iFreeThai

#981 May 29, 2016 11:29 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เหมือนชกคนละมุม ทั้งที่อยู่พรรคเดียวกัน ...คนแรก ควรหันไปบอกเจ้าของพรรคดีกว่าไหม!? .. ส่วนคนที่สองก็เลียทั้งสองด้านเลย ตั้งแต่ที่ไม่ดำเนินการเรื่อง ICC ตามนายที่โบ้ยอย่างไม่มีเหตุผลมาแล้ว ..ใครเป็นใคร..ข่าววันนี้ในกะลาแลนด์ ...ตามนี้...

http://www.thairath.co.th/content/627934

'วรชัย' วอนนักการเมือง คิดถึงผลประโยชน์ชาติมากกว่าตัวเอง

  ........วรชัย ควรบอกให้นายส่องกระจกดูตนเองอย่างพิจารณาบ้างนะ...อย่ามัวแต่สร้างภาพสวยหรู หลอกชาวบ้านอยู่นะ อายกันบ้าง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ค. 2559 21:17

EyWwB5WU57MYnKOuiJ0MoDsTrEXjMyyCZWe3hVWh9txXxwJxzgDAI7.jpg

"วรชัย" เตือนนักการเมืองอย่ารีบลงเลือกตั้ง ถ้าได้กติกาที่ไม่เป็น ปชต. หวั่นไม่พ้นวังวนอุบาทว์ โดนยึดอำนาจ เกิดความขัดแย้งซ้ำอีก

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 59 นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายผู้มีอำนาจและเผด็จการมักจะออกมากล่าวหาว่า นักการเมืองมีแนวคิดอยากลงเลือกตั้งเพื่อเข้ามาหาประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาใส่ร้ายนักการเมืองมาตลอด จึงอยากเตือนนักการเมืองทั้งหลายว่า อย่ารีบอยากลงเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว อย่าทำตัวให้เข้าทางตามที่ผู้มีอำนาจโจมตี ไม่ใช่ว่าได้ยินเสียงเคาะกะลาแล้วต้องวิ่งเข้าใส่ แต่ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ รวมทั้งศักดิ์ศรีความเป็นตัวแทนของประชาชนด้วย เพราะหากต้องเลือกตั้งภายใต้กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ตอบโจทย์ของประเทศ ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน

"เราเคยมีประสบการณ์มี นายกฯ คนนอก มาแล้ว ก็เห็นกันอยู่ว่าประเทศเป็นอย่างไร หากเลือกตั้งภายใต้กติกาแบบนี้ เราจะได้รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ จะเกิดการต่อรองซื้อขายตำแหน่งอย่างแน่นอน การทุจริตคอร์รัปชันยังคงอยู่ รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ และทหารจะเข้ามายึดอำนาจอีก ท้ายที่สุดวงจรอุบาทว์ก็จะกลับมา ดังนั้นขอให้นักการเมืองคิดใหม่ อย่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น" นายวรชัย กล่าว

........

http://www.matichon.co.th/news/152848

logo.png

“ปึ้ง” แนะ บิ๊กตู่ ปรับรัฐมนตรีทำงานไม่ตรงเป้าออกจาก ครม.

......เกิดมาเลีย ทุกทางตามแบบนายว่างั้นเถอะ ใครจะเสียหายไม่สน ขอแต่ประโยชน์พวกตน

21-1.jpg

สุรพงษ์ จี้ รบ.แก้ปัญหาปากท้อง แนะ ปรับ ครม.หากทำงานไม่ตรงเป้า

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า กรณีชาวนา จ.กำแพงเพชร ผูกคอตายเพราะประสพปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำปลูกข้าว และไม่มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาและชาวสวนโดยด่วน อยากให้รัฐบาลใช้เวลาที่เหลืออยู่อีกปีเศษ รีบปฎิรูปการเกษตรของไทยให้ดี ที่คนเข้ามานั่งในสภาปฏิรูปประเทศ(สปท.) แสดงวิสัยทัศน์แบบเลอเลิศ แต่ประชาชนที่รัฐบาลบอกว่าไม่ใช่รากหญ้าอีกแล้วกำลังอดโซ หิวโหย ไม่มีเงิน รัฐบาลต้องหาทางแก้ไขให้ได้ จะนิ่งดูดายอยู่อีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หากถ้ารัฐมนตรีกระทรวงใดทำงานไม่ได้ตามเป้า ก็ต้องรีบปรับ ครม.

Offline

#982 May 29, 2016 12:34 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 5,422

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

พูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทำไม ปึ้ง  รำคาญหวะ

Offline

#983 May 29, 2016 12:47 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* ความเป็นมา ของเรื่องน่ารับฟังเป็นอย่างยิ่ง..รู้ลึก

จับ"พระธัมมชโย"แผนล่อเสือออกจากถ้ำ? ร้องชาวพุทธทั่วโลกปกป้องพุทธศาสนา
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 25 พ.ค. 2016
นายนิยม สุนทรพฤกษ์ อุบาสก อดีตพระธรรมทูตคณะแรกที่คณะสงฆ์ไทยส่งเข้า­เผยแผ่พุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia เกี่ยวกับ การดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาฉ้อโกงด้วยการฝอกเงินกรณีรับเชคบริ­จาคจำนวนเกือบ 1 พันล้านบาทจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่­นว่า เป็นความพยายามกลั่นแกล้ง เพราะการรับเงิน หรือสิ่งของบริจาคจากญาติโยม พระไม่สามารถถามหรือให้ตรวจสอบที่มาของสิ่­งที่บริจาคได้ แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพระหลายรูปในปร­ะวัติศาสตร์การเมืองไทย ถ้าพระรูปใดเริ่มมีบทบาท มีอิทธิพลก็จะถูกกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจพยาย­ามกลั่นแกล้ง จนสุดท้ายก็ไม่สามารถพิสูจน์ความผิดได้ แต่ในยุคที่ประชาชนเป็นใหญ่อย่างเช่นทุกวั­นนี้ คงทำไม่ได้ โดยเฉพาะกับ วัดพระธรรมกาย องค์กรที่ทำหน้าที่เผยแผ่พุทธศาสนาได้อย่า­งเข้มแข็งที่สุดในประเทศไทย หรือในเอเชียด้วยซ้ำ สามารถเผยแผ่พุทธศาสนาไปทั่วโลกได้ ดังนั้นหากมีการเข้าไปจับกุม พระธัมมชโยจริง เป็นหน้าที่ของชาวพุทธทั้งในประเทศและทั่ว­โลกที่จะต้องลุกขึ้นมาปกป้องพุทธศาสนา

Last edited by linc49 (May 29, 2016 1:25 PM)

Offline

#984 May 29, 2016 1:09 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* คำพูดของ นายไพบูลย์ นิติตะวันแห่ง กปปส. และคนในกำกับของ คสช..... มันบอกการใช้กฏหมายอย่างเถื่อนๆ

ถามตรงกับจอมขัวญ 5/27/2016
photo.jpgSaksit suwan

เสียดายว่าคุณจอมขวัญไม่ได้ถามคุณไพบูลย์ว่าแล้วทำไมไม่เป็นกล่าวหาหลวงพ่อในวัด ... ที่ใช้จับกุมตัวนักโทษหลบหนีคดีเพราะภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่เราดูจะเป็นการออก ... และก่อนออกหมายจับให้นำแพทย์มาตรวจดูอาการหลวงพ่อธัมมชโย ทำไมไม่มา? ... หน้าด้านอ่ะ/ เป้าหมายของพวกมัน คือ จับสึก แบบไม่ต้องสอบสวน / " ถ้าจับไม่ได้ ก็อยู่ไม่ได้"

Offline

#985 May 29, 2016 1:18 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/b … t_172.html

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2559

สมุมติว่า....พระธัมมชโย ทำสิ่งต่อไปนี้...

S1.png

ภาพจาก Youtube (https://www.youtube.com/watch?v=t351ktre84E)

เครดิต จากมิตรสหายท่านหนึ่งส่งมา



สมุมติว่า....พระธัมมชโย ทำสิ่งต่อไปนี้...

ถ้าธัมมชโย : ใช้อวิชชา กรีดเลือดทำน้ำมนต์

ถ้าธัมมชโย : ให้สามเณรอาบน้ำขี้

ถ้าธัมมชโย : นำม็อบปิดถนน

ถ้าธัมมชโย: ขวางการเลือกตั้ง

ถ้าธัมมชโย : ปิดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า

ถ้าธัมมชโย : โกงพรรษา

ถ้าธัมมชโย : มีกองกำลังติดอาวุธ (มือปืนป็อปคอร์นและพวก)

ถ้าธัมมชโย : กระทืบทหารยศพันตรี

ถ้าธัมมชโย : ยิงคนบริสุทธิ์ที่ขับรถผ่านม็อบ

ถ้าธัมมชโย : กระทืบหนุ่มขายประกัน เพราะขับรถเฉียดกรวย

ถ้าธัมมชโย : ไถเงินเอกชน

ถ้าธัมมชโย : ปิดสถานที่ราชการ

ถ้าธัมมชโย : นำม็อบไปทำลายทรัพย์สินสื่อ (voice tv) และให้ผู้บริหารมากราบตีนขอโทษ

ถ้าธัมมชโย : โรยตะปูเรือใบไว้เต็มสะพานข้ามแยก ถ.แจ้งวัฒนะ

ถ้าธัมมชโย : บุกวัดปากน้ำ แทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

ถ้าธัมมชโย : ถวาย "ดอกไม้จันทร์" ให้พระเถรานุเถระ ชั้นผู้ใหญ่!!%U$E0ี่เป็นที่เคารพ เลื่อมใสของชาวพุทธ

ถ้าธัมมชโย : ขัดขวางทุกวิถีทางในการให้สมเด็จเกี่ยวขึ้นเป็นสังฆราช

ถ้าธัมมชโย : เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นสนามรบ เดินธุดงค์จังไร ไล่ตีคนเห็นต่าง!!

ถ้าธัมมชโย : ให้การสนับสนุนทหาร เพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย โดยบอกว่า..
"ฉันเขี่ยลูกให้ทหารเล่นบ่อยๆ"
"ฉันเนี่ยเป็นคนส่งสัญญาณ (ให้ทหาร)"

ถ้าธัมมชโย : บอกว่าตัวเองเป็น "จะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปในอนาคต"

คุณคิดว่า..... จะมีกี่สิบองค์กรในประเทศไทยออกมาไล่บี้ ไล่ถล่ม ไล่ต้อน หรืออาจจะถึงขั้นปลุกระดมให้คนไปไล่กระทืบพระในวัดพระธรรมกาย !!!

แต่ทั้งหมด คือสิ่งที่พุทธะอิสระทำ!!!
คำถาม "คือ"
ทำไม!! พุทธะอิสระถึงไม่โดนคดี ?
ทำไม!! พุทธะอิสระถึงยังออกมาเคลื่อนไหวได้ ?
ทำไม!! พุทธะอิสระคดีถึงไม่คืบหน้า?
ทำไม!! พุทธะอิสระไม่ปราชิก?
ทำไม!! พุทธะอิสระเคลื่อนไหวอยู่เหนือคำสั่งหัวหน้า คสช. ม.44

ทำไม? องค์กรอิสระ พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. กองทัพไทย รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ หรือแม้แต่คณะรัฐประหารเองกลับให้การสนับสนุน ให้ท้าย และ ใช้พุทธะอิสระ
ทำตัวอยู่เหนือกฏหมายของบ้านเมือง
อยู่เหนือกฏหมายสูงสุดของประเทศ
อยู่เหนือคำสั่ง ม.44 ของ คสช.

หรือ แท้ที่จรืงแล้ว พุทธอิสระ คือ องค์รัฐฏาธิปัตย์ตัวจริง ???

คิดสิคะคิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

การที่จะบอกว่า ทำไมถึงต้องสนับสนุนธรรมกาย ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลยคะ

เราเพียงแค่เห็น ความไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และเห็นนัยยะสำคัญบางอย่าง ในการทำลายล้างองค์กรหนึ่งองค์กรใด ที่ประชาชนจำนวนมากให้การสนับสนุน
(ย้ำว่า ประชาชนจำนวนมากให้การสนับสนุน)

โดยใช้วิธิการ ขั้นตอน
และใช้องคาพายพ สรรพกำลังทั้งหมดที่มีของฝ่ายเผด็จการ
เช่นเดียวกันกับที่ได้ทำกับ
พรรคเพื่อไทย
ทักษิณ
รัฐบาลพลเรือน
และประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย

ooo
ชาวคลองสาม จ.ปทุมธานี มาร่วมให้กำลังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย­ในข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ไม่เป็นธรรม

590529 ข่าว อบต คลองสาม จ ปทุมธานี

wow channel

Published on May 29, 2016

ชาวคลองสาม จ.ปทุมธานี มาร่วมให้กำลังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย­ในข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ไม่เป็นธรรม

ooo

590529 เทปแถลงการณ์ คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย

แถลงเริ่มนาทีที่ 5.20

DMC Channel

Streamed live 6 hours ago
รายการเพื่อการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
สถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC
Dhammakaya Media Channel

ooo

13263775_899839210144036_5854793318149033289_n.jpg

Offline

#986 May 31, 2016 11:24 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/t … ss-to.html
วันอังคาร, พฤษภาคม 31, 2559

Thailand: ICT Ministry seeking access to internet users’ emails and logins

Internet-Web-Sinister.jpg

Overarching powers to keep a closer eye on netizens may be given to the Thai junta. Pic: AP


Source: Asian Correspondent

30th May 2016

APPARENTLY the Thai junta is attempting to take a page of out George Orwell’s dystopian novel ‘1984’, as it is looking to pass several amendments to the Computer Crime Act (CCA) that would allow the state to act like Big Brother, overseeing activities on encrypted websites.

According to documents leaked by the Thai Netizen Network (TNN) on Thursday, the Ministry of Information and Communication Technology (ICT) is proposing an amendment to Article 20 of the CCA, which would give the ministry the green light to access and censor encrypted content on websites.

One of the leaked documents mention giving authorities the power to “issue a regulation for Internet Service Providers (ISPs) to delete or restrain the dissemination of computer data, in accordance with evolving technology”.

The documents also mention deleting or stopping the dissemination of data through the Secure Sockets Layer (SSL) protocol, one of the most common encryption technologies in use today.

Many of the most widely-used websites and platforms, like Facebook and Gmail, utilize SSL, offering secure connections to users transferring sensitive information. But the amendments would allow the government to ban the use of the SSL protocol.

The changes would also force ISPs and social media users to comply with the government’s demands – at the cost of the public’s privacy and freedom of expression.

SEE ALSO: Apparent data leak leaves foreigners in southern Thailand anxious

Besides allowing the government to intercept emails and collect login details, the amendments plan to criminalize any computer data which may breach other criminal laws, as well as content that could spark public disturbance.

Article 15 of the revised bill stipulates that “any provider who either cooperates or conspires in, or permits a violation of Article 14 within their service provision, shall be punishable in the same way as a violator of Article 14.”

The changes are believed to have been brought forward to help make the Single Gateway project possible. The project, which has been likened to the Great Firewall of China, is meant to aid the Thai military government’s efforts to control the internet and its use by reducing multiple internet gateways to a single one.

In April, the National Legislative Assembly (NLA), the country’s legislative body, unanimously approved the CCA amendments, which are currently under review by a committee.

SEE ALSO: Thailand: Facebook denies sharing user information with military

Human rights organizations have protested the proposal, expressing their concerns that some of the articles in the revised bill would restrict the public’s rights and infringe on their privacy.

Amnesty International Thailand’s vice chairwoman Pornpen Kongkajornkiat has sent a letter to the NLA saying that Article 14 of the bill was “ambiguous and open to broad interpretation”, reported the Nation.

Netizens have expressed their doubts and about allowing the government access to such sensitive information, as there were two massive online data leaks in March, which saw real names, nationalities, passport numbers, as well as addresses in Thailand, made available on a government-sanctioned website.

Offline

#987 May 31, 2016 11:58 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/c … eform.html

วันอังคาร, พฤษภาคม 31, 2559

คำเดียวกันแต่คนละความหมาย อารยธรรม ไม่ได้แปลว่า Civilization และ ปฏิรูป ก็ไม่ได้แปลว่า Reform

13319886_10154904717467729_6836862379203240007_n.jpg

ครับ อารยธรรม ไม่ได้แปลว่า Civilization และ ปฏิรูป ก็ไม่ได้แปลว่า Reform

อีหรีตไทยเรา ยืมคำฝร้งเหล่านั้น
มาใช้ เหมีอนๆ กับซื้อนาฬิกายี่ห้อแบรนด์เนมแพงๆ
มาใส่ โดยไม่สนใจเรื่องตรงเวลา มาสาย ผิดนัด ครับ

(อจ.นศ.ของผม ที่ท่าพระจันทร์ เป็นกันเยอะ)                                     klum

11102631_1062346403779786_1425826078860291531_n.jpg?oh=d955f5c52a24a6053b9e2253b64ea6cc&oe=57DBE52B
Charnvit Kasetsiri shared matichononline's photo.


ooo


อารยธรรมกับ civilization โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1.jpg

มติชนออนไลน์
30 พ.ค. 59

หลังคำให้สัมภาษณ์ของเอกอัครราชทูตสหรัฐที่กระทรวงการต่างประเทศแพร่ออกไป ผู้ดีไทย (และ/หรือคนที่อยากถูกนับเป็นผู้ดีไทย) ต่างพากันออกมาประณามสหรัฐด้วยแนวคิด “อารยธรรม” โดยนัยยะก็คืออเมริกันเป็นชนชาติที่ไม่มีอารยธรรม ในขณะที่ไทยมีอารยธรรมสูง

ผู้ดีไทยเหล่านี้อาจลืมไปว่า ภาษาไทยไม่มีคำนี้ใช้มาก่อน อารยธรรมเป็นศัพท์บัญญัติสมัยหลัง-หลังจากมีสหรัฐอเมริกาไปแล้วเกือบศตวรรษครึ่ง-เพื่อให้ตรงกับคำฝรั่งว่า civilization (ในภาษาอังกฤษที่สะกดแบบอเมริกัน แต่ภาษายุโรปตะวันตกทั้งหมดที่ผมสามารถค้นได้ ก็ใช้คำที่มีรากจากละตินเดียวกันนี้เพื่อหมายถึงสิ่งเดียวกัน) ในระยะแรกที่ต้องใช้คำนี้ตั้งแต่ ร.4 เป็นต้นมา ท่านสร้างคำขึ้นทับศัพท์ เช่น ศรีวิไล, ศิวิไล เป็นต้น

แม้ไม่มีคำ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนไทยก่อนหน้านั้นไม่มีแนวคิดที่แยกสังคมที่ยังไม่เจริญออกจากสังคมที่เจริญแล้ว เกณฑ์ที่ใช้แยกสังคมสองอย่างนี้ออกจากกันมีหลายเกณฑ์ บางครั้งก็ใช้ศาสนา ระหว่างสังคมสัมมาทิฐิกับสังคมมิจฉาทิฐิ พูดอีกอย่างหนึ่งคือสังคมของชาวพุทธ (เถรวาทสำนักลังกา) กับสังคมที่ไม่นับถือพุทธศาสนา บางครั้งก็ใช้เกณฑ์ “ป่า” กับ “เมือง” อันนี้น่าสนใจ เพราะใกล้กับรากความคิดของคำ civilization มาก แต่เมื่อขยายความแล้วก็อาจต่างจากฝรั่ง ผมสงสัยว่าในความคิดของไทย ออกจะเน้น “เมือง” ไปที่พระราชอำนาจ “เมือง” คือที่ซึ่งพระราชอำนาจแผ่ไปถึง โดยความเป็นจริงหรือโดยสัญลักษณ์ก็ตาม ในขณะที่ “บ้านป่าเมืองเถื่อน” คือที่ซึ่งพระราชอำนาจแผ่ไปไม่ถึง ในขณะที่นัยยะของคำ civilization มีมากกว่าอำนาจทางการเมือง

แต่ตลอดประวัติศาสตร์ไทย ผู้ดีไทย (และอาจจะคนไทยด้วย) ต้องเผชิญกับความขัดแย้งในความคิดเกี่ยวกับความเจริญและไม่เจริญตลอด เพราะไทยต้องสัมพันธ์กับชนชาติอื่นอีกมาก นับตั้งแต่จีน, อิหร่าน, อาหรับ, ฝรั่งชาติต่างๆ ซึ่งเราต้องยอมรับเอาบางอย่างในวัฒนธรรมของเขามาใช้ นับตั้งแต่ตัวอักษรไปจนถึงเครื่องทรงกษัตริย์ ป้อมค่ายที่สร้างด้วยอิฐปูน อาคาร หรือใช้คำในภาษาของเขาเรียกสิ่งที่ไม่เคยมีในภาษาของเรามาก่อน ฯลฯ ทั้งที่ชนชาติอื่นเหล่านั้นล้วนเป็น “มิจฉาทิฐิ” และอยู่นอกพระราชอำนาจ จนบางครั้งต้องอาศัยความช่วยเหลือของพวกเขาเพื่อให้พระราชอำนาจในดินแดนห่างไกลอาจดำรงอยู่ได้ (เช่นบริษัท VOC ของวิลันดา เป็นต้น)

ผู้ดีไทยแก้ความขัดแย้งทางความคิดของตนโดยการแบ่งความเจริญออกเป็นสองอย่าง คือความเจริญทางวัตถุกับความเจริญทางจิตใจ หากดูจากจิตรกรรมลายรดน้ำบนตู้พระธรรม และจิตรกรรมฝาผนัง จากปลายอยุธยามาจนต้นรัตนโกสินทร์ ฝรั่งและ “แขก” อิหร่านและอาหรับ ล้วนถูกจัดให้เป็นพลพรรคของกองทัพมารซึ่งยกมารังควานเจ้าชายสิทธัตถะ ก่อนจะตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตุ๊กตาทหารจีนและทหารซีป่ายถูกนำมาเฝ้าโบสถ์วิหารแทน “ยักษ์”

ความเจริญทางวัตถุ v.s. ความเจริญทางจิตใจ เป็นทางแก้ (resolution) ของความขัดแย้งในใจ ที่ผู้ดีไทยใช้ตั้งแต่ (อย่างน้อย) ปลายอยุธยา สืบมาจนทุกวันนี้ ดังจะเห็นจากที่ผู้ดีไทยรุ่นใหม่ลำเลิกเรื่องอารยธรรมมาใช้กับสหรัฐในครั้งนี้ นัยยะของคำว่าอารยธรรมซึ่งไทยมีแต่สหรัฐไม่มีในที่นี้ ก็คือความเจริญทางจิตใจ แม้ว่าสหรัฐจะมีไอโฟน, แอปเปิลคอมพิวเตอร์, เบอร์เกอร์คิง, สตาร์บัคส์, เครื่องบินเหนือเสียง, จรวดส่งดาวเทียมไปนอกโลก หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำหน้า แต่ก็ไม่มี “อารยธรรม”

ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ดีไทยเชื่อว่าความเจริญสองอย่างนี้ไม่มีผลต่อกันและกัน ความเจริญทางวัตถุไม่มีผลต่อความเจริญทางจิตใจ และความเจริญทางจิตใจไม่มีผลต่อความเจริญทางวัตถุ ดังนั้นการที่ประเทศตะวันตกสามารถดูแลสวัสดิการแก่พลเมืองได้หลายด้าน รวมทั้งด้านการศึกษาด้วย จึงเกิดขึ้นได้เพราะเขารวย (วัตถุ+วัตถุ=วัตถุ) การที่พลเมืองของประเทศตะวันตกสามารถรับการศึกษาสูงๆ จึงไม่มีผลต่อความเจริญทางจิตใจของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเปิดประเทศเพื่อการค้าเสรีของตะวันตกใน ร.4 ทางแก้ความขัดแย้งในใจที่แบ่งความเจริญออกเป็นสองอย่างนี้ ก็ไม่ใช่ทางแก้สำเร็จรูปอย่างง่ายๆ อีกต่อไป เพราะความเป็นจริงที่ปรากฏแก่ผู้ดีไทยนั้นชัดเจนเกินกว่าที่จะใช้ทางออกเดิมได้โดยสะดวก เพื่อบรรลุความเจริญทางวัตถุ จำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างที่เฉียดกรายไปทางความเจริญทางจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ร.4 โปรดให้ฝรั่งสอนหนังสือแก่พระราชโอรส แต่ก็ห้ามแหม่มแอนนามิให้สอนเรื่องคริสต์ศาสนาเป็นอันขาด ร.5 ส่งพระราชโอรสไปศึกษาในเมืองฝรั่ง แต่โปรดให้ขุนนางที่ไว้วางใจไปควบคุมและสอน “อารยธรรม” ไทยไปพร้อมกัน มาตรฐานของความเป็น “ผู้ดี” นับตั้งแต่ ร.5 ลงมา ลอกเลียนดัดแปลงกิริยามารยาทตะวันตกไม่น้อย นับตั้งแต่มารยาทบนโต๊ะอาหาร ไปจนถึงมารยาทในที่สาธารณะ

เมื่อ ร.4 อธิบายแก่ฝรั่งว่า คนไทยนั้นเป็น “กึ่งอารยะ” (semi-civilised) แต่เขมรเป็นคนป่าเถื่อน (barbarian) ครึ่งที่เหลือของ “อารยธรรม” ที่คนไทยไม่มีนั้นคืออะไร?

หากคิดว่าคือความเจริญทางวัตถุที่คนไทยยังมีไม่เท่าตะวันตก ความเจริญทางวัตถุของเขมรก็ไม่ได้น้อยไปกว่าไทย เขาจะเป็นคนป่าเถื่อนโดยคนไทยไม่ได้เป็นได้อย่างไร หากหมายถึงวิทยาการความรู้แบบตะวันตก ซึ่งไทยพอมีอยู่บ้าง และ (สมมุติว่า) เขมรไม่มีเลย วิทยาการความรู้เป็นความเจริญทางวัตถุหรือจิตใจกันแน่ สถานการณ์ที่สับสนเช่นนี้ บังคับให้ผู้ดีไทยต้องนิยามความเจริญทางวัตถุและจิตใจกันใหม่ และเท่าที่ผมเข้าใจ ผู้ดีไทยปล่อยให้ความหมายกำกวมเมื่อต้องสัมพันธ์กับอำนาจภายนอก เราจึงสามารถเอากฎหมายตะวันตกเป็นฐานในการร่างกฎหมายไทย รวมทั้งจ้างชาวตะวันตกมาช่วยร่างกฎหมายได้ กฎหมายเป็นความเจริญทางวัตถุหรือจิตใจ ไม่ต้องนิยาม

แต่ในความสัมพันธ์ภายในกับคนไทยด้วยกันเอง ผมคิดว่ามีการนิยามที่ชัดเจนมากขึ้น นับตั้งแต่สถาปนาพระพุทธศาสนาแบบทางการขึ้น เป็นมาตรฐานของความเจริญทางจิตใจ ยืนยัน, ปรับปรุง และขยายพิธีเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ขึ้นในสังคม มีความเจริญทางจิตใจหลายอย่างในลัทธิพิธีนี้ นับตั้งแต่ความจงรักภักดี, ความรู้ที่ต่ำที่สูง, ความซื่อสัตย์สุจริตต่อพระมหากษัตริย์ ฯลฯ

ใน พ.ศ.2427 ร.5 ส่งพระเจ้าน้องยาเธอไปสหรัฐ เพื่อเจรจาทำหนังสือสัญญาบางเรื่อง พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตหนึ่งในคณะทูตได้เขียนรายงานเรื่องนี้ และหนึ่งในข้อสังเกตเกี่ยวกับอเมริกาซึ่งรายงานถวายพระเจ้าอยู่หัว เพื่อตัดสินพระทัยว่าจะเสด็จสหรัฐหรือไม่ ก็คือสภาพสังคมสหรัฐที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คนทุกชั้นสามารถนั่งเบียดเสียดกันในพาหนะสาธารณะชนิดต่างๆ ได้ รวมทั้งคนดำ (ซึ่งน่ารังเกียจแก่ผู้รายงาน) ในความเห็นของผู้เขียน จึงนับว่าถูกต้องแล้วที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ได้เสด็จฯไปสหรัฐ เพราะจะอึดอัดพระทัยในสังคมอเมริกันอย่างยิ่ง

หนึ่งในนิยามที่ชัดเจนของความเจริญทางจิตใจที่ผู้ดีไทยให้แก่คนภายในก็คือ ความรู้จักที่ต่ำที่สูง พูดอีกอย่างหนึ่ง ความเจริญทางจิตใจหรืออารยธรรมแบบไทยก็คือสังคมที่มีช่วงชั้น

นี่อาจเป็นแก่นกลางของความหมายอารยธรรมที่คนไทยเข้าใจสืบมาจนทุกวันนี้ เห็นได้จากความหมายระหว่างบรรทัดที่ผู้ดีไทยประณามความไม่มีอารยธรรมของอเมริกัน และการประท้วงของผู้ดีใหม่หน้าสถานทูตสหรัฐ

ดังนั้น เมื่อผู้ดีไทยพูดถึงอเมริกันว่าไม่มีอารยธรรม เขาจึงไม่ได้หมายถึง civilization ที่ฝรั่งเข้าใจ หากใครลองแปลคำกล่าวของผู้ดีไทยในเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้คนอเมริกันที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในสหรัฐได้อ่าน เขาก็คงงงว่าผู้ดีไทยพูดอะไรของมันวะ

อย่างไรก็ตาม ความหมายของคำ civilization ก็น่าสนใจ แม้ความหมายย่อมคลี่คลายไปจากเมื่อเริ่มใช้ในภาษาอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่ความหมายตามแนวคิดเดิมก็ยังอยู่ และทำให้คนไทยไม่มีวัน civilized ไปได้ เช่นเดียวกับที่คนตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกันไม่มีวันมี “อารยธรรม” เช่นกัน

ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่า นัยยะที่แฝงอยู่ของคำว่า civilization คือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง อันแตกต่างจากที่เกิดในป่าหรือแม้แต่ในชนบท (civilis แปลว่าพลเมืองของเมือง) สิ่งดีๆ ที่เกิดในเมืองนั้น นอกจากความเจริญทางวัตถุต่างๆ แล้ว ยังมีสิ่งที่เป็นนามธรรมรวมอยู่ด้วย

เมืองเป็นที่อยู่ของคนจำนวนมาก ไม่ใช่คนเป็นหัวๆ อย่างที่เรานับประชากรทุกวันนี้ แต่หมายถึงหลายตระกูล, หลายเผ่า, หลายองค์กร (เช่นระหว่างสมาคมการค้าที่แตกต่างกัน) ฯลฯ หน่วยเหล่านี้มีกฎเกณฑ์ประเพณีจัดความสัมพันธ์กันภายในอยู่แล้ว แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในเมือง ระเบียบกฎเกณฑ์จัดความสัมพันธ์ภายในไม่อาจนำไปใช้กับหน่วยอื่นกลุ่มอื่นได้ เพราะเขาไม่ได้ยอมรับ จึงจำเป็นต้องมีระเบียบกฎเกณฑ์จัดความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มที่แตกต่างหลากหลาย มิฉะนั้นก็จะเกิดความสงบเรียบร้อยในเมืองไปไม่ได้

ระเบียบกฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง สรุปให้เหลือสั้นๆ ก็คือกฎหมาย, ระบอบปกครองซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนทุกกลุ่ม, วัฒนธรรมประเพณีที่เคารพสิทธิของกันและกัน และการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีนั้น ซึ่งอาจออกมาในรูปของดนตรี, ละคร, ภาพเขียน, ประติมากรรม ฯลฯ และ/หรือออกมาในรูปของการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ในสถานศึกษาที่เป็นสาธารณะ และแน่นอนว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วย ซึ่งมักไม่เกิดในที่ใดนอกเมือง หรือเกิดได้ยากมาก

นี่เป็นสิ่งใหม่ที่มนุษย์ต้องสร้างขึ้นเมื่อเกิดเมือง เพราะเมืองเป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ที่มนุษย์ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่เมื่อสร้าง civilization ขึ้นแล้ว ก็ทำให้มนุษย์มีความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากขึ้น และในที่สุดก็อาจนำไปใช้นอกเมืองได้ด้วย

ในทุกวันนี้ เมื่อฝรั่งพูดว่าเขามาใช้ชีวิตในป่าดงพงพีที่ไกลจาก civilization สุดกู่ นอกจากจะหมายความว่าขาดสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย เช่น แอร์, ส้วมที่นั่งถ่ายได้สบาย, เรือนที่ให้ความปลอดภัยจากสัตว์ร้าย, ฯลฯ แล้ว ยังมีความหมายว่าไม่มีความมั่นคงปลอดภัยทางสังคมด้วย อาจถูกปล้นหรือถูกฆ่าได้ทุกเมื่อโดยไม่สามารถไปขอความคุ้มครองจากรัฐ นักเลงใหญ่ในท้องถิ่นอาจตั้งข้อหาว่าเขาเป็นโจร แล้วนำตัวไปลงโทษโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยอมรับได้

ผมเข้าใจว่าความหมายนี้ของ civilization นักปราชญ์ไทยแต่ก่อน (ซึ่งเป็นผู้ดีไทยด้วย) เข้าใจดี นายเมืองและนายเถื่อนในแบบเรียนเรื่องพลเมืองดีของเจ้าพระยาพระเสด็จฯ เมื่อยังเป็นพระยาวิสุทธิ์สุริยศักดิ์ ก็น่าจะคิดขึ้นจาก civilization ในความหมายนี้ คำว่า civilization เคยถูกแปลในภาษาไทยว่านาครธรรม ไม่ใช่อารยธรรม

จากความหมายดั้งเดิมของ civilization ซึ่งยังแฝงอยู่ในคำนี้จนถึงปัจจุบัน จึงน่าจะหมายถึงคุณค่าอันเป็นสิ่งที่คน (ตะวันตก) ในโลกปัจจุบันยกย่องว่าอำนวยความมั่นคงทางสังคมแก่ชีวิตมนุษย์ นั่นได้แก่กฎหมายซึ่งผ่านการรับรองจากมหาชน, การใช้กฎหมายตามวิถีนิติธรรม, รัฐที่มีความยุติธรรม ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง, ความเสมอภาคของทุกคนภายใต้กฎหมาย, สิทธิของทุกคนในการป้องกันตนเองในกระบวนการยุติธรรม (รวมทั้งไม่ถูกบังคับให้กล่าวโทษตนเอง), สิทธิของพลเมืองที่จะมีความเห็นเป็นอิสระของแต่ละคน ฯลฯ ทั้งหมดเหล่านี้แหละครับ รวมกันเป็นฐานของความหมายคำว่าcivilization

ฉะนั้นหากสรุปคำพูดของเอกอัครราชทูตสหรัฐให้ตรงเป๊ะก็คือ สหรัฐมีความวิตกห่วงใยต่อความไม่ civilized ของผู้ปกครองไทย แล้วผู้ดีไทยกับผู้ดีใหม่ก็ตะโกนตอบว่า มึงต่างหากไม่มีอารยธรรม ออกไปจากประเทศที่มีอารยธรรมแต่ไม่ civilized นี้เสีย แล้วเมื่อไรจะเถียงกันรู้เรื่องล่ะครับ

Offline

#988 June 1, 2016 10:24 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

กลัว ......งู..... โผล่......นะ .....นาย......                        klum

india-919215_960_720.jpg
เป่าปี่   งู  แขก

179631.jpg


e2c54a6ea6bda06c19c33bff4e152410f5faa7b2.jpg




โอ้ละหนอ...My Love - เบิร์ด ธงไชย【OFFICIAL MV】
photo.jpgGMM GRAMMY OFFICIAL




CjuQJfZVEAAENpV.jpg

ใบตองแห้ง - "อีปู" ต้องมีออร์แกไนเซอร์แน่เลย พอส่งสัญญาณมือ ก็ให้นักเรียนทุกคนร้องกรี๊ดดดดด 555

CjqoCEOUYAAzXxY.jpg

ดูชุดก็รู้ละ..มีออร์แกไนเซอร์จัดให้สีเสื้อแดงคอนทร๊าสกับเหล่าบริวารจริงๆ..เฮ้อ..มาหลอกเด็ก ม.ต้น.... 555555

%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%2593%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%2B%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%2594%2B%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3.PNG


ซึ่งเป็นคนละเรื่อง (แต่แท้จริง) เดียวกัน ดังคอมเม้นต์ของ Jonathan Head @pakhead บนทวีตภพ ว่า

“She can still wow a crowd. No mention of politics or referendum on this trip, but this still felt very political.” (เธอยังเรียกความตื่นเต้นจากมวลชนได้เยอะ แม้ไม่ได้พูดถึงการเมืองเลยสักนิด ก็ยังรู้สึกเหมือนสัมผัสการเมืองตรงๆ)

* คสช จะไม่รู้เรื่องเลยหรือว่าการหาเสียงความนิยมให้คงอยู่เป็นการเมืองตรงๆ

868407.jpg


104072.jpg


* หลากหลายแหล่งที่มา + Thaienews ... ขำๆ  มีภาพจริง(ตามความเป็นจริง)..และภาพปลอม(สร้างภาพ)  55555                 klum


....................

ถึงตา ‘สลิ่มตัวพี่’ บางทีเรียก ‘เหลืองรุ่นน้า’ ออกมากระซวก คสช. บ้างแระ

13315450_1014307485285538_9181643877509904783_n-2.jpg

http://thaienews.blogspot.com/2016/05/b … t_114.html
วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2559



อะฮ้า เครือข่ายปฏิรูปของขึ้นกันใหญ่ วันก่อนไกรศักดิ์ วันนี้หมอประเวศ เฉาะโชะ คสช. ให้บ้าง ไม่ถึงกับดังโพละก็เถอะ

%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599.jpg


http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post.html
วันพุธ, มิถุนายน 01, 2559

Last edited by linc49 (June 2, 2016 11:51 AM)

Offline

#989 June 2, 2016 11:49 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post_37.html
วันพุธ, มิถุนายน 01, 2559

จดหมายเปิดผนึกถึงฯพณฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จอห์น แคร์รี เกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยของ"คนเห็นต่าง" ที่กำลังฮืออฮาในขณะนี้

13315314_282165995455649_4545312371204897350_n.jpg

หมายเหตุไทยอีนิวส์... ภาพจาก FB Narisara Viwatchara ไทยอีนิวส์ไม่สามารถยืนนันว่าเป็นภาพผู้โพสต์ จม.

(Charnvit Kasetsiri 9 hrs :อ.ทักษ์ บอกว่า This person on FB must be a plant. I have never heard of her.)

จดหมายเปิดผนึกของดิฉันถึงฯพณฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จอห์น แคร์รี เกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยของดิฉันค่ะ

May 31, 2016

The Honorable John F. Kerry
Secretary of State
US Department of State
2201 C Street NW
Washington, DC 20520

RE: Thailand’s Human Rights Abuse by the Military Junta

Dear Secretary Kerry,

I am writing to inform you that in the wake of the coup that overthrew the democratically elected government of PM Yingluck Shinawatra in May 22, 2014, at least 6 activists say that they were tortured while in custody, some 70 civilians face trials in military courts, and dissent and freedom of expression have been sharply restricted.

The right to a fair trial is currently in jeopardy. In some cases, there is absolutely no justification for an arrest whatsoever. One mother was arrested for merely uttering a word “yeah” in a haphazard manner concurring to a simple statement which was allegedly deemed a violation of “lese majeste” law by the Thai authorities.

All versions of the Thai consitution since 1932 contain the clause, “The king shall be enthroned in a position of revered worship and shall not be violated. No person shall expose the king to any sort of accusation or action." The Thai Criminal Code elaborates in Section 112, also known as “lese majeste law”: "Whoever defames, insults or threatens the king, queen, heir-apparent, or regent shall be punished with imprisonment of three to fifteen years. Missing from the code, however, is a definition of what actions constitute "defamation" or "insult".

The people facing military trials, which offer no appeal, are charged with taking part in political gatherings, protesting against the military takeover of the country or insulting the monarchy.

Because of the gross violation of human rights in Thailand, I have exercised my rights of free speech under the First Amendment of the Constitution of the United States in the U.S. soil. I have been critical of the military junta headed by Gen. Prayuth Chan Ocha in my Facebook under my real name, “Narisara Viwatchara” during the past two years. Due to my action, I have been subject to intimidation by Thai royalists and military thugs in social media and phone calls.

I plan on making a trip to Thailand this summer during the month of July and August 2016 for holidays and a research project.

As a U.S. citizen of Thai descent, I hereby request that the U.S. Embassy in Bangkok be made aware of my presence and that I will be protected, in case the military junta compels me to report to them for the so-called “attitude adjustment.”

I will, of course, promptly register my name and provide my contact information to the U.S. Embassy staff upon my arrival in Bangkok.

Sincerely,

Narisara Viwatchara
Ithaca, NY 14850

Cc: Ambassador Glyn T. Davies
U.S. Embassy
120-22 Wireless Road
Bangkok, Thailand

จาก FB
12541153_212718705733712_8055486282550174846_n.jpg?oh=66ad33d4f8a321ad5afb591dfc01f255&oe=580E9EE3
Narisara Viwatchara
...

ความเห็นจากผู้ห่วงใย...

คิดให้ดีๆนะครับ เมืองไทยอันตรายสำหรับคนคิดต่าง 112 มีผลกับชาวต่างชาติ
.
เข้ามาตอนนี้มีความเสี่ยงมากเลยนะครับ ด้วยความเป็นห่วงครับ...
.
ในยามนี้บ้านเราก็เหมือนบ้านป่าเมืองเถื่อน การกระทำต่อผู้เห็นต่างโดยมิได้คำนึงถึงหลักของข้อกฏหมายทั่วไปและยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลักสิทธิมนุษยชนที่พึงต้องยึดถือ ที่แล้วมาเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีการจับกุมผู้เห็นต่างก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาอยู่หลายคดี จึงมิควรประมาทในเรื่องเช่นนี้จะเป็นการดี และขอต้อนรับการกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนด้วยความยินดีครับ
.
ถ้ามาไทย ระวังถูกจับนะคะ
เป็นห่วงค่า
.
ใจหนึ่งก็เป็นห่วง อีกใจก็สนับสนุนให้มา คนที่กล้าๆกลัวๆจะได้มีกำลังใจออกมาบ้าง
ถึงเวลากันหรือยังครับ ให้โจรยึดบ้าน กดขี่ข่มเหง มาหลายสิบปีแล้ว และพวกเขายังไม่มีทีท่าจะสำนึกผิด
ออกมากันเถอะครับ ทวงประเทศเราคืน
.
ไม่ธรรมดา อจ เอาจริง...เลือดรักไทยแรงมาก ลุงตายตาหลับ!!!Thank you krup...
.
Smart & Excellent
.
เป็นห่วง มาไทยหน้าร้อนเชื้อพิษสุนัขบ้ามันระบาดอยู่นะ
.
rose

Last edited by linc49 (June 3, 2016 9:47 AM)

Offline

#990 June 2, 2016 12:13 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post_15.html

วันพุธ, มิถุนายน 01, 2559

พรบ.คอมฉบับใหม่ คือระเบิดเวลาประเทศไทย

13346439_1017475218349227_2732668335943010814_n.jpg

(แชร์เยอะๆ แชร์ให้มากที่สุด)
สเตตัสนี้แปลจากบทความของสำนักข่าว Bangkok post ภาคภาษาอังกฤษ มีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะกับภาษาไทยแต่สาระใจความยังเหมือนเดิม

"รัฐบาลทหารคสช.กำลังสร้างความสับสนเรื่องดิจิตัลให้ลึกยิ่งขึ้น
คสช.ปฏิเสธการทิ้งแนวคิด Single Gateway ที่เปรียบเสมือน
" Great Firewall " ของจีน แต่รออำนาจของผู้ที่มีอำนาจเพื่อทำให้เป็นเรื่องที่ถูกกฏหมายและสามารถลักลอบดักจับข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตอย่างลับๆ

การแก้ไขแบบนี้มาจากการปราศจากความเข้าใจเรื่องอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ของทหารและกำลังผ่านเป็นกฏหมาย ช่างเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างมากและไม่ใช่บุคคลที่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่านั้นที่ผิดหวัง การแก้ไขพรบ.คอมพิวเตอร์รอบนี้มีสิ่งสำคัญที่สังคมต้องสนใจอย่างยิ่ง

คสช.จะให้อำนาจไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐรวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น Login หรือ Password ของพลเรือนทุกๆคนที่ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์นั่นทำให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถสามารถเข้าถึงและดักจับข้อมูลทางธุรกิจของทุกๆบริษัททีเชื่อมต่อออนไลน์ในขณะนั้นเข้าถึงแม้แต่อีเมล์ส่วนตัวในบ้านพัก

พรบ.คอมฯที่ถูกแก้ไขใหม่นี้กำลังจะเป็นกฏหมายบังคับใช้ในเดือนหน้า (คาดว่ามิถุนายน) และไม่เพียงเท่านั้นตัวพรบ.คอมฯที่ถูกแก้ไขจากสนช. ได้ระบุเจาะจงชัดเจนถึงความต้องการให้ตัว ISP (ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ต Internet Service Provider) ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าของ ISP นั้นๆได้ชนิดเต็มรูปแบบหรือเข้าถึงทั้งหมด

นอกจากนี้ ISP จะต้องเงียบห้ามส่งสัญญาณบอกสังคมเพราะจะโดนปรับทางกฏหมายอย่างรุนแรงหากส่งสัญญาณให้สังคมรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐแอบเสือกจับตาดูประชาชนอยู่ และถึงแม้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตจะรู้ว่าทางภาครัฐกำลังดักจับข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น การทำธุรกรรมATM หรือความลับทางธุรกิจ ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดเผยว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งหมดนี้และมากกว่านี้ถูกขุดพบจากกลุ่ม NGO Thai Netizen Network และค้นพบแผนการที่จะลดความถี่การเคลื่อนไหวของข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศให้ไปเป็น Single Gateway เพื่อง่ายสำหรับรัฐบาลคสช. ในการจับตาดูการใช้อินเตอร์เน็ต

กลุ่ม NGO นี้ได้อธิบายถึงการแก้ไขพรบ.คอมฉบับนี้ว่าเป็นแผนการให้เกิดการโจมตีกลางทางระหว่างการขนส่งข้อมูลหรือ "Man in the middle" ของคสช. นี่จะเป็นการทำลายการลงรหัสของข้อมูลอินเตอร์เน็ตที่กำลังเคลื่อนที่หรือเว็บไซต์ที่มี "https" ลงและนั่นเป็นขั้นตอนเดียวเท่านั้นที่ทำให้การทำธุรกรรมการเงินออนไลน์มีความปลอดภัย

ในเอกสารลับที่ถูกขุดพบจากกลุ่ม NGO ชัดเจนว่ารัฐบาลทหารต้องการทำลายการลงรหัส "https" เพื่อเข้าไปยังเว็บที่ต่อต้านสถาบัน
ถึงแม้ว่าในการทำสิ่งนั้นจะต้องถูกตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจไปในทางที่ผิด แต่สิ่งที่อันตรายที่สุด คือ "ตัวรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐที่คอรัปชั่น"

สามารถใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือกลั่นแกล้งประชาชนผิดไปจากจุดประสงค์เดิม ซึ่งทำได้ถึงขั้นดัดแปลงข้อมูลขโมยเงินทางอิเล็กทรอนิคหรือเอาความลับที่ได้มาไปแบล็คเมล์ประชาชน

ข้อเท็จจริงของความเป็นไปได้ที่ประชาชนจะฉิบหายช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนักนั่นทำให้ประเทศชาติตกต่ำและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างมาก

รัฐบาลทหารคสช. กำลังเดินหน้านโยบาย "ประเทศไทย 4.0" เพื่อรองรับการพัฒนาทางดิจิตัล ความดีงามและการขยายตัวการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตคือกุญแจสำคัญ

แต่ความปลอดภัยและรักษาความลับก็เป็นกุญแจสำคัญด้วยเช่นกัน ถ้า สนช. ผ่าน พรบ.คอมฯ ฉบับแก้ไขเป็นกฏหมายในเดือนหน้า ชื่อเสียงของประเทศไทยจะมีแค่ทางเดียวนั่นคือเสื่อมทรามลงเท่านั้น

ในขณะที่นโยบาย Single Gateway กำลังอยู่บนโต๊ะและกำลังดำเนินการอย่างลับๆ ประเทศไทยจะรับผลกระทบอย่างมหาศาลต่อมาตราการ "ดักฟังข้อมูล" ที่กำลังวางแผนกันอยู่

การทำธุรกิจจะไม่มีความน่าเชื่อถือและความลับ ทุกคนที่ใช้ธุรกรรมการเงินออนไลน์กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นจะต้องรับภาระความเสี่ยงว่าบัญชีของตนนั้นไม่เพียงแค่ไม่มีความปลอดภัยแต่อาจถูกปลอมแปลงแก้ไขได้ด้วย

สนช.อาจถูกตั้งขึ้นมาจากคณะรัฐประหารแต่ก็ได้สาบานไว้ว่าจะทำไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศพวกสมาชิกเหล่านั้นจะต้องตีกลับร่างพวกนี้กลับออกไป ถึงเวลาแล้วที่สังคมจะต้องได้รับข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับเบื้องหลังของกฏหมายเหล่านี้

การใช้พรบ.คอมฉบับเดิมของรัฐบาลทหารก็ช่างเละเทะแต่ด้วยการจับตาดูของสังคมก็สามารถแก้ไขความเสียหายและสร้างความปลอดภัยของการใช้คอมพิวเตอร์ที่แท้จริงขึ้นมา "

ที่มา Internet laws a time-bomb

http://www.bangkokpost.com/opinion/opin … -time-bomb

อ่านจบดูคลิปนี้ประกอบ เจาะเป็นรายมาตรา

http://shows.voicetv.co.th/wakeupnews/369873.html

==============================

ต่อไปหากมีเจ้าหน้าที่รัฐที่คอรัปชั่นก็สามารถลักลอบเอาข้อมูลหรือความลับทางธุรกิจที่ "ดักฟัง" ไปขายเป็นข้อมูลประเภท
"วงในหรือInsider" หรือใช้ข้อมูลนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวได้

เข้าไปแก้ไขดัดแปลงการโอนเงินของผู้ฝากโดยเอาไปเข้าบัญชีตัวเจ้าหน้าที่แทนโดยเจ้าตัวไม่รู้ก็ได้ ยกเว้นจะตรวจสอบยอดเงินในบัญชี และสามารถเอาข้อมูลลับที่ได้มาจากการดักข้อมูลประชาชนมา "แบล็คเมล์" ประชาชนเพื่อผลประโยชน์เจ้าหน้าที่ได้

พรบ.คอมแก้ไขใหม่นี้จะทำให้เจ้าหน้าที่มีผลประโยชน์มหาศาล
จากอำนาจในการดักข้อมูลประชาชนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง

สารพัดความบรรลัยรอคนไทยอยู่เบื้องหน้าแล้ว


@ หยุดดัดจริตประเทศไทย

31 พฤษภาคม 2559

Offline

#991 June 3, 2016 9:46 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เศรษฐกิจไทยแย่ แม้รัฐเผด็จการจะโฆษณาอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อใน WEF

http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post_45.html

S2.png

มันเป็นธรรมชาติตามสามัญสำนึก ใครเขาจะมาลงทุนเมื่อทหารปล้นอำนาจประชาชนจากรัฐแล้วสร้างกฏหมายมาปกป้องทหารพวกตนเอง ทำอะไรก็ไม่ผิด ก็ไม่ต่างจากโจรปล้นเจ้าทรัพย์แล้วบังคับเจ้าของบ้าน ตั้งตนเป็นใหญ่แล้วใครเขาจะเข้ามาติดต่อบ้านนี้ นอกจากตำรวจ เพราะถ้าเข้ามาโจรมันก็ปล้นได้ซิคร๊าบบ .. มีใครอยากจะเสียทรัพย์บ้าง คงมีแต่คนโง่ๆเท่านั้น

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 02, 2559

มาดูกันว่าเศรษฐกิจในประเทศแย่ แล้วทุนใหญ่ปรับตัวอย่างไร

13332936_1164381776961993_6564299164778601147_n.jpg

มาดูกันว่าเศรษฐกิจในประเทศแย่
แล้วทุนใหญ่ปรับตัวอย่างไร

...............
1.
‘สมคิด’ โชว์ตัวเลข ‘เอกชน’ลงทุนฮวบ
เดิม40%เหลือ20% รัฐทุ่มฝ่ายเดียว-ศก.ไม่โต
http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1464504180

2.
ธปท. กังวลเอกชนชะลอลงทุน ระบุไม่แย่กว่าไตรมาสแรก แต่ไม่มีอะไรชี้ชัดว่าไตรมาส 2 จะดีขึ้น แนะหมดเวลาพึ่ง FDI
http://thaipublica.org/2016/05/bot-31-5-2559/

3.
ปลัดคลัง วอนเอกชนลงทุนครึ่งปีหลัง
ชี้ไม่อยากจุดเทียนบนบานข%Baศก.โตกว่า 3%
http://www.matichon.co.th/news/156792                        klum

4.
ดีลใหญ่! "กลุ่มเซ็นทรัล"ขายหุ้น BIGC ไทยทั้งหมด
จ่อซื้อ BIGC เวียดนาม
http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1462868739
"เซ็นทรัลกรุ๊ป" เทคโอเว่อร์ "บิ๊กซีเวียดนาม"
http://www.nationtv.tv/…/content/econom … 378501253/

3 ข่าวแรก ออกจากปาก หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้มีหน้าที่ตีปี๊ปเศรษฐกิจทั้งสิ้น คือ

- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี
- ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
- นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง

ทั้ง 3 สรุปตรงกันว่า การลงทุนภาคเอกชนทั้งในประเทศ และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย

เท่ากับว่าตอนนี้เครื่องจักรที่ทำงานอยู่เครื่องเดียวคือ การลงทุนภาครัฐ
(ต่อให้เป็นเมกกะโปรเจคอย่างไร ก็ถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับภาคเอกชน)

แต่ข่าวที่ 4 น่าสนใจกว่าคือการปรับตัวของทุนใหญ่ คือ กลุ่มตระกูลจิราธิวัฒน์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด(Central Group) ที่เลือกเส่้นทางการลงทุนต่างประเทศ
โดยการขายหุ่้น BIG C ในไทยทั้งหมด แล้วจะ่ซื้อ BIG C เวียดนาม

นั่นแสดงว่า ผลตอบแทนในเวียดนามดีกว่าในประเทศไทย

ซึ่งสอดรับกับข่าวนี้

ค้าปลีกโตต่ำสุดในรอบ 20 ปี
http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1462248926      head

นี่เป็นตรรกะพื้นฐานในทางเศรษฐกิจที่ทุนจะไหลตรงข้ามกับน้ำ
คือไหลจากที่ (ผลตอบแทน) ต่ำ ไปหาที่ (ผลตอบแทน) สูง

แต่ต้องไม่ลืมว่า ภายหลังรัฐประหาร ก็มีตัวแทนกลุ่มตระกูลจิราธิวัฒน์ร่วมกับทุนใหญ่ นี่แหละที่เข้าไป เชลียร์รัฐประหาร โดยอ้างความมั่นใจในกานลงทุน
ดู
ศุภลักษณ์ อัมพุช มั่นใจอัยการศึกเป็นประโยชน์ บอกเรารู้สึกหน้าตาสดใสขึ้นกว่าปีที่แล้ว(คลิป)
http://www.matichon.co.th/news_detail.p … 1421066667

ดังนั้นถ้าเราไม่หลอกตัวเอง ก็บอกได้ว่าหายนะทางเศรษฐกิจใกล้เข้ามา
แต่คนที่จะปลอดภัยที่สุดคือกลุ่มทุนใหญ่
ถ้าไม่ได้รับการโอบอุ้มจากคณะรัฐประหารก็ออกไปลงทุนต่างประเทศ

ส่วนที่เหลือก็รอวันตาย

13343126_1164381970295307_3643451817649835887_n.jpg


318514_196725343727646_453042_n.jpg?oh=7b99dc6983067412b4a3d559ccdba75e&oe=57C59745
Thanapol Eawsakul

........

http://thaienews.blogspot.com/2016/06/t … wning.html

วันพุธ, มิถุนายน 01, 2559

Thailand: Why the Land of Smiles is Frowning

+ *added

ON-BS226_thaige_G_20160531040631.jpg

Prayuth Chan-Ocha,Thailand's prime minister. Photographer: Dario Pignatelli/Bloomberg

The “Land of Smiles” is frowning a bit too much for comfort these days.

By
WILLIAM PESEK
June 1, 2016
Barrons


On the surface, Thailand’s economy is holding its own. It grew 3.2% in the first quarter from a year earlier. Below it, the dynamics driving growth - a public-spending binge - mask the air of disapproval consuming the masses. As incomes stagnate and output lags Indonesia, Malaysia and the Philippines, Bangkok’s military leaders look perilously out of their depth.

That’s not the impression you get listening to Bank of Thailand Governor Veerathai Santiprabhob, who I bumped into last week at a EuroMoney investment forum in Bangkok. You tend to expect the official party line from a central banker appointed by a military junta. And Veerathai sure did accentuate the positive. “In the big picture,” he said, “we don’t have to be concerned about global economic volatility because we have better buffers than other emerging markets,” including low foreign-currency debt levels.

This last point is somewhat fair. It was a bubble in overseas debt that precipitated the 1997 Asian crisis, which began in Bangkok in July of that year. Today, Thailand faces a different economic crisis, but one just as dangerous in the long run: complacency.

As Veerathai tells overseas investors to smile and see the Thai sunshine, the junta is ignoring the structural problems festering even before they grabbed power in May 2014. They’re doing little to address the headwinds holding back competiveness, productivity, industrial capacity, state-own-enterprise inefficiency and education or eradicate corruption. The junta’s obsession with curbing dissent is colliding with a darkening global economy, evidenced by the 8% plunge in exports in April. The 15% drop in imports speaks to the sluggishness of domestic demand and the frowns on the faces of many of Thailand’s 67 million people.

Things are about to get worse as the all-important tourism sector slows with global growth, particularly as China loses altitude. Government pump-priming is easing the pain, but masking the depth of problems imperiling Thailand’s future. As neighboring Indonesia and the Philippines raise their manufacturing games, they’re vying for the automotive factories creating so many good-paying Thai jobs. So is Narendra Modi’s India. Complacency in Bangkok gives the Toyota’s and Honda’s that make Thailand the “Detroit of Asia” incentives to hedge their bets on a place that’s the economic equivalent of a stopped watch.

Since September, Prime Minister Prayuth Chan-Ocha unleashed more than $18 billion worth of short-term stimulus to shore up local demand. The central bank has left benchmark interest rates unchanged for the last eight policy meetings to support credit. But none of these efforts is creating new growth drivers, loads of new jobs or ensuring Thailand will keep its advantages in key sectors like autos.


“All this military-government largess is fine for 2016 growth, but come 2020, Thailand could be an also-ran in a region it once dazzled.


Capture1.jpg
*added


It’s troubling, for example, to hear Deputy Prime Minister Somkid Jatusripitak effectively declare victory, saying the first quarter was “good news, and will be a turning point for confidence toward Thailand. This will show that the Thai economy has recovered.” Never mind that Thailand is lagging the Philippines (6.9% in the first quarter), Indonesia (4.9%) and even political-scandal-plagued Malaysia (4.2%). Or that Somkid was finance minister under populist leader Thaksin Shinawatra, whose regime was ousted in a 2006 coup amid corruption charges. Somkid resurrected many of Thaksin’s discredited ideas, like lavishing state funds on rural areas to win support.

All this military-government largess is fine for 2016 growth, but come 2020, Thailand could be an also-ran in a region it once dazzled. That was the striking thing about last week’s EuroMoney Greater Mekong Investment Forum. In year’s past, this annual event drawing more than 900 attendees was a Thailand lovefest. The focus was always on how Cambodia, Laos, Myanmar and Vietnam needed to learn from Thailand’s successes - its thriving banking system, political stability and Internet penetration.

But this year, there was far more discussion of opportunities elsewhere. Kamalkant Agarwal, head of Siam Commercial Bank’s international operations, for example, told me how the nation’s third-largest lender is increasingly looking abroad for growth. During the digital economy panel I moderated, talk quickly trailed off to Indonesia, which is in the throes of nascent startup boom. “We see lots of energy and opportunity there,” said Paul Srivorakul of Ardent Capital, one of Bangkok’s go-to mentors for entrepreneurs.

On the sidelines, when I probed government officials, businesspeople and bankers about the Mekong region, Vietnam was all anyone could talk about. Might U.S. President Barack Obama’s visit days earlier drive a new investment boom there? Thailand has wallowed in cautionary-tale territory for years now. If the junta doesn’t tend to economic upgrades, the talk may be of Thailand-passing - as in bypassing it altogether.

China’s slowdown raises the stakes. The downshift there, or even the “L-shaped recovery” Bangkok Bank China Chief Executive Officer Suwatchai Songwanich expects, is dreadful news for Thai resort owners, manufacturers and national government coffers alike.

Post-Thaksin-era Thailand is a disorienting place. The level of press freedom, degree of military involvement in the economy and basic dos-and-don’ts for Thais or visitors is a moving target. But when generals commandeer a nation, it’s best to have a plan. If two years on, Prayuth and his men have one, it’s high time they implemented it. After all, “Land of Frowns” has a rather unfortunate ring to it.

Offline

#992 June 4, 2016 11:36 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

"ถ้าไม่บ้าคงไม่มายืนตรงนี้" ...จริง อะ ..งั้นเชิญรับยาช่องเบอร์ 1 เลย

srithanya.jpg

ข่าวสด  + * added

วันที่ 04 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 26 ฉบับที่ 9320 ข่าวสดรายวัน

ไม่สงบลงไม่ได้

ใบตองแห้ง


ใบตองแห้งจบจากไหน เที่ยววิจารณ์เขาเรื่อยไป รู้อะไรจริงหรือเปล่า ถ้ามีผู้หลักผู้ใหญ่กล่าวอย่างนี้ ผมคงดีใจอิ่มทิพย์ไปหลายวัน คิดแล้วก็อิจฉาพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีพลังงานไม่ค่อยมีคนรู้จัก วิจารณ์เศรษฐกิจรัฐบาลนี้กลับโด่งดัง

แต่ก็เห็นใจท่านผู้นำ ท่านคงอัดอั้น กระทั่งพูดเรื่องการเมืองไทยบนเวที G77 เดือดสื่อ "เป็นพ่อผมมั้ง" ขอโทษที่พูดแรง ฝรั่งอาจฟังไม่รู้เรื่อง เอาแค่คนไทยรู้ก็แล้วกัน

ก็ไม่รู้ล่ามแปลอย่างไร Media is my father แต่ที่ฮือฮาทั้งไทยฝรั่งคือท่านบอกว่า "ถ้าไม่บ้าคงไม่มายืนตรงนี้"

10593007_1539276556288912_8948622637424451473_n.jpg *

อ๊ะอ๊ะ ไม่ได้ฉวยโอกาสตีปี๊บ ท่านรับว่าตัวเองบ้า แต่ฟังแล้วเห็นภาพพระเอกหนัง "ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด" คนจะเป็นฮีโร่ก็อย่างนี้ ต้องมีลูกห้าวระห่ำ ถึงใจชาวบ้าน จึงได้ความนิยมล้นหลาม บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ แต่อยู่ในภาวะวิปริต ก็ต้องมีผู้นำเป็นคนพิเศษ

แต่ที่น่าเห็นใจกว่าคือท่านบอกว่า ถ้าประเทศไม่สงบเรียบร้อยก็ไม่ไปไหน ตราบใดที่ยังไม่สงบก็จะอยู่ รู้ด้วยนะนักข่าวรอฟัง ตั้งใจพูดให้พาดหัวช่วยเพิ่มยอดขายหนังสือ พิมพ์ แต่พอดีผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ ส่ง พ.ร.บ. ประชามติไปให้ศาลรัฐธรรมนูญมีงานทำ ท่านก็เลยสำทับซ้ำ ถ้าศาลชี้ว่าขัดก็เลื่อนประชามติ

แปลกแต่จริง ไม่ยักมีใครตื่นเต้น ที่ท่านบอกว่าไม่สงบก็อยู่ต่อ อยากอยู่ก็อยู่ไป อยู่ยาวแค่ไหนไม่ว่ากัน เพราะดูเหมือนไม่ต่างเท่าไหร่ อยู่อย่างนี้ก็ไม่แน่ว่าอะไรจะดีขึ้น มีรัฐธรรมนูญใหม่ มีเลือกตั้ง ก็ไม่แน่ว่าอะไรจะดีขึ้น

จริงนะครับ ถ้าพูดสำหรับฝ่าย "ไม่รับ" เพราะประชามติผ่านท่านก็อยู่ต่ออีกปี มีเลือกตั้งแล้วก็ยังมี ส.ว.แต่งตั้ง มีกลไกต่างๆ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่รู้มีเลือกตั้งทำไม สู้ไม่รับแล้วให้ท่านตัดสินใจเองดีกว่า

หรือถ้าหันไปดูกองเชียร์ "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" ตอนนี้ก็ดูหมดหวังซังกะตาย สปช. สปท.มีแต่ข้อเสนอมากมาย ปฏิรูปตำรวจก็โวยวายว่าซื้อขายตำแหน่ง จน ผบ.ตร.ตั้งคนตาย จึงพิสูจน์ได้ว่าผีไม่ซื้อขาย

สถานการณ์วันนี้หลังครบ 2 ปี พูดให้ถูกไม่ใช่ "ไม่สงบก็ไม่ลง" แต่เป็น "ไม่สงบก็ลงไม่ได้" เสียมากกว่า อ้าว จะลงจากหลังเสือยังไงละครับ ถ้ายังมีเชื้อไม่พอใจ นักการเมืองกลับมามีอำนาจเมื่อไหร่ เดือดร้อนแน่ ไม่เห็นหรือ "อีปู" ไปอีสาน BBC รายงานว่ายังกะ Rock Star

อย่าว่าแต่นักการเมืองเลย กระทั่งหมอประเวศ วะสี ยังแว้งกลับ หาว่าทหารยึดอำนาจทำประเทศชาติยุ่งยาก เที่ยวไปเล่นงานเครือข่ายตระกูล ส. ซึ่งมีแนวร่วมมากมาย

คสช.ตั้งความหวังไว้ว่าจะยึดอำนาจเพื่อปกป้องชาติและสถาบันสำคัญ เร่งใช้เวลาสั้นๆ ขจัดความแตกแยก จัดระเบียบ "คืนความสุข" เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจเดิม โดยหวังว่าจะทำได้แล้วกลับเข้ากรมกอง

คำถามคือถ้าทำไม่ได้แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าไม่สามารถสยบความตื่นตัวประชาธิปไตย ถ้าไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้คนส่วนใหญ่ เพียงแต่ใช้อำนาจกดทับไว้ให้แสดงออกไม่ได้ (รอจน "อีปู" ไปทัวร์จึงแห่มาให้กำลังใจล้นหลาม)

หรือถ้าการใช้อำนาจยิ่งทำให้คนรักประชาธิปไตยไม่พอใจ หรือแม้แต่คนที่เคยสนับสนุนก็ไม่พอใจ อย่าง NGO นกหวีดทั้งหลาย แล้วพากัน "จดบิล" ไว้

หนักไปกว่านั้น แม้แต่คนที่เชียร์ทุกวันนี้ ก็อาจเชียร์เพียงเพราะไม่มีที่พึ่ง หวังพึ่ง ม.44 ไปวันๆ สถานการณ์เปลี่ยนเมื่อไหร่ แน่ใจนะว่าพวกนี้ยังปกป้อง

ใครก็ประเมินผลงาน คสช.ได้ไม่เท่าตัวเองหรอกครับ 2 ปีผ่านไป เห็นทางออกหรือยัง จะลงจากหลังเสือได้เมื่อไหร่ อย่าคิดนะว่ารัฐธรรมนูญพึ่งได้ ต่อให้เป็นนายกฯ คนนอก ต่อให้มีส.ว.แต่งตั้ง แต่ไม่มี ม.44 เอาอยู่ไหม

ใช่เลย ตอนนี้ดูเหมือนท่านรู้ตัว เปิดรับฟังนักการเมือง อนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ เลิกใช้คำว่า "ปรับทัศนคติ" เลิกใช้ค่ายทหาร แต่ถามว่าเพียงพอหรือกับความต้องการสิทธิเสรีภาพ ซึ่งที่สำคัญคือของประชาชน ไม่ใช่แค่นักการเมือง

ประชาชนไม่ได้ต้องการไปนอก ประชาชนต้องการแสดงออก ต่อประชามติ ต่อคำสั่ง ต่อการตัดสินใจต่างๆ และต้องการความยุติธรรม ไม่ใช่ล้อเลียนเป็นอาชญากรรม ยืนเฉยๆ ก็มีความผิด มอบช่อดอกไม้ก็มีความผิด

ถ้าคิดจะปลดล็อก ถ้าคิดจะผ่อนคลาย ก็ต้องหันหน้ามาหาประชาชน ลงได้ลงไม่ได้ก็อยู่ที่ประชาชน ลงไปแล้วจะอยู่สงบสุขไหม ก็อยู่ที่ประชาชนนี่แหละจะว่าอย่างไร

Image.aspx?ID=2658159 *

1396777781-5yew-o.jpg *

1393645475-329-o.jpg *


Harlem Shake โรงพยาบาลบ้า! *

...........


http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post_77.html

วันเสาร์, มิถุนายน 04, 2559

ถั่วฝักยาวในปากกูแทบพุ่ง ... เมื่อปาก (สมอง?) ของทั่นผู้นำทำงาน

13321828_1696647510598339_8759900775035627728_n.jpg

ความเห็นจากเน็ต...

เพิ่มนิด จำได้ตะกี้ตอนนั่งกินข้าว " อย่ามาตกกรุงเทพนะการจราจรติดขัดอีกเดียวเปียก" ถั่วฝักยาวในปากกูแทบพุ่ง
.....

จะพูดออกให้คนอื่นตลก แต่เป็นตลกโง่ๆที่ไม่เหมาะการเป็นผู้นำจริงๆ
.....

ชาวนาเลวตรงไหนว๊ะไอ้สาด
.....

เพลียกับความคิดท่านผู้นำ..วิสัยทัศน์เท่าหางอึ่งยังหน้าด้านคิดจะอยู่ต่ออีก..จับผ่ากระโหลกเอาขี้เลื่อยออกมั่งก้ดี


http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post_4.html

วันเสาร์, มิถุนายน 04, 2559

ผู้นำที่ขาด"วุฒิภาวะ"

13335896_1017086121674341_1782204869327745343_n.jpg

นายกรัฐมนตรีจะ “ขาดวุฒิภาวะ” มากน้อยกว่าที่ Watana Muangsook ‘จวก’ ไว้บนเฟชบุ๊คเมื่อวาน แค่ไหนเราไม่รู้

แต่ทักษะทางวิทยาศาสตร์ชีวะละก็ น่าจะสู้ ‘น้องเพ็นกวิน’ ไม่ได้นะ

ขานั้นเดี๋ยวนี้เก่งด้านการทูตด้วยอีกแน่ะ เขียนถึงการไปสนทนากับเอกอัคราชทูตสหรัฐไว้ให้น้ำลายสอ #ชีสเค้กอร่อยมาก...เดี๋ยวค่อยเล่า

เอาเรื่องสภาพแวดล้อมชีวะวิทยาซะก่อน เห็นที่เพจ @ดัดจริตประเทศไทย อ้างไว้เมื่อ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๙

“ประยุทธ์บอกว่า ‘คนปลูกต้นไม้บนเขาเยอะๆ หายใจก็เอาอากาศเสียออกมา ป่าก็ไม่เกิด’ ที่หนึ่งของรุ่นนี่ได้มาเพราะจับฉลากหรือจับครูไปปรับทัศนคติหรือเปล่า

เวลาเขาไปปลูกต้นไม้กัน เขาคงไม่ไปตอนกลางคืนหรอก ดังนั้นเขาไปปลูกป่ากันตอนกลางวัน

ตอนกลางวันต้นไม้ต้องมีการ ‘สังเคราะห์ด้วยแสง’ (Photosynthesis)” และกระบวนการสังเคราะห์แสงต้องใช้ก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ที่มนุษย์หายใจออกมาสำหรับเป็นวัตถุดิบองค์ประกอบ

“แปลว่า ต้นไม้ชอบลมหายใจที่เป็นก๊าซเสียของมนุษย์” @ดัดจริต สรุปว่า “การที่คนหายใจมากๆ ไม่ได้ทำให้ป่าเสื่อมโทรม หรือต้นไม้ไม่โตนะ

13310566_1017084778341142_567105181324348296_n.png

รบกวนท่านกลับไปเรียนกับเด็ก ป.๖ ใหม่ หรือเชิญ อ.เจษฎาเข้าไป lecture ให้ฟัง จะได้รู้ว่าต้นไม้ใช้ก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในการสังเคราะห์แสง แล้วคายก๊าซอ็อกซิเจนกลับออกมาให้เรา”

อย่างนี้พี่ป้อมยังจะดันให้อยู่นานๆ อีกหรือ ขายหน้าเด็กน่ะ

เด็กที่ชื่อ พริษฐ์ ชิวารักษ์ เพิ่งรับเชิญเป็นหนึ่งในแปดเยาวชนเข้าพบสนทนากับนายกลิน เดวี่ส์ ทูตอเมริกันประจำประเทศไทย ซึ่งหนุ่มน้อยเพ็นกวินเขียนเล่าว่า

13315809_1017085188341101_6224356561054539188_n.jpg

“ท่านทูตและคุณแจ็คเกอลีน ภริยาของท่านก็เชื้อเชิญพวกเราให้ไปนั่งบนโซฟารอบโต๊ะไม้ใหญ่ที่มีชุดของว่างวางเรียงราย เมื่อพวกเรานั่งลง เจ้าหน้าที่อีกกลุ่มหนึ่งก็รินน้ำชาให้พวกเรา และการสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น”

นั่นละเป็นที่มา “ปล.2 ชีสเค้กอร่อยจริง ๆ นะ”...

อะ ช้าก่อน ยังมีมากกว่านี้อีกแยะ

“เราหารือถึงบทบาทของสหรัฐฯ ในการพัฒนาการศึกษาไทย อ้างอิงจากคำพูดของท่านทูต สหรัฐอเมริกาพยายามจะวางตัวในฐานะผู้สนับสนุนการพัฒนาของประเทศไทย ในฐานะที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เราพยายามเสนอแนวทางที่เป็นไปได้ ที่อเมริกาจะช่วยพัฒนาโอกาสในการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทย...

เราพูดคุยกันอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ เรื่องโซเชียลมีเดีย เสรีภาพทางความคิดในสถานศึกษา การเรียนภาษาอังกฤษ การเตรียมตัวต้อนรับอาเซียน และเรื่อง STEM (Science Technology Engineering Mathematics) แน่นอนว่าผมไม่พลาดที่จะเติมประเด็นเรื่องการโยงวิชาทางสายวิทย์ให้บูรณาการกับ Civic Education”

มาถึงตอนสำคัญ “ผมได้รู้จักความเป็นมนุษย์ของท่านทูตเดวีส์มากขึ้น เขาเป็นคนพูดจาเสียงทุ้มต่ำ และตอบทุกบทสนทนาที่เราพูดด้วย เมื่อเขาพูดกับวงเขาจะแบ่งสายตามองทุกคนอย่างทั่วถึง และเมื่อเขาพูดกับคนใดคนหนึ่งรวมถึงผม สายตาของเขาก็จะจับจ้องอยู่ที่ผม

ในแววตาคู่นั้นของท่านเดวีส์ ผมเห็นเหยี่ยวที่กำลังกระพือปีก”

ไหมล่ะ diplomatic observation “จากการมองตา ผมคิดว่าเขาเป็นคน 'นักเลง' พอตัว สุขุมลุ่มลึก สุภาพแต่ทรงอำนาจ น่ายำเกรง มีพลังบางอย่างอยู่ในตัว ผมคิดว่าพลังนี้กระมังที่ทำให้ท่านทูตเดวีส์อ่านแถลงการณ์หักหน้าท่านรัฐมนตรีดอน ปรมัตถ์วินัยกลางกระทรวงการต่างประเทศได้

แต่ความน่ากลัวของเขาก็คือ เขาน่ายำเกรงเกินไป น่ายำเกรงจนผมไม่อาจล่วงรู็ได้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แต่อย่างไรก็ตามที เราต่างก็รู้กันดีว่าไม่มีความจริงใจในวงการทูตอยู่แล้ว...

ไม่ว่าสหรัฐอเมริกามีความจริงใจที่จะช่วยพัฒนาการศึกษาเรามากน้อยขนาดไหน อย่างน้อย ๆ มีมิตรก็ยังดีกว่ามีศัตรู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิตรที่อย่างน้อยลมปากก็ยังแคร์สิทธิมนุษยชน”

บอกแล้วไง สำนวนและสำเนียง (มนุษยชน) ดีกว่าบักดอน

ย้อนไปที่เรื่อง ‘ขาดวุฒิภาวะ’ ตามโพสต์วัฒนา บ่งว่านายกฯ “ชอบกล่าวในโอกาสต่างๆ ว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมือง” แต่ “นายกรัฐมนตรีคือตำแหน่งทางการเมืองที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร หากจะพูดให้ถูกต้องคือตนเป็นนักการเมืองที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะได้ตำแหน่งมาจากการยึดอำนาจ”

อดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยยังเอ่ยถึงคดีรับจำนำข้าว ที่นายกฯ พูดพาดพิง “ว่า หากไม่ต้องฟ้องศาลจะใช้มาตรา ๔๔ สั่งจำคุกให้หมด อันเป็นการชี้นำว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด จึงเป็นการพูดที่มีอคติและขาดความรับผิดชอบ”

ทั้งที่ นายกฯ “เป็นคู่กรณีที่มีส่วนได้เสียโดยตรงทำให้นายกยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการต่อสู้คดี...

ประกอบกับคดีนี้ศาลมีคำสั่งห้ามการนำเสนอข่าวที่มีลักษณะเป็นการชี้นำ นายกรัฐมนตรีจึงควรเรียนรู้และรักษามารยาทเรื่องนี้โดยเคร่งครัด”

นายวัฒนาลงท้ายว่า “ไม่ได้แสดงให้เห็นเพียงการขาดองค์ความรู้ในด้านการบริหารเท่านั้น ยังประกอบด้วยอคติและขาดวุฒิภาวะอย่างรุนแรง”

(https://www.facebook.com/WatanaMuangsoo … 5964075935)

อย่างนี้ (อีกที) มวลชนพลเมืองยังจะทนให้บิ๊กตู่ บิ๊กตือ บิ๊กตอแหลทั้งหลาย อยู่ยืดเยื้อต่อไปอีกหรือ อย่านึกว่าประชาชนไม่มีทางโต้กลับในระเบียน (โร้ดแม็พ) เผด็จการแบบ คสช. นะ

13346923_1017085058341114_1000194383603811566_n.jpg
* จะให้ถีบลงใช่ไหม เดี๋ยวช่วยกันจัดให้

ก็ประชามติรับร่าง รธน. ฉบับมีชัยนี่ละ สู้กันในเกมนิ่มๆ ก่อน เมื่อ คสช. แพ้แล้วยังด้านดันทุรังอยู่อีก ค่อยกร้าวรุกกันต่อไป ไม่ว่าลิ่วล้อ คสช. จะช่วยกันดัน ม.๖๑ พรบ.ประชามติออกมาใช้กันฝ่ายตรงข้ามหาเสียงอย่างไร

การคว่ำประชามติด้วยคะแนน ‘ไม่รับ’ ก็ยังเป็นไปได้

ดูจากข้อมูลฝ่ายรณรงค์ให้ไปออกเสียง ‘โหวตโน’ รศ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ แจงถึงจำนวนผู้จะไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่ามีเท่าไร

“ถ้ายึดตัวเลขประชามติปี ๒๕๕๐ เพราะอยู่ในบรรยากาศรัฐประหารเหมือนกัน ก็น่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์ ๕๐-๖๐% บางคนเชื่อว่าน่าจะน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะปชช.เบื่อหน่ายและหวาดกลัว

(ในกรณีผู้ไปใช้สิทธิน้อย เหมาะที่จะรณรงค์ให้ไปโหวตโนมากๆ)

แต่บรรยากาศประชามติครั้งนี้ต่างจากปี ๕๐ อย่างมากคือ ปชช.ว่างเว้นการใช้สิทธิ์เลือกตั้งมานานกว่าสองปีแล้วถูกระงับการใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกชนิด ตั้งแต่ระดับชาติลงไปถึงเลือกตั้งอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน ฯลฯ บรรยากาศ รปห.ครั้งนี้กดขี่หนักกว่ารปห. ๔๙ อย่างมากมาย เศรษฐกิจย่ำแย่ถึงที่สุด

ความตกต่ำอย่างมากของคสช.ในสายตาปชช. (ยกเว้นชนชั้นกลางสลิ่มในกทม.) ทำให้การไปออกเสียงประชามติครั้งนี้ จะเป็น ‘รูระบายอารมณ์’ ให้ชาวบ้านได้แสดงออกทางการเมืองเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น และก็จะไม่มีโอกาสเช่นนี้ไปอีกนาน (เพราะเลือกตั้งปี ๖๐ ก็ยังเลือนลางมาก)”

ก็พอดีคล้องจองกับ ‘แม่ลูกจันทร์’ ไทยรัฐ ที่ประเมินว่า “จะมีพี่น้องประชาชนตื่นตัวไปใช้สิทธิ ๗๐ เปอร์เซ็นต์” หรือจำนวนคน ๓๕ ล้าน

(http://www.thairath.co.th/content/630351)

“ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะ ‘ต้อง’ ได้คะแนนเสียงเห็นชอบ ๑๗.๕ ล้านเสียงขึ้นไป” ซึ่ง “๑๗.๕ ล้านเสียง ไม่ใช่เรื่องหมูๆ นะคุณโยม”

แม่ลูกจันทร์ตั้งกังขา แล้วยังจาระไนต่อไปถึง electoral geography จำนวนผู้ออกเสียงตามภูมิภาคต่างๆ ว่าในจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ๕๐.๕ ล้านคน อยู่ในกรุงเทพฯ ๔.๔ ล้าน โคราช ๒ ล้าน ขอนแก่น ๑.๔ ล้าน กับอีก ๙ จังหวัดที่ผู้มีสิทธิเกิน ๑ ล้าน ได้แก่ ชลบุรี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี อุดรธานี บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์

รวมผู้มีสิทธิใน ๑๒ จังหวัดที่เอ่ยมาได้ ๑๗.๓ ล้านคน เกือบครึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมดแล้ว

ครั้นแยกจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเป็นรายภาค ออกมาได้ว่า ภาคอีสานมากที่สุด ๒๐ จังหวัด จำนวนคน ๑๗ ล้าน ภาคกลาง ๒๕ จังหวัด จำนวนคน ๑๒.๙ ล้าน ภาคเหนือ ๑๗ จังหวัดจำนวนคน ๙.๒ ล้าน และภาคใต้ ๑๔ จังหวัด ผู้มีสิทธิเพียง ๖.๘ ล้าน

แม่ลูกจันทร์เขาจึงสรุป “ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ต้องวัดใจพี่น้อง ๒๐ จังหวัดภาคอีสาน ๑๗ ล้านคน”

คงหมายความลึกๆ ว่าภาคเหนือ ๙ ล้านหายห่วงไปแล้ว ภาคอีสานแบ่งไป ‘โนโหวต’ เสียหน่อย และกรุงเทพฯ แบ่งมาโหวตโนเสียอีกนิด (แย่งมาจากโหวตเยส)

การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญโดยประชามติ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

Last edited by linc49 (June 4, 2016 11:38 AM)

Offline

#993 June 4, 2016 1:18 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ประชามติกติกาไม่แฟร์ 'วรเจตน์' ขอชกอีกครั้ง ขอชนะเพียงครั้งเดียว

http://prachatai.org/journal/2016/06/66149 + * added

ประชามติกติกาไม่แฟร์ 'วรเจตน์' ขอชกอีกครั้ง-แพ้ไม่เป็นไร ขอชนะเพียงครั้งเดียว

Sat, 2016-06-04 20:34

เปิดตัวหนังสือ "รัฐธรรมนูญฯ" ของปิยบุตร - วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เสนอว่าปัญหาสำคัญของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของไทยปี 2475 อยู่ที่ความเป็นชั่วคราวของปฐมรัฐธรรมนูญ เปรียบลงประชามติรัฐธรรมนูญ เหมือนชกมวยกติกาไม่แฟร์ แต่ก็น่าขึ้นชก หากแพ้ก็ยอมรับว่าแพ้ ชีวิตพ่ายแพ้ตลอดอยู่แล้ว หากชนะขอชนะครั้งเดียวพอ - สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ชี้หนังสือ "รัฐธรรมนูญฯ" เป็นประโยชน์ศึกษารัฐธรรมนูญในสังคมพูดอย่างทำอย่าง ที่มักอ้างรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด แต่ก็ถูกฉีดตลอดมา

4 มิ.ย. 2559  คณะทำงานสัมมนาและเผยแพร่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน จัดเสวนา "รัฐธรรมนูญ" ในโอกาสจัดพิมพ์หนังสือ "รัฐธรรมนูญ: ประวัติศาสตร์ข้อความคิด อำนาจสถาปนา และการเปลี่ยนผ่าน" ระหว่างเวลา 13.00 - 16.30 น. ห้อง 101 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิทยากรประกอบด้วย ปิยบุตร แสงกนกกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยก่อนหน้านี้เป็นการนำเสนอส่วนของการอภิปรายโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้เขียนหนังสือ ซึ่งสำรวจแนวคิดอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ตอบคำถามเรื่องรัฐธรรมนูญไทยทำไมฉีกง่าย รัฐธรรมนูญไทยที่สะท้อนสัมพันธภาพทางอำนาจ-ความคิดการเมือง 2 ฝ่ายที่ยังไม่ชนะกันเด็ดขาด และกรณีศึกษาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในโลกตะวันตกกรณีของสเปน-โปรตุเกส-กรีซ ที่เพิ่งเปลี่ยนเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยในทศวรรษ 2510 (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

27383402451_5238cc2d4a_z.jpg
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ในงานอภิปราย "รัฐธรรมนูญ" ในโอกาสจัดพิมพ์หนังสือ "รัฐธรรมนูญ: ประวัติศาสตร์ข้อความคิด อำนาจสถาปนา และการเปลี่ยนผ่าน" (ที่มา: บ้านราษฎร)


วรเจตน์อภิปรายปัญหาสำคัญของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญกรณีประเทศไทย

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า ตามความเห็นของปิยบุตรที่ปรากฏในหนังสือนั้นรัฐธรรมนูญคือการก่อร่างสร้างรูประบอบใหม่ มีลักษณะแตกหักกับระบอบเดิมหรือระเบียบทางการเมืองแบบเดิม เกิดขึ้นจากการปฏิวัติและอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ แต่นอกจากแนวคิดนี้ยังมีอีกแนวคิดว่าการก่อรูปของระบอบการเมืองรวมถึงรัฐธรรมนูญมีลักษณะเป็นพัฒนาการต่อเนื่องกันตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์ ทั้งสองแนวทางนี้เป็นที่ถกเถียงกันอยู่

วรเจตน์ กล่าวยกตัวอย่างถึงรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผลพวงจากการแตกหักกับระบอบเดิม แล้วกำหนดกติกาพื้นฐานและคุณค่าของคนสังคม เป็นความฝันของประชาชนที่ฝันถึงระเบียบการเมืองที่ดีงาม เที่ยงธรรม นอกจากนี้สิ่งสำคัญนอกจากการริเริ่มก่อร่างสร้างตัวของของรัฐธรรมนูญแล้ว การจะพยายามสร้างระเบียบการเมืองที่ดีให้ใช้หรือดำรงอยู่อย่างยาวนานหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่ที่ว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นความใฝ่ฝันของสังคมที่ดีงาม เป็นธรรม จริงหรือไม่ ลำพังเพียงพลังทางกฎหมายอาจไม่พอ

อย่างไรก็ตาม อีกสำนักหนึ่งมองว่า ยังมีระบบแบบอังกฤษซึ่งไม่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร และไม่ได้เกิดจากการแตกหักกับระบอบเก่า แต่เป็นผลพวงของการจัดระเบียบทางการเมืองที่เดินต่อมาตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์ เป็นพัฒนาการทางประวัติศาสตร์เป็นลำดับ พูดง่ายๆ มันไม่ได้ก่อตั้งอย่างฉับพลัน แตกหัก แต่มันสืบเนื่องต่อเนื่องมา ความคิดนี้ปรากฏในหมู่นักคิดอนุรักษ์นิยมพอควรในอังกฤษ

วรเจตน์กล่าวว่า ไม่ว่าจะอย่างไรรัฐธรรมนูญก็ต้องมีความชอบธรรม ตรงนี้เองที่ประชาชนจะมีความหมาย จริงๆ การออกเสียงประชามติถือเป็นการตัดสินใจสำคัญมากของประชาชน แต่กำลังบอกว่านั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะต้องพิจารณา เรายังต้องพิจารณาถึงความชอบธรรมด้วย

“ระเบียบทางการเมืองใหม่ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเมื่อผ่านประชามติใหม่ๆ อาจทำอะไรไม่ได้ แต่ความชอบธรรมไม่ได้อยู่ที่การก่อตั้งจุดเดียว แต่มันมีความต่อเนื่องของการยอมรับนับถือของคนในสังคม มีเนื้อหาที่เห็นว่าเป็นคุณค่าพื้นฐานของคนในสังคมที่ควรต่อเนื่องยาวนานไป แปลว่า รัฐธรรมนูญอาจผ่านประชามติ แต่การยอมรับนับถืออาจจะไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการสร้างระเบียบทางการเมือง ชุมชนทางการเมืองที่ดีงาม และใช้กับทุกคนอย่างเสมอเหมือนกัน” วรเจตน์กล่าว

วรเจตน์ยังระบุถึง “ความใหม่” ที่ปรากฏในเนื้อหาหนังสือเล่มนี้ว่า ในทางวิชาการมีการถกเถียงเรื่องเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 เดิมมีความคิดที่วินิจฉัยสถานะของรัฐธรรมนูญอยู่สองแบบ คือ เป็นการ ‘ให้ฝ่ายเดียว’ หรือได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 7 กับอีกส่วนหนึ่งที่ตีความว่าเป็น ‘สองฝ่ายตกลงกัน’ ขณะที่ปิยบุตรเสนอว่า 2475 เป็นการกระทำฝ่ายเดียวของคณะราษฎรต่างหาก และการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้นก็เพราะคณะราษฎรเลือกที่จะทำเช่นนั้นเอง อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของเขา วรเจตน์เห็นว่า ปัญหาสำคัญของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญน่าจะอยู่ที่ความเป็นชั่วคราวของปฐมรัฐธรรมนูญ

ตอนหนึ่งวรเจตน์ กล่าวเรื่องประชามติว่าไม่คิดจะโน้มน้าวใครเพียงแต่แสดงทัศนะส่วนตัว โดยเขาเปรียบเทียบกับเรื่องการชกมวย โดยกล่าวว่า การชกมวยเวทีหนึ่ง มีกติกาที่อนุญาตให้ฝ่ายหนึ่งชกได้เต็มที่ ขณะที่อีกฝ่ายถูกมัดมือข้างหนึ่ง ขาข้างหนึ่งและปิดตาอีกข้างหนึ่ง บางคนเห็นว่าไม่ควรลงไปแข่งในกติกาเช่นนี้ บางคนบอกว่าควรขึ้นชกเผื่อฟลุค เรื่องนี้ยากที่จะตัดสินและถกเถียงกันได้อีกมาก แต่สำหรับเขาเห็นว่า น่าจะขึ้นชกและหากแพ้ก็ยอมรับว่าแพ้ เป็นการแพ้และชนะบนกติกาที่ไม่เป็นธรรม และการออกแบบกติกาจะเป็นตัวกำหนดความชอบธรรม

เขากล่าวด้วยว่า เขาประสบความพ่ายแพ้มาตลอดอยู่แล้ว จะแพ้อีกครั้งก็ไม่เป็นไร และหากจะชนะขอชนะแค่ครั้งเดียว "ผมก็เคยชินนะครับกับการเป็นผู้แพ้ ไม่เป็นไร การแพ้นี้ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แกร่งขึ้น แล้วชัยชนะนั้นนะครับ ทีเดียวพอ ครั้งเดียวพอ"

26848867233_0dc6c68c2a_z.jpg
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ (ซ้าย) และพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ในงานอภิปราย "รัฐธรรมนูญ" ในโอกาสจัดพิมพ์หนังสือ "รัฐธรรมนูญ: ประวัติศาสตร์ข้อความคิด อำนาจสถาปนา และการเปลี่ยนผ่าน" (ที่มา: บ้านราษฎร)

สุธาชัย ชี้หนังสือ "รัฐธรรมนูญฯ" เหมาะใช้ศึกษาสังคมพูดอย่างทำอย่าง ปากบอก รธน.สูงสุดแต่ก็ฉีกทุกเมื่อ

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้เขียนโดยออกนอกกรอบจารีต และเป็นหนังสือกฎหมายที่มีหลายประเด็นและเป็นประโยชน์มาก ท่ามกลางสังคมไทยซึ่งเป็นสังคมที่ double speak หรือพูดสองชั้น หรือพูดอย่างทำอย่าง รัฐธรรมนูญก็เช่นกันเรากล่าวอ้างว่า เป็นกฎหมายสูงสุดแต่มันก็ถูกฉีกตลอดเวลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะชนชั้นนำไทยเห็นระบอบประชาธิปไตยทั้งระบบรวมถึงรัฐธรรมนูญและรัฐสภาด้วย เป็นเพียง “วิธีการ” ไม่ใช่ “หลักการ” แต่ปิยบุตรนำเสนอใหม่ว่า ความหมายที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญคือการปฏิวัติ แตกหักกับระบอบเก่า รัฐธรรมนูญนั้นก่อตั้งระบอบใหม่ เป็นของระบอบใหม่จึงไม่อ้างอิงกับอำนาจประเพณี

“คนร่างรัฐธรรมนูญก็เห็นรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบทางการเมือง หาโมเดลต่างๆ มาใช้สร้างองค์กรตรวจสอบ ถ้าย้อนหลังกลับไปบอกได้จะบอกว่า ประเทศที่เก่าแก่มากในการสร้างองค์กรตรวจสอบคือ จีน และมันล้มเหลว เพราะในที่สุดขุนนางที่กุมอำนาจตรวจสอบนั้นแหละจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุด และมีอำนาจล้นฟ้าในเวลาต่อมา ในที่สุดก็ต้องสร้างองค์กรตรวจสอบซ้อนองค์กรตรจสอบไปเรื่อยๆ” สุธาชัย กล่าว 

สุธาชัย กล่าวอีกว่า เรื่องรัฐธรรมนูญทั้งหมดที่รณรงค์อยู่มันร่างโดยการมีกรอบที่ถูกกำหนดไว้แล้วตามกรอบรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 35 มาตรานี้มาจากธรรมนูญชั่วคราวที่กำหนดโดยคณะรัฐประหาร พูดใหม่ได้ว่าฉบับที่กำลังร่างอยู่นี้ร่างขึ้นมาตามกรอบรัฐธรรมนูญซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประชาชนเลย พวกเนติบริการร่างตามกรอบคณะรัฐประหารทั้งสิ้น

“จะร่วมประชามติไหม ท่านอื่นๆ จะร่วมก็ได้ไม่ร่วมก็ได้ แต่ถามผมผมจะไปลงมติไม่รับ มันหมายถึงไม่รับมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ไม่รับอำนาจรัฐประหารโดยตรง แล้วผมรับอะไร ผมว่ามันเถียงกันได้ เรื่องรัฐธรรมนูญ 2540 ถ้าเราปฏิเสธการรัฐประหารทั้งหมด เราต้องรับรัฐธรรมนูญ 2540 แม้มีข้อบกพร่องมากมายก็ตาม แต่เราน่าจะเริ่มต้นจากจุดนี้ หาทางแก้โดยศิวิไลซ์ แบบผู้เจริญแล้ว คือไม่แก้ด้วยรถถัง เราอาจจะตัดทิ้งบางมาตราหรือยำใหญ่อย่างไรก็ตาม แต่จะเอารัฐธรรมนูญ 2540 เป็นตัวเริ่ม” สุธาชัยกล่าว


*   ขอชนะเพียงครั้งเดียว

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ เทียบอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญกรณีญี่ปุ่น-เยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าหนังสือรัฐธรรมนูญฯ เล่มนี้อ่านยากเล่มหนึ่ง ขนาดนักศึกษานิติศาสตร์บอกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง พวกเราก็คงจะเหนื่อย การเสวนาในวันนี้มีประโยชน์ในการปูพื้นฐานและกระตุ้นความสนใจพวกเราในเรื่องที่ไม่ได้พูดกันมาเลยในรอบ 10 ปี นั่นคืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ คือประชาชนเป็นต้นน้ำ รัฐธรรมนูญเป็นกลางน้ำ แล้วองค์กรสถาบันการเมืองที่ตามมาก็เป็นปลายน้ำ ต้นน้ำเป็นอย่างไร กลางน้ำและปลายน้ำก็เป็นอย่างนั้น ต้นน้ำที่อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนนั้น ต้องเกิดจากการปฏิวัติ เนื้อหาในหนังสือนอกนั้นก็เป็นเทคนิค ในขั้นตอนของการใช้รัฐธรรมนูญ

พิชิตกล่าวว่า เมื่อหนังสือออกมาแล้วผมรีบไปซื้อมาอ่านเลยแม้ว่าจะอ่านยาก แต่ก็อ่านมาแล้ว 3-4 รอบ ซึ่งยอมรับว่ามีความยาก เมื่อคืนก่อนเริ่มเสวนาก็อ่านอีกครั้งหนึ่ง

พิชิตกล่าวต่อไปว่าหลังการอภิปรายของวรเจตน์ซึ่งให้รายละเอียดเรื่องของการใช้รัฐธรรมนูญกรณีของอังกฤษและสหรัฐอเมริกานั้น ทำให้พบว่าแนวคิดเรื่องกฎหมายมหาชนไทยได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสและเยอรมันค่อนข้างมาก ในส่วนของอังกฤษที่บอกว่าไม่ได้เกิดจากการปฏิวัติเปลี่ยนระบอบแต่เป็นความต่อเนื่อง แนวคิดเรื่องอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญไม่ชัดเจน โดยพิชิตขอเสนอเพิ่มเติมว่ากรณีของอังกฤษก็มีการปฏิวัติ เป็นการปฏิวัติที่รุนแรงเอาการครั้งใน ค.ศ. 1648 โดยโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ซึ่งทำให้ฝ่ายรัฐสภาชนะและประหารกษัตริย์อังกฤษ ระบอบสาธารณรัฐปกครองได้ 10 ปีก็ไปไม่รอด ต่อมามีการปฏิวัติครั้งที่ 2 ที่ไม่นองเลือดคือปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ ค.ศ. 1688 ซึ่งเกือบจะเป็นสงครามกลางเมืองเหมือนกันเพราะเกิดความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับรัฐสภา ซึ่งกษัตริย์ยังเชื่อในอำนาจเทวสิทธิ์ว่ามาจากพระเจ้า แต่รัฐสภาไม่เชื่อ และมีข้อขัดแย้งระหองระแหงกัน ในที่สุดฝ่ายรัฐสภาทนไม่ได้เอากองทัพมาจากเนเธอร์แลนด์ แต่ตอนนั้นเลี่ยงสงครามได้เพราะกษัตริย์ตัดสินใจไม่สู้ ฝ่ายรัฐสภาก็ตั้งกษัตริย์ที่เป็นลูกเขยของกษัตริย์เดิมก็คือ กษัตริย์วิลเลียม โดยเชิญมาขึ้นครองราชย์ ขณะที่กษัตริย์พระองค์เดิมหนีไปเฉยๆ ไม่ได้สละราชสมบัติ แต่รัฐสภาตีความว่าสละราชสมบัติ ต่อมารัฐสภานำกฎหมาย Bill of rights (บัญญัติสิทธิ) มาให้กษัตริย์มาลงพระปรมาภิไธย ซึ่งกำหนดให้อำนาจของพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐสภา ถ้าตีความตามหนังสือของปิยบุตรก็คือกษัตริย์อังกฤษก่อนและหลัง ค.ศ. 1688 ก็เป็นคนละสถาบันกัน

ในทางรัฐศาสตร์มีคำเรียกว่ากรณีของอังกฤษเป็นการปฏิวัติ แต่เรียกว่า "Conservative revolution" เป็นการปฏิวัติที่ระบอบเก่ายังคงสืบเนื่องมาอยู่

ในเรื่องอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ในเชิงตำราวิชาการค่อนข้างชัด คือ มีระบอบเก่า ยกเลิกระบอบเก่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญปรากฏตนขึ้นคือประชาชน แล้วใช้อำนาจนั้นผ่านกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และก่อตั้งสถาบันการเมืองใหม่ๆ ภายใต้รัฐธรรมนูญต่อไป และมีการถกเถียงกันต่อว่าหลังสถาปนารัฐธรรมนูญแล้ว อำนาจปฐมยังอยู่ไหม หรือพักผ่อนก็ว่ากันไป

โดยพิชิตลองนำเสนอว่า จะใช้กรอบดังกล่าวพิจารณากรณีที่เกิดขึ้นกับประสบการณ์ของประเทศอื่น ซึ่งอาจจะไม่ลงตัวนัก กรณีที่ชัดเจนคือญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นใช้รัฐธรรมนูญเมจิ ค.ศ. 1889 สมเด็จพระจักรพรรดิเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ด้วยตนเอง ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจอธิปไตยทั้งหมดแก่พระมหากษัตริย์ มี 2 สภา ประกอบด้วยขุนนางและพระบรมวงศานุวงศ์ และผู้แต่งตั้งโดยจักรพรรดิ สภาล่างมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนเฉพาะผู้ชายที่มีสิทธิออกเสียง

พอแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ปกครองคือนายพลแมคอาเธอร์ ที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของมหาอำนาจ (SCAP) ก็รอรัฐบาลญี่ปุ่นที่ตั้งใหม่ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ฝ่ายญี่ปุ่นไม่ยอมร่างรัฐธรรมนูญ สหรัฐอเมริกาเลยตั้งคณะกรรมการร่างเอง คนที่นั่งเขียนเป็นทหารสหรัฐอเมริกา 2 คน และมีการศึกษาของนักวิชาการญี่ปุ่นอยู่แล้ว ทหาร 2 คนนี้ก็ไปปรึกษาใครต่อใคร โดยมีเวลาร่าง 2 อาทิตย์ พอร่างเสร็จแมคอาเธอร์ส่งให้ญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นก็รับไปอ่านและมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญแมคอาเธอร์ให้มีสภาเดียว รัฐบาลญี่ปุ่นแก้ให้มีสองสภา ในร่างมีการแก้กฎหมายให้ผู้หญิงมีสิทธิเลือกตั้งได้ด้วย จนกระทั่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่เข้าสู่สภา ดูเหมือนเป็นการแตกหักกับระบอบเก่า เพราะรัฐธรรมนูญที่แก้ไขต้นร่างโดยแมคอาเธอร์ และแก้ไขโดยฝ่ายญี่ปุ่น แต่เวลาเอาเข้าสภา เป็นการเสนอให้ใช้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเมจิ แล้วเอาร่างใหม่ยัดใส่เก๊ะเข้าไปเลย โดยถือมาตรา 73 รัฐธรรมนูญเมจิ ที่ระบุว่าอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของสมเด็จพระจักรพรรดิเท่านั้น ดังนั้น ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาคือพระจักรพรรดิ ผ่านทั้ง 2 สภาและประกาศใช้

คำถามคือในช่วงระยะเวลานั้นหลังสงครามโลก ค.ศ. 1945 จนกระทั่งพฤศจิกายน ค.ศ. 1946 เมื่อพระจักรพรรดิลงนามในรัฐธรรมนูญ ใครคือผู้มีอำนาจปฐมในการสถาปนารัฐธรรมนูญ แมคอาเธอร์หรือเปล่า พอร่างรัฐธรรมนูญไปสู่รัฐบาลญี่ปุ่น มีการแก้ไขแต่ยังเป็นไปตามหลักการใหญ่แมคอาเธอร์ แต่วิธีการรูปแบบใช้รัฐธรรมนูญเป็นรูปแบบเก่า ผ่องถ่ายต่อท่อมาจากรัฐธรรมนูญเมจิ ดังนั้นกรอบการใช้อาจจะลำบากเวลาใช้มองประเทศอื่น

หรือกรณีเยอรมัน ประเทศสัมพันธมิตร มหาอำนาจ 3 ชาติยึดครองเยอรมันตะวันตก คืออังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา และทำเป็น Outline เป็นข้อๆ ส่งรัฐบาลเยอรมันชั่วคราวไปร่างรัฐธรรมนูญมา รัฐบาลเยอรมันตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ประกอบด้วยตัวแทนจากรัฐต่างๆ ผ่าน 8 พฤษภาคม 1949 ถึงตรงนี้ยังส่งกลับไปให้ฝ่ายสัมพันธมิตรดูอีก 4 วัน เมื่อเห็นชอบ 12 พฤษภาคม 1949 แล้วเข้าสู่สภา หมายความว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรมีอำนาจดูในตอนสุดท้ายอีก ก่อนเข้าสู่สภาเพื่อประกาศใช้ กรณีนี้การเปลี่ยนผ่านในลักษณะนี้ ใครมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ฝ่ายสัมพันธมิตรหรือเปล่า

ภาวะหุ้นส่วนระหว่างคณะราษฎรและระบอบเก่า ดำเนินมาจนถึงรัฐประหาร 2500
ส่วนเรื่องเมืองไทย ขออภิปรายต่อจากสุธาชัยและปิยบุตร ในหนังสือมีความพยายามถกเถียงเหตุการณ์ในช่วง 23 ถึง 27 มิถุนายน 2475 ว่าในช่วงระยะนั้นใครเป็นผู้มีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญ หนังสือเล่มนี้เสนอว่าอย่างน้อย 23-27 มิถุนายน 2475 คณะราษฎรมีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญฝ่ายเดียว ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วย แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่ 27-28 มิถุนายน ที่ว่าธรรมนูญการปกครองสยาม ที่ร่างโดยคณะราษฎรถูกเติมคำว่าชั่วคราว โดยเข้าใจว่าเป็นพระบรมราชวินิจฉัย นอกจากนั้นแล้ว พระมหากษัตริย์ทรงแสดงชัดเจนว่าเป็นพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ ใต้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวันที่ 27-28 มิถุนายน 2475 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ในแง่นี้เล่มนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนว่าหลัง 28 มิถุนายน 2475 ไปแล้ว ใครคือผู้ทรงอำนาจ แต่ผมกลับเห็นด้วยกับนักกฎหมายของคณะราษฎร ที่ว่าหลัง 28 มิถุนายน 2475 เป็นการใช้อำนาจร่วมกัน ระหว่างพระมหากษัตริย์กับคณะราษฎร เป็นหุ้นส่วนที่ไม่ค่อยจะสมดุลนักระหว่างกัน และความไม่สมดุลนั้น ได้แก้ตกไประดับหนึ่งเมื่อเกิดกบฎบวรเดช ความไม่สมดุลนั้นคือ การตัดสินว่าในหุ้นส่วนระหว่างอำนาจเก่ากับคณะราษฎรใครจะเป็นหุ้นส่วนใหญ่ เป็นหุ้นส่วนเท่ากันคงยาก เพราะจะทะเลาะกันแหลก ต้องมีหุ้นใหญ่และหุ้นเล็ก โดยในห้วงที่ผ่านมาก็มีการช่วงชิงอำนาจกัน มีการปิดสภา การยุติไม่ใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา จนกระทั่งเกิดการยึดอำนาจอีกรอบโดยพระยาพหลพลพยุหเสนาเพื่อปลดพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นการหาสมดุลระหว่างหุ้นส่วนทั้ง 2 นี้ และมาตัดสินกันได้โดยกบฎบวรเดช ซึ่งตัดสินว่า คณะราษฎรจะเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในความร่วมมือชั่วคราวนี้ โดยฝ่ายคณะเจ้าหรืออำนาจเก่าเป็นหุ้นส่วนรอง ก็จะเห็นสิ่งที่ตามมาภายหลังเช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2482 การเปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย ปี 2483 ยืดบทเฉพาะกาลอีก 10 ปี และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ปี 2489 อันเป็นผลมาจากที่คณะราษฎรเป็นหุ้นส่วนใหญ่

แต่ดุลอำนาจก็เริ่มเปลี่ยนนับตั้งแต่รัฐประหาร 2490 มีรัฐธรรมนูญ 2495 จนกระทั่ง 16 กันยายน 2500 คือรัฐประหารจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพียงแต่ว่ากว่าจะได้ชื่อเต็มๆ แบบนี้ต้องรอจนถึง พ.ศ. 2519 ถึงจะได้ใช้ชื่อนี้

เพราะฉะนั้นจุดเปลี่ยนสำคัญคือ รัฐประหาร 16 กันยายน 2500 ที่ยังไม่ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2495 นั่นคือรัฐธรรมนูญ 2475 ที่จอมพล ป. แก้ไขแล้วนำมาใช้ ต้องรออีกปีที่จอมพลสฤษดิ์รัฐประหารตัวเองอีกรอบหนึ่ง คราวนี้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2495 แล้วใช้ธรรมนูญการปกครองที่มีมาตร 17 ใช้สั่งยิงเป้าคนได้ ซึ่งตรงนี้สำคัญ นับแต่นั้นมา 16 กันยายน 2500 หุ้นส่วนแบบเดิมจบไปแล้ว คณะราษฎรถูกทำลายอย่างถึงราก อย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้นมาอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญอยู่กับใคร ถ้าเอาตามนักกฎหมายฝ่ายอนุรักษ์นิยม ก็จะบอกว่าพระมหากษัตริย์และประชาชนใช้อำนาจอธิปไตยร่วมกัน และมีแถมว่าถ้าเกิดปฏิวัติรัฐประหารมาเมื่อไหร่ อำนาจนั้นกลับคืนสู่พระมหากษัตริย์ จนกว่าจะมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ จึงจะมีการแชร์อำนาจกันอีกครั้งระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน ในแง่นี้ผมมองว่าข้อคิดของนักกฎหมายมหาชนฝั่งอนุรักษ์นิยมน่าศึกษา เพราะที่เขาอยู่ในค่ายนั้นเขาเลยเห็นประเด็นชัด เพราะไม่ได้ถูกเคลือบคลุมด้วยอคติประชาธิปไตย โดยพิชิตเสนอว่าหลัง 16 กันยายน 2500 เป็นต้นมา อำนาจปฐมของการสถาปนารัฐธรรมนูญอยู่ที่พระมหากษัตริย์

Offline

#994 June 7, 2016 11:46 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

*รัฐบาลชั่ว คราว2557(ปล้นเข้ามา)อยากซื้ออาวุธ โน่นนี่ รถไฟความเลวสูงอีก

เป็นรัฐบาลรักษาการที่ประชาชนไม่ได้เลือกอย่าเสนอหน้ามาบริหารจัดการในหน้าที่ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของทหาร โน่นชายแดน ไปเป็นยามเฝ้าพื้นที่ประเทศของประชาชนผู้เสียภาษีเลี้ยงทหาร(โจร?!)   *

http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post_41.html

วันอังคาร, มิถุนายน 07, 2559

คสช. มือเติบ จะซื้อเครื่องบินล่าเรือดำน้ำอีก

%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B3.PNG

คสช. นี่มือเติบเหลือเกินกับเงินประชาชน รถไฟญี่ปุ่นยังไม่รู้จะได้ซื้อไหม (รู้ละว่าอยาก) นี่จะเอาเรือบินล่าเรือดำน้ำซะอีก
วันนี้ (๗ มิถุนา) รมว.กลาโหมญี่ปุ่นมาพบบิ๊กตือในกรุงเทพฯ แว่วว่าทั่นรองฯ จะมอบใบสั่งซื้อเครื่องบินปราบเรือดำน้ำ พี-๑ ผลิตโดยบริษัทกาวาซากิรุ่นใหม่ของญี่ปุ่น
วารสารนิกเคอิรายงานว่า นายพลนากาตานิจะเข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อเจรจาความร่วมมือทางเทคโนโลยี่ระบบป้องกันประเทศระหว่างสองประเทศ
รายงานแจ้งว่าเครื่องบินต%ǵ8วจหาเรือดำน้ำติดตั้งระบบยิงจรวดทำลายจากอากาศสู่ผิวน้ำและผิวดิน ตอร์ปิโด จรวดทะลวงน้ำลึก และระบบทิ้งระเบิดรุ่น พี-๑ นี้ยังพร้อมไปด้วยระบบสแกนวงกว้าง ‘เออีเอสเอ’ เครื่องตรวจสอบแม่เหล็กมุมเฉียง ‘เอ็มเอดี’ และระบบตรวจจับด้วยแสงและรังสีอินฟาเร็ด
นิกเคอิรีวิวระบุว่า ญี่ปุ่นผลิตเครื่องบินสี่เครื่องยนต์ปีกกว้าง พี-๑ รัศมีบิน ๘ พันกิโลเมตร ความเร็ว ๙๙๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับการสอดแนมออกมา “ขายแข่งเครื่องบินตรวจยามน่านน้ำ พี-๓ ออเรี่ยน โดยบริษัทล็อคฮี้ทมาร์ตินของสหรัฐ ซึ่งใช้กันอยู่แพร่หลายในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ไต้หวัน และไทย”
(http://thediplomat.com/…/thailand-mulli … -of-japa…/)
นั่นแสดงว่า ประเทศไทยมีเครื่องบินตรวจน่านน้ำใช้อยู่แล้ว หากแต่เครื่องบินที่จะซื้อจากญี่ปุ่นใหม่อีกนี้เจาะจงไว้ตรวจหาเฉพาะเรือดำน้ำเท่านั้น
เนื่องด้วยสัญญาซื้อกำหนดว่าถ้าไทยจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น จักต้องยื่นขออนุมัติจากญี่ปุ่นเสียก่อน
สัญญาดังกล่าวเป็น “ข้อแม้จะต้องปฏิบัติหากจะให้ญี่ปุ่นผ่านมือยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศสู่ไทย” ซึ่งนิกเคอิชี้ว่า “อาจเป็นปัญหาให้การตกลงซื้อขายยากขึ้น” ก็ได้
แต่นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับ คสช. ที่อยากซื้อเอามาไว้อวดศักดาก็เป็นได้ เหมือนที่อยากซื้อเรือดำน้ำจากจีน เฮลิค็อปเตอร์จากเบลเยี่ม และรถถังจากรัสเซีย
อาการมือเติบนี้ยิ่งไปกว่าข้อโจมตีที่พวกเกลียดทักษิณใช้นำร่องให้ทีม ‘สาม ป. สอง ต.’ ออกมายึดอำนาจตั้งแต่ ๒๕๔๙ เสียอีก ชนิดน้องทักษิณยังงง

%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596%2B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%258C.PNG

อย่างที่อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์ รองผู้ว่า กทม. ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เขียนไว้บนเฟชบุ๊คเปรียบราคารถไฟเร็วสูงยุคบิ๊กตู่กับยุคอิปูว์ แพงกว่ากัน ๕๑ เปอร์เซ็นต์
“หากคุณยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีได้เห็นค่าก่อสร้างของรัฐบาลนี้ ท่านอาจจะพูดว่า รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เจียงใหม่ของรัฐบาลตู่แปงขนาด แปงกว่าของปูจ้าดนัก”
(http://www.matichon.co.th/news/162819)

%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9.jpg

แล้วก็นิกเคอิอีกนี่แหละที่เพิ่งออกมาเตือน คสช. เรื่องเศรษฐกิจไทยไม่กระเตื้อง จะทำให้ประชาชนไม่พอใจ คสช. ยิ่งขึ้น
นิกเคอิยืนยันว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังไปไม่ไกล อยู่ที่ราว ๓ เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าระดับ ๕ เปอร์เซ็นต์ที่เคยเป็นทิศทางดังธรรมชาติเมื่อไม่นานมานี้”
“มาตรการชุบชีวิตเศรษฐกิจไทยที่คณะทหารฮุนต้าวางไว้สองสามอย่าง ยังไม่เห็นแสดงผลสะท้อนที่มีความหมายออกมา”
(http://asia.nikkei.com/…/Thailand-s-sag … y-is-addi…)
ถ้าจะดูตารางการเติบโตเศรษฐกิจไทยที่นิกเคอิทำไว้ ตามมาตรการเศรษฐกิจของ คสช. ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากเกณฑ์วัด ๓ อย่าง ๑.พอมีดีบ้าง ๒. ค่อนข้างแย่ และ ๓. ไม่มีคืบหน้า พบว่า

score%2Bcard%2Bfor%2BThai%2Bjunta.png

อย่างดีมีแค่โครงการระยะยาวก่อสร้างรางรถไฟ เป็นอันเดียวที่ได้คะแนนในเกณฑ์พอจะคืบหน้าอยู่บ้าง นอกนั้นส่วนใหญ่เข้าลักษณะค่อนข้างแย่ รวมถึงโครงการช่วยเหลือชาวนา ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้เงินไปแล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ กับโครงการอุ้มธุรกิจย่อยที่ คสช. จ่ายเพลิน ๘๖ เปอร์เซ็นต์ของ ๒๕๖,๐๐๐ ล้านบาท
ส่วนที่แย่อย่างยิ่งมีสองอย่าง คือโครงการกระตุ้นการจับจ่ายภายในประเทศ ทั้งอัดทั้งยัดยังไงก็ยังไม่ขึ้น กับโครงการป้องกันอุทกภัย อันนี้นิกเคอิบอก รัฐบาลทหารยังไม่ทำไรเลย ทั้งที่เวลานี้เริ่มมีน้ำท่วมบ้างแล้วตามต่างจังหวัดในบางท้องที่
ก็คงต้องรอหัวหน้าใหญ่ได้เวลาสั่งการ ช่วงหลังนี่ทั่น busy ยุ่งมาก จ้อโน่นจ้อนี่ ข้ามน้ำข้ามทะเลไป keynote ปาฐกถาต่างประเทศ แล้วยังต้องกลับมาต่อล้อพวกนักการเมืองรู้ดี (กว่า) อีก โดยเฉพาะพวกตั้งศูนย์ปราบโกง

Last edited by linc49 (June 7, 2016 11:49 AM)

Offline

#995 June 8, 2016 11:21 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

“ประยุทธ์” เปรียบรัฐบาล-คสช.เหมือน “พระมหาชนก” ว่ายน้ำพาคนในชาติขึ้นฝั่ง

13332954_1061589163930169_6137848987094525245_n.jpg

โถพูดออกมาได้อย่างหน้าด้านๆเลย  แต่ความจริงที่เป็น.......

ออมสินเผยหนี้เสียเพิ่มแตะ 4 หมื่นล้าน
ออมสินผวาหนี้เสียไตรมาสแรกเพิ่มแตะ 4 หมื่นล้าน เงินฝากหด 4 หมื่นล้าน สินเชื่อลดหมื่นล้าน สะท้อนเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น

S2.png

Credit ที่มา
FB  Arunwatee Kong Li Chattay

..........

สิ้นปี 59 เตือนแรงงานอาจถูกลอยแพอื้อ"แกนนำแรงงาน"อัด คสช.หยุดหลอกตัวเอง
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 5 มิ.ย. 2016
นายบุญยืน สุขใหม่ ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ภาคต­ะวันออก และประธานสหภาพแรงงานพนักงานไอทีเอฟ ให้สัมภาษณ์ Thaivoiecmedia กรณีการทยอยปิดกิจการ และการเลิกจ้างคนงานของหลายธุรกิจ หลายโรงงานในขณะนี้ว่า ปัญหาการเลิกจ้าง การปลดคนงานมีมาตลอดตั้งแต่ต้นปี59 และเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากนักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปประเทศอ­ื่น ประเทศไทยไม่เป็นที่ดึงนักลงทุนอีกต่อไปโด­ยเฉพาะการเป็นรัฐบาลทหาร นักลงทุนไม่สามารถกำหนดแผนธุrԭB8กิจได้ ทุกวันนี้ คสช.สร้างภาพ หลอกตัวเองว่าเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจขยายตัว แล้วทำไมโรงงานจำนวนมากเริ่มทยอยปิดตัว คนงานถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าผู้ใช้แรงงานในทุกสาขาอาชีพมีโ­อกาสที่จะตกงาน และถูกเลิกจ้างได้พอ ๆ กันภายในสิ้นปีนี้

Offline

#996 June 8, 2016 11:22 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://thaienews.blogspot.com/2016/06/blog-post_44.html

วันพุธ, มิถุนายน 08, 2559

คำถามถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าวันนี้ทำอะไรอยู่?

13315733_10207940624127130_329442777518105604_n.jpg

ที่มา FB
1426267_10206785072879071_20135630130357919_n.jpg?oh=934c656efd904defba4e521e2fe7949e&oe=5807860F
Sataporn Pansak

ผมอยากตั้งคำถามถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าวันนี้ทำอะไรอยู่?

คำถามที่ 1
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารทหารไทยออกมาประกาศอัตราดอกเบี้ย 0% (กลับมาแก้ไขใหม่ในอัตรา 0.125%) ทำเอาคนฝากเงินตื่นตระหนกกันไปทั่ว แต่ในความเป็นจริงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินมานานแล้ว ทำให้คนที่พึ่งพิงรายได้จากการออมเงินกับธนาคารนั้นไม่สามารถทำได้ ต้องไปมองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากเช่นการลงทุนในตลาดทุน ที่มีการเก็งกำไร มีเจ้ามือมากมาย หุ้นปั่นหุ้นเก็งกำไร ลงทุนในสหกรณ์ก็โดนโกง แชร์ลูกโซ่ ทั้งในรูปแบบ Forex, Trust, Money Game สารพัด ธปท.รวมถึง ก.ล.ต. ไม่ได้ดำเนินการการป้องกันความเสี่ยงใดๆให้กับประชาชน อย่างเพียงพอ ถ้าประชาชนทั่วไปถูกหลอกถูกโกงเอาเงินเก็บที่จะเอาไว้ใช้ยามเกษียนไปหมด เค้าจะอยู่กันอย่างไร..

คำถามที่ 2
Spread ระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และดอกเบี้ยเงินกู้ของไทยนั้นสูงไปไหม? 7.12%

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของประเทศอื่น(เอามาเปรียบเทียบให้ดู)

ญี่ปุ่น 1.1 %
อาร์เจนติน่า 1.4 %
เกาหลีใต้ 1.7 %
แคนาดา 2.6 %
สวิตเซอร์แลนด์ 2.7 %
อิสราเอล 2.9 %
ออสเตรเลีย 3.1 %

ต้นทุนเงินของธนาคารต่ำมากแทบจะเรียกว่าได้มาฟรีๆ แต่เอามาปล่อยกู้ ในอัตราที่สูงมาก (ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี MLR= 6.25%) ถือว่าความเสี่ยงต่ำมากๆ ยังเจอเรทที่สูงขนาดนี้ ถ้าเป็นลูกค้าบุคคล (Personal Loan) เจออัตราดอกเบี้ย 18% แทบจะทุกๆการทำกิจกรรมกับธนาคาร เราต้องเสียค่าธรรมเนียมยุบยิบ ขนาดทำออนไลน์ ซึ่งลดค่าใช้จ่ายของธนาคารลงเรายังเสียค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม

ผมรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมในการที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากมี Spread ที่ห่างเกินไป กำไรสุทธิของธนาคารปีนึงๆหลายแสนล้านบาท (ทุกธนาคารรวมกัน) มันเยอะไปหรือไม่ สิบปีผ่านไปมันคือกี่ล้านล้านที่ธนาคารได้กำไรจากประชาชนคนไทยไป และผู้ที่ถือหุ้นใหญ่ๆในธนาคารพานิชย์ทุกวันนี้มันไม่ใช่คนไทย มันคือทุนต่างชาติทั้งนั้น (หาข้อมูลได้จากตลาดหลักทรัพย์) ทุกวันนี้คนไทยทำงานหาเงิน ตั้งใจกับชีวิต เพื่อส่งดอกเบี้ยให้นายทุนต่างชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย คิดจะทำอะไรเพื่อคนไทยบ้างหรือไม่

ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมควรช่วยกันเรียกร้อง ถ้าคุณยังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงธนาคารกสิกรไทย
วันที่ 6 มิ.ย. 2559
http://www.kasikornbank.com/TH/RatesAnd … nding.aspx

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในแต่ละประเทศ อ้างอิง
http://whereisthailand.info/2012/04/int … te-spread/

*  สงสัย อยากถามว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย มีหน้าที่อะไร และรับใช้คนทั้งประเทศอย่างไร ในหน้าที่นั้น ...ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยทำเพื่อใคร และ อยากถามว่า สมาคมธนาคาร มีเงินอุดหนุน ตำแหน่งผู้ว่าหรือไม่ ....จึงทำเยี่ยงนี้ ..5555...สำนวนโขน..โบราณ

.........

http://thaienews.blogspot.com/2016/06/0-0.html

วันพุธ, มิถุนายน 08, 2559

ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% โอวว...ต้องไปดูว่า ประเทศที่ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% แบบญี่ปุ่นเขามีชีวิตกันอย่างไร...

photo.php.jpeg

ดอกเบี้ยเงินฝาก 0%

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2559 00:00:26 น.

นายสบาย

ในระหว่างที่ม็อบ กปปส.กำลังชัตดาวน์กรุงเทพฯ เพื่อทำให้รัฐบาลของ "ปูยิ่งลักษณ์-เดี้ยง ไปไม่เป็น บริหารประเทศไม่ได้ โดยมีนักการเมืองหลายคนร่วมแอ็กชั่นด้วยนั้น นักการเมืองอีกคนหนึ่ง"พิชัย นริพทะพันธ์" ได้พูดผ่านสื่อเตือนว่า มันจะเกิดรัฐประหารนะ ซึ่งหากเกิดแล้วชาติบ้านเมืองจะเสียหายมาก โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ชาติบ้านเมืองอื่นที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจะไม่มาค้าขายด้วย เพราะเป็นกฎหมายของแต่ละประเทศ

แล้วมันก็จริง วันนี้ประเทศไทยเดินถึงจุด "ฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ท่านให้ดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์" แม้จะแค่ 3 วัน 1 มิ.ย.2559 แล้ว 3 มิ.ย.แบงก์ทหารไทยก็ประกาศกลับลำมาให้ดอกเบี้ยเท่าเดิม 0.125% แต่มันก็ได้เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยทุกชั้นวรรณะนำไปพูดถกกันมากที่สุดว่า คนไทยกำลังเจอกับอะไร

ข้อเขียนของ"ภาววิทย์ กลิ่นประทุม" ที่เขียนลงในโซเชียล เมื่อ 4 มิ.ย.2559 เป็นข้อเขียนที่ผู้คนมีการแชร์ส่งต่อกันอย่างลึ่มที่สุด และเพราะหน้านี้เป็นหน้าทันสมัยที่สุด ก็ไวสิ ลอกมาลงเพื่อให้คนไทยได้อ่านด้วยกัน
Pawawit Stock Comment "จะใช้ชีวิตอย่างไร ในยุคดอกเบี้ยเงินฝากสูงสะใจ 0%"

13344565_10153540541296316_5377642108160172978_n.jpg

โอวว...ต้องไปดูว่า ประเทศที่ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% แบบญี่ปุ่นเขามีชีวิตกันอย่างไร...ประเทศไทยซึ่งโดยรวมเรารวยน้อยกว่าเขา ก็อาจจะลำบากกว่าญี่ปุ่นอีกสักหน่อย ดังนี้

1."คนสูงอายุอาจต้องกลับมาทำงาน" ในญี่ปุ่นเราจะเห็นคนสูงอายุที่เดิมทีมีเงินเก็บ แต่พอเงินฝากไม่มีดอกเบี้ยก็เลยใช้จ่ายกินเงินก้อนหมดไปเรื่อยๆ...คิดในแง่ ดีก็คือได้ออกกำลังกายร่างกายแข็งแรง

2."เงินเฟ้อแฝง จะสูงขึ้นอีก" หลายคนไม่ทราบว่าเงินเฟ้อแฝงก็คือ "ค่าครองชีพ" การที่ดอกเบี้ยเงินฝากไม่มี ไม่ได้แปลว่า ค่าครองชีพจะไม่เพิ่ม...มันแปลว่า ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเสมอ เงินที่เรามีจะซื้อของได้น้อยลงเรื่อยๆ เสมอ และไม่สามารถฝากเงินกินดอกแบบคนในยุคก่อน

3."อิสรภาพทางการเงินจะเริ่มไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป" เราคุยเรื่องอิสรภาพทางการเงินคือมี Passive Income มากกว่าค่าใช้จ่าย โดยที่เราไม่ต้องทำงาน...ซึ่งเดิมทีการฝากเงินธนาคารก็ยังพอมีดอกเบี้ยบ้าง แต่ยุคต่อไปถ้าเราลงทุนไม่เป็น หรือออมในหุ้นปันผลไม่เป็น เราอาจต้องทำงานจนตาย ไม่มีคำว่าอิสรภาพทางการเงิน

4."คนจะใช้จ่ายน้อยลง เงินจะหายากขึ้น" ถ้าดอกเบี้ย 0% ก็เท่ากับว่า คนที่มีเงินฝากทั้งหมดไม่ได้ดอกเบี้ย ซึ่งปกติเงินตรงนี้เป็นแสนๆ ล้านบาทต่อปี...ลองคิดดูว่า เงินที่หายไป จะทำให้กำลังซื้อและใช้จ่ายของคนจะลดลงไปด้วย ก็ไม่ต่างจากญี่ปุ่นที่ติดกับดักตรงนี้มา 20 ปีแล้ว

5."สินทรัพย์ต่างๆ จะราคาไม่ลง เพราะคนมีเงินก็ไม่มีเหตุผลที่จะถือเงินสด" พูดง่ายๆ คือ เงินจะไหลออกจากธนาคารที่ดอกเบี้ยไม่มี ไปอยู่ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ลงทุนออมหุ้นปันผลแล้วได้ปันผลแทนดอกเบี้ย, ลงทุนในกองทุน, ลงทุนในอสังหาฯ ให้ได้ค่าเช่า...ทำให้ราคาสินทรัพย์เกินเอื้อมมากขึ้นเรื่อยๆ...ก็ดูง่ายๆ สมัยก่อนทำงานไม่กี่ปีก็ซื้อบ้านได้แล้ว เดี๋ยวนี้ผ่อน 30 ปี ได้คอนโดฯ ห้องเดียว ที่ดินก็ไม่มี

6."สังคมจะแตกต่างมากขึ้น" ยุคนี้คนลงทุนเป็นจะรวยขึ้น ในขณะที่คนที่ลงทุนไม่เป็นจะจนลงโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย...ความแตกต่างสังคม จะมากขึ้นไปอีก

7."เงินจะเหนือเรามากขึ้น" ยุคที่เงินหายาก คนส่วนใหญ่จะทำทุกอย่างเพื่อเงิน ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินโดยไม่สนวิธีการ และไม่แคร์ผลที่ตามมา ขอเพียงแค่ได้เงิน...เงินซื้อใครก็ได้ ซื้ออะไรก็ได้!!

8."ครอบครัวจะแตกแยกมากขึ้น" ยุคที่แล้วทั้งพ่อและแม่ทำงาน Dual Income ไม่มีเวลาดูแลลูก ปัญหาสังคมยังสูงขนาดนี้ ทั้งปัญหาเด็ก และปัญหาการหย่าล้าง...ถ้าทั้งพ่อและแม่ทำงานยังหาเงินไม่พอปัญหานี้จะเลว ร้ายขึ้นอีก

9."คอรัปชั่นและการโกงจะมากขึ้น" จากข้อ 7 ที่คนจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน จะเกิดปัญหาตรงนี้ตามมา

10."หลังจากยุคดอกเบี้ย 0% ทุกอย่างจะแย่ลงไปอีก"

หลายคนอาจจะคิดว่า พอดอกเบี้ย 0% แล้วเดี๋ยวชีวิตอาจจะดีขึ้น...ใช่!! แต่ก่อนที่มันจะดี มันจะแย่ลงกว่านี้ก่อน

...ที่ดอกเบี้ยลง 0% ก็เพราะสภาพคล่องมันล้นระบบ แต่เงินที่ล้นระบบมันอยู่ในมือคนรวยซึ่งเป็นคนจำนวนน้อยที่ไม่ค่อยใช้จ่าย พอการใช้จ่ายน้อย ของก็ขายไม่ได้ เศรษฐกิจก็แย่ คนก็ตกงาน...พอเศรษฐกิจแย่ คนที่กู้เงินมาก็จ่ายหนี้ไม่ไหว บริษัทต่างๆ ก็เป็นหนี้รุงรัง...ทางแก้ก็คือ คนที่เป็นหนี้และบริษัทที่เป็นหนี้ต้องเจ๊งก่อน ระบบถึงจะกลับมาเริ่มใหม่ (ถ้าดูญี่ปุ่น ก็แย่แบบนี้มาตั้งแต่ปี 1980 วันนี้ก็ยังคงดอกเบี้ย 0% แย่แบบเดิม)

ลองคิดซิครับว่า "แล้วเราจะปรับตัวยังไงในยุคแบบนี้" ทางแก้ที่ผมพอจะคิดได้ คือ เราศึกษาเรื่องการลงทุน แม้ดอกเบี้ยเงินฝากจะไม่มี แต่เราสามารถลงทุนได้เงินปันผล ได้ Passive Income แทนดอกเบี้ย เช่น ออมหุ้นปันผล ...ก็ลองศึกษากันดูครับ เอาใจช่วย!!

ภาววิทย์จ๊ะ ขอถามแทรกนิดนึงนะ ตอนนี้จะเอาเงินที่ไหนซื้อกิน

Offline

#997 June 9, 2016 11:52 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.thairath.co.th/content/635386

หลายปัจจัยรุมเร้า ฉุด ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค. ทรุดเดือนที่ 5 โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 22:10

EyWwB5WU57MYnKOuiE6RE0JozH08zc9rZlOa4q4HXlYgeAI6wtOwr3.jpg

หอการค้าไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน พ.ค. อยู่ที่ 72.6 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน สะท้อนขาดความมั่นใจเศรษฐกิจฟื้น

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635386

............

14653070151465354237l.jpg

Offline

#998 June 9, 2016 12:00 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://prachatai.org/journal/2016/06/66 … um=twitter

เพนกวิ้น บอกให้นัดมา หลัง 'กกต. สมชัย' เตรียมไปหาที่โรงเรียนปมเต้น MV โหวตไม่เอา แล้วตีตก

Thu, 2016-06-09 23:05

เพนกวิ้น โพสต์ถาม "ผมผิดอะไร" กรณี 'กกต. สมชัย' ตรวจสอบ MV เพลง 'อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)' พร้อมระบุเตรียมไปหาที่โรงเรียน ชี้ "เต้นไม่ผิดครับ แต่มีบางอย่างที่อาจต้องขอข้อมูล" ด้านเพนกวิ้น บอกอีกว่ายินดีต้อนรับ แต่ให้นัดวันล่วงหน้า จะหาสักขีพยาน

27286699330_b31b56715f.jpg

9 มิ.ย.2559 จากกรณีที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบมิวสิควีดีโอเพลง 'อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)' ของ พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen  โดยระบุว่าว่า ได้ตรวจสอบเบื้องต้นกับคณะทำงานของ กกต.  แล้วพบว่า คลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ครั้งแรกทางเว็บไซด์ยูทูป ก่อน พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 มีผลใช้บังคับในวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงถือว่าผู้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจจะผิดกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  กฎหมายอาญา %i8ฎหมายความมั่นคง และประกาศ คสช.  นอกจากนี้แนะนำว่าผู้ที่จะนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ซ้ำในระหว่างนี้ไม่สามารถทำได้  เพราะจะสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายประชามติมาตรา 61 วรรคสอง

ทั้งนี้  สมชัย  ยังได้ระบุ ตัวบุคคลที่อยู่ในคลิป ซึ่งพบว่ามีลักษณะคล้ายกับบุคคลที่เป็นที่รู้จักในทางสังคม ประกอบด้วย อานนท์ นำภา  ทนายความ สิรวิชญ์  เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ณัฐภัทร อัคฮาด สมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด  พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิ้น นักเรียน  นั้น สมชัย ได้แนะนำให้บุคคลเหล่านี้ และบุคคลอื่นที่อยู่ในภายคลิปอีก 20 คน  หากไม่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ซ้ำคลิปดังกล่าวขอให้ไปแจ้งลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ  เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว  ทั้งนี้ กกต.จะดำเนินการตรวจสอบต่อไป คาดในสัปดาห์หน้าจะชัดเจนว่าเข้าข่ายเป็นความผิดที่จะส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไปหรือไม่


ต่อมาวันนี้ (9 มิ.ย.59)  พริษฐ์ หรือ เพนกวิ้น ได้เขียนจำหมายเปิดผนึกถึง สมชัย ตั้งคำถามว่า "ผมผิดอะไร" พร้อมยืนยันว่า บริสุทธิ์ใจ เป็นไปเพื่อทวงคืนสิทธิการศึกษา ซึ่งก็เป็นประโยชน์ส่วนรวมทั้งสิ้น ตนเต้นประกอบคลิปเพลงด้วยความซื่อสัตย์ต่อหลักการของตน ซึ่งมีผลประโยชน์ของสังคมเป็นใหญ่ ไม่ได้มุ่งทำร้ายใคร ไม่ได้ละเมิดสิทธิใคร เหตุใดจึงคิดว่า ตนและท่านอื่นในคลิปจะละเมิดกฎหมายทั้งหลายเหล่านั้น ซ้ำยังจะให้พวกเราไปลงบันทึกประจำวัน ในความผิดที่ไม่ใช่ความผิดเสียอีก

27464772332_91fe519c88.jpg
ที่มา : Parit Chiwarak

จากนั้น พริษฐ์ ได้นำข้อความที่ สมชัย โพสต์ข่าวกรณีที่ตนออกจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว แชร์ในเฟซบุ๊ก โดย สมชัย กล่าวด้วยว่า "เต้นไม่ผิดครับ แต่มีบางอย่างที่อาจต้องขอข้อมูล เดี๋ยวสัปดาห์หน้า จะหาโอกาสไปเยี่ยมน้องที่โรงเรียนนะ"

ซึ่ง พริษฐ์ กล่าวตอบว่า "ยินดีต้อนรับ และขอให้นัดวันล่วงหน้า จะได้เชิญหลายท่านมาเป็นสักขีพยานว่าใครพูดอะไร"

จำหมายเปิดผนึกของเพนกวิ้น ถึง สมชัย :

"ผมผิดอะไร"

เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ท่านสมชัย ศรีสุทธิยากร หนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แถลงว่า ผู้ที่ปรากฎตัวในคลิปเพลงของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ อาจมีความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ กฎหมายอาญา กฎหมายความมั่นคงและประกาศของ คสช. นอกจากนี้ยังได้แนะนำบุคคลราว 20 กว่าคนในคลิป ซึ่งรวมผมด้วยนั้น ให้ไปทำบันทึกประจำวันหากต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ผมในฐานะที่เป็นนักเรียนที่เคลื่อนไหวประเด็นการศึกษาในร่างรัฐธรรมนูญ และถูกพาดพิงในครั้งนี้ ชี้แจงจุดยืนของผม ดังนี้

นับตั้งแต่มีการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น คนในแวดวงการศึกษาก็เริ่มวิตกกังวลว่า การที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยกเลิกการกำหนดให้รัฐสนับสนุนสวัสดิการเรียนฟรีระดับมัธยมปลายและสายอาชีพนั้น จะเป็นการริดรอนสิทธิเยาวชนหรือไม่ ผมเองก็ให้ความสนใจต่อประเด็นดังกล่าวและพยายามเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ตลอดจนมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว ด้วยหวังว่าจะนำพาความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ผมได้อ่านมาตราการศึกษาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ ที่คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้ว่าจะคงระยะเวลาเรียนฟรี 12 ปีดังเดิม แต่ก็ตัดทอนสวัสดิการเรียนฟรีระดับมัธยมปลายและสายอาชีพ ซึ่งเป็นการศึกษาวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต โดยไปสนับสนุนสวัสดิการการศึกษาระดับปฐมวัย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังกำหนดให้นักเรียนที่มีปัญหาทางการเงินต้องหันไปพึ่งพากองทุน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระทางธุรการให้แก่นีกเรียน และยังมีความเสี่ยงว่าจะมีนักเรียนจำนวนมากตกหล่นจากระบบการศึกษา นอกจากนั้นยังเป็ยการเพิ่มภาระต่อผู้ปกครองทุกระดับ ด้วยหลักการตามรัฐธรรมนูญนี้ "ม.ปลายฟรี" จะเป็นเพียงการสงเคราะห์จากรัฐเป็นรายบุคคล แทนที่จะเป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนจะต้องได้อย่างเท่าเทียมกันและมีศักดิ์ศรี เมื่อสถานการณ์ของนักเรียนมัธยมปลายและสายอาชีพตกต่ำลงกว่าเมื่อครั้งมีรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ในช่วงค่ำวันที่ 29 นั้นเอง ผมและเพื่อนจึงเริ่มแคมเปญ "เอาม.ปลายฟรีของเราคืนมา" และพวกเราก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่าในฐานะนักเรียน เราไม่เห็นด้วยกับการตัดสิทธิการศึกษาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ระหว่างปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เราได้ทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อสื่อสารต่อสังคมว่าเราไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ เราเคลื่อนไหวเพราะเราเชื่อว่าเยาวชนเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย เมื่อเห็นความไม่ถูกต้อง เยาวชนก็ควรจะชี้ให้เห็นความบิดเบี้ยวนั้น เมื่อเห็นว่าสิทธิ ม.ปลายฟรี ซึ่งเป็นของเรา เป็นของน้องเรา จนไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของเรากำลังถูกลิดรอนไป เราก็จำเป็นต้องแสดงตัวเพื่อให้สังคมรับรู้ว่า เยาวชนไม่ยอมให้ใครพรากสิทธิอันควรได้ของเราไป

ในช่วงต้นเดือนเมษายนนั้นเอง กลุ่มพลเมืองโต้กลับได้เชิญชวนผมให้ร่วมวาดฝีมายลายเท้าในคลิปเพลง "อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอาแล้วตีตก)" เพื่อแสดงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญ จุดยืนของผมนั้นไม่อาจยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่พรากสิทธิเยาวชนและทำลายการศึกษาไทยได้อยู่แล้ว ผมจึงตอบตกลงเพื่อแสดงจุดยืนของผมผ่านการ "เต้น" ซึ่งผมคิดว่าเป็นศิลปะการแสดงออกอย่างสันติ ไม่ละเมิดสิทธิผู้ใด

และในวันนี้ ท่านสมชัยแถลงว่าการ "เต้น" ของผมอาจขัดต่อ พรบ.คอมพิวเตอร์ กฎหมายอาญา กฎหมายความมั่นคงแ และคำสั่ง คสช. ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ผมอาจต้องถูกดำเนินคดี ผมอาจต้องขึ้นศาลเด็กและเยาวชน หรือกระทั่งศาลทหาร และผมอาจต้องได้รับโทษทางอาญา ซึ่งอาจสูงถึงขั้นจำคุกก็ได้ ก่อนที่เหตุการณ์เช่นนั้นจะเกิดขึ้น ผมขออนุญาตเรียนถามท่านสมชัย และท่านใดก็ตามที่คิดจะดำเนินคดีพวกเราสั้น ๆ

ท่านกล่าวหาว่าการกระทำของผมอาจขัดกับ พรบ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจหมายถึงการนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบ หากเป็นเช่นนั้น "การเต้น" จะนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบได้อย่างไร การเต้นก็คือการเต้น และผมเชื่อว่าเนื้อหา ทั้งของเพลงที่เต้นและสาส์นที่ผมพยายามสื่อมาโดยตลอด ล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริงทั้งสิ้น หากท่านคิดว่าข้อใดเป็นเท็จ ก็โปรดกรุณาชี้แจงให้ชัดเจน

ท่านกล่าวหาว่าการกระทำของผมอาจขัดกับกฎหมายความมั่นคง "ความมั่นคง" ของท่านเปราะบางขนาดที่จะถูกคุกคามด้วยการเต้นชองนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งเลยหรือ เพียงแค่แสดงจุดยืนของตัวเองผ่านศิลปะอย่างสงบ ใช้สันติวิธี ก็ถือว่าเป็นการปลุกระดมได้แล้วหรือ

ท่านกล่าวหาว่าการกระทำของผมอาจขัดกับกฎหมายอาญา เพียงการเต้น การแสดงจุดยืนอย่างสันตินั้นจะผิดกฎหมายมาตราใดหรือ ผมมิได้พาดพิงใครในทางเสียหายอย่างเจาะจงรายบุคคล ท่านจะถือว่าผมหมิ่นประมาทผู้ใดได้หรือ และที่ท่านกล่าวหาว่าผมอาจละเมิดประกาศของ คสช. ผมละเมิดประกาศฉบับใด ข้อใดหรือ เพียงเต้นกันเฉย ๆ จะถูกดำเนินคดีเลยหรือ

ผมขอยืนยันว่าทุกการกระทำของผมล้วนบริสุทธิ์ใจ เป็นไปเพื่อทวงคืนสิทธิการศึกษา ซึ่งก็เป็นประโยชน์ส่วนรวมทั้งสิ้น ผมเต้นประกอบคลิปเพลงด้วยความซื่อสัตย์ต่อหลักการของผม ซึ่งมีผลประโยชน์ของสังคมเป็นใหญ่ ผมไม่ได้มุ่งทำร้ายใคร ผมไม่ได้ละเมิดสิทธิใคร เหตุใดท่านจึงคิดว่า การกระทำของผมและท่านอื่นในคลิปจะละเมิดกฎหมายทั้งหลายเหล่านั้น ซ้ำยังจะให้พวกเราไปลงบันทึกประจำวัน ในความผิดที่ไม่ใช่ความผิดเสียอีก

ผมยังคงยืนยันว่าผมไม่ได้ทำผิดกฎหมายอันชอบธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น การที่นักเรียนลุกขึ้นมาทวงสิทธิการศึกษาคืนนั้นจะเป็นความผิดไปได้อย่างไร แต่หากท่านคิดว่าผมทำผิด ก็ขอให้มาควบคุมตัวผมไปดำเนินคดีเสีย ให้จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ว่าครั้งหนึ่ง ในประเทศไทย การลุกขึ้นทวงสิทธิและแสดงความคิดเห็นโดยสันตินั้นผิดกฎหมาย และจะต้องมีนักเรียนถูกลงโทษ เพียงเพราะลุกขึ้นมาทวงสิทธิเหนือสวัสดิการการศึกษาของตนเอง รวมถึงเพื่อนนักเรียนหลายล้านชีวิตและคนรุ่นลูกรุ่นหลานที่จะต้องเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไป

ขอให้ทุกท่านที่ได้อ่านจนจบเป็นสักขีพยานในการคำถามของผม ว่าสุดท้ายแล้ว ผมผิดอะไร

พริษฐ์ ชิวารักษ์

9 มิถุนายน 2559


............

อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)
photo.jpgResistant Citizen


"อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)" เวอร์ชั่น 2
photo.jpgthinkbox007

Offline

#999 June 10, 2016 11:30 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://www.matichon.co.th/news/163545

logo.png

‘วีระ สมความคิด’ ถาม คนที่เคยตั้งคำถามนโยบาย ยิ่งลักษณ์ ตอนนี้หายไปไหนหมด?

15-1.jpg

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์ความเห็นลงเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” กรณีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลจากนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯถึงความคุ้มค่าในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นเชียงใหม่ว่า

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ – เชียงใหม่ ระยะทาง 745 ก.ม.ในราคาค่าก่อสร้าง 387,821 ล้านบาท หรือราคาค่าก่อสร้างก.ม.ละ 521 ล้านบาท ปรากฏว่ามีเสียงคัดค้านจากประชาชนไทยในหลายภาคส่วนของสังคมไทย โดยอ้างว่าราคาค่าก่อสร้างสูงเกินจริง และเกรงว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมีการแอบหาผลประโยชน์โดยมิชอบ มีผลทำให้โครงการดังกล่าวต้องยุติลง

ต่อมาภายหลังการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญโดย พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลนายกฯประยุทธ์ ก็รื้อฟื้นทำโครงการฯแบบเดียวกัน ในระยะทาง 672 ก.ม.(สั้นกว่าโครงการของยิ่งลักษณ์ถึง 73 ก.ม.) แต่กลับมีราคาค่าก่อสร้างสูงถึง 530,000 ล้านบาท (ราคาสูงกว่าของยิ่งลักษณ์ถึง 142,179 ล้านบาท) ราคาค่าก่อสร้างตก ก.ม.ละ 789 ล้านบาท สูงกว่าของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึงก.ม.ละ 268 ล้านบาท

บรรดาพี่น้องคนไทยทั้งหลายที่เคยต่อต้านโครงการฯดังกล่าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะนี้พากันหายหน้าไปไหนหมด ไม่มีผู้ใดสงสัยในราคาที่สูงเกินจริงอย่างมหาศาลเลยหรือ ราคาค่าก่อสร้างที่แพงกว่ากันเกือบ 150,000 ล้านบาท มันจะไม่มีการทุจริตกันเชียวหรือ?

ถ้ามีการโกงกันจริง เงินจำนวนเกือบหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท จะไปเข้ากระเป๋าของใครบ้าง ไม่อยากรู้ว่ามีใครโกงกันบ้างเลยหรือ?

13-2.jpg

Offline

#1000 June 10, 2016 12:33 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

12191398_432969023579437_8053207723357952871_n.jpg?oh=4cd187adb594a0820cd5b8443820e718&oe=57D3E37Fพลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
4 มิถุนายน เวลา 2:33 น.

เสรีภาพกำลังหายไปแล้วจริงๆ (อาจรวมถึงการใช้ Facebook และ Social Networkอื่นๆ)

" ไม่มีชัยชนะใดๆ ได้มาด้วยการร้องขอ..."

หากเสรีชนไม่ร่วมมือกันต่อต้าน ก็ต้องเปลี่ยนสถานะเตรียมตัวเป็นทาสอย่างแน่นอน...

....ไม่มีอัศวินมาจากฟากฟ้า มีแต่พวกเราๆกัน เท่านั้นเอง และหากจะหวังให้ "บิ๊กบอส" มาช่วย คงได้เป็นครั้งคราว กำลังหลักในการต่อต้านต้องเป็นพวกเราเท่านั้น พวกเรา(กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway) เป็นเพียงแค่หัวหมู่ทะลวงฟัน(แถวหน้าที่กล้าเสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย)เท่านั้น พวกเรารอทัพหลวงของประชาชนอยู่.....

หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก เพจฯ ดงผู้ดี

13330934_502809996595339_5762834691840805059_n.jpg?oh=06732d33e0b3f051e4a85d656c7b6870&oe=58049512

ข่าวนี้ยังไม่ได้กรอง หรือ เช็คข่าว แต่คาดว่า เป็นการโยนหินถามทางของพรรคพวกลุงตู่......
แต่หากไม่มีแรงต้านมากจนเกินไป พวกเขาเดินหน้าแน่นอน....
" ไม่มีชัยชนะใดๆที่ได้มาด้วยการร้องขอ หากไม่ต่อสู้ด้วยสองมือ ก็จงเตรียมก้มหน้ารับชะตากรรม "
ที่มาของข่าว : http://www.police1195.com/@/block/an.html
หมายเหตุ : @เชื่อว่านี่คือ เป็นการโยนหินถามทาง เพราะข่าวลือคือ ข่าวจริงที่ยังไม่เกิด ! และที่สำคัญ ทำไม ICT ถึงไม่บล็อคเว็บแบบนี้ นี่คือประเด็นที่ @ สงสัยมาก

13335550_503230099886662_3762638022766518103_n.png?oh=ec54c8f4792c066ae4e8368c7eed705f&oe=580D1922

ถึงประชาชนชาวไทยทุกท่านโปรดทราบ
เรื่อง สงครามไซเบอร์ครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง
จากกระแสข่าวการนำแนวคิด Single Gateway ไปไว้ในกฎหมายดิจิตอล และ พรบ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์(ฉบับปรับปรุงใหม่) ซึ่งจะต้องสู่การพิจารณาอนุมัติของ สนช.ในเดือนมิถุนายนนี้และมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อผ่านการพิจารณา
ข่าวเรื่องการขยายแนวคิด Single Gateway ไปไว้ในกฎหมายต่างๆ ได้รับการกระจายไปอย่างกว้างขวาง แต่ทางรัฐบาลกลับนิ่งเฉยไม่ได้มีท่าทีใดๆออกมา ประชาชนชาวไทย ต่่างเป็นห่วงเรื่องนี้เป็นอันมาก และได้เขียนมาถามกันมากมาย ซึ่งการนิ่งเฉยของรัฐบาลเปรียบเสมือนการไม่ปฏิเสธการเดินหน้าแนวคิด Single Gateway ในส่วนต่างๆโดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น ทางกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway ขอให้เวลารัฐบาลอีก ๕ วันทำการ หากรัฐบาลยังคงนิ่งเฉยไม่มีท่าทีใดๆ ทางกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway คงไม่มีทางหลีกเลี่ยงที่ต้องใช้มาตราการเด็ดขาด ด้านไซเบอร์ กับทางรัฐบาล อีกครั้ง
อนึ่ง ทางกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway จึงให้ประชาชนชาวไทยทุกท่าน โปรดเข้าใจในความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ทางกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway จะจำกัดเป้าหมายไม่ให้กระทบระบบบริการด้านสาธารณสุข และการธนาคาร
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๙
กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway
หมายเหตุ : ประชาชนชาวไทยผู้รักเสรีภาพทุกท่าน โปรดเข้าร่วมการต่อต้านครั้งนี้ ใครไม่ถนัดด้านไอที พวกเรามีคู่มือการต่อต้านฉบับลุง ป้าให้ทำตามแล้วสามารถร่วมการต่อต้านครั้งนี้ได้เลย
ดาวโหลดคู่มือการต่อต้าน Single Gateway ฉบับลุงป้า ได้ที่นี่ :
https://www.geocities.ws/f…/~Ddos-Attac … ttack.html

ถ้าไม่ร่วมมือ ร่วมใจกัน....
กฎหมาย Single Gatway ผ่านแน่นอน
พวกเราทำได้แค่เป็นหัวหมู่ ทะลวงฟัน เข้าไปวงล้อมข้าศึกเท่านั้น...
"...เสรีภาพของท่าน อยู่ที่ตัวท่านตัดสินใจแล้วละครับ..."
.
.
.
แล้วเจอกันในสนามรบ สัปดาห์หน้านี้......(แค่เชียร์ ไม่ชนะนะครับ)
(หากในสนามรบไซเบอร์ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่กล้า แล้วพื้นที่ใช้กระสุนจริงก็คงมีแต่ศพผู้กล้าไม่กี่ศพ ก่อนที่ต้องตกเป็นทาสเขาไปชั่วลูก ชั่วหลาน....และพวกเรา(ที่ใครๆเรียกว่า "แก็งส์เด็กเกรียน" ก็คงสู้ได้จนนาทีสุดท้ายทียังมีอินเตอร์ให้ใช้...)
คู่มือฉบับลุง ป้า :
https://www.geocities.ws/f…/~Ddos-Attac … ttack.html
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
เอกสารอ่านประกอบ :
https://www.facebook.com/42455219442112 … 39/?type=3

13346459_504303746445964_7608224208682410023_n.jpg?oh=044926332fca03b29ab74775cb796426&oe=580F2E03

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.