iFreeThai

#461 December 18, 2015 12:08 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 7,205

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

หมิ่นหมา  โดน 112  งัั้นเจ้าลิเกก็หมาเช่นกันว่ามะ  http://ifreethai.com/img/smilies/dog.gif

Offline

#462 December 18, 2015 12:25 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12347897_912293042200779_4214110367305928037_n.png?oh=e930a59be1954d6a8a86835819f065aa&oe=57131093หยุดดัดจริตประเทศไทย
11 ชม. ·
อยากไล่ใครก็ได้เหรอ? ประเทศนี้ของมึงเหรอไอ้สัส? ฉิบหายแล้วกูโดนคณะราษฎรหลอกมาตั้งนาน
"ราษฎรทั้งหลายพึงเถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของไอ้เหี้ยตู่ ไม่ได้เป็นของราษฎรตามที่เขาหลองลวง"
/กูนี่แหละกล่าวเอง
@หยุดดัดจริตประเทศไทย

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/678940

นายกฯอัดกลับกสม. หลังละเมิดสิทธิฯไล่ไปอยู่ตปท.

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 18 ธันวาคม 2558

640x390_678940_1450347914.jpg?timestamp=1450457639111

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม ได้มีมติรับทราบ “รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) ประจำปี พ.ศ. 2557 ทั้งนี้ กสม.เพิ่งส่งรายงานฯของปี 2556 ให้ครม.รับทราบมาแล้วเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดเหตุการชุมนุมทางการเมืองในช่วงดังกล่าว รายงานในรอบ 2 ปี จึงตกค้างและไม่ได้มีการเ%B=Aนอต่อครม.
.............
.............   อ่านรายละเอียดตามลิงค์
.............

รายงานข่าวเปิดเผยอีกภายหลังจากครม.มีมติรับทราบรายงานของกสม.ปรากฏว่า พลเอกประยุทธ์ ได้เขียนข้อความด้วยลายมือของตัวเองด้วยลายมือที่หวัดอย่างมาก ระบุแนบท้ายเอกสารครม.ระบุข้อความถึงกสม.ใจความว่า "กรณีนี้ให้กสม.ใช้วิจารณญาณ บนพื้นฐานจากอะไร บุคคลใด กลุ่มใดที่สร้างความไม่สงบสุข และได้ผ่อนผันมาโดยตลอด แต่บุคคลเหล่านี้ยังคงกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า การละเมิดสิทธิของบุคคลเหล่านี้ การปกครองแล้วต่อต้าน ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กรณีทุจริตของรัฐ การใช้อาวุธ มีคดีที่ตัดสินแล้ว เขามองจากอะไร ประเทศเรามีความแตกต่างกับต่างประเทศ ประชาชนของเรามีความเท่าเทียมหรือยัง ใครที่ทำให้ รัฐบาล/คสช.เข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลง ใช้วิจารณญาณหรือยัง หากยังคงมองการปฏิบัติแบบนี้ก็สมควรไปอยู่ต่างประเทศเสียดีกว่า"

Offline

#463 December 18, 2015 12:29 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=6966e56e65cd18dc13de40805690e7cf&oe=56D9B2D0Thailand Dictator Watch
15 ธันวาคม เวลา 19:30 น. ·
ประยุทธ์ อัดประชาชน นี่ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องประชาธิปไตย ต้องทำตามกฎหมายคสช.บ้านเมืองถึงสงบ. สงบกับเชื่องมันต่างกัน http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1449898259

12360236_962120320547415_1849963289856866445_n.jpg?oh=bf459dcd945ed799d6216eec4f95c69a&oe=570C3099


12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=77b926a334d6322679f2e4321ef63d80&oe=5716B6CFอาณาจักรไบกอน Returns
16 ธันวาคม เวลา 22:49 น. ·
เริ่มจัดหนักไปทุกที ... แล้วแบบนี้
ไอ้พระเหี้ย! อิสระจะไปปิดสถานทูตอีกไหม!!
#โจรสลัด
สหรัฐฯเตือนไทยต้องคืนสู่ปชต.เพื่อความสัมพันธ์อันรุ่งเรืองระหว่างสองชาติ: ระหว่างเดินทางเยือนไทยคราวก...
bit.ly/1lRcE3S

11214016_1802077456686342_5238451557026352206_n.jpg?oh=ae3b28304f3f3ee2cbc3997c21d8a704&oe=571ACF37

Offline

#464 December 18, 2015 12:45 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_42.html

วันศุกร์, ธันวาคม 18, 2558

ทหารลิ่วล้อ คสช. เวลานี้ยิ่งกว่า ‘กร่างและกำเริบหนัก’ ‘ประสาทแดก’ ไปนิด ดูแล้วไม่ใช่อาการชั่วแล่นหรือแค่วูบ

12373406_923810271001927_3369889927007762791_n.jpg

ทหารลิ่วล้อ คสช. เวลานี้ยิ่งกว่า ‘กร่างและกำเริบหนัก’ แบบที่วิญญูชนบางคนบ่นว่าไว้

ส่วนว่า ‘ประสาทแดก’ (ดังคำของ สศจ.) ก็ undertones ไปนิด ดูแล้วไม่ใช่อาการชั่วแล่นหรือแค่วูบ

มันเป็น premeditated อันเนื่องมาจากเชื้อร้ายสถุลๆ ฝังลึกอยู่ในกมลสันดานนั่นละมากกว่า

กรณีตะหานสี่คนขี่ฮัมวีไปบุกบ้าน อจ. เธนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณะบดีคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ทำให้ลูกเมียของท่านอกสั่นขวัญแขวน

ทหารบอกกับคุณเชอรี่ แบร์รี่ ภรรยา อจ.เธนศ ว่าผู้บังคับบัญชาสั่งให้มาตรวจตราทุกๆ ๑๕ วัน ทำการถ่ายภาพและต้องการพบตัว

พอดีวันนั้น อจ.เธนศติดงานอยู่ต่างจังหวัด พวกทหารจึงแจ้งว่า ห้าม อจ.เธนศเดินทางไปต่างประเทศก่อนได้รับอนุญาตจาก คสช.

แน่ละเจ้าตัวหลังทราบเรื่อง ตอบคำถามผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย - BBC Thai ก่อนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ว่า

“ผมก็อยากทราบเหตุผล เ4fA19Eราะผมคิดว่าผมไม่ได้ทำอะไรที่ล้ำเส้น”

“ตนไม่ค่อยได้ร่วมเวทีเสวนาวิชาการมากนักในช่วงหลัง ส่วนกิจกรรมทางการเมืองล่าสุดคือการลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองประมาณ ๒ เดือนก่อนหน้านี้”

อธึกกิต แสวงสุข นักเขียน นักพูดที่รู้จักกันกว้างขวาง เขียนถึงกรณีนี้ว่า

“อ.ธเนศเป็นคนสุภาพมาก พูดแต่ละครั้งก็เนิบนาบ (ไม่สนใจเนื้อหาจริงๆ แทบหลับ) ไม่ใช่นักไฮปาร์คหรือแกนนำที่ไหน แถมแกไม่ค่อยเคลื่อนไหวอะไร เฟซบุคก็ไม่ค่อยเขียน...

ก็เลยงงว่าแล้วจะไปตอแยแกทำไมวะ นึกหาเหตุผลไม่ออกจริงๆ...นึกไปนึกมา นึกได้ข้อเดียว คือบังเอิญชื่อ อ.ธเนศ อ่านออกเสียงตรงกับ ‘ธเนตร’ ที่โดนอุ้มไป หรือไม่ก็จะไปเตือน อ.ธเนศวร์ เจริญเมือง แต่ผิดบ้านผิดคน”

เหตุผลตรงกับที่ ธนพล อิ๋วสกุล คาดหมาย “คำตอบไม่ยากเลย เพราะทหารคิดว่า ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ กับ ธเนศวร์ เจริญเมือง เป็นคนเดียวกัน ที่เคยเชิญตัวเข้าค่ายทหาร”

พอมาถึงโฆษก คสช. ท่าจะเงิบมั้ง ถึงได้ทำซึมเซ่อ dumbfound ว่า “ผมไม่รู้เลยว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจตามปากซอยหรือไม่ ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องปกติการทำงานทั่วไป หรือไปดูแลเป็นพิเศษ”

สำหรับกรณีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปอุ้มตัว เธนตร อนันตวงษ์ นักกิจกรรมทีมจ่านิวจากเตียงรอผ่าตัดในโรงพยาบาลโดยไม่ยอมบอกสถานที่กักขัง อีกทั้งศาลยกคำร้องข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยนั้น

Amnesty International องค์การนิรโทษกรรมนานาชาติได้ออกหนังสือเรียกร้องจากทั่วโลก ให้ทางการไทยจัดการปล่อยตัวนายเธนตร ‘ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข’ ทั้งนี้จะทำการรณรงค์ให้นานาชาติส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศไทยก่อนวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๙

(http://prachatai.org/journal/2015/12/63022)

มาถึงคดีของนางชญาภา โชคพรบุษศรี พนักงานบัญชีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง วัย ๔๙ ปี ถูกทหารบุกเข้าจับกุมและควบคุมตัวโดยไม่มีหมายศาล ตั้งข้อหาปลุกปั่นยุยงตามความผิดอาญามาตรา ๑๑๖ เนื่องจากนำลงข้อความทางเฟชบุ๊คว่าจะมีการปฏิวัติซ้อน

ต่อมาเพิ่มข้อหาหมิ่นกษัตริย์ตามความผิดอาญามาตรา ๑๑๒ จากนั้นก่อนที่ทนายความจะสามารถขอสำนวนมาศึกษา ปรากฏว่าศาลทหารได้ทำการตัดสินคดีในทางลับ ให้จำคุกจำเลย ๑๔ ปี ๖๐ เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่งเมื่อจำเลยยอมรับสารภาพ เหลือ ๗ ปี ๓๐ เดือน

(http://prachatai.org/journal/2015/12/62972)

ถึงจุดนี้ แซม ซาริฟี แห่งคณะกรรมการลูกขุนนานาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลอีกหน่วยหนึ่งกล่าวว่า “นี่เป็นความตกต่ำจริงๆ”

เช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้องค์การฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์จัดให้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย “ตกต่ำลงไปอีกขั้นหนึ่ง” ในการตัดสินโทษผิดในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ไทย

นายซาริฟีเอ่ยถึงการเพิ่มจำนวนของคดี ๑๑๒ หลังการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่เพิ่มขึ้นมากมายถึงกว่า ๙๐ คดี ว่า

“กฎหมายนี้มีความร้ายแรงยิ่งกว่าเก่าเมื่อดูจากการลงโทษที่หนักหน่วงมาก ขยายวงกว้างออกไปอีกให้ไปรวมถึงกษัตริย์ที่ตายไปนานแล้ว และแม้แต่กับสุนัขทรงเลี้ยง กับมีความกำกวมหนักข้อเมื่อไปเอาผิดกับการคลิกไล้ค์บนเฟชบุ๊ค”

10354827_923811604335127_7918781009052036676_n.jpg

กระทั่งทูตสหรัฐก็ยังถูกสอบสวนจากคำปาฐกถาเมื่อเดือนที่แล้ว แสดงความกังวลถึงการตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลานานภายใต้กฎหมายหมิ่นฯ นี้”

(http://www.channelnewsasia.com/…/thai-m … 1990.html…)


12391310_923810581001896_5190833712102200905_n.jpg

มิใยที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ กิจการเอเซียตะวันออกของสหรัฐ นายแดเนียล รัสเซิล จะกล่าวย้ำระหว่างการแวะเยี่ยมไทยเมื่อวันพุธ (ที่ ๑๖ ธ.ค.) นี้ว่า

“อยากเห็นประเทศไทยประสบความสำเร็จ และนั่นรวมถึงความสำเร็จในการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย ที่เปิดช่องให้เราสามารถตระหนักได้เต็มเปี่ยมกับความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ระหว่างกันอันพิเศษ”

นายรัสเซิลบอกกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำไทยว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพันธมิตรอันยาวนานจะเฟื่องฟ่องต่อไปได้ดี ก็ด้วยการที่ประชาธิปไตยได้รับการฟื้นฟู”

(http://www.seattletimes.com/…/us-tells- … return-t…/)

แน่ละ มีหรือผู้นำไทยจะไม่โต้ บีกตู่มอบให้รองโฆษกรัฐบาล พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค ‘สอนมวยมะกัน’ (พาดหัวข่าวมติชนว่างั้น)

(http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1450253480)

“เราไม่ได้ถอยห่างจากหลักประชาธิปไตยเลย ซึ่งเราทำให้เห็นตัวอย่างแล้วว่าเรากำลังทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนคนไทยมีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง” และ

“อยากให้มองหลายมุม อย่ามองมุมประชาธิปไตยมุมเดียว ในแง่มุมของเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศเราด้วย พยายามมองหลายๆมุม ก่อนจะประเมินอะไร”

“ในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกนั้น รัฐบาลให้เสรีภาพสื่อและประชาชนในการแสดงออก ไม่ได้ปิดกั้น แต่ต้องไม่สร้างความขัดแย้งในสังคมเพิ่ม”

อันนี้ ผู้ช่วย รมว. ‘มะกัน’ ไม่ทันตอบ ต้องเดินทางต่อไปทำภารกิจอื่น หากแต่ถ้าท่านผู้อ่านย้อนขึ้นไปดูกรณีจับกุม คุมขัง ลงโทษต่างๆ ข้างต้น ก็คงเห็นคำตอบได้ง้าย ง่าย

“สำหรับประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนและการค้ามนุษย์นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เพียงฉบับเดียว เกี่ยวกับการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย”

นี่แหละถึงได้มีรายงานข่าว investigative ของสำนักข่าวเอพี ถึงการที่ดีเอสไอบุกเข้ากวาดล้างแหล่งแรงงานปอกกุ้งชาวพม่านอกกฎหมายที่มหาชัย (Gig Pealing Factory) ยัดใส่คุกเตรียมส่งกลับระนาว แต่ส่วนน้อยคนไหนมีเอกสารถูกต้องก็ให้กลับไปทำงานต่อ เจ๋งนะ


12391880_923811007668520_1601696982357704456_n.jpg

แต่ว่า ทีมผู้สื่อข่าวเอพีค้นพบว่า แรงงานเหล่านั้นเป็นแรงงานทาส ที่นอกจากค่าแรงต่ำกว่ามาตรฐานบานเบอะแล้ว ส่วนมากทำงานใช้หนี้พวกนายหน้าค้ามนุษย์แทบไม่มีเหลือกิน ซ้ำหนักชีวิตความเป็นอยู่สุดโทรม และถูกใช้งานตรากตรำเยี่ยงทาสจริงๆ

ก่อให้เกิดการรณรงค์ในสหรัฐให้ผู้บริโภคเลิกซื้อกุ้งต้มสำเร็จรูปที่ผลิตในประเทศไทย (อุตสาหกรรมกุ้งไทยส่งนอก ราวครึ่งหนึ่งขายให้แก่สหรัฐ)

นางซูซาน ค็อพเพ็ดจ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัคราชทูตด้านลักลอบค้าทาสแรงงานของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ในกรุงวอชิงตันเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนนี้เองว่า ระเบียบกฎหมายในสหรัฐยังมีช่องโหว่ ไม่สามารถห้ามสินค้ากุ้งเหล่านี้เข้าประเทศได้

แต่เธอหนุนกระตุ้นให้ผู้บริโภคกุ้งชาวอเมริกันใช้วิธีการกดดันโดย “พูดผ่านกระเป๋าใส่เงินไปถึงบริษัทเหล่านั้น ว่าเราไม่ต้องการซื้อสินค้าที่มาจากแรงงานทาส”

(http://bigstory.ap.org/…/ap-global-supe … lling-shr…)

อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีที่มาจากการยึดอำนาจ ทั้งเบื่อๆ อยากๆ ก็ยังต้องอยู่ต่ออีกไม่รู้กี่ปี เพราะขี่โพลสูงลิบลิ่วยิ่งกว่าปูติน (เป็นรองน้องคิมหน่อยเดียว) เชิดหน้าไม่ยี่หระ (ดูรูปทั่นทำเมินแดเนียลนั่นสิ) หันไปยิ้มร่าจับมือ รมว. แห่งรัฐของจีน

ทั่นรองโฆษกฯ วีรชนอีกแหละแจกแจงว่า มีการกระชับสัมพันธ์กับท่านหวังหย่ง ย้ำและเร่งรัดความร่วมมือทางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การค้า การเกษตร การลงทุน และสาธารณสุข ครบถ้วนกระบวนมหามิตรใหม่

12373437_923810647668556_8567805656920581234_n.png

ประยุทธ์ ...ไอ้ ขี้ข้า จีน..... มึงเลียตูดจีนเลยไหม

“ได้มีการลงนามกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนว่าด้วยความกระชับความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทยพ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๕”

ถ้อยสำนวนยืดยาวปานนั้น สรุปสั้นๆ ก็คือโครงการรถไฟฟ้าโดยจีนที่ คสช. ฟันธงว่าของเขาแน่ แถมเป็น ‘real เผ่งอิ้ว’ รักกันจริงเท่าไหร่ไม่อั้น

(http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1450349528)

แต่ปรากฏว่าทั่นรองฯ ก็งานวุ่นล้นมือละสิ เลยตกๆ หล่นๆ เรื่องรายละเอียดข้อเท็จจริง เกี่ยวกับอัฐฬสที่จะต้องจ่ายออกไป ด้วยเงินคงคลังที่มาจากภาษีเก็บชาวบ้าน (ค่าแว็ตเป็นหลักใหญ่) แต่ถ้าจะมีเตะกลับมาบ้างไม่นับ

พอดี ประชาชาติธุรกิจ ไปรับทราบจากแหล่งข่าวคมนาคมมาว่า

“เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง ๘๗๓ กิโลเมตร ที่รัฐบาลจีนส่งมอบให้กระทรวงพิจารณาเบื้องต้น สรุปว่าใช้เงินลงทุนทั้งโครงการกว่า ๕.๓ แสนล้านบาท...

ทำให้ต้นทุนก่อสร้างที่จีนเสนอมาสูง ต้องมาดูรายละเอียดกันใหม่ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำที่ฝ่ายจีนเสนอมา เฉลี่ย ๑๖๐ หยวน/วัน คิดเป็นเงินไทย ๘๐๐ บาท/วัน (อัตราคำนวณหยวนละ ๕ บาท)...

นอกจากนี้ จีนยังเสนอให้ไทยสั่งนำเข้าวัสดุก่อสร้างจากจีน เช่น เหล็กบางชนิด ซึ่งราคาค่อนข้างแพง”

(http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1450261521)

อั้ยหยา มหามิตรใหม่ ยิ่งนานไปไหงไม่ถูกล่ะ

...........

http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1450356052

รถไฟไทย-จีน ป่วน! จีนเสนอโหด กดดันนำเข้าวัสดุ-ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 800 งบบาน 5แสนล.

วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

1_130.jpg?itok=qfdD-eaH

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 873 กิโลเมตร ที่รัฐบาลจีนส่งมอบให้กระทรวงพิจารณาเบื้องต้น สรุปว่าใช้เงินลงทุนทั้งโครงการกว่า 5.3 แสนล้านบาท แยกเป็นค่าก่อสร้างประมาณ 4 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือกว่า 1 แสนล้านบาทเป็นค่างานระบบและรถไฟฟ้า

ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างมอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาตรวจสอบรายละเอียดรายการก่อสร้างทั้งหมด เนื่องจากมูลค่าการลงทุนสูงกว่าทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยฝ่ายไทยมีผลศึกษาว่าเงินลงทุนทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 4 แสนล้านบาท และมีค่าเวนคืนประมาณ 7,748 ล้านบาท

"ในแง่ผลศึกษาโครงการ ข้อมูลของไทยและจีนยังแตกต่างกันอยู่ ทำให้ต้นทุนก่อสร้างที่จีนเสนอมาสูง ต้องมาดูรายละเอียดกันใหม่ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำที่ฝ่ายจีนเสนอมา เฉลี่ย 160 หยวน/วัน คิดเป็นเงินไทย 800 บาท/วัน (อัตราคำนวณหยวนละ 5 บาท) ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 300 บาท/วัน นอกจากนี้ จีนยังเสนอให้ไทยสั่งนำเข้าวัสดุก่อสร้างจากจีน เช่น เหล็กบางชนิด ซึ่งราคาค่อนข้างแพง"

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับผลการศึกษาโครงการเฟสแรก เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา เบื้องต้นทั้ง 2 ฝ่ายมีกำหนดการร่วมกันว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2559 ทางฝ่ายจีนส่งผลการศึกษาเบื้องต้นใช้เงินลงทุนประมาณ 229,614 ล้านบาท แยกเป็นค่าก่อสร้างและรับตัวรถ 224,619 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 4,994 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างจะเกิดขึ้นภายหลังมีการดำเนินการรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบรายละเอียดโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง มูลค่าโครงการ และข้อตกลงทางการเงินได้ข้อยุติแล้ว

"วงเงินที่เสนอมายังเป็นการประเมินของจีนฝ่ายเดียว ต้องรอที่ปรึกษาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนกำหนดระยะเวลาก่อสร้างเป็นข้อตกลงเบื้องต้นจากการประชุมคณะกรรมการร่วมของโครงการครั้งที่ 9 ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดกรอบการทำงานร่วมกัน ซึ่งในช่วง 6 เดือนจากนี้ก็ยังตอบไม่ได้ชัดว่าเริ่มสร้างได้ไหม เพราะยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอีกเยอะ เช่น ผลศึกษาฉบับสมบูรณ์ที่จีนจะส่งให้เพื่อประเมินเงินลงทุนที่แท้จริง ดอกเบี้ยเงินกู้ การทำอีไอเอยังไม่ผ่าน เป็นต้น" แหล่งข่าวกล่าวและว่า

ทั้งนี้ ในแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่กระทรวงคมนาคมจัดทำขึ้น และผ่านการพิจารณาอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 กำหนดแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟไทย-จีน แบ่งเป็น ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา ศึกษา สำรวจ ออกแบบให้แล้วเสร็จเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นเดือนกรกฎาคม 2559 การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตั้งเป้ามีกำหนดแล้วเสร็จ และขออนุมัติโครงการประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน เริ่มเวนคืนที่ดินและก่อสร้างเดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ถ้าเป็นไปตามกรอบเวลานี้จะมีกำหนดเสร็จปี 2564

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนช่วงที่ 2 แก่งคอย-มาบตาพุดและนครราชสีมา-หนองคาย ภายในเดือนธันวาคมนี้การศึกษา สำรวจ การออกแบบจะแล้วเสร็จ จากนั้นเดือนธันวาคม 2559 คาดว่ารายงานอีไอเอจะได้รับความเห็นชอบ พร้อมขออนุมัติโครงการเดือนมกราคม-มีนาคม 2560

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้เงินลงทุนโครงการรถไฟไทย-จีนยังไม่นิ่ง โดยได้สั่งการให้ที่ปรึกษาของการรถไฟฯ ทำการตรวจสอบข้อมูลผลศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟไทย-จีนที่ฝ่ายรัฐบาลจีนส่งให้พิจารณาถึงตัวเลขต้นทุนโครงการอย่างละเอียดและชัดเจน

"เงินลงทุนโครงการที่จีนเสนอมากว่า5แสนล้านบาทเป็นเพราะมีการก่อสร้างอุโมงค์ สะพาน และเพิ่มสถานี เช่น สถานีชุมทางบ้านภาชี เดิมอยู่ในโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แต่ได้ปรับให้มาอยู่ในโครงการรถไฟไทย-จีน นอกจากนี้ เป็นวิธีการคิดต้นทุนที่จีนคำนวณออกมา ฝ่ายไทยต้องนำแบบก่อสร้างที่จีนศึกษาไว้ถอดค่าใช้จ่ายก่อสร้างตามวิธีคิดและระบบราคากลางของไทย รวมทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันปัจจุบันที่ปรับตัวลดลงแล้ว"

นายอาคมกล่าวอีกว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ย ฝ่ายไทยยืนยันขอให้จีนปรับลดลงจาก 2.5% โดยเห็นว่าไม่ควรสูงกว่า 2% เป็นประเด็นที่ต้องมีการหารือกันต่อไปในที่ประชุมครั้งที่ 10 ณ ประเทศจีน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559

พร้อมกับสรุปรายงานผลการศึกษาทั้งโครงการฉบับสมบูรณ์ที่จีนมีกำหนดส่งมอบภายในเดือนธันวาคมนี้เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการช่วงที่ 1 จากกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา ขณะนี้มีความคืบหน้าแล้ว 80% ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างกลางปี 2559 ส่วนช่วงที่ 2 แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 246.5 กิโลเมตร และนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 355 กิโลเมตร ขณะนี้การออกแบบคืบหน้ากว่า 50% ฝ่ายจีนจะส่งมอบผลศึกษาต้นปี 2559

ที่มาประชาชาติธุรกิจ

...........

โครงการรถไฟความเร็วสูง 250 กม.ต่อ ชั่วโมง เดิม 4 เส้นทางเหนือ เชียงใหม่ อีสาน หนองคาย ตะวันออก ระยอง ตะวันใต้ ปาดังเบซาร์ รวมงบคือ  1.186 ล้านล้านบาท  เฉพาะเส้นหนองคายลงทุนเดิม 3.4 แสนล้านบาท ดูรูป

megaproject4.jpg

รถไฟของ คสช. ทหารปล้นชาติ โครงการนี้ ความเร็วปานกลาง 180 กม.ต่อชั่วโมง ราคาลงทุนโครงการ 5.3 แสนล้านบาท ที่คุณภาพห่วยๆแบบสินค้าจีนหรือเปล่า

F0zF_BpH_bigger.jpeglickmymango @victorworldfilm  18 ธ.ค. บางกะปิ, กรุงเทพมหานคร
กีต้าร์โปร่งจีนแดง ตัวละ 400บาท
รองเท้าผ้าใบจีนแดงคู่ละ40บาท
แว่นกันแดดจีนแดง อันละ55บาท
ทำไมรถไฟจีนแดงเสือกแพงวะ
คำตอบ เรารักสินค้าจีนค่ะ     * ....ไม่ใช่หรอก ทหารเขาเข้ามาปล้น แล้วก็ต้องชอบมีหัวคิวได้ส่วนต่างเยอะ นะ ตะเอง

Last edited by linc49 (December 19, 2015 7:52 AM)

Offline

#465 December 19, 2015 7:57 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/11-5-200.html

วันเสาร์, ธันวาคม 19, 2558

มาแล้วหมายเรียก 11 คน ‘คณะส่องทุจริตราชภักดิ์’ ข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน - เอออย่าลืมไอ้พุทธอิสระด้วยน้าไอ้นั่นชุมนุมตั้ง200คน

8881_10153292660436699_3065302499502247419_n.jpg

ที่มา FB ประชาไท

มาแล้วหมายเรียก 11 คน ‘คณะส่องทุจริตราชภักดิ์’ ข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน

http://prachatai.org/journal/2015/12/63049

18 ธ.ค.2558 ชนกนันท์ รวมทรัพย์ หรือ การ์ตูน นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ให้สัมภาษณ์ประชาไทว่า เพิ่งได้รับหมายเรียกของตำรวจที่ส่งไปที่บ้านในวันนี้ จากกรณีที่จัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปตรวจสอบการทุจริตที่อุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา

หมายเรียกดังกล่าวมาจากสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ลงวันที่ 14 ธ.ค.2558 ระหว่าง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ และตัวเธอ โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ สถานที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปฯ และนัดหมายให้เธอไปรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 9.00 น. ที่สน.รถไฟธนบุรี

ชนกนันท์ กล่าวว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบกับกลุ่มเพื่อนทราบว่าในขณะนี้ยังไม่มีใครได้รับหมายเรียก และไม่มีการชี้แจงใดๆ จากเจ้าหน้าที่

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงเป็นเธอและพวกรวม 11 คน ชนกนันท์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเหตุผลแน่ชัด เพราะหากนับจำนวนคนที่ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ประวัติหรือบัตรประชาชนกับเจ้าหน้าที่ในวันที่มีการควบคุมตัวและสอบสวน ก็มีเพียง 6 คนรวมตัวเธอด้วย หรือจะเป็นการออกหมายเรียกบุคคลที่ไม่ยอมเซ็นข้อตกลงทางการเมืองหรือไม่นั้น ยังไม่ชัดเจน เพราะไม่ทราบว่ามีใครบ้างที่ไม่เซ็นข้อตกลงและมีจำนวนเท่าใด
...


Chanoknan Ruamsap
12 hrs · Bangkok, Thailand ·

เมื่อกี้แม่กับน้องสาวบอกว่า ตูน... หนูมีหมายมาแล้วนะ เป็นคดีวันที่นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ค่ะ

จริงๆเราไม่น่าตกใจหรือแปลกใจ เพราะคสช.มักจะชอบเล่นอะไรลับหลังเสมอ ตอนจับเราที่สถานีรถไฟก็จับไปเฉยๆ ไม่ตั้งข้อหา ปล่อยออกมาให้เรื่องเงียบ หลังจากนั้นพอคิดว่าจะยัดข้อหาอะไรให้ได้ก็ส่งหมายมาตามบ้าน

ขอบอกไว้ตรงนี้เลย พวกคุณมันหมามากที่คิดจะตั้งข้อหาพวกเราลับหลังแบบนี้

การที่พวกเราออกมาตรวจสอบการคอรัปชั่นของทหารไม่ได้ทำให้พวกเราเป็นอาชญากร พวกคุณก็แค่กลบเกลื่อนความผิดของตัวเองโดยการตั้งข้อหาพวกเราเท่านั้น

(ตอนหยิบมาดูมือสั่นๆ ถ่ายรูปไม่ค่อยชัด ฮือออ เห้ออออ)

ใครจะเลี้ยงเบียร์ เลี้ยงไอติมปลอบใจก็รีบๆเลี้ยงนะคะ

12240412_900291290067621_5584607215803125743_o.jpg

Offline

#466 December 19, 2015 10:21 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/google.html

วันเสาร์, ธันวาคม 19, 2558

ข้อหา “หมิ่นเบื้องสูง” เนื่องจากการล้อเลียน #คุณทองแดง ดังทั่วโลกมีการแปล เป็นภาษาอื่น ๆ ลองเสิร์ช google ดูได้

12376054_10153793568126649_5804123098259661572_n.jpg


การฟ้องข้อหา “หมิ่นเบื้องสูง” เนื่องจากการล้อเลียน #คุณทองแดง เป็นข่าวที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่กว้างขวางมากสุดครั้งหนึ่ง สำนักข่าวหลักน่าจะเกินสิบแห่งทั่วโลกเขียนรายงานไม่ซ้ำกัน และยังมีการแปลและเรียบเรียงเป็นภาษาต่าง ๆ อีกมากมาย เผยแพร่ไปทุกภูมิภาคของโลก อาทิ

The Guardian, AFP, The New York Times, CNN (ทั้งอังกฤษและสเปน), BBC, Bloomberg, Reuters, PeoplePets, Brisbane Times, Slate, International Business Times UK, Financial Times, The Asia Sentinel, Japan Post, Khaosod, MalayMail Online, The Atlantic, CBW News, Mashable, The Diplomat เป็นต้น

ไม่นับที่แปลเป็นภาษาอื่นทั้งจีน ญี่ปุ่น อาหรับ ภาษามาเลย์ (อินโดฯ มาเลเซีย) เกาหลี ฮินดี (ปากีสถาน อินเดีย) อิตาลี (ลิงก์ข่าวเยอะมากรวมทั้ง La Repubblica) สเปน (ลิงก์ข่าวเยอะมาก ๆ เพราะมีสื่อลงทั้งฝั่งยุโรปและละตินอเมริกา) ฝรั่งเศส (ลิงก์เยอะมาก รวมทั้ง Le Figaro) เยอรมัน (Bild, Spiegel เป็นต้น) ลองเสิร์ช google ดูได้

ถ้านับเป็นจำนวนประชากรที่ “อาจจะ” ได้อ่านข่าวนี้ น่าจะเป็นพันล้านคน ไม่เข้าใจว่าคนที่นำกฎหมายมาใช้ในลักษณะนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?


1503275_10152860187016649_7656904441223053464_n.jpg?oh=7a40f287261e2414495b03e21e32c4bb&oe=56D59022Pipob Udomittipong...


ความเห็นต่อข่าว...

Sompong Kongjanphet - ดีครับชาวโลกจะได้รู้จัก เมืองไทย

Kade Piyaratt - เท่ากับว่าเขา"วิจารณ์" กันทั่วโลก (อันที่จริงอยากใช้คำอื่นที่ออกเสียงพยางค์ท้ายคล้ายกันแต่ไม่ใช่คำว่าวิจารณ์ แต่เก๊าก็ขี้เกียจมีปัญหาชีวิต 55)
ต้องนับเป็น ผลงานดีเด่นของ คสช เลยนะนี่
ทำให้สถาบันดังระดับโลกเลย อิอิ

Prasert Lin - คนตีความก็กลัว คนตัดสินก็กลัว มันถึงได้เป็นแบบนี้เพราะปลอดภัยที่สุด

Thantawut Twewarodomgul - กรูว่าพวกเมิงนี่แหละ.. ที่เป็นตัวทำลาย ไม่ใช่ปกป้องหรอก
เพราะสิ่งที่พวกเมิงทำในตอนนี้
มันกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกแล้ว !!!!
#CNNไม่ใช่พ่อใช่ไหมเหล่สราดดดดดดด
http://edition.cnn.com/…/thailand-lese- … index.html

............


12347897_912293042200779_4214110367305928037_n.png?oh=e930a59be1954d6a8a86835819f065aa&oe=57131093หยุดดัดจริตประเทศไทย
2 ชม.
(ฝากแชร์ไปให้ถึง คสช. ให้มันแสดงความรับผิดชอบหน่อย)

12369110_917092128387537_3282456070065849590_n.jpg?oh=17a9346b8adb07ecffa1f5963055ca0b&oe=56E0C6A8

พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. หรือ
"นายทหารที่ประสาทแดกที่สุดในคสช." หลายๆคดีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการสืบสวนที่ไม่โปร่งใส ล้วนมีที่มีมาจากนายทหารคนนี้เบื้องหลังหรือเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น
แถมไม่เลือกวิธีการแม้แต่ใช้มาตรา112 หมิ่นสุนัขทรงเลี้ยง
เอาผิดคนโพสต์ผังอุทยานราชภักดิ์ เพื่อปกป้องคสช.
ถึงแม้จะสร้าง"ความเสื่อมเสียให้กับสถาบันกษัตริย์" ก็ตาม
==========================
คดีล่าสุด ที่ฟ้องนาย ฐนกร ผิดมาตรา 112 หมิ่นสุนัขทรงเลี้ยง
ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับชาติไทย กล่าวคือ
"เป็นคดีมาตรา 112 ที่สำนักข่าวสื่อหลักหลายสื่อทั่วโลกพร้อมใจกันเล่นข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ เขียนรายงานไม่ซ้ำกัน และยังมีการแปลและเรียบเรียงเป็นภาษาต่าง ๆ อีกมากมาย เผยแพร่ไปทุกภูมิภาคของโลก " เช่น
The Guardian, AFP, The New York Times, CNN (ทั้งอังกฤษและสเปน), BBC, Bloomberg, Reuters, PeoplePets, Brisbane Times, Slate, International Business Times UK, Financial Times, The Asia Sentinel, Japan Post, Khaosod, MalayMail Online, The Atlantic, CBW News, Mashable, The Diplomat เป็นต้น
ไม่นับที่แปลเป็นภาษาอื่นทั้งจีน ญี่ปุ่น อาหรับ ภาษามาเลย์ (อินโดฯ มาเลเซีย) เกาหลี ฮินดี (ปากีสถาน อินเดีย) อิตาลี (ลิงก์ข่าวเยอะมากรวมทั้ง La Repubblica) สเปน (ลิงก์ข่าวเยอะมาก ๆ เพราะมีสื่อลงทั้งฝั่งยุโรปและละตินอเมริกา) ฝรั่งเศส (ลิงก์เยอะมาก รวมทั้ง Le Figaro) เยอรมัน (Bild, Spiegel เป็นต้น) เวียดนาม
ถ้านับเป็นจำนวนประชากรที่ “อาจจะ” ได้อ่านข่าวนี้
น่าจะเป็น100 ล้านคน ซึ่งเป็นผลงานของ พ.อ. บุรินทร์ ล้วนๆ
มันก็น่าขำดีที่นอกจากคดีนี้ พ.อ.บุรินทร์
ยังทำคดีมาตรา 112 มาหลายคดี
เช่น เอาผิดคนแก่อายุ 67 ปี ที่เขียนในห้องน้ำ
มีคนเห็น ข้อความไม่ถึง 100 คน
กลายเป็นว่าตัว พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. เป็น "ผู้ที่สร้างความเสื่อมเสียให้สถาบัน โดยใช้มาตรา 112 มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ด้วยการมั่วมาตรา 112 ฟ้องหมิ่นสุนัขทรงเลี้ยงจนสากลโลกรุมด่า สร้างความอัปยศให้ชาติและสถาบัน"
ถามจริงๆว่า ตอนคิดใช้ม.112 นี่มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?
แล้วคิดจะรับผิดชอบต่อกรณีนี้อย่างไรบ้าง?
===================
นอกจากคดีมาตรา 112 ที่ พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ เป็นผู้ฟ้อง
ยังมีคดีเจ้าตัวเป็นผู้ควบคุมตัว นางสาว กริซสุดา คุณาเสนและแฟน ปั้นเรื่องให้เป็นแม่ค้าอาวุธสงคราม แล้วไปขังในที่ลับถึง 3 อาทิตย์ พอทั้งคู่ลี้ภัย จึงแฉว่า โดนทหารทรมานสารพัดเวลาถูกจับกุมตัว
และจับสาวโพสท์เฟสบุ๊ค หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในคดีมาตรา 112 กับ น.ส.จารุวรรณ เอี่ยมพงษ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยอาศัยหลักฐานเพียงแค่ "ชื่อเฟสบุ๊ค" จนทำให้ น.ส.จารุวรรณ ถูกขังนานถึง 84 วัน และต่อมาศาลอาญา ก็ "ยกฟ้อง" เพราะไม่มีมูลความผิด ทำให้ น.ส.จารุวรรณ "ติดคุกฟรี" กว่า 84 วัน
แล้วพ.อ. บุรินทร์ มันรับผิดชอบอะไรบ้าง ในการทำลายชีวิตคนพังไปทั้งคน?
====================
พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของคนป่ามีปืน คิดอาศัยการตีความกฏหมาย มั่วซั่วบิดเบือน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของ คสช. แบบไม่มีจริยธรรม
สักวันไม่ว่าจะกี่ปี เราจะต้องเอาคนนี้ขึ้นศาล
ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อนร่วมชาติให้ได้
ขี้ข้ามหาประลัย คนจัญไรโลกไม่ลืม
หยุดดัดจริตประเทศไทย

Last edited by linc49 (December 19, 2015 10:24 AM)

Offline

#467 December 19, 2015 10:38 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=cb92532939ccb89a3fac83bc56e146bc&oe=570E227Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
ถูกใจเพจนี้ · 13 ธันวาคม · มีการแก้ไข ·

ทุกที่นั่ง เต็มแล้วจ้าาาาา......(ผ่านไปแค่ ๓๐ ชั่วโมงแรกที่ประกาศรับสมัคร)
หลักสูตร "การท่องเน็ตให้ปลอดภัยระดับ Anonymous" รุ่นที่ ๑

รอสมัครรุ่นต่อไปนะครับ จะแจ้งรับสมัคร เมื่อถึงเวลานะครับ.....

11224130_443136239229382_5141670646801363048_o.jpg

เปิดรับสมัครแล้ว หลักสูตร "การท่องเน็ตให้ปลอดภัยระดับ Anonymous" รุ่นที่ ๑
(เรียน ๓ วัน) เริ่มเรียน วันที่ ๑๖ - ๑๘ ธค.นี้ เรียนออนไลน์ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียน

(เรียน วัน พุธ พฤหัส ศุกร์ เวลา ๒๐.๓๐- ๒๒.๐๐น.)

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

การท่องเน็ตให้ปลอดภัยระดับ Anonymous

๑ . ปัจจัยแห่งความปลอดภัยบนโลกอินเตอร์เน็ต
๑.๑ ตัวตนบนโลก Internet
๑.๒ การไม่ระบุตัวตน
๑.๓ การพราง IP address
๑.๔ การไม่เชื่อมโยงบุคคล หรือ สถานที่ ที่สามารถนำมาระบุตัวตน

๒ . การสมัครเมล์แบบไร้ตัวตน ( Anon Mail) ที่ไม่สามารถติดตามได้
๒.๑ แหล่งสมัคร เมล์
๒.๒ ข้อมูลที่ต้องใช้
๒.๓ ภาคปฏิบัติ

๓. การสมัคร Facebookโดยใช้ เมล์ Anon
๓.๑ ข้อมูลอื่นๆที่จะระบุใน Facebook
๓.๒ กลุ่มเพื่อนๆในโลกอินเตอร์เน็ต
๓.๓ ภาคปฏิบัติ

๔. การท่องและโพสต์ แชร์ Facebook อย่างปลอดภัย
๔.๑ การวิเคราะห์ ความปลอดภัยและความเสี่ยง ในการใช้ Facebook
๔.๒ ข้อควรระวังในการท่อง Facebook

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ส่ง ข้อความว่า....

" Go on Internet like Anonymous ๑ " มาที่

https://www.facebook.com/Cyber-news-889892721056634/

หมายเหตุ : รอรับกุญแจเข้าห้องเรียน ในวันพุธ ตั้งแต่ เวลา ๑๒.๐๐ น. หากรุ่นที่ ๑ ที่นั่งเต็ม รอรับกุญแจในรุ่นที่ ๒ ต่อไปในสัปดาห์หน้า

..........

12274341_1032300940149144_5768327358359576897_n.jpg?oh=793ad4cdda3e244c38ab8121073c68b6&oe=570C1117Cyber news
17 ชม. ·
เรียนแล้วไร้กังวัลในการท่องเน็ต แน่นอน..........

12376009_1038752199504018_2541121700655012971_n.jpg?oh=50dc1c4b691c574485edb2a5e4be0874&oe=56E09F9B

เปิดรับสมัครแล้ว หลักสูตร "การท่องเน็ตให้ปลอดภัยระดับ Anonymous" รุ่นที่ ๒ (เรียน ๓ วัน) เรียน วันที่ ๒๓ - ๒๕ ธค.นี้ เรียนออนไลน์ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียน

(เรียน วัน พุธ พฤหัส ศุกร์ เวลา ๒๐.๓๐- ๒๒.๐๐น.)

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

การท่องเน็ตให้ปลอดภัยระดับ Anonymous

๑ . ปัจจัยแห่งความปลอดภัยบนโลกอินเตอร์เน็ต

๑.๑ ตัวตนบนโลก Internet
๑.๒ การไม่ระบุตัวตน
๑.๓ การพราง IP address
๑.๔ การไม่เชื่อมโยงบุคคล หรือ สถานที่ ที่สามารถนำมาระบุตัวตน

๒ . การสมัครเมล์แบบไร้ตัวตน ( Anon Mail) ที่ไม่สามารถติดตามได้

๒.๑ แหล่งสมัคร เมล์
๒.๒ ข้อมูลที่ต้องใช้
๒.๓ ภาคปฏิบัติ

๓. การสมัคร Facebookโดยใช้ เมล์ Anon

๓.๑ ข้อมูลอื่นๆที่จะระบุใน Facebook
๓.๒ กลุ่มเพื่อนๆในโลกอินเตอร์เน็ต
๓.๓ ภาคปฏิบัติ

๔. การท่องและโพสต์ แชร์ Facebook ระดับเซียนเยียบเฆม

๔.๑ การวิเคราะห์ ความปลอดภัยและความเสี่ยง ในการใช้ Facebook
๔.๒ ข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามในการท่อง Facebook
๔.๓ เล่น Facebook อย่างไร ให้ปลอดภัย

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ส่ง ข้อความว่า....

" Go on Internet like Anonymous 2 " มาที่

https://www.facebook.com/Cyber-news-889892721056634/

หมายเหตุ : รอรับกุญแจเข้าห้องเรียน ในวันอังคาร ตั้งแต่ เวลา ๑๒.๐๐ น. หากรุ่นที่ ๒ ที่นั่งเต็ม รอรับกุญแจในรุ่นที่ ๓ ต่อไปในปีหน้า

............

ไม่ได้ท้าทาย..... พวกเราจะสอน "การท่องเน็ตให้ปลอดภัยระดับ Anonymous"
ทั้งนี้เพราะเมื่อรัฐบาลนี้ไม่สามารถทำอะไรกับนักรบไซเบอร์ได้ ก็ไปไล่จับชาวบ้าน

12341561_442828225926850_4622136147547880639_n.jpg?oh=a8010071d84e276d5f623d8a1aa1f8ac&oe=570B5789

Last edited by linc49 (December 19, 2015 10:43 AM)

Offline

#468 December 19, 2015 11:03 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_19.html

วันเสาร์, ธันวาคม 19, 2558

มือยังจับ แต่ตาเมิน เหมือนเดินหนี

1620355_1535030006809135_2227011881358580624_n.jpg

The face and handshakes of General Prayuth Chan-ocha indicates serious trouble that he didn't expect. It laud and clear that the US don't like Thai style of democracy, or Thai style constitution or Thai junta style due process of law. A strong man with hopeless face.


12227071_1525243101121159_3675694578592519008_n.jpg?oh=459376dda7aeda73c2e9477415f61f0d&oe=56DEDCB3Prachuab Charoensuk

..........

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/e … avery.html

วันเสาร์, ธันวาคม 19, 2558

EU warns Thailand to address slavery, rights issues in fish industry highlighted in AP probe

download%2B%25281%2529.jpeg
European Union Commissioner for Fisheries Karmenu Vella, right, and Ghana's Minister of Fisheries Sherry Ayittey participate in a media conference at EU headquarters in Brussels on Friday, Dec. 18, 2015. Ayittey met with the European Commission on Friday to discuss the progress that has been made in the fight against illegal fishing. (AP Photo/Francois Walschaerts)


By RAF CASERT, Associated Press
Via U.S.News and World Report
Dec. 18, 2015

BRUSSELS (AP) — The European Union warned Thailand on Friday that it should "promptly" address the human rights and slavery issues that have dogged its seafood industry if it wants to stave off an EU seafood import ban.

Several investigative reports by The Associated Press focused on slavery in the seafood industry and resulted in the rescue of 2,000 men this year, highlighting longstanding abuses in Thai fisheries.

Thailand is a major exporter of seafood, with yearly revenues of almost 5 billion euros ($5.4 billion), and an EU ban would seriously affect the industry.

EU Fisheries Commissioner Karmenu Vella said even though the 28-nation bloc was primarily assessing Thailand's improvements in stamping out illegal fishing, there was no sidestepping the slavery issue.

Thailand, the world's third-largest seafood exporter, was given a warning by the EU in April to improve its fisheries practices or face an export ban to the wealthy European bloc. Annual Thai fish exports to the EU are estimated to be worth between 575 million and 730 million euros ($624 million to $792 million).

"We are still assessing whether Thailand has made sufficient progress in delivering on the actions" it was asked to take in April, Vella told reporters Friday.

"Regarding human rights, slavery on board and so on — yes, apart from the fishing issues, the Commission also believes that Thailand should also address promptly the human rights issues," he replied to a question from the AP.

The EU wants nations to be able to track their vessels and make sure they declare their catches to promote sustainable fishing and counter overfishing. The Commission is not expected to make a ruling on the Thai issue until late next month.

Vella spoke during a visit from Ghanean Fisheries Minister Sherry Ayittey, who noted that her nation was once penalized with such a ban.

"It was like a wake-up call," Ayittey said. "It was necessary. It helped us to reshape our own governance of the fisheries sector."

Beyond illegal fishing though, Thailand also faces the slavery issue.

In the U.S., Congressman Emanuel Cleaver, a Democrat from Missouri, wrote to the Labor Department and the Food and Drug Administration this week demanding investigations after the AP investigated the shrimp peeling industry as well.

"I am deeply concerned for the welfare of adult and children shrimp peelers in Thailand, who are forced to work in one of the most abhorrent slavery schemes of the 21st century," he wrote.

Grocery and seafood organizations, meanwhile, say suppliers have to take responsibility for eliminating labor abuses in the fishing industry.

"In the case of the Thai shrimp industry, this means that simple audits and inspections of third-party shrimp peeling houses will not suffice, as corrupt police and inspectors turn a blind eye to abuses," said John Sackton in a report for Progressive Grocer.

___

Martha Mendoza contributed to this report from Santa Cruz, California.

...........

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_93.html

วันศุกร์, ธันวาคม 18, 2558
บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร ประกาศ เอาตำแหน่ง และเกียรติยศ คุ้มครอง "พล.ต.ต.ปวีณ"ให้กลับมา มาเลย รับรองไม่มีใครทำไรได้ (หุหุ)

https://www.facebook.com/WassanaJournal … =3&theater

12347847_555681107924586_2432229361595352905_n.jpg

ภาพจาก Phattita Cheraiem

*  3356_big.jpg

blood.jpg

630512.rjafxk15vi21.jpg

Last edited by linc49 (December 19, 2015 11:12 AM)

Offline

#469 December 19, 2015 11:11 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 7,205

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

กลัวโดนแฉ ใช่ป่าว ไอ้ตือ  http://ifreethai.com/img/smilies/dog.gif

Offline

#470 December 20, 2015 9:28 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_66.html

วันเสาร์, ธันวาคม 19, 2558

ความเอน็จอนาจไร้จิตสำนึกและคุณธรรม ของรัฐฟาสซิสต์ไทย ยุค คสช.

5636_924393100943644_1215125222140066026_n.jpg

เห็นท่าประเทศไทยจะเป็นรัฐฟาสซิสต์ยุคใหม่จริงดังนักวิชาการออสเตรเลียคนหนึ่งชี้

เจมส์ เทเลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยอะเดเลดส์ เขียนบทวิเคราะห์ลงบนเว็บไซ้ท์นิวแมนดาล่า

บอกว่าสภาพการณ์ปัจจุบันของไทยเหมือนกับระบบฟาสซิสต์ในสเปนตอนต้นศตวรรษที่ ๒๐ สะท้อนลักษณะน่าสะพรึงที่เรียกว่า ‘ฟาลังกิสต้า’ อาทิ

“การไม่มีประชาธิปไตยในไทย การกดขี่โดยข่ายงานของรัฐ (ภายใต้แรงประสานของพลเรือนและทหาร) กับการล้างผลาญผู้ที่ต่อต้านอำนาจเผด็จการ การใช้วาทกรรมชาตินิยมสุดโต่ง การสนับสนุนโดยพฤตินัยของพวกชนชั้นสูงโหนเจ้าต่อกลุ่มการเมืองติดอาวุธ (จากพวกกุ๊ยนิยมราชสำนักอย่างองค์การเก็บขยะแผ่นดิน ไปถึงคณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูป หรือ กปปส.)”

(http://asiapacific.anu.edu.au/…/2…/12/1 … f-madness/)

การพิเคราะห์ของศาลอาญาฝ่ายคดีพิเศษเมื่อวันศุกรที่ ๑๘ ธันวาคมนี้ เลื่อนฟังคำสั่งอุทธรณ์คดีที่นายอภิสิทธื เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ซึ่งร่วมกันรับผิดชอบต่อการสลายชุมนุมเมื่อ ๑๐ เมษายนถึง ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากการใช้กระสุนจริงและอาวุธร้ายแรงเข้าปราบปราม

(ประมวลจากข่าว http://prachatai.org/journal/2015/12/63036)

1012541_924393154276972_4386048244358086727_n.jpg

เป็นการเลื่อนพิจารณาคดีในลักษณะที่ประวิงเวลา หลีกเลี่ยงการตัดสินอันจะต้องเป็นโทษแก่ผู้ต้องหา แม้จะเลื่อนไปเพียงถึงเดือนกุมภาพันธ์ ต้นปีหน้า ก็เป็นการยืดเวลาชนิดนับครั้งไม่ถ้วน แสดงถึงเจตนาโจ่งแจ้ง (หรือแม้กระทั่งจะใช้คำที่ผู้พิพากษาบางรายอ้างเพื่อสั่งจำคุกฝ่ายผู้ชุมนุม ว่าเห็นจุดประสงค์เบื้องลึก)

เพื่อเกื้อหนุนปกป้องจำเลยที่เคยเป็นหัวหน้าใหญ่ กปปส. หนึ่งในองคาพยพ ‘ฟาลังกิสต้า’ ระบบฟาสซิสต์ยุคใหม่ในประเทศไทย

ดังตอนหนึ่งของข้อเขียนในนิวแมนดาล่ากล่าวว่า ระบบฟาสซิสต์ยุคใหม่ในไทยแม้จะไม่มีลักษณะทางอุดมการณ์มากเท่าฟาลังกิสซึ่มของสเปน แต่ก็มีความเหี้ยมเกรียมเลวร้ายไม่น้อยไปกว่ากัน

“ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไทยฟุลเลอร์คนใหม่ใช้วิธีการบีบบังคับด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จแหวกทำนองคลองธรรม ที่ได้มาจากอำมาตย์ในปี ๒๕๕๗ เพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น” บทความกล่าวอีกตอนหนึ่ง

“แท้จริงแล้ว บรรยากาศการเมืองภายใต้อำนาจนิยมในประเทศไทยที่อำพรางเบื้องหลังหน้ากากแห่งถ้อยสำนวนเลิศเลอว่าเป็นประชาธิปไตยแห่งชาติ (แบบไทยๆ) นั้นปรากฏบุคคลิกของการเหยียดชาติกำเนิด เชิดชูลัทธิชาตินิยมราชาธิปไตย และความรักชาติสุดโต่งแบบที่แสดงออกด้วยขบวนการข้างถนน เช่นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พธม.”

ท่าทีของนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ แสดงกิริยาฉุนเฉียวต่อรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อสองวันก่อน เนื่องจากรายละเอียดระบุว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ๗๘ ราย รวมเป็น ๖๘๙ กรณี ซึ่งในจำนวนนี้เป็นกรณีละเมิดที่เกิดในกระบวนตุลาการถึง ๑๗๘ ราย

ข้อเท็จจริงหนึ่งในรายงานของ กสม. ที่ทำให้บิ๊กตู่แสดงกิริยาปรี๊ดแตกน่าจะเป็นเรื่องที่มีการร้องเรียนว่าคณะรัฐประหาร คสช. ใช้อำนาจบาดใหญ่มากไปถึง ๒๖ รายการ

หัวหน้ารัฐบาลทหาร คสช. ยังคงใช้วาทกรรมเลอเลิศอย่างเคยว่า “ประเทศเราไม่เหมือนกับประเทศไหน ประชาชนของเรามีคุณภาพไหม ใครกันล่ะทำให้รัฐบาล คสช.ต้องเข้ามาทำการเปลี่ยนแปลง พวกเขาใช้วิจารณญานที่เหมาะสมกันหรือเปล่า

ถ้าหากยังไม่เปลี่ยนความคิดกัน ก็ควรที่จะไปอยู่ต่างประเทศเสียเถอะ”

(ถอดความจากรายงานข่าวภาษาอังกฤษ http://www.nationmultimedia.com/…/NHRC- … ghts-vio…)

12376576_924393894276898_4120999734190984448_n.jpg

เป็นที่น่าเอน็จอนาจอย่างยิ่งในสายตาของผู้ที่มองจากภายนอกเข้าไปในประเทศ เห็นสภาพไร้จิตสำนึกและคุณธรรมทางด้านสิทธิมนุษยชนสากลในกลุ่มคณะรัฐประหารผู้กุมอำนาจ แม้แต่ข้อเท็จจริงในทางละเมิดจากเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน และการเอารัดเอาเปรียบข่มเหงกัน ก็ยังถูกปิดบังอำพราง

หนทางที่เหลืออยู่พอทำได้ของบรรดาผู้ที่รู้เห็นและไม่สามารถทรยศต่อจิตสำนึกในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้ อยู่ที่การแสดงออกอย่างที่กลุ่มนักศึกษา และนักกิจกรรมประชาธิปไตยยืนหยัดทำกัน มากบ้างน้อยบ้างตามกำลังใจและเรี่ยวแรง

โดยเฉพาะในกรณีคดีเข่นฆ่าปราบปรามเสื้อแดงที่แยกคอกวัวและราชประสงค์เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ มีข้อเท็จจริงที่ควรแก่การแพร่หลายให้รับรู้ในหมู่ประชาชน จนกว่าบรรดาผู้พิพากษาจะเกิดความซึมซับกับจิตสำนึกในการรับความจริงยิ่งกว่าการตีความข้อกฎหมาย

Chiranuch Premchaiporn shared สมบัติ บุญงามอนงค์'s with Apichart Srisuk. เมื่อ July 26, 2013 •

“โพสต์ไว้ในวันที่ศาลอุทธรณ์สั่งเลื่อนการอ่านคำสั่งคดีสลายการชุมนุมของสุเทพ/อภิสิทธิ์ออกไปอีกสองเดือน”

6038_924392990943655_5959436932882020604_n.jpg

“เธอชื่อว่าปุ้ย เป็นอาสากู้ชีพของมูลนิธิแห่งหนึ่ง...ปุ้ยเป็นอาสาสมัครตั้งเต๊นท์ดูแลคนบาดเจ็บตั้งแต่ในเหตุการณ์ ๑๐ เม.ย. ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ ฮ.ทิ้งแก๊สน้ำตาลงมา...และเธอได้พบกับกมลเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตที่วัดปทุมที่เหตุการณ์นั้น เหล่าอาสาสมัครช่วยกันดูแลคนเจ็บตั้งแต่ต้นจนเสียงปืนแตกและสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

ข้อความต่อจากนี้คือสิ่งที่เธอบอกเล่าสถานการณ์ด้วยตัวเธอเอง

วันนั้นจำไม่ได้ว่าวันที่เท่าไหร่นะค่ะ นั่งกันอยู่ที่เต้น ตรงแถวแยกอังรีดูนังใต้บีทีเอส ได้รับแจ้งว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ลานหน้าสวนลุมฯ พวกเราก็ลุยเข้าไปกัน แต่ตอนนั้นยังไม่มีการปะทะอะไรกัน แล้วก็มีคนจุดบั้งไฟขึ้นท้องฟ้า สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนปืน ดังมาก ทุกคนตรงนั้นก็หมอบลงกับพื้น บ้างคนก็นั่งคุกเข่า ส่วนปุ้ยหลบอยู่ใต้ฐานพระรูปรัชกาลที่ ๖ แล้วก็วิ่งมาหลบอีกเต๊นนึง

สัก (เดี๋ยว) เองก็เห็นพี่คนนึงอยู่ด้านขวามือของปุ้ย อยู่ห่างกันประมาณ ๒ เมตร ซึ่งอยู่ในระยะที่ใกล้กันมาก พี่เค้าโดนยิงที่ศรีษะ ปุ้ยตะโกนบอกพี่เก่ง มีคนโดนยิง แล้วก็วิ่งเข้าไปนำผ้าก็อสเท่าที่มีอยู่ปิดแผล พยายามห้ามเลือดให้พี่เค้า ตอนนั้นพี่เค้ายังลืมตา หายใจรวยริน ปุ้ยพยามบอกพี่เค้าว่า พี่ อย่าหลับนะ สู้นะพี่ จะพาไปส่งโรงพยาบาล

จากนั้น ใกล้ๆกันก็มีคนตะโกนว่า มีคนถูกยิง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะโดนยิงที่มือ คนที่นอนหงายอยู่ในภาพ ส่วนพี่ที่ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ทุกคนแถวๆนั้นช่วยกันนำพี่เค้าออกจากที่เกิดเหตุ แล้วรีบนำพี่เค้าส่ง รพ.ตำรวจ และก็นำพี่ที่โดนยิงที่มือพยุงออกมา...

จนวันสุดท้ายที่มีการสลายการชุมนุม ที่ราชประสงค์ ปกติปุ้ยจะเข้าไปช่วงบ่าย ๓ จนถึงเที่ยงคืน ตี ๑ แล้วแต่เวลา แต่วันนั้นปุ้ยกลับเช้าทำให้ตื่นมาประมาณ ๔ โมง ก็โทรหาพี่เกด พี่เกดบอกว่าไม่ต้องเข้ามาแล้ว ทหารเข้ามาสลายแล้ว พี่ย้ายเต๊นท์เข้าไปในวัดแล้ว ไม่ต้องห่วง

แล้วพี่ที่หน่วยก็โทรมาตามว่าไฟไหม้ที่สยาม หลังจากนั้นปุ้ยก็ออกไปดับไฟที่สยาม จนประมาณทุ่มนึง พี่เก่งโทรเข้ามา บอกว่าพี่เกดกับน้องที่เต๊นท์อีกคนเสียแล้ว และมาเจอกันกับพี่เก่งอีกครั้งที่วัด งานศพพี่เกด แล้วบอกให้ไหว้พี่เกดแล้วรีบกลับบ้านซะ ไม่ต้องรอถึงพระสวด เพราะเค้าไม่รู้ว่าใครเป็น ใครเค้าบอกไม่อยากให้น้องต้องมาเดือดร้อนด้วย

และวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่ได้ติดต่อกัน เพราะพี่เก่งแจ้งว่าให้เลิกติดต่อกันกับทุกคนที่รู้จักในเสื้อแดงรวมถึงตัวพี่เก่งด้วย เพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย”

(https://www.facebook.com/chiranuch/post … nref=story)

Offline

#471 December 20, 2015 10:08 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/11.html

วันอาทิตย์, ธันวาคม 20, 2558

รายชื่อ ‘คณะส่องทุจริตราชภักดิ์’ 11 คน ที่คณะรัฐประหารประกาศดำเนินคดี

10174951_1019971354736370_6660204828979127421_n.jpg

รายชื่อ 11 ตัวจริงที่ คณะรัฐประหารประกาศออกมา

ข้อมูลจาก Piyarat Chongthep

https://www.facebook.com/photo.php?fbid … =3&theater

เมื่อโฆษก คสช. (วินธัย) แถลงข่าววันนี้ว่าได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับ 11 นศ. (นักกิจกรรม) ลากเอาความผิดตั้ง วันที่ 14 ก.พ. 58 (น่าจะกรณีเลือกตั้งที่ลักหน้าหอศิลป์) จนถึงเดือน ธันวาคม 58 นี้

.
.ก็คงถึงเวลาที่ผมต้องเปิดเผยรายชื่อกลุ่มคนทั้ง 11 คนที่ผมได้มาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ตอนแรกที่ผมได้มาผมยังรอดูความแปลกใจว่าถ้าเป็นเฉพาะอุทยานราชภักดิ์ในวันที่ 7 ธ.ค. 58 ซึ่งมี2ใน11 คน คือโรม กับพี่เหน่งจะถูกรวมอยู่ได้อย่างไร แต่พอ โฆษกแถลงให้กระจ่างเช่นนี้ก็เข้าใจแล้วครับ

.
.หมายเหต! อาจจะมีเฟส2 เพิ่มเร็วๆนี้

12240412_900291290067621_5584607215803125743_o.jpg
...

เรื่องเกี่ยวข้อง...

Wassana Nanuam
18 hrs ·

โฆษก คสช. แจงเหตุ แจ้งความดำเนินคดี 11นศ. ร่ายยาว กิจกรรมทางการเมือง ตั้งแต่กพ.58 จนถึง"ราชภักดิ์" จาก"กลุ่มพลเมืองโต้กลับ" จนเป็น "ปชต.ใหม่" เคลื่อนไหว ปลุกปั่น โจมตีรัฐบาล-คสช.มาตลอด จนมาถึง ไป"ราชภักดิ์" ยันจนท. ต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ระบุ ไม่ได้แจ้งความ นศ.ที่ยอมเซน เอกสาร ให้ความร่วมมือ

พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีการแจ้งความร้องทุกข์กับกลุ่ม นศ.กับพวก รวม 11 คน ฐาน มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ว่า เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งและประกาศ คสช.หลังจากพิจารณาพฤติกรรมโดยรวมตั้งแต่อดีต

โดยพบว่า ได้มีการเคลื่อนไหวในทางการเมืองมาตลอดตั้งแต่เมื่อ 14 ก.พ.58 ครั้งนั้นภายใต้ชื่อ “กลุ่มพลเมืองโต้กลับ” โดยได้มีการจัดกิจกรรมที่หอศิลป์ แยกปทุมวันภายใต้ชื่อกิจกรรม “เลือกตั้งที่ลัก”

และเมื่อ 22 พ.ค.58 ได้มีการจัดกิจกรรมอีกครั้งภายใต้ชื่อว่า “ศุกร์ 22 มาฉลองกันมะ” ซึ่งมีคดีอยู่ในช่วงระหว่างดำเนินการและได้รับการประกันตัว

หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวใหม่เป็น ”กลุ่มประชาธิปไตยใหม่” โดยพฤติกรรมได้พยายามปลุกปั่นกระแสโจมตี เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล และ คสช. ด้วยการปลุกระดมผ่านสื่อต่างๆ

จนกระทั้งเมื่อ 6 ธ.ค.58 จนท. ได้ตรวจพบว่ากลุ่มฯ ดังกล่าวกำลังมีเจตนาที่จะจัดกิจกรรมทางการเมือง ในลักษณะให้มีความสอดคล้องกับการจัดกิจกรรมทางการเมืองของแกนนำกลุ่มอื่น

โดยพฤติกรรมของ "กลุ่มประชาธิปไตยใหม่" ในครั้งนี้พบว่าได้มีการพูดชักชวนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมารวมตัวกันทำกิจกรรมนั่งรถไฟในครั้งนี้ โดยอ้างว่า เป็นกิจกรรมเอาไฟฉายไปส่องหาการทุจริตโครงการอุทยานฯ โดย จนท.ได้พยายามพิจารณาโดยอาศัยองค์ประกอบรอบด้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลหรือพฤติกรรมกลุ่มในอดีต หรือรูปแบบที่ดำเนินกิจกรรม

ที่สำคัญที่สุดตามข้ออ้างฯ นั้นยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าจะสามารถทำให้กลุ่มฯ บรรลุในผลลัพธ์ตามข้อกล่าวอ้างได้จริง อีกทั้งพบพิรุธข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้หลายอย่าง

"จนท.จึงเชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้เพื่อสังคมเกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด จนท.จำเป็นต้องปฏิบัติไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป"

สำหรับผู้ที่เข้าข่ายและร่วมในกิจกรรมครั้งนั้นอีกจำนวนหนึ่ง ได้ให้ความร่วมมือ และมีการปรับความเข้าใจ พร้อมตกลงยอมรับเงื่อนไขร่วมกับทางเจ้าหน้าที่แล้ว ตามแนวทางลักษณะอะลุ่มอล่วย ที่เน้นการขอความร่วมมือเป็นลำดับแรก จึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มของ 11 คน ที่ จนท.ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษครั้งนี้


ความเห็นจากคุณ Pipob Udomittipong

มัน (พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช.) ดมกาวมาแถลงเปล่าเนี่ย? ประกาศหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 3 ระบุว่าใช้กับความผิดด้านความมั่นคง ด้านพระมหากษัตริย์ ด้านอาวุธปืนและประกาศอื่น ๆ ใช่มั้ย ทีนี้โฆษก คสช.บอกว่า กิจกรรมส่องไฟหาคนโกงของเขา “ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าจะสามารถทำให้กลุ่มฯ บรรลุในผลลัพธ์ตามข้อกล่าวอ้างได้จริง” หมายถึงคุณไม่เชื่อว่าเขาจะจับคนโกงได้ ว่างั้นเถอะ งั้นแสดงว่าเขานั่งรถไฟไปเที่ยวใช่มั้ย แล้วคุณไปออกหมายเรียกเขาทำไม? การนั่งรถไฟไปเที่ยวหัวหินเป็นหนึ่งในสี่ของฐานความผิดตามประกาศฉบับที่ 3/2558 ได้ยังไง? ถถถถถถถถถ

กลับไปอ่านข้อหนึ่งมั้ยนะ โฆษก คสช.
http://library2.parliament.go.th/…/ncpo … 3-2558.pdf

...........

อ๋อ ครับ พ่องตาย!

   

12360000_926573540762675_1526807551711749327_n.jpg?oh=a8cb334da8a88c34c3fa57cf034e780c&oe=56DB5AFBPruay Saltihead
2 ชม. ·
ก : คสช แจ้งจับนักศึกษา 11คนที่นั่งรถไฟไปราชภักดิ์ กล่าวหาชุมนุมทางการเมือง
ข : อ้าวแล้วพวกชาวบ้านโป่งที่ไปชุมนุมที่สถานีรถไฟด่านักศึกษา ไม่ได้ชุมนุมทางการเมืองเหรอ
ก : ไม่ใช่ อันนั้นเค้าเรียกชุมนุมทางการทหาร เพราะเค้ามากับทหาร
ข : อ๋อ ครับ พ่องตาย                       klum

Offline

#472 December 20, 2015 10:27 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.lokwannee.com/web2013/?p=189347

คำสั่งรัฐอันธพาลเป็นกฎหมายหรือไม่

On November 29, 2015

23319953525_c6cfb4df4e_z.jpg

วรเจตน์ ภาคีรัตน์
22 พ.ย. 2558 – ในการเสวนา “กฎหมายคืออะไร มุมมองทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และปรัชญา” จัดโดย โครงการประกาศนียบัตรบัณฑิตทางกฎหมายมหาชน ที่ห้อง LT1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยวิทยากรประกอบด้วย นิธิ เอียวศรีวงศ์ – เกษียร เตชะพีระ – สมภาร พรมทา – วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ดำเนินรายการโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล  เว็บไซต์ประชาไทได้ถอดความของวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ดังนี้



ความจริงหัวข้อ กฎหมายคืออะไร เป็นหัวข้อที่พูดยากที่สุดหัวข้อหนึ่งในการอภิปรายบนเวทีสาธารณะเนื่องจากมีมิติของเนื้อหาที่กว้าง วิชานิติปรัชญาก็เกี่ยวพันกับคำถามนี้ สำหรับคนทั่วไปอาจสงสัยว่าทำไมต้องมาถามคำถามนี้อีก อยากรู้ว่ากฎหมายคืออะไรก็ลองไปฝ่าฝืนดูก็จะรู้เอง บางคนก็รู้สึกว่าทุกวันนี้ก็ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว เช่น เราไม่ขโมยของคนอื่น ไม่เช่นนั้นถูกตำรวจจับต้องขึ้นศาลติดคุก หรือทำ wE0ญญาก็ต้องส่งมอบทรัพย์ชำระราคากัน

แต่เอาเข้าจริง ปัญหาว่ากฎหมายคืออะไรมันยากกว่าที่เราจะจินตนาการไปได้ โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่บ้านเมืองตกอยู่ภายใต้สภาวะบางอย่างซึ่งสิทธิเสรีภาพถูกลิดรอนไป และสภาวะนั้นแม้จะอยู่ชั่วคราวและวันหนึ่งจะหมดไป มันจะมีการตั้งคำถามย้อนกลับไปว่ากฎเกณฑ์ที่ใช้ในสภาวะแบบนั้นมีสภาพเป็นกฎหมายหรือไม่

ขอยกตัวอย่างต่อเชื่อมกับที่ อ.เกษียรพูดเรื่องมาตรา 17 ในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรปี 2502 ซึ่งถูกรับต่อมาในธรรมนูญการปกครองปี 2515 จอมพลถนอม กิตติขจร รับต่อมาอีกหลังเหตุการณ์ตุลาคมปี 2519 ในมาตรา 21 ในรัฐธรรมนูญของ รสช. และปรากฏตัวอีกในหลังรัฐประหารของ พล.อ.สนธิ และมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวในปัจจุบัน ถ้าเราจะถามคำถามว่าบทบัญญัติแบบนี้เป็นกฎหมายหรือเปล่า ทุกคนก็คงบอกว่าคงเป็น เพราะมีกลไกในการบังคับการให้เป็นไปตามนั้นหากมีการฝ่าฝืน แน่นอน การตั้งคำถามแบบนี้ในสภาวะซึ่งระบบเป็นแบบนี้อยู่ จะทำให้เราไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน แต่หากลองจินตนาการไปข้างหน้า เมื่อมันเปลี่ยน บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย กลับเข้าสู่ระบบต่างๆ ที่มันถูกต้อง คำถามว่าสิ่งนี้เป็นกฎหมายหรือไม่จะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นไปอีก เพราะว่ามันไม่ใช่กฎหมายเสียแล้ว บรรดาการกระทำใดๆ ที่ทำไปตามบทบัญญัติแบบนี้ก็จะไม่ถูกรับรองว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือชอบด้วยกฎหมายแม้ว่าจะเขียนว่าชอบด้วยกฎหมายก็ตาม ถ้าเราบอกว่ามันไม่ใช่กฎหมาย เท่ากับทุกอย่างที่ทำไปมันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานในทางกฎหมาย

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตกลงมันเป็นกฎหมายหรือไม่เป็น อันนี้เป็นปัญหาที่เลยขอบเขตของวิชานิติศาสตร์ เข้าไปสู่พรมแดนในทางปรัชญา ที่อาจารย์สมภารได้พูดถึงเมื่อกี้ แต่ความจริงเวลาเรามองกฎหมายมันอาจมองได้หลายมิติอยู่เหมือนกัน บรรดาคนซึ่งทำงานทางวิชาการในสาขาต่างๆ อาจจะรับรู้กฎหมายในมิติที่แตกต่างกันไป เช่น หากมองในมุมที่ศึกษาวัฒธรรมอาจมองว่ากฎหมายเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความมีวัฒนธรรม นักจิตวิทยาอาจมุ่งศึกษากฎหมายในแง่ความรับรู้ที่คนในสังคมรับรู้ต่อการดำรงอยู่ของกฎหมายนั้น นักเศรษฐศาสตร์อาจมองว่ากฎหมายเป็นปัจจัยอันหนึ่งในเรื่องราคา พวกสังคมวิทยาหรือนักรัฐศาสตร์เองเป็นเครื่องมือควบคุมบังคับสังคม ทำให้วัตถุประสงค์ทางการเมืองบรรลุผลอย่างไร

แต่มุมมองในทางนิติศาสตร์เชื่อมโยงกับปรัชญานั้นเป็นอย่างไร ผมอาจจะพูดถึงความหมายทั่วไปก่อน เพราะเมื่อ 200 กว่าปีก่อน Emmanuel Kant นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน ได้เคยพูดเอาไว้ว่า จนถึงทุกวันนี้ (200 ปีก่อน) ปัญหาว่ากฎหมายคืออะไรยังเป็นสิ่งที่นักกฎหมายควานหาอยู่ ยังไม่เป็นข้อยุติ ผมคิดว่าจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ยุติและอาจเป็นคำถามที่ยุติได้ยากมาก

แต่ในเบื้องต้นเราอาจให้ความหมายแบบทั่วไปก่อนว่ากฎหมายเป็นกฎเกณฑ์หรือบรรทัดฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในแง่ความประพฤติ เป็นกฎเกณฑ์ที่มีลักษณะเป็นนามธรรมและใช้บังคับเป็นการทั่วไป มันไม่เจาะจงกับกรณีใดกรณีหนึ่งอย่างนั้นมันเป็นคำสั่งที่อาศัยฐานในทางกฎหมายออกมา แล้วมันก็มีกระบวนการในการบังคับที่เป็นกิจลักษณะ อันนี้ทำให้บรรทัดฐานในทางกฎหมายแตกต่างจากบรรทัดฐานหรือกฎเกณฑ์ในทางศีลธรรม หรือมาตรในการตรวจวัดความประพฤติของมนุษย์แบบอื่นๆ

ในสังคม กฎหมายก็มีภารกิจ มันเป็นมโนทัศน์หรือสิ่งซึ่งแม้มนุษย์จะทำกันขึ้นมาก็มีภารกิจบางอย่างไม่ได้อยู่โดยลอยๆ เช่น โดยทั่วไปแล้วก็ถือว่ากฎหมายนั้นจะรักษาไว้ซึ่งสันติสุขของสังคม เมื่อกี้ อ.สมภารพูดถึงโทมัส ฮอบส์ เป็นนักคิดคนสำคัญในสมัยใหม่ซึ่งเสนอเรื่องสัญญาประชาคมประเภทหนึ่ง ซึ่งคนในสภาวะธรรมชาติเป็นสภาวะที่เลว ก็ต้องมาตกลงกันทำสัญญามอบอำนาจให้ผู้ปกครอง มีอำนาจเด็ดขาดขึ้นมาแล้วมีอำนาจในการออกกฎหมายของรัฐด้วย สำหรับฮอบส์จึงไม่มีกฎหมายที่ไม่ยุติธรรมเพราะมันเกิดจากตัวสัญญาอันนั้น ถามว่าเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำสัญญา ก็ไม่สน ถ้าเราอยู่ในสังคมนั้นก็ถือว่าเรายอมรับ ผู้ปกครองที่เลวที่เป็นทรราช ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะทำการโค่นล้ม เพราะถ้าโค่นล้มแล้วก็เท่ากับบ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป การอยู่ภายใต้การปกครองของทรราช ยังดีกว่าอยู่กันโดยการปกครองที่ไม่มีกฎหมาย วิธีคิดแบบนี้นำไปสู่การให้ความชอบธรรมกับระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้วเปิดทางให้กับการเกิดพวก legal positivism หรือพวกสำนักกฎหมายบ้านเมืองด้วย แต่อย่างน้อยที่สุด อันนี้บอกกับเราว่าในสังคมมนุษย์ยังไงต้องมีกฎเกณฑ์บางอย่าง แต่คำถามคือ กฎหมายที่เลวมันเป็นกฎหมายไหมแล้วเราต้องปฏิบัติตามหรือไม่ เราต้องลองถามกันดู

ในรัฐสมัยใหม่ กฎหมายยังมีภารกิจอีกหลายประการ เช่น ปกป้องคุณค่าในทางเนื้อหาบางอย่าง เช่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เรื่องเสรีภาพ จัดให้มีสวัสดิการสังคม คุ้มครองสิ่งแวดล้อม สร้างความร่วมมือหรือสมานฉันท์ในทางสังคมเศรษฐกิจ แต่ปัญหาว่ากฎหมายคืออะไรกันแน่ เรื่องนี้จะเกิดปัญหาขึ้นมาเมื่อเกิดคำถามขึ้นว่า กฎหมายที่ขัดหรือแย้งกับหลักทางศีลธรรม หรือกฎหมายซึ่งไม่ยุติธรรมเป็นกฎหมายไหม เช่น เขียนกฎเกณฑ์อันหนึ่งขึ้นมาบอกว่าหน่วยงานนี้คอร์รัปชันได้ การทำแบบนั้นไม่เป็นความผิด กฎแบบนี้เราจะให้ความหมายหรือเรียกมันว่ากฎหมายไหม ตลอดระยะเวลาการพัฒนาการทางความคิดของมนุษย์มันก็มีความพยายามในการแสวงหาคำตอบอยู่มากมาย แต่หลักๆ ก็มีวิธีคิดอยู่ 2 สำนักใหญ่

กลุ่มแรก มองว่ากฎหมายจริงๆ นั้นคือกฎหมายบ้านเมือง กฎหมายซึ่งถูกกำหนดขึ้นโดยมนุษย์และใช้ในการปกครองบ้านเมือง เรียกว่า positive law เราสัมผัสกับกฎเกณฑ์แบบนี้ได้จริงๆ ถ้าเราฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติการก็ได้รับผลร้ายจริงๆ จากการฝ่าฝืน กฎเกณฑ์ที่ดำรงอยู่จริงๆ นี้ไม่ต้องสัมพันธ์อะไรกับศีลธรรมหรือความยุติธรรม หมายความว่ากฎเกณฑ์นี้อาจไม่ยุติธรรมก็ได้ ขัดกับศีลธรรมก็ได้ แต่ถ้าออกมาตามกระบวนการขั้นตอนเฉพาะที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว แม้ว่ามันจะเลวมากๆ สิ่งนั้นก็ยังเป็นกฎหมายอยู่ ฉะนั้น กฎหมายดีหรือเลวจึงไม่ใช่องค์ประกอบของความเป็นกฎหมายเลย เราดูเพียงว่าเกิดขึ้นในกระบวนการที่มีลักษณะเฉพาะ และเกิดผลมีประสิทธิภาพในชุมชนทางการเมืองหนึ่งๆ หรือไม่ มันเกิดการยอมรับไม่ว่ายอมรับแบบจำใจหรือยอมรับจริงๆ แต่ยอมปฏิบัติตามก็ถือว่ามันเป็นกฎหมาย ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กฎเกณฑ์ที่กษัตริย์กำหนดขึ้นมาก็ถือเป็นกฎหมาย ในระบอบประชาธิปไตยมันก็ถูกกำหนดขึ้นโดยรัฐสภา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งมา เป็นกระบวนการขั้นตอนที่มีลักษณะเฉพาะ ฉะนั้น ฝ่ายนี้มองว่า กฎหมายคืออะไรนั้นมองในสิ่งซึ่งปรากฏอยู่จริงๆ วิธีคิดของนักคิดกลุ่มนี้มาจากไอเดียทางปรัชญาแบบหนึ่งคือ มองว่าโลกที่เราอยู่มันผสมกันระหว่างสิ่งซึ่งเราจับต้องได้โดยประสาทสัมผัส กับ คุณค่า มันปะปนกันจนบางทีเราแยกไม่ออก ฝ่ายนี้บอกว่าถ้าเราอยากจะรู้ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งคืออะไร มันจะต้องแยกเรื่องที่เป็นโลกแห่งปรากฏการณ์จริงๆ กับเรื่องคุณค่าออกจากกัน นักคิดฝ่ายนี้จะปฏิเสธความคิดอีกสำนักหนึ่งคือ ไอเดียแบบกฎหมายธรรมชาติ คือ เชื่อว่าในสภาวะธรรมชาติมันมีกฎเกณฑ์ดำรงอยู่ ก่อนมีมนุษย์และจะดำรงอยู่ต่อไป สภาวะธรรมชาติไม่ขึ้นกับมนุษย์ มันอยู่ตรงนั้นแหละ เช่น กฎเกณฑ์ทางศีลธรรม หรือความยุติธรรม ฝ่ายนี้บอกว่าไอ้สิ่งนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่เราพิสูจน์ไม่ได้โดยวิธีคิดหรือวิธีการแบบวิทยาศาสตร์ ในกลุ่มของนักคิดแบบนี้ก็แตกแขนงย่อยเป็นหลายกลุ่มอีก ที่ อ.นิธิพูดถึงพวก realism สัจจนิยมทางกฎหมาย คือ เชื่อว่ากฎหมายก็คืออะไรที่ศาลตัดสิน ไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวหนังสือ พวกนี้โดยรวมแล้วก็จัดเป็น positivism กลุ่มหนึ่งอยู่เหมือนกัน

ฝ่ายซึ่งไม่เห็นด้วยก็มี ฝ่ายที่เห็นตรงข้ามเห็นว่ากฎหมายไม่ใช่เรื่องที่เป็นกฎเกณฑ์อันหนึ่งที่ออกมาโดยกระบวนการที่มีลักษณะเฉพาะและมีประสิทธิภาพใช้บังคับได้ เขาบอกว่าต้องดูทางเนื้อหาด้วย พูดง่ายๆ ฝ่ายแรกมองกฎหมายในทางรูปแบบ อีกฝ่ายพุ่งไปที่เนื้อหา พวกนี้มองว่านอกจากกฎหมายที่เราสัมผัสอยู่ในบ้านเมืองแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในรูปคำสั่งคณะปฏิวัติ, พ.ร.บ. ยังมีกฎหมายอีกประเภทหนึ่ง คือ กฎหมายธรรมชาติ มันมีสถานะเหนือกว่าหรือสูงกว่ากฎหมายที่ฝ่ายบ้านเมืองกำหนดขึ้นมา ถ้ากฎเกณฑ์ที่ฝ่ายบ้านเมืองกำหนดขึ้นมาไม่สอดคล้องกับกฎหมายธรรมชาติ มันก็อาจจะสูญเสียสภาพบังคับหรือไม่มีค่าบังคับเป็นกฎหมายได้ มนุษย์มีหน้าที่ทำกฎหมายให้อนุวัติ อนุโลกไปตามกฎหมายธรรมชาติ

คำถามคือ กฎหมายธรรมชาติ คืออะไร นี่ก็ตอบกันหลากหลายมาก มีสำนักย่อยออกมาเต็มไปหมด บางคนพูดถึงธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งเป็นตัวบอกว่ากฎหมายธรรมชาติคืออะไร บางพวกก็บอกว่าคือกฎหมายแห่งเหตุผล มโนธรรมสำนึกในตัวเรา ฝ่ายพวกนักสำนักกฎหมายบ้านเมือง หรือ อ.สมภารเรียกว่า กฎหมายอิงโลก บางท่านก็เรียก legal positivismหรือสำนักปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย พวกนี้บอกว่ากฎหมายธรรมชาติเป็นความเพ้อฝันเลื่อนลอย ไม่มีอยู่จริง เพราะเราไม่สามารถเอามาพิสูจน์ให้เห็นได้ เช่น ข้อเท็จจริงหนึ่งที่ปรากฏในสภาวะธรรมชาติว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก นี่คือโลกที่เกิดเป็นปรากฏการณ์จริง สภาวะธรรมชาติไม่ได้บอกหรอกว่าปรากฏการณ์แบบนี้ดีหรือเลว ความดีหรือเลวนั้นเรากำหนดขึ้น มันอาจผ่านหลักศีลธรรมก็ได้ เป็นเรื่องโลกในทางคุณค่า แต่ว่าวิชากฎหมายไม่ควรคิดถึงเรื่องที่เลื่อนลอย จับต้องไม่ได้ ต้องชัดเจนแน่นอน ฝ่ายนี้จึงบอกว่ากฎหมายคือกฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นโดยกระบวนการที่มีลักษณะเฉพาะและใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถามว่าสำหรับฝั่งนี้ คำสั่งของคณะรัฐประหารเป็นกฎหมายไหม คำตอบคือ ยึดอำนาจได้สำเร็จไหม ถ้ายึดอำนาจสำเร็จมันจะเกิดประสิทธิภาพขึ้นในทางความเป็นจริง หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐยอมปฏิบัติเชื่อฟังคำสั่งคณะยึดอำนาจก็เกิดเป็นกฎเกณฑ์ขึ้นมาแล้ว มีสภาพบังคับได้และเป็นฐานให้ออกกฎเกณฑ์ต่างๆ มาเพิ่มอีก ก็ต้องยอมรับว่านั่นเป็นกฎหมาย ถามว่าแต่มันเป็นกฎหมายที่เลว ชั่วร้าย ไม่ยุติธรรม พวกนี้บอกว่าอันนี้เป็นเรื่องนักศีลธรรม นักรัฐศาสตร์ นักปรัชญา นักประวัติศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ จะต้องเป็นคนจัดการ ไม่ใช่ภารกิจของนักนิติศาสตร์ เพราะนักนิติศาสตร์ดูแต่ว่ามันเป็นกฎหมายหรือเปล่า

พอพูดถึงตรงนี้ หลายคนจะรู้สึกว่า พวก legal positivism ไม่รู้ชั่วดีเลย (คนฟังหัวเราะ) ไม่รู้จักความผิดชอบชั่วดีเลย ดูแต่ในทางแบบ ผมว่าเราอย่าเพิ่งด่วนประณามพวกนี้ เพราะเอาเข้าจริงแล้วในทางส่วนตัวของพวก positivist ทั้งหลายในยุคปัจจุบัน นักคิดดังๆ ในต่างประเทศล้วนแต่สนับสนุนไอเดียประชาธิปไตยทั้งสิ้น สนับสนุนเสรีนิยมทั้งสิ้น เพียงแต่เมื่อต้องวินิจฉัยว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นกฎหมายหรือไม่ เขาต้องการความชัดเจนแน่นอนว่าเป็นหรือไม่เป็น คำถามมีอยู่ว่า ถ้ากฎหมายนั้นชั่ว มีเนื้อหาที่เลว ทำยังไง เขามองว่าแม้เป็นกฎหมายที่เลวก็ยังเป็นกฎหมายอยู่ ถ้าคุณไม่พอใจกับกฎหมายนั้น คนที่เป็นผู้พิพากษาต้องตัดสินคดีแล้วรู้สึกว่ากฎหมายที่ออกมามันเลวมาก มีเนื้อหาไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน ก็ทำได้ 2 อย่าง คือ 1. คุณจำยอมไป เพราะว่าอำนาจมันถูกตั้งขึ้นสถิตย์สถาพรเรียบร้อยแล้ว 2. คุณลาออก คำถามนี้ไม่ได้ใช่คำถามในทางกฎหมายอีกต่อไปแต่เป็นคำถามในทางมโนธรรมสำนึก เป็นคำถามในทางศีลธรรม คล้ายกับว่าพวกนี้บอกว่าพอถึงจุดหนึ่งกฎหมายเป็นแบบนั้น หากจะปฏิเสธกฎหมายนั้นก็ปฏิเสธจากฐานมโนธรรมสำนึกในตัวของคุณ ไม่ใช่บอกว่ามันไม่ใช่กฎหมาย ยอมรับว่าเป็นกฎหมาย แต่โดยมาตรฐานทางศีลธรรมไม่สามารถไปปฏิบัติตามกฎหมายแบบนั้นได้ ฉะนั้น ในแง่มุมนี้พวก positivism จึงเรียกร้องหลักในทางศีลธรรมไปยัง individual คือ คนแต่ละคน

ฝ่ายพวก naturalist บอกว่าแบบนี้ใช้ไม่ได้ ไม่ถูก โลกในทางกฎหมายนั้นมันเป็นเรื่องในทางคุณค่าเหมือนกัน มนุษย์มีเหตุมีผล แน่นอน ฝ่ายนี้มีข้อดีอยู่ในการปฏิเสธบางสิ่งบางอย่างว่าไม่ใช่กฎหมาย เพียงแต่ว่าในทางประวัติศาสตร์ความคิดเรื่องนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ความยุ่งยากของกลุ่มนี้ก็คือ แม้แต่ในหมู่ naturalist เองก็ยังเถียงกันว่าแล้วกฎหมายตามธรรมชาติมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง ซึ่งหาข้อยุติลงตัวไม่ได้ เหมือนเราเถียงว่าความยุติธรรมคืออะไร มันมีนิยามความหมายความยุติธรรมเป็นร้อย ซึ่งฝ่าย positivism บอกว่าแบบนี้เท่ากับทำให้กฎหมายไม่มีความแน่นอน

ฉะนั้น ในแง่มุมนี้ ฝ่ายพวกกฎหมายบ้านเมืองจึงเน้นศึกษากฎหมายในลักษณะที่เป็นวิทยาศาสตร์ ความทะเยอทะยานของนักกฎหมายในกลุ่มนี้มีฮาสน์ เคลเซ่น (Hans Kelsen) นักกฎหมายชาวเยอรมันที่มีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 20 เป็นผู้นำ คือ ความพยายามทำให้วิชานิติศาสตร์ยกระดับขึ้นไปในมาตรฐานเดียวกับวิชาวิทยาศาสตร์ คิดทุกอย่างให้เป็นคอนเซ็ปท์เป็นวิทยาศาสตร์หมด แล้วตัดคุณค่าต่างๆ ออกไปอย่างสิ้นเชิง กฎหมายจะเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม ไม่เกี่ยว มันไม่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเป็นกฎหมายหรือไม่เป็น

แล้วเคลเซ่นเจออะไร เขาเป็นนักฎหมายในสมัยไวมาร์และเป็นช่วงที่นาซีขึ้นเรืองอำนาจในเยอรมัน ปี 1932 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคโลญจ์ ปี 1933 หลังฮิตเลอร์ขึ้นครองอำนาจในเยอรมัน มันมีคำสั่งปลดเคลเซ่น ไล่ออก ไม่ให้เป็นอาจารย์สอนกฎหมายอีกต่อไป เนื่องจากเขามีเชื้อสายยิว ความจริงพวกเรียนรัฐศาสตร์จะรู้จักนักกฎหมยอีกคนคือ คาร์ล ชมิทส์ หลายคนพูดถึงคาร์ล ชมิทช์ จะคุ้นเคยกว่า เป็นบุคคลร่วมสมัยกัน ช่วง 1932 เคลเซ่นพยายามสนับสนุนให้คาร์ล ชมิทช์ มาสอนกฎหมายที่โคโลญจ์ ตอนที่เคลเซ่นถูกสั่งปลด อาจารย์มหาวิทยาลัยโคโลญจ์ทุกคนลงชื่อถึงรัฐบาลขอให้ระงับการปลดเคลเซ่น คนเดียวที่ไม่ยอมลงชื่อด้วยคือ คาร์ล ชมิทช์ ซึ่งต่อมาก็ไปสนับสนุนความคิดของระบอบนาซี อย่างไรก็ตาม ต่อมาเคลเซ่นได้รับผลร้ายจากระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ หลังสงครามโลก มีคนถามเคลเซ่นว่ายังจะยืนยันอีกไหมว่ากฎหมายมันไม่เกี่ยวพันอะไรกับหลักความยุติธรรม หลักศีลธรรมใดๆ ทั้งสิ้น ท่านคิดว่าเคลเซ่นจะตอบว่าอย่างไร ตัวเองเจอกับตัวจากพวกซึ่งได้อำนาจมาแล้วเข้าสู่เผด็จการเบ็ดเสร็จ เคลเซ่นยืนยันทฤษฎีของตัว เขาบอกว่าเรื่องนี้สุดท้ายการจะทำหรือไม่ทำเป็นเรื่องศีลธรรม มันไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่กฎหมายของนาซีนั้นเป็นกฎหมาย เคลเซ่นใช้คำว่า เป็นกฎหมายของพวก Gangster State เป็นรัฐอันธพาล รัฐนักเลง

คำถามที่น่าสนใจคือ จะจัดการกับพวก Gangster State อย่างไรเมื่อพวกนี้หมดอำนาจแล้ว เดี๋ยวผมจะตอบว่าเคลเซ่นตอบว่าอย่างไร อย่างไรก็ตาม ฝ่ายพวกกฎหมายธรรมชาติก็บอกว่าที่เขาอธิบายมานั้นมันไม่ใช่

ระหว่างนั้นก็มีความพยายามในการเชื่อมสองไอเดียนี้เข้าด้วยกัน คนที่เสนอความคิดแบบนี้เป็นนักคิดชาวเยอรมันเหมือนกัน เหตุที่ผมพูดเรื่องเยอรมันเยอะเพราะเยอรมันเป็นชาติที่ประสบกับปัญหาพวกนี้มาก ฮิตเลอร์ขึ้นครองอำนาจแล้วออกกฎเกณฑ์อะไรเยอะแยะไปหมดตลอด 12 ปี แล้วพอหลังสงครามก็ต้องจัดการกับกฎเกณฑ์เหล่านั้น นักคิดคนนี้ชื่อ Gustav Radbruch (กุสตาฟ ราคบรุค) เป็นนักนิติปรัชญาชาวเยอรมันที่โด่งดังมากๆ แต่โลกภาษาอังกฤษอาจรู้จักเขาค่อนข้างน้อย ช่วงก่อนสงครามโลก Radbruchมีความโน้มเอียงไปทางพวก positivist โดยบอกว่าข้อเด่นของพวกนี้คือมีความชัดเจนแน่นอนของนิติฐานะ แต่ก็มองว่า โอเค กฎหมายก็มีองค์ประกอบของความยุติธรรมอยู่ด้วย ช่วงฮิตเลอร์ครองอำนาจ Radbruchเหมือนลี้ภัยในประเทศเลยทีเดียว เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้สอนหนังสือเนื่องจากฝ่ายเผด็จการนาซีมองว่าความคิดของRadbruchไม่น่าไว้วางใจ จึงถูกปลดจากราชการ ต้องใช้ชีวิตเงียบๆ ในประเทศ มีช่วงสั้นไปออกซฟอร์ดปีหนึ่ง หลังสงครามโลกRadbruchเขียนบทความทางกฎหมายขึ้นมาชิ้นหนึ่ง อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นบทความทางกฎหมายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 20 ที่ว่าแบบนั้น เพราะว่าบทความนี้ถูกนำไปใช้ในทางปฏิบัติตอนที่มันจะต้องจัดการกับระบอบนาซีที่ล่มไปแล้ว Radbruchบอกว่าโดยทั่วไปกฎหมายเป็นคอนเซ็ปท์ที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างโลกปรากฏการณ์กับโลกทางคุณค่า กฎหมายเป็นมโนทัศน์ทางวัฒนธรรม ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ positivism เพียวๆ แต่มันมีขึ้นเพื่อมุ่งไปหาคุณค่าบางประการ เช่น กฎหมายต้องมีขึ้นเพื่อรับใช้อุดมคติบางอย่างเช่นความยุติธรรม โดยปกติทั่วไปแล้วถ้าถามว่ากฎหมายคืออะไร โดยหลักก็เป็นอย่างที่ positivist บอก เป็นกฎเกณฑ์ที่คนปกครองกำหนดขึ้นมา แม้กฎหมายนั้นจะมีความไม่ยุติธรรมอยู่บ้าง ไม่ชอบอยู่บ้าง แต่มันก็คือกฎหมายอยู่นั่นเอง แต่สิ่งที่Radbruchเติมเข้าไปหลังสมัยนาซี คือ ถ้าเมื่อใดก็ตามกฎเกณฑ์นี้มีเนื้อหาที่อยุติธรรมจนไม่อาจทนทานได้ ไม่อาจยอมรับได้ ถ้ากฎเกณฑ์ถูกกำหนดขึ้นโดยไม่สนใจหลักความเสมอภาค ไม่แยแสความยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย Radbruch ว่า นักกฎหมายต้องกล้าปฏิเสธความเป็นกฎหมายของกฎเกณฑ์นั้น ในแง่นี้เขาพยายามเชื่อมความคิดสองสำนักเข้าด้วยกัน ในแง่นี้Radbruchก็เป็น non-positivism พอถึงจุดหนึ่งไอเดียแบบ pure positivism มันทำให้นักกฎหมายไม่สามารถปกป้องความยุติธรรมไว้ได้ ต้องสยบยอมต่อบางสิ่งบางอย่างทั้งที่ไม่ควรค่าแก่การได้ชื่อว่าเป็นกฎหมายเลย

คำถามคือ เป็นหรือไม่เป็นกฎหมายแล้วสำคัญอย่างไร มันสำคัญเมื่อมันต้องกลับไปจัดการกับระบอบเผด็จการที่ล่มไปแล้ว ถ้าเรายังถือว่าสิ่งที่ระบอบเผด็จการทำขึ้นเป็นกฎหมาย แม้ว่าอำนาจนั้นจะล่มไปแล้ว กฎเกณฑ์ที่อยุติธรรมยังถูกใช้ในระบบกฎหมายอีกอย่างนี้คงไม่ไหว มันต้องมีการกลับไปจัดการ

การกลับไปจัดการเขาทำอย่างไร ไอเดียของ Radbruch ถูกศาลเยอรมันนำไปใช้ มันมีหลายกรณีเกิดขึ้นหลังนาซีล่มไป โดยมันแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกคือหลังสงครามโลกครั้งที่สองใหม่ๆ มีการฟ้องนายทหารเคสหนึ่งที่ปฏิบัติตามคำสั่งฮิมเลอร์ (Himmler) ลูกสมุนฮิตเลอร์ กฎเกณฑ์นี้บอกว่าหากมีทหารหนีออกจากค่ายทหารให้สังหารเสีย ปรากฏว่านายทหารคนหนึ่งปฏิบัติตามอำนาจที่ได้รับมา ยิงลูกน้องที่หนีตาย เหตุการณ์ผ่านไป ระบอบเผด็จการล่มสลายลง หลังสงครามมีการตั้งคำถามว่าอย่างนี้ลงโทษได้ไหม ทหารที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ฮิมเลอร์ออกมาแล้วการออกฎเกณฑ์ไม่มีอะไรผิดกระบวนการเลย อย่างนี้ผิดฐานฆ่าคนตายไหม ศาลเยอรมันเอาหลักRadbruchมาใช้ เรียก Radbruch formula ศาลตัดสินลงโทษนายทหารคนนี้โดยปฏิเสธความเป็นกฎหมายที่ฮิมเลอร์บอก โดยบอกว่านั่นไม่ใช่กฎหมายเพราะยกระดับความอยุติธรรมขึ้นจนไม่อาจทนทานได้แล้ว

มีคดีอีกหลายคดีที่น่าสนใจ มีคนยิวคนหนึ่งมีสัญชาติเยอรมันและเสียสัญชาติไปโดยประกาศของนาซีที่บอกว่าคนยิวคนใดที่มีสัญชาติเยอรมันแต่มีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักรให้เสียสัญชาติเยอรมัน พอออกประกาศนี้คนยิวคนใดก็ตามที่โยกย้ายถิ่นฐานก็ให้เสียสัญชาติ โดยกฎมายของนาซีสัญชาติก็เสียไป หลังสงครามโลกคนยิวคนนี้กลับมาเยอรมันและเขามีทรัพย์สินอยู่ คำถามคือ ถ้าถือว่านั่นเป็นกฎหมายแล้วจะทรีตเขาอย่างไร เป็นคนเยอรมันหรือไม่เพราะส่งผลต่อการเสียหรือไม่เสียทรัพย์สิน ศาลเยอรมันใช้สูตรของRadbruchบอกว่ากฎเกณฑ์ประเภทถอนสัญชาติแบบนี้ยกระดับขึ้นถึงความอยุติธรรมในระดับไม่อาจทนทานได้ ดังนั้นจึงไม่เป็นกฎหมายและเมื่อไปเป็นกฎหมายก็เท่ากับเขาไม่เคยเสียสัญชาติเยอรมันเลย

ประเด็นการวินิจฉัยว่ากฎเกณฑ์ใดเป็นกฎหมายหรือไม่หลังเปลี่ยนระบอบมีปัญหามาก สำนักกฎหมายบ้านเมืองนั้นบอกว่าสูตรของRadbruchโดยเนื้อแท้แล้วไม่เคลียร์ ไม่ชัด ความอยุติธรรมที่ไม่อาจทนทานได้นั้นอะไรคือเส้นแบ่ง เขาก็วิจารณ์เรื่องนี้แล้วบอกว่าวิธีคิดแบบนี้โดยเนื้อแท้แล้วคือ การยอมให้ใช้กฎหมายย้อนหลังเป็นผลร้ายต่อบุคคล ซึ่งฝ่าย positivism บอกว่าอย่างนั้นออกกฎหมายย้อนหลังลงโทษนายทหารคนนั้นไปตรงๆ จะดีกว่า อย่าไปปฏิเสธว่ากฎเกณฑ์นั้นไม่เป็นกฎหมาย อย่ามัวไปห่วงกับคุณค่าเรื่องไม่ออกฎหมายย้อนหลังเป็นผลร้ายต่อบุคคลเลย ไม่ต้องเหนียมอาย เช่น ออกฎหมายย้อนหลังการทำรัฐประหารไปเลย แม้ว่าในช่วงรัฐประหารจะไม่มีกฎหมายนี้ เพราะเอาเข้าจริงการทำรัฐประหารก็เป็นสิ่งผิด ตอนนี้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ยังมีอยู่ไหม ยังมีอยู่ ความผิดฐานเป็นกบฏ แต่ระบบของเราคือ พอยึดอำนาจสำเร็จก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่สิ่งที่เราพูดถึงคือการพูดถึงอนาคต เราอาจลืมความขมขื่นจากปัจจุบันบ้างสัก 5 นาที แล้วฝัน (ผู้ฟังหัวเราะ) แล้วเราคิดจากหลักกฎหมาย ตอนผมพูดให้นักศึกษาฟังเรื่องออกกฎหมายลบล้างผลพวงรัฐประหาร ก็มีคนถามว่าอย่างนี้ไม่เท่ากับว่าออกฎหมายอาญาย้อนหลังเป็นผลร้ายต่อบุคคลหรือ เพราะเขานิรโทษกรรมในการกระทำนั้นแล้ว แล้วคุณก็มาเลิกการนิรโทษกรรม ผมก็ตอบไปว่า เรื่องนี้ตอบแบบกฎหมายเลยไม่ต้องอ้างอิงหลักศีลธรรมของความยุติธรรมเลย ก็คือ โดยปกติตอนจะมีการทำรัฐประหาร คนซึ่งเข้ายึดอำนาจ สำเร็จเรียกรัฐประหาร ไม่สำเร็จเรียกกบฏ มันมีกฎหมายกำหนดกฎเกณฑ์อยู่แล้วว่าเป็นความผิด แต่กฎเกณฑ์แบบนี้ถูกเบรคเพราะมีการนิรโทษกรรม เทคนิคการนิรโทษกรรมในโลกนี้ต้องมาดูตัวอย่างของประเทศไทย เทคนิคมันพัฒนาถึงระดับที่นักกฎหมายอึ้งว่าไปถึงขนาดนั้นได้ ประเด็นคือ การนิรโทษเป็นการใส่ห้ามล้อเบรค แต่เมื่อเราเบรคออก มันก็ฟื้นขึ้นมา เรื่องนี้จึงไม่ใช่การใช้กฎหมายลงโทษย้อนหลัง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ง่ายกว่ากรณีนาซีเยอะ กรณีนาซียากเพราะเขาออกฎหมาย แล้วเราจะนิยามสิ่งนั้นเป็นกฎหมายไหมเป็นปัญหา จะทรีตหลังระบอบการปกครองล่มอย่างไร สูตรของRadbruchก็อาจช่วย แต่ของบ้านเรามันไม่เคยเข้าสู่การใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ ไม่เคยลงไปตรวจสอบเนื้อหาของกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำหรับRadbruch นั้นง่าย Gangster State ออกกฎหมายอะไรมาก็อาจเป็นกฎหมายก็ได้นะ ไม่ใช่ทุกอย่างจะไม่เป็นกฎหมายเลย Radbruch น่าจะมองเรื่องออเดอร์ในสังคม แต่ถ้ามันถึงระดับซึ่งสามัญสำนึกปกติของวิญญูชนไม่อาจยอมรับได้ และนักกฎหมายก็ไม่ควรจำยอม ก็ต้องกล้าปฏิเสธกฎหมายนั้น ข้อสังเกตอันหนึ่ง ทั้งสองสำนักที่กล่าวมาอาจไม่ได้ต่างกันมากในทางปฏิบัติ อาจต่างในทางการเถียงทางวิชาการ แต่ว่ากฎหมายไม่ใช่เรื่องทางวิชาการอย่างเดียวแต่เป็นทางปฏิบัติ ลองนึกดูในทางปฏิบัติ เคลเซ่น ทฤษฎีกฎหมายบริสุทธิ์ของเขาซึ่งเป็นตัวเอ้เลย บอกว่า กฎหมายของพวก Gangster State นั้นนับเป็นกฎหมาย แต่เมื่อเปลี่ยนระบอบ ในระบอบใหม่ถามว่าจัดการได้ไหมกับอันธพาลชน จัดการได้ไหมกับการกระทำการใดๆ ในห้วงเวลามีอำนาจแล้วไม่คำนึงถึงหลักยุติธรรมใดเลย ซึ่งต้องมาพิสูจน์กันด้วย เคลเซ่นบอกว่าจัดการได้ ทำได้โดยกระบวนการทางนิติบัญญัติอันใหม่

พูดง่ายๆ ความแตกต่างระหว่างเคลเซ่นกับ Radbruch คือ เคลเซ่นบอกว่าฝ่ายนิติบัญญัติใหม่มีหน้าที่ออกกฎหมายย้อนหลังเอาผิดกับบุคคล Gangster เหล่านั้นที่กระทำการออกกฎหมายทารุณแบบนั้น แต่Radbruchเป็นหน้าที่ของศาลในแต่ละคดีที่ต้องปฏิเสธความเป็นกฎหมายนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรทั้งสองสำนักบอกว่าจัดการได้ เพียงแต่วิธีการจัดการนั้นแตกต่างกัน เอาเข้าจริงความแตกต่างของสองอันนี้อาจไม่มากอย่างที่คิด ผมถึงบอกว่าอย่าเพิ่งไปประณามว่าพวก positivism เป็นพวกไม่รู้ดีชั่ว เพราะกำลังในทางศีลธรรมนั้นคนในสำนักนี้มีกำลังสูงมากหลายคน เขาสนับสนุนเสรีภาพ ประชาธิปไตย

กลับมาที่บ้านเรา ในสำนักธรรมศาสตร์เองมีการสอนกัน พูดง่ายๆ คือ มีการ against attack ไอเดียแบบ positivism แบบ John Austin ซึ่งพระองค์เจ้ายุหนาถศักดิ์ทรงรับมาว่ากฎหมายคือคำสั่งรัฏฐาธิปัตย์ มีการโต้ว่าไม่ใช่อย่างนั้น การแย้งประเด็นนี้มีส่วนถูก แต่ก็ไม่ควรเลยไปขนาดว่าไอเดียแบบ positivism ใช้อะไรไม่ได้เลย เพราะไอเดียหลายอย่างมันส่งผลให้มีการพัฒนาวิธีคิดทางกฎหมายที่เป็นระบบระเบียบ ถ้าฐานภายนอกเป็นประชาธิปไตย ตัวกฎหมายก็จะเป็นประชาธิปไตย มันเหมือนภาชนะที่มันว่างเปล่า ถ้าเนื้อหาที่ดีมันก็ดี แต่ข้ออ่อน positivist ก็มีและผมก็ตระหนัก มันทำให้นักฎหมาย defenseless คือ ปกป้องอะไรไม่ได้เลย ต้องจำยอม

ถ้าสมมติเราต้องเลือกระหว่างไอเดียสองอันนี้ โดยส่วนตัวชอบไอเดียไหนมากกว่าแม้ว่าจะรู้ว่าทุกไอเดียมีจุดอ่อนหมด ผมชอบไอเดียเคลเซ่นกว่า ข้ออ่อนในการแบ่งระหว่างกฎหมายอยุติธรรมขนาดไม่อาจเป็นกฎหมายเลยกับกฎหมายที่ไม่ยุติธรรมแต่ยังได้ค่าเป็นกฎหมายอยู่นั้น มันเป็นผลทางปฏิบัติล้วนๆ เพราะถึงที่สุดไอเดียแบบ positivism ก็ยังออกกฎหมายย้อนหลังจัดการได้อยู่ดี ถ้าถือตามไอเดียแบบพวก positivism เสนอจะผลักเรื่องนี้ให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคลในทางศีลธรรม กำลังทางศีลธรรมของแต่ละบุคคลจะ judge ชีวิตเราอย่างไรภายใต้ระบอบอันใหม่ แต่ไอเดียแบบRadbruchที่พูดถึงกฎเกณฑ์ที่อยุติธรรมอย่างมากจนไม่อาจเป็นกฎหมายได้ ถ้ามันเข้าสู่สำนึกความรับรู้ของนักกฎหมายมันจะทำให้เกิดเป็นพลังร่วมกัน เป็นสำนึกร่วมกันว่ากฎเกณฑ์นี้ไม่ควรได้ชื่อเป็นกฎหมายแล้ว แต่แน่นอน ความยากของไอเดียหลังคือ เมื่อไหร่ที่เราจะมองร่วมกันว่ากฎเกณฑ์นี้ไม่เป็นกฎหมายแล้ว ถึงที่สุดก็กลับมาที่สำนึกในแต่ละคนในแต่ละกรณีที่จะกลายเป็นสำนึกรวมหมู่ว่าอันนี้ไม่เป็นกฎหมายแล้ว ฉะนั้น เวลาที่เราบอกว่าเราต้องเคารพกฎหมาย มักจะมีการเน้นกัน แปลกมาก ในสภาวะที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย มีการเน้นตรงนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน อธิบายให้ผมฟังหน่อยกฎหมายของคุณคืออะไร คืออะไรก็ได้ใช่ไหมที่ออกมาโดยอำนาจ อย่างนั้นกฎหมายกับกฎในชุมชนโจรมันจะต่างกันตรงไหน นี่เราพูดกันในทางวิชาการ ยืนยันได้ทางวิชาการทั้งหมด
                                                                                                                                                                                                                two_thumps

Last edited by linc49 (December 20, 2015 10:41 AM)

Offline

#473 December 20, 2015 10:46 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/j … -lese.html

วันอาทิตย์, ธันวาคม 20, 2558

James Corden mocks Thailand's lese majeste law on The Late Late Show on CBS Television in the United States

Don't Mess with Thailand King's Dog

The Late Late Show with James Corden

Published on Dec 16, 2015
James Corden looks at a few stories about animals, including a man facing a harsh sentence for insulting the first dog of Thailand and a painting seal.
...

Credit:
Andrew MacGregor Marshall

...

Once again, Thailand's insane lese majeste law and it's even more insane implementation has made Thailand the laughing stock of the world. Instead of protecting their country and beloved monarchy, the ultra-royalist kooks only bring shame.

James Corden on the Late Late Show in the US earlier this week.

We call this our 'junta treat', our christmas gift. Listen to Corden, he really rips the junta apart.

10649559_10152709910416622_6200734218946356901_n.jpg?oh=0e78dddd5b0e2902c61c59969ee12f70&oe=5718B8AE
Declan Lakes

....

12376699_10153839800137265_8160971538820171493_n.jpg

Offline

#474 December 20, 2015 1:30 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 7,205

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ไฟเย็นพบประชาชน #34 / 19 - 12 - 2015
YouTube
http://bit.ly/1QBMrCU
mp3 20.4M 1 ช.ม. 59 นาที
mdf http://bit.ly/1k9PxzW
2sh http://bit.ly/1J0LPnS
4sh http://bit.ly/1MoJCxB

Offline

#475 December 20, 2015 1:39 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 7,205

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ขออถัย  วางผิดทีครับ

Offline

#476 December 21, 2015 11:00 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

OK   usa.th   pig_dance



......................

12390995_779411278855311_7299624611723329510_n.jpg

Last edited by linc49 (December 21, 2015 11:01 AM)

Offline

#477 December 21, 2015 11:07 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* โครงการแดกด่วน เมื่อปล้นเข้ามาแล้ว ใช่แน่ๆ คนสงสัย แพงกว่าได้ไง ดอกเบี้ยแบบขูดรีด คสช ก็รับ สัสส

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_78.html

วันจันทร์, ธันวาคม 21, 2558

"สามารถ" จี้รบ.ตอบปริศนาค่าก่อสร้างรถไฟไทย-จีน เร็วไม่เท่าแต่ทำไมเเพงกว่า?

14505114451450511462l.jpg

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

วันที 19 ธ.ค. ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ระบุว่า ถึงเวลานี้โครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีนมีประเด็นซึ่งเป็นที่สนใจของสาธารณชนหลายประเด็นหนึ่งในนั้นก็คือค่าก่อสร้างที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเดิมเมื่อประมาณ 1 ปีเศษที่ผ่านมาค่าก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 400,000 ล้านบาท แต่ถึงวันนี้กระโดดขึ้นเป็น 530,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาจากการออกแบบของจีน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จึงเป็นปริศนาที่ประชาชนคนไทยอยากรู้

10408887_740315882779984_5255544952103025449_n.jpg

300280_232790200199224_1653749570_n.jpg

รถไฟไทย-จีนในส่วนที่อยู่ในประเทศไทยมีเส้นทางจากกรุงเทพฯ -หนองคาย และจากแก่%8 5zอย-มาบตาพุด คิดเป็นระยะทางยาวรวม 873 กิโลเมตร วิ่งบนทางรถไฟกว้าง 1.435 เมตร (ทางรถไฟในปัจจุบันกว้าง 1 เมตร) ด้วยความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงไม่ถือว่าเป็นรถไฟความเร็วสูงที่ต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดตั้งแต่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป

ด้วยเหตุนี้ รถไฟไทย-จีนจึงถูกจัดอยู่ในประเภทรถไฟความเร็วปานกลาง หากค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 530,000 ล้านบาทดังกล่าวข้างต้นจริง จะทำให้ค่าก่อสร้างต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เท่ากับ 607.1 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นค่าก่อสร้างที่สูงมาก

ผมได้เปรียบเทียบกับค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย(เส้นทางเดียวกับรถไฟไทย-จีน)ซึ่งทำการออกแบบเบื้องต้นโดยจีนในนามของ The Third Railway Survey and Design Institute Group Corporation เมื่อเดือนตุลาคม 2555 พบว่ามีค่าก่อสร้างต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เท่ากับ 388.2 ล้านบาทเท่านั้น หรือค่าก่อสร้างรถไฟไทย-จีนในปี 2558 ซึ่งออกแบบโดยจีนเช่นเดียวกันแพงกว่าค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคายในปี 2555 ถึง 218.9 ล้านบาทต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 56%

การออกแบบเบื้องต้นรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคายโดยจีนในปี 2555 มีปัจจัยซึ่งมีผลกระทบต่อค่าก่อสร้าง ดังนี้

1. ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ความเร็วสูงขึ้นทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)
2. ระยะทางบนระดับพื้นดินคิดเป็น 73.7% ของระยะทางทั้งหมด (ระยะทางบนพื้นดินมากทำให้ค่าก่อสร้างถูกลง)
3. ระยะทางที่เป็นทางยกระดับคิดเป็น 22.8% ของระยะทางทั้งหมด (ระยะทางยกระดับมากทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)
4. ระยะทางที่เป็นอุโมงค์คิดเป็น 3.5% ของระยะทางทั้งหมด (ระยะทางที่เป็นอุโมงค์มากทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)
5. จำนวนสถานี 7 สถานี ประกอบด้วยสถานีบางซื่อ อยุธยา สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย (จำนวนสถานีมากทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าเหตุใดรถไฟไทย-จีนซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด180กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงแพงกว่ารถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ – หนองคาย ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถึง 56% ทั้งๆที่ ทั้งสองโครงการนี้ออกแบบโดยจีน ในช่วงระยะเวลาที่ต่างกันเพียง 3 ปีเท่านั้น

อนึ่ง โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคายในปี 2555 นั้น เป็นหนึ่งในโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านวงเงิน1,042,376.74 ล้านบาท ได้แก่ แผนงานพัฒนาประตูการค้าหลักและประตูการค้าชายแดน อาทิ โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านศุลกากร พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

พัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทเชื่อมต่อด้านการค้า การลงทุน และการขนส่ง แผนงานพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อภูมิภาค วงเงิน 994,430.90 ล้านบาท อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ -เชียงใหม่ วงเงิน 387,821 ล้านบาท กรุงเทพฯ-หนองคาย วงเงิน 170.450 ล้านบาท กรุงเทพฯ - ปาดังเบซาร์ วงเงิน 124,327.9 ล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ชลบุรี พัทยา-ระยอง โครงการสร้างรถทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ สายบ้านไผ่-นครพนม โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี และสายพัทยา-มาบตาพุด


ที่มา : มติชนออนไลน์

...

12359895_1657759711145833_7359155811460141440_n.jpg

ภาพจาก ที่นี่ ไม่มีเศษรัฐประหารให้ใครแดก2

................

11214329_10208645539084333_8639775274935502368_n.jpg?oh=8ba45cdeedcfd7efec048555b2ad12db&oe=56D3B92Aอั้ม อิราวัต อารีกิจ
เมื่อวานนี้ ·


บางที แม็คก็อยากให้มูลนิธิกระจกเงา
หาตัวคนที่พูดว่า....
"รถไฟความเร็วสูงบ้านเรานั้น ไม่จำเป็น..
เพราะบ้านเรา ยังมีถนนลูกรังอยู่เลย.."

กับอีกหลายๆคนที่บอกว่า..
"ไม่คุ้มค่ากับเงิน 4 แสนล้าน.."

#ไสว่าสิบ่อนุมัติก๊านนนน
#ไสว่ายังมีดินลูกรังงงงง

Last edited by linc49 (December 21, 2015 12:22 PM)

Offline

#478 December 21, 2015 12:25 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/ndm-1-7.html

วันจันทร์, ธันวาคม 21, 2558
ที่นี่ สถานีNDM รายการใหม่ ตอน ราชภักดิ์ (1) 7 ข้อสังเกตทุจริต

New Democracy Movement

นี่ๆNDMมีรายการใหม่นะ
....................

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนำเสนอ "สถานี NDM"
รายการวาไรตี้การเมือง ที่จะคอยอัปเดตสถานการณ์บ้านเมือง รายงานข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนควรได้รับรู้ พร้อมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย
ประเดิมตอนแรก เบรกแรก ด้วย 7 ข้อสังเกตการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ เมกะโปรเจดที่ฉาวโฉ่ที่สุดในเวลานี้
.
.
.
เราจะพยายามนำเสนอรายการอย่างสม่ำเสมอ ท่านสามารถติดตามได้ทาง channel YouTube "New Democracy Movement"

Published on Dec 20, 2015

Offline

#479 December 21, 2015 12:30 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=6966e56e65cd18dc13de40805690e7cf&oe=56D9B2D0Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 16 ธันวาคม ·

10258188_963375987088515_6494918161523392485_n.jpg?oh=6c94ce8e5113e707a1f6d2944da7c3f3&oe=56D68734

.......

คสช.จ่อเรียกประชาชนที่นั่งรถไฟไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์อีกสิบกว่าคน เออแต่คนไปปิดสถานทูตสหรัฐฯทำได้นะครัช มีรถไปรับไปส่งแถมมีคนคุ้มกันด้วย http://prachatai.org/journal/2015/12/63049

10400122_965229676903146_1400495768137532079_n.jpg?oh=3558607cc1d270d7398a5eafadca6c97&oe=56DF47E4

ประวิตรย้ำ ไม่ได้ใช้112 ปิดปากประชาชนตรวจสอบราชภักดิ์ เอ้า!เห็นใครตรวจสอบท่านทีไร จัดให้ทุกที http://news.voicetv.co.th/thailand/299169.html

1234995_964413006984813_2338860302483180022_n.jpg?oh=9e33c872a92d29fb5a802f8467877e26&oe=56D69DCB

Offline

#480 December 21, 2015 12:35 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* มึงเป็นใคร เที่ยวไล่คนโน้นคนนี้ ใหญ่ขนาดไหนก็เล็กกว่าโลง 55555555555555

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=6966e56e65cd18dc13de40805690e7cf&oe=56D9B2D0Thailand Dictator Watch
3 ชม. ·

12369060_965241816901932_7224075774660584403_n.jpg?oh=e5546b1125bea9cc5509367efaf5e3d5&oe=57094CC4

เรามาถึงจุดที่ นายกฯไล่ กรรมการสิทธิฯไปอยู่เมืองนอกเพราะวิจารณ์คสช.ได้ไง จะปิดประเทศแล้วละเมิดสิทธิ์ประชาชนรึไง? http://politic.tnews.co.th/contents/172980/

........

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=6966e56e65cd18dc13de40805690e7cf&oe=56D9B2D0Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 14 ชม. · มีการแก้ไข ·

12362894_965734690185978_1536233973284012951_o.jpg

Dictator 10 - The Final Season -
สรุป 10 ผลงานเผด็จการ วัยว้าวุ่น

..............................................................

1. อุทยานราชภักดิ์ สัญลักษณ์แห่งความโกง
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 1114493669

2. เรือดำน้ำ มีไว้ให้เกรงใจกันเฉยๆ
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 6951993086

3.Single Gateway เพื่อสอดส่องประชาชน
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 8787249902

4.ปิดประเทศ แค่พูดเล่นหุ้นพุ่งลงจนคนติดดอย
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 6442303803

5. ให้ท้ายค้ามนุษย์ ฉุดความเชื่อมั่นในสายตาโลก
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 3648050750

6.หาเงินไม่เป็น ขึ้นภาษี "ลดรายได้ เพิ่มรายจ่ายประชาชน" ยุคภาษีอาน
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 4598508322

7.นายก DIY โยนประชาชนแก้มะนาวแพง ภัยแล้ง เอง
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 9200888528

8.ดองคดีกปปส. ไล่บี้ฝั่งตรงข้ามขยายสองมาตรฐาน
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 0997863681

9.ต่ออายุ คว่ำร่างรัฐธรรมนูญไหนบอกขอเวลาอีกไม่นานนน
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 4992771948

10.ไล่จับคนคิดต่าง สไตล์ประชาธิปไตย 99.99%
https://www.facebook.com/dictatorwatch. … 8147690967

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.