iFreeThai

#721 February 26, 2016 10:23 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* การลอบฆ่า ติ๊ดตู่ จะไปเกี่ยวอะไร กับการเอา มาตรา 112 มาอ้างต่อจำเลย?!!! ทั้ง 3 (เพราะติ๊ดตู่ไม่เข้าข่ายคุ้มครองในมาตรานี้)


cropped-coverpng-copy.jpg

Assassination plot suspects indicted on lese majeste

24-02-2016

Lese majeste cases have been getting stranger and stranger over the years. Dead kings, dead royal dogs and more are now “protected.”

Yet the Prachatai report today of “[m]ilitary prosecutors [having] indicted suspects of the alleged Bike for Dad terrorist plot with the lèse majesté law while the suspects plead innocent” is one of the strangest.

The report states that the Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) lawyer Benjarat Meetian visited the suspects – Nattapon Na-wanlae, Wanlop Boonchan and Weerachai Chaboonmee – on 23 February 2016. They are held at the military’s remand facility in the 11th Military Circle base.

The lawyer told the men that of the judge advocate of the military prosecutor’s office indicted them of offenses under Article 112 of the Criminal Code and Article 14 of the Computer Crime Act for allegedly contacting each other online while planning to stage an attack on the Bike for Dad parade, organized in the the name of Prince Vajiralongkorn to honor his ailing father.

The claim is that the three were engaged in a terrorist plot. They have been detained since late November 2015. They were linked to another unproven “plot” called the Khon Kaen Model.

At the time of their arrest, it was stated that the three planned to assassinate The Dictator.Yes, we realize he isn’t covered by the lese majeste law, but it seems that along with disintegrated corpses and dogs, “events” are now covered by the lese majeste law.

The men are detained in illegal circumstances by the military and the military restricts access by lawyers.

Our search suggests that not all of these three have been mentioned in the case previously.

Offline

#722 February 26, 2016 11:23 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/02/fidh.html *+

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 26, 2559

การควบคุมตัวในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสูงขึ้นในระดับน่าตกใจ ตามข้อมูลในรายงานใหม่ขององค์กรสิทธิมนุษยชน FIDH กรุงปารีส

d9d1d06c7ab362975effd4a6dd385d5b.jpg

Source: FIDH Worldwide Movement for Human Rights
26/02/2016

(ปารีส) การควบคุมตัวในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสูงขึ้นในระดับน่าตกใจ ภายหลังการทำรัฐประหารในไทยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 FIDH และสสส.กล่าวในรายงานที่มีการเผยแพร่ในวันนี้ ในรายงาน “36 and counting - Lèse-majesté imprisonment under Thailand’s military junta” (36 และที่ต้องนับต่อไป การคุมขังตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพภายใต้รัฐบาลทหารไทย) แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อแบบแผนการละเมิดสิทธิที่จะมีเสรีภาพ สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นและการแสดงออก อันเป็นผลมาจากการฟ้องร้องดำเนินคดีตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา (กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) การละเมิดทั้งหลายเหล่านี้ถือว่าขัดต่อพันธกรณีของไทยที่มีต่อกฎบัตรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่สำคัญ

ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารในไทยหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การสอบสวนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมักนำไปสู่การตั้งข้อหาอาญามากกว่าช่วงก่อนรัฐประหารถึงเกือบสามเท่า นับแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีผู้ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลายาวนาน 36 คนตามมาตรา 112 ในช่วงที่ทหารยึดอำนาจ มี ผู้ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกตามมาตรา 112 อยู่ก่อนแล้วหกราย จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 จำนวนบุคคลที่ถูกจับกุมในคดีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 53 คน หรือเพิ่มขึ้นเกือบเก้าเท่า โดยในจำนวนนี้มีอยู่ 35 คนที่ได้รับโทษจำคุก และอีก 18 คนที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณา

จำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหลายคนต้องถูกควบคุมตัวเป็นเวลานานระหว่างรอการพิจารณา และมักถูกปฏิเสธอย่างเป็นระบบไม่ให้ได้รับการประกันตัว ส่งผลให้มีการละเมิดอย่างมากต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมทั้งสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะมีเสรีภาพและสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม โดยในจำนวน 66 คนที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดมาตรา 112 หลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 มีเพียงสี่คน (6%) ที่ได้รับการประกันตัวระหว่างรอการพิจารณา จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 61% ของจำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่างถูกควบคุมตัวมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปีระหว่างรอการพิจารณา โดย 28% ถูกควบคุมตัวมาเกือบหกเดือนแล้ว

นอกจากนั้นการให้อำนาจศาลทหารในการพิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหารแทนที่จะใช้ศาลพลเรือนส่งผลกระทบอย่างมากต่อสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมของบุคคลที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 นับแต่รัฐประหาร ศาลทหารได้พิจารณาและลงโทษจำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 24 คน โดยมีโทษจำคุกโดยเฉลี่ยสูงกว่าโทษจำคุกในช่วงก่อนรัฐประหารที่เป็นการตัดสินของศาลพลเรือนถึงสองปีครึ่ง

นับแต่รัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เกือบ 75% ของการจับกุม การควบคุมตัว และการจำคุกกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพภายหลังรัฐประหาร มักเป็นผลมาจากการใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นและการแสดงออก การควบคุมตัวบุคคลในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรวมทั้งการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเสรีเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ไทย เป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อพันธกรณีของไทยที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นและการแสดงออก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานสหประชาชาติและกลไกพิเศษหลายแห่งต่างได้แสดงความกังวลอย่างเปิดเผยต่อการฟ้องร้องดำเนินคดี การควบคุมตัวเป็นเวลานาน และคำสั่งจำคุกเป็นเวลาหลายปีตามมาตรา 112 พวกเขาได้เรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่าให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 และให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวในคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการแห่งสหประชาชาติ (UN Working Group on Arbitrary Detention - UNWGAD) ได้ประกาศว่าการควบคุมตัวบุคคลในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสามคนคือ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และภรณ์ทิพย์ มั่นคง เป็นการกระทำโดยพลการ คณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการแห่งสหประชาชาติได้ร้องขอให้ทางการไทยปล่อยตัวบุคคลทั้งสาม และให้ชดเชยค่าเสียหายกรณีที่มีการควบคุมตัวพวกเขาโดยพลการ

รายงานนี้ยังครอบคลุมรายละเอียดกรณีบุคคลหกคน ชายสามและหญิงสาม ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุกตั้งแต่ 5-30 ปีในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและการละเมิดพระราชบัญญัติการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ เรื่องราวของพวกเขาสะท้อนให้เห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง อันเป็นผลมาจากการที่ทางการบังคับใช้ กฎหมายมาตรา 112 อย่างจริงจังเกินไป
ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ
FIDH : Mr. Arthur Manet (ฝรั่งเศส, อังกฤษ, สเปน) – โทรศัพท์ +33672284294 (ปารีส)
FIDH : Ms. Audrey Couprie (ฝรั่งเศส, อังกฤษ, สเปน) - โทรศัพท์ +33648059157 (ปารีส)
UCL : ดร.จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ประธานสสส. (ไทย, อังกฤษ) - โทรศัพท์ +66890571755 (กรุงเทพฯ)


lesmaj.jpg  *

...

For English, follow the following link:
https://www.fidh.org/en/region/asia/tha … levels-new

Offline

#723 February 26, 2016 11:53 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.khaosod.co.th/view_newsonlin … 1456410551

logo.png

ทักษิณหมดความหมาย คอลัมน์ ใบตองแห้ง

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 21:07 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 58109 คน
ทักษิณมีไว้ทำไม ถามไม่ทันขาดคำ ทักษิณโผล่มาแล้วไง ให้สัมภาษณ์ 4 สำนักข่าวต่างประเทศโดยไม่จำกัด 4 คำถาม ซัด คสช.เผาบ้านไล่หนู ร่างรัฐธรรมนูญย้อนยุคพม่า-เกาหลีเหนือ ทำประเทศถอยหลัง ฯลฯ

อะไรที่ทักษิณพูด จำไว้ให้แม่น เป็นผิดทั้งนั้นสำหรับประเทศไทย ทักษิณไม่เป็นประชาธิปไตย ผูกขาดอำนาจไว้กับนักการเมืองกลุ่มเดียว คสช.สิเป็นประชาธิปไตย “ขอเวลาอีกไม่นาน” จะคืนอำนาจให้ประชาชนแน่นอน แค่ขอขยักบางส่วนในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี

14558209381455821018.jpg

พูดซื่อๆ ตรงๆ ดีนะครับ ขอซึ่งหน้าแบบนี้ใครจะกล้าขัด ติดอย่างเดียวทำไมไม่งัด ม.44 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญไปเลย ทำไมต้องทำประชามติให้เปลืองเงินภาษี ที่จะเก็บเพิ่มทั้งเหล้าบุหรี่น้ำอัดลม เปลืองแรงเปลืองกำลัง ต้องส่ง รด.รณรงค์ ต้องจับ “ไอ้ตู่” ปรับทัศนคติ ฤๅษีนั่งสมาธิยังนิมิตเห็นท่านขี่เมฆพ่นเลข 44 มีอภินิหารถึงเพียงนี้ ต้องใช้ประชามติทำไม

ทักษิณอุตส่าห์เก็งจังหวะ ออกมาพูดในช่วงที่กระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญมีชัย ซ้ำคณะรัฐมนตรีเสนอให้ยืดอำนาจพิเศษบทเฉพาะกาลไปอีก 4-5 ปี แต่ท่านนายกฯ รักษาท่าที ไม่ยักลดตัวไปตอบโต้ หันไปซัดรอยเตอร์ดีกว่า ค่อยสูสีหน่อย

ปล่อยให้โฆษกไก่อูแฟนเชลซี บดขยี้อดีตเจ้าของแมนฯ ซิตี้ ว่าหนีคดีไม่เคารพกฎหมาย มาแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดได้อย่างไร ใช่เลย ในเมื่อ คสช.ยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ ในเมื่อ คสช.ออกประกาศคำสั่งเป็นกฎหมาย ทักษิณก็ต้องให้เกียรติ ต้องเคารพ ต้องรู้เสียบ้าง “กฎหมายคืออะไร”

คำพูดทักษิณมีแต่ทำให้ชาวโลกเข้าใจประเทศไทยผิดๆ ทำให้สื่อต่างชาติเข้าใจคนไทยผิดๆ กระทรวงการต่างประเทศจึงต้องจัดระเบียบสื่อต่างชาติ ไม่ให้เสนอข่าวเสียหาย แต่เชื่อเถอะ นานาประเทศเข้าใจ นานาประเทศเชื่อลุงดอน ปรมัตถ์วินัย มากกว่าโทมัส ฟุลเลอร์ แห่งวอชิงตันโพสต์แน่นอน

ทักษิณมีความหมายอะไร ทำไม คสช.ต้องใส่ใจ ร่างรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ เป็นอำนาจที่ 4 ตัดตอนถอดถอนนักการเมืองได้ ใช้อำนาจตีความวิกฤตได้ ยังไม่พออีกหรือ ทำไมต้องวางกลไกพิเศษในบทเฉพาะกาล 4-5 ปี กลัวผีทักษิณเกินไปหรือเปล่า

เปล่า ไม่ใช่เลย คสช.ไม่ได้ไร้สติจนเชื่อว่าทักษิณซื้อโลกไปแล้ว ทักษิณเป็นแค่ผีที่ถูกปลุกไว้ให้คนกลัว ทักษิณมีน้ำยาอะไร ชนะเลือกตั้งกี่ครั้งก็ไม่มีทางเอาชนะกองทัพได้ ไม่มีทางเอาชนะชนชั้นนำในสังคมไทยได้

งั้นใครน่ากลัวกว่าทักษิณ อนาคตไงครับ มวลชนไงครับ มวลชนที่ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเสื้อแดง แต่คือ “การเมืองมวลชน” ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ระดับชุมชน ซึ่ง อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ชี้ว่า “เปลี่ยนผ่าน” มาแล้ว 20-40 ปี ถึงแม้การเมืองเสื้อสียังติดกับดัก “ผีทักษิณ” แต่ความเรียกร้องต้องการผลประโยชน์ของกลุ่มของชนชั้นตน จะทำให้การเมืองมวลชนไม่หยุดนิ่ง จะหวนกลับมากระทบ “อำนาจอุปถัมภ์” ของคนชั้นนำคนระดับบนที่เคยตั้งตนเป็นผู้จัดสรรผลประโยชน์

ขณะที่อนาคตของชนชั้นนำ ก็อยู่บนความไม่แน่นอน ในความเปลี่ยนแปลงของโลก

ลำพังทักษิณไม่น่ากลัวอะไร ใครอยากเกี้ยเซี้ยทักษิณง่ายนิดเดียว อย่าหลอกอีกก็แล้วกัน (เชื่อเหอะ ยังไงก็ไม่เข็ด) เพียงแต่ผีที่ปลุกมานานถ่วงหม้อไม่ได้ง่ายๆ คุณตกลงกับทักษิณได้ ก็ไม่มีทางตกลงกับมวลชนขั้วตรงข้ามได้

เช่นกัน คุณตกลงกับทักษิณได้ ก็ใช่ว่าจะตกลงกับมวลชนเสื้อแดงได้ แม้เสื้อแดงส่วนใหญ่รักทักษิณ แต่ 10 ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีแค่การใช้อำนาจจัดการกับทักษิณ ความคับแค้น ความอยุติธรรม ในการปราบปรามหลายต่อหลายครั้ง มวลชนไม่ได้ต้องการแค่ “นิรโทษ” แต่ต้องการ “ทวงคืนความยุติธรรม”

นี่ยกตัวอย่างเฉพาะการเมืองเสื้อสี ยังไม่นับผู้รักเสรีภาพ ประชาธิปไตย (ฝรั่ง) สิทธิมนุษยชน ซึ่งไม่สนใจทักษิณ-ไม่ทักษิณ อุดมการณ์เสรีหลากไหลตามวิวัฒนาการสังคม ยิ่งยุคสื่อสารเปิดกว้าง คนรุ่นใหม่ยิ่งคิดต่าง แปลกแยก กับอุดมคติจารีตนิยมที่เคยชี้นำสังคมไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

การเมืองมวลชนนำสังคมไทยมาถึงจุดที่ปลาอานนท์ใกล้จะพลิกตัว ความสัมพันธ์แบบเดิมที่เคยเหนี่ยวรั้งสังคมไว้ด้วยระบบอุปถัมภ์ ค่านิยม ศีลธรรมแบบเก่ากำลังจะพังทลาย จำเป็นต้องปรับไปสู่ความสัมพันธ์แบบใหม่ ค่านิยมใหม่ ศีลธรรมใหม่ แต่ยังสร้างไม่ได้

นี่ต่างหากที่น่ากลัว ทำให้ต้องเหนี่ยวรั้งด้วยร่างรัฐธรรมนูญเครื่องทำน้ำอุ่นแถมผ้าห่ม (ทั้งที่ประเทศไทยร้อนตับแตก) ยังไม่พอ ยังจะใช้บทเฉพาะกาลอำนาจพิเศษ โดยไม่ยักมองว่ายิ่งกดยิ่งดันเครื่องอาจยิ่งระเบิดเร็ว

Last edited by linc49 (February 26, 2016 11:54 AM)

Offline

#724 February 26, 2016 12:07 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เหตุโจมตีดังกล่าวเป็นการแก้แค้นที่ประเทศไทยบังคับส่งกลับชาวมุสลิมอุยกูร์กว่า 100 คนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558..ประยุทธ์ รับผิดชอบไหม?

http://news.voicetv.co.th/thailand/331680.html

แกะรอยมือบึ้มเอราวัณ มุ่งเป้า ‘นักท่องเที่ยวจีน’

by Sathit M.
26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:29 น.

1039647.jpg

รอยเตอร์อ้างตำรวจไทย เผยมือระเบิดศาลพระพรหมลงมือที่ท่าเรือยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนแต่ไม่สำเร็จ จึงเบนเข็มเป็นแยกราชประสงค์ พบผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาวอุยกูร์ เชื่อแก้แค้นไทยบังคับส่งกลับพี่น้องร่วมเชื้อชาติ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่า พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเริ่มเปิดฉากโจมตีที่ท่าเรือเจ้าพระยาปรินเซส ก่อนลงมือครั้งใหม่ที่แยกราชประสงค์ในวันที่ 17 สิงหาคม 2558

คำบรรยายฟ้องผู้ต้องสงสัย ระบุว่า ท่าเจ้าพระยาปรินเซสเป็นจุดลงเรือยอดนิยมในโปรแกรมท่องแม่น้ำระหว่างมื้อค่ำ แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวชาวจีนขึ้นลงที่ท่าแห่งนี้หลายร้อยคน ผู้โจมตีซุกระเบิดลูกหนึ่งลงในถังขยะ แต่ระเบิดไม่ทำงาน

ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ชั่วโมง บุคคลสวมเสื้อสีน้ำเงินคนหนึ่งซึ่งหมายจับระบุเป็น “ชายชาวเอเชีย” ได้มาเก็บระเบิดคืน แล้วเดินขึ้นไปทางเหนือน้ำ จากนั้น เขาเตะระเบิดลงน้ำไป ระเบิดทำงานในวันต่อมา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อการโจมตีที่ท่าน้ำดังกล่าวล้มเหลว ผู้ก่อเหตุจึงเปลี่ยนจุดลงมือเป็นศาลท้าวมหาพรหม

1039650.jpg

รอยเตอร์รายงานว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนที่ตำรวจไทยจับกุมเมื่อปีที่แล้ว คือ ยูซูฟู ไมไรลี กับอาเดม คาราดัก เป็นมุสลิมชาวอุยกูร์จากเขตซินเจียงของจีน

ที่ผ่านมา ตำรวจไทยยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุระเบิดที่โรงแรมเอราวัณมีแรงจูงใจที่ต้องการตอบโต้กรณีทางการไทยกวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์ แต่บรรดานักวิเคราะห์ นักการทูต และแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ไทยหลายคน ต่างบอกว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเป็นการแก้แค้นที่ประเทศไทยบังคับส่งกลับชาวมุสลิมอุยกูร์กว่า 100 คนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558

ข้อเท็จจริงที่ว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนตกเป็นเป้าโจมตีอาจกระทบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย เมื่อปี 2558 ไทยได้นักท่องเที่ยวจากจีนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 7.9 ล้านคน คิดเป็นกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28 ล้านคน

เมื่อสอบถามกรณีชาวจีนตกเป็นเป้าโจมตีในกรุงเทพ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ฮัวชุนอิง บอกกับบรรดาผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า พลเรือน รวมถึงชาวจีน กำลังตกเป็นเป้าโจมตีบ่อยครั้งขึ้นทั่วโลก “เราเชื่อว่าทางการไทยจะลงโทษฆาตกรในสถานหนักตามตัวบทกฎหมาย”

ตำรวจไทยปฏิเสธคำขอข้อมูลของรอยเตอร์เกี่ยวกับคดีนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ปฏิเสธคำขอสัมภาษณ์จากรอยเตอร์หลายครั้ง

ระเบิดที่โรงแรมเอราวัณเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 17 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 20 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน พ.ต.อ.กำธรเชื่อว่า หากระเบิดที่ท่าเรือเจ้าพระยาปรินเซสทำงาน อาจไม่มีการโจมตีที่แยกราชประสงค์

แอนโธนี เดวิส นักวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคง HIS-Jane’s ให้ความเห็นว่า การเลือกโจมตีที่ท่าเรือดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ท่าสำหรับผู้โดยสารทั่วไป บ่งบอกว่า ผู้โจมตีทำการบ้านมาเป็นอย่างดี คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ไม่รู้จักท่าเรือแห่งนี้ด้วยซ้ำ

เมื่อเร็วๆนี้ ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์เดินทางไปตรวจสอบที่ท่าเรือดังกล่าว พบว่ามีทหารไม่ติดอาวุธคอยรักษาการณ์อยู่ ทหารเหล่านั้นเล่าว่า เพิ่งมีการนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งเพิ่ม ทหารคนหนึ่งชี้ให้ดูจุดที่ตั้งของถังขยะที่คนร้ายนำระเบิดมาวาง

“ผมไม่อยากคิดเลยว่า ถ้ามันเกิดระเบิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ดูซี คนเต็มไปหมด”  ทหารคนหนึ่งซึ่งเจ้าตัวขอสงวนนาม กล่าว.

Source: Reuters

Photo:  AFP (file)

Offline

#725 February 27, 2016 11:46 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Wi Waa @Waa_wi  26 ก.พ.

"ทำลายความหวังของ ปชช." ท่านไปเอาความมั่นใจมากจากไหนเนี่ย เคยถาม ปชช.บ้างไหม

http://www.thairath.co.th/content/582934 

CcJrQiYUEAAth6K.jpg

.......

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=71fdaf2c1ee264ffe67712d4edcb64eb&oe=5765D0CFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 9 ชม. ·

12791116_1831365813757506_8036241639348557941_n.jpg?oh=e9c544f25ce993899461760a73819a9a&oe=5766A6B2

ถ้าต่างคนต่างทำหน้าที่ไป
มันก็จะถือว่าเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า รธน.ข้อดีคืออะไร ข้อเสียคืออะไร
แล้วให้ประชาชนตัดสินใจว่าสมควรจะรับหรือไม่รับ แต่นี่พ่อคุณล่อเดินรณรงค์พูดแต่ข้อดีของตัวเองถึงบ้าน แต่ห้ามภาคส่วนอื่นๆวิจารณ์ถึงข้อเสียแบบนี้มันก็ส่อเป็นรธน.หมกเม็ดความเลวร้ายช่อนเร้นแน่นอน!!

#โจรสลัด

......


http://thaienews.blogspot.com/2016/02/yes.html + *

วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 27, 2559

ถึงขนาดให้ รด. ออกหน้าแล้วเหรอ... ร่างรธน. ทหาร ที่พยายามยัดเยียดให้กับ ปชช. โดยให้เด็กๆ รด. เป็นสื่อกลางเพื่อให้ดูซอฟต์ลงและน่าโหวตYes มากขึ้น เป็นแผนที่ดีนะ เฉพาะกับกลุ่มคนที่ไม่ทันคนเท่านั้นแหละ

12795482_1743340055887027_7152157617887303408_n.jpg

12718248_1743340035887029_495075968020925316_n.jpg

“รด.จิตอาสา” เริ่มลงพื้นที่ กทม.เชิญชวนประชาชนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ด%u)9านนักรัฐศาสตร์ตั้งข้อสังเกต รด.รณรงค์หมายถึงทหารและ รด.มีส่วนได้ส่วนเสียกับการทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติหรือไม่

ช่วงสายของวันนี้ นักศึกษาวิชาทหารกลุ่ม รด.จิตอาสาและคณะทหารเริ่มออกรณรงค์ลงในพื้นที่กทม.ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในชุมชน 3 แห่งย่านถนนเจริญกรุง ได้แก่ ชุมชนโชฎึก ชุมชนโปลิสสภา และชุมชนจงสวัสดิ์

นายวรเมศ จงโอฬารดำรง ประธานชุมชนโปลิสสภากล่าวว่า ขณะนี้คนในชุมชนมีความสับสนและยังไม่เข้าใจในตัวร่างรัฐธรรมนูญมากนัก เขาเห็นว่ารัฐบาลควรทำให้ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น ก่อนจะไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงประชามติ ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละคนว่าจะเลือกลงคะแนนรับหรือไม่รับ

ขณะที่นายวิเชียร กมลงามพิพัฒน์ ประธานชุมชนจงสวัสดิ์เห็นว่า การรณรงค์ของ รด.จิตอาสา อาจเข้าถึงประชาชนได้ไม่มากนัก และเห็นว่าหากมีการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญผ่านทางโทรทัศน์ก็จะเข้าถึงประชาชนได้มากกว่า

ทางด้านรศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับบีบีซีไทยถึงความเห็นต่อการลงพื้นที่ของ รด.จิตอาสาว่า เขาไม่เห็นด้วยและไม่คิดว่าเป็นหน้าที่ของ รด.ที่ต้องออกมารณรงค์ เนื่องจากจะทำให้เกิดคำถามว่า การที่ รด.ออกมารณรงค์นั้นหมายถึงทหารและ รด.มีส่วนได้ส่วนเสียกับการทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติหรือไม่ เขาเห็นว่า สิ่งที่ทหารควรทำคือ ทำให้การลงประชามติครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของประชาชนให้มากที่สุด รวมทั้งทำให้บรรยากาศการลงประชามติเป็นไปอย่างอิสระ ซึ่งรวมถึงอิสระในการที่ประชาชนจะไม่ออกมาใช้สิทธิด้วย

รศ.ดร.พิชญ์ กล่าวว่า ทางออกที่ดีควรเปิดให้มีเวทีถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยทหารถอยตัวเองออกมาเป็นผู้รักษาความสงบ และทำให้กระบวนการลงประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนและให้ประชาชนมีอิสระในการเลือกให้มากที่สุด และเตือนว่า อย่าทำให้การรณรงค์ครั้งนี้มองเห็นคนที่ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญมีค่าเท่ากับคนที่ไม่เอาคสช.ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

ก่อนหน้านี้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยออกมาระบุถึงข้อกังวลว่านักศึกษา รด. จะไปชี้นำประชาชนให้ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลขอเน้นย้ำว่าโครงการนี้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา รด. สมัครใจเข้าเป็นจิตอาสาช่วยเหลือบ้านเมืองในเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน และยืนยันว่า การทำหน้าที่ของนักศึกษา รด. จึงไม่ใช่การชี้นำให้ประชาชนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประชาชนเอง

ที่มา เพจ บีบีซีไทย

12799107_1743340082553691_2476782536324458257_n.jpg

12801424_1743340165887016_8653824064070963625_n.jpg

รด.จิตอาสา เด็กกำลังโตหน้าตาสดใสแค่เดินนำหน้าบังหน้ามือถือแผ่นกระดาษ แต่ข้างหลับแว๊บ..แว๊บเขียวลายพราง ครูฝึกแก่ ขี้เหล้าเมายาทหารนั่นเอง

ooo


กำหนด โรดแม็ป คสช. “ยืดได้ และหดได้” ตาม “สถานการณ์”

ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

14564962751456496292.jpg

วิเคราะห์การเมือง

ความเห็น “ร่วม” ระหว่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ กับ นายวิษณุ เครืองามสะท้อน “ความมั่นใจ” เป็นอย่างสูง ในทางการเมือง

มิใช่ “ความมั่นใจ” ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์

มิใช่ “ความมั่นใจ” ของ นายวิษณุ เครืองาม

ตรงกันข้าม เป็น “ความมั่นใจ” ของคสช. เป็น “ความมั่นใจ” ของพลังแห่งอำนาจอันรับผิดชอบต่อกระบวนการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

เป็น “ความมั่นใจ” บนพื้นฐานแห่ง “ความจำเป็น”

ยืนยันว่า กระบวนการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จะไม่เหมือนกับรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 อย่างเด็ดขาด

นั่นก็คือ มิได้เป็นการมาและจากไปอย่างรวดเร็ว

ตรงกันข้าม เท่ากับเป็นการตอกย้ำและยืนยันบทสรุปจากความเชื่อเป็นอย่างสูงของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เมื่อเผชิญกับการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนกันยายน 2558 ว่า

“เขาอยากอยู่นาน”

cov1854.jpg *

ถามว่ามองจากกระบวนการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อะไรคือความล้มเหลวอันเนื่องแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

1 คือ การทำรัฐประหารแล้วไม่ “ดำเนินการ” ต่อ

เห็นได้จากการมอบอำนาจให้กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลในเดือนตุลาคม 2549

จากนั้น คมช.ก็ไปนั่งเสมอนอก

1 คือการรีบร้อนร่างรัฐธรรมนูญ การรีบร้อนจัดการเลือกตั้งทั่วไปด้วยความฝันลมๆ แล้งๆ จากแผนบันได 4 ขั้น

ผลที่ปรากฏในเดือนธันวาคม 2550 คือ บันได “หัก”

รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงอุดรูรั่วทุกอย่างที่สรุปจากความล้มเหลวของรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

นั่นก็คือ คสช.เข้าจัดตั้ง “รัฐบาล” ด้วยตนเอง

นั่นก็คือ คสช.เข้าจัดตั้งแม่น้ำอีก 4 สาย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ

รวมแล้วก็คือ “แม่น้ำ 5 สาย”

แม้ในที่สุดตามโรดแม็ปมีกำหนดจะจัดการเลือกตั้งภายในเดือนกรกฎาคม 2560 แต่ก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญคสช. กำกับและควบคุมโดยเครือข่ายของคสช.

ทั้งยังสามารถ “ต่อท่อ” แห่ง “อำนาจ” ให้ยาวไปได้อีก 4 ปี

จึงเห็นได้จากคำที่ว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” ของคสช.นั้นไม่เหมือนกับรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

กำหนดเวลาของการเลือกตั้งมีลักษณะยืดได้ หดได้ กำหนดเวลาของการดำรงอำนาจก็มีลักษณะยืดได้หดได้ ไม่ตายตัว

แต่จะทำได้ครบตาม “โรดแม็ป” หรือไม่ก็ต้องติดตามต่อไป

ooo


คสช กำลังพยายามบอกว่า "โหวตเยสรัฐธรรมนูญ เพื่อในหลวง"

12743802_956222201097726_4318494106584974329_n.jpg

This E-News edits เพื่อความเหมาะสม

ที่มา
12063386_889937894392824_5154552084527806469_n.jpg?oh=61d726458490be899adf22e94992803f&oe=57625969

Somsak Jeamteerasakul

ขอบคุณ "มิตรสหายท่านนั้น" ที่แชร์ลิงค์รายงานข่าวนี้ http://www.ryt9.com/s/tpd/2370302
และภาพรายงานข่าวนี้ตามที่ตีพิมพ์ใน ไทยโพสต์ วันนี้

เนื้อหากล่าวถึงการที่ คสช เริ่มออกรณรงค์ "เดินสาย" ในที่ต่างๆ เพื่อให้มีการรับร่าง รธน จุดที่รายงานครั้งนี้ คือที่นนทบุรี มีกรมทหาร ปตอ. ซึ่งรับผิดชอบเขตนนทบุรีเป็นเจ้าภาพ จัดที่ห้องประชุมโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี มีการเกณฑ์นักเรียนจาก รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี รร.บดินทรเดชา ฯลฯ และโรงเรียนอื่นๆ 300 รร. รวม 600 คน บวกกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการอีก 200 คน (รวมแล้วก็ 800 คน) มาฟัง

ตอนหนึ่งของการอบรม คือให้ พันเอกถิรวัฒน์ บุญเพ็ญ ราชองครักษ์ ประจำกรมราชองครักษ์ มาบรรยาย คุณถิรวัฒน์ ก็บรรยายคุณงามความดีของในหลวงไว้อย่างซาบซึ้ง ผมอ่านแล้วน้ำหูน้ำตาไหล พิมพ์สรุปไม่ได้เลย ไปอ่านกันเองก็แล้วกัน (๕๕๕ จริงๆแล้วหลายวันนี้ผมไม่สบายอีก น้ำหูน้ำตาไหลอยู่เรื่อยเพราะหวัด ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงพิมพ์ด้วยน่ะ)

ถ้าพูดแบบซีเรียสหน่อยนะ เห็นได้ชัดว่าคุณถิรวัฒน์พยายามจะพูดให้ "ดราม่า" สะเทือนอารมณ์ เพื่อ "บีบน้ำตาคนดูคนฟัง" อะไรแบบนั้น ยกตัวอย่างเช่น

"......จุดเปลี่ยนในชีวิตของผมมาจากคุณยายของผมเองที่ไปเก็บขยะขาย ซึ่งได้บอกผมว่า เงินแค่บาทเดียวดูไม่มีความสำคัญ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นของเรา คำพูดนั้นส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้ ในเมื่อในหลวงเป็นของพวกเรา ทำไมไม่ดูแลพระองค์ท่านบ้าง...."

ผมอ่านแล้วก็ยังงงๆว่า "เงินแค่บาทเดียวดูไม่มีความสำคัญ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นของเรา" ที่คุณถิรวัฒน์บอกว่าเป็นคำพูดที่ "ส่งผล [ต่อเขา] มาจนถึงทุกวันนี้" มันหมายความว่ายังไงน่ะ คือ สองวรรคนั้นมันเป็น "ตรรกะ" หรือเป็นเหตุเป็นผลกันยังไงน่ะครับ  ..... คือเป็นงงน่ะครับ

.............

Wi Waa
@Waa_wi
#บริหารประเทศไม่เห็นยาก

CcOVAD6UMAA1rfV.jpg

Offline

#726 February 27, 2016 12:08 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Ca2N8uKW8AAMGkf.jpg

12744147_1081252568591786_7485035544384279666_n.jpg?oh=40d9b5ad7f40a85d7bce850f209987d5&oe=5758C944

10400834_10205370391529412_5111617856596829359_n.jpg?oh=93ccb4375d1e30f5116d7e10acf419e6&oe=574E66D1

รายการ NDM FOCUS EP1 รัฐธรรมนูญเถื่อน BREAK 1
photo.jpgNew Democracy Movement

12096607_1029092120467264_6920536214226009758_n.jpg?oh=f33b0e3581ef74da6e1fe9ab32423dbc&oe=5750E8E1

12805973_1029624957080647_2255559123491218048_n.jpg?oh=1461a6fd5e2a0220c3778cf84bf55bef&oe=5755E3BD

1374938_845052708871207_8510774192047759544_n.jpg?oh=1d10603289151ed6f3e029256983ebb8&oe=575F67F3พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen
ถูกใจเพจนี้ · 5 ชม. ·

384276_1029677687075374_8780074015131912894_n.jpg?oh=3a871a0070901c851319acb625f452f0&oe=575BA65C

คนเต็มหอประชุมเล็ก มธ
น้ำตาจะไหล ชื่นใจจัง

12792341_1029760857067057_5874134897985665443_o.jpg

Last edited by linc49 (February 27, 2016 12:14 PM)

Offline

#727 February 28, 2016 11:32 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

prachatai

NDM จัดคอนเสิร์ตระดมทุน เตรียมความพร้อมเดินสายประชามติ รธน.
Sun, 2016-02-28 20:22

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) เผยคอนเสิร์ตระดมทุนเตรียมความพร้อมระหว่างรอร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายผ่านไปด้วยดี เผยเจ้าหน้าที่ไม่กล้าจับ นศ. เพราะมีคนร่วมงานเยอะกลัวเสียภาพพจน์

24715945943_b20991d0df_o_d.jpg

25249614821_9c5358b68e_o_d.jpg

24975045219_c66338d2aa_o_d.jpg

25249617541_31c0ac0a4e_o_d.jpg

25249618811_ee70a13972_o_d.jpg

25249620331_ca611350d4_o_d.jpg

24975048349_e1046a8fcb_o_d.jpg

28 ก.พ. 2559 รังสิมันต์ โรม จากขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ให้สัมภาษณ์ว่ากิจกรรมคอนเสิร์ตระดมทุนเมื่อวาน ( 27 ก.พ.) ผ่านไปด้วยดี โดยมีผู้เข้าร่วมเต็มหอประชุมเล็กและหลายคนไม่มีเก้าอี้นั่ง

"ตอนแรกก็ลุ้น ๆ ว่าคนจะเยอะไหมเพราะสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ดีเท่าไร" โรมกล่าวและเพิ่มเติมว่า ส่วนการเตรียมจับกุมนักศึกษาที่มีหมายจับตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งไว้ก็ไม่เกิดขึ้น คาดว่าเป็นเพราะคนมาร่วมงานเยอะมาก หากมีการจับกุมย่อมสร้างภาพพจน์ย่ำแย่แก่เจ้าหน้าที่

โรมกล่าวอีกว่าการระดมทุนครั้งนี้จัดโดยกลุ่ม NDM เพื่อเตรียมความพร้อมระหว่างรอร่างรัฐธรรมนูญสุดท้าย เพื่อที่เมื่อมีโอกาส จะมีเงินเดินสายรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังรวมยอดการบริจาคไม่เสร็จเพราะมีหลายช่องทาง หากทราบยอดรวมจะแจ้งสาธารณชนทราบผ่านทางเพจและไลน์ของกลุ่ม

"สถานการณ์นี้ไม่มีใครมั่นใจอะไรได้ซักอย่าง เกิดอะไรขึ้นก็ได้ ถ้าเป็นกฎหมายปกติ คนตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่นี่ไม่มีใครรู้ และสิ่งที่เขาบอกไว้ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด เราแค่เตรียมความพร้อม และเชื่อว่าจะมีประชามติตามที่สัญญาไว้" โรมกล่าว

Offline

#728 February 28, 2016 11:33 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

จักรภพ เพ็ญแข - Jakrapob Penkair ได้แชร์โพสต์ของ Nucharin TPnews
1 ชม. ·
https://m.facebook.com/story.php…

12791034_487117001494643_2492242915420787314_n.jpg?oh=d3d0d826148f9ebc550a9de43279d41b&oe=575BBCA9

(การบรรยายสดในขณะนี้ของ จักรภพ เพ็ญแข): “...หมู่นี้ผมเดินทางบ่อยและไปหลายประเทศ ทำให้รู้สึกชัดเจนยิ่งขึ้นถึงความถดถอยของรัฐไทยในมาตรฐานระหว่างประเทศในทุกด้าน globalisation ทำให้กลไกตอแหลของรัฐไทยในอดีตเสื่อมลง จนถึงขั้นไม่มีใครเชื่อ เว้นแต่ประชาชนที่อ่อนแอทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ ทางกายก็คือสวมกอดศาลเจ้าเก่าๆ ของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น อาศัยพลังคน อำนาจผี บารมีพระมาป้องกันตัว แทนที่จะคิดใช้สติปัญญาช่วยตัวเองอย่างมนุษย์ที่มีความเท่าเทียมกัน สันดานทาสแบบนี้เองที่ทำให้ประชาธิปไตยไทยอ่อนแอ ส่วนทางใจก็คือใจแคบ เอาหัวมุดดินคิดแบบเดิมๆ เชื่อแบบเดิมๆ ไม่ยอมรับข้อเท็จจริงอะไรทั้งนั้น จนถึงขั้นแผ่นดินไหวหรือเรือจะล่มแล้ว จึงโผล่ขึ้นมาหาทางเอาตัวรอด เดชะบุญที่ขณะนี้แผ่นดินไทยใกล้จะพลิกผันและเรือลำเก่าก็ใกล้จะล่มเต็มทีแล้ว สัญญาณและอาการต่างๆ จึงผุดขึ้นมาให้เห็นประจักษ์ ไม่ว่าจะสีไหนคงจะได้เห็นโศกนาฏกรรมสยามแก่สายตา ผมจึงตั้งเรื่องที่เราจะคุยกันในวันนี้ว่า “วิเคราะห์ระเบิดเวลา” โดยขอแบ่งบรรยายเป็น ๓ ท่อนสั้นๆ ได้แก่ ๑) วิเคราะห์สถานการณ์ในนาทีนี้ ๒) วิเคราะห์ระเบิดเวลา ๓) วิธีการเตรียมตัวรับมือ ผมขอบรรยายเดี่ยวปูพื้นไปก่อนสักระยะหนึ่งเหมือนทุกๆ ครั้ง เพื่อให้แนวคิดชัด จากนั้นท่านจะถามอะไรเข้ามาก็เชิญได้ตามอัธยาศัยครับ...

Offline

#729 March 1, 2016 10:24 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ไม่มีอะไรในกอไผ่ นอกจากหน่อไม้  เป็นดราม่า แบบหนึ่ง คนถามเหมือนรู้ประว้ติมีดีลกับทหาร .. ทักษิณ บ่ายเบี่ยง ตอบ      klum

* เดี๋ยวเอามุมมอง วอชิงตันโพสต์ มาต่อ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/blog-post_1.html

วันอังคาร, มีนาคม 01, 2559

ถอดรหัสคำต่อคำ "ทักษิณ" เผยผ่าน อัลจาซีรา เตือน คสช. ห่วงประชาชน

Thaksinalja.png

ที่มา TV24 สถานีประชาชน
วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) ได้ออกอากาศบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใน Al Jazeera: Thaksin Shinawatra: Let Thailand return to democracy โดย กองบรรณาธิการ Social Media สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม TV24 สถานีประชาชน เรียบเรียงเนื้อหาเป็นภาษาไทย ดังนี้

%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25AD%2B2559-02-29%2B%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%2B20.51.59.png

Al Jazeera: ขอบคุณมากครับที่มาร่วมรายการกับเราในวันนี้ ทั้งคุณ (ดร.ทักษิณ ชินวัตร) และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้อยู่ในสายตาของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในสมุดภาพที่สวยงามและบนปฏิทินที่แจกจ่ายไปทั่วประเทศ ทำไมต้องเกิดขึ้นตอนนี้?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ผมเลือกที่จะอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อปล่อยให้ร%d(0บาลได้แก้ปัญหากันไป แต่ขณะที่เวลาผ่านมาปีครึ่งแล้ว แต่การปรองดองกลับไม่ได้เกิดขึ้นจริง ขณะที่มีการกระทำต่างๆที่ส่งผลกระทบจนรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นั่นคือเหตุผลที่แค่อยากออกมาบอกว่ารู้สึกเดือดร้อนจากคณะรัฐบาล

Al Jazeera: ตลอดเวลาตั้งแต่หลังรัฐประหาร มีทั้งนักวิชาการ นักศึกษา นักกิจกรรมออกมาต่อต้านเป็นจำนวนมากแต่ทั้งคุณและยิ่งลักษณ์ต่างเงียบ เพราะอะไร?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: เราอยากจะให้เวลาแก่คณะรัฐประหาร เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ แต่ดูเหมือนว่าแนวทางแก้ปัญหาจะออกนอกลู่นอกทาง รัฐบาลไม่ได้ความคิดที่จะปรองดอง

Al Jazeera: ดูเหมือนคุณก็ไม่ได้หวังว่ามันจะปรองดองได้?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: การปรองดองไม่เคยเกิดขึ้นจริง ครั้งแรกหากคุณจำได้ ตอนที่ทหารนั่งเรียงกันเป็นแถวเพื่อแถลงการทำรัฐประหาร สาเหตุที่ต้องยึดอำนาจการปกครองคือเพื่อสร้างความปรองดอง ถ้าคุณลองย้อนกลับไปฟังว่าคสช.พูดอะไรในวันแรกเปรียบเทียบกับวันนี้ ผ่านมาปีครึ่งแล้ว ไม่มีการปรองดองใดๆเลย

ThaksinMaster.png

Al Jazeera: นี่คือการเริ่มต้นการตอบโต้ โดยชินวัตร?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: การพูดวันนี้ไม่ใช่การตอบโต้ ผมแค่ปรารถนาให้ประเทศกลับคืนสู่เส้นทางประชาธิปไตย ไม่ได้เลยออกไปสู่ความเป็นเผด็จการ

Al Jazeera: ดูจากที่คุณสื่อสารกับมวลชนผู้สนับสนุนผ่านโซเชียลมีเดีย พูดในทำนองว่า “ปีนี้เตรียมตัวให้พร้อม” คุณหมายความว่าอย่างไร?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: การเลือกตั้ง

Al Jazeera: ปีนี้?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: หากสิ่งที่รัฐบาลทำ ทำให้ประชาชนพอใจได้ บริหารเศรษฐกิจประเทศให้เจริญเติบโตได้ แต่ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ามาก สถานการณ์แย่ลง ประชาชนยากจนลง จนแทบไม่มีความหวังแล้ว

Al Jazeera: คุณกำลังจะบอกว่ารัฐบาลทหารจะถูกกดดันให้จัดการเลือกตั้งในปีนี้ ในขณะที่รัฐบาลก็บอกว่าจะเกิดขึ้นในสิ้นปีหน้า?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: สถานการณ์นี้อาจไม่เอื้อให้รัฐบาลทหารอยู่ได้นานนัก เพราะวิธีการปกครองประเทศของรัฐบาล ระบบใดที่ไม่ฟังเสียงประชาชนของตนเอง จะอยู่ไม่ได้นาน รัฐบาลจะต้องใส่ใจประชาชนให้มากขึ้น ผมไม่แคร์หากรัฐบาลอยากมีอำนาจต่อ อยู่ต่อไปเลย! แต่ต้องทำให้ประเทศก้าวหน้าและต้องห่วงใยประชาชนให้มากกว่านี้ แม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็ต้องอย่าลืมว่าประเทศชาติไม่ได้หมายถึงแผ่นดินเพียงอย่างเดียว หากแต่ประเทศหมายรวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินด้วยเช่นกัน

%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25AD%2B2559-02-29%2B%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%2B21.23.40.png

Al Jazeera: คุณบอกว่ามันจะถูกกดดันให้มีการเลือกตั้งภายในปีนี้ แรงกดดันเหล่านี้มาจากไหนที่จะกดดันจนต้องเกิดการเลือกตั้ง และหากไม่ได้เกิดการเลือกตั้งมันจะเกิดอะไรขึ้น?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : ผมมองว่าวิธีการปกครองประชาชน วิธีการบริหารขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาล สิ่งที่ต่างประเทศมองไทย ถ้ารัฐบาลรักและห่วงใยประชาชนจริงๆเหมือนที่กล่าวอ้าง รัฐบาลต้องปล่อยให้ประเทศกลับคืนสู่ระบบประชาธิปไตย

Al Jazeera: คุณมีความเห็นอย่างไรกับการรัฐประหารเมื่อพฤษภาคม 2014

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ภายหลังที่เกิดเหตุการณ์ประท้วงบนท้องถนน ผมได้ตั้งข้อสังเกตไปว่ามีทหารไปแฝงตัวในการชุมนุม ผมคิดว่ามีการวางแผนกันมาเพื่อให้เกิดการรัฐประหาร และตั้งแต่ประมาณ เมษายน ทหารเริ่มตั้งบังเกอร์ตามท้องถนนในกรุงเทพฯ คุณจำได้ไหม ที่มีการตั้งบังเกอร์ที่เชียงใหม่ด้วย ผมรู้ทันทีว่า มีการวางแผนทำรัฐประหาร

Al Jazeera: ทหารบอกว่าการตั้งบังเกอร์เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ไม่เลย คุณรู้ไหม ตั้งแต่ทหารเริ่มแฝงตัวในม็อบสุเทพ ผมเริ่มเห็นจากวิธีในการสื่อสารกับรัฐบาลน้องสาวผมในตอนนั้น ผมก็รู้แล้ว ผมรู้ทันทีว่าจะเกิดรัฐประหารแน่นอน

Al Jazeera: นั้นคือการเตรียมการรัฐประหารมาอย่างดีเยี่ยม?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : ใช่

Al Jazeera: คุณเชื่อมั่นเช่นนั้น คุณรู้ตั้งแต่นาทีที่ม็อบเกิดขึ้นบนท้องถนน?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ใช่

Al Jazeera: แล้วคุณคิดว่าตอนนี้รัฐบาลจะเดินหน้ากันไปยังไง คุณเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับถัดไปจะไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าไร การเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวนายกรัฐมนตรี?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นายกรัฐมนตรีในอนาคตจะถูกควบคุมโดยองค์กรเหนือรัฐแบบโปลิตบูโรควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติยาวนานต่อเนื่อง 20 ปี เพื่อควบคุมการบริหารงานของรัฐบาลอีกที ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับไม่ได้สนใจเคารพในเสียงของประชาชนเลย ประชาชนแทบจะไม่มีอำนาจอะไรเลย คนทั้งประเทศเลือกตั้งรัฐบาล แต่นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเลือกมา กลับไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายใดๆนอกเหนือไปจากในกรอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติที่มาจากกองทัพ มันเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่แย่ที่สุด แย่มากกว่ารัฐธรรมนูญของประเทศเมียนมาร์สมัยก่อนการปฏิรูปประเทศด้วยซ้ำ

Al Jazeera: รัฐบาลปัจจุบันมักพูดว่า ตั้งแต่รัฐประหารมาประเทศชาติสงบมากขึ้น ไม่มีประท้วงวุ่นวาย มันก็น่าจะดีกว่า?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ตอนนี้ประชาชนยากจนลง การส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่อง ประเทศไม่มีการวางแผนสำหรับอนาคต

Al Jazeera: ช่วงหลังรัฐประหาร นักธุรกิจนักลงทุนต่างชาติ ดูไม่ได้ใส่ใจ เหมือนชอบเพราะรู้สึกการเมืองนิ่งมากขึ้น อุตสาหกรรมใหญ่ก็ไม่มีการย้ายฐานการผลิต?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: เพราะเขารู้แน่นอนว่าจะมีการเลือกตั้งแน่ๆ ในปีหน้าตามสัญญา และมันแค่ปีเดียว ก็จะกลับสู่ประชาธิปไตยแล้ว

Al Jazeera: คุณพูดถึงเศรษฐกิจของประเทศ คณะรัฐประหารบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดผิดทางหรือเปล่า และอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลคุณ ก็ไปเป็นรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังให้กับคณะรัฐประหาร และได้นำเอานโยบายที่ได้รับความนิยมสมัยรัฐบาลคุณมากระตุ้นเศรษฐกิจ?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : ผมรู้สึกดีใจที่รัฐบาลนำเอานโยบายของผมไปปรับใช้ ถ้าพูดง่ายๆ เศรษฐกิจคล้ายสิ่งมีชีวิต ปัญหาเศรษฐกิจเปรียบเหมือนไวรัส เมื่อเจอยาตัวเดิมไปบ่อยๆนานๆ จะดื้อยา เพราะเศรษฐกิจเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ปัญหาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยนตลอดเวลา ยาเก่าอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้

Al Jazeera: เศรษฐกิจโลกก็เปลี่ยนไปตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างแน่นอนต่อเนื่อง แล้วส่งผลกระทบอย่างไรต่อเศรษฐกิจส่งออก?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ไทยเคยเป็นประเทศที่มีอัตราความเจริญเติบโตสูงที่สุดในอาเซียน แต่วันนี้ประเทศกลับเจริญเติบโตต่ำที่สุดในอาเซียน นี่พอจะพิสูจน์อะไรได้บ้าง

Al Jazeera: นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และน้องสาวของคุณ ถูกดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าว ในข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีการรับข้าวในราคาสูงกว่าราคาตลาด นโยบายมีการบริหารงานผิดพลาดหรือไม่?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายเดียวในโลกที่นโยบายไม่ผิด แต่คนทำนโยบายผิด เป็นนโยบายที่ได้รับการเลือกจากประชาชนผ่านการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากอย่างถล่มทลาย หลักคิดเบื้องหลังโครงการรับจำนำข้าวคือ หากเราภูมิใจที่เป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก เราควรที่จะช่วยเขารักษาอาชีพชาวนาให้ดำรงอยู่ได้ ถ้าคนไทยมีอาชีพเป็นชาวนา เขาต้องภาคภูมิใจ ไม่ใช่ อ๋อ คุณเป็นชาวนา ก็เป็นไปจะขาดทุนเจ๊งยากจนก็ไม่ต้องสนใจ ซึ่งไม่ยุติธรรมเลยสำหรับชาวนา และอีกทั้งชาวนาคือคนส่วนมากของประเทศที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนา เมื่อชาวนานำข้าวไปจำนำในโครงการ ชาวนาก็รับเงินตรงจากธนาคาร ข้าวมีความชื้นก็หักเปอร์เซ็นต์ความชื้นซึ่งเป็นปกติ เมื่อชาวนาได้เงิน ชาวนาก็นำไปใช้จ่าย เงินที่ชาวนาใช้จ่าย ก็กลับไปเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ขับเคลื่อนหมุนเวียนอยู่วงจรเศรษฐกิจของประเทศมหาศาล แล้วรัฐบาลก็ได้เงินเหล่านี้กลับมาในรูปแบบของภาษี

Al Jazeera: แต่มันก็ต้องมีความรับผิดชอบ เพราะเมื่อคุณนำนโยบายนี้ไปปฏิบัติ คุณคิดว่ามันจะควบคุมได้ไหม หรือไม่ได้ควบคุมดูแลอย่างเพียงพอ?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: รัฐบาลอยู่ในฐานะผู้ให้นโยบาย รับผิดชอบในระดับนโยบาย ในระดับปฏิบัติ จะมีระบบข้าราชการนำนโยบายไปปฏิบัติต่อ แต่บังเอิญตอนนั้นอินเดีย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เทขายข้าว 9 ล้านตันออกมาในตลาดในปีนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของฝ่ายตรงข้าม โจมตีว่าข้าวไทยมีมากเกินไป ล้นตลาดขายไม่ได้ ข้าวไม่มีคุณภาพขายไม่ได้ ความจริงก็แค่ผู้ค้าข้าวในต่างประเทศหยุดระบายข้าว ไม่ซื้อเพิ่มและไทยก็ควรเก็บสต็อคข้าวไว้ก่อนอย่าเพิ่งขาย(แข่งกับอินเดีย) ก็แค่นั้น ในส่วนของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้น เธอทำงานอย่างหนัก ทั้งควบคุมดูแลและพยายามผลักดันให้ตัวแทนค้าข้าวออกไปขายข้าวในต่างประเทศตลอด

Al Jazeera: แล้วยิ่งลักษณ์ได้รู้เห็นละเลยในการทุจริต?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ในกระบวนการรับจำนำข้าวนั้น แม้แต่ในภาคเอกชน แม้จะมีวิธีปฏิบัติอย่างละเอียดรอบคอบ แต่ก็ย่อมมีจุดอ่อนให้ปรับปรุงพัฒนา ในองค์กรเล็กๆอาจพอแก้ไขจุดอ่อนได้ง่าย ในองค์กรขนาดใหญ่ก็ควรแก้ไขจุดอ่อนในระบบขั้นตอนปฏิบัติการและพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทุกฤดูกาลผลิตเสมอ เพราะระบบยังไม่ได้เป็นระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด หากรัฐบาลสามารถทำระบบทั้งหมดตั้งแต่เริ่มวัดตารางพื้นที่ปลูกข้าวได้ ก็จะไม่มีจุดอ่อนและควบคุมได้ดีกว่านี้

Al Jazeera: พูดถึงชีวิตของคุณสักหน่อย คุณเองถูกรัฐประหารออกนอกประเทศ หากคุณมองย้อนกลับไปคุณคิดไหมว่าคุณจะต้องมาอยู่นอกประเทศเป็นสิบปีได้ยังไง

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ได้สิ ผมก็ต้องปรับตัวให้อยู่ได้

Al Jazeera: คุณก็ไม่ต้องอยู่ต่างประเทศสิ คุณจะกลับไปบ้านตอนไหนก็ได้ กลับไปอยู่กับคนที่คุณรักและสนับสนุนคุณ?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ถ้าผมกลับไป ใครจะรับประกันความปลอดภัยในชีวิตผม มีความพยายามลอบสังหารผมถึง 4 ครั้ง สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี

Al Jazeera: คุณคิดว่า หากคุณกลับไป ชีวิตคุณจะตกอยู่ในอันตราย?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : แน่นอน

Al Jazeera: ใคร ต้องการฆ่าคุณ?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : (ผายมือและยิ้ม) ผมไม่สามารถพูดได้ ผมไม่ได้สามารถบอกคุณได้ ผมไม่รู้ว่าใคร ผมถูกลอบสังหาร ผมก็พยายามพยายามค้นหาความจริง แม้กระทั่งพยานในคดีคาร์บอม ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2006 เคยบอกว่ามีคนพยายามฆ่าผม หากไม่สำเร็จก็จะใช้วิธีรัฐประหารขับไล่ ถ้ารัฐประหารสำเร็จ นั่นคือสิ่งที่พยานได้ให้ปากคำในการสอบสวนไว้ในเดือนสิงหาคม จากนั้น ในเดือนกันยายน ผมก็ถูกรัฐประหาร และในเดือนตุลาคม ก็มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ถูกพยานกล่าวถึง

Al Jazeera: ดังนั้น คุณกำลังบอกว่า กองทัพพยายามที่จะฆ่าคุณ

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : ผมไม่รู้หรอก. ผมไม่ต้องตอบอะไร.... มันชัดเจน

Al Jazeera: จตุพร พรหมพันธุ์ได้กล่าวไว้ว่าหาก ทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ในประเทศ ประเทศชาติจะไม่ตกต่ำขนาดนี้ ประชาธิปไตยก็จะยังคงรุ่งโรจน์ก้าวหน้า คุณคิดอย่างไร

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: หากผมอยู่ในประเทศ ผมอาจจะถูกฆ่า ผมจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้หรือไม่ ผมก็ไม่รู้ ผมไม่คิดว่าผมสำคัญขนาดนั้น ผมคาดการณ์ไม่ได้

Al Jazeera: หลายคนเป็นห่วงและคาดการณ์เกี่ยวกับสงครามกลางเมืองในไทย มันจะเกิดขึ้นในไม่ช้า?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่เห็นด้วย เพราะคนไทยรักสันติ คนไทยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายต่อต้านผม มักคิดว่าผมจะแก้แค้นเอาคืนแล้ว ไม่เลย ผมอยู่อย่างเงียบสงบแบบนี้ผมมีความสุขมาก ถ้าไม่มาเกี่ยวข้องกับผม ผมก็ไม่เคยพูดอะไรเลยสักคำ แม้เค้าจะพยายามโจมตีให้ร้าย ผมกลับเก็บเนื้อเก็บตัว ผมพยายามไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่อย่างที่บอก ผมไม่อยากเห็นประเทศตกต่ำอย่างที่เป็นอยู่ ผมจึงพูดเสมอว่าอย่ากังวลอะไรเกี่ยวกับตัวผม อย่ากลัวหวาดระแวงผม อย่าคิดว่าผมจะพยายามแก้แค้น ผมพอใจที่จะเป็น “อดีตนายกรัฐมนตรี” ผมรักประเทศผม ผมรักประชาชนของผม

Al Jazeera: และคุณปรารถนาที่จะกลับประเทศด้วย?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : ตอนนี้ผมโอเคนะ ใช่ ผมเคยอยากกลับ หากผมได้กลับบ้าน แน่นอนผมจะกลับ แต่หากไม่สามารถกลับได้ ผมโอเค เพราะผมอยู่ได้ทุกประเทศ

ดร.ทักษิณ ชินวัตร : รัฐบาล คสช.พูดเสมอว่า รัฐบาลอยากสร้างความปรองดอง อยากเห็นประเทศเดินหน้าได้ แต่นี่มันปีครึ่งแล้ว มันแทบไม่มีสัญญาณของการปรองดองใดๆ ในทางกลับกัน กลับเอาอกเอาใจฝ่ายหนึ่ง และกดดันบีบคั้นอีกฝ่ายหนึ่ง ความปรองดองมันก็เกิดขึ้นไม่ได้ การขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้า ผมมองเห็นแต่ประเทศถอยหลังมากกว่าเดินหน้า นี่คือสิ่งที่ผมกังวล และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็นฉบับที่เลวร้ายที่สุดถ้าเราเปรียบเทียบกับเกาหลีเหนือ

Al Jazeera: คณะรัฐประหารหมดเวลาแล้ว?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: คสช.ต้องย้อนกลับไปถึงวันแรกที่สัญญากับคนทั้งโลกในวันที่ทำรัฐประหารว่าคสช.จะสร้างความปรองดอง ต้องกลับไปดูเทปว่าวันนั้น คสช. ประกาศว่าอะไรและทำตามนั้น นั่นคือสิ่งที่ผมขอ ผมไม่เคยขออะไรให้ตัวเอง

Al Jazeera: คุณได้พูดคุยโดยตรงกับคณะรัฐประหารบ้างไหม?

ดร.ทักษิณ ชินวัตร: ไม่เคย เขาก็พูดเองว่าไม่ต้องการพูดคุย แต่ผมไม่ได้สนใจ ผมแค่ตั้งใจเตือนว่า อย่าห่วงอะไรผม ให้ห่วงประเทศชาติ ให้ห่วงประชาชน ประเทศไม่ใช่แค่แผ่นดิน แต่หมายถึงประชาชนที่อาศัยร่วมกันอยู่บนผืนแผ่นดิน

Al Jazeera: ขอบคุณมากครับ

ooo


Talk to Al Jazeera - Thaksin: Let Thailand return to democracy

ooo


ซับไทย
นายกทักษิญ ชินวัตร ออกสื่อ หลังจากเก็บตัวเงียบมานาน
https://www.youtube.com/watch?v=iUY7rC-C9F0&feature=youtu.be&a

Free Thai

Published on Feb 29, 2016

เมื่อ Al Jazeera ถามถึง

"การร่างรัฐธรรมนูญเป็นเป็นอย่างไร”

รัฐธรรมนูญไม่ดี ผมไม่ได้รู้ว่าถ้าเรา
สามารถเปรียบเทียบ [มัน] เกาหลีเหนือ"
ทักษิณกล่าวว่า

ในกรณีของการพูดคุยกับ Al Jazeera

นายกทักษิณชินวัตรที่ได้ส่วนใหญ่ ยังเงียบ
ตั้งแต่รัฐประหาร และบังคับให้เขาออกจาก
ตำแหน่งนี้ พูดคุยกับเวย์นเฮย์เกี่ยวกับ
ความท้าทายที่ต้องเผชิญกับประเทศและ
สิ่งที่อยู่ข้างหน้า

ขอเป็น กำลังใจให้ครับ

นายกของประชาชน คนรากหญ้า ทักษิญ ชินวัตร

Offline

#730 March 1, 2016 10:38 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* คนไทยไม่ได้รับข่าวสารในเรื่องที่ผ่านมาว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ นั้นแหละที่ละทิ้งความยุติธรรมในกรณีสลายการชุมนุม 2552-2553 ด้วยการนิรโทษกรรมทหาร จนคนกรุงร่วมต้าน พร้อมกับ กปปส ที่สร้างม๊อบไว้รอตามนัดหมายกับทหาร

http://thaienews.blogspot.com/2016/02/b … t_780.html

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 24, 2559

วอชิงตันโพสต์มองว่า การโค่นรัฐบาลจากการเลือกตั้งรังแต่ทำให้ ‘ทักษิณ’ ได้แต้มทางการเมือง

32818a94b.jpg

ที่มา Everyday Thailand Blogspot
February 22, 2016

การ์เดียนชี้การตั้งข้อหาอาญา ‘ยิ่งลักษณ์’ อาจเป็นกลเกมต่อรองให้กลุ่มชินวัตรยอมโอนอ่อนผ่อนปรน ขณะวอชิงตันโพสต์มองว่า การโค่นรัฐบาลจากการเลือกตั้งรังแต่ทำให้ ‘ทักษิณ’ ได้แต้มทางการเมือง

เมื่อวันพฤหัสบดี เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ในอังกฤษ เผยแพร่บทบรรณาธิการ ระบุว่า ชีวิตทางการเมืองของคนไทยนับแต่รัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว มีทั้งเรื่องตลกและเรื่องเศร้า

687732-2.jpg

เรื่องตลกข้อแรก รัฐบาลไทยต้องลบทิ้งฉากเด็กนักเรียนวาดภาพฮิตเลอร์ในหนังโปรโมตค่านิยม 12 ประการ เรื่องตลกข้อที่สอง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยสภาที่ไม่มีอำนาจถอดถอน หรือถึงแม้มีอำนาจ ก็ไม่อาจอธิบายได้ว่า คนที่พ้นตำแหน่งไปแล้วจะถูกถอดถอนซ้ำอีกได้อย่างไร

เรื่องตลกข้อที่สาม แต่เป็นตลกขื่น คือกรณีผู้วิจารณ์รัฐบาลถูก “เชิญตัว” เข้าค่ายทหารเพื่อ “ปรับทัศนคติ” เรื่องตลกข้อที่สี่ เป็นกรณีถึงโรงถึงศาล ผู้ต่อต้านการรัฐประหารถูกไต่สวนในศาลทหาร ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์คำพิพากษา และถูกบังคับให้ลงนามยินยอมถูกอายัดทรัพย์หากเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องตลกข้อที่ห้า ฝ่ายตรงข้ามถูกเล่นงานด้วยข้อหาคอร์รัปชั่น แต่ฝ่ายผู้สนับสนุนรัฐบาลทหารถูกปล่อยปละละเลย

เรื่องตลกล่าสุดเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีเมื่ออัยการสูงสุดส่งฟ้องนางสาว ยิ่งลักษณ์ น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้พลิกโฉมการเมืองไทยเมื่อทศวรรษครึ่งล่วงมาแล้ว ทักษิณได้ตอบสนองความต้องการ ความปรารถนา และความคับข้องใจของคนส่วนใหญ่ซึ่งมีฐานะด้อย โดยเฉพาะในเขตชนบท ส่งผลให้เขาและตัวแทนของเขาชนะเลือกตั้งทุกครั้ง

“ชนชั้นนำไทยทั้งขุ่นเคืองและมึนงง มองว่าเสียงส่วนใหญ่ที่ทักษิณได้รับนั้นไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ทักษิณซื้อเสียง ทักษิณเป็นนักประชานิยมเหมือนนายกรัฐมนตรีอิตาลี ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี แม้กระนั้น ผู้คนก็ยังคงโหวตเลือกเขา” เดอะ การ์เดียนระบุ

“การใช้เล่ห์เพทุบาย การเล่นกลทางกฎหมาย และล่าสุด การแทรกแซงของทหาร ล้วนแต่ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ปรากฎการณ์ทักษิณจะไม่สลายหายไป และจะไม่เสื่อมคลายแม้ทักษิณพ้นเวทีไปแล้วก็ตาม”

บทบรรณาธิการบอกอีกว่า ขณะที่กองทัพและเหล่าพลเรือนที่เป็นพันธมิตรลงแรงอย่างไร้ผล ที่จะสร้างระบบการเมืองที่ดูดี แต่เป็นระบบที่กลุ่มทักษิณไม่อาจครองชัยชนะได้นั้น มีสัญญาณว่าบางปีกในระบอบทหารมีความเข้าใจดีว่า การโอนอ่อนผ่อนปรนอาจเป็นวิธีที่ได้ผลและสอดคล้องความเป็นจริงมากกว่า ผู้เจรจาลับจึงเดินทางไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพกับดูไบ ถิ่นพำนักของทักษิณ การตั้งข้อหายิ่งลักษณ์อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ใช้ทั้งการต่อรองและ การขู่

ในตอนท้าย เดอะ การ์เดียน บอกว่า เรื่องเศร้าสำหรับไทยก็คือ ประเทศนี้กำลังเสียเวลาเปล่า เศรษฐกิจย่ำแย่ในห้วงเวลาที่จำเป็นต้องขยายตัว สถานะของประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านกำลังถดถอย เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของไทยที่มีกับพันธมิตรเก่าแก่อย่างสหรัฐ

“ความพยายามที่จะกำหนดชี้อนาคตทางการเมืองของประเทศ ควรยกเลิกไปเสีย นับเป็นการล่วงเลยเวลาแล้วสำหรับการหวนคืนสู่ประชาธิปไตย”

ทางด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในสหรัฐฯ ระบุในบทบรรณาธิการในวันเดียวกัน ว่า กองทัพไทยกำลังพยายามทำในสิ่งที่ล้มเหลวมาแล้ว นั่นคือ ความพยายามที่จะกำจัดอิทธิพลทางการเมืองของตระกูลชินวัตร

Offline

#731 March 1, 2016 10:59 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://prachatai.org/journal/2016/03/64 … um=twitter  + *

หัวคิว-กินงบ อีกหนึ่งปัจจัยใต้ไม่สงบ

Tue, 2016-03-01 21:21

ปกรณ์ พึ่งเนตร

814414a882b7a30a910f6a706700c6e4.jpg *
94e89b90-e7b0-11e4-9ea9-23e8763fec68_Associated-Press.pngSumeth Panpetch
February 27, 2016 6:42 AM



ที่ปัตตานีมีคาร์บอมบ์เมื่อวันเสาร์ (27 ก.พ.) ผมอยู่ในพื้นที่พอดี...

คาร์บอมบ์ลูกนี้ชัดว่ามีเป้าหมายตอบโต้ ดิสเครดิตหน่วยงานความมั่นคง เพราะไปจุดระเบิดกันข้างๆ ฐานของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เกิดไฟไหม้ฐานจนวอด แถมยังก่อเหตุกลางวันแสกๆ

จุดที่รถซุกระเบิดไปจอด เป็นหน้าร้านขายเบียร์ เดิมร้านนี้เป็นร้านขายอาหารของมุสลิม เพิ่งจะเปลี่ยนเป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่ถึงเดือนก็มาเกิดเหตุ

เงื่อนไขของระเบิดจึงหลากหลายมากขึ้น เพราะเป็นการทำลายสถานที่อโคจรของคนต่างศาสนา ทั้งยังก่อเหตุก่อนการจัดกิจกรรม 3 ปีพูดคุยสันติภาพด้วย

เสียงระเบิดดังสนั่น สื่อมวลชนทั้งกระแสหลัก ทั้งโซเชียลฯ ก็รายงานกันคึกคัก ผมลงพื้นที่วัดปรอทความรู้สึกของผู้คนกลับพบว่าซึมๆ ไม่ค่อยมีใครสนใจพูดถึงกันมากมาย คงเป็นเพราะเบื่อหน่ายกับสถานการณ์ แต่แน่นอนว่าคาร์บอมบ์ลูกนี้ ทำให้ข้อมูลที่รัฐอ้างมาตลอดว่าชายแดนใต้กำลังดีขึ้น ไม่เป็นความจริง (ซึ่งคนที่อยู่ในพื้นที่ทุกวันก็ไม่เชื่อว่าจริงอยู่แล้ว)

เรื่องที่คนสามจังหวัดพูดกันมาก เมาท์กันทุกวง กลายเป็นการใช้งบประมาณของภาครัฐที่อัดโครงการพัฒนาลงมาในพื้นที่ ทั้งงบแผนบริหารจัดการน้ำ งบพัฒนาตำบลละ 5 ล้าน และงบอื่นๆ อีกหลายตัว

ก่อนหน้านี้รัฐบาลคุยว่ายุคนี้ เป็นยุคที่การแก้ไขปัญหาภาคใต้เป็นเอกภาพมากที่สุด เพราะให้ กอ.รมน.เป็นหน่วยนำ และบูรณาการงบเองทั้งหมด ทั้งยังใช้งบตรงกับความต้องการของประชาชน ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น

ฟังแล้วก็ครึ้มใจดี ยิ่งเหตุร้ายเกิดไม่ถี่เหมือนเก่า ก็ยิ่งเห็นคล้อยตามกับรัฐบาล แต่พอฟังเสียงจากชาวบ้านกลับได้ข้อมูลกันข้ามแบบสิ้นเชิง

อย่างในอำเภอหนึ่งของปัตตานี มีงบบริหารจัดการน้ำลงไป 15 ล้าน หน่วยถือปืน (และยังถืองบด้วยตามแผนบูรณาการ) หักหัวคิวไปก่อนเลย 20% พอโครงการลงไปในพื้นที่จริง ก็โดนหักหัวคิวอีกยุ่บยั่บจากผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ รายละ 5 แสนบ้าง 1 ล้านบ้าง ตามแต่ขนาดอิทธิพลที่แต่ละคนมี ถ้าจัดสรรไม่ดี มีโอกาสเข้าพื้นที่ไม่ได้   หลายรายที่ถูกฆ่า ถูกเผาอุปกรณ์ก่อสร้างก็มาจากเหตุนี้ ไม่ใช่ฝีมือขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ไหน

หน่วยงานพัฒนาฝ่ายพลเรือนที่เข้าไป ก็รุมทึ้งงบกันต่อ ชาวบ้านเล่าว่างบ 15 ล้าน เหลือทำโครงการจริงๆ แค่ครึ่ง แถมหลายๆ พื้นที่ก็ทำโครงการก่อสร้างโดยที่ชาวบ้านไม่ได้เห็นด้วย

อย่างอำเภอหนึ่งในปัตตานีที่พูดถึงนี้ ไปขุดบ่อกักเก็บน้ำในพรุแห่งหนึ่ง จุดที่เอาเครื่องจักรกลหนักเข้าไปขุดบ่อ ทำฝาย กลายเป็นจุดที่ชาวบ้านใช้เลี้ยงสัตว์ ไม่ได้ต้องการบ่อน้ำ แต่หน่วยงานในพื้นที่ก็ชงเรื่องของบ สุดท้ายขุดดินให้เป็นบ่อ ยังเอาหน้าดินไปขายอีกต่างหาก

เมื่องบเหลือแค่ครึ่ง ผลงานการก่อสร้างจึงไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีทางได้คุณภาพ เรื่องจริงจากพื้นที่ที่หลายคนไม่เคยทราบ ก็คือหน่วยงานตรวจสอบการใช้งบเขาแทบไม่เคยลงพื้นที่จริงๆ เลย เนื่องจากมีสถานการณ์ความไม่สงบ วิธีการตรวจสอบจึงให้ผู้รับผิดชอบหอบแฟ้มและรูปถ่ายไปทำพิธีกรรมกันที่หาดใหญ่ ผู้รับเหมากับผู้รับผิดชอบโครงการก็เลี้ยงดูปูเสื่อกันไป แลกกับลายเซ็นว่าตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เจ้าหน้าที่น้ำดีหลายคนในพื้นที่บอกว่า งานก่อสร้างในพื้นที่ถ้าตรวจสอบกันตามมาตรฐานจริงๆ ต้องถูกสั่งรื้อเกือบหมด อาคารบางแห่งตามแบบก่อสร้างมี 3 ชั้น สร้างจริงเหลือแค่ 2 ชั้นยังมีเลย

ผอ.หน่วยพัฒนาฝ่ายพลเรือน มีสำนักงานอยู่ที่หาดใหญ่ เมื่อไม่นานมีข่าวฮือฮากันยกใหญ่ว่ามีผู้รับเหมานำกระเช้าไปมอบให้ แต่ยังไม่ทันเดินเข้าไปดันทำปึ๊งธนบัตรหล่น จึงรู้กันว่าในกระเช้ามีแต่แบงก์พัน นับรวมๆ กันได้ถึง 2 ล้านบาท

คิดเล่นๆ ว่าจ่ายใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่ระดับ ผอ.ยัง 2 ล้าน แล้วงบทั้งโครงการจะเหลือเท่าไหร่ ผู้รับเหมาก็ต้องมีกำไร แล้วชาวบ้านจะได้อะไร นอกจากซากโครงการพัฒนา

เรื่องเล่าจากชาวบ้านสอนให้รู้ว่า งบจากโครงการพัฒนา และกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ ทั้งอิทธิพลเก่าแก่อย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. กับอิทธิพลใหม่อย่าง “หน่วยถือปืน” ในนามของผู้รักษาความสงบ หลายๆ ครั้งสร้างความรุนแรงในพื้นที่ มากกว่าขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเสียอีก

ที่มา: เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ 

..........

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=71fdaf2c1ee264ffe67712d4edcb64eb&oe=5765D0CFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 27 กุมภาพันธ์ ·

993538_1831545547072866_7589334960017829786_n.jpg?oh=4e6bcf7fe3588783b892dbc24a3f8ccc&oe=576EC99D

คืนความสุขกันพอหรือยัง!!
แดกกันทั่วถึงจริง!!

#โจรสลัด

http://www.isranews.org/investigative/i … 45035.html

Last edited by linc49 (March 1, 2016 11:00 AM)

Offline

#732 March 1, 2016 11:09 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เรื่องนี้จะเห็นกลุ่มสมคบคิด ใครอยู่กับใคร ยาวเลย เพ่

http://www.matichon.co.th/news/52358

09.00 INDEX ทำไมต้องจดหมาย วิษณุ เครืองาม ทำไมต้องเป็น พะจุณณ์ ตามประทีป

image-18.jpeg

วันที่: 28 ก.พ. 59 เวลา: 09:13 น.

บน “เวที” ทางการเมือง เริ่มปรากฎ “ตัวละคร” ซึ่งอยู่เหนือความคาดหมาย “แสดงตัว” ขึ้นมาอย่างผิดสังเกต

ไม่ว่าจะเป็นคนอย่าง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป

ไม่ว่าจะเป็นคนอย่าง นายสุชาติ พรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคน

อย่าง นายคชาชาต บุญดี

หรือแม้กระทั่ง “จดหมายน้อย” จาก นายวิณุ เครืองาม
สภาพการปรากฏขึ้นของ “ตัวละคร” เหล่านี้อาจดำเนินไป

อย่างกระจัดกระจาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน

แต่เมื่อ “โยง” ไปจริงๆ กลับไม่เป็นเช่นนั้น

และเมื่อ “โยง” อย่างวิเคราะห์ “โยง”อย่างมีการสงเคราะห์ผ่านกระบวนการ”สมคบคิด”

กลับเป็นเรื่องในแบบ “คนละเรื่อง เดียวกัน”

ถามว่ากรณีของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป มีจุด “เริ่มต้น” มาจากเรื่องอะไรจึงได้บานปลายมาถึงระดับนี้

เริ่มจากเรื่องของ “ตำรวจ”

เป็นความสงสัยต่อกระบวนการ “ตาย” ของ นายตำรวจระดับ “พ.ต.ท.”คนหนึ่งท่ามกลางความขัดแย้ง

จากนั้น จึงลามไปยังเรื่องกระบวนการ”ซื้อ-ขายตำแหน่ง”
ลองไปสืบสาวกันให้ครบถ้วน

คนที่ออกมา”ปูด”เรื่องกระบวนการซื้อ-ขายตำแหน่งในวงการตำรวจนั้น

มิใช่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เป็นคนแรก

ตรงกันข้าม เริ่มจากการให้สัมภาษณ์ของ “นักการเมือง”ซึ่งเป็นอดีตส.ส. 2 คน

ทั้งมิใช่เป็นอดีตส.ส.จากพรรคเพื่อไทย

หากแต่เป็นอดีตส.ส.จาก”พรรคประชาธิปัตย์”

ระบุเรื่องเงิน ระบุเรื่อง”ตัวเลข”อย่างแจ่มชัด จากนั้น ข้อมูลเหล่านี้จึงไหลและไปปรากฏผ่านโซเชียลมีเดีย

กระทั่งถึง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป

ถามว่า ความละเอียดอ่อนของการเผยแพร่ข่าวลือนี้ที่ไปเกี่ยวกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อยู่ตรงไหน

อยู่ตรงที่ฐานะ”เดิม”ของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป

นั่นก็คือ เคยทำงานรับใช้และใกล้ชิดกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ

เรื่องจึงมากด้วย “ความละเอียดอ่อน”

ยิ่งเมื่อปรากฏภาพและข่าวลืออันเกี่ยวกับ นายสุชาติ พรมใหม่ และ นายคชาชาต บุญดี รวมถึง “จดหมายน้อย”ลายมือ นายวิษณุ เครืองาม

เรื่องยิ่ง โก โซ บิก

โกโซบิก จากแวดวง “ตำรวจ” ไปยังแวดวง “ทหาร”เลเพลาดพาดไปยัง “รัฐบาล”

เพราะว่าปรากฏขึ้นในบรรยากาศ “รัฐธรรมนูญ”

รัฐธรรมนูญอันแสดงออกอย่างเด่นชัดว่า มีความต้องการอย่างเปิดเผยและจริงใจที่จะสานต่อในเรื่องสำคัญทางการเมือง

นั่นก็คือ “สืบทอดอำนาจ”

ทั้งระบุระยะเวลาของการสืบทอดด้วยว่าอย่างน้อยเป็นเวลา 5 ปีภายหลังการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2560

เท่ากับยาวไปถึงปี 2565

เป็นปี 2556 ที่กระบวนการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ไม่ต้องการให้เป็นรัฐประหาร”เสียของ”เหมือนเมื่อเดือนกันยายน 2549

ยาวไปเลย เพ่

.........

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=71fdaf2c1ee264ffe67712d4edcb64eb&oe=5765D0CFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 27 กุมภาพันธ์ ·

1916111_1831699957057425_6698026687055107497_n.jpg?oh=8b89914c4d0451f7739f87f7db548e95&oe=576907C4

มันต้องมีอะไรอยู่ในกอไผ่แน่ๆ
คำว่า "ทีใครทีใครมัน!" โดยความหมายทั่วไปแล้ว ทีเองข้าไม่ว่า ทีข้าเองอย่าโวย! หนังยาวนะครับแบบนี้

คอการเมืองที่ติดตามข่าวน่าจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในการเมืองปัจจุบัน!! แอดมินว่าสื่อมติชน
วิเคาะห์เหตุการแบบนี้เชื่อว่าหลายๆคนพอจะเข้าใจนะครับ
แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ประชาชนแบบเราๆ ก็นั่งดูหนังยาวกันต่อไป!!
ไม่รู้ว่าจะหนีเสือ ปะจระเข้ กันหรือเปล่า คิดแล้วขนลุก!!!

#โจรสลัด

http://www.matichon.co.th/news/52358

Offline

#733 March 2, 2016 12:01 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Thailand Dictator Watch ประวิตรโกรธจัด เพราะเรื่องนี้ เชิญไปอ่านได้ก่อนถูกลบ  +  *
https://www.facebook.com/WatanaMuangsoo … =3&theater

10400117_713168182152047_2213898740226275283_n.jpg?oh=7d199b472c51d0bf211b6a122597fa9d&oe=5752D42F

Watana Muangsook
29 กุมภาพันธ์ เวลา 18:29 น. ·
"อีคิวต่ำไปหน่อย"

ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินคนในรัฐบาลตอบนักข่าว กรณีทหารไปละเมิดความเป็นส่วนตัวของนายกยิ่งลักษณ์ในงานศพว่า "ไม่ได้ไปคุกคาม แค่ส่งไปดูแล ที่บุกถ่ายรูปคงเห็นว่าสวย" อันเป็นคำพูดที่แสดงถึงการกดขี่และเหยียดหยามทางเพศ ที่สำคัญคนที่พูดเคยเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก ปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้า คสช เป็นคนคนเดียวกับนายกสภาทหารผ่านศึกที่กำลังมีข้อครหาเรื่องงานขุดลอกคูคลอง  * reply #732

ผมเชื่อว่าแม้แต่เด็กชั้นประถมยังทราบว่า นายกยิ่งลักษณ์เป็นสุภาพสตรีมีครอบครัวแล้วและเป็นแม่ลูกหนึ่ง ทั้งยังไม่เคยใช้คำพูดแบบถ่อยสถุลเหมือนบางคน ที่ผมแปลกใจคือที่บ้านท่านและสถานที่ที่ท่านเคยเรียนมา ไม่ได้อบรมสั่งสอนท่านในเรื่องการให้เกียรติสุภาพสตรีซึ่งเป็นเพศเดียวกับแม่ของท่านบ้างเลยหรือครับ แม่ผมที่เป็นคนบ้านนอกจบการศึกษาเพียงประถม 4 ยังสอนผมว่าให้คิดก่อนพูด ส่วนพลเอกชาติชาย ฯ สอนผมว่า "นักการเมืองจะพูดอะไรต้องคิดก่อน ถ้าเงียบคนเค้ายังไม่รู้ว่าโง่" ผมจดจำไม่เคยลืมมาจนบัดนี้ แต่ผมไม่คาดหวังจะเห็นการออกมาขอโทษจากผู้คนเหล่านี้ เพราะขนาดยึดอำนาจไปจากประชาชนจนสร้างความเสียหายให้กับประเทศมหาศาล คนพวกนี้ยังไม่เคยละอายอวดอ้างบุญคุณกับประชาชนมาตลอด แถมแสดงความหนาด้วยการจะไม่คืนอำนาจให้อีกต่างหาก

นับจาก คสช ยึดอำนาจการปกครอง ด้วยข้ออ้างเพื่อสร้างความปรองดองและการปฏิรูปประเทศ บ้านเมืองตกต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สังคมมีความแตกแยกมากขึ้นเพราะรัฐบาลและ คสช ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง คสช เรียกร้องให้ผู้คนเคารพกฎหมายและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ คสช และคณะกลับไม่เคยแสดงให้เป็นตัวอย่างถึงความรับผิดชอบ ไม่เคารพกฎหมายและเลือกปฏิบัติ คสช ไม่เคยปฏิเสธการล้างผิดและพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ แต่กลับหนีการตรวจสอบทุกวิธี ไม่ว่าจะด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 นิรโทษกรรมให้ตัวเองและพรรคพวกในสิ่งทำผิดมา ล่าสุดคือการใช้มาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยล้างผิดให้ตัวเองและคณะทั้งหมด ในขณะที่ชายชาติทหารทั้งหลายกำลังหนีการตรวจสอบ อดีตนายกหญิงที่ท่านส่งคนไปถ่ายรูปและแก้ตัวแบบพล่อยๆ ว่าสวย กำลังจะไปขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 4 มีนาคม ศกนี้ เพื่อให้มีการตรวจสอบตามข้อกล่าวหา ก่อนจะกล่าวหาใครหรือเรียกร้องให้ใครกลับมาสู้คดี ต้องทำตัวให้เห็นเป็นตัวอย่างก่อน อย่าเป็นชายแค่เพียงคำนำหน้านามเลยครับผมอายแทน

วัฒนา เมืองสุข
1 มีนาคม 2559

..........

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/t … n-who.html

วันพุธ, มีนาคม 02, 2559

Thai army summons politician who lambasted junta's 'sexism'

Part-HKG-Hkg3531615-1-1-0.jpg

Source: AFP via Yahoo News


Thailand's junta Wednesday summoned an opposition politician for "attitude adjustment" after he berated a senior general for making "sexist" remarks about ousted premier Yingluck Shinawatra.

Military officials said Watana Muangsook, a prominent figure in the Pheu Thai party that was toppled by the 2014 army takeover, would be held in custody for up to seven days.

12799333_961678983881722_5340659425540981932_n.png

His detention follows a Facebook post attacking the Thai junta's deputy leader for saying that soldiers continued to photograph Yingluck, two years after she was toppled from office, because she is good-looking.

"The soldiers took photos of Ms Yingluck probably because she is pretty," General Prawit Wongsuwon said. "It's not a big deal. Don't think too much about it or be anxious about it."

In a post calling on the military to cease their monitoring of Yingluck, Watana said it was "unbelievable to hear such comments" by Prawit. "They were sexist comments," he added.

Speaking to reporters Wednesday General Prawit confirmed Watana had been "invited to talk" -- the Thai junta's Orwellian euphemism for a period of compulsory detention -- for "expressing false information".

* "ไม่ได้ไปคุกคาม แค่ส่งไปดูแล ที่บุกถ่ายรูปคงเห็นว่าสวย"  พลเอก ประวิตร กล่าวไว้....งี้ ๆ

Part-HKG-Hkg10255439-1-1-0.jpg

"The invitation is not related to him blaming me but he expressed an opinion that misled society, so we invited him for talks," Prawit said.

Since seizing power in May 2014 the junta has crushed dissent, banning political discussion, locking up opponents and dramatically increasing prosecutions under laws covering lese majeste, sedition and computer crime.

So-called "attitude adjustment" sessions have also been instituted, with critics arbitrarily detained by the military -- often for days.

They are released once they sign a form promising to refrain from criticising authorities, sometimes under the threat of asset seizures.

According to local rights group iLaw, which monitors detentions, more than 800 people have been ordered to attend such sessions since the coup.

While junta chief and Prime Minister General Prayut Chan-O-Cha is very much the frontman for Thailand's coup, his colleague Prawit is seen as an equally influential backroom operator.

A former army chief and defence minister, Prawit is often described as the "Big Brother" of the Eastern Tigers, a clique of powerful generals who were prominent in both the 2014 and 2006 coups.

Prawit is not alone in making gaffes about women.

Prime Minister Prayut had to apologise in 2014 for comments suggesting beautiful foreign women wearing bikinis in Thailand should not expect to be safe, following the brutal rape and murder of a British backpacker.

......

ประชาไท

'ศูนย์ทนายสิทธิ' ชี้คุมตัว 'วัฒนา' เข้าค่าย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ขัดกติการะหว่างประเทศ
Wed, 2016-03-02 22:52

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้คุมตัว 'วัฒนา' เข้าค่าย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ขัดกติการะหว่างประเทศ ที่ไทยเป็นรัฐภาคีและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ขณะที่ 'ยิ่งลักษณ์' ขอ คสช.ปล่อยตัว

2 มี.ค. 2559 จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ทหารกว่า 10 นายได้เข้าควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปจากบ้านพัก โดยเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้แจ้งเหตุในการควบคุมตัว ไม่แจ้งสถานที่ควบคุมตัวและไม่ได้แสดงหมายจับ และต่อมาปรากฎว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงสาเหตุในการควบคุมตัวว่ามาจากการที่นายวัฒนา เมืองสุข ได้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  และจะควบคุมตัวนายวัฒนาอย่างน้อย 3 –7 วัน เพื่อให้นายวัฒนา ยุติการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกแถลงเห็นต่อกรณีดังกล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่าคำสั่งหัว คสช. ฉบับที่ 3/2558 จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบแห่งชาติใช้ดุลพินิจดำเนินการควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยว่าได้กระทำผิดตามที่ระบุไว้ในประกาศดังกล่าวได้ไม่เกิน 7 วัน แต่เหตุในการควบคุมตัวนายวัฒนา มาจากการที่นายวัฒนาได้แสดงความคิดเห็นวิพากษาวิจารณ์ คสช. ซึ่งไม่ถือเป็นความผิดตามประกาศหรือคำสั่ง คสช. ฉบับใด อีกทั้งเจ้าพนักงานยังกระทำโดยไม่มีหมายจับ ไม่เปิดเผยสถานที่ควบคุมตัวอย่างแน่ชัด ญาติและทนายความไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ ทำให้นายวัฒนาขาดหลักประกันสิทธิเสรีภาพในระหว่างควบคุมตัว 7 วัน การควบคุมตัวดังกล่าวจึงถือเป็นการควบคุมตัวโดยอำเภอใจ อันเป็นการละเมิดต่อข้อ 9. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าว

"ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการใช้อำนาจควบคุมตัวบุคคลตามคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 และขอให้ปล่อยตัวนายวัฒนา เมืองสุขโดยเร็วที่สุด” ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ ระบุ

ยิ่งลักษณ์ ขอ คสช.ปล่อยตัววัฒนา

ขณะที่ น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกฯ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Yingluck Shinawatra' ด้วยว่า ตนรู้สึกแปลกใจและตกใจเมื่อทราบข่าวทหารไปเชิญตัว นายวัฒนา  ถึงที่บ้านหลังจากที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเรียกร้องและปกป้องสิทธิพื้นฐานให้กับตนเมื่อวานนี้ ซึ่งก็เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งสองเรื่องนี้จะเกี่ยวพันกัน จึงขอเรียกร้องให้ คสช. ได้ปล่อยตัว นายวัฒนา เพราะยิ่งใช้วิธีการแรงมากเท่าไร ก็อาจจะไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา หากแต่จะเป็นการเพิ่มปัญหามากขึ้น และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายต่อสายตาอารยประเทศ

12800297_1174665262577927_3931241478381559631_n.jpg?oh=db6ac097e02d6049261776ce6827dd61&oe=5760BA24

10385505_744975118885678_1271041192846716940_n.png

Last edited by linc49 (March 2, 2016 12:04 PM)

Offline

#734 March 2, 2016 12:10 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

GRhloiY2_bigger.jpgVoiceTV21
@Voice_TV
ทหารปล่อยตัว 'วัฒนา เมืองสุข' แล้ว แจ้งข้อหาผิดพ.ร.บ.คอมฯ
http://news.voicetv.co.th/thailand/333909.html … #VoiceNews

Ccjp2J9UUAAnVFz.jpg

.......

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=c9a9ca2e89a88c230ecdae3866f60131&oe=575E2A94Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 6 ชม. ·

12800239_1007868649305915_3926662356726487320_n.jpg?oh=f49cebcecc5d8d62d601aae6d5032690&oe=574C7F55

ประวิตร ฉายแววโรคจิต ให้ทหารตามถ่ายรูปยิ่งลักษณ์-บุกบ้านวัฒนา เมืองสุข ก่อน #เชิญไปกินข้าว แบบนี้นี่มันไม่ปกติแล้วนะคะท่าน http://www.matichon.co.th/news/55623
http://m.prachachat.net/news_detail.php … 1456757964

..............

ประชาไท

พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธข่าวซื้อขายตำแหน่งใน สตช.
Wed, 2016-03-02 20:17

2 มี.ค. 2559 หลังจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ นายทหารนอกราชการที่ถูกกล่าวหา ในคดีที่มีข้อความแชทในแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยข้อความว่ามี พล.อ.รายหนึ่ง เข้ามาเกี่ยวข้องในการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งตำรวจนั้น  มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันที่ 10 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่ปอท. ศูนย์ราชการ ย่านแจ้งวัฒนะ (อ่านรายละเอียด)

ผบ.ตร.ยันเนินคดีกับอดีตนายทหาร โพสต์ข้อความอ้างมีการซื้อขายตำแหน่งใน สตช.

ล่าสุดวันนี้ (2 มี.ค.59) สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ส่วนตัวให้ความเคารพอดีตนายทหารยศ พล.ร.อ. ที่โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะรู้จักกันมาก่อน โดยเห็นว่า อดีตนายทหารคนดังกล่าว ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สามารถแสดงความคิดเห็นในกรอบของตัวเองได้ แต่หลังเกิดเรื่องนี้ ยังไม่ได้มีการพุดคุยเป็นการส่วนตัว และมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องขององค์กร ส่วนตัวเป็นผู้นำองค์กรตำรวจ คงไม่อาจนิ่งเฉยได้ ต้องปกป้ององค์กร และดำเนินการกับทุกเรื่องที่หมิ่นเหม่กฎหมาย ส่วนจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยหรือไม่ ต้องดูพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน

ด้าน พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ตำรวจมีหลักฐานถึงการกระทำผิดของอดีตนายทหารคนดังกล่าวชัดเจน หลังมีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก จึงแจ้งข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมหรือเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน และเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ในวันที่ 10 มีนาคม เวลา 10.00 น. พร้อมเตือนผู้ที่เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อความอันเป็นเท็จ กระทบต่อความมั่นคง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วยเช่นกัน

พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธข่าวซื้อขายตำแหน่งใน สตช.

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง  พร้อมยืนยันว่า ในช่วงที่ตนเข้ามากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปตรวจสอบย้อนหลัง และหากมีนายตำรวจคนใดจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง ก็สามารถนำหลักฐานมาร้องเรียนกับตนได้

“คนที่พูดมาลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานก็พูดได้ หากจะให้ตรวจสอบ ก็เอาหลักฐานมา การพูดแบบนี้ทำให้องค์กรตำรวจ ซึ่งมีคนกว่า 2 แสนคน ต้องเสียหายหมด ดังนั้น ต้องระวังคำพูด เพราะเรื่องนี้หากพูดแล้วทำให้เกิดความเสียหาย  เจ้าหน้าที่ก็กำลังดำเนินการ“  พล.อ.ประวิตร กล่าว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
ผบ.ตร.ชี้เรียก ‘พล.ร.อ.พะจุณณ์’ ไม่มาเจอหมายจับ ปมแชทไลน์อ้างมี พล.อ.ซื้อขายตำแหน่ง ตร.
ตร.ออกหมายเรียก 'พล.ร.อ.พะจุณณ์' ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ แชทไลน์อ้าง พล.อ.ซื้อขายตำแหน่ง ตร.

Offline

#735 March 2, 2016 12:21 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/blog-post_18.html

วันอังคาร, มีนาคม 01, 2559

วาทะเด็ด... ประเทศมึง มันบ้า ยอมให้คนที่ละเมิดกติกา มาเขียน กติกา

hqdefault.jpg

พ.ร.บ.คุมประชามติ ระบุ โทษยุยงคว่ำร่างรธน. จำคุก 10 ปี: Spring News

แหล่งข่าวจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า ครม.ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจความเรียบร้อยก่อนส่งให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว

สาระสำคัญอยู่ที่มาตรา 12 ว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยระหว่างการออกเสียงประชามติ ซึ่งระบุว่า ผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใดที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม ข่มขู่ หรือลักษณะอื่นใด โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม: http://www.springnews.co.th/politics/276446

Screen%2BShot.png


..................

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=c9a9ca2e89a88c230ecdae3866f60131&oe=575E2A94Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 24 กุมภาพันธ์ ·

12386_1003705006388946_6254436147501915358_n.jpg?oh=24838f2d8ef5bc5aabd108d4b9754f4a&oe=5767D7C7

วิษณุ ขออีก5ปีถึงจะมีประชาธิปไตยเต็มใบ แต่ตอนนี้เอาครึ่งใบไปก่อน อ้างในอดีตมีประชาธิปไตยครึ่งใบตั้ง14ปี โห นี่ข้ออ้างหรือแถ แผลเหวอะมากๆ http://prachachat.net/news_detail.php?newsid=1456306902

12794628_1005923209500459_7874704526867012856_n.jpg?oh=d1ee50d9367689983accc4a65ae0ede8&oe=575169AB

ประยุทธ์ พ้อแค่แผน20ปีของคสช.ทำไมถึงไม่ยอมรับกัน โถท่านคะ ทำงานมาสองปียังฉิบหายขนาดนี้เลยนะคะท่าน http://www.matichon.co.th/news/51438

12799210_1004734622952651_7354444167780154020_n.jpg?oh=8d027276f2fd94637b4f377ed1b3e2e9&oe=574CB28D

แอมเนสตี้ ตบหน้าไทยแถลงสถานการณ์สิทธิฯ ใช้ศาลทหาร อำนาจเถื่อนคุกคามประชาชน และซ้อมทรมานคนคิดต่าง http://prachatai.org/journal/2016/02/64243

Offline

#736 March 4, 2016 11:20 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://news.voicetv.co.th/thailand/334230.html

'สดศรี' มอง กกต.ต้องร่วมรับผิดกับ กปปส.

by Wanpen Taewutom
3 มีนาคม 2559 เวลา 18:19 น.

1044876.jpg

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง มองว่า การล้มเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557  ต้องเอาผิดกับกลุ่มผู้ขัดขวาง ส่วน กกต.ในฐานะผู้มีหน้าที่ และอำนาจจัดการเลือกตั้งโดยตรงก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน   
       
นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการเลือกตั้ง ให้ความเห็นทางข้อกฎหมายถึงความรับผิดชอบต่อการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่เป็นโมฆะไปโดยมองว่า บุคคลกลุ่มแรกที่ต้องรับผิดชอบ คือ ผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้งเพราะมีหลักฐานชัดเจนส่วน กกต. มีหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้งรวมทั้งอำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้ง ดังนั้น กกต. ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

ส่วนการที่ กกต.จะฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 2,400 ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น อดีต กกต.มองว่า ยังไม่มีความชัดเรื่องข้อกฎหมาย

ส่วนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทยชี้แจงว่า เมื่อประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ความรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งทั้งหมดเป็นของ กกต. รวมทั้งอำนาจในการตัดสินใจยกเลิกหรือดำเนินการเลือกตั้งต่อไป

ส่วนนางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลรักษาการในขณะนั้นตามกฎหมายเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก ช่วยประสานงานหน่วยราชการทั้งหมดให้การสนับสนุนตามที่ กกต. ร้องขอเท่านั้น

ด้านนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า พร้อมต่อสู้คดีทั้งในทางแพ่ง และอาญาซึ่งได้เตรียมทนายความไว้พร้อมแล้วโดยจะขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่า การชุมนุมของ กปปส. เป็นการเรียกร้องเชิญชวนไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้ง และกกต. ประจำหน่วยยุติการเลือกตั้งไปเอง

........

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/blog-post_7.html

วันศุกร์, มีนาคม 04, 2559

คดีนี้จะตลกไปจนชั่วลูกชั่วหลาน...

12814654_1066300896770082_5924025433638007971_n.jpg

12096353_1066301036770068_4224762983647711494_n.jpg

12805899_1066301080103397_5569495389841839099_n.jpg

ผมอยากให้คดีนี้
.
กกต. ลงมติเอกฉันท์ ฟ้องกปปส. –ยิ่งลักษณ์ เรียกค่าเสียหาย 2,400 ล้าน เหตุเลือกตั้ง 2 ก.พ. ล่ม
https://www.facebook.com/BBCThai/photos … 61/?type=3

ตัดสินตามที่โจทก์คือ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเป็นเอกฉันท์ ที่ให้ดำเนินการฟ้องคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ โดยฟ้อง กปปส. ฐานขัดขวางการเลือกตั้ง และฟ้อง

1. น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฐานละเมิดการปฏิบัติหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 2,400 ล้านบาท

2. บุคคลและกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการเลือกตั้งนั้น กกต. ระบุว่ามีจำนวน 234 คน โดยมีหลักฐานภาพถ่ายสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ โดยเฉพาะกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์(กปปส.) อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกปปส. นายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พระพุทธอิสระ แกนนำกปปส. เป็นต้น

โดยมีการเรียกค่าเสียหาย 2,400 ล้านบาท

คดีนี้นอกจากจะกลายเป็นคำฟ้องและคำพิพากษาที่ตลกไปจนชั่วลูกชั่วหลานแล้ว

ยังทำให้พวก กปปส.ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้สำเหนียกด้วยว่า อะไรที่ทำมาเพื่อให้มีการรัฐประหารนั้นนอกจากไม่ได้อะไรแล้ว ยังขาดทุนป่นปี้อีกด้วย
ดู
กปปส. เรียกร้องประชาชนชาวไทยไม่ร่วมการเลือกตั้งทั่วไป 2 กุมภาพันธ์
http://vovworld.vn/th-TH/%E0%B8%82%E0%B … 213283.vov

และต้องไม่ลืมด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทั้งเข้าร่วม กปปส. และบอยคอตเลือกตั้ง
ดู
สื่อนอกรายงาน “พรรคประชาธิปัตย์” ประกาศบอยคอต “เลือกตั้ง 2 กพ.” ด้าน “ม็อบต้าน” ชุมนุมใหญ่ไล่ “ยิ่งลักษณ์” วันนี้
http://www.manager.co.th/Around/ViewNew … 0000156747

นั้นจะต้องพบกับความล่มจมในเร็ววัน


Thanapol Eawsakul

ooo

เรื่องเกี่ยวข้อง...

Screen%2BShot7.png

http://prachatai.org/journal/2016/03/64424

Offline

#737 March 4, 2016 11:38 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/37-4.html

วันศุกร์, มีนาคม 04, 2559

ศาลลงโทษจำคุก 'มือปืนป๊อบคอร์น' 37 ปี 4 เดือน แต่ไม่มีการสืบสวนว่า มือปืนฝึกการใช้อาวุธมาจากไหน เพื่อนร่วมขบวนการเป็นใคร รับอาวุธมาจากที่ใด?????

12800386_587079061459095_518891868728968884_n.jpg

1935934_587079278125740_2475518923050595722_n.jpg

12111930_587079211459080_8042408275265949891_n.jpg

12274663_587079261459075_9089867059427250646_n.jpg

12798911_587079161459085_129488582004817302_n.jpg

12799354_587079138125754_2766343895106948083_n.jpg

12814267_587079134792421_8004362837787450907_n.jpg

12814689_587079318125736_9169869095909912505_n.jpg

12799057_587079338125734_525960048833752236_n.jpg

Credit
Narin Sanguansap's post.

ooo


เปิดคำพิพากษา ‘มือปืนป๊อบคอร์น’–คำสารภาพ(ก่อนสู้คดี)ถึงแรงจูงใจทางการเมือง

Thu, 2016-03-03
ที่มา ประชาไท

ลูก ‘ลุงอะแกว’ พอใจคำพิพากษา แต่ติดใจกระสุนในคอพ่อคนละชนิดกับปืนป๊อบคอร์น ถามเห็นหน้าชัดหลายคนทำไมจับได้คนเดียว พร้อมเปิดคลิปที่จำเลยให้สัมภาษณ์สื่อยอมรับถึงเหตุการณ์วันดังกล่าวและปูมหลังชีวิต ความคิด ก่อนกลับคำให้การในชั้นศาลขอต่อสู้คดี รวมไปถึงคำพิพากษาของศาล แม้ไม่ได้ความว่าจำเลยยิงอะแกว แต่จำเลยกับพวกกระทำการร่วมกันจึงต้องรับผิดในผลที่กระทำร่วม

25474207525_f60f369fc1_o.jpg

3 มี.ค.2559 ศาลอ%Bญาพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 และนางสาวเอื้องฟ้า แซ่ลิ้ว บุตรสาวนาอะแกว แซ่ลิ้ว ผู้เสียหายที่ 2 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะที่หลักสี่ เป็นโจกท์ร่วมฟ้องนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ ท็อป หรือที่รู้จักกันในนาม มือปืนป๊อบคอร์น โดยศาลพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ส่วนข้อหามีอาวุธและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 3 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือสาธารณะจำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากคำสารภาพของจำเลยในชั้นสอบส่วนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาจึงเห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 โทษจำคุกตลอดชีวิตจึงเหลือ 33 ปี 4 เดือน โทษจำคุกอีกสองข้อหาเหลือข้อหาละ 2 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 37 ปี 4 เดือน (อ่านที่นี่)

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นสืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2557 บริเวณสะพานข้ามแยกหลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้ห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ ขณะที่กลุ่ม กปปส.เคลื่อนขบวนเพื่อไปปิดหีบเลือกตั้งเขตหลักสี่ มีเหตุปะทะกับกลุ่มสนับสนุนเลือกตั้งในย่านหลักสี่จนเบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 4 รายและหนึ่งในนั้นคืออะแกว ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังรักษาตัวนาน 7 เดือน หลังเหตุการณ์มีการเผยแพร่ภาพบุคคลหลายคนถืออาวุธสงครามบริเวณใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ในอินเทอร์เน็ต จากนั้นในวันที่ 19 มี.ค. 2557 นายวิวัฒน์ถูกจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและถูกคุมขังตั้งแต่นั้นมาจนปัจจุบัน รวมเวลาเกือบ 2 ปี โดยไม่เคยมีการยื่นประกันตัวมาก่อนหน้านี้ ขณะถูกจับกุมเขาอายุ 24 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป

ภรรยาร่ำไห้เป็นลม พ่อฐานะยากไร้สงสัยทำไมโยนทั้งหมดให้ลูกชาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภรรยาจำเลย และพ่อจำเลยซึ่งประกอบอาชีพทำไร่และรับจ้างเดินทางมาจากพิษณุโลก รวมถึงเพื่อนจำเลยอีก 5-6 คน เข้าร่วมฟังคำพิพากษา ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยศาลเริ่มอ่านคำพิพากษาล่าช้ากว่าเวลานัดหมายประมาณ 3 ชม. หลังฟังคำพิพากษา ภรรยาจำเลยร่ำไห้และเป็นลม ขณะที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวจำเลยกลับเรือนจำ ขณะที่ทนายจำเลยให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าทำการอุทธรณ์ต่อไป

ด้านพ่อของจำเลย กล่าวว่า เขามีอาชีพรับจ้างทำไร่ทำนาอยู่จังหวัดพิษณุโลกและมีฐานะยากจน ที่ผ่านมาเกือบ 2 ปีแทบไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมวิวัฒน์ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงในการมากรุงเทพฯ จะมาก็เพียงแต่ครั้งที่ศาลมีนัดพิจารณาคดีเท่านั้น ยอมรับว่าลูกชายไปอยู่ตรงนั้นจริง แต่มีคนจำนวนมากที่มีอาวุธ ไม่รู้ว่าผู้เสียชีวิตนั้นโดนกระสุนจากปืนกระบอกไหน ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงลงโทษกับลูกชายทั้งหมด

“เราอยู่ตรงนั้น แต่เราไม่ได้ยิงเขาตาย” พ่อจำเลยกล่าวหลังฟังคำพิพากษา

ลูกสาว ‘อะแกว’ชี้กระสุนในคอพ่อไม่น่าใช่จากปืน ‘ป๊อบคอร์น’ ถามทำไมจับได้คนเดียว

ด้านเอื้องฟ้า แซ่ลิ้ว ลูกสาวนายอะแกว ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ทราบข่าวคำพิพากษาแล้ว แต่จากการชันสูตรหัวกระสุนที่ฝังอยู่ในคอบิดาพบว่าไม่ใช่อาวุธชนิดเดียวกับที่นายวิวัฒน์ถืออยู่ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นอาวุธสงคราม หากเป็นกระสุนจากอาวุธของนายวิวัฒน์จริงคงไม่มีโอกาสได้นอนรักษาตัว อย่างไรก็ตามถือว่านายวิวัฒน์อยู่ในกลุ่มผู้กระทำการดังกล่าวด้วยการลงโทษของศาลจึงทำให้ครอบครัวที่สูญเสียพ่อรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมบ้าง แต่ประเด็นที่ยังค้างคาใจคือหลังเกิดเหตุมีการเผยแพร่ภาพบุคคลในกลุ่มเดียวกับนายวิวัฒน์หลายคนที่เห็นหน้าค่อนข้างชัดแต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถจับกุมใครได้เลย ยกเว้นนายวิวัฒน์เพียงรายเดียว

“ตอนที่พ่อถูกยิงสักพัก กลับมารักษาตัวที่บ้าน เขาอาการดีขึ้นแม้จะเป็นอัมพาตทั้งตัว เคยถามพ่อว่ารู้ไหมว่าถูกยิงจากทางไหน พ่อบอกว่ายิงมาจากรางรถไฟ เราใช้วิธีทำตาราง ก-ฮ แล้วไล่ชี้ทีละตัว ถ้าตัวไหนใช่ให้ขยับปาก” เอื้องฟ้ากล่าว

“เราไม่อยากให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้อีก พ่อก็ไม่ได้ร่วมชุมนุมอะไรกับใครเขา เขาโดนลูกหลง และที่ไม่เข้าใจคือ มือปืนมีรูปในที่เกิดเหตุเยอะแยะหลายคนที่เห็นหน้าชัดเจน แต่จับได้คนเดียว อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามด้วย” เอื้องฟ้ากล่าวและว่า นับตั้งแต่บิดาเสียชีวิต ยังไม่ได้เงินชดเลยใด ยกเว้นเงินทดแทนการขาดรายได้เพียงก้อนเดียวที่ได้จากกระทรวงยุติธรรมในช่วงที่บิดายังรักษาตัวอยู่

เปิดคลิปสัมภาษณ์มัดตัว เผยปูมชีวิตและแรงจูงใจในการปกป้อง “พี่น้อง”

สำหรับรายละเอียดคำพิพากษาในคดีนี้ โจทก์ใช้หลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว และคลิปวิดีโอที่ปรากฏในอินเทอร์เน็ต ปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของจำเลยที่เคยให้กับสื่อมวลชนไว้ในวันจับกุมยอมรับว่าเขาคือบุคคลที่ถือถุงป๊อบคอร์นคลุมอาวุธจริง จากการสืบค้นของประชาไท คาดว่าเป็นการสัมภาษณ์โดยทสำนักข่าวไทย (ดูที่นี่) ความยาว 16 นาที วิวัฒน์เล่าถึงภูมิหลังชีวิตตนเองที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างกับทำนา และช่วงนั้นได้เดินทางมาจากพิษณุโลกเพื่อมาหางานทำและเยี่ยมญาติในกรุงเทพฯ บังเอิญมีการชุมนุมจึงเข้าร่วมด้วยโดยเขาอาสาไปเป็นการ์ด และเฝ้าอยู่ที่จุดแจ้งวัฒนะ พร้อมทั้งยอมรับว่ามีอาวุธอยู่ในที่ชุมนุมแจ้งวัฒนะ โดยมีคนฝากให้เขาดูแล เขาไม่เคยใช้อาวุธมาก่อน วันเกิดเหตุเขารับอาสาไปป้องกันผู้ชุมนุม กปปส.ที่มาจากลาดพร้าวเพื่อมาสมทบแต่เกิดเหตุปะทะกับกลุ่มที่สนับสนุนการเลือกตั้ง จึงนำอาวุธดังกล่าวไปด้วย ไปสมทบกับคนอื่นๆ และไม่ได้รู้จักกันทั้งหมดกับผู้ใช้อาวุธที่ปรากฏตามภาพ เขายืนยันว่ายิงข่มขู่ไปในแนวที่ไม่มีคน รวมแล้วประมาณ 20 นัด


“ผมเห็นมวลชนมา พี่น้องมาแล้วโดน คนเดินทางมาก็โดนลอบทำร้ายบ้างอะไรบ้าง เห็นแล้วก็สงสาร เลยอาสาไปอยู่ตรงนั้น” วิวัฒน์ตอบคำถามว่าทำไมจึงตัดสินใจเป็นการ์ดที่เวทีสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ราชดำเนิน

“ไม่มี และไม่เคยใช้ปืน เริ่มมาเห็นปืนที่แจ้งวัฒนะแล้ว ก่อนจะเห็นปืนในม็อบมันมีเอ็ม 79 ลงหลังเวที 3 ลูก แล้วมีคนมายิงใส่เข้าไป ฝั่งเราไม่มีอาวุธตอบโต้ สักพักก็เห็นมี แต่ไม่รู้ใครนำเข้ามา” เขาตอบคำถามว่าระหว่างเป็นการ์ดมีปืน ใช้ปืนหรือไม่

“ช่วงนั้นผมก็ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง แต่ท่าทางเขาเห็น คนก็คิดว่าเราฝึกมา ที่จริงผมไม่ได้ฝึกเลย” เขาตอบคำถามว่าใช้ปืนเป็นได้อย่างไร และเขายอมรับว่าปืนที่เขาถือในวันเกิดเหตุคือ ปืน M16 มีคนแนะนำว่าขึ้นลำ ขึ้นเซฟอย่างไร แต่วิธีการยิงไม่ได้สอน

“นอนอยู่ที่หน้าด่านทั้งวัน แล้วมีคนเรียกออกมา ว่าพี่น้องมาจากลาดพร้าวข้ามถนนไม่ได้ โดนอีกฝั่งทำร้าย ยิงใส่ ขว้างปะทัดระเบิดปิงปองใส่ พี่น้องก็นอนหลบกันหมด เขาก็ระดมการ์ดออกมา ไอ้เราทีแรกก็ไม่คิดว่าจะออกมา ก็หันซ้ายหันขวาแล้วมันไม่มีใคร ของก็อยู่กับผมอยู่แล้วก็เลยตัดสินใจออกไป มันมีทีมการ์ดเอามาไว้ในนั้นอยู่แล้ว ไม่ได้เอามาให้แต่เอามาวางไว้ที่ฐานที่ด่าน เขาฝากให้ผมดู เขาเข้าห้องน้ำ” เขาตอบคำถามว่าวันเกิดเหตุที่หลักสี่เตรียมตัวอย่างไร ทำไมจึงเข้ามาอยู่ตรงนั้น

“ผมถือคติว่าฝั่งตรงข้ามไม่ทำก่อน เราจะไม่ทำ ถ้ามันทำ เรายิงข่มขู่ไปก่อน ผมยิงไม่ไม่มีแนวคนเลย ยิงไปแนวข่มขู่ มันไม่มีคน แต่คนที่โดนปืนโดนอะไร มันไม่ใช่มีผมคนเดียวใช่ไหมครับ มันหลายคนหลายชุด แต่มันดัง ดังป๊อบคอร์น” เขาให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่ง

“ตอนนั้นผมไม่คิดอะไร คิดว่าให้พี่น้องรอดอย่างเดียว เอาพี่น้องให้รอดไว้ก่อน ต้องเอาพี่น้องของเราเข้ามาหาหลวงปู่ให้ได้ ถ้ามืดฝั่งตรงข้ามต้องทำร้ายแน่นอน” เขากล่าวในตอนหนึ่ง

คำพิพากษาของศาล แม้ไม่ได้ความว่าจำเลยยิงคนตาย แต่ “ร่วมกัน” กับพวก

สำหรับสรุปรายละเอียดคำพิพากษามีดังนี้

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้ร่วมกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลได้วินิจฉัยในประการแรกก่อนว่า ชายชุดดำที่ถือถุงกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลืองเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยหรือไม่ ศาลอ้างถึงการเบิกความของตำรวจที่รับผิดชอบสืบสวนคดีนี้ซึ่งเบิกความว่า นำภาพจากกล้องวงจรปิดของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ติดตั้งบริเวณใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ ปรากฏภาพบุคคล 5-6 คนปิดบังใบหน้าเดินมาจากซอยแจ้งวัฒนะ 5 มุ่งหน้าไปทางรถหกล้อนำขบวนของกลุ่ม กปปส.ที่มาจากห้าแยกลาดพร้าว มีภาพคนร้ายที่ถือถุงเขียวเหลืองเดินตรงไปยังรถนำขบวน สักครู่ต่อมาชายคนดังกล่าววิ่งไปที่แท่งปูนแบริเออร์แยกหลักสี่ ประกอบกับภาพจากสื่อในอินเตอร์เน็ตพบว่า ชายคนดังกล่าววิ่งไปที่แท่งปูนแล้วใช้อาวุธปืนที่ซุกซ่อนมาในถุงกระสอบข้าวโพดเขียวเหลืองยิงไปทางไอทีสแควร์ ต่อมาตำรวจทุ่งสองห้องนำหลักฐานภาพชายคนถือถุงกระสอบเขียวเหลืองเดินไปทางซอย 5 ต่อมาพบชายลักษณะเดียวกันแต่เปิดหน้า จึงได้นำภาพชายคนดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับคนที่ปิดบังใบหน้า ปรากฏว่ามีลักษณะเหมือนกัน ตำรวจสืบจนทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่พิษณุโลกและทราบชื่อจริง เมื่อเทียบกับภาพถ่ายตามทะเบียนราษฎร์ก็ตรงกับภาพชายชุดดำที่ใส่หมวกไหมพรมเปิดหน้า เห็นว่า ขณะเกิดเหตุแม้จำเลยจะสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าแต่ในเวลาต่อมาจำเลยได้เปิดหมวกดังกล่าวออกตามหลักฐานที่โจทก์นำส่ง และเมื่อนำภาพถ่ายของชายที่สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้ามาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายจำเลยที่เปิดเผยใบหน้า เห็นได้ชัดว่าจำเลยกับชายคนดังกล่าวมีลักษณะรูปร่างอ้วนเหมือนกัน สวมหมวกไหมพรมสีดำเหมือนกัน ใส่เสื้อยืดสีดำแขนยาวเหมือนกัน เสื้อเกราะกันกระสุนเหมือนกัน เข็มขัดคาดเอวเหมือนกัน กางเกงยีนส์เหมือนกัน รองเท้าเหมือนกัน อุปกรณ์วิทยุสื่อสารเหมือนกัน และเมื่อนำภาพถ่ายในทะเบียนราษฎร์มาเปรียบเทียบกับภาพที่เปิดเผยหน้ายิ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลย ประกอบกับการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวตามวัตถุพยานที่นำส่ง นอกจากจำเลยจะเล่าถึงประวัติของจำเลยแล้วยังยอมรับว่าจำเลยยังยอมรับว่าชายคนร้ายชุดดำที่ถือถุงกระสอบใส่ข้าวโพดสีเขียวเหลืองคือจำเลย ซึ่งเจือสมกับหลักฐานโจทก์ที่นำสืบข้างต้น การที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่กลุ่ม กปปส.ที่สำนักงานเขตหลักสี่จึงขัดแย้งกับภาพของจำเลยที่ปรากฎในที่เกิดเหตุ รวมทั้งคำให้สัมภาษณ์แก่นักข่าว ยิ่งกว่านั้น ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยเป็นคนเดียวกับบุคคลที่ถือกระสอบใส่ข้าวโพดสีเขียวเหลืองขณะเกิดเหตุจริง และนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ อ้างว่ารับสารภาพโดยไม่สมัคร ถูกพนักงานสอบสวนข่มขู่นั้น เห็นว่าขณะนำชี้ที่เกิดเหตุกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้านักข่าวเป็นจำนวนมาก จึงไม่น่าเชื่อว่าถูกข่มขู่ และหากถูกข่มขู่จริงก็น่าจะร้องเรียนกับตำรวจผู้บังคับบัญชาได้ แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำเช่นนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับชายชุดดำสวมหมวกไหมพรมปิดหน้าถือกระสอบใส่ข้าวโพดสีเขียวเหลืองในวันเกิดเหตุจริง

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องจริงหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้รับในระหว่างให้สัมภาษณ์นักข่าวและคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ความว่า วันเกิดเหตุจำเลยกับพวกจำนวน 21 คนซึ่งอยู่ในกลุ่ม กปปส.ดังกล่าวตามรายงานการสืบสวน ต่างก็ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงโต้ตอบกับกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่อยู่หน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ตามหลักฐานภาพเคลื่อนไหวที่นำส่ง ในช่วงเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งในกลุ่มกปปส.ถือโทรโข่งบอกพรรคพวกของตนว่า ให้เล็งเอาไว้ ออกมาให้สอยเลย ซึ่งน่าจะหมายถึงให้จำเลยกับพวกเล็งปืนเอาไว้หากกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งโผล่ออกมาให้ยิงได้เลย และภาพในลำดับถัดมาปรากฏว่ามีรถยนต์ยี่ห้อนิสสันสีขาวที่มีกระบะคล้ายรถขนเงินขับมาจอดใกล้ๆ จากนั้นได้เปิดกระบะท้ายออกแล้วมีการทยอยนำสิ่งคล้ายกับเสื้อเกราะกันกระสุน หมวกคล้ายหมวกเหล็กของทหารและโล่ที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนส่งให้แก่พรรคพวก และคนร้ายที่เป็นคนเดียวกันกับคนที่ชี้เป้าให้จำเลยก่อนหน้านี้วิ่งมารับอุปกรณ์ดังกล่าว ในขณะเดียวกันนั้นมีชายอีกคนหนึ่งตะโกนบอกพรรคพวกของตนให้นำอาวุธปืนยาวมาเก็บไว้ที่รถคันดังกล่าว นอกจากนี้ยังจะเห็นภาพจำเลยภาพจำเลยกับพวกเดินเกาะกันมาเป็นกลุ่มซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นภาพหลังจากจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนยิงไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งแล้ว และเมื่อพิจารณาเห็นว่า กลุ่มขัดขวางและกลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้งเผชิญหน้ากันและแต่ละฝ่ายต่างใช้อาวุธปืนยิงปะทะกันในที่เกิดเหตุ โดยฝ่ายจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนยิงไปยังอีกฝ่ายตามภาพถ่ายที่นำส่ง ซึ่งมีทั้งอาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้รวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธปืนที่จำเลยซ่อนมาในถุงกระสอบข้าวโพดเหลืองเขียวและใช้ยิงอีกฝ่ายนั้นจะสังเกตเห็นปลายกระบอกปืนโผล่ออกมา โดยได้ความจากเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานว่า ส่วนปลายลำกล้องปืนที่ปรากฏตามภาพดังกล่าวเป็นปลอกลดแสงวาบซึ่งจะใช้ในอาวุธปืนสงครามที่ใช้ลดแสงจากการยิงในเวลากลางคืน จึงเชื่อว่าอาวุธปืนที่จำเลยซ่อนมามีอนุภาพร้ายแรง

ดังนั้น การที่จำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนยิงไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่มีความคิดเห็นขัดแย้งในทางการเมืองกับฝ่ายจำเลยเช่นนี้ ยิ่งบ่งชี้เจตนาการกระทำของจำเลยกับพวกได้ว่า กระทำไปโดยมีเจตนาร่วมกันฆ่าฝ่ายตรงข้าม ในเวลาเกิดเหตุดังกล่าวนอกจากผู้สนับสนุนการเลือกตั้งจะชุมนุมกันอยู่บริเวณไอทีสแควร์แล้วยังมีประชาชนและผู้เสียหายทั้งสี่อยู่บริเวณดังกล่าวด้วย โดยผู้ตายถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองตอนที่อยู่บริเวณใกล้ศาลพระพรหมตามภาพถ่าย และผู้เสียหายที่ 1,3,4 ก็ถูกปืนไม่ทราบชนิดและขนาดที่ยิงมาจากฝ่ายจำเลย ได้ความจากตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ที่สังเกตเหตุการณ์อยู่ขณะนั้นมาเบิกความว่า เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้น เห็นผู้ตายถูกยิง หลังจากมีคนนำผู้ตายออกจากพื้นที่เกิดเหตุ พยานก็เห็นชายชุดดำถืออาวุธปืนลูกซองชนิดบรรจุกระสุนห้านัดเดินออกมาจากใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ พร้อมกับใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งขณะเดินไปด้วยและชายคนดังกล่าวไปหยุดยืนอยู่ข้างทางรถไฟ แล้วซักครู่ก็เดินย้อนกลับไปยังบริเวณเดียวกับจำเลยกับพวก จึงเชื่อว่าชายคนดังกล่าวเป็นพวกเดียวกันกับจำเลย และเชื่อว่าผู้ตายถูกชายคนดังกล่าวยิง ทั้งนี้ เพราะแพทย์ได้ดูบาดแผลและผ่าเอาหัวกระสุนปืนลูกซองได้จากคอผู้ตาย การที่จำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนยิงไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งในขณะมีประชาชน ผู้ตาย ผู้เสียหายที่ 1,3,4 อยู่ในบริเวณดังกล่าว จำเลยกับพวกย่อมเล็งเห็นได้ว่าการยิงดังกล่าวของจำเลยกับพวกอาจถูกประชาชน ผู้ตายและผู้เสียหายที่อยู่บริเวณไอทีสแควร์ถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น

สำหรับผู้ตายได้ความจากโจทก์ร่วมว่า ก่อนถูกยิงดังกล่าวผู้ตายสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว แต่หลังจากถูกยิงแล้วได้กลายเป็นอัมพาต ต้องรักษาตัวตลอดมาและถึงแก่ความตายในที่สุด ความตายของชายดังกล่าวเป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการกระทำของจำเลยกับพวก และแม้ว่าข้อเท็จจริงจะไม่ได้ความว่าผู้เสียหายที่ 1,3,4 และผู้ตายถูกจำเลยยิงก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกับพวกกระทำความผิดโดยมีพฤติการณ์ดังกล่าว จำเลยจึงต้องรับผิดในผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยกับพวกเช่นเดียวกัน การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นตาย และเมื่อผู้เสียหายที่ 1,3,4 ไม่ถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1,3,4

สำหรับอาวุธปืนที่จำเลยพาไปและกระทำความผิดดังกล่าวแม้ข้อเท็จจริงพิจารณาแล้วเป็นอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้และเป็นความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน แต่โจทก์มิได้มีคำขอในท้ายฟ้องให้ลงโทษในบทบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษในเรื่องนั้น แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนอยู่ในตัว ศาลย่อมลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาได้

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 188 ประกอบมาตรา 80 มาตรา 73, พ.ร.บ.อาวุธปืน มาตรา 4,7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรค1, 72 ทวิ วรรค 2, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 5,6,11,18 ประกาศศูนย์รักษาความสงบฉบับที่ 2/2557 เรื่องห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน

ให้ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 ปี ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงมีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรให้ลดโทษกระทงละ 1 ใน 3 ดังนั้น

ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น เหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน

ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต เหลือจำคุก 2 ปี

ฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เหลือจำคุก 2 ปี

รวมจำคุก 37 ปี 4 เดือน ริบของกลาง

Offline

#738 March 4, 2016 12:06 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1419507844

ใคร! ต้องจ่าย3พันล้าน ปมเลือกตั้ง2ก.พ.โมฆะ

วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558 เวลา 10:09:02 น

14195078441419507904l.jpg

หมายเหตุ - ความเห็นของนักวิชาการและนักกฎหมาย กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดและเรียกค่าเสียหาย 3,000 ล้านบาท กับผู้ที่มีส่วนทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ (เผยแพร่ครั้งแรกในมติชนรายวัน ฉบับวันที่ 25 ธ.ค. 2557)

เอกชัย ไชยนุวัติ
นักวิชาการด้านนิติศาสตร์

ขณะนี้มีคนพูดถึงคน 3 กลุ่ม คือ รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กกต. และกปปส. ซึ่งต้องดูข้อกฎหมายว่า อำนาจอยู่ที่ใครในความรับผิดชอบจัดการเลือกตั้ง เดิมก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าของ กกต.แต่ละจังหวัด แต่มีปัญหาว่ามีความเคลือบแคลงใจในความสุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากรัฐบาลรักษาการในขณะนั้นสามารถที่จะสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดได้ เมื่อมีการปฎิรูปและเกิดรัฐธรรมนูญปี 2540 จึงมีการเกิดขึ้นของ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารที่เป็น "อิสระ" จากการสั่งการของรัฐบาล

นับแต่นั้นเรื่อยมาจนถึงรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และจนถึงสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญปี 2550 กกต.มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการเลือกตั้ง

หากดูตามกฎหมาย มาตรา 229 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดให้ กกต.ต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริต และหากดูตามมาตรา 235 ที่ได้ระบุว่า "กกต.เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้ง หรือการสรรหา ส.ส. ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี..." และมาตรา 236 ที่เขียนว่า "กกต.มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้...(1)-(9)" ซึ่งถ้าดูตามกฎหมายจะเห็นได้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญมีเจตนาไม่ให้อำนาจหน้าที่ใดๆ แก่ รัฐบาลรักษาการทั้งสิ้น เพราะอาจมีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งได้

รวมทั้งใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 ที่มาตรา 20 เขียนไว้ชัดเจนว่า กกต. "มีอำนาจสั่ง" หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการ ท้องถิ่น เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นให้ได้ นอกจากนั้นที่วรรคท้ายของมาตรา 20 ยังได้บอกว่า ถ้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กกต. ซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ให้ถือว่าเป็นการกระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ดังนั้น สรุปได้ว่า ทั้งรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ. มีเจตนาไม่ให้อำนาจกับรัฐบาลรักษาการ และให้อำนาจอย่างเต็มที่กับ กกต.

อีกประเด็นหนึ่ง ต้องย้อนกลับไปดูว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ที่ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ต้องดูว่า ณ วันที่รัฐบาลประกาศยุบสภา พระราชกฤษฎีกานี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขอเน้นว่า "ณ วันนั้น" เพราะนักกฎหมายไม่สามารถนำเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากวันที่มีการประกาศเลือกตั้งไปพิจารณาย้อนหลังไปถึงวันที่ออกพระราชกฤษฎีกายุบสภาได้ดังนั้นตามกฎหมายแล้วพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2556ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ

เท่าที่ติดตามครั้งสุดท้ายกกต.ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ขัดขวางไม่ให้มีการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ กกต. ที่ต้องจัดการเลือกตั้ง จึงขอถามว่า คณะอนุกรรมการหลายๆ ชุดทั้งหลายนี้มีการฟ้องร้องบุคคลใดแล้วหรือยัง หรือต้องการที่จะรออะไรสักอย่าง

ถามว่า กกต.จะฟ้องใคร ในเมื่อพระราชกฤษฎีกา ณ วันที่ออกนั้นชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุการณ์ภายหลังที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่เกิดขึ้นนั้นทำให้มันไม่ชอบ จึงนำเหตุการณ์ภายหลังมาวิเคราะห์วันที่ออกกฎหมายไม่ได้ เหตุที่เลือกตั้งไม่ได้ไม่ใช่เพราะรัฐบาล

ต้องถามว่าผู้สมัคร ส.ส.ที่ไปติดอยู่ที่สถานีตำรวจ หรือผู้ที่ไม่สามารถไปเลือกตั้งได้นั้นเป็นเพราะใคร เป็นเพราะอะไร เรื่องพวกนี้กำลังถูกบิดเบือนในสังคม และไม่ได้พยายามออกมาสู้ในข้อเท็จจริง


กิตติศักดิ์ ปรกติ
อาจารย์คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรื่องนี้ต้องมองว่า ใครเป็นต้นเหตุเท่านั้นเอง สาเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้นมีหลายสาเหตุ การพิจารณาต้องย้อนกลับไปดูคำตัดสินของศาลก่อนว่า การเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะเพราะอะไร เเล้วค่อยมาตอบเรื่องนี้

ถ้าหากว่าจัดการเลือกตั้งทั้งที่รู้ว่าเลือกตั้งจะไม่สำเร็จ หรือว่าจัดการเลือกตั้งทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าจะมีผู้ขัดขวาง เเทนที่จะยืดเวลาออกไป ถามว่า กกต.เเละรัฐบาลต้องรับผิดชอบกับเงินที่เสียไปไหม ก็ต้องว่ากันไป ต้องพิจารณากันไป

เเต่ กกต.ต้องออกมาชี้เเจงเสียก่อนว่า ในสายตาของ กกต.นั้น ใครเป็นต้นเหตุ เป็นหน้าที่ของ กกต. หลังจากนั้นก็ไปกล่าวหาคนคนนั้น เเละคนที่จะตัดสินว่า คนนั้นผิดหรือเปล่า ก็คือศาล


อัษฎางค์ ปาณิกบุตร
นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์

ใครต้องผิดรับชอบ ยังพิสูจน์ไม่ได้ ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ เเต่ต้องถามว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร ไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร ถึงได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ขณะที่หลายฝ่ายกำลังสร้างสถานการณ์ไปสู่ความปรองดอง รัฐบาลทหารหาเพลงมาให้คนร้องสมานฉันท์กันเเทบตาย กกต.กลับสร้างความขัดเเย้ง โยนระเบิดลงมา

เพราะว่า เรื่องนี้คุณไปโทษใคร เขาก็กลับมาโทษคุณ เป็นบูมเมอแรง มีข้อถกเถียงเยอะแยะไปหมด การหาผู้กระทำความผิดมีกระบวนยาวมาก เเละสมมุติว่า หากศาลตัดสินว่า กกต.นั่นเเหละเป็นผู้ผิด กกต.จะใช้เงินหรือไม่

ระหว่างนี้ กกต.ที่กำลังกินเงินเดือนประชาชนฟรีๆ ควรจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น ไปศึกษาหาข้อมูล ว่าจะมีการเลือกหรือไม่เลือกตั้งท้องถิ่น จะเป็นประเด็นให้เกิดความขัดเเย้งขึ้นในอนาคตไหม เราจะเเก้ไข หาจุดบกพร่องของการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านๆ มา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งระดับชาติที่ดีในครั้งหน้าได้อย่างไร จะเเก้ซื้อสิทธิขายเสียงอย่างไร คิดหาวิธีกันไป หรือจะสร้างบทเรียนให้เยาวชนมีความเข้าใจในการเลือกตั้งอย่างไร เเละอื่นๆ อีกเยอะเเยะ กกต.มีหน้าที่เหล่านี้

กินเงินเดือนฟรี ไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าเหรอ มานั่งคิดอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่า กกต.ต้องพิจารณาตัวเอง ภายใต้วุฒิภาวะของเขา ตอนนี้เขาควรทำอะไร

ส่วนใครจะเป็นคนชดใช้เงิน 3 พันล้านบาท ต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม หากจะบอกว่ารัฐบาลต้องจ่าย รัฐบาลก็จะบอกว่า อำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งนั้น กกต.มีอำนาจอย่างเต็มที่ เเล้วทำไมจัดไม่สำเร็จ


สาวตรี สุขศรี
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จริงๆ กกต.นั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ แล้ว กกต.ทำช้ามาก ควรจะหาตัวคนที่ทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว และจะต้องพิจารณาตัวเองด้วยว่า การที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้หรือมีการล้มการเลือกตั้งนั้น เขาบกพร่องในหน้าที่หรือเปล่า องค์กรที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงคือ กกต.นั่นเอง แล้วจะหาใครมารับผิด

พระราชบัญญัติที่ว่าด้วย กกต. ระบุให้ กกต.มีหน้าที่ในการดูแลการจัดการเลือกตั้ง ถ้าอย่างนี้คือ เขามีความบกพร่อง เห็นกันอยู่ว่ามีการปิดอะไรหลายๆ อย่างในช่วงนั้น แต่สิ่งที่ กกต.พูดมีหลายจุดที่ กกต.ไม่ทำหน้าที่ของตนเอง ทำให้การเลือกตั้งในหลายจุดเกิดขึ้นไม่ได้ องค์กรของเขาตาม พ.ร.บ.แล้วถือว่าบกพร่องในหน้าที่

ส่วนเรื่องการฟ้องร้องนั้น เกี่ยวพันกับเรื่องความเสียหายในทางมหาชน ถ้าบอกว่าประชาชนทั่วไปฟ้องร้องได้ก็อาจเกิดปัญหา โดยเฉพาะอันนี้เป็นเรื่องมหาชนโดยแท้ เป็นภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นเรื่องของการทำความเสียหายให้กับคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง ถ้าปัจเจกชนแต่ละคนไปฟ้องก็อาจมีปัญหาในแง่ที่ว่ามีสถานะของความเป็นผู้เสียหายหรือเปล่า ซึ่งอันนี้ในศาลรัฐธรรมนูญเองก็ยังตีความไม่ตรงกันเสียทีเดียว ที่ว่าประชาชนโดยทั่วไปฟ้องได้ไหม มีสถานะเป็นผู้เสียหายไหมในกรณีที่เป็นการกระทำขององค์กรของรัฐแล้วทำให้เสียหายโดยรวมแบบนี้ ใครคนใดคนหนึ่งจึงไม่น่าจะใช่ผู้เสียหาย แต่มีบางคดีที่มองว่าเป็นผู้เสียหายด้วย เช่นกรณีที่เคยฟ้องรัฐบาล อันนี้เป็นเรื่องทางมหาชน คดีลักษณะคล้ายกันในเรื่องการจัดการเลือกตั้งนี้ยังไม่เคยเห็น

การฟ้องตัวบุคคลที่ไปปิดคูหาแล้วมีการทำลายทรัพย์สินเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาถ้าคดีอาญามีการฟ้องตัวบุคคลที่ชัดเจนว่าเป็นใครคงจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยแต่ว่าสัดส่วนของความรับผิดชอบในทางแพ่งค่าสินไหมทดแทนจะเท่าไรอาจจะต้องว่ากันไปตามจริงคุณอาจสร้างความเสียหายให้แก่คูหาไปทำลายอะไรก็ต้องดูตรงนั้นไปเป็นเรื่องกรณีที่ฟ้องแต่ละบุคคลที่ไปกระทำความผิดในแต่ละครั้ง

ถ้าจะว่ากันตรงๆแล้ว คนที่จัดการเลือกตั้งเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง

(ที่มา:มติชนรายวัน 25 ธ.ค.2557)

..........

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=c9a9ca2e89a88c230ecdae3866f60131&oe=575E2A94Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 2 มีนาคม · มีการแก้ไข ·

12800199_1008497369243043_4747791536491663743_n.jpg?oh=6ecd9e3a19cdaf33298dbe6c90394446&oe=5793BD9E

กกต.ฟ้องยิ่งลักษณ์มีเอี่ยวล้มเลือกตั้ง 2ก.พ.57 เพราะไม่ฟังเสียงคัดค้านว่าไม่ควรจัด เออะ เต็มที่เลยค่ะ เอาที่พวกพี่สบายใจเลย http://www.matichon.co.th/news/56873

............

* โล้นอิสระ ในคลิป นำขัดขวางการเลือกตั้งที่หลักสี่ ชัดเจน แต่ คสช. รัฐบาลทหาร ไม่ดำเนินการใดๆ



อาวุธสงครามที่หลักสี่
photo.jpgสันติวิธี พรหมบุตร

............

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=c9a9ca2e89a88c230ecdae3866f60131&oe=575E2A94Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 12 ชม. ·

12717959_1009055425853904_3562047606016321017_n.jpg?oh=5a435cee28eac24d4d61c0bc7a9ee17b&oe=576615DB

วันที่: 3 มี.ค. 59 สมชัย จี้รัฐบาลรีบเบิกเงินให้ กกต. ขู่เงินไม่มีถ้างานติดขัดไม่รู้ด้วยนะ หน้าด้านกว่านี้มีอีกไหม งานก็ไม่มี กินเงินเดือนฟรีทุกเดือน นี่มารีดไถเงินเยี่ยงมาเฟียอีก http://www.matichon.co.th/news/57759

Offline

#739 March 4, 2016 12:38 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=71fdaf2c1ee264ffe67712d4edcb64eb&oe=5765D0CFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 1 มีนาคม ·

12804902_1832854076942013_7753327167154754495_n.jpg?oh=37a2d17e3743081623fefb6fcd226349&oe=57574997

ให้รู้ซะบ้างประเทศนี้ ณ เวลานี้ใครใหญ่!!
#โจรสลัด

"บิ๊กป้อม" เเจงทหารบุกบ้าน "วัฒนา" ปรับทัศนคติ ไม่พอใจถูกวิจารณ์รุนแรง : ประชาชาติ
http://m.prachachat.net/news_detail.php … 1456890112



12803079_1832867476940673_550351214605211963_n.jpg?oh=07d31b6268e3c13dd9253cb0dbf8a4a8&oe=575D3746

อื้อฮือ!! แรงส์นะเนี้ย!! จะรอดไหมครับท่าน ยิ่งช่วงนี้กำลังตกมันอยู่ด้วย มันหมายความว่าอย่างไรครับ

"มาตรฐานทางวัฒนธรรมที่สูงกว่าพวกที่จะปรับทัศนคติเขา"

#โจรสลัด

.......

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/w … itary.html

วันศุกร์, มีนาคม 04, 2559

What happens during the Thai military government's 'attitude adjustment' sessions

AP_811070971140.jpg

By Victoria Ho
Mashable.com

Thailand's ruling military dictatorship is in the spotlight after an opposition party member's Facebook posts detailing his detention by the army this week went viral.

Watana Muangsook, former commerce minister and a senior member of ousted Thai premier Yingluck Shinawatra's Pheu Thai political party, was taken from his home Wednesday by army officials, and detained at an army base for an "attitude adjustment" session before going through police interrogation.

This was because he made a post on Facebook the day before, calling deputy Prime Minister Prawit Wongsuwan "sexist." After his detention, he appeared in court on Thursday on charges of committing computer crimes, which carries a punishment of five years in prison. The politician is out on bail now, and plans to fight the charges.

(SEE ALSO: Thai politician hauled up for Facebook post calling general 'sexist')

Screen%2BShot6.png

The junta wrested power from the Pheu Thai in a 2014 coup. Under its head, Prime Minister Prayuth Chan-ocha, the military government has exercised tough control on over its detractors, and threatened "attitude adjustment" detention from time to time.

This isn't the first time the junta has forcibly detained a dissenter, but the Pheu Thai is taking its outrage as far to the top as it can. It said it wrote to the United Nations High Commissioner for Human Rights on Thursday, complaining that Watana's detention and charges against him were "disastrously in violation of human rights and the rule of law."

But the military rulers appear to be sticking to their guns on their methods.

Deputy Prime Minister Prawit told local reporters after Watana's release: "If they speak so 100 times, they will be summoned 100 times." He added that "attitude adjustment talks" can last between three and seven days, and that Watana was called up for "expressing false information," not for insulting him.

"He expressed an opinion that misled society, so we invited him for talks," the Bangkok Post quoted him as saying.

CaM1A74UUAAXuVk.jpg

Screen%2BShot7.png

Detention conditions for 'attitude adjustment'

Watana has been fairly outspoken on Facebook, but the politician didn't get into details of what happened during the "attitude adjustment" session he went through on Wednesday. He did say in an update posted hours after his release that he was held in a 5x8 metre cell at the 11th Army Circle base all day, where two sets of army personnel came to "talk" between 11:30 a.m. and 9:30 p.m. before he was released.

Previous detainees have been held for longer, seemingly harsher sessions. Former reporter with Thailand's The Nation newspaper Pravit Rojanaphruk has said that his three-day detention in September 2015 involved jail-like conditions.

AP_937578520225.jpg

In his account, he said he was put in a 4x4 metre cell that was dark with paneless windows. He was blindfolded for an interrogation that lasted six hours, and was eventually let off with a warning about being "too expressive" with his dissent.

Another critic of the military government, Thai academic Pavin Chachavalpongpun, claimed last week (prior to Watana's detention) that the military was harrassing his family in Bangkok by showing up to their home twice in a week and threatening to cart them off to army camps for "attitude adjustments." The junta told AFP it was not aware of the allegations.

Screen_Shot_2016-03-04_at_4.22.14_PM.png

Screen_Shot_2016-03-04_at_4.22.43_PM.png

In September last year, former energy minister Pichai Naripthaphan and ex-lawmaker Karun Hosakul — both Pheu Thai members like Watana — were detained for "attitude adjustments" after criticizing Prayuth's government.

Commenting on their detention, the general told reporters that he won't shy away from calling up dissenters for the treatment. "Everyone whose comments cause division, bad intent to the government, criticizing the things the government didn't do, causes trouble and blames a government that's trying to improve the country, I will consider," Prayuth said.


IMAGE: SAKCHAI LALIT/AP

Offline

#740 March 5, 2016 1:23 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* รัฐถ่อย ย่อมยอมรับรัฐถ่อย นี่เป็นธรรมชาติของกลุ่มคนเลว

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/blog-post_64.html + *

วันเสาร์, มีนาคม 05, 2559

“แน่ละ ไทยเป็นประเทศอธิปไตย” แต่ ลดขั้นลงไปซูฮกจีนหรือเปล่านะ

the%2BNew%2BYorker%2527s%2Barticle%2Bon%2BThailand%2Bby%2BBabara%2BDemick.PNG

คำว่า “เราไม่เคยก้มหัวให้ใคร” ใช้อ้างไม่ได้อีกแล้ว ประเทศไทยถูกตั้งข้อสังเกตุว่าการปฏิบัติตนแบบชาติอิสระตกต่ำลงไปอีกระดับหนึ่ง

อันเนื่องมาแต่บทความใน ‘เดอะ นิวย้อร์คเกอร์’ นิตยสารอเมริกันที่เสนอสาระ บทวิจารณ์ อารมณ์ขัน และการ์ตูนล้อเลียน จนเป็นที่ยกย่องในระดับสูงส่ง (prestigious) มานานกว่า ๙๐ ปี เรื่อง ‘Why did China kidnap its provocateurs?’ เขียนโดย Babara Demick

(http://www.newyorker.com/news/news-desk … ovocateurs)

“Thailand, of course, is a sovereign country.” บทความกล่าวไว้ตอนหนึ่ง แต่วิธีการยืดอำนาจกฎหมายเกินควรที่ทำกันในประเทศไทยและฮ่องกง ไปไกลกว่าการจับกุมคุมขังผู้เห็นต่างกับรัฐบาลเสียแล้ว

ฮ่องกงถึงแม้จะกลับไปเป็นของจีนตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ก็ยังไม่มีข้อตกลงส่งมอบตัว (rendition) เหมือนประเทศอธิปไตยอิสระอย่างไทย

บทความกล่าวถึงวิธีการก้าวล้ำอธิปไตย ด้วยการลักพาตัวชาวจีนผู้จัดพิมพ์หนังสือ%j0ปิดโปงความประพฤติไม่ชอบมาพากลภายในแวดวงรัฐบาลและผู้นำจีน ทั้งจากประเทศไทยและฮ่องกงนำกลับไปดำเนินคดีในแผ่นดินใหญ่

ว่า "ทำให้การซูฮกของประเทศไทยลงไปสู่ระดับใหม่ นานาชาติส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้ประเทศพันธมิตรของตนเข้าไปจับตัวใครก็ได้ภายในเขตแดนตามความพอใจ โดยที่ไม่มีข้ออ้างทางกฎหมายเลยแม้แต่น้อยนิด”

หากอ่านระหว่างบรรทัดก็อาจเกิดความเข้าใจได้ว่า กรณีนี้จีนปฏิบัติต่อไทยเหมือนดั่งฮ่องกง ดินแดนที่ซึ่งสหราชอาณาจักรได้ส่งมอบอธิปไตยคืนกลับไปเป็นของจีนแล้ว

“การลักพาตัวนี้เป็นเรื่องที่นานาชาติมีความวิตกเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในกรณีของประเทศไทย ที่เคยเป็นแหล่งลี้ภัยจากทั่วทุกท้องที่ในเอเซีย ตั้งแต่โรฮิงญาของพม่ามาถึงเกาหลีเหนือ

แต่ว่าเดี๋ยวนี้ประเทศไทยปกครองโดยคณะทหารที่ยึดอำนาจมาเมื่อปี ๒๕๕๗ และมีเศรษฐกิจตกต่ำ ประเทศนี้ยอมอ่อนน้อมตามเจตนารมณ์ของจีนมากยิ่งๆ ขึ้นทุกที”

เดอะนิวย้อร์คเกอร์ยกตัวอย่างการจับส่งตัวนักกิจกรรมจีนสองคนกลับไปให้แก่รัฐบาลจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่แล้ว ทั้งๆ ที่ทั้งสองมีเอกสารยืนยันจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ว่าอยู่ในระหว่างพักรอการเดินทางต่อไปสู่ประเทศที่สามเพื่อการลี้ภัยถาวร

นั่นเป็นการฝ่าฝืนแนวปฏิบัติแบบชาติที่ไม่ป่าเถื่อนในกรอบของสหประชาชาติอย่างชัดแจ้ง

แล้วยังมีวิธีการไขสือละเมิดสิทธิมนุษยชนสากลอย่างหน้าตายในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วเช่นกัน เมื่อประเทศไทยภายใต้ปกครองของคณะรัฐประหาร คสช. จัดส่งชนชาวมุสลิมไอกูร์จำนวนร้อยที่ลี้ภัยมาจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน กลับไปให้รัฐบาลจีนควบคุมตัวดำเนินคดี แบบที่ปรากฏภาพและข่าวจากสื่อต่างประเทศว่าทางการจีนปฏิบัติต่อคนเหล่านี้อย่างหมูหมา

%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C.jpg

ชาวฮ่องกงประท้วงรัฐบาลจีน ต่อการที่นายกุย มินไฮ หายตัวไป
บทความเรื่อง “ทำไมจีนลักพาตัวพวกยั่วยุ” ในเดอะนิวย้อร์คเกอร์รายปักษ์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ กล่าวถึงกุย มินไฮ ผู้พิมพ์โฆษณาของสื่อบริษัท Mighty Current Media ในฮ่องกง ซึ่งเช่าคอนโดอาศัยอยู่ในประเทศไทย หายตัวไปหลังกลับจากซื้อของตลาดซูเปอร์แล้วพบชายหนุ่มคนหนึ่งรออยู่หน้าทางเข้าอาคาร

เขาฝากของที่ซื้อมาให้ยามนำไปวางหน้าประตูห้อง ก่อนขับรถเก๋งขาวออกไปกับชายหนุ่มคนนั้นแล้วไม่กลับมาอีกเลย จนกระทั่งมีการเปิดเผยโดยบทความของ เจียยัง แฟน ในเดอะนิวย้ร์คเกอร์ฉบับต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ผู้จัดพิมพ์สำนักไม้ตี้เคอเร้นต์ชาวจีนสามคนที่หายตัว เพราะถูกทางการจีนลักพาตัว

(http://www.newyorker.com/news/daily-com … publishers)

นั่นรวมถึง ลี่ สิน นักเขียนจีนต่อต้านรัฐบาลเผด็จการที่ไปอยู่ในประเทศไทยรอการขอลี้ภัยการเมือง เขาจำเป็นต้องขึ้นรถไฟเดินทางมุ่งสู่ประเทศลาวเพื่อต่อวีซ่าท่องเที่ยวกลับเข้าไปใหม่ เขาเขียนบอกภรรยาผ่านโทรศัพท์มือถือตอนก่อนถึงชายแดน จากนั้นก็หายตัวไป

วิธีการที่รัฐบาลจีน ‘จัดการ’ กับผู้ที่วิพากษ์รัฐบาลเป็นที่รู้กันทั่วว่าเลวร้ายขนาดไหน (ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารของไทยก็ทำในลักษณะเกือบจะคล้ายกัน แต่คอยโกหกกับต่างชาติว่าไม่เค้ย ไม่เคย) ฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์ระบุว่ามีนักกิจกรรมและทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนของจีนจำนวน ๒๘๐ คนถูกกักกันตัวในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนปีที่แล้ว

“ชายสามคนที่ถูกลักพาตัวโดยทางการจีนเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ใช่ทั้งผู้ต้องหาอาชญากรสงครามหรือก่อการร้าย ด้วยข้อยกเว้นกรณีหนึ่ง พวกเขาไม่ใช่แม้แต่พวกต่อต้านรัฐบาล แค่ทำให้เกิดความรำคาญเท่านั้นเอง”

ข้อความที่บาบาร่า เดมิคเขียนถึงความก้าวร้าวของรัฐบาลจีนเช่นนี้ ชวนให้เปรียบเทียบถึงการที่รัฐบาล คสช. ส่งทหารบุกไปจับกุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพียงเพราะเขาออกมาตำหนิพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าหยามเหยียดศักดิ์ศรีสตรีของอดีตนายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

กุย มินไฮ กับ ลี โบ (อีกชื่อหนึ่งว่า พอล ลี ซึ่งถูกลักพาตัวในฮ่องกง) หุ้นส่วนกิจการไม้ตี้เคอเร้นต์มีเดียในฮ่องกงที่ตีพิมพ์เรื่องราวการเสียพรพมจรรย์ครั้งแรกของเป็ง ลี่หยวน สตรีหมายเลขหนึ่งจีน กับสถานภาพการมี ‘ผู้หญิงหกคน’ ของประธานาธิบดีสี จินปิง จนทั้งสองต้องถูกลักพาตัว (เช่นเดียวกับชาวฮ่องกงทำธุรกิจร้านหนังสืออีกสามคน) ต่างก็ได้สัญชาติประเทศตะวันตกทั้งคู่ กุยเป็นชาวสวีเด็น ส่วนลีเป็นชาวอังกฤษ ซึ่งในกรณีของลี กระทรวงต่างประเทศอังกฤษแถลงว่าเขาถูกพาตัวไปโดย “ไม่ได้ให้การยินยอม”

%25E0%25B9%2595%2B%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AE%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7.jpg

๕ ผู้ร่วมกิจการร้านหนังสือในฮ่องกงที่ถูกลักพาตัว
สำหรับลี่ สิน ซึ่งหายตัวไปขณะนั่งรถไฟไทยไปลาว เป็นบรรณาธิการเว็บข่าว Southern Metropolis Daily อันเป็นกลุ่มสื่อในมณฑลกวางซูที่ทัดทานอำนาจเผด็จการจีนมาอน่างเผ็ดร้อน ลี่ทำให้รัฐบาลจีนโกรธเพราะเปิดโปงระบบเซ็นเซอร์ของจีน

จากรายงานของ ‘วิทยุเอเซียเสรี’ แจ้งว่ารัฐบาลจีนต้องการให้เขาเผยชื่อกลุ่มต่อต้านรัฐบาลให้หมด ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีต่อเขาในข้อหาสายลับ เขาจึงได้หนีเข้าไปอยู่ในประเทศไทยเพื่อขอลี้ภัยการเมือง

แต่อนิจจาเขาหนีมังกรไปปะ monitor lizards

mangrove-lizard.jpg *

นี่อีก ชวนให้นึกถึงคดีของนายเธนตร อนันตวงษ์ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมขณะนอนรอการผ่าตัดอยู่บนเตียงคนไข้โรงพยาบาลสิรินธร ในข้อหานำลงผังภาพการทุจริตอุทธยานราชภักดิ์ ตาม ม. ๑๑๖

หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเขาเดินทางออกนอกประเทศไปลาว อ้างว่าเจ้าหน้าที่ต้องการให้เขาเป็นพยานปรักปรำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่จึงต้องหนีประกัน อย่างไรก็ดีต่อมาเขาเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยมีข่าวว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่ลาวได้เพราะพวกผู้ลี้ภัยชาวไทยที่นั่นไม่ไว้ใจว่าเขาไปเป็นสายลับให้กับ คสช.

%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%2B%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A9%25E0%25B9%258C%2B%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%258B%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B6%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587.PNG

เธนตร 'ตูน' อนันตวงษ์
แต่กระนั้นวิธีการจับกุมควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวโยงหรือมีสัมพันธ์กับกลุ่มต่อต้านเผด็จการทางใดทางหนึ่ง เพื่อบีบคั้นให้ทำตัวเป็นสายลับตามแบบเผด็จการ นั้นไม่ต่างกันเลยทั้งรัฐบาลจีนและรัฐบาลไทย

เดอะนิวย้อร์คเกอร์ยกตัวอย่างกรณีองค์การซีไอเอของสหรัฐลักพาตัวอิหม่าม ฮัสซัน มุสตาฟา โอซาม่า นาสเซอร์ ของอียิปต์ ไปจากท้องถนนกรุงมิลาน อิตาลี่ ในปี ๒๕๔๖ อัยการอิตาลียื่นฟ้องคดีต่อชาวอเมริกัน ๒๓ คน รวมทั้งหัวหน้าสถานีของซีไอเอ ข้อหาลักพาตัวคนส่งออกนอกประเทศ

ศาลตัดสินความผิดแม้ว่าจะไม่มีจำเลยไปปรากฏตัวแม้แต่สักคน ทว่าจนบัดนี้ทางการอิตาลีก็ยังมีหมายจับผู้ถูกตัดสินเหล่านั้นที่เป็นผลบังคับใช้อยู่ อันต่างอย่างสิ้นเชิงกับกรณีประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวนิตยสารไทม์ไปทำรายงานสืบสวนถึงคอนโดของกุย มินไฮ สองเดือนหลังจากเขาหายตัวไป แฮนนาห์ บีช พบว่าตำรวจไทยไม่เคยสนใจทำคดีการหายตัวของกุยนี้เลย อ้างว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้ถ้าหากญาติของผู้สูญหายไม่ไปแจ้งความต่อตำรวจในประเทศไทย

ทางด้านภรรยาของลี่ สิน ที่หายตัวไประหว่างเดินทางจากไทยไปลาว บอกกับสำนักข่าวเสียงจากอเมริกาว่า ตำรวจไทยปฏิเสธไม่ยอมทำคดีการหายตัวของสามีเธอ แถมยังบอกให้เธอไปแจ้งกับสถานทูตจีนเอาเองด้วย

อีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้นก็ปรากฏข่าวออกมาจากทางการจีนว่า ผู้ที่หายตัวไปทั้งสามเดินทางไปมอบตัวกันเอง โดยมีคลิปและคำสารภาพออกมาด้วย ภรรยาของลี่กล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษว่า เธอได้รับโทรศัพท์จากสามีแจ้งว่าเขาอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจจีนแล้ว

เขาได้กลับไปรับการดำเนินคดีด้วยความสมัครใจ แต่เธอเสริมว่า “ฉันรู้สึกเขาถูกบังคับให้พูด เขาพูดอย่างนั้นโดยขัดกับเจตนาอย่างแน่นอน”

ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า จะโกหกพกลม หรือแค่แถลงความจริงนิดเดียว แอบอ้างหลักการวิเศษไม่สามัญ ด้วยถ้อยสำนวนการทูตเลิศเลออย่างไร การกระทำแท้จริงก็ไม่อาจลอดพ้นสายตาประชาคมโลกได้

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.