iFreeThai

#521 December 31, 2015 2:08 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://ilaw.or.th/node/3980

iLaw รวม 10 เรื่องเด่น ประจำปี 2558

เมื่อ 28 ธ.ค. 2558 โดย iLaw

1. "ละเมิดสิทธิฯ เพื่อชาติ" กับมาตรการสอดส่องในโลกไซเบอร์

เริ่มปี 2558 กันอย่างตื่นเต้น เมื่อความพยายามของรัฐบาลทหารที่จะควบคุมการสื่อสารบนโลกอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 6 มกราคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมายชุด "ความมั่นคงดิจิตอล" อันได้แก่ ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์-มั่นคงไซเบอร์-คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล-ปราบปรามสิ่งยั่วยุ-วิธีพิจารณาความอาญา "ดักฟัง" ทำให้ภาคประชาชนและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อยมีภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะชุดกฎหมายที่ควรจะเป็นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ทว่ากลับสอดแทรกไปด้วยเรื่อง "ความมั่นคงของชาติ" ที่อนุญาตให้รัฐค้น ยึด อายัด ขอ เข้าถึง และดักรับข้อมูลได้ โดยไม่มีกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล นับเป็นการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว และสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล หลังมีข่าวออกมาผู้ช้เน็ตตื่นตัวออกมาส่งเสียงคัดค้านกันอย่างหนาตา จนผู้เกี่ยวข้อͶ=หลายคนออกมายอมรับถึงปัญหาในร่างกฎหมายชุดนี้เพื่อลดแรงกดดัน แต่ทว่าร่างกฎหมายก็ยังไม่ได้ถูกถอดออกไปโดยสิ้นเชิง เพียงแต่รอระยะเวลาที่จะเผยให้ประชาชนได้จับตาดูเนื้อหาสาระของชุดกฎหมายดังกล่าวอีกครั้ง

CB2015.jpg

ภาพจาก เครือข่ายพลเมืองเน็ต

ความพยายามความคุมอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลยังคงไม่จบ เมื่อช่วงเดือนกันยายน มีเอกสารอ้างอิงมติ ครม.ระบุ มอบหมายให้กระทรวงไอซีทีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดตั้ง Single Gateway เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ความตื่นตระหนกของสังคมทำให้มีผู้ร่วมลงชื่อต่อต้านโครงการดังกล่างอย่างน้อย 152,875 คน ผ่านเว็บ change.org จนสุดท้ายรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงและปฏิเสธว่าไม่ได้คิดจะริเริ่มโครงการนี้แต่ประการใด

2. ใช้มาตรา 44 เป็นยาสารพัดนึก รักษาโรคครอบจักรวาล

การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) 2557 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในปี 2558 ตั้งแต่เดือนเมษายน หลังการยกเลิกกฎอัยการศึก และใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติฯ มาใช้แทน โดยให้ทหารมีหน้าที่ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และการฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่ง คสช. โดยมีอำนาจสอบสวน อำนาจจับกุม และเรียกบุคคลมารายงานตัว หลังจากนั้นคำสั่งหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44 ก็ทยอยออกตามมาเพื่อจัดการปัญหาต่างๆ ได้สารพัดชนิดครอบจักรวาล จนนับกันแทบจะไม่ทัน

24039390495_fca9d85929_b.jpg

ตลอดทั้งปีแล้ว คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 อย่างน้อย 40 ครั้ง ซึ่งมีการออกคำสั่งในหลายเรื่องนับตั้งแต่เรื่องเล็กไปถึงเรื่องใหญ่ เช่น การควบคุมเด็กแว้น, การควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล, การโยกย้ายข้าราชการ, การปราบปรามยาเสพติด, การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ, การแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย หรือ การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร [ดูรวมผลงานการใช้อำนาจตามมาตรา 44 คลิกที่นี่] 

3. ปรากฏการณ์ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

ช่วงต้นปี 2558 บรรยากาศการชุมนุมหรือการแสดงออกในที่สาธารณะเป็นไปอย่างเงียบเหงา เพราะการปิดกั้นที่เข้มงวดต่อเนื่องมากจากปีก่อน ส่วนกิจกรรมที่จัดหากไม่ถูกห้าม ผู้จัดก็ถูกควบคุมตัวและตั้งข้อกล่าวหา จนกระทั่งวันที่ 22 พฤษภาคม มีหลายกลุ่มออกมาจัดกิจกรรมและถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าจับกุม เช่น นักศึกษากลุ่มดาวดิน ออกมาชูป้ายคัดค้านการรัฐประหารที่จังหวัดขอนแก่น หรือกลุ่มนักศึกษา จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นักศึกษากลุ่มดาวดินและนักศึกษาที่ถูกจับจากหน้าหอศิลป์ฯ รวมตัวกันทำกิจกรรมภายใต้ชื่อ “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” ประกาศทำอารยะขัดขืน ไม่หนี ไม่ให้ความร่วมมือ และเดินหน้าจัดการชุมนุมต่อเนื่อง จนถูกจับกุมอีกครั้งในเย็นวันที่ 26 มิถุนายน และนักกิจกรรม 14 คน ถูกส่งเข้าเรือนจำ สังคมและสื่อกระแสหลักให้ความสนใจกับเหตุการณ์นี้อย่างมากอย่างมาก หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวจนเกิดเป็นกระแส มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จนในเดือนกรกฎาคมศาลทหารสั่งปล่อยตัวนักกิจกรรมที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่มีเงื่อนไข หลังจากนั้นกิจกรรมทางการเมืองหลายครั้งดำเนินไปได้ แม้เจ้าหน้าที่จะยังคุมเข้มและพยายามกดดันด้วยหลายวิธีการ แต่ก็ไม่มีการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามหรือการจับกุมอีก

19323867838_2357e92da8_b.jpg
ภาพจาก ประชาไท

พอจะกล่าวได้ว่าปรากฏการณ์กระแสสังคมจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ได้เปิดพื้นที่การแสดงออกทางการเมืองให้ขยายขึ้นได้เล็กน้อย ในช่วงเวลาหนึ่งภายใต้รัฐบาลคสช. อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงปลายปีเกิดกระแสวิจารณ์เรื่องทุจริตอุทยานราชภักดิ์ สถานการณ์การปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นและการจัดกิจกรรมต่างๆ ก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

4. ชาวโลกตะลึงกฎหมายหมิ่นไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ติดคุก 60 ปี

ในปี 2558 ในคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ หรือ มาตรา 112 ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวเฉพาะศาลทหารมี 10 คดีที่มีคำพิพากษา ในเดือนมีนาคม คดีของเธียรสุธรรม  ศาลทหารพิพากษาว่ามีความผิด 5 กรรมจากการโพสต์เฟซบุ๊ก 5 ข้อความ ถูกลงโทษจำคุกรวม 50 ปี ลดเหลือ 25 ปี, ต่อมาในเดือนสิงหาคม คดีของพงษ์ศักดิ์ ศาลทหารพิพากษาว่ามีความผิด 6 กรรม จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 6 ข้อความ ถูกลงโทษจำคุก 60 ปี ลดเหลือ 30 ปี, และ ศศิวิมล ถูกศาลทหารเชียงใหม่พิพากษาว่ามีความผิดรวม 7 กรรม ลงโทษกรรมละ 8 ปี รวมจำคุก 56 ปี ลดเหลือ 28 ปี ซึ่งล้วนเป็นคดีที่มีโทษหนักเป็นประวัติการณ์ หลังศาลมีคำพิพากษาสื่อต่างประเทศให้ความสนใจและคดีเหล่านี้ถูกรายงานเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก

11986572_991068644257128_17281656893275035_n.jpg?oh=82bd5fbbceababb0dae1bcc901047291&oe=57038BA6&__gda__=1460240375_56a3f3410db42f85af3336ce6fa8d83e
นอกจากความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศแล้ว ด้านโฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน ก็ออกมาแสดงความกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้สอดคล้องกับหลักการของสิทธิมนุษยชนในระดับนานาชาติด้วย

5. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ “คสช. ร่างเอง คว่ำเอง”

ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ของคณะกรรมาธิการที่มี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ซึ่งมีกระบวนการขั้นตอนและที่มาทุกอย่างจาก คสช. เปิดออกมาให้สาธารณะชนได้เห็นอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ถูกวิจารณ์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ซึ่งถูกสอดแทรกเข้ามาตามความต้องการของ คสช.

p0101070958p1.jpg&width=360&height=360
ภาพจาก ข่าวสด

อย่างไรก็ตามวันที่ 6 กันยายน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญด้วยคะแนน 135 ต่อ 105 เสียง งดออกเสียง 7 คน หลังการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เป็นที่วิจารณ์ว่าการคว่ำร่างฉบับนี้เนื่องจากเกิดกระแสต่อต้านจากสังคมอย่างหนัก และหากปล่อยไปถึงประชามติอาจจะไม่ผ่านและสร้างความขัดแย้ง คสช.จึงต้องการคว่ำร่างโดยส่งสัญญาณไปยัง สปช.สายทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ทั้งอดีตและปัจจุบันเพื่อให้ลงมติไม่รับรองดังกล่าว ผลของการคว่ำร่างคือ คสช.ต้องตั้งคณะกรรมาการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ขึ้นมายกร่างต่อไป พร้อมกับขยายเวลาการอยู่ในอำนาจต่อไป

6. โลกออนไลน์ค้านกฎหมายกำลังพลสำรอง

เป็นที่วิจารณ์กันอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างพ.ร.บ.กำลังพลสำรอง กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจกระทรวงกลาโหมเรียกชายไทยทุกคนที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วกลับเข้ามารับการฝึกอีกครั้งในฐานะกำลังพลสำรอง สำหรับระยะเวลาการฝึก หรือวิธีการเรียกยังไม่กำหนดแน่ชัด ต้องรอกฎกระทรวงมารองรับ นอกจากนี้นายจ้างต้องให้ความร่วมมือด้วยการให้ลูกจ้างมารับการฝึกโดยยังต้องจ่ายเงินเดือนต่อไป กฎหมายฉบับนี้เป็นที่ถกเถียงถึงความเหมาะสม เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีทหารกองประจำการจำนวนมาก ยังไม่มีแนวโน้มจะเกิดภัยสงคราม และยังหวั่นว่ากฎหมายจะเป็นช่องทางใหม่ให้ทหารคอร์รัปชั่น ขณะที่ผู้ประกอบการเองไม่คุ้มค่าหากต้องจ่ายเงินเดือน โดยไม่ได้ผลตอบแทน ลูกจ้างเอง ก็มีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้าง ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระอาจต้องสูญเสียรายได้ไปเลย กระแสเรื่องนี้นำมาสู่การรณรงค์คัดค้านในโลกออนไลน์เพื่อให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง change.org และ prachamati.org

23096249892_7a3d60b5bc_b.jpg
ภาพจาก ประชาไท

7. "ความตายที่ไม่ได้พิสูจน์" บทเรียนปริศนาของ หมอหยอง-สารวัตรเอี๊ยด

ภายหลังเกิดกระแสข่าวการควบคุมตัว สุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ "หมอหยอง" หัวเรือใหญ่ในการจัดกิจกรรม “Bike for Mom” เจ้าหน้าที่รัฐได้ปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวว่าเป็นเพียงข่าวลือ แต่หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง วันที่ 21 ตุลาคม สุริยัน สุจริตพลวงศ์, พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ "สารวัตรเอี๊ยด" และเลขานุการของสุริยัน ถูกนำตัวมาฝากขังที่ศาลทหาร ในข้อหาตามมาตรา 112 จากกรณีแอบอ้างสถาบันฯ เพื่อรับผลประโยชน์ ทั้งสามคนถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งเป็นเรือนจำชั่วคราว จากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์่ไม่คาดฝัน เมื่อกรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์  เรื่องการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ สารวัตรเอี๊ยด โดยระบุว่าฆ่าตัวตาย และจากนั้นไม่นานก็มีการแถลงข่าว ว่า หมอหยอง ก็เสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

Screen-Shot-2558-10-23-at-11.54.38-AM.png
ภาพจาก ไทยพับลิกา

สองกรณีดังกล่าวไม่ได้มีการไต่สวนการตายโดยศาล ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กำหนดว่า หากเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ต้องชันสูตรพลิกศพและไต่สวนการตาย ซึ่งทำให้สาเหตุการตายที่แท้จริงของทั้งคู่ยังคงเป็นเพียงเรื่องซุบซิบกันในสังคมต่อไป

8. "เรือนจำในค่ายทหาร" สถานที่เร้นลับในค่ายทหาร มทบ.11

ภายหลังการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา และสุริยัน สุจริตพลวงศ์ ทำให้เรือนจำพิเศษเป็นที่สนใจขึ้นมาทันที เรือนจำพิเศษเกิดขึ้นเมื่อกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้ กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 เป็นเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี เพื่อใช้เป็นสถานที่คุมขังผู้ต้องขังคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำดังกล่าว เช่น อาเดม คาราดัก และไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องขังคดีระเบิดแยกราชประสงค์, กลุ่มของ "หมอหยอง" ดังที่ได้กล่าวไปตอนต้น และผู้ต้องหาคดีวางแผนป่วนกิจกรรม 'Bike for Dad'

21316133762_8d69dbc52a_z.jpg
ภาพจาก ประชาไท

จากการบอกเล่าของทนายความ ที่เข้าไปในเรือนจำแห่งนี้เล่าว่า บรรยากาศค่อนข้างจะลึกลับซับซ้อนและมีกฎระเบียบที่ทำให้การทำงานมีความยากลำบาก อาทิ ต้องมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องขังพร้อมอาวุธตลอดเวลา โดยผู้ต้องขังใส่ผ้าปิดตาและใส่กุญแจมือ-เท้า ระหว่างพูดคุยกับทนายความต้องมีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย และยังคอยจดบันทึกข้อความที่ทนายคุยกับผู้ต้องหา รวมถึงบันทึกเสียงอีกด้วย แม้ว่าจะมีความพยายามกดดันจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อขอเข้าไปตรวจสอบภายในเรือนจำ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต

9. ขังคุก "ฐนกร" เมื่อการ กดไลค์-หมิ่นหมา เป็นอาชญากรรม

หลังกรณีการจับกุม ฐนกร พนักงานบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ด้วยข้อกล่าวหาส่งแผนภาพแสดงการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ไปยังเพจการเมืองหนึ่ง และต่อมาเขาถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากการกดไลค์และแชร์ข้อความหรือรูปภาพที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ที่กล่าวถึง "สุนัขทรงเลี้ยง" เป็นผลให้สังคมวิตกกังวลเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเป็นอีกครั้งที่กฎหมายถูกตีความเกินไปจากตัวบทของมาตรา 112 ที่คุ้มครองพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เท่านั้น

EyWwB5WU57MYnKOuYBsjN74ceH2L0Q0wiUIN32654pAdbOIovxXObX.jpg
ภาพจาก เจ้าพระยา

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายืนยันว่าหากเป็นการกดไลค์ข้อความที่เป็นความผิด คนกดไลค์ก็ต้องมีความผิดไปด้วย ทำให้ประเด็นดังกล่าวสร้างความสั่นสะเทือนต่อบรรยากาศการแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างมาก ทั้งนี้ เครือข่ายพลเมืองเน็ต ได้ออกแถลงการณ์ ว่า "การกดไลค์ไม่ใช่การเผยแพร่หรือสนับสนุน เพราะไม่มีฐานความผิดกำหนดไว้ในกฎหมาย และจะถือว่าเป็นการสนับสนุนไม่ได้เพราะการสนับสนุนต้องเกิดขึ้นก่อนหรือเกิดขึ้นขณะที่กระทำความผิด และผู้สนับสนุนต้องกระทำบางอย่างในการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำความผิด ซึ่งการกดไลค์ไม่เข้าเงื่อนไขใดเลย"  [อ่านข้อถกเถียงทางกฎหมายเรื่องการกดไลค์ คลิก]

10. ส่องโกงราชภักดิ์ เท่ากับยุยงปลุกปั่น 

ความน่าสงสัยการทุจริตในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์  เป็นประเด็นที่คนในสังคมพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงปลายปี 2558 กองทัพบกในฐานะผู้ดำเนินการจัดสร้าง ถูกตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการทุจริต และผู้ที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกันก็มีประชาชนกลุ่มหนึ่งจัดกิจกรรม "ส่องกลโกงอุทยานราชภักดิ์" ซึ่งมีคนที่เข้าร่วมกิจกรรมถูกจับกุม อย่างน้อย 36 คน

12345437_10156258270415551_2641190460367522082_n.jpg?oh=eda9dc5a881f1f5d313f7768e1947ea5&oe=571ECD68

การทำกิจกรรมและวิพากษ์วิจารณ์ นำไปสู่การตั้งข้อหายุงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 กับบุคคลอย่างน้อย 3 คน คือ จุฑาทิพย์ ฐนกร และ ธเนตร และนักกิจกรรมอีก 11 คนถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 ซึ่งกำหนดห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป กรณีของธเนตรและฐนกร นั้นระหว่างสอบสวนถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวในสถานที่ปิดลับโดยไม่แจ้งข้อกล่าวและไม่ให้พบญาติหรือทนายความ โดยอาศัยอำนาจคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ด้วย

Last edited by linc49 (December 31, 2015 2:12 PM)

Offline

#522 December 31, 2015 2:51 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2015/12/guardian.html

วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 31, 2558

สารคดี 'The Guardian' เกี่ยวกับตลาดค้าแรงงานทาสที่ ซื้อขายคน เอามาใช้งานเยี่ยงสัตว์ ในอุตสาหกรรมกุ้งของไทย

https://www.youtube.com/watch?v=hs2Kq-fV7cM

ตลาด ค้าแรงงาน ทาส ที่ ซื้อขาย คน เอามาใช้งาน เยี่ยง สัตว์... คนพวกนี้ ถูกบังคับ ใช้ ทำงาน

aquateal quoise

Published on Dec 20, 2015
ตลาด ค้าแรงงาน ทาส ที่ ซื้อขาย คน เอามาใช้งาน เยี่ยง สัตว์... คนพวกนี้ ถูกบังคับ ใช้ ทำงาน บนเรือ ทุกวันในทะเล...บางคนไม่ได้ เหยียบ ดิน ติดตือกันนาน ถึง 18 เดือน... ถ้าทำไม่ไหว บ้างก็ถูกยิงทิ้งในทะเล.
ข่าวสารคดี นี้ กำลัง แพร่ สพัดไปทั่วโลก...
สินค้า ประมง ไทย กำลัง จะถูก บอยข่อต. อย่างสิ้นเชิง เพราะ ไม่มีอาระยะ ประเทศ ที่ใหนในโลก ต้องการ เป็นส่วนร่วม ใน ความอัปรีย์ เดรฉาน ...


..........

https://www.youtube.com/watch?v=_FpbFNO29jA

สดจากออสเตรเลีย ทีมข่าว BBC สัมภาษ พล.ต.ต. ปวีณ พงษ์ศิรินทร์ ล่าสุดยื่นเรื่องขอลี้ภัย อยู่ที่นั่น
photo.jpgรายสดทันใจ dk ning

เผยแพร่เมื่อ 10 ธ.ค. 2015
สดจากออสเตรเลีย ทีมข่าว BBC สัมภาษ พล.ต.ต. ปวีณ พงษ์ศิรินทร์ ล่าสุดยื่นเรื่องขอลี้ภัย อยู่ที่นั่น,ฟังท่านพูดถึงเรื่องค้ามนุษย์­ที่ท่านต้องลาออกเพราะคุมคดีนี้อยู่ งานนี้ทำเอาตำรวจไทยออกดิ้นด้วยคลิปนี้คะ

Last edited by linc49 (December 31, 2015 3:10 PM)

Offline

#523 December 31, 2015 3:14 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=cb92532939ccb89a3fac83bc56e146bc&oe=570E227Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
29 ธันวาคม เวลา 11:07 น. ·
แถลงการณ์ของ บอส อีกฉบับ ที่เพิ่งออกมา(ล่าสุดเมื่อวานนี้).....
>>>>>>>>>>>>>>>>
ความลับไม่มีในโลก

avatar_opsinglegateway-copy-768x768.jpg

Greetings Thailand & the World. We are Anonymous.
We have been watching the conditions that are necessary for an open, tamper-free internet and freedom of speech systematically attacked within the kingdom of Thailand.
Anonymous will not sit idly by and watch another nation construct a Great Firewall, as China has done to keep its citizens from experiencing the competing viewpoints and ideologies that make up free and open discourse online.
The Thai military junta want to centralize and control completely the means with which the Thai people access the internet. This will enable them to monitor, censor or even entirely disable internet communications into and out of Thailand.
Although there have been numerous clarifications, denials, and confusing statements about the prospects of a single internet gateway in Thailand, it is our understanding that these plans are still in motion, still receiving funding, and still very much part of the government agenda.
As a previous statement by Anonymous Asia on behalf of OpSingleGateway stated:
“It is unacceptable that you promote your own people, army executives at the Head of the largest Telecommunication operator: CAT Telecom. Any Corporations or individuals helping to deploy this single gateway will be targeted by any electronic means.
We will not only fight against the single gateway project but will expose your incompetence to the world, where depravity and personal interests prevail.”
If you are a Thai citizen, understand that your data, the records of what websites you access or who you speak with online, and what you say to them is not safe in the possession of your government.
How do we know this?
Because their data is not safe from Anonymous.
Your government wants you to trust their motives in collecting information on your online activities, they want you to trust that they will be able to secure this data and will only use it for lawful means.
They cannot guarantee any of this.
If a single gateway for access to the internet outside of Thailand is created, with the inevitable accompanying databases that will contain details of traffic passing through the gateway, it will get hacked.
Imagine your entire life sitting on a single, poorly secured server. Credit card and banking details, private emails to your husbands and wives, pictures of your children, every website you have ever visited, everything that makes up the most intimate and private parts of your life – all open and waiting for anyone of ill-intent to steal and use however they wish. We are not trying to scare you.
We are trying to highlight the risks your government wants to create for you, for your family, for your business. Under the guise of “increased security” and “vigilance,” they will have exposed you in the most dangerous way possible to anyone who has the ability to circumvent their poorly-secured servers.
Ask yourself, is this “security” going to benefit you, or benefit the government that refuses to acknowledge the criticisms and concerns of its citizenry?
We are with you, we want to show you the risks to your liberty and privacy, please stand with Anonymous and tell your government that this is wrong for the people of Thailand.
To prove our point, we are demonstrating the inability of the Thai government to secure even their own police servers. It is pitiful and should worry all of Thailand.
You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed.
Trackback URL for this post: https://www.cyberguerrilla.org/…/opsing … trackback/
You can Join the disscusion/leave comments on this article.
This Post is Tagged with:
#OpSingleGateway

Offline

#524 January 1, 2016 11:34 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

นักประวัติศาสตร์การเมือง เชื่อ รธน.ฉบับคสช.จะสร้าง"วิกฤติรัฐธรรมนูญ"รอบใหม่
photo.jpgjom voice


เผยแพร่เมื่อ 29 ธ.ค. 2015
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 20 ของ รัฐบาลคสช.ซึ่งมีนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างฯอยู่ในขณะนี้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. จะไม่สามารถแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้ แต่อาจจะนำไปสู่การก่อวิกฤติ รัฐธรรมนูญ รอบใหม่ในสังคมไทย เพราะมีแรงกดดันทั้งจากภายในและนอกประเทศ และไม่อาจจะทำให้ คสช.สามารถดึงเกมให้อยู่ในอำนาจได้นานเหมื­อนเผด็จการในอดีต. ร่างรัฐธรรมนูญ คสช. ที่บอกว่าจะทำให้ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น เป็นเพียงแค่คำหลอกลวงเท่านั้นเอง

................

มุมมองของ ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ต่อการเมืองก่อนกลียุค
photo.jpgAIM CH



photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 20 เม.ย. 2014
นักวิชาการด้านประวัติศา%E)ตร์ ยืนยัน นายกรัฐมนตรีมาตรา 7 จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน และไม่เห็นด้วยกับวิธีการกำจัดคนติดต่างขอ­งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน

Last edited by linc49 (January 1, 2016 11:40 AM)

Offline

#525 January 2, 2016 11:15 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/led-395.html

วันศุกร์, มกราคม 01, 2559

...คนดูไฟ LED เยอะมาก นี่แหละ ส่งเสริมการท่องเที่ยว 39.5 ล้าน ฝีมือชายขุม พรรค ปชป. บอกคำเดียว "เยี่ยม" !...

o06eul7vtx0J7Hr1Yv3-o.jpg


...คนดูไฟ LED เยอะมาก นี่แหละ ส่งเสริมการท่องเที่ยว 39.5 ล้าน ฝีมือชายขุม พรรค ปชป. บอกคำเดียว "เยี่ยม" !...   *..ที่นี่เมืองไทย กทม จัด

ตามนั้น

ที่มา พันทิป

สวยงามมาก
เป็นบุญวาสนา ก่อนตาย ได้เห็นสักครั้ง !!!

สมาชิกหมายเลข 2627969
...

เรียน ท่านผู้ว่าฯ กทม.
ปีใหม่นี้..
สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากเห็น #เป็นบุญตา
หาใช่ ไฟ LED อันอลังการ 39 ล้านไม่..
หากแต่เป็น...
กล้องวงจรปิดแบบไม่ดัมมี่ ใช้งานได้จริง,
ไฟส่องสว่าง ตามตรอกซอยซอกเปลี่ยวๆ
อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำได้, ฝาท่อระบายน้ำที่ไม่ชำรุด
สายไฟบนดินที่ไม่ยุ่งเหยิง..ฯลฯ
อีกนิด ถ้าจะกรุณา..
ขอห้องน้ำบริการประชาชน
ที่สถานีรถไฟฟ้า ทั้ง BTS,MRT
แบบ 3-4 สถานี มีทีก็ได้
ท้ายสุด ที่อยากขอ..
คือ "ความจริงใจ" และสัญญาตอนที่หาเสียงไว้
ว่า "ทั้งชีวิต..เราดูแล"
บางทีก็อยากถามท่าน
แบบที่ท่านว่าไว้ ในสโลแกนหาเสียงเหมือนกัน
แต่ก็กลัว ว่าท่าน%8a7ตอบกลับมาว่า..
"ผมไม่ได้บอกนี่..ว่าชีวิตใคร?" #

สมาชิกหมายเลข 2877353

...............

600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=2e0f9f875a4f6e9605d37dade84d487a&oe=57141EDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
ถูกใจเพจนี้ · เมื่อวานนี้ ใกล้ กรุงเทพมหานคร · มีการแก้ไข ·

10171190_924566114306805_1654488793986015146_n.jpg?oh=9ee1455ab36352e7fb471367dec8fae0&oe=570A14A4

อะไรนะ? 39 ล้านบาท 20 ล้านบาทเป็นค่าติดตั้งไฟ
แถมหลัง Countdown ไม่มีพลุให้ ! นั่งเงียบๆเฉยๆแบบนั้นเลย?
กูขรรมหนักมาก !! จัดงานได้สุดยอดจริงๆพับผ่าสิ

ที่จริงก็น่าสงสารชาวกรุงเทพที่มีผู้ว่าแบบนี้
แต่ก็อย่างว่าเลือกมาเป็นไม้กันหมา ไม่เอาเอ๋อ แม้วมาแน่

เลือกใครมาเป็นผู้นำ ก็ได้ผู้นำคนนั้นมาทำงานให้เรา
ถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย

และเป็นโชคดีของชาวกรุงเทพที่ยังมีสิทธิได้เลือกผู้ว่า
ใครที่ทำงานกากๆ รอบหน้าก็สอบตก มีสิทธิได้เลือกผู้ว่าคนใหม่
หวังว่าชาวกรุงเทพจะรู้สึกขอบคุณการเลือกตั้ง
และเข้าใจความหมายของระบอบประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น

ไม่เหมือนตอนล้มเลือกตั้ง จนได้ไอ้ตู่มาบริหารประเทศ
กลายเป็นระบบฟาสซิสต์เผด็จการทหารที่ไม่มีการเลือกตั้ง
นึกอยากใช้มาตรา 44 โยกย้ายแต่งตั้ง คนของตนได้อำเภอใจ
ต้องทนปล่อยให้ไอ้ตู่บริหารกันจนฉิบหายกันไปข้างนึง

สุดท้ายนี้ ขอให้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกท่าน

และเมาไม่ขับ ลดอุบัติเหตุ

ที่ขอนแก่งจุดพลุ 2016 ลูก http://www.khonkaenlink.info/home/news/805.html
http://pantip.com/topic/34623957

...........

http://www.khonkaenlink.info/home/news/805.html                        klum กทม วังเววง

KB4HsESW.jpg

นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นคน พร้อมใจกันนับถอยหลักสู่ศักราชใหม่ พร้อมกับจุดพลุจำนวน 2016 นัด พร้อมการแสดงแสงสีเสียงสุดยิ่งใหญ่อลังการ.... ดูต่อได้ที่ : http://www.khonkaenlink.info/home/news/805.html

4mmzqMc5.jpg

Last edited by linc49 (January 2, 2016 11:46 AM)

Offline

#526 January 2, 2016 11:59 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

1724096_924178201012263_9023103183428462708_n.png?oh=e6c2b6ad50384b59d2669e1fb28f1101&oe=570D95BE
เครดิต หยุดดัดจริตประเทศไทย


10391906_648514315290489_9113404170063485129_n.jpg?oh=6d90008ffc810cb55a8dc3a3a96fed95&oe=57154DFE
เครดิต กะลาแลนด์ สไตล์ประชาธิปไตย สไตล์ กะลาแลนด์


1277281_674508102652216_8721117654403640315_o.jpg
เครดิต Jittipon Kongprakaiwuth

                                                                                                                                                                                   klum

........

* ประยุทธ์ มันแกล้งโง่ จริงๆมันทำ IO โดยให้ข้อมูลที่ผิดพลาดผ่านสื่อไปสู่ประชาชนจากคำพูดของมัน


http://thaienews.blogspot.com/2016/01/blog-post_1.html

วันศุกร์, มกราคม 01, 2559

คุณประยุทธ จันทร์โอชา ครับ หากสงสารบ้านเมือง ก็ไปซะเถอะครับ

580343_739797316121305_7798590961471485737_n.jpg

คุณประยุทธ จันทร์โอชา ครับ

สิ่งที่คุณพูดเมื่อวานนี้ที่สุราษฎร์ธานี
ตอกย้ำชัดครับ
ว่าคุณไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจในเรื่องที่คุณพูด

คุณพล่าม ว่า

"ประเทศไทยมีคน 70 ล้านคน อยู่ในระบบภาษี 10 ล้านคน
เหลือเสียภาษีประมาณ 4 ล้านคน
อีก 6 ล้านคน ลดหย่อนตรงนั้นตรงนี้
ดังนั้น 4 ล้านคน ถือเป็นหลักของประเทศ
เพื่อนำมาขับเคลื่อนประเทศ"

นี่เรียกว่า พล่ามแบบไม่รู้ ไม่มีความรู้ความเข้าใจสักนิด

การนำประชาชนทุกคนเข้าในระบบภาษีนั้นเป็นเรื่องดีครับ
แต่คนที่คิดจะทำ และจะลงมือทำ
ควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ตัวเองจะทำก่อนสักนิด

ไม่ใช่ไม่รู้ แล้วก็พล่ามแสดงความงี่เง่าออกมา

คุณประยุทธ ครับ รู้ไหมครับ
ประเทศไทยเก็บภาษีได้ปีละประมาณสองล้านล้านบาท
จากกรมสรรพากรประมาณ 1.7 ล้านบาท
จากกรมสรรพาสามิตอีกราว 3 แสนล้านบาท

ไอ้ที่คุณว่า 4 ล้านคนที่เสียภาษี
แล้วบอกเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศน่ะ
เพื่อใช้เป็นเหตุผลว่าทุกคนควรเข้าสู่ระบบภาษีน่ะ

เป็นการพล่ามแบบไม่รู้อย่างโง่บัดซบเลยครับ

ภาษีที่กรมสรรพากรเก็บได้ 1.7 ล้านบาทนั้น
เป็นภาษีบุคคลธรรมดาแค่ 2.8 แสนล้านเท่านั้นครับ

จิ๊บจ๊อยมาก แล้วจะขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร

เงินภาษีที่เป็นตัวขับเคลื่อนจริง ๆ นั้น
มาจากเงินภาษีสองตัวครับ

หนึ่ง คือภาษีจากบริษัทห้างร้านต่าง ๆ
ที่เรียกว่าภาษีนิติบุคคล ประมาณ 5.6 แสนล้านบาท

สอง คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากประชาชนทุกคน
เป็นภาษีทางอ้อมที่ทุกคนต้องจ่ายเมื่อจับจ่ายใช้เงิน
เป็นภาษีที่เก็บได้มากที่สุดครับ
ประมาณ 7.2 แสนล้านบาท

ภาษีมูลค่าเพิ่มนี่แหละครับคือตัวหลักขับเคลื่อนประเทศ
ภาษีมูลค่าเพิ่มนี่แหละครับมาจากประชาชนจน ๆ มากที่สุด
ที่คุณเข้าใจผิด ๆ ว่า พวกเขาไม่ได้เสียภาษี

ประชาชนทุกคนล้วนเสียภาษีทั้งนั้นครับ
บางคนเสียทางตรง บางคนเสียทางอ้อม

ทีหลังก่อนจะพล่ามอะไร
ให้แสดงถึงความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ก่อนครับ

อย่าดีแต่พล่าม

อีกเรื่องที่คุณพูด
คือเรื่องใส่ข้อมูลอาชีพ-รายได้ลงในบัตรประชาชน

คุณอ้างว่าเพื่อเป็นข้อมูลช่วยคนยากจน
ใช้ขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
และในอนาคตก็อาจสามารถขึ้นรถไฟฟ้าฟรีได้

มั่วไปใหญ่เลยครับ

รถเมล์ รถไฟฟรีทุกวันนี้ ดีอยู่แล้วครับ
ที่บอกว่า เป็นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จากภาษีประชาชน

คนจน คนรวย สามารถใช้บริการได้หมด
อย่างเท่าเทียมกัน

และปกติ คนไม่จน เขาไม่ขึ้นหรอกครับ
ไม่ว่ารถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เขาไม่ขึ้นหรอก

ทีนี้ ถ้าคุณใช้บัตรประชาชนในการขึ้นฟรี
ก็จะเป็นการแบ่งแยกประเภทประชาชนทันทีครับ

เป็นภาพที่ไม่สวยเลยสำหรับประชาชนและประเทศชาติ

นึกภาพดูสิครับ
ประชาชนคนนั่งในรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
จะถูกจัดเป็นพวก "จน" เป็นชนชั้นไม่มีจะกิน

ขณะที่แบบเดิม รถเมล์ รถไฟฟรีจากภาษีประชาชน นั้น
อย่างไรก็ให้ภาพที่ดีว่า ใครก็ขึ้นได้ ไม่ว่ารวยหรือจน

อย่าให้บ้านเมืองถอยหลังไปถึงห้าสิบปีก่อนเลยครับ
เหมือนประเทศอเมริกาที่แบ่งแยกคนขาว-คนดำ

รถเมล์ รถไฟ ร้านอาหาร โรงหนัง แม้กระทั่งห้องน้ำ
หากคนขาวใช้ คนดำห้ามใช้

เป็นการแบ่งแยกชนชั้นและหมู่พวก

อยากเห็นเมืองไทยเป็นแบบนั้นเหรอครับ
คนจนนั่งรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
คนมีเงินนั่งรถเมล์อีกประเภท รถไฟอีกประเภท

ไม่สวยเลยครับ

เรื่องรถไฟฟ้าฟรีก็เหมือนกัน
แค่เรื่องสามสิบบาทรักษาทุกโรค คุณยังบ่นว่าเปลือง
แล้วดันสะเออะคิดเรื่องรถไฟฟ้าฟรี

รถไฟฟ้าน่ะ คนจนเขาไม่มีเงินพอที่จะขึ้น
ก็อย่าไปเดือดร้อนแทนเขาเลยครับ

แค่รถเมล์ รถไฟ จากภาษีประชาชนก็พอแล้ว
แค่เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคเขาก็พอใจแล้ว
(หาเรื่องจะเลิก 30 บาทอยู่ตลอด เพื่อทำลายผลงานทักษิณ
พอหาเรื่องที ก็โดนด่าโดนต้านที ก็ออกมาแถว่าไม่เลิกไปที)

หากไปคิดถึงเรื่องรถไฟฟ้าฟรี
จะจ่ายเอกชนเท่าไร มีวิธีอย่างไร
จะเหมาจ่ายแบบรถเมล์รถไฟ ไม่ไหวแน่ ๆ ครับ ไม่คุ้มแน่ ๆ
จะแยกขบวนรถไฟฟ้า ก็เป็นการแบ่งแยกประชาชน

รถไฟฟ้าน่ะ
ไม่ได้วิ่งไปวกวนตามถนนเหมือนรถเมล์นะครับ

คนจนอยู่ห่างเส้นทางรางรถไฟฟ้ามาก
ใครจะถ่อมาขึ้น

รถไฟฟ้าวิ่งไปตามเส้นทางธุรกิจเป็นหลัก
คนจนที่ไหนทำงานย่านธุรกิจจนต้องใช้รถไฟฟ้า

คิดอะไร ทำอะไร ให้มันเข้าท่าหน่อยเถอะครับ
ให้ประชาชนเห็นว่า รู้งาน เป็นงาน
ไม่ใช่พล่ามตะบัน รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่ได้เรื่องสักเรื่อง

คุณยึดอำนาจมากว่าปีครึ่งนี่
ผมเห็นคุณทำเรื่องเข้าท่า และน่าจะทำได้ดีอยู่เรื่องเดียวครับ

คือขับตุ๊ก ๆ

หากสงสารบ้านเมือง ก็ไปซะเถอะครับ
ไปขับตุ๊ก ๆ ดีกว่า

นะครับ


1964931_507997252634647_6611181611699931276_n.jpg?oh=0555ad0d3f05671286609932fd55b0ad&oe=571BBA2F ตระกองขวัญ

Offline

#527 January 2, 2016 12:07 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

10438604_10153637887981622_9216747042157558429_n.jpg?oh=cb5402bf51e9fc8415334dd4ec8a1cd8&oe=5747F9E9

10306743_997494650293678_1983492094872262261_n.jpg?oh=064113c84ebd3c2c682704a4a1cea49f&oe=5700A364

1465168_768887679879807_5238202445025024327_n.jpg?oh=84fffb8385541e86890e91d75772be60&oe=5708B20E
เครดิต วิวาทะ V2


นายกประยุทธ์เด๊น Happy NEW YEAR 2016-ปรับทัศนคติ Records
photo.jpgYouClip คลิปใหม่ล่าสุด

Last edited by linc49 (January 2, 2016 12:17 PM)

Offline

#528 January 2, 2016 1:22 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เพลง โปรดอย่าถาม (ว่าโกงไหม) / อุทยานราชภักดิ์

Hot views

เผยแพร่เมื่อ 9 ธ.ค. 2015
Cr. ปรับทัศนคติ Records ย้อนยุคกันสักนิดนะคะ สำหรับเพลงใหม่จากค่ายปรับทัศนคติ Records ของเรา เนื่องในวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล (9 ธ.ค.ของทุกปี) ในชื่อเพลงที่ว่า "โปรดอย่าถาม (ว่าโกงไหม)" ขับร้องโดย ปื๊ด จีเอ็มโอ ค่ะ น่าจะเข้ากับกระแสสังคมในตอนนี้นะคะ

1918805_997494876960322_6732163620671850062_n.jpg?oh=83285ca6839f9441759f28222fccc1a0&oe=56FEBA25

1913876_923021277794622_1976708050434972140_n.jpg?oh=5b0c94bce5fd135a4d1ebf940c647750&oe=57031173

12366368_1799220573638697_5547826692805930710_n.jpg?oh=1cb176cb64cd6d674ef21dee7a522bb5&oe=570D5DD2

Offline

#529 January 2, 2016 1:45 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Prachatai

กวีประชาไท: ประชาชนคือชาติ ชาติคือประชาชน
Sat, 2016-01-02 19:38

สุขุมพจน์ คำสุขุม

24016392822_d7401c9f0f_o_d.jpg

เพื่อชาติไปทำซาก          เมื่อยึดจากประชาชน
ทุกข์เข็ญก็คือคน              แม้ชูคอใต้หอคอย

เพื่อชาติ ฤ เพื่อชีพ           สิ เร่งรีบจนเห็นรอย
นายว่าขี้ข้าพลอย             พยักหน้าขี้ข้าพอง

อวดเก่งขึ้นเบ่งกล้าม        สลัดเกียรติลงไปกอง
ขี้เท่อจักเป็นทอง             ณ นามไท ฤ ใครทน

อ้างชาติไปทำซาก          เมื่อพ้นจากประชาชน
ล้วนเล่ห์กระเท่กล            กระจอกกล้าใช้หากิน

ร่วงแตกและแหลกตุลย์    ทะลักต่ำลงเป็นตฤณ
ควรธรรมก็มลทินสิ            แค่ 'ทาส' มิเป็น 'ไท'!!

..........

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/blog-post_2.html

วันศุกร์, มกราคม 01, 2559
วันนี้ปีใหม่แล้ว ๒๕๕๙ เห็นท่าจะอึดอัด หวาดระแวง และอึมครึม ไม่ย่อย ไม่น้อยกว่าปีที่กำลังผ่านไป

942896_930907616958859_917222161497395828_n.png

วันนี้ปีใหม่แล้ว ๒๕๕๙ เห็นท่าจะอึดอัด หวาดระแวง และอึมครึม ไม่ย่อย ไม่น้อยกว่าปีที่กำลังผ่านไปเท่าไรนัก นั่นจากรายงายของสมคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

น่าจะเพราะก่อนสิ้นปี มีการรวบรัดเรื่องสำคัญอย่างราชภักดิ์ ที่กลาโหมแถลงแบบ ‘กั๊กลูกเดียว’ โยนกลองไปปีหน้า

มิหนำซ้ำคดีสำคัญอย่างสลายชุมนุมปี ๕๓ ที่มีคนตายเกือบร้อย ที่คณะกรรมการอิสระ ๗ คนจากการแต่งตั้งสามารถชี้เป็นให้ผู้สั่งการไม่ต้องรับผิดชอบ ผลักภาระต่อไปในปีหน้าให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปไล่เบี้ยกับทหารตำรวจผู้น้อย

947100_930907523625535_2103054595643264679_n.png

เลวร้ายกว่านั้น คนที่เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนออกมาโต้ข้อครหาที่ว่า กรรมการหลายคนต้องการปัดตกคดีให้เป็นประโยชน์แก่ฝักฝ่ายตนก่อนพ้นวาระ

600676_930907283625559_4440607253021853431_n.jpg

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช. กล่าวอย่างร้อนตัวว่า “ถ้าต้องการปัดคดีจริง สู้ให้คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดนี้เลิกทำสำนวนคดี รอไว้ให้ชุดใหม่เข้ามาจัดการจะไม่แนบเนียนกว่าหรือ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร บอกแค่ว่ายังรวบรวมเอกสารหลักฐานไม่เสร็จเอาตัวรอดได้ง่ายกว่ากันเยอะ ไม่ต้องเป็นขี้ปากใครด้วย”

นายวิชายังอ้างคำพุทธทาสภิกขุที่ว่า “ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้”

คงเป็นเพราะอวิชชาทำให้กรรมการทั่นนี้สำคัญผิดว่าวันนี้ทำถูกต้องแล้ว ในเมื่อปรากฏให้เห็นชัดเจนว่าคณะกรรมการวินิจฉัยอย่างเห็นแก่ฝักฝ่าย (partiality) ดังที่ ‘ประชาไท’ ชี้ให้เห็นว่ากรรมการชุดนี้ตัดสินโดยไม่คงมาตรฐานเดียวกันอันควร

ในคดีเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมของ พธม. เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ปปช. อ้างว่านายสมชาย วงสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

“ไม่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชายุติการกระทำ กลับปล่อยให้มีการกระทำที่รุนแรงขึ้นตามลำดับตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต”

ส่วนเหตุการณ์ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ปปช. อ้างว่าหลังจากมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในวันที่ ๑๐ เมษายนแล้ว “ศอฉ.ได้ทบทวนปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยไม่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าผลักดันผู้ชุมนุมอีกต่อไป”

(http://prachatai.org/journal/2015/12/63249)

หากแต่ ปปช. ไม่ได้พิจารณาถึงการเสียชีวิตของอาสาสมัครพยาบาลและประชาชน ๖ คนภายในวัดปทุมวนาราม ด้วยกระสุนสไน้เปอร์ของกำลังทหารที่เข้าสลายการชุมนุม อันเป็นวิสัยที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยทางตุลาการพึงกระทำแต่อย่างใด

ทั้งที่ในคำตัดสินของ ปปช. อ้าง ‘หลักสากล’ อยู่เสมอ แต่กลับเป็นการอ้างอย่างมุสา เนื่องว่าศูนย์ข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเหตุสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา ๕๓ กลับแย้งว่า “มติของ ป.ป.ช.ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ เนื่องจากรัฐบาล และกองทัพ ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ไม่ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนสากลในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงสาเหตุการตายที่เกิดขึ้น”

อจ.พวงทอง ภวัครพันธุ์ “มองว่า อาจจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ ป.ป.ช.สร้างขึ้น เป็นการตอกย้ำกรณีรัฐใช้กำลังกับประชาชน และมีความกังวลว่าจะยิ่งเป็นการเพิ่มความขัดแย้งและวิกฤตการเมือง”

(http://news.voicetv.co.th/thailand/305517.html)

ทางด้านการแถลงผลสอบสวนการดำเนินการโครงการอุทยานราชภักดิ์ โดยคณะกรรมการของกระทรวงกลาโหม อันมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดฯ เป็นประธาน แจ้งว่า

“คณะกรรมการไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใด ๆ ที่จะไปแสวงหาข้อเท็จจริงได้อย่างกว้างขาง เพียงแต่ดำเนินการตามคำสั่งของกลาโหม ในการแสวงหาข้อเท็จจริงจากบุคคลและเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลในกลาโหมเท่านั้น”

“เรื่องโรงหล่อนั้น พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า จากที่ตรวจสอบบางท่านก็ไม่ให้ข้อมูล บางท่านก็ตามตัวไม่ได้ ประเด็นนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของ คกก.”

“โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการหล่อพระบรมฯ ก็ได้มีข้อสังเกตุ และได้ข้อกำหนดในชุดนี้มีการสอบข้อเท็จจริงไม่ได้วินิจฉัยได้ว่าอันไหนถูกผิด เพราะมีอำนาจขอบเขตในการสอบข้อมูลในส่วนของกลาโหม ดังนั้นประเด็นที่สอบไม่สามารถชี้ถูกผิดได้อย่างไร”

“เมื่อถามว่าการหักหัวคิดและโรงหล่อ ผลการตรวจสอบได้ผลอย่างไร พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่าเรื่องนี้การเชิญบุคคลคนหนึ่งมาให้ข้อเท็จจริงไม่ได้มาให้ข้อเท็จจริง และบุคคลที่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถตามตัวมาได้ ก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้”

และท้ายที่สุด “พบว่าในท้ายตารางมีระบุ ‘ค่าที่ปรึกษา’ ๒๐ ล้านบาท มาอยู่ในส่วนของเงินบริจาคโดยเซียนพระคนดังกล่าวด้วย ซึ่งคาดว่าหมายถึงค่าดำเนินการหรือค่าหัวคิวที่โรงหล่อจ่ายให้กับเซียนพระ ซึ่งถือเป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน โดยที่ กก.กห. ก็ไม่อาจตามตัวเซียนพระคนนี้มาให้ข้อมูลได้”

ตกลงการสอบสวนครั้งนี้ได้ผลอย่างเบาะๆ ดังที่ไทยรัฐพาดหัวข่าวว่า “กั๊ก” ที่สุดแล้ว แท้จริงก็เป็นการปัดสวะไปปีหน้านั่นแหละ

แถม ‘ป๋า’ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาตีกันไว้ให้เรียบร้อย


1935635_930907066958914_9213624054706474922_n.png

“เราเขื่อว่าความดีจะทำให้โด่งประสบผลดีนะ เราไม่เชื่อว่าโด่งเป็นคนแบบนั้น เราเชื่อว่าโด่งเป็นคนดี”

เลยเป็นที่เข้าใจว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต ผบ.ทบ. ประธานโครงการราชภักดิ์ “ไม่ต้องลาออกเพื่อแสดงสปิริต” (คำของ Wassana Nanuam) ทั้งที่ พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า “ไม่สามารถตอบได้” ก็ตาม

จึงมาถึงความน่าจะเป็นตามการกระทำที่ผ่านมา ดังรายงานของสมาคมนักข่าวแถลงว่า ‘อึมครึม อึดอัด และหวาดระแวง’ อันเกิดจากการปฏิบัติต่อสื่อสารมวลชนไทยโดยรัฐบาลคณะรัฐประหาร ที่หนีไม่พ้นประชาชนพลเมืองย่อมโดนด้วย

“ภายใต้ข้อจำกัดในการแสดงออกตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เผชิญหน้ากับการถูกกดดันในการทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐรูปแบบต่างๆ ประกอบกับท่าทีของผู้นำรัฐบาลที่มีทัศนคติเชิงลบต่อสื่อมวลชน ใช้ถ้อยคำรุนแรงในการตอบโต้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง”

(http://www.tja.or.th/index.php…)

“ตลอดปีที่ผ่านมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามคำสั่งและประกาศที่ออกตามกฎอัยการศึก โดยเฉพาะคำสั่งที่ ๙๗, ๑๐๓ และคำสั่งตามมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ เรียกสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าพบหลายครั้ง โดยให้เหตุผลว่าเพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. อย่างเคร่งครัด”

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งเป็นกิริยาอาการของหัวหน้าคณะรัฐประหารแสดงต่อสื่อตลอดปีครึ่งในอำนาจ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนมากกว่า ๑๐ ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา”

ดังเช่น “สื่อต้องปฏิรูป หนังสือพิมพ์บางฉบับเป็นบ้า ด่าหมดทุกรัฐบาล (จากการแถลงผลงานรอบ ๓ เดือน เมื่อ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘) ช่างภาพ กองบรรณาธิการ จิตใจต่ำ คัดเลือกรูปภาพผู้นำที่ไม่ดีมาลง (ให้สัมภาษณ์หลังประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘) องค์กรสื่อต้องตรวจสอบกันเอง คอลัมนิสต์อย่าเขียนวิจารณ์อย่างเดียว จะประหารชีวิตสื่อที่ไม่มีจรรยาบรรณ (ให้สัมภาษณ์ก่อนไปบรูไน เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘) เป็นต้น”

ทั้งนี้ทั้งนั้น ปีใหม่นี้เลยไม่มีการตั้งฉายาให้กับคณะรัฐมนตรีและนักการเมืองโดยนักข่าวสายทำเนียบ ตามธรรมเนียมที่เคยทำได้ในรัฐบาลชุดเลือกตั้ง

จึงเป็นความอนุเคราะห์ของกลุ่ม พลเมืองโต้กลับ (Resistant Citizen) จัดให้

992840_930906986958922_7227562940393865212_n.jpg

ไล่เรียงไปตั้งแต่หัวหน้า “ตลกหลวง ลวงโลก” ตามด้วยคนสำมะคัญ “สี่เสากระเด้าลม” แล้วก็พี่ใหญ่ “ป๋าดัน ตั๊นแห้ว” มาถึงคนที่ “เงียบๆ ฟาดเรียบนะคะ” กะ “แก้มบุ๋ม ขยุ้มหัวคิว” ไปจน “ขุนคลัง เซิ่นเจิ้น” และ “ลุงกำนัน ปั่นสลิ่ม”

นอกนั้นขอเชิญติดตามสาวความยืดกันได้ที่นี่https://www.facebook.com/Resistantcitizen/posts/997497113626765

Offline

#530 January 2, 2016 1:52 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx … 0000142534

การเมืองปี 59 “บิ๊กตู่” รับศึกหนัก -“ทักษิณ” สู้เต็มร้อย

โดย MGR Online         
1 มกราคม 2559 14:20 น.

มรสุมหลายลูกจ่อคิวทดสอบรัฐบาลประยุทธ์ ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ปมอุทยานราชภักดิ์ ที่เพื่อไทยและนปช.จ้องขย่ม รวมถึงร่างรัฐธรรมนูญที่ตีปี๊บไม่เป็นประชาธิปไตย ดึงต่างชาติร่วมวง ขณะที่พรรคการเมืองใหญ่อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์เริ่มฝ่อ อนาคตการเมืองไทยได้รัฐบาลผสม ด้านทักษิณแจ้งแกนนำ “สู้เต็มร้อย” แต่ลูกพรรคทำใจครั้งหน้าอาจไม่มี “ชินวัตร” นำทัพ

558000014755001.JPEG

การเข้ามายุติปัญหาบ้านเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น จนกลายมาเป็นรัฐบาลพร้อมด้วยการชูธงการปฏิรูปในทุกภาคส่วน ทำให้คนในภาคการเมืองหวั่นไหวว่าแนวทางที่รัฐบาลปัจจุบันจะหาทางลดความเข้มแข็งของพรรคการเมืองลงผ่านกระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่าความแข็งแกร่งของพรรคการเมืองที่มีทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคนั้น ได้ก่อให้เกิดปัญหาทางการเมืองที่รุนแรงมาโดยตลอด แม้จะถูกยุบพรรคก็ตั้งขึ้นมาใหม่ส่งต่อให้เครือญาติเข้ามาสานต่อ จนต้องถูกยึดอำนาจถึง 2 ครั้งคือในปี 2549 ที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี และ 2557 มีน้องสาวคือนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
       
       ความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่พรรคการเมืองที่มีคนในตระกูลชินวัตรเป็นผู้นำพรรค แบ่งคนไทยออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่สนับสนุนและส่วนที่ต่อต้าน มีการปะทะกันของทั้ง 2 ฝ่าย มีผู้บาดเจ็บล้มตาย จนมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดสงครามกลางเมืองจนกองทัพต้องออกมายุติปัญหา
       
       แม้ว่าภายหลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 ตลอดจนปี 2558 สถานการณ์ทางการเมืองที่รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ต้องรับมือนั้น นับว่าไม่ได้หนักหนา สามารถคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้อยู่ โดยเฉพาะขั้วอำนาจเก่าที่ทำได้เพียงการออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยและจัดอีเวนต์ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเครือข่ายบ้างเล็กน้อย ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
       
       มรสุมรัฐบาลประยุทธ์ที่ต้องเผชิญ
       
       อย่างไรก็ตามในปี 2559 มรสุมที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ต้องเผชิญก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ภาระด้านหนึ่งคือการบริหารประเทศดูแลทุกสุขของคนไทยทั้งประเทศ อีกด้านคือการฝ่าแรงกดดันในทางการเมืองเพื่อเป้าหมายที่วางไว้นั่นคือการปฏิรูปประเทศ
       
       แหล่งข่าวจากพรรคการเมืองกล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจถือว่าเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ท้าทายความสามารถในการบริหารประเทศของทุกรัฐบาล เรื่องปากท้องของคน ตอนนี้ทุกอย่างแย่ไปหมด ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ส่งออกมีปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้น รัฐบาลยังไม่สามารถปลุกความเชื่อมั่นให้กับผู้คนได้
       
       มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ยังไม่มีตัวใดฉุดความมั่นใจให้กับคนไทยได้ และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีกลุ่มต่างๆ ออกมาเรียกร้องกันมากขึ้น ตรงนี้รัฐบาลต้องเตรียมการเพื่อหาแนวทางแก้ไข
       
       ตัวที่จะมาซ้ำเติมปัญหาปากท้องอีกคือภัยแล้ง เพราะหลายหน่วยงานคาดการณ์แล้วว่าจะเกิดภัยแล้งเหมือนกับปี 2558 ต้องไม่ลืมว่าสินค้าเกษตรถือว่าเป็นสินค้าทางการเมือง ดังนั้นรัฐบาลควรหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไว้รองรับ
       
       อีกเรื่องหนึ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลคงต้องหาทางปลุกกระแสเพื่อสร้างภาพลบให้กับรัฐบาล นั่นคือเรื่องปมปัญหาในอุทยานราชภักดิ์ หลังจากที่ผลสอบของกองทัพบกออกมาระบุว่าทุกอย่างถูกต้อง โปร่งใส ไม่พบการทุจริต จนกระทรวงกลาโหมตั้งกรรมการตรวจสอบอีกรอบ
       
       อุทยานราชภักดิ์มีการเปรยออกมาจากคนในรัฐบาลว่าอาจมีการทุจริต ปัญหาคือจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ เน้นไปที่การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน และเรื่องอุทยานฯ กำลังวนกลับไปสู่รัฐบาล
       
       ผลการตรวจสอบของกระทรวงกลาโหมโดยพลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ฐานะประธานคณะกรรมการสอบอุทยานราชภักดิ์ แถลงเมื่อ 30 ธันวาคม 2558 ไม่ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริตหรือไม่ เพราะอยู่นอกอำนาจหน้าที่การตรวจสอบไม่สามารถชี้ได้ตรงไหนผิดหรือถูก มีหน้าที่แค่ตั้งข้อสังเกตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบต่อ
       เมื่อทุกอย่างยังไม่ชัดเจน เรื่องนี้จะกลายเป็นปมให้พรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช.เดินหน้าขยายผลในเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆ ลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลง แม้จะไม่ถึงขนาดที่ทำให้รัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้ แต่ความนิยมในรัฐบาลจะค่อยๆ ลดลง
       
       ในฝ่ายของพรรคเพื่อไทยและนปช. ประเด็นหลักที่จะกดดันรัฐบาลคือการช่วยเหลือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการของศาล จึงให้น้ำหนักไปที่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมุ่งไปที่ประเด็นความไม่เป็นประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่ มีเนื้อหาบางประการเพื่อลดอำนาจของพรรคการเมืองที่ครอบงำในสภา
       
       แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ค้านในสิ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังเรียกร้องอยู่ โดยเพื่อไทยพยายามขายประเด็นเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตย รวมถึงการทดสอบมาตรา 44 ของรัฐบาลเพื่อล่อให้มีการใช้อำนาจและมีองค์กรระหว่างประเทศที่พร้อมจะเข้ามาแทรกในเรื่องดังกล่าว รวมไปถึงท่าทีของประเทศในแถบตะวันตกที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อมาตรการดังกล่าวของรัฐบาล

558000014755002.JPEG
แกนนำพรรคเพื่อไทยเดินหน้าถล่มรัฐบาล(ภาพ facebook พรรคเพื่อไทย)

       

        ต่างประเทศกดดันมากขึ้น
       
       ต่างประเทศจะเข้ามากดดันมากขึ้นในทุกมิติ ทั้งที่เข้ามาโดยธรรมชาติและมาจากการเตรียมการ รัฐบาลต้องอธิบายข้อข้องใจต่างๆ ให้ได้ เพราะในบางเรื่องนั้นจะมีผลกระทบตามมาหากมีการลงโทษประเทศไทย เช่น เรื่องการค้า หรือการตัดสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ
       
       รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการกดดันรัฐบาลได้ อย่างกรณีผู้ต้องหาชาวพม่าในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต โดยมีกระแสต่อต้านจากชาวพม่าที่ประท้วงที่สถานทูตไทยที่ประเทศพม่า
       
       ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเองหรือเกิดจากการเตรียมการของบางกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับระดับผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านเรา เพราะหลายคดีที่มีชาวพม่าเป็นผู้ต้องหา ไม่ปรากฏการออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้ แต่ผลที่ออกมาเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีสำหรับประเทศไทย เพราะยังมีกระบวนการอุทธรณ์และฎีกาได้อีก ตรงนี้ต้องชี้แจง
       
       นอกจากนี้กระบวนการในการปล่อยข่าวต่างๆ เพื่อจะลดความนิยมในรัฐบาลอาจจะมีออกมาเรื่อยๆ เช่น ปล่อยข่าวว่ารัฐบาลเตรียมยกเลิกสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เคยได้รับ อย่างข่าวจะยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เชื่อว่าในปี 2559 แนวทางการต่อสู้ของฝ่ายที่เสียผลประโยชน์คงจะออกมามากขึ้น
       
       พรรคใหญ่ลดขนาด
       
       สำหรับในภาคการเมืองเอง ตัวพรรคการเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเช่นกัน พรรคขนาดใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จะมีขนาดที่เล็กลง ด้านหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นตัวทำให้ลดขนาดลง อีกปัจจัยหนึ่งคงต้องรอความชัดเจนของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะออกมาว่าจะทำให้ขนาดของพรรคการเมืองในอนาคตเล็กลงหรือไม่
       
       นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์กล่าวว่า ตอนนี้ร่างรัฐธรรมนูญชุดอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ยังไม่เสร็จและยังไม่มีผลบังคับใช้ พรรคการเมืองขนาดใหญ่ 2 พรรคทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ก็เริ่มมีแนวโน้มว่าจะค่อยๆ ลดขนาดลงอยู่แล้ว
       
       พรรคเพื่อไทยนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า คนในครอบครัวชินวัตรที่ขึ้นมาเป็นผู้นำทั้งทักษิณ ชินวัตร สมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนถึงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การเลือกตั้งในครั้งต่อไปยังมองไม่เห็นว่าทักษิณจะเลือกใครมาเป็นจุดขายของพรรค คนในตระกูลที่ยังพอเหลืออยู่ก็ติดปัญหาเรื่องภาพลักษณ์
       
       ที่สำคัญคือคนชนชั้นกลางไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทย แม้ในด้านจำนวนเสียงอาจจะไม่มาก แต่พลังของคนชนชั้นกลางถือว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในอนาคตได้ รวมถึงฝ่ายทหารเองก็มองในทิศทางเดียวกัน แม้พรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง แต่จะถูกจับตาเป็นพิเศษ การบริหารประเทศให้เป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจในพรรคอาจไม่สะดวกเหมือนเดิม
       
       เราได้พูดคุยกับคนในพรรคเพื่อไทยระดับที่ไม่ใช่แกนนำของพรรค หลายคนมองคล้ายกันว่าอนาคตของพรรคเพื่อไทยจากนี้ไปไม่สดใสเหมือนที่ผ่านมา บางส่วนเลือกที่จะหยุด บางส่วนเลือกที่จะเลิกเล่นการเมืองและมีบางส่วนที่เริ่มมองหาสังกัดใหม่ที่มีภาพลักษณ์ที่ดีกว่า และยอมรับว่าการเลือกตั้งในครั้งหน้าโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะกลับเข้ามาในสภาคงน้อยกว่าเดิม
       
       ขณะที่คู่แข่งสำคัญในทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีโอกาสที่จะได้ที่นั่งในสภาน้อยลงเช่นกัน เห็นได้จากในช่วงปลายรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อม ส.ส.จำนวนหนึ่ง ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ในนาม กปปส.
       
       นั่นก็คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าภายในพรรคประชาธิปัตย์เอง สมาชิกในพรรคก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีกรณีของนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่เสนอให้มีการปฏิรูปพรรค หลังจากที่เลือกตั้งกี่ครั้งก็แพ้พรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์
       
       บางส่วนที่ยังอยู่ในประชาธิปัตย์ก็ใช่ว่าจะเห็นด้วยกับแนวทางของประชาธิปัตย์ เพียงแต่ยังไม่แสดงตัวออกมา ในการเลือกตั้งครั้งหน้าคงมีคนของประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่งเลือกที่จะเดินออกจากพรรค แม้ว่านายสุเทพจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการตั้งพรรคการเมืองร่วมกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรื่องการเมืองนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นได้รวดเร็วเสมอ

558000014755003.JPEG
2 พรรคการเมืองใหญ่ที่เริ่มลดขนาดลง

       

        2 พรรคใหญ่ใช้ไม่ได้กับเมืองไทย
       
       อดีตกรรมการการเลือกตั้งกล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 นั้นเห็นปัญหาเรื่องความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ที่โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นรัฐบาลผสม เมื่อเกิดปัญหาขึ้นอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มักจะมีพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกจากการเป็นรัฐบาล จนทำให้รัฐบาลต้องล้มลง การบริหารประเทศให้ครบ 4 ปีนั้นทำได้ยาก จึงมีแนวคิดที่จะทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งขึ้น เพื่อให้บริหารประเทศต่อเนื่องไปได้
       
       เมื่อมีการออกแบบให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น กลับมาเจอปัญหาเรื่องการผูกขาดโดยพรรคการเมือง สิทธิในการลงมติต่างพรรคเป็นผู้กำหนด สมาชิกในพรรคเห็นต่างไม่ได้ จนเกิดเผด็จการทางสภาขึ้นมา
       
       โครงการประชานิยมถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง เป็นยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อให้ได้คะแนนเสียงจนได้มาเป็นรัฐบาล ทำให้ประชาชนต่างรอความหวังของโครงการเหล่านี้ ไม่ดิ้นรนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จนเกิดความอ่อนแอ ขณะเดียวกันยังสร้างความเสียหายให้กับงบประมาณทั้งการรั่วไหล การทุจริตอีกมากมาย
       
       ที่สำคัญกว่านั้นด้วยการผูกขาดของพรรคการเมือง ทำให้กลไกการตรวจสอบหรือการถ่วงดุลอำนาจในการบริหารของรัฐบาลตามระบบไม่สามารถนำมาใช้ได้ จนต้องกลายเป็นการออกมาเรียกร้องบนท้องถนน และเกิดความรุนแรงตามมาระหว่างผู้ที่คัดค้านกับผู้ที่สนับสนุนจนเกือบจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง
       
       ดังนั้นรัฐธรรมนูญปี 2550 จึงพยายามที่จะลดอำนาจของพรรคการเมืองลง พรรคเพื่อไทยจึงไม่เห็นด้วยและพยายามเรียกร้องให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 แทน
       
       ในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะลดขนาดพรรคการเมืองขนาดใหญ่ หรือต้องการทำให้พรรคการเมืองมีขนาดเล็กลง แต่ไปให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองขนาดกลางมากขึ้น แต่การลดลงของเพื่อไทยและประชาธิปัตย์นั้นเกิดจากสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบภายในพรรค
       
       อีกทั้งพรรคใหญ่ในอดีตที่เข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างพรรคความหวังใหม่ พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อไทยนั้นเกิดจากการรวมตัวชั่วคราวของกลุ่มก้อนทางการเมืองที่เข้ามารวมกันจนได้ที่นั่งในสภามาก เมื่อใดก็ตามที่กลุ่มการเมืองที่ไม่ใช่แกนหลักของพรรคถอนตัวออกไป พรรคนั้นก็จะลดขนาดลงโดยปริยาย
       
       พรรคเพื่อไทยก็เช่นเดียวกัน เดิมมีทั้งกลุ่มความหวังใหม่และกลุ่มของภูมิใจไทยที่เข้ามาร่วม ตอนนี้ภูมิใจไทยถอนตัวออกไป แต่ทางเพื่อไทยได้สร้างคนใหม่ขึ้นมาโดยใช้ความนิยมของพรรคเป็นจุดแข็ง วันนี้ภาพลักษณ์ของเพื่อไทยเสียหาย สมาชิกในพรรคที่แข็งแรงพอก็ต้องแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อก้าวเดินต่อไป
       
       เช่นเดียวกับประชาธิปัตย์ที่ยึดในเรื่องหลักการเป็นหลัก จนทำให้เกิดความเห็นต่างของคนในพรรค จนต้องแยกตัวออกมาของทีมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
       
       แนวคิดร่างรัฐธรรมนูญ
       
       แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ตัวร่างรัฐธรรมนูญใหม่อยู่บนสภาพปัญหาว่าจะเดินหน้าส่งเสริมความเป็นพรรคใหญ่ต่อไป หรือจะถอยหลังลงมาบ้าง เพราะเมื่อพรรคการเมืองใหญ่ขึ้นเราได้เห็นปัญหาที่ตามมาจากการใช้รัฐธรรมนูญเพื่อให้พรรคของตัวเองได้เปรียบคู่แข่งมากที่สุด ทำทุกอย่างมุ่งไปที่เป้าหมายไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณธรรม จนเกิดปัญหามีผู้ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนมากมาย มีการปะทะกันมีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
       
       ขณะที่สภาพการเมืองในอดีตมีหลายพรรคผสมกัน อาจทำให้การบริหารประเทศไม่ราบรื่นนัก มีการสะดุด ยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้สภาพการเมืองรุนแรงเหมือนในช่วงที่เกิดการส่งเสริมให้พรรคการเมืองใหญ่ขึ้น
       
       โจทย์ในตอนนี้คือต้องหาทางออกเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงในทางการเมืองเหมือนที่เพื่อไทยรักษาอำนาจและช่วงชิงอำนาจ แต่ก็ต้องไม่ทำให้โครงสร้างใหม่ทำเอาประเทศเดินหน้าไม่ได้เหมือนยุคก่อนๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้
       
       อนาคตรัฐบาลผสม
       
       นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ทิศทางของพรรคการเมืองจากนี้ไปนั้นมีโอกาสที่จะลดขนาดลง โดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ เพราะที่ผ่านมาหลายฝ่ายเห็นปัญหาของพรรคใหญ่ที่มีเรื่องของการผูกขาดและเมื่อเกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นมาจะมีความขัดแย้งสูง
       
       ความหวังที่จะเห็นว่าประเทศไทยจะมีโครงสร้างของพรรคการเมืองเพียง 2 พรรคใหญ่แบบสหรัฐอเมริกาคงเป็นไปได้ยาก ด้วยความแตกต่างกันในทางบริบท เพราะก่อให้เกิดการผูกขาดในทางการเมือง
       
       โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับการมีหลายพรรค ไม่อยากเรียกว่าเป็นการถอยหลังกลับไปเหมือนอดีต พรรคขนาดกลางและเล็กจะมีความคล่องตัวกว่า เพราะพรรคใหญ่ในเมืองไทยไม่ใช่สถาบันเหมือนในต่างประเทศ มีเจ้าของพรรคเป็นผู้กำหนดทิศทาง ส.ส.ในพรรคไม่แตกต่างจากหุ่นยนต์ต้องปฏิบัติตามแนวทางของพรรค สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นวิวัฒนาการของสังคม
       
       ในอนาคตการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นการรวมตัวของ 3-4 พรรค ตัว ส.ส.มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น มีบทบาทมากขึ้น มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ดีขึ้น แม้ว่าโครงสร้างของรัฐบาลจะเป็นรัฐบาลผสม มีโอกาสที่รัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอมเหมือนอดีตที่ผ่านมา จากการแยกตัวของพรรคร่วมรัฐบาล ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น หากมีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลไหนก็อยู่ไม่ได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาในการบริหารประเทศของรัฐบาลและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะช่วยกันเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
       
       สอดคล้องกับฝ่ายการเมืองพรรคหนึ่งที่ประเมินว่า โฉมหน้าของการเมืองไทยจากนี้ไปมีแนวทางคล้ายกับของเยอรมันที่เป็นรัฐบาลผสม อาจเกิดการรวมตัวของพรรคการเมืองราว 3 พรรค เพื่อกุมเสียงในสภาให้ได้ราว 60% เพื่อการจัดตั้งรัฐบาล
       
       ที่ผ่านมาพรรคขนาดกลางๆ ก็มักจะถูกเลือกให้เข้าไปร่วมกับพรรคใหญ่เพื่อความมั่นคงอยู่เสมอ เช่นพรรคชาติไทยพัฒนาของตระกูลศิลปอาชา
       
       ส่วนข้อกังวลว่าเมื่อรัฐบาลในอนาคตจะเป็นรัฐบาลผสมแล้วจะมีปัญหาด้านเสถียรภาพในการบริหารประเทศไม่ต่อเนื่องนั้น ทุกอย่างต้องอยู่ที่เจตนาของพรรคการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาล หากตั้งใจจริงทำงานด้วยความโปร่งใส ปราศจากเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เชื่อว่าจะสามารถทำงานได้ครบวาระ 4 ปี
       
       อดีตการตรวจสอบจากภาคประชาชนและหน่วยงานอิสระต่างๆ ยังไม่เข้มแข็งเท่าทุกวันนี้ ดังนั้นภายใต้สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน พรรคการเมืองก็ต้องไตร่ตรองให้ดีว่าต้องการจะอยู่บนเส้นทางการเมืองสั้นหรือยาว และพร้อมจะถูกดำเนินคดีหรือไม่เมื่อตรวจสอบพบการกระทำผิด

558000014755004.JPEG
ทักษิณ ชินวัตร แจ้งมายังแกนนำพรรคเพื่อไทยว่าสู้เต็มร้อย

       

        ทักษิณสู้เต็มร้อย
       
       สมาชิกพรรคเพื่อไทยยอมรับว่า ภายใต้สถานการณ์นี้พรรคเพื่อไทยทำได้เพียงแค่การเดินเกมทางการเมืองเท่านั้น ชูเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตยหรือตอบโต้ในเรื่องคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง
       
       “ทราบมาว่าคุณทักษิณสั่งการผ่านแกนนำว่ายังคงสู้เต็มร้อย รอจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งประเมินกันแล้วว่าถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยก็ยังคงกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้เลือกที่จะใช้เกมทางการเมืองเข้ามาเป็นแนวทางหลัก”
       
       ส่วนเรื่องมวลชนในปีกของ นปช.นั้น ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แนวร่วมจำนวนไม่น้อยหายไปด้านหนึ่งคือกลัวกฎหมาย อีกด้านหนึ่งจากกรณีที่ผ่านมาแนวร่วมในระดับล่างต้องต่อสู้คดีความกันเอง และคำพิพากษาที่ออกมาค่อนข้างหนักอย่างที่อุบลราชธานี
       
       เขาประเมินต่อไปว่า แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีโอกาสกลับมาในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่คงไม่สามารถกุมเสียงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหมือนครั้งก่อนๆ และโอกาสที่คนในตระกูลชินวัตรจะกลับมานำทัพอีกครั้งคงเป็นไปได้ยาก ด้านหนึ่งคือคนในตระกูลนี้เหลือตัวที่จะลงสนามการเมืองน้อย ที่มีอยู่ก็ติดขัดในเรื่องภาพลักษณ์ อีกด้านหนึ่งเชื่อว่าฝ่ายที่กุมอำนาจคงไม่ปล่อยให้เพื่อไทยทำงานได้สะดวกนัก
       
       “เชื่อว่าก่อนที่ คสช.จะพ้นอำนาจไป คดีของยิ่งลักษณ์คงต้องได้ข้อสรุปก่อน นั่นหมายความว่าโอกาสกลับมาของคนในตระกูลชินวัตรในสนามการเมืองคงไม่มีอีกต่อไป”

Offline

#531 January 3, 2016 12:24 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

1374938_845052708871207_8510774192047759544_n.jpg?oh=fd9b1b52213d08b2d9f03b032bda5325&oe=57104DF3พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen
ถูกใจเพจนี้ · เมื่อวานนี้ ·

993_999596670083476_2721934081948130028_n.jpg?oh=141f8076dac126b01217cb59ca868065&oe=570D0A7A

๖ มกราคม เจอกันค่ะ

"จึงออกเดินดั้นด้นบนทางเดิม
ณ จุดเริ่ม การฆ่า ครั้ง ๕๓
ฆาตกรขึ้นวอชูคองาม
ต้องลากล่ามโซ่ลู่สู่เรือนจำ "

๖ มกราคม ๒๕๕๙ แม่น้องเกด , พ่อน้องเฌอ พร้อมญาติผู้เสียชีวิตร่วมออกเดินเท้าเพื่อทวงถามความยุติธรรม จากกรณีฆาตกรจงใจปัดตกคดีล้อมฆ่าประชาชน เมษา-พฤษภา ๕๓

๑๕.๐๐ น. พร้อมกันที่ลานฆ่า วัดปทุมวนาราม มุ่งหน้า อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา

๑๘.๐๐ น. จุดเทียนรำลึก แถลงเจตนารมณ์ ยืนยันเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด ณ อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน

........


10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=7e20f4289024507dfdd4cb67f7884176&oe=57013FD0Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 11 ชม. ·

5241_973291069430340_1071935298209815291_n.jpg?oh=367f1e43e082d4bdaf9ec57e0f3373ec&oe=571D7698

ของขวัญปีใหม่ 2016 ประยุทธ์ บอกจะเร่งคืนประชาธิปไตย "ที่แท้จริง"ให้คนไทย จากผลงานที่ผ่านมาทั้งไล่ล่าคนเห็นต่าง จับคนยัดข้อหา ห้ามต่อว่าแสดงความคิดเห็น เล่นพรรคเล่นพวกทำอะไรก็ไม่ผิด เราเชื่อแล้วว่าท่านจะนำประชาธิปไตยมาสู่ชาติไทยเราจริงๆ Heil Prayuth! Heil Prayuth!
http://www.matichon.co.th/neͽ\etail.php … 1451616126

* ไอ้เหี้ยประยุทธ์ มึงก็ตอแหลไปวันๆ
*     ก่อนอื่นถ้ารู้จักคำว่าประชาธิปไตยแล้วมึงรัฐประหารทำไม ไอ้ควาย! แต่นี่กล้าพูดคำว่าจะคืนประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่หน้าด้านไปหน่อยหรือ?ท่านตาเหล่
*     ไม่เหมือนฮิตเลอหรอกครับ เทียบกันไม่ได้ ถึงฮิตเลอจะแพ้สงคราม แต่เค้ากรอบกู้อาณาไลท์ที่3จากการที่ต้องตกต่ำจากการแพ้สงครามครั้งที่1
เยอรมันในยุคฮิตเลอเป็นยุคที่เกรียงไกรที่สุดก็ว่าได้ เราเคยเป็นประเทศที่เคยเกรียงไกร่ที่สุดในเอเซียใต้ แต่ตอนนี้หล่ะ!
*    ละครโรงนี้พอได้แล้ว เลอะเทอะ
*     แบบนี้แถวบ้านเขาเรียกว่า "คนตอแหล"
*    เหมือนฮิตเลอร์เข้าไปทุกทีละ

Last edited by linc49 (January 3, 2016 12:34 PM)

Offline

#532 January 3, 2016 12:39 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/blog-post_41.html

วันอาทิตย์, มกราคม 03, 2559

อ๊ะ พอเข้าลึกปีใหม่ มีอะไรแปลก ‘ลิงหลอกเจ้า’

1382959_931995310183423_7536508624747103875_n.jpg

อ๊ะ พอเข้าลึกปีใหม่ มีอะไรแปลก ‘ลิงหลอกเจ้า’

นับแต่ new year resolutions ของทั่นตู่ “จะพูดน้อยลง หงุดหงิดน้อยลง ทะเลาะน้อยลง และเป็น good guy”

ก็มาถึง “หึ่ง ชวน หลีกภัย คัมแบ็คหัวหน้า ปชป.”

1936146_931994270183527_6890511120633232044_n.jpg

ตามข่าวเดลินิวส์ว่า “ยังมีความกังวลเรื่องปัญหาภายในพรรคและการยอมรับของสมาชิกพรรคอยู่ ทำให้มีการเสนอชื่อของ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกรอบ เพื่อจัดการปัญหาภายในพรรค”

(http://www.dailynews.co.th/politics/370707)

นั่นหลังจาก พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล โพสต์เฟชบุ๊ค วันขึ้นปีใหม่ “ภาพถ่ายหลังสุด (เมื่อครู่นี้เอง) กับหัวหน้าชวน หลีกภัย ที่บ้านจังหวัดตรัง”

10391685_931994320183522_7978526976360517256_n.jpg

ก่อนหน้านั้นไม่ถึงวันมีข่าว “สุรินทร์ พิศสุวรรณ พร้อมแล้ว เข้าชิงหัวหน้าพรรค ปชป.” แต่ก็ไม่ทันข้ามวัน เจ้าตัวออกมาปฏิเสธไม่เป็นความจริง เพียงแต่

“สื่อมวลชนเสนอว่าควรจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นคำถ%{~0ที่ไม่ได้ตอบ และก็ย้อนกลับไปว่า คุณรู้หรือไม่ว่าการเป็นหัวหน้าพรรคคือการเตรียมตัวเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต” เท่านั้น

(http://www.posttoday.com/politic/407862)

ก็เลยมีคนไปขุดเอาข่าวไทยรัฐเมื่อต้นเดือนกันยายน ที่นายพิเชษฐให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับเรือแป๊ะของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่า

“ต่อไปนี้ประชาธิปัตย์จะลำบาก เพราะคนกลุ่มหนึ่งเอาชื่อพรรคไปก่อพฤติกรรมที่ไม่ตรงกับอุดมการณ์ดั้งเดิมของพรรค ผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็นิ่งเฉยเพราะเกรงใจผู้มีอำนาจที่ครอบงำพรรค

สิ้นยุคนายชวน หลีกภัย ภายในพรรคเปลี่ยนแปลงไปมาก เต็มไปด้วยหัวหลักหัวตอ บ้างก็หนีหายไปจากพรรค บ้างก็ทนโท่อยู่อย่างจำนน อย่างเจ็บปวด”

(http://www.thairath.co.th/content/522518)

ผู้ที่ขยันติดตามการขยับขับเคลื่อนทางการเมืองของพรรคแมลงสาบย่อมทราบว่าการ ‘เปลี่ยนแปลงไปมาก’ ของพรรค ปชป. รวมถึงกรณีที่อดีตแกนนำ กปปส. ที่ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน แอบไปทำลับๆ ล่อๆ เหมือนจะเป็นกิ๊กกับผู้ว่าการ กทม. นัยว่าหมายจะหักดิบพวกแก๊งไอติม

หลังจากมีอดีต ส.ส. กทม. ของพรรค ปชป. สายไอติมสองคนออกมาจี้ผู้ว่าฯ ให้แถลงบัญชีจัดซื้อจัดติดตั้งกล้องซีซีทีวีเมื่อสองเดือนที่แล้ว

เมื่อวานนี้นายวัชระ เพชรทอง ประกาศจะร่วมกับนายวิลาส จันทร์พิทักษ์ ร้องเรียน ปปช. และ สตง. กรณีมูลค่าประดับไฟลานคนเมือง ๓๙ ล้าน และการต่ออายุรถไฟฟ้า กทม. อีก ๓๐ ปี ทั้งที่ยังไม่หมดสัมปทาน

“ไหนว่าทั้งชีวิตนี้เราดูแล มาถึงวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ยังไม่ยอมรับโทรศัพท์นาย...โกรธอะไรกันหนักหนาถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์” นายวัชระเหน็บแรง

(http://www.thairath.co.th/content/557333)

ทางด้านนายวิลาสเปิดแถลงข่าวบ้างว่า จะเข้าไปยื่นหนังสือต่อ ปปช. และ สตง. ในวันที่ ๖ มกราคม เรื่องการประดับไฟลานคนเมืองนั้น บริษัทคิวริโอ ทัวร์แอนด์ทราเวิล เพิ่งขอขออนุญาตดำเนินการจำหน่ายและประดับไฟกับกรมธุรกิจการค้าก่อนหน้า กทม. ประกาศเชิญเอกชนเข้าร่วมนิดเดียว แล้วยังสามารถเข้าดำเนินงานได้เลยแม้ยังไม่มีการเซ็นต์สัญญา

(http://www.pptvthailand.com/news/21204)


1559722_931994576850163_1663586007526588025_n.jpg

ฝักฝ่ายในพรรคแมลงสาบออกมาสาวกันเละไม่พอ สื่ออิสระสายเอ็นจีโอออกมาช่วยสืบด้วย ว่าบริษัทคิวริโอนี้ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน แต่เป็นผู้สนับสนุนพรรค ปชป. รายไม่ย่อยเลยละ

โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ บริษัทคิวริโอบริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ไว้ ๑ ล้านบาท

(http://www.isranews.org/isranews-news/i … iiwww.html)

อาการจิกกันในเข่งของพรรคที่ไม่เคยชนะเลือกตั้งมาเป็นเวลาสองทศวรรษเช่นนี้ จะว่าไม่แปลกคงไม่ใช่ ในเมื่อนายวัชระพูดอวดอ้างว่า “ไม่ทำตามประเพณีแมลงวันไม่ตอมแมลงวันกันเอง หรือพวกเสือไม่กินเนื้อเสือด้วย ไม่ละเว้นแน่นอน จะไม่ได้ฮั้วกันบนคราบน้ำตาของประชาชน เหมือนบางพรรคการเมืองเด็ดขาด”

อีกทั้งกรณีศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคยังมีสถานะเป็นผู้ถูกปลดออกจากราชการ แม้จะอุทธรณ์อยู่ก็มิได้ทำให้ความเชื่อมั่นในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคยังคงเหนียวแน่นมากนัก

“ขณะเดียวกันก็ยังต้องรอดูท่าทีของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ที่แม้จะประกาศตัวไม่เล่นการเมือง แต่ก็ยังคุมเสียง ส.ส.ภาคใต้และภาคอีสานในพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนอยู่”

เกมช่วงชิงภายใน ปชป. เช่นนี้น่าจะเป็นผลจากกรณีที่โพลแรงดันใต้ปีก คสช. เกิดการสวิงสวาย จากตัวเลข ๙๙ ปรับใหม่เป็น ๙๘ มาถึงขณะนี้โพลดุสิตตีกลับเป็นลบ ๙๐

“ส่วนเรื่องความผิดหวังของประชาชนในรอบปี ๒๕๕๘ นั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐.๓๖ ระบุการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน พืชผลเกษตรราคาตกต่ำ

รองลงมาร้อยละ ๘๘.๑๕ การปราบปรามทุจริตยังไม่สำเร็จ ยังมีการทุจริตอยู่ ร้อยละ ๖๘.๗๕ คือการร่างรัฐธรรมนูญยังมีปัญหาข้อขัดแย้ง ขณะที่ร้อยละ ๕๗.๕๒ ระบุการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และร้อยละ ๕๕.๙๓ เรื่องการปฏิรูปประเทศยังไม่เกิดผลที่เป็นรูปธรรม”

(http://www.thairath.co.th/content/557196)

นี่เป็นความแปลกเสียจนมีคนตั้งข้อสงสัยอย่างลมๆ แล้งๆ ว่าเขาจะเปลี่ยนหัว คสช. กันฤๅ ในเมื่อคำชมจาก ‘ป๋า’ ไม่สามารถสยบความจริงในเรื่องตัวเงินให้ขยายผลออกมาได้

ถ้อยแถลงของรองปลัดกลาโหมแม้จะปัดสวะออกไปไกลจากกองทัพ ก็มิได้ทำให้ขยะหมดไป ตัวเลขต่างๆ ยังคงลอยอยู่รายรอบให้เขี่ยคุ้ย จนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สามารถชี้เป้าเงินจากโรงเรียนนายสิบ ๑๐๖ ล้าน อันเป็นเงินหลวง ไหงไปลงอยู่ในกระเป๋ามูลนิธิราชภักดิ์ได้เล่า

10273834_931994933516794_7282594341628046079_n.jpg

ประจวบกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแจ้งถึงความคืบหน้าว่าร่างใกล้จะเสร็จแล้ว เหลือแต่บทเฉพาะกาล ทั้งนี้มีเนื้อหารายละเอียดของกลไกในการป้องกันซื้อเสียงได้ชงัด เช่นห้ามลงเลือกตั้งตลอดชีวิต

1544572_931994683516819_8120937065129978914_n.jpg

แล้วยังไม่เอาแนวคิดคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูป (คปป.) มาใช้เพื่อการปรองดอง ดังที่มีคนเสนอไว้ด้วย เชื่อว่าร่างฯ จะต้องผ่านประชามติในเดือนกรกฎาคมแน่ ถ้าไม่ผ่านก็จะเอาผิดกับผู้ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ไม่ยอมรับ

(http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1451737043)

รูปการณ์ส่อไปในทางที่จะต้องเอาเลือกตั้งเป็นสรณะ จึงมีความพยายามปรับกระบวนของพรรคแมลงสาบ รอรับการเลือกตั้งที่หวังจะมาแน่ในอีกปีครึ่ง ซึ่งจะเป็นการต่อสู้ด้วยชั้นเชิงการเมืองล้วนๆ โดยไม่อาจหวังในกรณีพิเศษ ‘เทพอุ้มสม’ ได้ดั่งเคยแล้ว

Offline

#533 January 3, 2016 12:43 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=2e0f9f875a4f6e9605d37dade84d487a&oe=57141EDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
16 ชม. · กรุงเทพมหานคร ·

2762_925371660892917_3903252401847755282_n.jpg?oh=5a56e16fb87f88b648dcf963cc8f8b2f&oe=5716C717

นอกจากประเด็นที่ อุดมเดช ที่ดำรงฐานะ ผบ.ทบ. ออกหนังสือเรี่ยไรเงินบริจาคให้กับมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ที่ตัวเองเป็นประธานมูลนิธิที่ตั้งอยู่ที่บ้านตัวเองโดยไม่ผ่าน กคร. ผิดระเบียบราชการ
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ตั้งข้อสังเกต เรื่องงบกลาง 69 ล้านบาท แทนที่จะลงบัญชีกองทัพบก แต่กลับโยกไปเป็นเงินกองทุนสวัสดิการคือ ลงเป็นค่าบริจาค แทนที่จะลงเป็นค่าอาคาร ทั้งที่ตอนของบนั้นขอเป็นงบลงทุน ซึ่งทำให้การแสดงข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
==============
ตรงนี้จะต้องไปดูว่า
1.มีการแก้ไขรายการบัญชีจริงหรือไม่ โดยจะต้องดูการขออนุมัติงบตั้งแต่แรก
2.หากมีการแก้ไขบัญชีให้ปลี่ยนไปจากข้อเท็จจริงเดิมจริง สิ่งที่ควรเป็นของกองทัพบกจะกลายเป็นของกองทุนอุทยานราชภักดิ์ การให้ทรัพย์สินราชการออกไปจะกลายเป็นคดีอาญา เหมือนการเอาทรัพย์สินของราชการไปขาย ทั้งนี้ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เซ็นอนุมัติให้เป็นงบกลาง แล้วเหตุใดจึงกลายไปเป็นเงินบริจาค
และ 3.ทำไมเงินโรงเรียนนายสิบจำนวน 149 ล้านบาท ไม่ทำเป็นเงินบริจาคเหมือนงบกลาง คือจะแก้ก็แก้ไม่หมด นอกจากนี้ ทำไมต้องเอาเงินโรงเรียนนายสิบอีกก้อนหนึ่งจำนวน 106 ล้านบาท ไปใว้ในกองทุน
ก่อนหน้านี้สังคมไม่เคยรับรู้เลยว่าโรงเรียนนายสิบบริจาคเงินให้กองทุนหรือมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งเงินของโรงเรียนนายสิบคือเงินหลวง แต่ที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องชี้แจงมาตลอดว่าไม่เคยใช้งบประมาณแผ่นดิน
================
http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1451635932
เราจะโกงอย่างจงรัก ทุจริตอย่างภักดี
หยุดดัดจริตประเทศไทย

...........


12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=77b926a334d6322679f2e4321ef63d80&oe=5716B6CFอาณาจักรไบกอน Returns
30 ธันวาคม 2015 เวลา 21:16 น. ·

1045084_1808488229378598_4947276716665436837_n.jpg?oh=25a7cdac5915a8844570c4f7464a58ed&oe=571A7A71

เชื่อหรือยัง!! ไอ้พวกควายแดง
ว่าผลสอบจาก ฝ่ายกลาโหมจากสีเดียวกัน ว่าไม่มีการโกงถูกระเบียบทุกขั้นตอน
#ไร้โกงแน่นอน..
อย่าโง่กันให้มากนัก กินแต่หญ้า มันถึงได้โง่กันจัง.. (อารมณ์ด่าตัวเอง) ตกลงกรูโง่ใช่ไหม!!??
#โจรสลัด

Offline

#534 January 3, 2016 12:52 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=cb92532939ccb89a3fac83bc56e146bc&oe=570E227Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
ถูกใจเพจนี้ · 3 ชม. ·

10606150_449891885220484_750225152580292591_n.png?oh=16c2d1a019ab432b3db4766ba14927e2&oe=570F3B06

ประชาชนส่วนใหญ่โหวตให้ เรื่อง Single Gateway เป็น เหตุการณ์แห่งปี 2558 จากการโหวตผ่าน Voice TV......

>>>>>>>>>>>>>

จากข่าว Voice TV

"....แนวคิดการจัดตั้ง Single Gateway ในปี 2557 ถูกต่อต้านจากผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตและสังคมออนไลน์ แม้รัฐบาลมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมเว็บไซต์และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม แต่อาจเป็นการคุกคามสิทธีและเสรีภาพประชาชนแทน จนทำให้เกิดกลุ่มต่อต้านนโยบายนี้ และรัฐบาลต้องชะลอแนวคิดนี้ ถือเป็นเหตุการณ์แห่งปี 2558....."

http://news.voicetv.co.th/thailand/306858.html

ปรากฎการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึง การตื่นตัวของประชาชนที่ยังคงให้ความสนใจต่อ เสรีภาพบนโลกออนไลน์ เพียงแต่ไม่มีช่องทางในการแสดงออกเท่านั้น ยิ่งมีข้อมูลยืนยันชัดเจนขนาดนี้ พวกเราจะขอทำหน้าที่ปกป้อง เสรีภาพสุดท้ายนี้ เอาไว้ตราบที่ยังมีอินเตอร์เน็ตใช้ในประเทศนี้

กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway
3 มกราคม 2558

...........

1385642_449841248558881_8514706948613402239_n.png?oh=776c7190b639f609860d3b5f0af19529&oe=570A6C1E

แถลงการณ์ กลุ่ม พลเมืองต่อต้าน Single Gateway
เรื่อง ขอขอบคุณ ประชาชนที่ร่วมให้กำลังใจและโหวตให้เป็น หนึ่งในบุคคลแห่งปี 2558
จากกรณีที่ทาง Voice TV ได้จัดให้มีการโหวตจากผู้ชมทางบ้านให้มีการเลือกบุคคลทรงอิทธิพลที่ผู้ชมทางบ้านเห็นว่า สมควรเป็นบุคคลแห่งปี 2558 และผลการโหวต ปรากฎว่า กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway ได้รับเลือกให้เป็น หนึ่งในบุคคลแห่งปี 2558 ตามข่าว
"....แม้นโยบาย Single Gateway จะถูกทบทวนบทบาทไปแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มคนทรงอิทธิพลที่สร้างจุดเปลี่ยนในเรื่องนี้ คือ "พลเมืองต่อต้าน Single Gateway" จนกลายเป็นหนึ่งในบุคคลแห่งปี 2558....."
http://news.voicetv.co.th/thailand/306579.html
ทางกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway ต้องขอขอบคุณ ผู้ชมทางบ้านของ Voice TV ที่ได้ร่วมโหวตให้ กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway เป็นหนึ่งในบุคคลแห่งปี 2558 ในครั้งนี้
จากความในใจของทีมงาน.....
"....รางวัลและกำลังใจนี้ ขอมอบให้เพื่อนๆแฟนเพจและทีมงาน(เหล่าบิ๊กบอสที่คอยดูแล, ทีมครูฝึก, ทีมพัฒนาเนื้อหาการสอน, ทีมประสานงาน, ทีมงานศิลป์ที่ร่วมสร้างสรรค์ และทุกท่านที่ไม่ได้เอ๋ยถึง) ที่อยู่เบื้องหลัง การขับเคลื่อนทุกกิจกรรมของกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway
แต่งานของพวกเรายังไม่จบ เพราะยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนที่จะล้มเลิกโครงการนี้แต่อย่างใด อีกทั้ง เสรีภาพของประชาชน ยังคงเปราะบางมาก ภายใต้การบริหารของรัฐบาลเผด็จการ ภารกิจอันหนักหน่วงยังคงรออยู่ตรงหน้า พวกเราทุกคน...."
พวกเราจะขอทำหน้าที่ นักรบ(ในโลกไซเบอร์)เพื่อปกป้องเสรีภาพของผู้คน ต่อไป......
เชื่อมั่นและศรัทธาในความถูกต้อง
กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway #OpSingleGateway
3 มกราคม 2558

Offline

#535 January 4, 2016 10:35 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/2559-4-2016.html

วันอาทิตย์, มกราคม 03, 2559

วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย ปี 2559 อ.วีระ ธีรภัทร + เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทย 2016

วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย ปี 2559 อ.วีระ ธีรภัทร

Published on Nov 12, 2015

ooo


ประชาชาติธุรกิจ จัด เสวนาTHAILAND 2016 เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทยปี 2016

ที่มา prachachat online

เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทย 2016 (part 1)

Published on Nov 4, 2015

ประชาชาติธุรกิจ จัด เสวนาTHAILAND 2016 เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทยปีหน้า

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม http://www.prachachat.net/news_detail...


เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทย 2016 (part 2)


เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทย 2016 (part 3)


เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทย 2016 (part 4)


เปิด 4 มุมมอง"นักเศรษฐศาสตร์" มองเศรษฐกิจไทย 2016 (part 5) จบ

Offline

#536 January 4, 2016 12:26 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เมื่อปปช.พูดว่า"ถ้าวันนี้ถูกต้อง ไม่ต้องกลัววันพรุ่งนี้"ญาติผู้ตายบอกว่า"งั้นก็ออกมาสู้กัน"
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 2 ม.ค. 2016
นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน้องลูกเกด พยาบาลที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะเข้าไปช่วยเหล­ือผู้ชุมนุมในวัดปทุมวนาราม ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มนปช.ปี 2553 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ Thaivoicemedia กรณี ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่­งชาติ หรือ ปปช.ยกคำร้องไม่เอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายอนุพงษ์ เผ่่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ในการสั่งให้ทหาร ตำรวจ สลายการชุมนุมของนปช.ในเหตุการณ์ทางการเมื­อง ปี 2553 ว่า ไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะ ปปช.ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเครือ่งมือของฝ่าย­พรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เป็นเกมส์ที่ พรรคประชาธิปัตย์ ทหาร และรัฐบาล คสช. ต้องการที่จะให้ประชาชนหลงผิดว่า ทั้ง 3 คนพ้นผิดแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่ เพราะคดีนี้ ศาลอาญา ได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วว่า การเสียชีวิตของประชาชนมาจาճw81เจ้าหน้าที่รั­ฐ มีการสอบสวน ตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆมากมาย ขณะที่ ปปช.ไม่ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานอะไร เพียงแต่ต้องการจะล้างผิดให้กับ 3 ผู้ถูกกล่าวหา และยังกลับโยนความผิดให้กับผู้ใต้บังคับบั­ญชาระดับล่างด้วย เรื่องนี้ ญาติผู้เสียชีวิตจะสู้ไม่ถอย โดยจะจัดกิจกรรมทวงคืนความยุติธรรมให้กับป­ระชาชนผู้เสียชีวิตในวันที่ 6 มกราคมนี้ จากวัดปทุมฯไปถึงราชประสงค์และกระทรวงยุติ­ธรรม
ส่วนกรณี นายวิชา มหาคุณ กก.ปปช.ที่บอกว่า "ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัววันพรุ่งนี้"นั้น นางพะเยาว์บอกว่า "ถ้าพูดเช่นนั้นงั้นก็ต้องออกมาสู้กั­น"

........

11074605_890789707632430_4788695808117663972_o.jpg


zzz_6821.jpg


12346297_987240314652445_8775957689299903641_n.jpg?oh=2e94ec47dc86fa9c8c26995b56247682&oe=5745833B

12647691911264771168l.jpg


https://mesathai.wordpress.com/%E0%B9%8 … %E0%B8%B9/

เบื้องหลัง 10 เมษาฯ ถล่ม "บูรพาพยัคฆ์" มติชนสุดฯ

matichon1549.jpg

เบื้องหลัง 10 เมษาฯ ถล่ม “บูรพาพยัคฆ์” มติชนสุดฯ
อย่างที่คุณปีศาจว่ามติชนสุดท็อปฟอร์มจริงๆ บทความนี้น่าอ่านมากตอบคำถามได้อย่างดีว่าทำไมถึงต้องบอมบ์สีลม อ่านแล้วก็ช่วยเค้าซื้อกันหน่อยนะครับ

หลัง ความพ่ายแพ้ ทั้งที่สถานีดาวเทียมไทยคม ลาดหลุมแก้ว เมื่อ 9 เมษายน และโดยเฉพาะเหตุนองเลือด 10 เมษายน 2553 ที่แยกคอกวัวและถนนดินสอ สถานภาพที่แท้จริงของกองทัพไทยก็ปรากฏโดยพลัน พร้อมๆ กับบทเรียนและบาดแผลจากสงคราม

ชื่อของบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. กับเพื่อนรัก บิ๊กหนุ่ย พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง เสธ.ทบ. กลับถูกวิพากษ์ลั่นกองทัพ แม้ว่าจะทำเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองก็ตาม

ด้วยรู้กันว่าก่อนหน้า นั้นบิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. แม้จะไม่ได้เป็น “ทหารแตงโม” แต่ก็ใส่เกียร์ว่าง รักษาเนื้อรักษาตัวกลัวเป็น ผบ.ทบ. มือเปื้อนเลือด จึงปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ น้องรัก ใส่เกียร์ 5 เดินหน้าเต็มตัว ประหนึ่งเป็น ผบ.ทบ. โดยมี พล.ท.ดาว์พงษ์ ประหนึ่งเป็น เสธ.ทบ. ราวกับเตรียมฝึกงานไว้ก่อน

การเสียหน้าเสียฟอร์ม เสียศักดิ์ศรี ที่ทหารพร้อมใจกันแตกทัพ ถูกคนเสื้อแดงต้อนหนีออกทุ่งนา ไม่ว่าจะเพราะเป็นแตงโม หรือไม่กล้าใช้ความรุนแรง กลัวต้องรับผิดชอบหรือสร้างเงื่อนไข ก็ตาม รวมทั้งความคาดหวังหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่าต้องจัดการเด็ดขาด พร้อมทั้ง “คำสั่งพิเศษ” ที่ว่า “ให้จบก่อนสงกรานต์ที่กดดันทั้งรัฐบาลและกองทัพ

ทำ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ท.ดาว์พงษ์ ไม่รีรอที่จะใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า ที่บังคับให้เรียกอย่างสวยหรูว่า “ขอคืนพื้นที่” หลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ต้องการให้ทำมานานแล้ว

แต่ยุทธการ “ยึดผ่านฟ้า” กลับเริ่มต้นตอนบ่ายโมงเศษๆ โดยฉวยโอกาสเมื่อคนเสื้อแดงบุกไล่ทหารที่กองทัพภาค 1 เพราะกลัวว่าจะมาสลายการชุมนุม จึงมีเวลาปฏิบัติการแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนพลบค่ำ ซึ่งตามหลักนิยมทหารแล้วจะหลีกเลี่ยงเพราะควรจะเป็นช่วงก่อนรุ่งสางมากกว่า เลือกเวลาที่ม็อบอ่อนล้าอ่อนเพลีย หรือลดจำนวนน้อยลง แถมมีเวลาปฏิบัติการได้ทั้งวันหากจะปิดเกม

ทั้งๆ ที่เพลี่ยงพล้ำก็ควรจะหยุดเพื่อตั้งหลักตามยุทธวิธี แต่อาจด้วยเพราะ “อารมณ์” กลับมีคำสั่งให้เสริมกำลังทหารพร้อมเสียงกรอกใส่โทรศัพท์ว่า “ต้องให้จบในคืนนี้” ทั้งๆ ที่ปฏิบัติการทางทหารต้องใช้สถานการณ์เป็นตัวตัดสิน ต้องค่อยๆ ก้าวอย่างมีกลยุทธ์ ไม่เร่งรัดหรือขีดเส้นเวลา ที่สำคัญ ต้องไม่ให้ปัจจัยการเมืองมาแทรกแซงปฏิบัติการทางทหาร

งานนี้ บรรดาทหาร “วงศ์เทวัญ” จากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) รับผิดชอบวงนอก ตั้งแต่พระราชวังจิตรลดาฯ ตามถนนราชดำเนิน ไปสู่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่มีการปะทะกับคนเสื้อแดง แต่ก็แค่ใช้รถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง

แม้จะ “หัว เสธ.” แค่ไหน แต่ก็จบจากโรงเรียนเดียวกัน เรียนตำราเล่มเดียวกันมา เมื่อกองทัพต้องใช้แผน “ล้อมปราบ” ด้วยการใช้ “ทหารป่า” อย่างกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) กาญจนบุรี บุกมาทางฝั่งธนบุรี สะพานพระปิ่นเกล้า ส่วนกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) อันโด่งดังในชื่อ “บูรพาพยัคฆ์” ออกจากทั้งที่รวมพลที่กองทัพภาค 1 และ บก.ทบ. เดินหน้าลุยเข้าถนนดินสอ หน้า ร.ร.สตรีวิทยา และแยกไปทางวัดบวรนิเวศน์ฯ บางลำพู เข้าถนนตะนาว ข้าวสาร และแยกคอกวัว

โดยมีกำลังเสริมจาก กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) มาเสริม โดยเฉพาะรถสายพานลำเลียงพล แบบที-85 จากจีน รวม 9 คัน เพื่อหวังเป็นด่านหน้าในการบุกตะลุย และเป็นเกราะกำบังภัยให้ทหาร เพื่อไป “รวมกันตี” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วบุกเข้ายึดผ่านฟ้า พร้อมกับกำลังจาก พล.1 รอ. ที่จะบุกมาจากทางแยก จปร.

ในเมื่อฝั่ง ฝ่ายเสื้อแดงก็มีทั้งทหารเก่าทหารแก่ และทหารแตงโมที่เชี่ยวการศึก วางกลยุทธ์ให้ และใช้ข้ออ้าง เมื่อมีกระสุนจากปืนสไนป์เปอร์จากตึกสูงพุ่งเข้าหัวคนเสื้อแดงแตกกระจุย ทั้งเอ็ม 67 และเอ็ม 79 ก็ระดมใส่ทหาร ผ่านฟ้าลีลาศ จึงไม่กลายเป็น “เทียนอันเหมิน” อย่างเช่นที่ทหารจีนใช้รถถังและอาวุธกระสุนจริงปราบปรามนักศึกษาและประชาชน ที่เรียกร้องประชาธิปไตย ในห้วงเวลาเดียวกันนี้ของเมื่อ 21 ปีก่อน

โดย ลูกแรก หมายเด็ดหัวแม่ทัพนายกอง หยอดใส่วงประชุมจัดกำลังของบิ๊กอู๊ด พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่กำลังถกกับผู้บังคับการกรม ผู้บังคับกองพัน ทั้งเหล่าบูรพาพยัคฆ์ ทหารม้า และทหารรบพิเศษ 2 ลูกติดกัน จนทัพระส่ำแตกพ่าย เอารถสายพานฯ หนีได้แค่ 3 คัน ที่เหลือถูกยึด รวมทั้งทหารประจำรถและอาวุธต่างๆ เมื่อถอยร่นกันอุตลุต หิ้วลากร่างทหารทั้งที่ไร้วิญญาณและบ้างโชกเลือด ไม่ต่างจากคนเสื้อแดง

การ สูญเสียของทั้งสองฝ่าย ยิ่งสำหรับทหารแล้ว ถือว่าที่เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บอีก 230 คน สาหัส 90 คนนั้น มากกว่าสงครามครั้งใดเลยด้วยซ้ำ แถมนายทหารสัญญาบัตรสายเลือดเตรียมทหาร จปร. ทั้งตายและเจ็บ ที่สำคัญล้วนเป็น “ทหารเสือราชินี” ทั้งสิ้น โดยเฉพาะ เสธ.เปา พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รอง เสธ.พล.ร.2 รอ. เป็นศพแรก

ส่วน พล.ต.วลิต ขาซ้ายแตกหัก 3 ท่อน ที่ต้องดามเหล็ก ไม่นับแผลตามร่าง พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช ผบ.ร.12 พัน 2 รอ. ที่สะเก็ดเอ็ม 79 ฝังในศีรษะเจาะสมอง แม้จะพ้นขีดอันตรายแต่ก็ไม่มีวันกลับมาเป็นผู้พันไก่คนเดิม พ.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผบ.ร.21 รอ.หน่วยทหารเสือราชินี ก็ถูกสะเก็ดฝังที่ต้นขา พ.ท.นพสิทธิ์ สิทธิพงษ์โสภณ ผบ.ม.พัน 3 รอ. ที่จู่ๆ ต้องมีสะเก็ดเอ็ม 79 ฝังอยู่ในขาทั้งสองข้าง โดยหมอไม่ผ่าออก เพราะเกรงกระทบเส้นประสาทกล้ามเนื้อ ไม่นับรวมระดับรองผู้การกรม ผู้พัน และรองผู้พัน ที่ล้วนเป็น จปร. อีกหลายคน

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อเยี่ยมบรรดาทหารเสือราชินี ที่ล้วนเคยถวายงาน ถึงที่ ร.พ.พระมงกุฎเกล้าฯ รวมทั้งพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พ.อ.ร่มเกล้า ด้วยพระองค์เอง

การศึกนี้ นอกจากแพ้พ่ายแล้ว ยังเสียขุนพล และเสียทหารไป 1 กองพล คือ พล.ร.2 รอ. ที่ต้องเรียกว่า “ละลาย” ไปเลย เพราะในจำนวนทหารที่บาดเจ็บกว่า 200 คนนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบูรพาพยัคฆ์

จึง ไม่แปลกที่ พล.ต.วลิต จะรู้ตัวว่า ถูกหมายหัว เพราะมีการชี้เป้า ก่อนที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะหยอดเอ็ม 79 ลงตรงพอดี แถมทั้งบรรดานายทหารที่แต่งกายต่างจากกำลังพลไปยืนรวมเป็นจุดใหญ่ ทั้งๆ ที่มีรถสายพานเป็นเกราะอยู่ จึงเป็นเสมือนการล้างแค้นที่ พล.ร.2 รอ. เคยปราบปรามเสื้อแดง ที่สามเหลี่ยมดินแดงเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว จนได้รับยกย่องจาก ทบ. ไว้ด้วยนั่นเอง ไม่นับรวมความโดดเด่นของหน่วย ที่ในยุค 3 ป.นี้ถือเป็นยุคทอง ที่ทหารหน้าไหนก็พากันหมั่นไส้ จึงอาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยัง บูรพาพยัคฆ์ พร้อมกันนั้นก็เป็นบทเรียนของสิงห์ตะวันออก ทั้งน้อยใหญ่ รวมทั้ง ป้อม – ป๊อก – ประยุทธ์ ด้วยนั่นเอง

บทเรียน 10 เมษายน ทำให้เกิดการเรียกขาน พล.ท.ดาว์พงษ์ เป็น “แม่ทัพภาคศูนย์” เพราะสั่งการโดยตรงยัง ผบ.หน่วยคุมกำลังด้วยตัวเอง บางครั้งไม่ผ่านบิ๊กอ๊อด พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาค 1 ด้วยซ้ำ ที่อาจเป็นเพราะเคยพลาดหวังจากเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 มาก่อน ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสได้แสดงฝีมือ แถมทั้งไม่วางใจใคร จนถึงขั้นที่ต้องสวมบท “จ่า” ลงไปยืนจี้ชี้สั่งการนายสิบ พลทหาร ในพื้นที่เองเลยทีเดียว เพราะมีดาบอาญาสิทธิ์ จาก พล.อ.ประยุทธ์

จึง เกิดการจับคู่ ทหารวงศ์เทวัญกับบูรพาพยัคฆ์ เกิดขึ้น ด้วย พล.ท.ดาว์พงษ์ เติบโตจาก ร.11 รอ. และในพล.1 รอ. ส่วน พล.ท.คณิต รุ่นน้อง ตท.13 โตมาจาก พล.ร.2 รอ. แถมต้องมาชิงเก้าอี้ห้าเสือ ทบ. และเป็นที่ไว้วางใจของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

งานนี้ เตรียมทหาร 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ประธานรุ่น หมายจะโชว์ศักยภาพการขึ้นเป็นผู้คุมกองทัพในยุคต่อไป จึงทำงานกันแค่ไม่กี่คน เช่น บิ๊กเต่า พล.ท.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายกิจการพลเรือน บิ๊กหน่อย พล.ต.จิระเดช สิทธิประณีต เลขานุการ ทบ. และใช้ทหารรบพิเศษหน่วยเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90) ของ พล.ท.โปฎก บุนนาค ผบ.นสศ. และแท็กทีมกับ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบชน. เพื่อนสีกากี

ทั้ง จะเห็นได้ว่า ศึกแดงเดือดครั้งนี้ มีการใช้ “ทหารม้า” มากเป็นพิเศษ ที่นอกจากเพราะมีบิ๊กอ้อ พล.ต.วิลาศ อรุณศรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 คุม ในฐานะที่เป็นพี่เลิฟของบิ๊กฟิ้งค์ พล.ต.สุรศักดิ์ บุญศิริ ผบ.พล.ม.2 รอ. เพราะไปอยู่ชายแดนภาคเหนือมาด้วยกันแล้ว ยังมีแนวคิดกลยุทธ์การรบแบบสงคราม “วอเตอร์ลู” (Waterloo) ร่วมด้วย

แต่ดูเหมือนจะเป็น “วอเตอร์ลู” ของทหารในฝ่ายเสื้อแดงด้วย เพราะนอกจากจะเป็นสงครามกลางเมืองแล้ว ยังจะเป็น “สงครามครั้งสุดท้าย” ของนโปเลียนด้วย แต่ยุทธการดับแดงเดือดนี้ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของฝ่ายใดเท่านั้น เพราะทหารสีแดงก็ระดมการต่อสู้ทุกหนทาง แม้แต่ต้องก่อศึกสายเลือดฆ่าฟันกันเอง เมื่อสงครามยังไม่จบ ก็อย่าเพิ่งนับศพทหารหรือประชาชน

ยิ่งเมื่อกลุ่มเสื้อแดง ทิ้งผ่านฟ้าฯ แล้วคงยึดแยกราชประสงค์ไว้เป็นฐานที่มั่นเดียวไว้อยู่ และยังไม่เห็นทางออกที่จะไม่ให้เกิดการเจ็บตายขึ้นอีก

แม้ว่า นายอภิสิทธิ์จะกล้าเล่นกับไฟ ด้วยการตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เป็นหัวหน้าส่วนราชการในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือที่ภาษาทหารเรียกกันว่า “ผู้บัญชาการเหตุการณ์” แทนนายสุเทพ เพื่อที่จะ “แก้เผ็ด” การที่ พล.อ.อนุพงษ์ ลอยตัว ไม่เต็มที่ เพื่อประคองตนให้เกษียณแบบมือไม่เปื้อนเลือดและไม่มีคดีความติดตัว

ความ เป็น “เด็กดื้อ” ของ นายอภิสิทธิ์ ประกอบกับความมั่นใจใน “กองหนุน” ที่มีหลายระดับ ทำให้เขากล้าที่จะเอ่ยปากเหน็บแนมทหาร ที่บิ๊กๆ ฟังแล้วไม่สบายใจ ทั้ง “เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์ท้อแท้” หรือ “หากไม่ทำ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลอ่อนแอ แต่เป็นการสะท้อนความอ่อนแอของรัฐและความมั่นคงของประเทศ”

ครั้ง หนึ่งก่อนหน้า 10 เมษายน พล.อ.อนุพงษ์ เคยปฏิเสธข้อเสนอของ นายอภิสิทธิ์ ที่ให้ยึดพื้นที่ราชประสงค์คืน ว่า “ทำไม่ได้ เพราะจะเกิดการสูญเสียทั้งเศรษฐกิจ ทรัพย์สิน และชีวิตของทั้งสองฝ่าย” แต่เห็นว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ไม่ใช่แก้ด้วยการทหาร

หลัง 10 เมษายน พล.อ.อนุพงษ์ ถึงขั้นให้สัมภาษณ์ว่า “การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง” พร้อมเสนอให้ยุบสภา พร้อมทั้งยืนกรานว่า ทหารไม่ได้ “หน่อมแน้ม อ่อนแอ หรือเกียร์ว่าง” แต่ “ประเสริฐสุดยอด” ที่ไม่ยิงประชาชน

จะว่าไปแล้ว พล.อ.อนุพงษ์ เองก็ไม่ได้เกียร์ว่าง เพราะ 10 เมษายน เขาเป็นผู้บัญชาการศึกด้วยตนเอง เป็นแม่ทัพเสียเอง แม้พื้นที่วงในจะใช้กำลังจาก พล.ร.2 รอ., พล.ร.9 และ พล.ม.2 รอ. แต่ พล.อ.อนุพงษ์ ก็สั่งการตรงไปถึงผู้บังคับการกรมเองด้วยซ้ำ พล.อ.อนุพงษ์ เผยเองว่า พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.ร.2 รอ. โทรศัพท์มาขอถอนกำลังเพราะถูกระเบิดโจมตีทหารเจ็บหนักกว่า 30 คน โดยตนให้ถอยมาที่ สิบสามห้าง บางลำพูก่อน แต่ก็โดนระเบิดตามมาอีก จนต้องมายังสโมสร ทบ. เทเวศร์

รวมทั้งการขึ้น ฮ. บินดูสถานที่และจำนวนผู้ชุมนุมด้วยตนเอง แนวคิดการใช้ ฮ. แจกใบปลิว หรือการใช้ ฮ. โปรยแก๊สน้ำตาลงหน้าเวทีผ่านฟ้า ที่ก็แห้ว แถมทหารยศพันเอกถูกยิง ฮ. ทะลุเท้าเสียอีก แม้แต่การให้กำลังทหารแยกกันเดินเข้าถนนเล็กๆ หลายสาย ที่เป็นรูปตัว S น่าจะช่วยเป็นเกราะกำบังทหารเวลาบุกได้ ก่อนรวมกันตี

“ข่าวที่ออกมา เหมือนผมขัดแย้งกับพี่ป๊อก ว่าพี่ป๊อกไม่เอา ผมเอา ทั้งๆ ที่ความจริง มีอะไรก็ปรึกษาหารือกันตลอด แต่การตัดสินใจและสั่งการ เขาเป็นนาย เขาเป็นคนรับผิดชอบ” พล.อ.ประยุทธ์ แจงสั้นๆ

แต่ท่าทีโดยภาพรวมของ พล.อ.อนุพงษ์ ที่ปรากฏ ยิ่งเมื่อเสนอให้ยุบสภานั้น ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่คนรักอภิสิทธิ์ คนสีเหลือง แม้แต่ นายสุเทพ เอง ที่เคยสนิทสนมก็เริ่มมองหน้ากันไม่สนิทใจ โดยเฉพาะแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถึงขั้นเชียร์ให้ นายอภิสิทธิ์ ปลด ผบ.ทบ. แล้วตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ทหารเสือราชินีตัวพ่อ ที่กล้าได้กล้าเสียและพร้อมลุย ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.เลย แต่ นายอภิสิทธิ์ รู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และอะไรจะเกิดขึ้นหากทำเช่นนั้น

แต่วิธีของนายอภิสิทธิ์ก็คือ การตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ ให้มาร่วมรับผิดชอบอย่างเต็มตัว ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ อันเป็นการมัดมือชกหรือบังคับไม่ให้หนีปัญหาอีกต่อไป จากเดิมที่เป็น ผช.ผอ.ศอฉ. เท่านั้น จนร่ำลือกันว่าหาก พล.อ.อนุพงษ์ ยังนิ่งเฉย หรือกล้าๆ กลัวๆ รัฐบาลก็จะหาเหตุในการปลด แล้วตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ รับผิดชอบแทน เพื่อที่จะล้อมปราบเสื้อแดงให้ราบคาบ

แรงกดดันจากสังคม รวมทั้งเล็งเห็นแล้วว่าต่อให้มีประชาชนหรือทหารเสียชีวิต ก็ไม่เห็นว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบอะไร แถมมีทางออกด้วยการโยนและประโคมข่าวให้เป็น “กลุ่มก่อการร้าย” กองกำลังติดอาวุธ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ทหารในการยิงเพื่อป้องกันตัวเอง หรือคุ้มกันในการถอนตัว ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ กล้าที่จะสั่งทหารจาก 3 กองพล คือทั้ง พล.1 รอ., พล.ม.2 รอ. และ พล.ร.9 พร้อมอาวุธครบมือเข้ายึดสีลมก่อนที่เสื้อแดงจะบุก

ถึงขั้นที่ เสธ.ไก่อู พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้ปลดปล่อยความรู้สึกด้วยการลั่นขู่ปะทะ และทหารได้ไฟเขียวให้ใช้อาวุธจริงได้ เพื่อป้องกันตัวเอง หรือหยุดยั้งผู้ชุมนุมตามสมควรแก่เหตุ ซึ่งถือเป็นการเปิดช่องให้ยิงได้เต็มที่ จนแกนนำเสื้อแดงเปลี่ยนแผนไม่บุกยึดสีลม เพราะนาทีนี้ หากสั่งทหารไปพร้อมโล่ กระบอง แก๊สน้ำตา ไม่มีใครไปแล้ว ต้องกระสุนจริงเท่านั้น

จุดยืนของ พล.อ.อนุพงษ์ก็คือ หากเสื้อแดงก่อเหตุป่วนเมืองหรือไปยึดสถานที่อื่น หรือแม้แต่ ร.11 รอ. ฐานบัญชาการ ศอฉ. รัฐบาลและกองทัพก็คงยอมไม่ได้ ต้องประกาศกฏอัยการศึก ปะทะ ตายเจ็บต้องมี แต่หากเสื้อแดงยังคงชุมนุมโดยสงบที่แยกราชประสงค์ ทหารก็จะไม่เข้าสลาย เพราะฝ่ายทหารสีแดงคงตั้งรับเต็มที่ แถมมีอาวุธปืนหลายแบบที่ยึดไปจากทหารมากกว่า 60 กระบอก แม้แต่ปืน Tavor ใหม่เอี่ยมจากอิสราเอล ที่ ทบ. ซื้อมาใช้แทนปืนเอ็ม 16 จึงอาจเกิดการสูญเสียทั้งสองฝ่าย แต่จะจัดการกับกองกำลังติดอาวุธ กลุ่มก่อการร้าย และดำเนินคดีตามกฎหมายกับแกนนำที่ออกหมายจับ ทั้งแบบบนดินและใต้ดิน

บทเรียน 10 เมษายน ทำให้วันนี้ทหารที่ออกปฏิบัติหน้าที่ทุกคนต้องพกอาวุธ มีปืนเอ็ม 16 ติดตัวตามปกติ แถมมีการแจกจ่ายปืนลูกซองและกระสุนจริงไว้สลายม็อบ แทนแก๊สน้ำตาหรือกระสุนยาง ยกเลิกกฎการใช้กำลัง 7 ขั้น ที่หนักกว่านั้นคือ ทหารมีทั้งกระสุน “ลูก 9” ที่ยิง 9 นัด จะแตกออกเป็น 9 ลูก และ “ลูก 70” ที่จะแตกออกไป 70 ลูกเล็กๆ ที่สามารถหยุดม็อบแดงให้ร่วงผล็อยได้คราวละมากๆ เลยทีเดียว รวมทั้งการส่งพลซุ่มยิง หรือสไนป์เปอร์ ไปอยู่ตามตึกสูง เพื่อป้องกันกลุ่มก่อการร้ายขึ้นไปยึดพื้นที่รอจังหวะยิงทหารหรือสร้าง สถานการณ์ ทั้งยังปรับกลยุทธ์ด้วยการใช้ทหารนอกเครื่องแบบ พร้อมเข้าปฏิบัติการ

ส่วนนายทหาร ผบ.หน่วย หรือสัญญาบัตร ก็ต้องแต่งตัวให้กลมกลืนกับทหาร สวมเสื้อเกราะและหมวกเหล็ก ราวทำสงครามใหญ่ และปกปิดตัวเอง ไม่ให้ออกสื่อมาก จนคนจำหน้าได้ อันเป็นบทเรียนจากบูรพาพยัคฆ์

หากไม่มี “สัญญาณพิเศษ” หรือคำสั่งพิเศษมายัง พล.อ.อนุพงษ์ เขาก็จะประคองสถานการณ์ไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้การเมืองแก้ปัญหากันเอง หรือให้สถานการณ์คลี่คลายด้วยตัวของมันเอง หรือบางทีม็อบสีเหลืองอาจเป็นทางออกในที่สุด เพราะหากต้องยึดพื้นที่ราชประสงค์คืนนั้น ทุกฝ่ายคาดการณ์ว่าต้องมีตายเป็นหลักร้อยหรือหลักพัน บาดเจ็บนับไม่ถ้วน ไม่ต่างจากเหตุนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน แล้วชื่อของ พล.อ.อนุพงษ์ ก็จะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ดำมืด และเป็น “ตราบาป” ไปตลอดชีวิต

นักการเมืองมาเป็นรัฐบาล ครองอำนาจอย่างมาก 4 ปี แล้วก็ไป แต่ทหาร หากมือต้องเปื้อนเลือด กองทัพจะอยู่อย่างไร นอกเสียจากเป็นจำเลยของสังคม

จึง ไม่แปลกที่จะเกิดข่าวลือ การปฏิวัติรัฐประหาร มาเป็นทางออกสุดท้าย ในเมื่อคำพูดของ ผบ.ทบ. ที่ให้การเมืองแก้ด้วยการเมือง ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้รับการตอบสนอง รัฐบาลคิดแต่จะโยนความรับผิดชอบภาระที่หนักอึ้งมาให้กองทัพ คิดแต่จะแก้ปัญหาการเมืองด้วยการทหาร โดยไม่สนใจว่านายทหารหรือพลทหาร จะตายอีกกี่คน เพราะทหารไม่อาจนั่งบัญชาการจากห้องแอร์ได้อย่างนักการเมือง แต่ต้องลงไปเสี่ยงกับลูกน้องด้วย หรือไม่สนใจว่าเสื้อแดงจะตายอีกกี่คน เพราะไม่ได้มองว่าเป็นประชาชน แต่ทว่าเป็นหนามยอกอก ด้วยการประโคมเรื่อง การก่อการร้ายมาเป็นข้ออ้างในการปราบปราม

“ชัยชนะบนซากศพของประชาชน มันช่างเป็นชัยชนะที่น่าเศร้าใจจริงๆ” บทเรียนแห่ง วอเตอร์ลู หรือ เทียนอันเหมิน มีอยู่แล้ว

โลกทั้งใบ จึงขึ้นอยู่กับ “นาย” คนเดียว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

Last edited by linc49 (January 4, 2016 12:30 PM)

Offline

#537 January 4, 2016 12:49 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://prachatai.org/journal/2016/01/63264

ป้าลุงยังจำได้ไหม : ส่องประยุทธ์เคยประกาศจัดการอารมณ์ตัวเองมากี่ครั้ง

Sat, 2016-01-02 14:37

page_27.jpg

หลัง 'ประยุทธ์' ประกาศผ่านรายการคืนความสุขฯ เทปแรกของปี 59 ว่าจะปฏิรูปอารมณ์ตัวเอง จะเป็น Good Guy ทบทวนพบเคยประกาศมาแล้วหลายครั้ง ทีเด็ดประกาศเลิกเป็นคนขี้โมโห เพียง 1 วันให้หลังโมโหอีก

24104670505_641b919b04.jpg

จากกรณีที่วานนี้(1 ม.ค.59) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนท้ายในรายการคืนความสุขฯ ว่าจะปฏิรูปอารมณ์ตัวเอง โดยตั้งใจจะเป็น Good Guy

"ปีหน้าผมก็จะให้ของขวัญตัวเองเหมือนกัน ปีหน้าผมจะพูดให้น้อยลง หงุดหงิดน้อยลง ทะเลาะกับนักข่าวน้อยลง ต้องทำตัวเป็น Good Guy แล้ว ไม่ได้แล้ว 2 ปี แล้ว ที่ผมดุเดือดหน่อย 2 ปีเพราะว่าเป็นช่วงเริ่มต้น เพราะฉะนั้นช่วงปีต่อไปเป็นเรื่องการปฏิรูป ผมบอกแล้วทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ผมปฏิรูปตัวผมเองด้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการพูดถึงการจัดการกับอารมณ์ตัวเองของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ไม่ใช่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ในโอกาสนี้จึงขอย้อนกลับไปทบทวนการพูดในลักษณะดังกล่าวดังนี้

25 ธ.ค.58 : วันนี้จะพูดแรงครั้งสุดท้ายแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการปิดการแถลงสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 1 ปี เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.58 ว่า

ไม่ใช่ว่าผมเก่งกว่าท่าน แต่ว่าผมเป็นคิดและเก็บทุกประเด็น วันนี้ผมถึงไม่ค่อยสบายเพราะโมโหนี้เหละ แล้ววันนี้จะพูดแรงครั้งสุดท้ายแล้วนะ ตั้งใจ เพราะเดี๋ยวจะปีใหม่ ปีหน้าจะให้รองนายกฯ มาดุแทน ผมก็จะยิ้มอย่างเดียว เพราะพูดมาเยอะแล้ว พูดมา 2 ปีแล้ว พูดจนลมเข้าท้องแล้ว พูดจนผอม เอาไปทำตามกันหน่อย เอาไปคิดกันหน่อย และอย่างไปสร้างความขัดแย้ง เราจะไม่แบ่งคนไทยให้เป็นซ้าย เป็นขวาอีกแล้ว เราต้องให้คนไทยมาอยู่ตรงกลางให้ได้ มากบ้าง น้อยบ้าง ช่างเขาเถอะ จะสีไหนๆ ก็เอากลับมา เพราะมันฆ่ากันไม่ได้ทั้งหมดให้กฎหมายทำงานไป จะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้าไปเร่งทุกอย่างก็กลับมาที่เดิม ขอเพียงแต่เอาเข้ากระบวนการให้มันถูกต้องตามขั้นตอน”
(มติชนออนไลน์, 26 ธ.ค.58)

6 พ.ย. 58 :  ธรรมดาผมทหารเก่า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนท้ายในรายการคืนความสุขฯ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.58 ว่า

"วันนี้อาจจะพูดหนักนิด เบาหน่อยบ้าง ก็ขอโทษด้วย บางครั้งก็ดูผมอาจจะขี้โมโหไปบ้าง ก็ธรรมดาผมทหารเก่า"
(ประชาไท, 6 พ.ย.58)

28 ต.ค.58 : พูดเรื่องนี้ไม่ได้ โมโห

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 28 ต.ค.58 ว่า

“แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ผมเรียกมาปรับทัศนคติ ก็มีคนบอกว่าทำผิด ดังนั้นหากพบคนผิด ก็ไม่ต้องเรียกตัวอีก จับติดคุกไปเลยดีหรือไม่ ส่วนที่เรียกมาปรับทัศนคติ แล้วบอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วปล่อยให้เป็นพ่อหรือไง แบบนี้บ้านเมืองเสียหายกันหมด พูดเรื่องนี้ไม่ได้ โมโห”
(ประชาไท, 28 ธ.ค.58)

15 ก.ย.58 : ขี้เกียจโมโห

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงหลังการประชุม ครม. ว่า

“ผมคิดว่าผมก็ทำดีที่สุดแล้วล่ะ ผมไม่ได้ต้องการมีอำนาจ ต้องการอะไรต่างๆ ผมขาดทุนลงทุกวันนะ ผมขาดทุนอะไรรู้ไหม เพราะผมไม่ได้ผลประโยชน์อยู่แล้ว แต่ขาดทุนของผมคือขาดทุนชื่อเสียงผมถูกทำลายโดยคนใส่ร้ายป้ายสีผมเยอะพอสมควร ต่อต้านอะไรไม่รู้ มันชอบพูดเรื่องที่มันไม่ใช่เรื่อง ผมก็ขี้เกียจโมโหนะ นี่ผมขาดทุนแล้วนะ สองผมขาดทุนในเรื่องชีวิตผม ความปลอดภัยของผมก็ขาดทุนนะสามคือขาดทุนที่ผมจะไปพักผ่อนของผมเวลาผมก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ในการทำงานแบบนี้นะ ความกดดันก็สูง แล้วผมจะได้พักผ่อนเมื่อไหร่ แต่ทั้งนี้ผมก็จำเป็นต้องทำนะ เพื่อรักษาสถานการณ์ให้ได้และเดินหน้าประเทศให้ได้วางพื้นฐานให้ได้ เพราะอะไร เพราะว่าผมคิดแต่เพียงว่าผู้ได้รับกำไรต้องเป็นประชาชน ประชาชนเป็นผู้ได้รับกำไรจากที่ผมได้ขาดทุนไปแล้วนี่”

(ประชาไท, 15 ก.ย.58)

4 ก.พ.58 : แกล้งหงุดหงิด ไม่ได้หงุดหงิดจริง

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.58 พล.อ.ประยุทธ์  ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า แม่น้ำ 5 สาย (คสช.-ครม.-สนช.-สปช.-กมธ.ยกร่าง) ได้เป็นห่วงอารมณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า

"ผมเป็นคนอารมณ์ดีจะตาย ผมเป็นคนอารมณ์ดีนะจริงๆ แล้ว ผมเป็นคนตลก ก็ไม่เห็นเหรอเวลาผมตลกมา คุณก็ตลกผมตลอดอะ เวลาผมเสียงดังผมก็แกล้งก็ได้ ส่วนใหญ่ผมจะแกล้งนะเวลาหงุดหงิด แกล้งหงุดหงิด ไม่ได้หงุดหงิดจริง แต่อย่าทำบ่อยแล้วกัน อย่าแหย่บ่อย
(Voice TV, 4 ก.พ.58)
27 มี.ค.58 : จะไม่ให้ผมโมโหมีอารมณ์รุนแรงได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในรายการคืนความสุขฯ วันที่ 27 มี.ค.58 ว่า
"..บางสื่อก็คุมไม่ได้ อะไรไม่ได้ เขียนไปเรื่อย แล้วจะไม่ให้ผมโมโหมีอารมณ์รุนแรงได้อย่างไร.."
(ประชาไท, 27 มี.ค.58)
30 มี.ค.58 : ยอมรับว่าผมเป็นคนขี้โมโห แต่ตอนนี้ผมพยายามที่จะหยุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.58 ว่า
“ผมเตือนตัวผมเอง เพราะว่าผมปวดหัวไง พูดแล้วโมโหก็ปวดหัว เส้นโลหิตมันจะแตกเดี๋ยวตายก่อน ยอมรับว่าผมเป็นคนขี้โมโห แต่ตอนนี้ผมพยายามที่จะหยุด เพราะน้องๆ น่ารักทุกคน”
(ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 30 มี.ค.58)

19 ม.ค.58 : กำไลหินสีของลูกสาวก็ช่วยไม่ได้

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามถึงกำไรข้อมือที่ใส่เป็นเคล็ดอะไรว่า กำไรหินสี ลูกสาวซื้อให้ใส่ เขาเชื่อว่าหินมันเย็น ใส่แล้วอารมณ์จะเย็นลง แต่ไม่เห็นจะเย็น อารมณ์เสียแต่เช้า (มติชนออนไลน์, 19 ม.ค.58)

25 ธ.ค.57 : โมโห ทำให้เสียกริยา เสียมาดผู้นำหมด

พล.อ.ประยุทธ์ วิจารณ์การทำงานของสื่อมวลชน ในวาระครบรอบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 57 ว่า

ผมอดทนมานาน เป็นไร บ้าหรือไง ไม่ว่าใครเป็น ด่าทั้งหมด แล้วมันจะดีตรงไหนวะ ผมไม่อยากอ่าน อ่านแล้วมันโมโห ทำให้เสียกริยา เสียมาดผู้นำหมด คราวนี้ผมจะปิดจริงๆ ไม่งั้นจะมีกฎอัยการศึกไว้ทำไม มาตรา 44 ใช้ในทางสร้างสรรค์ ผมยังไม่เคยเอาใครมาติดคุกสักคน"
(ประชาไท, 25 ธ.ค.57)

2 ธ.ค.57 : ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะเลิกเป็นคนขี้โมโห ให้หลัง 1 วันโมโหอีก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุม ครม. เชิญชวนประชาชนทำดี เนื่องในเดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเตรียมเข้าสู่ปีใหม่ 2558 เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.57 ว่า

ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะเลิกเป็นคนขี้โมโห จะเป็นคนพูดจาเพราะๆ ไม่พูดจาเสียหาย กำลังคิดกำลังทำอยู่ น้องๆ (ผู้สื่อข่าว) เองก็จะไม่กวนโมโหอีก"
ขณะที่หลังจากนั้นเพียง 1 วัน คือวันที่ 3 ธ.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสื่อบางฉบับด้วยว่า "ตอนนี้ไม่อ่านแล้วบางอันก็ขี้เกียจ อ่านแล้วโมโห ไม่อ่านดีกว่า"

(ไทยรัฐออนไลน์, 5 ม.ค.58)

28 พ.ย.57 : ไม่ทำอะไรด้วยความโมโห

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีถึงการเปลี่ยนรูปแบบรายการคืนความสุข ว่า

"ผมไม่ได้ให้ใครมาชอบ ผมเพียงแต่ต้องการให้ได้ฟังว่าสิ่งที่พูดเคยมีใครพูดบ้างหรือไม่ ก็ไม่มี ผมเลยต้องพูดนานก็ยังมีคนไม่ฟังอีก จะให้บอกว่าทุกเรื่องทำแล้วเสร็จวันนี้พรุ่งนี้ไม่มีทาง ไว้รอชาติหน้าเถอะ ที่พูดมาไม่ได้บ่น เหนื่อย โมโหแต่ก็ทำเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะคนคาดหวัง มันก็กดดัน ทั้งตัวเองและคนอื่น ผมไม่ใช่พระอิฐ พระปูน แต่ผมไม่ทำอะไรด้วยความโมโห ทหารเป็นเช่นนี้แม้โมโหก็จะมีสติมากกว่าเดิม ถ้าไม่โมโห สติจะไม่ค่อยมี เวลาโมโหต้องควบคุมตัวเองให้ได้ แต่ปฏิกิริยาอาการออกได้ อยู่กับทหารเป็นแบบนี้ แต่ต้องรอบคอบ แม้โมโหจะอะไรใครสักคนจะต้องระมัดระวัง"
(มติชนออนไลน์, 28 พ.ย.57)
3 พ.ย.57 : วันนี้ก็เย็นลงไปเยอะแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดถึงอารมณ์ของตัวเองที่โมโหเร็วด้วยว่า

"ผมพยายามคุยอย่างเต็มที่ พูดกับพวกเราอย่างใจเย็นที่สุดแล้วนะ เพราะว่าผมก็รู้อะนะว่าผมค่อนข้างจะโมโหเร็ว วันนี้ก็เย็นลงไปเยอะแล้ว เพราะผมมองประเทศชาติเป็นหลักนะ"
(ประชาไท)
25 ก.ย.57 : ถ้าโมโหแรงกว่านี้

ช่วงที่มีการปะทะกับ นางยุวดี ธัญญสิริ หรือเจ๊ยุ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ซึ่งเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องปรับตัวด้วย เมื่อวันที่ 25 ก.ย.57 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวด้วยว่า  ก็จะต้องปรับทั้งสองฝ่าย ปรับให้ตนด้วย อย่าให้ตนปรับคนเดียว วันนี้ตนยังไม่ได้โมโหเลย ถ้าโมโหแรงกว่านี้  (ไทยรัฐออนไลน์)
19 ก.ย.57 : เป็นนายกฯ ต้องสุภาพเรียบร้อย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการควบคุมอารมณ์ของตัวเองและขอโทษผ่านรายการคืนความสุขฯ ด้วยว่า

“ผมต้องขอโทษบางครั้งพูดแรงไป ก็มีอารมณ์เหมือนกัน เพราะว่าท่านให้ร้ายกองทัพให้ร้ายอะไรต่าง ๆ มาโดยตลอด โดยที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องขอโทษด้วย ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องสุภาพเรียบร้อย”
(ประชาไท)
8 ส.ค.57 : ทหารพูดจาไม่เหมาะสม ให้รายงานมา

ในช่วงแรกๆ ที่ คสช. ยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.57 ถึงพฤติกรรมการใช้อำนาจของทหารด้วยว่า 

“บางคนบอกทหารพูดจาไม่เหมาะสม พูดจากระโชกโฮกฮาก กร่าง อะไร รายงานมาเลย ให้ถึงผมเลย จะลงโทษให้ทันที ผมย้ำไปหนักหนาแล้วว่าทำไม่ได้ ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งต้องบังคับใช้กฎหมาย ยิ่งต้องอ่อนน้อมกับประชาชน"
(ประชาไท)
ส.ค.55 : โมโหปกครองกองทัพ

เมื่อครั้งเป็นผู้บัญชาการทหารบก เมื่อเดือน ส.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงการใช้อารมณ์กับการปกครองกองทัพ ว่า

“ผมโมโหเป็นปกติผมอยู่แล้ว ไม่งั้นผมปกครองกองทัพผมไม่ได้หรอก ผมก็ต้องโมโหเป็นเหมือนกัน ไม่ใช่พระนี่หว่า”
(ประชาไท)

Offline

#538 January 4, 2016 12:58 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 5,420

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

หัวหน้าไอ้เหล่ หายไปไหน  ตายแล้วใช่ใหมล่ะ  http://ifreethai.com/img/smilies/dog.gif

Offline

#539 January 5, 2016 8:47 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=2e0f9f875a4f6e9605d37dade84d487a&oe=57141EDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
30 ธันวาคม 2015 เวลา 0:47 น. ·

859026_923454831084600_7251692089543801076_o.jpg

"กลาโหมแถลงอุทยานราชภักดิ์ ไม่มีการทุจริต"
ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้เขาเก่งนะ ที่ฉลาดเลือกวันแถลงข่าวการทุจริตปม "อุทยานราชภักดิ์" ที่เป็นประเด็นร้อนตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา ตั้งใจเลือกวันที่ 30 ธ.ค. 2558 เพราะรู้ว่าช่วงนี้คนไทยจะไม่สนใจข่าวสารบ้านเมืองแล้ว เนื่องจากเทศกาลปีใหม่ จะเรียกว่าลักหลับก็คงไม่ได้ ต้องเรียกว่าลักลอบเอาปีใหม่ มากลบกระแสราชภักดิ์
ผลสอบก็ตามคาดไม่ต่างจากที่ "พลเอกธีรชัย นาควานิช" ผู้บัญชาการทหารบก แถลงว่าไม่มีการทุจริต แต่พอนักข่าวถามว่าขอดูบัญชีรายรับ-รายจ่าย ได้หรือไม่ กลับตะคอกนักข่าว ไม่ให้ดู เป็นวาทกรรม "จะเอากันให้ตายเลยใช่ไหม ประหารเจ็ดชั่วโคตรเลยใช่ไหม"
การตรวจสอบเรื่องนี้ของรัฐบาล คสช.
คนที่โกงก็คือคนในกองทัพ แต่คนสอบก็คือ "กองทัพบก" และ "กระทรวงกลาโหม"
หัวหน้าทีมสอบสวนเรื่องนี้คือ "พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล" มีตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม แล้%A~vู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการโกงอุทยานราชภักดิ์คือใคร? คือ "พลเอกอุดมเดช สีตบุตร" รัฐมนตรีช่วยกลาโหม
แปลว่าอะไร.....แปลว่าตั้งลูกน้อง สอบสวนเจ้านาย คิดว่ามันจะเอาผิดได้ไหมละ
ผอ.โรงเรียน ทุจริต เขายังต้องตั้งกรรมการจาก สพฐ. ที่เป็นคนนอกไปตรวจสอบ ไม่มีใครเขาตั้งครูในโรงเรียนมาสอบ ผอ. เพราะ ผอ. มันใหญ่กว่า เคยมีโรงเรียนแถวอีสาน ตั้งครูสอบ ผอ. ผลสุดท้ายคือนอกจาก ผอ. ไม่ผิด ไม่กี่ปีต่อมาครูคนนั้นก็ถูกย้ายไปสอนที่อื่น
เรื่องนี้ก็เช่นกัน คิดว่าพลเอกชัญชาญ จะกล้าเรียก พลเอกอุดมเดช มาสอบสวนหรือหาข้อเท็จจริงหรือไม่? ไม่มีทาง
สุดท้ายผลก็ออกมาว่า "โปร่งใส ไม่มีการทุจริต" เบิกจ่ายงบถูกต้อง
ทั้งๆที่ข้อสงสัยต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องค่าหัวคิวและการที่ อุดมเดช ในฐานะประธานมูลนิธิราชภักดิ์ ออกหนังสือไปเรี่ยไรเงินบริจาค ในนาม ผบ.ทบ. ไม่ผ่าน กคร. ผิดระเบียบชัดเจน แถมมูลนิธิก็อยู่ที่บ้านตัวเองอีกด้วย
ทำแบบนี้ ยังไม่ทุจริต ก็ไม่ต้องคาดหวังอะไรกันแล้วประเทศนี้
ตั้งคนโกง มาสอบคนโกง
ตั้งลูกน้อง มาสอบเจ้านาย
พบเห็นได้ในประเทศไทย โดยเฉพาะ "กองทัพไทย" นี่แหละ
เราจะเอาแบบนี้กันจริงๆใช่ไหมประเทศไทย
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php…
@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
30 ธันวาคม 2558

.......


CMg911RVEAElC_9.jpg
เครดิต Deep Blue Sea


http://www.thairath.co.th/content/534878

'บิ๊กป้อม' ยัน 'หมอหยอง' ป่วยเล็กน้อย ยังไม่ตาย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ต.ค. 2558 12:34

EyWwB5WU57MYnKOuXoexZhBeh0xzzyBTmtCVngviefzeKvp9ohJcFJ.jpg

"ประวิตร" แจงองค์กรสิทธิฯ ยัน จำเป็นต้องใช้คุกทหาร ระบุ "สว.เอี๊ยด" ฆ่าตัวตายไม่ใช่เคสแรก เผย "หมอหยอง" ป่วยเล็กน้อย แต่ยังมีชีวิตอยู่ ชี้ ตร. ผิด ม.112 เป็นเรื่องตัวบุคคล.....อ่านต่อ ตามลิงค์


http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1447038861

บิ๊กป้อม ยัน พันเอกคชาชาต มีหมายจับ ร่วม หมอหยอง ผิด112 ไม่ชัดโยงสร้างอุทยาน!

วันที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 10:17:12 น

14470388611447039055l.jpg



http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1447049690
วันที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 13:16:30 น

14459208731445920925l.jpg

บิ๊กต๊อก แถลง "หมอหยอง" ติดเชื้อในกระแสเลือด ตายแล้ว7พ.ย. ที่รพ.ราชทัณฑ์


11214222_973940196032094_4749446027492898004_n.jpg?oh=9e1679fcea72df9683645df6d2f6950c&oe=570422C6

http://www.dailynews.co.th/politics/370928

* แค่เปลี่ยนชื่อ !!?? แต่เหตุการณ์มีมาก่อนที่คนสงสัย คือการโกงมีไหม มันไม่เกี่ยวกัน

600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=2e0f9f875a4f6e9605d37dade84d487a&oe=57141EDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
3 มกราคม เวลา 23:58 น. ·
เปลี่ยนชื่อจาก "มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์" ไปเป็น "มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร"
-------------

พูดภาษาคนง่ายๆ ต่อไปห้ามวิพากษ์ วิจารณ์เรื่องนี้อีก
เชื่อว่าถ้าใครพูดขึ้นมา จะโดนยัดคดี ม.112 แน่นอน ข้อหาหมิ่นองค์รัชทายาท

@ หยุดดัดจริตประเทศไทย

........

เพลง โปรดอย่าถาม (ว่าโกงไหม) / อุทยานราชภักดิ์

Hot views
เผยแพร่เมื่อ 9 ธ.ค. 2015
Cr. ปรับทัศนคติ Records ย้อนยุคกันสักนิดนะคะ สำหรับเพลงใหม่จากค่ายปรับทัศนคติ Records ของเรา เนื่องในวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล (9 ธ.ค.ของทุกปี) ในชื่อเพลงที่ว่า "โปรดอย่าถาม (ว่าโกงไหม)" ขับร้องโดย ปื๊ด จีเอ็มโอ ค่ะ น่าจะเข้ากับกระแสสังคมในตอนนี้นะคะ

Last edited by linc49 (January 5, 2016 8:51 AM)

Offline

#540 January 5, 2016 8:58 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=2e0f9f875a4f6e9605d37dade84d487a&oe=57141EDBหยุดดัดจริตประเทศไทย ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 2 ภาพ
8 ชม. ·
อุทยานเดธสตาร์ มีการทุจริตหักเงินค่าหัวคิวการก่อสร้าง
แก้ปัญหาได้มากยาก....แค่เปลี่ยนชื่อเป็น
"อุทยานเดธสตาร์ ในความดูแลขององค์จักรพรรดิ"
ใครอยากตรวจสอบระวังเจอข้อหา "หมิ่นองค์จักรพรรดิ"
เลือกเอาว่าจะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือถูกขังในห้องเก็บขยะ
@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
5 มกราคม 2559

1933957_926445934118823_2037313282575904099_n.png?oh=f72d544cb2ebf6b1f4ace9ea7dac9718&oe=5705D697

12360109_926445944118822_8406965686955021980_n.png?oh=8876cbbdb726d9a692400c86f21e03c1&oe=5743D9F9

อุทยานราชภักดิ์มีคู่กรณีคือ "อุดมเดช และกองทัพบก"
เป็นผู้ต้องสงสัยในการทุจริตในการสร้างอุทยานราชภักดิ์
ไม่ทราบว่าการตรวจสอบวิจารณ์ว่า
"อุดมเดชและกองทัพบกทุจริต" ในการสร้างอุทยานราชภักดิ์
จะมีความผิดตามมาตรา 112 ได้อย่างไร? นอกเสียจากว่า....
"ตัวอุดมเดช คสชและกองทัพบก ได้ยกพวกตนเองเสมอแล้วถึง
ตีความให้มาตรา 112 ครอบคลุมคุ้มกันพวกของเค้าเองทั้งหมด"
ถ้าใช้เรื่องนี้จับคนวิจารณ์ทุจริตอุทยานราชภักดิ์
ให้มีความผิดตามมาตรา 112 ก็ต้องบอกว่า "สิ้นคิด"
โหนสถาบันเป็นเกราะคุ้มกันล้างผิดไหมล่ะ?
============
ส่วนใครที่กลัวการบอกอุทยานราชภักดิ์ทุจริต
ว่าจะโดน ม.112 หลังจากนี้นั้น ก็ไม่ต้องกลัว
ถ้าการบอกว่าอุทยานราชภักดิ์มีการทุจริตมีความผิดจริงๆตามมาตรา 112
หากใช้มาตราฐาน คดีบก.ประชาไท ปล่อยโพสต์เว็บหมิ่นฯ
คนที่เคยโพสต์ข้อความหรือปล่อยให้มีข้อความนั้นอยู่
"มีความผิดสำเร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน"
คนไทยคงได้นอนคุกมาตรา 112 กันเป็นหลัก หลายล้านคน ทั่วประเทศ
ก็รอดูว่า พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ จะประสาทแดกมากพอ
ที่จะจับคนโพสต์วิจารณ์ว่าอุทยานราชภักดิ์น่าจะมีการทุจริตตามมาตรา 112 นี้หรือไม่?
============
http://www.posttoday.com/crime/406357
http://www.dailynews.co.th/politics/370928

1935627_926055250824558_1777651302588226326_n.jpg?oh=c05991458eb89cf0a1e386e4b07d414c&oe=570075BE

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.