iFreeThai

#601 January 19, 2016 11:56 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12106943_1636036080017531_9014176978358809226_n.jpg?oh=d9e386bdbb841d41240c9ec6fb29b5dd&oe=5737CCE7Thailand F5 Cyber Army against Single Gateway
12 มกราคม เวลา 6:04 น. ·
เปิดรับสมัครแล้ว.........

12493387_1663273107293828_5324242211226519130_o.jpg

Single Gateway มาแล้ว...

ต่อต้านแค่กดไลค์ กดแชร์ ไม่ชนะแน่นอน พวกเราต้องการคุณ......

We are Anonymous.
We are AnonThai.
#OpSingleGateway

หลักสุตรนักรบไซเบอร์ ห้องพื้นฐาน รุ่นที่ ๙
เรียน วัน จ พ ศ เวลา ๒๑.๐๐น. - ๒๓.๐๐ น. เรียน ๙ ครั้ง(รวมซ้อมรบ)
เปิดเรียนวันที่ ๒๕ มกราคม ๕๙

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เปิดรับสมัครแล้ว ส่งข้อความมาที่นี่ (กล่องข้อความ) ระบุ

" Cyber War Basic 9 "

และข้อมูลรายละเอียดที่ประกอบด้วย ข้อมูลดังนี้

๑. อายุ.......

๒. อาชีพ.......

๓. ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ (ดี พอใช้ ไม่มี)

๔. เหตุผลและแรงจูงใจในการเข้าเรียน.....(ไม่เกิน ๓ บรรทัด)

๕. ทัศนคติทางการเมือง.....(ไม่เกิน ๓ บรรทัด)

สมัครและส่งมาที่กล่องข้อความ
https://www.facebook.com/Cyber-news-889892721056634

คุณสมบัติเฉพาะ

๑. รับเฉพาะท่านที่ใช้เฟสบุ๊คมานานมากกว่า ๖ เดือน มีการใช้สม่ำเสมอ

๒. มีทัศนคติเชิงบวกต่อเรื่องเสรีภาพของประชาชน

๓. มีความรับผิดชอบต่อ ความรุ้ที่ได้รับไป ไม่นำไปทำร้ายผู้อื่น

๔. มีวินัยสูง เข้าใจการทำงานเป็นทีม

๕. เข้าเรียนได้ทุกครั้ง ส่งงานและรับผิดชอบตามที่% I4ด้รับมอบหมาย

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

หลักสูตรนักรบไซเบอร์ เปิดมาแล้ว ๘ รุ่น

มีเรียนจบไปแล้ว จนถึงขั้นติดปีกเป็น AnonThai แล้ว ๖ รุ่น โอกาสเรียนจบจนติดปีก มีแค่ ๘ % (อัตราเฉลี่ย)

ในเวลาร่วม สองเดือน กับการเรียน สัปดาห์ละ ๓ วันที่ต้องมาเรียนตอนดึกๆ ครั้งละสอง สามชั่วโมง และ ต้องผ่านการร่วมซ้อมรบ อย่างน้อยก็สามครั้ง ต้องเสี่ยงตั้งแต่เป็นนักเรียนเลย

โหด ไม่โหด ไม่รู้ แต่บอกได้คำเดียวว่า

" เก่งไม่กลัว กลัวไม่อึด "

ถ้าไม่แน่จริง ไม่อึดจริง ไม่มีสิทธิ์ติดปีก และไม่มีสิทธิ์ได้รับการสอนจาก Anon Inter .....

เพราะการเป็นนักรบไซเบอร์ของแท้ ต้องมีวินัย ต้องอดทน ต้องเสียสละ เพื่อเป้าหมายร่วมกันของพวกเราคือ เสรีภาพและความยุติธรรม

Offline

#602 January 20, 2016 10:21 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ช่วยกันหาคำตอบ หน่อยครับ ทหารไทยมีไว้ทำไม ..สงสัยจริง จริ๊งงงงงง....

http://www.matichon.co.th/news/2227

ทหารมีไว้ทำไม โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

---------------------------------------1-2.jpg

ตั้งคำถามว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ก่อให้เกิดความเสียหายแน่ แต่ไม่ใช่กับคนที่แต่งเครื่องแบบจำนวนน้อยที่เป็นนายทหาร พวกนี้เสียหายเหมือนกัน แต่เป็นความเสียหายระดับกระจอก แม้แต่เมื่อรวมเงินกินนอกกินในที่ได้จากการซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์แล้ว ก็ยังถือว่ากระจอก

เงินจำนวนมหาศาลจากวิสาหกิจกองทัพไม่ได้ใช้จ่ายไปกับเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เหรียญตรา ฯลฯ ของทหารหรอกครับ แต่จ่ายไปกับอาวุธยุทธภัณฑ์และยุทธบริการที่ขายให้แก่กองทัพโดยบริษัทต่างๆ นี่เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของการผลิตในโลกปัจจุบัน มีการจ้างงานคนจำนวนมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำกำไรต่อปีมากกว่างบประมาณประจำปีของหลายประเทศในโลกนี้ แบ่งปันกันไปในหมู่ผู้ถือหุ้น ทั้งรายใหญ่และเล็ก รวมทั้งรัฐบาลของประเทศผู้ผลิตอาวุธด้วย.................อ่านรายละเอียดจาก เว็บมติชน โดยลิงค์ด้านบน


............................คําถาม “ทหารมีไว้ทำไม” เป็นคำถามสำคัญแห่งยุคสมัยอย่างที่แทบจะหาคำถามอื่นเทียบไม่ได้ และเราต้องไม่ลืมว่า กองทัพแห่งชาติบวกกับธุรกิจค้าอาวุธและยุทธบริการแก่ทหาร ทำให้กองทัพไม่ว่าของชาติใดทั้งสิ้นเป็นองค์กรรัฐที่สิ้นเปลืองอย่างมาก จนบางครั้งแทบทำให้รัฐพิการลงไปเพราะหมดสมรรถนะที่จะดูแลพลเมืองของตนเอง

ไม่มีกองทัพ เราจะสามารถทำให้ทุกคนเข้านอนได้ด้วยท้องที่อิ่ม ไม่มีกองทัพ จะมีเงินเหลือมาปรับปรุงระบบสุขภาพถ้วนหน้าได้มากกว่านี้อีก และในทุกประเทศทั่วโลก ไม่มีกองทัพ เด็กและผู้ใหญ่ทุกคนที่อยากเรียนรู้ จะได้เรียนรู้ ไม่มีกองทัพ โลกทั้งโลกจะสามารถบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกได้ก่อนเวลาที่ตกลงกันเป็นหลายสิบปี ไม่มีกองทัพ เราจะสามารถขจัดโรคติดต่อร้ายแรงให้หมดไปจากโลกโดยสิ้นเชิงได้ ไม่มีกองทัพ ทั้งโลกจะยิ่งพัฒนากลไกระหว่างประเทศเพื่อระงับสงครามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่มีกองทัพ… จะมีโลกใหม่ที่ชีวิตผู้คนอาจดำเนินไปอย่างสงบสุขและสร้างสรรค์กว่าที่เราเผชิญมา

เรามาช่วยกันตั้งคำถามว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ให้ติดปากทุกคน และช่วยกันหาคำตอบต่อคำถามนี้อย่างเอาจริงเอาจัง โดยไม่ยอมให้ใครสถาปนาแนวคำตอบของตนขึ้นครอบงำคนอื่น

...........

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/blog-post_68.html

วันพุธ, มกราคม 20, 2559

อ.กานดา นาคน้อย ถามคำถามเลียนแบบอาจารย์นิธิ "ทหารเกณฑ์"มีไว้ทำไม? ลองมาฟังคำตอบ...

Screen%2BShot.png

มีไว้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของนายทหาร

มีไว้ซักผ้า ถางหญ้า และเสริมระบบ อำนาจนิยมให้กับประเทศค่ะ

ฝึกเสร็จก็ไปตายแทนนาย เป็นขี้ข้านาย

ไว้บริการครับ ท่านอุดมเดชเคยกล่าวไว้

เขาเอาไว้เพื่ออ้างความชอบธรรมว่าเป็นทหารของประชาชน(ติ่งนึง). มันจริงมั้ย!?

ไม่รู้ว่าแต่ละปีมีคนที่ต้องโดนเรียกจำนวนเท่าไหร่
และก็ที่รู้กันว่าสามารถหลบเลี่ยงให้ไม่เป็นได้
โดยมีค่าใช้จ่ายราวๆ 1.5 - 4 หมื่นต่อคน
ถ้าคูณกับจำนวนคนที่ยอมจ่ายแต่ละปี
น่าจะเป็นเม็ดเงินที่เยอะพอสมควรครับ

ขัดรองเท้า ทำสวน ปัดกวาดถูบ้านเจ้านาย วิ่งซื้อของให้นายหญิง ตามหิ้วของให้คุณหนูเวลาคุณหนูออกช็อปปิ้ง และโอนเงินเดือนให้เจ้านายเวลาไม่อยากทำหน้าที่ที่กล่าวมา ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับทหารเกณฑ์แต่ละคนคือเงินจากภาษีของประชาชน

ผมไม่กล้าตอบครับบเดี๋ยวนี้เค้าเรียกกำลังสำรองได้ถึงอายุ 60 แล้วอีก 10 ปีค่อยมาตอบนะ

เอาไว้ปราบ ปชช.ที่หัวแข็งค่ะ

มีไว้ก่อรัฐประหารครับ

ต้องมีไว้เพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ทหารของประชาชน

สามภาพนี้ ผมว่าน่าจะพบคำตอบ แล้วนะครับ
อจ. เคยเห็นมัยครับ ที่มีทหารผ่านศึกมาขอบริจาค หรือแม้แต่ทหารชายแดน ทหารเกณ ทั้งๆที่ งบเทให้ปีละแสนล้าน ...

12509022_10155007954468504_735293538301507244_n.jpg

เก็บจากเพจ


934042_1677093879230832_6881122369057621971_n.jpg?oh=34c836e4b9ee3ad854fa04437c3a6755&oe=573FDC90กานดา นาคน้อย

......ขอรวบรวม ข้อมูลซักนิด จะมาช่วยตอบ

Offline

#603 January 21, 2016 9:05 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/blog-post_34.html

วันพุธ, มกราคม 20, 2559

ประเทศเรามันเป็นถึงขนาดนี้เลยหรือ เหมือน โจรลักพาตัว... ด่วน! บุคคลแต่งกายคล้ายทหาร เข้าจับตัว”จ่านิว”หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

23-1.jpg


12540943_1014200198639183_7190806356521927815_n.jpg


::::::เบาะแสเพิ่มเติม:::::
บุคคลแต่งกายคล้ายทหารจำนวน8คน เข้าคุมตัวคุณนิวSirawith Seritiwat จากด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (ฝั่งประตูเชียงราก) ไปเมื่อเวลา22.30 น. หลังจากไปรับประทานอาหารกับเพื่อนสนิท 2 คน โดยใช้ยานพาหนะ สองคัน มีลักษณะ เป็นรถยนต์นั่งบุคคลธรรมดา กระบะทั้งสองคัน คันแรก ยี่ห้อ อีซูซุ สี่ประตู สีเงิน (ไม่ทราบทะเบียน) คันที่สอง โตโยต้า สี่ประตู


11025965_859419984117206_6051636844063634804_n.jpg?oh=221927f7f8fbbba3faece91c300d42fe&oe=57070796Piyarat Chongthep
Follow · 40 mins ·


Screen%2BShot2.png

...



กร่างมาก... เมื่อ 2-3 วันมานี้องค์กรสิทธิ์ต่างประเทศ รณรงค์ รัฐเผด็จการ หยุดคุกคามกลุ่มนักศึกษา


Thailand: Ongoing judicial harassment against 11 activists

URGENT APPEAL
Human Rights Defenders
18/01/2016

Source: FIDH.ORG

f69bdcf6c751c35cb54d41dde736d127.jpg
Picture caption: The leader of the "members of the League of Liberal Thammasat for Democracy" Sirawith Seritiwat having a press conference on December 08, 2015 after pro-democracy activists arrested at Ratchaburi’s Ban Pong Railway Station near the Hua Hin city.


The Observatory for the Protection of Human Rights Defenders, a joint programme of the World Organisation Against Torture (OMCT) and the International Federation for Human Rights (FIDH) requests your urgent intervention in the following situation in Thailand.

Description of the situation:

The Observatory has been informed by reliable sources about the ongoing judicial harassment against 11 activists, i.e., Mr. Sirawit Seritiwat, Mr. Anon Nampa, Ms. Chonthicha Jaeung-Rew, Ms. Chanoknan Ruamsap, Mr. Thanet Anantawong, Mr. Kititituch Suman, Mr. Wisarut Anukulkanm, Mr. Abhisit Sapnaphapan, Mr. Korakot Saengyenpan, Ms. Kornkanok Khumta, and Mr. Vichit Hanhaboon.

According to the information received, on December 7, 2015, military authorities arrested 36 people, including student activists during a train ride from Bangkok to Hua Hin, Prachuab Kirikhan Province. Their “advocacy trip”, named “the Train Ride to Shed Light on Fraud at the Rajabhakti Park”, sought to demand the opening of an investigation into alleged corruption in the construction of the military-sponsored Rajabhakti Park in Prachuab Kirikhan Province.

On their way to Hua Hin, the activists were stopped at Baan Pong train station, Ratchaburi province, where 36 of them were arrested. They were subsequently taken in military custody to the 9th Infantry Regiment Command, a temporary military unit in Putthamonthon Buddhist Park, Nakhon Pathom. The military officers claimed to have arrested and detained them in accordance with NCPO Order No. 3/2015, which imposes a ban on political gatherings of five or more persons without a prior official authorization [1].

While in custody, some officers recorded their personal data and forced them to sign a pledge vowing they would not join any political movement again in the future and that they would not leave the country without the authorities’ prior permission. Lawyers were denied access to the detainees throughout their detention. All were released on the same day.

However, 11 activists refused to sign the pledge, and were therefore accused of violating NCPO Order No. 3/2015.

On December 29, 2015, the 11 activists who had refused to sign the pledge were summoned by the Thonburi Railway police. The Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) [2], an organization that provides legal representation to the activists, submitted a letter on behalf of nine of them to postpone the summons to January 8, 2016, on the grounds that the latter would not be able to show up on that date due to other ongoing judicial proceedings against them amongst others [3]. Accordingly, the Thonburi Railway police allowed the adjournment as requested.

On December 29, only two of the 11 summoned activists appeared. Messrs. Kititituch Suman and Vichit Hanhaboon denied all charges. Mr. Vichit Hanhaboon was asked to submit an additional written defense statement to the police regarding the circumstances of the events within January 15, 2016.

On January 8, 2016, three more activists, Mr. Anon Nampa, Mr. Wisarut Anukulkanm, and Ms. Kornkanok Khumta, appeared at the police station and similarly denied all charges.

On January 13, 2016, arrest warrants were issued by the Bangkok Military Court for the six remaining activists who had failed to appear at the police station on January 8 as summoned.

If indicted by military prosecutor, the 11 activists will face trial before a military court, and could face up to six months of imprisonment and/or a fine not exceeding 10,000 Baht (approximately 250 Euros), for violations of NCPO Order No. 3/2015.

The Observatory strongly condemns the ongoing judicial harassment against the 11 activists, since it appears to only aim at sanctioning their legitimate human rights activities, as well as their freedom of assembly, association and expression, as enshrined in international human rights instruments.

Accordingly, the Observatory calls on the Thai authorities to put an end to the ongoing attempts to criminalise the 11 activists, as well as to put its legislation on gatherings in line with international human rights standards ratified by Thailand.

Actions requested:

Please write to the authorities in Thailand, urging them to:

i. Guarantee in all circumstances the physical and psychological integrity of the 11 activists, as well as of all human rights defenders in the country;

ii. Drop immediately and unconditionally all charges against the 11 activists, as they only seem to be aimed at sanctioning his legitimate human rights activities;

iii. Put an end to all acts of harassment - including at the judicial level - against the 11 activists, as well as against all human rights defenders in Thailand so that they are able to carry out their work without hindrances;

iv. Repeal NCPO Order No. 3/2015, which contravenes Thailand’s human rights obligations under the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR);

v. Conform with the provisions of the UN Declaration on Human Rights Defenders, adopted by the General Assembly of the United Nations on December 9, 1998, especially:

Article 1, which states that “everyone has the right, individually and in association with others, to promote and to strive for the protection and realisation of human rights and fundamental freedoms at the national and international levels”; and

Article 12.2, which provides that “"the State shall take all necessary measures to ensure the protection by the competent authorities of everyone, individually and in association with others, against any violence, threats, retaliation, de facto or de jure adverse discrimination, pressure or any other arbitrary action as a consequence of his or her legitimate exercise of the rights referred to in the present Declaration”; and

vi. More generally, ensure in all circumstances the respect for human rights and fundamental freedoms in accordance with the Universal Declaration of Human Rights and with international and regional human rights instruments ratified by Thailand.

Addresses:

Prime Minister, Gen Prayuth Chan-ocha, Government House, 1 Phitsanulok Road, Dusit, 10300, Bangkok, THAILAND; Fax: +66 (0) 2 282 5131
Minister of Interior, Gen Anupong Paochinda, Asatang Road, Ratchabophit, 10200, Bangkok, THAILAND
Minister of Foreign Affairs, Don Pramudwinai, Sri Ayutthaya Building, 443 Sri Ayutthaya Road, Phaya Thai, 10400, Bangkok, THAILAND; Fax: +66 (0) 2 643 5320; Email: minister@mfa.go.th
Minister of Justice, Gen Paiboon Khumchaya, 120 Chaeng Watthana Road, Laksi, 10210, Bangkok, THAILAND; Fax: +66 (0) 2 953 0503
Pol Gen Somyot Poompanmoung, Commissioner-General of the Royal Thai Police, 1st Building, 7th Floor, Rama I Road, Pathumwan, 10330, Bangkok, THAILAND; Fax: +66 (0) 2 251 5956 / +66 (0) 2 251 8702
Mr. Wat Tingsamitr, Chairperson of the National Human Rights Commission of Thailand; 120 Chaeng Watthana Road, Laksi, 10210, Bangkok, THAILAND; Email: help@nhrc.or.th
Permanent Mission of Thailand to the United Nations in Geneva, rue Gustave Moynier 5, 1202 Geneva, Switzerland, Tel: + 41 22 715 10 10; Fax: + 41 22 715 10 00 / 10 02; Email:mission.thailand@ties.itu.int
Embassy of Thailand in Brussels, 2 Sq. du Val de la Cambre, 1050 Ixelles, Belgium, Tel: + 32 2 640 68 10; Fax: + 32 2 648 30 66; Email: thaibxl@pophost.eunet.be

Please also write to the diplomatic mission or embassy of Thailand in your respective country.
Geneva-Paris, January 18, 2016

Kindly inform us of any action undertaken quoting the code of this appeal in your reply.

The Observatory, an OMCT and FIDH venture, is dedicated to the protection of human rights defenders and aims to offer them concrete support in their time of need.

To contact the Observatory, call the emergency line:
E-mail: Appeals@fidh-omct.org
Tel and fax OMCT + 41 (0) 22 809 49 39 / + 41 22 809 49 29
Tel and fax FIDH + 33 (0) 1 43 55 25 18 / +33 1 43 55 18 80

Footnotes


[1] According to the National Council for Peace and Order (NCPO) Order No. 3/2015, Article 12(1) states that any political gathering of five or more persons shall be punished with imprisonment not exceeding six months or a fine not exceeding ten thousand Baht, or both, unless permission has been granted by the Head of the NCPO or an authorized representative.


[2] Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) is an organization set up after the 2014-coup to provide legal aid to civilian arrested and/or prosecuted by military, and to monitor and document post-coup human rights situations and violations throughout Thailand. Although in existence for just more than a year, TLHR received a human rights award by the French Embassy in Bangkok in December 2014.


[3] For example, Mr. Thanet Anantawong, who was charged with sedition for his Facebook post criticising the NCPO, could not report himself to police as he had to appear before the Bangkok Military Court for pre-trial detention and bail the same day.

Offline

#604 January 21, 2016 9:46 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* มา มา ดูคลิป ตะกวด เหี้ย เอ้ย..ทหารโจร วิ่งจับเด็กนักศึกษา อุ้ม 'จ่านิว' สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์

photo.jpgนาทีอุ้ม 'จ่านิว' หน้า มธ.รังสิต ประตูเชียงราก Soldiers abduct anti-junta student [CCTV]
prachatai


เผยแพร่เมื่อ 20 ม.ค. 2016
ภาพจากกล้องวงจรปิด นาทีอุ้ม 'จ่านิว' สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ จากหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อเวลาประมาณ 22.35 น. วันที่ 20 ม.ค. 2559 โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ปิดบังใบหน้า ควบคุมตัวสิรวิชญ์ซึ่งเพิ่งรับประทานอาหาร­เสร็จ และกำลังเดินกลับหอพักในมหาวิทยาลัย โดยรถที่ใช้ปฏิบัติการเป็นรถปิคอัพ อิซูซุมิวเซเว่นสีบรอนซ์เงิน 1 คัน กับ โตโยต้าไทเกอร์สีน้ำเงินขับประกบอีก 1 คัน ทั้ง 2 คัน ปิดแผ่นป้ายทะเบียน

ต่อมาทราบว่า ทหารดังกล่าว สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 (ร.2 พัน 2 รอ.) ค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี

http://prachatai.org/journal/2016/01/...

ศาลทหารยกคำร้องฝากขัง-จ่านิวชี้ทหารไม่จั­บกุมตามขั้นตอน


วินาทีจับ 'การ์ตูน-ลูกเกด' หลังมาให้กำลังใจ 'จ่านิว'


ทนายความเผยให้แพทย์ตรวจร่างกาย 'จ่านิว' หลังถูกอุ้มส่งตำรวจกล%EMRֲงดึก


Military abducts embattled anti-junta student \*vist from university
http://prachatai.org/english/node/5784

Military officers abducted a well known anti-junta student activist currently faces an arrest warrant from his university in Bangkok.

Eight military officers at around 10:35 pm on Wednesday, 20 January 2016, abducted Sirawit Serithiwat, aka. Ja New, while he was walking around the Rangsit Campus of Thammasat University.

Sassawat Komneeyawanich, his friend who was with Sirawit when he was taken said that eight officers came out of two pickup trucks with concealed license plate and abducted him amid presence of many other students and others.

The officer arbitrarily took him into one of the cars without presenting the arrest warrant and providing information as to where they were taking him, Sassawat added.

..........

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=7e20f4289024507dfdd4cb67f7884176&oe=57013FD0Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 21 ชม. · มีการแก้ไข ·

12510456_983150578444389_7649362713751043018_n.jpg?oh=d057f8c0d498e2f83116261b4c4c7343&oe=56FBDDBE

ด่วน! จ่านิวโดนอุ้มที่หน้าม.ธรรมศาสตร์ โดยกลุ่มชายแต่งตัวคล้ายทหารยามวิกาล พร้อมรถอำพรางป้ายทะเบียน http://www.matichon.co.th/news/7974

คลิปวินาทีที่ถูกอุ้มจากกล้องวงจรปิด https://www.facebook.com/newdemocracymo … 620530381/

12376394_983385258420921_8128578508084383744_n.jpg?oh=50a423fef06e36d4d1094c33a5de76d5&oe=56FC0516

เผด็จการไทยตั้งใจทำจัญไร ไม่แพ้เผด็จการใดในโลก สหรัฐฯ จี้ปล่อยตัวจ่านิว ที่โดนล็อกกลางดึก หรือนี่คือ "ใบอนุญาตอุ้มหาย"ภายใต้ศาลทหารและม.44 http://news.voicetv.co.th/thailand/315159.html

12417603_983433015082812_3611598284557443554_n.jpg?oh=66fe0d9cb7e1687d00af702527c70074&oe=57014A26

คสช ชี้การอุ้มหายจ่านิวเมื่อวานเป็นวิธี "ละมุนละม่อม" แหม่! อยากไปเยี่ยมบ้าน พันเอกวินธัย ไปทักทายครอบครัวแบบ "ละมุมละม่อม" บ้างจัง http://www.matichon.co.th/news/8113

Offline

#605 January 21, 2016 11:31 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 5,590

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ฟังมารดาของนิว สิรวิชญ์ บอกความรู้สึกที่ทราบว่าลูกชายถูกคุมตัวเมื่อคืนนี้ โดยเธอบอกว่า ไม่แฟร์ที่ชาย 8 คนมาจับคนคนเดียว รู้สึกไม่ใช่การกระทำระหว่างคนกับคน ทำแบบนี้เหมือนทำกับคนไม่มีทางสู้ ถ้าจะจับคุมก็ทำดีๆ ทำไมต้องทำแบบนี้ มารดาของนิวบอกว่า ไม่ห้ามนิวทำกิจกรรมเคลื่อนไหว เพราะคงไม่มีใครห้ามได้ แต่คงจะบอกให้ระวังตัวมากขึ้น เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งแรกแต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย https://www.facebook.com/30008409349001 … 532636898/

Offline

#606 January 22, 2016 10:20 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Prachatai + *

final_header2.jpg  *

ข้าหลวงสิทธิ UN เรียกร้องทางการไทย-ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อแกนนำทัวร์ราชภักดิ์
Fri, 2016-01-22 17:51

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกร้องรัฐบาล คสช. ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อนักกิจกรรม 11 คน ที่ถูกจับกุมข้อหาละเมิดข้อห้ามการชุมนุม พร้อมแสดงความกังวลกรณีทหารใช้ถุงคลุมศีรษะ 'จ่านิว' และมีการตบและเตะในช่วงถูกควบคุมตัว โดยขอให้รัฐบาลสอบสวนการกระทำดังกล่าว

24506580296_cbf6fe99da_z.jpg

22 ม.ค. 2559 สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (United Nations Human Rights Office for South-East Asia (OHCHR) กระตุ้นรัฐบาลทหารไทยให้ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อแกนนำนักศึกษา 11 คนที่ถูกจับกุมข้อหาละเมิดข้อห้ามการชุมนุม

โดยในใบแถลงข่าวของ OHCHR ระบุว่า สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่กล่าวว่า เขาถูกกลุ่มผู้ชายที่ไม่ได้แสดงตนจับกุมที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วิทยาเขตในกรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันพุธ ในวันพฤหัสบดีตอนเช้า น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ ได้ไปเยี่ยมนายสิรวิชญ์ที่สถานีตำรวจที่เขาถูกควบคุมตัว นักศึกษาเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาด้วยความผิดเดียวกัน

มีการนำตัวนักศึกษาทั้งสี่คนไปยังศาลทหารเมื่อวันพฤหัสบดี และมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างรอการไต่สวน ศาลทหารได้ยกคำร้องที่ให้ควบคุมตัวชั่วคราวต่อนักกิจกรรมทั้งสี่คน

นักศึกษาเหล่านี้ถูกออกหมายจับเนื่องจากละเมิดคำสั่งของรัฐบาลทหารที่ห้ามการชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้โดยได้โดยสารรถไฟเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558 ไปยังโครงการอุทยานที่กองทัพไทยจัดสร้างขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้เห็นการทุจริตตามข้อกล่าวหาว่ามีขึ้นกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ เจ้าหน้าที่ได้โดยสารไปพร้อมขบวนรถไฟและขัดขวางไม่ให้นักกิจกรรมเหล่านี้ไปถึงจุดหมายปลายทาง

ต่อมามีการตั้งข้อหาจากเหตุการณ์เดียวกันกับนักศึกษาอีกเจ็ดคน

สิทธิที่จะชุมนุมโดยสงบและสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพด้านความเห็น เป็นสิทธิพื้นฐาน และไม่ควรถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรง” Laurent Meillan ว่าที่ตัวแทนภูมิภาค OHCHR กล่าว “เรากระตุ้นให้ทางการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อนักศึกษาเหล่านี้

นักศึกษาเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาละเมิดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดหกเดือน

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนกังวลกับการใช้คำสั่งคสช. แทนที่จะใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 อันเป็นเหตุให้คดีเหล่านี้ต้องเข้ารับการไต่สวนในศาลทหาร เสี่ยงที่จะเกิดการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมและเป็นเหตุให้จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์คดี

OHCHR ยังกังวลกับข้อกล่าวหาว่าทหารได้ใช้ถุงคลุมศีรษะนายสิรวิชญ์ระหว่างที่เขาถูกจับกุม ทั้งยังมีการตบและเตะเขาระหว่างการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมไม่ได้แสดงตน ไม่ได้บอกเหตุผลของการควบคุมตัว ทั้งยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับนายสิรวิชญ์ว่าจะนำตัวเขาไปควบคุมตัวที่ใด

OHCHR กระตุ้นให้รัฐบาลสอบสวนตามข้อกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติที่โหดร้าย และอนุญาตให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำหน้าที่สอบสวนกรณีนี้อย่างเป็นอิสระ

“ทางการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่เพียงมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หากยังต้องดูแลให้เจ้าหน้าที่ของตนปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านั้นในทุกสภาพการณ์ด้วย” Meillan กล่าว

ในฐานะรัฐภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) รัฐบาลไทยมีพันธกรณีต้องคุ้มครองเสรีภาพของพลเรือนของตน รวมทั้งสิทธิที่จะปลอดพ้นจากการควบคุมตัวโดยพลการ การได้รับแจ้งข้อกล่าวหาที่มีต่อตน การเข้าถึงทนายความ และการไต่สวนโดยศาลที่เป็นอิสระและไม่ลำเอียง

Offline

#607 January 22, 2016 1:16 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ระบบ  ธรรม   ผู้นำ  สันดาน   สังคม   ......

อ่านแล้วคิดอย่างไรลองพิจารณา แต่ควรวางใจเป็นกลางก่อนรีบด่วนตัดสิน ขอให้ดูว่ามันจริงหรือไม่อย่างไร ไหนๆ ก็ให้เสนอความเห็นในงาน . RED USA & RED New York  .แล้วก็ขอฝากไว้เป็นส่วนหนึ่งในการระดมความคิด ซึ่งแน่นอนว่าฝ่าย IO ของฝ่าย ทักษิณ คงคิดหนัก จะหาอะไรมาแย้งในข้อเท็จจริงเหล่านี้ นอกจากกลบเกลื่อน บิดเบือนต่อไป

วันก่อนดูความเห็นของคุณ คำผกา แห่ง VoiceTV พูดถึงพัฒนาการของแท๊กซี่ไทย กล่าวถึง ระบบ กับ สันดาน ที่กล่าวว่ามีการสร้างระบบด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดทอนสันดานที่ไม่ดีบางอย่างของคนขับแท๊กซี่ ก็เลยนึกถึง เรื่องเหล่านี้ที่หาข้อมูลมาได้และสัมพันธ์กับในกรณีของ คุณทักษิณ  ก็คิดว่าน่าจะมี คำอื่นที่สอดคล้องและครบถ้วนในเรื่องที่จะกล่าว ที่คิดได้คือ ระบบ  ธรรม   ผู้นำ  สันดาน   สังคม   น่าจะเหมาะกับเนื้อหาบางส่วนที่ได้กล่าวไปแล้วในกระทู้

ทักษิณ....ความหวังและความผิดพลาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ได้สรุปบทเรียน
http://ifreethai.com/viewtopic.php?id=1448

และส่วนที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นข้อมูลเสริมอีกด้าน โดยจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างคำและเนื้อหาของเรื่องราวที่ผ่านมา

แม้มนุษย์จะพัฒนาระบบอะไรก็ตามที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกโดยเฉพาะระบบการบริหารงานของรัฐ แต่ก็จะมีมนุษย์บางคนที่ไม่รู้จักธรรม นั่นคือไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดในธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตที่อยู่รอบตัวตน และมนุษย์ในจำพวกนี้จะแสวงหาอำนาจเพื่อผลประโยชน์ในความมั่งคั่งแห่งตนเป็นที่ตั้ง โดยเขาจะถือว่าผลที่ทำให้มีความมั่งคั่งแก่ตนจะเป็นความสำเร็จที่ตนเองภูมิใจ แม้ว่าจะเป็นความทุกข์ยากหรือแม้กระทั่งการแลกมาด้วยการสูญเสียชีวิตของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกในสังคมก็ตาม คนๆนั้นจะยังคงยินดีในผลลัพธ์และมิได้ให้คุณค่าใดๆกับเรื่องที่กระทบต่อคนอื่นในสังคมเลย จึงเป็นเรื่องเพ้อฝันที่สังคมจะคาดหวังในตัวผู้นำที่มีลักษณะเช่นนี้ได้ เพราะมนุษย์ผู้นี้มิได้เห็นคุณค่าของสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคของคนทั่วไปเหนือไปกว่าประโยชน์แห่งตน ซึ่งลักษณะนิสัยอย่างนี้นั้นเราสามารถสังเกตได้จากการใช้อำนาจแบบเผด็จการของเขา


c74f24d576f9f82c7809c58fdf06707a.jpg       
คนเกือบจะทุกคนสามารถทนได้ต่อความยากลำบาก แต่เมื่อคุณต้องการจะทดสอบลักษณะนิสัยของคนๆนั้น สามารถทำได้ก็เพียงแต่คุณได้ให้อำนาจแก่เขา

คำกล่าวของลินคอล์นไม่ผิดเลยจาก........ที่เราได้เห็นสันดานของทักษิณ
ในกรณี การใช้อำนาจของทักษิณใน The Thai Gov’ts War on Drugs
ในกรณี อุ้มหายและการลอยนวลพ้นผิด: อาชญากรรมจากน้ำมือรัฐ
ในกรณี ธุรกิจ...ค้าความตายในภาคใต้  เริ่มมีในสมัย ทักษิณ  ...และดำเนินเรื่อยมา
ในกรณี ให้ประทานบัตรทับป่าต้นน้ำ 1 A เหมืองทองคำ จ.เลย……
(จะแสดงเรื่องราวทั้ง 4 กรณีตามมา)

เขาคนนั้นมิสมควรเป็นผู้นำของสังคม เพราะคนที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้จะมีสันดานที่สั่งสมมาจากความคิดและประสบการณ์จนหล่อหลอมความเป็นตัวตนที่เห็นแก่ตัวโดยธรรมชาติ และไม่เห็นธรรมที่จะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แม้เราจะมีระบบที่ดีเพียงใดแต่มนุษย์เช่นนี้ก็จะใช้ระบบนั้นอย่าง บิดเบือน ฉ้อฉล เพื่อประโยชน์แห่งตนเป็นที่ตั้ง นั่นคือสังคมจะมีตัวอย่างผู้นำที่ไม่ดีกลายเป็นสังคมของคนทรามเต็มบ้านเต็มเมือง ประเทศก็จะมีระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้นในหมู่ผู้คนทรามเหล่านั้นเพื่อเกื้อกูลกันและร่วมหาผลประโยชน์ด้วยกันกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของคนในพฤติกรรมแบบโจรเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วก็จะเป็นการยากยิ่งต่อคนในสังคมที่จะหลุดพ้นสังคมทรามและป่าเถื่อนของคนประเภทนี้ ดังนั้นเราจะหวังอะไรในความรับผิดต่อการบริหารงานภาครัฐที่ผิดพลาดจากการใช้อำนาจของคนเช่นนี้คงเป็นไปเกือบไม่ได้และยากยิ่ง ยกเว้นความชอบ สิ่งเหล่านี้ ทักษิณ ได้แสดงออกมาหมดแล้วในห้วงหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 2544 จนถึง 2558 ดังนั้นสังคมควรจะมองจากความจริงที่ว่า

ถ้าเปรียบว่าเราตัดสินในตัวทักษิณว่าเหมือนปลาที่มีตีนสามารถขึ้นมาเกาะบนต้นไม้เหนือน้ำได้ ก็มิได้หมายความว่าทั้งชีวิตของเขาจะอยู่อย่างนั้นตลอดชีวิต นั้นคือความโง่ของเราเองที่เชื่ออย่างนั้น เพราะทักษิณก็คงต้องอยู่กับน้ำอันเป็นระบอบเผด็จการเนียนประชาธิปไตยต่อไปในชีวิตของเขา เราอย่าได้คิดเลยว่าเขาจะให้ชีวิตกับเราที่มีเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เหมือนอย่างเราที่มีชีวิตอย่างนก และไม่มีวันที่เขาจะสร้างรากฐานประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ เพราะการที่เขาอ้างระบอบประชาธิปไตยก็เป็นเพียงวาทะกรรมในการสร้างภาพตัวตนเด่นขึ้นมาเพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อและใช้เงินเพื่อธุรกิจการเมืองของเขาเท่านั้น(หลายคนมองว่าไม่จริง ผลสำเร็จมีมากมายต่อประชาชน แต่ถ้าเรามองจากฐานความรู้ในความเป็นจริงจะพบว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความคิดของเขานะ แต่เป็นทีมงานที่ถูกว่าจ้างมาต่างหากด้วยภาษีของรัฐเพื่อให้ประชาชนศรัทธาและทำให้เขาอยู่ในอำนาจต่อไปได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการโฆษณาต่างๆว่าเป็นความคิดของเขาก็เพื่อให้เขาได้ดำรงตำแหน่งในอำนาจนั้นต่อไปนั่นเอง ตัวอย่างเช่น ทักษิณ มักกล่าวว่าทำให้รัฐสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้ราคาถูก 3.6 หมื่นล้านประหยัดกว่ายุค ชวน หลีกภัย ประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท แต่ความจริงคือเซ็นสัญญาใหม่เพิ่มเติม 39 สัญญา วงเงินพุ่ง 1.9 หมื่นล้าน * จริงๆแล้ว ทักษิณ ก็แค่ตัดแบ่งตอนงานก่อสร้างของสัญญาเดิมเพื่อไว้โฆษณาเท่านั้น ถ้าเก่งขนาดนี้ก็ไปเป็นที่ปรึกษางานสร้างสนามบินทั่วโลกสัก 5 สนามแค่นั้น ทหารอำมาตย์จะยึดทรัพย์ที่มีนั้นก็จะเป็นเรื่อง เล็กๆ) และถ้าประชาชนฉลาดขึ้น รู้ถึงสิทธิ หน้าที่ และอำนาจที่ตนเองมีก็จะทำให้เขามีความเสี่ยงและมีต้นทุนที่สูงในการเข้าสู่อำนาจแห่งรัฐเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากการใช้อำนาจนั้น
* แหล่งข้อมูลที่มา http://www.siamturakij.com/home/news/pr … ws_id=2528


Instine-830x623.jpg   
Albert Einstein



https://twitter.com/JeromeTaylor   ลิงค์ ภาพจากหนังสือใหม่ของทักษิณ
CYls_I9UEAAHxNf.jpg
ปกหนังสือ( พิมพ์เอง เพื่อโฆษณาตัวเอง เหมือน วีดีทัศน์ และหนังสือที่ผ่านๆมา)

CYl2SHmUsAAy88O.jpg   
Jerome Taylor @JeromeTaylor  13 ม.ค. 59
Unsurprisingly war on drugs entry in Thaksin's new book neglects to mention the hundreds of extrajudicial killings

CYl2vwwUsAA85JC.jpg
How Thaksin's new book describes the 2006 coup that toppled him

CYl3WuTUEAAFPuU.jpg
Last page of Thaksin's new self published book speaks of his dream to step foot on Thai soil once more


http://www.globalresearch.ca/thai-prote … le/5361497   ลิงค์ ภาพต่อต้านทักษิณ
Thai Protests: Fake Elections are Unacceptable.

ThailandWarOnDrugs.jpg
Image: “The Thai Gov’ts War on Drugs: Dead Wrong. Stop the Murder of Thai Drug Users.” During Thaksin Shinwatra’s 2003 “War on Drugs” it wasn’t only drug users who were brutally, extra-judicially murdered in the streets, but over 50% of the 2,800 killed during the course of 3 months, were completely innocent, involved in no way with either drug use or trade.



http://www.unionforpeoplesdemocracy.net … i_ICC.html  ลิงค์
Union for People's Democracy  (สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน)  ได้เก็บรวบรวมกรณี ICC ที่ล้มเหลว โดย ธิดา สุนัย เป็นตัวกลางเดินเกม


พรรค ปชป. มีการเกทับ ด้วยการยกกรณีฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด ผลคืออย่างที่ทราบ ทักษิณใช้วิธีมโนไปอ้างอิงว่าจะมีผลต่อสถานะกษัตริย์ แต่ข้อมูลจากนักวิชาการชี้ว่าเป็นการจำกัดวงและมุ่งเป้าบุคคลมากกว่าเปิดเผยความจริงทั้งหมด กลายเป็น ทักษิณ และ นปช. ตลกคาเฟ่(ที่ไม่ขำ) ใช้ศาล ICC มาเป็นเครื่องมือเล่นการเมือง

thongchai.jpg

...........

Prachatai

อุ้มหายและการลอยนวลพ้นผิด: อาชญากรรมจากน้ำมือรัฐ

.... สมัย ทักษิณ ชินวัตร

Fri, 2015-12-25 09:58

ทวีพร คุ้มเมธา

วันอังคารนี้ (29 ธ.ค. 58) ศาลฎีกากำหนดอ่านคำพิพากษาคดีการอุ้มหายทนายสมชาย นีละไพจิตร หลังจากผ่านมา 10 ปี การอุ้มหาย หรือบังคับสูญหาย เป็นอาชญากรรมโดยรัฐอย่างนี้ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศไทย และไม่เคยนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ รายงาพิเศษซึ่งได้รับรางวัลจากแอนเนสตี้อินเตอร์เนชั่นเนลปี 2557 นี้อธิบายปรากฎการณ์การอุ้มหายในไทย และเพราะอะไร การอุ้มหายยังเกิดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546  นายจะวะ จะโล ชนเผ่าพื้นเมืองลาหู่ ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงพร้อมอาวุธครบมือจับ ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นสวนลิ้นจี่ที่จังหวัดชายแดนทางภาคเหนือของประเทศไทย แม้ว่าเจ้าหน้าที่ที่จับตัวเขารายงานผู้บังคับบัญชาว่า ไม่พบยาเสพติดที่นายจะวะ แต่ก็ตัดสินใจพาเขาไปควบคุมตัวที่ห้องขังในค่ายทหารพราน เจ้าหน้าที่เหยียบคอนายจะวะจนลิ้นห้อยออกมาและมีเลือดไหลออกมาปาก ทั้งยังถูกซ้อมและคุมขังอยู่ในค่าย ผู้ถูกคุมตัวชาติพันธุ์ลาหู่ถูกบังคับซ้ำสองให้เตะนายจะวะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ทิ้งร่างนายจะวะไว้บนพื้นจนเสียชีวิต จากนั้นก็นำร่างนายจะวะโยนลงหลุมและยิงซ้ำหลายครั้งจนแน่ใจว่าเขาตายจริง และสั่งให้ผู้ถูกคุมตัวสองคนฝังร่างนายจะวะ ไม่กี่วันต่อมาลูกสาวของนายจะวะเดินทางไปที่ค่ายทหารพรานสองครั้งเพื่อตามหาพ่อ ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ได้ปล่อยตัวนายจะวะแล้วและไม่ทราบเรื่องที่นายจะวะหายไปเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สองเจ้าหน้าที่บอกว่านายจะวะถูกพาไปที่เชียงใหม่

นายจะวะ จะโล ยังคงหายสาบสูญ

นายสีละ จะแฮ นายกสมาคมลาหู่ กล่าวว่า ชนเผ่าลาหู่กว่า 20 คน ถูกบังคับให้สูญหาย จากฝีมือทหารพรานหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

13399652234_1bb90209a7.jpg
ชนเผ่าพื่นเมืองลาหู่ ประมาณ 120,000-150,000 คน อาศัยอยู่ที่อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอไชยปราการ และ อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประชากรประมาณ 90% มีสัญชาติไทย   


ตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร ประกาศนโยบาย “สงครามยาเสพติด” เมื่อ พ.ศ. 2546 ชาวลาหู่ที่อาศัยอยู่ตะเข็บชายแดนระหว่างประเทศเมียนมาร์กับจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ ต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว

เจ้าหน้าที่รัฐเชื่อว่า อำเภอตะเข็บชายแดนเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการลักลอบขนยาเสพติด จากรัฐว้า ในประเทศเมียนมาร์ และ “ชาวเขา” บางส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด

“สงครามยาเสพติด” ทำให้ชาวลาหู่ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากข้อสันนิษฐานบนพื้นฐานการเหมารวมและอคติของเจ้าหน้าที่รัฐว่า “ชาวเขา” เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่างๆ ชาวเขาลักลอบขนยาเสพติด ตัดไม้ทำลายป่า และบุกรุกที่ดิน 

ในช่วงนี้เอง เจ้าหน้าที่รัฐ โดยมากเป็นทหารและทหารพรานจับกุมคุมขังผู้คนตามอำเภอใจ โดยอ้างว่าผู้ถูกควบคุมตัวอาจเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด หรือมีสิ่งผิดกฎหมายในครอบครอง  เมื่อถูกควบคุมตัวชาวบ้านจะถูกปิดตา ซ้อม และนำตัวไปยังค่ายทหาร ซึ่งจะถูกซ้อมซ้ำอีกและถูกเจ้าหน้าที่สอบสวน ผู้ถูกควบคุมตัวจะถูกขังในหลุมดินกว้างประมาณ 2-3 เมตร ลึก 4 เมตร  หลุมหนึ่ง ๆ มีผู้ถูกควบคุมตัวราว 10 คน แต่บางครั้งอาจมีจำนวนผู้ถูกควบคุมตัวแออัดกันถึง 40 คนต่อหลุม

ผู้ถูกควบคุมตัวส่วนมากถูกขังต่อเนื่องเจ็ดวัน แล้วจึงถูกนำตัวไปซักถามและทรมาน เช่น ใช้ไฟฟ้าช็อต ผู้ถูกควบคุมตัวได้รับประทานอาหารวันละสองครั้ง ระยะเวลาควบคุมตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 2-3 เดือน แต่ก็มีบางคนถูกควบคุมตัวเพียง 45 วัน

สีละ บอกว่า “สภาพในหลุมขังเลวร้ายมาก เราทั้งกิน นอน ถ่ายเบา ถ่ายหนัก อยู่ในนั้น”

13396645525_0b3a30afff_o.png
สีละ จะแฮ นายกสมาคมชาวลาหู่


เรื่องเล่าของหลุมขังและการทรมานเป็นเรื่องที่ชาวลาหู่รู้กันอย่างแพร่หลาย หลายกรณีพบว่า ทันทีที่จับกุมตัวบุคคลได้ เจ้าหน้าที่จะยิงและซ้อมผู้ถูกจับกุมต่อหน้าชาวลาหู่คนอื่นๆ ในที่สาธารณะ เหยื่อและครอบครัวของเหยื่อไม่กล้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าตนเองจะถูกอุ้มหายไปด้วย

นายกสมาคมชาวลาหู่กล่าวว่า “เป็นธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่จะจับชาวบ้าน และนำตัวมาซ้อมต่อหน้าชาวบ้านคนอื่นๆ”

สีละเป็นนักกิจกรรมลาหู่ที่เรียกร้องและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเพื่อชาวลาหู่และชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มอื่นๆ ในประเทศไทย เขาเองเคยถูกควบคุมตัวในหลุมดินที่ค่ายทหารพรานสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อบังเอิญเจอกลุ่มทหารพรานระหว่างทางกลับบ้านจากสถานีตำรวจ ครั้งที่สองทหารมากักตัวขณะประชุมร่วมกับสมาชิกสมาคมลาหู่ สีละยังโชคดีกว่าชาวลาหู่คนอื่น ๆ เพราะได้รับการปล่อยตัวโดยไม่เป็นอันตราย หลังจากภรรยาร้องเรียนกับนักการเมืองท้องถิ่น
 
หลังสงครามกับยาเสพติดยุติลงเมื่อปลาย พ.ศ. 2546 การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม และการบังคับให้สูญหายยังดำเนินอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่รัฐจะมาถึงหน้าบ้านและอ้างสิทธิเพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายและสั่งค้นหาโดยไม่มีหมายค้นจากศาล หรือแม้กระทั่งใช้หมายปลอม เอาของมีค่าและยานพาหนะจากบ้านและกักตัวบุคคลโดยไม่ทราบสถานที่ในสถานกักกันที่ทางการ

สีละกล่าวว่า ทุกวันนี้การกระทำดังกล่าวสร้างปัญหาใหม่เมื่อชาวลาหู่บางคนในพื้น ที่ที่ทำงานในสำนักงานการเมืองท้องถิ่นกล่าวหาคู่แข่งของตนว่า มีส่วนร่วมกับการค้ายาเสพติดหรือการครอบครองสิ่งที่ผิดกฎหมาย ชาวบ้านลาหู่บางคนถึงกับตัดสินใจหลบหนีไปอยู่ป่าหรือไปพม่า บางคนเข้าร่วมกลุ่มติดอาวุธเพียงเพื่อหลบหนีความโหดร้ายจากน้ำมือรัฐไทย
 
สีละกล่าวว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดต้องรับผิดจากการก่ออาชญากรรมต่อชาวลาหู่

ห่างไปอีก 1,800 กิโลเมตร ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังมีปัญหาคุกรุ่น หลังจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอบันนังสตา เป็นเป้าการเผาโรงเรียนถึง 8 ครั้ง เจ้าหน้าที่ความมั่นคงท้องถิ่นจับนายมะยาเต็ง มะรานอ ภารโรงในโรงเรียนไป เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2550 ทหารพราน 50 นาย จากกรมทหารพรานที่ 41 ปิดล้อมหมู่บ้าน และตั้งด่านตรวจหน้าบ้านนายมะยาเต็ง  ประมาณเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านนายมะยาเต็ง และสอบสวนว่าทำไมจึงปล่อยให้โรงเรียนถูกเผา และถามว่าลูกชายวัยรุ่นของนายมะยาเต็งอยู่ที่ไหน นายมะยาเต็งปฏิเสธและถูกจับโดยไม่มีหมายจับตามอำนาจภายใต้กฎอัยการศึก โดยเจ้าหน้าที่ยึดสิ่งของส่วนตัวหลายรายการ ตลอดจนรถกระบะไปด้วย

เรื่องของนายมะยาเต็งและนายจะวะเป็นหนึ่งในกรณีผู้ถูกบังคับสูญหายและถูกทรมานราว 70 คน ที่มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพบันทึกข้อมูลไว้ มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพเป็นองค์กรเอกชน ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และทำงานเรื่องการบังคับสูญหาย การทรมาน และวิสามัญฆาตกรรม 

13399456454_1bec28dc97.jpg
หนึ่งในกรณีเหล่านี้ มี 30 ราย ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายต่อต้านกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ในสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส และ สี่อำเภอในจังหวัดสงขลา ที่เพิ่งผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสยาม เมื่อ พ.ศ.  2482  พื้นที่เหล่านี้มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายูมุสลิม ซึ่งไม่สันทัดภาษาไทย

ชายแดนใต้มีประวัติศาสตร์การต่อต้านรัฐสยามมายาวนาน สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงอีก เมื่อ พันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร ยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายเเดนใต้ (ศอบต.) และใช้กำลังตำรวจที่ไม่เป็นที่นิยมมาปฏิบัติหน้าที่แทน เมื่อ พ.ศ. 2545

หลังจากนั้นรัฐไทยตอบโต้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนใต้ด้วยการใช้นโยบายทางทหารเข้มข้น สืบเนื่่องจนถึงในรัฐบาลต่อ ๆ มาเพื่อเเก้ปัญหา โดยการส่งกำลังทหารลงพื้นที่จำนวนมาก เเละการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง เช่น พระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน รายงานของมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพเรื่องการบังคับให้บุคคลสูญหายในประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 กล่าวว่า “มาตรการนี้ ผนวกกับการใช้ความรุนเเรงเเละการคุกคามจากกลุ่มเเบ่งเเยกดินเเดน ทำให้พลเรือนตกอยู่ในความหวาดกลัว  พบปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การจับกุมขุมขังตามอำเภอใจ การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม  เเละการบังคับสูญหาย เป็นได้ทั่วไปในภาคใต้”

นโยบายที่นำไปสู่ความรุนเเรงโดยรัฐ

น่าสนใจว่านโยบายที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงมาจากผู้นำที่เป็นที่นิยมเเละได้รับเสียงส่วนใหญ่การเลือกตั้ง ทว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงภายใต้การบริหารของทักษิณเหมือนจะถูกลืมเมื่อประเทศถูกครอบงำด้วยความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสี

ลักษณะของนโยบายที่มักนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เช่น การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม และการบังคับสูญหายเป็นอย่างไร ไทเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียมีคำตอบว่าลักษณะของนโยบายที่มักนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงมักเกิดจากการสร้างพื้นที่สีเทาให้เจ้าหน้าที่

“ในกรณีสงครามยาเสพติด เพียงเเค่นโยบายที่คลุมเครือก็พอเเล้วที่จะเปิดช่องว่างให้เกิดพื้นที่สีเทาขนาดใหญ่หลากหลายรูปแบบให้เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่รับคำสั่งให้  ‘จัดการปัญหายาเสพติด' แต่ทักษิณหรือผู้ใต้บังคับบัญชาใกล้ชิดไม่บอกว่า เจ้าหน้าที่ควรดำเนินการอย่างไร ซึ่งฮาร์เบอร์คอร์นชี้ว่า วิธีนี้กลายเป็นการส่งสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่สามารถทำอะไรก็ได้ที่จำเป็น 

ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวว่า นโยบายกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายในพื้นที่ใช้วิธีเเบบ 'ตาต่อตา' ซึjงหมายความว่า ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดถูกจัดประเภทเป็น ‘ภัยความมั่นคง’ เจ้าหน้าที่จึงสามารถใช้วิธีที่เด็ดขาด รุนแรง เเละไร้ความปรานีได้ นอกจากนั้น แต่ละจังหวัดยังต้องดำเนินการจับกุมเเละยึดยาเสพติดให้ได้ตามโควต้าหากตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้ตามโควต้าจะถูกลงโทษ

ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวเพิ่มเติมว่า ในกรณีจังหวัดชายเเดนใต้  พื้นที่สีเทาที่มาจากกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงที่บังคับใช้ในพื้นที่ โดยทั่วไปเเล้วกฎหมายความมั่นคงทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลโดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหาตั้งเเต่ 7-30 วัน เเละยังอนุญาตให้ควบคุมตัวในสถานที่กักตัวอย่างไม่เป็นทางการ เช่น ค่ายทหาร หรือวัด ครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัวไม่ทราบว่าผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน หรือจะสอบถามเรื่องผู้ถูกควบคุมตัวได้ที่ไหน ทั้งยังมีการห้ามมิให้ทนายความเข้าพบ ตลอดจนกักตัวผู้ถูกควบคุมตัวไม่ให้พบผู้ใดทั้งสิ้น   

อาชญากรรมอย่างเป็นระบบจากน้ำมือรัฐ: กรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร

กรณีการบังคับให้สูญหายที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายกรณีหนึ่ง คือ กรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชนมุสลิม วันที่ 12 มีนาคม 2557  เป็นวันครบรอบปีที่ 10 ของการหายตัวของทนายสมชาย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทักษิณ
 
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทนายสมชายเป็นทนายของผู้ต้องสงสัยมาเลย์มุสลิม ที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยอาวุธจากค่ายทหารในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2547 ทนายสมชายพบว่าลูกความถูกทรมานและบังคับให้รับสารภาพ ในขณะที่ถูกควบคุมตัวที่กองบังคับการปราบปราม  เชื่อว่าการทรมานที่ใช้มีทั้ง การทุบตี เตะ ใช้ไฟฟ้าช็อต และปัสสาวะเข้าปาก ทนายสมชายเปิดโปงข้ออ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามกระทำทรมาน ในวันต่อมา ที่เวทีเสวนาในกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงและผู้สื่อข่าว และทนายสมชายยังยื่นคำร้องกล่าวหาว่ามีการละเมิดต่อหน่วยงานรัฐหลายรายภายหลัง

13397422234_50925be65c_o.png
ทนายสมชาย นีละไพจิตร  พบตัวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547


เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2547 ทนายสมชายกำลังขับรถยนต์อยู่ที่ถนนรามคำแหง เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. รถยนต์ที่ขับตามหลังทนายสมชายบังคับให้ทนายสมชายหยุดรถ พยานคนหนึ่งเห็นทนายสมชายพูดกับชาย 5 คน ที่บังคับให้ทนายสมชายขึ้นรถที่ตามมา หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้พบเห็นทนายสมชายอีกเลย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายถูกตั้งข้อหาปล้นและบังคับขืนใจ มีพยานชี้ตัว พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ว่าเป็นผู้ผลักทนายสมชายเข้าไปในรถ พ.ต.ต. เงิน เป็นทีมสอบสวนกรณีปล้นปืน และมีการชี้ตัวว่า พ.ต.ต. เงิน เป็นผู้ทำร้ายผู้ต้องสงสัยชาวมลายูในคดีกระทำทรมาน   

ประทับจิต นีละไพจิตร บุตรสาวทนายสมชายและนักวิจัยมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เคยให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ครั้งหนึ่งว่า ตนเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ 20 คนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมครั้งนี้ 

หลักฐานที่น่าเชื่อถือประการหนึ่ง คือ บันทึกการใช้โทรศัพท์มือถือของจำเลยทั้งห้า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2547   ที่ทนายสมชายหายตัวไป  เจ้าหน้าที่ทั้งห้าโทรหากันเองถึง 75 ครั้ง ซึ่งแตกต่างจากจำนวนการโทรศัพท์หากันก่อนหน้าและหลังจากวันที่ 12 มีนาคม  แสดงว่าทั้งห้าคนไม่ได้ติดต่อกันมากนัก บันทึกการใช้โทรศัพท์แสดงให้เห็นว่า ทั้งห้าคนติดตามทนายสมชายตั้งเเต่เช้า จนกระทั่งทนายสมชายหายตัวไป  สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ มีจำเลยรายหนึ่งโทรหาคนที่สำนักนายกรัฐมนตรีหลังจากเกิดเหตุที่ถนนรามคำแหง 

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 ศาลชั้นต้นตัดสินว่ามี พ.ต.ต. เงิน เพียงคนเดียวที่กระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวและกักขังผู้อื่นให้เสียอิสรภาพ ซึ่งถือว่าเป็นความผิดสถานเบา  ต่อมา พ.ต.ต. เงิน ได้รับการประกันตัวออกไป วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทราบว่านายสมชายเสียชีวิตแล้วจากการกระทำของเจ้าหน้าที่

พ.ต.ต. เงินหายตัวไปตั้งแต่เดือน กันยายน  พ.ศ. 2551

นายอับดุลเลาะห์ อาบูการี พยานและลูกความคดีถูกทรมานของทนายสมชายก็หายตัวไปด้วย

ต่อมา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกฟ้องจำเลยคดีอุ้มทนายสมชายทุกคน เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ และศาลมีคำสั่งว่า อังคณา  นีละไพจิตร ภริยาทนายสมชาย ไม่สามารถเป็นโจทก์ร่วมแทนนายสมชายได้  โดยศาลให้เหตุผลว่า  ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านายสมชายถูกสังหารหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถกระทำการด้วยตนเองได้ 

กล่าวอีกทางหนึ่งก็คือ ศาลอุทธรณ์ต้องการหลักฐานเป็นศพของเหยื่อการบังคับให้สูญหายก่อนมีคำพิพากษาว่าเหยื่อเสียชีวิตแล้ว 

ประเทศไทยยังไม่ได้บังคับใช้กฎหมายที่ทำให้การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นอาชญากรรม ทำให้กฎหมายปัจจุบันรับรู้การบังคับสูญหายในฐานะคดีฆาตกรรม ซึ่งต้องพบศพผู้ตายก่อน

ในเดือนพฤษภาคม 2557 ศาลฎีกาอ่านคำวินิจฉัยไม่รับหลังฐานบันทึกการใช้โทรศัพท์ที่ครอบครัวนีละไพจิตรยื่นเพิ่มเติมในชั้นฎีกา โดยให้เหตุผลว่า หลักฐานดังกล่าวไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะไม่ใช่การให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการโดยผู้ให้บริการโทรศัพท์และไม่มีเจ้าหน้าที่จากผู้ให้บริการมาเบิกความในศาล
 
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีนี้ สมาชิกครอบครัวทนายสมชายและคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล หรือ ไอซีเจ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของดีเอสไออย่างรุนแรง  ว่าการทำงานของดีเอสไอไร้แรงจูงใจทางการเมืองจนไม่สามารถจัดหาผู้เชี่ยวชาญและหลักฐาน ทั้งยังปรากฏช่องโหว่หลายจุดในการเตรียมพยานหลักฐาน จึงมีผลให้ศาลปฏิเสธหลักฐานดังกล่าว ไอซีเจยังเรียกร้องให้ดีเอสไอตั้งข้อหาฆาตกรรมต่อจำเลยด้วย
 
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ดีเอสไออ้างว่าแฟ้มคดีนายสมชายหายไปหลังจากผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลชุมนุมที่สำนักงานใหญ่ ดีเอสไอจึงไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแห่งคดีต่อไปได้ แต่ปรากฏภายหลังว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้บอกนางอังคณาว่า นายสมชายถูกทรมานจนตาย ณ ที่แห่งหนึ่ง ใกล้กับสำนักงาน กองบังคับการปราบปราม ศพถูกเผาและนำอัฐิไปทิ้งที่แม่น้ำแม่กลอง แม้ว่าดีเอสไอดูเหมือนจะรู้ชะตากรรมของทนายสมชาย  แต่ต่อมากลับประกาศเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 ว่าจะพิจารณาปิดคดี
 
ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวว่า กรณีทนายสมชายหายตัวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การบังคับให้บุคคลสูญหายในประเทศไทยได้กลายเป็นอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ อาชญากรรมนี้มีการสมรู้ร่วมคิดจากเจ้าหน้าที่ทุกระดับ สายการบังคับบัญชาทำให้ไม่มีใครสามารถวิพากษ์วิจารณ์ตำรวจที่ก่ออาชญากรรม จนกลายเป็นอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ เพราะไม่มีผู้ใดต้องรับผิด
 
อังคณากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีทนายสมชายถูกพักราชการเป็นเวลาสั้น ๆ ในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาใหม่และยังได้รับการเลื่อนขั้นในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วย

ฮาร์เบอร์คอร์นชี้ว่า “เจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณว่าสามารถกระทำเช่นนี้ได้ โดยไม่ได้รับโทษทัณฑ์ใดๆ  ในความเป็นจริง เจ้าหน้าที่อาจได้รับรางวัลจากการกระทำดังกล่าวด้วย” 

วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด คือวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการบังคับให้บุคคลสูญหาย

ความล้มเหลวที่น่าอดสูที่สุดของประเทศนี้ ในการฟ้องร้องเอาผิดหน่วยงานของรัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง คือ การบังคับให้บุคคลสูญหายหมู่ การทรมาน และการสังหารผู้ต้องสงสัยคอมมิวนิสต์ ทางตอนใต้ของจังหวัดพัทลุงในช่วงสงครามเย็น ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า การสังหารด้วย "ถังเเดง"  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายใต้การปกครองแบบเผด็จการต่อต้านคอมมิวนิสต์ภายใต้รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร

15394997768_a7d2e12f7e_z.jpg
ภาพด้านบนขวาแสดงให้เห็นวิธีการฆ่าผู้ต้องสงสัยคอมมิวนิสต์ ที่ถูกจับยัดลง 'ถังแดง' ส่วนภาพด้านซ้ายแสดงภาพอนุสาวรีย์รำลึกการฆาตกรรมถังเเดง ภาพ: บางกอกโพสต์ เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2546 


ชื่อเรียก "ถังเเดง" มาจากวิธีการสังหารผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์  เชื่อว่ามีผู้ต้องสงสัยหลายพันคนเสียชีวิตเพราะถูกจับเผาทั้งเป็นในถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร  ในขณะที่ทำการเผาจะมีการเร่งเครื่องยนต์รถบรรทุกเพื่อกลบเสียงกรีดร้องของผู้ถูกสังหาร  ฮาร์เบอร์คอร์นเขียนไว้ในหนังสือ "ฆ่าลอยนวลในประเทศไทย: ความรุนแรงจากน้ำมือรัฐและการลอยนวลพ้นผิดที่พัทลุง” ว่า เมื่อ พ.ศ. 2515 ประมาณว่ามีผู้เสียชีวิตจากการถูกเผาในถังแดงราว 3,000 คน   

ความโหดร้ายนี้เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลเผด็จการทหาร แต่การเปิดโปงอาชญากรรมนี้กลับดำเนินการโดยนักศึกษานักกิจกรรมช่วงที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยในช่วงสั้นๆ เมื่อ พ.ศ. 2518 เพียงสองปีหลังจากการลุกฮือเมื่อ 14 ตุลาคม 2516

tang-dang.jpg?w=652&h=445
อนุสาวรีย์ "ถังแดง" ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง
ภาพ: บล็อก แม่โขง ทราเวลเลอร์


ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวในงานวิจัยว่า การเปิดโปงนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย สื่อรายงานกรณีถังแดงอย่างแพร่หลาย ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลพลเรือนลงโทษผู้กระทำผิด กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีดังกล่าวช่วงกลาง พ.ศ. 2518 ประมาณหนึ่งเดือนให้หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ข้อสรุปว่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกสังหาร แต่มีผู้เกี่ยวข้องเพียงเจ็ดสิบหรือแปดสิบคน แทนที่จะเป็นจำนวนหลายพันคน  แม้ว่ามีการระบุจำนวนผู้ได้รับผลกระทบแต่ไม่มีใครถูกลงโทษ หน่วยงานของรัฐที่พึงรับผิดต่อการสังหารยังคงทำงานตามต่อไปปกติ

ฮาร์เบอร์คอร์นกล่าวว่า "การลอยนวลพ้นผิดและการบังคับให้บุคคลสูญหาย มีความสัมพันธ์กันโดยตรง ดิฉันประหลาดใจเสมอๆ เพราะมีการบังคับให้บุคคลสูญหาย การทรมาน วิสามัญฆาตกรรม และสังหารหมู่มากมาย แต่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำได้น้อยมาก" 
 
เนื่องจากไม่มีใครต้องรับผิด การบังคับให้บุคคลสูญหายและการวิสามัญฆาตกรรม ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นบรรทัดฐานและอาจเฟื่องฟูท่ามกลางวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดเสียด้วยซ้ำ

หมายเหตุ: รายงานข่าวนี้ปรับมาจากรายงานซึ่งถูกเผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาอังกฤษใน Prachatai English ในชื่อ Crime of the State: Enforced disappearance, killings and impunity เมื่อเดือนมีนาคม 2557 และได้รับรางวัลชมเชย ประเภท สื่ออนไลน์ รางวัลสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชนของ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย ประจำปี 2557

..............

ธุรกิจ...ค้าความตายในภาคใต้ เริ่มมีในสมัย ทักษิณ  ...และดำเนินเรื่อยมา

ผบ.ทบ.       พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร    1 ตุลาคม พ.ศ. 2546 –30 กันยายน พ.ศ. 2547
                    พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ    1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 –30 กันยายน พ.ศ. 2548

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews … 0000023402

ย้อนรอยคดีปล้นปืน...ปฐมบทแห่งไฟใต้

อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 400 กระบอก  เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 จากค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 จ.นราธิวาส

Wikipedia
ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย


http://prachatai.org/journal/2004/12/1806

ปากคำ" ไพศาล พรหมยงค์" กับความจริงที่ตากใบ

Mon, 2004-12-20 09:36

"ข้อเสนอแนะจุดแรกเลยคือให้เอาความจริงมาเปิดเผย พูดความจริงว่าเป็นมาอย่างไร ชาวบ้านเขาก็รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร หากพูดความจริงชาวบ้านเขาจะได้มั่นใจว่าต่อไปคุณจะพูดความจริง ถ้าตรงนี้โกหก เขารู้ วันหลังพูดความจริงเขาก็ไม่เชื่อ" นายไพศาล พรหมยงค์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามให้สัมภาษณ์" ประชาไท" ถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีสลายการชุมนุมที่ตากใบ

นายไพศาลกล่าวว่า กรรมการฯสรุปผลสอบแล้วแต่ยังไม่เผยแพร่ข้อมูล เพราะให้ความสำคัญคณะที่รัฐบาลตั้งขึ้นโดยมีนายพิเชต สุนทรพิพิธเป็นประธานในการตรวจสอบ ว่าทางชุดที่รัฐบาลตั้งจะชี้แจงอย่างไร ถ้าชี้แจงแล้วตรงกับข้อมูลที่ทางกรรมการกลางฯตรวจสอบก็จบไป แต่ถ้าไม่ตรงก็ต้องมีการพูดคุยว่าที่มันไม่ตรงกันในส่วนไหน หลักฐานใครเป็นอย่างไร

ถ้าคุยกันแล้วยังไม่มีการยอมรับในข้อเท็จจริงก็ต้องมีการนำเสนอข้อมูล หลักฐานว่าเป็นอย่างไร ในเบื้องต้นรายงานที่กรรมการอิสลามกลางสรุปไม่เหมือนกับที่ทางรัฐบาลชี้แจง อย่างเรื่องผู้อยู่เบื้อง หลังจากสลายการชุมนุมนั้นแล้วแต่ใครจะมอง การอยู่เบื้องหลังทางราชการเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีตัวตนจริงไหม เหมือนที่รัฐบาลบอกว่ามีกลุ่มแยกดินแดน กลุ่มแยกดินแดนมีมาเป็นปีแล้ว สมัยก่อนยืนยันได้ มีบีอาร์เอ็น มีพูโล แต่ตอนนี้ใครละคือกลุ่มแยกดินแดน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ขณะนี้ ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นขบวนการเพราะไม่มีขบวนการไหนที่มีตัวตนแล้วไม่เปิดเผย เพราะพวกขบวนการต้องหาเงิน หางบประมาณ ถ้าไม่มีตัวตนมารับผิดชอบ จะหางบประมาณมาจากใคร ไม่มีขบวนการไหนในโลกที่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทำร้ายพระ ทำร้ายโต๊ะครู เพราะเขาต้องการแนวร่วมแล้วจะไปผลักคนออกทำไม เขาต้องการมวลชน

" คำว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใครล่ะ ใครระบุได้ มันไม่มีตัวตน ไม่มีใครชี้ได้ พูดง่ายว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ใครก็พูดได้ เด็กก็พูดได้ ใครละอยู่เบื้องหลัง" นายไพศาลกล่าว

การที่มาบอกว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ทุกอย่างทหาร ตำรวจทำถูกต้องเรียบร้อยแล้ว เป็นการชุมนุมที่ไม่ถูกกฎหมาย จบ แต่ถามว่า คือความจริงใช่ไหม ลูกหลานเขาพึ่งโดนซ้อมไป ลูกหลานเขาโดนยิงไป ลูกหลานเขาพิการไป หลายคนที่โดนจับ เขารู้และตั้งคำถาม อย่างสาเหตุที่จับในพื้นที่ได้แค่ 300 คน อีก 1,000 คนโดนจับตามถนนคน เพราะที่เกิดเหตุการณ์นั้นจุคนได้ไม่เกิน 500 คนเท่านั้น

อ.ตากใบ มันเป็นเส้นทางเดินทางไปมาเลย์ เหมือนโกลก (อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส) บางคนเขาถือเงินไป พอเจ้าหน้าที่เห็นเป็นเงินเหรียญ(เงินมาเลเซีย) ถามว่าเอาเงินมาจากไหน พอบอกมาจากมาเลเซีย ก็ตีความว่าเขาเอาเงินมาเลเซียมาแจก ทั้งที่เขากลับจากการค้าขายที่มาเลเซีย
และไม่มีใครรับผิดชอบให้กับจำนวนเงินของเขาที่สูญหายไป ระหว่างที่โดนจับอีกด้วย

กระสุนปริศนา?
นายไพศาลกล่าวว่า กระสุนที่ยิงผู้ชุมนุมเสียชีวิตหน้า สภอ.ตากใบ หากไม่ใช่กระสุนเจ้าหน้าที่จะเป็นกระสุนของใคร พอเสียง พอน้ำมา เสียงปืนดังผู้ชุมนุมก็หมอบกันทุกคน หมอบกันหมดแล้วใครจะเป็นผู้ยิง ภาพที่ออกในหนังสือพิมพ์ชัดเจนว่ามีทหารยิง มีกระสุนออกมา

หลายกรณีชัดเจนอยู่ในวีซีดี ชัดอยู่ในรูป ชัดอยู่ในเหตุการณ์ อย่างที่ท่านนายกฯบอกว่ามีการตัดต่อวีซีดี กรรมการกลางฯไม่ได้สนใจเลย จะตัดต่อหรือไม่ตัดต่อ ถามว่าจริงหรือไม่เท่านั้น เสียงปืนมีจริงไหม พอหลังจากเหตุการณ์ชุลมุนสงบลง มีเสียงปืน ยิงนัดสองนัด นั่นคือเสียงปืนอะไร จะมาบอกว่าผู้ก่อการที่อยู่ในกลุ่มการชุมนุมยิงนั่นไม่มีทาง เพราะนอนกันหมดแล้ว

กรณีอาวุธที่ตรวจพบนั้นแค่ผู้ก่อการถือปืนเข้ามาในที่เกิดเหตุก็โดนจับหมดแล้ว เพราะกว่าจะเข้ามาในเหตุการณ์ มันเป็นทางเข้าที่ถูกล้อมกรอบรูปสี่เหลี่ยม คือหน้าโรงพักเป็นสนามเด็กเล่น ตอนที่เดินเข้ามาถ้าถืออาวุธผ่านเข้าด้วยเป็นไปไม่ได้เลยที่ทหารจะไม่เห็น ยิ่งที่บอกว่าเป็นปืนอาก้า ปืนเอ็ม-16 นั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้

ที่สำคัญคือ กล้องทุกมุม ไม่ว่ากล้องของตำรวจ กล้องของทหาร กล้องของสื่อ ฉายออกไปทำไมไม่เห็นคนถืออาวุธ เห็นแต่ตำรวจทหารถืออาวุธ ไม่เห็นพวกก่อการถืออาวุธเลย ทั้งที่มีกล้องเป็นสิบๆตัว อันนี้ไม่ต้องสอบแค่มานั่งดูในวีซีดีก็จบแล้ว สิ่งที่ต้องสอบคือสิ่งที่มองไม่เห็น

อย่างเรื่องคนสั่งการเมื่อมันมีความบกพร่องของทหาร ตำรวจ หรือใครก็ต้องสอบ มันบกพร่องเพราะใคร ใครเป็นคนสั่งการ ใครเป็นคนทำ ถามว่าทหารบกพร่องไหม ถ้าบกพร่องก็ไปสอบกันต่อ นี่เป็นเรื่องของกฎหมายทหารว่าใครรับผิดชอบ

เรื่องการยิงคนในแนวราบก็เหมือนกัน มีผู้บาดเจ็บจากการโดนยิง แม้แต่นอนราบแล้วยังโดนยิงก็มี คนที่นอนราบโดนกระสุนจากข้างบนก็มี ถามว่าใครยิง ผู้ก่อการจะยิงตอนไหนในเมื่อคนนอนราบหมดแล้ว เขาจะมีปัญญาแอบยิงอยู่ที่ไหนได้ ถ้ามีโจรจริงก็คงหนีไปแล้ว

ในวีซีดีเห็นว่าคนที่ยืนได้มีทหารกับตำรวจเท่านั้น แล้วถามว่าทหารกับตำรวจปล่อยให้คนอื่นมายิงมันเป็นไปได้หรือ เรื่องนี้ไม่ต้องสอบก็รู้ อยู่ที่ว่าจะยอมรับไหม เรื่องคนหายก็มีเยอะ อย่างแรกๆรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย(นายโภคิน พลกุล) บอกว่าไม่มี ทำไปทำมาบอกว่ามี

จับโกหก78 ศพตายเพราะ...?
เรื่องการซ้อนทับ สาเหตุการขาดอากาศหายใจทางกรรมการกลางฯมีข้อมูลเยอะมาก นี่คือเรื่องที่ต้องสอบเพราะในขณะนี้ทหารเองก็ออกมาบอกปัด อย่างในหนังสือพิมพ์วันที่15 ธ.ค.นี้ หน่วยงานของทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนบอกว่าไม่เกี่ยว พอสลายเสร็จก็กลับ

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตชด.บอกว่าไม่เกี่ยวเลย เขาบอกว่าตชด.ถูกเชิญมาร่วม เขาไม่ได้เข้าไปร่วมการปราบปรามด้วยซ้ำ ยืนอยู่ข้างนอก ฉะนั้นหน่วยงานที่เหลือก็คือตำรวจ กับทหารพรานที่ต้องมารับผิดชอบตรงนี้ นี่ขนาดเจ้าหน้าที่เองยังเริ่มปัดความรับผิดชอบกันแล้ว

การขาดอากาศหายใจเป็นคำพูดของคุณหญิงพรทิพย์(แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์)จริงไม่จริงก็เริ่มจะเห็นแล้ว ตอนแรกคุณหญิงพรทิพย์พูดคนเชื่อทั้งประเทศ แต่พอผ่านไปอาทิตย์หนึ่งก็เริ่มไม่เชื่อกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคุณหญิงพรทิพย์พูดเพราะรู้ว่าศพทั้งหมดจะต้องถูกฝังภายใน 24 ชั่วโมง คุณหญิงพรทิพย์พูดว่ามีผู้บาดเจ็บหนักๆ มีรอยฟกช้ำ ดำเขียวแค่ 5 คน นอกนั้นมีรอยถลอกเล็กน้อยก็กับขาดอากาศหายใจ

จากนั้นภายใน 24 ชั่วโมงศพเหล่านั้นถูกฝังหมด คุณหญิงพรทิพย์ยืนยันว่าไม่มีรอยปืน ไม่มีรอยฟกช้ำ ดำเขียว แต่ถามว่าพูดจริงรึเปล่า คุณหญิงพรทิพย์ต้องตอบกับสังคมว่าพูดจริงไหม ถ้าพูดจริงเดี๋ยวจะเอาหลักฐานให้ดู แต่ถ้าพูดไม่จริงถามว่าคุณหญิงพรทิพย์โกหกเพื่ออะไร ใครสั่งให้โกหกหรือไม่

อย่าลืมว่าในโลกนี้ความผิด ความถูกมีหลักฐาน หนึ่งคือภาพถ่าย ถ้าเกิดมี 5 ศพใน 78 ศพ โดนซ้อมจนตายใครรับผิดชอบ สองคือครอบครัวผู้เสียชีวิตเขายืนยันได้ เพราะเขาต้องเอาศพไปกลับไปอาบน้ำ อยากจะถามคุณหญิงพรทิพย์ว่าจะเอาอะไรเป็นประกันคำพูดของตัวเอง

กรณีคลุมถุงดำมีคนยืนยัน เรามีหลักฐานยืนยันว่ามีการคลุมถุงดำ คนที่โดนคลุมยังไม่ตาย เขาบอกว่าโชคดีที่มีเพื่อนช่วยดึงออก มีคนยืนยัน มีตัวตน มีชื่อ มีรูปถ่ายด้วย อีกอย่างที่อยากให้คุณหญิงพรทิพย์ชี้แจง ตรงที่พูดว่าไม่มีการซ้อมพูดเพื่ออะไร เพราะจากรูปถ่าย ถามว่านี่กี่คน (เอารูปถ่ายศพให้ดู) สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐาน อย่างนี้ซ้อมไหม ฟันฟางหายหมด เกิน 5 ศพไปแล้ว เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ จะมาทำให้สังคมตั้งคำถาม แล้วมาทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ เพราะนี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของประเทศชาติ มันไม่ใช่เรื่องนาย ก นาย ข

คนหายมากกว่า6 ?
ตามที่ท่านพิเชต ทราบว่าหาย 6 คน คือจากรายงานของราชการ แต่ถามว่าคนที่เขาไม่รายงานมีไหม คนที่เขาไม่รายงานเพราะเขากลัว พอรายงานเดี๋ยวคนนั้นมาเยี่ยม คนนี้มาเยี่ยมหมายถึงทหารมาเยี่ยม ตำรวจมาเยี่ยม เขากลัว

คนในพื้นที่กลัว กลัวถึงขนาดคำที่จะพูด เขาจึงไม่พูดดีกว่า ทางกรรมการกลางฯมีข้อมูลจำนวนคนหาย แต่จะรอดูของท่านนายกฯก่อนว่ามีเท่าไร สมมุติท่านบอกว่ามี 6 คนแล้ว แล้วเรามี 8 คน ก็มาดูกัน ชื่อตรงกันไหม ถ้าเกิดไม่ตรงกัน ก็หายไป 14 คนเข้าไปแล้ว

วิธีการให้ได้ข้อมูลของกรรมการกลางฯคือ ลงพื้นที่ไปพบปะของจริงหมด เราสามารถลงไปคุยได้ เพราะเรารู้จักคนในพื้นที่เยอะ คณะกรรมการจังหวัดใกล้ชิดกันหมด คนของเราที่เป็นคนในพื้นมีมาก ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขามีต่อเราก็สูง

เรื่องความรู้สึกของคนในพื้นที่ตอนนี้ เขาไม่มีอารมณ์ ความรู้สึกอะไรเลย เหมือนคนตายด้านไปแล้ว จิตใจเขาล่องลอยหมด ทุกคนไม่มีความพึ่งพากัน ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ทุกคนกลัวไปหมด ไม่รู้กลัวอะไร ถามว่ากลัวทหารก็ไม่ใช่ กลัวตำรวจก็ไม่ใช่ กลัวโจร ไม่รู้กลัวอะไร กลัวทั้งหมด
เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หวาดระแวง กลัวสถานการณ์ ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร อึมครึมไปหมดเลย

ผมคิดว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตากใบส่งผลต่อคนในสังคมแน่นอน ความจริงคนในพื้นที่เขารู้ความจริงว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่รู้ ถ้าหากผลที่ออกมาสวนกับความรู้สึกของเขาและสิ่งที่เขารู้ ไม่ใช่ความจริง เขาก็ไม่รู้ว่าจะฝากความหวังไว้กับอะไร แต่ถ้าออกมาแล้วมีความจริง แก้ไขทุกอย่างให้เป็นไปตามความจริง เราก็สามารถที่จะเอาเขามาเป็นมวลชนของเราได้

ทางกรรมการกลางฯไม่ได้ทำตัวให้เป็นปฏิปักษ์กับปัญหา แต่เรากำลังพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันในฐานะเราก็เป็นองค์กรที่จะร่วมแก้ไขปัญหา อะไรที่มันเป็นปัญหาเราก็ร่วมแก้ไข เราพูดด้วยเหตุผลและมีหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ทางกรรมการจะเอาข้อมูลการตรวจสอบที่ได้นำเสนอรัฐบาลต่อไป

ศิริรัตน์ อนันต์รัตน์
ประชาไทรายงาน





"เหตุการณ์สงบ งบไม่มา" คลิปนี้จะทำให้เราจะเข้าใจเหตุการณ์ภาคใต้ได้ดีมากขึ้น (ตอนที่ 1)


เผยแพร่เมื่อ 2 พ.ย. 2013
...ไม่เกี่ยวกับศาสนา ไม่เกี่ยวกับแบ่งแยกดินแดน แต่มันคือเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ...
...คนที่สามารถทำให้เปลี่ยนแปลงได้ - มี...
...คนที่มีอำนาจ ในการเปลี่ยนแปลงได้ - มี แต่ไม่ยอมเปลี่ยน เพราะผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย...

อยากให้คนไทยได้รู้ถึงเหตุผลว่าทำไมเหตุกา­รณ์ใต้ถึงไม่จบสักที...

--- "ทุกวันที่ออกปฏิบัติหน้าที่คืออยู่เ­พื่อให้รอดวันต่อวัน" นี่คือคำพูดจากทหารที่ปฏิบัติงานภาคใต้---

จาก บทสัมภาษณ์ผู้กำกับชื่อดัง พี่ต้อม-ยุทธเลิศ...
เครดิต "เจาะข่าวตื้น" : SpokeDark.TV
______________________________________

ผมเคยได้คุยกับพี่ทหารที่ลงไปอยู่ภาคใต้ว่­าเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้มีแนวโน้มว่าจะจบ­มั๊ย พี่เขาบอกว่าถ้ายังมีพวกที่หวังผลประโยชน์­จากเหตุการณ์ตรงนี้อยู่ มันก็ไม่มีทางจบได้ สงสารชาวบ้านและผู้ที่ต้องรับผลจากพวกหวัง­ประโยชน์จริงๆ พี่เขาก็พูดว่า "เหตุการณ์สงบ งบไม่มา" เหมือนพี่ต้อม-ยุทธเลิศ ผู้กำกับชื่อดังที่พูดไว้ในคลิปเลย ฟังแล้วเศร้าใจจริงๆ T T


[url][embed]https://twitter.com/Voice_TV/status/681837876049391617/photo/1?ref_src=twsrc%5Etfw[/url][/embed]

VoiceTV21
11 ปีคดีอุ้มสมชาย ความยุติธรรมที่ยังมืดมน
CXZf7z2VAAEoeTu.jpg

...............


ทักษิณ ใช้อำนาจพิจารณาอนุมัติในการทำเหมืองแร่ แต่ไม่รับผิดชอบที่จะควบคุมมลภาวะอันเป็นพิษต่อชาวบ้าน แถม สมัย ยิ่งลักษณ์ กลับให้ดำเนินการต่อโดยไม่มีความพยายามตรวจสอบควบคุมให้ถูกหลักวิชาการที่ฝ่ายบริหารงานภาครัฐจำเป็นต้องทำหน้าที่ตามกฏหมาย โดยกรมควบคุมมลพิษต้องรายงานเพื่อควบคุมให้การดำเนินงานของบริษัททำเหมืองแร่มิให้เกิดมลพิษที่มีผลกระทบต่อชาวบ้านที่ร้องเรียนนั้นจึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจำเป็น แต่นี่ชาวบ้านยังคงต่อต้านแสดงถึงการขาดซึ่งความรับผิดชอบของผู้บริหารงานสูงสุดในภาครัฐต่อกรณีนี้โดยตรง มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย

http://www.oknation.net/blog/pasalarkse … 12/entry-1

เหมืองทองคำ จ.เลย ประทานบัตรทับป่าต้นน้ำ 1 A

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม 2557
เหมืองทองคำ จ.เลย ประทานบัตรทับป่าต้นน้ำ 1 A
Posted by ภาษาหลากสี , ผู้อ่าน : 3746 , 16:51:36 น.   
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

7861ec3.jpg

จากเอ็นทรีที่แล้ว เรื่อง เหมืองทองคำ ความร่ำรวยของทุนข้ามชาติ ...บนความเจ็บปวดของคนพื้นที่

ได้เกริ่นนำถึงเหมืองทองคำ 2 ที่ ในประเทศไทย  แห่งหนึ่งคือที่ รอยต่อ จังหวัด พิจิตร เพรชบูรณ์ และกำลังขยายไปยัง จ. พิษณุโลก  ที่ชื่อว่าเหมืองชาตรี  ของบริษัท ข้ามชาติ Kiingsgate

มาเอ็นทรีนี้ ขอพูดถึงเหมืองทองอีกแห่งหนึ่งใน จ.เลย  เป็นเหมืองทองของ บ. ทุ่งคำ จก.  ในปี 2546 กระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุมัติประทานบัตรการทำเหมืองแร่ทองคำ 6 แห่งแก่ บริษัท ทุ่งคำจำกัด ครอบคลุมพื้นที่ 2.07 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอประทานบัตรในพื้นที่เพิ่มอีก 91.02 ตารางกิโลเมตรในอำเภอวังสะพุง และอำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งประกอบไปด้วยการยื่นคำขอประทานบัตรจำนวน 114 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ 52.62 ตารางกิโลเมตร และ คำขออาชญาบัตรพิเศษจำนวน 8 แปลง เนื้อที่รวม 38.4 ตารางกิโลเมตร  ดังภาพ 1

786017d.jpg

หลายคน รวมทั้งเราด้วย ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ประเทศเรามีทรัพยากรทองคำจำนวนไม่น้อย เลยนะคะ  ด้วยสันฐานทางธรณีวิทยา  ประเทศเกิดจากการประกบกันของแผ่นเปลือกโลก 3 ชิ้น  ช่วงรอยต่อนี้ ทำให้เกิดสินแร่มากมายใต้พื้นพิภพของเรา   โดยมีสายแร่ทางคำพาดผ่านประเทศเราถึง 3 เส้นค่ะ 
ในเอนทรีนี้ขอพูดถึงแค่สายแร่ทองคำ ลาว - เลย - เพชรบูรณ์  ซึ่งทั้งเหมืองชาตรี และ เหมืองของทุ่งคำ อยู่บนสายแร่นี้ค่ะ

7863141.jpg

ภาพประกอบจากเหมืองทองชาตรี

       ขบวนการผลิตทองคำ

กระบวนการแยกทองคำนั้น จะใช้วิธี Carbon-In-Leach หรือ CIL (วิธีนี้ จะไม่มีการปล่อยสารทำละลายที่ใช้ในบริเวณที่อยู่ด้านล่าง) จากลานกองวัตถุดิบ สินแร่ทองคำจะถูกบดด้วยเครื่องบดหยาบ ซึ่งจะนำสินแร่ ลำเลียงด้วยสายพานจากเครื่องบดหยาบไปเข้าเครื่อง SAG Mill (Semiautogenous Grinding) ภายในเครื่องนี้จะมีก้อนเหล็กทุบสินแร่และน้ำ จนมีขนาดที่ทำให้สารเคมีสามารถทำปฎิกิริยากับทองคำได้
แร่ที่ถูกบดจะถูกคัดขนาด และถูกลำเลียง เพื่อนำไปแช่ไว้ในถังสารละลายไซยาไนด์ แร่ทองคำและเงินที่อยู่ในสินแร่จะถูกละลายออกมาอยู่ในรูปของสารละลายไซยาไนด์ ซึ่งเป็นตัวแยกทองคำออกจากหินและฝุ่นดิน และคาร์บอนจะเป็นตัวจับทองคำและเงินที่แยกจากดินและหินได้ จากนั้นจะถูกส่งเข้าเครื่องเผา คาร์บอนจะปล่อยทองคำออกมาในรูปทองคำเหลว โดยทองคำและเงินที่อยู่ตรงผิวเม็ดถ่าน จะถูกกรองแยกออกมาจากกากแร่จะถูกชะล้างออกมาด้วยสารละลายผสม ระหว่างโซเดียมไซยาไนด์และโซเดียมไฮดรอกไซด์ให้กลับอยู่ในรูปสารละลายทองคำและเงินอีกครั้งหนึ่ง สารละลายที่ได้นี้จะถูกส่งผ่านเข้าไปในขบวนการ Electro winning ในการจับทองคำและเงินออกจากสารละลาย ขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปต้มในเตา ภายใต้อุณหภูมิสูงถึง 1,200 องศาเซลเซียส ทองคำเหลวจะกลายสภาพเป็นทองคำแท่งซึ่งมีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงิน ทองคำแท่งที่มีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงินจะถูกส่งออกไป เพื่อนำไปทำให้เป็นทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99%

786e403.jpg

การพัฒนาโครงการและการก่อสร้างโรงแต่งแร่ทองคำแล้วเสร็จในเดือนพ.ค 2549 และเริ่มดำเนินการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549  ด้วยกำลังการผลิต 1,200 – 1,500 ตันต่อวัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแร่ ในปีพ.ศ. 2549 มีแร่ที่ได้รับการถลุง 176,785 ตัน โดยที่ 70,389 ตัน ได้รับการถลุงในไตรมาสที่ 3 และ อีก 104,374 ตันในไตรมาสที่ 4 โดยบริษัทฯ คาดว่าจะถลุงแร่ได้ประมาณ 440,000 ตันต่อปี  โดยมีการนำเข้าแหล่งทองคำมาจากประเทศลาวเพื่อนำมาแต่งที่ประเทศไทยด้วยค่ะ
ในปี พ.ศ. 2550 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด สามารถผลิตทองคำได้ 17,485 ออนซ์  ( ข้อมูลจาก บ. ทุ่งคำ จก. )

โดยการเก็บค่าภาคหลวงของบ้านเรา  แม้จะเป็นระบบขั้นบันไดแล้ว  แต่ก็ยังมีขั้นต่ำอยู่มาก  และในการผลิตทองคำ จะได้ แร่เงิน ออกมาด้วยเสมอ  ยังไม่มีฐานข้อมูลว่าเสียภาษีแร่เงินยังไงค่ะ

786eb45.jpg

ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา  ชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก สารเคมีที่ใช้ในการผลิต ที่รั่วซึมมาตามลำธารสาธารณะ  กระทบ 6 หมู่บ้าน  (  ม. ห้วยผุก  , ม. กกสะทอน , ม. นาหนองบง  ,  ม. แก่งหิน , ม. โนนผาพุงพัฒนา , ม. ภูทับฟ้าพัฒนา  ใน อ. วังสะพุง จ. เลย   

               วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่มีหนังสือให้อุตสาหกรรมจังหวัดเลยทำการเปรียบเทียบปรับบริษัท ทุ่งคำ จำกัดเนื่องจากได้ปล่อยให้มีปริมาณสารไซยาไนด์เจือปนในกากแร่ก่อนนำไปกักเก็บในบ่อกากแร่สูงถึง ๖๒PPM ซึ่งตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กำหนดไว้ไม่เกิน ๒ PPM เท่านั้น

              โดยปี ๒๕๕๒  สาธารณสุข จ. เลย ประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการอุปโภคบริโภคน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ตำบลเขาหลวง เนื่องจากตรวจพบสารหนู แคดเมียมและแมงกานีสเกินค่ามาตรฐาน  เป็นเหตุให้ราษฎรทั้ง ๖ หมู่บ้านรอบเหมืองทองคำต้องซื้อน้ำในการอุปโภคและบริโภคนับแต่นั้นมาจวบจนถึงปัจจุบัน

               เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยออกประกาศ ฉบับที่ ๑/๒๕๕๓ ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยและโรงพยาบาลวังสะพุงได้ร่วมกันเก็บตัวอย่างหอยขม ปลาไหล ปลากด ผักกูด ข้าวสารขัดสี และข้าวกล้อง ที่เก็บจากลำห้วยเหล็ก ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าหอยขมที่เก็บจากต้นลำห้วยเหล็กมีปริมาณสารหนูสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน

                วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย และโรงพยาบาลวังสะพุง  จังหวัดเลย แจ้งผลการตรวจหาสารไซยาไนด์ ปรอท ตะกั่วในเลือดของประชาชนจำนวนกว่า ๗๕๘ ราย พบผู้มีสารไซยาไนด์และสารปรอทในเลือดเกินค่ามาตรฐาน จำนวน ๑๒๔

                  และในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ทำการชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองในพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปของสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน


                 วันที่ ๒๖ – ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ สันเขื่อนของบ่อเก็บกักกากไซยาไนด์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ด้านทิศเหนือเกิดการทรุดตัวและพังทลายลง โดยเกิดขึ้นตอนกลางของคันทำนบดินที่บดอัดแน่น  เป็นระยะทางยาว ๑๕ – ๒๐ เมตร ลึกประมาณ ๕ เมตร ทำให้สารพิษในบ่อกักเก็บกากไหลปนไปกับแหล่งน้ำของชาวบ้าน

786aecd.jpg

เมื่อบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  จะขอต่ออายุสัมปทานที่จะหมดลงในปี 2554  และ ขอประทานบัตรไปยังภูเหล็ก  ภูที่อยู่ใกล้เคียงกับภูทับฟ้า ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำ 1 A  ไม่สามารถขอประทานบัตรได้  ตามกฏหมายแร่ ปี 2510  มาตรา 6 ทวิ

แต่บริษัท ทุ่งคำ จำกัดได้ละเลยคำสั่งตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ให้ชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองหรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่  โดยที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องละเลย วางเฉยและนำไปสู่การสนับสนุนการจัดเวทีดังกล่าวด้วย

วันที่ 8 ก.ย. 56  จึงมีการทำ Plublic Scopeing ตามหลักของการขอประทานบัตร ต้องมีการทำ EHIA  ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนนี้  และเป็นที่มาของข่าวดัง

78637b5.jpg

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดถูกทหาร-ตำรวจกว่า 600 นายพร้อมด้วยรถบรรทุกของเหมืองและรั้วรวดหนามกีดกันไม่ให้เข้าร่วมเวที Public Scoping ที่วัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย   ประกอบการขอขยายเหมืองทองที่ภูเหล็ก (แปลง 104/2538)

786c40a.jpg

โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมคัดค้านกระบวนการดังกล่าวด้วย  ดังที่เห็นจากภาพข่าวทั่วไป

สารคดี " ภูเหล็ก ลมหายใจแห่งภูเขาทองคำ "

นับแต่นั้นมา ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกัน และต่อสู้กับ บริษัท ฯ  จนเป็นที่มาของการฟ้องร้องกันอีกหลายคดี

               บริษัทฯ  ฟ้องชาวบ้าน     ถูกฟ้องแพ่ง 2 คดี รวมเงินต้น 120 ล้านบาท และต้องจ่ายเพิ่มอีกวันละ 10 ล้านบาท จนกว่าจะยอมรื้อกำแพง และถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์สินอีก 2 คดี มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวม 4 คดี 20 คน หลังจากที่ร่วมกันก่อสร้างกำแพงกั้นทางสัญจรของเหมืองทองคำบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

               จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน  322 คน  ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องสิทธิของชุมชนและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นที่ตั้งของความสงบสุขความเป็นครอบครัว และความเป็นชุมชน   อีกทั้งเพื่อปกป้องและรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่จะต้องสูญเสียไป    จึงได้ร่วมกันยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม   และอธิบดีกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด   ดำเนินการตามเงื่อนไขประทานบัตรและใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ต้องทำเหมืองโดยไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดำเนินการเพิกถอนประทานบัตรเลขที่ 26971/15558, 26972/15559, 26968 /15574, 26969/15575 และ 26970/15576 ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ที่ 1/2552 และคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม คำขอที่ 1/2555 ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมทั้งเพิกถอนหนังสือยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

และจะทำการยื่นฟ้องร้องในคดีแพ่งแก่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ต่อศาลยุติธรรมเพื่อให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับราษฎรทั้ง ๖ หมู่บ้าน เป็นลำดับต่อไป

ในขณะที่ชาวบ้าน ยังต้องได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ และต้องซื้อน้ำกิน น้ำใช้ มาอุปโภค บริโภค เป็นต้นทุนการใช้จ่ายเพิ่ม อีกเดือนละหลายพันบาทต่อครอบครัว  ต่อไป 

___________________________________________________________

ขอบขอบคุณ

ข้อมูล     http://thaipublica.org

ข่าวจาก  http://prachatai.com

สารคดี  http://www.greenworld.or.th/node/1885


http://www.oknation.net/blog/pasalarkse … 19/entry-2

10 ปี เหมืองทองคำ บริษัท ทุ่งคำ จังหวัดเลย

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2557
10 ปี เหมืองทองคำ บริษัท ทุ่งคำ จังหวัดเลย
Posted by ภาษาหลากสี , ผู้อ่าน : 6632 , 18:37:49 น.   
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ ต. บ้านหนองบง อ.วังสะพุง จ. เลย  เริ่มมาเป็นข่าวอีกครั้ง  เมื่อมีชายฉกรรจ์จำนวนมาก บุกเข้าล้อมจับชาวบ้าน และทำร้ายจนบาดเจ็บจำนวนมาก  ทำลายสิ่งกีดขวางที่ชาวบ้านสร้างไว้ และขนสินแร่ทองแดง ที่รวมแร่ทองคำ และแร่เงิน ด้วยรถบรรทุก 13 คัน ออกจากพื้นที่ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557

786fe7c.jpg
ความเป็นมาของเหมืองทองนี้ กับข้อพิพาทที่มีกับชาวบ้าน มีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร  ลองติดตามดูค่ะ

ปี 2546  บ. ทุ่งคำ ได้รับประทานบัตรทำเหมืองทองทำ  ที่ภูทับฟ้า  จ. เลย ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน  ในสมัย พตท. ทักษิณ ชินวัตร อ่านเอนทรีก่อนหน้า  http://www.oknation.net/blog/pasalarkse … 12/entry-1

786eb45.jpg

ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา  ( เป็นปีที่เริ่มมีการผลิต และแต่งแร่ )  ชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก สารเคมีที่ใช้ในการผลิต ที่รั่วซึมมาตามลำธารสาธารณะ  กระทบ 6 หมู่บ้าน  (  ม. ห้วยผุก  , ม. กกสะทอน , ม. นาหนองบง  ,  ม. แก่งหิน , ม. โนนผาพุงพัตำรวจและฒนา , ม. ภูทับฟ้าพัฒนา  ใน อ. วังสะพุง จ. เลย    )

“ปัญหาของคนใน 6 หมู่บ้าน ตำบลเขาหลวง 1,066 ครอบครัว 3,737 คน ที่เจ็บป่วย น้ำกินน้ำใช้ต้องซื้อ

และยังต้องกินอาหารปนเปื้อนอยู่ทุกวัน อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยไซยาไนด์"

ชาวบ้านจะมีสารโลหะหนักในเลือดเกินมาตราฐาน  ทั้งสารไซยาไนด์ และสารหนู   

ตุลาคม  ปี 2555  สันเขื่อนของบ่อเก็บกักกากไซยาไนด์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ด้านทิศเหนือเกิดการทรุดตัวและพังทลายลง โดยเกิดขึ้นตอนกลางของคันทำนบดินที่บดอัดแน่น  เป็นระยะทางยาว ๑๕ – ๒๐ เมตร ลึกประมาณ ๕ เมตร ทำให้สารพิษในบ่อกักเก็บกากไหลปนไปกับแหล่งน้ำของชาวบ้าน 

ทำให้ชาวบ้านล้มป่วยลงทันที

ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านรวมตัวกันในชื่อ กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด

มีการเปิดโปงเอกสารลับเรื่องการใช้อิทธิพลใต้ดินด้วยแผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “ชุดควบคุมภูผ่อง” ในปี 2555

แผนการได้วางชุดปฏิบัติงาน 3 ชุด เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รอบๆ เหมืองและพื้นที่เป้าหมาย 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชียงคาน อำเภอเมืองเลย อำเภอวังสะพุง และ อำเภอภูหลวง เพื่อจัดตั้งเครือข่ายมวลชนในแต่ละหมู่บ้านให้สนับสนุนและไม่คัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ เพื่อให้สามารถขยายพื้นที่ขอประทานบัตรที่นายทุนกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนั้น

เอกสารลับฉบับดังกล่าวตอกย้ำพฤติกรรมของกลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มอิทธิพล และกลุ่มการเมืองในจังหวัดเลย ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่ามีการสร้างอิทธิพลและแสวงหาความมั่งคั่งจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ให้ชัดเจนขึ้น ( เหมืองแร่ที่ จ. เลย นอกจากจะมีเหมืองแร่ทองคำ ของ บริษัท ทุ่งคำแล้ว  ยังมีการทำเหมืองแร่เหล็ก ที่ บ้านอุมุง เชียงคาน )

วันที่ 8 ก.ย. 2556  มีการทำ Plublic Scopeing  หนึ่งในขบวนการทำ EHIA  ของบริษัททุ่งคำ ที่ขอสัมปทานเพิ่มเติมในเขตภูเหล็ก  ซึ่งเป็นเขตป่าต้นน้ำ  ไม่สามารถทำเหมืองแร่ได้ตาม พรบ.เหมือแร่ปี 2510  รวมทั้ง บ.ทุ่งคำ ละเลยคำสั่งตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ให้ชะลอการขยายพื้นที่การทำเหมืองหรือการขอประทานบัตรแปลงใหม่

ในการทำ Plublic Scopeing มีกำลังตำรวจและ ทหารกว่า 600 นาย มากั้นไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มคนรักบ้านเกิดกว่า 6 ตำบล ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้าร่วมเวทีที่วัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย

786c40a.jpg
นักศึกษากลุ่ม ดาวดิน ช่วยชาวบ้านของร้องกลุ่มตำรวจและทหาร เพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าไปประชุม

ปี 2556  ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านรอบเหมืองทองตัดสินใจลุกขึ้นมาป้องป้องชุมชนของตนเอง    ตามมติของประชาคม 6 หมู่บ้าน  ในการจัดทำข้อบัญญัติชุมชนห้ามไม่ให้รถบรรทุกหนักเกิน 15 ตันขนสารพิษ    เช่น ไซยาไนด์ ขับผ่านชุมชนก่อนได้รับอนุญาตจากกรรมการหมู่บ้าน

และช่วยกันก่อสร้างกำแพงบนถนนสาธารณะในหมู่บ้าน

"  ทำให้เหมืองทองคำ บริษัท ทุ่งคำ  ฟ้องร้องต่อชาวบ้านแกนนำ  7 คน 70 ล้านบาท อีก 13 คน รวมคนตาย 1 คน ถูกฟ้อง 50 ล้านบาท   รวมทั้งคดีอาญาข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ รวมชาวบ้านทั้งหมดที่ต้องคดี 20 คน  และต้องจ่ายเพิ่มอีกวันละ 10 ล้านบาท จนกว่าจะยอมรื้อกำแพง”

786b26b.jpg
กองสินแร่ที่เตรียมไว้ พร้อมขน ถ่ายปี 2555

        ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน  322 คน  ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556  เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม   และอธิบดีกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด   ดำเนินการตามเงื่อนไขประทานบัตรและใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ต้องทำเหมืองโดยไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดำเนินการเพิกถอนประทานบัตร ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม และคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมทั้งเพิกถอนหนังสือยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

และจะทำการยื่นฟ้องร้องในคดีแพ่งแก่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ต่อศาลยุติธรรมเพื่อให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับราษฎรทั้ง 6 หมู่บ้าน เป็นลำดับต่อไป

7861f22.jpg
แท่งคอนกรีตที่ชาวบ้านนำมากั้นรถถูกทำลาย

11 ตุลาคม 2556  กำแพงใจที่บุกรื้อทำลาย โดยนายก อบต. เขาหลวง นำกำลังตำรวจและอส. 100 นาย
เข้ารื้อถอน  เป็นครั้งที่ 2

78662db.jpg

27 พฤศจิกายน 2556  กองกำลังตำรวจประมาณ 50 นาย นำโดย พ.ต.ท. รัฐพล เพ็ญสงคราม รอง ผกก.ป.สภ.วังสะพุง และนาย วิษณุ ทวีวรรณ ในฐานะตัวแทนของนายกฯ อบต.เขาหลวง พร้อมรถขนแก๊ส แก๊สน้ำตาและรถไถ เดินทางมาในพื้นที่เพื่อทำลายกำแพงใจ โดยเข้าต่อรองกับชาวบ้านว่าจะขอเข้าไปดูพื้นที่ แต่ชาวบ้านยื่นข้อเสนอให้เข้าไปในพื้นที่ได้ 5 นาย ฝ่ายตำรวจไม่ยอมทำตามข้อเสนอ จึงยกกองกำลังกลับ ซึ่งในเวลากลางคืนของวันนั้น มีรถกระบะโตโยต้าไทเกอร์ป้ายทะบียนจังหวัดเลย วิ่งห้อเข้ามาที่ด่านตรวจของชาวบ้าน แล้วก็หักเลี้ยวออกในระยะประมาณ 10 เมตร ก่อนถึงตัวชาวบ้านที่เฝ้าด่าน ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในด่านต้องกระโดดหนีกันชุลมุน

9 ธันวาคม 2556 เมื่อทนายของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยื่นขอเจรจาผ่านศาล เสนอจะถอนคดีที่ฟ้องชาวบ้านทั้งหมดแลกเปลี่ยนกับให้ชาวบ้านทำลายกำแพงใจ เจรจาล่มเพราะชาวบ้านไม่ยอม

4 กุมภาพันธ์ 2557 นายปราโมทย์ ปันสิทธิ์ กรรมการ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอนอกรอบผ่านนายวสันต์ พานิช ทนายของชาวบ้าน โดยจะแบ่งหุ้นให้กับชาวบ้าน 20% จะผลิตทองคำโดยไม่ใช้ไซยาไนด์ ( ในความเป็นจริง แร่ทองคำได้ขุดหมดจากในพื้นที่แล้ว )  จะให้ชาวบ้านเข้าตรวจสอบการดำเนินกิจการเหมืองแร่ได้ตลอดเวลา และจะแบ่งผลกำไรให้กับชาวบ้านในรูปแบบกองทุน ซึ่งชาวบ้านร่วมกับทีมทนายได้จัดโต๊ะแถลงข่าวหน้าศาล จังหวัดเลย ตอบโต้ โดยปฏิเสธข้อเสนอ 4 ข้อ จากเหมืองทองคำ ให้คำตอบ "ไม่เจรจา แต่จะต่อสู้ต่อไปเพื่อปิดเหมือง พื้นฟู”

14 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นมา นายธนาวุธ ทิมสุวรรณ นายก อบจ. เลย พยายามติดต่อ นายสมัย ภักมี หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดหลายครั้ง เพื่อขอนัดพบพูด

19 กุมภาพันธ์ 2557 สมัย ภักมี พร้อมกับชาวบ้าน 7 คน พบกับ นายธนาวุธ ทิมสุวรรณ โดย นายธนาวุธ ยื่นข้อเสนอให้ชาวบ้านเปิดกำแพง แลกกับค่าหัวคิว 5% จากการที่นายกฯ จะรับซื้อหรือเป็นนายหน้าหาผู้ซื้อแร่ทองแดงที่กองอยู่ในเหมืองทุ่งคำกว่า 20,000 ตันออกมาขาย โดยวิธีการ คือ จะขนแร่วันละ 10 คัน โดยจะส่งทะเบียนรถทุกคันให้ชาวบ้าน อีกทั้งยังยืนยันว่า ถ้าขนทองแดงลงมาขายได้แล้วยินดีจะมาก่อกำแพงของชาวบ้านให้เหมือนเดิมด้วยตัวเอง  ซึ่งชาวบ้านไม่ยอม

786b371.jpg

จะเห็นได้ว่า ทางเหมืองได้มีการพยายามใช้วิธีการหลายทางในการเจรจากับชาวบ้าน ทั้งขู่ ทั้งยื่นข้อเสนอ  แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากชาวบ้าน และเห็นได้ว่า มีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยเข้ามาเป็นตัวแทนของเหมืองในการเจรจาแทน  ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ ตำรวจ และอิทธิพลมืดเหล่านี้ ทำให้ชาวบ้านอดสงสัยและกังวลในความเกี่ยวพันของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเคยมีตำแหน่งเป็น กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ ของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด แต่ลาออกจากตำแหน่งกรรมการไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา

7869468.jpg

ตระกูลทิมสุวรรณ ตระกูลที่ชาวจังหวัดเลยขนานนามว่า “บ้านใหญ่” ซึ่งนายก อบจ. เลย กำลังสำคัญของบ้านนี้ลงทุนติดต่อขอนัดคุยต่อรองกับแกนนำชาวบ้านด้วยตัวเอง

หรือแม้แต่ ตระกูลเร่งสมบูรณ์สุข ที่ชาวจังหวัดเลยขนานนามว่า “บ้านเล็ก” ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดล้วนอยู่ในค่ายการเมืองของพรรคเพื่อไทย และยังคงเป็นสองตระกูลผู้ทรงอิทธิพล ที่เกี่ยวข้อง และมีสายสัมพันธ์กับกิจการเหมืองแร่ นักการเมืองท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐระดับต่างๆ มาเนิ่นนาน ในฐานะที่เป็นทั้งนายทุนทำเหมืองแร่เอง เป็นนายหน้าซื้อขายแร่ และประกอบกิจการก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับแร่


ลำดับเหตุการณ์ จากชาวบ้านนาหนองบง
7869ad9.jpg

คืนวันที่ 15 พฤษภาคม 2557
การแจ้งเหตุกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   เวลาประมาณ 12:00 น. เป็นต้นไป
"มีกลุ่มโจร 300 มาปิดล้อมหมู่บ้าน มีอาวุธปืน มีด ไม้ มาจับชาวบ้าน ทำร้ายชาวบ้าน และยิงชาวบ้าน ขอความช่วยเหลือด่วน"

โทรถึง นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย : โทรติด/รับสาย/ครับ หลังจากนั้นสายไม่ว่างและปิดเครื่อง
โทรถึง พ.ต.อ.สมหมาย ศรีคำแดง โทรติด/ไม่รับสาย
โทรถึง พล.ต.ต. ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเลย "ผู้การเสือ" โทรติด/ไม่รับสาย
โทรถึง นายบรรบต ยาฟอง นายอำเภอวังสะพุง โทรติด/รับสาย/อ้างว่าไหล่เจ็บ แต่ได้มอบหมายให้ รองรัฐพลมาตรวจสอบ
โทรถึง 191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย โทรติด/ได้แจ้งขอความช่วยเหลือ

786e772.jpg

1:00 น. โทรถึง 1669 แจ้งเหตุฉุกเฉิน-อุบัติเหตุ นายจิตตพล ศรีสะบุตร รองนายกอบต. พารถฉุกเฉินเข้ามา แต่โดนกลุ่มโจรยิงขู่จึงเข้าพื้นที่ไม่ได้และกลับไป
1:20 น. รถตำรวจวิ่งเข้ามา โดนกลุ่มโจรยิงขู่ แล้ววนออกไป
4.00 น. หลังจากกลุ่มโจรขนแร่ออกไปแล้ว รถตำรวจวิ่งเข้ามาประมาณ 5 นาที แล้วกลับไป
4.00 น. รถฉุกเฉินวิ่งเข้ามารับคนเจ็บไปโรงพยาบาล

786bc3d.jpg

16 พฤษภาคม 2557

กลุ่มชาวบ้านมารวมตัวประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจวังสะพุง  เรียกร้องให้จับคนทำร้ายชาวบ้านให้ได้  ซึ่งไม่น่าจะเกินความสามารถของตำรวจถ้าจะทำ   เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าคู่กรณีชาวบ้านคือใคร

7866762.jpg

แถลงการณ์กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด (ฉบับพิเศษ)

แถลงการณ์ฉบับนี้ เขียนขึ้นเพื่อประณามการกระทำอันป่าเถื่อนโหดร้าย ไร้อารยะและมนุษยธรรมของกลุ่มนายทุนและลูกสมุน ผู้ต้องการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปจากชุมชน ด้วยวิธีการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และขัดต่อหลักการประชาธิปไตยอย่างน่าเศร้า

จากสถานการณ์เมื่อวันที่ ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๗ ในชุมชนนาหนองบง อ.วังสะพุง จ.เลย ในขณะที่พี่น้องประชาชนได้รวมตัวกันในนาม “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด” เพื่อทำการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตามหลักการสิทธิมนุษยชน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๖,๖๗ โดยเฉพาะการคัดค้านการดำเนินการทำเหมืองแร่ชนิดต่างๆ เช่น ทอง ทองแดง เพราะการประกอบการเหมืองแร่ดังกล่าวนั้นได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ทั้งทางด้านสุขภาพอนามัย ด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน อีกทั้งชุมชนยังได้ก่อสร้างกำแพงใจไว้ ณ บริเวณทางเข้าชุมชน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านการดำเนินการเหมืองแร่

ปรากฏว่า ยามวิกาล ประมาณ ๕ ทุ่มตรงของค่ำคืนนั้น ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลูกสมุนของนายทุนบริษัทซึ่งนำโดย…….. นำกำลังกลุ่มวัยรุ่นที่มีอาวุธครบมือ ไม้ มีด ดาบ คาบ ปืน เข้าทำการปิดล้อชุมชนอย่างอุกอาด จับตัวพี่น้องกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดและใช้กำลังประทุษร้ายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำลายกำแพงใจอันเป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านเหมืองแร่ และขโมยขนย้ายแร่ทองแดงออกจากชุมชนจนถึงเวลาประมาณตีสี่วันเดียวกันนั้น ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บทั้งทางกายและทางใจรู้สึกหวาดกลัวจนไม่อาจที่จะดำเนินชีวิตอยู่อย่างปกติสุขได้

ดังนั้น พวกเราจึงขอเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้มีหน้าที่ในการดูแลสันติสุขของพี่น้องประชาชน ดังนี้

ให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองทั้งทางแพ่งและอาญา ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ให้ยุติการกระทำอันเป็นการเลือกปฏิบัติดูแลบริษัทมากกว่าประชาชน ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ด้วยจิตคาราวะ
๑๖ พ.ค.๕๗
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด

786beac.jpg

17 พฤษภาคม 2557
ประมาณ 8:00 น. เกิดไฟไหม้บริเวณใกล้ป้อมยามของทุ่งคำ (บริเวณที่มองเห็นได้จากจุดตรวจที่ 3 ของชาวบ้าน) ในช่วงที่นักข่าวอยู่ในบริเวณนั้นประมาณสองสำนัก
10 นาที หลังจากนั้น ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ โดยใช้คำถามกับชาวบ้านว่าใครสร้างสถานการณ์?
(วันนี้พนักงานเหมืองไม่เข้ามาทำงาน ชาวบ้านทยอยกันออกจากบ้านไปรวมตัวกันประจำอยู่ตามด่านตรวจสามจุดตั้งแต่ประมาณ 6:30 น. ในช่วงที่ชาวบ้านกำลังประชุมปรึกษาหารือกันในช่วงเวลาเกิดเพลิงไหม้พอดี)
"พวกเขาเผาทรัพย์สินของตัวเอง แจ้งความหรือสมคบกับตำรวจ เพื่อป้ายสีชาวบ้านที่เพิ่งถูกพวกเขาทำร้ายมา"
ทุกคนพูดด้วยความคับแค้น
11.00 น. "ผูู้การเสือ" ลงพื้นที่ รับปากจะไปคุยกับอุตสาหกรรมจังหวัดตามเรื่องใบอนุญาตซื้อ-ขาย-ขน แร่ให้ภายใน 7 วัน/ และจะตามหาคนงานเหมืองที่เจ็บตัวไปโรงพยาบาล เพื่อยืนยันว่าทุ่งคำกับพลโทปรเมษฐ์เป็นพวกเดียวกัน ทุ่งคำถึงให้คนงานลงมาทำร้ายชาวบ้านในคืนนั้นด้วย แต่บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องแร่เถื่อน
ส่วน ผกก.วังสะพุง บ่ายเบี่ยงทุกเรื่อง บอกให้ชาวบ้านไปลงบันทึกประจำวันนำหลักฐานมาแจ้งความอย่างเดียว

7865fa0.jpg
ชาวบ้าน ยังมีกำลังใจดีในการต่อสู้กับนายทุนต่อไป มีกำลังใจมากมายไปเยี่ยมชาวบ้าน

10 ปี ของเหมืองทองคำทุ่งคำ  คือผลกำไรของนายทุน

ในขณะที่ 10 ปี ขอชาวบ้าน 6 ตำบล คือการต่อสู้เพื่อให้ได้ชีวิตที่ปรกติสุขกลับคืนมา  ในขณะที่ น้ำดื่มไม่ได้ ปลาจับกินไม่ได้ ข้าวปลูกไม่กล้ากิน พืชผัก ไม่ามารถทานได้  ต้องต่อสู่กับโรคร้ายที่รักษาไม่หาย

10 ปี ของประเทศไทย ที่ได้ค่าตอบแทนทรัพยากรมีค่าอันจำกัดเพียงน้อยนิด กับ สิ่งแวดล้อมที่เจือปนไปด้วยมลพิษ การเสี่ยงต่อสุขภาพของประชากรทั่วประเทศ ที่จะได้รับสารพิษจากอาหาร และสารพิษที่มากับแหล่งน้ำ

ในขณะที่ มีการให้อาชญาบัตรพิเศษ สำรวจแร่ทองคำไปแล้วกว่า 1,100,000 ไร่ ทั่วประเทศ  ไม่นับแร่ชนิดอื่นๆ และปิโตรเลียม

ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง  ถึงเวลาที่คนไทยควรจะเรียกร้องการมีส่วนร่วมในการจัดการกับทรัพยากรของประเทศแล้วหรือยัง

หรือจะปล่อยให้ภาพเหล่านี้ ค่อยๆปรากฏซ้ำแล้วซ้ำอีก ในทุกๆจังหวัดในประเทศไทย

อ้างอิง

http://prachatai.com/journal/2014/03/52236

https://www.facebook.com/loeiminingtown

เรียบเรียงโดย

นิดนรี

***


KonAward5 VTR เยาวชนต้นแบบกลุ่มดาวดิน


http://hilight.kapook.com/view/130491
ไทยพีบีเอส แถลงการณ์ป้องเด็ก ม.4 หลังทำรายงานผลกระทบเหมือง

bs2.jpg

ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์กรณีบริษัทเหมือง จ.เลย ฟ้องหมิ่นประมาทนักเรียน ม.4 ในรายการข่าวพลเมือง เสนอทบทวนการฟ้องเยาวชน ให้เหลือเฉพาะสถานีและคณะเท่านั้น

          เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2558 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์กรณี บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทเยาวชนนักข่าวพลเมือง วัย 15 ปี ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้น ม.4 ในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เหตุมีการนำเสนอข่าวในช่วง ข่าวพลเมือง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตอน นักสืบลำน้ำฮวยแท้ ๆ แน๊ว โดยให้สัมภาษณ์ในรายการว่า ลำน้ำฮวยได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ ทำให้มีสารปนเปื้อน ใช้ดื่ม ใช้กินไม่ได้ ซึ่งทางบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ระบุว่า คำพูดดังกล่าวมีเนื้อหาที่เป็นเท็จใส่ร้ายให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้รับความเสียหาย ทั้งที่ในความเป็นจริงเหมืองแร่ดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีสารปนเปื้อน อีกทั้งลำน้ำฮวยก็ไม่ได้ไหลผ่านเหมืองแร่

          โดยในแถลงการณ์จากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งเผยแพร่ผ่านทางเพจ "นักข่าวพลเมือง (ThaiPBS)" มีเนื้อหาระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ทำหนังสือขออนุญาตฟ้องเยาวชนในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย อีกทั้งก่อนหน้านี้ ทางบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยังได้ยื่นฟ้องไทยพีบีเอสและผู้ดำเนินรายการช่วงข่าวพลเมืองและผู้บริหารองค์กรรวม 5 คน ไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารและโทรทัศน์ โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท รวมถึงขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามไทยพีบีเอสประกอบอาชีพโทรทัศน์เป็นเวลา 5 ปี

bs1.jpg

ทั้งนี้ไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะ มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมเสรีภาพการรับรู้ข่าวสารแก่ประชาชน ส่งเสริมเสรีภาพการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีนโยบายที่ชัดเจนในการเปิดพื้นที่ให้อาสาสมัครนักข่าวพลเมืองได้สื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสังคมถึงเรื่องราวของชุมชน ภายใต้กระบวนการกองบรรณาธิการที่ช่วยคัดกรองประเด็น เนื้อหา วิธีการนำเสนอที่สร้างสรรค์ แต่เคารพในหลักเสรีภาพไม่ละเมิดสิทธิ์หรือหมิ่นประมาทผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้นการนำเสนอข่าวของเยาวชนนักข่าวพลเมือง ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ตาม ปอ. มาตรา 329

          ดังนั้นหากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ไม่มีเจตนาอื่นใดนอกเหนือจากการรักษาสิทธิ์ของบริษัทฯ การดำเนินการฟ้องร้องไทยพีบีเอสในฐานะองค์กรก็น่าจะเพียงพอ และเพื่อมิให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ถูกสังคมมองว่า มีเจตนาอื่นแอบแฝง จึงเสนอให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทบทวนการฟ้องร้องเยาวชนนักข่าวพลเมืองซึ่งเป็นเพียงนักเรียนชั้น ม.4 ให้เหลือเฉพาะในส่วนของไทยพีบีเอสและคณะ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก นักข่าวพลเมือง (ThaiPBS)


https://www.facebook.com/sudarangkupan/ … 1404438487
สู้ๆ ลูก!

12391964_1100891653277882_4147879298480009844_n.jpg?oh=7a04534363ade1830f2650e6f97ec3f0&oe=5740EA68

10409730_1100891686611212_1511016033221417142_n.jpg?oh=c38758e48262dd0cd9fc97244a3ca465&oe=57319AC4


http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ew … name=index
สส เพื่อไทย เลย

นายธนเทพ ทิมสุวรรณ
แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 3
พรรคพลังประชาชน 

115.jpg

นายธนเทพ ทิมสุวรรณ
วันเดือนปีเกิด 24 พฤษภาคม 2507
การศึกษา  นิติศาสตรบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานที่ติดต่อ
บ้านเลขที่ xxx หมู่ที่ x หมู่บ้าน - ซอย - ถนน มะลิวัลย์
ตำบล/แขวง วังสะพุง อำเภอ/เขต วังสะพุง จังหวัด เลย
รหัสไปรษณีย์ 42130

อีเมล์ : -
อาชีพก่อนได้รับเลือกตั้งครั้งนี้
นักการเมือง
ประสบการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พ.ศ.2539,2544 และสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเลย พ.ศ.2549
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ประถมาภรณ์มงกุฎไทย 
ประถมาภรณ์ช้างเผือก 
วันที่มาแสดงตน

14 ม.ค.51

…………………………
chaoprayanews           ลิงค์ 

สื่อนอกยก “ทักษิณ” เป็นต้นแบบ คนรวยเป็นผู้นำประเทศที่ชั่วร้าย (อ้างจาก USA today  “Why billionaires make bad presidents”  May 31, 2014  (หลังรัฐประหาร เพียง 9 วัน) ลิงค์ 
http://www.usatoday.com/story/money/bus … s/9738511/     

ตอนท้ายบทความดังกล่าว ระบุว่า
So is there a cause-and-effect between billionaire wealth and bad leadership? Not necessarily. The billionaire leaders who have come to power so far are all in countries with non-traditional forms of democracy prone to corruption and backroom dealmaking. They are precisely the kind of countries where wealth can more easily buy office. And they are precisely the kind of countries that can't be fixed by a single leader in one or two terms.
Still, billionaires do tend to have some character traits that don't translate well to being democratic leaders. Their success tends to come from starting companies, breaking rules, ignoring critics and controlling virtually every aspect of their lives and companies. Once they've made their fortune, billionaires are used to getting what they want.
 
42.jpg 

ตอนท้ายบทความดังกล่าว ระบุว่า เหล่ามหาเศรษฐียังมีคุณลักษณะเฉพาะบางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผู้นำประชาธิปไตยที่ดีได้ ด้วยความสำเร็จของพวกเขามาจากการก่อตั้งบริษัท ละเมิดกฎระเบียบ เพิกเฉยต่อเสียงวิจารณ์ และควบคุมทุกแง่มุมของการใช้ชีวิตของตนเองและบริษัท ทั้งนี้ พอร่ำรวยแล้ว มหาเศรษฐีเหล่านี้ก็เคยชินกับอำนาจเผด็จการ อยากได้อะไรก็ต้องได้ตามต้องการ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เหล่ามหาเศรษฐีซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจโดยสันดาน จะสามารถวางมือจากผลประโยชน์ของตนเองได้อย่างทันทีทันใด

http://news.voicetv.co.th/thailand/305517.html   ลิงค์


ศปช.แย้งมติ ป.ป.ช.ขัดความจริง

11059509_696117047185386_7319078818407555759_n.jpg

%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2-53-440x640.jpg


PIC.jpg



ศปช.เสนอรายงาน เม.ย.-พ.ค.อำมหิต
www.pic2010.org


http://thaienews.blogspot.com/2015/12/j … t-icc.html    ลิงค์
Jittra Cotchadet : น่าเสียดายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีความพยายามจะเอาผิดทหารและฆาตกรผ่านองค์กรสากล เช่นศาล ICC ให้ประยุทธนั่งลอยหน้าอยู่ข้างๆและพ่นวาทะกรรมสวยๆไม่แก้แค้น
p16nor0jgl8pffks16uq1sb01jj33.jpg


รหัสลับ ที่มีนัยว่าอย่างไร เมื่อเร็วๆนี้ ที่ ทักษิณ ส่งมา ตามนี้
https://www.thairath.co.th/content/536303       1 พย 58

EyWwB5WU57MYnKOuXogROVdHEsLua3XieeSlXzBwGXGtWsTNRRMkAp.jpg

cats9.jpg
@thaksinlive : ถ่ายภาพกับทหารแดงยืนเฝ้าต้นคริสต์มาสที่จวนจะถึงฤดูกาลฉลองแล้ว   9พย 58

http://board.postjung.com/929225.html   21 พย 58

929225-img.rk1kyd.0.jpg

คาดว่า ยังหวังใน ดีลถังเฉ่า ส่วนเรื่องราวที่โต้กันในเรื่องคดี ยิ่งลักษณ์ แค่มวยล้มต้มคนเสื้อแดง(มวลชนที่รู้ไม่เท่าทัน) คงรู้นะ ว่า ทักษิณ อิงใคร เช่นเดียวกับ 3 ป

Last edited by linc49 (January 30, 2016 10:42 AM)

Offline

#608 January 23, 2016 12:20 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/blog-post_59.html

วันเสาร์, มกราคม 23, 2559

นักกฎหมายโต้จับ 'จ่านิว' ขัด กม.

https://www.youtube.com/watch?v=Hatt5idgyBo

นักกฎหมายโต้จับ 'จ่านิว' ขัด กม.

by Anuthee Djthevaporn
21 มกราคม 2559

นักวิชาการกฎหมาย ชี้กรณีควบคุมตัว 'จ่านิว' ผิดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาชัดเจน และสมควรมีการสอบสวน เพื่อนำไปสู่การลงโทษทางวินัย หรือการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีการควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ 'จ่านิว' นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. จากกรณีจัดกิจรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์กลางดึกเมื่อคืนนี้

โดยชี้ว่า จากคลิปเหตุการณ์ในกล้องวงจรปิด การให้สัมภาษณ์ของนายสิรวิชญ์และพยานในเหตุการณ์ จะเห็นว่า การควบคุมตัวดังกล่าว กระทำโดยไม่ได้มีการแสดงหมายจับ ไม่มีการแจ้งสิทธิ มีการคลุมหน้าปิดตา และยังพาไปยังสถานที่อื่น ที่ไม่ใช่สถานีตำรวจก่อน และยังไม่ให้ทนายความและญาตเข้าพบ จะเห็นได้ว่า เป็นไปโดยขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ เห็นว่าจากกรณีดังกล่าว เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล เนื่องจากเกิดการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานตามอำเภอใจ และยังกระทำการโดยอุกอาจ และส่งผลให้สถานการณ์สิทธิมนุษยชนยิ่งตกต่ำลง

นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ย้ำว่า แม้จะบังคับใช้กฎหมายพิเศษตามคำสั่ง คสช. แต่การควบคุมตัว ก็ยังต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงถือได้ว่ากรณีนี้เจ้าพนักงาน ได้กระทำการขัดต่อกฎหมายเสียเอง และสมควรมีการสอบสวนและนำไปสู่การลงโทษทางวินัย หรือคดีความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป

...


http://shows.voicetv.co.th/voiceinsight/315081.html


เครื่องแบบของหน่วยไหนปิดตาปิดจมูกจับกุมจ่านิว

รายการ Voice Insight ประจำวันที่ 21 มกราคม 2559

- Review หน้า 1 หนังสือพิมพ์
- ชายแต่งกายคล้ายทหารอุ้มจ่านิวกลางดึก
- คสช. ยันไม่ทราบเรื่อง จ่านิวถูกคุมตัว
- ต้าน รธน. ย้อนยุค กดอำนาจประชาชน
- ประวิตร กร้าวไม่ให้ประชุมพรรค อ้าง รธน.ไม่เสร็จ
- วิษณุ'ลั่นแก้ รธน. ชั่วคราว หากประชามติไม่ผ่าน
- มีชัยปัดตัดสิทธิ์การเมืองคสช.
- ประวิตร ไม่ตั้งกมธ.สันติสุข
- งานเข้าเนวิน ป.ป.ช.รับลูก สตง. ไต่สวนใช้งบ 20 ล้าน
- ป.ป.ช.เพิ่มโทษประหารชีวิตเจ้าหน้าที่รับสินบน
- ชาวสวน 16 จว.ใต้ชี้รัฐแก้ปัญหายางไม่ตรงจุด
- สมคิด' สั่งพาณิชย์เร่งส่งออกให้โต 5% ตามเป้า
- พศ.ยันมติมส.ไม่ขัดม.7 ชี้คนนอกเปลี่ยนมติไม่ได้
- ไพบูลย์ยัน ไม่ล้วงลูกสอบรถโบราณ "สมเด็จช่วง"
- ประยุทธ์พอเพียงไม่ซื้อไม่ใช้ของแบรนด์เนม?

...........


http://www.matichon.co.th/news/10307

มติชนออนไลน์
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559

จับกระแสคลื่น ‘คอมเมนต์’ กรณีรวบ “จ่านิว” กลางดึก นักวิชาการ-เน็ตไอดอล ร่วมออกโรง

02-7.jpg


วันที่: 22 ม.ค. 59 เวลา: 19:48 น.

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง หลังเกิดเหตุ ‘อุ้ม’ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ ‘จ่านิว’ นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ และสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยกลุ่มชายลึกลับ 8 นาย ที่ขับรถกระบะปิดบังป้ายทะเบียน บุกรวบตัวจ่านิวไปจากบริเวณใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิตในเวลากลางดึกของคืนวันที่ 20 มกราคม ก่อนที่คสช.จะออกมายอมรับว่าเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าวเอง เนื่องจากจ่านิวมีพฤติกรรมยั่วยุ แต่ยืนยันว่าเป็นไปด้วยความ ‘ละมุนละม่อม’

ด้านนายกตู่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า ปฏิบัติการอุ้ม เกิดจากจ่านิวทำผิดกฎหมายหลายคดี

หลังถูกนำตัวไปยัง สน.นิมิตรใหม่และสน.รถไฟธนบุรี เจ้าของหมายจับที่ออกโดยศาลทหารกรุงเทพฯ ในข้อหามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.กรณีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ เมื่อ 7 ธันวาคม 2558

แม้ต่อมาศาลทหารจะไม่รับฝากขังจ่านิว (และเพื่อน) ที่ถูกจับในภายหลัง แต่เรื่องราวของการ ‘อุ้ม’ จ่านิว ก็เป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างล้นหลาม โดยบุคคลในหลากหลายแวดวง ไม่ว่าจะเป็นนักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการด้านศาสนา แพทย์ นักเขียน หรือแม้แต่เน็ตไอดอล ก็ออกมาร่วมวง ‘คอมเมนต์’ อย่างมากมาย กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สังคมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

คนทำผิดกม. จะทำอย่างไรก็ได้ ?

เริ่มที่รุ่นใหญ่อย่าง เกษียร เตชะพีระ ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า กฎหมายที่นายก ฯ กล่าวหาว่าจ่านิวและพวกละเมิดนั้น คือ ‘พรบ.ชุมนุมฯ’ ซึ่งออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่ได้รับมอบหมายสิทธิอำนาจจากฉันทานุมัติของประชาชนให้เป็นตัวแทนบัญญัติกฎหมายตามปกติ ส่วนวิธีการจับกุมนั้น เกษียรระบุว่า “วิธีการจับกุมที่ว่าจะทำอย่างไรก็ได้ในเมื่อทำผิดกฎหมายนั้น เท่าที่สอนหนังสือมา ผมไม่เคยเห็นในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับใดที่ให้อำนาจเช่นนั้น”

12573170_10153786204949892_1551513130378393771_n.jpg

มาดูมุมมองด้านกฎหมาย ซึ่ง สาวตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ รั้วแม่โดม ระบุว่า ‘ไม่มีอะไรเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย’ โดยร่ายรายละเอียดของ ‘มาตรา 83’ อย่างจัดเต็มผ่านเฟซบุ๊ก ว่าที่ถูก ต้องมีขั้นตอนอย่างไร แถมยังทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้นักวิชาการด้านกฎหมาย โดยเฉพาะที่สนใจคดีการ ‘อุ้มหาย’ ของบิลลี่ และทนายสมชาย นีละไพจิตร ออกมาแสดงความเห็นในประเด็นนี้ด้วย

12439236_10153786190414892_8562150184156597423_n-690x429.jpg

ด้าน อังคณา นีละไพจิตร กสม. ด้านสิทธิสตรีและสิทธิพลเมือง กล่าวถึงกรณีการจับกุมนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ตอนหนึ่งว่า “ต้องอย่าลืมว่าประเทศไทยได้ไปลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการสูญหายโดยถูกบังคับของสหประชาชาติถึงแม้จะยังไม่ได้กล่าวสัตยาบัน แต่การที่ประเทศประเทศไทยไปลงนามย่อมหมายถึงการแสดงความร่วมมือ การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐต้องแสดงเจตจำนงตามอนุสัญญาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกับผู้ต้องหาที่ไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนีการจับกุม ดังนั้น จึงต้องมีความระมัดระวังในข้อกฎหมาย รวมทั้งสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา เช่นในเรื่องการประกันตัวหรือการพบทนาย”
ส่วน จอน อึ๊งภากรณ์ ผอ.ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ หรือ iLaw ระบุว่า การลักพาบุคคลไปในลักษณะเช่นนี้ ทางสากลถือเป็น ‘อาชญากรรมร้ายแรง’ และเมื่อเป็นการกระทำโดยหน่วยงานของรัฐ ก็ต้องถือเป็น ‘อาชญากรรมของรัฐ’ เช่นเดียวกับเฟสบุ๊กของ iLaw เองก็มีการโพสต์ภาพและข้อความว่า ‘ถ้ายอมรับการจับจ่านิว กลางดึก เท่ากับยอมให้ทุกคนเสี่ยงถูกอุ้มหาย’
.........................................

1910090_10153786214119892_5287511955845453557_n.jpg

สร้างปัญหาเพิ่ม-นานาชาติจับตา

ด้าน ฮารา ชินทาโร่ นักวิชาการชาวญี่ปุ่น อดีตอาจารย์สอนภาษามลายู คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าการควบคุมตัวจำเป็นต้องตามกระบวนการที่กำหนดโดยกฎหมาย มิฉะนั้น การปฏิบัติที่ไม่เลือกวิธี จะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องผิดกฎหมายรวมถึงขึ้นละเมิดสิทธิ ทั้งๆที่กฎหมายปกป้องสิทธิดังกล่าว การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการสร้างปัญหาใหม่ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาของรัฐที่ยึดมั่นในหลักการนิติรัฐก็ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ไม่ใช่การปฏิบัติไม่เลือกวิธีหรือเลือกปฏิบัติ
ส่วน นพ. อิราวัต อารีกิจ หรือหมออั้ม เจ้าของคลีนิคด้านความงามและอดีตนักร้องค่ายดัง ก็โพสต์เฟซบุ๊กว่าใจสั่น นอนไม่หลับ ไม่สบายใจที่จ่านิวโดนรวบตัวในแบบที่ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งสะท้อนถึงสวัสดิภาพประชาชนและลูกหลาน อีกทั้งนานาชาติก็ยัง ‘จับตา’ ประเด็นดังกล่าวด้วย

12507561_10153786201269892_756564985538822018_n.jpg

ชาญวิทย์ชี้ ‘คนดีจริง พระคุ้มครอง’

ต่อมา เมื่อจ่านิวได้รับการปล่อยตัว โดยศาลทหาร นักประวัติศาสตร์ชื่อดังอย่างศาสตราจารย์ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ก็โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
“Sergent-Major New: & Brave Young Thai Democrats…จ่านายสิบนิว และสหาย หนุ่ม/สาวน้อยๆ ประชาธิปไตยไทย คนดีจริง พระคุ้มครอง Gods Bless Him/Them”
ในขณะที่ สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล และนักเศรษฐศาสตร์ แชร์ข่าวศาลทหารยกคำร้องฝากขังจ่านิวและเพื่อน แล้วแสดงความเห็นว่า ศาลทหารเองเป็นผู้ออกหมายจับ แต่เมื่อทหารไปอุ้มจ่านิว เนื่องจากไม่ยอมรับคำสั่งคสช. ศาลทหารกลับยกคำร้องฝากขัง ซึ่งสฤนีมองว่า อาจเป็นเพราะกลัว ‘งานเข้า’ หากขังจริง นอกจากนี้ ยังทิ้งท้ายว่า หากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ทำให้คนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของศาลทหารเป็น ‘การเมือง’ ขนาดไหน ก็ยากที่จะหาตัวอย่างที่ดีกว่านี้แล้ว

12592314_10206134793509015_4773077400028266037_n-690x388.jpg

มันแกว-ปวิน เม้นต์ด้วย

เรียกได้ว่าการอุ้มครั้งนี้ มีความเห็นจากสหวิทยาการจริงๆ เพราะมากันหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่เว้นแม้แต่เน็ตไอดอล เจ้าของคำกล่าว ‘นมคุณธรรม’ อย่าง มันแกว-รุ่งตะวัน ชัยหา ที่แชร์ข่าวดังกล่าวแล้วแสดงความเห็นว่า เดิมตนไม่กล้าแชร์ เพราะเกรงจะเป็นการสร้างสถานการณ์ใส่ร้าย คสช. แต่มาถึงวันนี้ ไม่มีอะไรจะพูด โดยทิ้งท้ายด้วยคำถามที่ว่า ‘เดี๋ยวนี้ใครจะอุ้มใครก็ได้แล้วหรือ’ พร้อมติดแฮชแทกจบสเตตัสว่า #วันนี้คุณอาจเฉย เพราะคนถูกอุ้มไม่ใช่คุณ

12553056_10153786191479892_527612051169943187_n.jpg

ปิดท้ายด้วยคอมเม้นต์แนวสีสันของ รศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ ม.เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่โพสต์ข้อความสั้นๆ พาดพิงถึงนักแสดงหุ่นล่ำสัญชาติอังกฤษว่า “ถ้าผมกลับไทยแล้วถูกอุ้ม ขอแบบ Tom Hardy มาอุ้มนะครับ อร้ายยยย”
ทั้งหมดนี้ คือความคิดเห็นจากหลากหลายวงการ ส่วนเรื่องราวของจ่านิวและเพื่อนกับคดีความดังกล่าว จะดำเนินต่อไปอย่างไร ต้องติดตาม !

.............................................รายละเอียดทั้งหมด ตามลิงต์ ด้านบน

...........

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=6e1e9a6bd2b6983b2ae41c893ef5c761&oe=573E43CFอาณาจักรไบกอน Returns
21 มกราคม เวลา 16:30 น.

12472381_1816705691890185_4902658452975260327_n.jpg?oh=c0ccd2438a33bbd5d8bbdbcb2981f141&oe=572E6A8E

ชายชาติทหารที่ชื่อบิ๊กตู่ ยังมีเหลือศักดิ์ศรีอะไรบ้าง ที่สนับสนุนทีมอุ้ม ว่าจะจับอย่างไรก็ได้ โดยไม่แคร์กติกาหลักสากล
จน ข้าหลวงใหญ่จึงต้องจ่อออกแถลงการณ์ประณามบิ๊กตู่หรือนามรัฐบาลไทยที่ละเมิดสิทธิ์
อย่างชัดเจน #โจรสลัด
http://www.matichon.co.th/news/9119

.............


10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=7e20f4289024507dfdd4cb67f7884176&oe=57013FD0Thailand Dictator Watch
เมื่อวานนี้ เวลา 6:12 น.

12509081_984227675003346_8994482647212256222_n.jpg?oh=5afb16a3c469bf8cb465627a208d7b28&oe=57467D80

ไก่อู "ชายผู้ได้ดีเพราะใช้ลิ้น" ยังมีหน้าโต้โฆษกสหรัฐฯ กรณีอุ้มจ่านิว ไม่อายเขาบ้างหรือ? http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/683813

Offline

#609 January 23, 2016 12:49 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/blog-post_81.html

วันศุกร์, มกราคม 22, 2559

ถ้าจะจับแล้วปล่อยอย่างนี้จับกันดีๆ ก็ได้ ไม่ต้องอุ้มให้โดนประณาม (และไม่ต้องพล่ามให้เข้าเนื้อ เล่นบทเมตตาปรานีก็ได้)

12552627_941436935905927_6096300304779232519_n.jpg

สำนักงานสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติประจำเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแถลงการณ์กระตุ้นให้รัฐบาลไทยถอนฟ้องนักศึกษากิจกรรมส่องคอรัปชั่นราชภักดิ์

“สิทธิในการชุมนุมโดยสันติ เสรีภาพในการแสดงออกและเสนอข้อคิดเห็น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ควรที่จะถือเป็นการกระทำผิดอาญาร้ายแรง แต่อย่างใด” เป็นคำกล่าวของลอว์เร้นท์ มีลลัน รักษาการตัวแทนภาคพื้น

พร้อมทั้งเร่งเร้าสอบสวนเรื่องข้อกล่าวหาที่ว่า ทหารพลางหน้าบุกจับกุมนักศึกษาธรรมศาสตร์ เอาถุงคลุมหัว แล้วมีการตบและเตะระหว่างการควบคุมตัว

12523119_941437035905917_6254333519225580399_n.png

“สำนักงานสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติมีความห่วงใยในเรื่องนี้” และ “ขอให้ทางการเปิดทางให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ทำการสอบสวนกรณีนี้อย่างอิสระ”

สนง. สิทธิฯ ยูเอ็น ยังเป็นกังวลที่มีการใช้คำสั่%BȌ% ของคณะรัฐประหารแทนที่จะใช้กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ ปี ๒๕๕๘ อันทำให้คดีนี้ต้องไปพิจารณากันในศาลทหาร ซึ่งมีแนวโน้มที่จะไม่เที่ยงธรรม และผู้ต้องหาไม่สามารถอุทธรณ์ได้

“เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ รวมทั้งทางด้านความมั่นคง ไม่เพียงแต่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หากแต่ต้องให้เกิดความมั่นใจว่า ตนเองต้องปฏิบัติตามกฎหมายตลอดเวลาด้วย” มีลลันกล่าวอีกตอนหนึ่ง

“ในฐานที่ประเทศไทยเป็นภาคีในสนธิสัญญานานาชาติเรื่องสิทธิมหาชนและทางการเมือง มีพันธกรณีจะต้องปกป้องอิสรภาพมหาชนของพลเมืองทุกๆ คน” แถลงการณ์เตือน

“รวมถึงสิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากการถูกจับกุมคุมขังตามอำเภอใจของเจ้าพนักงาน ต้องได้รับแจ้งข้อกล่าวหา มีโอกาสปรึกษาทนาย และกระทำการพิจารณาคดีอย่างอิสระและไม่ลำเอียง”

(http://bangkok.ohchr.org/news/press/Thaistudents.aspx)

แต่ปฏิกิริยาที่ปรากฏจากคณะผู้ปกครองด้วยการยึดอำนาจในประเทศไทย กลับไม่ยี่หระกับคำท้วงขององค์การโลก

เมื่อถูกถามว่าทำไมต้องจับแบบตึ๊บตั๊บด้วยล่ะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบว่าจะจับอย่างไรก็ได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ต่างก็บิดเบือนความจริงว่าเจ้าหน้าที่จับกุมตามระเบียบสากล นุ่มนวล ไม่มีการใช้กำลัง

เมื่อฟังข้อคิดจาก อธึกกิต แสวงสุข ประเด็นนี้ เราอดไม่ได้ที่จะนำมาแบ่งปัน

“ทหาร ๘ นายปิดหน้าอุ้มจ่านิว ๒ ชั่วโมงกว่าจึงเอาไปส่ง สน. (จ่านิวเผยว่าถูกเตะถูกขู่) เช้ามาจับอีก ๓ระหว่างไปเยี่ยม พอถูกถามทำไมไม่จับจ่านิวดีๆ ประยุดโผงผางจะจับยังไงก็ได้ & จะให้ธรรมศาสตร์ดูทำไมจ่านิวไม่จบซักที (นศ.เรียน ๕-๖ ปีถมไป หนักหัวกบาลใคร)...

12438974_941437112572576_97897243727017103_n.jpg

พอบ่ายมา ศาลทหารสั่งปล่อยไม่ต้องฝากขัง เอ๊ะมันยังไง ถ้าจะจับแล้วปล่อยอย่างนี้จับกันดีๆ ก็ได้ ไม่ต้องอุ้มให้โดนประณาม (และไม่ต้องพล่ามให้เข้าเนื้อ เล่นบทเมตตาปรานีก็ได้)
หนึ่ง ตั้งใจขังยาว แต่เห็นกระแสโต้กลับ
สอง ผิดคิว ลูกน้องทำเกินสั่ง แต่ยังไง นายก็ต้องปากแข็ง
สาม แค่ต้องการขู่ให้จ่านิวกลัว (พิลึก คนกลัวจะสู้มาถึงขั้นนี้เรอะ)”

และยังสู้กันต่อ เมื่อนายสิรวิชญ์ หรือจ่านิวกำลังเตรียมการฟ้องร้องเจ้าพนักงานที่จับกุมตน ข้อหาทำร้ายร่างกาย และใช้กิริยาวาจาหยาบคาย จำเลยในคดีนี้คือทหารทั้ง ๘ จาก ร.๒ พัน ๒ รอ. ปราจีนบุรี และผู้บังคับบัญชาทุกระดับขึ้นไป

12524013_941438162572471_1462699716841093646_n.jpg

Offline

#610 January 24, 2016 12:18 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/01/5_24.html

วันอาทิตย์, มกราคม 24, 2559

ฟัง "พล.อ.ประยุทธ์" นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อถึง "ข้อเสนอให้ คสช.เว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี?"

ความเห็นต่อคลิป...

ตอนปีใหม่ใครนะบอกว่าจะใจเย็นขึ้น ไม่โมโหง่าย พูดน้อยลง จะเป็นกู้ดกายยย

วุฒิภาวะความเป็นผู้นำไม่มีเลยลุง ใช้แต่ อารมณ์ อำนาจ และมึนไปวันๆ.

"คนเลวๆที่จะเข้ามาอีกล่ะ" ท่านเป็นเจ้าของสโตร์ความดีของจักรวาลเหรอ ให้ตายเถอะกรุเบื่อประเทศคนดีศรีแหลแลนด์ ผมจะจำไว้ชีวิตนึงมันมีคนกล้าโง่อย่างไม่เผื่อเหลือให้ลูกหลานเลย

ดูคลิปอีป้าตลาดแตกที่ขนส่ง
รู้สึกธรรมดามาก ก็ชินกะคนบ้า
ที่ออกทีวีนี่ทุกวันอยู่แล้ว

อยู่นานๆเลยค่ะ เอาที่ท่านสบายใจ กินให้อิ่ม(แล้วอิ่มอีก อิ่มจนอ๊วกสัก100หน) นอนบนกองเงินกองทองให้สบาย บ้านเมืองฉิบหาย ชาวนาเลิกปลูกข้าว ชาวสวนยางเลิกปลูกยาง ต่างชาติย้ายฐานการผลิตไปให้หมด คนงานโดนเลิกจ้าง ชีวิตต่ำตม วันๆไล่รีดไถกันเองเป็นเงินเดือน เพิ่มภาษีบ้านรถที่ดิน ลดค่าแรงขั้นต่ำ เชิดชูศาสนาอื่น อนาคตของชาติไม่ต้องส\NE0จ วันๆดูแค่ตาตุ่มตัวเองพอ

เบื่อ!! บอกเรย
ถ้าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยวธีการขู่ ใช้เสียง ใช้อารมณ์. ตัดสินอย่างลุงแบบนี้ มากกว่าการ พูดดีแบบคนมีสติ สำรวม ลูกคง เก็บกด และแสดดงออกทางอื่นที่เป็นอารมณ์ที่รุนแรง หรือต่อด้านด้วยความรุนแรงกว่า
คิดดู สังคมจะเปนไง
พอเถอะ การพูดแบบนี้ แสดงท่าทางแบบนี้มันเชยมาก บ่องตงๆ
ไม่ได้กัวหรอกนะ แต่ ตลกมากกว่า
สงสารเค้านะ พยายามแสดงว่าแข็งแกร่ง แต่ลึกๆคนอ่อนแอร์มาก
ทำไมไม่ พูด. ช้าๆ. น้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่คำพูดแต่ละคำ ลึกซึ้ง แบบนั้น สิ. เจ๋ง เหมือนคำพูดผ่านสมองมาแล้วบ้างอะค่ะ
หนูไม่ได้ว่าใครไมดีนะคะ ลุงก่มีข้อดี แต่ ข้อที่ไม่ดี ปรับให้มันดีหน่อย จะเปนไรไป

...

คนละเรื่องแต่ผู้พูดคนเดียวกัน

“จำได้ตอนผมเด็กๆ ผมไม่ใช่คนเกเร ผมชอบอ่านหนังสือเรียนหนังสือ ผลการศึกษาอยู่ค่อนข้างดีนะ ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี เวลาสอบนี่ผมท่องหนังสือ อ่านหนังสือ ทบทวนแล้ว ทบทวนอีก ตั้งใจฟังครูสอน ผมอยากสอบ ผมอยากสอบ แล้วผมจะดูซิว่าจะได้คะแนนเท่าไร ก็โชคดีคะแนนผม ไม่ได้โอ้อวดนะ ผมไม่เคยต่ำกว่า 80% มาตลอด 80-85 เพราะอะไรล่ะ เพราะความตั้งใจ อยากจะวัดตัวเอง วันนี้มีไหม มีไหมอยากจะวัดตัวเองนี่ มีแต่จะไปสอบเพื่อจะที่โน่นต่อ อะไรทำนองนี้ เอาแค่ตัวเองให้ได้ก่อน เอาชนะตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าชนะตัวเองได้ ก็จะไปอย่างอื่นได้”

............


ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ เผยบันได 10 ขั้น แผนต่ออายุเพื่อ"เผด็จการครองเมือง"
photo.jpgจอม เพชรประดับ

เผยแพร่เมื่อ 7 มี.ค. 2015
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ให้สัมภาษณ์Thaivoicemedia ถึงการขอยืดอายุการทำงานของ องค์กรอิสระเช่น ปปช. และการแปรสภาพ สภาปฎิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.เป็น สภาขับเคลื่อนประเทศ ในอนาคตว่า อำนาจและผลประโยชน์เป็นสิ่งเสพติดเมื่อได้­มาแล้วก็ไม่อยากที่จะสูญเสียไป ต้องไม่ลืมว่า แม่น้ำ 5 สายนี้ มาจาก ต้นน้ำหรือต้นธารเดียวกันและเป็นต้นธารที่­ถูกวางยาพิษเอาไว้แล้ว ดังนั้นแม้จะพยายามต่ออายุแม่น้ำ 5 สายต่อไป ก็ยังเป็นแม่น้ำที่เป็นพิษอยู่ดี เพราะต้องไม่ลืมว่า คสช. สนช. สปช. ได้อำนาจมาเพราะไปช่วงชิงเขามา ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว แล้วจะสืบทอดความผิดหรือความเป็นพิษต่อไปเ­พื่ออะไร "ที่ให้เหตุผลว่า อยู่ต่อเพื่อความต่อเนื่อง ไม่เสียของ ยอมรับเสียเถอะว่ามันเสียของไปแล้ว และได้ถามประชาชนหรือยังว่าต้องการให้อยู่­ต่อหรือไม่" นายชูวิทย์กล่าว
นายชูวิทย์กล่าวว่า ความต้องการที่จะสืบทอดอำนาจของเผด็จการชุ­ดนี้ ใคร ๆ ก็รู้ แม่แต่เด็กยังรู้เลย ทั้งหมดบอกได้ใน 10 ขั้นตอนคือ ( รายละเอียดติดตามในบทสัมภาษณ์ )

Offline

#611 January 24, 2016 12:53 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Way2fightnews

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : วิจารณ์ทักษิณกรณีไม่เอาฆาตกรฆ่า 91 ศพเข้าคุก

%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2+%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2+%E0%B9%99%E0%B9%91+%E0%B8%A8%E0%B8%9E.jpg

.........

เอา การวิเคราะห์ จากนักวิชาการ สศจ ที่ ยังมีข้อมูลลึกแต่ไม่สามารถบอกได้ ขณะนี้ก่อน นะ....มีโอกาสและเวลาจะวิเคราะห์บ้าง

มติชน

"สมศักดิ์ เจียม"เขียนเรื่อง "สองทักษิณ" ระบุ เป็นแกนนำมวลชนที่แย่และไร้คุณธรรม!

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

14403920931440392107l.jpg

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เเสดงความเห็นถึงการเคลื่อนไหวและเเสดงความเห็นทางการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังนี้ 

"ผมจะไม่พูดถึงข่าวล่าสุดที่จตุพรออกมาบอกว่าจะ "ลั่นกลอง" ปลุกระดมประชาชนอะไรนะ แต่จะพูดถึงอะไรที่มันกว้างกว่านั้น เป็นเรื่องเดียวกันนี่แหละ แต่มองภาพกว้างออกไปในประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญ และคิดๆ มาสัก%Y{Eักแล้ว"

ในช่วงวิกฤติ ๑๐ ปีที่ผ่านมา สำหรับ "คนเสื้อแดง" และคนที่เชียร์ทักษิณ-พรรคเพื่อไทย คุณทักษิณและเครือข่ายเป็น ๒ อย่างพร้อมๆ กัน ซึ่งบรรดาคนที่เชีย%B_์ บางทีก็ไม่ตระหนักว่า ๒ อย่างนี้ มันมีความแตกต่างสำคัญบางอย่างอยู่

ด้านหนึ่ง แน่นอน คนที่เชียร์เริ่มมาจากชอบคุณทักษิณในฐานะ รัฐบาล อันนี้ ก็รวมไปถึงหลังรัฐประหาร รัฐบาลสมัคร-สมชาย-ยิ่งลักษณ์ ด้วย คือชอบในแง่เป็นผู้บริหารประเทศ มีนโยบายที่รู้สึกว่าถูกใจ (จาก "๓๐ บาท" "สงครามยาเสพย์ติด" "โอท็อป" มาถึง "จำนำข้าว" ฯลฯ)

ผมจะไม่ถกเถียงในที่นี้ในแง่ว่า นโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลทักษิณ (รวมสมัคร-สมชาย-ยิ่งลักษณ์) ดีไม่ดีอย่างไร แค่พูดความจริงพื้นๆ ที่ว่า มีคนชอบมากกว่าไม่ชอบ คือเห็นได้ว่า เสียงส่วนใหญ่ก็ยังเลือกพรรคทักษิณเข้ามาบริหารประเทศเรื่อยๆ

ผมเป็นนักวิชาการ (ที่ไม่ได้ทำงานกับรัฐบาล) แทบจะคนเดียวในปี๔๘-๔๙ตอนเริ่มวิกฤติ ที่เสนอว่า ตราบเท่าที่ทักษิณได้รับความไว้วางใจจากเสียงส่วนใหญ่โดยผ่านการเลือกตั้ง ผมก็ยินดีจะดีเฟนด์ โดยเฉพาะดีเฟนด์จากการโจมตีของการเคลื่อนไหวที่วางอยู่บนฐานของกำลังที่ไม่อยู่ในระบบเลือกตั้ง-ตรวจสอบควบคุมไม่ได้เลย(สมัยนั้นปัญญาชน "ทวนกระแส" เกือบทุกคน ไม่เห็นว่าเลือกตั้งสำคัญอย่างไร ผมจะไม่ทบทวนในที่นี้ เพราะจะยาว แต่เป็นแบบนั้นจริงๆ)

ประเด็นที่ผมจะพูดในที่นี้คือ ตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา ทักษิณกับเครือข่ายยังมีบทบาทหรือสถานะอีกแบบหนึ่ง นั่นคือ บทบาท-สถานะในฐานะ ผู้นำขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของมวลชน

๒ อย่างนี้ - ในฐานะรัฐบาล กับในฐานะผู้นำหรือแกนนำขบวนการเคลื่อนไหวมวลชน - เป็นอะไรที่ไมใช่อย่างเดียวกัน ความจริง มีความแตกต่างสำคัญอยู่

อย่างแรกนั้น ผมคิดว่า ต่อให้ไม่ชอบหรือวิจารณ์ได้อย่างไร เราอาจจะพูดได้ว่า ทักษิณกับพวกประสบความสำเร็จจริง อาจจะพอพูดได้ไม่ยากเลยว่า "บริหารดีกว่า ปชป." (ไม่ต้องพูดถึง คสช.) และมองในเชิงหลักการปกครองประชาธิปไตย ต่อให้ไม่ชอบ ก็เป็นอะไรที่สามารถดีเฟนด์ได้ (คือดีเฟนด์ทักษิณกับพวกในฐานะรัฐบาลเลือกตั้งมา)

ปัญหาคือบทบาท-สถานะแบบหลัง

ในความเห็นของผมในบทบาทสถานะของการเป็นผู้นำขบวนการเมืองทักษิณกับพวกไม่เพียงประสบความล้มเหลวอย่างแย่มากๆ อย่างสำคัญ ยังเป็นผู้นำและแกนนำขบวนการการเมืองมวลชนที่แย่ ไม่มีคุณธรรม ไม่มีความสามารถสุดๆ ด้วย

ผมไม่สามารถไล่เรียงโดยละเอียดในที่นี้ว่า ที่เพิ่งพูดมีอะไรบ้าง เอาแบบสั้นๆ แค่ ๒ กรณีที่รู้จักกันดี คือ

(ก) การตัดสินใจยึดราชประสงค์ปี ๕๓ เป็นการตัดสินใจที่แย่ ที่ไม่จำเป็นและไม่มีประโยชน์ด้วย และในที่สุด การตัดสินใจนาทีสุดท้าย ที่จะไม่ยอมรับ "โร้ดแม็พ" อภิสิทธิ์ เพื่อต่อรองบางอย่างเพิ่มเติมให้ทักษิณ เป็นการตัดสินใจที่ไม่เพียงโง่ หายนะในทางยุทธวิธี ยังสะท้อนลักษณะไม่มีคุณธรรม เอาชีวิตของมวลชนเข้าเสี่ยง (แล้วก็ตายเป็นเบือจริงๆ ทั้งๆ ที่หลีกเลี่ยงได้) และแน่นอนสะท้อนลักษณะรวบอำนาจขึ้นต่อผู้นำ ไม่เป็นประชาธิปไตยด้วย (เสียงทักษิณใหญ่พอจะเปลี่ยนความเห็นที่ส่วนใหญ่เอนเอียงไปในทางยอมรับโร้ดแม็พแล้ว)

(ข) กรณีเหมาเข่ง ในแง่ยุทธวิธีล้วนๆ (ไม่ต้องพูดถึงในแง่หลักการอะไรเลยในที่นี้) เป็นการตัดสินเชิงยุทธวิธีที่โง่บัดซบสุดๆ และเช่นเดียวกับกรณีราชประสงค์ เป็นการตัดสินใจที่สะท้อนลักษณะไม่มีคุณธรรมมากๆ ด้วย คือตลอดเวลาก่อนหน้านั้น เอาชีวิตในคุกมวลชนตัวเอง รอไว้เป็นตัวคอยต่อรอง หาโอกาสเพื่อช่วยผู้นำ และในที่สุด เมื่อมีโอกาสที่จะช่วยผู้นำ ก็ทำ โดยไม่คำนึงถึงว่า เป็นการทำลายโอกาสของมวลชนตัวเองอย่างไร และแน่นอน การที่ทั้งพรรคเอาด้วยกันหมดแบบเชื่องๆ ก็ยืนยันอีกครั้งถึงลักษณะรวบอำนาจขึ้นต่อผู้นำ ไม่เป็นประชาธิปไตยของขบวนนี้

(จริงๆ ยังมีเรื่องที่ต่อเนื่องกันช่วงวิกฤติ กปปส.  แต่ผมจะไม่พูดในที่นี้ เพราะมันจะยาว คือประเด็นเรื่องการเคลื่อนไหวแบบ "ใต้ดิน" ที่แพร่หลายมากในหมู่เสื้อแดงในช่วงนั้น โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ประเด็นนี้มันมีความซับซ้อนอยู่ คือจุดเริ่มต้นอาจจะไม่ใช่มาจากการนำของทักษิณและระดับนำโดยตรง แต่ว่า ในที่สุด ความรับผิดชอบที่ทำให้มีสภาพเช่นนั้นขึ้นได้ มีส่วนอยู่ในความรับผิดชอบของระดับนำแน่นอน)

สรุปแล้วในฐานะบทบาทของผู้นำขบวนการการเมือง ทักษิณกับพวกมีลักษณะโง่และไร้คุณธรรม อันที่จริง ขบวนทั้งขบวนในแง่ความเป็นขบวนการเคลื่อนไหวการเมืองมวลชน มีลักษณะรวมศูนย์อำนาจขึ้นกับผู้นำ ไม่เป็นประชาธิปไตย มีลักษณะ "ระบบอุปถัมภ์" "มั่ว" สูงมากๆ

(อันที่จริง ควรกล่าวด้วยว่า ในสถานะรัฐบาล ลักษณะรวบอำนาจ ฯลฯ ก็มี แต่ในกรณีนี้ หลายคนอาจจะบอกว่า กลายเป็นความสำเร็จของทักษิณในฐานะรัฐบาลด้วยซ้ำ พูดง่ายๆ การที่อะไรๆ ก็ขึ้นกับทักษิณในฐานะนายกฯ ทำให้ทำอะไรเร็ว เด็ดขาด ฯลฯ ในแง่นโยบายบริหารประเทศ - นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งว่า สถานะ ๒ อย่างที่พูดถึง มีความแตกต่างกันอยู่)

ปัญหาคือ สำหรับชาวบ้าน ประชาชนทั่วไป บทบาท ๒ อย่างที่พูดนี้ มัน "ซ้อนทับ" กันอยู่ และคนที่ชอบทักษิณกับพวก ที่เริ่มมาจากการชอบในบทบาทแรก คือชอบในฐานะเป็นรัฐบาล (บริหารดี เศรษฐกิจดี ฯลฯ) ก็มักจะ "ถ่ายโอน" (transfer) ความชอบนั้น มาที่ทักษิณกับพวกในฐานะผู้นำขบวนการการเมืองด้วย พูดแบบง่ายๆ คือ ทักษิณกับพวกเอาไงเอาด้วย ในแง่จังหวะก้าวการเคลื่อนไหวการเมือง ในแง่ท่าทีทางการเมือง ฯลฯ
และคนที่เชียร์ทักษิณ ด้วยสาเหตุจากบทบาทแรก (คือในฐานะรัฐบาล ชอบนโยบาย ฯลฯ) ก็มักจะเลยไปเชียร์หรือดีเฟนด์ในบทบาทหลังด้วย แม้ว่า ในขณะที่บทบาทแรก อาจจะกล่าวได้ว่ามีเหตุผลเข้าใจได้ที่จะเชียร์หรือดีเฟนด์ แต่ในแง่บทบาทหลัง ไม่มีเหตุผลให้ควรเชียร์หรือดีเฟนด์

(อันที่จริง ไมเพียงระดับชาวบ้านหรือมวลชนทั่วไป ในช่วงก่อนรัฐประหาร ผมมองว่า แม้แต่นักวิชาการหรือแอ๊คติวิสต์บางส่วน ก็ "สับสน" หรือไม่แยกระหว่างบทบาท ๒ อย่างนี้ด้วย ความรู้สึกผมคือในช่วงท้ายๆ ก่อนรัฐประหาร นักวิชาการจำนวนหนึ่ง - ซึ่ง ๘-๙ ปีก่อนหน้านั้น ยังไงก็ไม่เอาทักษิณๆๆ - กลับไปขึ้นต่อหรือตามจังหวะก้าวหรือยุทธวิธีของทักษิณ-เพื่อไทยในฐานะขบวนการเมืองมากไป แต่เรื่องนี้มีความซับซ้อน ที่ไม่สามารถอภิปรายในที่นี้)

Offline

#612 January 24, 2016 12:59 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ทักษิณ ก็เป็นพวกอนุรักษ์นิยมขวาจัด แต่เป็นในส่วนที่กลุ่มอื่นไม่ยอมให้เข้าพวก ตอนนี้ก็ได้แต่กลับมาหลอกล่อประชาชนที่เคยเชื่อใจใน นปช และเคยเชื่อในหลักความยุติธรรมที่คิดว่าทักษิณมี และก็ได้หมดศรัทธาไปแล้วจากในกรณี เช่น นิรโทษกรรมเหมาเข่ง เหล่า สส. ใน พท ออกมากล่าวขานเซท 0 และ กรณีที่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ควรจะได้ยื่นฟ้องต่อศาล ICC เพื่อทวงความยุติธรรมให้ ปชช คนเสื้อแดง ที่ถูกฆาตรกรรมหมู่ตายเกือบร้อยศพ บาดเจ็บอีก สองพันกว่าคน ในเหตุการณ์ เมษา-พฤษภา ปี 2553 ทั้งที่รู้ว่าศาลไทยนั้นไม่สามารถทำงานได้เลย จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทักษิณ คือ พวกอนุรักษ์นิยมขวาจัด ตัวจริงที่ซ่อนรูปอยู่เช่นกัน

prachatai

Quote of the Day

+ *
สุรชาติ บำรุงสุข
Sun, 2015-11-01 17:21

1654121_836340899819405_6861867661335888903_n.jpg?oh=1d324d2b6d55bd77a758fb050e8f0a94&oe=56B9C45A *

a1_185.jpg

"สังคมไทยเดินมาไกลเกินกว่าที่จะปิดประตูบ้านตัวเอง ตามความเชื่อของปีกขวาจัด ความลำบากของปัจจุบันก็คือ เราดันอยู่กับอนุรักษ์นิยมขวาจัดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไหร่ และความไม่รู้เรื่องรู้ราวมันสะท้อนชัดว่า เขาไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะเดียวกันก็ไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลง หรือพลวัตที่เกิดขึ้นในบ้านตัวเอง"

ตอนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ว่าด้วยนิรโทษกรรมและปรองดอง ในสายตาคน(เคยผ่าน)เดือนตุลา
http://www.prachatai.org/journal/2015/10/62191

...........

http://www.naewna.com/politic/185973

พิชิต ชี้ นปช-พวก เหลือแต่ชื่อ ซัดทำทีให้ สุชน ลาออกนั่ง สปท.

* นปช คาเฟ่
วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558, 08.38 น.

185973.jpg

12 ต.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงยังเฟซบุ๊ค "พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์" ถึงกรณีการนัดใส่เสื้อแดง ในวันที่ 1 พ.ย. เพื่อให้กำลังใจแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และร่วมบริจาคเงิน หากมีความผิดในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และถูกดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั้น

รศ.ดร.พิชิต ระบุว่า ใครจะให้กำลังใจยิ่งลักษณ์ด้วยการนัดใส่เสื้อแดงวันที่ 1 พ.ย. หรือระดมบริจาคเงินถ้ายิ่งลักษณ์ถูกยึดทรัพย์จากคดีจำนำข้าว ถ้าทำเพื่อความสะใจ หรือ ประชดพวกสลิ่ม ก็เป็นเรื่องความชอบส่วนตัว แต่ถ้าคิดว่า ทำแล้วจะช่วยยิ่งลักษณ์ได้ คงจะผิดหวัง ลองตั้งคำถามว่า เขาอยากให้ทำหรือเปล่า ดูจากท่าทีของจตุพรและยิ่งลักษณ์ ชัดเจนคือ ไม่อยากให้ทำ ไม่อยากเผชิญหน้า นี่ไม่ใช่แนวทางของพวกเขา

"โอกาสที่พวกเขาจะสู้ มันผ่านไปนานแล้ว จากวันที่ยังเป็นรัฐบาล มีกำลังตำรวจบางส่วน มีเครือข่ายมวลชนนับแสน มีตปท.หนุน เขายังไม่สู้ ทิ้งเวทีไปเฉยๆ แล้ววันนี้ไม่มีอะไรเหลือ นปช.และเครือข่ายเสื้อแดงเหลือแต่ชื่อ เอาแต่รอเลือกตั้งภายใต้รธน.ที่เขาร่างให้อย่างเดียว ยิ่งไม่มีทางคิดสู้ ผีเข้าป่าช้าแล้วมีหรือจะฟื้น"

รศ.ดร.พิชิต ระบุต่อว่า  นอกจากคดียิ่งลักษณ์ ยังมีคดีสมชายสลายพธม. คดีเงินกู้ที่จ่อคอหอยลูกชาย คดีและหมายจับทักษิณเพิ่มอีก มีหรือที่เขาจะอยากเห็นการเคลื่อนไหวมวลชนหนุนยิ่งลักษณ์ มวลชนยิ่งแสดงออก ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ยิ่งลักษณ์ยังคงเป็นตัวอันตรายปล่อยไว้ไม่ได้ ยิ่งถูกกระทำมากเท่าใด ก็ยิ่งฝากความหวังไว้กับนิรโทษกรรมเหมาเข่ง มากขึ้นเท่านั้น เขาจึงให้สุชนไปร่วมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป แต่ทำเป็นแก้เกี้ยวด้วยการให้สุชนลาออกจากพรรคและอ้างว่าไปส่วนตัว พรรคจะได้ไม่เสียชื่อ ไม่ถูกปชช.ด่าให้เสียรังวัดอีก ส่วนใครจะเชื่อว่า มีลับ ลวง พราง เขาแตะมือกันแล้ว เขาคุยกันอยู่ เราไม่รู้หรอก บลา บลา บลา ก็เอาที่สบายใจแล้วกัน

2(3712).jpg

* สิ่งที พิชิต พูดนั้น ปรากฏให้เห็นเลยในวันที่ 1 พย 2558 นปช แม้พยายามปลุกกระแสใส่เสื้อแดงและแย่งซีน ปชช จากกลุ่มอื่น แต่ผลคือกร่อย ไปหน้าไทยรัฐ แต่กลุ่มอื่นไม่ร่วมและ ปชช ทั้งประเทศไม่แสดงออกในการใส่เสื้อแดงด้วย

...................


http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1445939390

เฒ่าวัย 68 ปีนเสาสปอตไลท์ มธ. ท่าพระจันทร์ คับข้องใจ "ปชต.รู้จักหรือไม่?"

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

14459393901445946353l.jpg

(27 ต.ค.58) เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งมีชายสูงอายุปีนขึ้นไปบนเสาสปอตไลท์ภายในสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ส.ป.ภ.) แพทย์ รพ.วชิรพยาบาล

ที่เกิดเหตุพบนายทอง โพธิ์ดี อายุ 68 ปี อาชีพเปิดแผงพระให้เช่าที่ตลาดท่าพระจันทร์ ยืนอยู่ด้านบนของเสาสปอตไลท์ ความสูง 12 เมตร ฝั่งหน้าอาคารคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี โดยนายทองสวมเสื้อกั๊กสีแดง และในมือถือขวดน้ำซึ่งข้างในบรรจุน้ำมันเบนซิน และยืนอยู่ในท่าทีนิ่งสงบ ขณะที่ด้านล่างเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้กางเบาะลมช่วยชีวิตเพื่อป้องกันนายทองกระโดดลงมา

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์เข้าเกลี้ยกล่อมนายทองให้ลงมาพูดคุย จนนายทองยินยอมปีนลงมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจยืนรออยู่ ซึ่งนายทองได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเพียงสั้นๆว่า ตนคับข้องใจว่า ประชาธิปไตยรู้จักหรือไม่ ความยุติธรรมรู้จักหรือไม่ และกล่าวอีกว่าจะไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยใจความภายในจดหมายมีเนื้อหาเกี่ยวกับคำถาม 4 อย่างคือ1.การปฏิรูปคืออะไร 2.ประชาธิปไตยคืออะไร 3.ยุติธรรมคืออะไร 4.ความเป็นธรรมคืออะไร

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบได้ขับรถจักรยานยนต์พานายทองไปส่งที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องในเรื่องขอแสดงความคิดเห็นและวิธีแก้ปัญหาต่อโครงการรับจำนำข้าว และปัญหาต่างๆของบ้านเมือง

..........

http://thaienews.blogspot.com/2015/11/9_1.html

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 01, 2558

จอม เพชรประดับ : บันทึกชีวิต"นวมทอง ไพรวัลย์" 9 ปีที่"ประชาธิปไตย"สิ้นใจ

บันทึกชีวิต"นวมทอง ไพรวัลย์" 9 ปีที่"ประชาธิปไตย"สิ้นใจ

Published on Oct 31, 2015
ในโอกาสครบรอบ 9 ปี การปลิดชีพตัวเองของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ สามัญชนคนขับรถแท็กซี่ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่ Thaivoicemedia ขอนำเสนอบทเพลงที่บันทึกเรืองราวชีวิตและอ­ุดมการณ์ที่เด็ดเดี่ยว หนักแน่นของ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ กับการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อต่อต้านอานาจเผ­ด็จการ ซึ่งเป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อรำลึกก­ารจากไปของ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ครบ 9 ปี โดยกลุ่มศิลปิน มฤคา ชื่อเพลงว่า "นวมทอง ไพรวัลย์"

รวมทั้งได้รวบรวมบทสัมภาษณ์ที่ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์ คุณจอม เพชรประดับ ถึงความมุ่งมั่น ที่จะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก เพื่อต่อต้านอำนาจเผด็จการ ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ ก่อนที่ลุงนวมทองจะปลิดชีพตัวเองเพียงไม่ก­ี่วัน รวมทั้งเรือ่งราวของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่นำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ในตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

...........

CJ30W61UYAEAljn.jpg:large

9 ปี ทักษิณ วิ่งวนอยู่รอบเสาอนุรักษ์นิยมขวาจัด แต่ปากบอกว่า เรียกร้องประชาธิปไตย
ความคิดของเขานั้นไร้คุณค่ามองไม่เห็นหลักมนุษยธรรมใดๆที่เป็นโลกอารยะในสังคมโลกเลย
เปรียบไม่ได้กับ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ หรือลุงทอง โพธิ์ดี ที่เพิ่งเป็นข่าว 

     klum

Last edited by linc49 (January 24, 2016 1:08 PM)

Offline

#613 January 25, 2016 11:11 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* คสช ..คณะสร้างความชั่ว..กำลังจะกลายเป็นคณะสิ้นชาติ.เพราะกำลังตั้งเป้าจะขายชาติให้

จีน

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=a2bd9feaf42b8d03d2f41e3d57da04e3&oe=5728CCD0Thailand Dictator Watch
14 มกราคม เวลา 19:30 น.

12510247_979671178792329_2646360814063035803_n.jpg?oh=f277040feef17c77fd03e3abfc3706cd&oe=57480D33

สมคิดเตรียมดัน กม.เช่าที่ดินเป็น99ปี......แบบนี้ไม่ขายชาติหรือ พวกนกหวีดที่เดือดร้อนจากเขาพระวิหารหายไปไหน? ยังกับสงครามฝิ่น ที่จีนเสียฮ่องกงให้อังกฤษ http://m.posttoday.com/economy/finance/409576

....


12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=6e1e9a6bd2b6983b2ae41c893ef5c761&oe=573E43CFอาณาจักรไบกอน Returns
3 ชม. ·
รัฐบาลทหารเอื้อธุรกิจให้ต่างชาติโดยเฉพาะพี่จีน
"แก้กฏหมาย จาก 50 ปี เป็น 99 ปี รัฐบาลคสช.ให้เหตุเผลว่าเป็นแรงจูงใจให้มีการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งต้องให้การลงทุนคุ้มการเสี่ยงลงทุน เป็น 99 ปี
สรุปคือจะให้สิทธิ์ยันชั่วลูกชั่วหลานกอบโกยผลประโยชน์ในแผ่นดินไทยหรือไงครับ
ถ้าสมมุติว่าระยะเวลา 50 ปี ลงทุนแล้วเจ๊งทุกปีถอนทุนไม่ได้ ผมว่าคนทำธุรกิจพวกนี้ไป"ผูกคอตาย"เถอะครับ
#โจรสลัด
แอดมินเห็นด้วยกับบทความต่อไปนี้
แผ่นดินไทย แผ่นดินใคร?
โดย ผู้จัดการรายวัน
22 มกราคม 2559 11:35 น.
ป้อมพระอาทิตย์
โดย โสภณ องค์การณ์

1929848_1818090925084995_5231818687683983246_n.jpg?oh=62030bab8827557042af0bc84321f51c&oe=57343667%w@/A
คนไทยธรรมดาไร้เส้นสาย ไร้อำนาจต่อรอง เริ่มสงสัยแล้วว่าอนาคตบ้านเกิดเมืองนอนจะเป็นไปในทิศทางใด แม้ยังไม่ถึงขั้นมืดแปดด้านก็จริง เมื่อดูแนวโน้มและพฤติกรรมของบรรดาผู้กุมอำนาจรัฐ คำพูดคำจาท่าที เจตนาที่ชาวบ้านรับรู้ บอกได้อย่างเดียวว่ารู้สึกวังเวงเหลือเกิน
ยิ่งเห็นการรุกคืบเข้ามาของคนต่างชาติ ยึดพื้นที่ทำมาค้าขายในเมืองท่องเที่ยว มีหมู่บ้านชุมชนพิเศษของพวกตนเอง กลุ่มพ่อค้านักธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์มุ่งเน้นโครงการเพื่อคนต่างชาติไม่คำนึงถึงผลเสียหายระยะยาว อนาคตของประเทศไทยน่าจะมีคนไทยเป็นพลเมืองชั้น 2 ยกเว้นคนรวย
มีข่าวว่าเกาะภูเก็ตถูกชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่สร้างอาณาจักรการค้าครอบคลุมธุรกิจการท่องเที่ยวเกือบเบ็ดเสร็จ แม้แต่คนไทยยังถูกห้ามเข้าร้านค้าคนจีนซึ่งจัดไว้เชือดพวกเดียวกัน ทำให้นึกถึงสภาพในเซี่ยงไฮ้ยุคถูกปกครองโดยต่างชาติมีป้ายห้าม “คนจีนและสุนัข” เข้าไปในร้าน
บัดนี้ร้านค้าชาวจีนในเกาะภูเก็ตกำลังแปรสภาพแผ่นดินไทยให้เป็นเหมือนเซี่ยงไฮ้ เพียงแต่ยังไม่มีป้าย “ห้ามคนไทยและสุนัขเข้า” แต่ก็ไม่แน่ ต่อไปอาจมีป้าย “ห้ามคนไทยเข้า สุนัขมีเจ้าของเข้าได้” ก่อนถึงเวลานั้นมีคำถามถึงคนไทยว่าถ้ามีหรือเป็นแบบนั้นโดยพฤตินัยแล้วจะทำอย่างไร
ยิ่งได้ข่าวว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจนักผลักดันให้ต่างชาติเช่าแผ่นดินไทยยาว 99 ปีมีแผนเลอเลิศจะให้ภูเก็ตดินแดนสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวเป็นเมืองไอทีเหมือนซิลิคอน แวลลี เปิดทางให้บริษัทจากจีนเข้ามาตั้งกิจการธุรกิจไฮเทคเต็มที่ ก็ได้แต่นึกด้วยความสยดสยองว่าแผ่นดินไทยคงไม่เหลือเมื่อธุรกิจขายชาติเฟื่องฟูด้วยข้ออ้างเพื่อดึงดูดนักลงทุน
คงจะเละเหมือนภาคตะวันออกซึ่งยุคโชติช่วงชัชวาลถูกกำหนดให้เป็นเหมือนริเวียราผสมกับซิลิคอน แวลลี แต่ความเป็นจริงคือเมืองสารพิษสารพัด พัทยาเป็นเมืองสำหรับคนต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยถาวร มีมาเฟียจากสารพัดชาติ เพียงแต่ไม่ยุ่งกับคนไทยเพราะกลัวโดนปราบปรามกวาดล้าง ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าบ้านเมืองส่วนหนึ่งทำตัวเป็นมือตีนรับใช้ให้ด้วยซ้ำ
คนต่างชาติชอบเมืองไทย จะมาอยู่ปักหลักถาวรด้วยการทำเอกสารปลอม ติดสินบน กลไกต่างๆโดยพวกเดียวกัน ยิ่งมีเจ้าหน้าที่กังฉินหิวเงินอวยสารพัด จัดทำบัตร เอกสารปลอม ผสมกับความเกรงใจคนและเงินต่างชาติ ความรักชาติหวงแหนผลประโยชน์เพื่อชาติจึงไม่มีในจิตสำนึก
ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงเป็นแหล่งรวมของคนทุกเชื้อชาติทั่วโลกเพราะที่อยู่อาศัยราคาถูก อาหารดีมีกินตลอดปี ไม่มีภัยธรรมชาติร้ายแรง ค่ารักษาพยาบาลถูก สะดวกสบาย ไม่มีก่อการร้าย แหล่งบันเทิงเซ็กซ์หาง่ายสำหรับทุกเพศทุกวัย คนไทยเกรงใจคนต่างชาติโดยนิสัยม้าอารี
ขอถามผู้มีอำนาจว่าพวกคุณท่านบุญหนักศักดิ์ใหญ่ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร และเคยคิดจะแก้ไขอย่างไรหรือไม่ หรือจะปล่อยให้การขายชาติ ขายแผ่นดินในรูปแบบต่างๆ เป็นไปอย่างเสรี ข้ออ้างที่ว่ายังวุ่นกับการแก้ไขปัญหาอื่นๆ อยู่นั้นไม่น่าจะมีเหตุผลเพียงพอ
นี่เป็นปัญหาด้านความมั่นคงของชาติ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีผลร้ายต่อประชาชน
ถ้าไม่คิดแก้ไข คนไทยมีสิทธิถามว่า จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร อำนาจมาตราต่างๆ มีไว้เพื่อกดหัวคนไทยไม่ให้โงขึ้น ปิดปากห้ามโวยวายหรือ ทุกวันนี้ชาวบ้านอยู่ในภาวะจำยอมเหมือนตัวประกัน มีทุกข์ร้อนเรียกร้องธรรมดาไม่ได้ผล จะชุมนุมให้มีน้ำหนักต่อรองก็โดนขู่ว่าจะใช้กฎหมายจัดการ
ชาวบ้านเข้าใจแล้วว่าการไร้บรรยากาศ “ประชาธิปไตย” นั้นเป็นเช่นใด!
เมื่อดึงดันเข้ามาด้วยการรัฐประหาร ทุกวันนี้ได้แสดงออกว่าพวกคุณท่านรักชาติ ปกป้องชาติให้ประชาชนเห็นหรือยัง เพราะมีแต่การเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามากอบโกยผลประโยชน์เต็มที่โดยโครงการต่างๆ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่รู้สึกห่วงคนไทยและอนาคตของประเทศ
อย่าพูดแบบดูถูกประชาชนว่า “ปัญหานี้มีมานานแล้ว พยายามแก้อยู่” เพราะยังไม่มีแม้แต่วี่แวว มีแต่เสียงร่ำลือถึงขบวนการซุ่มงาบคำโต อาศัยอำนาจและกฎหมายกดหัวไม่ให้คนโวยวาย
ที่พูดแบบนี้เพราะเป็นห่วงอนาคตของบ้านเมือง กลัวคนไทยจะเป็นพลเมืองชั้น 2 บนแผ่นดินตัวเองภายไต้อิทธิพลของเงินนำหน้าการล่าอาณานิคมด้วยอำนาจเศรษฐกิจผสมกับการขายชาติอย่างไร้ยางอาย ทุกวันนี้ไม่มีใครอธิบายได้ว่าคนต่างชาติเข้ามายึดที่ทำมาหากินนั้นถือวีซ่าอะไร
นับวันเมืองไทยจะเป็นพื้นที่เสรี ใครจะเข้ามาทำมาหากินอย่างก็ได้ เจ้าหน้าที่ไม่ใส่ใจดูแล ด้วยเหตุนี้จึงมีเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจ กลไกการรักษากฎหมาย กระบวนการยุติธรรม
อย่ามาย้อนว่าให้รัฐบาลที่มาจากการซื้อเสียงเลือกตั้งจัดการ เพราะถ้ารัฐบาลคุณท่านมีอำนาจคับประเทศ กฎหมายพิเศษมาตรา 44 ยังไม่กล้าทำ จะหวังให้นักการเมืองพฤติกรรมถอนทุนกังฉินกินเมืองทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้อย่างไรเมื่อเป็นกลุ่มจ้องโกงกินทั้งนั้น
เข้ามากุมอำนาจรัฐโดยวิธีอึกทึกคึกโครม เอากองทัพมาใช้ประโยชน์ค้ำ ฐานแทนความนิยมของประชาชน ถ้าไม่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมืองอย่างจริงจังจริงใจ นอกจากชาวบ้านไม่ศรัทธาแล้วยังทำให้กองทัพเสียหายด้วย คำประกาศหน้าหน่วยงานเรื่องภารกิจสำคัญจะเป็นเพียงป้ายติดไว้ให้ดูโก้ๆ เป็นการเสียของซ้ำซาก
ใครคิดทำรัฐประหารเข้ามาชุบมือเปิบตีกินอีกครั้ง ชาวบ้านไม่ยอมแน่
ช่วงนี้น่าห่วง สภาวะที่ยังหาคำตอบประชาชนไม่ได้ว่าทำไมยังไม่ทำตามสัญญาเหมือนเพลงที่กรอกหูชาวบ้านทุกเย็น และคำประกาศบนเวทีสากลเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ ปฏิรูปโครงสร้าง องค์กรต่างๆ นอกจากไม่ทำแล้วยังสวนทางกับคำสัญญาและคำประกาศอีกด้วย
การอ้างปัญหาหมักหมมเรื้อรังมานาน ฟังไม่ได้เพราะอาสาเข้ามาเอง
วันก่อนชาวบ้านได้ยินผู้มีอำนาจประกาศหน้าตาเฉยว่าเรื่องปฏิรูปตำรวจตามที่ประชาชนเรียกร้องตั้งแต่เข้ามายึดอำนาจโดยรัฐประหารนั้นให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต่อไปก็แล้วกัน ว่ากันง่ายๆ อย่างนี้แหละ ชาวบ้านได้ฟังก็สะอึก เจ็บปวดเหมือนถูกเยี่ยวรดหัวใจปานนั้น
การปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้นแม้แต่เรื่องเดียว แต่ชาวบ้านเสียภาษีเลี้ยงดูให้กินอิ่มทุกวัน ทั้งยังต้องทนกับคำพูดถากถางเชิงทวงบุญคุณไม่เลิกรา เหมือนชาวบ้านเป็นเสมือนทาสในเรือนเบี้ย
ยิ่งบอกว่าอีกปีกว่าจะมีเลือกตั้ง โดยโครงสร้างไม่เปลี่ยนแปลง นักการเมืองหน้าเดิมกับพวกหิวอำนาจหิวเงินจะเข้ามาอีกรอบประชาชนหลายคนเลิกหวังแล้วว่าบ้านเมืองจะดีขึ้น เว้นแต่พวกบ้องตื้นมองโลกสวยเหยื่อคำหวานโฆษณาชวนเชื่อลวงโลกเท่านั้น



12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=6e1e9a6bd2b6983b2ae41c893ef5c761&oe=573E43CFอาณาจักรไบกอน Returns
21 มกราคม เวลา 3:51 น.

12592351_1816519055242182_2362109121552158268_n.jpg?oh=fc3e149892a7530befc87c6320c9c7a7&oe=5742DDFB

เอาาาาละเว้ยยยยงานนี้!!!
เงื่อนไขกู้เงินญี่ปุ่น มาลงทุนสร้างรถไฟความเร็วปานกลาง : ต้องเป็นรัฐบาลทีมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น!!
เงื่อนไขกู้เงินจีน มาลงทุนสร้างรถไฟความเร็วปานกลาง ต้อง...
- ยกที่สองข้างทางให้
- ดอกเบี้ย 2%!!!!
เข้าข่าย #รัฐบาลขายชาติ ใช่หรือไม่!!?
เงินหักหัวคืวเข้ากระเป๋าใคร ...?
ทิ้งภาระไว้ชั่วลูกหลาน ใช้หนี้กี่สิบปีหมด!!
แล้วเงื่อนไขอื่นที่ซ้อนเร้นอีก!!??!
#กู้มาโกง
จริงๆคะ


10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=a2bd9feaf42b8d03d2f41e3d57da04e3&oe=5728CCD0Thailand Dictator Watch
12 ชม. ·

12573817_985658058193641_6949698430740553344_n.jpg?oh=d869eb5ae502cb81c7fa2e3badb0d3d2&oe=572E6ED0

คสชเดินหน้าแก้กฎหมาย ให้เช่าที่ดินจาก50ปีเป็น99ปี ย้ำไม่ได่ขายชาติ......แค่ให้เช่าชาติ ? http://www.matichon.co.th/news/11850

Last edited by linc49 (January 25, 2016 11:14 AM)

Offline

#614 January 25, 2016 11:46 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 5,590

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

https://www.youtube.com/watch?v=aWO-ceVnc6Y&feature=youtu.be&t=1223

Offline

#615 January 25, 2016 11:48 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 5,590

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ขออภัยท่าน linc  ขำมากเลยครับ เอามาแจมนิดนึง  dog.gif

Offline

#616 January 25, 2016 11:51 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 5,590

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ให้จีนเช่าที่ดิน 99ปี  ทำลายชาติชัดๆ  ผลร้ายจะตามมาสุดจะบรรยาย   มึงรู้ใหมโจรลิเก  และทเหี้ย  มึงกำลังทำอะไรกับประเทศไทย  รู้หรือเปล่า

Offline

#617 January 25, 2016 12:15 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=f4254ee241ea77b4cd50d92ae821a144&oe=573BABDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
11 ชม. ใกล้ กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย ·

ไม่เลือกวิธีแล้วสินะ

นักศึกษาโดนอุ้มอีกคนแล้วครับ ต่อไปคงอุ้มกันแบบถูกกฏหมาย
เพราะไอ้เหี้ยตู่มันให้ท้ายทหารเอาไว้ว่า จัดการได้ทุกวิถีทาง
ที่มา เฟสทนาย อานนท์

12540554_936547146442035_8554784727024739778_n.jpg?oh=cb00ff2c006622033e8a2dfbba4ea8cb&oe=5735A648

12548910_936542759775807_3472696950242262849_n.jpg?oh=97c67bebea3a9e27a60f0866a83fc5a0&oe=5746FB3A

Offline

#618 January 25, 2016 12:42 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

10402644_646800505412733_7510531223675189547_n.jpg?oh=a2bd9feaf42b8d03d2f41e3d57da04e3&oe=5728CCD0Thailand Dictator Watch
19 มกราคม เวลา 3:30 น.

12573693_982300735196040_6005170852128637162_n.jpg?oh=f8593d308b60035eada5761de2180d1a&oe=57324771

พาณิชย์สรุปปี 2558 เจ๊งกันเละกว่า 2.2 หมื่นราย เสียหายย่อยยับไปกับคสช. คนดีที่หนึ่งของเหล่ามวลมหาประชาชน http://www.posttoday.com/biz/gov/409926

........


600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=f4254ee241ea77b4cd50d92ae821a144&oe=573BABDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
23 มกราคม เวลา 6:14 น. ·
ตั้งแต่รัฐบาลลุงตู่คนดีเข้ามาบริหารประเทศ
ประชาชนก็เท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนจนหรือคนรวย
เท่าเทียมกันก็คือ "ฆ่าตัวตายเหมือนกัน"
สวนยางภาคใต้ ก็ราคายางตก ผูกคอตายรายวัน
นักธุรกิจคนรวย ก้หุ้นตก เชือดข้อมือตาย
อ้อลืมไป.....มันเป็นเพราะ "กลไกตลาด"
ตามนั้น อยู่นานๆ ประเทศจะได้เจริญ
@ หยุดดัดจริตประเทศไทย

http://www.matichon.co.th/news/10780

พิษหุ้นดิ่ง อดีตนายแบงก์สกุล”สนิทวงศ์ ณ อยุธยา”เชือดข้อมือฆ่าตัวสยอง คาคฤหาสน์100ล.

---------2-2.jpg

อ่านต่อใน มติชน ตามลิงค์ด้านบน

.......


600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=f4254ee241ea77b4cd50d92ae821a144&oe=573BABDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
20 มกราคม เวลา 23:27 น.
ฆ่าตัวตายรายวันเลยเหรอ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ คนทำอาชีพกรีดยาง ช่วยสอดส่องคนในครอบครัวตัวเอง หรือคนใกล้ตัวด้วยนะ พูดคุยกันเยอะๆ ให้%'p8ำลังใจกันนะครับ
ไม่ขอซ้ำเติมผู้เสียชีวิตครับ กูไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ เมื่อในอดีตได้ออกมาเรียกร้องจะเอา 120 หรือเปล่า คิดว่าไม่เหมารวมดีกว่าครับ

http://www.matichon.co.th/news/8085

สลด ชายหนุ่มเมืองยะลาเครียด ผูกคอตายคาต้นยาง

444444.jpg

อ่านต่อใน มติชน ตามลิงค์ด้านบน

..........


600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=f4254ee241ea77b4cd50d92ae821a144&oe=573BABDBหยุดดัดจริตประเทศไทย
21 มกราคม เวลา 20:36 น. · กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย ·
บอกแล้วว่าเป็นละครปาหี่ที่ช่วยนายทุนพ่อค้ายาง
มากกว่าช่วยชาวสวนยางที่เดือดร้อนจริงๆ

http://news.voicetv.co.th/thailand/315231.html

1004946.jpg

ชาวสวนยางใต้โวย รัฐบาลไม่ช่วยกลุ่มยากจ

Last edited by linc49 (January 25, 2016 12:47 PM)

Offline

#619 January 25, 2016 1:20 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 5,590

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ประชาชนต้องหัดคิดว่าต้นเหตุมาจากไหน  ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเป็นได้แบบนี้   ไปหาเองนะ ไม่ยาก  ถ้าใจเปิดกว้างจะรู้เอง

Offline

#620 January 26, 2016 10:28 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เอาแล้ว... องค์ลงกันใหญ่แล้ว จากหลายปัญหารุมเร้า.. คณะสร้างความชั่ว คสช. แก้ปัญหาราคายางด้วย..ลูกเทพ แม่มซะเลยยย...จากมันสมองการศึกษาระดับไหนคิดเอาเอง  dog

944039_1818038101756944_6309005451912947856_n.jpg?oh=96f085d8924d84e9a9d51b5f0d813a5a&oe=5744DC6E

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=6e1e9a6bd2b6983b2ae41c893ef5c761&oe=573E43CFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · เมื่อวานนี้ ·


กระจองงอง กระจองงอง
เจ้าข้าาาเอ้ยยยยย!!!

เร่เข้ามา ๆ ๆ ๆ ๆ  มาอุดหนุน ตุ๊กตาลูกเทพ
ของ คสช ไอเดียบัญเจิด กันเร๊วววววว

กรั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

นี่กรูไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ  ประเทศไทย กำลังจะผลิต  #ตุ๊กตายาง ของตัวเอง
ส่งออกไปทั่วโลกแล้วหรอคะเนี่ยยยยย??????

#ตุ๊กตาลูกเทพ ทำหน้าสุเทพเลยคร๊าาาา  ไหนๆเมิงก็จะเอาใจกันนิ  ทำเลยคะ....

ง่อยเปรี้ย ดักดาน ล้าหลัง งมงาย สมเป็น...กะลาแลนด์ ภายใต้การบริหารงานของทหารจริงๆ

#ถุย #ดีออออก

>http://r.search.yahoo.com/_ylt=AwrwNFxn7KVWTREAEofUHb86;_ylu=X3oDMTByN2RnanRxBHNlYwNzcgRwb3MDMQRjb2xvA3NnMwR2dGlkAw--/RV=2/RE=1453743336/RO=10/RU=http%3a%2f%2fpolitic.tnews.co.th%2fcontents%2f176992%2f/RK=0/RS=sjMMmV8I4fTqTWJ7Ccb6CeYB.mA-;_ylc=X1MDOTg1NjAzNTQwBF9yAzIEY3RzAzE0NTM3MTQ1NDAwODgEY3R6A1VUQys3
"บิ๊กป้อม" เอาจริง ?? จ่อใช้ยางผลิต "ตุ๊กตาลูกเทพ" - ปัดตอบปมสิทธิพิเศษ "อาหารบุฟเฟ่ต์" | สำนัก ...
..........

หยุดดัดจริตประเทศไทย
24 มกราคม เวลา 22:57 น. · กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย ·
บอกแล้วว่าไอ้ลุงตู่มันไม่จริงใo(_88กับชาวสวนยางใต้
ไอ้ที่รับซื้อยางแบบนี้ มันก็เหมือนไม่ได้ช่วย
น่าสงสารพวกเค้าเหมือนกันนะครับ

http://www.matichon.co.th/news/12452

ยางกระบี่โวยหนัก จำกัดสิทธิขายรายละ 150 กก. มองไม่คุ้ม-ไม่ได้ช่วยจริง

201601251032271-20151120115129.jpg

วันที่ 25 มกราคม บรรยากาศที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลเริ่มโครงการรับซื้อยางพาราในราคาชี้นำตลาด ราคากิโลกรัม (กก.) ละ 45 บาท ในช่วงเช้าบรรยากาศไม่คึกคัก มีเกษตรกรชาวสวนยางนำยางพารามาขายจำนวนน้อย เนื่องจากการจำกัดสิทธิของเกษตรกรให้จำหน่ายได้เพียงรายละไม่เกิน 150 กก. และต้องขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ทำให้หลายคนไม่สามารถจำหน่ายยางได้ในโครงการนี้..................อ่านต่อ ตามลิงค์

..........

http://www.matichon.co.th/news/12446

‘บิ๊กป้อม’ย้ำ ยางซื้อแล้วต้องใช้ ไม่ดองเหมือนข้าว เปรยหากทำตุ๊กตาลูกเทพได้ก็เอา

IMG_7683.jpg

...........อ่านต่อตามลิงค์ด้านบน

12646965_219156361757517_4950462272149475117_n.jpg?oh=1ba565e0ea730c0344d0b65abc5c2382&oe=5747632B

12540624_1126974907321224_2787602602154366770_n.jpg?oh=4037660cff6396fc2d0e147fc950e6d8&oe=573B0011

12646873_1818114608415960_6097518140139008061_o.jpg

12552991_1126945783990803_2398600582929655568_n.jpg?oh=717eb4e88e18b0592f916b86219a1dfa&oe=57400BB5

12573750_937016643061752_997899664710780052_n.jpg?oh=ab4d8924b391108d3cfceeedc1dd309e&oe=57444B92

..................มาอีกเป็นขโยงเลย.... ลูกเทพทั้งนั้น

รุ่นโคตรขลัง....โดยคณะศิษย์...ไม่เชื่อ..ระวังติดเชื้อในกระแสเลือด

549-4.jpg


1391395904-1328015541-o.jpg

1391914344-1391840673-o.jpg

10422143_1166768253340132_5463736921848980348_n.jpg

Last edited by linc49 (January 26, 2016 10:42 AM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.