iFreeThai

#921 April 30, 2016 8:53 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/04/b … t_195.html

วันเสาร์, เมษายน 30, 2559

องค์กรสิทธิ์สากล อัด คสช.พา "ไทย" สู่ประเทศเผด็จการล้าหลัง กลุ่มสิทธิมนุษยชน 16 องค์กรทั่วโลก เรียกร้อง ‘ปล่อยสมยศ พฤกษาเกษมสุข’ นโอกาสถูกจองจำครบ 5 ปี

องค์กรสิทธิ์สากล.อัดคสช.พา"ไทย"สู่..ประเทศเผด็จการล้าหลัง

jom voice


Published on Apr 29, 2016

นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ( Human Rights Watch ) ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia กรณีการจับกุมประชาชนที่วิจารณ์รัฐบาล คสช.โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำไปสู่การจับกุมประชาชนอย่างรุนแรง ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการจับกุมทีมงานเพจ"เรารัก พล.อ.ประยุทธ์"ทั้งศาลทหาร และศาลพลเรือนต่างก็เห็นว่าเป็นภัยร้ายแรง­ต่อความมั่นคงของชาติว่า เป็นเรื่องศร้าและน่าหดหู่ใจอย่างยิ่งที่ศ­าลไม่ยอมให้ประกันตัวกับความผิดเพียงเพราะ­วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำประเทศโดยมองว่าเป็นภั­ยต่อความมั่นคงร้ายแรง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ศาลทหารได้เคยตัดสินคดีกล่า­วหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องการโอนเงินไปต่างประเทศว่าเป็นเพียง­การหมิ่นประมาทแต่ขณะนี้ศาลไทยกำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ที­่ไม่สามารถสร้างหลักประกันทั้งเรื่องความย­ุติธรรมและสิทธิมนุษยชนให้กับคนไทยได้อีกต­่อไป ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล จะออกแถลงการณ์ประนามเรื่องนี้ในวันจันทร์­ที่ 2 พฤษภาคมนี้ ขณะเดียวกันการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห­่งสหประชาชาติ จะประชุมกันถึงเรื่องนี้ในเดือนหน้า ตัวแทนประเทศไทยจะถูกซักฟอกอย่างหนักในกรณ­ีนี้แน่นอน


ooo

กลุ่มสิทธิมนุษยชนนานาชาติ ร้องปล่อย ‘สมยศ’

1093029.jpg

http://news.voicetv.co.th/thailand/358614.html

by Sathit M.29 เมษายน 2559

กลุ่มสิทธิมนุษยชน 16 องค์กรทั่วโลก ย้ำข้อเรียกร้อง ‘ปล่อยสมยศ พฤกษาเกษมสุข’ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ผู้ต้องขังคดีหมิ่นสถาบันฯ ในโอกาสถูกจองจำครบ 5 ปี

ในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน กลุ่มสิทธิมนุษยชนทั่วโลก รวม 16 องค์กร ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลไทย ขอให้ปล่อยตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 54 ปี อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ซึ่งถูกจับเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2554 เขาถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก 10 ปี ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

แถลงการณ์ฉบับนี้ลงนามโดยองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติ อาทิ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล, ฮิวแมนไรท์วอทช์, สหพันธ์นานาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน (FIDH), คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ), กลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน

1093026.jpg

ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการจองจำ หน่วยงานสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเคยแสดงความวิตกต่อการสูญสิ้นอิสรภาพของนายสมยศมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2555 คณะทำงานว่าด้วยการกักขังตามอำเภอใจของสหประชาชาติ (WGAD) ยืนยันว่า การจำคุกนายสมยศเข้าข่ายการกักขังโดยพลการ พร้อมกับเรียกร้องให้ปล่อยตัวและจ่ายค่าชดเชยแก่เขา

ในวันที่ 23 กันยายน 2557 สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) แสดงความผิดหวังที่ศาลอุทธรณ์ของไทยพิพากษายืนให้จำคุกนายสมยศ ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม 2558 โอเอชซีเอชอาร์เรียกร้องให้ประเทศไทยแก้ไขกฎหมายหมิ่นสถาบันฯซึ่งมีบทบัญญัติคลุมเครือและตีความได้อย่างกว้างขวาง พร้อมกับเรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวประชาชนที่ถูกคุมขังเพราะแสดงความคิดเห็นทั้งหมด

นายสมยศถูกจับกุมหลังเปิดการรณรงค์รวบรวมรายชื่อเรียกร้องการแก้ไขกฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์ได้ 5 วัน เมื่อ 23 มกราคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพสั่งจำคุกเขาในความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากนิตยสารที่เขาเป็นบรรณาธิการได้ตีพิมพ์บทความที่ทางการไทยเห็นว่าดูหมิ่นพระมหากษัตริย์

“เราเรียกร้องรัฐบาลไทย ขอให้ยุติการลงโทษนายสมยศ ปล่อยเขากลับคืนสู่ภรรยาและครอบครัวโดยทันที และขอให้รัฐบาลไทยจ่ายค่าชดเชยอย่างเพียงพอ พร้อมดำเนินการเยียวยาอย่างจริงจังต่อการลิดรอนอิสรภาพของเขาตามอำเภอใจ” แถลงการณ์ระบุ.


Source: Human Rights Watch

Photo: AFP

Last edited by linc49 (April 30, 2016 8:54 AM)

Offline

#922 April 30, 2016 10:38 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1461995600 * ทั้งที่เป็นแค่ผู้ต้องหา ศาลยังไม่ตัดสินและคดีไม่เกี่ยวกับยาเสพติด

"ลดาวัลลิ์" จี้ คสช.สอบคลิป นศ.สาวถูกละเมิดในคุก ลงโทษคนผิด-เคารพศักดิ์ศรีมนุษย์

updated: 30 เม.ย 2559 เวลา 12:53:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

14619956001461995639l.jpg

วันที่ 30 เมษายน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจที่ได้เห็นคลิปในยูทูบ เป็นการสัมภาษณ์นักศึกษาสาวคนหนึ่งที่ไปร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ และถูกนำตัวไปคุมขังในคุกแห่งหนึ่ง เธอเล่าว่าถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนอื่นๆ และยังถูกตรวจภายใน ใช้นิ้วควานช่องคลอดเพื่อตรวจหายาเสพติด ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย จึงสงสัยว่าได้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงหรือไม่ และขอให้ คสช.รีบทำการตรวจสอบหาความจริงในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากเป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างชัดเจน และถือได้ว่าเป็นการอนาจาร ล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วย ที่สำคัญคือ คสช.จะคืนความเป็นธรรมให%F

Offline

#923 April 30, 2016 10:40 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ใครที่ออกมากล่าวว่า ทักษิณไม่ได้จ้างล๊อบบี้ยิสต์ กรุณาพิจารณาข้อมูลนี้ เพราะท่านกำลังทำลายแนวทางพัฒนาประชาธิปไตย พูดโดยไม่มีข้อเท็จจริง กลายเป็นเบนประเด็นให้คุณค่ากับุคคลที่ไม่สมควรให้คุณค่ามากกว่าประชาธิปไตยของประชาชนที่แท้จริง

http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1461758681

1 ทศวรรษ "ทักษิณ" ล้อมไทย จ้าง 6 ล็อบบี้ยิสต์ เคลื่อนเกมใต้ดิน

updated: 27 เม.ย 2559 เวลา 19:20:19 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วิเคราะห์

เกือบ 1 ทศวรรษที่ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ต้องพเนจรอยู่ต่างประเทศ หลังถูกปล้นอำนาจในนามรัฐบาลพรรคไทยรักไทย สิ้นสุดรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียวเบ็ดเสร็จ

นับจากปฏิรูปการปกครอง 19 กันยาฯ 49 ถึงปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง 22 พฤษภาฯ 57 เป็นต้นมา "ทักษิณ" เดินเกมทางการเมืองภายนอกประเทศ-เล่นเกมโลกล้อมไทย ผ่านการว่าจ้าง "ตัวแทน" บริษัทล็อบบี้ยิสต์ 5 บริษัท คอย "วิ่งเต้น" ทางการเมือง

กับอีก 1 ชาวต่างชาติ-

ดึงความสนใจเบื้องหน้าจากประเด็นสากล อาทิ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม สันติ-ยุติความรุนแรง ชูทักษิณ-คนเสื้อแดง เป็นสัญลักษณ์ของการถูกกลั่นแกล้ง

14617586811461758736l.jpg

เว็บไซต์ Lobbying Disclosure จัดทำโดย Office of the Clerk ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ระบุว่า ทักษิณจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐ ให้เป็นตัวแทนในการวิ่งเต้นทางการเมืองในสภาคองเกรส-ทำเนียบขาว ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2558 จำนวน 5 บริษัท

บริษัทแรก Baker Botts L.L.P. ตั้งอยู่ที่ The Warner, 1299 Pennsylrania Ave., NW, Washington DC ได้รับการว่าจ้างในปี 2549 และ 2550 หลังรัฐบาลพรรคไทยรักไทยถูกโค่นล้มอำนาจ

"จ็อบดิสคริปชั่น" เพื่อคิดค้นวิธีการทางยุทธศาสตร์เพื่อนำไปใช้สำหรับปัญหาด้านกฎหมาย-การเมืองระหว่างประเทศ โดยทางบริษัทจะทำการติดตามและประเมินนโยบายของ "รัฐบาลทำเนียบขาว" ที่มีต่อ "รัฐบาลทหาร"-พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

บริษัท Baker Botts L.L.P. ได้รับรายได้รายไตรมาสราว 10,000 เหรียญสหรัฐ

2.บริษัท Barbour Griffith & Rogers, LLC d/b/a BGR Holding ได้รับการว่าจ้างในปี 2549 ต่อเนื่องถึงปี 2558เพื่อนำเสนอแนวทางและให้คำแนะนำในประเด็นเรื่องผลประโยชน์ของทักษิณในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และต่างประเทศ โดยได้รับรายได้จากการว่าจ้าง 160,000 เหรียญสหรัฐ หลังจากนั้นรายได้ลดลงเหลือไตรมาสละต่ำกว่า 5,000 เหรียญสหรัฐ

3.บริษัท Amsterdam & Peroff LLP ตั้งอยู่ที่ 601 13th Street NW, 11th Floor South, Washington DC ได้รับการว่าจ้างในปี 2553 และ 2554 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2555 เพื่อนำเสนอแนวทางและให้คำแนะนำในประเด็นเรื่องผลประโยชน์ของทักษิณในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และต่างประเทศ เพื่อวิ่งเต้นทางการเมืองต่อหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐ ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง ได้รับรายได้ต่อไตรมาสของ 5,000 เหรียญสหรัฐ และ 10,000 เหรียญสหรัฐ

การเมืองปี 2553 เดินมาสู่จุดแตกหัก เพราะมีการสลายการชุมนุมในปี 2553 จนมีกลุ่มคนเสื้อแดงล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ปรากฏร่างชาวต่างชาติ-นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม (Robert Amsterdam) โดดเด่นขึ้น ซึ่งนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท

นอกจากนี้ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของทักษิณ อย่างไรก็ตามในปี 2555 โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ออกมาประกาศยุติบทบาท ในเดือนมกราคม 2558 โดยอ้างว่าในช่วงการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมาได้ค่าจ้างไม่ถึง 5,000 เหรียญสหรัฐ

4.บริษัท Kobre & Kim LLP ตั้งอยู่ที่ 1919 M Street, N.W., Washington DC ได้รับการว่าจ้างในปี 2553 เพื่อนำเสนอแนวทางและให้คำแนะนำในประเด็นเรื่องผลประโยชน์ของทักษิณในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และต่างประเทศ บริษัท Kobre & Kim LLP ได้รับรายได้ 25,000 เหรียญสหรัฐ

5.บริษัท BGR Government Affairs ตั้งอยู่ที่ 601 13th Street NW, 11th Floor South, Washington DC ได้รับการว่าจ้างในปี 2558 บริษัท BGR Government Affairs ได้รับรายได้ต่อไตรมาส 5,000 เหรียญสหรัฐ

และล่าสุด เป็นบริษัทที่ 6 ตามรายงานของ คสช. ที่เปิดเผยว่า มีหลักฐานปรากฏออกมาว่าบริษัท BellPottinger ประเทศอังกฤษ โดยบทความจากหนังสือพิมพ์ The Guardian และบทความสัมภาษณ์เจ้าของบริษัท Bell Pottinger ของหนังสือพิมพ์ Financial Times

การว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ ถูกขั้วตรงข้ามทักษิณ หยิบยกขึ้นมาเล่นเกมโต้กลับ-แฉพฤติกรรมทักษิณว่าเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งบนดิน-ใต้ดิน ของความขัดแย้งการเมืองไทยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเกือบ 10 ปีเต็ม

.........

*  เข้าดู Lobbying Disclosure ที่นี่ http://lobbyingdisclosure.house.gov/

*  ใช้ Thaksin ค้นหา ด้วย search รายการในข่าววิเคราะห์ ผลดังรูปนี้

Thaksin_hires_Lobbyist.jpg

* ทำเพื่อ...

ดึงความสนใจเบื้องหน้าจากประเด็นสากล อาทิ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม สันติ-ยุติความรุนแรง
กลายเป็น ชูทักษิณ-คนเสื้อแดง เป็นสัญลักษณ์ของการถูกกลั่นแกล้ง..เห็นแก่ตัวชัดๆ..

CJ30W61UYAEAljn.jpg:large
9 ปี ทักษิณ วิ่งวนอยู่รอบเสาอนุรักษ์นิยมขวาจัด แต่ปากบอกว่า เรียกร้องประชาธิปไตย ...ความคิดของเขานั้นไร้คุณค่า มองไม่เห็นหลักมนุษยธรรม ความเสมอภาค ความยุติธรรม เสรีภาพ  สิทธิมนุษยชนใดๆ ที่เป็นความมุ่งหมายในสังคมแห่งโลกอารยะ
แต่สิ่งที่แสดงออกของเขานั้นชัดเจน ไม่ให้ความสำคัญต่อประชาธิปไตยที่แท้จริงในโลกเลย เพียงแต่ต้องการอำนาจที่จะได้จากการเลือกตั้ง โดยใช้พรรคและ นปช. คาเฟ่ เป็นเครื่องมือในการหลอกผู้คนให้หลงเชื่อว่านี่คือประชาธิปไตย และเป้าหมายที่แท้จริงคือธุรกิจการเมืองที่เอื้อประโยชน์อันมหาศาลต่อเขา

Offline

#924 April 30, 2016 11:01 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* การพรางตัวในโลกไซเบอร์ โดยเข้า proxy จำเป็น และการเข้ารหัส ตัวเครื่องด้วยระดับความมั่นคงสูง > 16 หลัก อักษรผสมช่วยได้ ตรวจได้จากการสมัครเมลว่ารหัสนี้ โอเคไหม


12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=be7f5db0b7f8735f8c3baf7e19148166&oe=57AC567Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
5 ชม.

13124511_490377697838569_6797650860808774617_n.png?oh=974398256c1f371ab3b268a602d78ea2&oe=579C4266

เรื่องนี้ ถ้ามีความรู้เรื่องระบบความปลอดภัยของเฟสบุ๊คดีพอ จะไม่พูดแบบนี้...
(แต่จะแนะนำให้ทำบางอย่างเพื่อป้องกันตนเอง....)
เพราะตัวแอดมินเอง (ที่ร่วมสอนนักรบไซเบอร์มามากกว่า ๑,๐๐๐คนแล้วในรอบหลายๆเดือน) ยังไม่สามารถเปิด เฟสบุ๊คของตัวเองจากเครื่องอื่น ที่ไม่ใช่เครื่องที่ใช้งานประจำได้เลย.....
เรื่องแบบนี้ เหล่านักรบไซเบอร์รู้ดีว่า จะทำอย่างไร....
แต่ในประเทศนี้ พวกเราหลายคน ชอบหรือ นิยม ลงสนามต่อสู้ โดยไม่ซ้อม ไม่ฝึกฝน และไม่มีความรู้เรื่องเครื่องไม้ เครื่องมือ ดีพอ...
แต่อย่าลืมว่า นี่คือพื้นที่ใช้กระสุนจริง ดังนั้นในสนามนี้ เจ็บจริง ตายจริง เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องของมือสมัครเล่นอีกแล้ว...
ต้องแกร่งจริง และเอาจริงเท่านั้นถึงจะรอด....
กะโหลกหนาตายช้า(ยาก) กะโหลกบางตายก่อนและเร็ว.....(สหายเซ กล่าวไว้)

หมายเหตุ : ตัวแอดมิน จะไม่ให้ความเห็นใน Area ที่ไม่มีความชำนาญ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

.........


"ทนายอานนท์"เตือนเฟสบู๊คไม่ปลอดภัย จนท.รัฐ เจาะข้อมูลในกล่องข้อความได้
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 30 เม.ย. 2016
นายอานนท์ นำภา ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้ตั้งข้อสังเกตุ กับ Thaisvoicemedia เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางคดีกับผู้ต้องหา 8 มือโพสต์เพจ "เรารัก พล.อ.ประยุทธ์" ว่า หน่วยงานความมั่นคง และทหาร ได้ใช้ข้อมูลในเฟสบุ๊ค ที่มีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวในกล่องข้­อความ มาใช้เป็นหลักฐานและข้อมูลดำเนินคดีกับผู้­ต้องในคดี ม.116 และ ม.112 ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการยินยอมของทางเฟสบุ๊ค­ในไทยเอง หรือ ทหารใช้เครื่องมือเข้าไปแฮคเอาข้อมูลนั้นอ­อกมา เท่ากับว่าการพูดคุยผ่านโซเชี่ยลมีเดียทั้­ง เฟสบุ๊ค หรือ ไลค์ ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ซึ่งผู้ใช้ต้องระมัดระวัง ส่วนตัวเห็นว่า ควรจะพูดวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นอย่างเ­ปิดเผยจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ จะหารือกับกลุ่ม Social Network ว่าจะเรียกร้องให้ บริษัทเฟสบุ๊คในประเทศไทย รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างไร

.........


12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=be7f5db0b7f8735f8c3baf7e19148166&oe=57AC567Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
5 ชม. ·
ถึง ประชาชนชาวไทย ทุกท่าน โปรดทราบ
เรื่อง สนามรบไซเบอร์และโลกออนไลน์ ยังคงเป็นของประชาชน
ตั้งแต่พวกเราได้เริ่มก่อตั้ง กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway และเริ่มออกปฏิบัติการตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๕๘ เป็นต้นมา พวกเราได้ปฏิบัติการหลายสิบครั้งโดยเปิดเผย และมีอีกหลายปฏิบัติการที่ไม่เปิดเผย ทั้งหมดจากการปฏิบัติการ กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway และ Thailand F5 Cyber Army ยืนยันได้ว่า
"..ในสนามรบไซเบอร์และโลกออนไลน์ ยังคงเป็นของประชาชนที่สามารถยึดครองได้อย่างชัดเจน..."
แต่กรณี การสร้างความหวาดกลัว จากการสร้าง IO ของฝ่ายเผด้จการทหาร ในการเข้าจับกุม เพื่อนของเราบางคน โดยใช้ข้อมูลจากโลกออนไลน์ ก็เป็นเพราะ พวกเราส่วนใหญ่ใช้โลกออนไลน์โดยประมาท และไม่ระวังตัว เพราะคิดว่า ประเทศนี้ยังเคารพความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่เลย ทำให้จากการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด จึงนำมาซึ่งการกำหนดวิธีการ(ยุทธวิธี) ที่ผิดพลาด และได้รับผลลัพธ์ที่เสียหาย
"...ในสนามรบ โดยเฉพาะการรบอยู่หลังแนวข้าศึก ต้องระวังอย่างสูงสุดเท่านั้น จึงจะรอด...."

สิ่งต้องห้ามในโลกออนไลน์ หรือ วินัยการต่อสู้ในโลกออนไลน์
- การเปิดหน้าสู้ แบบไร้เดียงสา
- การใช้ข้อมูลจริง(ทั้งหมดหรือบางส่วน)
- การไม่ใช่ VPN หรือ Proxy ใดๆ ในการเชื่อมต่อ เมื่อต้องใช้ทางการเมือง
- การไม่ตั้งค่าความปลอดภัยในระบบ เฟสบุ๊ค
- การไปเข้ากลุ่มที่ไม่ระวังเรื่องความปลอดภัย
- การไม่มีแผนสำรอง หรือ แผนเผชิญเหตุใดๆรองรับ กรณีฉุกเฉิน
- การใช้อีเมล์เดียวกับ อีเมล์ปกติในชีวิตประจำวัน
- การกดลิงค์ใดๆนอกเฟสบุ๊ค ซึ่งอาจโดนดักข้อมูลไป

อยากจะบอกเพื่อนๆว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา...
"...พวกเราได้ทำหลายอย่างที่เผด็จการคาดไม่ถึง แต่พวกเราไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะภารกิจและการต่อสู้ยังไม่บรรลุชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด..."
และอยากฝากไปบอก เจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยว่า
"....กลับไปเฝ้าบ้านและห้องนอนคุณให้ดี ดีกว่าไปยุ่งและไปรังแกชาวบ้านที่เขาไม่รู้เรื่อง รู้ราวเลย...."
หมายเหตุ : ภาพประกอบนี้ คงทำให้รู้ว่า ห้องนอนพวกคุณ เราเข้าไปนอนเล่นบ่อยๆ แต่แอร์ไม่ค่อยเย็นนะ หัดล้างเสียบ้างงงง

13102851_490387337837605_5215564234357022996_n.jpg?oh=8b06773f3203cf5fd6611b052c8af5ca&oe=57B7767A

Offline

#925 April 30, 2016 12:48 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

13062527_1775498162685344_4479586053813109417_n.jpg?oh=af25239f4a84ce7ae48153b1183360e6&oe=57A54231


.............

Thailand Dictator Watch
ถูกใจเพจนี้ · 19 เมษายน  ·

13051635_1044428928983220_1881157416695977350_n.jpg?oh=7c926806198392ac4d592e05200b572d&oe=57B5DC80



นโยบายใหม่ "ฝากหลานชายไว้กับกองทัพ" ประยุทธ์ ชี้ตั้งหลานชายเข้ากองทัพน่ะถูกต้องแล้ว ใครเขาก็ทำกันรึเปล่าวะ นี่จะให้ไปเปลี่ยนนามสกุลรึไง ปัดโธ่!! http://www.matichon.co.th/news/110326


.............


http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1462015186

คสช.ทิ้งไพ่ตาย "กม.พิเศษ" ล้อมคอก "โหวตโน" อุ้มรัฐธรรมนูญ

14620151861462015217l.jpg

updated: 30 เม.ย 2559 เวลา 18:19:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

3 เดือนนับจากนี้ กว่าจะถึงวันที่ 7 ส.ค. 59 หรือวันออกเสียงประชามติ รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ "มีชัย ฤชุพันธุ์" ระหว่างทางเริ่มปรากฏความโกลาหล วุ่นวาย จากกลุ่มต้านรัฐบาล-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีร่างรัฐธรรมนูญ "ฉบับประชามติ" เป็นตัวประกัน

ความคลุมเครือ ไม่ชัดเจนว่าการแสดงออก การแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญแบบใด ทำได้-ทำไม่ได้ เกิดเป็นปฏิบัติการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" หลัง คสช.ควบคุมตัว 10 พลเรือน 1 นักการเมือง 1 ประธานกองทุนใน จ.ขอนแก่น จากการกระทำความผิดต่างกรรม ต่างวาระ แต่ปมเดียวกัน

ถึงแม้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 จะมีผลบังคับใช้แล้ว "ทั่วราชอาณาจักร" ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ทว่าหลายตัวอักษร หลายมาตรา ยังคงถูกตั้งคำถาม-ตีความ ถึง "ความหมาย" อันเป็นนัยของการตีกรอบความเคลื่อนไหวทางการเมือง

ยิ่ง "เซียนกฎหมาย" อย่าง "วิษณุ เครืองาม" ออกมาว่าความ-ชี้แนะว่า "ระวังหนีเสือปะจระเข้" เพราะนอกจาก พ.ร.บ.ประชามติฯ ปี"59 แล้ว ยังมีอิทธิฤทธิ์จาก "คำสั่ง คสช." อีกชั้นหนึ่ง เพราะถึงแม้จะ "หลุดจากกฎหมายหนึ่ง อาจเจอคำสั่ง คสช.ก็ได้...ฉะนั้นอย่าเสี่ยง"

"กฎเหล็ก" ที่ลงอักขระเป็นลายลักษ์อักษรไว้ใน พ.ร.บ.ประชามติฯ 59 มาตรา 61 จำนวน 7 วงเล็บ มีโทษทั้ง "จำคุก" สูงสุดถึง 10 ปี "ปรับเงิน" สูงลิ่วเกือบ 2 แสนบาท และอาจถูก "จองจำ" ทางการเมืองด้วยโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี อาทิ

(1) ก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(2) ให้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงิน ได้แก่ผู้ใด เพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง

(3) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่าง หนึ่งหรือไม่ออกเสียง หรือเพื่อให้สำคัญผิดในวัน เวลา ที่ออกเสียงหรือวิธีการลงคะแนนออกเสียง

สำหรับ "คำสั่ง คสช." เนื่องจากถูกยก "เทียบชั้น" เป็นกฎหมาย สามารถให้คุณ-โทษ แก่แกนนำ-แนวร่วมกลุ่มอำนาจเก่าและความพยายามสร้างความกระด้างกระเดื่องต่อ รัฐบาล-คสช. ได้แก่ คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

ถึงแม้ว่าจะนำมาใช้ทดแทน พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ให้ดูประหนึ่งว่าไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของคนชุดพราง ทว่า "พิษสง" ไม่แตกต่างกัน

คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 13/2559 หรือ คำสั่งปราบมาเฟีย แนบท้ายมาพร้อมกับ "บัญชีความผิดท้ายคำสั่ง" 21 ความผิดตามกฎหมายชั้น พ.ร.บ. กับอีก 1 ประมวลกฎหมายอาญา

นอกจากนี้ยังมีคำสั่ง คสช.ที่ใช้สอดประสานกัน ได้แก่ คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 39/2557 กําหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่มารายงานตัวต่อ คสช. คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 40/2557 กำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่ถูกกักตัวตามกฎอัยการศึก และคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 41/2557 กําหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวเป็นความผิด

ยังมี "กฎหมายน้อง" คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งใช้ร่วมกันกับ "กฎหมายพี่" พ.ร.บ.ประชามติฯ ปี 2559

ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขั้นรับหลักการในวาระแรกไปหมาด ๆ เป็นฉบับปรับปรุงใหม่-เข้มข้นกว่าเดิม ทั้งฐานความผิด-บทลงโทษอาทิ มาตรา 4 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์สามารถ บอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้ อันเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

มาตรา 5 ให้ยกเลิกมาตรา 12 ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2550 เปลี่ยนเป็น "มาตรา 12 ถ้าการกระทำความผิดเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่ เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท ถึง 1 แสน 4 หมื่นบาท" และถ้าการกระทำผิดดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท

มาตรา 10 ให้ยกเลิกมาตรา 16 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2550 เปลี่ยนเป็น มาตรา 16 ข้อความว่า ผู้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

ใครคิดจะ "ลองของ" คงต้องพลิกตำรากฎหมาย-แก้ต่างให้ดี มิฉะนั้นอาจเป็นเหยื่อสังเวยเกม "ประลองกำลัง" รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ!

Last edited by linc49 (April 30, 2016 1:02 PM)

Offline

#926 April 30, 2016 1:12 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12715588_996275863798527_1977934012819788637_n.jpg?oh=e882584965b190d456aac7046b23e382&oe=57AD4494Thailand Dictator Watch
27 เมษายน เวลา 20:41 น.

13082676_1049502398475873_787911078996647991_n.jpg?oh=cca9cee45b63738464201524958742d7&oe=57A82D9B

ประเทศไทย คนไทยสามารถถูกจับได้เพราะแค่"ยืนเฉยๆ" แค่ที่ยืนของประชาชนยังให้ไม่ได้ http://www.matichon.co.th/news/119458

...........

1377012_631512173538940_702221998_n.jpg?oh=9a1ecfa7ca6f70fa81edeaf5e247af1f&oe=57A6258FNelson S. Howe
ถูกใจเพจนี้ · 27 เมษายน  ·

13116527_1130414570315362_5456686085890817112_o.jpg

I have to practice this before going to Thailand because they don't allow people to stand in public there — ที่ Grand Central Station, New York

                                                                                                                                                                klum
..........

13118826_1562784364022374_1596613216748544334_n.jpg?oh=f932af14cb1c48a32750c7eb93aa32d7&oe=57B027D4

Offline

#927 May 1, 2016 10:12 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ใครผิดกฏหมายกันแน่!  นศ. จ่านิว ถูกรวบเพราะ... โพสต์-สิทธิ์... แต่รถมารับไม่มีป้ายทะเบียน   klum

เมืองไทยเวลานี้วิปริตไปกันใหญ่แล้ว สงสัยอากาศร้อน

lZ3oIw3g_bigger.jpgMaysaa111
@maysahaway

ChYAcjGUkAASP1j.jpg:large

ChYAcl4UUAA9ruD.jpg:large

"จ่านิว" กับ"ของกลาง" 555+  #โพสต์อิท #พรบความสะอาด
จากเพจ Ida Aroon

ChXGCnDU4AAOMIK.jpg:large
prachatai @prachatai  6 ชั่วโมง6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
16.25 ตร.จะเชิญตัวสิรวิชญ์ไป สน. ทุ่งมหาเฆม เหตุกีดขวางการเดินทางของปชช.-สิรวิชญ์ปัด แค่มายืนเฉยๆ ยังไม่ทันได้ทำอะไร
..........

ChXOKaSUcAAIXdg.jpg:large

ChXLlGWUkAAeCva.jpg:large 
* ชัดเจนรถเถื่อนไม่มีป้ายทะเบียน ผิดกฏหมาย แต่เป็นรถของผู้รักษากฏหมาย            dog

.............

http://www.matichon.co.th/news/123103

นาทีรวบ ‘จ่านิว’ ตร.จับสดขณะสัมภาษณ์ บอกให้ไปพูดต่อที่โรงพัก (คลิป)

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ที่สกายวอร์กสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นัดหมายประชาชนทำกิจกรรม “โพสต์-สิทธิ” ร่วมเขียนข้อความประกาศเสรีภาพของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา และ สน.ทุ่งมหาเมฆ วางกำลังหนึ่งกองร้อย โดยนำรั้วเหล็กมาปิดล้อมลานที่ทางกลุ่มนัดทำกิจกรรม เหลือช่องทางเดินให้ประชาชนสัญจรไปมา ขณะที่มีเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เข้าร่วมสังเกตการณ์

13125002_10154024819109892_8699064290511896588_n-768x512.jpg

201605011756078-20100315122028-768x516.jpg

13102774_10154024818664892_5625787376513473264_n.jpg

ต่อมาเวลา 16.15 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว เดินทางมาถึงและกล่าวว่า พื้นที่ทำกิจกรรมไม่สามารถใช้ได้เพราะโดนปิดกั้น ทั้งที่เป็นที่สาธารณะ ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันต้องดูว่าผู้มีอำนาจจะทำอย่างไร แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีรุนแรงนั้นเป็นหนทางที่ไม่ได้นำไปสู่ความสันติ รัฐบาลจะให้มีการลงประชามติโดยไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างนั้นหรือ

ระหว่างให้สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งนายสิรวิชญ์ว่า ให้ไปให้สัมภาษณ์ต่อที่สน.ทุ่งมหาเมฆ แต่นายสิรวิชญ์ปฏิเสธ โดยกล่าวว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรเหตุใดจึงต้องไปสถานีตำรวจ หลังจากโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมจนไม่สามารถเคลื่อนที่หรือทำกิจกรรมได้ นายสิรวิชญ์จึงตะโกนให้ประชาชนรับแจกกระดาษโพสต์อิท เพื่อเขียนและนำไปแปะ เพื่อแสดงจุดยืนตามกิจกรรม “โพสต์-สิทธิ” หลังจากประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมแปะโพสต์อิทตามเสาและพื้นทางเดินสกายวอร์กแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายสิรวิชญ์ไปยังสน.ทุ่งมหาเมฆ ท่ามกลางการติดตามจากสำนักข่าวต่างประเทศ


ตร.เชิญตัวจ่านิวจัดกิจกรรม "โพสต์-สิทธิ์"

13100929_10154024817774892_5670279342284222737_n-768x512.jpg

13076997_10154024818569892_338500910111088991_n-768x512.jpg

13094281_10154024818394892_6706195715729674130_n-768x512.jpg
* เก็บหลักฐาน กระทบความมั่นโครง ของ ครายยย                           klum


ChXVEHRUcAEllq6.jpg:large
prachatai @prachatai  5 ชม.5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ที่สกายวอล์ก ช่องนนทรี ไม่มีกิจกรรมแล้ว-แต่มวลชนยังไม่กลับ ทั้งนี้ มี จนท.จากยูเอ็นมาสังเกตการณ์ด้วย

Last edited by linc49 (May 1, 2016 10:24 AM)

Offline

#928 May 1, 2016 10:43 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ประเทศด้อยพัฒนาเป็นแบบนี้ เป็นสังคมใช้การกดขี่ เยี่ยงทาส ในสมัยก่อน...วัฒนะธรรมของราชการไทย ยังสืบทอดกันมา ไม่ว่าในเรือนจำ ในค่ายทหาร เป็นวัฒนะธรรมของสังคมคนถ่อย ป่าเถื่อน

3Dm_qhdK_bigger.jpgprachatai
@prachatai

ChXZY4cUkAAjpdw.jpg

หญิงคนหนึ่งพูดถึงกรณีนศ.คดีส่องโกงราชภักดิ์ถูกตรวจช่องคลอดในเรือนจำ
ทั้งที่ได้ประกันตัวแล้ว ชี้เป็นเรื่องยอมไม่ได้

.........

http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1461993223

เปิดใจ "ปั๊บ กรกนก" น.ศ.คณะรัฐศาสตร์ กรณีโดนค้นตัวล้วงลึก-ปัดพูดเว่อร์

updated: 30 เม.ย 2559 เวลา 12:13:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

14619932231461993248l.jpg

นางสาวกรกนก คำตา หรือน้องปั๊บ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีถูกดำเนินคดีฐานขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ว่า กรณีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์เพื่อไปแสดงสัญลักษณ์แต่โดนรวบตัวระหว่างทางไปค่ายทหาร ตรงนั้นให้เซ็นเอกสารว่าจะยุติการเคลื่อนไหว แต่ตนกับเพื่อนอีก 11 คน ไม่ยอมเซ็น เขาออกหมายเรียกตนกับเพื่อน 5 คน ไปรายงานตัวตามหมายเรียก ดำเนิน`84ดีกันมาเรื่อยๆ จนวันที่ 25 เมษายน อัยการศาลทหารนัดฟังคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องพวกตน สรุปคือเขาฟ้อง เป็นจำเลยต้องถูกคุมขัง ขอประกันตัวทันที แต่ระหว่างการขอยื่นประกันตัวถูกคุมตัวไปที่เรือนจำตอนประมาณ 14.00 น. ศาลอนุมัติให้ประกันตัวตอน 15.30 น. แต่เขาไม่ได้ปล่อยตัวเวลานั้นไม่มีใครส่งสัญญาณให้รู้เลยว่าได้รับการประกันตัวแล้ว ทุกอย่างยังถูกดำเนินการไปตามกิจกรรมที่สื่อว่าตนเป็นนักโทษอยู่ อาจติดยาวหรือเกินกว่า 1 คืน

"เขาค้นทุกอย่าง แต่ประเด็นคือ คดีมีลักษณะที่น่าจะได้ประกันตัวอยู่แล้ว ผู้คุมไม่ใช่คนที่ขาดการติดต่อสื่อสาร แต่กลับไม่ยุติการค้นตัว สั่งให้ถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด ให้ผ้าถุงมาหนึ่งผืน ค้นตัวในผ้าถุง สถานที่เป็นที่เปิดโล่ง มีนักโทษคนอื่นๆ ยืนอยู่ด้วย มองว่านักโทษมีสิทธิในร่างกาย ถ้าจะค้นควรจะทำในที่ลับ ไม่ใช่มาทำในลักษณะที่ทำให้อาย เขาจับผ้าถุงไว้ให้เราหมุนตัว ลุกนั่งในผ้าถุงด้วย จากนั้นเอาเสื้อมาให้เราใส่หนึ่งตัว ไม่มีชุดชั้นใน ไปที่เรือนพยาบาล อันดับแรกตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด โดยไม่อธิบายอะไรเลย เสร็จแล้วให้ไปขึ้นขาหยั่ง ตรวจภายในทันที คือใส่ถุงมือแล้วล้วงเข้าไปเลย การตรวจภายในเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเฉพาะ หนูไม่ชินกับเรื่องแบบนี้ เขาไม่อธิบายอะไรเลย ผู้ช่วยคนตรวจภายในก็เป็นนักโทษ" น.ส.กรกนกกล่าว

เมื่อถามว่า หลังจากที่มีข่าวออกมาก็มีหลายส่วนมาบอกว่าพูดเกินจริง น.ส.กรกนกกล่าวว่า ถ้าเข้าไปจะรู้ว่าเขาทำจริงๆ นักโทษทุกคนโดนทำแบบนี้หมด จนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรยอมรับ ทุกคนมีสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย จะคิดว่าในนั้นเป็นผู้หญิงหมดเลยไม่ต้องอายนั้นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทุกคนก็เดินแก้ผ้าอยู่ในสังคมกันได้หมดสิ นักโทษทุกคนโดนทำแบบนี้ แต่เขาไม่มีโอกาสพูด สังคมเลยไม่เคยรู้ว่ามีการกระทำแบบนี้

Offline

#929 May 1, 2016 11:40 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ติ๊ดตู่ ประยุทธ์ เชิญช่องหมายเลข 3 รับถุงยาแก้โรคสมองนกกระจอกเทศ


Maysaa111 @maysahaway  7 ชม.7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ChXC39SVEAE5UJy.jpg:large

วันนั้น “ขอโทษด้วยนะ ผมต้องยึดอำนาจ”

ChXC4G6UkAAO2ZP.jpg:large

วันนี้ "ผมไม่ได้ยึดอำนาจนายกเข้ามา เพราะตอนนั้นไม่มีนายก"

.........

เมื่อ'อังคณา นีละไพิจตร' - พูดถึง "สถานการณ์พิเศษ" มาตรา44 และ การใช้ดุลยพินิจ
photo.jpgmatichon tv

Offline

#930 May 1, 2016 12:52 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_1.html

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 01, 2559

ทำเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' เสียดสี ล้อเลียน ผิดต่อคนหรือผิดต่อรัฐ?

13119126_10156813521590551_9156548738467106524_n.jpg

ที่มา ILAW

ทำเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' สะเทือนถึงความมั่นคง ?

29 เมษายน 2559

ประเด็นร้อนสองสามวันที่ผ่านมาคงจะหนีไม่พ้นเรื่องทหาร-ตำรวจนำกำลังไปจับคนเก้าคนจากสถานที่ต่างๆในช่วงรุ่งสางของวันที่ 27 เมษายน ก่อนจะนำตัวมาไว้ที่ค่ายทหาร มทบ.11 หลังมีการตั้งคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามถึงชะตากรรมและสาเหตุการควบคุมตัวอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ ทาง คสช.โดย พ.อ.วินธัย สุวารี ได้ออกมาเปิดเผยว่าบุคคลทั้งเก้าถูกควบคุมตัวเพราะทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (http://www.prachatai.com/journal/2016/04/65480)

ตั้งแต่การจับกุมทุกอย่างดูจะคลุมเครือทั้งสถานที่ควบคุมตัวและสาเหตุของการจับกุม จะมีข่าวดีอยู่บ้างก็คือ หนึ่งในเก้าผู้ถูกคุมตัวได้รับการปล่อยตัวในช่วงค่ำวันเดียวกัน (27 เมษายน 2559) และความคลุมเครือถึงสาเหตุการจับกุมมากระจ่างในช่วงเย็นวันที่ 28 เมษายน 2559 ทางตำรวจจัดแถลงข่าวการจับกุม ระบุว่าผู้ต้องหาแปดคนและอีกหนึ่งคนที่อยู่ต่างประเทศ (ไม่ได้ถูกจับุกม) เกี่ยวพันกับเฟซบุ๊กเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' มีเนื้อหาเสียดสีทั้งตัว พล.อ.ประยุทธ์, รัฐบาล ไปจนถึง คสช. มีความเป็นไปได้ว่าเนื้อหาในเพจดังกล่าวจะเสียดสี พล.อ.ประยุทธ์อย่างรุนแรง แต่วิธีจับกุมรวมทั้งการตั้งข้อหาความมั่นคงดังที่เกิดขึ้นก็ควรจะต้องถูกตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องที่ควรแก่เหตุแล้วหรือไม่ และการเสียดสีหรือกระทั่งการด่าทอรัฐบาลหรือบุคคลในรัฐบาลกับความมั่นคงในอธิปไตยแห่งรัฐเป็นสิ่งเดียวกันหรือคนละสิ่ง

เสียดสี ล้อเลียน ผิดต่อคนหรือผิดต่อรัฐ

การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลหรือบุคคลสาธารณะอื่นเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปรวมทั้งในประเทศไทย ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น วาดภาพการ์ตูนล้อเลียน ปราศรัยโจมตีในเวทีชุมนุมต่างๆ และโพสต์ข้อความในสื่อออนไลน์ โดยทั่วไปเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ ผู้นำรัฐบาล นักการเมือง หรือบุคคลสาธารณะอาจจะเลือกตอบโต้ได้หลายวิธี ทั้งการอยู่เฉยๆ ไม่ให้ความสนใจ ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ หรือหากมองว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ก่อให้เกิดความเสียหายเกินกว่าเหตุก็จะอาจจะเลือกใช้วิธีฟ้องหมิ่นประมาท

เท่าที่มีข้อมูลในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยมีกรณีชัย ราชวัตร นักเขียนการ์ตูนล้อการเมือง (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/475) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กวิจารณ์ยิ่งลักษณ์กล่าวตำหนิการรัฐประหาร 2549 ระหว่างการประชุมที่ประเทศมองโกเลีย ชัย ราชวัตรพูดถึงยิ่งลักษณ์อย่างรุนแรงในทำนองว่าเป็นคนชั่วและพูดถึงผู้หญิงค้าบริการ เบื้องต้นยิ่งลักษณ์ให้ทีมกฎหมายเข้าแจ้งความชัยราชวัตรในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งต่อมาไม่ปรากฎว่าคดีไปถึงชั้นศาลหรือไม่

นอกจากนี้ก็มีกรณีที่ยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ร่วมฟ้องดำเนินคดี ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กับพวกรวม 3 คน กรณีกล่าวหายิ่งลักษณ์ในรายการสายล่อฟ้าทำนองว่า ยิ่งลักษณ์ไม่เข้าร่วมภารกิจประชุมของรัฐสภา และน่าจะเดินทางไปกระทำภารกิจ ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ซึ่งคดีนี้ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท แต่ให้รอลงอาญาโทษจำคุกไว้สองปี (http://www.naewna.com/politic/176011)

เหตุแห่งคดีตัวอย่างทั้งสองเกิดขึ้นในสมัยที่ยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่การฟ้องคดีก็เป็นการฟ้องหมิ่นประมาท ไม่ใช่การฟ้องคดีความมั่นคง เพราะถึงแม้ทั้งสองกรณีจะเป็นการวิจารณ์ยิ่งลักษณ์จากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็เป็นความเสียหายที่เกิดกับยิ่งลักษณ์ในฐานะปัจเจก ไม่ใช่ความเสียหายต่อรัฐ

กรณีเฟซบุ๊ก 'เรารัก พล.อ.ประยุทธ์' ภาพสะท้อนแนวคิด 'ข้าคือรัฏฐาธิปัตย์'

จากเช้าวันที่ 27 เมษายน 2559 ที่ทหารตำรวจกระจายกำลังกันจับกุมบุคคลต่างๆ รวมเก้าคน มาที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ญาติของผู้ถูกจับคนหนึ่งเล่าว่า มีคนแต่งกายคล้ายทหารประมาณสิบนายงัดประตูบ้านเข้ามาถามหาหลานชายโดยไม่มีหมายค้นหรือหมายจับ (https://www.facebook.com/lawyercenter20 … 5397319981)

ขณะที่ญาติของผู้ถูกจับอีกคนหนึ่งก็เล่าว่า เจ้าหน้าที่กดกริ่งติดต่อกันหลายครั้ง เมื่อเปิดประตูช้า เพราะมัวหากุญแจก็มีเจ้าหน้าที่บางส่วนปีนเข้ามาพร้อมต่อว่าทำนองว่า ทำไมเปิดช้า ทำลายเอกสารอยู่หรือ จากคำบอกเล่าของญาติทั้งสอง เบื้องต้นหลายคนคงจินตนาการว่านี่คือฉากการจับกุมอาชญากรในฉากภาพยนตร์ แต่ในภายหลังกลับกลายเป็นว่าทั้งสองและพวกอีกหกคนถูกจับกุมเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊กเพจ "เรารักพล.อ.ประยุทธ์" ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียดสี

ในคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนซึ่งยื่นต่อศาลในวันที่ 29 เมษายน 2559 ระบุทำนองว่า ผู้ต้องหาทั้งหกมีลักษณะเป็นขบวนการเปิดเว็บเพจตัดต่อภาพและลงเนื้อหาโจมตี พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล รวมทั้งเชิญชวนคนไปทำกิจกรรมเช่น ร่วมกันลอยกระทงยักษ์ขับไล่ (เผด็จการ) อัปมงคล ซึ่งเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมขับไล่รัฐบาล นำไปสู่การตั้งข้อหา "กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดืองในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)

ซึ่งหากดูลักษณะการกระทำตามที่พนักงานสอบสวนระบุไว้ในคำร้องฝากขัง หรือพิจารณาจากภาพในเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' ก็อาจเห็นได้ว่าแม้คำพูดจะมีลักษณะรุนแรง ประชดประชัน หรืออาจจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์รู้สึกว่าเป็นความเสียหายเกินกว่าเหตุและสมควรดำเนินคดี แต่ข้อความตามที่พนักงานสอบสวนระบุหรือภาพรวมของเพจก็ไม่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ "เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร" และแม้พนักงานสอบสวนจะระบุว่าเพจนี้จะมีผู้ติดตามประมาณ 700,000 คน แต่ในบรรดาคน 700,000 คนที่เข้ามาติดตามก็ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าทั้งหมดติดตามเพราะเห็นด้วยกับเพจหรือติดตามแต่ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ก็ไม่เคยปรากฎว่าเพจนี้มีการรวบรวมคนมาถึงขนาดที่จะ "ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร" ได้ดังที่ถูกกล่าวหา การตั้งข้อหาที่รุนแรงและการใช้วิธีการจับกุมราวกับจับกุมอาชญากรตัวฉกาจก็สะท้อนว่า ในยุคสมัยนี้ผู้นำรัฐบาลและรัฐเป็นสิ่งเดียวกัน การเสียดสีผู้นำจึงกลายเป็นอาชญากรรมต่อรัฐ

แนวคำสั่งคดี 'แจ่ม'และ รินดา ของอัยการ-ศาลทหาร ความหวังริบหรี่ของผู้ต้องหาทั้ง 8

ช่วยบ่ายวันนี้ ( 29 เมษายน 2559) ผู้ต้องหาทั้งแปดถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานหญิงโดยศาลทหารมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวเพราะพฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรงและทำเป็นขบวนการ เป็นอันว่าทั้งแปดจะถูกจองจำในเรือนจำอย่างน้อยสิบสองวันก่อนจะมีการต่ออายุการฝากขังอีกครั้งอย่างน้อยสามผัด (รวม 48 วัน)

ก่อนหน้านี้เคยมีคดีคล้ายๆกับคดีเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' คือคดีของรินดา (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/682) ผู้ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา 116 จากการโพสต์ข่าวลือว่า พล.อ.ประยุทธโอนเงินไปต่างประเทศ ถูกฝากขังหนึ่งพลัดแล้วได้ประกันออกมา ในภายหลังศาลทหารมีความเห็นว่าคดีของรินดาไม่ใช่คดีตามมาตรา 116 แต่น่าจะเป็นคดีหมิ่นประมาทซึ่งศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาบุคคลพลเรือนที่ถูกกล่าวหาในฐานความผิดนี้ จึงทำความเห็นส่งไปที่ศาลอาญาซึ่งยังไม่ได้ทำความเห็นกลับมา

นอกจากนี้ก็มีคดีของ 'แจ่ม' (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/707) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความเรื่องปมทุจริตอุทยานราชภักดิ์พร้อมพาดพิงว่ามีบุคคลสำคัญส่วนหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย สำหรับคดีของ'แจ่ม' พนักงานอัยการเห็นว่าน่าจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร จึงให้พนักงานสอบสวนเอาสำนวนกลับไปทำใหม่เพื่อฟ้องศาลพลเรือนต่อไป จึงต้องติดตามต่อไปว่าคดีนี้ อัยการและศาลทหารจะมีแนวคำสั่งเกี่ยวกับข้อกฎหมายออกมาเช่นไร หากยึดแนวเดิมเพราะเห็นว่าลักษณะการกระทำตามข้อกล่าวหามีเจตนามุ่งเสียดสีสร้างความเสียหายกับบุคคลมากกว่าจะมุ่งปลุกระดมคน ผู้ต้องหาทั้งแปดก็จะถูกย้ายไปดำเนินคดีในศาลพลเรือนและมีโอกาสได้รับการประกันตัวสูง

สถิติคดีข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ในยุครัฐบาล คสช. นับถึงวันที่ 27 เมษายน 2559 มีคนถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 116 แล้วอย่างน้อย 47 คน แบ่งเป็นการดำเนินคดี 19 คดี ซึ่งเป็นคดีที่ศาลพลเรือนคดีเดียว อีก 18 คดีขึ้นต่อศาลทหาร

ในจำนวนคดีทั้งหมด 19 คดี 11 คดียังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล 5 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และ 3 คดีมีคำพิพากษาๆไปแล้ว โดยแบ่งเป็นพิพากษายกฟ้อง 1 คดี คือคดีของชัชวาลย์ พิพากษาลงโทษจำคุก 2 คดี โดยคดีของชญาภาศาลทหารพิพาาษาให้จำคุกตามมาตรา 116 เป็นเวลา 3 ปี 18 เดือน ส่วนศาลพลเรือนพิพากษาให้รอลงอาญา 1 คดี คือ คดีของออด

ในจำนวนผู้ค้องหาทั้ง 47 คน 19 คนยื่นขอประกันตัวและศาลให้ประกันตัวทันที 27 คนยื่นขอประกันตัวต่อศาลทหาร แต่ตอนแรกศาลทหารสั่งไม่ให้ประกันตัวทำให้ต้องถูกคุมขังในเรือนจำก่อนาลทหารตะอนุญาตให้ประกันตัวหรือปล่อยตัวด้วยเหตุอื่นในภายหลัง

มีจำเลยคนเดียวที่ไม่เคยได้ประกันตัวเลย และยังถูกคุมขังอยู่ตั้งแต่ถูกจับกุมจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถูกตั้งข้อหามาตรา 112 ประกอบกันด้วย คือ ชญาภา

ดูรายละเอียดสถิติเพิ่มเติมที่ http://freedom.ilaw.or.th/politically-charged

ไอลอว์ขอขอบคุณภาพประกอบจากเพจ: BRNTATCH PHOTO

ooo

สมบัติ บุญงามอนงค์ เตรียมตัวอย่างไรหลังมีชื่อในแผนผังของคสช.
photo.jpgFreedom Thailand

Offline

#931 May 1, 2016 12:56 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_58.html

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 01, 2559

การจับกุมที่ใช้กระบวนการพิลึกกึกกือ

13133381_998672056849081_4461570210092812190_n.png

เป็นอันว่า พรบ. ประชามตินี่ตีความได้กว้างกว่ามหาสมุทรที่ ‘มหาชนก’ ระหกระเหินว่ายยาวไปให้ถึงสุวรรณภูมิ อีกเนอะ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ไขข้อข้องใจไว้เมื่อวันก่อนว่า การโพสต์ข้อความแนวประชดประชัน การใช้ประโยคสัญลักษณ์แทนการสื่อสารทางตรง หรือการติดแฮชแท็ก ‘ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ’ เหล่านั้น

“หากเข้าข่ายหมิ่นเหม่ ส่อเจตนาหมิ่นเหม่ก็ไม่สมควรทำ”

“และหากยึดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา๖๑ ที่ว่าด้วยเรื่องการแสดงความเห็น การเคลื่อนไหว สร้างความวุ่นวาย ก็ตีความกว้างมาก”

13077045_998671930182427_653768130703580213_n.png

ครั้นเมื่อถามถึงกรณีที่มีการแสดงออกด้วยการยืนเฉยๆ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “การไปยืนเฉยๆ กระทบการใช้ชีวิตปกติของผู้อื่นหรือไม่ หวังผลอย่างไร...

ต้องดูด้วยว่าการไปยืนเฉยๆ บางครั้งก็ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่น ตรงนี้ต้องดูองค์ประกอบและเจตนา”

(http://www.matichon.co.th/news/121423)


13076827_998671850182435_8633418419071537490_n.jpg

ก็อปเขามาตั้งยาว เพียงตั้งใจจะบอกนี้ดเดียวตรงนี้ ว่า ไอ้ที่ดูเจตนาน่ะ กระทั่งศาลทั่นยังใช้ ‘ทางใน’ ดูเจตนา ‘เบื้องลึก’ ของผู้ถูกกล่าวหาว่าผิดจริงมาแล้วได้เลย

นับประสาอะไรกับ คสช. และลิ่วล้อ ที่ถืออาญาสิทธิ์วิเศษกว่าอำนาจใดๆ ในสุวรรณภูมิ จะไม่ล่วงรู้ล้ำลึกในความผิดของพวกเห็นต่าง โดยเฉพาะพวกไม่เอาร่างฯ ‘มีชัย’

เมินเสียเถอะ ที่ Watana Muangsook บอกว่า “เอาอย่างนี้กันเลยเหรอ” ทั้งประเด็นเจตนาพิเศษแห่งกฎหมาย และภาษิตโรมัน รวมทั้งปฏิญญาสากล UDHR หรือว่า ICCPR ก็ตามแต่

ไม่เชื่อลองมาดูกันดิ วัฒนาเขียนว่าอย่างไร กรณีจับกุม ดำเนินคดีในมาตรา ๑๑๖ มือโพสต์ล้อเลียน ‘ประยุทธ์เป็นตัวตลก’ ๘ คนแล้วไม่ยอมให้ประกัน

(ที่ลึกๆ ว่ากันว่าเป็นการ ‘แก้เผ็ด’ ทักษิณที่หมู่นี้ออกมาโต้แรง ด้วยการตีวัว ‘โอ๊ค’ กระทบคราดให้แรงกว่า)

“ความผิดตามมาตรา ๑๑๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะต้องมีเจตนาพิเศษคือ ‘เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร’

แต่เจตนาที่แท้จริงของมือโพสต์ทั้งแปด ปรากฏตามคำขอฝากขังของพนักงานสอบสวนคือ คนเหล่านี้ต้องการทำให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเป็นตัวตลก...จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดต่อความมั่นคงของรัฐตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวหา”

และ “ภาษิตกฎหมายโรมันที่ว่า Inter arma silent leges แปลเป็นไทยคือ ‘ท่ามกลางอาวุธ กฎหมายย่อมไม่มีเสียง’...

โดยเฉพาะในสภาวะที่ประเทศไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ประชาชนย่อมไม่มีหลักประกันแห่งเสรีภาพ การล้อเลียนผู้นำที่ทำกันมาทุกสมัยและไม่เคยถือเป็นความผิดมาก่อน แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันยังเคยกล่าวในทำนองล้อเลียนอดีตนายกรัฐมนตรีว่า ‘ก้มหน้าอ่านโพย’ ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีดูเป็นตัวตลกและไร้ความสามารถเช่นกัน ซึ่งไม่เป็นความผิด

แต่พอตัวเองถูกล้อเลียนบ้างกลับถือเป็นความผิดขนาดเป็นภัยต่อความมั่นคง”

นอกเหนือจากนั้น “การที่ประชาคมโลกสามารถเข้ามาเกี่ยวข้องกับเราได้แปลว่าไทยเรากำลังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน คนที่ทำละเมิดต่างหากคือคนที่เปิดประตูและสมควรถูกประณาม...

เอาพลเรือนไปขึ้นศาลทหาร ซึ่งขัดกับข้อ ๑๐ ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) และ ข้อ ๑๔ ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) อันเป็นพันธกรณีระหว่างประเทศที่เราลงนามผูกพันไว้และต้องปฏิบัติตาม

อย่าลืมโกรธคนที่ตั้งข้อกล่าวหาด้วย เพราะนั่นคือคนที่เปิดประตูให้ประชาคมโลกเข้ามา”

(https://www.facebook.com/WatanaMuangsoo … 5198944345)

13133278_998671983515755_5653815180039539764_n.png

ในความเห็นของอาจารย์ทางนิติศาสตร์อย่าง สาวตรี สุขศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญา ชี้ว่าการใช้มาตรา ๑๑๖ ดำเนินคดีกับแปดผู้โพสต์เฟชบุ๊ค ‘เรารัก พล.อ.ประยุทธ์’ นั้น

“เป็นสิ่งที่ผิดฝาผิดตัว เพราะการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลหรือร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย...

แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือ ใช้กฎหมายเหล่านี้เพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง”

(http://news.voicetv.co.th/thailand/359115.html)

แล้วยังมีความ ‘มั่วซั่ว’ ของเจ้าพนักงานในการฟ้องข้อหา มาตรา ๑๑๒ ต่อ ณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ และหฤษฎ์ มหาทน ที่ตั้งข้อหาจากข้อความในกล่องสนทนาหลังไมค์ของคนทั้งสอง ซึ่ง “ทนายอานนท์บอกว่ารัฐเจาะข้อมูลหลังไมค์ได้”

(ดูคลิป จอม เพชรประดับ สัมภาษณ์ ทนายอานนท์ นำภา https://www.facebook.com/Resistantcitiz … 72968145/)

ทั้งๆ ที่ “ณัฏฐิกาโต้ว่า ‘ข้องใจ’ รู้จักหฤษฎ์ผ่านเฟซบุ๊ก ไม่ได้สนิทสนมมาก่อน ในการติดต่อกันก็ไม่ได้พูดจาก้าวล่วงเบื้องสูง เหตุใดจึงถูกดำเนินคดี”

As per Atukkit Sawangsuk :

“ปัญหาของคดี ๑๑๒ คือห้ามสาธารณชนรับรู้ ข้อความนั้นผิดจริงหรือไม่ อย่างไร อยู่ที่ตำรวจทหารตีความ พอแจ้งข้อหาก็ไม่ให้ประกัน พอขึ้นศาลก็เป็นศาลทหาร แล้วตอนหลังๆ ก็มีการตีความอย่างกว้าง เช่นกรณีของฐนกร ศิริไพบูลย์

ฉะนั้นที่เตือนกันว่าอย่าส่งข้อความหมิ่น ก็คงไม่พอ ที่จริงยุคนี้สมัยนี้คงไม่มีใครส่งข้อความหมิ่นแล้วละ ในเมื่อเห็นมีหลายคดีที่คนถูกจับแล้วถูกเอารหัสไปตรวจข้อความ ปัญหามันกลายเป็นว่าแค่ส่งข้อความที่ไม่คิดว่าหมิ่น ก็อาจถูก ‘ตีความ’ ได้”

นี่ไง จะหาเรื่อง จะจับ จะแกล้ง จะทำร้าย ตีความให้เป็นผิดได้ทั้งนั้น คือการปกครองของ คสช.

อีกทั้งคดีของบุรินทร์ อินติน หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมยืนเฉยๆ เรียกร้องให้ปล่อยตัว ๘ มือโพสต์ล้อเลียนประยุทธ์ กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่โดนข้อหาควบซ้อนสอง ม. ๑๑๒ บวก พรบ. คอมพิวเตอร์

ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่า “โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Burin Intin ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลและคสช. รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง”

(http://www.prachatai.com/journal/2016/04/65527)

แต่ในทางข้อเท็จจริงฝ่ายผู้เสียหายเล่าขานกันหลายสายรวมความได้ว่า บุรินทร์โพสต์ข้อความก่อนไปร่วมกิจกรรมเพราะมีคนยั่วยุ ตัวเองไม่คิดว่าสิ่งที่โพสต์เป็นการหมิ่นสถาบัน อีกทั้งได้ลบข้อความที่ตอบโต้นั้น ก่อนไปอนุสาวรีย์ชัยฯ แล้ว

“แต่ยังโดน นี่แสดงว่ามีคนมอนิเตอร์หน้าเพจเขาอยู่ตลอด” แสดงว่า “เจ้าหน้าที่ก็สามารถรู้ข้อความหลังไมค์ของเขามาก่อนแล้ว โดยที่เขาไม่เคยให้รหัส”

จึงเป็นที่ถกเถียงกันลั่นโลกออนไลน์ ทั้ง สศจ. และใครต่อใคร แบบว่าให้ไปท้วงทวงถามเฟชบุ๊คกันหน่อยได้ไหม ก็พอดีมีนัก ‘ลบ’ (ร่องรอย) บนไซเบอร์ท่านหนึ่งติงไว้ให้ต้องคิด

ใครก็ไม่รู้ละ ใช้ชื่อ Akedemo Terminus เขียนว่า “กรณียัดเพิ่มข้อหา ม. ๑๑๒ ให้คนที่โดนจับด้วย ม. ๑๑๖ รอบนี้ ผมไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ ‘เจาะ’ หรือ ‘แฮ็ค’ รหัส facebook หรือร้องขอให้ facebook ส่งข้อมูลข้อความ massenger อะไรหรอก...

เรื่องมันง่ายๆ แค่ว่าตำรวจได้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน จากนั้นก็เปิดดูแค่นั้นแหละ คนส่วนใหญ่ให้เบราเซอร์ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวจำรหัสผ่านไว้อยู่แล้ว สมาร์ทโฟนยิ่งไม่ต้องพูดถึง พิมพ์รหัสผ่านยากกว่าคอมพิวเตอร์อีก ใครจะมานั่งใส่รหัสผ่านทุกรอบ แถมส่วนใหญ่ก็ใช้เป็น facebook app มากกว่าใช้ผ่านเบราเซอร์

ดังนั้นกรณีนี้คือเรื่องของการได้ physical access ไม่ใช่การแฮ็คหรือการร่วมมือของ facebook แต่อย่างใด

เรื่องมันแย่และน่าวิตกกังวลในตัวของมันอยู่แล้ว อย่าไปเพิ่มบรรยากาศความกลัวอีกเลย

ถ้าเจ้าหน้าที่แฮ็คข้อมูลไปได้ตั้งแต่แรก ก็ออกหมายจับ ‘ก่อน’ จับกุมไปแล้วสิ แต่ความเป็นจริงคือจับก่อนแล้วค่อยตั้งข้อหา แล้วค่อยหาหลักฐานมาสนับสนุนข้อหา

การจับกุมที่ผิดมาตรฐานสากลตรงนี้ต่างหากที่น่ากลัวและน่ากังวล มีที่ไหนใช้กระบวนการพิลึกกึกกืออย่างนี้บ้าง นี่มันย้อนศรทุกขั้นตอนเลย”

Offline

#932 May 2, 2016 8:29 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เปิดโปงการดักข้อมูลแบบเปิดเผย ของ ปอท.

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=be7f5db0b7f8735f8c3baf7e19148166&oe=57AC567Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
ถูกใจเพจนี้ · 16 ชม.  ·

13133167_490907797785559_8828627103668964810_n.png?oh=fa8a955892a2112ef0d8901e984552d7&oe=579A7D40

เปิดโปงการดักข้อมูลแบบเปิดเผย ของ ปอท.
(มีแบบไม่เปิดเผยด้วยละ.....)

โปรโมชั่นใหม่รับเทศกาลแห่งความสุข! บล็อคเว็บฟรี แถมเก็บข้อมูลส่วนตัวให้ด้วย!!

ผู้ใช้เฟซบุ๊กพบ หน้าเว็บที่ที่อยู่ tcsd.info ซึ่งจะแสดงแทนหน้าเว็บที่ถูกทางการปิดกั้น จะมีปุ่มที่เขียนว่า "Close"

ซึ่งโดยทั่วไปปุ่มชื่อนี้จะใช้เพื่อปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ แต่สำหรับปุ่มนี้บนเว็บไซต์ tcsd.info เมื่อคลิกไปแล้ว จะไปที่หน้าเฟซบุ๊กของผู้ใช้ พร้อมขึ้นกล่องคำถาม จะตกลงแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้กับแอปชื่อ "Login" หรือไม่ (เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ปอท.เปลี่ยนเป็นแอปชื่อ “TCSD” แล้ว)

ซึ่งถ้าหากผู้ใช้เผลอกด "ตกลง" ไปโดยไม่ทันสังเกตให้ละเอียดหรือถูกคำว่า "Login" ทำให้เข้าใจผิด ก็จะทำให้แอปดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูล ชื่อ นามสกุล อายุ เพศ วันเกิด ฯลฯ รวมถึงอีเมลของผู้ใช้ได้ในทันที

คำแนะนำคือ อย่ากดปุ่ม "Close" หรือปุ่มใดๆ ในหน้าเว็บ tcsd.info !3B9ดยเลี่ยงไปใช%[z9ปุ่มปิดแท็บหรือปิดหน้าต่างของเบราว์เซอร์แทน

สำหรับคนที่เผลอกดไปแล้วหรือไม่แน่ใจว่าเคยกดหรือยัง สามารถไปที่หน้าจัดการการอนุญาตการเข้าถึงข้อมูลของแอป เพื่อแจ้งเฟซบุ๊กถึงพฤติกรรมของแอปดังกล่าวและยกเลิกการเข้าถึงข้อมูลของแอปดังกล่าวนับจากนี้ (แต่ข้อมูลที่แอปเคยดึงไปแล้ว จะดึงกลับคืนมาไม่ได้)

โดยไปที่ https://www.facebook.com/settings?tab=applications
- หาแอปชื่อ Login หรือ TCSD
- กด Edit ที่ท้ายชื่อแอป

แจ้งเฟซบุ๊ก
- กด Report app
- เลือก Report to Facebook - "I'm reporting how this app is using my information"
- กด Submit

จากนั้นให้ถอนแอปออกจากการเข้าถึงข้อมูลของเรา
- กด Remove app
- ติ๊กช่อง "Delete all your Login activity ..."
- กด Remove

นอกจากนี้ ควรช่วยกันเตือนเพื่อนๆ ผู้ใช้เน็ตทุกคนว่า ควรอ่านข้อความบนหน้าจอก่อนคลิก "ตกลง" หรือยอมรับการติดตั้งแอปใดๆ เพราะอาจแชร์ข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจให้กับแอปไม่พึงประสงค์

หมายเหตุ:
- หมายเลขประจำแอป (App ID) ของ “Login” นี้คือ 248374272023380 ส่วน App ID ของแอป “TCSD” คือ 866724033354944

- url ของหน้าเว็บที่แอปถามว่าจะอนุญาตให้แชร์ข้อมูลหรือไม่จะอยู่ในรูปแบบ https://www. facebook .com /dialog/ oauth?client_id=248374272023380&redirect_uri=http%3A%2F%2Fwww.tcsd.info%2Fclose.php&state=xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx&scope=email%2Cuser_birthday

- tcsd.info เป็นเว็บไซต์ที่เป็นหน้าสำหรับแจ้งว่าหน้าเว็บที่เราจะเข้าดูนั้นถูกปิดกั้น TCSD เป็นตัวย่อชื่อภาษาอังกฤษของ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Technology Crime Suppression Division) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่มา: ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Senchanthichai Joey https://www.facebook.com/joeynkprt/post … 2752364587

SECURITY ALERT: Mysterious Facebook App (App ID: 248374272023380 and later 866724033354944) from tcsd.info landing page for blocked webpages collecting user personal information. All users are warned off, not to click on "Close" button on the page.

Offline

#933 May 2, 2016 8:36 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/1-59.html

วันจันทร์, พฤษภาคม 02, 2559

หนุ่มโคราช พูดคุยกับ จอม เพชรประดับ ในรายการ โลกล้อมไทย ภาคพิเศษ 1 พฤษภาคม 59

โลกล้อมไทย ภาคพิเศษ "จอม เพชรประดับ" 1 05 2016

thinkbox007

Published on May 1, 2016

รายการ โลกล้อมไทย ภาคพิเศษ วันนี้พูดคุยกับ จอม เพชรประดับ อดีตผู้สื่อข่าว นักจัดรายการ ดำเนินรายการโดย หนุ่มโคราช วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม 59 ทางเว็บนปช.อียูสวีเดน กับหัวข้อ " สือมวลชนที่กล้าชนเผด็จการ จอม เพชรประดับ"
mp3: http://www.mediafire.com/download/zxh...

13119046_982658905158411_1575358296859062111_n.jpg

ooo

"อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)" เวอร์ชั่น 2

Credit
10378924_1040995952610214_1669011002590779770_n.jpg?oh=d2b3203dc6f0704de1c776e886fe4416&oe=57A5570A

พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen

Offline

#934 May 2, 2016 11:26 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

216828_429132053790270_632516850_n.jpg?oh=a648548d93b8dfbb7627dabd4295432d&oe=57B01DE7

องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ถูกใจเพจนี้ · เมื่อวานนี้ · มีการแก้ไข  ·

13087587_1003420739694729_2786384801007892646_n.jpg?oh=c75885bf8c352c9fd3c93b9822c23c14&oe=57E61F3B


สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมคุมขังบุคคลต่างๆ ในประเด็นเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารย์รัฐบาล และมีการบังคับใช้บทบัญญัติกฎหมายจำนวนมาก อันเป็นผลให้เกิดการควบคุมการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ในกระบวนการทำประชามติ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มีความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวดังต่อไปนี้

1.การจับกุมบุคคลไปคุมขังโดยมิได้เปิดเผยข้อมูล โดยอาศัยอำนาจตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2557 (ฉบับชั่วคราว) มาตรา44 มิได้เป็นไปตามหลักนิติธรรม และไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในประเทศได้ มีแต่จะทำให้เกิดความเกลียดชังที่ร้าวลึกจนยากที่จะแก้ไขรัฐบาลควรรับฟังเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน หากเชื่อว่าเราทุกคนคือเจ้าของประเทศร่วมกัน การปิดกั้นความเห็นต่างจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดใด

2.การตีความพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำประชามติ ฉบับปี พ.ศ.2559 เป็นไปในทางที่ทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดี ต่อกลุ่มบุคคลที่แสดงความคิดเห็นคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 ไม่ก่อให้เกิดบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตย ในกระบวนการออกเสียง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวควรเป็นช่วงเวลาที่ประชาชน ควรได้รับฟังข้อมูลทั้งสองด้านอย่างเต็มที่
เพื่อใช้ดุลพินิจพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอย่างรอบด้าน เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญนี้ถูกประกาศใช้ ย่อมส่งผลต่อประชาชนทุกคน

3.ความไม่ชัดเจนในแนวทาง หากผลประชามติออกมาในทางไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ของคณะกรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปรียบเหมือนการให้ประชาชนออกไปลงคะแนน แต่ไม่รู้ว่าการลงคะแนนนั้น จะพาอนาคตของพวกเขาไปในทางไหน
รู้แต่เพียงว่าหากลงคะแนนรับ ก็จะได้ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว แต่ไม่อาจทราบได้เลยว่าหากไม่รับผลจะออกมาในทิศทางใด
ความไม่ชัดเจนในประเด็นนี้จะก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติในระยะยาว

4.จากกรณี นางสาวกรกนก คำตา นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ต้องหาในคดี“นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์” ถูกคุกคามเเละละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในเรือนจำ
โดยการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งๆที่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวเเล้วเเต่ไม่มีการเเจ้งหรือ
ระงับเหตุการณ์ใดๆ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะตัวเเทนของนักศึกษาขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเเละดำเนินการกับกรณีนี้ เพื่อไม่ให้มีเหยื่อจากความไม่เป็นธรรมรูปเเบบนี้เกิดขึ้นอีก

องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความคิดเห็นและข้อเสนอแนะข้างต้น จะได้รับการรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไข องค์การนักศึกษาฯ ไม่ต้องการเห็นการควบคุมคนที่เห็นต่างโดยการนำเข้าสู่กระบวนการปรับทัศนคติ แต่ต้องการเห็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้าใจและยอมรับถึงทัศนคติที่แตกต่างหลากหลายของคนในสังคม อันจะเป็นผลให้กระบวนการประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตย และยังประโยชน์ถึงประชาชนชาวไทยทุกคนต่อไป

............

lZ3oIw3g_bigger.jpgMaysaa111
@maysahaway
ทนายอานนท์"รู้สึกถึงการได้ลุกขึ้นต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามา

Chdg-6QU0AAn7CW.jpg

Last edited by linc49 (May 2, 2016 11:28 AM)

Offline

#935 May 2, 2016 11:39 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://prachatai.org/journal/2016/05/65564

เปิดโปงกลโกง 6 วิธีการเข้าถึงบัญชีเฟซบุ๊กคนอื่น-การป้องกัน

Mon, 2016-05-02 01:37

download_2.jpg

คุณเคยกังวลว่าจะถูกแฮกเฟซบุ๊กหรือไม่ กลัวว่าจู่ๆ ก็มีคนเข้าเฟซบุ๊กคุณเพื่อทำสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ หรือมีมิจฉาชีพผู้ไม่หวังดีล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของคุณด้วยการเข้ามาส่องบทสนทนาหรือเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ เราขอเสนอการเปิดโปงกลโกงนัก 'แฮก' เฟซบุ๊ก ที่หลายวิธีในนี้ดูแล้วไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เพื่อที่ท่านจะได้ป้องกันตัวได้และไม่หละหลวมให้ถูกล้วงรหัสได้ง่าย

2 พ.ค. 2559 เว็บไซต์ข่าวสารเรื่องความปลอดภัยด้านไอที Hacker9 ระบุถึง 6 วิธีที่ทำให้คนถูกแฮกเข้าบัญชีเฟซบุ๊กของตัวเองได้ ถึงแม้ว่าเฟซบุ๊กจะเป็นเว็บไซต์ที่มีการดูแลความปลอดภัยค่อนข้างดี เป็นเรื่องยากที่จะใช้วิธีเจาะระบบความปลอดภัยของเว็บนี้ แต่ก็ยังมีวิธีการบางวิธีที่ทำให้เข้าถึงบัญชีของผู้อื่นได้โดยง่าย Hacker 9 ระบุว่า ส่วนมากแล้วเหตุที่ทำให้ผู้คนถูกแฮกเฟซบุ๊กมักจะมาจากความผิดพลาดของพวกเขาเอง โดยการแนะนำเหล่านี้เป็นไปเพื่อการเตือนภัยและแนะนำให้ป้องกันเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้นำไปกระทำต่อผู้อื่นแต่อย่างใด


1. การใช้โปรแกรมจดจำการกดปุ่มคีย์บอร์ด ที่เรียกว่า 'คีย์ล็อกเกอร์' (Keylogger)

Hacker9 ระบุว่าวิธีการใช้โปรแกรมจดจำการกดปุ่มคีย์บอร์ดเป็นวิธีการที่ง่ายและได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการแฮกรหัสผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งมาทั้งในรูปแบบซอฟต์แวร์ (software) และฮาร์ดแวร์ (hardware) ในสำนักงานหลายแห่งนำคีย์ล็อกเกอร์มาใช้เพื่อจับตามองการทำงานของลูกจ้าง แต่คีย์ล็อกเกอร์ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือของแฮกเกอร์ในการบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้ใช้ได้ด้วย

คีย์ล็อกเกอร์แบบซอฟต์แวร์เป็นโปรแกรมบันทึกการกดแป้นคีย์บอร์ดทุกๆ ตัวอักษรหลังจากที่มีการลงโปรแกรมในเครื่องเป้าหมายไปแล้ว แน่นอนว่ารวมถึงการพิมพ์ชื่อและการพิมพ์รหัสผ่านด้วยซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะทำงานแบบซ่อนตัวอยู่ในเครื่องและไม่ทำให้สามารถมองเห็นได้ โดยคนที่จะใช้โปรแกรมคีย์ล็อกเกอร์เช่นนี้แค่มีทักษะความรู้คอมพิวเตอร์ระดับพื้นฐานก็ใช้ได้แล้ว

คีย์ล็อกเกอร์อีกแบบหนึ่งคือแบบฮาร์ดแวร์ มีแบบ PS2 ซึ่งจะเป็นตัวท่อต่อระหว่างปลั๊กกับคีย์บอร์ด กับอีกแบบหนึ่งคือ USB ที่จะเป็นแท่งต่อช่อง USB สามารถจับการทำงานของผู้ใช้ได้ทั้งหมด ซึ่งต้องอาศัยการเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องการสอดแนม


2. การหลอกลวง (Phishing) ด้วยการสร้างเพจปลอมเพื่อล่อให้ล็อกอินเข้าเฟซบุ๊ก

การหลอกลวงหรือล่อลวงให้ใส่ชื่อและรหัสในล็อกอินปลอมเช่นนี้เป็นวิธีที่มีใช้มานานและเมื่อคุณพลาดไปแล้วครั้งเดียวบัญชีเฟซบุ๊กของคุณจะตกเป็นเป้าการเข้าถึงทันที จริงๆ แล้วมีวิธีการล่อลวงทางอินเทอร์เน็ตหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมมากที่สุดคือการหลอกเอารหัสผ่านด้วยการสร้างหน้าเว็บปลอมที่ล่อให้คนล็อกอินด้วยเฟซบุ๊กและมักจะมีการส่งเว็บเหล่านี้ให้เหยื่อผ่านทางอีเมลโดยสร้างให้ดูคล้ายการล็อกอินเข้าสู่เฟซบุ๊กแบบปกติมาก แต่ทว่าแทนที่จะทำให้เราล็อกอินเข้าสู่เฟซบุ๊ก มันจะเอาข้อมูลชื่อและรหัสผ่านที่เรากรอกลงไป

ฉะนั้นจึงควรระวังเมื่อมีคนส่งข้อความแปลกๆ ล่อลวงให้เราล็อกอินเข้าไป ถึงแม้ว่าคนส่วนมากจะสามารถจับได้ว่ามันเป็นหน้าล็อกอินของปลอม แต่ก็มักจะสามารถหลอกผู้ใช้เฟซบุ๊กผ่านโทรศัพท์มือถือได้โดยง่ายเพราะไม่ค่อยมีคนเช็คว่า URL หรือชื่อแหล่งที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตเป็นของเฟซบุ๊กจริงหรือไม่


3. ใช้โทรศัพท์มือถือของเหยื่อในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน

วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องรู้รหัสผ่านดั้งเดิมของเหยื่อเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงโทรศัพท์มือถือของเหยื่อได้ โดยใช้วิธีการกดแจ้งว่าลืมรหัสผ่าน (forgot my password page) แล้วก็ระบุเบอร์โทรศัพท์ของเหยื่อลงไปจากเลือกให้ส่ง SMS เข้ามือถือของเหยื่อเพื่อเข้าสู่กระบวนการขอคืนบัญชี
หมายความว่า ถ้าบุคคล A มีมือถือของบุคคล B อยู่ในมือ เขาสามารถแกล้งแจ้งว่าลืมรหัสผ่านในเฟซบุ๊กเพื่อให้เฟซบุ๊กส่ง SMS เข้ามือถือของ B ก็จะทำให้ A ซึ่งถือโทรศัพท์ของ B อยู่สามารถเข้าถึงเฟซบุ๊กของ B ได้ทั้งที่ไม่รู้รหัสดั้งเดิมเลย ดังนั้นผู้ใช้จึงควรพยายามหาวิธีป้องกันการเข้าถึงโทรศัพท์ได้โดยง่ายด้วยการตั้งค่ารหัสการใช้โทรศัพท์หรือวิธีการอื่นๆ


4. ขโมยประวัติการเข้าเว็บหรือ 'คุกกี้' (cookies) ของผู้ใช้

'คุกกี้' เป็นข้อมูลหรือลายลักษณ์ที่เว็บไซต์ส่งให้กับเว็บเบราเซอร์หรือโปรแกรมที่เราใช้เข้าเว็บต่างๆ จากนั้นเบราเซอร์ของเราก็จะบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้แล้วจะส่งให้กับเว็บไซต์ต่างๆ เวลาที่เราเข้าเว็บเหล่านั้นอีก คุกกี้เหล่านี้มีไว้ใช้รับรองที่มาและระบุตัวตนของผู้ใช้และปรับเว็บตามความชอบของผู้ใช้งาน ถึงแม้ว่าคุกกี้จะไม่ใช่ซอฟต์แวร์จึงไม่สามารถติดไวรัสได้ แต่พวกที่ใช้คีย์ล็อกเกอร์ก็สามารถใช้ติดตามกิจกรรมการเข้าเว็บต่างๆ ของผู้ใช้งานได้

นอกจากนี้ยังอาจจะถูกแฮกเกอร์ขโมยคุกกี้ไปเพื่อเข้าถึงบัญชีเว็บของผู้ใช้ได้ด้วย ซึ่งหมายความว่าถ้าผู้ใช้เว็บเลือกให้มีการล็อกอินเฟซบุ๊กค้างไว้ในเว็บแม้จะมีการปิดเว็บหรือปิดเครื่องไปแล้วแฮกเกอร์จะสามารถขโมยคุกกี้จากเบราเซอร์ผู้ใช้นั้นได้ อย่างไรก็ตามถ้าหากมีการใช้เฟซบุ๊กแบบเข้ารหัสการส่งข้อมูล คือมี https (แสดงถึงการเชื่อมต่ออย่างปลอดภัยหรือ secure connection) นำหน้าแทน http ก็จะสามารถป้องกันวิธีการขโมยคุกกี้ได้


5. การให้โปรแกรมเข้าเว็บจดจำรหัสผ่านเราไว้

ในเวลาที่เราใส่รหัสผ่านเข้าสู่บัญชีใดๆ ก็ตาม เว็บเบราเซอร์หรือโปรแกรมเข้าเว็บบางตัวเช่น Chrome หรือ Firefox มักจะถามว่าจะให้พวกมันช่วยจดจำรหัสผ่านให้หรือไม่ วิธีนี้อาจจะสะดวกแต่ไม่ปลอดภัยเพราะทำให้คนที่เข้าถึงเครื่องเราเข้าถึงรหัสผ่านได้ง่ายมากด้วยการเข้าไปในตัวเลือกระบบความปลอดภัยของเบราเซอร์ซึ่งจะเผยแพร่รหัสผ่านที่เราสั่งให้พวกมันจดจำไว้ทันที


6. วิธีการผ่านคำถามคุ้มกันความปลอดภัย (Security Question) ของเฟซบุ๊ก

ในหลายเว็บที่มีการล็อกอินมักจะมีการให้ตั้งคำถามคุ้มกันความปลอดภัยเอาไว้สำหรับเวลา "ลืมรหัสผ่าน" แล้วสามารถขอรหัสผ่านหรือขอเข้าถึงบัญชีได้ ในส่วนของเฟซบุ๊กนั้น เมื่อผู้ที่ต้องการเข้าบัญชีเราอ้างว่า "ลืมรหัสผ่าน" แล้วเลือกใส่อีเมลลงไป (ซึ่งอาจจะเป็นอีเมลที่เขามีอยู่แล้วหรืออีเมลสร้างใหม่) เฟซบุ๊กก็จะส่งคำถามคุ้มกันความปลอดภัยไปให้อีเมลนั้น แต่ว่าขั้นตอนนี้ของเฟซบุ๊กมีความหละหลวมและมีความเสี่ยงสูงมาก คือการที่หลังจากคุณตอบคำถามผิด 3 ครั้งมันก็จะไม่สนใจคำถามนี้อีกต่อไปแล้วหันไปใช้วิธีการอื่นแทนคือการให้คุณเข้าถึงบัญชีของตัวเองจากความช่วยเหลือของเพื่อน 3 คน จากนั้นก็จะส่ง "รหัสความปลอดภัย" (security code) ไปให้อีเมลเพื่อนทั้ง 3 คน

ส่วนที่เหลือคือการโทรศัพท์ไปถามรหัสความปลอดภัยที่เพื่อนเหล่านั้นได้รับ เมื่อใส่รหัสความปลอดภัยทั้ง 3 แล้วจะสามารถเข้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่ถูกอ้างว่า "ลืมรหัสผ่าน" ได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านด้วยวิธีนี้ก็จะมีการแจ้งเตือนส่งไปยังอีเมลของคุณรวมถึงชื่อเพื่อน 3 คนที่ให้การรับรองรหัสความปลอดภัยด้วย แต่หลังจากนั้นเฟซบุ๊กคุณจะถูกล็อกไม่ให้การเข้าใช้ 24 ชม. ทำให้ช่วงเวลา 24 ชม.นี้เป็นช่วงที่คุณต้องทำอะไรสักอย่างกับบัญชีตัวเอง

Hacker 9 แนะนำว่าไม่ควรจะตั้งคำถามคุ้มกันความปลอดภัยกับเว็บเฟซบุ๊ก เพราะจะกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงดังกล่าวหลังจากนั้นเลือกตัวเลือกที่เข้าเฟซบุ๊กในแบบเชื่อมต่อด้วยความปลอดภัย (https) เลือกให้มีการส่งอีเมลแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการเข้าถึงเฟซบุ๊กของคุณจากเครื่องอื่นหรือจากเบราเซอร์อื่น รวมถึงมีระบบล็อกอินสองชั้น (login approvals) เมื่อมีการพยายามเข้าถึงจากเครื่องอื่นหรือเบราเซอร์อื่นซึ่งจะเป็นการส่งรหัสยืนยันอีกขั้นตอนหนึ่งไปให้ในโทรศัพท์มือถือจึงต้องมีการป้องกันโทรศัพท์มือถือด้วยเผื่อเกิดกรณีข้อ 3

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำการป้องกันอื่นๆ เช่น ไม่รับเพื่อนที่ไม่รู้จัก หรือในกรณีที่ต้องไปพักร้อนไม่ควรบอกผ่านสเตตัสว่าคุณจะไปพักร้อนเพราะจะเป็นเป้าหมายให้ผู้ไม่หวังดีพยายามเข้าถึงบัญชีเฟซบุ๊กคุณได้ อีกทั้งยังควรเช็คอีเมลอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเฟซบุ๊กคุณหรือไม่

Hacker9 ยังเตือนอีกว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีซอฟต์แวร์ใดที่สามารถแฮกเข้าไปในเฟซบุ๊กได้จริงและมักจะมีแค่การอ้างเพื่อหลอกลวงเท่านั้นนอกจากนี้ยังควรระวังการใช้อีเมลที่มีชื่อน่าสนใจ เช่น password.recovery@facebook.com มาใช้หลอกลวงต้มตุ๋น วิธีการที่ได้มาซึ่งรหัสผ่านของผู้ใช้ในตอนนี้มักจะมาจากแค่การล่อหลอกหรือต้มตุ๋นให้ได้มาซึ่งรหัสผ่านด้วยวิธีต่างๆ เท่านั้น

เรียบเรียงจาก

How Facebook hacking is Carried out? – 6 ways (methods) you can get hacked, Hacker 9, 18-02-2016
http://www.hacker9.com/how-facebook-hac … thods.html

Facebook’s Security Question vulnerability – Bypassing Security Question!, Hacker 9, 18-02-2016
http://www.hacker9.com/facebooks-securi … stion.html

Offline

#936 May 3, 2016 10:07 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

อ้าว! ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เรียก ประชาชน ว่า "ไม่กี่ตัว"

A9627E23D4F14033BE7A3B61B3E745BA-1.jpg

* มันแสดงออกถึง จิตใต้สำนึกที่มองประชาชนแบบหยามหมิ่นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ทั้งที่พวกทหารโจรเหล่านี้ปล้นเข้ามาและรับเงินเดือนจากประชาชนผ่านระบบภาษีเลี้ยงครอบครัวพวกมันทั้งนั้น มิน่าพลทหาร(ที่เกณฑ์มา)ถูกทำทารุณกรรมเยี่ยงทาสรับใช้

พล.อ.ธีรชัย นาควานิช  เขาเป็นใคร images?q=tbn:ANd9GcTWJfom-AHEpvk3vMD3Lwfve1M3afY1JBBw5KeYtDidyvJm0ydxdw
จาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%98 … 4%E0%B8%8A
พลเอก ธีรชัย นาควานิช หรือ บิ๊กหมู เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เป็นบุตรของพลตรี ธวัชชัย นาควานิช กับหม่อมราชวงศ์พิศวาส ดิศกุล นาควานิช

.............

อาณาจักรไบกอน Returns
ถูกใจเพจนี้ · 10 ชม.  ·

13151511_1864468780447209_1653909264907150367_n.jpg?oh=87a3c95bfeed8fd486f1a805e2306891&oe=57B76C10

ขณะที่ประเทศไทยเรียกร้องให้ประชาชนให้ "เกียรติทหาร"
แต่ระดับ ผบ.ทบ.ใช้สรรพนามกับประชาชนแทนคำว่าไม่กี่"ตัว"
เฮ้อ!!! ขอบคุณครับ

......

บิ๊กหมู พลเอก ธีรชัย ผบ.ทบ.ฮึ่ม!ไม่ปล่อยพวกสร้างความวุ่นวายแน่ ลั่น"ตัวเดิมๆทั้งนั้น"
photo.jpge news online

...........

13103474_1327790603903747_8957658998406504972_n.jpg

13077083_702563529883815_3407010819019106477_n.jpg

Offline

#937 May 3, 2016 10:34 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

11866439_1685507148336985_139641571609504132_n.png?oh=06d5ca22e7b4135fa4fb6ec28cbac297&oe=57B9DA29บีบีซีไทย - BBC Thai

ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง เผยตรวจค้นตัว นศ. สาวในที่ไม่มิดชิดเพราะไม่พร้อม “ลดาวัลลิ์” วอนนายกฯเลิกระเบียบตรวจภายในผู้ต้องโทษหญิง

13173714_1769272306627135_2265725432625203662_n.jpg?oh=77f5cea0a496dba2770342e7fe72584d&oe=57A424B5

หลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ต่อกรณีที่น.ส.กรกนก คำตา นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการตรวจค้นตัวภายในทัณฑสถานหญิงกลาง หลังศาลทหารมีคำสั่งให้ส่งตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ระหว่างรอการประกันตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น
ไทยรัฐออนไลน์รายงานในวันนี้ (3 พ.ค.) ว่านางสิริพร ชูติกุลัง ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง ระบุถึงกรณีการตรวจค้นตัวน.ส. กรกนก ว่าเป็นการตรวจหาสิ่งต้องห้ามก่อนเข้าเรือนจำ แต่ด้วยความไม่พร้อมทำให้สถานที่ตรวจอาจไม่มิดชิดเท่าที่ควร ส่วนเรื่องการขึ้นขาหยั่งนั้นก็เป็นไปเพื่อสุขอนามัยของผู้ต้องหาเอง
ทั้งนี้ ข้อความตอนหนึ่งในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของน.ส. กรกนก ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานหญิงฯได้สั่งให้เธอนั่งลงบนพื้น พร้อมสั่งให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมดต่อหน้านักโทษหญิงนับร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้โยนผ้าถุงผืนหนึ่งมาให้เปลี่ยน และสั่งให้เธอขึ้นไปนั่งบนขาหยั่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจภายใน ซึ่งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว อาจทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติต่อผู้ต้องหาที่รอการประกันตัวได้ว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ซึ่งตนเห็นว่าหากศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวผู้ต้องหาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามกระบวนการเข้าเป็นนักโทษ
ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีแสดงความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากต่อผู้หญิงทุกคน และทราบมาอีกว่าเคยมีผู้นำแรงงานหญิงคนหนึ่งเคยถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าแล้วคลานไปเข้าห้องน้ำ เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ทั้งนี้การตรวจภายในคนที่ต้องคดียาเสพติดก็ควรจะเป็นสถานที่มิดชิด ไม่ให้อับอายและคนตรวจต้องเป็นพยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลของเรือนจำเท่านั้น โดยตนขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สั่งยกเลิกการตรวจภายในผู้ต้องโทษหญิงที่ไม่ใช่คดียาเสพติดทันที แม้ว่าคดีจะสิ้นสุดแล้วหรือเป็นการฝากขังชั่วคราวก็ตาม และไทยควรทำตามอนุสัญญาระหว่างประเทศในเรื่องนี้ด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์มติชนออนไลน์รายงานคำชี้แจ้งของนาย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งยืนยันว่าน.ส. กรกนกถูกค้นตัวจริงแต่เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติปกติ ที่เมื่อผู้ต้องหาถูกส่งตัวมาจากศาลจะต้องถูกตรวจค้นอย่างละเอียดก่อนเข้าเรือนจำ ทั้งนี้เป็นการตรวจเพื่อหายาเสพติดที่อาจซุกซ่อนเข้ามาในเรือนจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเลือกปฏิบัติหรือใช้ดุลยพินิจว่าคดีไหนควรตรวจหรือไม่ควรตรวจได้ และในกรณีนี้ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด เพราะไม่เข้าข่ายว่าเจ้าหน้าที่มีการกลั่นแกล้ง กระทำรุนแรง ประจานหรือทำให้อาย หรือทำอนาจารแต่อย่างใด แต่หากพบว่าถูกละเมิดสิทธิ์จริงก็สามารถร้องเรียนได้

Offline

#938 May 3, 2016 12:12 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_34.html

วันอังคาร, พฤษภาคม 03, 2559

นี่ละ เรื่องของ ‘ปรีย์ กะ จัญ’

13124572_999759473407006_5153230937983113594_n.png

มาดให้ ใจถึง คงต้องยกให้ ‘บิ๊ก’ ธีรชัย (นาควานิช) เลขาฯ คสช. อนาคตไกล เกษียณเมื่อไหร่รอเป็นผู้เผด็จการต่อจากตุ๊ดตู่ได้ทันที

ฟังเขาใช้สรรพนามเรียก กลุ่มคนที่เสนอให้ร้องขอสหประชาชาติเข้ามาสังเกตการณ์ประชามติในไทย ยังกับ ‘หมู’ หมา กา ไก่ “ไปดูเลย มีไม่กี่ ‘ตัว’ หรอก”

(https://www.facebook.com/WassanaJournal … 4685088655)

ไม่เชื่อไปเทียบดูกับแบบบทหยดย้อยของประยุทธ์ (จันทร์โอชา) เมื่อสิ้นเมษา ๕๘ ก็ได้ มีคนเขาจารึกไว้ว่าตอนนั้นทั่นหัวหน้าคณะยึดอำนาจเรียกคนที่คัดค้านเผด็จการว่า “ขยะเคลื่อนที่-ขยะมนุษย์”

ตอนนี้หัวหน้าใหญ่ของพวกที่ติดใจอำนาจเบ็ดเสร็จเลยอยากอยู่ ‘ยาน’ ไม่ต้องสรรหาสรรพนามเปรียบเทียบอะไรให้ฟังแล้วต่ำช้าอีกละ เพราะขนพองได้ที่ แค่ตระบัดลิ้นนิดเดียวว่า “ระวังตัวด้วย” ก็พอแล้ว

13102727_999759706740316_4748027904553580888_n.png

ลองฟังทั่นผู้นัมบ์ ‘ตอก’ เจ๊ยุ นักข่าวอาวุโส ภริยาตะหานรุ่นพี่ อดีตปลัดฯ กลาโหม ก็ได้ Matichonweekly เขาถอดคำมาให้อ่านก%0

“ผู้สื่อข่าวรายหนึ่ง: เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพของประชาชนนะคะ
นายกฯ: ใครพูดอ่ะ?
ผู้สื่อข่าวรายหนึ่ง: ยุวดีค่ะ
นายกฯ : อ่ะ...ระวังตัวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายหนึ่ง: ค่ะ ระวังตัวอยู่แล้ว”

การนี้ ‘มติชนสุดสัปดาห์’ ให้ภูมิหลังด้วยว่า

“ยุวดี ธัญญศิริ หรือ ‘เจ๊ยุ’ คือผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ทั้งยังควบตำแหน่ง ‘ภรรยาของรุ่นพี่’ คือพล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมอีกด้วย

ซึ่งตั้งแต่ ‘บิ๊กตู่’ เข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ มีหลายครั้งที่ทั้งคู่เปิดศึกวิวาทะกลางวงสัมภาษณ์ จนบิ๊กตู่ต้องเอ่ยปากขอโทษมาแล้ว”

(https://www.facebook.com/matichonweekly … 4/?fref=nf)

เหตุเกิดหน้าทำเนียบฯ พอดีเป็นวันเสรีภาพสื่อโลก (๓ พฤษภาคม) นายกสมาคมนักข่าวฯ ไปดักรอพบคนโตของประเทศเพื่อมอบเสื้อยืดที่ระลึก พร้อมข้อเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งที่จำกัดเสรีภาพของสื่อ โดยเฉพาะคำสั่ง คสช. ที่ ๙๗/๕๘ กับ ๑๐๓/๕๘

13087736_999759793406974_6068469346582938646_n.png

“พล.อ.ประยุทธ์ถามกลับมาว่า แล้วตอนนี้สื่อยังไม่มีเสรีภาพพออีกหรือ

นายกสมาคมนักข่าวฯ ตอบว่า...ไม่ได้หมายถึงจะขอนายกฯ มอบเสรีภาพให้มากขึ้น แต่มีกฎหมายบางข้อที่อยากขอร้องให้นายกฯ ยกเลิก”

บีกตู่ก็ใจปั้ม บอกว่า “จะดูให้” แต่ไม่วายมีข้อแม้ “ถ้ายกเลิกบางข้อก็ต้องเพิ่มในบางข้อ”

(http://www.matichon.co.th/news/124286)

เห็นไหม นั่นไง มาดพวกเผด็จการ จะพูดจะจาอะไรต้องแบบ ‘บิ๊ก’ ไว้ก่อน แม้กับคนรุ่นใหม่ที่พากันออกไปแสดงจุดยืน (นิ่ง) โหวตโน ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทั่นหัวหน้าตะหานโบกก็หาว่า “หน้าเดิมทั้งนั้น” เป็นพวกที่เกะกะ ก่อกวน เดี๋ยวจะ “ดูแล” จัดการเอง

เหมือนผีเจาะปาก สักแต่พูด ไม่ดูข้อเท็จจริงนักหรอก อย่างชุดล่าสุด ๘ คนที่โดนรวบไปไว้โรงพัก ล้วงข้อมูลจาก ‘แช้ทบ็อก’ ส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียไว้ตั้งข้อหาจนได้ที่ ม.๑๑๖ และบางคนโดน ๑๑๒ ควบไปด้วย ก็ไม่ใช่หน้าเดิมอะไร

13151494_999759853406968_3858209703313417946_n.png

จะเดิมก็แต่พวกเขาติดแน่นกับประชาธิปไตยและสิทธิเสียงแสดงความคิดเห็นของตนเอง ไม่ชอบการจูงจมูกเท่านั้น ส่วนที่ว่าเกะกะก่อกวน ก็พวกเขาออกไปยืนนิ่งแล้ว ยังจะเกะกะศีรษะใครอีก

อย่างราย ‘หะริด’ นายหฤษฎ์ มหาทน อดีตนักเขียนสำนักพิมพ์แจ่มใส บัณฑิตรัฐศาสตร์ มธ. เคยเป็นนักอภิปรายในชมรมวรรณศิลป์ธรรมศาสตร์ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัวเป็นเจ้าของร้านราเมงข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถูกทหาร ‘อุ้ม’ จากบ้านพักแล้วนำเข้าไปควบคุมตัวไว้ใน มทบ.๑๑ ก่อนจะส่งให้กองปราบฯ เสาะข้อหา จนขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติประกันปล่อยตัวชั่วคราว

Oil Woramon เพื่อนร่วมสำนักศึกษาคนหนึ่งของเขา เขียนถึงเอาไว้น่าฟังว่า “โดนทหารบุกบ้านตอน ๖ โมงเช้า จับตัวไปด้วยข้อหาที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากพรบ.คอม เป็นพรบ.ประชามติ จนจบที่ ม.๑๑๖ ซึ่งตีความว่าการวิจารณ์นายกฯ และรัฐบาลคือภัยความมั่นคงของชาติ และ ม.๑๑๒ จากการค้น chatlog ส่วนตัว

สิ่งที่หะริดทำตอนนี้ ทุกข้อหาต่อให้เป็นข้อหาที่ร้ายแรงที่สุด จะไม่มีอะไรผิดเลยถ้าอีกฝั่งเป็นคนทำ

และจะไม่มีอะไรผิดเลยถ้าประเทศของเราเป็นประชาธิปไตย

Til it happens to you, you don't know how it feels.”

(https://www.facebook.com/photo.php?fbid … 793&type=3)

หรืออีกคนไม่ใช่วัย ‘millennial’ อย่างหะริด แต่เป็น ‘babyboomer’ ที่โดน กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร ฟ้องด้วย พรบ. ประชามติเป็นรายแรก ถูก ‘คมชัดลึก’ ตีไข่ใส่สีเสียแดงเถือก

13138928_999760343406919_5659623324604512930_n.png

จีรพันธ์ ตันมณี อยู่บ้านไผ่ ขอนแก่น เป็นนักกิจกรรมดำเนินงานกองทุนช่วยผู้ป่วยออทิสติก ซึ่ง Atukkit Sawangsuk เขียนถึงไว้อย่าง “ขอลำเอียงหน่อย” หลังจากสืบสอบแล้วได้ความว่าเคยเป็นสหายเก่าเหมือนกัน แต่คนละเขต

“เธอวิพากษ์ร่าง รธน.พร้อมกับด่าทักษิณยิ่งลักษณ์หยาบๆ ไม่พอใจมาตรา ๑๗๘ (๑๙๐ เดิม) ไม่พอใจเรื่องรัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นประเด็นของพวกพันธมิตร” และ

“พี่จรัล ดิษฐาอภิชัย ยืนยันว่าเธอเป็นเสื้อเหลืองเพราะรู้จักกันดี เคยเถียงกันมาเยอะ...เธอไม่รับว่าเป็นเหลือง (แต่ด่ายิ่งลักษณ์ทักษิณขรม) ก็ไม่เป็นไร”

ถึงยังไงก็ “ชัดเจนว่าเธอไม่ใช่แดง แต่คมชัดลึกเขียนซะแดงแจ๋ สามีเป็นเพื่อนจาตุรนต์ (ถามแล้วจาตุรนต์ไม่เคยไปบ้านซักครั้ง)...

ทุเรศครับ”

นี่ละ เรื่องของ ‘ปรีย์ กะ จัญ’ ในบ้านเมืองไทยที่ อุษณา เพลิงธรรม ไม่ได้นึกถึง แต่คนรุ่นต่ำกว่าสามสิบได้พบได้เห็นแล้วอยากทำอะไร ก็ยังอุตส่าห์หักห้ามใจ แค่ออกมายืนนิ่งกันแล้วยังไม่ได้อีก ใครล่ะรู้ข้างหน้าจะเป็นแบบไหน

Offline

#939 May 3, 2016 12:27 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://prachatai.org/journal/2016/05/65 … um=twitter

3 สาวผู้ต้องหาคดีการเมือง เปิด 3 เรื่องเล่าละเมิดสิทธิฯ ระหว่างรอประกันในเรือนจำ

Tue, 2016-05-03 21:06

'นศ.สาวธรรมศาสตร์-ผู้ต้องหามีขันแดง-จิตรา' เล่าประสบการณ์ถูกละเมิดระหว่างรอประกันตัวในเรือนจำ ศูนย์ทนายสิทธิฯ ชี้ศาลพลเรือนไม่ต้องนำตัวไปปล่อยที่เรือนจำ กระบวนการศาลทหารละเมิดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และข้อกำหนดแมนเดลา อดีต รมช.แรงงาน จี้ประยุทธ์สั่งเลิกตรวจภายในผู้ต้องโทษหญิง

3 พ.ค.2559 มติชนออนไลน์และเดลินิวส์ รายงานว่า ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สั่งยกเลิกการตรวจภายในผู้ต้องโทษหญิงที่ไม่ใช่คดียาเสพติดทันที แม้ว่าคดีจะสิ้นสุดแล้วหรือเป็นการฝากขังชั่วคราวก็ตาม เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งเลวร้ายมากต่อผู้หญิงทุกคน และทราบมาอีกว่าเคยมีผู้นำแรงงานหญิงคนหนึ่งเคยถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าแล้วให้คลานไปเข้าห้องน้ำ เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ทั้งนี้การตรวจภายในคนที่ต้องคดียาเสพติดก็ควรจะเป็นสถานที่มิดชิด ไม่ให้อับอายและคนตรวจต้องเป็นพยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลของเรือนจำเท่านั้น และควรทำตามอนุสัญญาระหว่างประเทศด้วย

“รู้สึกเป็นห่วง 8 ผู้ถูกจับกุม และมีผู้หญิง 1 ใน 8 ที่ถูกจับและถูกกล่าวหาเรื่องการเมืองล่าสุดที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวจะถูกล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พล.อ.ประยุทธ์ควรสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ระงับการกระทำใดๆ และแก้ไขระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 4 ที่บัญญัติว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครอง เพื่อไม่ให้สังคมโลกตราหน้าว่าประเทศไทยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน” ลดาวัลลิ์ กล่าว

นศ.ธรรมศาสตร์เล่าการตรวจช่องคลอดในเรือนจำ

26699406982_64e5aedd62_b.jpg

กรกนก คำตา หรือ ปั๊ป (ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก Pup Kornkanok Khumta )

กรณีดังกล่าวถูกพูดถึงในสังคมเนื่องหลังจาก กรกนก คำตา หรือ ปั๊ป นักศึกษารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำเลยคดีนั่งรถไฟจะไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ 7 ธ.ค.58 ซึ่งเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา กรกนกขึ้นศาลทหารและถูกนำตัวไปเรือนจำก่อนได้รับการประกันตัวพร้อมผู้ต้องหาชายอีก 5 คน เวลา 20.20 น. หลังจากออกจากเรือนจำกรกนกได้โพสต์เล่าการปฏิบัติของเรือนจำในระหว่างที่เธอรอประกันตัวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และต่อมาเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว' ได้สัมภาษณ์ พร้อมรายงานว่า ในระหว่างอยู่ในเรือนจำ 14.00 น. – 20.00 น. เธอได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับนักโทษหญิงในเรือนจำ ถูกบอกให้ถอดเสื้อผ้าและใส่ผ้าถุงผืนเดียวเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดนักโทษ แต่ทุกครั้งที่ต้องรายงานตัวต่อหน้าผู้คุมแต่ละแดน เธอจะถูกสั่งให้ลุกนั่งเพื่อตรวจสอบว่าซ่อนยาเสพติดหรือไม่ โดยมีผู้คุมยืนจับผืนผ้าถุงที่เธอสวมใส่ ขณะที่ผ้าถุงซึ่งล้อมตัวเธออย่างหลวมๆ นี้ ก็ไม่ได้มิดชิดพอจะบังสายตาคนนับร้อยในเรือนจำ

นอกจากนั้นยัง ถูกตรวจช่องคลอดเพื่อดูว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดหรือสิ่งใดหรือไม่ ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาคดีการเมือง แต่เธอมองว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นกับใครไม่ว่าถูกดำเนินคดีอะไร เธอเตรียมร้องเรียนต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น

26187313874_f8be38773b_b.jpg

ผู้ต้องหามีขันแดงก็โดนด้วย

วันนี้ (3 พ.ค.59) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า ธีรวรรณ เจริญสุข ผู้ต้องหาในคดีขันแดง ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ได้เปิดเผยกับศูนย์ทนายฯ ว่าเธอก็ได้รับการปฏิบัติในลักษณะเดียวกันกับกรณีของนักศึกษารายดังกล่าวเช่นกัน โดยเธอระบุว่าเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านา พนักงานสอบสวนได้นัดหมายเธอมาที่ศาลทหาร เพื่อมาขออำนาจศาลฝากขัง และศาลทหารได้อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ จากนั้นเพื่อนของ ธีรวรรณ จึงได้ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว และศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว แต่ขณะกำลังรอเจ้าหน้าที่ศาลทำหมายปล่อยตัวอยู่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับจะพาตัวเธอไปยังเรือนจำ โดยระบุว่าต้องไปปล่อยตัวจากเรือนจำ แล้วเจ้าหน้าที่ศาลจะนำหมายปล่อยไปที่เรือนจำอีกที แม้เธอจะพยายามคัดค้าน แต่ก็ไม่เป็นผล

3.jpg?w=699&h=358

ธีรวรรณ ระบุว่า เธอถูกพาตัวไปยังทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ แม้จะพยายามแจ้งเจ้าหน้าที่เรือนจำแล้วว่าศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวแล้ว และกำลังรอหมายปล่อยตัวจากศาล แต่เธอกลับยังถูกนำตัวไปตรวจร่างกายเพื่อเข้าเรือนจำ โดยมีการใช้ห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ที่มีผู้คุมอยู่ด้วยสองคน ให้เธอถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกทั้งหมด และยังให้ทำกิริยานั่งแล้วลุก-นั่งแล้วลุกหลายต่อหลายครั้ง เพื่อตรวจดูว่ามีการซุกซ่อนสิ่งใดไว้ในช่องคลอดหรือไม่ แต่กรณีของเธอ เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการล้วงเข้าไปในช่องคลอด เนื่องจากเห็นว่ามีอายุมากแล้ว

เมื่อตรวจร่างกายเสร็จ ก็มีการให้เธอใส่ชุดผู้ต้องขัง และนำตัวเข้าไปส่วนทะเบียน เพื่อจัดทำประวัติ ปั๊มลายมือ ถ่ายรูป และแจกอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นบางส่วนสำหรับนักโทษ พร้อมกับให้แขวนป้ายสีเหลืองที่แสดงถึงความเป็นนักโทษใหม่ ก่อนจะนำตัวเข้าไปภายในแดน 1 ซึ่งเป็น “แดนแรกรับ” อันเป็นแดนที่ผู้ต้องขังใหม่จะเข้ามาก่อนเป็นแห่งแรก ธีรวรรณระบุว่าเธอถูกนำตัวเข้าไปในเรือนจำราวชั่วโมงเศษ ทางเรือนจำก็มีการประกาศชื่อเธอว่ามีหมายปล่อยตัวมาแล้ว จึงได้มีการคืนเสื้อผ้าชุดเดิม และให้เปลี่ยนจากชุดนักโทษได้

ธีรวรรณ ยังระบุว่า สภาพในเรือนจำมีการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในลักษณะเหมือนนายกับบ่าว โดยนักโทษจะต้องคลานเข่าเข้าไปหาผู้คุมในเรือนจำ และต้องยกมือไหว้ขณะพูดคุยด้วย

เธอระบุความรู้สึกหลังจากถูกปฏิบัติในลักษณะดังกล่าวว่า “ทำให้เราสติแตก รู้สึกเหมือนกับเข้าไปในนรก เหมือนกับเป็นนักโทษไปแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าจะโดนแบบนี้ ทั้งที่เราก็ได้ประกันตัวอยู่แล้ว” โดยขณะปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ เธอมีอาการร้องไห้เสียใจ และเพื่อนๆ ต้องพากันไปทำบุญรดน้ำมนต์และสะเดาะเคราะห์ที่วัดในตัวเมืองเชียงใหม่อีกด้วย

สำหรับ ธีรวรรณ อายุ 54 ปี ก่อนหน้านี้เคยเข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงในเชียงใหม่ เธอถูกทหารกล่าวหาตามมาตรา 116 จากกรณีการถ่ายภาพคู่กับขันน้ำสีแดง และภาพโปสเตอร์ซึ่งมีรูปภาพของ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม) คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนเพิ่งขออำนาจศาลทหารฝากขังเป็นผัดที่ 4

จิตรา เล่าประสบการณ์ในทัณฑสถานหญิงฯ ระหว่างรอประกัน

การปฏิบัติของเรือนจำต่อผู้ต้องหาทางการเมืองในระหว่างรอการประกันตัวในลักษณะดักล่าวนอกจาก 2 รายข้างต้นยังมี กรณี จิตรา คชเดช นักกิจกรรมทางการเมืองและสังคม เจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพฯ และผู้ประสานงานกลุ่มสหกรณ์คนงาน TRY ARM ที่ถึงดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. หลังจากเธอไม่สามารถกลับมารายงานตัวตามคำสั่งคสช. ได้ทัน เนื่องจากติดภาระกิจอยู่ที่ประเทศสวีเดน แม้จะรายงานตัวกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงสต๊อคโฮล์มแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล โดยเมื่อเธอเดินทางกลับมาประเทศไทยจึงถูกดำเนินคดี กักตัวที่ห้องขังกองปราบ 1 วัน และถูกส่งตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงฯ เพื่อรอการประกันตัว เช่นกัน ซึ่งเธอเคยเปิดเผยประสบการณ์ดังกล่าวกับประชาไท ไว้ตั้งแต่ ก.ย. 57 ด้วยว่า วันที่ส่งศาลทหาร หลังจากนั้นเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่นำตัวตนไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง คลองเปรม เพื่อฝากขัง และรอคำสั่งศาลทหารว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ จิตรา เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกฝากขังในศาลปกติของพลเรือนที่จะนำตัวไปไว้ห้องขังใต้ถุนศาลเพื่อรอคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว รวมทั้งในกระบวนการปกติหากเป็นชั้นตำรวจหรือพนักงานสอบสวนนั้นหากให้ประกันตัวก็ปล่อยตัวได้ โดยไม่ต้องขังก่อน ซึ่งต่างจากกรณีนี้ที่นำตัวเข้าทัณฑสถานหญิงฯ ก่อน

14598248937_ea3a92cac5.jpg

ภาพจิตรา หลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ

“กลไกที่เข้าเรือนจำหรือทัณฑสถานหญิงฯ นั้น กระทำกับเราเหมือนนักโทษ เรียกได้ว่ามีกระบวนการทำให้กลายเป็นนักโทษ โดยปฏิบัติกับเราเท่ากับนักโทษที่ถูกศาลสั่งจำคุกในคดีอาญาทั่วไปแล้ว” จิตรา กล่าว

พร้อมเล่าต่อว่า กระบวนการเหล่านั้นเริ่มจากการตรวจร่างกาย ให้ถอดเสื้อผ้าหมดรวมทั้งชุดชั้นในกลางวงผู้คุม เมื่ออยู่ในสภาพเปลือยก็ต้องหมุนตัวให้ผู้คุมดู ตรวจนิ้วมือนิ้วเท้า ตรวจผม โดยผู้คุมจะยืนดูและมีนักโทษในเรือนจำที่เป็นผู้ช่วยผู้คุมคอยจัดการให้

หลังจากนั้นก็นุ่งผ้าถุง 1 ตัวที่เขาจัดให้ไปตรวจภายใน ตรวจช่องคลอด และต่อด้วยการทำประวัติสุขภาพ โดยจะเขียนน้ำหนักส่วนสูงที่ฝ่ามือ หลังจากนั้นผู้คุมได้ให้คนนำเสื้อมาให้ 1 ตัว และต่อด้วยการทำประวัตินักโทษ ในระหว่างนี้ตนได้ขอผู้คุมสวมเสื้อชั้นในและกางเกงใน แต่กลับถูกปฏิเสธ โดยผู้คุมชี้แจงว่าเสื้อผ้าและสิ่งของที่เอาเข้าไปนั้นไม่สามารถใช้ได้เลย ต้องให้ญาติซื้อมาให้ภายหลัง ของที่ติดตัวมาทุกอยู่จะถูกเก็บและทำบัญชีไว้ตั้งแต่แรก โดยมีเพียงใบรายการของติดตัวมาเท่านั้น

จิตรา เล่าต่อว่า หลังจากทำประวัตินักโทษเสร็จ มีคนรับตัวให้ไปที่แดนแรกรับ เมื่อถึงแดนแรกรับก็ต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดเพื่อให้ผู้คุมที่นั่นดู หลังจากนั้นเขาให้ผ้าถุงเรา 1 ผืน เพื่อไปอาบน้ำโดยมีนักโทษคนหนึ่งเฝ้า หลังจากอาบน้ำเสร็จให้เสื้อผ้า 1 ชุด โดยเขียนว่าแดนแรกรับ จากนั้นก็ทำประวัติที่แดนแรกรับอีกครั้ง

ระหว่างการทำประวัติที่แดนแรกรับนั้น เวลาเดินทำประวัติถูกห้ามไม่ให้ยืน จึงต้องนั่งยองหรือถัดก้นไปตามกระบวนการและต่อแถวนักโทษคนอื่นๆประมาณ 10 กว่าคนที่ต้องทำประวัติขณะนั้น สิ่งที่ซักถาม เช่น มาจากศาลไหน คดีอะไร เพราะต้องแยกคดีของนักโทษ โดยตนอยู่ในกลุ่มนักโทษทั่วไป จากนั้นเขียนเลขที่หลังมือซึ่งเป็นเบอร์ล็อคเกอร์ของตนด้วย

จิตรา เล่าอีกว่า จากนั้นผู้ช่วยผู้คุมจึงพาเข้าเรือนนอนในห้องคดีทั่วไป ซึ่งมีคนอยู่ 69 คน มีหัวหน้าห้องที่เป็นนักโทษ เรียกตนไปสอบประวัติอีกครั้งในห้อง คดีในนั้นส่วนมากเป็นคดีต่างด้าว แรงงานข้ามชาติ คดีฉ่อโกง โดยเฉพาะคดีต่างด้าวที่พูดไทยไม่ได้ก็มักถูกหัวหน้าห้องหงุดหงิดใส่และถูกด่าทอ

มีกิจกรรมให้ผู้ที่อยู่ในห้องทั้งหมดสวดมนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง และเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีเสร็จให้ทุกคนผ่อนคลาย มีการเปิดทีวีละครและมิวสิควีดีโอเก่าๆให้ดู เริ่มแจกที่นอนซึ่งมีเพียงผ้าห่มคนละ 1 ผืน โดยจะนำมาห่มหรือปูนอนหรือพับเป็นหมอนก็ได้  ซึ่งคนที่อยู่มาก่อนหน้าแนะนำให้พับหนุนหัวเพราะกลางคืนอากาศจะร้อน นอนกับพื้นที่ปูกระเบื้องธรรมดา และจัดระเบียบการนอนโดยแบ่งเป็น 3 แถว โดยด้านหนึ่งให้เอาหัวชนกัน อีกด้านเอาเท้าชนกัน ตอนนั้นเวลาประมาณ 21.00 น. และสักพักผู้คุมก็มาเรียกชื่อตนเพื่อปล่อยตัว

หลังจากถูกเรียกปล่อยตัว ก็ต้องถอดเสื้อผ้าให้ผู้คุมดูอีก 1 รอบ แล้วหลังจากนั้นได้รับผ้าถุง 1 ผืน เพื่อใส่และเดินถือใบเอกสารออกไปที่ห้องปล่อยตัว โดยนั่งที่ห้องนั้นนานมาก จนกระทั่งมีคนเอาเสื้อผ้าและของต่างๆที่ติดตัวมาแต่ต้นมาให้ จึงได้ใส่เสื้อผ้าตรงนั้นท่ามกลางผู้คุม ทรัพย์สินที่ถูกคืนมานั้นมาตรวจภายหลัพบว่าจี้ของตนนั้นหายไป

ขั้นตอนการผ่านด่านแต่ละครั้งในการปล่อยตัวจะต้องมีรหัสปลดล็อค เช่น การถามชื่อ-นามสกุล ชื้อเพื่อนสนิท หมายเลขโทรศัพท์เพื่อสนิท ชื่อพ่อแม่ เป็นต้น ตามประวัติที่กรอกในรอบแรก เท่ากับว่าหากตอบผิดก็อาจจะไม่ได้ออก เพราะเขาต้องการเช็คว่าเป็นตัวจริงหรือไม่

"ก่อนปล่อยตัวผู้คุมมาขอถ่ายเอกสารและบอกด้วยว่าพึ่งเป็นกรณีแรกที่มาจากศาลทหาร จึงเก็บข้อมูลไว้เป็นกรณีศึกษา" จิตรา กล่าวทิ้งท้าย

ศูนย์ทนายสิทธิฯ ชี้ขอประกันศาลพลเรือนไม่ต้องนำตัวไปปล่อยที่เรือนจำ

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายสิทธิฯ พบว่าแม้ระเบียบปฏิบัติของเรือนจำหญิงทั่วประเทศ จะให้มีการตรวจค้นร่างกายของผู้ต้องขังที่ถูกนำตัวมาจากศาลทุกคน แต่โดยปกติในศาลพลเรือน กรณีผู้ต้องหาถูกฝากขังหรือถูกสั่งฟ้องคดีต่อศาล และอยู่ในระหว่างการทำเรื่องขอประกันตัว จะมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ห้องขังใต้ถุนศาล โดยไม่ได้มีกระบวนการตรวจร่างกาย และหากได้รับการประกันตัว ก็จะมีการปล่อยตัวจากที่ศาล ไม่จำเป็นต้องนำตัวไปปล่อยที่เรือนจำแต่อย่างใด

แต่ในกรณีของการพิจารณาในศาลทหาร กลับมีการอ้างระเบียบว่าจำเป็นต้องนำตัวผู้ต้องหาไปปล่อยตัวที่เรือนจำ แม้ผู้ต้องหารายนั้น ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวแล้วก็ตาม ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากกระบวนการตรวจค้นร่างกายก่อนเข้าเรือนจำในกรณีของผู้ต้องหาหญิงหลายราย

ละเมิดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ข้อกำหนดแมนเดลา

นอกจากนี้ ศูนย์ทนายสิทธิฯ เห็นว่าการค้นตัวผู้ต้องขังในลักษณะดังกล่าวนั้น ละเมิดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และขัดต่อข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขัง [United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners (the Mandela Rules)] หรือ ‘ข้อกำหนดแมนเดลา’ ซึ่งได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานสากลใหม่ในการคุ้มครองสิทธิผู้ถูกคุมขังทั่วโลกเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สนับสนุนข้อกำหนดดังกล่าว ข้อกำหนดดังกล่าวได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการค้นตัวผู้ต้องขังว่า “จะต้องไม่ใช้การค้นเพื่อการคุกคาม ข่มขู่ หรือเป็นการล่วงล้ำโดยไม่จำเป็นต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ต้องขัง” และ “การค้นตัวที่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว รวมทั้งการค้นแบบถอดเสื้อผ้าและการค้นตามซอกหลืบต่างๆ ของร่างกาย ให้กระทำได้เฉพาะกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น…ซึ่งหากจำเป็นก็ต้องกระทำในที่ลับ” ซึ่งศูนย์ทนายสิทธิฯ เห็นว่าเราสามารถใช้วิธีการอื่นในการตรวจสอบผู้ต้องขังโดยไม่ละเมิดต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ต้องขังได้

ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขัง ระบุว่า

“ข้อกำหนด 51  จะต้องไม่ใช้การค้นเพื่อการคุกคาม ข่มขู่ หรือเป็นการล่วงล้ำโดยไม่จำเป็นต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ต้องขัง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ผู้บริหารเรือนจำจะต้องเก็บรักษาบันทึกการค้นตัวอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการค้นแบบถอดเสื้อผ้าและการค้นตามซอกหลืบต่าง ๆ ของร่างกาย และการค้นในห้องขัง รวมทั้งเหตุผลของการค้น ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทำการค้นและผลของการค้นตัว”

“ข้อกำหนด 52

การค้นตัวที่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว รวมทั้งการค้นแบบถอดเสื้อผ้าและการค้นตามซอกหลืบต่าง ๆ ของร่างกาย ให้กระทำได้เฉพาะกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น ผู้บริหารเรือนจำควรได้รับการสนับสนุนให้มีการคิดค้นและการใช้วิธีการที่เป็นทางเลือกอื่นอันเหมาะสมกว่าแทนที่จะใช้การค้นตัวที่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้ต้องขัง ซึ่งหากจำเป็นก็ต้องกระทำในที่ลับ และให้ผู้ค้นเป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งผ่านการอบรมและมีเพศเดียวกับผู้ต้องขังนั้น
การค้นตามซอกหลืบต่างๆ ของร่างกายให้กระทำได้เฉพาะโดยบุคคลากรทางการแพทย์มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ที่รับผิดชอบการพยาบาลเบื้องต้น หรือโดยอย่างน้อยต้องเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่านการอบรมอย่างเหมาะสมจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ให้เข้าใจถึงมาตรฐานด้านอนามัย สุขภาพ และความปลอดภัย”
อ้างอิงจาก United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners (the Mandela Rules)

* ทหารโจร คสช. ในเครื่องแบบ ถ้าไม่เหี้ยจริงทำไม่ได้

Offline

#940 May 4, 2016 10:02 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_23.html + * ปรับเนื้อหาบางส่วน

วันพุธ, พฤษภาคม 04, 2559

คลิปช่วงชีวิต "บั้นปลาย" ของท่านอาจารย์ปรีดี ณ ประเทศฝรั่งเศส ผ่านคำบอกเล่าของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ผู้ล่วงลับ (ขอให้ท่านทั้งหลาย จงถือนายปรีดีเป็นแบบอย่าง "เพื่อชาติ และราษฎร" อย่างแท้จริง)

อ.ปรีดีจากคำบอกเล่าของท่านผู้หญิงพูนศุข
photo.jpgETCPOOL

2 พฤษภาคม
เป็นวันคล้ายวันอสัญกรรมของท่านอาจารย์ "ปรีดี พนมยงค์"

ผู้นำคณะราษฎรสายพลเรือน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ทางเราจึงขอนำช่วงชีวิต "บั้นปลาย" ของท่านอาจารย์ปรีดี ณ ประเทศฝรั่งเศส
ผ่านคำบอกเล่าของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ผู้ล่วงลับ

ซึ่่งมีเกร็ดชีวิตต่างๆที่น่าสนใจยิ่ง
เช่นความวิริยะอุตสาหะในการทำงานแม้ยามชรา­ภาพ
โดยเฉพาะเรื่องราวในช่วงสั้นๆหลังการอสัญก­รรม
(ท่านอาจารย์ปรีดีถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 ขณะนั้นพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี)

เอามาฝากกัน

ขอขอบพระคุณ หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ที่มอบโอกาสให้เราได้นำคลิปนี้ออกเผยแพร่ท­างอินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก

และขอต้อนรับว่าที่ "เพื่อนใหม่"
นักศึกษาธรรมศาสตร์รหัส 55 ทุกท่านไว้ล่วงหน้า

กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย

...........

13164374_1145648792168625_7699111973831810199_n.jpg

จากอสัญกรรมปรีดี พนมยงค์ ปี 2526 ถึง ไม่ขอรับเกียรติยศใด ๆ ของ พูนศุข พยมยงค์ ในปี 2541

.....................
เพิ่งได้ฟังบทสัมภาษณ์ พูนศุข พยมยงค์


https://www.facebook.com/pridibanomyong … nref=story

ตั้งแต่นาทีที่ 1.30
พูนศุข เล่าว่า เมื่อปรีดีตาย ที่บ้านอองโตนี ฝรั่งเศส 2 พฤษภาคม 2526

มีพวงหรีด่จากสถานทูตจีน ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสเจ้าบ้าน มีพวงหรีดจากนายกรัฐมนตรี

แต่เมืองไทยไม่มีพวงหรีดจากตัวแทนรัฐบาลไทยเลย แม้แต่ทูตไทยประจำฝรั่งเศส ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ มธก. ยังต้องเอาพวงหรีดไปวางในนามส่วนตัว

น่าสนใจว่าพูนศุข พูดออกมาในทำนองน้อยใจว่า

เราต้องจำได้ด้วยว่า ในฐานะที่รับใช้ประเทศชาติมา แต่ไม่ได้รับอะไรเลย

(พูนศุขไม่ใช้คำว่่าทำประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วยซ้ำ)

15 ปี ย้อนหลังจากอสัญกรรมของปรีดีเมื่อพูนศุขเขียน "คำสั่งถึงลูก ๆ ทุกคน" ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2541 จะเขียนไว้ชัดเจนว่า

"ไม่ขอรับเกียรติยศใด ๆ "

ที่มา FB
318514_196725343727646_453042_n.jpg?oh=9d47868546e7335a89e882bd435e6657&oe=579E0A45
Thanapol Eawsakul

,,,,,

คำสั่งท่านผู้หญิงพูนศุข


“คำสั่งถึงลูกๆ ทุกคน”


เมื่อแม่สิ้นชีวิต ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

1) นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที เมื่อหมอตรวจว่าหมดลมหายใจแล้ว

2) ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น

3) ประกาศทางวิทยุ และลงหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งข่าวให้ญาติมิตรทราบ

4) ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน

5) มีพิธีไว้อาลัยที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนิมนต์พระที่แม่นับถือแสดงธรรมกถา (เช่นเดียวกับที่จัดให้ปาล) และทำบัตรรับหนังสือที่ระลึก

6) ไม่รบกวนญาติมิตร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือเงินช่วยทำบุญ

7) เมื่อโรงพยาบาลคืนศพมาก็ทำการฌาปนกิจอย่างเรียบง่าย

8) ให้นำอัฐิและอังคารไปลอยที่ปากน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสถานที่ๆ แม่เกิด

9) หากมีเงินบ้าง ก็ขอให้บริจาคเป็นทาน แก่มูลนิธิต่างๆ ที่ทำสาธารณกุศล

10) ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย ลูกๆ ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของแม่จงมีความสุข ความเจริญ

พูนศุข พนมยงค์

เขียนไว้ที่บ้านเลขที่ 172 สาธร 3 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2541

แม่มีอายุครบ 86 ปี 9 เดือน”

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.