prince Maha Vajiralongkorn, does not command the same level of devotion as his father.

Kan Yuenyong at the Siam Intelligence Unit think-tank said the military had become "quite sensitive" over any criticism and was anxious about what an eventual succession would bring.

"The transition is very fragile because there is serious fighting between different camps and stakeholders," he said. "Because of the power struggle, the military is quite sensitive over any criticism and they want to show that they are the ones who can wield power."

Diplomats and foreign journalists have also been caught up in the military crackdown on anyone perceived as critical of the junta or royal establishment.

On Tuesday, the Thai printer blocked publication of a report in the International New York Times on the king's dog defamation charges, the third time in a month that it has left a Thailand article blank, and the U.S. Ambassador to the country is being investigated over accusations he violated the strict lese-majeste law.

"The U.N. High Commissioner has stated he is appalled by the shockingly disproportionate prison terms handed down this year in lese-majeste cases in Thailand," the Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights told Reuters in an e-mail.

The office said prison terms handed down for lese-majeste this year were the heaviest recorded since 2006, when it began documenting cases of individuals prosecuted for lese-majeste offences.

(Additional reporting by Pracha Hariraksapitak; Editing by Andrew R.C. Marshall and Robert Birsel)

Offline

#457 December 17, 2015 11:49 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1450253480

วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เวลา 15:08:24 น.

"บิ๊กตู่"สอนมวย"มะกัน"ย้อนอดีตดูการเมืองไทย ซัดกลุ่มท้วงรบ.มีเบื้องหลัง-ไม่บริสุทธิ์

14502534801450253727l.jpg

นายกฯระบุไทยพร้อมสนับสนุนบทบาทสหรัฐฯ ในการทำให้ภูมิภาคนี้มีความเข้มแข็ง ..พร้อมกับบอกนายแดเนียลว่า

"จะเข้าใจสถานการณ์ประเทศไทยได้ ต้องย้อนกลับไปดูการเมืองในอดีตว่า เกิดอะไรขึ้น จะทำให้เข้าใจปัจจุบัน มองอนาคตได้อย่างชัดเจน ขอให้มองประเทศไทย อย่ามองที่ตัวบุคคล ไม่ต้องเชื่อ แต่ขอให้ไปศึกษาเพิ่มเติม โดยนายกฯ ได้บอกว่าไทยได้ผ่านอะไรมาบ้าง ประการสำคัญเราไม่ได้ถอยห่างจากหลักประชาธิปไตยเลย ซึ่งเราทำให้เห็นตัวอย่างแล้วว่า เรากำลังทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนคนไทยมีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง"

....พล.ต.วีรชน กล่าวว่า โดยทางสหรัฐฯเองแสดงความเข้าใจ พร้อมบอกว่า เรื่องต่างๆ อย่างเรื่องของสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องที่อาจถูกนำไปประเด็นได้ ขอให้ประเทศไNR2E0ระมัดระวังเรื่องนี้นิดหนึ่ง ขณะที่นายกฯยืนยันว่า ระมัดระวังเรื่องนี้ แต่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เป็นข่าวต่างๆ ล้วนแต่มีเบื้องหน้า เบื้องหลังทั้งนั้น มันไม่ใช่พลังการเคลื่อนไหวที่บริสุทธิ์ มันมีเรื่องราว ต้องการจะให้สหรัฐฯมาสนใจ มากดดัน ให้ต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ มากดดัน ตรงนี้ นายกฯบอกว่าอยากให้มองหลายมุม อย่ามองมุมประชาธิปไตยมุมเดียว ในแง่มุมของเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศเราด้วย พยายามมองหลายๆมุม ก่อนจะประเมินอะไร ขอให้ใช้หลายมุมมอง.......

...........

* สหรัฐเขาก็รู้ ...อย่างนี้ใช่ไหม .....

1328008185.jpg

"ในสายตาของอาตมา เขาเป็นคนซื่อตรง เขาเป็นคนดี ก็เลยเชิญเขามาให้เป็นฐานอำนาจที่จะข่มคนที่คิดไม่ดี ทำไม่ดีต่อบ้านต่อเมือง คนที่คิดไม่ดีทำไม่ดีแล้วพูดไม่ดีต่อบ้านต่อเมือง เป็นนัยยะเป็นนิมิตรมงคลนาม เป็นเคล็ดในการทำยันตพิธี ก็มีคนถามว่าทำไมไม่เอาสามเหล่าทัพก็คือทหารบก เรืออากาศแล้วก็ตำรวจ เท่าที่เราดูประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ในแผ่นดินสยามที่ก่อตั้งรากฐานมา บทบาทที่มีอยู่มากและอย่างสูงก็คือทหารบกที่กอบกู้บ้านเมือง ปกป้องแม้กระทั่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ท่านก็เป็นต้นตำรับทหารบกและหน่วยจู่โจม เพราะฉะนั้น ก็เลยใช้ท่านอดีต ผบ.ทบ.และ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันมาทำหน้าที่ เขาก็ยินดี อุตส่าห์เสียสละปลีกเวลาแล้วอยู่จนจบพิธี" หลวงปู่พุทธะอิสระกล่าว

1328086327.jpg
 
สำหรับพิธีเททองหล่อพระเกตุมาลาพระนาคปรก “ปกเกล้า ปกแผ่นดิน” และยกองค์ฐานองค์พระฯขึ้นประดิษฐาน   ที่วัดอ้อน้อย มีขึ้นเมื่อเวลา 16.00น.วันที่  27 มกราคม 2555    3 อดีตผบ.ทบ.ประกอบด้วย พลเอกประวิตร  พลเอกสมทัต  พลเอกอนุพงษ์  และ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ร่วมป็นประธานฯ

http://m.matichon.co.th/readnews.php?ne … =03&catid=

xx7.jpg พ.ศ.2557

ไอ้โล้น อันนฑะอิสระ นี้คือตัวแทนของรัฐบาลถ่อย คสช ใช่ไหม มีทหารกร่าง ถือปืนคุ้มกันเมื่อ 21 ก.พ.2558... . ...ไป กร่างที่วัดปากน้ำ

13(361).jpg

.ทะเหี้ย.ปล้นอำนาจประชาชนแล้วยังบังคับให้เป็นทาส

10426272_798141680222265_872850806695291172_n-2.jpg

แต่จากภาพนี้ ชะตาชีวิต ไอ้ติ๊ดตู่ ...มันรู้ดี...ภาษากายมันบอกอาการของทั้งคู่.....การจับมือแบบนี้มันหมายความว่าอะไร สีหน้าไอ้ติ๊ดตู่ ดูจะหมดบุญเสียแล้ว

image_68.jpeg

นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาย้ำเตือนเป็นครั้งที่ 2 ...(เขาคงพึมพัมว่า ทำไม หน้าด้าน ตอแหลจัง ...เป็นสิ่งที่คิดในใจ  55555)

Last edited by linc49 (December 18, 2015 11:08 AM)

Offline

#458 December 18, 2015 11:06 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

11822631_934576613250402_8288305229429898876_n.jpg?oh=6d2d7d362b724a4bc1d236e2e8366319&oe=57131645อานนท์ นำภา

224222_997298416978221_1677118774353203988_n.jpg?oh=86332fdad020dad465d37bab20ab8d66&oe=571A585B

"ธเนตร หัวใจผู้ไม่แพ้"

ผมกำลังนำเงินทั้งหมดเท่าที่มีของกองทุนประกันตัวที่เพื่อนๆช่วยกันโอนมาเมื่อคราพลเมืองโต้กลับโดนทหารเล่นงาน ไปยื่นประกันตัวธเนตร วันนี้ที่ศาลทหาร

12347879_491044941104210_4415675831787844377_n.jpg?oh=6e996071f3769cfc8570f7e98940d252&oe=5716B1DD

............


12347897_912293042200779_4214110367305928037_n.png?oh=e930a59be1954d6a8a86835819f065aa&oe=57131093หยุดดัดจริตประเทศไทย
เมื่อวานนี้ เวลา 6:08 น. ·
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ยกคำร้องปล่อยตัว นายธเนตรที่ป่วยเป็นลำไส้อักเสบก่อนได้รับการผ่าตัด เพราะถูกต้องตามคำสั่ง คสช. !!
คือ อ้างคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 หน้าตาเฉย...
แล้วจับขังคุกลับ 7 วัน ญาติห้ามเจอ ทนายห้ามมี
แต่งหลักฐานยังไงก็ได้แบบนี้ ใช้ศาลทหารชั้นเดียว
ที่ใช้ในยามสงครามมาใช้กับประชาชนที่เจ็บป่วย
เรื่องมันถูกต้องแล้วหรือว่ะ?
จะบอกว่านี่คือ ความยุติธรรมที่พวกเราต้องยอมรับหรือไง?
สิ่งที่เกิดขึ้นนี่คือ ความอยุติธรรม!
==============
ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่า
1. ประเด็นเรื่องเขตอำนาจศาลตามที่ศาลอาญากล่าวอ้างว่าคดีความผิดเกี่ยวกับความม%ٵ 5֌)8นคงต้องขึ้นสู่การพิจารณาของศาลทหารตามประกาศคสช.ฉบับที่ 37/2557 นั้น เป็นคนละกรณีกับการยื่นคำร้องตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา เมื่อกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคำร้องตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็ต้องใช้หลักทั่วไปคือศาลอาญามีเขตอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีทั่วประเทศ
2. ตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดว่า เมื่อมีการอ้างว่าบุคคลใดต้อง ถูกคุมขังในคดีอาญาหรือในกรณีอื่นใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกคุมขัง พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน ผู้บัญชาการเรือนจำหรือพัศดี สามี ภริยา หรือญาติของผู้นั้น หรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง บุคคลเหล่านี้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลท้องที่ที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาขอให้ปล่อย เมื่อได้รับคำร้องดังนั้น ให้ศาลดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวโดยด่วน ถ้าศาลเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูลศาลมีอำนาจสั่งผู้คุมขังให้นำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน และถ้าผู้คุมขังแสดง ให้เป็นที่พอใจแก่ศาลไม่ได้ว่าการคุมขังเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ให้ศาลสั่งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังไปทันที
แต่การยกคำร้องของศาลอาญาทั้ง 2 คดี(หมายเลขคดีดำ ษ 98/2558 และคดีดำ ษ 99/2558)ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องโดยไม่ได้ดำเนินการไต่สวนนายสิรวิชญ์ผู้ร้องตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 90 กำหนดไว้แต่อย่างใด ทั้งที่กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าเมื่อศาลได้รับคำร้องแล้วให้ศาลดำเนินการไต่สวน กรณีดังกล่าวศาลจึงต้องทำการไต่สวนก่อนมีคำสั่งในคำร้อง การยกคำร้องในทันทีจึงเป็นการดำเนินกระบวนการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าคำสั่งคำร้องดังกล่าวมีความสับสนเนื่องจากศาลเชื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องว่าการควบคุมตัวดังกล่าวเป็นการจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งหากศาลเชื่อข้อเท็จจริงดังกล่าว การจับกุมนั้นยิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากนายธเนตรถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 13ธ.ค.2558 ซึ่งจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้นนายเธนตรถูกควบคุมตัวเกินกว่าระยะเวลาตามกฎหมายกำหนดแล้ว ศาลยิ่งมีหน้าที่ต้องทำการไต่สวนเนื่องจากควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่
4. การทำคำสั่งของศาลนั้นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฎหมายแล้วจึงวินิจฉัยว่า การควบคุมตัวดังกล่าวนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การที่ศาลอาญายกคำร้องโดยให้เหตุผลว่าเจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน ตามคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าแม้คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 นั้นให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วันจริง แต่ยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงในสำนวนเลยว่า บุคคลใดเป็นคนควบคุมตัว เป็นเจ้าหน้าที่ทหารหรือไม่ และเป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งหัวหน้าคสช.หรือไม่ หรือการควบคุมตัวดังกล่าวเป็นการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังนั้นแม้ศาลจะพิจารณาข้อกฎหมายว่าเจ้าหน้าที่มีอำนาจแล้วแต่ในสำนวนยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่าการควบคุมตัวดังกล่าวกระทำโดยอาศัยกฎหมายใด โดยเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหรือไม่และกระทำตามกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กรณีเมื่อมีการร้องเรียนว่ามีการควบคุมตัวโดยไม่ชอบจึงเป็นหน้าที่ของศาลในการตรวจสอบถ่วงดุลเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่รับรองอำนาจของเจ้าหน้าที่โดยปราศข้อเท็จจริง
มาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญานั้นเป็นมาตรการซึ่งรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยกำหนดให้อำนาจศาลในการตรวจสอบถ่วงดุลการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ การที่ศาลพิจารณาจากคำร้องโดยไม่มีการไต่สวน และพิจารณาโดยไม่มีข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติย่อมเป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ของมาตรา 90 เองซึ่งบัญญัติมาให้ศาลทำหน้าที่ถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้อำนาจ การยกคำร้องด้วยเหตุผลดังกล่าวยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยไม่ถูกตรวจสอบ ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพและถูกละเมิดสิทธิมากยิ่งขึ้น
http://prachatai.org/journal/2015/12/63026

12341092_915942741835809_2600190732419305129_n.jpg?oh=5a97f84591152584910cfe0c2d647a5b&oe=5713978A

...........

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=77b926a334d6322679f2e4321ef63d80&oe=5716B6CFอาณาจักรไบกอน Returns
เมื่อวานนี้ เวลา 4:22 น. ·
อย่างน้อยก็อยากให้รัฐบาลทหารอย่าละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในการรักษาสุขภาพ ของผู้ต้องหาเลย
และที่สำคัญองค์กรสิทธิ์ต่างประเทศเขารู้ดีด้วยซํ้าไป ว่าผู้ต้องหาตกอยู่ในมือ คสช. มักถูกการซ้อมทรมาร จากการกักกันที่อยู่ในความดูแล ของทหารมาตั้งแต่รัฐประหารแล้วครับ!!!
#โจรสลัด
http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1450347479

12342436_1802162420011179_6188646466862320589_n.jpg?oh=1896bdec7c4e176cb82388dae67ca020&oe=56D5B4FB

Last edited by linc49 (December 18, 2015 11:13 AM)

Offline

#459 December 18, 2015 11:29 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,178

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://ifreethai.com/img/smilies/two_thumps.jpg

Offline

#460 December 18, 2015 12:02 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/b … -lese.html

วันศุกร์, ธันวาคม 18, 2558

BBC News: Thai government defends lese majeste law

Screen%2BShot.png

Source: BBC
For the video clip, please follow the following link:
http://www.bbc.com/news/world-asia-35099326

16 December 2015

About 100 people have been charged for royal defamation under Thailand's lese majeste law since the military coup in 2014.

Prosecutions have escalated and the sentences have become harsher, with one young mother-of-two being given a 28-year sentence in August.

The BBC's South East Asia correspondent Jonathan Head speaks to the Thai government's spokesman Major General Werachon Sukondhapatipak, and asks him whether the government plans to amend the sweeping law.

Read more
Defaming a dog: The ways to get arrested for lese majeste in Thailand
Thailand's lese majeste laws explained

ooo


11866439_1685507148336985_139641571609504132_n.png?oh=2610c7f7e47012e94bf51d8acfd2a0cd&oe=571CF294บีบีซีไทย - BBC Thai

Screen%2BShot1.png

การหมิ่นสุนัขทรงเลี้ยง และการกระทำต่าง ๆ ที่จะทำให้ถูกจับฐานละเมิดกฎหมายหมิ่นฯ ในไทย

อัยการทหารของไทย ระบุว่า ชายไทยผู้หนึ่งอาจต้องโทษจำคุกถึง 15 ปีหลังจากโพสต์ ภาพสุนัขทรงเลี้ยงบนเฟซบุ๊กในเชิงล้อเลียนพระมหากษัตริย์ และถูกตั้งข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเมื่อปีก่อนกองทัพได้เรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายนี้เข้มงวดขึ้น โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้การกระทำบางอย่างอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายนี้ได้อย่างคาดไม่ถึง

ผู้สื่อข่าวบีบีซี กล่าวว่า ความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกใช้ในประเทศไทยมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยในยุคนั้นมีบทลงโทษตั้งแต่การตัดคอ, หู, มือและเท้า ไปจนถึงโทษจ%0ุก และการถูกส่งไปตัดหญ้าให้ช้างหลวง จากนั้นความผิดดังกล่าวถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา รศ.127
สำหรับกฎหมายที่บังคับใช้กันในปัจจุบันถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาปี พ.ศ. 2499 โดยระบุไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”

ผู้สื่อข่าวบอกว่า กฎหมายที่บัญญัติไว้ไม่มีการระบุถึงสุนัขทรงเลี้ยง หรือสัตว์ทรงเลี้ยงต่าง ๆ ทว่านับแต่เกิดวิกฤติทางการเมืองในไทยเมื่อปี พ.ศ. 2549 ก็มีการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในคดีหมิ่นเบื้องสูงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษรุนแรง ทั้งยังมีเนื้อหาที่สามารถตีความอย่างกว้าง ๆ ได้

ตัวอย่างของคดีหมิ่นเบื้องสูง อาทิ คนขับรถแท็กซี่รายหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 2 ปีครึ่ง เมื่อเดือน ส.ค. ปีก่อน หลังจากผู้โดยสารใช้โทรศัพท์มือถือแอบบันทึกเสียงช่วงที่เขาพูดหมิ่นเบื้องสูง แล้วนำไปแจ้งตำรวจ

เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นักศึกษากลุ่มหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 2 ปีครึ่ง ฐานแสดงละครเวทีเรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” ซึ่งศาลเห็นว่ามีเนื้อหาล้อเลียนพระมหากษัตริย์ ส่วนนายแฮร์รี นิโคเลดส์ ชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมเมื่อเดือน ส.ค. ปี พ.ศ. 2551 ฐานตีพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาดูหมิ่นราชวงศ์ไทย โดยเขาถูกตัดสินจำคุก 3 ปี แต่ได้รับการอภัยโทษในภายหลัง เจ้าตัวไม่ทราบมาก่อนว่ามีการออกหมายจับ และบอกว่าก่อนหน้านี้เคยส่งหนังสือไปให้สำนักพระราชวังพิจารณา ทว่าไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ เขาจึงคิดว่าหนังสือดังกล่าวไม่เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง

เมื่อเดือน พ.ย.ปี พ.ศ. 2554 นายอำพล ตั้งนพกุล ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ฐานส่ง SMSหมิ่นเบื้องสูงไปยังเลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี แม้ว่าเจ้าตัวจะมีปัญหาสุขภาพและยืนยันว่าไม่ได้ส่งข้อความดังกล่าวก็ตาม นายอำพล เสียชีวิตในเรือนจำ 1 ปีถัดมา

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายฐนกร ศิริไพบูลย์ หนุ่มโรงงานวัย 27 ปี ถูกจับกุมฐานหมิ่นสุนัขทรงเลี้ยง และถูกตั้งข้อหาในมาตรา 112 ฐานกดปุ่ม “ไลค์” ภาพตัดต่อพระมหากษัตริย์ในเฟซบุ๊ก

ผู้สื่อข่าวบอกว่า การกล่าวถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ไทยยังอาจเข้าข่ายการทำลายภาพลักษณ์ของระบอบกษัตริย์ด้วย โดยเมื่อปี พ.ศ.2550 นักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 2 ปีฐานพูดในรายการวิทยุเกี่ยวกับเรื่องทาสในสมัยรัชกาลที่ 4 และเมื่อเดือน พ.ค.ปีก่อน ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยระบุว่า การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกษัตริย์พระองค์ก่อนส่งผลเสียต่อกษัตริย์พระองค์ปัจจุบันด้วย แม้ว่าในยุคนั้นจะมีระบบทาสในประเทศไทยอยู่จริงก็ตาม ผู้สื่อข่าวบอกว่าข้อเท็จจริงไม่สามารถนำมาใช้แก้ต่างในคดีหมิ่นประมาทของไทยได้

ส่วนเมื่อเดือน ต.ค.ปีก่อน นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ถูกทหารเกษียณอายุ 2 นายยื่นฟ้องในมาตรา 112 หลังจากกล่าวอ้างงานวิจัยที่ตั้งคำถามว่า การทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สอบสวนคดีเชื่อว่าเขาหมิ่นประมาทระบอบกษัตริย์จริง และนี่ถือเป็นครั้งที่ 5 ที่เขาถูกตั้งข้อหานี้

เมื่อปี พ.ศ.2555 นายยุทธภูมิ มาตรนอก ถูกตั้งข้อหาในมาตรา 112 และถูกจำคุกหลังจากพี่ชายแท้ ๆ กล่าวหาว่าเขาหมิ่นเบื้องสูง อย่างไรก็ตาม เขาถูกปล่อยตัวเกือบ 1 ปีหลังจากนั้น เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอจะเอาผิดได้ และมีการเปิดเผยว่า พี่ชายแจ้งจับเขาเพราะมีปากเสียงกันเรื่องสุนัข

ผู้สื่อข่าวบอกว่า คดีดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงปัญหา 2 ประการเกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 ประการแรก คือ ใครจะฟ้องร้องบุคคลในข้อหานี้ก็ได้ และตำรวจจะต้องเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการ และบ่อยครั้งมักเป็นการสอบสวนในทางลับ ไม่ว่าจะมีหลักฐานอ่อนเพียงใดก็ตาม

ประการที่สอง คือ จำเลยมักไม่ค่อยได้รับการประกันตัว ดังนั้นจึงต้องถูกจำคุกระหว่างรอการพิจารณาคดี ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี และหลายคดีเป็นกระบวนการไต่สวนในทางลับ โดยไม่เปิดให้มีการรายงานข่าว นอกจากนี้ นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารการพิจารณาคดีหมิ่นเบื้องสูงส่วนใหญ่มีขึ้นที่ศาลทหาร ผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดไม่มีสิทธิยื่นขออุทธรณ์หรือฎีกาได้

เมื่อเดือน พ.ค. ปี พ.ศ. 2555 น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร บรรณาธิการเว็บไซต์ข่าวประชาไท ถูกตัดสินจำคุก 8 เดือน แต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อนในความผิดฐานลบข้อความหมิ่นเบื้องสูงบนเว็บไซต์ของตนล่าช้าเกินไป
ในปีที่ผ่านมายังมีการดำเนินคดีมาตรา 112 กับกลุ่มบุคคลที่เคยรับใช้ใกล้ชิด สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รวมทั้งสมาชิก 9 คนของครอบครัวอดีตพระชายา ในความผิดฐานแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ด้วย โดยบุคคลเหล่านี้ถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี ทั้งยังมีผู้เสียชีวิต 3 คน หนึ่งในนั้นคือ “หมอหยอง” นักโหราศาสตร์ชื่อดัง กับนายตำรวจที่เสียชีวิตเพราะตกจากที่สูง ผู้เสียชีวิต 2 ใน 3 คน เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัว

ส่วนนาย นิธิวัต วรรณศิริ อดีตคนเสื้อเหลืองที่เปลี่ยนไปอยู่ฝั่งคนเสื้อแดง และเป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรี “ไฟเย็น” ซึ่งออกตระเวนเปิดการแสดงบทเพลงที่มีเนื้อหาล้อเลียนกฎหมายอาญามาตรา 112 และสมาชิกราชวงศ์จนกระทั่งกองทัพทำรัฐประหาร ก็ถูกตั้งข้อหาในมาตรา 112 เช่นกัน และปัจจุบันต้องลี้ภัยในต่างประเทศ เช่นเดียวกับคนไทยอีกหลายร้อยคนที่ต้องหลบหนีการปกครองของทหารไปอาศัยในต่างประเทศ


https://www.youtube.com/watch?v=kD6LPT8kBes

Thai man faces lengthy jail term for ‘sarcastic remark about king’s dog'
photo.jpgtelegraphcouk Tube

...........

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=6966e56e65cd18dc13de40805690e7cf&oe=56D9B2D0Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 14 ธันวาคม ·

12391019_962572353835545_4708956861076172753_n.jpg?oh=e0b99cbc69227b00ad527b22c76dbee5&oe=56E1DAFC

ศาลทหารไม่ให้ประกัน ฐนกร โดน 112,116
แต่คนโกงราชภักดิ์กลับลอยนวล ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
http://prachatai.org/journal/2015/12/62951

Last edited by linc49 (December 18, 2015 12:09 PM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.