iFreeThai

#501 December 27, 2015 8:07 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

hH_aL-xA_bigger.jpgVoiceTV21
@Voice_TV

CXO8GtpUwAEIjB1.jpg

สถานทูตไทยในย่างกุ้งปิด 28-30 ธ.ค.เหตุชุมนุมคดีเกาะเต่ายืดเยื้อ
http://news.voicetv.co.th/thailand/304260.html

.......

photo.jpgอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 3 ชม. ·

10151236_1807005409526880_3829237508674062850_n.jpg?oh=d1b823ddddf0af24defe63bb75d6a7a1&oe=5715DA8E

มุมมองเพื่อนบ้านที่ชุมนุมกันวันนี้เพื่อแสดงเจตนรมณ์ ที่มีต่อประเทศไทย

#โจรสลัด

...........

ไทยตอบรับแถลงสมาคมนักข่าวพม่า | 27-12-58 | ชัดทันข่าว เสาร์-อาทิตย์ | ThairathTV
photo.jpgthairath

เผยแพร่เมื่อ 26 ธ.ค. 2015
ทนายความสองผู้ต้องหาคดีเกาะเต่าเชื่อทั้ง­สองจะได้รับโทษหนักสุดไม่เกิน 10 ปีหากอุทธรณ์สำเร็จ ขณะที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประ­เทศไทยออกแถลงการณ์ตอบรับสมาคมนักข่าวพม่า­ที่เรียกร้องให้สื่อไทยเร่งสอบสวนข้อเท็จจ­ริงเบื้องหลังกรณีนี้

Offline

#502 December 27, 2015 1:05 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/blog-post_69.html

วันเสาร์, ธันวาคม 26, 2558

คำแนะนำนักท่องเที่ยวยุโรปก่อนมาไทย จากสื่อนอก (อ่านแล้วเหมือนโดนตบหน้าเต็มๆ)

Screen%2BShot.png

Holidays in Thailand: Guide to a safe journey

Source: New Europe
DECEMBER 22, 2015

New Europe’s guide to a safe journey in Thailand:

1° Flying there

Airbus_A380-841_Thai_Airways_International_AN2328912.jpg

Be aware that Thai Airways and Bangkok Airways are blacklisted as unsafe by the US authorities and under the scrutiny of the European Aviation Safety Agency (EASA) .The American Federal Aviation Administration (FAA) believes “the country either lacks laws or regulations necessary to oversee air carriers in accordance with minimum international standards, or its civil aviation authority is deficient in one or more areas”

2° Freedom of speech


953fb0eb928c158c9ae400b02520f555-258x300.jpeg

Watch what you say about the King or the government, you can easily fall foul of lese majeste Art. 112 Law. Even Ambassadors can be censured and threatened with charges. Last month, the Thai police opened an inquiry into remarks made by the US Ambassador to Thailand, Glyn Davis. He said: “No one should be jailed for peacefully expressing their opinion. We’re also concerned by the lengthy and unprecedented prison sentences handed down by Thai military courts against civilians for violating the lese majeste law.”


3° Freedom of the press

press-300x157.jpg

Get used to censored international press blanking out articles. In three months, four articles were removed from theInternational New York Times Thailand edition, leaving the following comment: “The article in this space was removed by our printer in Thailand. The Times and its editorial staff had no role in its removal”.


4° Slavery

slavery-300x198.jpg

Be aware, there is slavery in Thailand. Global supermarkets such as Carrefour, Tesco, the Co-operative and Aldi for instance, sell those lovely prawns in abundance caught by slave labour and peeled by enslaved children. A 22 years old boy enslaved in a port close to Bangkok testified: “I was shocked after working there a while, and I realized there was no way out.”


5° Facebook with care

facebook_like_logo_1-768x580.jpg

Be careful what you “Like” on social media. Liking the wrong Facebook post can get you 15 years in jail. A Thai factory worker was recently charged under the Art. 112 for clicking the “Like” button on Facebook of a doctored picture of King Bhumibol.


6° Don’t mess with the dog

dog-674x1024.jpg

Don’t mock the King’s dog you could be prosecuted by the military court. The royal insult law is also valid for royal pets since Thanakorn Siripaiboon was charged over online remarks about Tongdaeng, the King’s dog. The dog is seen as a symbol of the obedience and manners expected in Thailand’s hierarchical society. The monarch even wrote a book about Tongdaeng’s good behavior.


7° Taxi banter is dangerous

unnamed-125x125.png

Don’t speak negatively about the monarchy with the taxi driver. BBC NEWS reports that last August a taxi driver was jailed for 2 and a half year for criticising the monarchy in his car. The passenger recorded the driver and handled the record to the police.


8° Don’t speak, but also don’t write

Harry-207x300.jpg

Avoid writing novels. The Australian Harry Nicolaides was sentenced to three years of jail after writing a novel featuring characters that resemble members of the Thai royal family. The writer wrote one paragraph calling into question the romantic affairs of an unnamed Thai prince, which caused him to be accused of lese majeste.


9° Not even an SMS…

gp258-642b685e-49a8-474c-81ff-e899f9427b8b-v2.png

Avoid text messages over the monarchy as well. A Thai truck driver was sentenced to 20 years of prison for sending text messages that were allegedly insulting the monarchy. He died in prison one year later. The Financial Times reports that “in at least two recent cases, people accused of lese majeste have died mysteriously in custody.


10° Karaoke might also be dangerous…

microphone-1223048674-view-0-300x224.jpg

Don’t sing satirical songs. In exile since the coup, Nithiwat Wannasiri is the founder of a band called Fai Yen (Cool Fire), which often mocks the lese majeste law and members of the royal family. The musician started a campaign on social media campaign to free 68 years old musician and businessman known as “Opas”, who is currently in jail term for writing anti-monarchy graffiti in October 2014.


12112020_877348709017500_481890292019907062_n.jpg

Offline

#503 December 27, 2015 1:30 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.lokwannee.com/web2013/?p=193954

“ปวีณ” แนะจับผู้มีอิทธิพลให้ได้ก่อนจะดำเนินคดีตน

On December 26, 2015

333107.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรอง ผบช.ภ.8 และหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ ซึ่งได้ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ได้ส่งข้อความทางแอพพิลเคชั่นไลน์มายังกลุ่มอดีตทีมงานสอบสวนที่เคยร่วมทำคดีเป็นการตอบโต้ถึงข้อเท็จจริงบางประการโดยมีใจความระบุว่า

“ผมขอยืนยันว่าผมได้รับการข่มขู่หลายครั้งจริง จากผู้มีอำนาจ ผมเริ่มเข้ามาทำคดีตั้งแต่ 6 พ.ค.2558 (หนังสือแต่งตั้งออกทีหลังซึ่งเป็นเรื่องปกติในราชการ) ตามข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนได้รับการข่มขู่หรือไม่นั้นควรดูจาก หลังจากที่ผมสรุปสำนวนส่งอัยการไปแล้วนั้นมีการจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีได้มากน้อยเพียงใด และมีการขยายผลจับกุมผู้มีอิทธิพลเพิ่มขึ้นหรือไม่ ผมคิดว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาค้ามนุษย์ที่เหลือก่อน ก่อนที่คิดว่าจะดำเนินคดีกับผมซึ่งเป็นผู้ทำคดีจับกุมพวกค้ามนุษย์ พวกค้ามนุษย์และผู้ปกป้อง และรับผลประโยชน์จากขบวนการค้ามนุษย์ เป็นผู้ทำลายชาติที่แท้จริง สังคมควรพิจารณาว่ามีการทำลายกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดีกับกลุ่มพวกค้ามนุษย์หรือไม่….”

hqdefault.jpg

xPsOeTn3kG.jpeg

Offline

#504 December 27, 2015 1:44 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* การปล่อยข่าวยกเลิก 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อกลบข่าวโกงอุทยานราชภักดิ์

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/30-30_27.html

วันอาทิตย์, ธันวาคม 27, 2558

รัฐบาลเดือด!! โต้ไม่คิดล้ม 30 บาท มีแต่จะพัฒนา ซัด เพื่อไทยปูดข้อมูลเท็จ (สส.เพื่อไทยไม่ได้เริ่มก่อน ก็ รมต.สาธารณสุขพวกมรึงนั่นแหละ ที่ออกมาบ่นเรื่องงบ30บาทคนแรก)

EyWwB5WU57MYnKOuX7Gzkm68Kf2CR1zKqfHWScIwHDwN63M4OkH420.jpg

เรามาถึงนี้ได้ยังไง จุดที่ทหาร ตอแหล กว่าพวกนักการเมืองอีก...หรือมันเป็นเชื้อติดต่อกันได้

รัฐบาลนี้โยนหินถามทางหลายเรื่องแล้ว ตั้งแต่ single getway พอโดนกระแสเข้าก็โยนบาปให้คนอื่น ด่าพวกที่ไม่เห็นด้วย หาว่าเข้าใจผิดบ้าง แตกตื่นเองบ้าง
สส.เพื่อไทยไม่ได้เริ่มก่อนเลย ก็ รมต.สาธารณสุขพวกมึงนั่นแหละ ที่ออกมาบ่นเรื่องงบ30บาทคนแรก

เปลี่ยนโฆษก จะดีมาก .วายแบบนี้
มีแต่แถลง ให้บ้านเมืองขัดแย้ง เอนเอียงจนเกินไป เห็นชัดๆ คดีระเบิดที ศาลพระพรหม และ กุผังล้มเจ้า
10603386_619160508214735_3804890294174426806_n.jpg?oh=6f8cf76712cdc224f34b12bcfcf363ba&oe=5719D770

กะลาแลนด์ แดนสนธยา - รวมคลิปเด็ด V.2

...

รบ.เดือด!! โต้ไม่คิดล้ม 30 บาท ซัด เพื่อไทยปูดข้อมูลเท็จ จี้เลิกทำกรรมชั่ว

โดย ไทยรัฐออนไลน์
26 ธ.ค. 2558

รบ. ไม่เคยคิดยกเลิกโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค มีแต่จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จี้ ส.ส.เพื่อไทยเลิกใช้พฤติกรรมโกหกบิดเบือน เผาความรักความสามัคคีของคนในชาติ แนะ ถ้าทำดีไม่เป็น ขอแค่เลิกทำชั่วก็พอ

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวอ้างว่า รัฐบาลจะยกเลิกโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เคยมีแนวคิดที่จะยกเลิกโครงการดังกล่าวตามที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จงใจสร้างข้อมูลเท็จเพื่อให้เกิดความตื่นตระหนกและวุ่นวายในสังคม

"ขอยืนยันว่าการยกเลิกโครงการ 30 บาท ไม่เคยอยู่ในความคิดของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้หรือตอนนี้ สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือ การปรับปรุงโครงการให้สามารถดูแลพี่น้อง และประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้ได้รับการดูแลมากที่สุด ดีที่สุด ทั่วถึงที่สุด ขณะเดียวกันก็แก้ไขช่องโหว่ความทับซ้อน ของการจัดการและการใช้งบประมาณ เพื่อมิให้เป็นภาระต่อการบริหารงบประมาณแผ่นดินในอนาคต" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคน ได้แสดงพฤติกรรมชี้นำ ชักจูง ให้ผู้หลงผิดเผาบ้านเผาเมือง เป็นภาพสลดที่คนไทยทุกคนยังติดตาไม่รู้ลืม มาวันนี้พฤติกรรมโอหังฝ่าฝืนกฎหมายเช่นนั้นกระทำไม่ได้แล้ว เพราะ คสช.และรัฐบาลเข้ามาดูแลความสงบปลอดภัยในประเทศ แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็ยังใช้วิธี เผาความรัก เผาความสามัคคีของคนในชาติ ด้วยการโกหก สร้างข้อมูลเท็จอย่างไม่ละอายใจ ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความวิตกกังวลและสังคมสับสนวุ่นวาย

"ทุกคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ควรพิจารณาตนเองได้แล้วว่า เหลือความเป็นคนไทยในตัวมากน้อยเพียงใด ถ้าคิดทำกรรมดีให้ประเทศชาติไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอเพียงแต่เลิกทำกรรมชั่ว เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ชีวิตตัวท่านเอง" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว


ooo


ทรัพย์สินเฉียด 100 ล.‘หมอปิยะสกล’ผู้ดันแนวคิดให้ ปชช.ร่วมจ่ายบัตรทอง

PIC-piyasakon-26-12-58_1.jpg

พลิกทรัพย์สิน 99 ล้าน ‘หมอปิยะสกล-ภรรยา’ พบมีที่ดินย่านคลองตัน-กทม. ไม่ถึงไร่ 30 ล้าน เงินลงทุนรวมกว่า 33 ล้าน ห้องชุดคอนโดฯ 2 แห่ง 12 ล้าน เครื่องประดับ 5.3 ล้าน ก่อนดันแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายระบบบัตรทอง อ้าง รบ.รับผิดชอบฝ่ายเดียวไม่ไหว

ที่มา สำนักพิมพ์อิศรา
วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม 2558

ชื่อของ ‘นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร’ รมว.สาธารณสุข ตกเป็นที่สนใจจากสาธารณชนอีกครั้ง !
ภายหลังออกมาแถลงผลงานของรัฐบาลในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ระบุตอนหนึ่งว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ ‘บัตรทอง’ มีแนวโน้มการใช้งบประมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็น 4.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ดังนั้นในปี 2559 ประชารัฐอาจจะต้องร่วมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนของระบบดังกล่าว จะให้รัฐบาลรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่ไหว

“ทุกคนบอกว่าถ้าพูดเรื่องให้ประชาชนร่วมจ่ายจะถูกตี แต่ผมก็ต้องยอมให้ถูกตี ถ้าไม่มีใครกล้าที่จะปรับปรุงระบบ ก็จะต้องปล่อยให้หลักประกันแห่งชาติเจ๊ง เรื่องนี้ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็ต้องเสนอแนวทางมาให้ว่าจะให้ทำอย่างไร ถ้าบอกว่าประชารัฐร่วมกันแล้วไม่ดี ก็ต้องบอกมาว่าที่ดีต้องทำอย่างไร จะพัฒนาประเทศอย่างไร แต่ประชารัฐต้องมีส่วนร่วมเรื่องหลักประกันสุขภาพฯ ทำให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ต้องเดินหน้าและยืนอยู่บนความจริง” เป็นคำยืนยันของ ‘หมอปิยะสกล’

ไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะมีบทสรุปเช่นใด ?

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นพ.ปิยะสกล ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2558 พบรายละเอียด ดังนี้

นพ.ปิยะสกล แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 49,425,272 บาท

ได้แก่ เงินฝาก 6 บัญชี 7.433,732 บาท เงินลงทุน 6 แห่ง (ส่วนใหญ่เป็นกองทุนเปิดธนาคาร-หุ้น) 10,346,539 บาทที่ดิน 1 แปลง (แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กทม. เนื้อที่ 1 งาน 99 ตร.ว.) 30,845,000 บาท บ้าน (แถบ ถ.สุขุมวิท กทม.) 5 แสนบาท รถยนต์ 3 แสนบาท มีหนี้สิน 15,961 บาท (เป็นเงินเบิกเกินบัญชี)

มีรายได้ (ต่อปี) 1,247,500 บาท เป็นเงินเดือน 4.8 แสนบาท เงินบำนาญ 384,000 บาท ค่าบำเหน็จกรรมการ 343,500 บาท มีรายจ่าย (ต่อปี) 7 แสนบาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 6 แสนบาท เงินทำบุญ 1 แสนบาท

พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร คู่สมรส มีทรัพย์สิน 49,937,829 บาท

ได้แก่ เงินฝาก 7 บัญชี 2,779,117 บาท เงินลงทุน 24 แห่ง (เป็นกองทุนหุ้น-หุ้นกู้-โรงพยาบาล) 23,692,623 บาท ที่ดิน 3 แปลง 3,191,800 บาท (ปทุมธานี-นครราชสีมา-ประจวบคีรีขันธ์) ห้องชุดคอนโดมีเนียม 2 แห่ง (จ.ประจวบคีรีขันธ์) 12,389,287 บาท รถยนต์ 2.5 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น (ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ และเครื่องประดับโบราณ) 5,385,000 บาท มีหนี้สิน 18,913 บาท (เป็นเงินเบิกเกินบัญชี)

มีรายได้ (ต่อปี) 7,226,000 บาท เป็นเงินเดือน 6,849,000 บาท เบี้ยประชุม 302,000 บาท ค่าบำเหน็จกรรมการ 7.5 หมื่นบาท มีรายจ่าย (ต่อปี) 1 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 9 แสนบาท เงินทำบุญ 1 แสนบาท

รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินเบ็ดเสร็จ 99,363,101 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 34,875 บาท

ปัจจุบัน นพ.ปิยะสกล เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย ม.กรุงเทพฯ นายกสภาสถาบันดนตรีกัลยานิวัฒนา กรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ม.มหิดล กรรมการบริษัท สยามไอโอไซเอนซ์ จำกัด และกรรมการบริษัท เอเพ็กซ์ เซล่า จำกัด อดีตเคยเป็นอธิการบดี ม.มหิดล อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภา วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ส่วน พญ.สมสิริ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการบริษัท สมิติเวช จำกัด

หมายเหตุ : ภาพประกอบหมอปิยะสกล จาก hsri.or.th

12308341_984377114938765_8086942517727974221_n.jpg?oh=6c1351017e1c071ed8d52d74c41a6c6e&oe=57161422 *

Offline

#505 December 27, 2015 2:02 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.prachatai.com/journal/2015/12/63151

รีวิวหนังสือ: บันทึกคนคุก ใครเผาศาลากลางอุบลฯ

Thu, 2015-12-24 19:10

แยมส้ม

23316402903_df2e2e789a_z_d.jpg

โดยไม่ต้องมีสถาบันอะไรรองรับ ฉันยกให้หนังสือ "บันทึกคนคุก: ใครเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี" เล่มนี้เป็นหนังสือแห่งปี 2015

หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่คล้าย หนังสือนักศึกษายุคหลัง 6 ตุลา คือเป็นบันทึกความทรงจำและเหตุการณ์จากมุมมองของเหยื่อ

ผู้เขียนคือ จ.ส.อ. สมจิตร สุทธิพันธ์ ใช้นามปากกาว่า "ผู้พัน" เป็นทหาร early retired และเป็นหนึ่งในอดีตนักโทษคดีเผาศาลากลางอุบล เขาติดคุกฟรีอยู่ประมาณ 15 เดือนก่อนที่จะได้รับอิสรภาพเพราะศาลอุทธรณ์สั่งยกฟ้องเมื่อเดือนสิงหาคม 2554

ในการตัดสินชั้นฎีกาที่ผ่านมา เขาอยู่ในรายชื่อผู้ที่ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี แต่เพราะติดเกินระยะเวลาไปแล้ว จึงไม่ต้องกลับเข้าไปอยู่ในคุกอีก ขณะที่อีก 12 คนถูกพิพากษาให้ได้รับโทษหนักตั้งแต่จำคุกตลอดชีวิต, จำคุก 33 ปี 4 เดือน, และน้อยสุดคือ 2 ปี

อยากเล่าถึงหนังสือเล่มนี้เพราะมันไม่ได้มีวางขายทั่วไป และคงมีน้อยคนที่จะไปหามาอ่าน

บันทึกเล่มนี้แบ่งคร่าวr[86 เป็นสามส่วน

ส่วนแรก เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น รวมถึงบริบทแวดล้อมและสาเหตุที่ทำให้เขาออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยร่วมกันคนเสื้อแดงในจังหวัดอุบลและทั่วประเทศ ซึ่งอันที่จริงก็เป็นเหตุผลง่ายๆ ตรงไปตรงมา คือการได้มาซึ่งอำนาจอย่างไม่ชอบธรรมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ และความยุติธรรมสองมาตรฐานตามที่พวกเขาประสบพบเห็น เป็นเหตุผลที่แม้บัดนี้ผู้ที่รังเกียจคนเสื้อแดงก็ปิดหูปิดตาไม่ต้องการได้ยิน

ส่วนที่น่าสนใจและเป็นข้อคัดง้างต่อวาทกรรมและข้อกล่าวหา "เผาบ้านเผาเมือง" คือ เขาตั้งข้อสังเกตว่า ทหาร ตำรวจ อปพร ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุประมาณ 200-300 คน ซึ่งถือว่ามีอาวุธและกำลังพลเหนือกว่าฝ่ายผู้ชุมนุมหลายเท่าหายไปไหนหมดตอนที่ผู้ชุมนุมกรูกันเข้าไปในศาลากลาง (ก่อนหน้านั้นมีผู้ชุมนุมถูกยิง 5 คน) เป็นไปได้ไหมว่าเป็นความตั้งใจของฝ่ายทหารให้มีการเผาเกิดขึ้นโดยกลุ่มคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้มาชุมนุม นอกจากนี้ไฟยังเริ่มไหม้จากชั้นสอง เป็นไปได้หรือที่ทหาร ตำรวจ อปพร จำนวนมากขนาดนี้จะปล่อยให้ผู้ชุมนุมเดินขึ้นไปถึงชั้นสองเพื่อเผาอาคารได้อย่างง่ายดาย


ส่วนที่สอง เขาบันทึกคำให้การของโจทก์และจำเลย 21 คนอย่างละเอียด ที่สำคัญคือการชี้ให้เห็นว่าไม่มีโจทก์คนไหนเลยใน 80 กว่าคนที่ระบุได้ว่าจำเลยคนไหนเป็นผู้เผาศาลากลาง หลักฐานที่ศาลใช้ในการตัดสินจึงมีเพียงภาพถ่ายที่มืดไม่ชัดเจน เป็นภาพคนที่อยู่ในและรอบศาลากลาง บางคนไม่มีกระทั่งภาพถ่ายด้วยซ้ำ

หากใครยังจำได้ คดีนี้มีการจับผิดตัว คือจับนายธนูศิลป์ ธนูทอง ซึ่งวันที่เกิดเหตุกำลังปลูกมันอยู่ที่สวนซึ่งห่างจากศาลากลางประมาณ 100 กิโลเมตร

คำให้การของจำเลยนั้นเป็นส่วนที่น่าอ่าน เพราะทำให้เห็นว่าชาวบ้านที่ต้องตกเป็น "แพะ" นั้นเป็นใครมาจากไหนกันบ้าง และพวกเขายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองอย่างไร นอกจากดีเจต้อยที่พอเป็นที่รู้จักแล้ว ที่เหลือแทบไม่เคยมีใครเคยได้ยินชื่อ อรอนงค์ บรรพชาติ เป็นเจ้าของสวนพันธุ์ไม้ที่เลี้ยงสุนัขจรจัดไว้เกือบ 100 ตัว,ปัทมา มูลนิล อายุ 20 กว่า อาชีพค้าขาย, ธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ อายุ 20 กว่า เป็นเด็กเสิร์ฟร้านแจ่วฮ้อน, ชัชวาลย์ ศรีจันดา เป็นลูกจ้างร้านตั้งซำกัง, สนอง เกตุสุวรรณ์ เป็นผู้ช่วยนายท่ารถ, สมศักดิ์ ประสานทรัพย์ อาชีพรับเหมาก่อสร้าง, คนเหล่านี้ล่าสุดถูกตัดสินจำคุก 33 ปี 4 เดือน

โทษของพวกเขาหนักราวกับว่าเป็นผู้บงการเผา เป็นคนเผาจริงๆ หรือเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่อคนอื่นๆ แต่เปล่าเลยไม่มีหลักฐานอะไรเลยชี้ว่าเป็นอย่างนั้น ที่น่าเชื่อมากกว่าคือ พวกเขาได้รับโทษหนักในฐานะ "แพะ" ที่ถูกเชือดเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้เกิดแก่ประชาชนที่เห็นต่างจากระบอบอำนาจเก่าเท่านั้นเอง


ส่วนที่สาม ผู้พันบันทึกชีวิตตามที่เขาพบเห็นในช่วงเวลาที่ติดคุก ก่อนปิดท้ายด้วยการเล่าถึงความรู้สึกในวันที่ได้รับอิสรภาพเมื่อเดือนสิงหาคม 2554 แน่นอนว่าตอนที่เขาเขียนนั้น เขายังไม่รู้ว่าอีกราว 3 ปีต่อมา จะเกิดรัฐประหารที่นำพาประเทศเข้าสู่ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ และเป็นเหตุให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยคดีนี้ถึงขั้นรุนแรงป่าเถื่อน

"อย่าแสวงหาความยุติธรรมทั้งในสงคราม ในความรัก และในขณะที่คนกำลังบ้าอำนาจ" ผู้พันเขียนไว้อย่างนั้นในหน้าแรกๆ ของหนังสือ

จริงอยู่ คงจริงอย่างที่ผู้พันว่า ทว่าหลังจากคนที่อยู่ในอำนาจตอนนี้ถูกขับไล่พ้นจากอำนาจแล้ว คงไม่สายไปที่เราจะแสวงหาความยุติธรรมให้กับจำเลยคดีนี้ ไม่ใช่แค่นิรโทษกรรมให้กับพวกเขา แต่ต้องลงโทษคนที่นำกระบวนการยุติธรรมไปรับใช้อำนาจฉ้อฉลด้วย ถึงตอนนั้นหนังสือเล่มนี้คงทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่กว่านี้

จนกว่าวันนั้นจะมาถึง

916702-img.rh5qss.1rpo1.jpg

554000010898501.jpeg

ภาพมันฟ้อง ตามที่ผู้เขียนระบุ เริ่มที่ชั้น 2 และ ไม่มีเจ้าหน้าที่ คอยกันใดๆ แต่มีกลุ่มอื่นแบบเดียวกับ เผาเซ็นทรัลเวิรลด์

1375772808-6t4-o.jpg

หลังคาไปก่อน น่าจะซ่อนเชื้อเพลิงไว้ที่ชั้น 2

376176.jpg016web.gif

ทหารโจร นี่แม่งสร้างภาพจริงๆ ทำไปได้ หลอกคนโง่ๆอย่างพวกทะเหี้ยด้วยกัน

Last edited by linc49 (December 28, 2015 10:42 AM)

Offline

#506 December 28, 2015 10:40 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12347897_912293042200779_4214110367305928037_n.png?oh=e930a59be1954d6a8a86835819f065aa&oe=57131093หยุดดัดจริตประเทศไทย ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 14 รูปในอัลบั้ม: ฉายารัฐบาลประยุทธ์ ปี 2558
22 นาที ·

1474650_922554017841348_7068979636619278383_n.png?oh=51d4c665c2eb7cb0347afffee85d0d67&oe=571328E5

เนื่่องจากสื่อทำเนียบรัฐบาลเกิดอาการปอดแหก ไม่กล้าตั้งฉายาให้กับรัฐบาล คสช. อ้างว่าไม่ใช่รัฐบาลปกติ จึงของดตั้งฉายาเพื่อความมั่นคงและไม่ให้ฝ่ายไหนเอาไปขยายผลทางการเมือง
ดังนั้นเราจึงขอตั้งฉายารัฐบาลนี้ด้วยตนเอง ใครจะถูกใจไม่ถูกใจก็แล้วแต่ ในเมื่อรัฐบาลอื่นๆที่ถูกตั้งฉายาได้ ก็ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับรัฐบาลชุดนี้
@ หยุดดัดจริตประเทศไทย


1962759_922554024508014_1491076568925931436_n.png?oh=c402128c7d9d13c620bda78735a03cc2&oe=571FE307

"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. : ปากสุนัขดักบาทา

การพูดจาไม่ว่าจะผ่านรายการคืนความสุขฯ ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว หรือแถลงในสภาของประยุทธ์ ล้วนแต่เกิดเป็นประเด็นหลายครั้ง จากการพูดไม่คิด และสร้างความเสียหายต่อทั้งประเทศชาติและเศรษฐกิจ

ตัวอย่างเช่นการพูดว่าจะ "ปิดประเทศ" หรือบอกว่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าตายเพราะใส่ชุดบิกินี่ ที่สร้างความอับอายให้กับประเทศไทยอย่างมาก

และการตอบในเรื่องปัญหาต่างๆก็ไม่สมกับเป็นภาวะผู้นำ แถมยังเรียกความหมันไส้และคะแนนนิยมที่แย่ลงได้แม้แต่จากเคยที่เคยชื่นชอบรัฐบาล คสช.

เรียกว่าเป็น "สายล่อตีน" ชั้นดี ที่ทำให้รัฐบาลพังเร็วขึ้น

10245545_922554027841347_1982796384775012569_n.png?oh=01cad9c521597ce2215f27dcba88466a&oe=56D62E16

"พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม

หน้าตาที่คล้ายกับหมู จนหลายคนนำไปเปรียบกับตัวละคร "ตือโป๊ยก่าย" ในเรื่องไซอิ๋ว

ส่วนนิสัยพี่ใหญ่คล้ายๆกับน้องตู่ ยิ่งหลังจากรัฐประหารมีอำนาจ ก็แสดงความกร่างไม่เว้นวัน ชี้หน้านักข่าว ข่มขู่คนนั้นคนนี้สารพัด อาการเหมือนตกมัน ขาดสติ ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์สำหรับการเป็นรองนายกและผู้นำ

1474364_922554037841346_5314794313184944594_n.png?oh=7840ff6c540036bc22a51e3c473bb5af&oe=56FE4D4A

"พลเอกอุดมเดช สีตบุตร" รัฐมนตรีช่วยกลาโหม : ตามล่าค่าหัวคิว

นับว่าหลังจากพ้นตำแหน่ง ผบ.ทบ. อุดมเดช คนนี้ก็ดวงตกอย่างหนัก ที่นอกจากต้องโดนทิ่มแทงหัวใจจาก พลเอกธีรชัย นาควานิช ยังเจอมรสุมใหญ่จากการทุจริต "อุทยานราชภักดิ์"

ที่่กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ ทำเอารัฐบาล คสช. เป๋หนัก ทั้งพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ แท็คทีมกันกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบ

เพียงเพราะตัวเองให้สัมภาษณ์ยอมรับว่ามีการโกงเกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องธรรมดา แต่เงินจำนวนนั้นได้นำมาคืนในรูปแบบของเงินบริจาคแล้ว

ทำให้หลายฝ่ายรุมไล่บี้ให้ชี้แจงที่มาที่ไปของเงินค่าหัวคิว ที่ตอนนี้ก็ตอบประชาชนไม่ได

10407590_922554051174678_3550455012511261392_n.png?oh=8b0477477a7b85d0693f2023834f9a48&oe=571DA4C6


"พลเอกธีรชัย นาควานิช" ผู้บัญชาการทหารบก : พยัคฆ์ใหม่ไฟแรงเฟร่อ

หลังจากขึ้นรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ไม่ทันไร ก็ประกาศลั่นว่าจะล้างสิ่งที่อุดมเดชทำไว้ทั้งหมด ตั้งแต่การสั่งให้ทุบน้ำพุและกำพแพงหลังอนุสาวรีย์ ร.5 ปรับภูมิทัศน์กันใหม่

คำสั่งโยกย้ายนายทหารคนสนิทของอุดมเดชที่เซ็นไว้ก่อนเกษียณ ธีรชัยก็ได้ยกเลิกเก็บเข้ากรุทันที แม้แต่เครื่องแบบของทหารที่ใช้ในยุคของอุดมเดช ธีรชัยก็สั่งร้อทั้งหมด

เรียกว่าตอกหน้ากันตรงๆ ไม่เกรงใจ จนประวิตร ต้องลงมาห้ามศึกระหว่าง สอง ผบ.ทบ. จนเป็นกระแสข่าวที่ใครๆก็ตกใจถึงความเด็ดขาดของพลเอกธีรชัย นาควานิช

เป็นพยัคฆ์ใหม่ๆ ก็ไฟแรงซะแล้ว

1625473_922554067841343_6598174665265354569_n.png?oh=5415efc02d0f36d1ba02ea51b5358b3a&oe=5703FFE2

"นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ : ขว้างประชานิยมไม่พ้นคอ

อดีตรองนายกฯ มือขวาของทักษิณ ที่หลังนายใหญ่หมดอำนาจก็แยกทางกัน ฝีมือการบริหารเศรษฐกิจเรียกว่าระดับท็อป ประยุทธ์ถึงกับไปเชิญมาร่วม ครม. หลังรัฐบาลวิกฤตแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เปรียบเหมือนเล่าปี่เชิญขงเบ้งลงเขามาช่วยรบ

แต่ถึงแม้สมคิดจะเก่งอย่างไร ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ผสมกับผลพวงจากการรัฐประหารก็หนักหนาเกินกว่าสมคิดจะแก้ได้ เพียงแต่พยุงไม่ให้เจ๊งไปกว่าเก่า

นโยบายต่างๆที่สมคิดประกาศทำ บอกว่าไม่ใช่ "ประชานิยม" แต่ทุกอย่างที่ประกาศไม่ว่า กองทุนหมู่บ้าน ช็อปช่วยชาติ อัดฉีดเม็ดเงินลงรากหญ้า ล้วนแต่เป็นประชานิยมที่เคยโจมตีทักษิณไว้ทั้งนั้น

เข้าตำราขว้างงูไม่พ้นคอจริงๆ ทำได้แค่แก้เขิลเปลี่ยนชือเป็น "ประชารัฐ" ที่ไม่ได้แตกต่างจากประชานิยมแม้แต่น้อย

1928918_922554091174674_6236639449983455351_n.png?oh=db4b5b314422d60798e5d4076afd3417&oe=570CDBAF

"นายอุตตม สาวนายน" รัฐมนตรีไอซีที : เกตเวย์เดียวเสียวเว็บล่ม

จากการแอบผลักดันโครงข่าย Single Gateway ของรัฐบาล คสช. โดยมีไอซีทีเป็นตัวตั้งตัวตี เพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสารของประชาชน ไม่ให้กระทบความมั่นคงของรัฐบาล

ที่แม้ข้อดีจะมี แต่ข้อเสียเยอะกว่ามากนั้น ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากไม่พอใจ รุมถล่มเว็บต่างๆของรัฐบาลด้วยการกดปุ่ม F5 ทำให้เครือข่ายล่มตามๆกันไป

จนรัฐบาลต้องประกาศถอยโครงการ เพื่อยุติกระแสต่อต้านในโลกไซเบอร์ จากเกตเวย์เดียวที่รัฐบาลพยายามจะทำ


1931448_922554094508007_2371004799086070327_n.png?oh=4c35a8b253656623e1f6e6907b9a14dd&oe=57132A52

"นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล" รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา : อีโง่โชว์ขยัน

ผลงานก็ไม่มี ความดีก็ไม่ปรากฎ แต่เส้นใหญ่สนิทกับประวิตร จึงได้อยู่ต่อใน ครม.ประยุทธ์
แต่วิสัยทัศน์และแนวคิดกลับห่วยแตก ไม่ได้เรื่อง

เช่นการเสนอเปลี่ยนชื่อสนามบินอู่ตะเภา เป็นสนามบินอู่ตะเภา พัทยา ระยอง ทั้งๆที่ชื่อเต็มก็คือชื่อนั้นอยู่แล้ว แสดงถึงการไม่ทำการบ้าน ไม่ศึกษาหาข้อมูล

ปัญหาการท่องเที่ยวที่เกาะเต่าจากการฆาตกรรม ก็มีการเสนอให้เอาปลอกแขนติดตัวนักท่องเที่ยว ทำเหมือนนักท่องเที่ยวเป็นนักโทษ จัดทัวร์ไปเนปาล ตอนแผ่นดินไหว

และที่ทุเรศที่สุดคือพยายามเอาหน้า จากกรณีวันหยุดแล้วประชาชนแห่ไปเที่ยว "ภูทับเบิก" จนแน่น กอบกาญจน์อยากจะเอาหน้าว่าการท่องเที่ยวยังดี จึงสั่งขบวนรถมุ่งหน้าไปที่ภูทับเบิก เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ทำให้รถติดหนักกว่าเดิม ประชาชนสาปแช่ง จนต้องออกมาขอโทษ

นี่ละหนา คนโง่แล้วขยัน มีแต่สร้างความฉิบหายให้รัฐบาล

10250091_922554111174672_2308252909606574088_n.png?oh=8acc05b836b6d2a92aa716e66338faff&oe=57178694

"พลเอกดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ" รัฐมนตรีศึกษาธิการ : คุณท้าวดาวพงษ์

เจ้ายศ เจ้าอย่าง เห็นคนอื่นเป็นขี้ข้าไปอยู่กระทรวงไหนก็ทะเลาะกับข้าราชการเป็นประจำ ตอนอยู่กระทรวงทรัพยากรฯ ก็ทะเลาะกับ ผอ.อุทยาน มากระทรวงศึกษาธิการก็ทะเลาะกับข้าราชการใน สพฐ.

และสิ่งที่ทุเรศที่สุดคือตำหนิข้าราชการ เพียงเพราะ "ไม่แกะขนมกล้วยให้กิน" แสดงถึงความกร่าง มีอำนาจแล้วใหญ่ ผลงานก็ไม่มี แต่ที่อยู่ใน ครม. ได้ เพราะเป็นกุนซือของประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำตัวเหมือน "คุณท้าว" ที่ต้องมีขี้ข้าบริวารคอยรับใช้ งอมืองอเท้า ไม่ทำอะไร

992826_922554127841337_3667705717929466795_n.png?oh=13c24b0cab91728eeef6f6b0a91d193e&oe=5719A68F

"นพ.ปิยะวกล สกลสัตยาทร" รัฐมนตรีสาธารณสุข : บัตรทองสยองหมอ

อยู่ดีๆก็ออกมาประกาศโพร่งว่า รัฐบาลรับภาระไม่ไหวกับโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค โดยเสนอไอเดียว่าให้ประชาชนช่วยจ่าย

ก็เรียกกระแสก่นด่าจากประชาชนจำนวนไม่น้อย จนตอนนี้ประชาชนกับหมอทะเลาะกันเรื่องจรรยาบรรณและความเหมาะสมของการใช้สิทธิรักษาพยาบาล ซึ่งก็ยังไม่จบ


1923655_922554131174670_2161053244389561326_n.png?oh=8ca91b79b198654e62025aa0d5bc7a64&oe=5701ECC8

"พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : เจ้าชู้ต้องไก่แจ้ ตอแหลต้องไก่อู

นอกจากประยุทธ์จะเป็นคนเรียกแขกให้กับตัวเองแล้ว รัฐบาล คสช. ยังมีไก่อู ที่คอยออกมาแถลงตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม แต่การแถลงแบบโง่ๆ กลับเป็นผลเสียต่อรัฐบาลซะเอง แล้วสิ่งที่แถลงกับสิ่งที่เป็นจริง ต่างกันสิ้นเชิง

เหมือนตอนระเบิดที่ราชประสงค์ ไก่อูรีบให้สัมภาษณ์ แล้วโยนความผิดให้เสื้อแดง สุดท้ายพอสืบสวนไปกลับไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง ทำเอาเสียหมาครั้งใหญ่

หรือกรณี 30 บาทรักษาทุกโรค ที่รัฐมนตรสาธารณสุข ออกมาพูดทำนองว่าจะยกเลิก ไก่อูกลับออกมาด่าฝ่ายตรงข้ามว่าปล่อยข่าว หวังดิสเครดิตรัฐบาล โยงไปเรื่องเผาบ้านเผาเมือง ทั้งๆที่รัฐมนตรีเป็นคนพูดเอง

อีกทั้งตัวเองก็มีประวัติเคยทำผังล้มเจ้าปลอม อันเป็นเหตุให้สั่งฆ่าเสื้อแดงปี 2553

คนแบบนี้ไม่เรียก "ตอแหล" จะเรียกอะไร?


10294519_922554157841334_6036756316183783381_n.png?oh=7d4bc4918be48b28f90479f584b2b68e&oe=571E1D54

ฉายารัฐบาลปี 2558 : เรือแป๊ะเกยตื้น

วิษณุ เครืองาม เคยเปรียบเทียบรัฐบาล คสช. กับการปฏิรูปประเทศไทยว่า "ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ ไม่งั้นแป๊ะไล่ลงจากเรือ" ประมาณว่าต้องตามใจประยุทธ์ จันทร์โอชา

เป็นที่มาของ "เรือแป๊ะ" ที่กำลังแล่นไปตามแม่น้ำ ที่ไม่รู้ว่าจุดหมายอยู่ที่ไหน แต่แล้วแล่นไปมาก็ดันไปเจอตอชิ้นใหญ่ ทำให้เรือล่มไปเกยตื้นที่ "อุทยานราชภักดิ์"

ประเด็นที่เขย่ารัฐบาล คสช. ทำให้หมดสิ้นบารมี และความชอบธรรมที่สั่งสมมา เพราะโกงกันจนเละ แล้วรัฐบาลกลับมีท่าทีนี่เฉย ไม่จริงใจในการปราบโกง เป็นคำถามของคนในสังคมไทย

เรือแป๊ะเวลานี้จึงเกยตื้นที่อุทยานฯ และดูทรงแล้วไม่น่าจะรอดที่จะแล่นต่อไปได้


7542_922554164508000_4305020068947549734_n.png?oh=2d5add7f4f29148e05e91d9c8dc566e2&oe=571C0AFA


ฉายาผลงานเด่น : อุทยานโกงสะพัด

อุทยานที่กองทัพหวังจะสร้างเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ แต่แล้วก็ฉาวโฉ่เต็มไปด้วยการทุจริต ที่นายทหารหลายคน หมอดูชื่อดัง เข้าไปเกี่ยวข้อง จนต้องตายคาคุกกันไปหลายราย หนีออกนอกประเทศอีกเพียบ

อุทยานนี้จึงสิ้นความขลัง เจาะไปตรงไหนก็มีแต่เรื่องไม่โปร่งใส ตั้งแต่รูปหล่อองค์บูรพกษัตริย์ ยันต้นปาล์ม รวมถึงโครงการปั่นจักรยานในราชภักดิ์ ที่มีการโกงค่าเสื้อ

ทำเอาอุทยานแห่งนี้กลายเป็นอุทยานแห่งการโกง เพราะมีแต่การ "โกงสะพัด"


1931005_922554167841333_6521920237457986289_n.png?oh=f53ad49008a8e3c357788cfbcb514825&oe=570F8F59

วาทะที่พลเอกธีรชัย นาควานิช แถลงโต้นักข่าว หลังจากที่ตัวเองบอกว่าอุทยานราชภักดิ์ไม่มีการทุจริต แล้วนักข่าวขอตรวจสอบเอกสารการใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว

แต่พลเอกธีรชัยกลับไม่พอใจ แล้วพูดวาทะดังกล่าวออกมา ยิ่งทำให้สังคมคลางแคลงใจว่า

ที่บอกว่าไม่โกง แต่ทำไมห้ามตรวจสอบ?

Offline

#507 December 28, 2015 11:18 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=7e20f4289024507dfdd4cb67f7884176&oe=57013FD0Thailand Dictator Watch
26 ธันวาคม เวลา 3:30 น. ·


10458118_967507376675376_7450946303282346933_n.jpg?oh=10ff9633b60d8f2022cf1f3be34a59ef&oe=57051921

ไม่ผิดกลัวทำไม? มีชัยย้ำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีนิรโทษกรรมคสช. ทำกับเขาไว้เยอะ วันหมดอำนาจอย่ากลัวสิ http://prachatai.org/journal/2015/12/63125

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=77b926a334d6322679f2e4321ef63d80&oe=5716B6CFอาณาจักรไบกอน Returns
14 ชม. ·

10398403_1807262826167805_1616461303339118258_n.jpg?oh=2771bd21cd0246489782e55aeccbbf8c&oe=570FE3C0


มันคือสันดานคนที่มักอ้างว่า
"ว่าเป็นคนดี" แล้วเที่ยวชี้หน้าว่าคนอื่นเลว แต่ลืมชโงกดูเงาตัวเองว่าโคตรเลว!!!
#โจรสลัด
"สังคมวิปริต เห็นผิดเป็นชอบ"
ผมอ่านข่าวการให้สัมภาษณ์ของโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ออกมาแถลงว่าพรรคเพื่อไทยมีอคติไม่คิดปรองดองแล้ว ขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ดังนี้
1. ที่มาของเรื่องนี้สืบเนื่องจากที่ผมวิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. ที่ว่าการนิรโทษกรรมเป็นสูตรที่ต้องมีในรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ผมเห็นว่าวิกฤตความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมีสาเหตุสำคัญมาจากการเมือง การปกครอง กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
การยุติความขัTB8แย้B8เพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดองที่ยั่งยืนคือการสร้างกติกาทางการเมืองที่อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม สูตรที่ต้องมีไว้ในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คือหลักการปกครองประเทศบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมไม่ใช่การนิรโทษกรรมอย่างที่นายมีชัยนำมาอ้าง
2. เหตุผลที่ผมคัดค้านการนิรโทษกรรมให้กับ คสช เพราะในการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ได้มีการนิรโทษกรรมไว้ครั้งหนึ่งแล้วตามมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ดังนั้น การนิรโทษกรรมที่นายมีชัยจะเขียนไว้อีกในรัฐธรรมนูญคือการนิรโทษกรรมให้กับบรรดาการกระทำทั้งหลายของ คสช และรัฐบาลที่เกิดขึ้นจากการบริหารประเทศภายหลังจากการยึดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายรวมถึงคดีทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ก็จะถูกนายมีชัยและคณะนิรโทษกรรมให้หมด ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเพราะนอกจากจะเป็นการหนีการตรวจสอบแล้ว ยังสวนทางกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่อ้างความเป็นคนดีมีจริยธรรมเรียกร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมายและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่กลับจะมาหนีการตรวจสอบเสียเองย่อมเป็นการไม่ชอบ
3. ผมเห็นว่าการที่โฆษก กรธ. อ้างว่าพรรคเพื่อไทยมีอคติไม่คิดปรองดองนั้น เป็นการใส่ร้ายและบิดเบือนอย่างน่าละอายเนื่องจากการนิรโทษกรรมให้กับ คสช กับการปรองดองนั้นเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง ท่านกำลังสร้างความชอบธรรมให้กับ กรธ.
ในการนิรโทษกรรมให้กับ คสช โดยอ้างการปรองดองมาบังหน้า ผมจึงขอยืนยันอีกครั้งว่าหากการปรองดองหรือการทำบุญให้ประเทศคือการที่ต้องนิรโทษกรรมให้กับ คสช ตามข้ออ้างของ กรธ. ผมขอไม่ปรองดองและไม่ทำบุญครับ
4. สิ่งที่โฆษก กรธ. แถลงจึงตรงกับคำทำนายของพระพุทธองค์ในเรื่องสังคมวิปริต เห็นผิดเป็นชอบว่า เมื่อมนุษย์ไร้ศีลธรรมโลกจะวิปริตแปรปรวน จะเกิดภัยพิบัติต่างๆ นาๆ นักปราชญ์ผู้มีคุณธรรมจะอยู่ยาก
จะถูกกีดกันกลั่นแกล้งจากคนพาลที่มีอำนาจ มีอิทธิพล เมื่อคนพาลมีอำนาจจะข่มเหงประชาชนคนดีมีคุณธรรมให้ตกต่ำ คนส่วนมากมักเชื่อฟังคำโกหกมดเท็จของคนพาล หลงไหลคำยกยอปอปั้น คำประจบสอพลอ คำโกหกปลิ้นปล้อน อสัจธรรมของอลัชชีจะถูกยกย่องนับถือ
ผมเห็นว่า กรธ. น่าจะเอาเวลาที่เหลืออยู่มาสร้างกติกาการเมืองที่มีความเป็นสากลและอยู่บนหลักนิติธรรมคงจะดีกว่าเสียเวลากับการหาเหตุผลที่วิปริตซึ่งรวมถึงการนิรโทษกรรมให้กับ คสช นั่นต่างหากคือการทำบุญให้กับประเทศ
วัฒนา เมืองสุข
28 ธันวาคม 2558

Offline

#508 December 28, 2015 11:27 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.prachatai.org/journal/2015/12/63132

[คลิป] เสวนา: ระบอบการกำกับดูแลโลกไซเบอร์ไทย นับแต่รัฐประหาร 22 พ.ค. 57
Wed, 2015-12-23

23925382265_53951332c0_z.jpg

23 ธ.ค. 2558 - คลิปจากงานเสวนา "ระบอบการกำกับดูแลโลกไซเบอร์ไทย นับแต่รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557" จัดโดย มูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ ชั้น 11 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วิทยากรประกอบด้วย ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอินเทอร์เน็ต และอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต

เสวนานี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ศึกษาการกำกับอินเทอร์เน็ตในช่วงรัฐบาลทหาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต "แก้ไขผลพวงรัฐประหาร" หลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลพลเรือน เพื่อให้กฎหมายและนโยบายอินเทอร์เน็ตของไทยในอนาคต สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนสากล และเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมบนอินเทอร์เน็ตต่อไป

1. การอภิปรายโดยทศพล ทรรศนกุลพันธุ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

1.1 "อินเทอร์เน็ตควรจะเป็นพื้นที่ ที่คนรู้สึกสบายใจที่เข้าไปใช้ ไม่ใช่พอใจใช้ ต้องเตรียมพร้อมจะไปรบ แล้วจะถูกฟ้อง ซึ่งผมมองว่าการบังคับใช้กฎหมายที่ไปเปลี่ยนหลักกฎหมายพยาน มันกระทบกับเศรษฐกิจดิจิทัลหรือเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์" - ทศพล ทรรศกุลพันธุ์

2. การอภิปรายโดยสาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

3. กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอินเทอร์เน็ต

4. อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต

Offline

#509 December 28, 2015 11:44 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

https://tlhr2014.wordpress.com/2015/12/ … he-year-1/

THAI LAWYERS FOR HUMAN RIGHTS

statement_banner-format-1.jpg?w=593&h=261&crop=1

2015/12/26       10 คดีเด่นในศาลทหารประจำปี 2558 ตอนที่ 1
ปี 2558 นับเป็นขวบปีที่สองแล้วที่พลเรือนจำนวนมากยังคงถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร ภายใต้ระบอบการปกครองของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ความผิดตามมาตรา 112, มาตรา 116 และความผิดตามประกาศหรือคําสั่งคสช. ยังคงถูกนำมาใช้กล่าวหาต่อการเคลื่อนไหว หรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนที่ไม่ได้กระทำการเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ถูกกล่าวหาด้วยความผิดฐานมีหรือใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ก็ถูกนำขึ้นพิจารณาในศาลทหารจำนวนมากเช่นกัน จากสถิติของกรมพระธรรมนูญที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับข้อมูลมา ระบุว่าตั้งแต่ 22 พ.ค.57-30 ก.ย.58 มีคดีของพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารจำนวน 1,408 คดี คิดเป็นจำนวนผู้ต้องหาและจำเลยรวมแล้ว 1,629 คน¹

ในรอบปี 2558 ศูนย์ทนายฯ รับคดีเพิ่มเติมจำนวน 42 คดี รวมเป็นคดีทั้งหมดในความรับผิดชอบจำนวน 69 คดี นับแต่การรัฐประหาร ในโอกาสสิ้นปีนี้ ศูนย์ทนายฯ จึงรวบรวม 10 คดีเด่นในศาลทหาร ซึ่งพอจะเป็นตัวแทนภาพรวมของปัญหากระบวนการยุติธรรมภายใต้การปกครองของคสช. ตั้งแต่การริเริ่มคดีในการกล่าวหาบุคคลว่ากระทำความผิดโดยเจ้าหน้าที่ทหาร การใช้อำนาจในการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ทหาร การเข้าร่วมสอบสวนโดยทหาร การสั่งฟ้องโดยอัยการทหาร การพิพากษาคดีโดยตุลาการศาลทหาร ไปจนถึงการคุมขังในเรือนจำภายในค่ายทหาร ทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ทหาร จนกล่าวได้ว่ากระบวนการยุติธรรมวันนี้มีสภาพกลายเป็น “กระบวนการยุติธรรมลายพราง” คดีเด่นๆ ในรายงานนี้จึงเป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่จะสะท้อนถึงสภาพกระบวนการนี้ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในปีที่ผ่านมา


1.คดีผู้ชุมนุมน้อยที่สุด : กรณีพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพเดินเท้าเพื่อเข้าให้การเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน

วันที่ 14-16 มี.ค.58 พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ กลุ่มพลเมืองโต้กลับได้ทำกิจกรรม “พลเมืองรุกเดิน” โดยเดินจากบ้านพักย่านบางบัวทองไปยังสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เพื่อเข้าให้การเพิ่มเติมในคดีเลือกตั้งที่รัก(ลัก)ในวันที่ 16 มี.ค.58 ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน โดยในวันที่ 14 มี.ค.58 พันธ์ศักดิ์มีเป้าหมายเดินเท้าจากบางบัวทองมายังสะพานลอยหน้าสำนักพิมพ์ไทยรัฐ แต่ระหว่างทางกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมจับขึ้นรถตู้และนำตัวมาส่งยังสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันโดยไม่ให้เดิน เป็นเหตุให้วันต่อมานายพันธ์ศักดิ์เริ่มต้นเดินอีกครั้งจากหมุดของ “เฌอ” บริเวณซอยรางน้ำ ไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทำให้ระหว่างทางมีคนนำดอกมามอบให้กำลังใจในการต่อสู้คดี

e0b89ee0b8b5e0b988e0b980e0b8abe0b899e0b988e0b88702-crop.jpg?w=436&h=264
นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ตำรวจสภ.บางบัวทองได้ตั้งแถวสกัดและเข้าเจรจาให้นายพันธ์ศักดิ์ขี้นรถไปยังสน.ปทุมวัน หลังจากเดินออกจากบ้านได้ไม่นานนัก ภาพโดย Banrsdr Photo

นายพันธ์ศักดิ์ถูกจับกุมในวันที่ 26 มี.ค.58 ก่อนการจัดกิจกรรมพลเมืองรุกเดิน#2 และถูกดำเนินคดีในความผิดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่อรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากการเดินในวันที่ 15 มี.ค.58 นับเป็นการจับกุมดำเนินคดีต่อกิจกรรมที่มีผู้ชุมนุมจำนวนน้อยที่สุด คือเพียงหนึ่งคน แต่กลับถูกดำเนินคดีในข้อหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตามประกาศคสช.ฉบับที่ 7/2557 รวมถึงข้อหาการสร้างผลกระเทือนต่อความมั่นคงตามมาตรา 116 แม้จะเป็นเพียงการเดินเท้าเพียงคนเดียวไปให้การเพิ่มเติมจากการถูกดำเนินคดีอยู่แล้วก็ตาม

2.คดีที่ฝากขังดึกที่สุด: กระบวนการฝากขังขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่ยาวนานข้ามคืน

วันที่ 26 มิ.ย.58 ถือเป็นค่ำคืนที่ยาวนานสำหรับกลุ่มนักศึกษาและประชาชนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษากรุงเทพฯ และกลุ่มดาวดินจากขอนแก่น รวม 14 คน หลังจากเวลาประมาณ 17.30 น. ทั้ง 14 คน ถูกควบคุมคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบร้อยนาย ที่เข้าปิดล้อมสวนเงินมีมา ของมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ตามหมายจับศาลทหารจากกรณีการทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 25 มิ.ย.58 ในฐานความผิดฝ่าฝืนการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5คนขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58

ทั้งหมดถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง เพื่อทำบันทึกการจับกุม แต่มีปัญหาโต้แย้งข้อเท็จจริง ซึ่งขบวนการประชาธิปไตยใหม่ต้องการให้ระบุในบันทึกจับกุมว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมปฏิบัติการจับกุมด้วย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยินยอม จึงยังไม่มีการลงชื่อในบันทึกจับกุมในวันนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดไปฝากขังยังศาลทหารในคืนนั้น โดยระหว่างกระบวนการฝากขัง บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปยังศาลทหารเพื่อร่วมกระบวนการดังกล่าวได้ แม้คดีดังกล่าวจะไม่ได้สั่งพิจารณาลับก็ตาม มีเพียงทนายความ เจ้าหน้าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝ่ายการนักศึกษาที่สามารถเข้าไปได้

ปกติแล้วศาลทหารจะเปิดทำการเพียงเวลา 16.30 น. แต่ในวันดังกล่าว ศาลทหารกลับเปิดรอรับคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. และกว่ากระบวนการขอฝากขังและคัดค้านการฝากขังทั้งหมดจะเสร็จสิ้น ก็เป็นเวลาประมาณ 00.30 น.แล้ว นับเป็นเวลาทำการฝากขังดึกที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในศาลใด และเป็นการพิสูจน์ความเป็นอิสระและเป็นกลางของศาลทหารได้เป็นอย่างดี

court-2.jpg
ภาพจำลองเหตุการณ์ฝากขังกลุ่ม NDM ที่ศาลทหารในคืนวันที่ 26 มิ.ย.2558

นอกจากนี้ ภายหลังการฝากขังเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยพล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ได้ขอเข้าตรวจค้นรถของนางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความ เพื่อขอตรวจค้นโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาทั้ง 14 ราย แต่เนื่องจากทนายความเห็นว่าพนักงานสอบสวนได้อยู่ร่วมกับผู้ต้องหามาตั้งแต่เวลา 17.00 น.จนถึง 00.30 น.โดยมิได้ขอตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจากผู้ต้องหาและไม่สามารถตอบได้ว่าต้องการสิ่งใดในโทรศัพท์มือถือ จึงไม่อนุญาตให้ทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการยึดรถและผนึกรถด้วยกระดาษ A 4 ทำให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์ฯ ต้องนอนเฝ้ารถคันดังกล่าวบริเวณหน้าศาลทหารตลอดทั้งคืน

3.คดีระเบิดหน้าศาลอาญา : จำเลยอย่างน้อย 4 ราย ร้องเรียนการถูกซ้อมทรมาน

สืบเนื่องจากเหตุระเบิดศาลอาญาในตอนค่ำของวันที่ 7 มี.ค.58 โดยคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 14 ราย ผู้ต้องหา 4 ราย ในความรับผิดชอบศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ร้องเรียนว่าถูกซ้อมทรมานระหว่างการสอบสวน ได้แก่ นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน² นายชาญวิทย์ จริยานุกูล นายนรพัฒน์ เหลือผล และนายวิชัย อยู่สุข โดยรูปแบบการซ้อมทรมาน เช่น การชกต่อย การกระทืบบริเวณศีรษะ ทรวงอก หลัง และข่มขู่ว่าจะทำร้าย เพื่อให้ได้ซึ่งข้อมูลจากผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ผู้ต้องหาบางรายยังโดนช็อตด้วยไฟฟ้า โดยเฉพาะของนายสรรเสริญที่ระบุว่าตนเองโดนช็อตที่ต้นขาถึง 30-40 ครั้ง และปรากฏร่องรอยดังกล่าวบริเวณผิวหนัง ระหว่างการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ทางศูนย์ทนายฯ ได้ทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนคดี ขอให้รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการซ้อมทรมานกรณีนายสรรเสริญ แต่ภายหลังได้รับหนังสือตอบจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า บาดแผลของนายสรรเสริญสันนิษฐานว่าเกิดจาก “การกระทบหรือล้มไปกระทบกับสิ่งของไม่มีคม แต่ไม่อาจยืนยันได้ว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด” แม้ว่าในรายงานตรวจสอบของพนักงานสอบสวนนั้น จะปรากฏบันทึกการตรวจร่างกายผู้ต้องหาโดยแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจและทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จะระบุว่าพบรอยแผลไฟไหม้ก็ตาม

ตั้งแต่หลังการรัฐประหาร ศูนย์ทนายฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการซ้อมทรมานระหว่างการถูกควบคุมตัวทั้งหมด 19 ราย ซึ่งข้อร้องเรียนระบุว่ามีการซ้อมทรมานเกิดขึ้นระหว่างการควบคุมตัวเจ็ดวันภายใต้กฎอัยการศึก หรือคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่3/58 ซึ่งไม่มีบุคคลภายนอกเข้าไปตรวจสอบได้ และเมื่อมีการซ้อมทรมานเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถเข้าถึงพยานหลักฐาน รวมถึงเมื่อเกิดข้อร้องเรียนขึ้นแล้ว ยังมีปัญหาในการสอบสวนที่ขาดความเป็นอิสระและเป็นกลาง คดีระเบิดหน้าศาลอาญาจึงเป็นอีกคดีหนึ่งซึ่งมีผู้ต้องหาร้องเรียนปัญหาการซ้อมทรมานจำนวนมากในคดีเดียวกัน

sansern.jpg

ภาพรอยบาดแผลตามร่างกายของสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน

ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม

นอกจากศูนย์ทนายฯ จะได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมานจำเลยระหว่างการสอบสวนในคดีระเบิดศาลอาญาแล้ว คดีนี้ยังเป็นอีกคดีหนึ่งที่กระบวนการยุติธรรมเกิดความล่าช้าอย่างมาก โดยศาลทหารได้นัดสอบคำให้การจำเลยทั้งหมดครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 พ.ย.58 ซึ่งห่างจากวันที่อัยการได้ส่งฟ้องตั้งแต่ 5 มิ.ย.58 เป็นเวลา 5 เดือน คดีนี้ยังเกิดปัญหาฝ่ายโจทก์ฟ้องซ้อนกับจำเลยในคดีบางราย ทำให้การสอบคำให้การต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 19 ม.ค.2559 ซึ่งทำให้จำเลยในคดีซึ่งยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ³ ต้องรอกระบวนการดังกล่าวมาเป็นเวลาอย่างน้อย 7 เดือน โดยยังไม่ได้เริ่มพิจารณาคดี นอกจากนั้นคดีของพลเรือนที่ขึ้นสู่ศาลทหารและมีการสืบพยานตั้งแต่ภายหลังการรัฐประหารเป็นต้นมา ประสบปัญหาความล่าช้าในการนัดสืบพยานหลายคดี เนื่องจากศาลทหารไม่มีการกำหนดวันนัดสืบพยานทั้งหมดในคดีไว้ตั้งแต่วันนัดพร้อม แต่จะเป็นการนัดหลังสืบพยานเสร็จเป็นครั้งๆ ไป แต่ละนัดห่างกันกว่าเดือน และมักจะสืบพยานกันเพียงครึ่งวันเช้าหรือบ่ายเท่านั้น หลายครั้งพยานบางปากต้องมาให้การในศาลถึง 2-3 วัน ทำให้กระบวนการพิจารณาคดียืดเยื้อยาวนาน

4.ใช้กฎหมายความมั่นคงมาดำเนินคดีต่อการวิจารณ์ตัวบุคคล: คดีโพสต์ประยุทธ์โอนเงิน

ตลอดปีที่ผ่านมาเกิดการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ซึ่งบัญญัติอยู่ในหมวดความมั่นคง มาใช้ในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงออก โดยเฉพาะจากการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.หลายกรณี และหนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมของปีนี้ นางรินดา พรศิริพิทักษ์ได้ถูกจับกุมและดำเนินคดีด้วยข้อหาปลุกปั่นยุยง ตามมาตรา 116 และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและภรรยา ว่ามีการโอนเงินออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งรินดายอมรับว่าได้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง แต่เห็นว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ตามปกติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านมาๆ ก็เกิดกรณีลักษณะนี้มาก่อน

วันที่ 21 ธ.ค.58 ศาลทหารกรุงเทพมีความเห็นว่าคดีของรินดาไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 116 เป็นเพียงคดีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ศาลจึงจะทำความเห็นส่งให้ศาลอาญาพิจารณาขอบเขตอำนาจศาล และนัดมาฟังความเห็นและคำสั่งศาลต่อไป ทั้งนี้หากศาลอาญามีความเห็นตรงกับศาลทหาร จะส่งผลให้คดีไม่อยู่ในเขตอำนาจพิพากษาของศาลทหาร4

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่ามาตรา 116 ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหนึ่ง ในกรณีที่บุคคลอาจกระทำความผิดที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทผู้มีอำนาจในรัฐบาลหรือคสช.แทนที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีในฐานความผิดดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ทหารกลับนำมาตรา 116 มาใช้ในการกล่าวหา เพื่อให้คดีดังกล่าวขึ้นสู่การพิจารณาของศาลทหาร อาทิเช่น คดีพลเมืองรุกเดินของพันศักดิ์ ศรีเทพ คดีชญาภา ซึ่งโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการปฏิวัติซ้อน หรือล่าสุดกรณีการโพสต์เกี่ยวแผนผังการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ รวมถึงคดีนี้ซึ่งศาลทหารเองมีความเห็นแล้วว่าเป็นเพียงคดีหมิ่นประมาทฯ ซึ่งหากศาลทหารมีความเห็นในแนวทางดังกล่าวก็สามารถไม่รับฟ้องคดีประเภทดังกล่าวในอนาคตตั้งแต่ต้น

5.โทษจำคุกหนักที่สุดในประวัติศาตร์ : คดีมาตรา 112 ของ ‘พงษ์ศักดิ์’ จำคุก 60 ปี

วันที่ 7 สิงหาคม 58 อาจนับเป็นวันที่ “โหดร้าย” ที่สุดในรอบปีนี้ เมื่อศาลทหารได้ทำ “สถิติ” ใหม่ถึงสองครั้งในวันเดียวกัน คือการพิพากษาคดีมาตรา 112 ด้วยโทษจำคุกสูงที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์

ในช่วงเช้าวันนั้น ศาลทหารกรุงเทพฯ พิพากษาจำคุก ‘พงษ์ศักดิ์’ จากกรณีถูกกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊กเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 ในชื่อ ‘samparr’ จำนวน 6 ข้อความ โดยให้จำคุกกรรมละ 10 ปี รวมจำคุก 60 ปี แต่เนื่องจากให้การรับสารภาพ จึงลดโทษจำคุกเหลือ 30 ปี ขณะเดียวกันในช่วงบ่าย ศาลทหารเชียงใหม่ได้พิพากษาจำคุก ‘ศศิวิมล’ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊กเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 ในชื่อ ‘รุ่งนภา คำภิชัย’ จำนวน 7 ข้อความ ศาลให้จำคุกกรรมละ 8 ปี รวมจำคุก 56 ปี ให้การรับสารภาพ จึงเหลือจำคุก 28 ปี

ทั้งสองกรณีชี้ให้เห็นการเพิ่มอัตราโทษอย่างหนักหน่วงของศาลทหารในคดีมาตรา 112 จากเดิมในศาลยุติธรรม อัตราโทษต่อกรรมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี แต่ในศาลทหารอัตราโทษถูกทำให้เพิ่มสูงขึ้นไปที่กรรมละ 8-10 ปี อีกทั้งการฟ้องร้องคดียังมีลักษณะของการนับจำนวนกรรมจากข้อความบนเฟซบุ๊กเป็นรายข้อความ ทำให้ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาด้วยจำนวนหลายกรรมอย่างไม่เคยมีมาก่อน และนำไปสู่การทำให้ความผิดจากการ “แสดงความคิดเห็น” มีโทษที่หนักหน่วงจนน่าตกใจ ในปีหน้านี้ ยังมีคดีที่น่าจับตาว่าจะมีการพิพากษาด้วยโทษที่สูงอีกคดีหนึ่ง ได้แก่ คดีของ ‘อัญชัน’ ในศาลทหารกรุงเทพฯ ซึ่งถูกกล่าวหาจำนวนถึง 29 กรรม จากกรณีอัพโหลดและเผยแพร่คลิปของ ‘บรรพต’ ขึ้นบนเว็บไซต์ยูทูป

https://tlhr2014.wordpress.com/2015/12/ … he-year-2/

statement_banner-format-2.jpg?w=593&h=261&crop=1

10 คดีเด่นในศาลทหารประจำปี 2558 ตอนที่ 2
ปี 2558 นับเป็นขวบปีที่สองแล้วที่พลเรือนจำนวนมากยังคงถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร ภายใต้ระบอบการปกครองของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ความผิดตามมาตรา 112, มาตรา 116 และความผิดตามประกาศหรือคําสั่งคสช. ยังคงถูกนำมาใช้กล่าวหาต่อการเคลื่อนไหว หรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนที่ไม่ได้กระทำการเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ถูกกล่าวหาด้วยความผิดฐานมีหรือใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ก็ถูกนำขึ้นพิจารณาในศาลทหารจำนวนมากเช่นกัน จากสถิติของกรมพระธรรมนูญที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับข้อมูลมา ระบุว่าตั้งแต่ 22 พ.ค.57-30 ก.ย.58 มีคดีของพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารจำนวน 1,408 คดี คิดเป็นจำนวนผู้ต้องหาและจำเลยรวมแล้ว 1,629 คน¹

ในรอบปี 2558 ศูนย์ทนายฯ รับคดีเพิ่มเติมจำนวน 42 คดี รวมเป็นคดีทั้งหมดในความรับผิดชอบจำนวน 69 คดี นับแต่การรัฐประหาร ในโอกาสสิ้นปีนี้ ศูนย์ทนายฯ จึงรวบรวม 10 คดีเด่นในศาลทหาร ซึ่งพอจะเป็นตัวแทนภาพรวมของปัญหากระบวนการยุติธรรมภายใต้การปกครองของคสช. ตั้งแต่การริเริ่มคดีในการกล่าวหาบุคคลว่ากระทำความผิดโดยเจ้าหน้าที่ทหาร การใช้อำนาจในการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ทหาร การเข้าร่วมสอบสวนโดยทหาร การสั่งฟ้องโดยอัยการทหาร การพิพากษาคดีโดยตุลาการศาลทหาร ไปจนถึงการคุมขังในเรือนจำภายในค่ายทหาร ทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ทหาร จนกล่าวได้ว่ากระบวนการยุติธรรมวันนี้มีสภาพกลายเป็น “กระบวนการยุติธรรมลายพราง” คดีเด่นๆ ในรายงานนี้จึงเป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่จะสะท้อนถึงสภาพกระบวนการนี้ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในปีที่ผ่านมา


6. คดีพิศวงและชวนสยอง: ความตายระหว่างควบคุมตัวภายในเรือนจำชั่วคราวฯ มทบ.11²

ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2558 ปรากฏเหตุการณ์ที่นับได้ว่าน่าพิศวงและสร้างความสยองในรอบปีนี้ ภายหลังเกิดกระแสข่าวการควบคุมตัวนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.58 ตามมาด้วยการปฏิเสธการควบคุมตัวโดยพล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการปราบปราม แต่ต่อมาในวันที่ 21 ต.ค.58 นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา และเลขานุการของนายสุริยัน กลับถูกนำตัวมาทำการฝากขังที่ศาลทหาร ในข้อหาตามมาตรา 112 และถูกนำตัวไปควบคุมยังเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ไม่กี่วันต่อมา กลับปรากฏการเสียชีวิตของพ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ในวันที่ 23 ต.ค.58 โดยสาเหตุถูกระบุว่าเป็นการผูกคอตนเองตาย อีกทั้งในวันที่ 7 พ.ย.58 นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ก็เสียชีวิตตามมา โดยถูกระบุสาเหตุว่ามีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ข้อมูลทั้งหมดมาจากแถลงการณ์ของกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่อาจถูกตรวจสอบได้โดยบุคคลภายนอก เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเรือนจำภายในค่ายทหาร และทั้งสองกรณีไม่ปรากฏว่าญาติได้รับแจ้งให้เข้าร่วมกระบวนการชันสูตรพลิกศพ รวมไปจนถึงการพิธีเผาศพในทันที โดยไม่มีพิธีกรรมสวดศพตามความเชื่อในพุทธศาสนา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าปัญหาดังกล่าว เกิดจากการใช้อำนาจควบคุมตัวบุคคลตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 โดยไม่เปิดเผยสถานที่และไม่ให้ญาติหรือทนายความเข้าเยี่ยมได้ รวมไปถึงการจัดตั้งเรือนจำชั่วคราวขึ้นภายในเขตมณฑลทหารบกที่11 ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวขาดการตรวจสอบถ่วงดุลโดยบุคคลภายนอก เมื่อเกิดการละเมิดสิทธิจึงไม่สามารถตรวจสอบได้ จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการตรวจสอบที่ชัดเจนถึงสาเหตุในการเสียชีวิตของบุคคลทั้งสอง คดีนี้จึงนับเป็นคดีที่น่าพิศวงและชวนสยองติดอันดับคดีหนึ่ง

e0b8abe0b8a1e0b8ade0b8abe0b8a2e0b8ade0b887-crop.jpg?w=593&h=395
ลำดับจากขวาไปซ้าย พ.อ.พิสิษฐ์ศักดิ อิศรางกูร ณ อยุธยา, สุริยัน สุจริตพลวงษ์, พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ และพ.อ.คชาชาต บุญดี

7. คดีที่มีการคุกคามการทำหน้าที่ทนายความอย่างร้ายแรง: “คดีเตรียมป่วน Bike for Dad”²

ปลายเดือนพฤศจิกายน 2558 ขณะที่กำลังมีการเตรียมจัดงานปั่นเพื่อพ่อ (Bike for Dad)ปรากฏข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 9 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์ในการวางแผนสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนงานสำคัญในหลายพื้นที่ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ  ผู้ต้องหา 4 ใน 9 ราย เป็นจำเลยในคดีขอนแก่นโมเดล ซึ่งมีเบญจรัตน์ มีเทียน เป็นทนายความ โดยนายธนกฤต ทองเงิน เพิ่ม หนึ่งในผู้ต้องหาคดีขอนแก่นโมเดลและคดีนี้อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำขอนแก่น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้โทรศัพท์ในการร่วมกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา

วันที่ 29 พ.ย.58 เบญจรัตน์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพล.ต.วิจารณ์ จดแตง ในฐานะหัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานกฎหมาย คสช. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน เนื่องจากเหตุการออกหมายจับธนกฤต ทำให้หลังจากการแจ้งความดังกล่าวเบญจรัตน์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ติดตามนับสิบสาย

ต่อมาในวันที่ 30 พ.ย.58 ภายหลังเบญจรัตน์ มีเทียนเข้าเยี่ยมลูกความที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี กลับถูกกักตัวไม่ให้ออกจากเรือนจำจนต้องอาศัยช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากองบังคับการปราบปรามมาติดตามตัววิ่งหนีออกมา แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังติดตามเบญจรัตน์และไปนั่งเฝ้าเบญจรัตน์หน้าห้องพิจารณาคดี และขอให้เข้ามายังกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้ถอนแจ้งความ แต่เบญจรัตน์ปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าพบนายธนกฤตข่มขู่ว่าเขาแจ้งความเท็จ และให้เขาเซ็นถอนแจ้งความ โดยเสนอที่จะถอนหมายจับเขาเป็นการแลกเปลี่ยน วันที่ 8 ธ.ค.58 พล.ต.วิจารณ์ จดแตง พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ยังเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทนายความเบญจรัตน์ ในความผิดฐาน แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

e0b897e0b899e0b8b2e0b8a2.jpg?w=593&h=396
ทนายความเบญจรัตน์ มีเทียนให้สัมภาษณ์สื่อภายหลังจากดำเนินการฟ้องร้องที่ศาลอาญาฐานแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท ต่อพล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่ฝ่ายกฎหมาย คสช. และ พ.ต.ท.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.  ภาพโดย Banrsdr Photo

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามการทำหน้าที่ทนายความอย่างร้ายแรง ทั้งการคุกคามระหว่างเข้าพบลูกความและสอบข้อเท็จจริงที่เรือนจำชั่วคราวฯ การติดตามของพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการถอนแจ้งความ และการถูกแจ้งความดำเนินคดีกลับ จากการทำหน้าที่ทนายความให้นายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม ทั้งหมดอาจส่งผลให้ทนายความมีความหวาดระแวงในการทำหน้าที่ต่อไป อีกทั้งหลักการที่ว่าผู้ต้องหาต้องได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจำมีคำพิพากษาถึงที่สุด อันเป็นหัวใจของกระบวนการยุติธรรม ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครอง หากผู้ต้องหาไม่อาจเข้าถึงทนายความได้

8. คดีประหลาด: กรณีหมิ่นสุนัขทรงเลี้ยง

หนึ่งในคดีที่สร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมและตกเป็นข่าวไปทั่วโลก คือการจับกุมนายฐนกร ศิริไพบูลย์ด้วยข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 โดยพิจารณาฐานความผิดตามกฎหมายแล้ว อาจไม่รู้สึกว่าคดีนี้มีความแปลกประหลาด เพราะนับแต่ที่ คสช.ยึดอำนาจก็ได้มีการดำเนินคดีในฐานความผิดเหล่านี้อย่างเอิกเกริก แต่หากจะบอกว่าฐนกรถูกจับเพราะการกดไลค์ภาพบนเฟซบุ๊ก การโพสต์เสียดสีสุนัขทรงเลี้ยง และการแชร์ผังทุจริตอุทยานราชภักดิ์ อาจจะพอทำให้เครื่องหมายคำถามลอยวนไปเวียนมาอยู่ในใจใครหลายคนได้บ้าง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี แม้หลักกฎหมายอาญาจะระบุว่าต้องตีความกฎหมายโดยเคร่งครัด แต่สำหรับการตั้งข้อกล่าวหาต่อฐนกรในคดีนี้มีลักษณะการขยายการตีความมาตรา 112 ให้ครอบคลุมไปถึงสุนัขทรงเลี้ยง อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจยังออกมากล่าวโดยพร้อมเพรียงกันว่า แค่กด “ไลค์” ข้อความที่เข้าข่ายความผิดมาตรา 112 ก็ถือว่ามีความผิดตามมาตรานี้ไปด้วย ยิ่งพาให้ประชาชนตระหนกตกใจกันไปทั้งเมืองว่าเสรีภาพการแสดงออนไลน์ยุคนี้ยังมีอะไรเหลืออยู่บ้าง ในปีหน้าจึงน่าจับตาว่าทั้งพนักงานสอบสวน อัยการทหาร และศาลทหาร จะมีความเห็นต่อกรณีนี้อย่างไรต่อไป จะสร้างบรรทัดฐานของการตีความกฎหมายขยายความในลักษณะนี้หรือไม่ อย่างไร

e0b890e0b899e0b881e0b8a3.jpg?w=510&h=317

นายฐนกร  ศิริไพบูลย์ ขณะถูกนำตัวกลับเรือนจำหลังฝากขังผัดแรกเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2558 ภาพโดย  Banrsdr Photo

9. คดีลักหลับ: คดีโพสต์ข้อความปฏิวัติซ้อน

ควบคุมตัวจากบ้านไปค่ายทหารอย่างเงียบๆ อัยการสั่งฟ้องอย่างเงียบๆ และพิพากษาในวันนัดสอบคำให้การอย่างเงียบๆ สำหรับคดีของชญาภา จำเลยในคดีโพสต์ข่าวลือในทำนองว่าจะมีการปฏิวัติซ้อนบนเฟซบุ๊ก ทำให้ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พร้อมกับเพิ่มข้อหามาตรา 112 จากข้อความอื่นที่มีการโพสต์ด้วย การดำเนินกระบวนการยุติธรรม ‘อย่างเงียบๆ’ เช่นนี้อาจไม่ถึงขั้นลักหลับ ถ้าหากชญาภาจะไม่ได้แต่งทนายความเข้ามาในคดีนี้อยู่แล้ว และศาลทหารกรุงเทพจะนำตัวจำเลยมาในวันที่ฟ้องคดีเช่นเดียวกับศาลยุติธรรม รวมถึงแจ้งวันนัดให้ทั้งจำเลย ญาติจำเลย หรือทนายความทราบล่วงหน้า

กรณีของชญาภานั้น เนื่องจากจำเลยอยู่ในการควบคุมของทัณฑสถานหญิงกลาง ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่นำตัวจำเลยมายังศาลในวันที่มีการฟ้องคดี ซ้ำยังไม่อนุญาตให้ทนายความคัดถ่ายสำเนาคำฟ้องในครั้งแรก โดยอ้างว่าศาลต้องส่งคำฟ้องไปให้จำเลยอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ในวันนัดสอบคำให้การศาลยังได้พิพากษาจำคุกจำเลย โดยที่จำเลยทราบล่วงหน้าว่าต้องมาศาลในคืนก่อนวันนัดไม่กี่ชั่วโมง ขณะทนายความซึ่งไปติดตามนัดหมายคดีที่ศาลทหารมาโดยตลอดจนถึงก่อนวันนัดหนึ่งวัน ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ศาลทหารเพียงว่าคดีของชญาภานั้นยังไม่กำหนดวันนัด ทำให้วันรุ่งขึ้นที่นัดสอบคำให้การ ชญาภาถูกนำตัวมาศาลทหารกรุงเทพและมีการพิจารณาพิพากษาคดีโดยปราศจากทนายความในกระบวนการ ทั้งศาลยังยกคำร้องขอคัดค้านกระบวนพิจารณามิชอบของทนายความในกรณีดังกล่าว ส่วนตัวชญาภาแจ้งแก่ทนายความว่าเพิ่งได้รับเอกสารหมายนัดหลังกลับไปทัณฑสถานหญิงกลางในวันที่มีการพิพากษา นับเป็นคดีที่สะท้อนให้เห็นปัญหาในทางปฏิบัติในการอำนวยความยุติธรรมของศาลทหารได้เป็นอย่างดี แต่ผลเสียทั้งหมดกลับตกอยู่กับประชาชน

10. คดีจับกุมคนป่วย: กรณีธเนตร อนันต์วงษ์ ถูกอุ้มจากโรงพยาบาลสิรินธร

ข่าวที่อยู่ในความสนใจของประชาชนช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2558 คงต้องมีเรื่องการตัดตู้รถไฟขบวนของนักศึกษา-นักกิจกรรมที่เดินทางไปในกิจกรรม ‘นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง’ ติดอันดับเข้ามาด้วยอย่างแน่นอน แม้วันนั้น ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมด 36 คน จะได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน ทว่ารัฐบาล คสช. กลับใช้วิธีตามเช็คบิลย้อนหลังรายบุคคล และธเนตร อนันตวงษ์ คือหนึ่งใน 36 คน ที่โดนคดีนำร่องไปก่อนใครเพื่อน

วันที่ 13 ธ.ค. 2558 ธเนตรอยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสิริธร เขาถูกควบคุมตัวไปโดยเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบ กว่า 6 วัน โดยไม่มีใครทราบชะตากรรม แม้เพื่อนจะพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอนำยาไปให้ธเนตร ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พบ ทำให้ ‘จ่านิว’ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ต้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวธเนตร เนื่องจากถูกควบคุมตัวมิชอบ ต่อศาลอาญาถึง 2 ครั้ง แต่ศาลกลับยกคำร้องโดยไม่ดำเนินการไต่สวนผู้ร้องทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ระบุว่า ให้ศาลดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวโดยด่วน ถ้าศาลเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูล ศาลมีอำนาจสั่งผู้คุมขังให้นำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน นับเป็นการยอมรับอำนาจคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/58 โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ว่าเป็นการควบคุมตัวบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทำให้ตลอดเวลาที่ธเนตรถูกควบคุมตัวโดยญาติและทนายความไม่สามารถเข้าพบได้นั้น อาจจะทำให้ไม่ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอ รวมถึงสุ่มเสี่ยงต่อการซ้อมทรมานและบังคับให้สูญหายอีกด้วย

e0b898e0b980e0b899e0b895e0b8a3_banrasdr-photo-crop.jpg
ธเนตร อนันตวงษ์ เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีเมื่อคืนวันที่ 18 ธ.ค.2558  ภาพโดย Banrsdr Photo

Offline

#510 December 28, 2015 11:59 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ไม่มีใครเลือกมึงมาเป็นนายกฯ แต่มึงเป็นผู้นำทหารเหี้ยเข้ามาปล้นชาติแล้วจะมากำหนดอะไรถึง 4-5 รัฐบาลข้างหน้า นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชาชนเป็นคนคิดเองเลือกกำหนดเอง สิ่งนั้นไม่ใช่หน้าที่มึง หน้าที่มึงคือยามของประเทศ

http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1451046282

"บิ๊กตู่" เดือด! คนบ่น รบ.แถลงผลงานมีเเต่น้ำ จวกสื่อเขียนถึงไม่สร้างสรรค์

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558

14510462821451046302l.jpg


เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปิดการแถลงสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 1 ปี โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังโดยกล่าวอย่างอารมณ์เสียว่า “ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันคิดและฟัง ซึ่งการแถลงผลงานครั้งนี้อาจแตกต่างจากที่ผ่านๆ มา หลายคนวิจารณ์ว่าใช้เวลานานเกินไป หลายคนไม่เข้าใจหาว่ามีแต่น้ำไม่มีเนื้อ พอถามกลับไปว่าเนื้อคืออะไรก็บอกว่าอย่างเช่นการเขียนลอตเตอรี่ได้ในราคาฉบับละ 80 บาท ถ้าอย่างนี้ไม่ต้องปฏิรูป เพราะขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน สิ่งที่ทำวันนี้คือการเอาประวัติศาสตร์มาเรียนรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนวันนี้จะแก้อย่างไร และจะเริ่มต้นที่จะทำต่อไปในรัฐบาลข้างหน้าอีก 4-5 รัฐบาล คิดอย่างนี้ถึงจะรู้ว่าความเชื่อมโยงคืออะไร บางอย่างต้องใช้เวลาไม่ใช่อะไรก็มาตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ เศรษฐกิจทำไมไม่ดีขึ้น ถ้าอย่างนี้ผมเห็นว่ามันไม่มีความแตกต่าง ผมไม่ได้ว่าใคร แต่คิดว่าเรายังไม่มีจุดร่วมในการทำงานร่วมกันเพื่อประเทศอย่างสมบูรณ์ ทุกคนอยากเห็นประเทศก้าวหน้า ยกเว้นคนไม่ดี”.......

............

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=77b926a334d6322679f2e4321ef63d80&oe=5716B6CFอาณาจักรไบกอน Returns
26 ธันวาคม เวลา 1:13 น. ·
แบบนี้เขาเรียกว่าขยัน!!!แต่โง่
กรณีบิ๊กตู่โวยสื่อเขียนข่าวไม่สร้างสรรค์แถลงผลงานมีแต่นํ้าไม่มีเนื้อ...สรุปก็คือ ไม่มีผลงาน
#โจรสลัด
บิ๊กตู่" เดือด! คนบ่น รบ.แถลงผลงานมีเเต่น้ำ จวกสื่อเขียนถึงไม่สร้างสรรค์...

10345738_1806642066229881_708159945182771342_n.jpg?oh=a994ca028474577a135e654943c97f66&oe=570A3110

Offline

#511 December 28, 2015 1:04 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

*

พฤติกรรมทหาร คสช ที่ปรากฏคือพฤติกรรมโจร

http://prachatai.org/journal/2015/12/63 … um=twitter

เปิด 10 ปฏิบัติการ ลับ ลวง พราง (กันให้เห็นๆ)

Mon, 2015-12-28 23:51

12434223_10153182131741300_897637248_n.jpg

เช่น ไม่เปิดเผยสังกัด  มาในชุดพลเรือน ซ้อนป้ายทะเบียน  คุมตัวแบบเงียบๆ ไม่ทราบสถานที่ ไม่แจ้งญาติ ไม่ให้พบทนาย ใช้ศาลทหารตัดสิน แม้กองทัพเป็นคู่กรณี ฟ้องคดีความมั่นคง แม้เป็นคดีหมิ่นประมาทบุคคล เคยบอกว่าจะไม่รัฐประหาร นิรโทษกรรมตัวเองล้วงหน้า และจะอะไรอีกก็ มาตรา 44 ไง เป็นต้น

"อำนาจนำไปสู่ความฉ้อฉล อำนาจเบ็ดเสร็จยิ่งฉ้อฉลเบ็ดเสร็จ" (Power tends to corrupt, and absolute power corrupts absolutely.) - ลอร์ดแอกตัน (Lord Acton, 10 January 1834 – 19 June 1902)  นักประวัติศาสตร์ นักการเมือง และนักเขียนชาวอังกฤษ

ภายใต้การปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ประชาชนผู้ที่คิดต่างและแสดงออกถึงความคิดเห็นที่แตกต่างหรือคิดค้าน คสช. ไม่ว่าจะตั้งแต่คัดค้านการเข้ายึดอำนาจ รัฐประหาร หรือคัดค้านการดำเนินนโยบายต่างๆ หากมีการแสดงออกก็จะถูกปฏิบัติการที่แตกต่างไปจากรัฐบาลปกติ ซึ่งประชาไท %}0้รวบรวมไว้ในเบื้องต้น ดังนี้

24022651685_f7c019a258_b.jpg

1. ไม่เปิดเผยสังกัด
ช่วงปลายเดือน พ.ย.และต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่มีข้อสงสัยในเรื่องความโปร่งใสและการทุจริตนั้น หลังจากที่ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำ นปช. ประกาศจะเดินทางไปตรวจสอบอุทยานดังกล่าว ก็ถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เปิดเผยสังกัดสลับกันมาเฝ้าบริเวณหน้าบ้าน รวมทั้งติดตามขณะเดินทางไปส่งลูกที่โรงเรียน แม้กระทั่งหลังจากถูกสกัดไม่ให้ไปในวันที่ 30 พ.ย. แล้ววันต่อมาก็ยังมีปฏิบัติการในลักษณะดังกล่าว (ดู ณัฐวุฒิ : 1 ธ.ค.58 และ 4 ธ.ค.58 )

เช่นเดียวกับคณะกิจกรรม ‘นั่งรถไฟ ไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง’ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ที่นำโดย  สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ขณะควบคุมตัวผู้ร่วมกิจกรรมไปบก.ควบคุมสถานการณ์ กองพลทหารราบที่ 9 ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ก้มีการใช้รถที่ปกปิดสังกัดด้วยเช่นกัน (ตามภาพด้านล่าง)

23394430403_8f1b72383a_o.jpg
ภาพรถของทหารที่ใช้นำตัวคณะส่องทุจริตราชภักดิ์ไปยัง จ.นครปฐม โดยมีการนำสติ๊กเกอร์ปิดชื่อหน่วยสังกัดไว้ ที่มาภาพเพจ พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen

2. มาในชุดพลเรือน
นอกจากการปกปิดสังกัดแล้ว ในกิจกรรมของคณะส่องโกงราชภักดิ์ ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่าง พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผบ.กองพลทหารราบที่ 9 ที่แต่งกายในชุดพลเรือนมาควบคุมสถานการณ์ด้วย โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานโดยอ้างถึง คำกล่าวของ พล.ต.ธรรมนูญ ที่ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นแกนนำนำชาวบ้านเข้าไปล้อมกลุ่มศึกษา แต่ตนเข้าไปช่วยดูแลร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งไม่ได้เป็นผู้สั่งตัดโบกี้รถไฟ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่มาเฝ้าบริเวณหน้าบ้านของณัฐวุฒิ ก็มาในชุดลำลองเช่นกัน

23394521494_39b1cb66c0.jpg
เพจ พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen แชร์ตั้งข้อสงสัย ถึงบทบาทขง พล.ต.ธรรมนูญ ในเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง

3. ซ้อนป้ายทะเบียน
ต่อเนื่องจากการปกปิดสังกัดแล้ว การซ้อนป้ายทะเบียนยานพาหนะก็เป็นอีก 1 ปฏิบัติการที่มาควบคู่กัน จะเห็นได้ชัดจากกรณีเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าบริเวณบ้านของณัฐวุฒิ (ดูภาพด้านล่าง)

23147545519_c9441836ba_o.jpg

22887224154_c0e2ca564e_o.jpg
ภาพกจ้าหน้าที่ทหารที่เฝ้าหน้าบ้านณัฐวุฒิซึ่งนอกจากมาในชุดลำลองแล้ว ยังมีการปกปิดป้ายทะเบียนด้วย

4. เฝ้าและเยี่ยมบ้านฝ่ายที่เห็นต่างจาก คสช.
หลังจากที่ คสช. เข้ายึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.57 มีการออกคำสั่งเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวจำนวนมาก ซึ่งในบรรดาบุคคลเหล่านั้นจะถูกเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ต่างๆ เข้าพบหรือสอบถามข้อมูลจากญาติตามทะเบียนบ้าน รวมทั้งกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวด้วย (อ่านรายละเอียด : เผยจนท.ความมั่นคงเยี่ยมบ้านนักศึกษา 17 รายติดๆ จี้ยุติการเคลื่อนไหว)

การเฝ้าบริเวณหน้าบ้านหรือที่พักนั้น นอกจากกรณีของณัฐวุฒิที่ยกมาแต่ต้นแล้ว ยังมีอีกหลายกรณี เช่น กรณีของ วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจมาเฝ้าบ้านทั้งที่นวธานี และที่ลำปาง โดยอ้างว่าควบคุมเพื่อไม่ให้ไปประท้วง ฮุน เซนนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาในโอกาสเยือนไทย (รายละเอียด) เป็นต้น

23194989583_0c01939e3f.jpg
ภาพจากเฟซบุ๊ก 'Veera Somkwamkid'

5. คุมตัวแบบเงียบๆ ไม่ทราบสถานที่ ไม่แจ้งญาติ ไม่ให้พบทนาย

กรณีข่าวดังเมื่อช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกลุ่มหมอหยอง ที่ถูกคุมตัว ดำเนินคดีก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ชี้ว่า สุริยัน  สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง นั้นตกเป็นบุคคลที่ถูกบังคับให้สาบสูญในระหว่างเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 58 จนวันที่ 21 ต.ค. 58 ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญ โดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance: CED) กล่าวคือ สุริยัน  ถูกควบคุมตัวโดยที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธว่ามีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ รวมถึงไม่เปิดเผยสถานที่ควบคุมตัว ทำให้ช่วงระยะเวลานับแต่ถูกควบคุมตัวจนถึงก่อนนำตัวมายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลทหาร สุริยันต์  ต้องตกอยู่ภายนอกความคุ้มครองของกฎหมาย โดยไม่อาจทราบชะตากรรม

โดยศูนย์ทนายฯ ระบุว่า ในช่วงเย็นของวันที่ 16 ต.ค. 58 สื่อหลายสำนักได้เผยแพร่ข่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัว สุริยัน จากบ้านพัก เนื่องจากกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยในวันเดียวกันนั้นนั้น พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการปราบปราม ออกมาปฎิเสธว่า กองปราบไม่ได้จับกุมนายสุริยัน และไม่มีกำหนดการจะแถลงข่าวตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด ทว่าหลังจากนั้นก็ไม่พบว่า สุริยัน ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะอีกเลย จนกระทั่งวันที่ 21 ต.ค.นี้ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนำตัวนายสุริยันต์และพวก รวม 3 คน มาที่ศาลทหารกรุงเทพ (อ่านรายละเอียด)

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่ถูกคุมตัวโดยไม่เปิดเผยสถานที่ หรือแจ้งญาติ จนกระทั่งปรากฏตัวอีกทีเมื่อครบ 7 วัน เช่น กรณี ฐนกร ศิริไพบูลย์ ผู้ต้องหาคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116  และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่ง ถูกทหารคุมตัว ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ก่อนคุมตัวส่งให้กองปราบปราม เพื่อนำตัวมาฝากขังที่ศาลทหารในเวลาต่อมา เป็นต้น

statement_banner-format13.jpg?w=593&h=261&crop=1 *

6. ใช้ศาลทหารตัดสิน แม้กองทัพเป็นคู่กรณี

ศาลทหารหรือกรมพระธรรมนูญ ที่เป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงกลาโหม มีบทบาทมากในการดำเนินคดีตั้งแต่หลังรัฐประหารที่ผ่านมา โดย เมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยว่าได้รับข้อมูลจากกรมพระธรรมนูญ ระบุว่า ตั้งแต่ 22 พ.ค.57- 30 ก.ย.58 มีคดีของพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารจำนวน 1,408 คดี คิดเป็นจำนวนผู้ต้องหาและจำเลยรวม 1,629 คน โดยจำนวนพลเรือนขึ้นศาลทหารกรุงเทพมากที่สุดจำนวน 208 คน และศาลทหารที่มีพลเรือนกว่า 100 คน ขึ้นสู่ศาลทหารคือ ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 (จังหวัดขอนแก่น)จำนวน 158 คน ศาลมณฑลทหารบกที่ 32 (จังหวัดลำปาง) จำนวน 158 คน และศาลมณฑลทหารบกที่ 42 (จังหวัดสงขลา) จำนวน 115 คน

22360010463_dbacf348bd_b.jpg

ศูทย์ทนายฯ ระบุด้วยว่า นับตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหารประกาศ คสช.ฉบับที่ 38/2557เรื่อง คดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอำนาจของศาลทหารและ ประกาศ คสช.ฉบับที่ 50/2557 เรื่อง ให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งส่งผลให้ความผิดบางประเภทนั้นอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลทหาร

ซึ่งหลายกรณีเป็นการดำเนินการกับคู่กรณีของคสช. เอง โดยเฉพาะความผิด ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118ประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตามประกาศหรือคำสั่ง คสช. ซึ่งมักใช้กับผู้ชุมนุมหรือเคลื่อนไหวคัดค้าน คสช. เป็นต้น

7. ฟ้องคดีความมั่นคง แม้เป็นคดีหมิ่นประมาทบุคคล

จากกรณีที่ รินดา โพสต์เฟซบุ๊ก ปม “ประยุทธ์โกงเงินไปฝากธนาคารสิงคโปร์” ซึ่งถูกดำเนินคดีตั้งข้อหายุงยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายมาตรา 116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่าพล.อ.ประยุทธ์ และภรรยาทุจริตภาษีประชาชน โอนเงินไปประเทศสิงคโปร์หลายหมื่นล้านบาท นั้น

โดยเมื่อ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ศาลทหารได้มีการนัดสอบคำให้การ โดยศาลทหารได้ให้ความเป็นว่า คดีนี้ไม่เข้าข่ายความผิดยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามาตรา 116 ซึ่งเป็นความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่เป็น การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามให้เกิดความเสียหาย ซึ่งถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328

ก่อนหน้านี้ รินดา ถูกฝากขัง 3 วันก่อนได้รับการประกันตัว

8. เคยบอกว่าจะไม่รัฐประหาร

หากย้อยกลับไปก่อนรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 นั้น จะเห็นได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เองในฐาน ผบ.ทบ. ออกมาพูดโดยตลอดว่าจะไม่ยึดอำนาจหรือรัฐประหาร เช่น
ขอให้สังคมอย่าเรียกร้องให้ทหารออกมา ทหารออกมาจะวุ่นวาย โดยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 56 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีความกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นว่า “สื่อบางสื่อใช้ไม่ได้เพราะเขียนข่าวแบ่งคนเป็นพวกๆ และเมื่อถึงเวลาคนพวกนี้เขาออกมาตีกัน สื่อต้องรับผิดชอบด้วย วันนี้หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นม็อบ ชายแดน ภาคใต้ และปัญหาอื่นๆ ยังแก้ไม่ได้สักเรื่อง เราพยายามแก้ไขปัญหาให้ได้รวดเร็ว แต่ดูเหมือนสื่อต้องการให้เหตุการณ์แรง ผมไม่เข้าใจ เหตุการณ์ในประเทศไทยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ไม่เคยนำมาเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์มาเสียชีวิต การที่ท่านจะมุ่งไปสู่เป้าหมายอะไร ต้องหาวิธีการที่ไม่รุนแรง หรือไม่กระทบคนอื่น ยืนยันว่าทหารทำหน้าที่จริงใจทุกปี ทุกเหตุการณ์ ทหารต้องทำงาน 100 เปอร์เซ็นต์ จะเอาทหารออกมา เตาะแตะไม่ได้ อย่าเรียกร้องให้ทหารออกมา ทหารออกมาจะวุ่นวาย อยากขอให้ทุกคนเข้าใจทหาร” (ที่มา : 28 ต.ค.2556, คมชัดลึก, 'บิ๊กตู่'พร้อมสู้คดีปราบแดง-ไม่สน'นิรโทษฯ')

ยืนยันว่าทหารออกมาด้วยคำสั่งตามกฎหมาย ไม่ใช่นึกอยากจะออกก็ออก วันที่ 4 พ.ย. 56 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมถ้า และตอบคำถามประเด็นที่ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อทหารจะออกมาหรือไม่ ว่า ถ้าไม่สั่งก็คงไม่ออก แต่ถ้าสั่งให้ทหารออกก็ต้องดูว่าให้ออกไปทำอะไร ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลเมื่อสั่งให้ทหารออก เราก็ออก รัฐบาลชุดที่แล้วสั่งเราก็ออก ถ้ารัฐบาลชุดนี้สั่งแล้วเราไม่ออกจะได้หรือไม่ ซึ่งก็ไม่ได้ ตนอยากจะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าที่ทหารออกมาทุกครั้งออกมาด้วยคำสั่งตามกฎหมาย ไม่ใช่นึกอยากจะออกก็ออก ถ้าออกมาโดยที่ไม่ฟังคำสั่ง ตนถามว่าเหตุการณ์จะจบหรือไม่ ซึ่งก็ไม่จบแล้วจะเรียกร้องให้ทหารออกมาทำไม ส่วนจะทำอย่างไรก็ไปคิดกันเอาเอง (ที่มา, 4 พ.ย. 2556, ไทยรัฐออนไลน์, 'ประยุทธ์'ชี้ทหารออกมีบทเรียนวอนให้ถอยคนละก้าว)

ชี้ว่ารัฐประหารเป็นการแก้ปัญหาผิดทาง ปัญหาอื่นๆ จะเกิดอีก โดยเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 56 พล.อ.ประยุทธ์  ออกมายืนยันว่า ไม่ว่าเหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 9 ธ.ค. 56 จะเป็นอย่างไร ทหารก็จะไม่ออกมาปฏิวัติ พร้อมกล่าวด้วยว่า

"ถ้าทหารปฏิวัติ(รัฐประหาร)อีก แก้ปัญหาผิดทาง ปัญหาอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นอีก ประเทศไทยจะยืนอยู่ในสังคมโลกอย่างไร ทุกคนรักชาติแต่ไม่ยอมเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติ" (ที่มา : 8 ธ.ค.2556, สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ), ผบ.ทบ.ยืนยันทหารไม่ปฏิวัติแม้การชุมนุมพรุ่งนี้จะออกมาแบบใด )

ปัดกระแสข่าวรัฐประหาร ยืนยันข่าวลือก็เป็นข่าวที่ไม่จริง 7 ม.ค. 57 พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานวันสถาปนากรมแพทย์ทหารบกครบรอบ 114 ปีถึงกระแสข่าวว่า การที่ทหารเคลื่อนย้ายกำลังในช่วงนี้เพื่อทำการปฏิวัติว่า ข่าวลือก็เป็นข่าวที่ไม่จริง ดังนั้น ไม่ต้องเชื่อ เพราะเรามีการเคลื่อนย้ายกำลังพลทุกปี และนโยบายในปี 2557 ของกองทัพบกเป็นการนำพากองทัพไปสู่ความทันสมัยในอนาคต ในปีนี้เป็นวาระพิเศษที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่า เราจะนำยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ที่ได้จัดซื้อจัดหามาให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ได้เห็นว่า สิ่งที่เราได้จัดซื้อมามีสมรรถนะเพียงใด (ที่มา : 7 ม.ค. 2557, ไทยรัฐออนไลน์, บิ๊กตู่ ย้ำข่าวปฏิวัติแค่ลือ เตือนระวังมือที่สาม)

ชี้ต้องยึดถือกฎเกณฑ์ ไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือกฎเกณฑ์ได้ 22 ม.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ว่า วันนี้จัดทหาร 40 กองร้อย จัดตั้งจุดตรวจร่วม 30 กว่าจุด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ จัดจุดตรวจของทหารอีกกว่า 20 จุดมีการปรับแผนการทำงานทุกวัน โดยมีกองทัพภาคที่ 1 เป็นคนรับผิดชอบในภาพการใช้กำลัง ตามแนวทางของ ศอ.รส. ทุกวันได้เสนอแผนจากกองทัพไปยัง ศอ.รส.ตลอด ที่ผ่านมาความขัดแย้งระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาก ทหารจึงจำเป็นต้องไปเสริมในหลายจุด เราต้องลดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้น ทหารยังต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแล และเป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวม ทหารเป็นผู้สนับสนุน ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการออกไปดูแลประชาชนทุกฝ่ายให้เกิดความปลอดภัย ไม่ใช่ว่า เรานิ่งนอนใจ ทหารทำทุกอย่าง แต่วันนี้เราต้องยึดถือกฎเกณฑ์ ไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือกฎเกณฑ์ได้ เพราะกำลังพลถืออาวุธ ดังนั้นการทำอะไรต่างๆ ต้องระมัดระวัง รวมถึงการวางตัวของทหารทุกคน ซึ่งตนได้กำชับกำลังพลที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่เสมอ ทหารมีบทเรียนมากมาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (ที่มา : 22 ม.ค. 2557, ผู้จัดการออนไลน์, “บิ๊กตู่” พอรู้มือบึ้ม-ขู่อย่าทำ ห่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉินรุนแรงลดหรือไม่ แนะพัฒนาใต้ทุกรูปแบบ)

ยืนยันสิ่งที่กองทัพดำเนินการต้องยึดถือกฎหมายรัฐธรรมนูญ 24 ก.พ. 57 พล.อ.ประยุทธ์  ได้อ่านแถลงการณ์ชี้แจงจุดยืนของกองทัพบกต่อสถานการณ์ทางการเมืองผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5)  ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่กองทัพดำเนินการในเวลานี้จำเป็นต้องยึดถือกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยการจัดกำลังออกมาดูแลประชาชนในพื้นที่ที่มีการประกาศกฎหมายพิเศษเป็นจำนวนมากตลอด 24 ชั่วโมง หากเราดำเนินการไม่ถูกวิธี หรือใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ เราจะแน่ใจได้หรือว่า สถานการณ์จะยุติลงได้โดยสงบ ขณะที่ทุกฝ่ายยังไม่พยายามลดเงื่อนไข ไม่พยายามพิสูจน์หาข้อเท็จจริง และยอมรับกฎกติกา กฎหมายของสังคม สิ่งที่น่ากระกระทำในเวลานี้คือ ให้ทุกฝ่ายได้ทำงานตามความรับผิดชอบของตนอย่างเต็มสติกำลังอย่างครบถ้วนด้วยความเป็นธรรม อำนวยความยุติธรรมได้อย่างถูกต้อง และสมบูรณ์โดยไม่ถูกกดดันโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และหาทางลดความขัดแย้งให้ได้โดยเร็ว ประการสำคัญคือ การใช้กำลังทหารคลี่คลายสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบนั้น จะได้รับการยอมรับจากประชาชนที่อยู่นอกเหนือจากความขัดแย้งนี้หรือไม่ เรื่องนี้ต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง ประกอบกับขณะนี้สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทยในสายตาของต่างชาติยังมีความสำคัญ สำหรับความขัดแย้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างกว้างขวางมากกว่าปี 2553 เพราะในปี 53 เกิดจากคู่ขัดแย้งไม่มากนัก แต่ในปัจจุบันมีหลายกลุ่มและมีเงื่อนไขสลับซับซ้อน (ที่มา : 24 ก.พ.2557, เดลินิวส์ เว็บ, “ประยุทธ์” แถลงจุดยืนกองทัพผ่านช่อง 5 จี้ยุติความรุนแรง)

สวนกรณีมีข้อเสนอให้เป็นนายกคนกลางว่าจะไปเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยกติกาไหน 25 มี.ค. 57 พล.อ.ประยุทธ์  ตอบคำถามถึงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางด้วยนั้น ว่า ต้องไปถามเขา เขาตั้งตนได้ไหม ถ้าตั้งไม่ได้แล้วจะมาถามตนทำไม แล้วถามจะไปเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยกติกาไหน และกติกาจะเกิดหรือไม่ตนก็ไม่รู้ แต่อย่าถามตนว่า ตนจะทำนั่นทำนี่หรือไม่ ตนไม่ตอบ เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตน ไม่ใช่เรื่องของตน (ที่มา : 25 มี.ค. 2557, กรุงเทพธุรกิจ, ผบ.ทบ.อัดกลับข่าวนายกฯคนกลาง)

ชี้การรัฐประหารทำไปก็ไม่จบ ขอให้เข้าใจทหาร เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 57 พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากข้อความผ่านทางรายการ ลับ ลวง พลาง โดยยืนยันกองทัพตัองหนักแน่น จะทำตามใครเรียกร้องไม่ได้ ต้องใจเย็น ขอให้เชื่อมั่นในทหาร ซึ่งจะต้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประเทศชาติและประชาชนได้ในทุกโอกาส ให้เก็บทหารไว้เป็นที่พึ่งสุดท้าย เชื่อว่า การรัฐประหารทำไปก็ไม่จบ ขอให้เข้าใจทหาร เพราะทหารทำหรือไม่ทำก็โดนตำหนิ (ที่มา : 10 พ.ค.2557, สำนักข่าวเจ้าพระยา, “ประยุทธ์” เผยรัฐประหารไปปัญหาก็ไม่จบ)

9. นิรโทษกรรมตัวเองล้วงหน้า

หลังรัฐประหารได้ประกาศยักเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 โดยในมาตรา 48 ได้นิรโทษกรรม คสช. ไว้ไม่เพียงการกระทำในวันที่ 22 พ.ค.57 เท่านั้น ยังรวมถึงกระกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นการนิรโทษกรรมความผิดล้วงหน้า โดยรัฐธรรมนูญเขียนว่า
"..ไม่ว่ากระทําในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง"

10458118_967507376675376_7450946303282346933_n.jpg?oh=10ff9633b60d8f2022cf1f3be34a59ef&oe=57051921 *

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ยังได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ คสช./491 เรื่อง ขอความร่วมมือแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ถึง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดย มีข้อเสนอหนึ่งเกี่ยวกับแนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ โดยระบุว่า
"..การใช้กำลังทหารโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐจากภัยที่มีมาจากภายในและนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง"
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีชัย ได้ออกมายืนยันอีกว่า จะมีการบัญญัติการนิรโทษกรรมให้กับ คสช. ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

10. มาตรา 44

มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่ให้อำนาจหัวหน้า คสช. สามารถระงับยับยั้ง หรือกระทําการใด ๆ ได้ ไม่ว่าการกระทํานั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าขัดต่อหลักการแบ่งแยกและถ่วงดุลอำนาจ

7336_926055180816052_8833647906815897278_n.jpg?oh=ccafcc74e8de4af4b186742038c15aa9&oe=57166A81 *

ซึ่งเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ร่วมกับองค์กรสิทธิอื่นๆ เพื่อคัดค้านมาตรานี้ โดยชี้ว่า
“มาตราดังกล่าวนั้นขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ หลักนิติรัฐ และขัดต่อพันธกรณีด้วยสิทธิมนุษยชน  ซึ่งจะนำมาซึ่งขาดการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ และอาจก่อให้เกิดการใช้อำนาจโดยอำเภอใจ และส่งผลประชาชนขาดหลักประกันต่อสิทธิเสรีภาพอย่างร้ายแรงยิ่งไปกว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึก และไม่อาจบรรลุเจตนารมณ์ตามที่ประชาคมโลกเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกได้” แถลงการณ์ระบุ

Last edited by linc49 (December 28, 2015 1:24 PM)

Offline

#512 December 29, 2015 10:58 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Prachatai

ป.ป.ช.มีมติให้ข้อกล่าวหากรณี 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' สลายชุมนุมแดงปี53 ตกไป
Tue, 2015-12-29 18:45

29 ธ.ค. 2558 ข่าวสำนักงาน ป.ป.ช. รายงาน โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.30 น. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้แถลงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีคำร้องขอให้ถอดถอนและคำกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก กับพวก

ในข้อหา ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 10 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

23935126292_01014c0c65_b.jpg

โดยเรื่องนี้จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุที่มีการสั่งใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธปืนติดตัว เข้าขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ในระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนั้น อยู่ในช่วงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มิใช่การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ และมีบุคคลที่มีอาวุธปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. จึงมีเหตุจำเป็นที่ ศอฉ. ต้องใช้มาตรการขอพื้นที่คืน เพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง โดยมีคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำอาวุธติดตัว หากมีความจำเป็นสามารถนำมาใช้เพื่อระงับยับยั้งได้ไปตามสถานการณ์ หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือป้องกันตนเองได้ อันเป็นไปตามหลักสากล ตามนัยคำพิพากษาศาลแพ่ง ในคดีหมายเลขดำที่ 1433/2553

อย่างไรก็ตาม แม้คำสั่งที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำอาวุธติดตัวเพื่อป้องกันตนเองได้จะเป็นไปตามหลักสากลก็ตาม แต่ก็เป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการใช้อาวุธปืนตามแนวทางดังกล่าวข้างต้นตามความจำเป็น และพอสมควรแก่เหตุ อันเป็นภาระที่หนักและยากอย่างยิ่งในการปฏิบัติ แต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบดังกล่าวได้ หากภายหลังสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้อาวุธปืนโดยไม่สุจริต เลือกปฏิบัติ และเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีจำเป็น จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ อันเป็นความรับผิดเฉพาะตัว * เช่นเดียวกับนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่จะต้องรับผิดในกรณีที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า รู้ว่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของตนได้ใช้หรืออยู่ระหว่างใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่ดำเนินการยับยั้ง ป้องกัน และรายงานเหตุดังกล่าว ซึ่งคดีการเสียชีวิตและบาดเจ็บของประชาชนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 ในเหตุการณ์เดียวกันนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับดำเนินการเป็นคดีพิเศษด้วย จึงมีมติให้ส่งเรื่องการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ทหารที่เป็นผู้กระทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว รวมถึงนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ซึ่งมิใช่บุคคลตามมาตรา 66 ให้ DSI ดำเนินการต่อไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 89/2

สำหรับประเด็นการกล่าวหานายอภิสิทธิ์, นายสุเทพ และ พล.อ. อนุพงษ์ กับพวก กรณีละเว้นไม่สั่งระงับยับยั้ง ทบทวนวิธีการ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้กำลังทหารนั้น จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์การขอคืนพื้นที่ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแล้ว ศอฉ.ได้ทบทวนปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยไม่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าผลักดันผู้ชุมนุมอีกต่อไป แต่ใช้มาตรการตั้งด่านตรวจ หรือจุดสกัดปิดล้อมวงนอกไว้โดยรอบ เพื่อให้ ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมไปเอง โดยการปฏิบัติในวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เป็นการตั้งด่านอยู่กับที่ทุกแห่ง แต่ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนกำลังเข้าไปควบคุมพื้นที่บริเวณสวนลุมพินี โดยไม่ได้มีการผลักดันต่อผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์โดยตรง แต่เป็นการกดดันต่อกองกำลังติดอาวุธที่ยึดสวนลุมพินีอยู่ ซึ่งการปฏิบัติในการกระชับพื้นที่สวนลุมพินี ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยประกาศให้ผู้ชุมนุมออกไปจากพื้นที่ก่อน หลังจากประกาศแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าไป

ดังนั้น ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวน ยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม กับพวก ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการดำเนินการ ในเรื่องดังกล่าว โดยมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือเป็นผู้ก่อหรือใช้ให้มีการฆ่าผู้อื่น โดยเจตนาเล็งเห็นผลแต่อย่างใด คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไปเช่นกัน

1416_10153315012046699_6531531354792270804_n.jpg?oh=668dbbaabfec40b82875d87f04635428&oe=570F54E7

* พอถึงศาล จะเป็นเทคติกในข้อกฏหมายอีกรึเปล่า หาผู้กระทำความผิดเฉพาะตัวคนนั้นไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานใครยิง ..จะมาแนวนี้...ฉ้อฉล

Last edited by linc49 (December 29, 2015 11:48 AM)

Offline

#513 December 29, 2015 11:35 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=cb92532939ccb89a3fac83bc56e146bc&oe=570E227Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway

https://www.facebook.com/42455219442112 … =3&theater

1005537_447181365491536_252228257734547641_n.jpg?oh=5c99fac6bd8e5270603485d35fbf59d5&oe=5702F2CE

สิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังทำคือ การก่อการร้ายโดยรัฐ (state terrorism)

"ดูเหมือนว่าที่ผ่านมารัฐยังไม่เข้าใจหรือพยายามจะไม่เข้าใจว่า จริงๆ แล้ว ธุรกิจดิจิทัลหรือ digital economy นั้นคืออะไร ทั้งที่เมื่อก่อนอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่สบายที่ใครอยากจะระบายอะไร หรือแสดงความเห็นสามารถทำได้อย่างสบายใจ แต่วันนี้เราสังเกตเห็นได้เลยว่า คนไทยเริ่มรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เริ่มรู้สึกว่ามีคนจับจ้อง เล่นงานอยู่ ความวางใจถูกกระทบกระเทือนเป็นอย่างมาก”

ข้อสรุปจากงานเสวนา “ระบอบการกำกับดูแลโลกไซเบอร์ไทย นับแต่รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วิธีการควบคุมแบบรวมศูนย์ของรัฐบาลนั้น มีตั้งแต่การใช้การสอดแนม หรือการใช้การดักจับข้อมูลในลักษณะ Man in the Middle การออกกฎหมายโดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และแนวคิดการจัดตั้งซิงเกิลเกตเวย์ แม้กระทั่งมีการพยายามจับกุมและดำเนินคดีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต สั่งปิดเว็บไซต์ หรือปิดกั้นการเข้าถึง (Block) การใช้กฎหมาย มาตรา44 และม.112 รวมไปถึง ม.116

ทั้งนี้จาการวิจัย อาจารย์ทศพล เผยว่า รัฐมีการใช้สายลับ อาทิ การให้เจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปในกรุ๊ปในเฟซบุ๊กเพื่อจับตาผู้ใช้ การใช้เครือข่ายประชาชนช่วยเฝ้าระวัง เช่น โครงการลูกเสือไซเบอร์ โครงการร้านเน็ตใสสะอาด และมีการให้รางวัลผู้ที่พบเห็นการโพสต์เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย

การที่รัฐพยายามขโมยข้อมูลที่สามารถบ่งชี้ตัวบุคคล เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน การกระทำดังกล่าวกระทำโดยมีหมายศาลหรือไม่ ถ้ากระทำก่อนแล้วค่อยขอหมายศาลก็เป็นการกระทำที่มีปัญหา แต่ถ้าศาลอนุญาต ก็มีคำถามต่อมาว่า ศาลใดเป็นผู้อนุญาต แล้วทำไมถึงอนุญาตให้กระทำการเช่นนั้นได้ ซึ่งวิธีการแบบนี้ เรียกว่า การก่อการร้ายโดยรัฐ (state terrorism)

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

สิ่งที่พวกเรากำลังทำกันอยู่ทุกวันนี้ คือการหยุดยั้งการก่อการร้ายโดยรัฐ นั้นเอง......เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนร่วมชาติทุกคน

.........

http://www.thairath.co.th/content/529744

มัลลิกา ขอบคุณ บิ๊กตู่ สั่ง ทบทวน 'ซิงเกิลเกตเวย์

'     * แอบอ้าง แต่เป็นแนวร่วมหลอกประชาชนว่ายังไม่ได้ทำ และเลียเผด็จการ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ต.ค. 2558 18:55

EyWwB5WU57MYnKOuXqzC5QpQARoNPIEzKZshyw101AJcwIcIRcSbvK.jpg

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ขอบคุณ 'ประยุทธ์' สั่ง ทบทวนโครงการ 'ซิงเกิลเกตเวย์' หนุน รัฐตรวจสอบผลงานรัฐบาลดิจิตอล กระทรวงไอซีที จ่อ มอบข้อมูลเว็ปไซต์ ผิด พ.ร.บ.คอมฯ-ม.112 ให้ ตร. เร่งเอาผิด

วันที่ 3 ต.ค. 58 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะ อดีตที่ปรึกษา รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) กล่าวว่า ต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้าคสช. ที่จะทบทวนโครงการซิงเกิลเกตเวย์ โดยให้ไปหาวิธีและศึกษาแนวทางการแก้ไข ทั้งป้องกันและปราบปรามการทำความผิดบนอินเทอร์เน็ต และขอสนับสนุนรัฐบาลให้ดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิตอลมากกว่า เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจ และโครงการดิจิตอลฮับของไทย

ส่วนกรณี การสกัดกั้นเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ ม.112 และเว็ปไซต์ที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กระทรวงไอซีที ก็ไม่ได้รายงานความคืบหน้าใดต่อสังคม แต่ชมรมนักรบไซเบอร์ ที่ตนเป็นประธานชมรม* กลับพบการทำผิดกฎหมายในอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นมีร่วม 300 ลิงก์ พร้อมจะส่งมอบให้ ผบ.ตร. และ รมว.ไอซีที เพื่อนำไปปิดและสกัดการเผยแพร่ต่อไป

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอเสนอให้ นายกฯ ตรวจสอบโครงการต่างๆ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จากสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือเรียกโดยย่อว่า สรอ. เป็นองค์การมหาชนของประเทศไทย, โครงการเศรษฐกิจดิจิตอล สำนักงานเศรษฐกิจดิจิตอล, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ที่ต้องควบคุมสนับสนุนการทำธุรกรรมทางการเงิน, การออกกฎหมายข้อบังคับ เพื่อแก้ไขการป้องกันการทุจริตทางคอมพิวเตอร์เพื่อโลกดิจิตอล และหนุนการค้าขายออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) ทั้งหมดภายใต้การกำกับดูแลของรมว.ไอซีที ว่ามีผลงานคืบหน้าถึงไหน จากงบประมาณที่ถูกจัดสรรลงไป เพราะประชาชนไม่ทราบความคืบหน้าใดๆ

Last edited by linc49 (December 29, 2015 12:08 PM)

Offline

#514 December 29, 2015 12:07 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=cb92532939ccb89a3fac83bc56e146bc&oe=570E227Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
27 ธันวาคม เวลา 11:47 น. ·
#OpSingleGateway 1 ใน Operation ของ Anonymous


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

Get to know ‘Anonymous’ and its noteworthy campaigns
by Ces Dimalanta
December 27, 2015

Anonymous-hacktivist-group.jpg

Operation SingleGateway or #OpSingleGateway was also launched in protest of the Thai government’s Internet censorship plans that aim to channel all Internet connections through a single state-sponsored gateway.

http://www.mb.com.ph/get-to-know-anonym … BV8Ckq2.99

Get to know ‘Anonymous’ and its noteworthy campaigns
by Ces Dimalanta
December 27, 2015

International hacktivist group “Anonymous” – a collective recognized for organizing cyber attacks against injustice worldwide –  is conducting ongoing campaigns in addition to the famous operations covered by the media such as the anti-ISIS movement and the recent Donald Trump warning.

Read more at http://www.mb.com.ph/get-to-know-anonym … mJuiUiy.99

..........

10930881_430218790521127_6882917768857119641_n.jpg?oh=8ddcc63bec3e075c851a5f90d6433e24&oe=571DFF41

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=cb92532939ccb89a3fac83bc56e146bc&oe=570E227Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
24 ตุลาคม ·
แถลงการณ์ฉบับที่๒ (เวอร์ชั่นภาษาไทย)

ถึงประชาชนทั่วโลก พวกเราคือ anonymous

พวกเราได้จับตามองสถานการณในประเทศไทยมาโดยตลอด และเห็นได้ว่ามีแต่คำว่าแย่ลงและแย่ลงมากตั้งแต่การเกิด รัฐประหาร ในปี 2014

รัฐบาลทหารได้อ้างว่าเข้ามาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ส่งเสริมประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง แต่แท้จริงแล้ว คือระบอบเผด็จการทหารดีๆนี่เอง

เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ ประชาชนต้องลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจเถื่อนที่คอยกดขี่ ร่วมกันยืนหยัดเพื่อเสรีภาพ อิสระภาพที่พวกคุณสมควรได้รับ พวกเราจะสนับสนุนและยืนเคียงข้างพวกคุณ

การเคอร์ฟิวและเซ็นเซอร์ข้%YW8มูลข่าวสาร ของประเทศจะต้องถูกต่อต้านโดยประชาชน

ประชาชนทั้งหลายต้องรวมตัวกัน ประท้วงและต่อสู้กับรัฐบาลของพวกเขา

ประชาชนจะต้องเป็นนักรบ เป็นนักสู้ ในชีวิตประจำวันของพวกเขา

รัฐบาลจะต้องล้มและพังทลายลง และประชาชนจะต้องลุกขึ้นมาแทน

เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน เพื่อประชาชน

คุณกักขังพวกเราได้ แต่คุณไม่สามารถพรากความคิดไปจากพวกเราได้

We are anonymous.
We are Legion.
United as ONE.
Divided by zero.
We do not forgive Censorship.
We do not forget Oppression.
Expect us.

Anonymous

......................

แปลโดย กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway

Last edited by linc49 (December 29, 2015 12:10 PM)

Offline

#515 December 29, 2015 12:56 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ประชาชนไม่ใช่ทาสของเผด็จการ ประเทศนี้เป็นของประชาชน ทหารไม่ใช่นายทาสของประชาชน พวกทหารนั้นรับใช้ใคร แต่ทำไมใช้เงินจากภาษีประชาชน

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/2 … ay-30.html

วันอังคาร, ธันวาคม 29, 2558
หยุดดัดจริตประเทศไทย :

งบกระทรวงกลาโหมพุ่งสูง 260% ในเวลา 10ปี แต่จ้องให้ประชาชนร่วมจ่าย co-pay โครงการ '30บาท' แปลว่าอะไร?!?

10440630_922405024522914_3429341687207753303_n.jpg

แม้วมันก็คงคาดไม่ถึงที่ปี 2548 งบกระทรวงกลาโหม ประมาณ 81,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน รัฐบาลทหาร คสช.ตั้งงบกระทรวงกลาโหม ปี 2559 พุ่งทะยานถึง 207,719 ล้านบาท

กล่าวคือ งบกระทรวงกลาโหมพุ่งสูงถึง 2.6 เท่า หรือ 260 %
ในเวลาแค่ 10 กว่าปี !! และเพียงแค่ปีเดียวงบพุ่งสูงถึง 8 %

(https://www.facebook.com/stopfakethailand/photos/pb.413982712031817.-2207520000.1451283913./920902174673199/?type=3&theater )

หากพุ่งสูงขึ้นด้วยความเร่งนี้อีก 10 ปีข้างหน้า
งบกระทรวงกลาโหมอาจทะยานไปถึง 550,000 ล้านบาท!!

=================

พอมีคนมาบอกว่า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นภาระทางการคลัง

ในขณะที่งบกระทรวงกลาโหมเพิ่มจากปีที่แล้ว 15,000 ล้านบาท
ปีเดียว 8 % ผมก็ไม่รู้ว่าเค้ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรกันอบู่

เอาไปสร้างหอประชุมใหม่? สร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า? ซื้อเรือดำน้ำ?แต่งตั้งนายพลใหม่? เอาไปถลุงกับ พรบ.กำลังพลสำรอง?
หรือจะเอาไปทุจริตอุทยานราชภักดิ์แบบที่ผ่านๆมาหรือ?

ตัวกองทัพไทย คือ ภาระของประเทศ
ไม่ใช่ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำใช้บัตรทอง เข้าใจให้ตรงกันด้วย

ตัดลดงบกระทรวงกลาโหม เป็นตัวเลือกที่น่าทำเป็นอย่างแรก
ไม่ใช่ให้ประชาชนมา Co-Pay ทำลายหลักประกันสุขภาพ!

==================

ประเทศไทยเราใช้เงิน 1.4 แสนล้านบาทในการประกันสุขภาพ คนไทย48 ล้านคน ประเทศเรามีเงินมากพอแน่นอนโดยไม่เป็นภาระกับทางการคลัง

แต่ก็มีหมอดีๆที่ตั้งใจทำงาน ที่มีปัญหาเรื่องงานที่ล้นมือทำงานกัน OVERLOAD และปัญหาเรื่องอื่นๆสารพัด

ปัญหาพวกนี้น่าจะมาจาก
"การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอหรือกฏระเบียบบางประการของกระทรวงหรือเปล่า? มาจากการบริหารโรงพยาบาลที่เน้นกำไรมากไปหรือเปล่า? "

เราต้องดูการบริหารโรงพยาบาลด้วย ไม่ใช่โรงพยาบาลใหญ่โต
มีเตียงหลายร้อยเตียง กลางค่ำกลางคืน กลับมีหมออยู่เวร 2 คน

แต่คนไข้ cardiac arrest พร้อมกัน 5-6 คน กลับตามคนมาช่วยไม่ได้ บางรพ.ใช้แรงงานหนักเกินไป แล้วไม่จ่ายตังส์ หมอศัลยแพทย์ลาออกกันหมด แบบนี้บ้างอะไรบ้าง

การบริหารโรงพยาบาลที่ต้องการบัญชีกำไรตัวเขียวมากเกินไป ก็สร้างความเครียดให้กับหมอ พยาบาล และบุคคลากรทางการแพทย์หรือไม่? กลับไปคิดดูกันนะ

ปัญหามันอยู่ที่เงินไม่พอ หรือการจัดสรรงบมันไม่ดี?

ที่แน่ๆไม่ใช่ปัญหาจากประชาชนผู้จ่ายภาษี
หรือคนป่วยไข้จนต้องมาอาศัยบัตรทองแน่นอน

===================

ส่วนเรื่องวัคซีน กับโรคระบาด เป็นเรื่องถัดไป
ข้อมูลอ้างอิงเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี

http://www.senate.go.th/w…/senate/pictu … 25/3.1.pdf

หยุดดัดจริตประเทศไทย

...

1935447_920902174673199_4571897128346995770_n.jpg?oh=32c7ee52dd6f519296f2bcc60d772d8e&oe=570F487C

1 ปี งบพุ่ง 8 %

.........

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=7e20f4289024507dfdd4cb67f7884176&oe=57013FD0Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 27 ธันวาคม ·

735124_969634343129346_6019449467321355135_n.jpg?oh=a4d96a2e9ae93ef3ebb9a6d3e2a3c835&oe=571C9F3B

ยิ่งกว่า "ช้อปช่วยชาติ" ประวิตรชี้นายกไม่ได้กำชับกองทัพใช้เงินให้ระมัดระวัง เพราะกองทัพโปร่งใสมีขั้นตอนจัดซื้อ อันนี้ "ช้อปชาติชั่ว"กินหัวคิวกระจาย http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/680088

............

http://www.manager.co.th/South/ViewNews … 0000135333

“ประวิตร” คุยทุ่มงบ 2 หมื่นล้าน ขยายทุ่งยางแดงโมเดลทั่ว จชต. โวปี 58 สันติสุขเกิดแน่

24 พฤศจิกายน 2557

Image.aspx?ID=3380583

นราธิวาส - รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ประกาศทุ่มเงินงบประมาณจำนวนกว่า 2 หมื่นล้านบาท สร้างทุ่งยางแดงโมเดลให้ครอบคลุมพื้นที่ 37 อำเภอ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โวสันติสุขจะเกิดในปี 2558 นี้
       
       วันนี้ (24 พ.ย.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ได้เดินทางมายังศาลาอุปการประชากร เทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยม และรับฟังบรรยายสรุปการขยายผลทุ่งยางแดงโมเดล ของศูนย์ปฏิบัติการ อ.รือเสาะ

Image.aspx?ID=3380585

โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน เข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็น เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการการตำรวจ หัวหน้าหน่วยทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวนกว่า 80 คน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย เช่น นายวรเชษฐ์ พรหมโอภาษ นายอำเภอรือเสาะ นายกอเซ็ง แซมะซู กำนันตำบลสุวารี อ.รือเสาะ ได้รายงานความคืบหน้าโดยการตั้งทุ่งยางแดงโมเดล ในพื้นที่บ้านบือเร็งใต้ ม.4 ต.สุวารี ซึ่งต่อจาก อ.เจาะไอร้อง ซึ่งถือว่าเป็นแห่งที่ 2 ของ จ.นราธิวาส เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยกำลังภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและรักษาหมู่บ้าน รวมถึงสถานที่ราชการเป็นไปด้วยดี ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากขึ้น

Image.aspx?ID=3380582

   
       ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวในที่ประชุมว่า พอใจต่อโครงการทุ่งยางแดงโมเดล เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น ซึ่งในปี พ.ศ.2558 ตนจะทุ่มเงินจำนวนกว่า 2 หมื่นล้านบาท สร้างทุ่งยางแดงโมเดล ให้ครอบคลุมพื้นที่ 37 อำเภอ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางแม่ทัพภาค 4 ต้องดูแล และประสานการปฏิบัติไปตามลำดับชั้น เช่น ต้องประสานไปยังผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องประสานไปยังอำเภอ และอำเภอต้องประสานไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้าน
       
       นอกจากนี้ ในส่วนของการก่อสร้างถนน 37 สาย ซึ่งมีระยะทาง 164 ก.ม. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยงบประมาณ 826 ล้านบาทนั้น ก็ขอให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะนี่คือพื้นที่สาธารณูปโภคของประชาชน เมื่อมีความเจริญเข้าไป เชื่อว่าสิ่งเลวร้ายที่มีอยู่ในพื้นที่ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

Image.aspx?ID=3380584

ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมและชมชุด ชรบ.ทั้งชายและหญิง ใช้อาวุธปืนประจำกายในการยิงต่อสู้กับคนร้าย ท่ามกลางประชาชนจำนวนกว่า 3,000 คน ทุกคนล้วนชื่นชอบไม่น่าเชื่อว่า ชรบ.ในยุคทุ่งยางแดงโมเดล มีความสามารถเฉพาะตัวสูง และเชื่อว่าสามารถปกป้องหมู่บ้านได้
       
       และในช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และคณะ ได้เข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพื่อมอบนโยบาย และรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้


............ เวลาต่อมา ปี 2558   

ถ้า เหตุการณ์สงบ งบไม่มา

http://www.manager.co.th/South/ViewNews … 0000041770

บทเรียน 4 ศพ ณ ทุ่งยางแดงโมเดล “คำขอโทษ” ไม่มีค่าเท่านโยบาย “การเมืองนำการทหาร”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์         
10 เมษายน 2558

558000004330801.JPEG

โดย...ศูนย์ข่าวหาดใหญ่
       
       หลังจากที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุปะทะและวิสามัญ 4 ศพ และมีการจับผู้อยู่ในเหตุการณ์ 22 ราย ณ บ้านโต๊ะชูดต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ตั้งโต๊ะแถลงผลสอบเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมปาร์ควิวปัตตานี ซุ่มเสียงของบุคคลระดับบิ๊กที่ถือตัวแทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลที่ผู้บริหารบ้านเมืองด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งได้ตอบคำถามสื่อมวลชนในเรื่องนี้ทำนองว่า ให้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของสังคม ส่วนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นความผิดพลาดหรือไม่นั้น ยังดูเป็นไปแบบแบ่งรับแบ่งสู้ แต่โทนเสียงกลับมากมายไปด้วยความเชื่อมั่นในฝ่ายกองกำลังของรัฐ
       
       “เมื่อผลสอบสวนออกมาเป็นเช่นไรก็เป็นไปตามนั้น เชื่อว่าเจ้าหน้าที่พยายามทำดีที่สุดแล้ว และไม่ได้ตั้งใจให้เกิดความสูญเสีย ช่วงนั้นเป็นเวลากลางคืนอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ก็ต้องถือเป็นบทเรียน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อไป”
       
       
       พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า เป็นเรื่องรายละเอียดในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ต่อไปคงต้องตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตั้งใจให้เกิดสันติสุขขึ้น
       
       สำหรับการเยียวยาให้แก่ครอบครัวของผู้สูญเสียนั้น ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดูแลอยู่แล้ว โดยรัฐบาล และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ยืนยันในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ต่อไป
       
       “ในส่วนของทุ่งยางแดงโมเดลนั้น คงไม่ต้องปรับปรุงอะไร เพราะดีอยู่แล้วในการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม” พล.อ.ประวิตร ตอกย้ำ
       
       ทั้งนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มี จำนวน 13 คน ประกอบขึ้นจากทั้งผู้นำฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และตัวแทนจากภาคประชาชน ได้แถลงสรุปผลการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวต่อหน้า พล.ท.ปราการ ชลยุทธ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีพล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงค์ ผบก.ภจว.ปัตตานี นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีญาติ และครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงสื่อมวลชนไว้ดังนี้
       
       คณะกรรมการได้พิจารณาถ้อยคำและหลักฐานจากฝ่ายต่างๆ แล้ว ฟังความได้ว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2558 ที่บ้านโต๊ะชูด ก่อนเกิดเหตุครั้งนี้ได้มีคน 3 กลุ่มไปที่บ้านที่กำลังก่อสร้างที่เป็นจุดเกิดเหตุ ได้แก่ กลุ่มคนงานก่อสร้างบ้าน กลุ่มที่เข้าเจรจาค่าเสียหายเรื่องรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ และกลุ่มคนที่เข้าไปมั่วสุมเสพน้ำต้มใบกระท่อม เวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีกองกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษช่วยส่วนรวม (นปพ.ช่วยส่วนรวม) เข้าปิดล้อมตรวจค้น และควบคุมบุคคลทั้ง 3 กลุ่มได้ 22 คน โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกโดยสงสัยว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
       
       ขณะปิดล้อมตรวจค้นได้มีกลุ่มคนในที่เกิดเหตุ 5 คน วิ่งหลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ไปด้านหลังของบ้านที่กำลังก่อสร้าง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนโอบล้อมไล่ติดตาม และได้มีการใช้อาวุธปืนฆ่ากันตายที่บริเวณสวนยางพารา ห่างจากบ้านที่กำลังก่อสร้างที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ประกอบด้วย นายคอลิด สาเม็ง นายมะดารี แมเราะ นายซัดดำ วานุ และนายซูไฮมี เซ็นและ
       
       โดยได้ตรวจพบอาวุธปืน และวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการตกอยู่บริเวณศพผู้ตายทั้ง 4 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่ากระทำวิสามัญฆาตกรรมผู้ตายทั้ง 4 คน คณะกรรมการมีความเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความต่อเนื่องที่สามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงที่ 1 การปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่บริเวณบ้านที่กำลังก่อสร้าง และช่วงที่ 2 เหตุการณ์วิสามัญบริเวณสวนยางพาราห่างจากจุดแรกประมาณ 300 เมตร
       
       ต่อประเด็นที่ว่าผู้ตายทั้ง 4 คน เป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมขบวนการก่อการร้ายหรือไม่ คณะกรรมการได้ตรวจสอบจากพยานหลักฐานทั้งคำให้การยืนยันของผู้นำชุมชน อาจารย์มหาวิทยาลัยฟาฏอนี รวมทั้งตรวจสอบด้านการข่าว พบว่า ไม่ปรากฏว่า ผู้ตายทั้ง 4 คนมีพฤติกรรมเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง หรือเป็นแนวร่วมมาก่อน จะมีเพียงผู้ตายบางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง และเคยถูกจับกุมคดียาเสพติดเสพน้ำกระท่อม
       
       มีข้อเท็จจริงจากพยานบุคคลยืนยันว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุถึงแก่ความตาย และขณะวิ่งหลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คน ครอบครองอาวุธปืนแต่อย่างใด และผลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนที่พบใกล้ศพผู้ตายก็ไม่ปรากฏประวัติการก่อเหตุรุนแรงในคดีอื่น ในชั้นนี้กรรมการมีความเห็นว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คนไม่ใช่ผู้ก่อเหตุรุนแรง และไม่ใช่แนวร่วมกลุ่มก่อเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

558000004330802.JPEG

นายแวดือราแม ที่เป็น 1 ในคณะกรรมการตรวจสอบชุดนี้ด้วย กล่าวว่า จากการประมวลและวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กรรมการมีความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเยียวยา รวมถึงมาตรการในการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนในลักษณะเดียวกันนี้อีก รวมทั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน สร้างความสมานฉันท์ และนำไปสู่การร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้เกิดความสันติสุข ได้แก่
       
       ประการแรก เนื่องจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย และเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการกระทำต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และหากมีความจำเป็นต้องคุ้มครองพยานในคดีนี้ ผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญต่อการดำเนินการให้ความคุ้มครองพยานดังกล่าว
       
       ประการที่สอง กรณีที่เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย จำนวน 4 คน เนื่องจากเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้บริสุทธิ์ และเป็นเหตุสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเข้าองค์ประกอบการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบอับเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2555 จึงเห็นสมควรเสนอให้มีการเยียวยาตามระเบียบดังกล่าวโดยเร็ว
       
       และประการสุดท้าย เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ดังนี้ 1.ต้องมีการปรับปรุงระบบงานข่าวกรองให้มีความแม่นยำ รวมทั้งการเข้าปิดล้อมตรวจค้น ควรประสานผู้นำในพื้นที่เข้าร่วมด้วยทุกครั้ง 2.ในการปฏิบัติการควรมีกลไกในการควบคุม และบังคับบัญชาในลักษณะกองบัญชาการร่วมระหว่างผู้บัญชาการเหตุการณ์ กับผู้บังคับบัญชาในระดับเหนือขึ้นไป เพื่อให้มีการตัดสินในร่วมกันในการปฏิบัติก่อน ระหว่าง และหลังปฏิบัติการอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ เมื่อปฏิบัติการเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องมีการทบทวน และสรุปบทเรียนทุกครั้ง
       
       3.กรณีเกิดเหตุส่งผลกระทบต่อประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยให้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงของหน่วยปฏิบัติโดยเร็ว หากพบว่ามีการปฏิบัติผิดพลาดในสาระสำคัญ ต้องดำเนินการทางการบริหาร และทางอาญาด้วยทุกกรณี 4.รายงานการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง ควรเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างเปิดเผย ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสในการทำงาน และการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐ 5.ในการปฏิบัติการทางยุทธวิธีของหน่วยกำลัง ควรคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อแนวทางการเมืองนำการทหาร และการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการสันติภาพที่มุ่งแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี
       
       นายวีรพงศ์ ให้ความเห็นว่า คณะกรรมการได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงที่รอบด้าน ทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ รวบรวมหลักฐานเอกสารจากทุกหน่วยงาน พร้อมทั้งวิเคราะห์ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ผู้ตายทั้ง 4 คนเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมหรือไม่ 2.การริเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ถูกต้อง และสมเหตุผลหรือไม่ 3.การวิสามัญฆาตกรรมครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และอาวุธปืนรวมทั้งวัตถุระเบิดของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่ ซึ่งก็มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ดังกล่าว
       
       พล.ต.ต.กฤษกรกล่าวถึงคดีความว่า เนื่องจากเป็นคดีสำคัญและประชาชนให้ความสนใจ จึงมีตั้งกรรมการสอบชุดหนึ่งเพื่อคลี่คลายคดี หลังเกิดเหตุก็ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ และสอบปากคำไปกว่า 20 ปาก และได้เรียกผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นแล้ว หลังจากนี้ก็จะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ทุกอย่างให้จบที่ศาล โดยรายชื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวข้องต่อการใช้อาวุธในวันเกิดเหตุเบื้องต้นมี 7 ราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้
       
       ขณะที่ พล.ท.ปราการ ให้ความเห็นว่า ทุกฝ่ายมีจุดมุ่งหมายที่จะแสวงหาสันติสุขโดยสันติวิธี วันนี้เกิดวิกฤตพวกเราต้องช่วยกันก้าวข้ามปัญหาให้ได้ และพร้อมน้อมรับข้อวิจารณ์ ข้อเสนอแนะของคระกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลดีต่อพื้นที่ต่อไป
       
       ส่วนการดำเนินการทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ที่ได้ร่วมการกระทำดังกล่าว พล.ท.ปราการกล่าวว่า ถือเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพราะการปฏิบัติหน้าที่ต้องใช้ความคิด ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ใช้แต่กำลัง
       
       แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวด้วยว่า ความรุนแรงเกิดจาก 2 ส่วนคือ เกิดจากผู้ก่อเหตุรุนแรง และเกิดจากผู้ถืออาวุธที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ความหวาดระแวง ความหวาดกลัว จึงขอความเป็นธรรมด้วย และให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม
       
       “ต้องขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่สามารถนำไปสู่แนวทางที่ผมได้ให้นโยบายไว้ ขออภัยต่อพี่น้องประชาชน ขออภัยต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ผมน้อมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และจะไปแก้ไข ขอให้ทุกฝ่ายก้าวข้ามวิกฤต จับมือกันเชื่อและมั่นใจกัน”
       
       อย่างไรก็ตาม แม้เวลานี้จะมีคำกล่าวขอโทษ และการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบจากตัวแทนฝ่ายรัฐ มีคำสั่งการให้นำดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเริ่มต้นขึ้นของกระบวนการเยียวยาแล้วก็ตาม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า แผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังจะเดินหน้าเข้าสู่สันติสุข ไฟใต้ระลอกใหม่ที่คุกรุ่นมานานเกิน 10 ปีจะถูกทำให้มอดดับในเร็ววันนี้เสียเมื่อไหร่
       
       ทว่า เหตุการณ์อันอุบัติขึ้น ณ แผ่นดิน “ทุ่งยางแดงโมเดล” จนเป็นข่าวครึกโครมต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ กลับมีทีท่าว่าจะทำให้ฝ่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ยืนตรงข้ามรัฐ ได้มีโอกาสฉวยเอาไปใช้เป็นเครื่องมือปลุกระดม และสร้างเงื่อนไขก่อการร้ายได้อีกนานทีเดียว
       
       กรณี 4 ศพ ณ ทุ่งยางแดงโมเดลครานี้แทบไม่ต่างจากเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันทั้งที่เคยเป็นข่าวครึกโครม และไม่เป็นข่าว เช่น กรณีทหารพรานยิงชาวบ้าน 4 ศพ และบาดเจ็บ5 คน ที่ ม.1 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อ 29 ม.ค.2555 กรณีนายยะผา กาเซ็ง อิหม่ามประจำมัสยิดหมู่บ้านกอตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 39 และตำรวจสภ.รือเสาะ ปิดล้อมตรวจค้นแล้วควบคุมตัวเมื่อ 19 มี.ค.2551 แต่ต่อมาถูกซ้อมและทรมานจนเสียชีวิตในเช้าวันที่ 21 มี.ค.หรือกรณีเด็ก 12 ปี เสียชีวิตริมถนนขณะที่เจ้าหน้าที่ปะทะกลุ่มก่อการ แต่แล้วกลับมีการจัดฉากยัดปืนสั้นใส่มือศพเด็ก อีกทั้งกรณีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านแล้วแตะสกัดเด็กซิ่งล้มหัวฟาดพื้นเสียชีวิตที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เป็นต้น
       
       นับตั้งแต่ไฟใต้ระลอกใหม่โชนเปลวในปี 2547 ฝ่ายทหารถูกดึงให้เข้าไปเป็นกำลังหลักในการดูแล และแก้ไขสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งในห้วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ความพยายามของกองทัพในการคืบคลานเข้าควบคุมอำนาจบริหารจัดการแผ่นดินไฟใต้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ประสบผล ซึ่งอาจด้วยรัฐบาลพลเรือนอ่อนแอ และเกิดความขัดแย้งวุ่นวายทางการเมืองอย่างหนัก แถมภายหลังเกิดการยึดอำนาจโดยคณะนายทหาร จากนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” เวลานี้จึงพลิกผันกลับหัวกลับหางกลายเป็นนโยบาย “การทำหารนำการเมือง” โดยปริยาย
       
       จึงไม่แปลที่วันนี้กองทัพภาคที่ 4 ในนาม กอ.รมน.ภาค 4 สน. จึงคือองค์กรในการบริหารจัดการอำนาจรัฐบนแผ่นแผ่นดินปลายด้ามขวานทอง ซึ่งเข้ามาแทนที่ ศอ.บต.ที่เคยแสดงบทบาทนี้มาก่อน หนำซ้ำในปี 2535 ก็ยังมี พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่มักเรียกกันว่า พ.ร.บ.ศอ.บต.ถูกทำคลอดออกมารับรอง แต่เวลานี้กับถูกยึดอำนาจเหล่านั้นไปไว้ที่ฝ่ายทหารแล้ว พร้อมๆ กับงบประมาณหลักๆ เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนใต้ ที่เคยส่งผ่านมือหน่วยงานพลเรือน ก็ถูกถ่ายเทไปไว้ที่หน่วยงานทหารด้วยเช่นกัน อย่างงบประมาณปีนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้ไปกว่า 7 พันล้าน ขณะที่ ศอ.บต.ได้รับเพียงประมาณ 2 พันล้าน และ ศชต.ของฝ่ายตำรวจ ได้ประมาณ 1.6 พันล้าน
       
       หลายปีมานี้เคยมีเสียงสะท้อนดังลั่นจนเหล่าปัญญาชน นักการเมือง นักเคลื่อนไหว ผู้นำศาสนา รวมทั้งภาคประชาสังคม โดยเฉพาะจากคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องขอให้ผู้กุมบังเหียนอำนาจรัฐปรับเปลี่ยนจากที่มุงเน้นนโยบายการทหารนำการเมือง ให้กลับสู่นโยบายการเมืองนำการทหาร เพียงแต่ว่าในวันนี้เสียงดังกล่าวอาจแผ่นเบาลงตามสถานการณ์ที่คนของกองทัพขึ้นกุมอำนาจรัฐ
       
       บทเรียน 4 ศพ ณ ทุ่งยางแดงโมเดล ซึ่งเพิ่งเป็นเหตุการณ์เชิงประจักษ์ที่สังคมรับรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เชื่อกันว่าความเคลื่อนไหวที่ต้องการจะเห็นการปรับเปลี่ยนนโยบายแก้วิกฤตไฟใต้จากการทหารนำการเมือง ให้ไปสู่นโยบายการเมืองนำการทหารนั้น คงต้องมีระลอกคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นแน่ แต่ว่าแหล่งกำเนิดเสียงอาจจะกดทับไม่ให้ดังจนทั่วทั้งสังคมได้ยินเท่านั้น

A02(2)(1).jpg*

Last edited by linc49 (December 29, 2015 1:05 PM)

Offline

#516 December 30, 2015 12:27 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

1374938_845052708871207_8510774192047759544_n.jpg?oh=fd9b1b52213d08b2d9f03b032bda5325&oe=57104DF3พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen
ถูกใจเพจนี้ · 9 ธันวาคม · มีการแก้ไข ·

ขอต้อนรับ Star War Episode 7 ในเมืองไทย

12346297_987240314652445_8775957689299903641_n.jpg?oh=36b49b2cfa4d40995fcad3ae4ec06646&oe=571DF63B

..........

http://prachatai.org/journal/2015/12/63237?ref=tweet

'พลเมืองโต้กลับ' ตั้งฉายาบุคคลทางการเมืองแทนสื่อ สะท้อนการเมืองใต้ระบอบรัฐประหาร

Wed, 2015-12-30 17:19

กลุ่มพลเมืองโต้กลับตั้งฉายาบุคคลทางการเมือง หลังสื่อทำเนียบงดตั้งฉายารัฐบาลต่อเนื่องเป็นปีที่สองเนื่องจากเป็นรัฐบาลที่มาจากวิธีพิเศษ

23435315103_48bfb3768a.jpg

30 ธ.ค. 2558 กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ตั้งฉายา 10 บุคคลการเมืองแห่งปี 2558 โดยเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กของกลุ่ม พร้อมระบุว่า พลเมืองโต้กลับเห็นว่าข้ออ้างของสื่อมวลชนในการงดตั้งฉายารัฐบาลนั้นเป็นการละเลยการทำหน้าที่สะท้อนภาพลักษณ์ของรัฐบาลคณะรัฐประหาร ขณะที่้การให้เหตุผลว่าเพราะเป็น "รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร และอยู่ในสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติ" เพราะกลัวว่าจะ "ถูกนำไปใช้ขยายความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่ในสังคมไทย หรือถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มบุคคล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด" ก็เป็นการให้เหตุผลที่ผิดฝาผิดตัว เพราะสื่อมวลชนต้องทำหน้าที่แทนประชาชนในการสะท้อนสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าไม่ชอบมาพากล ให้สังคมร่วมตรวจสอบ และยิ่งเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ที่กลไกต่างๆ ถูกปิดกั้นก็ยิ่งเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนต้องทำหน้าที่ตัวเองออกมาให้สุดความสามารถ ซึ่งการตั้งฉายารัฐบาลนั้นก็เป็นรูปแบบหนึ่ง

"แต่เมื่อสื่อมวลชนไม่ทำหน้าที่ เรา พลเมืองโต้กลับ จึงขอทำหน้าที่ดังกล่าว ทั้งนี้ฉายาที่ตั้งให้ไม่เพียงแต่ฉายารัฐบาลเท่านั้น เพราะเราอยู่ในระบอบรัฐประหาร ฉายาที่ตั้งให้จึงครอบคลุมทั้งรัฐบาลคณะรัฐประหาร และผู้สนับสนุนอื่นๆ ด้วย" กลุ่มพลเมืองโต้กลับระบุ

ทั้งนี้ มีการตั้งฉายาให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา, พลเอก อุดมเดช สีตบุตร, พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา, ดอน ปรมัตถ์วินัย, บวรศักดิ์ อุวรรณโณ-มีชัย ฤชุพันธุ์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ตลอดจนสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมมอบให้วาทะ "โกงอย่างจงรัก หักหัวคิวอย่างภักดี" ของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (NDM) เป็นวาทะแห่งปี โดยระบุว่า ข้ออ้างสำคัญของรัฐประหาร 2557 คือการมาแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และการมีการล่วงละเมิดสถาบันฯ ตามมาตรา 112 แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นทหารเองที่ถูกตั้งคำถามเรื่องคอร์รัปชัน โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เผยแพร่ “รายงานดัชนีป้องกันคอร์รัปชั่นในกองทัพ (Government defence Anti – Corruption Index - GI) ปรากฏว่ากองทัพไทยอยู่ในระดับ E ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดคอร์รัปชัน (ต่ำสุดคือ G) ดังนั้น กรณีเกิดการตั้งข้อสังเกตเรื่องคอร์รัปชันในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์และมีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากโดน มาตรา 112 เล่นงานจึงสะท้อนให้เห็นว่าข้ออ้างต่างๆ ของการรัฐประหารนั้นไร้สาระเพียงใด วาทะ "โกงอย่างจงรัก หักหัวคิวอย่างภักดี " โดยขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จึงสะท้อนการเมืองภายใต้ระบอบรัฐประหารได้ชัดเจน

............

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/2558.html

วันพุธ, ธันวาคม 30, 2558
เมื่อสื่อไม่จัด พลเมืองขอทำหน้าที่แทน - ฉายานักการเมืองปี 2558

10306743_997494650293678_1983492094872262261_n.jpg

ที่มา พลเมืองโต้กลับ

1.
ตลกหลวง ลวงโลก
............
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้แก้ใจดีว่าการรัฐประหาร นั้นไม่แก้ปัญหาและไม่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ดังที่เคยกล่าวไว้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2556 ว่า “รัฐประหารเป็นการแก้ปัญหาผิดทาง ปัญหาอื่นๆ จะเกิดอีก" แต่แล้วพล.อ.ประยุทธ์ กลืนน้ำลายตัวเอง มาเป็นหัวหน้ารัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ภายหลังจากร่วมมือสร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหารกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในนามกปปส. และบรรดาองค์กรอิสระต่าง ๆ ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงต้องอ้างคามชอบธรรมเดียวของตนคือการได้รับ พระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร และนายกรัฐมนตรี

แต่ก็ไม่ได้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาอารยะประเทศ สำหรับในเมืองไทยการใช้อำนาจในการข่มขู่ คุกคามคนที่เห็นต่างแล้วอ้างเอาความนิยมจอมปลอมผ่านโพลต่าง ๆ เป็นจุดขาย ดังจะเห็นผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติว่าได้รับความนิยมถึง 99.5 % แต่สำหรับสายตาชาวโลกแล้ว ความนิยมเช่นนี้มีเพียงประเทศเกาหลีเหนือเท่านั้นที่ทำได้และยังทำอยู่ในปัจจุบัน

2.
เปรม : สี่เสากระเด้าลม
...................

1491693_997494653627011_3894373861184744266_n.jpg

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นผู้สนับสนุนหลักในการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง ทั้งการนำคณะรัฐประหารเข้าเผ้าในหลวงในปี 2549 และการใช้สถานะประธานองคมนตรีมารับประกันสถานะของคณะรัฐบาคณะรัฐประหาร แต่กลายเป็นว่านานวันรัศมีของประธานองคมนตรีและบ้านสี่เสา ที่บรรดาชนชั้นนำมักตบเท้าเข้ามาอวยพรนั้นอับแสงลง พร้อม ๆ กับรัศมีของพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์อย่างพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เริ่มฉายแสดงดังจะเห็นจากการรับบทป๋าดันในวงการต่าง ๆ ดังนั้นฉายา สี่เสากระเด้าลม ของ พล.อ.เปรมจึงนับว่าเหมาะสม แต่ก็ใช่ว่าจะประมาท สมญานาม “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” คนนี้ ที่มักจะมีเซอร์ไฟซ์ในการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองอย่างยาวนาน

3.
ประวิตร : ป๋าดัน ตั๊นแห้ว
.......................

315754_997494683627008_1045607699469895547_n.jpg

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ บิ๊กป้อม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รมว. กลาโหม รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็น "พี่ใหญ่" ในกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ กลุ่มทหารที่ทำรัฐประหารต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 พลเอก ประวิตร เป็นผู้ที่มีคอนเนคชั่น กว้างขวาง ดังนั้นการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. ผบ.ตร. นายทหารระดับคุมกับกำลัง หน่วยงานราชการต่าง ๆ ล้วนเป็นเด็ก บิ๊กป้อม รวมทั้งล่าสุด พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ก็เป็นเด็กในคาถา บิ๊กป้อม จนกล่าวได้ว่าพลเอก ประวิตร ยึดเครือข่ายข้าราชการะดับสูงได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ทว่า จิตภัสร์ กฤดากร หรือ ตั๊น อดีตแกนนำกลุ่ม กปปส. ที่ใกล้ชิดกับพลเอกประวิตรจนเรียกว่า "ลุงป้อม" กลับไม่ประสบผลสำเร็จในการผลักดันรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแม้ในตำแหน่งรองสารวัตรประจำ กองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ก็ตาม

4.
เงียบๆ ฟาดเรียบนะคะ
.......................

10150602_997494690293674_7900772892800828618_n.jpg

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นพี่รองในกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ที่ส่วนสำคัญในการรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 ถึง 2557 ดังนั้นตำแหน่ง รมว มหาดไทย จึงเป็นการต่างตอบแทนที่เหมาะสม แม้จะไม่มีข่าวออกมาจากระทรวงมหาดไทยมากแต่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ยึดกุมอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงอย่างเบ็ดเสร็จ ภายใต้คำสั่งของคณะรัฐประหารในการยกเลิกการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับก็ยิ่งทำให้พลเอกอนุพงษ์ และคณะรัฐประหารสามารถสร้างเครือข่ายในการสืบทอดอำนาจไปได้อีก นอกจากนั้น พลเอกอนุพงษ์ ที่เป็น ผบ.ทบ. (ตุลาคม 2550 – กันยายน 2553) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ล้อมปราบ เมษา พฤษภา 2553 ซึ่งภารกิจหนึ่งของการรัฐประหารครั้งนี้คือการไม่เอาผิดทหารที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว จึงเท่ากับว่าพลเอกอนุพงษ์ คือผู้ได้รับผลประโยชน์จากการรัฐประหารครั้งนี้มากที่สุดคนหนึ่ง

5.
อุดมเดช : แก้มบุ๋มขยุ้มหัวคิว
.......................

1173799_997494736960336_4769569024859715419_n.jpg

พลเอก อุดมเดช สีตบุตร ผู้มีบทบาทสำคัญในหน่วยคุมกำลังตั้งแต่รัฐประหาร 2549 จนถึงรัฐประหาร 2557 เมื่อรัฐประหารสำเร็จ พลเอก อุดมเดชดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และเข้ารับตำแหน่ง รมช.กลาโหมในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อพล.เอ.ประยุทธ์ เกษียณ พลเอกอุดมเดช ก็ดำรงตำแหน่งผบ.ทบ. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ไม่ถึงเดือน พลเอก อุดมเดชก็ผลักดันโครงการอุทยานราชภักดิ์ เพื่อให้เสร็จในอายุราชการของตนคือเดือนกันยายน 2558 โดยที่มีนายทหารคนสนิทคือ พลตรี สุชาติ พรมใหม่ "เสธ.โต" ผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และ พ.อ. คชาชาต บุญดี “เสธ.โจ้” ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.ป.1 รอ.) ทั้งคู่ มีบทบาทสำคัญในการช่วย คสช. ดูแลความเคลื่อนไหวและควบคุมการชุมนุมด้านการเมือง เป็นผู้ดูแล จัดซื้อจัดจ้าง และรับบริจาค จนเมื่อปรากฎว่าราชภักดิ์แดงมีการทุจริตแทบทุกขั้นตอน และคนสนิท คือ พลตรี สุชาติ พรมใหม่ "เสธ.โต" และ พ.อ. คชาชาต บุญดี “เสธ.โจ้” ได้ถูกหมายจับคดี 112 และหลบหนีคดี ขณะที่พลเอก อุดมเดชยอมรับว่ามีการหักหัวคิวจริง แต่บริจาคกลับคืนมาแล้ว มาจนบัดนี้การคอรัปชั่นราชภักดิ์ ก็ยังคงอื้อฉาวและเขย่าบัลลังค์ คสช. อยู่จนปัจจุบัน

6.
(ล้อ) ต็อก จำอวด ลายพราง
..................

10438524_997494743627002_9163032804823240396_n.jpg

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม,, หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช. ผู้ที่พลาดหวังจากเก้าอี้ ผบ.ทบ. แต่ได้เก้าอีก รมว. ยุติธรรมปลอบใจ สำหรับการร่วมมือการรัฐประหาร แทนที่จะมีนโยบายอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้น พลเอกไพบูลย์ กลับใช้อำนาจในการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้น โดยเฉพาะการ ไล่ล่าคนที่ลี้ภัยทางการเมือง นอกจากนั้นเพื่อสร้างภาพการต่อต้านคอรัปชั่น พลเอกไพบูลย์ ทำเหมือนกับว่าเอาจริงกับการปราบคอรัปชั่นแต่ปรากฏว่า ไมมีทหารที่เกี่ยวข้อกับคอรัปชั่นแม้แต่รายเดียว และเมื่อต้องตรวจสอบคอรัปชั่นอทุยานราชภักดิ์ของทหาร เริ่มต้นด้วยท่าทีขึงขัง แต่จบลงด้วยการซูเอี๋ยกันเอง ว่าไม่มีการทุจริต ไม่ต่างอะไรกับการเล่นจำอวด เพื่อหลอกคนดู โดยเฉพาะคนที่เชียร๋รัฐประหารด้วยกันเอง

7.
ดอน ปรมัตถ์วินัย
แผ่นเสียงวัยทอง ตกร่องรัฐประหาร
...............

1935482_997494780293665_8008081807769776376_n.jpg

รัฐบาลรัฐประหารเป็นที่รังเกียจไม่ยอมรับของนานาอารยะประเทศดังเห็นจากการระงับความร่วมมือในหลายระดับจนกว่าประเทศไทยจะกลับเข้าสุ่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลรัฐประหารกลับไม่สำเหนียก ดังนั้น พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สูงสุด ผู้มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในการรัฐประหาร จึงเป็น รมว.ต่างประเทศคนแรก โดยที่ ดอน ปรมัตถ์วินัย เป็น รมช. ต่างประเทศ แต่เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสื่อมทรุดลงเรื่อย ๆ จึงมีการย้ายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็น รมว.ต่างประเทศแทนพลเอกธนะศักดิ์ บทบาทของดอน ไม่มีอะไรมากกว่าการทำหน้าที่แก้ต่างแทนคณะรัฐประหาร ทั้งเรื่องการเจรจาการค้าว่ายังคงเป็นไปตามปกติ รัฐบาลรัฐประหารไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ไม่ช่วยอะไร นอกจากเป็นแผ่นเสียงตกร่องที่ไม่มีใครฟัง

8.
บวรศักดิ์-มีชัย เนติบริกรลูกกรอก รธน.หลอกลวง
.................

1915206_997494793626997_4808095262692393120_n.jpg

ภายหลังรัฐประหาร 2557 บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายของคณะรัฐประหาร รัฐธรรมนูญที่บวรศักดิ์ แม้จะคุยโวว่าจะให้ "พลเมืองเป้นใหญ่" แต่เนื้อหาแล้ว ออกแบบมาเพื่อการสืบทอดอำนาจให้คณะรัฐประหารในรูปแบบต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนรัฐประหารยังรับไม่ได้ ทำให้ คณะรัฐประหารยอมที่จะ สั่งให้ สปช. โหวตล้มร่าง รธน. ตามมาด้วยการยุบ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญและสปช. เพื่อลดกระแส แต่ก็แทนที่ด้วย แนติบริการรุ่นใหญ่กว่าคือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เนื้อหาการร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ก็ไม่แตกต่างจากนายบวรศักดิ์ ในการต่อท่ออำนาจให้คณะรัฐประหาร ดังนั้นบทบาทของทั้ง บวรศักดิ์-มีชัย จึงเป็น เนติบริกรลูกกรอก รธน.หลอกลวง

9.

ขุนคลังเซิ่นเจิ้น
.................

922917_997494820293661_2910050524649825192_n.jpg

ภายหลังจากล้มเหลวกับ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คณะรัฐประหารก็เลือกใช้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเศรษฐกิจ แม้ว่าสมคิด จะเป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ "ระบอบทักษิณ" จนนาทีสุดท้ายก่อนรัฐประหาร 2549 ก็ตาม แต่สมคิดก็หาได้สำเหนียกไม่ว่าการมารับหน้าที่ดังกล่าวในระบอบรัฐประหารนั้นแตกต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลนานาอารยประเทศได้งดเจรจาการค้าด้วย เมื่อเข้ามาบริหารเศรษฐกิจ สมคิดก็อาศัยความเคยชินเดิมคือนโยบาย "ประชานิยม" ในสมัยทักษิณ เพียงแต่ว่าได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "ประชารัฐ" แต่การดำเนินนโยบาย "ประชารัฐ" กลับใช้กลไกราชการโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่รวมศูนย์และคอรัปชั่นสูง กลายเป็นว่านโยบายหลักของสมคิดคือการลอกเลียนนโยบายเก่ามา แถมลอกเลียนในคุณภาพที่ต่ำกว่าเดิม นี่ยังไ่ม่รวมผลงานอีปลักาณ์ล่าสุดที่ไปลงนามทำรถไฟฟ้าจากจีนด้วยราตาที่แพงและคุณภาพที่ต่ำกว่าโครงการของรัฐบาลที่แล้วด้วย

10.
ลุงกำนัน ปั่นสลิ่ม
.................

1150172_997494836960326_9052218205401487278_n.jpg

พลันที่สุเทพ เทือกสุบรรณ นักการเมืองรุ่นลายครามจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เต็มด้วยบาดแผลคอรัปชั่นตั้งแต่ สปก. 4-01 ทุจริตถมหรายสนามบินสุวรรณภูมิ มาจนถึงการสร้างโรงพักร้างทั่วประเทศ ฯลฯ ได้แยกร่างจากพรรคประชาธิปัตย์ ผันตัวเองมาเป็นผู้นำมวลชนในนาม กปปส. สุเทพได้อาศัยโวหารปลุกใจมวลชน เพื่อการต่อต้าน ร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรม ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะตกไป รัฐบาลยุบสภาแล้ว แต่สุเทพ ไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยังนำมวลชนมาล้มเลือกตั้ง โดยหวังจะเปิดทางให้เกิดรัฐประหาร แล้วตัวเองและพรรคพวกจะได้ประโยชน์ จนเมื่อเกิดรัฐประหารสมความตั้งใจ สุเทพกลับถูกเฉดหัวออกจากวงอำนาจจนต้องหนีไปบวช และหมดบทบาทลง แต่ทว่าผลพวงจากการปั่นผู้คนให้เห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร ก็ยังคงมีผลมาจนทุกวันนี้และเป็นฐานที่สำคัญในการสนับสนุนรัฐบาลรัฐประหารด้วยข้อแก้ดัวว่า "ถึงแม้รัฐบาลรัฐประหารจะคอรัปชั่นอย่างไร แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่ารัฐบาลขายชาติ"


วาทะแห่งปี "โกงอย่างจงรัก หักหัวคิวอย่างภักดี"
.................

1918805_997494876960322_6732163620671850062_n.jpg

ข้ออ้างสำคัญของรัฐประหาร 2557 คือการมาแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และการมีการล่วงละเมิดสถาบันฯ ตามมาตรา 112 ทั้งทางลับและเปิดเผย ดังนั้นคณะรัฐประหารจึงใช้องค์กรต่าง ๆ ที่ตนเองตั้งขึ้นมาในการพิพากษาและยัดข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน เช่นเดียวกับเรื่องมาตรา 112 ที่ใช้ศาลทหารในการกล่าวหาและตัดสิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับปรากฎว่า ทหารเองนั้นที่มีปัญหาคอรัปชั่น องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เผยแพร่ “รายงานดัชนีป้องกันคอร์รัปชั่นในกองทัพ (Government defence Anti – Corruption Index - GI) ปรากฎว่ากองทัพไทยในระดับ E ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดคอร์รัปชั่น (ต่ำสุดคือ G) ดังนั้นความอื้อฉาวกรณีอุทยานราชภักดิ์ที่มีการคอรัปชั่นทุกขั้นตอนและมีผู้ที่เกียวข้องจำนวนมากโดน มาตรา 112 เล่นงานจึงสะท้อนให้เห็นว่าข้ออ้างต่าง ๆ ของการรัฐประหารนั้นไร้สาระเพียงใด

ดังนั้นวาทะ "โกงอย่างจงรัก หักหัวคิวอย่างภักดี " โดยขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จึงสะท้อนการเมืองภายใต้ระบอบรัฐประหารได้ชัดเจน

Offline

#517 December 30, 2015 1:17 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

นักวิชาการออสซี่ วิเคราะห์"ไทย"ถอยหลังลงคลอง เพราะไม่จำกัดอำนาจ"กองทัพ"
photo.jpgjom voice


เผยแพร่เมื่อ 27 ธ.ค. 2015
ดอกเตอร์ Tyrell Haberkorn ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึ­กษา (ไทยศึกษา) มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia ตอนหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาการเมืองไทยที่ย้อน­ไปสู่การปกครองด้วยอำนาจเผด็จการอีกครั้งว­่า เพราะโครงสร้างอำนาจของไทย ไม่สามารถจำกัดอำนาจของกองทัพได้ ขณะเดียว กระบวนการยุติธรรมเองก็ไม่สามารถที่จะปกป้­องคุ้มครองประชาชนได้ ส่วนการเปลี่ยนผ่านรัชกาล และความไม่แน่นอนของสถาบันกษัตริย์ไทยนั้น­เป็นปัจจัยหนึ่งด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของวิกฤติทางการเมืองที่เ­กิดขึ้นอยู่ในประเทศไทยเวลานี้


image.jpg


เมื่อ"เสียงปืนดัง"พลังแห่งความ"ยุติธรรม"ก็หมดสิ้น.เรื่องน่าอัปยศของนักกฎหมายไทย
photo.jpgjom voice


เผยแพร่เมื่อ 14 ธ.ค. 2015
นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการกลุ่มนักฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษ­ยชน ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia เกี่ยวกับวิกฤตศรัทธาของประชาชนไทยและชาวโ­ลกที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยใน­เวลานี้ว่า เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่งที่นักกฎ­หมายกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจ มีบารมีเป็นที่ยอมรับยกย่องในวงการกฎหมายไ­ทย แต่กลับบังคับใช้กฎหมายที่ก่อให้เกิดความเ­สียหายกับประชาชน เพื่อปกป้องพรรคพวกกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเ­อง โดยที่ไม่มีใครออกมาปกป้องอุดมการณ์หลักขอ­งกฎหมายเลยคือ ความถูกต้อง - ความยุติธรรม แม้บ้านเมืองจะอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติแต่ห­ลักการสูงสุดของกฎหมายก็ยังจำเป็นที่จะต้อ­งดำรงและรักษาไว้ เหมือนอย่างที่อาจารย์นักกฎหมายหลายคนพูดว­่า เมื่อเสียงปืนดัง พลังของกฎหมายก็จะเริ่มหมดความหมายลงไป

army_varanus.png


"น้ำตาท่วมใจ"ชาวสวนยางภาคใต้ บทเรียน"ตาสว่าง"ถูกนักการเมือง"หลอกใช้
photo.jpgjom voice


เผยแพร่เมื่อ 16 ธ.ค. 2015
Thaivoicemedia ได้พูดคุยเสวนาผ่านทางสไกป์กับกลุ่มชาวสวน­ยางในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในอำเภอจุฬาภรณ์ และอำเภอชะอวด เกี่ยวกับปัญหาราคายางตกต่ำตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีการเคลื่อนไหวเรีย­กร้องเรื่องราคายางพาราอย่างรุนแรงในรัฐบา­ลที่ผ่านมา โดยสวนใหญ่สะท้อนความเดือดร้อนที่ตรงกันว่­า สองปีที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้ช่วยเหลือให­้ราคายาง เพิ่มขึ้นเลย และไม่มีมาตรการใด ๆ ช่วยเหลือด้วย การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวสวนยางที่ทำ­อยู่ตอนนี้ก็เป็นเพียงมือปืนรับจ้างมาเพื่­อสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาล แต่เกษตรกรที่แท้จริงยังต้องเผชิญกับความเ­ดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลพวงที่ คนใต้ถูกหลอกใช้จาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย ไปเข้าร่วมชุมนุมปิดกรุงเทพฯ จนทหารต้องออกมารัฐประหาร เป็นความโง่เขลาของคนใต้ที่คิดกันไม่ได้ แต่นับจากนี้ไปคนใต้เริ่มตาสว่าง และพยายามสร้างมวลชนให้ตื่นรู้เรื่องสิทธิ­ของพลเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย ที่ผ่านมา คนใต้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของประชาธิ­ปไตย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำหน้าที่พรรค­การเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่เล่นการเมืองแบบสกปรก และรับใช้เผด็จการมากกว่า
กลุ่มตัวแทนชาวสวนยาง ยังเรียกร้องให้ รัฐบาล คสช.เร่งคืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะอยู่ไปก็มีแต่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อ­น และเสียชีวิตกันมากขึ้น

Last edited by linc49 (December 30, 2015 1:23 PM)

Offline

#518 December 31, 2015 1:09 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/j … t-icc.html

วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 31, 2558
Jittra Cotchadet : น่าเสียดายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีความพยายามจะเอาผิดทหารและฆาตกรผ่านองค์กรสากล เช่นศาล ICC ให้ประยุทธนั่งลอยหน้าอยู่ข้างๆและพ่นวาทะกรรมสวยๆไม่แก้แค้น

1005550_227493807582651_154659409833282441_n.jpg

น่าเสียดายที่ตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีความพยายามจะเอาผิดทหารและฆาตกรผ่านองค์กรสากล เช่นศาล ICC แถมยกโทษให้ทหาร ให้ประยุทธนั่งลอยหน้าอยู่ข้างๆและพ่นวาทะกรรมสวยๆไม่แก้แค้น

10355797_10152702206212895_7568781259387621081_n.jpg?oh=60a35d0c8a1fb5c7dd576259eb2f205a&oe=5703B925Jittra Cotchadet




ooo

เก็บตกจากอินเตอร์เน็ต

โพสต์ความรู้สึกต่อ
"รอดแล้ว!...ปปช. "ตีตก" คดีมาร์ค-เทือก สั่งสลายการชุมนุม ปี 53"...
http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1451387022
ที่แชร์กันในอินเตอร์เน็ต
...

ช่วยหาภาพประชาชนที่ถือปืน
ยิงต่อสู้กับทหำเหล่านี้หน่อยครับ.?
========================
ผมเขียนแต่ข้อความที่เป็นจริงเท่านั้น?
หากความคิดของทะเหี้ยที่ไม่ใช่นิสัยของทหาร
ทหารที่ดีมีหน้าที่ปกป้องประชาชน
ส่วนทะเหี้ยหันปากกระบอกปืนเข้าใส่ประชาชน
==========================
ข้างล่างนี้ก๊อปปี้เขามาครับ
=========================

"เมื่อได้อ่านสำนวนจาก "คำแถ-ลง"...
ของ "ไอ้คณะลิเกผสมละครสัตว์ปกป้องชั่ว" มันแล้ว!...
*****
"กู" พูดได้คำเดียวว่า!...
"เมื่อ "พวกมึง" ยัง "เบื่ยงเบนและบิดเบี้ยวข้อเท็จจริง"...
ในการ "เลือกสังหารผู้บริสุทธิ์มือเปล่า" เป็นระยะๆ...
ด้วยการ "เลือกยิงเอาทีละศพสองศพ"...
มาเรื่อยๆ จนในที่สุด!...
มีคนตายสะสมรวมกัน "ในหลายกรรม-หลายวาระ"...
"กู" ขอย้ำว่า "หลายกรรม-หลายวาระ" ถึง 99 ศพ!...
โดยใช้ระยะเวลา...
ในการ "ล้อมปราบและสังหารประชาชน" ในครั้งนั้น...
นานกว่า 1 เดือน (ตั้งแต่ 10 เม.ย. - 19 พ.ค. 53)...
มิได้เป็นการ "ยิงปะทะกันแบบตะลุมบอนในคราวเดียวกัน"...
และทหารที่มาทำการ "ล้อมปราบประชาชน" ก็มากันเป็นกองทัพ...
มีจำนวนมากถึงกว่า 50,000 นาย มีอาวุธนานาชนิดพร้อม!...
แล้วไอ้ในสำนวนของ "คำแถ-ลง" ของ "มึง" ที่ว่า...
ในกลุ่มของผู้ชุมนุม มี "กองกำลังติดอาวุธ"...
"มึง" มีหลักฐานอะไร?...
กองกำลังที่ว่า...มีจำนวนมากแค่ไหน?...
แล้วมันเทียบกันได้หรือไม่?...
กับ "ทหาร" ที่ "มีอาวุธสงครามนับพันๆกระบอก!...
มีทั้งปืนกล, ปืนลูกซอง แถมจำนวน "กระสุนจริง!"...
ที่ใช้ยิงไป ในการ "เข้าล้อมปราบประชาชน" ในครั้งนี้...
มีจำนวนมากมายมหาศาล ถึงกว่า 120,000 นัด นั่น!...
ความจริงในเรื่องนี้ "มึง" จะอธิบายยังไง?...
ความจริงเหล่านี้!...
อยู่ตรงไหน? ใน "คำแถ-ลง" ของ "มึง" บ้างมิทราบ?...
มันเป็น "การปกป้องอันตราย" ของ "กองกำลังทหาร"...
ที่ "มีศักยภาพเหนือกว่าผู้มาชุมนุมในทุกๆด้าน"...
ตรงไหนมิทราบวะ?...
*****
ใน "ความเป็นจริง" นั้น!...
มันได้เป็นไปอย่างในสำนวน...
ที่"พวกมึง" ได้ "แถ-ลง" มานี่ ก็หาไม่เลยซัดนิด!...
*****
นี่แน่ะ!.
"ไอ้พวกลิ่วล้อฝุ่นใต้ส้นตีนอำมาตย์" ทั้งหลาย เอ๋ย...
ในเมื่อ "พวกมึง" บิดเบือนความจริง...
ได้อย่างอยุติธรรม ถึงขนาดนี้!...
*****
"กู" ก็จักขอบอก กับ "พวกมึง!" เอาไว้ตรงนี้เลยว่า!...
"พวกมึง" อย่าได้หวัง!...ว่า... "บ้านนี้เมืองนี้!...
มันจะเกิดความปรองดองของคนในชาติ" ขึ้นมาได้จริงๆ!!!"...
"มึงอย่าได้หวัง!!!...มึงอย่าได้หวัง!!!"...
*****
"รอดแล้ว!...ปปช. "ตีตก" คดีมาร์ค-เทือก สั่งสลายการชุมนุม ปี 53"...
http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1451387022
*****

1045084_227493907582641_878882425967388048_n.jpg


1914524_227493884249310_625991596847609346_n.jpg


1959656_227493920915973_196792170682756355_n.jpg


10173567_227493940915971_8517355834337346847_n.jpg


10401225_227493834249315_3076042671495187175_n.jpg

Offline

#519 December 31, 2015 1:20 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,083

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

พ่อมันเลือกมาไง  http://ifreethai.com/img/smilies/dog.gif

Offline

#520 December 31, 2015 1:53 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

จาก Jittra Cotchadet.... ยิ่งลักษณ์ไม่มีความพยายามจะเอาผิดทหารและฆาตกรผ่านองค์กรสากล เช่นศาล ICC ให้ประยุทธนั่งลอยหน้าอยู่ข้างๆและพ่นวาทะกรรมสวยๆไม่แก้แค้น

ขอเสริม......มันไม่ใช่การแก้แค้น แต่ประชาชนต้องการความยุติธรรม คนเป็นผู้นำไม่สามารถเลี่ยงหน้าที่ในการที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตยไปได้ มันจะปรองดองได้อย่างไรในเมื่อความยุติธรรมไม่มี ตลกคาเฟ่แบบ นปช ที่ไม่ขำ อีกแล้ว  และการกล่าวของยิ่งลักษณ์จึงเป็นการปัดพ้นความรับผิดชอบจากหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจมาจากประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แต่กลับปกป้องรักษาวัฒนธรรมการฆ่าหมู่ประชาชนโดยไม่รับผิดชอบใดๆแล้วลอยนวล นี่หรือ ยิ่งลักษณ์ ที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ดูเหมือนมีแต่วาทะกรรมหรูๆเอาไว้โฆษณาหลอกชาวบ้าน

ย้อนอดีต


13162656401316265670l.jpg
ตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณ อ.เมือง จ.อุทัยธานี 2554



942048_559282947449498_1638800398_n.jpg
คำปิดท้ายปาฐกถาพิเศษ
(ข้อสังเกตุ 1.ยกความสำคัญเรื่องครอบครัวตนขึ้นก่อน เรื่องครอบครัวสำคัญกว่าความตายของเสื้อแดง?   
                  2.เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกะลาโหม แต่ไม่สั่งการใดๆอันเป็นผลบังคับ ผบ.ทบ. ที่ไม่ทำหน้าที่ปกป้องรัฐบาล ให้ทำหน้าที่ก่อนถูกรัฐประหาร)   



1368108005-1368106879-o.jpg
29 เม.ย.2556 คำแปลปาฐกถาพิเศษ



aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzIzOS8xMTk2NTAxLzcuanBn.jpg
"โอ๊ค พานทองแท้" รับเป็นคลิปเสียงทักษิณจริง 6 ก.ค. 2556 คลิปเสียง "ทักษิณ-แก๊งนายพลถั่งเช่า"
http://www.manager.co.th/Politics/ViewN … 0000082476



M_info_453.png
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกะลาโหม แต่ไม่สั่งการใดๆอันเป็นผลบังคับ ผบ.ทบ. ที่ไม่ทำหน้าที่ปกป้องรัฐบาล ให้ทำหน้าที่นั้นก่อนถูกรัฐประหาร   


treachery.jpg
รู้กัน ตั้งแต่ดีลถังเฉ่า ถูกเปิดเผย ให้นิรโทษกรรมทหาร เพื่อทักษิณกลับมาอย่างเท่ห์ๆ เมื่อมีรัฐประหารจึงบอกให้ คอย


558000012032001.JPEG
แสบๆ คันๆ จากฝ่ายตรงข้าม สนธิ ลิ้ม เขาก็รู้ แค่ละคร



                                                                                                               dog


http://www.manager.co.th/AstvWeekend/Vi … 0000116232

“คุณยิ่งลักษณ์ กับทนาย จะบ่นทำไม หากเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลกระทำอยู่ขณะนี้เป็นกระบวนการที่ผิด ไม่ถูกกฎหมาย จะมาสอนโจทก์ทำไม ปล่อยให้รัฐบาลทำแบบผิด ๆ แบบนี้ไปสิ พอถึงขั้นศาลปกครอง ถ้าศาลปกครองเห็นด้วยกับคุณ คุณก็เป็นฝ่ายได้เปรียบ จะมาร้องแรกแหกกระเชอทำไม....” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว


No2.png
แค่ละครฉากหนึ่ง ทำเหมือนทะเลาะกัน แต่จะคอยดู เป็นมวยล้มต้มคนดู อำนาจบริหารจะมาสั่งผิดได้ไง ผิดก็ ควายเรียกพี่ เบย

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.