iFreeThai

#781 March 19, 2016 11:38 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,308

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ปล้นขัดๆ

Offline

#782 March 20, 2016 12:08 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/blog-post_37.html

วันอาทิตย์, มีนาคม 20, 2559

เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือท้องนายังมีควาย เหนือฝูงควาย ยังมีผู้นำควาย ..

10600392_1552524651712663_4256215618210052327_n.jpg


#เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือท้องนายังมีควาย #เหนือฝูงควาย ยังมีผู้นำควาย ..
ลองออกหมายจับ สมเด็จช่วงฯ ว่าที่พระสังฆราชดูดิ.. ลองทำดู ถ้าอยากทำ และคิดว่าทำแล้วดี หรือดูเข้มแข็ง ก็ลองทำดู ..เด๋วก็รู้ว่าระหว่างพระเปรียญ9ที่บวชมาแต่เด็ก กับ พลเอกที่เหี้ยมาตั้งแต่เด็ก ใครจะอยู่ใครจะไป..   smile emoticon

เจ้าประคุณสมเด็จท่านฯ อายุตั้ง90 จริงๆไม่ใช่เรื่องยากหรือเหนือบ่ากว่าแรง หรือผิดระเบียบอะไรนักหนา ที่ DSI จะส่งพนักงานสอบสวนไปสอบสวนท่านที่วัดปากน้ำฯ

แต่ที่ไอ้นายพลอกหักเก้าอี้คุด คสช.บางคน อยากให้สมเด็จท่านมาตามหมายเรียกของ DSI ที่ตึก DSI เพราะมึงต้องการให้ #มีภาพปรากฏ ไปทั้งแผ่นดิน เมื่อสมเด็จท่านฯต้องมาพบพนักงานสอบสวนของDSI เหมือนผู้ต้องคดีอาญา ถือเป็นมลทินที่จะติดตาผู้คนไปนานแสนนาน ไม่เหมาะแก่การดำรงตำแหน่งพระสังฆราช

แบบนี้ไง ตอนนั้นเค้าถึงไม่เลือกให้เป็น ผบ.ทบ.เพราะชอบใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล #นิสัยเหมือนผู้หญิงแอบแรด ขี้ฟ้อง เก็บนู่นนิดนี่หน่อย มุดเข้าสี่เสาไปเล่าให้เค้าฟังหมด..เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจตัว..   


หมายเหตุ : คิดร้ายต่อพระเถระผู้ใหญ่ มีจิตใจ มีความประสงค์แอบแฝงที่ไม่บริสุทธ์ต่อพระภิกษุสงฆ์ ..ถือเป็นกรรมหนัก

ขอให้กรรมอันนี้ส่งผลให้ชีวิตมึงย่อยยับอัปราชัยในทุกๆความหวัง ทุกๆความปราถนา ทุกๆความต้องการ และทุกๆรอบที่แจกไพ่ ..

ขอให้มึงหมดตูดกลับไทยทุกครั้งที่หลบๆซ่อนๆไปเข้าบ่อนเมืองนอก....

กูแช่งแม่นนะ..   


1915125_1552527861712342_5354813019402686670_n.jpg

1507986_1552528228378972_7764839899376409352_n.jpg

มิตรสหายท่านหนึ่ง
...

940832_591484417677588_3352550963726224517_n.jpg

เดี๋ยวนี้คนไทยเป็นบ้าอะไร?
.................................................

ว่าที่พระสังฆราช โดนโจมตี กับอีแค่เรื่องรถเก่าที่มีคนมาถวาย ด่าท่านหยาบๆคายๆ ขึ้นไอ้...ขึ้นมัน ....ฝ่ายการเมืองก็จะเอาท่านยัดคุกให้ได้
.
แต่กับอีกคน (ไม่เรียกพระนะ) ตั้งฉายาตัวเองว่า "พญาราชสีห์แห่งแจ้งวัฒนะ" ผู้นำม็อปตั้งกรวย ปิดถนน ไล่กระทืบ ไล่ยิ่งคน เล่นงานตำรวจ อวดอุตริว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป กลับไปเรียกว่า "หลวงปู่" ชื่นชม กราบไหว้ปกป้องทุกเรื่อง ไม่ว่าจะไปทำระยำตำบอนที่ไหน อย่างไร ... ฝ่ายการเมืองก็โอ๋ ไม่กล้าแตะต้อง แถมให้ท้าย ส่ง จนท.ไปคุ้มกัน
.
เพื่อนคนไหนที่เป็นแบบนี้ ผมแนะนำให้เลิกถือพุทธเถอะครับ ไปนับถือ เสาไฟฟ้า หรือ ตัวเงินตัวทองก็ได้ ถ้าโง่จนแยกแยะไม่ได้
.
ใครไม่พอใจโพสนี้ก็ลบเพื่อนไป ให้สนิทกันขนาดไหนก็ไม่ต้องเกรงใจ ตามสบาย
.
#อึดอัดมานาน

Cr.มิตรสหายท่านหนึ่ง

ooo


"นายกสมาคมตำรวจ"ออกโรงเตือนรัฐบาล อย่าทำตัวเป็น"พระพุทธเจ้า"

jom voice

Published on Mar 18, 2016

พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช นายกสมาคมตำรวจ ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia ทางโทรศัพท์ กรณีทำหนังสือให้กำลังใจ พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา และสนับสนุนมหาเถรสมาคม กรณีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชว่า เพื่อให้กำลังใจกับพระที่ทำดี ถูกต้องชอบธรรม เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มที่คัดค้านก็อย่าทำตัวเป็นผู้มีอ­ิทธิพล ควรจะฟังเหตุผลคนอื่นบ้าง พุทธะอิสระ ก็ไม่มีความเป็นพระเหลืออยู่แล้ว ตำรวจควรจะดำเนินดคีให้หมดความเป็นพระตั้ง­แต่ นำมวลชนไปปิดศูนย์ราชการ ที่แจ้งวัฒนะแล้ว รัฐบาล ควรให้ความเป็นธรรมและอย่าไปก้าวก่ายแทรกแ­ซงศาสนจักรเลย จะทำตัวใหญ่กว่าคณะสงฆ์ ใหญ่กว่าพุทธศาสนา หรืออย่าทำตัวเป็นพระพุทธเจ้าเสียเองเลย ความเห็นที่ตนเสนอออกมานี้เป็นความเห็นส่ว­นตัวในฐานะที่เคยรับราชการมาจนเกษียณอายุ ไม่อยากให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ควรจะให้มีความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว

Offline

#783 March 20, 2016 12:28 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ไอ้ คึกฤทธิ์ นี่แหละตัวหนึ่งใน key of Deep State  สมัย 14 ตค 2516- 6 ตค 2519

600719_924164354346981_5382644946148839523_n.png?oh=6889bf105441beff9721c3081fbf76b8&oe=578AC5DBหยุดดัดจริตประเทศไทย
ถูกใจเพจนี้ · 18 มีนาคม ·

1914607_967636979999718_450170637833500344_n.png?oh=6cb3cecda0b7af20565eeab26bb9fc8c&oe=578D4BE6

เกือบ 2 ปีแล้ว ที่นักการเมืองไม่ได้บริหารประเทศ มีแต่คนจากกองทัพทั้งนั้น ถนนประเทศไทยก็ยังคงไม่ได้ปูด้วยทองคำ

เพราะอะไร? เพราะคนที่โกงมันไม่ได้มีเฉพาะนักการเมือง เพียงแต่นักการเมืองถูกนำมาเป็นตัวร้าย ให้พวกคนดีในสังคม สำเร็จความใคร่ทางความดี และโยนปัญหาทุกอย่างให้นักการเมือง ปัดความรับผิดชอบว่าตัวเองก็มีส่วนทำให้การทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น

นักการเมืองมันจะกล้าโกงไหม? ถ้าประชาชนตั้งใจที่จะตรวจสอบ

นักการเมืองมันจะกล้าซื้อเสียงไหม? ถ้าประชาชนพร้อมใจกันประกาศว่าไม่รับเงินนักการเมือง

นักการเมืองมันจะมีอิทธิพลไหม? ถ้าประชาชนไม่หวังพึ่งระบบอุปถัมภ์ ใช้เส้นสายในการแสวงหาประโยชน์

หลายคนที่ออกมาด่าคนนั้น คนนี้โกง ตัวพวกมันก็เคยโกงเพียงแค่มันเสียผลประโยชน์ แต่โดยรวม "นักการเมือง" ไม่พอใจมันเราก็ยังตรวจสอบมันได้ ชี้หน้าด่ามันได้ สมัยหน้าก็ไม่ต้องเลือกมัน นักการเมืองหลายคน โดนประชาชนลงทัณฑ์ผ่านทางการเลือกตั้ง เหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้วในภาคอีสานกับพรรคการเมืองบางพรรคที่ดูถูกคนอีสานว่าเกิดมาเป็นคนใช้ เด็กปั๊ม

แล้วหน่วยงานไหนละที่โกงแล้วไม่มีใครกล้าตรวจสอบ.....คำตอบก็คือ "กองทัพ" งบประมาณกลาโหมเกือบ 200,000 ล้านบาทต่อปี ขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ คิดว่าจะไม่มีการทุจริตเหรอ? กรณีในอดีตตั้งแต่ GT200 , เรือเหาะ , รถถังยูเครน , ฝูงบินกริฟเฟน จนมาถึง อุทยานราชภักดิ์ นี่ยังไม่ชัดอีกหรือไงว่ากองทัพคือแหล่งทุจริตที่ใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอมเบี้ยเลี้ยงกำลังพล หรือรับเงินเรื่องไม่เกณฑ์ทหาร โกงกันตั้งแต่หัวยันหาง

ใครที่ตรวจสอบกองทัพ ถ้าไม่โดนคุกคาม ก็โดนอุ้มหาย สมัยนายกคนหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่อยู่ยาว 3 สมัย เกือบ 10 ปี ฉายา "เตมีย์ใบ้" ใครวิจารณ์ รถตู้ติดฟิล์มดำจะไปวิ่งแถวหน้าบ้าน แล้วก็พาขึ้นรถหายไป นี่แหละคือสันดานของ "กองทัพไทย"

แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มเชื่อว่า "ทหารไม่โกง" หรือ "ทหารโกงก็ดีกว่านักการเมืองโกง" ตรรกะประเภทนี้แสดงถึงความด้อยปัญญา และดัดจริต ที่อ้างว่าปราบคอร์รัปชัน แท้จริงคือปราบคนที่ตนเองไม่ชอบเท่านั้นเอง

@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
19 มีนาคม 2559


225693_967772629986153_1414682774855465134_n.png?oh=1bc3f2abf222ba437c18435a87e6b168&oe=5784C81C
         

*  รัฐพันลึก Deep State


ภูเขาน้ำแข็งของการ "คอร์รัปชันในประเทศไทย"
เรามักจะเห็นแค่ยอด คือนักการเมือง
แต่ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ....ไม่มีใครมองเห็น   ..............  *  ยกเว้นในช่วงหลังๆ ตั้งแต่ 2547-จนปัจจุบัน และนี่คือ ผลประโยชน์ร่วมกันของ รัฐพันลึก Deep State

Last edited by linc49 (March 20, 2016 12:29 PM)

Offline

#784 March 22, 2016 8:58 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/b … t_390.html  + *

วันอังคาร, มีนาคม 22, 2559

ท่านรู้ใหม... รัฐประหารหนึ่งครั้ง... ประเทศฉิบหายไปเท่าไหร่?

11216818_973521166030837_4463967720707574526_n.jpg

อะหา ทฤษฎี ‘เคย์เนเชียน’ (Keynesian) 's in full swing ลด แลก แจก แถม ยุคเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลอัดฉีดแหลก คงไม่ถึงต้องกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายล่ะนะ

ประชุม ครม. วันนี้ (๒๒ มีนา) พูดถึงแต่เรื่องสงกรานต์งานใหญ่ ปีที่ คสช. ขอให้ประชาถนอมน้ำ ห้ามสาดเยอะ อย่าเปลือง แค่ประพรม

954847_973518082697812_7671232516208323119_n.jpg

กับมาตรการสุดสำคัญ ดันให้ชาวบ้านออกมาจับจ่ายกันเต็มพิกัด อัตราจีดีพีปีนี้จะได้กระเตื้องขึ้นอีกสักจุด อวดฝีมือตะหานทำได้ ไม่ใช่ขี้ไก่

“กระทรวงการคลังเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ๓ มาตรการ คือ มาตรการแจกเงินให้กับข้าราชการระดับล่างและกลางที่ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ที่มีกว่า ๑ ล้านคน รวมถึงผู้มีรายได้น้อย เป็นวงเงินรวม ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท” โดยแจกให้รายละประมาณกว่าพันบาท

อีกอย่าง โครงการปล่อยกู้ซื้อบ้าน ‘ประชารัฐ’ อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ร้อยละ ๓-๔ สำหรับช่วง ๖ ปีแรก และมาตรการที่สาม เติมเงินกองทุนหมู่บ้านรอบใหม่ ตำบลละ ๕ ล้านบาท

นอกนั้นกระทรวงแรงงานเสนอปรับค่าแรงขั้นต่ำจาก ๓๐๐ บาทต่อวันเป็น ๓๖๐ บาท และสูงสุดอยู่ที่ ๕๕๐ บาทต่อวัน ใน ๒๐ สาขาของ ๕ กลุ่มอุตสาหกรรม

(http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1458616651)

“นี่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่สามของทีมเศรษฐกิจนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ โดยครั้งแรกเป็นมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่วงเงิน ๑.๓๖ แสนล้านบาท ครั้งที่สองเป็นมาตรการเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน ๓.๕ หมื่นล้านบาท”

(http://www.posttoday.com/economy/finance/422552 )

ทั้งนี้เห็นว่าข้าราชการเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย และทั้งนั้นอยู่บนผลสรุปที่ว่า เมื่อปีที่แล้วโครงการช้อปช่วยชาติได้ผลดี “มียอดภาษีมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้นเกือบเท่าตัวของภาษีที่ขอหักลดหย่อนภาษี”

“แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติม เพราะประเมินว่าปัญหาภัยแล้งจะส่งผลกระทบกับประชาชนและเศรษฐกิจอย่างรุนแรงยาวนานไปจนถึงเดือน พ.ค.นี้ และการส่งออกซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง ๖๐-๗๐ % ของจีดีพี ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ แม้จะมีการใช้จ่ายภาครัฐเข้ามาช่วยเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนทำได้ดีขึ้น แต่ก็มีสัดส่วนเพียง ๑๐ % ของจีดีพีเท่านั้น ทำให้พยุงเศรษฐกิจได้ไม่มาก”

(http://www.posttoday.com/economy/finance/422552)

1240554_973515742698046_6424780248473546630_n.jpg 

ตามหลักทฤษฎีก็น่าจะพูดได้ว่ามาถูกทาง ในเมื่อส่งออกฟุบก็ต้องเพิ่มจาก ‘แว้ท’ ซึ่งเป็นรายได้หลักของรัฐบาลที่หักจากพวกชาวบ้านที่เดินเข้าเซเว่นแต่เช้ายันเย็นนั่นละ

เปรียบได้กับการฉีดเลือดให้ปู กระตุ้นการเติบโตในร่างปู (หลักการเดียวกับฉีดเสต็มเซลล์เข้าไปสร้างเซลล์ใหม่) พอปูโตเต็มที่แล้วค่อยขูดเลือดจากปูอีกที (อันนี้ไม่เกี่ยวกับการจะฟัน เรียกค่าเสียหายจาก ‘ปู’ หลายแสนล้านนะ)

แต่ปัญหาอยู่ที่อัดฉีดผิดที่ แล้วยังเลือกฉีดไม่ทั่วถึง จน ‘กานดา นาคน้อย’ เอาไปเปรยตั้งแง่สงสัยบนหน้าเฟชบุ๊คให้แควนขลับถกเถียงกัน “แบบนี้เรียกว่าซื้อเสียงโดย ‘พรรคข้าราชการ’ ไหมนะ”

12794376_1020759791350134_4938264703477240175_n.jpg?oh=1d9798b34011612785f1e9c09f976f3e&oe=57836DB1 *

ก็มีหลายรายช่วยกันตอบ เช่น S.R. ว่า “กินภาษีเราสองต่อ” ส่วน S.S. บอก “ไม่หรอก แค่เอาใจคน ๒ ล้านคน เพื่อให้ (ควบคุม) ดูแลคน ๖๕ ล้านคน ให้เข้มแข็งมากขึ้น ฮา!”

ขณะที่ สุ.จ. ชี้ “แบ่งชั้นวรรณะ วรรณะข้าราชการได้ดี มีเงินแจก วรรณะไพร่ ก้มหน้าก้มตาจ่ายภาษี” ด้าน พ.ห. แซว “ถามเจ้าของเงินหรือยัง”

ทว่า C.W. ติง “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” และ จ.ท. สะกิด “มาแนวเดียวกัน (กับ) ปชป.เลยนะ”

นั่นสิ อีหรอบเดียวกับ ‘โครงการเช็คช่วยชาติ’ เมื่อครั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แจกรายละสองพันให้กับผู้มีเงินเดือนไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท กลายเป็นตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

เพราะผู้ที่ได้รับเช็คไม่ได้มีความจำเป็นต้องจับจ่ายมากเท่าพวกผู้ใช้แรงงานรายได้นอกระบบ เช็คก็เลยไปจมอยู่ในแบ๊งค์เสียละมาก เศรษฐกิจไม่ได้รับการกระตุ้นดังหวัง

ครั้งนี้คงเช่นกัน ข้าราชการล้านคนได้รับเงินโบนัสเพิ่ม เก็บเข้าพกเข้าห่อ แต่ คสช. ได้น้ำใจและความมั่นใจจากผู้สวามิภักดิ์ ช่วยผลักดันโครงการอะไรต่ออะไรของรัฐบาลทหาร

พอถึงตอนต้นสิงหานี้จะได้เฮรัฐธรรมนูญใหม่กันไง

11147569_973522469364040_8251812678273535349_n.png

Last edited by linc49 (March 22, 2016 9:06 AM)

Offline

#785 March 22, 2016 9:21 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/blog-post_76.html

วันจันทร์, มีนาคม 21, 2559

รู้ยัง!... ประเทศไทยกำลังเข้าช่วง "เปลี่ยนถ่าน"

12794478_972622362787384_2162594419187162197_n.jpg

สองนครา บ้าปฏิรูป ชอบปฏิวัติ (รัฐประหาร) ยุคเปลี่ยนผ่าน หลงทาง ถอยหลัง วังเวง

ในสภาพบ้านเมืองละล้าละลัง เศรษฐกิจวิเวกอับเฉา สังคมแตกระแหงแม้กระทั่งในแวดวงพุทธศาสนา การเมืองติดกับวาทกรรมความดีเหนือกว่าความเสมอภาค

คนจำนวนมากพยายามตั้งคำถามหาคำตอบ เพื่อทำความเข้าใจว่า “เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” จุดที่ชาวนาต้องขายที่ดินทำกินเพื่อปลดหนี้ ขณะที่ “สินค้าไฮเอ็นด์ขายดี ไม่มีวันตาย”

แต่แท้จริงกลับเป็นภาวะกระเสือกกระสนหาทางออกจากปลัก ในสภาพแปลกแยกอย่างร้าวฉานต่อกันสองฝั่ง ภายใต้ครอบงำแห่งข้อจำกัดกีดกั้นการไปสู่โลกทัศน์เปิดกว้าง ที่เรียกว่า ‘กะลา’ นั่นต่างหาก

เว็บข่าวทางเศรษฐกิจการเงินจากญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเพิ่งทำให้คณะทหาร คสช. เต้นเร่า ทั้งตัวหัวหน้า ‘ตุ๊ดตู่’ และลิ่วล้อ ‘ไก่อู’ ออกมาตอบโต้ฟาดฟันสะเปะสะปะต่อข้อมูลอัตราส่งออกปีที่แล้วลดฮวบเกือIB8เท่าตัว

'นิคเคอิ' เสนอบทความใหม่จี้จุดอักเสบในเศรษฐกิจไทยที่ว่า “อ่างข้าวประเทศไทยเต็มปรี่ด้วยหนี้”

(http://asia.nikkei.com/…/Ec…/Debt-fills … -rice-bowl)

เมื่อวันเสาร์ (๑๙ มีนา) ที่ผ่านมา นักข่าวนิคเคอิลงพื้นที่เก็บข้อมูลรายงานจากบ้านปลาบู่ จังหวัดมหาสารคาม ภาคอีสานของไทย

“มีป้ายบอกขายที่ดินกว่า ๔๐ แห่งตลอดแนวเส้นทางสายหลักราว ๑๐๐ กิโลเมตร ผ่านท้องทุ่งนาซึ่งจำนวนมากปกคลุมด้วยดินฝุ่นสีน้ำตาลแห้งกรัง อันเกิดจากภาวะแล้งน้ำโดยผลกระทบของปรากฏการณ์เอลณีโญ่”

Marwaan Macan-Markar ผู้เขียนเอ่ยถึง พายุ ล่องกลั่น (Phayu Longklan) หญิงชาวนาวัย ๕๑ ปี ที่ต้องตัดที่นาหนึ่งในห้าของเธอขายในราคา ๖ แสนบาทเพื่อนำไปใช้หนี้ก้อนหนึ่ง

แล้วยังมีหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ค้างอยู่อีก ๒ แสนบาท ที่เธอกู้มาเพื่อซื้อวัสดุเครื่องมือประกอบการทำนา รถมอเตอร์ไซค์สามคัน และเป็นค่าเล่าเรียนของลูกสามคน

จะโดยบังเอิญหรือว่าปะเหมาะอย่างไรสุดแท้แต่ เรื่องราวของพะยูไปพ้องกับข้อความบนโซเชียลมีเดียที่เล่าต่อๆ กันว่า ครอบครัวชาวนาความรู้แค่จบ ป.๔ ส่งลูกเรียนปริญญาโท

10398715_972622396120714_8137309461184295144_n.jpg

ลูกเรียนจบเริ่ดหรูแล้วไปช่วย กปปส. เป่านกหวีดปิดกรุงเทพฯ เรียกหารัฐประหารจนสำเร็จ

บัดนี้สองปีให้หลัง ต้องตกงานเพราะบริษัทย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ก็ยังบ่นอู้ไม่วายว่าบ้านเมืองเลวร้ายเพราะ ‘ระบอบทักษิณ’

โพสต์เฟชบุ๊คดังกล่าวปิดท้ายว่า “หรือมันอย่างที่ว่า ขายข้าว ขายนา ขายวัว ส่งควายเรียน”

บทความนิคเคอิยังกล่าวถึงข้อวิเคราะห์ที่ว่าชาวนาต้องนำที่ดินออกขาย เป็นอาการวิกฤตในท้องที่ซึ่งมีประชาชนอยู่อาศัยถึง ๖๗ ล้านคน เกิดสภาพหนี้ครัวเรือนล้นพ้นตัวจนอาจเกิดความล่มจมได้ทั้งภูมิภาค

“นักวิจัยสหประชาชาติประเมินว่าอัตราร้อยละของชาวนาไทยที่ยังเป็นเจ้าของผืนนาทำกินลดลงอย่างหนัก จาก ๔๔ % ในปี ๒๕๔๗ ไปสู่ ๑๕ % ในปี ๒๕๕๔

ในปี ๒๕๕๖ ชาวนาไทยเป็นเจ้าของที่ดิน ๒๘ % ของพื้นที่เพาะปลูก ๒๔ ล้านเฮ็คตาร์ (หรือประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่) ตามสถิติของกรมเศรษฐกิจการเกษตร

ภัยแล้งปัจจุบันทำให้ผลิตผลเสียหาย ชาวนาต้องขายที่ใช้หนี้ มูลค่าหนี้สะสมของชาวนาไทยรวมแล้วขณะนี้ถึง ๓๓๘,๓๖๐ ล้านบาท ทั้งนี้ตามข้อมูลของ Local Action Link องค์กรวิจัยเพื่อยุทธศาสตร์ที่เพ่งเล็งปัญหาเดือดร้อนของชาวนาไทย”

“ปีที่แล้วอัตราส่วนระหว่างหนี้สินครัวเรือนกับผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขึ้นถึง ๘๔.๒ % สูงที่สุดในภูมิภาคเอเซียตะวันออกฉียงใต้...

หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในภาคอีสานอยู่ที่ ๗๘,๖๔๘ บาท ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยทั้งประเทศซึ่งอยู่ที่ ๘๒,๕๗๒ บาท”

ขณะที่ “รายได้เฉลี่ยรายเดือนต่อครัวเรือนของชาวอีสานอยู่ที่ ๑๙,๑๘๑ บาท ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยทั้งประเทศซึ่งอยู่ที่ ๒๕,๑๙๔ บาท” เช่นกัน

การกู้ยืมของชาวนาไม่ได้ผ่านสถาบันการเงินปกติเสมอไป ในปี ๒๕๕๘ ชาวนาเกือบ ๑๕๐,๐๐๐ รายกู้เงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ (loan sharks) เป็นจำนวนถึง ๒๑,๕๙๐ ล้านบาท เงินที่กู้มาไม่น้อยใช้ไปกับการมีรถปิ๊คอัพ ตู้เย็น และโทรทัศน์

“การที่สามารถกู้เงินได้กลายเป็นบางสิ่งที่แสดงฐานะสำหรับชาวนา” ดุษฎี อายุวัฒน์ (Dusadee Ayuwat) อาจารย์ทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าว “พวกเขามองว่าเป็นเสรีภาพในการหาความสุขกับชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวเมือง”

โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เมื่อตอนที่ยังไม่ได้ยกเลิกไป “ทำให้ชาวนาอย่างบุญเพชรทำการกู้ยืม ด้วยความมั่นใจว่าเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จแล้วจะมีรายได้ถึง ๓ แสนบาททุกปี

9587_972622406120713_6654561162884295263_n.png

งบประมาณสนับสนุนรายปีของรัฐบาล ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อให้เกิดการจับจ่ายอย่างขนานใหญ่ในชนบท จนอัตราจีดีพีเพิ่มขึ้นถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ตามรายงานของธนาคารโลก”

รัฐบาลทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ก็ประกาศแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่โตเพียง ๒.๘ % ในปี ๒๕๕๘ ด้วยแนวคิดเพิ่มปริมาณการบริโภคเพื่อยกระดับอัตราจีดีพีเหมือนกัน

“ปลายปีที่แล้วรัฐบาลเสนอโครงการช่วยชาวนาด้วยการอุดหนุนเงินสดโดยตรง ประกอบไปกับมาตรการอื่นๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายในชนบทอีกครั้ง หลังจากที่ซบเซาไปเมื่อยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว”

ชาวนาไทยมีจำนวน ๔๐ % ของตลาดแรงงาน ในขณะที่กิจการภาคเกษตรเป็นเพียง ๑๐ % ของผลิตผลมวลรวมในประเทศ

“ชาวนาถูกมอบภาระให้มากกว่าขนาดน้ำหนักของตน แทนที่จะเป็นผู้ผลิตข้าว แต่กลับจะให้เป็นผู้บริโภคขนาดใหญ่”

นักวิจัยต่างชาติของบรรษัทจัดการทางการเงินนานาชาติแห่งหนึ่ง ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามให้ความเห็น “มันมาลงเอยที่การสนับสนุนแนวคิดว่าพลังในการซื้อของชาวนาสำคัญต่อการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

“นักวิจัยอื่นบางคนชี้ว่า การทุ่มงบประมาณแจกฟรีแก่ชาวนาที่มีหนี้ล้นพ้นตัวล่าสุดนี้ ไม่ใช่การให้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ หากแต่เป็น ‘กลเม็ดเจ้าเล่ห์’ เพื่อให้เกิดการซื้อขายในชนบทเพิ่มขึ้นใหม่อีกเท่านั้นเอง

มันแสดงให้เห็นแจ้งชัดว่า ใครกันแน่ที่ฮุนต้าเอียงหูฟัง”

เรื่องราวของความเดือดร้อนในหมู่ชาวนา และข้อกังขาต่อโครงการจับจ่ายงบประมาณกระตุ้นกำลังซื้อเพื่อเพิ่มจีดีพีนั้น ผลลัพท์แท้จริงไปสู่เกษตรกรหรือว่านายทุนอุตสาหกรรมค้าปลีกกันแน่

แต่แล้วกลับได้เห็นความย้อนแย้ง ‘ตลกร้าย’ จากรายงานในสื่อไทยชิ้นหนึ่ง

“แพงแค่ไหนก็ซื้อ เศรษฐีไทยเงินหนา ไม่ระคายพิษเศรษฐกิจ”

(http://www.posttoday.com/analysis/report/422534)


1796440_972622429454044_5000734779403412639_n.png

บทวิเคราะห์เศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์เมื่อวาน (๒๐ มีนาคม) บอกว่า “ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซึมเซาเหงาหงอย นักธุรกิจน้อยใหญ่ต่างถอดใจกับกำลังซื้อที่หดตัวอย่างรุนแรงจนเข็นไม่ขึ้น

จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาไม่ฟื้นตัว การส่งออกติดลบมา ๒-๓ ปี การลงทุนที่ชะงักงัน มนุษย์เงินเดือนเริ่มฝืดเคืองในรายจ่าย แต่ดูเหมือนบรรดาเศรษฐีผู้มีรายได้สูงในประเทศไทยกลับมิระคายผิวแม้แต่น้อย”

ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่เศรษฐีที่ไหนๆ ย่อมไม่ระคายเคืองต่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ยังคงจับจ่าย ‘ไฮเอ็นด์’ กันในชีวิตความเป็นอยู่และ lifestyles ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถยนเฟอรารี่สีเหลืองราคา ๒๐๐ ล้านบาท รวมภาษี หรือซื้อลำโพงชั้นดียี่ห้อรอเจอร์และฮาร์เบ็ธ มูลค่าเพิ่มคู่ละเหยียบแสน

แต่ถ้าจะลงเอยว่า “กำลังซื้อระดับบนยังคงแข็งแกร่ง และเป็นหนึ่งในตัวหลักสำคัญในการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ” ละก็ฟังยาก คงต้องมีตัวเลขมาสนับสนุนมากกว่านี้อีกเยอะ

อีกทั้งคำกล่าวอ้างของ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาลทหาร ที่ว่าอัตราการว่างงานของไทยในช่วงที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ ยังคงรักษาระดับต่ำแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์อยู่ได้เรื่อยมา

จนทำให้ “ไทยเป็นประเทศที่มีความสุขเชิงเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก”

(http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/691418)

10649886_972633896119564_5080023617625713723_n.jpg

น่าจะเป็นการกล่าวแบบ เอาดีเข้าว่า เอามันเข้าไว้ หรือไม่ ในเมื่อตัวเลขที่โฆษกไก่อูใช้อ้าง มาจากสำนักงานประกันสังคมเป็นหลัก จำนวน ‘ผู้รอรับผลประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน’ สำหรับระบบประกันสังคมของประเทศไทยนั้นมิได้ใช้เป็นตัวแทนแรงงานส่วนใหญ่ได้

แรงงานในประเทศไทยจำนวนมากเป็นแรงงานนอกระบบ โดยที่ไม่ได้เป็นแรงงานต่างชาติเสมอไป บ้างก็เป็นแรงงานทดแทน คือฤดูกาลหนึ่งอยู่ในภาคเกษตรกรรม อีกฤดูการอยู่ในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งแรงงานในส่วนของกิจการค้าย่อย ประเภทรถเข็นและเปิดท้าย

เหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่นอกระบบประกันสังคม อันมากพอจะตั้งข้อสังเกตุว่าทำให้ระบบประกันสังคมไม่ได้ชี้วัดสภาพแรงงานทั้งมวลของชาติหมด

อย่างไรก็ดีอัตราการว่างงานในประเทศไทยอยู่ที่หลักไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์นั้น จัดว่าต่ำเมื่อเทียบเคียงกับหลายๆ ประเทศอย่างแน่นอน แต่จะสะท้อนความกินดีอยู่ดีของคนในชาติได้เพียงใดมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายใช้ประกอบการวิจัย

สภาพคล่องและภาระหนี้สินในครัวเรือนเป็นมิติที่สำคัญ ขาดไม่ได้สำหรับใช้ในการวินิจฉัย

การอ้างว่าอัตราว่างงานต่ำแล้วทำให้ประเทศไทยมีความสุขเชิงเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก ก็เหมือนดั่งพูดลอยๆ ว่า “ถ้าปากไม่หิว ย่อมแสดงว่าท้องอิ่ม”

ซ้ำร้ายการปิดกั้นข้อมูลทางลบด้วยวิธีห้ามเสนอข่าวไม่ดี เช่นที่โฆษกไก่อูบอกว่า “ที่สำคัญจะต้องไม่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาของประชาชนและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ” นั่นไม่ใช่หนทางหลุดจากบ่วงอัปลักษณ์ไปได้

การให้ข้อเท็จจริงไม่หมด และสร้างข้อมูลเท็จแบบที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คสช. ทำมาตลอดนั่นแหละ ทำให้ คสช. หมดความน่าเชื่อถือในสายตาประเทศคู่ค้าที่พัฒนาแล้ว โดยประชาชนคนไหนก็ไม่สามารถช่วยกู้คืนให้

10665669_972622776120676_3309277126800267845_n.jpg

สิ่งหนึ่งที่ คสช. และลิ่วล้อในกระทรวงต่างประเทศอาจแกล้งทำลืม หรือไม่รู้ไม่ชี้ แต่บรรดาประชาชนทั้งหลายไม่ว่าฝ่ายหนุนหรือฝ่ายไล่ คสช. จะต้องคำนึงไว้

จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่รัฐสภาอียูประกาศเป็นญัตติเอาไว้ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๘ ก็คือ

(http://www.europarl.europa.eu/sides/getDoc.do…)

“Q : ที่ซึ่งอียูได้ระงับการเจรจาข้อตกลงทางการค้าเสรีแบบทวิภาคี (FTA) ซึ่งได้ริเริ่มกระบวนการตั้งปี ๒๕๕๖ เอาไว้ก่อน และที่ซึ่งอียูได้ปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (PCA) ซึ่งเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖

จนกว่าประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยบริหารประเทศ ที่ซึ่งอียูเป็นคู่ค้าอันดับสามของไทย” และ

“๒๐. สนับสนุนให้คณะกรรมการและองค์กรกิจกรรมภายนอกแห่งยุโรป (EEAS) ยังคงรักษาระดับการกดดันทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยกลับสู่วิถีการปกครองในทางประชาธิปไตย

คอยย้ำเตือนต่อประเทศไทยในเรื่องนี้ว่า จะหวังใดๆ ในการปรับปรุงเรื่อง FTA และ PCA ระหว่างอียูกับประเทศไทย ตราบเท่าที่คณะปกครองของทหารยังคงกุมอำนาจอยู่ต่อไป”

ก็คงเป็นเวลาอย่างเร็วอีก ๕ ปี อย่างไม่เร็วนักสัก ๒๐ ปี หากข้อเสนอให้มีวุฒิสภาสรรหาของ คสช. ๒๕๐ คน ราวครึ่งหนึ่งของสภาที่มาจากการเลือกตั้ง สำหรับกำกับรัฐบาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน ถูกบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะประกาศในวันที่ ๒๙ มีนาคมนี้

.............

11692703_761618357273263_8275646903872339430_n.jpg

จาก เพจ อ.ปวิน

ผมได้ testify ในรัฐสภาเยอรมันครับ เรื่องวิกฤตรัฐธรรมนูญไทยและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยภายใต้ คสช และขอให้เยอรมันและอียูคว่ำบาตรไทยให้มากกว่านี้
I testified in the German parliament on the constitutional crisis and human rights violations in Thailand urging Germany and the EU to impose stricter sanctions against the junta.

Offline

#786 March 22, 2016 9:29 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=14faca4e46bf2462e94e13c63caffb71&oe=5785B794Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 16 มีนาคม ·

10400017_1016620675097379_6301776543160982699_n.jpg?oh=8969249adadbd5c2a3dc43bc148579e2&oe=574DE923

#รัฐประหารเซปชั่น ประวิตรบอกที่ให้ ผบ.เหล่าทัพไปนั่งเป็นส.ว.ลากตั้ง เพราะไม่ต้องการให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต อะไรของท่านวะคะ!!!! http://www.matichon.co.th/news/72118

...........

1371352917-1370752294-o.jpg


Screen%2BShot1.png

ร่างรธน.สู่จุดไคลแมกซ์สืบทอดอำนาจ ทำไม่ได้

วันจันทร์, มีนาคม 21, 2559
มองความคิดของนายทหารระดับสูงในกองทัพบก พลเอกนคร สุขประเสริฐ ต่อเรื่องการร่าง รธน.ที่คนกำลังมองว่า มุ่งหวังผลทางการเมืองเพื่อ สืบทอดอำนาจ หลังการเลือกตั้ง

ที่มา ไทยโพสต์
20 มีนาคม 2559

ความเห็นจากชาวเน็ต...

- ข้ออ้างมึงร้อยแปด ที่ผ่านมามันเปลี่ยนผ่านไม่ได้หรือไง ไอ้พวกรู้ดี

- ไร้สาระ ... "ฉิบหายในอดีตเพราะตัวเองเป็นคนก่อ"

- จะไม่ถามว่า เปลียนผ่านอะไร
แต่จะถามว่า ด้วยวิธีการอย่างนี้หรือ ถึงจะคุมได้
ไม่โง่ไปหน่อยฤา

- ทหารโจร ปล้นอำนาจประชาชน คสช. มาตั้งรัฐบาลเอง ทั้งที่ประชาชนไม่ได้เลือกยังเสือกจะปล้นต่อ ถามประชาชนผู้เสียภาษีให้รัฐหรือยัง ไอ้โจร !

Last edited by linc49 (March 22, 2016 9:39 AM)

Offline

#787 March 22, 2016 9:37 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://manager.co.th/Politics/ViewNews. … 0000028651


เมื่อ “ป๋า” คำรามใส่ ไอ้เสือ (ตะวันออก) ก็ต้องถอย

19 มีนาคม 2559 02:42 น.

559000002957701.JPEG

ป้อมพระสุเมรุ
       
       มฤตยูจะมา หรือราหูจะอมอะไร ก็คงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเมืองไทย ที่เวลานี้ รู้กันทั้งบางว่า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็น “ผู้มีบารมีตัวจริง” ในยุคทหารครองเมือง
       
       แม้อำนาจตามตำแหน่งของ “พี่ป้อม” ยังเป็นรอง “น้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ก็ตาม แต่ด้วยความเป็นพี่ใหญ่ “แก๊ง 3 ป.” ปลุกปั้นประคบประหงมจาก “ไอ้ตู่” จนขึ้นมาเป็น “บิ๊กตู่” รวมไปถึงน้องรองอย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เจริญรอยตามเส้นทางที่ “พี่ป้อม” วางไว้แบบเป๊ะๆ
       
       ที่ขาดไปไม่ได้ก็ “ทหารเสือบูรพาพยัคฆ์” ที่เรืองอำนาจติดลมบนมาหลายปีนดีดัก ก็เพราะบารมีอันแผ่ไพศาลของ “บิ๊กป้อม” ที่ถูกยกให้เป็น “บิ๊กบราเทอรส์บูรพาพยัคฆ์” นั่นเอง
       
       ฉากหน้าของคสช.จะมี “บิ๊กตู่” ยืนตระหง่านเป็นผู้นำอยู่ก็จริง แต่เบื้องลึกเบื้องหลังการก่อการครั้งใหญ่ ก็ย่อมมีเงาทะมึนของ “บิ๊กป้อม” ทาบทับอยู่ เป็นเหตุให้รัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ราบรื่นสะดวกโยธิน
       
       ตลอดระยะเวลา 2 ปีเศษที่ผ่านมา “พี่ป้อม-น้องตู่” อาจจะมีขบเหลี่ยม-ขัดใจกันบ้าง แต่ก็เคลียร์กันได้ลงตัว ตามประสา “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า” หลายครั้ง “บิ๊กตู่” ก็รับบทน้องที่ดี พี่ว่ายังไงก็ว่าไปตามกัน หลายเรื่องก็อยู่ในสภาพ “น้ำท่วมปาก” จะไปห้ามไปปรามก็เกรงว่าจะผิดใจกัน
       
       ขนาดผู้ได้ชื่อ “รัฐฏาธิปัตย์” อย่าง “บิ๊กตู่” ยังเกรงใจ ก็ไม่แปลกที่ “บิ๊กป้อม” จะเบ่งกล้ามโชว์บารมีจนลืมตัวไปในบางครั้ง แถมบรรดา “พวกนกรู้” ก็อ่านขาดว่า ยุคนี้ใครใหญ่ ถนนทุกสายเลยพุ่งตรงเข้ากรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “คณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด” ซึ่งมีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานกรรมการอยู่
       
       ที่เป็นเรื่องขึ้นมา ไม่ใช่เพราะ “สีดำ - สีเทา” วิ่งเข้าไปกันให้วุ่น แต่เป็น “สีกากี” ที่ในช่วงฤดูโยกย้ายโผล่หน้าเข้าไปยุ่บยั่บยิ่งกว่า “สีเขียว” ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เสียอีก โดยเฉพาะช่วงมื้อเช้าที่ “บ้านบิ๊กป้อม” เป็นที่หมายของบรรดาบิ๊กๆ ทั้ง “สีเขียว - สีกากี” ไม่ว่าภารกิจจะล้นมือแค่ไหน ต้องเคลียร์คิวไปทำความเคารพ “เจ้าของบ้าน” เกือบทุกวัน
       
       เรื่องนี้ "บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซี้ปึ๊กเตรียมทหารรุ่น 6 ของ “บิ๊กป้อม” การันตีได้ ล่าสุดให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” บอกว่า “บ้าน พล.อ.ประวิตร กับข้าวอร่อย ซื้อข้าวแกง 5 อย่าง 10 อย่าง ล้อมวงกินทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งถึง 7 โมงครึ่ง ปัจจุบันสมาชิกเพิ่มขึ้นเยอะ พล.อ.ประวิตร เป็นคนมีน้ำใจ มีใครมาอยากกินก็กิน” แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปแค่กินข้าวฟรี ยังหวังผลไปถึงความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
       
       โป๊ะเชะกับคิว “บิ๊กตุ้ม” พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สื่อสารกับพรรคพวกผ่าน “ไลน์” ระบุถึง “นายพลนอกราชการ” ตั้งโต๊ะเรียกรับค่าต๋ง-ค่าหัวคิวในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ที่มีการคาดการณ์ไปว่า “นายพลเอก” ในข่าวก็คือ “บิ๊กป้อม” ที่กำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
       
       ร้อนถึง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ “บิ๊กปู” พล.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่อยู่เฉยไม่ได้ สั่งให้ออกหมายเรียก “บิ๊กตุ้ม” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา การกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กับ กองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โทษฐานนำเรื่องฉาวโฉ่โสโครกในวงการตำรวจมาขยายมาสู่สาธารณะ แถมยังขู่ฟ่อๆว่า เตรียมแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท สตช.ด้วยอีกกระทง
       
       โดยมีเสียงผู้กำกับอย่าง “บิ๊กป้อม” สั่งแอคชั่น เอาเรื่องให้ถึงที่สุด
       
       ทุกสายตาเลยจับจ้องการเข้าพบตำรวจตามหมายเรียกของ “บิ๊กตุ้ม” ที่เดินทางไปตามนัด เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา แต่เรื่องราวกลับ “หักมุม” เมื่อตำรวจที่ตอนแรกเอาเป็นเอาตาย กลับไม่กล้าแม้จะแจ้งข้อกล่าวหากับ “บิ๊กตุ้ม” ด้วยซ้ำ
       
       แถมเจอ “ตลบหลัง” อีกต่างหาก เมื่อจู่ๆ “บิ๊กตุ้ม” ก็บอกว่า ได้พูดคุย และได้รับกำลังใจจาก “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ สั้นๆได้ใจความ “ขอให้พะจุณณ์โชคดี” ตอกย้ำสถานะ “ลูกป๋า” อย่างชัดเจน แม้กายจะห่างแต่ใจไม่เคยห่าง
       
       บทสนทนาสั้น จึงถูกตีความว่า เป็นเสียงคำรามจาก “ป๋า”
       
       คราวนี้โมเมนตัมเปลี่ยนทันที ทั้ง “บิ๊กป้อม” ที่เคยถือหางตำรวจก็เสียงอ่อยลงอย่างเห็นได้ชัด ท่องคาถา “พะจุณณ์น้องผม” ติดยศมากับมือ ไม่มีทะเลาะ-ไม่มีขัดแย้ง เล่นบทหนังคนละม้วนกับตอนเริ่มเรื่อง ขณะที่ “บิ๊กแป๊ะ - บิ๊กปู” ที่เคยกระเหี้ยนกระหือรือ ก็หายเข้ากลีบเมฆ โนคอมเมนท์เรื่องนี้ไปเลย
       
       เส้นทางการไต่เต้าขึ้นสวมบท “ป๋าป้อม” เลยต้องสะดุดไปเล็กน้อย เมื่อเจอ “ของจริง” เข้าอย่างจัง
       
       นอกจากกรณี “พะจุณณ์” แล้ว ยังต้องจับตามองว่า “บิ๊กป้อม” จะผ่านด่าน “ลูกป๋า” อีกคนอย่าง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไปได้หรือไม่
       
       รู้กันดีว่า “มีชัย” สนิทสนมกันดีกับ “ป๋าเปรม” มานมนาน เคยได้รับความไว้วางใจให้ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ตั้งแต่ปี 2523-2531 ยาวนานถึง 8 ปีเลยทีเดียว และว่ากันว่า ที่ “มีชัย” เดินนำ “ทีมเนติบริกร” ยอมมาช่วยงาน คสช. เพราะสัญญาณจาก “อำมาตย์” ไม่ใช่คอนเนกชั่นของ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” แต่อย่างใด
       
       ข้อเสนอ “ส.ว.ลากตั้ง” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ว่ากันว่าเป็นไอเดียของ “บิ๊กป้อม” จะได้รับการบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญของ “มีชัย” หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักการประชาธิปไตย แต่ขึ้นอยู่กับ “ไฟเขียว” ที่จะได้รับจาก “บ้านสี่เสา” หรือไม่ต่างหาก
       
       เพราะการร่าง “บทเฉพาะกาล” ตามข้อเสนอของ คสช. ที่มุ่งไปในเรื่องการเข้าสู่อำนาจของ ส.ส.-ส.ว. มองไม่ยากว่าเป็นการวางไลน์เพื่ออยู่โยงในอำนาจ ที่สามารถตั้ง หรือปลด “นายกรัฐมนตรี” ได้ตามกลไลที่วางไว้ ก็ไม่ต่างกับการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
       
       เมื่อมีคนเตรียมตั้งตัวขึ้นเป็น “อำมาตย์ใหม่” ก็ต้องถาม “อำมาตย์เก่า” ว่าจะยอมหรือไม่
       
       วัดบารมีกันแล้ว เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์นาทีนี้ ต้องบอกว่า “ป๋าเปรม” ยังเหนือชั้นกว่า “ป๋าป้อม” อยู่หลายขุม.

Last edited by linc49 (March 22, 2016 9:40 AM)

Offline

#788 March 23, 2016 9:26 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=38f02eecb152981033a30167f7c9d3af&oe=578D5DCFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 9 ชม. ·

10486213_1842755365951884_2562536191753821697_n.jpg?oh=43651b292e917d1261c5e5dba8cc6e30&oe=578C2248

ไถนาต่อไปไอ้พวกไพร่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

//กู่เจิ้ง



12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=38f02eecb152981033a30167f7c9d3af&oe=578D5DCFอาณาจักรไบกอน Returns
5 ชม.

995319_1842843889276365_4822275377139527775_n.png?oh=36fa012e2d4825bcd983fe2eb6a55f9c&oe=577BAD2C

" พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ #ห่วย
ที่สุดตั้งประเทศไทยเคยมีมา "
///กู่เจิ้ง

..........

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=14faca4e46bf2462e94e13c63caffb71&oe=5785B794Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 10 ชม. ·

8743_1021526104606836_5426831561518328553_n.jpg?oh=f9db70ca9ca07ab0b6607c7cee9dc0a3&oe=578175AC

#แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ ครม.ขึ้นเงินเดือนทหาร-ตำรวจถึงระดับนายพล สูงสุด 76,800 บาท อ้างลดความเหลื่อมล้ำ http://www.matichon.co.th/news/79195

...........

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=38f02eecb152981033a30167f7c9d3af&oe=578D5DCFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 39 นาที ·

5462_1842965479264206_4452601502510948715_n.png?oh=58c8b5f2a1449f68e328fb7d1190363c&oe=574BE58C

ก่อนนอนคืนนี้อยากบอกว่า....

#ห่วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

//กู่เจิ้ง


.........

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/b … t_813.html +*

วันพุธ, มีนาคม 23, 2559

ปากอย่าง... ใจอย่าง...

Image.aspx?ID=2596751 *

%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5.%25E0%25B8%25AD.%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2598%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2-12-2.jpg

ปากบอกไม่ปฏิวัติ แม่งก็ปฏิวัติ

ปากบอกเพื่อขจัดนักการเมืองคอรัปชั่น แต่แม่งก็เห็นทหารมันคอรัปชั่นอยู่ทุกวัน

ปากบอกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่ทุกการกระทำคือการเพิ่มความเหลื่อมล้ำ

ปากบอกคืนความสุข แต่ความจริงคือการเพิ่มความทุกข์ให้กับประชาชน

ปากบอกสังคมนิยม แต่รูปธรรมคือเผด็จการตัวสุดท้ายในโลก

ปากบอกเศรษฐกิจดี แต่อัตราฆ่าตัวตายของไทยติดอันดับสามของโลก

ปากบอกจะนำพาประเทศชาติเป็นมหาอำนาจอาเซียน แต่ที่เห็นคือตอนนี้ไทยเป็นเพียงกระต่ายที่หลงระเริงและหลับไหล

ปากบอกนานาชาติยอมรับ แต่ไม่มีผู้นำชาติประชาธิปไตยเดินทางมาประเทศไทย

ปากบอกจะอยู่ไม่นาน แต่ดันออกโรดแมป 20 ปี

ปากบอกปกป้องสถาบันฯ แต่ผลที่ได้ คือสถาบันเสียหายป่นปี้

ปากบอกจริงใจ แต่ไม่กล้าสบตาผู้คน และด่ากราดคนอื่นได้ทุกวัน

แค่ไล่มาได้แค่นี้ ก็นึกไม่ออกแล้วครับ
ว่าคนที่หลับหูหลับตาเชียร์เผด็จการนั้น
พวกเขาทำไปได้ยังไง!

12011206_10205174764029414_3153907368203405374_n.jpg?oh=d0e53cd5d7751be89b5e1089cdb94b3f&oe=574BDA43
Junya Yimprasert

Offline

#789 March 23, 2016 9:53 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/h … ck-on.html

วันพุธ, มีนาคม 23, 2559

แรงและจัดหนัก... How America Can Put Thailand Back on Track (by help rein in the junta’s increasingly dictatorial ways by isolating it from its support base among traditional Bangkok-based elites)

23joehnk-blog427.jpg


How America Can Put Thailand Back on Track

By TOM FELIX JOEHNK and ILYA GARGER
OP-ED CONTRIBUTORS

The NY Times
MARCH 22, 2016

BANGKOK — When generals led by Prayuth Chan-ocha ousted an elected civilian government here in 2014, they vowed to restore order and eradicate corruption. But since seizing power, the junta has become increasingly erratic, incompetent and repressive.

The economy is stagnating. The threat of social unrest is rising. The Prayuth government has recently completed a draft constitution that would ensure real power remains in the hands of the military even after a formal return to electoral democracy.

How to set Thailand back on track is a matter largely for Thais. But America, which has been the dominant foreign player in Thai politics since World War II, can help rein in the junta’s increasingly dictatorial ways by isolating it from its support base among traditional Bangkok-based elites.

During the early years of the Cold War, the United States government threw its weight behind the Thai military and the monarchy, treating them as essential allies in its own effort to turn Thailand into a rampart against communism. American assistance started flowing in the early 1950s, with military aid growing as the Communists gained ground in Vietnam.

By 1966, there were more than 25,000 American soldiers stationed in Thailand. Most American bombing missions were flown out of here, and the annual cost of the bombs dropped over North Vietnam and Laos exceeded the size of the Thai economy at the time.

Meanwhile, Washington turned a blind eye to abuses and corruption. The Thai military exaggerated the Communist threat at home to curb dissent, sometimes resorting to political killings and summary executions. Gen. Sarit Thanarat, a staunch American ally who ruled from 1957 until his death in 1963, is said to have amassed over $100 million. Senior generals were involved in the trafficking of drugs grown in northern Thailand and bordering regions.

America’s patronage diminished with the end of the Vietnam War, but its effects remain today. The leaders of the 2014 coup, who came of age during the 1960s and 1970s, appear to look on democracy like they once did on Communism: as a foreign ideology that threatens the network of Bangkok-based royalist elites they were trained to protect.

The generals abhor the alternative power network centering on Thaksin Shinawatra, a telecommunications tycoon turned politician, that emerged in the wake of the 1997-1998 Asian financial crisis. Elected prime minister in 2001, Mr. Thaksin pursued various economic programs catering to the rural poor. This brought him widespread popularity, which meant he did not need to rely on traditional military and royalist patronage networks. Partly for that reason, the army deposed him in 2006; in 2014, it was his sister Yingluck, elected in 2011, who was ousted. (In both instances, the palace promptly recognized the military governments that took over.)

The military’s methods today also reflect the legacy of past American involvement. The Thai army’s Internal Security Operations Command, which recent military governments have relied on to clamp down on critics, is an offspring of the Communist Suppression Operations Command that was created with Washington’s assistance in the 1960s. Both outfits were implicated in Cold War-era atrocities.

Counterinsurgency and psychological warfare tactics, a centerpiece of American-Thai cooperation in the 1950s and 1960s, inform the junta’s campaign of “returning happiness to the people.” That program also largely amounts to spreading nationalist and royalist propaganda. It subjects critics of the Prayuth government to “attitude adjustment” — junta-speak for harassing, detaining and, some say, torturing detractors.

Yet the United States has done little so far to curb such excesses or pressure the junta into relinquishing power, aside from making an occasional critical statement and freezing a few million dollars in military aid.

The annual American-Thai joint military exercises known as Cobra Gold have continued to be held, if in reduced form, since the coup. Last month at the United States-Asean summit meeting in California, even as President Obama said that America continued “to encourage a return to civilian rule” in Thailand, he posed for chummy photos with General Prayuth.

Washington instead should isolate the Thai military from its traditional backers to deprive the junta of a crucial source of legitimacy and support. Acting with the European Union, Japan and other allies, America should penalize not only the generals involved in the 2014 coup, but also the civilians the government has appointed to its rubber-stamping institutions.

The United States is in a strong position to do so. Wealthy Thais have shoveled assets overseas at an astonishing rate since Mr. Thaksin was brought down in 2006. Their annual investments abroad have increased twelvefold, according to the Bank of Thailand, and now equal one-third of Thailand’s G.D.P. Because of longstanding financial and personal ties to the West, much of this wealth is in the United States and European Union countries.

The junta has been busy deepening economic and military ties with Beijing. But its “China card” is too weak to offset Washington’s continued importance. Thailand’s primary security concerns — terrorism, refugees, a Muslim insurgency in the south — are still best served by cooperating with the United States. And if the country’s conservative elites have fallen out of love with democracy, they continue to favor the West over China for their investments, their children’s education and their holidays.

Taking advantage of this exposure, the United States should lead an effort to subject these elites and the generals involved in the 2014 coup to restrictions on travel and financial transactions.

According to a 2014 update of a classic study published by the Peterson Institute, 16 of the 35 sanctions programs deployed from 1970 to 2014 that were aimed at “modest policy change” were successful. The study also showed that such measures work better when their goal is moderate and when they are used to pressure otherwise friendly governments, rather than enemies.

The sanctions we propose are not aimed at imposing regime change. Their goal is to accelerate Thailand’s return to electoral democracy, which the junta claims to want, and under a system in which elected governments are free of military interference. Thailand’s 1997 Constitution, which is widely seen as the most pluralistic in the country’s history, could serve as a guide.

For decades America buttressed the Thai military to advance its own interests, at the expense of Thailand’s democratic development. It’s now time it try fixing the problem it helped create. As Thailand’s most influential ally, the United States should do what it can to stop the junta from setting the country back any further.



Tom Felix Joehnk writes for The Economist from Bangkok. Ilya Garger is founder of Capital Profile, a Hong Kong–based business research service.

...........

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/p … -wall.html

วันจันทร์, มีนาคม 21, 2559

Pink Floyd - Another Brick In The Wall (ขอบคุณปู่ปีย์ค่ะที่รักชาติ ออกมาแก้ผ้าโชว์ ไม่ต้องเป็น อีแอบ กล้าหาญจริงๆค่ะ)

ขอบคุณปู่ปีย์ค่ะที่รักชาติ ออกมาแก้ผ้าโชว์ ไม่ต้องเป็น อีแอบ กล้าหาญจริงๆค่ะ

12032993_803439669800885_8462658858263515515_n.jpg

ภาพจาก Internet
...

คำสัมภาษณ์ของนายปีย์ พอสรุปได้ว่า มีความต้องการสามข้อหลักคือ

ต้องมีรัฐบาลเผด็จการทหารที่มีอำนาจไม่จำกัด ปกครองประเทศไปแบบไม่มีกำหนด ไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีรัฐสภา ไม่มีนักการเมือง ประชาชนไม่มีสิทธิ์ทางการเมืองใดๆ ทั้งคิด พูด และแสดงออก

ผู้คนที่ “คิดต่าง” ทั้งหมดจะต้องถูก “เอาออกไปจากสังคม” นานเท่าใดก็ได้ จนกว่าจะ “เปลี่ยนทัศนคติ” ซึ่งก็คือ ให้ทำเหมือนพวกนาซีที่สร้างค่ายกักกัน แยกเอาคนยิว ยิปซี คนที่ต่อต้านนาซี พวกสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ คนรักร่วมเพศ ออกไปจากสังคมอย่างถาวร หรือเหมือนพวกคอมมิวนิสต์โซเวียต-จีน-เกาหลีเหนือ ที่สร้าง “ค่ายแรงงาน” เอาไว้คุมขังล้างสมองคนที่คิดต่าง จนกว่าคนเหล่านี้จะ “ยอมเปลี่ยนทัศนคติ”

แสดงความไม่พอใจว่า รัฐบาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ “ลุงตู่” ยังเด็ดขาดไม่พอ อ่อนแอเกินไป ซึ่งถ้าหากยัง “เปลี่ยนทัศนคติของคนเห็นต่าง” ไม่สำเร็จ ก็สมควรที่จะเปลี่ยนคนที่เป็นผู้นำ

คำสัมภาษณ์ของนายปีย์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเฉพาะตัว ของ “คนแก่หลงยุค” คนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนทัศนะของชนชั้นนำไทยในขณะนี้ ที่ยืนยันว่า จะไม่มีการปฏิรูป ไม่ปรับตัว ไม่โอนอ่อน ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น ประชาชนต่างหากที่จะต้องยินยอมอยู่กับสภาพเช่นนี้ตลอดไปโดยไม่คิดเห็นต่าง ไม่ตั้งข้อสงสัย และไม่แสดงออกใดๆ

ปัญหาก็คือ วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วนะครับท่านว่า สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงมีอยู่สองอย่างเท่านั้นคือ สิ่งที่สาบสูญไปแล้ว และสิ่งที่กำลังจะสูญ!

1003698_526710590730097_2082129584_n.jpg?oh=32a5c1f4d887223759e75daa73af2100&oe=5783FCCDพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

ooo

Queen - I Want To Break Free

Offline

#790 March 23, 2016 10:27 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1458731404

เปิดค่าจ้าง ส.ว. รับ 1.13 แสน/เดือน

14587314041458731555l.jpg

updated: 23 มี.ค. 2559 เวลา 18:15:36 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ข้อเสนอให้มีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาจากการสรรหา 250 คน กลายเป็นเผือกร้อนของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ถูกจ้องมองว่าคนการเมืองทุกขั้วว่า กรธ.จะจำยอมทำตาม คสช.ให้มีสภาสูงมาจากการสรรหาหรือไม่

แต่เมื่อลองค้นพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ที่บังคับใช้อยู่ก่อนการเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. เมื่อ 22 พ.ค. 2557 พบว่า ประธานวุฒิสภา ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 74,420 บาท เงินเพิ่มต่อเดือน 45,500 บาท รวม 119,920 บาท ขณะที่ ส.ว. เงินประจำตำแหน่งเดือนละ 71,230 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 42,330 บาท รวม 113,560 บาท

และเมื่อนำมาเทียบกับค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2557 ที่บังคับใช้กับหัวหน้า คสช. ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รองประธาน สปช. ลงวันที่ 10 พ.ย. 57 พบว่า เงินเดือน สนช.จะได้รับค่าตอบแทนต่อเดือน รวมถึงเงินเพิ่มได้ในอัตราเดียวกับ ส.ว.ก่อน%Eารเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. คือ สนช. สปช.รวมถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จะได้ค่าตอบแทนเดือนละ 71,230 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 42,330 บาท รวม 113,560 บาท

สำหรับค่าตอบแทนประธาน สนช.นั้นจะได้เท่ากับค่าตอบแทนหัวหน้า คสช. และเป็นอัตราเดียวกับค่าตอบแทนของประธานสภาผู้แทนราษฎร คือเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 75,590 บาท เงินเพิ่มต่อเดือน 50,000 บาท รวม 125,590 บาท

เมื่ออัตราค่าตอบแทน ส.ว.ก่อนการรัฐประหาร และองคาพยพฝ่ายนิติบัญญัติที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจ ทั้ง สนช. สปช. และ สปท.ได้อัตราค่าตอบแทนเท่ากับ

ดังนั้น ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่มากก็น้อยว่า อัตราเงินเดือน ส.ว.สรรหา 250 คนอาจเท่ากับค่าตอบแทนของแม่น้ำ 5 สาย ในปัจจุบัน

.......

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=38f02eecb152981033a30167f7c9d3af&oe=578D5DCFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 20 มีนาคม ·

10606217_1841462836081137_3768150178017845802_n.jpg?oh=d9eae79dba252685548996576f45674e&oe=57832D19

ขอถามแค่นี้จริงๆ ในเมื่อพวกลากตั้งทั้งหลายที่รอส้มหล่นเข้ามาชูคอในสว.ลากตั้ง ถ้าคิดว่าเป็นคนดี คนเก่ง คนฉลาด เป็นที่คนมีชื่อเสียง นับน่าถือตาในสังคม ทำไมไม่เอาคุณสมบัติเหล่านั้น ลงสมัคร สว.ให้ประชาชนเลือกเข้ามาว่ะไอ้วันชัย!
#โจรสลัด

.........

12512227_970191726410910_8513498384427340376_n.png?oh=9823d40daace150f05726bc3db95a378&oe=578CC0BFหยุดดัดจริตประเทศไทย
5 ชม. ·
ผู้จัดการกองทุนเอกชนทำขาดทุนยังตกงานได้
แต่ถ้าแบ็งชาติใช้เงินทุนสำรองประเทศที่มาจากภาษีประชาชน
แล้วไปลงทุนดันขาดทุนขึ้นมาใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?
ตัว ธปท. จะเป็นฝ่ายรับผิดชอบเอง?
หรือประยุทธ์ที่อนุมัติให้ธปท.ไปลงทุนในหุ้นได้?

รู้สึกเหมือนมีคนกำลังเอาเงินทุนสำรองประเทศไปหนุนราคาหุ้นที่ตัวเองติดดอยอยู่เลยวะ


E026C23AA5434B4A9B4DD13AF699CC2D.jpg

ครม.ไฟเขียว ธปท.นำเงินทุนสำรองประเทศ วงเงิน 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐไปลงทุนในหุ้นได้.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/economy/finance/422948


...............


12512227_970191726410910_8513498384427340376_n.png?oh=9823d40daace150f05726bc3db95a378&oe=578CC0BFหยุดดัดจริตประเทศไทย
ถูกใจเพจนี้ · 20 มีนาคม ·

10329066_969279519835464_2561727096650746077_n.png?oh=bf8c88bfe429f05f8ae23c572867d4fb&oe=57500955

ไม่มีอะไรจะให้ท่าน ขอตัวไปกรวดน้ำแปป

@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
21 มีนาคม 2559 — กับ Malphas Naberius และ นฤมนต์ พรมโคตร

12512394_969288603167889_8485337208734128275_n.png?oh=f42bb7658215dad211e2f2fa2f9ca1bd&oe=574DFB1F

1014345_227680937582303_7606876549261009067_n.jpg?oh=125b992625e412390ada2d194d557b56&oe=574EC7FD

บรรยากาศฉลองงานปาร์ตี้ วันเกิดท่านนายก

12790997_969292543167495_8428338228900602664_n.jpg?oh=310ebc343b71cfee41568e32a28ba9bd&oe=578AB197

Offline

#791 March 25, 2016 8:24 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เหตุการณ์ชุมนุมกันข้างถนน ความรุนแรงระหว่างประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เกิดขึ้นเพราะกองทัพไม่ทำหน้าที่ของตนที่ถูกต้อง หรือไม่ก็เป็นฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังเสียเอง เพราะกองทัพตั้งตนเป็น “อิสระ” จากรัฐบาลและคอยหาโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียเอง  *  Thaienews

http://www.matichon.co.th/news/81819

ตัดวงจรทางการเมือง

โดย วีรพงษ์ รามางกูร

%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87.jpg

24 มี.ค. 59
จากเหตุผลทางประวัติศาสตร์และโครงสร้างอำนาจทางการเมือง บวกกับความคิดที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัยของโลก หลายสิ่งได้เปลี่ยนไป วันข้างหน้าเป็นยุคของคนรุ่นใหม่ซึ่งได้รับการศึกษา ได้รับการเรียนรู้ สื่อสารมวลชนที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกสถานที่อย่างทั่วถึง ระบบสื่อสารที่รวดเร็วฉับไวและราคาถูก ทำให้ไม่มีพื้นที่ใดเป็นชนบทอีกต่อไป การเข้าออกโยกย้ายถิ่นฐานทำได้ง่ายขึ้น ทำให้ความต้องการของคนส่วนใหญ่หรือที่เรียกกันว่า “คนชั้นรากหญ้า” หรือ “grass root people” มีความสามารถเพิ่มขึ้นจากเรื่องเศรษฐกิจที่เดิมเป็นเรื่องรูปธ%K0ม นำไปสู่สิ่งที่เป็น “นามธรรม” เช่น สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วมทางการเมือง

สิ่งที่เป็นนามธรรมเหล่านี้ คนชั้นสูงที่อยู่ในกรุงเทพฯไม่ตระหนัก คิดแต่เพียงว่าคนรากหญ้าพวกนี้ไม่มีสติปัญญาที่จะเลือกผู้ปกครองของตนเองได้ คอยแต่จะ “ขายเสียง” เท่านั้น จึงเป็นโอกาสให้นายทุนพรรคการเมืองสามารถใช้เงินซื้อเสียงเข้ามาเป็นรัฐบาล ถอนทุนคืน บ้านเมืองเสียหาย ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนเชื่อว่าพวกตนเท่านั้นที่ “จงรักภักดี” ผู้ที่เห็นต่างเป็นพวกที่ไม่จงรักภักดี เท่ากับเป็นการผลักให้ “คนรากหญ้า” ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของบ้านเมืองโดยสันติวิธี ซึ่งเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง เพราะการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคโลกาภิวัตน์ ถ้าไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ด้วยวิธีที่สันติ การเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นโดยผ่านความรุนแรง

การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนั้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีเหตุผล คาดเดาไม่ได้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้วยอารมณ์และไม่ใช้เหตุผล มักจะเปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่งซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครเลย

การยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อหวนไปสู่รัฐบาลและการเมือง “แบบประชาธิปไตยครึ่งใบ” ตามรัฐธรรมนูญปี 2521 เป็นความปรารถนาที่เป็นไปได้ยากเสียแล้ว เพราะเวลาที่ผ่านมากว่า 35 ปี ผู้คนก็เป็นคนละรุ่นแล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นหลักของบ้านเมืองก็จากไป หรือไม่ก็มีความอาวุโสมากเกินกว่าจะติดตามความคิดของคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีโอกาสจะแสดงออกทางการเมืองตามธรรมชาติได้

การที่จะต้องมีระบบการเมืองเปิด วาทกรรมที่ว่าถ้าเปิดแล้วก็จะเกิดการแตกแยก เอาชนะคะคานโดยใช้ความรุนแรงเข้าห้ำหั่นกันนั้น เป็นสมมุติฐานที่ไม่เป็นความจริง เหตุการณ์ชุมนุมกันข้างถนน ความรุนแรงระหว่างประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เกิดขึ้นเพราะกองทัพไม่ทำหน้าที่ของตนที่ถูกต้อง หรือไม่ก็เป็นฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังเสียเอง เพราะกองทัพตั้งตนเป็น “อิสระ” จากรัฐบาลและคอยหาโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียเอง

ถ้าจะให้มีการเริ่มต้น สิ่งแรกคือผู้นำกองทัพต้องมีจิตใจเป็นนักประชาธิปไตย มีอุดมการณ์ที่จะเป็นผู้พิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งแม้ไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่ก็เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย การปฏิเสธระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยอ้างวาทกรรมดังกล่าว จึงเป็นการก้าวล่วงของผู้ที่ได้ประโยชน์จากระบอบเผด็จการทหาร หรือเสียประโยชน์จากระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย หรือมีความรู้สึกทาง “ชนชั้น” อย่างรุนแรง เพราะทนไม่ได้กับกิริยามารยาท ทัศนคติ ความไม่โปร่งใส ของนักการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่สิ่งเหล่านี้ตนมองไม่เห็นจากรัฐบาลทหาร ที่ตนคิดว่ามาจากชนชั้นเดียวกัน

กลับไปสู่ฐานะที่ควรจะเป็น “กองทัพ” ในระบอบประชาธิปไตยทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย เอกราช บูรณภาพของดินแดนของประเทศ ในกรณีพิเศษก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย ปกป้องคุ้มครองภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือความสงบเรียบร้อย เมื่อได้รับการร้องขอจากรัฐบาล เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉินและเกินกำลังของพนักงานตำรวจ

ข้ออ้างมาตรฐานที่ใช้สร้างกระแสปูทางไปสู่การปฏิวัติรัฐบาล 3 ข้อ คือ รัฐบาลปล่อยให้มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็ดี, รัฐบาลปล่อยให้มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง, รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ปล่อยให้มีโจรผู้ร้ายชุกชุม ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ ก็ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลในขณะนั้นที่จะต้องดูแลป้องกันภัยพิบัติ เป็นภาระหน้าที่ของพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่เป็นฝ่ายตรงข้ามได้เสนอทางเลือก ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือยิ่งไปกว่านั้นก็เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้มีการยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่

การถูกตรวจสอบจะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนให้ความสนใจ เอาใจใส่ผู้แทนของตนว่าได้ทำหน้าที่สมกับที่ได้รับมอบหมายหรือไม่

ในพื้นที่ต่างจังหวัดอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น การมีผู้แทนราษฎรเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นการถ่วงดุลข้าราชการประจำจังหวัดของตน เป็นผู้ที่ผลักดันให้มีโครงการพัฒนาในจังหวัด เป็นปากเสียงให้ประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมในท้องถิ่น แต่บางครั้งก็มักจะได้ยินว่ากระทำผิดฐาน “ผู้มีอิทธิพล” ทำการค้ายาเสพติดและของหนีภาษี หรือการค้ามนุษย์ ซึ่งเกินกำลังของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง กองทัพในประเทศกำลังพัฒนาอาจจะช่วยเสริมกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียเอง

จุดอ่อนและข้อบกพร่องต่างๆ ของระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่เราประสบนั้น ประเทศที่ประชาธิปไตยหยั่งรากลึกก็ต้องผ่านประสบการณ์ดังกล่าวมาทั้งสิ้น สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ในที่สุดประชาชนก็สามารถควบคุมราชการและนักการเมืองของเขาได้

คนไทยได้รับการศึกษาไม่น้อยกว่าคนอินเดีย ไม่น้อยกว่าคนปากีสถาน ไม่น้อยกว่าคนฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รายได้ต่อหัวก็สูงกว่าประเทศเหล่านั้น ปัญหาทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงก็มีกันอยู่ทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่มาเลเซียและสิงคโปร์ จนอาจจะถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมที่น่ารังเกียจของเอเชีย ที่มีเหตุผลมาจากประวัติศาสตร์ ที่มีผีสาง เทวดา นางไม้ เจ้าป่าเจ้าเขา แม้แต่พระพุทธรูป ผู้คนก็ยังอุตส่าห์ไปติดสินบน ขอโชคขอลาภ ซึ่งไม่มีในสังคมตะวันตก เราได้ผ่านขั้นตอนของ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีในช่วง พ.ศ.2521-2535 แต่ต่อมาหลังจากนั้น มาสะดุดหยุดลงเมื่อมีการรัฐประหารปี 2549 ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกลับย้อนไปสู่การเมืองปี 2521 อีก ถึงแม้จะพยายามกลับไปก็จะทำไม่ได้ จะเกิดเหตุการณ์อย่างที่เราเรียกกันติดปากว่า “พฤษภาทมิฬ” อีก

หากจะนำเอารัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งนับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรมที่สุดในบรรดารัฐธรรมนูญทั้งหมด 20 ฉบับ บทบัญญัติจะดีไม่ดีก็แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมได้ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเดียวที่ร่างโดยผู้แทนฯของประชาชนชาวไทย

การตั้งเป้าหมายกีดกันพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เป็นสิ่งที่อธิบายได้ยาก แม้จะพยายามอธิบายก็ไม่มีใครฟัง ไม่มีทางได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

การตัดวงจร “ปฏิวัติรัฐประหาร-เลือกตั้งประชาธิปไตย” ที่วนเวียนเป็นวัฏจักรนี้ สามารถทำได้โดยการนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 แก้ไขเพิ่มเติม 2559 มาใช้ได้ทันที การดึงรั้งถ่วงการคืนอำนาจให้ประชาชนในยุคนี้ ย่อมเป็นการเสี่ยงต่อการที่จะเกิดความเสียหาย ความสูญเสีย ไม่ช้าก็เร็ว

จะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้หากร่างฉบับปัจจุบันไม่ผ่านประชามติ ก็จะเป็นเรื่องที่จะไปกันใหญ่ ความชอบธรรมจะหมดไปในทันที

ประชาชนจะถามหาผู้รับผิดชอบ

Offline

#792 March 25, 2016 8:36 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/b … t_179.html

วันศุกร์, มีนาคม 25, 2559

แนะสหรัฐฯ ‘อายัดทรัพย์-ห้ามเข้าปท.’ คณะรปห.ไทย

1062405.jpg

ที่มา Voice TVby Sathit M.
24 มีนาคม 2559

นิวยอร์กไทมส์ตีพิมพ์บทความนักสังเกตการณ์ แนะรัฐบาลโอบามาจับมืออียู ลงโทษคณะรัฐประหารไทย ทั้งเหล่านายพลและบรรดาพลเรือนในสภาตรายาง ด้วยการอายัดทรัพย์สิน งดออกวีซ่า

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทมส์ เผยแพร่บทความของนักสังเกตการณ์การเมืองไทย ทอม เฟลิกซ์ เจนค์นักเขียนของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ กับอิลยา จาร์เกอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยธุรกิจ แคปิตอล โปรไฟล์ ในฮ่องกง เรียกร้องให้สหรัฐฯ ร่วมมือกับประเทศพันธมิตร กดดันคณะรัฐประหารไทยให้นำพาประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

บทความระบุว่า เวลานี้ คณะรัฐประหารไทย นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปกครองประเทศแบบเผด็จการ ไร้ความสามารถ และผิดพลาด เศรษฐกิจหยุดชะงัก สังคมเสี่ยงเกิดความไม่สงบ ร่างรัฐธรรมนูญมุ่งรักษาอำนาจที่แท้จริงไว้ในมือของกองทัพ

1062402.jpg

ผู้เขียนชี้ว่า สหรัฐฯมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยนับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง บรรดาแกนนำคณะรัฐประหารปี 2557 ซึ่งผ่านยุคพันธมิตรไทย-อเมริกันในช่วงสงครามเย็น มองประชาธิปไตยด้วยสายตาแบบเดียวกับที่มองคอมมิวนิสต์ นั่นคือ เป็นอุดมการณ์ต่างด้าวที่คุกคามเครือข่ายชนชั้นนำในกรุงเทพฯ ซึ่งพวกตนถูกฝึกสอนให้ต้องพิทักษ์ปกป้อง

เหล่านายพลต่างชิงชังอีกเครือข่ายอำนาจหนึ่งที่มีนายทักษิณ ชินวัตรเป็นแกนกลาง นับแต่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2544 นายทักษิณจัดทำโครงการหลายอย่างตอบสนองความต้องการของคนยากจนในชนบท ทำให้เขาได้รับคะแนนนิยมอย่างสูง นายทักษิณจึงไม่จำเป็นต้องขึ้นต่อกองทัพและเครือข่ายอุปถัมภ์ของชนชั้นนำ ข้อนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่กองทัพลงมือขับเขาออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2549 และขับนางสาวยิ่งลักษณ์ น้องสาวของเขาเมื่อปี 2557

ทุกวันนี้ ทหารไทยใช้ทั้งองค์กรและกลยุทธ์จากยุคสงครามเย็น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เล่นงานผู้วิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่สงครามจิตวิทยาถูกนำมาใช้ในการโฆษณา “คืนความสุขแก่ประชาชน” รวมทั้ง “ปรับทัศนคติ”

ที่ผ่านมา สหรัฐฯแทบไม่ได้ทำอะไรที่จะขัดขวางการใช้อำนาจเกินขอบเขตเหล่านี้ หรือกดดันคณะรัฐประหารให้สละอำนาจ นอกเหนือไปจากการออกแถลงการณ์เป็นบางครั้ง กับระงับความช่วยเหลือทางทหาร ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ยังถ่ายรูปคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ระหว่างการประชุมสหรัฐ-อาเซียนอีกด้วย

ผู้เขียนเสนอว่า รัฐบาลวอชิงตันควรโดดเดี่ยวทหารไทย โดยร่วมมือกับสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และชาติพันธมิตรอื่นๆ งดการอนุญาตเข้าประเทศ และอายัดทรัพย์ ไม่แต่เฉพาะพวกนายพลที่ยึดอำนาจเมื่อปี 2557 เท่านั้น แต่รวมถึงพลเรือนที่เข้าไปนั่งในสภาตรายางของรัฐบาลทหารด้วย.

Source: The Opinion Pages, International New York Times

Photo: AFP

Offline

#793 March 25, 2016 11:20 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ไม่มีอะไรมากนอกจาก หวังค่าคอม ส่วนต่าง หัวคิว หวังแค่นั้น หรือ? ทั้งที่ ไม่ได้ศึกษาและไม่เห็นประโยชน์ทางตรงใดๆ แต่จะทำด้วยอำนาจที่ปล้นเข้ามาและใช้ภาษีของประชาชน ทั้งที่ไม่มีสิทธิในอำนาจที่ปล้นเข้ามา


http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1458733915

สิ้นสุดมหากาพย์! บิ๊กตู่ ยัน รถไฟไทย-จีน ไทยลงทุน 100%

23 มี.ค. 2559 เวลา 18:52:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

14587339151458734301l.jpg

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หารือทวิภาคีกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1 ว่า ความร่วมมือด้านรถไฟ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ต้องดำเนินต่อไป เนื่องจากเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้แล้วว่า จะผลักดันให้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ โดยจะดำเนินการก่อสร้างในระยะแรกคือ เส้นทางจากกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา 3 ห้เป็นรูปธรรมลำดับแรก โดยไทยจะดำเนินการลงทุนเองทั้งหมด แต่ขอให้ทางจีนปรับลดราคาที่เหมาะสม ในส่วนของเงินการลงทุนซึ่งไทยจะกู้จากจีนนั้น นายกรัฐมนตรีขอให้จีนคิดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อความสําเร็จของโครงการ

สำนักข่าวไทยรายงานว่าในระหว่างการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1 และการประชุมโป๋วอ่าว ฟอรั่ม ฟอร์เอเชีย ที่เมืองซานย่า มณฑลไห่หนานนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือทวิภาคีกับนายหลี่ ในหลายประเด็นรวมทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งได้ข้อยุติในหลักการแล้วว่าไทยจะลงทุนดำเนินการเองทุกขั้นตอน แต่จะจ้างจีนให้เป็นผู้ก่อสร้างโดยไม่มีการให้สัมปทานหรือร่วมทุนใด ๆ ร่วมกับจีน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยได้พิจารณาแล้วว่ามีศักยภาพที่สามารถสร้างรถไฟความเร็วสูงในระยะทาง 250 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ-นครราชสีมาได้เอง และไม่ต้องการนำเรื่องของความเร็วไปเปรียบเทียบกับประเทศใด หรือไม่ได้คิดว่าการสร้างรถไฟดังกล่าวจะต้องไปเชื่อมโยงกับประเทศใดบ้าง แต่ต้องการให้รถไฟความเร็วสูงบริการประชาชนให้สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว ยิ่งขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าเป็นความตั้งใจของตนที่ต้องการสร้างประวัติศาสตร์การกำเนิดของรถไฟ ความเร็วสูงให้แก่ประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากเส้นทางสายอีสานก่อนที่ในอนาคตจะขยายเส้นทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในประเทศ ทั้งเหนือและใต้ โดยยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ใดๆ และขอไม่ให้นำประเด็นเรื่องราคามาสร้างความขัดแย้งไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าไม่ ได้

...........

* สวดดยอด ทั่นผู้นัมม ของ คสช. ทหารโจร ที่ปล้นเข้ามาบริหารประเทศกะลาแลนด์แดนวัฒนธรรมตอแหลของผู้นัม

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/b … t_670.html

วันศุกร์, มีนาคม 25, 2559

วิสัยทัศน์ทั่นผู้นำ... รถไฟเร็วสูง เตรียมกู้จีน เอามาจ้างจีนสร้าง แล้วจะจ้างจีนขับไหมเพ่ นี่ไม่รวม เตรียมรัฐเล่นหุ้น...

12321685_975973195785634_1937954291708445295_n.png

ซี้ด อูย นายกฯ ลุงตู่ยอดเจ๋ง จะสร้างรถไฟเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ถึงโคราชให้เป็นประวัติศาสตร์ของชาติด้วยตนเอง

“ไม่ร่วมกับจีนแล้วทำเองดีกว่า เพราะเรามีขีดความสามารถและเตรียมงบประมาณไว้แล้ว” ทั่นนาโย้กว่า

“วันนี้เอาแค่สายนี้ก่อนในความยาว ๒๕๐ กม.” จากแผนทั้งหมด ๘๐๐ กิโลเมตร “แต่โครงการดังกล่าวจะมีการต่อเพื่อเชื่อมโยงในวันข้างหน้า จากวันนี้ไปพื้นที่อีสาน วันข้างหน้าก็อาจต่อไปยังหนองคาย อาจเชื่อมโยงไปมาบตาพุด ลาว จีน ปากีสถาน อิเดีย ยุโรป อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าคุ้มทุน เรียกว่ารถไฟสายอนาคต”

“ส่วนเรื่องงบฯนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่าเป็นลักษณะของรัฐลงทุนโดยใช้เงินกู้” สงสารทั่นเนอะ ‘กู้อีกแล้ว’ ทั้งที่ “วันนี้เรามีวงเงินอยู่แล้วล้านกว่าล้านบาท จะต้องลงทุนพวกโครงสร้างพื้นฐานบ้าง แต่ออกไม่ได้ติดนู้นนี่ ติดอีเอชไอเอ”

(http://www.matichon.co.th/news/82622)

ที่ผ่านมาสองสามเดือน การเจรจากับจีนติดกึกติดกักนักแล้ว เราอยากให้จีนเข้ามาลงทุนเป็นส่วนใหญ่หรือทั้งหมด แต่ฝ่ายตัวแทนจีนที่มาเจรจาบอกว่า แหม ถ้าจะให้จีนลงเองต้องไปถามท่านประธานาธิบดี (สี จิ้นผิง) มันยากนี้ดนึง

ฝ่ายไทยก็เลย เออวะ หยวนละมั้ง มันถึงต้องมาลงทั่นผู้นัมบ์แอ่นอกรับ “หากทำรางไว้ก่อนแบบที่เราเคยคิดไว้แล้วเอาความเร็วปานกลางมาวิ่ง วันหน้าต้องเปลี่ยนความเร็วสูงอีกอยู่ดี จึงคิดว่าการลงทุนครั้งนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงระยะเวลานี้” เห็นมั้ย วิสัยทัศน์ทั่นเป็นเลิศ ไม่ได้เอาอย่างใครนะ

12512668_975973149118972_5016979337472356562_n.jpg

แล้วจะไปกู้ที่ไหนล่ะนาย นั่นต้องไปถามเสนาบดีคมนาคม ทั้น รมว. อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เพิ่งแถลงที่กระทรวงเมื่อกี้ (ตอน ๑๐ โมงกว่าๆ วันที่ ๒๕ มี.ค.) จับความตอนระหว่างนาฑีที่ ๙ ถึง ๑๐ ได้เรื่องว่า

“ข้อที่สี่ในเรื่องของการลงทุน เป้นการลงทุนของไทยทั้งหมด ก็ชัดเจน” อย่างทั่นนายกฯ ว่า

แต่ “ข้อที่ห้า...ตรงนี้ ในเรื่องของเงินทุน เราอาจจะพิจารณาในการกู้จากจีน”

(ขอบคุณคลิปจากหน้าเฟชบุ๊คของ Wiphusa Sookmak นักข่าวไทยพีบีเอส https://www.facebook.com/wiphusa.sookma … 33999372/)

เอ้า ตายห่ ไหงกลับไปหาจีนอีกล่ะ กู้จากจีนเอามาจ้างจีนสร้าง แล้วจะจ้างจีนขับให้ด้วยไหมเพ่

เล่นปาหี่กันละสิ แล้วจะมีเล่นแร่แปรธาติด้วยหรือป่าว ก็ไม่รู้ได้ ต่อกรณีที่แบ๊งค์ชาติเพิ่งประกาศว่าต่อนี้ไปจะเอาเงินทุนสำรองออกมาเล่นหุ้น

“ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการแก้กฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๕๑ ในการขยายขอบเขตการลงทุนของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ให้สามารถลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นได้ จากเดิมที่กำหนดให้ลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ พันธบัตร สกุลเงินตราต่างประเทศ และทองคำ”

“เป็นช่องทางการบริหารความเสี่ยงและการกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.วิรไท สันติประภพ เปิดแถลงข่าวพร้อมหน้ารองหญิงทั้งสอง

“โดยหลักการสำคัญจะกระจายความเสี่ยงในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และยังคงวัตถุประสงค์เน้นการลงทุนที่มีสภาพคล่องเป็นหลักเพื่อพร้อมที่จะนำมาใช้ได้ตลอดเวลา”

“สัดส่วนการลงทุนในหุ้นในช่วงแรก คาดว่าจะทยอยการลงทุนในระดับไม่เกิน ๓-๔ % ของทุนสำรองเฉพาะในส่วนกิจการธนาคารที่มีอยู่ปัจจุบัน ๑.๑๐ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจุบันเงินทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมดมีอยู่ ๑.๘ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ”

(http://www.thansettakij.com/2016/03/25/39847)

ทั่นผู้ว่าฯ อ้างด้วยว่า “ที่ผ่านมาจะเห็นว่าความเสี่ยงส่วนใหญ่จะอยู่ในสกุลเงินตราต่างประเทศไม่ใช่พันธบัตร หากเรามีหุ้นผสมอยู่ด้วยเล็กน้อยจะช่วยลดความเสี่ยงได้

12798907_975973185785635_1882555065380157513_n.png

เพราะโดยธรรมชาติสกุลเงินต่างประเทศจะมีความผันผวนประมาณ ๑๐% ต่อปี ซึ่งผันผวนกว่าพันธบัตร และการลงทุนในหุ้นจะช่วยลดการกระจุกตัวความเสี่ยงของค่าเงิน”

แม้ว่าการเล่นหุ้นจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตร แต่ในความรู้สึกของนักเล่นหุ้นทั่วไป ความผันผวนของหุ้นในเรื่องผลตอบแทนน่าจะมีมากกว่าพันธบัตร แต่ไหงทั่นผู้ว่าฯ แบ๊งค์ชาติบอกว่า

“แต่จะเห็นว่าเราไม่ได้ลงทุนเยอะ จึงไม่ได้ช่วยเรื่องรายได้แต่ช่วยเรื่องลดความเสี่ยง หรือการจัดพอร์ตอาจจะต้องดูภาพรวม เช่น บางปีผลตอบแทนอาจจะได้ ๑๐% แต่ผลตอบแทนในพันธบัตรอาจจะติดลบ”

นี่ตั้งใจจะบอกกันทื่อๆ เลยหรือว่า การเอาเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศไปเล่นหุ้นมีความมั่นคงมากกว่าไว้ที่พันธบัตร แบ๊งค์ชาติยุคนี้นี่เจ๋งตาม คสช. ไปด้วยละซี

หากเอออวยตามตรรกะของทั่นผู้ว่าฯ การที่ไม่ได้ลงทุนเยอะ ก็จะไม่สามารถลดความเสี่ยง (หรือเพิ่มความมั่นคง) เรื่องผลตอบแทนได้เท่าไรนัก เช่นกันใช่ไหม

แล้วทำไมต้องมาเปิดพอร์ตกันตอนนี้ มีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า เราไม่รู้ เพราะไม่ใช่คนแถวนั้น

ooo


มีอะไรรับรองว่า 'รถไฟประยุทธ์' จะไม่ล้มเหลวเหมือน 'รถไฟไทยจีน'


http://news.voicetv.co.th/thailand/343458.html

by ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์25 มีนาคม 2559
Over View ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2559

การประกาศหยุดโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทาง กรุงเทพ-หนองคาย-มาบตาพุด แล้วแทนที่ด้วยรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-โคราช คือการทำให้โครงการเพื่อเชื่อมโยงไทยกับประเทศอื่นกลายเป็นโครงการเพื่อผู้โดยสารในประเทศอย่างเดียว ผลก็คือ "รถไฟประยุทธ์"มีความเสี่ยงมาก โดยเฉพาะการใช้งบประมาณประเทศราว 200,000 ล้านบาท โดยไม่มีความชัดเจนถึงผลตอบแทนด้านการเงินและการกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างที่ "ยิ่งลักษณ์" และ "ชัชชาติ" เคยทำไว้ผ่านการทำให้รถไฟเชื่อมโยงกับประเทศอื่นและการพัฒนาพื้นที่ข้างเคียง...มีอะไรเป็นหลักประกันว่าโครงการรถไฟโคราชของรัฐบาลนี้จะไม่ล้มเหลวเหมือนโครงการรถไฟไทย-จีน

..........

http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1458919123

"บิ๊กตู่" เผยรถไฟเร็วสูงเริ่มสร้างได้ ก.ค.นี้  * ....รายการแดกด่วนๆหรือคับ

14589191231458919234l.jpg

25 มี.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.15 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึง ความคืบหน้าการสร้างรถไฟความเร็วสูง โดยระบุว่า ในระหว่างการเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ครั้งที่ 1 และการประชุมโป๋วอ่าว ฟอรั่ม ฟอร์ เอเชีย ระหว่างวันที่ 22 – 24 มีนาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพบหารือ แบบทวิภาคีกับท่าน หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเพื่อนกัน เราเป็นมิตรกันอยู่แล้ว มีหลายประเด็นที่พูดคุยกันในเรื่องของการสร้างสรรค์ ทำอย่างไรความสัมพันธ์ไทยกับจีนจะพัฒนาให้มากยิ่งขึ้นโดยเร็ว รวมทั้งในการร่วมมือในการสนับสนุนประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะในประเทศอาเซียนด้วยกัน

ประเด็นสำคัญคือเราได้บรรลุถึงข้อ ตกลงหรือข้อยุติในหลักการ เกี่ยวกับการดำเนินการสร้างรถไฟความร่วมมือ ไทย – จีน และจีทูจี คือ ไทยจะลงทุนดำเนินการเองทั้งหมดทุกขั้นตอน ในลักษณะจีทูจีโดยไม่มีทั้งการให้สัมปทานหรือการร่วมทุนกับใครทั้งสิ้น เนื่องจากเราพิจารณาแล้วว่าเรามีศักยภาพสามารถทำได้ ในส่วนหลักการของจีนนั้น คือเขาไม่สามารถจะร่วมลงทุนได้ในกรณีนี้ ถ้าหากว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของสัมปทาน ซึ่งเราคงให้เขาไม่ได้อยู่แล้ว เราลงทุนเองดีกว่า ผลประโยชน์ตกอยู่กับเราทั้งสิ้นและเราสามารถเริ่มเป็นโครงการแรก เป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นแรก ระยะทางไม่ยาวมากนักคือเส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีจากจีน ในการก่อสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งเรื่องก่อสร้าง การบริหารจัดการเดินรถ และคนไทยจะต้องดำเนินการให้ได้เองในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ทั้งนี้ รัฐบาลเห็นความสำคัญกับการมีรถไฟความเร็วสูง คือเดิมคิดไว้ว่าจะทำรางไว้ก่อนแล้วนำรถไฟความเร็วปานกลางมาสรุปว่าไม่เหมาะ กับสถานการณ์วันนี้เราไปไม่ทัน การลงทุนนี้ลงทุนในประเทศดีกว่า เพื่อจะบริการประชาชนเป็นหลักแล้วกัน เรื่องเชื่อมโยงต่างๆ ก็ว่ากันในระยะต่อไป เราสามารถจะเดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ก็อยากให้เป็นรถไฟสู่อนาคต เป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นประวัติศาสตร์ก่อนก็แล้วกัน เพื่อประโยชน์ความสัมพันธ์ไทย – จีนด้วย เพื่อการพัฒนาการปฏิรูปประเทศไทย ระยะที่ 1 ด้วย

และจากการสำรวจข้อมูลพบว่า ภาคอีสานที่จำเป็นเกิดก่อนในขณะนี้ เพราะมีความพร้อมของศักยภาพในหลายๆ ด้าน จากที่ไปเยี่ยมเยียนมาในเรื่องของการค้า การลงทุนต่างๆ ขยับขยายมี GDP มากขึ้น สำหรับภาคอื่นก็รอระยะหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะทำให้ภาคใดภาคหนึ่ง ต้องทำทุกภาคอยู่แล้ว แต่ตอนนี้รัฐบาลตั้งใจให้เป็นจุดเริ่มก่อน ให้ประชาชนได้เห็น ได้เข้าใจว่าการคมนาคมขนส่งของประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคตวันข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องมีหมด เพื่อใช้ในการบริการประชาชนเป็นหลัก การสัญจรไปมามีความรวดเร็ว มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเคลื่อนย้ายคนที่จะไปสู่ต่างจังหวัด และต่างจังหวัดมาทำงานในกรุงเทพฯ ทำนองนี้ ให้เร็วขึ้นเช้าไปเย็นกลับก็ได้ เพราะฉะนั้นเราเริ่มภายในก่อนดีกว่า ไม่ใช่เฉพาะเรื่องรถไฟความเร็วสูงอย่างเดียว ที่เราคิดอยู่ขณะนี้ นโยบายรัฐบาลที่ได้มีการอนุมัติหลักการและจัดทำโครงการรถไฟทางคู่ตามเส้นทาง เดิมให้สามารถสวนกันได้ เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าและเดินทางที่ไม่รีบร้อน และอยู่ในศักยภาพที่ประชาชนทุกคนสามารถใช้ได้ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย เป็นทางเลือกนะครับ หากเราเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เราผลิตคนขึ้นมาใหม่ๆ ให้มีความชำนาญในเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องเทคนิค เทคโนโลยีการควบคุมการบริหารการเดินรถเหล่านี้ ก็สามารถที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดได้

สิ่งที่ผมเน้นคือ การบริหารจัดการพื้นที่สองข้างทาง โดยคนไทยเอง โดยประเทศไทย รัฐบาลจะหาวิธีการทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุดกับคนไทยและ ภาคเอกชน ธุรกิจไทย อาจจะมีความร่วมมือในลักษณะ PPP ร่วมลงทุนได้ ทั้งหมดนั้นเราจะเร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็วตามกำหนดเวลาที่มีอยู่ ตาม MOU ที่ลงนามกันไว้แล้วด้วย เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง ซึ่งทางจีนก็ยินดี นายกรัฐมนตรีจีนเขาฝากมาว่า ขอให้คนไทยเชื่อมั่นจีนกับไทยนั้นเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ขอให้เชื่อมั่นว่าทางจีนก็มีความปรารถนาดีกับไทย ผมก็ตอบเขาไปว่า เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชนในประเทศ ซึ่งท่านก็รับปากว่าโอเค ต้องทำเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจนขึ้น ไม่ได้มุ่งหวังแต่เรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว

การใช้แรงงานคงใช้แรง งานไทยเป็นหลัก ช่างเทคนิคไทยให้มากที่สุด เพียงแต่ว่าต้องเอาวิศวกรเพราะเราใช้เทคโนโลยีของเขามาแนะนำมาควบคุมการก่อ สร้างอะไรต่างๆ ผมก็บอกไปแล้วว่า วัสดุบางอย่างที่ไทยสามารถผลิตเองก็ต้องใช้ของเรา อะไรผลิตไม่ได้จำเป็นต้องซื้อก็ต้องซื้อ วันนี้โชคดีที่หลายๆ อย่างราคาค่อนข้างจะถูกลง แต่อย่าลืมว่าจำนวนวงเงินต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะด้วยเทคนิคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป อย่าเอาตัวเลขเดิมมาพิจารณาวันนี้ ตัวเลขเก่า ตัวเลขใหม่คนละอันกัน คนละสถานการณ์กัน ดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ และเราได้ประโยชน์หรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่าไปบิดเบือนกันจนเสียหายไปหมด ทุกอย่างไม่ได้กำหนดด้วยราคาเพียงอย่างเดียว ต้องกำหนดด้วยประสิทธิภาพประสิทธิผลด้วย ผมอยากให้ประชาชนทั้งประเทศเกิดความมั่นใจ

ถ้าทุกคนตระหนักถึงความ สำคัญร่วมกันของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้แล้วก็จะสามารถขยับขยายไปยัง ภูมิภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก อาจจะมี 3 – 4 เส้นอีกก็ได้ลักษณะเดียวกันนี้ไป ถ้าเรามีศักยภาพที่เพียงพอ และมีรายได้เข้าประเทศมากขึ้น หรือมีการร่วมลงทุนกับคนไทยภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ต่อไปเราก็จะเชื่อมเส้นแรกนี้ตะวันออกเฉียงเหนือไปโคราช ระยะแรกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจ เมืองท่า เมืองสำคัญ ด้วยการใช้รถยนต์ รถไฟฟ้า ทางเรือก็ได้ ให้เชื่อมต่อซึ่งกันและกัน สำหรับการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านการค้าขายไปสู่ทวีปอื่น ๆ นั้นก็เป็นอนาคต เราจะได้ผสมผสานเป็นระบบการขนส่งทางรางของภูมิภาคและของเอเซียต่อไป

วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกันเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงให้ ได้ เมื่อมีก้าวแรก ก้าวต่อๆ ไปก็จะตามมา ขอให้ทุกคนมั่นใจถ้าเราชักช้ากว่านี้ก็จะเสียงานเสียการ เราจะตามใครเขาไม่ทัน เพราะการประชุมทุกประเทศเขาพัฒนาหมด ขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ ใครที่เดือดร้อนเราก็จะเยียวยาให้ เพราะต้องมีคนเดือดร้อนอยู่บ้าง แต่ประโยชน์ได้มากกว่าคนเดือดร้อนเราก็จะต้องดูและให้มีความสุข หาที่อยู่ที่กินให้กรณีที่อยู่ในเส้นทางดังกล่าว อย่าต่อต้านคัดค้านกันเลย ทำให้ประโยชน์ของชาติเสียหายไปมาก แต่ของตัวเองรัฐบาลก็จะดูแลให้ ขอให้เคารพใน กติกา ในกฎหมาย ผมจะพยายามรักษาผลประโยชน์ของชาติให้ได้มากที่สุด โดยจะกำกับดูแล ทั้งตัวผมเอง ทั้ง คสช.และ ครม.อย่างรอบคอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติจากภาษีของพวกเราทั้งสิ้น และเพื่อเป็นอนาคตของลูกหลาน

คาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ ในเรื่องของเงินทุนก็คงจะใช้เงินกู้ด้วย ใช้ในการลงทุนเราเตรียมเงินไว้หลายอย่างด้วยกัน ในเรื่องของการลงทุนภาครัฐแต่ใช้ไม่ได้เพราะว่าติดโน่นติดนี่มากมาย ผมจำเป็นต้องตัดสินใจ ไม่อย่างนั้นก็ไม่เกิดงาน ไม่เกิดการจ้าง ไม่เกิดอะไรใหม่ๆ เลย และก็บอกว่ารัฐบาลบริหารเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากขอร้องว่าอะไรที่จะเกิดประโยชน์ขอให้ช่วยกัน อย่าคัดค้านกันเลย มีปัญหาอะไรอยากให้รัฐแก้ปัญหาให้ เราก็แก้ปัญหาให้ แต่ต้องเดินหน้าให้ได้ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการคลังได้ควบคุมในเรื่องค่าใช้จ่าย เงินงบประมาณภาครัฐก็ดูแลในภาพรวมอยู่แล้ว และกระทรวงคมนาคมก็ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดคุ้มค่ากับเม็ดเงินทุกบาททุก สตางค์ จะต้องมีการดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส ถ้าใครเห็นว่าไม่โปร่งใสก็ร้องเรียนมาเลย ผมตรวจสอบให้ทันที และจะต้องให้เกิดประสิทธิภาพโดยเร็ว สำหรับภาคเอกชนของไทยก็ขอเชิญชวน ไม่ใช่เฉพาะเส้นทางเส้นนี้ มีอีกหลายอย่างที่อยากจะให้ร่วมมือไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า ทางมอเตอร์เวย์อะไรก็แล้วแต่ เราก็มีนักธุรกิจขนาดใหญ่จำนวนมากพอสมควร ถ้าเรามาร่วมลงทุนกันในส่วนตรงนี้ได้ผลประโยชน์ก็จะอยู่ในประเทศเราเอง

เรื่องที่จะแบ่งปันกันอย่างไรก็ว่ากันมา ให้เกิดความเป็นธรรม แต่ข้อสำคัญคือ ขอร้องให้ทุกคน ทุกบริษัทที่มีเงินช่วยประเทศชาติในช่วงนี้แล้วกัน ไม่อย่างนั้นไปไม่ได้แน่นอน วันหน้าก็เกิดไม่ได้อีกจะทำอย่างไร ก็ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในหลักการ ในข้อเท็จจริง และฟังข้อมูลของรัฐบาลที่ถูกต้องด้วยจะได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งใดๆ แน่นอนว่าทำอะไรก็ตามต้องมีความขัดแย้ง สำคัญคือข้อมูลถูกต้องหรือไม่ ไม่อย่างนั้นประเทศของเราติดกับดักของตัวเองอยู่แบบนี้ ขอให้มองอนาคตของประเทศไว้เป็นสำคัญ

Offline

#794 March 25, 2016 1:22 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ภายใต้กะลาแลนด์ .....ความเหลื่อมล้ำในความเป็นมนุษย์ที่ไม่เสมอภาคและความไม่เป็นประชาธิปไตยสร้างให้สังคมนี้เป็นสังคมอภิสิทธิ์ชน ที่คนรวย คนมีฐานันดรสูง นั่งสบายเหนือหัวคนอื่น โดยมีระบบรัฐข้าราชการคอยอำนวยในการสูบเนื้อเถือหนังชาวบ้านพร้อมทั้งกดหัวประชาชนไม่ให้หือหรือตระหนักถึงสิทธิ์ความเท่าเทียมของตนได้

4-300x336.jpg


http://thaienews.blogspot.com/2016/03/b … t_868.html

วันเสาร์, มีนาคม 26, 2559

ทำไมคนรวยทำผิดจึงไม่ติดคุก .....

12871483_1673669162900464_8824290760156710336_n.jpg

ทำไมคนรวยทำผิดจึงไม่ติดคุก .....

ในสังคมไทย แม้กระทั่งทนายความ อดีตตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องกับคดีความ ฯลฯ ก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เงินสามารถ "ง้าง" หลายสิ่งหลายอย่าง ให้เปิดกว้างและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีพลังทรัพย์จะจับจ่ายหว่านโปรยให้ตนพ้นจากการลงโทษในข้อหาทั้งหลาย โดยเฉพาะอันที่เกิดจากความประมาท แม้ว่าจะเกิดความเสียหายถึงชีวิตแก่ผู้อื่น และในทางตัวบทกฎหมายไทยก็ไม่มีช่องทางเกินไปกว่าเท่าที่มีและรู้เห็นกันอยู่

http://www.posttoday.com/analysis/report/423092

นั่นอาจเป็นเพราะว่า เมืองไทยไม่ได้นำหลักการตั้งอัตราเงินค่าปรับอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนทำผิดกฎจราจร หรือความผิดอันเกิดจาก "การกระทำโดยประมาท" ที่ก่อความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น มาเป็นระบบ income-based หรือการคำนวณค่าปรับให้สอดคล้องกับรายได้ของผู้กระทำผิดกฎหมาย เช่นที่มีอยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในฟินแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ และประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียทั้งหลาย ที่ใช้กฎหมายแนวคิดนี้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

หากคนรวยเมืองไทยขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วยังเอามาออกสื่อทีวีเพื่ออวดอ้างว่าขับรถราคาแพงได้เก่งฉกาจ บนท้องถนนหลวง เมื่อเจอค่าปรับตามกฎหมายครั้งสะ 8 ล้านบ้าง 15 ล้านบ้าง พวกเขาอาจจะยั้งคิดสักนิดก็ได้ว่า การขับรถด้วยความเร็ว 270 กม/ชม นั้น มันอาจก่ออันตรายแก่ผู้อื่นและรวมถึงกระเป๋าตังค์เขาได้ด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่เพียงการปรับ 1,000 บาท สำหรับใครคนไหนก็ตามเหมือนกันไปหมด ซึ่งพวกคนรวยเขาอาจเห็นเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย ขำๆ และเอาไปอำเล่นหัวกันแหลกราญในวงเหล้าวงไวน์กันอย่างครึกครื้นสนุกสนานแค่นั้น

ตัวอย่างค่าปรับเทียบเกือบ 300,000 ดอลลาร์ ในสวิตเซอร์แลนด์ (10.5 ล้านบาท) ในการขับรถเร็วเกินกำหนดของคนรวย
http://www.treehugger.com/cars/a-fine-i … agree.html

คนรวยเจอค่าปรับ 103,000 ดอลลาร์ ในฟินแลนด์ (4.6 ล้านบาท)
http://www.theguardian.com/news/datablo … orist-fine

http://www.theatlantic.com/business/arc … et/387484/

อธิบายกฎหมายใหม่ของสวิส เริ่ม มค. 2013
http://www.englishforum.ch/transportati … fines.html

ที่มา FB


10580231_1671570366443677_5019746276592576171_n.jpg?oh=55a9a3aaebbd92d4013603463ebf909c&oe=57846416Pariah Saensawat

........

03ca9a.jpg

640_k7f7hd76aai8c7gak9dej.jpg

9403.jpg

https://www.youtube.com/watch?v=zuqe_ad0_X4

https://www.youtube.com/watch?v=N2hvVBsokso
ฟังสัมภาษณ์ ผกก. คดีเบนซ์พุ่งชนฟอร์ด อึ้ง!!ปน!!งง!!

z1-33.jpg

Offline

#795 March 25, 2016 1:35 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/b … t_123.html

วันเสาร์, มีนาคม 26, 2559

รณรงค์ประชามติ ห้ามพูดสืบทอดอำนาจ ห้ามจัดเวที - ไม่จัดเวที แล้วพูดกับพื้นได้ไหม? ไม่พูดคำว่า สืบทอดอำนาจ แต่พูดคำว่า สืบต่ออำนาจ นี่โอเคไหม?

http://news.voicetv.co.th/thailand/342876.html

- ปชป. เชื่อ กรธ.เจอครึ่งทางเลี่ยงปะทะคสช.
- กกต. เพิ่มบทลงโทษพรบ.ออกเสียงประชามติฯ
....

ความเห็นต่างๆ ต่อข่าว...

ใช้คำว่า "มันจะอยู่ต่อ" หรือ"กรูขออยู่ต่อ" แทนละกัน อ้อจะจัดดีเบตตั้งสิบครั้งเปลืองตังค์แย่ เอาแค่ปูเสื่อพูดคุยกันก็ได้ ใกล้ชิดดีค่ะ ผิดหูนักก็หลังแหวนหงายท้องหงายไส้กันไปเลยไง....ดีมั้ยค๊า....
...
เอิ่ม.....ถ้าไม่ใช่เสื้อแดงก็ไม่ผิด.....นะจ๊ะๆ....
...
มึงเป็นกกต.หรือคสช.เอาให้แน่ไอ้กรวก..
...
ช่ายจากค่า หัวคิว เป็น ค่าแนะนำ ก็ไม่ผิดแล้ว แล้วการกระทำมันผิดกันตรงไหนวะ อยากรู้ว่ะ
...
ประกาศใช้ไปเลยไอ้สัส ห้ามนู่นห้ามนี่พ่องงงงง
...
ตัดสินใจแล้ว

1924058_200390307001845_7797644452195323897_n.jpg

....

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/u … ights.html

วันเสาร์, มีนาคม 26, 2559
UNHCR Technical Note: Key human rights principles for the draft constitution of the Kingdom of Thailand (‘ยูเอ็น’แนะกรธ.ปรับปรุงร่างรธน.11ข้อ ย้ำผู้แทนต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน)

Screen%2BShot7.png

On 29 January 2016, the Constitutional Drafting Committee (CDC) made public the first draft of the new constitution seeking comments from the public and interested organizations. In light of the ongoing constitution drafting process, this technical note1 summarizes some key human rights principles that should be incorporated in the draft constitution to ensure its compliance with Thailand’s obligations under international human rights law.

To Read more--- click the following link:


http://bangkok.ohchr.org/news/press/tha … tution.pdf


ooo

12800345_1844317052462382_6264715738974129437_n.jpg?oh=9d67b470096ebfa09003b0e96af2dc57&oe=578330FD *

‘ยูเอ็น’แนะกรธ.ปรับปรุงร่างรธน.11ข้อ ย้ำผู้แทนต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน

---------------------------------------------------------------------1-4.jpg

ที่มา มติชนออนไลน์
25 มี.ค. 59

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) ออกแถลงการณ์ แนะคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ของไทยปรับปรุง 11 ข้อ

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแถลงการณ์ทางวิชาการลงวันที่ 23 มีนาคม เสนอแนะข้อปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญของไทยรวม 11 ข้อ มีใจความโดยสรุปดังนี้

1.ความแตกต่างระหว่างพลเมืองและผู้ที่ไม่ใช่พลเมือง ในหัวข้อ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนไทย ควรปรับให้มีการรับประกันการปกป้องสิทธิทั้งของพลเมืองไทยและที่ไม่ใช่พลเมืองไทยโดยเท่าเทียมกัน

2.สิทธิความเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ มาตรา 27 ของร่างฉบับปัจจุบัน ควรเพิ่มการไม่เลือกปฏิบัติให้ครอบคลุมทั้งเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา รสนิยมทางเพศ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง สัญชาติ ชาติพันธุ์ ภูมิหลังทางสังคม ทรัพย์สิน ลักษณะทางกายภาพหรือภาวะทางสุขภาพ อายุ สถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ภาวะทุพพลภาพ สถานภาพสมรส ชาติกำเนิด หรือสถานะอื่นๆ

3.สิทธิที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมทางอาญา ร่างมาตรา 28 และร่างมาตรา 29 ควรปรับปรุงให้ครอบคลุมสิทธิต่างๆ ตามข้อ 9 และข้อ 14 ของกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์)

4.สิทธิความเป็นส่วนตัว ร่างมาตรา 32 ควรได้รับการปรับปรุงให้รวมบทบัญญัติที่รับประกันการคุ้มครองจากการเข้าแทรกแซงความเป็นส่วนตัวโดยพลการ

5.สิทธิในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเสรี ร่างมาตรา 34 ควรรวมบทบัญญัติที่รับประกันให้มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ถูกแทรกแซง และรวมถึงการรับประกันสิทธิในการเสาะหาและรับข้อมูลสำคัญตามที่ระบุไว้ในข้อ 19 ของกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

6.สิทธิในการชุมนุมโดยสงบและสิทธิในการรวมกลุ่ม ร่างมาตรา 42 วรรค 2 และมาตรา 44 วรรค 2 ควรปรับให้การจำกัดสิทธิในเรื่องดังกล่าวไม่เพียงต้อง “เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ” เท่านั้น แต่ต้องกระทำ “เท่าที่จำเป็น” ตามข้อ 21 และ 22 ของกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

7.สิทธิที่จะได้รับการเยียวยา ควรคงไว้ซึ่งมาตรา 32 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550

8.สิทธิในการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ อาทิ สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง สิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้แทนของพลเมืองต้องมาจากการเลือกอย่างเสรีของประชาชนผ่านการเลือกตั้งที่แท้จริงและจัดขึ้นตามวาระ สมาชิกของทั้งสองสภาต้องมาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งต้องปกป้องสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง และสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง

9.สิทธิชุมชน ควรคงไว้ซึ่งมาตรา 12 ของรัฐธรรมนูญปี 2550

10.บทบัญญัติว่าด้วยการเปลี่ยนผ่าน ควรตัดทิ้งร่างมาตรา 257 เพื่อไม่ให้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวยังคงมีอยู่ต่อไปหลังการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

11.กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและรัฐบาลควรดำเนินการให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครอบคลุมและเปิดกว้างให้มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ประชาชนชาวไทย ควรมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในการชุมนุมอย่างสงบและการรวมกลุ่ม การจำกัดสิทธิประการใดที่ไม่สอดคล้องกับกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ควรยกเลิกโดยทันที

Offline

#796 March 25, 2016 2:16 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เล่นละครกันอีกป่าว พรบ. โคตรสุดซอย ก็ตอแหลสุดๆมาแล้ว

http://www.matichon.co.th/news/82711

“วรชัย” แรง หากรธน.ไม่ผ่านประชามติ บิ๊กตู่ต้องรับผิดชอบประเทศ ด้วยการลาออก

Image.aspx?ID=3749777

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ระบุว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชาชนต้องรับผิดชอบว่าประชาชนไม่ใช่คนเลือกกรรมธิการไปเขียนรัฐธรรมนูญเมื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนตั้งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญแต่ละคนทำงานตามใจตามคำสั่งของคสช.และมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาควบคุมในการร่างซึ่งก็มาจากคสช. เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญในกรอบของรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็เป็นไปตามความต้องการของของคสช.ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า ดังนั้นคนที่รับผิดชอบสูงสุดคือพล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจ จะให้ประชาชนรับผิดชอบได้อย่างไร เพราะไม่ได้มีโอกาสกำหนดอนาคตของตัวเองมีคนอื่นมาใช้อำนาจ เมื่อประชาชนเห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เห็นหัวประชาชน และการทำประชามติภายใต้กรอบ มาตรา 44 ควบคุมไม่ให้ ฝ่ายไม่เห็นด้วยแสดงความเห็นผ่านตัวแทนประชาชน เมื่อประชาชนไม่เห็นด้วยก็ไม่รับร่าง พล.อ.ประยุทธ์คือคนรับผิดชอบ โดยต้องลาออกถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน

เมื่อถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ นายวรชัย กล่าวว่า มีหลายวิธีที่มีการดำเนินการอยู่เพื่อให้รัฐธรรมนูญนี้ผ่าน เปรียบเทียบว่ามีการกำหนดราคารัฐธรรมนูญไว้จริงแค่ไม่เกิน 30 บาท แต่ตั้งราคาไว้ 100 บาทเมื่อได้ 40 ถึง 50 บาทก็เอาแล้ว คือมีการ เขียนเผื่อไว้แล้วลดหย่อนลงมา เพื่อให้รัฐธรรมนูญดูสวยงามเช่นสร้างภาพให้ทำประชามติให้เห็นว่าประชาชนมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ที่จริงกลไกทำประชามติสำคัญกว่า เช่นต้องไม่มีการโกง ไม่ใช้อำนาจบีบบังคับหรือการใช้กลยุทธ์ต่างๆเพื่อให้ผ่านรัฐธรรมนูญโดยขืนใจประชาชน อย่างไรก็ตามถ้าผ่านแล้ว รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ก็อยู่กันยากพวกที่ไม่เอาด้วยกับนโยบายคสช.ก็ต้องบอกว่าสืบทอดอำนาจและคำว่าสืบทอดอำนาจนี้ก็เป็นของแสลงของประชาชน มีตัวอย่างปี35พฤษภาทมิฬ ถ้ามีอีกก็จะเกิดปัญหาใหญ่ในภายหลังจะมีเรื่องลุกลามบานปลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ เมื่อไม่มีพรรคใดชนะขาดและมีพรรคที่หนุนคนนอกโดยพรรคเล็กๆจะรวบรวมคะแนนให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯฝ่ายตรงข้ามคสช.ถึงจะชนะคะแนนก็จะหวุดหวิด เข้ามาก็จะโดนกลไกกับดักล้มรัฐบาล ก็จะเกิดความขัดแย้งยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นกับดักของประเทศทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้แน่นอน


ประยุทธ์วีนแตก จะเล่นงานถึงติดคุก ถ้าใครบังอาจวิจารณ์
photo.jpgbamboo network

Offline

#797 March 26, 2016 9:45 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=38f02eecb152981033a30167f7c9d3af&oe=578D5DCFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 24 มีนาคม · มีการแก้ไข ·

944365_1844170862477001_671178328491670283_n.jpg?oh=a28ae34c8d785745bcf49ca405ef6532&oe=5782E3F0

ชัดเจนนะจะให้ทหารปกครองประเทศ
แล้วคนไทยจะยอมให้ทหารบริหารประเทศแบบนี้!!! #โจรสลัด

กองทัพคุมสภาสูง กรธ.ล็อกเก้าอี้ตามสั่ง ให้คสช.เลือกส.ว.เองด้วย http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews … 0000030841 via @ASTVManager

...........


1622059_1844541162439971_7553346846206009293_n.jpg?oh=8f67cf5144e887757cd8e7799081ca5d&oe=578AAB10

มี 2 ทางให้เลือก จะรับหรือควํ่า รธน.เผด็จการยุค คสช. ตอบให้ท่านวัฒนาชื่นใจหน่อยครับ!!!
#โจรสลัด

http://www.thairath.co.th/content/596314

...........

225262_966829346688262_3740111403713841077_n.png?oh=392df9eadf118b50ec7f5d23fd4a9398&oe=574C629Cล้านไลค์คว่ำรัฐธรรมนูญ59
22 มีนาคม เวลา 23:39 น. ·
โหวต! #ไม่รับ
#คว่ำ รธน!!!

491_971024696268727_2291650248912865339_n.png?oh=56215de963d77d50ee0e7854f195e4f8&oe=57800AB1


............

12002244_1770937416467013_3133087794996467487_n.jpg?oh=38f02eecb152981033a30167f7c9d3af&oe=578D5DCFอาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · เมื่อวานนี้ ·


แรงส์จริงท่านจาตุรนต์ ฉายแสง

#โจรสลัด


12717952_1844295452464542_1785679710695198699_n.jpg?oh=05121120db3cb7a2d872114d23257542&oe=5777EA22

Offline

#798 March 26, 2016 12:30 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.thairath.co.th/content/596347

'ปริญญา' ซัด ส.ว.ลากตั้ง ทำประเทศถอยหลัง สร้าง 'สภาขุนนาง'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 22:05

EyWwB5WU57MYnKOuYLZ14VcDFch0d9yEFqk71gB5go9Y7M4hAuhcks.jpg

"ปริญญา" ชี้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำพรรคใหญ่คะแนนลดลง พรรคขนาดกลางได้คะแนนมากขึ้น ทำพรรคเล็กเสียเปรียบ ซัด ร่างฯ "มีชัย" ทำลาย สิทธิเสรีภาพ จวก ส.ว.ลากตั้ง ทำประเทศไทยย้อนยุค สร้าง "สภาขุนนาง"

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 59 สมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง (สพต.) ได้จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง "รัฐธรรมนูญใหม่กับการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง" โดย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ระบบเลือกตั้งแบบปันส่วนผสม พรรคขนาดใหญ่คะแนนลดลง พรรคขนาดกลางจะได้มากขึ้น แต่พรรคขนาดเล็กต้องส่งผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง มิฉะนั้นจะไม่ได้คะแนนมาคำนวณ ส.ส.ที่พึงได้ จึงถือว่าเสียเปรียบมาก เหมือนเป็นการบังคับให้พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครทุกเขต ซึ่งผู้สมัครบางคนเป็นผู้สมัครที่ไม่ได้หวังชนะเลือกตั้ง แต่พรรคการเมืองต้องส่งเพื่อให้ได้คะแนนมAคำนวณจำนวน ส.ส.ที่พรรคควรได้ นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด แม้ยังมีเวลาที่จะปรับแก้อยู่ แต่เชื่อว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะไม่ปรับแก้ในเรื่องนี้

ส่วนการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวที่ กรธ. ให้เหตุผลว่าเพื่อให้เลือกง่าย แต่ตนคิดว่ายิ่งจะเป็นปัญหาทำให้ประชาชนสับสน เพราะประชาชนคุ้นเคยกับการใช้กาบัตร 2 ใบมาพอสมควร อีกทั้งมีปัญหาว่าถึงเวลาเลือกตั้ง ประชาชนชอบ ส.ส.จากพรรคหนึ่ง แต่ไม่อยากเลือกนายกฯ ที่อีกพรรคหนึ่งเสนอมา จะทำอย่างไร สิทธินี้ของประชาชนหายไปจะทำอย่างไร

นายปริญญา กล่าวต่อว่า ขณะที่ในเรื่องสิทธิเสรีภาพในร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.บอกว่าประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ แม้ไม่ได้เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในความเป็นจริง ร่างของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้ทำลายระบบประกันสิทธิเสรีภาพที่มีการพัฒนาให้มีความทันสมัย แต่เพิ่มเรื่องของความมั่นคงเข้าไป ซึ่งไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนใส่คำพวกนี้ลงไปเพื่อจำกัดสิทธิของประชาชน ส่วนที่มา ส.ว.นั้น เห็นด้วยกับความคิดที่ว่า ต้องคิดก่อนว่าจะมี ส.ว.เพื่อให้มาทำอะไร ที่ คสช.ให้เหตุผลว่าต้องการให้ ส.ว.มาขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปประเทศ แล้วเสนอที่มาของ ส.ว.ให้ กรธ.พิจารณาจนเป็นที่มาของ ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล ส่วนตัวก็เห็นว่าดี เป็นการขอกันตรงๆ แต่เป็นห่วงเรื่องอำนาจ อย่างไรก็ตาม พัฒนาการของส.ว.ทั่วโลกเริ่มต้นจากการสรรหาสู่การมาจากการเลือกตั้ง แต่ของประเทศไทยย้อนยุคกลับไป การได้ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลเรียกได้ว่านี่คือ "สภาขุนนาง"

"อย่าลืมว่าความชอบธรรมของ คสช.ในการเข้ามามีอยู่เพียงประการเดียว คือเพราะความชอบธรรมของฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้งต่ำ ซึ่งพวกเราจะต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง และคนที่คิดว่าคสช.จะเข้ามาอย่างสั้นๆ ผมขอพูดด้วยความเคารพว่าถ้าเขียนให้คสช.เป็นผู้แต่งตั้งส.ว. คสช.จะกลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง เพราะคสช.จะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และดูเหมือนเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตัวเอง" นายปริญญา กล่าว

เมื่อถามว่า คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ นายปริญญา กล่าวว่า เท่าที่ฟังจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เหมือนมีการคุยกันแล้ว อย่าลืมว่าคสช.มีไพ่อีกใบหนึ่งคือ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็สามารถนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ได้ขึ้นมาใช้ ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นคงต้องรอดูคำถามพ่วงของ สนช.ว่าตัวคำถามจะสามารถจูงใจให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านหรือไม่ด้วย แต่ทั้งนี้เชื่อว่า คสช.จะเลือกทางที่มีผลให้คนมาลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการไม่รับจะเกิดปัญหามากกว่า


..........

http://www.matichon.co.th/news/66943

logo.png

พงศ์เทพถามเจ็บ คสช.ที่จะมาเป็น ส.ว.มีความรู้ด้านกฎหมายมากมายหรือ?

30-7.jpg

“พงศ์เทพ” คาใจปม คสช.เป็น ส.ว. ถาม คสช.หมายถึงนายพลหรือรวมสมุนด้วย แล้วเข้ามาแล้วมาทำอะไร ถ้ามาผ่าน กม.มีความรู้ด้าน กม.มากมายหรือ?

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องให้ คสช.เป็น ส.ว. 5 ปี ว่า จุดสำคัญอยู่ที่ว่า ส.ว.มีอำนาจหน้าที่อะไร และที่บอกว่า คสช.นั้น คุณหมายถึงสมาชิก คสช.ที่ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรี ไม่ได้พูดถึงสมุนบริวารด้วยใช่หรือไม่ อีกประการหนึ่งคือ คสช.จะเข้ามาทำอะไร

นายพงศ์เทพกล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนกำลังจับตาดูว่า ส.ว.จะมีอำนาจเหมือนปี 21 ไหม แล้วการที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ไปใช้วิธีการเลือกตั้งแบบที่คนเขาไม่ใช้กันนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร ความต้องการรัฐบาลผสมที่อ่อนแอจะนำพาประเทศไปไม่ได้ เพราะในอนาคตรัฐบาลจะไม่กล้าทำอะไรเลย ถ้าไม่ใช่รัฐบาลที่องค์กรอิสระเคารพเกรงใจ เพราะจะกังวล เนื่องจากผลคือออกทั้งคณะ ในขณะที่โลกวันนี้เปลี่ยนเร็ว การแข่งขันสูง เราจะต้องทำอะไรด้วยความรวดเร็ว แล้วถามว่ารัฐบาลจะทำอะไรได้บ้าง

“สรุปคือ ต้องถามว่า 1.คสช.หมายถึงอะไร หมายถึงนายพลที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ขณะนี้ หรือรวมบริวารด้วย และ 2.คสช.จะเข้ามาทำอะไร และมีอำนาจหน้าที่อะไร ถ้าเข้ามาผ่านกฎหมาย ก็ต้องถามว่า สมาชิก คสช.มีความรู้มากมายที่จะเข้ามาทำกฎหมายหรือ การจะทำอะไรต้องดูงาน และจัดคนให้เหมาะสมกับงาน ถ้าเอาคนทั้งกระบิเข้ามาโดยไม่สนอะไรเลย ก็เท่ากับการสืบทอดอำนาจอย่างที่คนเขาแคลงใจกันนั่นเอง” นายพงศ์เทพกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ นายพงศ์เทพกล่าวว่า 1.ในหลักการแบ่งแยกอำนาจนั้นไม่ได้อยู่แล้วที่อำนาจจะไปอยู่กับหน่วยใดหน่วยหนึ่ง 2.ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ยึดโยงกับประชาชน และ 3.คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เราลองเอาไปให้นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศศึกษาดูสิว่าเป็นกลางเพียงใด นอกจากนี้ ขณะนี้สังคมยังคงมีความแคลงใจในหลายเรื่อง เช่น เรื่องการตั้งลูกเมียหรือญาติพี่น้องมาช่วยงาน ฯลฯ ซึ่งศาลยังคลายความแคลงใจตรงนี้ไม่ได้เลย

Offline

#799 March 26, 2016 12:57 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ความอัปลักษณ์นี้ ในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง มีมาแต่สมัยรัฐบาล ทักษิณ 2547

http://thaienews.blogspot.com/2016/03/changeorg.html

วันเสาร์, มีนาคม 26, 2559

รณรงค์ต่อเนื่อง รื้อคดีการสูญหายของทนาย สมชาย นีละไพจิตร ทาง change.org การรณรงค์ยังรวมถึงการปรับปรุงระบบยุติธรรมของไทย ในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีบุคคลสูญหาย

11059661_976536482395972_1810096910630742921_n.png

รณรงค์ต่อเนื่อง รื้อคดีการสูญหายของทนาย สมชาย นีละไพจิตร ทาง change.org

ขณะนี้ผ่านมาสองสัปดาห์ได้กว่า ๘ พันรายชื่อแล้ว ยังต้องการอีก ๑,๕๐๐ กว่ารายชื่อจึงจะครบหมื่น

ความสำคัญของการรณรงค์ไม่เพียง ให้มีการรื้อคดีทำการสอบสวนใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมากระบวนการพิจารณาและตัดสินไม่สามารถชี้ชัดสมบูรณ์ดังคำพิพากษา และต้องตามกระบวนการสืบสวนสอบสวนอันเป็นสากล อาทิ

ในศาลชั้นต้น แม้นปรากฏแน่ชัดว่ามีการยื้อแย่งชิงทรัพย์และประทุษร้ายทนายสมชาย ซึ่งเป็นผู้ว่าความแก่ผู้ต้องหาคดีปล้นอาวุธเมื่อปี ๒๕๔๗ โดยเขาร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า จำเลยหนึ่งในห้าคือ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาเพื่อบังคับให้กลับคำให้การ

พ.ต.ต.เงิน นี้เป็นผู้ต้องหาคนเดียวที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด แต่ก็ได้หายตัวไป ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้เป็นผู้สาบสูญ แล้วตัดสินคดีกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง ๕ คน แต่ก็ออกหมายจับ พ.ต.ต.เงินในข้อหาไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัดเท่านั้น

2556_976536472395973_654923663503561260_n.jpg

ศาลฎีกายังไม่ยอมให้นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยา และน.ส.ประทับจิต นีละไพจิตร บุตรีของทนายสมชายเข้าร่วมเป็นโจทก์ โดยอ้างว่าพฤติการณ์ในคดีไม่เป็นที่ชัดเจนว่าทนายสมชายถูกทำร้าย ได้รับบาดเจ็บ หรือแม้แต่เสียชีวิต

(แม้นว่าทนายสมชายถูกอุ้มหายไปแล้ว ๑๒ ปี และในการตัดสินของศาลชั้นต้นแน่ชัดว่ามีการชิงทรัพย์เป็นมูลค่ากว่า ๙ แสนบาท อีกทั้งทางการได้ยืดรถยนต์ของทนายสมชายทีหายไปคืนมาจากผู้ต้องหาทั้งห้าด้วย)

อีกทั้งศาลฎีกาไม่ยอมรับหลักฐานของฝ่ายโจทก์ที่นำเสนอเอกสารบันทึกข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของจำเลยทั้งห้า ที่สนทนาติดต่อระหว่างกันถึง ๗๕ ครั้งก่อนมีการยื้อยุดตัวทนายสมชายบนถนนรามคำแหงแล้วหายตัวไป

อันแสดงว่าจำเลยเฝ้าติดตามและสะกดรอยทนายสมชายอยู่ แต่ศาลฎีกาก็แย้งว่าเอกสารไม่มีการลงนามรับรอง ถือว่าไม่สมบูรณ์ ไม่อาจนำมาพิสูจน์ความผิดจำเลยได้

ท้ายที่สุดศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งห้า ได้แก่ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก อดีต สว.กอ.รมน.ช่วยราชการ บก.ป. (หายสาบสูญ) 2. พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ อดีต พงส.กก.4 บก.ป. 3. จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง อดีต ผบ.หมู่งานสืบสวน แผนก 4 กก.2 บก.ทท. 4. ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต อดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ กก.4 บก.ป. และ 5. พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน อดีตรอง ผกก.3 บก.ป. ปัจจุบันชื่อ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เป็น ผกก.ฝอ.สพ.”

(http://www.thairath.co.th/content/556096)

ทั้งนี้ศาลฎีกาอ้างเหตุในการตัดสินเป็นประโยชน์แก่จำเลยว่า ถึงแม้จะเป็นประจักษ์พยานจากผู้เห็นเหตุการณ์ ๕ คนว่ามีการกลุ้มรุมทำร้ายและชิงทรัพย์ทนายสมชายก่อนตัวเขาจะสูญหายไป

“แต่คำให้การชั้นสอบสวนหลายประเด็นยังมีข้อพิรุธขัดแย้งกับความเป็นจริง พยานบางปากให้การสับสน...

ช่วงเวลาเกิดเหตุมองเห็นไม่ถึงนาที และมีปัญหาแสงไฟทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนเพียงพอ อีกทั้งคำเบิกความของพยานในชั้นศาลไม่ได้ยืนยันชัดแจ้งว่าจำเลยเป็นคนร้าย”

เช่นนี้ทำให้ครอบครัวของทนายสมชายผู้สูญหาย และองค์กรนิรโทษกรรมสากล ต้องทำการรณรงค์ผ่าน เว็บไซต์ change.org

“เรียกร้องต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ศ.(พิเศษ) พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อขอให้มีการรื้อคดีทนายสมชาย อย่างโปร่งใสและอิสระ”

(http://prachatai.org/journal/2016/03/64579…)


12321433_976540285728925_4856373699849312618_n.jpg

ยิ่งกว่านั้นการรณรงค์ยังรวมถึงการปรับปรุงระบบยุติธรรมของไทย ในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีบุคคลสูญหายให้สอดคล้องต้องตามหลักการและแนวทางปฏิบัติของสากลในเรื่องสิทธิมนุษยชน ได้แก่

• “ผ่าน ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... โดยที่เนื้อหาต้องสอดคล้องกับ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (อุ้มหาย) เป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจนตามนิยามในอนุสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย

• ให้สัตยาบันต่อ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ และบังคับใช้กฎหมายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อบทของอนุสัญญาดังกล่าว

• ระบุที่อยู่และชะตากรรมของผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

• รับประกันว่าผู้เสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและครอบครัวจะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่”

(https://www.change.org/p/รื้อคดี-ทนายสมชาย-อย่างโปร่งใสและอ…?)

Offline

#800 March 28, 2016 9:50 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เจาะข่าวตื้น 171 : ความเหลื่อมล้ำเกิดจากไข่ลุงตู่ใหญ่กว่าปู่มีชัย ?

photo.jpgเจาะข่าวตื้น Shallow News in Depth

เผยแพร่เมื่อ 25 มี.ค. 2016
ขอต้อนรับเข้าสู่เจาะข่าวตื้น 171 ที่ยังไม่เสร็จกับรัฐธรรมนูญ ประเด็นดูถูกสติปัญญา เผชิญอากาศร้อน กับการพยายามปฏิรูปประเทศ งัดไข่กันไปมา กับที่มาของสว. จะเจ้มจ้นเพียงใด ติดตามกันได้กับเจาะข่าวตื้นเทปนี้นะฮ้าว์­ฟฟ

........

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=14faca4e46bf2462e94e13c63caffb71&oe=5785B794Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 3 ชม. ·

12801684_1027442510681862_7918701291459389906_n.jpg?oh=9df1e3445e5806f2fdca7de2a12dc980&oe=57817B90

คสช.เตรียมปรับรูปแบบรายการหลังคนปิดทีวีหนี-ประหยัดไฟ งั้นเอางี้ค่ะ ฉายรายการท่านทั้งวันเลย ประเทศไทยกลายเป็นอันดับ1 ด้านการประหยัดไฟแน่ๆ   dog
http://www.matichon.co.th/news/85948

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.