iFreeThai

#941 May 5, 2016 12:56 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_91.html

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 05, 2559

ถ้า ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ่าน คงดิ้นพราดๆยิ่งกว่าปลาช่อนถูกทุบหัว จดหมายเปิดผนึก จากโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมถึงประยุทธ์ จันทร์โอชา

th.jpg

จาก FB Red USA

ถ้า ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ่าน
คงดิ้นพราดๆยิ่งกว่าปลาช่อนถูกทุบหัว

จดหมายเปิดผนึก
จากโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมถึงประยุทธ์ จันทร์โอชา
เนื้อหาแสบร้อนยิ่งกว่าเอาทิงเจอร์ทั้งขวดไปราดแผลสด
http://www.eurasiareview.com/03052016-a … er-to-th…/


จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ได้รับการตีพิมพ์
ในหนังสือพิมพ์ Eurasia Review ให้คนทั้งโลกอ่าน เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมา

อยากยกตัวอย่างความร้อนแรงของจดหมายเปิดผนึกจากโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมถึงประยุทธ์ จันทร์โอชา ฉบับนี้ สักหนึ่งวรรคเป็นการโหมโรง เรียกแขก

หากผู้อ่านท่านใดสนใจมากกว่านี้คงต้องตามไปอ่านฉบับเต็มเอาเอง จากลิ้งค์ที่แนบมาในวรรคต้นหรือจะกดลิ้งค์ที่แปะไว้เพื่อความสะดวกของท่านผู้อ่านในท่อนสุดท้ายของข้อความนี้อีกครั้งก็ได้

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมม์เขียนถึงประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า....

" มันเป็นโชคร้ายของประเทศไทยจริงๆ ที่แรงบันดาลใจของ "บรรดานายพลทหาร" อย่างท่าน ไม่เคยคิดปกป้องประชาชน และความต้องการประชาธิปไตยของประชาชนเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ปฏิบัติตนให้เป็นทหารที่ดีบรรดานายพลอย่างพวกท่านยังทำไม่ได้

ตามข้อเท็จจริง
ผลงานอันยิ่งใหญ่ของพลเอกประยุทธ์ก่อนการทำรัฐประหาร คือการช่วยจัดการสังหารโหดประชาชนมือเปล่าเกือบ 100 ศพ ความกล้าหาญที่ท่านแสดงให้เห็นในการสังหารโหดครั้งนั้น นับไม่ได้ว่าเป็นความกล้าหาญครั้งที่เท่าไร"

อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับเต็มจากโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมได้ที่
http://www.eurasiareview.com/03052016-a … er-to-th…/

ooo


An Open Letter To Thailand’s General Prayuth

BY ROBERT AMSTERDAM
MAY 3, 2016

Dear General Prayuth Chan-Ocha,

It’s now almost two years since you and your associates staged your coup in May 2014. Since then I have been silent not for lack of payment but because you have taken so many people hostage – indeed, you’ve take the entire country hostage. To call that coup anti-democratic, illegal and corrupt would actually diminish the unbearably dark shadow you and your cabal of cowardly generals have cast over the proud and decent Thai people.

Unfortunately, in Thailand, the aspirations of “generals” such as yourself aren’t to defend the people and their democratic choices or even to be good soldiers. In fact, General Prayuth, your main achievement before the coup was to help organise the slaughter of almost 100 unarmed Thai civilians in 2010. The bravery you must have displayed when doing so remains unquantifiable.

Since that momentous day in May 2014 when your “courage” pushed you towards sending your tanks and battalions to destroy Thailand’s fragile democracy – at the exact point when it needed defending the most – you’ve turned your country into a pariah and strutted across the international stage as the latest preening fool-dictator.

The Thai people, of course, deserve far far better than you and your junta.

And the Thai people’s choices were very clear and explicit. In their tens of millions they had chosen Yingluck Shinawatra and Pheu Thai to be their respective elected prime minister and party of government. The simple fact you ignored, completely, the expressed democratic will of the Thai people reveals the contempt in which you hold your fellow Thais. They are, obviously, an irrelevance to you. For you, Thais should know their place, follow orders and, if they don’t, be prepared to face the consequences.

Of course, when challenged, you dole out threats, summon your troops and round up students and journalists for what you call, without any shame, “attitude adjustment”. Only last week, in late April 2016, you arrested 8 Thai citizens who’d dared to criticise you and the forthcoming “referendum” on the military junta’s “constitution”. These persons are facing lengthy jail terms – it leaves one wondering if Facebook pages are the most dangerous threat you’ve faced in all your years of “soldiering”.

The draft “constitution” you are putting forward in the forthcoming August 2016 referendum is inherently anti-democrat with the man you put in charge of the drafting committee explicit about denying Thai people sovereignty. “The constitution is not meant to give sole power to citizens but to ensure the well-being of the citizens,” said Meechai Ruchupa, knowing full well that it will be generals like you who will get to decide what kind of “well-being” Thais will have to endure.

And, of course, the referendum itself is nothing short of putting a loaded gun to the heads of ordinary Thais. The message from the junta is clear – “vote for this deeply anti-democratic constitution or else”. Such is your fear that Thais may actively resist your continued assault on democracy you’ve also deemed that anyone campaigning against the referendum will face up to 10years in prison. This would, no doubt, be enforced by the Thai Army, guns ready, bayonets drawn, snipers in position.

However, I remain convinced that this endless spiral towards despotism you’ve forced Thailand to travel on will come to an end. The Thai people’s faith in democracy and decency is greater than your ability to crush them. Your defeat is, in all eventualities, inevitable.

You sir are a criminal and we shall not rest before you end up in the jail cell you so richly deserve.

Yours

Robert Amsterdam

Source: Eurasia Review


Robert-Amsterdam.jpg

Robert Amsterdam
Robert Amsterdam is an international lawyer and founding partner of the law firm Amsterdam & Peroff.

Last edited by linc49 (May 5, 2016 12:58 PM)

Offline

#942 May 5, 2016 1:04 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/t … wer-4.html

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 05, 2559

Thailand: The Limits of Absolute Power (ชี้ ‘4 แนวรบ’ ล้อมกรอบ ‘ประยุทธ์’)

1096743.jpg


ชี้ ‘4 แนวรบ’ ล้อมกรอบ ‘ประยุทธ์’


by Sathit M.
4 พฤษภาคม 2559
Voice TV

นักสังเกตการณ์ชี้ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เงื้อค้างอำนาจตามม.44 เหตุเพราะฝ่ายต้านรัฐประหารประท้วงไม่หยุด เครือข่ายหนุนระบอบทหารโลเล-แตกแยก ปัญหาปากท้องลดทอนฐานเสียง และปรากฏการณ์โลกล้อมไทย

เว็บไซต์นิตยสารด้านกิจการระหว่างประเทศ The Diplomat เผยแพร่บทวิเคราะห์ของ James Buchanan อาจารย์ประจำภาควิชาเอเชียศึกษาและนานาชาติ มหาวิทยาลัยฮ่องกง ชี้ว่า ถึงแม้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญมอบอำนาจโดยสัมบูรณ์ให้แก่หัวหน้าคณะรัฐประหาร ทว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สามารถใช้ดาบอาญาสิทธิ์เล่มนี้ได้ถนัดมือนัก

Buchanan บอกในบทความเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม ว่า อำนาจสมบูรณาญาสิทธิ์ของผู้นำรัฐบาลทหารของไทย ถูกตีกรอบจำกัดด้วยเหตุปัจจัย 4 ด้าน นั่นคือ ความจำเป็นที่จะต้องใช้ไม้แข็งควบคู่กับไม้นวมในการรับมือกลุ่มพลังฝ่ายต่อต้าน ความโลเลในฝ่ายสนับสนุน ความเดือดร้อนด้วยปัญหาปา%8A ้องของคนระดับล่าง และสุดท้ายคือ แรงกดดันจากประชาคมนานาชาติ

1096746.jpg

ไต่เส้นลวด

นักวิชาการในฮ่องกงผู้นี้บอกว่า ประชาชนจำนวนมากอยู่คนละฝั่งกับพล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจากคะแนนเสียงเลือกตั้งราว 48% ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด คณะรัฐประหารตระหนักดีว่า ถ้าบีบคั้นหนักเกินไปอาจจุดชนวนโต้กลับที่ยากจะควบคุมได้

ดังนั้น รัฐบาลทหารจึงต้องใช้ทั้งการปราบปรามควบคู่กับการอดกลั้น แม้ว่านักศึกษา นักกิจกรรม อดีตส.ส. ที่แสดงการต่อต้าน มักถูกควบคุมตัว แต่ก็ต้องรีบปล่อย ขณะเดียวกัน ทหารยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงทำกิจกรรมได้บ้าง

คนกันเอง

พล.อ.ประยุทธ์ยังเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายเดียวกันด้วย ในระยะหลัง เครือข่ายสนับสนุนรัฐประหารเริ่มแสดงท่าทีแปลกต่าง

บรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ออกมาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่นักเคลื่อนไหวในกลุ่มราชาชาตินิยม เช่น อดีตวุฒิสมาชิก รสนา โตสิตระกูล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สุริยะใส กตะศิลา ต่างวิจารณ์คณะรัฐประหารเช่นกัน

นักวิเคราะห์ผู้นี้บอกว่า สุ้มเสียงจากเครือข่ายสนับสนุนรัฐประหารบ่งบอกอะไร ยังไม่แน่ชัด ฝ่ายเสื้อแดงบอกว่าเป็นแค่การเล่นละครกู้หน้าตัวเอง คนเหล่านี้ไม่อาจแสดงตัวสนับสนุนรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้ แต่บางคนบอกว่า ฝ่ายราชาชาตินิยมกำลังแตกแยก

การแตกคอกันของกลุ่มพลังดังกล่าวสร้างความงุนงงให้แก่ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ซึ่งต่อต้านทักษิณ สนับสนุนกองทัพและการปฏิรูปแบบถอยหลังเข้าคลองของทหาร สนับสนุนกลุ่มกปปส.ของสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อเร็วๆนี้ นายสุเทพประกาศสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีการออกเสียงประชามติ

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนบทวิเคราะห์บอกว่า ชนชั้นกลางกรุงเทพเป็นพวกมีอารมณ์แปรปรวน เมื่อปี 2535 เคยไล่รัฐบาลทหารมาแล้ว หากปีกพลเรือนของกลุ่มราชาชาตินิยม คือ พรรคประชาธิปัตย์ ข้าราชการ อดีตวุฒิสมาชิก แกนนำเอ็นจีโอ นักวิชาการ และอื่นๆ ลงมือขับคณะรัฐประหาร ชนชั้นกลางอาจเอาด้วย

เศรษฐกิจทรุด

ปัญหาปากท้องเป็นตัวแปรทอนอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ได้เช่นเดียวกัน ในกรุงเทพฯ พวกรถตู้ หาบเร่แผงลอย พากันต่อต้านคำสั่งจัดระเบียบที่ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน ในภาคอีสาน ชาวบ้านประท้วงเหมืองแร่ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ในภาคใต้ ชาวสวนยางซึ่งจำนวนมากสนับสนุนกลุ่มกปปส.รู้สึกว่าตนควรได้รับการตอบแทน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทหารช่วยเหลือ เมื่อเดือนมกราคม รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์สั่งการให้กระทรวงต่างๆรับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรง ทำให้คณะรัฐประหารเสียหน้า ค่าที่เคยติเตียนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในโครงการรับจำนำข้าว

โลกล้อมไทย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังถูกตีกรอบด้วยปฏิกิริยาจากนานาชาติด้วย ประชาคมระหว่างประเทศพากันวิจารณ์ความเสื่อมถอยของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน รวมถึงประเด็นแรงงานทาส ค้ามนุษย์ ประมงผิดกฎหมาย

ล่าสุดเมื่อ 22 เมษายน ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซาอิด รออัด อัลฮุสเซน เรียกร้องคณะรัฐประหารของไทย ขอให้ระงับใช้อำนาจตามมาตรา 44 และบรรดาคำสั่งที่ให้อำนาจอย่างล้นเหลือแก่เจ้าหน้าที่ทหาร

ในตอนท้าย ผู้เขียนคาดการณ์ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ อำนาจเด็ดขาดของพล.อ.ประยุทธ์ก็อาจพลอยจบเห่ไปพร้อมๆกัน.

Source: The Diplomat

Photo: AFP

ooo


Thailand: The Limits of Absolute Power

thediplomat_2016-05-03_13-55-53-386x260-2.jpg

General Prayut’s power may be unlimited on paper, but in reality he is curtailed on several fronts.

By James Buchanan
May 03, 2016

Source: The Diplomat

Since Thailand’s military displaced a democratically elected government in 2014, the country has been ruled arbitrarily by a junta fronted by old-time strongman General Prayut Chan-o-cha. The junta governed using martial law for a period of ten months before invoking a special clause in their interim constitution which was designed to keep Thai society under the jackboot. Article 44 of the constitution — often dubbed “the dictator’s law” by its critics — retained many of the prerogatives of martial law, giving the military sweeping powers which it has used to silence opposition and push through reforms.

And Prayut is not shy in reminding people of his authority. During press conferences, the general often points to the absolute power he wields, even famously ‘joking’ that he could have members of the press executed if they did not toe the line. But he also claims that he chooses not to use the unlimited power at his disposal, portraying himself as a wise and benevolent dictator who thinks only of the greater good.

However, these press events have become notorious due to Prayut’s erratic behavior, which often leaves the dictator looking foolish, weak, and isolated. Standing alone fielding questions from a crowd of journalists seems unbecoming of an all-powerful military strongman and when the questions upset him, the general’s response is more petulant than commanding. “Why don’t you cooperate with me?” he bemoans. “Please understand me,” he beseeches. Despite countless tirades, tantrums, and fists banged on podiums, even the meek Thai media seem unperturbed and press him with further questions. The sessions often end with Prayut storming out of the conference in a sulk.

Things are not going well for the junta and Prayut is showing signs of the stress. Thais are complaining about a sluggish economy, the country’s international standing has plummeted, and the opposition is growing bolder. There are indications that his support networks may be turning against him and the draft constitution he backs may struggle to pass the referendum in August. Prayut’s outbursts, although directed at the media, often seem like an internal dialogue in which he wonders aloud: “I’m supposed to have absolute power, so why is everything so difficult?” What the general is slowly finding out is that running a country is more complex than commanding a military unit.

One of the problems Prayut faces is that so much of the population are against him, and he knows it. Around 48 percent of Thais voted for Yingluck Shinawatra’s Pheu Thai government, which he toppled less than three years after it came to power. With such a sizable opposition to the coup, the junta have estimated that squeezing too tightly could provoke a backlash that may be hard to contain. The result has been a mixture of suppression and toleration that has at times made the junta seem rather weak, especially compared to authoritarian regimes elsewhere. Numerous small but high profile protests have been staged since the power-grab and the junta’s response has been mixed. Activists, including students and former members of parliament, have been arrested for peacefully protesting and harassed in unacceptable ways. However, those who have been arrested are usually quickly released, and often demonstrate again soon after.

The military is only in power by virtue of its brute force and any sign of frailty will embolden the opposition. The Red Shirts — the movement associated with the Pheu Thai Party and the group Prayut must keep the closest watch on — were subdued for a while following the coup but have recently become active again, testing the limits of what they can get away with. From their headquarters at a cafe and library in the Bangkok suburb of Lad Prao, they have been organizing events, which are drawing steady crowds. The junta is keeping a watchful eye on the movement but so far has done surprisingly little to quell it.

Prayut also faces pressure from what would usually be regarded as his support network. Key members of the Democrat Party, who are closely associated with the military, have been criticizing the junta-backed draft constitution in the press. Others from the royal-nationalist camp have come out to criticize the junta too, such as former senator Rosana Tositrakul and Suriyasai Katasila, an activist with the People’s Alliance for Democracy (PAD), which was instrumental in toppling the elected government of Thaksin Shinawatra. What this all signals is not exactly clear. Some Red Shirts dismiss it as a lakorn, or soap opera, played out to save the face of politicians who — contrary to the facts of the past decade — consider themselves liberals who couldn’t publicly endorse such an undemocratic constitution. Others point to a split in the royal-nationalist camp, which would change the dynamic of Thailand’s Red-Yellow divide to one in which three groups now jostle for primacy. In this scenario, the network of Thaksin Shinawatra is pitted against two other factions, one headed by privy councillor Prem Tinsulanonda and the other by former military commander Prawit Wongsuwan, regarded by some as the real power behind Prayut.

This apparent in-fighting in the royal-nationalist camp sends confusing signals to Bangkok’s middle classes, many of whom back the military and its regressive reforms. Their support could be easily maintained by stressing the need to rid Thailand of the influence of Thaksin, prevent further conflict in society, and guide the country through the much dreaded succession. All of the above have instilled a perception of existential threat in the minds of some Thais and created conditions ripe for an authoritarian reversal. After all, many of Bangkok’s middle classes supported the People’s Democratic Reform Committee (PDRC), whose street protests seriously weakened the Yingluck government and precipitated the coup against it. The junta is therefore a monster of their making and with PDRC leader Suthep Thaugsuban recently coming out in favor of the constitution draft, many of his supporters are likely to do the same.

However, the middle classes in Bangkok are fickle and have turned against military rule before under somewhat similar circumstances in 1992. If the civilian wing of the royal-nationalist movement — comprised of the Democrat Party, bureaucrats, former senators, NGO leaders, academics, etc — were to start a campaign to discredit the junta, the middle-classes may well follow suit and Prayut would be in trouble. Whether this scenario eventuates depends on how deep the supposed rift between the two royal-nationalist factions is.

Even Thais who are more focused on local concerns have been causing Prayut problems. In Bangkok, mini-van drivers and market vendors have stubbornly resisted junta orders that impacted on their livelihood. In the northeast of Thailand, villagers have been protesting against a mining project they argue is negatively impacting the environment. In the southern provinces, rubber farmers have protested against falling rubber prices, calling for government assistance. Many of these farmers played an important role in the frontline of the PDRC street protests that brought down the Yingluck government and may have felt entitled to a reward. They got it in January of this year when Prayut ordered government ministries to buy rubber directly from the farmers, effectively subsidizing the industry. The move was an embarrassing loss of face for the junta, which had fiercely criticized the ousted government’s rice pledging scheme.

Prayut has also been under pressure from the international community, who have rightly condemned both the coup and the deteriorating human rights situation in Thailand. Since the junta seized power, issues such as democracy, human rights, freedom of speech, forced labor, and even aviation standards have all come under the spotlight, leading to criticism and sanctions from abroad. A recent statement from UN High Commissioner for Human Rights, Zeid Ra’ad al-Hussein, condemned the repressive environment in which the referendum on the constitution is being held. He also mentioned Article 44 specifically and called on the junta to “suspend the application of these dangerously sweeping laws and orders that have bestowed more power upon the military.”

Such criticisms are often not well-received and have on occasion led to nationalist backlashes. In November 2015, around 200 royal-nationalists joined a protest at the U.S. embassy led by controversial PDRC monk, Buddha Issara, to show their disapproval of Ambassador Glyn T. Davies, who had raised concerns about increased use of the country’s lèse-majesté law. Although political gatherings are banned under Article 44, nothing was done to halt the protests. It is unclear whether this signaled tacit approval of the demonstration or whether the junta simply felt powerless to move against the monk and his followers.

With his outmoded 1950s haircut and mentality to match, General Prayut may look the part of an old-style military strongman, but he seems to lack the requisite power to properly play the role. Despite having unlimited authority on paper in the shape of Article 44, he is curtailed on several fronts. On one side, dealing with the pro-Thaksin forces requires a delicate balancing act of repression and toleration. Misjudging in either direction could play into their hands and make them stronger. On the other, he may be unsure to what extent he can rely on his own support networks. If the rumors of a split in the royal-nationalist faction are true, then he will spend much of his time from now on looking over both shoulders. The junta and its assembled technocrats seem poorly equipped to handle the complexities of administering the country, particularly the economy, and Thais with local grievances have shown they are not afraid to stand up to them when necessary. And although criticism from abroad can sometimes provoke a nationalist backlash, its accumulative effect does put pressure on the junta, adding to its list of woes.

The next few months leading up to the referendum on the constitution will be challenging for Prayut. Despite the oppressive atmosphere in which the referendum will take place, it is unclear whether or not the junta-backed draft will actually pass. After seizing power, the junta pledged to completely reform Thailand but has thus far done very little of note. It seems strange that a military strongman with absolute power feels the need to gamble his prestige on a plebiscite, but that is what he has done — and if the constitution is rejected in August then General Prayut may find that his absolute power dissolves absolutely.

James Buchanan is a lecturer and PhD candidate at the Department of Asian and International Studies, City University of Hong Kong.

Offline

#943 May 6, 2016 11:02 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/un.html

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 05, 2559

เครือข่ายนักวิชาการร้อง UN ชี้รัฐละเมิดสิทธิ์ผู้เห็นต่างกรณีจับแอดมินเพจล้อเลียนผู้นำ คสช.

13177514_603990993097610_3010824098507689517_n.jpg

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองยื่นหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่คิดเห็นต่างจากรัฐบาล คสช. กรณีจับ 8 แอดมินเพจล้อเลียนผู้นำ คสช.

ที่มา ประชาไท
Thu, 2016-05-05

13096159_603991026430940_6828563159812427302_n.jpg

13124802_603990943097615_9029404927014177331_n.jpg

13151739_603990949764281_320653638233966144_n.jpg

13177093_603990989764277_7118488166531270641_n.jpg


13179425_603990946430948_5589143683307189578_n.jpg

ที่มาภาพ: เพจเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง

5 พ.ค. 2559 เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองนำโดย นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อ.คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และ น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อ.คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย เดินทางเข้ายื่นกับตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อผู้ที่คิดเห็นต่างจากรัฐบาล

นายอนุสรณ์ กล่าวกับ ข่าวสด ว่าการเข้าพบรักษาการ ระดับภูมิภาคของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ได้หารือแนวทางสิทธิการแสดงออก สิทธิมนุษยชน และประชามติ ในทางที่ชอบธรรม ซึ่งยูเอ็นมีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์กลุ่มชุมนุมต่างๆโดยส่งเจ้าหน้าที่สอบถามทหารและตำรวจระดับปฏิบัติการ แต่คำตอบที่ได้คือเจ้าหน้าที่ทำตามคำสั่งซึ่งอยู่ในสถานการณ์พิเศษทำให้ไทยไม่สามารถดำเนินการตามสัตยาบรรณได้ มี 2 แนวทางหลัก คือ ยกระดับการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ไทยให้สูงขึ้น และส่งเรื่องไปที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ที่นครเจนิวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ให้กดดันเจ้าหน้าที่ไทยอีกหนึ่งช่องทาง พร้อมทั้งหาแนวทางให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยในระดับนโยบายมาพูดคุยกับนักวิชาการมากขึ้นในลักษณะปิด โดยเน้นเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ ความคิดเห็น และการลงประชามติ และจะมีการพูดกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะที่ผ่านมานักวิชาการไม่เคยได้มีโอกาสในการพูดคุย มีแต่การเรียกไปปรับทัศนคติ

โดยเพจเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองได้เผยแพร่เนื้อหาจดหมายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ดังต่อไปนี้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2559
เรียน เรื่อง การละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่คิดเห็นต่างจากรัฐบาล คสช.
เรียน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ

ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหารหรือคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนผู้มีความคิดเห็นต่างจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยอำนาจที่ไร้ขอบเขตซึ่งละเมิดหลักการทั้งปวงในกระบวนการยุติธรรมจากมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 และจากคำสั่ง คสช. 3/2558 และ 13/2559

ที่ผ่านมามีประชาชนต่างขั้วการเมืองถูกบุกเข้าจับกุมตัวและซ้อมทรมาน ขณะที่ประชาชนทั่วไปอีกจำนวนมาก รวมถึงนิสิตนักศึกษา นักวิชาการ สื่อมวลชน นักกิจกรรมทางสังคม และนักการเมือง ต่างก็ถูกข่มขู่คุกคามในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากการแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและ คสช. ไม่ว่าจะเป็นการเรียกตัวเข้าค่ายทหารเพื่อเข้าสู่กระบวนการ “ปรับทัศนคติ” การส่งเจ้าหน้าที่ไปจับตาติดตามชีวิตประจำวัน การส่งทหารไปข่มขู่ญาติพี่น้อง การสร้างแรงกดดันผ่านหน่วยงาน/องค์กรที่พวกเขาทำงานอยู่ การยุยงปลุกปั่นของผู้นำรัฐบาลผ่านสื่อของรัฐให้ประชาชนอื่นๆ เกิดความเกลียดชังผู้เห็นต่าง การละเมิดข้อมูลส่วนตัวของบุคคลในระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการแจ้งความดำเนินคดีผู้เห็นต่างด้วยข้อกฎหมายที่รุนแรงต่างๆ

การละเมิด การควบคุม และการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทวีความเข้มข้นและรุนแรงมากขึ้นในช่วงเวลาของการเตรียมการเพื่อลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเช้ามืดวันที่ 27 เมษายน 2559 กองกำลังทหารได้บุกเข้าจับกุมผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊กที่ล้อเลียนผู้นำ คสช. และจับกุมผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ รวม 8 ราย ที่จังหวัดขอนแก่นและกรุงเทพฯ โดยได้ตรวจรื้อค้นและยึดทรัพย์สินส่วนตัวโดยไม่มีหมายศาล แล้วนำตัวมากักขังไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นศาลทหารจึงได้ออกหมายจับในความผิดนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และความผิดฐานสร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยิ่งกว่านั้น ผู้ถูกจับกุมสองคนยังได้รับแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อีกด้วย

การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลทหารถือว่าเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้ หากการล้อเลียนดังกล่าวมีเนื้อหาดูหมิ่นด้วยความข้อความอันเป็นเท็จ พลเอกประยุทธ์ก็สามารถฟ้องร้องเอาผิดฐานหมิ่นประมาทได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องดำเนินคดีด้วยข้อกฎหมายที่มีบทลงโทษร้ายแรงในฐานะที่เป็น “ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ” นอกจากนั้น วิธีการที่เจ้าหน้าที่กระทำต่อผู้ถูกจับกุมทั้ง 8 คนยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดแจ้ง ถือเป็นลักพาตัวบุคคลไปในสถานที่ที่ไม่ระบุเพื่อบังคับเอาข้อมูลเป็นเวลากว่า 24 ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยมีหมายศาลทหารแล้วนำฟ้อง อีกทั้งการขอประกันตัวในชั้นศาลทหารก็ถูกปฏิเสธ กระทั่งพวกเขาถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพในที่สุด ขณะที่การเพิ่มความผิดตามมาตรา 112 ก็มีข้อสงสัยว่า ได้มาจากการบีบบังคับเอาข้อมูลส่วนตัวจากคอมพิวเตอร์ของผู้ถูกจับกุมก่อนการมีหมายศาลและโดยไม่มีทนายปรึกษา ซึ่งไม่เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอีกด้วย

นอกจากนี้ ปัจจุบันรัฐบาลทหารยังปิดกั้นการแสดงความเห็นที่วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญอย่างเข้มงวด ทั้งโดยการออกข้อกำหนดที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและในการรณรงค์เรื่องการลงประชามติ และโดยการข่มขู่คุกคามผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นค้านร่างรัฐธรรมนูญ อันส่งผลให้ไม่อาจมีการอภิปรายเกี่ยวกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างรอบด้านในพื้นที่สาธารณะ อันจะมีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งต่อการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองเห็นว่ากรณีการจับกุมคุมขังประชาชนทั้ง 8 คน เป็นจุดเริ่มต้นของการกวาดล้างผู้ที่มีความคิดเห็นต่างจากรัฐบาล คสช. อย่างเข้มข้นระลอกใหม่ เป็นการสร้างบรรยากาศของความกดดันและหวาดกลัวให้เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อผนวกกับบริบทเรื่องความพยายามของรัฐบาลที่จะผลักดันร่างรัฐธรรมนูญให้ผ่านประชามติโดยการจำกัดสิทธิในการแสดงความเห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ เครือข่ายฯ จึงมีความกังวลอย่างยิ่งถึงสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะสิทธิทางพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในปัจจุบัน เครือข่ายฯ จึงขอร้องเรียนต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลทหารได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ถูกจับกุมทั้ง 8 คนอย่างไร ตลอดจนขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ แสดงท่าทีไปยังรัฐบาลเผด็จการทหาร เพื่อให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีดังกล่าวและในกรณีอื่นๆ โดยเร็ว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง

May 5, 2016
Re: Human Rights Violations Against Citizens Dissenting from the NCPO Government
Attn: The United Nations Office of the High Commissioner for Human Rights

The National Council for Peace and Order (NCPO) and the military government have continually violated human rights against citizens who dissent from them, using the unlimited power under Article 44 of the 2014 interim Constitution of the Kingdom of Thailand and the NCPO Orders 3/2015 and 13/2016.

Over time, political dissenters have faced arrest, abduction and torture while a large number of people, including university students, academics, journalists, social activists and politicians have faced constant threats and harassment in various forms for criticizing the military government and the NCPO. Such forms of harassment include summon people to military camps for “attitude adjustment,” monitor people’s daily lives, threaten people’s relatives and family members, and put pressure on agencies or organizations people work for or are affiliated with. Other forms of harassment include the use of state media to incite hatred towards those with differing opinions, intrusion into personal data on computer files and systems, and filing complaints against those expressing differing opinions with harsh laws.

Such violation, control and curtailing of rights and freedom of expression have intensified during the time when the country is preparing for the draft constitution referendum. In the early morning of April 27, 2016 soldiers abducted eight Facebook managers and others, allegedly involved with online posts which mock the junta chief, in Khon Kaen and Bangkok. Along with the round-up, the abducted were subjected to searches and had personal belongings confiscated without a warrant before being taken into custody at the 11th Military Circle. The Military Court in the following day then issued an arrest warrant on charges of using false information and breaching the Computer Crime Act as well as being guilty of sedition under Article 116. Moreover, two of them have been further charged with royal defamation as stipulated by Article 112.

Such actions of the military government are excessive. If the mockery is an insult using false information, General Prayut could take legal action for defamation without having to resort to harsh punishments for “violations of state security.” Moreover, the means in which state authorities have treated the accused are violations of human rights since they involve abductions of persons and taking them into custody at undisclosed locations to extract information for more than 24 hours before martial court’s warrants were issued and the legal proceedings against them instituted. The accused have also been denied bail and then were sent for detention at the Bangkok Remand Prison. Two of them have been charged with lese majeste. But the use of their personal information from computers against them before a court warrant was issued and without an assigned lawyer goes against legal procedures.

In addition, the military government hinders the citizens’ rights to criticize the draft constitution by issuing rules and regulations which limit freedom of expression over the draft constitution and the referendum and by threatening those who openly voice out their opposition to the draft constitution. The well-rounded, public debates on the draft constitution then cannot occur, and this will yield negative effects on the draft constitution referendum to be held in this coming August.

Thai Academic Network for Civil Rights (TANC) views the arrest and incarceration of these eight citizens as the beginning of a new round of intensive wipe out of those dissenting from the military government and the NCPO. Such actions created an unprecedented horrific atmosphere. When combined with the military government and the NCPO’s attempts to get the draft constitution pass the referendum by curtailing citizen’s rights to express differing opinions on the draft constitution, they brought a grave concern to the TANC because Thai citizens’ civil and political rights are under jeopardy. The TANC then file this petition to the United Nations Office of the High Commissioner for Human Rights in hope that it would investigate the aforementioned cases and make the world know how shamelessly the military government and the NCPO have violated basic human rights of these eight citizens and other dissidents. We strongly urge the United Nations Office of the High Commissioner for Human Rights to take a firm stance against the military government and the NCPO to help put an immediate end to the atrocious violations of human rights in Thailand.

We write this with the sincere appeal for the Commissioner’s full consideration,
Thai Academic Network for Civil Rights (TANC)

.....

Source: Thai PBS
.....

Source: Matichon
.....

ooo

13177062_732199686883077_43242129670182887_n.jpg

On 05 May, Thai Academic Network for Civil Rights met with Laurent Meillan, Acting Regional Representative of the OHCHR Regional Office for South-East Asia to discuss Freedom of Expression and Opinion and academic freedom in Thailand. The Network expressed concerns over increasing restrictions on freedom of expression and opinion in the current political context and requested the office to engage with the Government of Thailand to uphold its international human rights obligations.

The Thai Academic Network for Civil Rights was formed in February 2016 to promote democratic values including freedom of expression and opinion in Thailand. The Network includes academics and experts from Chulalongkorn, Kasetsart, Mahidol, Sillapakorn and Thammasat Universities.

5 พฤษภาคม - เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองเข้าพบนาย โลคอง เมยอง รักษาการผู้แทนระดับภูมิภาคของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเสรีภาพในการแดสงความคิดเห็นและเสรีภาพทางวิชาการในประเทศไทย ทั้งนี้ เครือข่ายนักวิชาการฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เข้มงวดมากขึ้นในบริบทการเมืองปัจจุบัน และยังได้แสดงความต้องการให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ประสานงานกับทางรับบาลไทยให้ยึดมั่นในพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองก่อตั้งเมื่อปลายปี 2558 เพื่อสนับสนุนคุณค่าแห่งประชาธิปไตย ซึ่งรวมถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในประเทศไทย เครือข่ายนักวิชาการฯ ที่เข้าพบตัวแทนสำนักข้าหลวงใหญ่วันนี้ ประกอบด้วย นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เกษตรศาสตร์, มหิดล, ศิลปากร และมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น

Source: FB

12743753_698533046916408_4780841539316344030_n.jpg?oh=1d1c845a2dc8c788961bbe5798755cb5&oe=57A01716
UN Human Rights - Asia

ooo


เรื่องเกี่ยวข้อง...


เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง แถลงข่าว "ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน" (17 เมษายน 2559)

Published on Apr 16, 2016
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง แถลงข่าว "ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ลิดรอนสิทธิเสรีภ­าพประชาชน" ในวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 ณ ห้องบรรยายโครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (ด้านข้างหอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
Cr. Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว

Offline

#944 May 6, 2016 11:23 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

*

คสช ทหารโจร หน้าตัวเมีย....เหี้ย ..จริงๆ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/112-fb.html

วันศุกร์, พฤษภาคม 06, 2559

เล่นงานทุกทาง ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 'แม่จ่านิว' คดี ม.112 ไม่อนุญาตให้ประกันตัว แค่มีคนส่งข้อความทาง FB แล้วไม่ห้าม ไม่ตำหนิ!!!

14625073341462516007l.jpg


เล่นงานทุกทาง ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 'แม่จ่านิว' คดี ม.112


ที่มา ประชาไท
Fri, 2016-05-06

6 พ.ค. 2559 ข่าวสดออนไลน์และเดลินิวส์ รายงานตรงกันว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ ที่ศาลทหารกรุงเทพ พ.ต.ท.สัณห์เพชร หนูทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กองกำกับการ 3 กองบังคับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้เดินทางมาขอหมายจับ พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดา ของ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์

ต่อมาศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นควรอนุมัติออกหมายจับ เลขที่ 36/2559 ข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112

ทั้งข่าวสดออนไลน์และเดลินิวส์ ยังรายงานด้วยว่า กรณีที่ทางพนักงานสอบสวน ปอท. ขออุมัติออกหมายจับ พัฒน์นรี เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบครอบแล้วเห็นว่า พัฒน์นรี ได้ร่วมกับ บุรินทร์ อินติน กระทำความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112
แม่จ่านิว เผยเตรียมเข้ามอบตัว

บีบีซีไทย - BBC Thai รายงานด้วยว่า พัฒน์นรี เผยกับบีบีซีไทยว่า ได้หารือกับทนายความแล้วและเตรียมเข้ามอบตัวหลังทราบว่าถูกตั้งข้อหาดังกล่าว
“ตกใจมาก รับไม่ได้เลย ตอนนี้ยังทำงานอยู่และรอทนาย แล้วจะไปมอบตัว” พัฒร์นรี กล่าวด้วยเสียงสะอื้น

กรณีความเชื่อมโยงระหว่าง พัฒน์นรี หรือแม่จ่านิว กับ บุรินทร์ นั้น ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่ง มติชนออนไลน์ ไทยรัฐออนไลน์และเดลินิวส์ รายงานตรงกันด้วยว่า บุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รับว่า ตนเข้าร่วมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับตั้งแต่ 19 ก.ย. 2558 จากนั้นจึงมีโอกาสรู้จักกับ สิรวิชญ์ (จ่านิว) และติดต่อพูดคุยกันมาตลอด จนรู้จักกับแม่สิรวิชญ์ และแชตพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก ในทำนองว่าร้ายสถาบันจริงเนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนโพสต์ข้อความต่างๆ ผ่านโทรศัพท์และโพสต์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ก่อนถูกจับกุม ไม่คิดว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันและสาเหตุที่นำโทรศัพท์ให้เพื่อนชื่อว่านนั้น เพราะแบตโทรศัพท์จะหมด จึงให้ไปเพื่อชาร์จแบตเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะทำลายหลักฐาน จึงอยากฝากผ่านสื่อไปถึงว่านและจ่านิวว่า ให้นำโทรศัพท์กลับมาคืนด้วย

สำหรับ สิรวิชญ์ หรือ จ่านิว นั้นเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่เคลื่อนไหวคัดค้านการรัฐประหารมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และการส่องทุจริตโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จนถูกดำเนินคดี รวมทั้งการอุ้มตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหารจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเวลากลางคืนอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกมาในข่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเข้ามาดูแล ส่วนจะมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเกี่ยวกับเรื่องโซเชียลและสังคมออนไลน์โดยเฉพาะหรือไม่นั้นยังไม่ขอเปิดเผย โดยเฉพาะกรณีของ สิรวิชญ์ ที่มีการกระทำความผิดในโซเชียลมีเดียหลายครั้ง ไม่รู้ว่ามีเจตนาในการท้าทายหรือไม่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) และเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ชื่อ กลุ่ม “เรารักชาติ” ได้ร้องกองปราบตรวจสอบเบื้องหลัง สิรวิชญ์ อีกด้วย (อ่านรายละเอียด)

12112453_903962689695974_9058753505067707730_n_0.jpg

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
นศ.รามรักชาติ ร้องกองปราบสอบเบื้องหลัง 'จ่านิว-NDM' ถามตอนเด็กรามถูกยิงไปอยู่ไหน
ผบ.ตร.สั่งศรีวราห์จับตาโซเซียล เล็ง 'จ่านิว' ทำผิดหลายครั้ง สงสัยท้าทาย
ศาลทหารอนุญาตฝากขัง 'บุรินทร์' คดี ม.112-พ.ร.บ.คอม
ศาลทหารออกหมายจับ ม.112 'ณัฏฐิกา-หฤษฏ์' 2 ใน 8 ผู้ต้องหาทำเพจล้อประยุทธ์เพิ่ม

ooo

13179375_1129284143788628_3878392126458759013_n.jpg

สืบเนื่องจากได้มีการออกหมาบจับแม่จ่านิว กรณีที่นายบุรินทร์ อินตินถูกกล่าวหาว่า ส่งข้อความทางเฟสบุ๊คในลักษณะหมิ่นประมาท ตามมาตรา 112 ไปยังแม่ของจ่านิว โดยที่แม่จ่านิวไม่ได้ตอบโต้อะไร ทางเจ้าหน้าที่ทหารจึงเข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีต่อแม่จ่านิว เพราะไม่ห้าม หรือตำหนิการกระทำของนายบุรินทร์ อินติน จึงเป็นการกระทำที่ยอมรับและเห็นด้วยกับการกระทำของนายบุรินทร์ อินติน แม่จ่านิวจึงถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้การประกันตัวแต่อย่างใด

หลังจากนี้แม่จ่านิวจะถูกนำตัวไปขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง และนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร ในเช้าวันที่ 8 พฤษภาคม 2559 เวลา 9.00 น.
.....

Now Playing in Thailand... หน้าตัวเมีย... พฤติกรรมที่เห็นบ่อยๆของตัวร้ายในหนังจ้าาาาาา...

13147584_1190499317627328_5493308135365496964_o.jpg

Offline

#945 May 6, 2016 11:47 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ตำรวจตีความใส่ร้ายแม่จ่านิว...จ้า นี่แสดงการตอบรับทราบเท่านั้น แต่ไม่ใช่คนกระทำผิด ตร.ไม่รู้กฏหมายหรือ แล้วจะมาทำหน้าที่เป็นตำรวจทำไม

http://www.khaosod.co.th/view_newsonlin … 1462549718

ทนายชี้ปมแม่จ่านิวติดคุก ทักแช๊ต 112 ตอบว่า‘จ้า’

14625497181462549739l.jpg

วันที่ 06 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เวลา 22:48 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 20686 คน
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นายธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายความ น.ส.พัฒน์นรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยให้เหตุผลว่ามีหลักฐานเป็นข้อความสนทนาผ่านโปรแกรมแชตเฟสบุ๊ก ส่วนตัวระหว่าง เพจเฟสบุ๊กชื่อ "Burin Intin" ที่เป็นของนายบุรินทร์ อินติน แนวร่วมพลเมืองโต้กลับ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้กับ เพจเฟสบุ๊กชื่อ "หนึ่ง นุช" ที่เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็น ของน.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่จ่านิว หรือนายสิรวิชญ์ เสรีธีวัฒน์
"โดยเนื้อหาที่พิมพ์สนทนา เป็นทางฝั่งนายบุรินทร์พิมพ์สนทนาฝ่ายเดียว แต่ทางฝังเพจเฟสบุ๊กชื่อ "หนึ่ง นุช" ไม่ได้พิมพ์สนทนาตอบโต้ใดๆ ซึ่งทางพนักงานสอบสวน ได้ชี้แจงว่าแม้ไม่มีการพิมพ์ตอบโต้ แต่การไม่ห้ามปราบหรือว่ากล่าว เข้าข่ายมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ จึงถือว่ามีความผิดด้วย

ส่วนกรณีถามว่าเฟสบุ๊กชื่อ "หนึ่ง นุช" เป็นของน.ส.พัฒน์นรี หรือไม่นั้น ขอไปตอบชั้นศาล โดยเบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาได้ปฏิเสธข้ กล่าวหาถูกข้อที่พนักงานสอบสวนแจ้งมา และจะนำตัวไปฝากขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง จากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งฝากขังทหารในเวลา 09.00 น.วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายละเอียดข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ ระบุว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Burin Intin ได้ส่งข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่งไปให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ หนึ่ง นุช โดยใช้คำว่า“อย่าว่าผมนะที่คุยแบบนี้” แล้วผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ หนึ่ง นุช ตอบกลับด้วยคำว่า “จ้า” ซึ่งเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วถือว่ายอมรับและเห็นด้วยกับข้อความของนายบุรินทร์ จึงเข้าข่ายสนับสนุน

...........

อวาฬเจอร์ @iwhale  4 ชม.4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ฉีกตำรากฎหมายทุกฉบับในโลก >> ไม่ได้กระทำความผิดแต่ไม่ห้ามถือว่าสมรู้ร่วมคิดกระทำผิด

ผู้หญิงคนนี้กำลังจะถูกขังในข้อหา "เห็นข้อความคนอื่นแชทแล้วไม่ห้าม จึงเท่ากับหมิ่นไปด้วย" ???

Sunai @sunaibkk  4 ชั่วโมง4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตำรวจไม่ให้แม่จ่านิวประกันตัวหลังถูกแจ้งข้อหา112เพราะรับข้อความแชทFBที่มีเนื้อหาหมิ่นแล้วไม่ห้ามไม่ตำหนิจึงถือว่าร่วมกันกระทำความผิด!

Offline

#946 May 6, 2016 12:23 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* สื่อ ไทยรัฐ ตอแหลช่วยเผด็จการ คสช. (พูดความจริงครึ่งเดียว)


http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_6.html

วันศุกร์, พฤษภาคม 06, 2559

บิดเบือน? : ทูตบอกอย่าง ไทยรัฐบอกอีกอย่าง... ทูต สวีเดน บอกห่วงทหารไปยุ่งบังคับใช้กฎหมาย ไทยรัฐ บอกทูตสนับสนุนใช้กฎหมายเข้มงวด

Pravit Rojanaphruk
@PravitR
ทูต #สวีเดน บอกห่วงทหารไปยุ่งบังคับใช้กฎหมาย #ไทยรัฐ บอกทูตสนับสนุนใช้กฎหมายเข้มงวด >บิดเบือน? #ป #สื่อ ht Pipob U.

ChrG78BUYAElUgD.jpg

แต่ข้อความในกรอบแดง FB ของสวีเดน บอก..

“ย้ำเตือนถึงข้อกังวลที่คณะทูตานุทูตของสหภาพยุโรปได้เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 7 เมษายนเกี่ยวกับประเทศไทย ท่านทูตเน้นโดยเฉพาะความสำคัญของเสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งนี้เพื่อให้สังคมได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสำคัญไม่เฉพาะกับบริบทการลงประชามติที่กำลังจะมีขึ้น
หากยังรวมถึงการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ท่านทูตยังเน้นถึงความกังวลเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 และเน้นถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม”

..........

http://www.thairath.co.th/content/615490

'บิ๊กป้อม' เปิดกลาโหมรับ 'ทูตสวีเดน' เข้าเยี่ยมคำนับ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ค. 2559 18:15

EyWwB5WU57MYnKOuiAT98Dx3Suh8MuvbvHDtTVQWdsjfstMHIFqaSX.jpg

ทูตสวีเดนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคำนับ รมว.กห. พร้อมสนับสนุนให้ไทยใช้ ก.ม.เข้มงวด เพื่อความมั่นคงของประเทศ อันนำมาซึ่งสังคมที่ปรองดอง และขอขอบคุณคนไทยที่ช่วยดูแลชาวสวีเดนครั้งที่ นทท.ถูกเหตุการณ์สึนามิคร่าชีวิต...

.....ออท.สวีเดน ได้กล่าวสนับสนุนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด อันจะนำมาซึ่งสังคมที่ปรองดองและความมั่นคงของประเทศต่อไป ขณะเดียวกัน สวีเดนพร้อมขยายความร่วมมือทางการค้าการลงทุนกับไทยและจะส่งคณะทำงานมาไทย เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และให้ความร่วมมือกับไทย ทั้งด้านธุรกิจ นวัตกรรม การเป็น Smart City และอื่นๆ ต่อไป.

Last edited by linc49 (May 6, 2016 1:49 PM)

Offline

#947 May 6, 2016 1:37 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* โฆษก ก.กะลาโหม โกหกหน้าตาย.. ยุค คสช. ทหารโจร นี่มันหน้าด้านพูดความจริงครึ่งเดียว โดยตัดประโยคที่ต่อถูกว่าออก
เผด็จการเนี่ยนะจะให้ประชาธิปไตย...พ่องงงตาย


http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_24.html

วันศุกร์, พฤษภาคม 06, 2559

เส้นทางประชาธิปไตยไทย ตอน โฆษก ก.กลาโหม โกหกหน้าตาย...

13165919_618568691643050_5386726947604774888_n.jpg

ที่มา FB

11083832_447984252034829_7726463245449857325_n.jpg?oh=41a7d9fc14ea6db57d661ec95b4404d8&oe=57AAC907
James Walsky Magazine

เส้นทางประชาธิปไตยไทย

ตอน โฆษก ก.กลาโหม โกหกหน้าตาย....แถมแจกคำโกหก(บังคับ)ให้สื่อเขียนอีก

ถูกจับได้ว่า โกหกหน้าตาย (พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.) แล้วแถมยังแจกคำโกหกให้สื่อช่วยกระจายข่าวออกข่าว ที่เนื้อหาไปคนละเรื่องกับที่สถานฑูตสวีเดนแถลง ทั้งๆที่เป็นงานเดียวกัน...

ที่ก.กลาโหม นาย Staffan Herrstrom ออท.ราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย เข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กห. และ พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกห.

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. กล่าวว่า

"ออท.สวีเดน ได้กล่าวสนับสนุนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด อันจะทำมาซึ่งสังคมที่ปรองดองและความมั่นคงของประเทศต่อไป"

เพจ วาสนา นาน่วม (https://www.facebook.com/WassanaJournal … 1078293349)
......................................................


13177314_618568841643035_4789631717965159065_n.png

สื่อไทยบอกว่า “ออท.สวีเดน ได้กล่าวสนับสนุนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด อันจะนำมาซึ่งสังคมที่ปรองดองและความมั่นคงของประเทศต่อไป” (http://www.thairath.co.th/content/615490)
........................................................

แต่ Facebook สถานทูตสวีเดนกลับบอกว่า ท่านทูต Herrström

“ย้ำเตือนถึงข้อกังวลที่คณะทูตานุทูตของสหภาพยุโรปได้เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 7 เมษายนเกี่ยวกับประเทศไทย ท่านทูตเน้นโดยเฉพาะความสำคัญของเสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งนี้เพื่อให้สังคมได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสำคัญไม่เฉพาะกับบริบทการลงประชามติที่กำลังจะมีขึ้น
หากยังรวมถึงการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ท่านทูตยังเน้นถึงความกังวลเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 และเน้นถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม”

ข้อมุลจาก เพจ pipob Udomittipong

13124682_618568571643062_4948563592081870795_n-2.png

...................

Tf1cdfWv_bigger.jpgPravit Rojanaphruk
@PravitR
ทูต #สวีเดน บอกห่วงทหารไปยุ่งบังคับใช้กฎหมาย #ไทยรัฐ บอกทูตสนับสนุนใช้กฎหมายเข้มงวด >บิดเบือน? #ป #สื่อ ht Pipob U.
ChrG78BUYAElUgD.jpg

แปลข้อความในกรอบสีแดงของภาพ

“ย้ำเตือนถึงข้อกังวลที่คณะทูตานุทูตของสหภาพยุโรปได้เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 7 เมษายนเกี่ยวกับประเทศไทย ท่านทูตเน้นโดยเฉพาะความสำคัญของเสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งนี้เพื่อให้สังคมได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสำคัญไม่เฉพาะกับบริบทการลงประชามติที่กำลังจะมีขึ้น
หากยังรวมถึงการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ท่านทูตยังเน้นถึงความกังวลเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 และเน้นถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม”

Offline

#948 May 6, 2016 2:06 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

"ยูเอ็น"สนง.ใหญ่ ยกระดับปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนไทยเป็นกรณีพิเศษ
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 5 พ.ค. 2016
ดร.อณุสรณ์ อุณโณ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิมนุษยช­น และคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia ภายหลังเข้ายื่นหนังสือถึง ตัวแทนสำนักข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห­่งองค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ตรวจสอบ กดดันการ ใช้อำนาจอย่างไร้ขอบเขตในการละเมิดสิทธิมน­ุษยชนของรัฐบาล คสช. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของยู­เอ็นในประเทศไทย ประสานให้มีการพูดคุยเรื่องนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่เครือข่ายนักวิชาการเพื่­อสิทธิมนุษยชนได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อให้ต­รวจสอบ และกดดันต่อรัฐบาล คสช. เพราะการละเมิดสิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น รุนแรงมากขึ้นก่อนที่จะมีการทำประชามติร่า­งรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ข้อสรุปที่ ยูเอ็น จะรับไปดำเนินการ 3 แนวทางดังนี้ 1.เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น จากสำนักงานใหญ่ที่ นครเจนีวา จะลงมาดูแลปัญหานี้ด้วยตัวเอง 2.ยูเอ็น จะยระดับการพูดคุยกับรัฐบาล คสช.ในระดับสูงมากขึ้น ไม่เฉพาะกับทางกระทรวงการต่างประเทศเพียงอ­ย่างเดียว 3.จะเป็นตัวกลางที่จะเปิดพื้นที่พูดคุยระห­ว่างกลุ่มนักวิชาการ เครือข่ายสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ กับ รัฐบาล คสช.ให้มากขึ้น และในทุกเวทีการประชุมระดับนานาชาติ ยูเอ็น จะกดดันปัญหานี้กับรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อ­งต่อไป

Offline

#949 May 6, 2016 2:19 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_37.html

วันอังคาร, พฤษภาคม 03, 2559

"บิ๊กตู่"ลั่นฉลาดพอ เมิน“สนธิ ลิ้ม”วิจารณ์“ โครงการประชารัฐ” มั่นใจถูกทาง ไม่เอื้อกลุ่มนายทุนฮุบ - ฟังคำต่อคำ : “สนธิ” ชี้ รธน.ยังอยู่ใต้ทุน ห่วงประชารัฐส่งผูกขาดสู่รุ่นลูก (มีคลิป)

"บิ๊กตู่"ลั่นฉลาดพอ เมิน“สนธิ ลิ้ม”วิจารณ์“โครงการประชารัฐ” มั่นใจถูกทาง ไม่เอื้อกลุ่มนายทุนฮุบ

matichon tv

Published on May 3, 2016

"บิ๊กตู่"ลั่นฉลาดพอ เมิน“สนธิ ลิ้ม”วิจารณ์“โครงการประชารัฐ” มั่นใจถูกทาง ไม่เอื้อกลุ่มนายทุนฮุบ ติดตามรายละเอียด มติชนทีวีออนไลน์ 3 พ.ค.2559 http://www.matichon.co.th/news/125233
Official Matichon TV

ooo

"ข้อควรคิด ถ้าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไป"

ASTVManager VDO

Published on May 2, 2016

"ข้อควรคิด ถ้าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไป" กับ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ในเรื่อง สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา เเละการเมือง
ถ่ายทอดสดจาก มหาวิทยาลัยรังสิต "ทศวรรษที่ 4 ของมหาวิทยาลัยรังสิตกับการปฏิรูปการเรียน­การสอน"

.....


อ่าน คำต่อคำ “สนธิ” ได้ที่

คำต่อคำ : “สนธิ” ชี้ รธน.ยังอยู่ใต้ทุน ห่วงประชารัฐส่งผูกขาดสู่รุ่นลูก แนะเพิ่มประชาธิปไตยทาง ศก.

http://manager.co.th/Politics/ViewNews. … 0000044656


..........


"ประชารัฐ"เท่ากับ"ธนรัฐ" ทุนสามานย์.รูปแบบใหม่
photo.jpgjom voice


เผยแพร่เมื่อ 4 พ.ค. 2016
ดร.เดชรัต สุขกำเนิด หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร และทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia เกี่ยวกับโครงการ ประชารัฐ และการจดทะเบียนตั้ง บริษัท ประชารัฐ-รักสามัคคี-ประเทศไทย จำกัดเพื่อเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ที่ยั่งยืนให้กับประชาชนระดับรากหญ้าของรั­ฐบาล คสช.ว่า น่ากังวลว่าจะเป็นการผูกขาดโดยรัฐกับกลุ่ม­บริษัทยักษ์ใหญ่ หรือไม่ เพราะจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบหากรัฐเ­ป็นคนลงไปเล่นเอง อีกทั้งจะเกิดความไม่เป็นธรรมกับบริษัทอื่­น หรือกลุ่มทุนอื่นที่อยากจะเข้าร่วมด้วย จริง ๆ แล้วรัฐควรจะส่งเสริมกระจายโอกาสให้กับชุม­ชนเป็นพระเอก ไม่ใช่รัฐกับทุนผูกขาดบางบริษัทเป็นพระเอก­เสียเอง และหากพิจารณาแนวคิดนี้ที่อยู่ในร่างรัฐธร­รมนูญ ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงว่าอนาคตก็จะกลายเป็นทุน­ผูกขาดที่ร่วมกับรัฐบาลเผด็จการซึ่งอันตรา­ยและน่ากลัวกว่าทุนสามานย์ของฝ่ายการเมือง รัฐบาลควรจะส่งเสริมภาคการเกษตรแม้จะไม่ใช­่โครงการประชานิยม แต่ควรจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงยั่งยืน เพราะเป็นแรงงานส่วนใหญ่ของสังคมไทย อย่าเอาอคติเพราะเกลียดนักการเมืองมาลงที่­เกษตรกร

Offline

#950 May 7, 2016 11:05 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* หลักฐาน มันชัดเจน เขาคุยกันในกล่องข้อความส่วนตัว ไม่ได้ปรากฏในที่สาธาระณะ ตำรวจนั่นแหละละเมิดสิทธิผู้อื่น เข้าไปขโมย.. แล้ว "จ้า" แค่นี้..ผิด มาตรา 112 ด้วยเหรอ..เอาดูว่าเขาโกหกยังไง ตามนี้

Prachatai

คำตอบจาก ปอท. ‘พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม’ กรณีจับแม่จ่านิว เข้าถึงหลักฐานการกระทำความผิดอย่างไร?

Sat, 2016-05-07 16:19

ประชาไท สัมภาษณ์ พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ผู้แถลงข่าวกรณี ปอท. แจ้งความดำเนินคดี พัฒน์นรี หรือ หนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ในความผิดตามมาตรา 112 "เจ้าหน้าที่เข้าถึงหลักฐานการกระทำผิดได้อย่างไร?"

26830844706_b8b960cf04.jpg
การแถลงข่าวจับกุมแม่จ่านิว พ.ต.อ.โอฬาร คนที่สามจากซ้าย


ประชาไท: ตำรวจแถลงยืนยันว่า มีการสนทนาตอบโต้กันมากกว่า “จ้า” การสนทนาดังกล่าวเกิดขึ้นในกล่องข้อความส่วนตัว ไม่ใช่การโพสต์สาธารณะใช่หรือไม่ ตำรวจเข้าถึงได้อย่างไร
พ.ต.อ.โอฬาร: เป็นรายละเอียดของการสอบสวนคงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ดังที่แถลงในภาพรวมไปแล้ว ขอให้เข้าใจนิดหนึ่งว่า กระบวนการการสอบสวนกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นความลับ ผมคงแถลงในรายละเอียดไม่ได้

ปอท.เป็นผู้เข้าถึงเอง หรือทหารเป็นผู้เข้าถึงแล้วนำมาส่งมอบให้
เป็นข้อมูลที่มาจากหลายส่วน และเป็นข้อมลที่ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย เราต้องมีการนำเสนอศาลอยู่แล้ว

ข้อมูลบทสนทนานำมาจากฝั่งนายบุรินทร์ใช่หรือไม่
ในรายละเอียดผมตอบไม่ได้ เพราะเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี ขอให้เข้าใจเรานิดหนึ่ง เราจำเป็นต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ด้วยเหตุที่แม่จ่านิวหรือผมเองหรือเจ้าพนักงานไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองอะไรกัน เป็นการพบการกระทำผิดที่เราจำเป็นต้องดำเนินการ

ตอนนี้มีกระแสว่าทางการไทยติดต่อไปยังสำนักงานของเฟซบุ๊กเพื่อขอข้อมูลผู้ใช้หรือขอให้บล็อคเนื้อหา และเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือกับทางการไทย เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไร รายละเอียดเป็นอย่างไร
อันนี้ผมไม่ได้รับผิดชอบ คงตอบคำถามไม่ได้ น่าจะเป็นไอซีทีมากกว่า ขอให้เข้าใจนิดหนึ่งว่า การดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน การได้พยานหลักฐานมาจำเป็นที่จะต้องถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย การรวบรวมพยานหลักฐานมีกฎหมายหลายบท กฎหมายมาตรา 112 เป็นกฎหมายอาญา วิธีปฏิบัติเราก็ปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็เป็นแค่กฎหมายฉบับหนึ่งเท่านั้น การดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเราสามารถดำเนินการได้เท่าที่กฎหมายให้อำนาจก็คือ กฎหมายใดเกี่ยวข้องให้อำนาจไว้ก็ดำเนินการตามนั้น ไม่จำเป็นว่าเรื่องที่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์แล้วจะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มันก็ไม่ใช่ ถ้ามันไม่ใช่ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เราก็ใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการรวบรวมพยานหลักฐาน เท่าที่สามารถทำได้ อย่าไปสับสนว่า การดำเนินการต้องอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น วิธีการสืบสวนสอบสวนของเจ้าพนักงานมีหลายรูปแบบ แต่ทุกรูปแบบชอบด้วยกฎหมายทั้งนั้น มีกฎหมายรองรับ

ขอความรู้ทางกฎหมายว่า การสนทนาในกล่องข้อความส่วนตัว ถือว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 ได้หรือในเมื่อไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ ไม่ได้กระทำต่อบุคคลที่สาม
คืออย่างนี้ คุณไม่สามารถยืนยันเหตุการณ์ตรงนั้นได้ คุยกันกี่คน คุยสองคน หรือคุยเป็นกลุ่ม มันอยู่ที่พยานหลักฐาน วิธีการในขณะนั้นของแต่ละคน ผมก็คงระบุอะไรชัดเจนไม่ได้ เพราะเนื้อหาหรือพฤกติการณ์ของการดำเนินการมันไม่ใช่การบวกเลข วิธีการมันหลากหลาย ความผิดตาม ป.อาญามีหลากหลายรูปแบบหลายวิธีการ ซึ่งเราแถลงออกมาไม่ได้

ตำรวจมีมาตรการหรือเครื่องมืออะไรหรือไม่ ที่จะช่วยตรวจสอบและจัดการการกระทำผิดตามกฎหมายในโซเชียลมีเดียได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมหาศาล
คุณเข้าใจนิดหนึ่งว่าประเทศเรา ถึงแม้ตอนนี้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นประเทศเผด็จการหรืออะไรก็แล้วแต่จะป้ายสีกันไป แต่คุณสังเกตดูได้เลยว่า เราไม่มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารเลย เราไม่มีการห้ามการสนทนา ไม่มีการดักฟังโทรศัพท์ ไม่มีการเปิดจดหมาย ไม่มีการเซ็นเซอร์ข่าว ไม่มีการระงับอะไร ทุกอย่างเป็นไปโดยมีเสรีภาพ เพียงแต่ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายเราก็ดำเนินการ ดังนั้น การพูดคุยกันไม่ว่าในสื่ออะไรก็แล้วแต่ถ้ามันไม่ผิดกฎหมายมันก็ไม่ผิด หรือถ้ามีความผิดตามกฎหมายแต่เจ้าพนักงานไม่รู้ก็ไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้ ข้อระวังก็อย่างที่คุณว่ามีการใช้กันในไทยก็หลายสิบล้านคน การไปนั่งตรวจทุกคนเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเรามีข้อมูลการกระทำความผิดเราก็ดำเนินการตรวจสอบ พบพยานหลักฐานเราก็ดำเนินคดี

ในช่วงปี 2559 คดีมาตรา 112 ที่เกิดขึ้นในอินเทอร์เน็ตมีจำนวนกี่คดี และปอท.ทำทั้งหมดหรือไม่
สถิติ ผมคงตอบไม่ได้ ไม่ใช่หน่วยงานที่ทำหน่วยงานเดียวในเรื่องนี้ ประชาไทเองก็ดี ทุกวันนี้ก็ยังเปิดได้ มีการพูดคุยสื่อสารโดยปกติ เว้นแต่อย่าทำผิด ถ้าทำผิดก็ดำเนินคดี สถิติคงตอบไม่ได้ แต่เท่าที่ดำเนินการมา ผมคิดว่าประชาชนเข้าใจว่าอะไรเป็นความผิดและไม่เป็นความผิด ผมคิดว่ามันลดลง คุณลองคิดง่ายๆ ถ้าเป็นคุณบ้าง คุณถูกด่าอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่สามารถออกมาตอบโต้ได้เลย คุณจะคิดยังไง แล้วเรื่องกฎหมาย 112 เป็นเรื่องการกระทำผิดตาม ป.อาญา ไม่ใช่เรื่องทางการเมืองเลย เพียงแต่มีคนบางกลุ่มหยิบยกเอาเรื่องการกระทำความผิดตาม ป.อาญาโดยจงใจ โดยเจตนาจะกระทำผิดตามมาตรา 112 เพื่อให้เกิดกระแสในสังคมทั้งในไทยและในต่างประเทศ แต่ยกเอาเหตุที่ไม่สมเหตุสมผลมาพูดกันเสียจนกลายเป็นเรื่อง ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องการเมือง สังเกตดูไม่มีนักการเมืองถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 เลย ถ้าไม่ได้ไปกระทำผิดตามมาตรา 112 ฉะนั้น มาตรา 112 ถูกหยิบยกมา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลต้องการจะไปกวาดไปล้าง ไม่ใช่ แต่หยิบยกมาเองโดยกลุ่มคนที่ต้องการจะเอาเรื่องนี้เข้าสู่เหตุการณ์ต่างประเทศ ไปแอบ ไปอ้างอิงต่างประเทศเท่านั้นเอง หาเรื่องใช้ลี้ภัย สนับสนุนเรื่องนี้เรื่องนั้น

..........

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_43.html

วันเสาร์, พฤษภาคม 07, 2559

เห็นต่างกูจับหมด เข้าใจนะ... เผื่อใครยังไม่เห็น "หลักฐาน" ที่ว่าแม่จ่านิว "หมิ่น" มีเท่านี้แหละ "จ้า"

Ch3Bbg4WUAAuZnV.jpg


เผื่อใครยังไม่เห็นนะ นี่ครับ "หลักฐาน" ที่ว่าแม่จ่านิว "หมิ่น" มีเท่านี้แหละ "จ้า"

ทีตำรวจพยายามโมเมในการแถลงวันนี้ว่ามีอย่างอื่นมากกว่า "จ้า" - ไม่จริงหรอก วันที่ "ตั้งข้อหา-เอาเข้าคุก-ห้ามประกัน" ก็อ้างเหตุผลแค่นี้เองเรื่อง "จ้า" (ดังที่ทุกคนคงเห็นคำบรรยายแจ้งจับของตำรวจเองแล้ว) ถ้ามีเรื่องร้ายแรงอื่นเขาอ้างไปแล้ว ที่ไปยึดคอมพ์อะไรเพิ่มเติมนี่คงพยายามจะหาเรื่องหาอะไรมาเป็น "หลักฐานอื่น" ให้ได้นั่นแหละ เพราะเท่าทีมีก็แค่นี้

เอามาจากกระทู้คุณ พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ อันนี้ https://goo.gl/941Ma1

12063386_889937894392824_5154552084527806469_n.jpg?oh=f2a058331d1ffa563f4a84481d544061&oe=57B17369 Somsak Jeamteerasakul

.........

http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1462627788

"จ่านิว" นำร้องเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" จุดเทียนหน้ากองบังคับการปราบปราม

updated: 07 พ.ค. 2559 เวลา 20:29:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว พร้อมนายรังสิมันต์ โรม หรือโรม แกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง และประชาชนกว่า 50 คน เข้าเยี่ยม น.ส.พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ แม่ของนายสิรวิชญ์ ผู้ต้องหาตามป.อาญา มาตรา 112 และพ.ร.บคอมพิวเตอร์ โดยร.ต.อ.วีระศักดิ์ คร้ามสมอ รองสว.กก.4บก.ป.ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร รปภ.บก.ป. อนุญาตให้ทยอยเข้าเยี่ยมได้ครั้งละ 4-5 คน รอบละ 10 นาที

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจแม่ผู้ประสบความอยุติธรรม ขณะนี้ยังมีเพื่อนอีก 9 คนที่จำคุกในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ คิดว่าสิ่งที่ทำในวันนี้เป็นการยืนหยัดบนหลักการและความถูกต้อง

14626277881462627837l.jpg

"วันนี้กระบวนการใช้กฎหมายนั้น มีการตีความเกินเลยและไร้ความยุติธรรม ตนเคยเรียนวิชากฎหมายเบื้องต้น ที่ต้องยึดหลักว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีการพิพากษาว่ามี ความผิด ทุกวันนี้หลักการนี้มันมลายสิ้นไป คสช.พยายามสกัดผม วันนี้สกัดครอบครัวผม ทั้งยังฟ้องแม่ผมอีก ทั้งที่ท่านไม่ค่อยได้พูดคุยเรื่องการเมือง ในชีวิตท่านเต็มไปด้วยการต่อสู้ มาวันนี้ต้องสู้กับความอยุติธรรม

คนที่ไม่ยอมตื่น ถ้าท่านยังไม่ตื่นในสังคมอยุติธรรมที่กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายศัตรู ทางการเมือง ซึ่งการทำของ คสช. เหมือนใช้แม่เป็นตัวประกัน วันก่อนครอบครัวอื่น วันนี้ครอบครัวผม ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นครอบครัวท่านหรือเปล่า"

14626277881462627849l.jpg

นายสิรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ถึงเวลาที่เราต้องปลุกให้คนจำนวนมากเห็นความอยุติธรรม ความล้มเหลว กับภาวะการเมืองปัจจุบัน ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมจุดเทียนและให้กำลังใจ ขอส่งกำลังใจไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพซึ่งมีนักโทษการเมือง โดยเช้าวันที่ 8 พค. จะเดินทางมาพบแม่ที่ บก.ป. เวลา 08.00 น. ก่อนเดินทางไปศาลทหาร

จากนั้นเวลา 18.44 น. มีการจุดเทียน โดยจ่านิวนำร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่บอกให้เลิกกิจกรรมเพราะเลยเวลา 30 นาทีที่ตกลงกันไว้ ก่อนกิจกรรมจบลงทุกคนร่วมร้องเพลงเพื่อมวลชนอีกครั้ง ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับ

14626277881462627862l.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00-18.00 น วันที่ 8 พค.ที่ลาน 6 ตุลา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีการจัดกิจกรรม "ล้อ ғʀᴇᴇ ᴅᴀʏ sᴀʏ ғʀᴇᴇᴅᴏᴍ" มีกิจกรรมประกอบด้วย นิทรรศการ ขำขัน ไม่ควรติดคุก, นิทรรศการ บอกเล่าเรื่องราว 10 คนที่ถูกจำคุก กิจกรรมบนเวทีอาทิ ดนตรี และการเสวนาของตัวแทนญาติของคนที่ติดคุก

.............

ผู้ชุมนุมร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธาหน้ากองปราบ 7 พ.ค. 59
photo.jpgprachatai

Last edited by linc49 (May 7, 2016 11:12 AM)

Offline

#951 May 7, 2016 11:41 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/3.html

วันศุกร์, พฤษภาคม 06, 2559

เปิดใจ 3 ครอบครัวแอดมินเรารัก พล.อ.ประยุทธ - อดีตนักโทษจัดการระดมทุนมวลชนเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีหมิ่นฯ

2016-04-30-12.09.33.jpg

ที่มา เวป สมาคมเพื่อเพื่อน
4 พฤษภาคม 2559

ผ่านฝันร้ายที่สุดของ 8 ครอบครัวไป 1 สัปดาห์แล้ว ฝันร้ายที่ไม่มีใครเคยนึกถึงมาก่อน ปฏิบัติที่รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดของเช้าวันที่ 27 เม.ย. 2559 ราวกับเหยี่ยวตะคุบเหยื่อยังคงเป็นที่โจษขานจนถึงทุกวันนี้

ครอบครัวสายบุตรเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยอาศัยอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ โดยที่มารดาขายข้าวแกงอยู่ในโรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ มีรายได้วันละหลายพันบาท แม้จะมีรายได้ค่อนข้างดี แต่ในช่วงปิดเทอมกลับไม่มีรายได้ อาชีพนี้จึงดูเหมือนไม่ค่อยมั่นคงสำหรับครอบครัวนี้

เมื่อแม่มีอายุมากขึ้น กอปรลูกสาวคนโตมีอาการป่วย แม่และพี่สาวจึงจำต้องย้ายกลับไปอยู่ จ.สุรินทร์ ขณะที่ศุภชัย (ตั๋ม) เลือกที่จะทำงานอยู่ในกรุงเทพ ส่วนพ่อทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยจึงอยู่ด้วยกันกับตั๋ม

ตั๋มชอบค้าขาย ในวัยเด็กมักจะขอให้แม่ปิ้งขนมปังในตอนเช้าเพื่อเอาไปขายให้กับเพื่อนที่โรงเรียนเป็นค่าขนม แม้จะได้เงินไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ผู้เป็นแม่รู้สึกภาคภูมิใจที่ลูกชายช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว

ก่อนหน้านี้ครอบครัวนี้ยากจนมาก แม่ต้องทำงานเป็นคนงานก่อสร้างซึ่งเป็นงานที่หนักและได้เงินน้อย พ่อเคยเป็นทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนามจึงได้สิทธิเข้าไปขายอาหารในโรงเรียน ช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

ครอบครัวสายหยุดเปิดเผยอีกว่า ในวันดังกล่าวทหารจำนวน 20 คน ได้บุกมาที่บ้านพักของตั๋มก่อนเวลา 6.00 น. ก่อนจับกุมตั๋มและยึดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเขา

พ่อซึ่งต้องเข้าเวรตอนกลางคืนกลับเข้าบ้านหลังเวลา 6.00 น. จึงไม่ได้พบกับลูกชาย แต่พบทหารคนหนึ่งซึ่งยืนรออยู่หน้าบ้านพวกเขา โดยแจ้งว่า ตั๋มถูกพาตัวไป มทบ.11 พ่อจึงรีบเดินทางไปเยี่ยมตั๋ม แต่ก็ไม่สามารถเยี่ยมได้

2016-05-02-11.20.03.jpg

ครอบครัวมั่งคั่งสง่าเปิดเผยว่า ครอบครัวพวกเขารักความเป็นธรรม พ่อเป็นอดีตทหารอากาศ แต่ด้วยความเถรตรงจึงมักมีเหตุขัดใจกับผู้เป็นนายจนตัดสินใจที่จะเกษียณก่อนกำหนด

ในปี 2535 อาจเรียกได้ว่า พ่อเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ จำลอง ศรีเมือง เมื่อคราวเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในเดือนพฤษภาคม ที่บ้านมีภาพถ่ายของจำลองติดอยู่เต็มบ้าน แต่เมื่อจำลองเปลี่ยนไป เขาจึงเลือกที่อยู่ข้างที่ถูกต้อง

โยธิน มั่งคั่งสง่า (โย) รักในงานศิลปะ หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีก็เลือกที่จะไปทำงานเป็นช่างบูรณะวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ อินเดีย เป็นเวลานานกว่า 2 ปี

หลังกลับมาประเทศไทย เขายังคงทำอาชีพที่เกี่ยวกับงานศิลปะ เช่น ตุ๊กตาแม่เหล็กติดตู้เย็น หินธิเบต ลงสีจตุคามรามเทพ จนสามารถเปิดร้านในศูนย์การค้าเซียร์ แถวรังสิต มีรายได้สูงสุดวันละนับหมื่นบาท

หลังปี 2552 ความนิยมในวัตถุมงคลลดลง กอปรเศรษฐกิจไม่ดีทำให้โยจำใจต้องปิดร้าน และหันกลับมาต่อโมเดลกันดั้มขายทางอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ด้วยความที่มีจิตอาสาจึงช่วยงานมูลนิธิกระจกเงาทำหน้าที่โพสท์ประกาศคนหายในอินเตอร์เน็ต

2016-05-02-11.20.11-2.jpg

2016-05-02-11.19.51.jpg

ครอบครัวมั่งคั่งสง่าเปิดเผยอีกว่า ในวันดังกล่าวทหารทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ 15 คนมายืนรอที่หน้าบ้านของพวกเขาก่อนเวลา 7.00 น. สุนัข 2 ตัวที่พวกเขาเลี้ยงไว้อยู่ในบ้านเห่าเสียงอยู่นานกว่าปกติจนทุกคนในบ้านต้องตื่นขึ้นมา คนแถวบ้านออกมามุงดูที่บ้านของพวกเขาด้วยความแปลกใจ

ทหารถามหาโย และบุกค้นบ้านของพวกเขาก่อนที่จะยึดคอมพิวเตอร์ไป 3 เครื่อง และโทรศัพท์เคลื่อนที่อีก 4 เครื่องซึ่ง 1 ในนั้นเป็นแทบเล็ต Samsung ของพ่อที่เพิ่งซื้อมาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น

2016-05-02-11.19.28.jpg

2016-05-02-11.19.39.jpg

แม่ซึ่งเป็นอดีตนักโภชนาการของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ชอบการเล่นเกมคอมพิวเตอร์มากจึงรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากที่ถูกยึดคอมพิวเตอร์

ไม่เพียงแค่โยที่ได้รับผลกระทบ แฟนสาวของโยซึ่งอยู่ จ.นครปฐม ยังถูกทหาร 8 คนบุกเข้าค้นห้องพักก่อนเวลา 7.00 น. เช่นเดียวกัน แม้เธอจะไม่ถูกจับกุม แต่ก็ถูกยึดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปหลายเครื่อง สิ่งนี้สร้างความหวาดกลัวให้เธออย่างมากจนต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อน และไม่กล้าที่จะกลับเข้าห้องพักอีก

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นข่าวปรากฎตามสื่อมวลชนต่างๆหลายแห่งจนทำให้เพื่อนร่วมงานเก่าของแม่หลายคนมาเยี่ยมเธอ และปลอบโยนเธออย่างเห็นใจ เนื่องจากพวกเขาจำหน้าของโยได้ เพราะในอดีตแม่มักพาโยไปที่โรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ

แต่สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับครอบครัวมั่งคั่งสง่ามากที่สุดคือ ปัญหาสุขภาพของโย โยมีอาการภูมิแพ้ค่อนข้างรุนแรงซึ่งเป็นกรรมพันธุ์มาจากพ่อของเขา เขาจำเป็นต้องใช้ยา แต่จนถึงปัจจุบันโยก็ยังไม่ได้รับยาแต่อย่างใด

2016-05-02-11.19.58.jpg

ครอบครัวบูรณศิริเปิดเผยว่า แม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับ ธนวรรธ บูรณศิริ (ปอน) จึงไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่ปอนโทรศัพท์มาหาเธอหลังจากถูกจับกุม

ตอนแรกเธอรู้สึกตกใจ แต่ไม่มาก เพราะคิดว่า คงเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซด์ของเขา แต่ตอนหลังมาทราบข่าวจากสื่อว่า ปอนโดนคดี พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ และ ม.116 จึงรู้สึกตกใจมาก

ครอบครัวบูรณศิริเปิดเผยอีกว่า ปอนเคยบวชเณรมาตั้งแต่เด็ก แม้ปอนจะจบการศึกษาไม่สูงนัก แต่ปอนก็สามารถหาเลี้ยงตนเองได้ และยังส่งเสียให้กับเธอเดือนละหลายพันบาท แม่ทราบเพียงว่า ปอนทำงานอยู่ในมูลนิธิกระจกเมื่อต้นเดือนเมษายนนี้เอง

ปัจจุบันแม่ทำงานเป็นพนักงานบรรจุหีบห่อในโรงงานผลิตอะไหล่รถมอเตอร์ไซด์ แถวบางพลี สมุทรปราการ มีรายได้เพียงวันละ 300 บาท หากวันใดที่แม่ต้องมาเยี่ยมปอนวันนั้นก็ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ไม่มีรายได้ในวันนั้น

ooo

อดีตนักโทษจัดการระดมทุนมวลชนเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีหมิ่นฯ

14624314431462431882l.jpg

ที่มา เวป สมาคมเพื่อเพื่อน

โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์
นักข่าวอาวุโส



อยู่อย่างแออัดในเรือนจำที่แสนร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน และเปียกโชกในฤดูฝน, เอกชัย หงส์กังวาน ใช้เวลาเกือบ 3 ปีในเรือนจำจากข้อหาสร้างความเสื่อมเสียให้กับราชวงศ์จนไม่มีโอกาสได้เดินที่สาธารณะ

ครึ่งปีหลังได้รับอิสรภาพ, อดีตนักโทษได้ริเริ่มการระดมทุนจากสาธารณะเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังกว่า 50 คนจากข้อหาหมิ่นฯ (จาบจ้วงราชวงศ์) ในประเทศไทย และประมาณว่ามีนักโทษการเมือง 100 คน แคมเปญระดมทุนนี้เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

“ผมเคยอยู่ในนั้น และรู้สึกเห็นใจพวกเขา ถ้าผมสามารถทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อพวกเขา ผมก็จะทำ บางคนยากจน เมื่อพวกเขาถูกปล่อยตัวก็จำเป็นต้องมีเงินเพื่อยังชีพ” เอกชัยกล่าว

ตอนนี้เอกชัยไม่ได้อยู่ในฐานะนักโทษอีกต่อไปแล้ว แต่อยู่ในฐานะเลขานุการของสมาคมเพื่อเพื่อนที่เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักโทษจากคำพิพากษาที่ยาวนานขึ้นในคดีหมิ่นฯ, ซึ่งหลายคดีเกิดขึ้นก่อนการโอนย้ายคดีไปศาลทหาร

หลายคนถูกคุมขังนานกว่าเอกชัย, เช่น สมยศ พฤกษาเกษมสุข, อดีตบรรณาธิการของนิตยสารเสียงทักษิณ, ผู้ถูกคุมขังมากว่า 5 ปีซึ่งมาถึงครึ่งทางของคำพิพากษา 10 ปีแล้ว

สมาคมเพื่อเพื่อนตั้งใจที่จะเป็นองค์กรระดมทุนที่โปร่งใสและไว้วางใจได้สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ต้องขัง จากคนที่มักแอบอ้างก่อนหน้านี้

“ในอดีตบ่อยครั้งที่มีหลายคนและหลายกลุ่มเรียกร้องเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังเหล่านี้ แต่เงินเหล่านี้ไม่ทั้งหมดที่ถึงมือของผู้ต้องขัง การร้องเรียนเรื่องการทุจริตจึงเกิดขึ้น” เอกชัยกล่าว, ผู้ซึ่งถูกปล่อยตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนหลังจากใช้เวลา 2 ปี 8 เดือนในเรือนจำด้วยข้อหาจาบจ้วงราชวงศ์

สมาคมเพื่อเพื่อนเปิดตัวการระดมทุนเริ่มแรกที่ Indiegogo เมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร จนถึงวันพฤหัสบดียังไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด

สมาคม, ซึ่งมีกรรมการ 10 คน, จะยึดมั่นในฉันทามติด้านความโปร่งใสโดยการโพสท์ข้อมูลการรับบริจาค และแสดงบัญชีการใช้จ่ายบนเว็บไซด์ www.ffathailand.com, Facebook และรวมถึง Twitter

เอกชัยกล่าวถึงการที่ยังไม่มีการบริจาคผ่านทาง PayPal จนถึงตอนบ่ายของวันพุธ

“เราใช้ PayPal เพื่อบริการชาวต่างชาติที่ห่วงใยนักโทษทางการเมืองของไทย”

สมาคมได้ดำเนินการกิจกรรมแรกด้วยการเยี่ยมเยียน 8 นักท่อง Facebook ที่ถูกลักพาตัวและถูกตั้งข้อหาจากการปลุกระดม, ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่ง 2 คนในนี้ถูกอายัดด้วยข้อหาหมิ่นฯ

สมาคมได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังเหล่านี้ในวันศุกร์และวันจันทร์ที่ผ่านมา พวกเขาได้มอบของใช้จำเป็น, ขนม และน้ำหวานให้กับพวกเขา นอกจากนี้พวกเขายังได้พบกับญาติของทั้ง 8 คน และได้มอบเงินค่าเดินทางบางส่วนเพื่อเยี่ยมคนที่พวกเขารัก

เอกชัยกล่าวอีกว่า ในอนาคตอันใกล้นี้, สมาคมได้ตัดสินใจที่จะให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา, สุขภาพ และอื่นๆ

จากประสบการณ์ของเขา, เอกชัยกล่าวว่า การเข้าถึงแพทย์เป็นสิ่งที่ถูกจำกัดสำหรับผู้ต้องขัง

ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ, เอกชัยกล่าวว่า ที่นั่นมีคลินิค แต่ไม่มีแพทย์อยู่เต็มเวลา การพบแพทย์จะพบได้เฉพาะวันที่เขาสามารถเยี่ยมผู้ต้องขัง (หมายถึงวันทำการราชการ) ผู้ต้องขังบางคนต้องรอหลายวันกว่าจะได้พบแพทย์ เขากล่าวว่า สมาคมกำลังมองหาความเป็นไปได้ที่จะขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครแพทย์เพื่อเยี่ยมผู้ต้องขังทางการเมืองเพื่อให้พวกเขาได้รับการบริการทางการแพทย์ที่ดีกว่า

สำหรับการศึกษา, เอกชัยมองไปถึงการจัดหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับผู้ต้องขังทางการเมืองด้วยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ต้องขัง, แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการได้รับการอนุมัติจากกรมราชทัณฑ์

“การอยู่ในเรือนจำเป็นการเสียเวลาเปล่า” เอกชัยวัย 41 ปี กล่าว, โดยอ้างถึงความจำเป็นสำหรับโอกาสทางการศึกษาในเรือนจำ

เขาถูกพิพากษาในปี 2556 จากการจำหน่าย DVD ของสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลียซึ่งรายงานเกี่ยวกับอนาคตของราชวงศ์ไทย และเผยแพร่เอกสาร WikiLeaks ที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ไทย

เอกชัยยืนกรานในความบริสุทธิของเขาโดยตลอดจนถึงศาลฎีกา, ว่าเนื้อหาเหล่านี้เป็นเพียงการวิจารณ์ ไม่ใช่การจาบจ้วงราชวงศ์

จากบ้านของเขาในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ เขตบางกะปิ, อดีตนักโทษผู้มีมโนธรรมได้ตัดสินใจและตั้งเป้าหมายตั้งแต่ถูกปล่อยตัวในเดือนพฤศจิกายนแล้ว, เมื่อเขาเองก็ไม่แน่ใจว่า จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสิ่งใด

จนกระทั่งถึงตอนนี้, สมาคมก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า จะจ่ายเงินเดือนให้เขาได้หรือไม่

และด้วยตราบาปของนักโทษคดีหมิ่นฯที่ถูกมอบให้, ซึ่งทำให้การหางานทำของเขายากขึ้นเป็น 2 เท่า, เอกชัยกล่าวว่า เขารู้ดีถึงบรรยากาศทางการเมืองภายใต้รัฐบาลทหาร

“ผมกำลังเตรียมใจที่จะถูกจับกุมอีกครั้ง ถ้าผู้มีอำนาจรู้สึกโกรธเคือง และยกข้อหาเพื่อจับกุม”

แปลจาก: http://www.khaosodenglish.com/detail.ph … section=11

Offline

#952 May 8, 2016 11:16 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/h … ayuth.html

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 08, 2559

How low can you go, Prayuth? ทุกวันนี้สภาพการณ์ในบ้านเมืองมันเน่าเหม็นทางจริยธรรมสากลไปเกือบหมดแล้ว

13095833_1002589853123968_6387779734927695326_n.jpg

สองวันมานี่ต้อง ‘ของขึ้น’ อย่างบอกไม่ถูก มีเพื่อนของเพื่อนบนเฟชบุ๊คตั้งคำถามสั้นๆ ว่า

“How low can you go, Prayuth? เพื่อนใส่คอมเม้นต์ต่อว่า “six feet under.”

นั่นก็ยังไม่ช่วยให้ ‘ของลด’ เท่าไหร่นัก เพราะทุกวันนี้สภาพการณ์ในบ้านเมืองมันเน่าเหม็นทางจริยธรรมสากลไปเกือบหมดแล้ว

ปิดปากลูกเขาไม่ได้ ก็จับแม่ยัดใส่คุกข้อหาร้ายแรงละเมิดของสูงส่ง ข้ออ้างแค่ ‘จ้า’ คำเดียว

13139254_1002590143123939_2394214284290785831_n.png

อย่างน้อยก็เป็นการ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ดังที่ ‘บิ๊ก’ คสช. อีกคน นายตำหวดหย่ายใกล้ชิดบิ๊กตือ รีบตี

“จึงอยากให้กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือนักการเมืองต่างๆ ได้ดูตัวอย่างของจ่านิวเป็นอุทาหรณ์ ว่าหากทำผิดกฎหมาย (คสช.) ก็ต้องดำเนินคดีทุกกรณี”

(http://prachatai.org/journal/2016/05/65661…)

และที่ของยังไม่ยอมลดก็ตรงที่ พ.ต.อ. โอฬาร สุขเกษม ให้การแก่ทีนิวส์ (ของสนธิญาน หนูแก้ว)

13164391_1002590639790556_2341563618384085432_n.jpg

“การที่จะบอกว่าพิมพ์แค่ จ้า อย่างเดียวแล้วบอกไปติดคุกติดตาราง อันนี้ เป็นการนำเสนอให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงผู้ที่นำเสนออาจจะถูดกดำเนินคดีได้”

นั่นเป็นการเสนอข่าวของสำนักพิมพ์เพื่อผู้นำ แบบฉี่รดกำแพงเผื่อได้แจ้งเกิดเมื่อ...อื่นๆ มาดม ด้วยการสรุปสร้างข่าวเอาเอง ไม่ถึงกับนั่งเทียนแต่ก็เกือบไปว่า

“และที่สำคัญจากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักข่าวทีนิวส์พบอีกว่า ในช่วงบทสนทนาระหว่างแม่จ่านิวกับนายบุรินทร์ซึ่งพบเนื้อหาหมิ่นสถาบันนั้นมีความยาวตั้งแต่ 22.23-22.35 รวมระยะเวลากว่า 12 นาที และตอบแชทกันไปมาถึง 9 ครั้ง เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่า มีการคุยกันแบบต่อเนื่อง และมีเนื้อหาเป็นจำนวนมาก

13133364_1002591693123784_2463681311689420825_n.png

การนำเสนอของมติชนแค่คำว่า ‘จ้า’ นั้นจึงเป็นการเลือกนำเสนอเพียงส่วนเดียวเพื่อชี้นำผู้อ่าน จนอาจเข้าใจผิดในสาระสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด”

ตอนท้ายนี่ดูเหมือนยังฉี่ไม่สุด น่าจะมีมาอีก ถ้ามติชนของขึ้นเหมือนกัน

ล่าสุด เมื่อกี้ Anuthee Dejthevaporn @anuthee แจ้งทางทวิตเตอร์ 49 minutes ago

“ศาลทหารอนุมัติฝากขังแม่ 'จ่านิว' ผัดแรก 12 วัน ทนายเตรียมยื่นประกันตัว ด้าน 'จ่านิว' มองเป็นการจับแม่เป็นตัวประกัน”

Let’s come back to senses.

คุณศิริกาญจน์ ‘จูน’ เจริญศิริ ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนซึ่งช่วยทำคดีให้แก่แม่จ่านิว ยืนยันว่าข้ออ้างของตำรวจและทีนิวส์ว่าคุณหนึ่งโต้ตอบกับนายบุรินทร์โดยหมิ่นสถาบันฯ นั้นไม่จริง

13124945_1002591303123823_4586476635196756072_n.jpg

“ขอยืนยันว่าถ้อยคำซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารได้กล่าวหา...กระทำความผิดนั้น มีลักษณะเป็นการสนทนาเพียงฝ่ายเดียว และเป็นการพูดจาสั้นๆ ไม่กี่ประโยค...ไม่ได้พิมพ์ข้อความแสดงความคิดเห็นใดที่พาดพิงต่อสถาบันกษัตริย์เลย”

ความพยายามทำให้นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ‘เจ็บ’ ด้วยการจับ น.ส. พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของเขาใส่คุก เป็นความ ‘ต่ำ’ กว่าต่ำอย่างที่ แบรด แอดัมส์ แห่งฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์ว่าไว้จริงๆ

พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตอบข้อซักถามประชาไทที่ว่าไม่ใช่ จ้า คำเดียวอย่างทีนิวส์ว่า ด้วยการ ‘โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ’ ไปมา

13139158_1002590013123952_2576892948456648341_n.jpg

“เป็นรายละเอียดทางการสอบสวนคงไม่สามารถให้ข้อมูลได้” “ในรายละเอียดผมตอบไม่ได้ เพราะเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี” “ผมก็คงระบุอะไรชัดเจนไม่ได้ เพราะเนื้อหาหรือพฤติการณ์ของการดำเนินการมันไม่ใช่การบวกเลข” “สถิติ ผมคงตอบไม่ได้ ไม่ใช่หน่วยงานที่ทำหน่วยงานเดียวในเรื่องนี้”

“ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องการเมือง สังเกตดูไม่มีนักการเมืองถูกดำเนินคดีตามมาตรา ๑๑๒ เลย”

(http://prachatai.org/journal/2016/05/65658)

สุดท้ายนี่ของหายขึ้นแระ เพราะมันท้องคัด ท้องแข็ง ตรรกะไรวะ ไม่มีนักการเมืองถูกดำเนินคดี แสดงว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง

มันไปทั่วโลกแล้วว่าเป็นการเมืองแบบเผด็จการ เขาชี้หน้าฮุนต้ากันทั้งนั้น ไม่ว่ารอยเตอร์ นิวยอร์คไทม์ หรือดีดับเบิ้ลยู ของเยอรมนี (http://www.reuters.com/a…/us-thailand-politics-idUSKCN0XX0VF, http://www.nytimes.com/…/ap-as-thailand … -mother-a…, http://www.dw.com/…/thai-authorities-ar … -19241366)

คงต้องอาศัยคำของ Atukkit Sawangsuk อีกน่ะแหละ ถึงจะสละสลวย

“May 5 at 11:08 pm :ทำอะไรลูกไม่ได้เล่นงานแม่

1. ใครต่อต้านประยุทธ์ จะถูกลากเข้า ๑๑๒ เสมอ นี่คือทำเพื่อสถาบัน?

2. ครอบครัวจ่านิว คนจนๆ ที่แม่รับจ้างรายวัน ทำผิดคิดร้ายโกงชาติบ้านเมือง อย่างที่กล่าวหาครอบครัวชินวัตรหรือตระกูลนักการเมือง จนต้องไล่ล่าจองล้างจองผลาญ?

เปล่าเลย จ่านิวก็เป็นแค่ "เด็กดื้อ" เรียกร้องประชาธิปไตยแบบกล้าตื๊อกล้าท้าทาย ไม่กลัวถูกจับ ลองให้จับ

แต่กลับไปกระทบต่อมความหงุดหงิดของผู้มีอำนาจกระทั่งโกรธแค้นเกลียดชัง เห็นเป็นศัตรูร้ายที่ต้องกวาดล้างทั้งโคตร ยิ่งเสียกว่านักการเมือง”

อธึกกิตอีกหน่อย “เปิดเฟซไล่สำรวจปฏิกิริยา ไม่เฉพาะฝ่ายประชาธิปไตย แต่หลายคนที่เป็น ‘คนกลางๆ’ ปกติไม่ได้แสดงออกทางการเมืองนัก รวมไปถึง ‘เหลือง’ ที่ไม่สุดโต่ง ยังมีใจเป็นธรรมอยู่บ้าง

การที่ ‘จ้า’ คำเดียวเอาแม่เข้าคุก สะเทือนความรู้สึกคนมากนะครับ แม้บางคนที่ไม่ได้ชอบจ่านิว ก็ยังรู้สึกว่า เฮ้ย มากไปหรือเปล่า เอาผิดไปถึงแม่ (คนไทยนะ เรื่องแม่ลูกนี่มันสะเทือนใจ)

อาจมีแค่สลิ่มไร้สติ เชื่อทีนิวส์หัวชนฝา ที่ออกมาปกป้อง คสช.”

13177326_1002590463123907_4012036663965498243_n.png

ถ้าจะเอาอย่างสุภาพขึ้นไปอีกนิด ก็ต้องคอมเม้นต์ของ Chaturon/จาตุรนต์ @chaturon (ฉายแสง) :

ถามว่า "ไม่ผิดจริงจะกลัวอะไร". ตอบว่า "ไม่ทำผิดอะไรนั่นแหละถึงได้กลัว เพราะประเทศนี้คนที่ไม่ได้ทำผิดอะไรถูกลงโทษมาเยอะแล้ว"

จึงไปลงตรงที่ สฤณี อาชวานันทกุล @Fringer ปรารภ “อันตรายสำคัญสองประการของการตีความ "ไม่ยับยั้งให้กระทำผิด" = "กระทำผิด" คือ 1) เปิดช่องให้จับคนที่ไม่มีเจตนากระทำผิดได้อย่างง่ายดาย”

“น่าจะถึงเวลาที่ตุลาการและนักกฎหมายอาญาทั้งหลายจะรวมพลังกันแสดงท่าที ออกมาทักท้วงผู้มีอำนาจ คัดค้านการบิดเบือนระบบยุติธรรมจนบิดเบี้ยว” เธอเสนอเข้าที

ส่วนการกระทำตามตรรกะ..แบบตำหวด จะสามารถยับยั้งจ่านิวได้ไหม ต้องไปฟังคำตอบของแม่จ่านิวนั่นเอง

เธอบอกประชาไทก่อนเดินทางไปมอบตัว (เพื่อให้ศาลสั่งกักกันอีกอย่างน้อย ๑๒ วัน หลังจากถูกจองจำมาแล้ว ๒ วันนี่แหละ) เรื่องว่าโดน ๑๑๒ อย่างนี้แล้ว “จะส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมของลูกชายหรือไม่”

พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ ตอบว่า

“คงไม่มีอะไรหยุดนิวเขาได้หรอก ขนาดแม่ยังหยุดเขาไม่ได้ ถ้าเขาจะทำกิจกรรมต่อไป แม่ก็ไม่ห้าม”

13173913_1002592446457042_6823416337643906492_n.png

หมายเหตุไทยอีนิวส์... ศาลทหารให้ประกันตัว 'แม่จ่านิว' หลักทรัพย์ 500,000 บาท แต่มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศและห้ามยั่วยุปลุกปั่น

ooo

ปล่อยตัว น.ส.พัฒน์นรี (หนึ่งนุช) ชาญกิจ "แม่จ่านิว" เรือนจำกลาง คลองเปรม

thinkbox007

Published on May 8, 2016

บรรยากาศ ปล่อยตัว น.ส.พัฒน์นรี (หนึ่งนุช) ชาญกิจ "แม่จ่านิว" เรือนจำกลาง คลองเปรม
Cr. Matichon

Offline

#953 May 8, 2016 11:19 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

The New York Times

ASIA PACIFIC

Thai Activist’s Mother Faces Prison Term for One-Word Facebook Reply

By RICHARD C. PADDOCKMAY 7, 2016

BANGKOK — The mother of a pro-democracy activist faces up to 15 years in prison after acknowledging that she had received a private message on Facebook that the police say insulted Thailand’s monarchy.

The activist’s mother, Patnaree Chankij, 40, who works as a maid, will be tried by a military court under Thailand’s lèse-majesté law, which makes it a crime to insult the long-reigning King Bhumibol Adulyadej, the queen or the crown prince.

On Saturday, human rights activists called Ms. Patnaree’s arrest a day earlier a “new low” for Thailand, which has increased prosecutions under the lèse-majesté law since the military took power in 2014.

Poonsuk Poonsukcharoen, a lawyer advising Ms. Patnaree, said Ms. Patnaree had sent only a one-word reply, “Ja,” acknowledging receipt of the Facebook message, similar to saying “Yeah,” but had not expressed agreement with it or commented on its content. The message was not made public, so as not to repeat the alleged insult, as is typical in such cases. The sender of the message, Burin Intin, 28, was arrested last month.

Col. Olarn Sukkasem, the chief of the police’s Technology Crime Suppression Division, told reporters that the authorities had enough evidence to show that the pair had “carried out things together.” He did not provide specifics, saying the investigation was continuing.

Human Rights Watch said Saturday that the military junta in Thailand had “arbitrarily and aggressively” used the lèse-majesté laws to prosecute people for any speech deemed critical of the monarchy.

Since the coup two years ago, the authorities have brought 57 cases under the law, 44 of them involving online commentary, the rights group said.

Among those who have been investigated under the law are a factory worker accused of insulting the king’s dog; a scholar accused of insulting a king who died centuries ago; and Ambassador Glyn T. Davies of the United States, who, despite his diplomatic immunity, was investigated after he criticized long prison sentences handed out under the law. One man is serving 30 years in prison for posts he distributed on Facebook.

“The Thai junta has sunk to a new low by charging an activist’s mother under the ‘insulting the monarchy’ law, which has been systematically abused to silence critics,” said Brad Adams, the Asia director of Human Rights Watch. “Prosecuting someone for her vague response to a Facebook message is just the junta’s latest outrageous twist of the lèse-majesté law.”

At a news conference on Saturday, Colonel Olarn advised the public to exercise caution when communicating online.

“If you share this offending information, you must take responsibility for your act, as well,” he said. Simply clicking “Like” on Facebook could be considered an offense, he said.

He also had a warning for journalists reporting on Ms. Patnaree’s arrest. “Right now, it is under investigation,” he said. “Therefore, I would like you to be careful in publishing information. Publishing false information can be considered an offense.”

Ms. Patnaree was denied bail because the severity of her potential sentence made her a flight risk, Ms. Poonsuk said. Ms. Patnaree’s son, Sirawith Seritiwat, a leading student activist, is out on bail on charges that he took part in a banned protest.

At a protest outside a Bangkok police station on Saturday evening, Mr. Sirawith told his mother’s supporters and the news media that the police had gone after her to get to him.

“She’s never expressed anything politically,” he said. “She’s never argued or debated with anyone.”

He added: “The junta is using my mother as a hostage. And I can tell you that this is not a manly act. And this is not an act that a government should be doing to its people.”

Ms. Poonsuk, who is not officially representing Ms. Patnaree but accompanied her when she turned herself in, said acknowledging a message with a single word was not evidence that she had insulted the king or conspired with Mr. Burin to commit a crime.

“I haven’t seen any legal interpretation like this,” she said. “Just saying ‘yeah’ doesn’t mean that she should be considered an accomplice.”

Offline

#954 May 8, 2016 11:22 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://freedom.ilaw.or.th/blog/Points-o … sts-mother

basetheme_ilawfreedom_logo.png


"แม่จ่านิว" ถูกแจ้งข้อหาเพียงคำว่า "จ้า" เท่านั้น ถ้ามีพฤติกรรมอื่นจริงเท่ากับตำรวจกำลังทำผิดกฎหมาย

โดย ilaw-freedom เมื่อ 8 พฤษภาคม 2016 17:43

ตำรวจอ้างว่าการกระทำผิดของ "แม่จ่านิว" มีมากกว่าคำว่า "จ้า" แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด ทั้งที่ในบันทึกข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ระบุการกระทำเพียงคำว่า "จ้า" เท่านั้น ถ้าพฤติกรรมอื่นมีจริงแต่ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เท่ากับการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลต้องยกฟ้อง

ขณะที่โลกออนไลน์กำลังตื่นตัวกับการตั้งข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ หรือมาตรา 112 กับพัฒน์นรี หรือ "แม่จ่านิว" จากการตอบแชทเฟซบุ๊กว่า "จ้า" นั้น 8 พฤษภาคม 2559 พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ตำรวจที่เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ก็ออกมาแถลงข่าวตอบโต้กระแสในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งขู่ด้วยว่าหากใครเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจถูกดำเนินคดีต่างหาก

พ.ต.อ.โอฬาร แถลงต่อสื่อมวลชนว่า รายละเอียดแห่งคดีนี้ทางพนักงานสอบสวนแถลงออกไปไม่ได้ เพราะยังเป็นขั้นตอนของการสืบสวน5dB8อบสวน กฎหมายให้ถือเป็นความลับ ที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปว่าผู้ต้องหาไม่ได้ทำอะไรเลย ก็ขอยืนยันว่าไม่ใช่ตามนั้น การบอกว่า "จ้า" อย่างเดียวแล้วจะเป็นความผิดต้องไปติดคุกติดตารางนั้น เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง การยกแต่พฤติการณ์ตรงนั้นมาเปิดเผยต่อสาธารณชนทำให้สาธารณชนสับสนได้ว่า การพูดคำว่า "จ้า" คำเดียวทำไมจึงผิด จริงๆ แล้วไม่ใช่ มันมีพฤติกรรมอื่นประกอบอีก เพียงแต่เรานำเสนอออกไปไม่ได้เท่านั้นเอง

การแถลงข่าวของ พ.ต.อ.โอฬาร มีสองประเด็นหลัก คือ หนึ่ง ผู้ต้องหามีพฤติกรรมอย่างอื่นที่เข้าข่ายเป็นความผิด ไม่ใช่แค่เพียงตอบว่า "จ้า" อย่างเดียว สอง รายละเอียดการกระทำส่วนนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ระหว่างการสอบสวน

[ดูการแถลงข่าวได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=MqRSQw_WQto]

ขณะที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งส่งทนายความเข้าไปช่วยเหลือคดีนี้ ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนหนึ่งจากบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาซึ่งมีใจความว่า บุรินทร์ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ไปก่อนหน้านี้ได้ลงข้อความผ่านเฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างชัดเจนมาให้ผู้ต้องหา โดยระหว่างที่พูดคุยกันบุรินทร์ใช้คำว่า "อย่าว่าผมนะที่คุยแบบนี้" แต่ผู้ต้องหาตอบกลับด้วยคำว่า "จ้า" ย่อมแสดงให้เห็นว่าเห็นด้วยและยอมรับกับการโพสต์ข้อความของบุรินทร์ ดังนั้น พฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กของผู้ต้องหาจึงมีส่วนร่วมกับบุรินทร์ในการโพสต์หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ด้วย ซึ่งหากผู้ต้องหาไม่เห็นด้วยกับการโพสต์ข้อความของบุรินทร์ ก็ย่อมจะห้ามปรามหรือตำหนิ ต่อว่าให้หยุดการกระทำดังกล่าว แต่ตอบรับด้วยคำว่า "จ้า" ซึ่งหมายถึงการยอมรับ

[ดูรายงานเต็มได้ที่ https://tlhr2014.wordpress.com/2016/05/ … t_fb_112/]

ธีรพันธุ์ พันธุ์คีรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่ร่วมกับพัฒน์นรีในระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2559 เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบโดยการเอาเอกสารบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาฉบับนี้มาให้อ่าน โดยไม่ได้อธิบายข้อความใดเพิ่มอีก พนักงานสอบสวนได้นำภาพการสนทนาที่ถ่ายจากกล่องข้อความในเฟซบุ๊กมาให้ดู ซึ่งเป็นภาพที่บุรินทร์ลงลายมือชื่อรับทราบเอาไว้ระหว่างการสอบสวนในชั้นทหาร มีข้อความที่บุรินทร์เป็นคนโพสต์ และมีข้อความที่พัฒน์นรีตอบโต้รวม 3 ครั้ง สองครั้งแรกไม่เข้าข่ายความผิด พนักงานสอบสวนจึงไม่ตั้งข้อหาจากสองข้อความนั้น แต่ตั้งข้อหาจากคำว่า "จ้า" เท่านั้น

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ไอลอว์ ซึ่งไปร่วมสังเกตการณ์การตั้งข้อกล่าวหา ก็ยืนยันลักษณะเดียวกันว่า พนักงานสอบสวนที่ทำหน้าที่ในวันดังกล่าวไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมด้วยวาจา นอกจากให้รับทราบจากการอ่านบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาฉบับดังกล่าวเท่านั้น และนอกจากข้อความส่วนที่เปิดเผยออกมาแล้ว บันทึกข้อกล่าวหาฉบับดังกล่าวก็ไม่มีส่วนไหนที่ระบุเกี่ยวกับการกระทำที่จะเป็นความผิดได้อีก

ดังนั้น ในกระบวนการการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ การกระทำที่เป็นเหตุให้พัฒน์นรีถูกตั้งข้อหาในคดีนี้มีเพียงการกล่าวคำว่า "จ้า" เพียงอย่างเดียว ไม่มีระบุถึงการกระทำอื่นใดของพัฒน์นรีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดอีก โดยมีบทสนทนาระหว่างพัฒน์นรีและบุรินทร์ก่อนหน้านั้นเป็นพฤติการณ์ประกอบ

อย่างไรก็ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 การตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับบุคคลใด ตำรวจมีหน้าที่ต้อง "แจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด" เพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าใจว่าตัวเองถูกตั้งข้อกล่าวหาจากการกระทำใด และเพื่อให้ผู้ต้องหาให้การได้ตรงต่อความเป็นจริงและมีสิทธินำเสนอพยานหลักฐานต่อสู่คดีได้อย่างเต็มที่

ในกรณีนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำเพียงแค่การกล่าวคำว่า "จ้า" เท่านั้น หากพัฒน์นรีจะได้ส่งข้อความอื่นที่ผิดกฎหมาย ตำรวจก็ไม่ได้แจ้งว่าเอามาแจ้งข้อกล่าวหาด้วย เมื่อไม่ได้ผ่านกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและให้ผู้ต้องหามีสิทธิให้การต่อสู้คดี ตำรวจก็ไม่สามารถยกการกระทำหรือการแชทข้อความอื่นๆ มาเป็นเหตุในการดำเนินคดีได้ ดังนั้น หากตำรวจจะยกเอาการกระทำอื่นขึ้นมาดำเนินคดีโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบให้ถูกต้องก็จะเป็นการทำผิดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 และศาลจะต้องยกฟ้องคดีนี้ ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ส่วนนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่ตำรวจทุกคนทราบดีอยู่แล้ว

ดังนั้น ที่พ.ต.อ.โอฬาร แถลงข่าวว่า มีพฤติกรรมอื่นประกอบอีกที่เป็นความผิด ทั้งที่ไม่ได้มีอยู่ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา จึงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของพ.ต.อ.โอฬาร ระหว่างการแถลงข่าวเท่านั้น ถ้าพฤติกรรมดังกล่าวมีอยู่จริงตำรวจคงต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบและบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในเอกสารแล้ว

ส่วนที่พ.ต.อ.โอฬาร กล่าวว่า ไม่อาจเปิดเผยพฤติกรรมที่เป็นความผิดในคดีนี้ได้เพราะคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนนั้น ที่จริงแล้วทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีมาตราใดที่ห้ามพนักงานสอบสวนเปิดเผยการกระทำที่เป็นเหตุให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา เพียงแต่ในทางปฏิบัติ คดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนก็ไม่ควรนำรายละเอียดมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันการแทรกแซงหรือทำลายพยานหลักฐาน

แต่ในกรณีที่สาธารณชนเกิดความสงสัยต่อการบังคับใช้กฎหมายและการอำนวยความยุติธรรมของตำรวจ หากมีข้อเท็จจริงที่จะช่วยให้สาธารณชนคลายความกังวลใจได้ เจ้าหน้าที่ก็สามารถเลือกนำข้อมูลบางส่วนที่ไม่กระทบต่อการแสวงหาพยานหลักฐานมาชี้แจงได้

โดยสรุปแล้ว การที่เจ้าหน้าที่ออกมากล่าวอ้างต่อสาธารณะว่ามีพฤติกรรมที่เป็นความผิด แต่ไม่แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบ และไม่กล้าเปิดเผยให้สาธารณชนหายสงสัยว่าพฤติกรรมนั้นคืออะไร ในทางคดีเจ้าหน้าที่อาจกำลังดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนในทางสาธารณะเจ้าหน้าที่อาจกำลังทำให้ตัวเองสูญเสียความชอบธรรม

Last edited by linc49 (May 8, 2016 11:23 AM)

Offline

#955 May 8, 2016 12:04 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* โคสกs ตอแหล จาก แก๊ง คสช. ไม่มีราคา


http://www.matichon.co.th/news/127983

logo.png

09.00 INDEX: เมื่อ”โฆษก” เปิดศึกกับ “นักวิชาการ”ยุทธการแหย่รังแตน ล่อเสือจาก”ถ้ำ”

13148470_1100556246632101_890374654_o-1.jpg

วันที่: 7 พ.ค. 59 เวลา: 08:37 น

การปรากฏตัวของ “เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง”เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม

มี “ผลสะเทือน”    ไม่อย่างนั้น 2 พล.ต.จาก”ทำเนียบรัฐบาล” กับ 1 พ.อ.จาก”คสช.” คงไม่ตั้งแถวหน้าดานเรียง 1 ออกมาประสานเสียง “โต้”

ยิ่งกว่านั้น นายดอน ปรมัตถ์วินัย เจ้ากระทรวงการต่างประเทศก็มิอาจนิ่งเฉย  จำเป็นต้อง “ชี้แจง”

แม้ “น้ำเสียง” อันมาจากทำเนียบรัฐบาล อันมาจากกระทรวง การต่างประเทศ อันมาจากคสช.จะสอดรับกัน “ไม่ห่วง ไม่กังวล”

แต่การที่ 3 หน่วยงานสำคัญทั้งของ “คสช.” และ “รัฐบาล”เปิดปฏิบัติการในลักษณะ “สนธิ” กำลังเช่นนี้

สะท้อนว่า”ห่วง” สะท้อนว่า”กังวล”

ถามว่า “ปัจจัย” อะไร ทำให้เกิดความกังวลเป็นอย่างสูงมาจากทำ เนียบรัฐบาล มาจากคสช.

คำตอบ 1 เพราะเป็น “นักวิชาการ”

ทั้งยังมีได้เป็นนักวิชาการกระจอกๆ ประเภท”ไร้นาม”ในแบบจอมยุทธ์เร่ร่อน พเนจร

ตรงกันข้าม มากด้วย”เกียรติภูมิ”

ดร.อนุสรณ์ อุณโณ ก็เป็นถึงคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ก็มาจาก”เคมบริดจ์”

ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย ก็เพิ่งเสนอบทความวิพากษ์”ขุนนาง นักวิชาการ”ในวาระ 100 ปี ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์

ยัง ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ก็เจนจบตั้งแต่ก่อน 14 ตุลาคม

ยิ่งกว่านั้น คำตอบ 1 อันล่อแหลมและแหลมคม ละเอียดอ่อน อย่างยิ่งในทางการเมือง

นั่นก็คือ เป็นการยื่นหนังสือถึง “UNOHCHR”

นั่นก็คือ สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสประชาชาติ อันเป็น”เจ้าเก่า”

เจ้าเก่าพอๆกับ “แอมเนสตี้”
เหมือนกับการออกมา  “ตอบโต้” จากทำเนียบรัฐบาล จากคสช.จะเป็นการทะลวงไปยัง “จุดอ่อน”

จุดอ่อนในเรื่อง “ข้อเท็จจริง”

กระนั้น ก็ต้องยอมรับในอหังการ มมังการ อันละเอียดอ่อนยิ่งของ “นักวิชาการ”

เรื่อง “ข้อเท็จจริง” เป็นเรื่องที่ “ยอมไม่ได้”

เมื่อเล่นกันในเรื่อง “ข้อมูล” เล่นกันในเรื่อง”ข้อเท็จจริง”เหล่านักวิชาการชอบอย่างยิ่ง

ชอบ”วิวาทะ”ในเชิง”วาทกรรม”

Last edited by linc49 (May 8, 2016 12:07 PM)

Offline

#956 May 19, 2016 10:27 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,298

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

หายไปไหนครับท่าน linc49  คิดถึงมากๆ ไม่สบายหรือเปล่า

Online

#957 May 19, 2016 12:44 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

usa.th wrote:

หายไปไหนครับท่าน linc49  คิดถึงมากๆ ไม่สบายหรือเปล่า

ขอบคุณ นะ ไม่สบายและงานยุ่ง ด้วย

Offline

#958 May 19, 2016 1:19 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

แฟนจ๋า ..มาแล้วจ๊ะ ...ขี้ตั๋ว เบเบ..ขี้จุ๊ เบเบ..ขี้ฮก เบเบ ตาลาลา..ขี้โม้..เอาละวา

คนที่จะกล่าวถึงเหล่านี้ ..อ้างว่า รักและทำเพื่อประชาชน ทั้งนั้น ..แต่จริงๆแล้ว..ตามนี้

13239983_458057937727187_5664818804571909104_n.jpg?oh=ef32e216c9c9d026c39511cc10d30adc&oe=57A2AC14

11219529_446862652180049_4074823217258095966_n.jpg?oh=97e3a082d521b6bb53d4381f66cca2e4&oe=57E7BD06Chai Saraburi
ผมจะไม่ปฎิวัติ ผมจะขอเวลาอีกไม่นาน เป็นคำพูดที่ชายชาติทหารคนนึงที่ไม่เคยออกรบ กล่าวไว้ แต่ไม่เคยทำตามคำพูด ปัดโถ่โว้ย ก็หลังเสือเนี่ยะขี่แล้วมันดี ขี่แล้วจะด่าใครก็ได้ จะช่วยน้องช่วยหลานช่วยคนใกล้ชิดยังไงก็ได้ แค่นี้ทนไม่ได้เหรอ ระวังตัวไว้นะ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/57-100.html
ละเอียดยิบ! สหรัฐ-ญี่ปุ่น-ยุโรป-อาเซียน-จีน เมิน “ลงทุนไทย” หลัง รปห.57 “ลด” โครงการ-เงินลงทุน เกือบ 100%

iobab-900x616.jpg

ที่มา เวปที่นี่และที่นั่น

ข้อมูล “สถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รายเดือนสะสม ปี 2558 (มกราคม-เมษายน) ที่บันทึกโดย “กองความร่วมมือการลงทุนระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน” หรือ “BOI” ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลและเผยแพร่ล่าสุด ใน%BUB9วงวันที่ 14 พฤษภาคม 2558 ซึ่งได้แสดงให้เห็นว่า ในปี 2555 และปี 2556 ซึ่ง “คณะกรรมการค่าจ้าง” หรือ “บอร์ดค่าจ้าง” ได้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท โดยนำร่อง 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และภูเก็ต ก่อน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 และมีการปรับขึ้นค่าจ่างขั้นต่ำ 300 บาท ในอีก 70 จังหวัดที่เหลือให้ครอบคลุมและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 นั้นกลับมีสถิติความสนใจลงทุนในไทยโดยตรงจากต่างประเทศ สะสมมากที่สุดในรอบ 6 ปี (พ.ศ.2552-2557)

โดยในปี 2555 ซึ่งเริ่มมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 นั้นมีสถิติการยื่นคำขอลงทุนจากต่างประเทศ มากกว่า 1,400 โครงการ จำนวนเงินลงทุนอยู่ในระดับ 605,000 ล้านบาท

และในปี 2556 ซึ่งมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท เท่าเทียมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไปนั้นข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้โดย กองความร่วมมือการลงทุนระหว่างประเทศ BOI กลับชี้ให้เห็นว่า มีการยื่นคำขอลงทุนจากต่างประเทศ อยู่ในจำนวนประมาณ 1,200 โครงการ จำนวนเงินลงทุนใกล้เคียงกับตัวเลขมากถึง 505,000 ล้านบาท

ในขณะเดียวกันสถิติการขอลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในปี 2555 และปี 2556 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเริ่มการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทนั้นได้แสดงให้เห็นว่ามีจำนวนคำขอการลงทุนจากต่างประเทศ มากกว่าในปี 2552 , 2553 และ 2554 ซึ่งยังไม่มีการปรับใช้ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทอย่างชัดเจน

ซึ่ง แน่นอนว่า “ข้อมูล” ของ “กองความร่วมมือการลงทุนระหว่างประเทศ BOI” ดูเหมือนจะ “ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง” กับ “คำพูด” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ที่อ้างในทำนองว่า .. ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่สนใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ..

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตรวจสอบ “ข้อมูล” จาก “สถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ” ดังกล่าว ยังพบว่า หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดย คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับเป็นส่วนที่ทำให้ “ตัวเลข” ที่แสดงถึง การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ “ลดต่ำลง” อย่างเห็นได้ชัด

โดยช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2557 ที่ประเทศไทยยังไม่เกิดการรัฐประหารโดยคณะ คสช. สถิติดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า เฉพาะในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2557 ก็ยังคงมีจำนวนการลงทุนที่มากกว่า 264 โครงการ และจำนวนเงินลงทุนที่มากกว่า 219,932 ล้านบาท

กลับกันเมื่อเกิดการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดย คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับพบว่า ช่วงเดือน มกราคม-เมษายน 2558 สถิติจากข้อมูลของ กองความร่วมมือการลงทุนระหว่างประเทศ สำนักงาน BOI กลับชี้ให้เห็นว่ามีจำนวนการลงทุนเพียง 112 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนเพียง 7,375 ล้านบาท ซึ่งถือว่า จำนวนโครงการลดลงมากถึงร้อยละ 57.5 และมูลค่าเงินลงทุนลดลงถึงร้อยละ 96.6 ตามลำดับ

นอกจากนี้ ข้อมูลของ “กองความร่วมมือการลงทุนระหว่างประเทศ สำนักงาน BOI” ได้แจกแจงถึง “ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุน ในรอบ 4 เดือนแรกของปี 2558 ” ในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน 2558 ที่ทำให้เห็นว่า “ลดต่ำลงมาก” อย่างชัดเจน โดยระบุว่า

“โครงการต่างชาติที่ยื่นขอส่งเสริมในรอบ 4 เดือนแรกของปี 2558 จะก่อให้เกิดการจ้างงานภายในประเทศ แยกเป็นแรงงานไทย 3,159 คน และต่างชาติ 737 คน

ญี่ปุ่น : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 33 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2,320 ล้านบาท “จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนลดลง” จากปีก่อนหน้า ร้อยละ 73.8 และ 96.5 ตามลำดับ

สหรัฐฯ : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 7 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 108 ล้านบาท “จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนลดลง” ร้อยละ 36.4 และ 99.7ตามลำดับ

ยุโรป : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 24 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 556 ล้านบาท “จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนลดลงลดลง” จากปีก่อนหน้า ร้อยละ 35.1 และ 99.1 ตามลำดับ แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาอังกฤษ

อาเซียน : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 17 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 620 ล้านบาท “จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนลดลงจากปีก่อนหน้า” ร้อยละ 39.3 และ 88.2 ตามลำดับ แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์

จีน : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 12 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1,957 ล้านบาท “จำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 71.4 แต่มูลค่าเงิน ลงทุนลดลงร้อยละ 79.0”

สาธารณรัฐเกาหลี : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 2 โครงการ มูลค่าเงิน ลงทุน 89 ล้านบาท “จำนวนโครงการและมูลค่าการลงทุนลดลง” ร้อยละ 80 และ 99.2 ตามลำดับ

ไต้หวัน : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 8 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 967 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า “จำนวนโครงการลดลง” จากปีก่อนหน้าร้อยละ 20 ส่วนมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.8

อินเดีย : มีโครงการยื่นขอส่งเสริม 1 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8.75 ล้านบาท “จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนลดลง” จากปีก่อนหน้า ร้อยละ 83.3 และ 98.5 ตามลำดับ ”

mng.jpg


http://thaienews.blogspot.com/2016/05/2560.html
จะไม่มีการเลือกตั้งปี 2560 ถ้าโหวตโนชนะ (สงสัยจะให้ถีบลง)

13178064_1154717104595127_1168078898421443362_n.jpg

จะไม่มีการเลือกตั้งปี 2560 ถ้าโหวตโนชนะ
ท่าทีล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
............................

ถึงแม้จะให้สัญญากลางที่ประชุมสหประชาชาติ เมื่อเดิือนกันยายน 2559 ว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560
ดู
นายกฯโชว์วิชั่นในUN ยืนยันเลือกตั้งปี2560
http://www.thaipost.net/?q=node%2F7452

แต่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้กล่าวไว้ก็คือ
การเลือกตั้ง 2560 จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ผ่านประชามติ หรือโหวตเยส ชนะ เท่านั้น

แต่ถ้าโหวตโนชนะ สิ่งที่คณะรัฐประหารชุดนี้จะทำคือ กลับมาเริ่มต้นใหม่เป็นรอบที่ 3 ดังบทสัมภาษณ์ล่าสุด

........................

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญพูดตั้งหลายครั้งแล้วว่า ให้ทำไป ตนให้อำนาจไปแล้ว ไม่มีใครเขาให้แบบนี้ พอถึงเวลาก็อยู่ไปเรื่อยๆ ใครจะด่าว่าก็ไม่สนใจ แต่ตนมีโรดแม็ป แต่ถ้าเกิดความวุ่นวาย ไปไม่ได้ก็จบรัฐธรรมนูญ หากไม่เห็นชอบก็ไม่ต้องผ่าน แล้วมาเริ่มต้นใหม่แล้วจะให้ตนลาออกหรือ ในเมื่อไม่ใช่เรื่องของตน ตนกำลังทำเพื่อประเทศ และไม่ได้ขู่ว่าจะอยู่ต่อ หากไม่รับร่างฯ ถ้าไม่รับก็ต้องมีเหตุผลว่ามันไม่ดี ถ้ารับก็ต้องมองเห็นข้อดี จากนั้นเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งต้องมีธรรมาภิบาล ไม่เอาคนมีคดีกลับเข้าม
ดู
บิ๊กตู่' ลั่น 'ประชามติ' ไม่ผ่านเริ่มใหม่อยู่ต่อ ปลื้มผลงาน 2 ปี คสช.
https://www.thairath.co.th/content/621279

นั่นก็หมายความว่า หลังจาก

ร่างแรก บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถูกคว่ำโดย สปช. ในเดือนตุลาคม 2558

ร่างที่สอง มีชัย ฤชุพันธุ์ ถ้าโหวตแพ้ในการลงประชามติ สิงหาคม 2559

ก็จะมีร่างที่สาม ซึ่งอาจจะเป็นใครก็ได้ ในบรรดาเนติบริกร

ถ้าผานประชามติในปี 2560 ก็จะมีการเลือกตั้งในปี 2561 เป็นอย่างเร็วที่สุด

และถ้าไม่ผ่านอีกก็จะร่างในปี 2561 เลือกตั้ง 2562

ฯลฯ

ท่าทีเช่นนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไมีมีอะไรมากกว่าจะขู่ไปยัง 2 พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย/ประชาธิปัตยฺ์ ว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็จะไม่มีเลือกตั้ง

ดังนั้นถ้าอยากมีเลือกตั้งเร็ววันก็ต้องมาช่วยโหวตเยส

แต่การเมืองไทยมันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรือ

คระรัฐประหารจะสามารถร่างรัฐธรรมนูญกี่ปี กี่ฉบับ ก็ได้จนกว่าจะผ่านประชามติอย่างนั้นหรือ
318514_196725343727646_453042_n.jpg?oh=9d47868546e7335a89e882bd435e6657&oe=579E0A45
Thanapol Eawsakul


13254283_1009088149187934_6048034016749185076_n.png?oh=eeaef48e4a33d6aced339aa3204b057c&oe=57D8CCFC
ประวิตร เศรษฐกิจดีขึ้น?  ...จะขอซื้ออาวุธ 

http://www.prachachat.net/news_detail.p … 463224665#
ต่างจังหวัดโคม่า กำลังซื้อส่อฟุบยาว พิษแล้ง-มาตรการรัฐแป้ก ทุบค้าปลีกร่วง
14632246651463225125l.jpg

13220943_1869348796625874_4774964987386705270_n.jpg?oh=1d9dbbf31c59eafeff2f40684a64d6bf&oe=579AC1B5
หนี้บัตร


http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_99.html
"นายดอน" ลั่น พร้อมแจงเวทียูเอ็น กร้าว ไทยก็มีเรื่องส่วนตัว ที่ชาติอื่นไม่ควรยุ่ง (กลัวว่าจะปากจู๋หูตกน่ะสิ)

Screenshot.png http://www.matichon.co.th/news/131620


ความเห็นชาวเน็ต...

พอไปถึงเวทีโลกเห็นหงอทุกที เก่งจริงก็กร้าวเป็นภาษาอังกฤษซิครับ (ถ้าแปลแล้วความหมายไม่ตรงจะได้ขำให้กลิ้งไปเลย)
ปล.สิทธิมนุษย์ชนไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เข้าใจคำว่ามนุษย์ไหมครับ ตอนนายกยิ่งลักษณ์นิดๆหน่อยๆก็จะตายกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ
...

อยู่ในบ้านเป็นเสือ
ออกนอกบ้านเป็นแมว
.....

เวลาเขาถาม ก็ขอให้ตอบแบบนี้นะ
พ่อคนเก่ง
.....

มีเรื่องส่วนตัวมากก็อยู่ตัวคนเดียวสิ ไม่ยอมรับกติกาโลกแล้วไปประชุมกับเขาทำไม แถมยังอยากเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงอีกแน่ะ (ไม่รู้ป่านนี้พับฐานไปยัง เห็นพูดกันจังเมื่อปีที่แล้ว)

คำถามคือ ตาเฒ่าดอนนี่ วันๆ ทำไรมั่ง นอกจากท่องคาถา "ต่างชาติเข้าใจ" ซึ่งแม้แต่สลิ่มที่พอมีสมองหน่อยยังไม่เชื่อ ผมงงจริงๆ นะ แต่ก็นั่นละ ประยุทธ์คงหาใครมาเป็นไม่ได้แล้ว เพราะการต่างประเทศของไทยในยุคเผด็จการละเมิดสิทธิ ไม่มีทางทำอะไรได้เลย นอกจากโวยว่า "ทักษิณซื้อโลกไปแล้ว"
.....

แล้วไอ้ กกต สมชัยไปเสือกอะไรกับการเลือกตั้งที่ฟิลิปินถามหน่อย
.....

คุณดอนรอพบแพทย์หน้าห้องเบอร์1ค่ะ
.....

ดอน"บอกชาติอื่นไม่ต้องยุ่งเป็นเรื่องภายในของไทยเอง ตอแหลชัดๆกรูเห็นมึงวิ่งแจ้นไปแจงเขาทุกครั้งที่ต่างชาติเขาคอมเม้นมา ถ้าแน่จริงมึงก็อย่าไปแจงเขาซิว่ะดอน ประเทศไทยจะได้เป็นหมาหัวเน่าไม่มีใครเขาคบด้วย

13165921_1005473886168898_600863761293516376_n.jpg

13179072_1058300570929389_1980330547924303843_n.jpg?oh=092705c4ce77cf22b7a7940f97750c27&oe=57CD52FE
เผด็จการไทยเละเทะบนเวที UPR ละเมิดสิทธิ์เพียบ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/blog-post_19.html
บีบีซีไทย: องค์กรสิทธิฯ กล่าวหารัฐบาลไทยหลอกลวงนานาชาติ เสนอข้อมูลเท็จในรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ที่มา บีบีซีไทย
19 พฤษภาคม 2559
%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2594.png

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ FIDH ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (18 พ.ค.) กล่าวหาว่ารัฐบาลไทยหลอกลวงนานาชาติเรื่องสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ ระหว่างการรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา

องค์กร FIDH โต้แย้งข้อมูลของตัวแทนรัฐบาลไทยที่เสนอต่อที่ประชุม UNHRC ซึ่งระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอย่างจำกัด ทั้งที่ข้อเท็จจริงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ บังคับใช้อำนาจตามมาตรา 44 ถึง 70 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.2557-4 พ.ค.2559

นอกจากนี้ แถลงการณ์ของ FIDH ยังระบุว่า แม้ตัวแทนรัฐบาลไทยประกาศจะดำเนินการตามข้อเสนอแนะระหว่างการประชุมดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีการลิดรอนสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจำนวนมากนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารปี 2557 เป็นต้นมา เห็นได้จากการควบคุมความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยรัฐบาลไทยอ้างว่าจำเป็นต้องป้องกันความแตกแยกในสังคม แต่กลับส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออกตามความเชื่อทางการเมืองของบุคคล ที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและได้รับการคุ้มครองตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

นายคาริม ฮาลิดจี ประธานองค์กร FIDH กล่าวว่าความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะกวาดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปซุกไว้ใต้พรม ได้ถูกตีแผ่ต่อที่ประชุมในนครเจนีวา และสมาชิกสหประชาชาติจำนวนมากต่างกังวลต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่กำลังเป็นปัญหาในประเทศไทย

ทั้งนี้ ในการประชุมที่นครเจนีวาดังกล่าว ตัวแทนจาก 97 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั่วโลก ได้ยื่นข้อเสนอแนะ 249 ข้อต่อรัฐบาลไทย ขณะที่ตัวแทนรัฐบาลไทยยอมรับว่าจะพิจารณาข้อเสนอแนะ 181 ข้อ และจะให้คำตอบเรื่องข้อเสนอแนะอีก 68 ข้อที่เหลือในการประชุม UNHRC ครั้งที่ 33 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นอีกครั้งในเดือน ก.ย.2559

(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)

.........

>>>>>>>>>>>
พี่น้องครับ เมื่อเสียงปืนดังเมื่อไร ผมจะเดินนำ  klum

12994415_814758558626052_3760158590446754915_n.jpg?oh=a82cf869e6f6d5a4db018f5cd1fc2591&oe=57B905A2

"ถ้าเมื่อไหร่ เสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชน ผมจะเข้าไปนำพี่น้อง เดินเข้ากรุงเทพทันที"
นี่คือคำพูดของ ทักษิณ ชินวัตร ที่พูดโฟนอิน กับ ชาวเสื้อแดง เมื่อ 30 มี.ค. 2552
อ้างอิง วิวาทะ V2

13256035_1188742061158771_9141206995617410727_n.jpg

Ci0OwL-UkAAsI_v.jpg
พลังแค้นแน่นอกราชประสงค์แดนสังหารประชาชน

Ci0CsbFU4AA6PdP.jpg

image.jpg


* เงียบมาตลอด พออียูมา อีปูเริงร่า klum  ....ปชส ของ พรรคชินดาวงศ์ กินขาด พรรค ปชป

ฺฺฺฺบีบีซีไทย

11866439_1685507148336985_139641571609504132_n.png?oh=4bcaa95f1b1ff1fc3a8c95966f98b3d8&oe=57E16729 บีบีซีไทย - BBC Thai
ถูกใจเพจนี้ • เมื่อวานนี้ •

13246417_1774522546102111_3836086971393081601_o.jpg

ผู้แทนรัฐสภายุโรปย้ำ รัฐบาลไทยต้องเปิดให้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญอย่างเสรี ไม่เช่นนั้นการปรองดองจะไม่เกิดขึ้น

คณะสมาชิกรัฐสภายุโรป นำโดยนายแวร์เนอร์ ลันเก้น ประธานกลุ่มความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน (DASE) พร้อมด้วยคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งรัฐสภายุโรป รวม 8 ราย เข้าพบตัวแทนจากกระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาลไทย รวมถึงคณะกรรมการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แกนนำของพรรคการเมืองหลักในไทย รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรี 2 ราย ได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค. นี้

นายลันเก้นกล่าวย้ำว่า การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และการดำเนินตามแผนสู่ประชาธิปไตยของรัฐบาลไทย จะต้องเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดต้องสามารถอภิปรายถกเถียงถึงข้อดีและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเปิดเผย ครอบคลุม และมีเสรีภาพ การออกกฎหมายที่ระบุว่าผู้วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญอาจถูกลงโทษ จึงเป็นเรื่องที่สมาชิกรัฐสภายุโรปค่อนข้างกังวล เพราะอาจทำให้ตีความไปได้ว่า กระบวนการลงประชามติไม่มีเสรีภาพเพียงพอ และการปรองดองไม่อาจจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีการเคารพความคิดเห็นของคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบจากการลงมติของประชาชน จะมีมาตรการคว่ำบาตรไทยหรือไม่ นายลันเก้นระบุว่าจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง และหารือกับตัวแทนสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เนื่องจากสมาชิกสภายุโรปไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ พร้อมย้ำว่าสมาชิกสภายุโรปเข้าใจดีว่า ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์และธรรมเนียมปฏิบัติของตนเอง และไม่คิดที่จะชี้นำในเรื่องใด

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภายุโรปเกรงว่า รัฐบาลทหารอาจยื้ออำนาจและทำให้ประชาชนตกอยู่ในความหวาดกลัว ทั้งการที่ประเทศไทยมีแนวโน้มว่าจะถูกกองทัพแทรกแซงในทุกครั้งที่เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในขึ้น ก็ยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นกัน แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีความหวังว่า ประเทศไทยจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตยได้ในที่สุด โดยประเมินจากการพูดคุยกับตัวแทนฝ่ายต่าง ๆ ของไทย พบว่าแต่ละฝ่ายมีความตั้งใจที่จะผลักดันกระบวนการปรองดอง รวมถึงพยายามสานต่อด้านความร่วมมือต่าง ๆ ตลอดจนต้องการรื้อฟื้นการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ที่หยุดชะงักไปนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารปี 2557

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่รัฐบาลไทยและสมาชิกรัฐสภายุโรปได้หารือกันนอกจากนี้ ได้แก่ การสานต่อความร่วมมือด้านการแก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน การบังคับใช้แรงงาน การทำประมงผิดกฎหมาย สถานการณ์แรงงานข้ามชาติ และปัญหาการค้ามนุษย์

M_info_453.png
จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

13177089_1004532812976801_8633629492078578054_n.png?oh=fb1aa8bf2f4a480d160cdd113e8aec47&oe=57DB421F
แค่ทำเพจล้อเลียน "ประยุทธ์ จันทร์โอชา"


13226947_1006656342753148_3906827079709235738_n.jpg

Last edited by linc49 (May 20, 2016 10:57 AM)

Offline

#959 May 20, 2016 10:02 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

6 ปี"ราชประสงค์" ที่นี่...ทหารฆ่าประชาชน.
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2016
รายการ เสียงไทย เพื่อเสรีภาพคนไทย ( Thaisvoicemedia ) ขอร่วมสดุดีและร่วมรำลึก วีรชนประชาธิปไตยนิรนาม ที่บาดเจ็บ ล้มตาย จากฝีมือการเข่นฆาของทหาร ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ที่ ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา ด้วยบทเพลง "นักสู้ธุลีดิน" ของ จิ้น กรรมาชน.

ครบรอบ 6 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553
photo.jpgmaysahaway nitto

เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2016
19พค.59
ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมจุดเทียนรำลึ­กครบรอบ 6 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553 ที่แยกราชประสงค์

ครบรอบ 6 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553
photo.jpgmaysahaway nitto


รำลึก 6 ปี เหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 แยกราชประสงค์
photo.jpgprachatai

เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2016
19 พ.ค. 59 - ญาติและเพื่อนของผู้สูญเสียจากเหตุสลายการ­ชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553 รวมตัวจัดงานรำลึกที่แยกราชประสงค์ และร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา


รำลึกครบรอบ 6 ปี (ที่นี่มีคนตาย) บรรยากาศมวลชนคนเสื้อแดง ที่ป้ายแยกร B2ชประสงค์ @19 พ.ค. 2559
photo.jpgwimble gimlet

เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2016
มวลชนคนเสื้อแดง มารวมตัวกันที่ป้ายแยกราชประสงค์ เพื่อร่วมรำลึกครบรอบ 6 ปี เหตุสลายเสื้อแดงปี 2553(ชี้จุดที่นี่มีคนตาย) 19 พ.ค. 2559 @ 19 May 2016 via @voiceTV & anuthee

Offline

#960 May 20, 2016 10:33 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

*

สองปีเต็มแล้วสิ รัฐประหารไทยเวอร์ชั่นบูรพาสุนัข ไม่อยากเสียของ เลยต้องอ้อนบ้าง โกหกบ้าง ตามสันดานที่ถนัด

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/b … t_742.html

สองปีเต็มแล้วสิ รัฐประหารไทยเวอร์ชั่นบูรพาพยัคฆ์ไม่อยากเสียของ เลยต้องอ้อนบ้างโกหกบ้างตามทางที่ถนัด
วันศุกร์, พฤษภาคม 20, 2559

13256145_1009322575784029_2955476195150459602_n.jpg

สองปีเต็มแล้วสิ รัฐประหารไทยเวอร์ชั่นบูรพาพยัคฆ์ไม่อยากเสียของ เลยต้องอ้อนบ้างโกหกบ้างตามทางที่ถนัด

ก่อนที่ทั่นจันทร์โอชาจะบินรีบจากเลนินกราดไปโซชิเพื่อคำนับปูติน ต้นแบบนายใหญ่ตัวจริงประเทศที่กำลังโอบอ้อมเผด็จการแบบมาร์เฟียครองเมืองน้องใหม่ในเอเชียอาคเนย์ชื่อ ‘ไตแลนเดีย’

ที่ปารีสมีรายการตบหน้า คสช. อีกครั้ง ด้วยแถลงของสมาพันธ์สิทธิมนุษยชนนานาชาติ

ว่า “รัฐบาลไทยหลอกลวงนานาชาติเรื่องสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ ระหว่างการรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ ๑๑ พ.ค.ที่ผ่านมา

องค์กร FIDH โต้แย้งข้อมูลของตัวแทนรัฐบาลไทยที่เสนอต่อที่ประชุม UNHRC ซึ่งระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอย่างจำกัด ทั้งที่ข้อเท็จจริงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ บังคับใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ถึง ๗๐ ครั้ง ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๗ – ๔ พ.ค. ๒๕๕๙...

นายคาริม ฮาลิดจี ประธานองค์กร FIDH กล่าวว่าความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะกวาดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปซุกไว้ใต้พรม ได้ถูกตีแผ่ต่อที่ประชุมในนครเจนีวา และสมาชิกสหประชาชาติจำนวนมากต่างกังวลต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่กำลังเป็นปัญหาในประเทศไทย”

(https://www.facebook.com/BBCThai/photos/a.1527194487501586.1073741828.1526071940947174/1774799729407726/?type=3 และ https://www.fidh.org/…/government-decei … ional-co…)

แน่นอน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนไม่มีอะไรกระเตื้องแม้แต่นิดในทางการเมือง เมื่อวาน (๑๙ พ.ค.) ญาติผู้เสียหายและมิตรประชาธิปไตยราว ๔๐๐ คนไปพร้อมกันที่แยกราชประสงค์ ยกป้ายเตือนใจ ‘ที่นี่มีคนตาย’ และผูกแถบผ้าดำตามเสา

13245508_1009323242450629_4501905485690653779_n.png

พวกเขาร่วมกันรำลึกถึงความหฤโหดของรัฐบาลและคณะทหารชุดเดียวกันที่ครองเมืองขณะนี้ ในเหตุการณ์สลายชุมนุมด้วยกระสุนจริงเมื่อ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ทำให้คนตายเกือบร้อย แถมด้วยอาสาสมัครผู้บริสุทธิ์อีก ๖ ถูกกระสุนสไน้เปอร์ทหารปลิดชีพในเขตอภัยทานวัดปทุมวนาราม

การเข่นฆ่าประชาชนฝ่ายหนึ่งในครานั้นมีการทบทวนอย่างฝังใจกันมากมายหลายมิติ ด้วยเหตุที่ความยุติธรรมถูกกดดันไว้ไม่ยอมให้ปรากฏ แต่สิ่งที่อยากให้ลืมกลับจำนี้จึงต้องมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอทุกปี

ในปีนี้ขอนำบันทึกของ Tewarit Bus Maneechai มาจารึกซ้ำในที่นี้ เพื่อสดุดีอาสาสมัครผู้เสียชีวิตในวัดปทุม ๖ คน ซึ่ง ‘บัส’ เล่าว่า

“มีอาสาสมัครหลายท่านที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปราบปรามการชุมนุม เมษา-พ.ค. ๕๓ ไม่ว่าจะเป็น บุญทิ้ง ปานศิลา กู้ชีพวชิรพยาบาล ๑๔ พ.ค.ที่ราชปรารภ มานะ แสนประเสริฐศรี อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง ๑๕ พ.ค.ที่งามดูพลี กมนเกด อัดฮาด อาสาพยาบาล และอัครเดช ขันแก้ว ผช.พยาบาล อีก ๒ ใน ๖ ศพวัดปทุม เป็นต้น”

เขาไฮไล้ท์ ๑ ใน ๖ ศพวัดปทุมฯ คือ มงคล เข็มทอง อาสาสมัครปอเต๊กตึ๊งวัย ๓๖ ปี “ถูกยิงขณะเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กระสุนปืนทำลายปอด ตับ หัวใจ” ขณะเข้าไปช่วยนรินทร์ ศรีชมภู ซึ่งถูกยิงที่ศีรษะบริเวณหน้าบ้านย่านราชดำริ ใกล้แยกสารสิน ตอนสายวันที่ ๑๙ พ.ค. (http://vimeo.com/23938362)

“ศาลสังคดีไต่สวนการตาย มงคลรวมอยู่ใน ๖ ศพวัดปทุม ระบุว่า

๑.เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานทหาร

๒.ผู้ตายทั้ง ๖ ไม่มีคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้งสองข้าง แสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนมาก่อน

๓.การตรวจยึดอาวุธในวัดปทุมวนาราม ไม่น่าเชื่อว่ามีการตรวจยึดจริง และ

๔.กรณีชายชุดดำ ไม่ปรากฏว่ามีชายชุดดำอยู่ในบริเวณดังกล่าว

(อ่านรายละเอียด เปิดคำสั่งศาลโดยย่อ ทำไม ‘๖ ศพวัดปทุมฯ เสียชีวิตจากทหาร’ http://www.prachatai.com/journal/2013/08/48057)

ขณะนรินทร์ ศาลสั่งว่ากระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร (อ่านรายละเอียดศาลสั่งอีก 'นรินทร์' เหยื่อสลายชุมนุม ๑๙ พ.ค. ๕๓ กระสุนมาจากฝั่งทหาร http://www.prachatai.com/journal/2014/03/52428)

13244690_1009323232450630_376012892074637120_n.jpg

แต่ทว่า ‘I hear สั่งฆ่า E ha สั่งยิง’ วลีสลวยใช้แทนผู้รับผิดชอบสั่งการปราบตายประชาชนปีนั้น ก็ยังไม่มีวี่แววปรากฏ กลับถูกบดบังอย่างมึนมัวกับวลีสลิ่ม “เผาบ้านเผาเมือง”

กระทั่งรัฐประหารนั่งห้าง กปปส. + ปชป. ๒๕๕๗ ที่ว่า “เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง” ก็ยังมิต่างกับครั้งก่อน โดยเฉพาะพวกที่ลงมือมาจากองค์เดียวกัน

‘ในวาระครบรอบสองปีรัฐประหาร’ ที่บีบีซีประเทศไทยไปสัมภาษณ์สตรี ‘คนธรรมดาคนหนึ่ง’ ซึ่งอยู่ท่ามกลางวาทกรรม “มีเครื่องซักผ้าด้วย” (เหรอ) น.ส.พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาวัย ๔๐ ปี ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ ‘จ่านิว’ นักศึกษาประชาธิปไตยใหม่

13256290_1009323359117284_5495378554301477462_n.png

“มีความคาดหวังอะไรมั้ย ว่าเราจะผ่านความขัดแย้งนี้ไปได้ยังไง” ผู้สัมภาษณ์ถาม

“ถ้าคิดว่าอยากจะให้มันจบ ก็...ทำอะไรให้มันเร็วขึ้น ถ้าสองปีแล้วยังไม่มีอะไรขึ้น คุณมีอะไรอีกมั้ย ที่มันจะทำแล้วมันเร็วขึ้น อยากใช้คำว่า เร็วๆ

...ถามว่ารอได้มั้ย รอได้ เหมือนเรารอรถเมล์น่ะ เรารอได้ แต่มันมาเร็วก็ดีนะ หรือว่าถ้ามาแล้วเรามีที่นั่งก็ดีนะ อะไรอย่างนี้

ไม่ใช่ว่ารอ เรานั่งรอ ก็ไม่มาซะที มันก็หงุดหงิด”

ถามอีก “อะไรที่อยากให้มีการแก้ไขเร็วที่สุด”

“เศรษฐกิจเลย ถ้าถาม ในฐานะที่เป็นคนธรรมดา ถ้าใช้คำว่าธรรมดา รากหญ้า ก็คือเศรษฐกิจ...ผลกระทบมันเศรษฐกิจนี่ละ

อย่างที่เขาบอกว่า เนี่ยโรงจำนำเขาเปิด เราเป็นผู้ปกครองเราต้องประหยัด เราอย่าไปฟุ่มเฟือย คุณรู้ไม้ว่าชุดนักเรียนชุดหนึ่งเท่าไหร่

คุณน่ะบอกให้พอเพียง พอเพียง เราก็พยายามจะพอเพียง เราพยายาม เราประหยัด

แต่คุณรู้ไหม สิ่งที่เราประหยัดน่ะ มันสาหัสนะ”

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.