iFreeThai

#1101 August 11, 2016 11:47 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* เดี๋ยวมีดิ้น     dog

http://prachatai.org/journal/2016/08/67388

เครือข่าย 96 องค์กร ชี้ผลประชามติไม่ใช่ “ใบอนุญาต” ให้ คสช. ใช้อำนาจตามอำเภอใจ

Thu, 2016-08-11 14:14

เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติฯ ระบุการการออกเสียงประชามติไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นอิสระ และเป็นธรรม เรียกร้อง คสช. คืนชีวิตทางการเมือง หยุดปิดกั้นการแสดงความเห็นต่อร่าง รธน. ยุติการดำเนินคดีนักโทษประชามติ พร้อมยกเลิกอำนาจพิเศษ ม.44

28621191380_655e8d2bf9.jpg

11 ส.ค. 2559 เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม โครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน นำโดยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ได้จัดการแถลงข่าวต่อผลประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่าน โดยระบุว่า ผลการลงประชามติไม่อาจนับเป็นฉันทานุมัติหรือ “ใบอนุญาต” ให้ คสช. ดำเนินการตามอำเภอใจโดยไม่ฟังเสียงฝ่ายใดได้ โดยมีเหตุผล 3 ประการคือ 1.การออกเสียงประชามติไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นอิสระและเป็นธรรม 2.เหตุผลของการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญมีความหลากหลาย การที่ คสช. และ กรธ. แจ้งขั้นตอนข้างหน้าแต่เฉพาะกรณีร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความวิตกกังวลว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร จึงอาจตัดสินใจเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน และ 3.การที่มีผู้ออกเสียงไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 38.60 แสดงให้เห็นว่ายังคงมีประชาชนที่เห็นต่างต่ออนาคตสังคมไทยผ่านร่างรัฐธรรมนูญอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่ง คสช. และ กรธ. ไม่สามารถเพิกเฉยหรือละเลยเสียงเหล่านี้ได้

ทั้งทางเครือข่าย 96 องค์กรได้เรียกร้องให้ คสช. คืนชีวิตทางการเมือง หยุดปิดกั้นการแสดงความเห็นต่อร่าง รธน. ยุติการดำเนินคดีนักโทษประชามติ พร้อมยกเลิกอำนาจพิเศษ ม.44 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด

28877762836_b965ec6536.jpg

แถลงการณ์เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน ภายหลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม 2559

ผลการออกเสียงประชามติเบื้องต้นมีผู้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 61.40 และคำถามพ่วงร้อยละ 58.11 แต่ก็มีผู้ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญถึงร้อยละ 38.60 และไม่เห็นชอบคำถามพ่วงร้อยละ 41.89 อีกทั้งยังมีผู้มีสิทธิที่ไม่ประสงค์ออกเสียงอีกถึงร้อยละ 45.39 ซึ่งแม้ผลดังกล่าวจะส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านตามความประสงค์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทว่านอกจากหลักการประชาธิปไตยซึ่งต้องฟังเสียงจากทุกฝ่าย ผลประชามติดังกล่าวไม่อาจนับเป็นฉันทานุมัติหรือ “ใบอนุญาต” ให้ คสช. ดำเนินการตามอำเภอใจโดยไม่ฟังเสียงฝ่ายใดได้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. การออกเสียงประชามติไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นอิสระและเป็นธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ทั่วถึง ประชาชนจำนวนมากไม่มีโอกาสรับรู้ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ดำเนินการผ่านกลไกและเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลักเลือกประชาสัมพันธ์เฉพาะด้านดี อีกทั้งด้านดีบางข้อในเอกสารสรุปยังประชาสัมพันธ์เกินไปกว่าที่เขียนไว้จริงในร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ฝ่ายเห็นต่างกลับถูกปิดกั้น ข่มขู่คุกคาม จับกุมคุมขัง และดำเนินคดี เป็นเหตุให้ประชาชนไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่รอบด้านเพียงพอในการตัดสินใจออกเสียง

2. เหตุผลของการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญมีความหลากหลาย การที่ คสช. และ กรธ. แจ้งขั้นตอนข้างหน้าแต่เฉพาะกรณีร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความวิตกกังวลว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร จึงอาจตัดสินใจเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน และการที่ คสช. และ กรธ. ปิดกั้นฝ่ายเห็นต่างที่พยายามชี้ให้เห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญก็ยิ่งส่งผลให้ประชาชนตัดสินใจรับร่างรัฐธรรมนูญได้โดยง่ายโดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการไปให้พ้นจากสภาวการณ์ปัจจุบันหรือการบริหารประเทศโดยรัฐบาลทหารหรือ คสช. นอกจากนี้ หากพิจารณาในเชิงภาพรวมของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ผู้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 30 คสช. จึงไม่สามารถอาศัยผลนี้เป็นข้ออ้างในการตัดสินใจดำเนินการใดโดยไม่ฟังเสียงประชาชนส่วนที่เหลือเหล่านี้ได้

3. การที่มีผู้ออกเสียงไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 38.60 แสดงให้เห็นว่ายังคงมีประชาชนที่เห็นต่างต่ออนาคตสังคมไทยผ่านร่างรัฐธรรมนูญอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่ง คสช. และ กรธ. ไม่สามารถเพิกเฉยหรือละเลยเสียงเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อโต้แย้งและวิพากษ์วิจารณ์ที่ฝ่ายเห็นต่างหยิบยกขึ้นมายังไม่ได้รับการชี้แจงจาก คสช. กรธ. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างหนักแน่นชัดเจนพอ คสช. จึงไม่สามารถอาศัยผลการออกเสียงประชามติเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธที่จะตอบคำถามและข้อวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ รวมถึงสั่งห้ามการเคลื่อนไหวของฝ่ายเห็นต่างแม้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบแล้วก็ตาม

เพราะเหตุนี้ เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน ที่ติดตามการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมาอย่างต่อเนื่องจึงมีข้อเรียกร้องไปยัง คสช. ดังนี้

1. คืนชีวิตการเมืองปกติให้กับสังคมไทยด้วยการยุติการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการเมืองหยุดการใช้อำนาจพิเศษกฎหมายพิเศษและศาลทหารกับประชาชน

2. เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกฝ่ายทั้งที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญตลอดจนประชาชนและชุมชนซึ่งได้รับผลกระทบหรือจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายยุทธศาสตร์และโครงการของรัฐต่างๆได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาร่วมกันบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญและข้อตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี

3. ยุติการจับกุมคุมขังและดำเนินคดีประชาชนที่รณรงค์ประชามติและแสดงความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญและปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังก่อนหน้านี้โดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขการแสดงออกดังกล่าวเป็นสิทธิของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยไม่ผิดกฎหมาย

4. ให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ประกาศกำหนดระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการประชาธิปไตย ให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

5. ยกเลิกการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 กลับมาใช้กลไกตามกฎหมายปกติ และให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาทบทวนยกเลิกประกาศและคำสั่งของคสช.ที่ละเมิดสิทธิประชาชนโดยเร็ว

เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาตั้งแต่ต้น โดยมีการนำเสนอข้อกังวลต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สู่สาธารณะไว้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 และแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการออกเสียงประชามติ แต่เครือข่ายฯ จะเฝ้าติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมถึงการปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดไว้อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าสิทธิ เสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องเป็นองค์ประกอบหลักของรัฐธรรมนูญ


ด้วยความเคารพต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน
เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน

1. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง
2. สมาคมรัฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
4. มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
5. เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
6. เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ-บำนาญแห่งชาติ
7. มูลนิธิบูรณะนิเวศ
8. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
9. มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย)
10. มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
11. สมัชชาคนจน
12. กลุ่มละครมะขามป้อม
13. เครือข่ายพลเมืองเน็ต
14. สมัชชาอู่ข้าวอู่น้ำภาคกลาง
15. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
16. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM)
17. กลุ่ม Mini Drama
18. กลุ่มการเมืองครั้งแรก
19. กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)
20. Focus on the Global South
21. เครือข่ายสลัม 4 ภาค
22. มูลนิธิโลกสีเขียว
23. กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
24. เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ประเทศไทย
25. กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน(พื้นที่คัดค้านเหมืองแร่ทองคำ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย)
26. กลุ่มรักษ์บ้านแหง(พื้นที่คัดค้านสัมปทานทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง)
27. ชมรมอนุรักษ์ลุ่มน้ำสรอย ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ (พื้นที่การขอสัมปทานสำรวจแร่เหล็กและทองคำ)
28. เครือข่ายการศึกษาทางเลือก
29. กลุ่มเสรีนนทรี
30. กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์
31. กลุ่มศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย
32. ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD)
33. กลุ่มลูกชาวบ้าน ม.บูรพา
34. กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD)
35. กลุ่มแก็งค์ข้าวกล่อง ม.รามคำแหง
36. กลุ่มเพื่อนประชาชน
37. มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน
38. เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.)
39. กลุ่มกระเหรี่ยงภาคเหนือ
40. เครือข่ายเพื่อนตะวันออกวาระเปลี่ยนตะวันออก
41. โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
42. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
43. กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง(กสรก.)
44. กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท
45. สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย
46. กลุ่มแม่โจ้เสรีเพื่อประชาธิปไตย
47. สมัชชาสิทธิเสรีภาพนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
48. กลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่(NGC)
49. กลุ่มลุ่มน้ำโขงศึกษา
50. กลุ่มพลเรียน
51. ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาเชียงใหม่
52. สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)
53. กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
54. เครือข่ายพลเมืองสงขลา
55. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)
56. สมาคมรักษ์ทะเลจะนะ
57. กลุ่ม Save Krabi
58. กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำท่าสะท้อนและสิ่งแวดล้อม สุราษฎร์ธานี
59. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้
60. เครือข่ายประชาชนปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สงขลา สตูล
61. เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน
62. เครือข่ายรักษ์ชุมพร
63. เครือข่ายพลเมืองพัทลุง
64. เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
65. เครือข่ายพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา รัตภูมิ
66. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล
67. ศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อชุมชน จะนะ
68. สภาทรัพยากรพันธุกรรมพื้นบ้านภาคใต้
69. สภาประชาชนอำเภอรัตภูมิ
70. หน่วยวิจัยประชาธิปไตยชุมชนเพื่อการพัฒนา
71. แนวร่วมนักเขียนแห่งประเทศไทย
72. มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
73. Strawberry December
74. Undergrad Rewrite
75. Cafe Democracy
76. กลุ่มรักษ์เขาชะเมา
77. สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR)
78. เครือข่ายประชาชนชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ(PERMATAMAS)
79. Seed of Peace
80. พลังมด
81. กลุ่มอนุรักษ์อ่าวบางละมุง
82. กลุ่มอนุรักษ์อ่าวนาเกลือ
83. เครือข่ายรักษ์อ่าวอุดม
84. กลุ่มประมงต้นแบบบ้านอ่าวอุดม
85. กลุ่มประมงต้นแบบบ้านนาเกลือ
86. กลุ่มประมงต้นแบบบ้านบางละมุง
87. เครือข่ายสภาพลเมืองจังหวัดชลบุรี
88. โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนคนไร้รัฐ จ.อุบลราชธานี
89. เครือข่ายปกป้องผืนป่าตะวันออก
90. พระจันทร์เสี้ยวการละคร
91. คณะทำงานนักเกรียนเปลี่ยนโลก
92. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.)
93. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
94. มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน
95. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.)
96. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

Offline

#1102 August 11, 2016 11:49 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* อูยยย  อันนี้ เดี๋ยวมีดิ้น...หย่ายยย  ....อีกและ       dog

http://prachatai.org/journal/2016/08/67386

ม.ล.รุ่งคุณ เขียนบันทึก หนึ่งใน 22.9 ล้านที่ไม่ร่วมลง 'ประชามติ' สมศักดิ์ออกปากชม

Thu, 2016-08-11 13:45

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันได้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ประเทศฝรั่งเศส ภายหลังการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หยิบเอาโพสต์ของ ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ  คุณโจ้ ที่โพสต์ บันทึก ของหนึ่งใน 22.9 ล้านคนที่ไม่ร่วมลง 'ประชามติ' ซึ่ง ม.ล.รุ่งคุณ ชี้ว่าเป็น 'ประชามติ' จอมปลอม มาเผยแพร่ต่อผ่านเฟซบุ๊ก 'Somsak Jeamteerasakul'

สมศักดิ์ โพสต์ด้วยว่า คุณ รุ่งคุณ เคยเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส พร้อมคุณแม่อาภัสสรา (ดู http://goo.gl/NdIamd) ปีกลายเคยเขียนในลักษณะเชียร์ฮิตเล่อร์ - ซึ่งโดยส่วนตัวผมเห็นว่า silly - จนเป็นที่ฮือฮา (ดูที่คุณรุ่งคุณเขียน http://goo.gl/sKGkb6 และดูการตอบโต้ของทูตอิสราเอล และ ดร.กานดา นาคน้อย http://goo.gl/g8Kwpz) แต่กระทู้ที่ผมแค็พมานี้ของคุณรุ่งคุณ (ดูที่นี่ https://goo.gl/YxLpHF) เขียนได้ดีมากๆ อธิบายว่าทำไมเขาจึงไม่เข้าร่วมสิ่งที่เรียกว่า "ประชามติ" และว่าทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถเรียกว่าเป็น "ประชามติ" ด้วยซ้ำ - ตนไม่พบข้อความใดในกระทู้ที่จะโต้แย้งเลย

สำหรับ บันทึก ของหนึ่งใน 22.9 ล้านคนที่ไม่ร่วมลง 'ประชามติ' ของ ม.ล.รุ่งคุณ มีรายละเอียดดังนี้

28291076633_ebc9de20db_b.jpg

บันทึก ของหนึ่งใน 22.9 ล้านคนที่ไม่ร่วมลง 'ประชามติ'
สาเหตุของการไม่ร่วมลงของผม คือ ผมไม่ได้เพียงแต่ไม่ยอมรับในร่างรัฐธรรมนูญนี้เท่านั้น
แต่สิ่งที่ผมไม่ยอมรับนั้น รวมถึงสิ่งที่ได้มีการเรียกกันไปว่า 'ประชามติ' นี้

ถึงจะใช้ศัพท์นี้เรียก แต่กลับมีการจงใจละเลยองค์ประกอบอันจำเป็นตามจุดประสงค์ของการทำ 'ประชามติ' ตามหลักการที่ควรจะเป็น โดยหลักการนั้นย่อมหมายถึง การเลือกรับหรือไม่รับ โดยผู้เลือกนั้นได้เข้าถึงเนื้อหาในสิ่งที่เป็นประเด็นในการเลือก และควรได้รับฟังทั้งข้อดีข้อเสีย จากมุมมองหลากหลาย ในการประกอบการตัดสินใจ แล้วจึงเลือกตามที่เห็นควรหรือไม่ควรในประเด็นนั้นๆหลังการพิจารณา

ในสภาพความเป็นจริง ด้วยความไม่สะดวกในเรื่องของเวลาก็ดี ด้วยความไม่สะดวกในการค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเองก็ดี การจะให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงเนื้อหา พร้อมหลากหลายมุมมองตรงนี้ จะขาดการจัดการให้มีการดีเบทอย่างแพร่หลาย สมดุลกับความใหญ่สำคัญของเนื้อหาและประเด็น อย่างต่อเนื่องบนโทรทัศน์ไม่ได้เลย

แต่สิ่งที่ได้เกิดขึ้นนั้นคือตรงกันข้าม ได้แก่การละเลย กีดกัน ไม่ให้มีการดีเบททางโทรทัศน์ สาระจึงถูกกลืนด้วยด้วยกระแสจากภายนอก ในประเด็นสารพัดที่ไม่ใช่เนื้อหาสาระของประชามติ พร้อมการโฆษนาชวนเชื่อเท็จต่างๆ โดยปราศจาการถกดีเบทซึ่งสามารถจะช่วยทำให้ประชาชนแยกแยะได้ระหว่างจริงและเท็จ

การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแสดงชัดเจนถึงการไม่ได้มีจุดประสงค์ หรือ ความจริงใจใดๆที่จะได้คำตอบจากประชาชน ว่าต้องการในสิ่งที่เขียนจริงหรือไม่ แต่ส่อถึงการไม่ต้องการให้เข้าถึงเนื้อหา ให้อาศัยความมึนงงจากประเด็นภายนอกเป็นหลัก เป็นตัวตัดสิน มิใช่ด้วยสาระเนื้อหาสาระภายในที่แท้จริงแต่อย่างใด มีจุดหมายหลักเพียงเพื่อให้รับรองในสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น โดยปราศจากการคำนึงคำนึงว่าจะเป็นความต้องการที่แท้จริงหรือไม่

เมื่อลักษณะของการดำเนินการเป็นเช่นนี้ ละเลย กีดกันประชาชนต่อข้อมูล ต่อมุมมองที่เขาควรได้รับรู้ มีจุดประสงค์เพียงให้รับรองเพื่อสร้างความชอบธรรมในระบบของตน อันเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของการทำ 'ประชามติ' อย่างน่าละอายใจ ผมจึงไม่สามารถร่วมเกี่ยวข้องกับ 'ประชามติ' จอมปลอมนี้ โดยการร่วมนั้นย่อมมีหมายความว่า ผมยอมรับในความชอบธรรมถูกต้องของมัน ยอมเป็นเครื่องมือรองรับให้ผู้จัดผู้เขียน ซึ่งผมไม่สามารถกระทำ

สิ่งที่ผมสามารถกระทำได้ คือประกาศ ณ ที่นี้ว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ ความรับผิดชอบใดๆกับการรับรองกฏหมายนี้ทั้งสิ้น พร้อมมิเคยยอมรับในความชอบธรรมของวิธีการในการเกิด การเข้ามามีความเป็นของมันตั้งแต่ต้น โดยผมมองว่าสิ่งนี้ นอกจากจะไม่ได้ถือกำเนิดโดยความชอบธรรมแล้ว ยังจะนำความทุกข์ ความเสียหายนานาประการให้กับชาติและประชาชนในอนาคตอันใกล้อย่างใหญ่หลวง ซึ่งผมรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อนึกถึงหัวอกของผู้ที่ถูกลวงไปสนับสนุนจำนวนมาก ในวันข้างหน้า เมื่อเขารู้ตัวว่าเขาได้ถูกลวงให้เซ็นต์รับอะไรไป

2559/8/9

Offline

#1103 August 11, 2016 11:50 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

เราคือเพื่อนกัน กลุ่มนักศึกษาเรียกร้องให้ปล่อยตัว 4ผู้ต้องหา พลเมืองโต้กลับ16มี ค 58
photo.jpgResistant Citizen


iLaw

basetheme_ilawfreedom_logo.png

รวมข้อมูลการปิดกั้นกิจกรรมแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ

โดย ilaw-freedom เมื่อ 10 สิงหาคม 2016 22:33

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญ สู่สาธารณะครั้งแรกเมื่อ 29 มกราคม 2559 เพื่อเปิดรับความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ และแก้ไขปรับปรุงจนเสร็จ นำเสนอร่างสุดท้าย สู่สาธารณะ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 ก่อนนำไปลงประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559

ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือน ตั้งแต่ประชาชนเข้าถึงร่างรัฐธรรมนูญได้ทางออนไลน์ ไปจนถึงวันลงประชามติ ควรจะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย แสดงความคิดเห็น และถกเถียงแลกเปลี่ยนกัน เพื่อการตัดสินใจลงประชามติอย่างมีคุณภาพ แต่กิจกรรมต่างๆ ที่จัดเพื่อแสดงออกเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ถูกตำรวจทหาร และกลไกต่างๆ ของรัฐ ปิดกั้น อย่างน้อย 18 ครั้ง ดังนี้

1) 4 กุมภาพันธ์ 2559 มติชนออนไลน์รายงานว่า คมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กประกาศยกเลิกจัดการสัมมนา หัวข้อ "ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. … ปฎิรูปได้จริงหรือ?" ซึ่งมีนักวิชาการร่วมเสวนา เช่น ศ.ดร.บรรเจิด สิงคเนติ, ศ.ดร.อุดม ทุมโฆสิต, รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์, สุริยะใส กตะศิลา และสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจาก คสช.ไม่อนุญาตให้จัด

2) 13 กุมภาพันธ์ 2559 กลุ่มผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย หรือวีมูฟ จัดเวทีเสวนาวิพากษ์ “ร่างรัฐธรรมนูญ และการมีส่วนร่วมของประชาชน” ที่โรงเรียนอนุบาลอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ช่วงบ่ายกลุ่มทหารแจ้งให้ผู้จัดงานยุติการจัดงานในทันที และให้เวลาเก็บของภายใน 5 นาที อ้างคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ คณะผู้จัดงานจึงย้ายเวทีอย่างเร่งด่วนมาจัดเสวนาต่อที่โรงแรมรูท 202 ในจังหวัดอำนาจเจริญ แต่กลุ่มนายทหารยังคงติดตามและสั่งยุติการจัดงานโดยอ้างคำสั่งเดิม

3) 14 กุมภาพันธ์ 2559 กลุ่มเส้นทางสีแดงจัดกิจกรรม ‘Valentine Vote No’  เชิญชวนผู้รักประชาธิปไตย ใส่เสื้อ ‘Vote No’ แจกสติ๊กเกอร์รณรงค์ ‘ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ’ ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังทำกิจกรรมได้ประมาณ 10 นาที ตำรวจในเครื่องแบบประมาณ 5 นาย และนอกเครื่องแบบประมาณ 7 นาย เข้ามาเจรจาขอให้ยุติกิจกรรม โดยอ้างคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมือง

4-5) 28 กุมภาพันธ์ 2559 เครือข่ายเว็บไซต์ประชามติ มีกำหนดจัดกิจกรรมเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญสองกิจกรรม คือ งานเสวนาสาธารณะหัวข้อ "รัฐธรรมนูญใหม่ เอาไงดีจ๊ะ?" และ งานประกวดการนำเสนอ PetchaKucha 20x20 หัวข้อ "รัฐธรรมนูญ" ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกดดันหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครให้ยกเลิกการใช้สถานที่ อ้างว่าการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเข้าข่ายการชุมนุมทางการเมือง ขัดต่อคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558

6) 1-6 มีนาคม 2559 ในงานปล่อยปีก ของโครงการ 'คนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม' ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเสรีภาพ โดยทำบู๊ทเป็นลักษณะส้วมสาธารณะ ภายในติดโปสเตอร์ข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และสิทธิมนุษยชน โดยมีทหารโทรศัพท์มาคุยกับคนจัดงานเป็นระยะ และมีทหารเฝ้าอยู่ตลอดงาน และต่อมาทหารสั่งให้รูปโปสเตอร์ที่เป็นข้อมูลทั้งหมดออก

7) 3 เมษายน 2559 ร้านหนังสือ Book Re:public ที่จ.เชียงใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ไม่สามารถจัดงาน “อ่านรัฐธรรมนูญในฐานะวรรณกรรมและศิลปะ” ได้เนื่องจาก ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 (ค่ายกาวิละ) ได้แจ้งกับผู้จัดงานว่าไม่สามารถอนุมัติให้จัดงาน

8) 6 เมษายน 2559 สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ประมาณ 15 คน ไปเดินแจกเอกสารรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต หลังเดินแจกได้ประมาณ 15 นาที ก็ถูกผู้จัดงานพาตัวไปพูดคุยและขอให้ยุติการแจก เพราะถูกทางทหารกดดันมา และไม่อยากให้กระทบกับผู้ค้าหนังสือคนอื่นๆ ในงาน

8) 7 เมษายน 2559 เครือข่าย พลเมืองเสวนา (citizen forum) จะจัดงานเสวนา "ร่วมพิจารณารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก่อนลงประชามติ" ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แต่ก่อนการจัดงานเจ้าของสถานที่สั่งยกเลิกการจัดงาน เพราะเกรงว่าจะเข้าข่ายชุมนุมทางการเมือง จึงต้องย้ายไปจัดที่ ห้องประชุมมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมแทน

9) 25-27 เมษายน 2559 องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดนิทรรศการการเมือง ขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในงานมีกิจกรรมมากมายซึ่งสามารถดำเนินไปได้ แต่ส่วนที่เป็นบอร์ดนิทรรศการเรื่อง รัฐธรรมนูญกับป้ายปลาหยุดและปลาวิด ซึ่งทหารไม่พอใจในเนื้อหาเลยสั่งให้เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยดึงออกจากสถานที่จัดแสดง

10) 14 มิถุนายน 2559 กลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประมาณ 5 คน ออกเดินแจกจ่ายเอกสารรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จนเวลาประมาณ 11.30 มีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาเจรจาให้ยุติกิจกรรม

11) 19 มิถุนายน 2559 ภาคีนักกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหงจัดกิจกรรม เสวนา ร่างรัฐธรรมนูญและการประชามติ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเปิดฟังทรรศนะทั้งฝ่ายโหวตรับ ไม่รับ และฝ่ายไม่ไปลงคะแนน ต่อมาถูกห้ามจัดจึงต้องย้ายไปจัดที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

12) 19 มิถุนายน 2559  กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดแถลงข่าวเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ ก่อนเริ่มแถลงข่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.โชคชัย เข้าควบคุมพื้นที่เพื่อห้ามจัดกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากผิดตามประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ และพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 พร้อมขอให้สถานีโทรทัศน์พีชทีวี ยุติการถ่ายถอดสดกิจกรรมดังกล่าว จากนั้นได้เชิญแกนนำนปช. สื่อมวลชน และประชาชนที่มาร่วมงานแถลงข่าวออกจากห้องแถลงข่าวทั้งหมด ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะวางกำลังยืนขวางประตูไว้ ต่อมาแกนนำ นปช. 19 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐานฝ่าฝืนประกาศคสช. ที่ 7/2558 กรณีชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน

จากกิจกรรมศูนย์ปราบโกงประชามติ ยังมีอีกหลายกรณีในต่างจังหวัดที่ทหารห้ามกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ ทำกิจกรรม เช่น ในจังหวัดพะเยา ศิริวัฒน์ จุปะมัดถาและทองอุ่น มะลิทอง ถูกทหารเรียกเข้าพุดคุยเพื่อแจ้งว่าไม่อนุญาตให้เปิดศูนย์ปราบโกงฯ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับและสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง, จังหวัดราชบุรี ชาวบ้าน 10 รายซึ่งเข้าร่วมเปิดศูนย์ปราบโกง ถูกออกหมายเรียกฐานชุมนุมเกิน 5 คน เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน และมีการออกหมายเรียกเพิ่มเติมภายหลังอีกประมาณ 15 ราย จากกรณีเดียวกันนี้

ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่ามีผู้ถูกตั้งข้อหาทางการเมือง จากการทำกิจกรรมศูนย์ปราบโกงประชามติอย่างน้อย 142 คน

13) 23 มิถุนายน 2559 สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และสมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ไปแจกเอกสารรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และข้อมูลการลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขตพื้นที่ บริเวณตลาดการเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ และถูกทหารเข้าจับกุมนักกิจกรรมไปทั้งหมด 13 คน และตั้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติฯ มาตรา 61 วรรคสอง และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินห้าคน

14) 24 มิถุนายน 2559 นักกิจกรรม 7 คน จะไปทำกิจกรรมทำความสะอาดอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่วงเวียนหลักสี่ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ระหว่างเดินเท้าไปยังอนุสาวรีย์ได้แจกเอกสารรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญด้วย ทั้งเจ็ดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวโดยรถตู้ไปที่สน.บางเขนและถูกตั้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินห้าคน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ฐานไม่แจ้งการชุมนุมให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า 24 ชั่วโมง

15) 15 กรกฎาคม 2559 ที่บ้านเซเวียร์ มีการจัดงานให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญในหมู่ชาวคาทอลิก แต่ก่อนการจัดงานมีตำรวจไปหาเจ้าของสถานที่แจ้งว่าต้องขออนุญาตก่อน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถจัดงานได้ งานจึงถูกยกเลิกไป

16) 31 กรกฎาคม 2559 กลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ ร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยใหม่อีสาน (NDM) จัดงาน “พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน?” ที่อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยก่อนจัดงานหนึ่งวัน ขณะผู้จัดเตรียมงานในช่วงกลางคืน ดร.จิรวัฒน์ สนิทชน รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ชุมชน รักษาการแทนคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ได้เข้าแจ้งกลุ่มผู้จัดกิจกรรมว่า ไม่สามารถให้จัดงานได้ โดยระบุว่า สำนักนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมทางการเมือง และหากมีการจัดกิจกรรมจะทำให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นกลาง แต่ทางกลุ่มผู้จัดกิจกรรมยังยืนยันว่าจะจัดต่อ จึงถูกตัดน้ำ ตัดไฟ และมีตำรวจกดดันผู้ให้เช่าเก้าอี้ให้เก็บเก้าอี้กลับคืนในช่วงกลางดึก และในช่วงเช้ารถขนเครื่องเสียงก็ถูกตำรวจไล่ให้กลับไปเช่นกัน

เวลา 10.58 น. ดร.จิรวัฒน์ สนิทชน และ ดร.ยุพิน ผาสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะเกษตรศาสตร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งทหาร ตำรวจ รวมประมาณ 30 นาย ยึดเอกสาร รวมทั้งรื้อฉากหลังเวทีที่กลุ่ผู้จัดงานเตรียมไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า การจัดงานเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่กลุ่มผู้จัดยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อไปโดยใช้โทรโข่งพูดคุย และผู้เข้าร่วมงานนั่งพื้น โดยมีรายงานว่าในช่วงบ่าย ฝ่ายนิติกร กกต.ขอนแก่น พร้อมกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวหากลุ่มผู้จัดงานบุกรุกสถานที่ราชการและกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

17) 1 สิงหาคม 2559 นักวิชาการกลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน จัดงานแถลงข่าวเรื่อง “การลงประชามติแบบสามไม่รับ” ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนการจัดงานหนึ่งวัน เฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแจ้งยกเลิกการแถลงข่าวดังกล่าว เนื่องจากคณบดีคณะนิติศาสตร์แจ้งด้วยวาจาไม่ให้จัดงาน โดยอ้างถึงคำสั่งห้ามจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติห่งชาติ (สนช.) 

18) 2 สิงหาคม 2559 ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดเวทีเสวนา “การลงประชามติที่เสรีและเป็นธรรมและนัยต่อประชาธิปไตยไทย" ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีวิทยากร คือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผศ.ตรีเนตร สาระพงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ช่วงเที่ยงวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ดร.ฐิติพลแจ้งข่าวการยกเลิกงานเสวนาดังกล่าวบนเฟซบุ๊ก เนื่องจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและผู้ว่าราชการจังหวัดกังวลต่อความเป็นกลางของงานเสวนา ผู้ว่าราชการจังหวัดให้เหตุผลว่า ทางจังหวัดอุบลราชธานีได้จัดเวทีลักษณะนี้แล้ว งานเสวนาที่ ดร.ฐิติพลจะจัดจึงไม่มีความจำเป็น แม้ก่อนหน้านี้ผู้จัดงานจะได้รับอนุญาตจาก พล.ต.อชิร์ฉัตร โรจนะภิรมย์ ผบ.มทบ.22 ให้จัดงานได้

18) จตุภัทร์ และวศิน นักกิจกรรม เดินแจกใบปลิวรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในพื้นที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร เข้าจับกุมนำตัวไปที่ สภ.ภูเขียว แจ้งข้อกล่าวหาว่า เผยแพร่ข้อความที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงโดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิไปออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติฯ มาตรา 61 วรรคสอง


ข้อมูลการปิดกั้นกิจกรรมทั้ง 19 ครั้ง เป็นข้อมูลอย่างน้อยเท่าที่สามารถรวบรวมและยืนยันได้เท่านั้น ยังมีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญอีกหลายครั้งที่เกิดขึ้นก่อนร่างรัฐธรรมนูญ ของกรธ. จะเผยโฉมให้เห็น และยังเป็นไปได้ว่ายังมีการปิดกั้นกิจกรรมการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญมากกว่านี้อีก ขณะที่กิจกรรมบางกิจกรรมก็สามารถจัดได้โดยไม่ถูกห้ามเช่นกัน

ตัวเลขกิจกรรมที่ถูกปิดกั้น 19 ครั้ง อาจเป็นจำนวนไม่มากเทียบกับประชากาผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนกว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศ แต่เมื่อมีการปิดกั้นกิจกรรมเกิดขึ้นหลายครั้ง รวมทั้งมีการตั้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรม ก็ย่อมสร้างบรรยากาศความกลัวขึ้นในสังคม ให้การวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ไม่อาจพูดได้อย่างเสรี กลุ่มกิจกรรมอื่นๆ ที่อยากจจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกันจึงจำเป็นต้องเลี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้บรรยากาศการพูดคุยเรื่องร่างรัฐธรรมนูญก่อนการลงประชามติ เป็นไปอย่างยากลำบาก ข้อมูลส่วนใหญ่มีแค่ข้อมูลที่ กรธ. จัดทำขึ้น และข้อมูลที่แชร์ต่อกันบนโลกออนไลน์ ซึ่งยากที่จะตรวจสอบความถูกต้องได้

Offline

#1104 August 11, 2016 12:02 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

* โอ้ย  อันนี้ ต้องมีดิ้น อีก ....แน่ๆ  เยยย     dog

http://prachatai.org/journal/2016/08/67373

ดาวดิน ลั่นไม่ยอมรับผลประชามติ กระบวนการไม่ชอบธรรมแต่ต้นไม่ถือเป็นคำตัดสินของปชช.

Wed, 2016-08-10 12:49

28268063874_8d4d637dfe.jpg

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มดาวดิน ได้ออกแถลงการณ์กลุ่ม ยืนยันไม่ยอมรับผลประชามติ และยืนยันว่าผลนั้นไม่ถือเป็นคำตัดสินของประชาชน และไม่ว่าอย่างไรรัฐเผด็จการจะต้องล่าถอยยุติบทบาททั้งหลายให้สิ้น

แถลงการณ์ระบุว่า ปรากฎการณ์ที่มีผู้ฉีกบัตรและเกิดการจับกุมผู้รณรงค์ให้ไปออกเสียงประชามติเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านนั้น กรณีแรกที่มีผู้ฉีกบัตรออกเสียงเพื่อทายท้าอำนาจรัฐอันไม่ชอบธรรมนั้น มิอาจมีคำใดๆที่จะบรรยายถึงความกล้าหาญนั้น เราขอแสดงความนับถือและเคารพอย่างสูง กรณีสองที่มีการจับกุมผู้รณรงค์ให้คนออกไปลงคะแนนเสียง แสดงออกถึงแล้วว่ามีแต่เพียงรัฐเผด็จการเท่านั้นแหละที่สามารถโฆษณาชวนเชื่อถึงข้อดีของร่าง รธน. เพียงแต่ฝ่ายเดียว เมื่อมีผู้รู้ทันและออกเตือนมวลชนนั้น ผู้รู้ทันถูกเผด็จการจับกุมเข้าเสียแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองกรณี แสดงได้ถึง ประการหนึ่งคือ อำนาจรัฐที่ได้มาของ คสช. นั้นไร้ความชอบธรรมแต่เริ่มต้น  ประการที่สอง คือ ผลการทำประชามติที่เกิดขึ้นมิอาจเรียกได้ว่าเป็นคำตัดสินของประชาชน  ถึงที่สุดมิอาจเรียกได้ว่าเป็นการทำประชามติ เพราะ อย่างหนึ่ง ที่มาของอำนาจของผู้จัดทำประชามติไร้ซึ่งความชอบธรรม อย่างสอง การรณรงค์ให้คนไปออกเสียงประชามติทำได้เพียงแต่รัฐเผด็จการเท่านั้น อย่างสาม การนับคะแนนเสียงนั้นไม่ถูกต้อง โดยนับคะแนนเสียงเพียงแต่ผู้ไปออกเสียงเท่านั้น ไม่นับเสียงของผู้ที่ใช้สิทธิ์ของตนไปกระทำการอย่างอื่น อันแล้วแต่ปัจเจกบุคคล

เหตุทั้งหลายที่กล่าวมาทั้งหมดรวมทั้งความไม่ชอบธรรมที่เป็นประจักษ์ต่อสังคมอันรัฐเผด็จการกระทำต่อผู้เห็นต่าง เราจึงขอประกาศว่า ผลประชามติที่เกิดขึ้นเราไม่ยอมรับ ผลนั้นไม่ถือเป็นคำตัดสินของประชาชน และไม่ว่าอย่างไรรัฐเผด็จการจะต้องล่าถอยยุติบทบาททั้งหลายให้สิ้น หาไม่แล้ว เราจะยืนหยัดโดยมือและสองเท้าอันว่างเปล่าที่จะต่อสู้กับท่าน จวบจนวันที่เสรีและประชาธิปไตยได้ปักธงลงบนผืนดินแห่งนี้

ผู้สื่อข่าวายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มดาวดิน ได้ออกแถลงการณ์บอยคอตการทำประชามติ โดยระบุว่า “ไม่มีสิทธิร่าง ไม่ขอมีสิทธิร่วม” ที่อนุสาวรีย์ประธิปไตย จ.ขอนแก่น พร้อมระบุว่าไม่ยอมรับการกระทำทั้งหลายที่มาจากเผด็จการ


ดาวดิน - สู้
photo.jpgดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน

Offline

#1105 August 11, 2016 12:07 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

http://prachatai.org/journal/2016/08/67395

สตช.ชงครม.ขอดักฟังโทรศัพท์โดยไม่ต้องขออำนาจศาล

Thu, 2016-08-11 23:41

sri-de-doua-ori-mai-multe-interceptari-telefonice-decat-fbi-139884.jpg

11 ส.ค. 2559 โพสต์ทูเดย์ รายงานว่า แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ชุติวุฒน์ ผู้กำกับกลุ่มงานกฎหมายฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อความเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขอแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 105 เพื่อให้สามารถดักฟังโทรศัพท์จากผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยในคดีอาญาได้ โดยที่ไม่ต้องขออำนาจศาลเพื่อให้การรวบรวมหลักฐานในการดำเนินคดีอาญามีความแน่นหนาและรวดเร็ว

แหล่งข่าว กล่าวว่า ตำรวจได้ให้เหตุผลด้วยว่า ปัจจุบันกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อำนาจในการใช้กฎหมายนี้ไปแล้วตาม พ.ร.บ.คดีพิเศษ แต่ตำรวจกลับยังไม่ได้รับอำนาจให้ดักฟังโทรศัพท์ได้ ทำให้กระทบต่อการสืบสวนดำเนินคดีอาชญากรรม เพราะการหาหลักฐานจากโทรศัพท์หรือการดักฟังโทรศัพท์ในปัจจุบันมีความสำคัญมากและการสื่อสารมีความรวดเร็ว หากต้องรอคำสั่งศาลอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อการสืบสวนคดีอาชญากรรมได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ขออำนาจในการดักฟังในทุกกรณี คดีที่จะดักฟังได้มีอยู่ 4 กลุ่มเท่านั้นตามที่ สตช.เสนอ ประกอบด้วย คดีก่อการร้าย คดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ คดีความมั่นคง และคดีอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนที่มีอายุความตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

โพสต์ทูเดย์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ใน 4 กลุ่มคดีสำคัญมีกลุ่มหนึ่งที่ระบุเพียงว่า คดีอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและมี อายุความ 3 ปีขึ้นไปนั้น ถือว่าเป็นกลุ่มคดีที่ตีความหมายได้กว้างมากและอาจครอบคลุมคดีอาชญากรรมในแทบทุกคดี กรณีนี้อาจถูกโจมตีถึงการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้

Offline

#1106 August 11, 2016 12:25 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

https://www.youtube.com/watch?v=E3C0NgLYx-0

5555   วิธีนับคะแนน แบบ เผด็จการ   klum.gif

ก่อนหน้าการให้ลง ประชามติ ร่าง รธน.แบบนี้ ..คือ อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง งง ..เลิกอ่าน

โฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือน ปิดกั้น คนเห็นต่าง

image.jpg

image.jpg

Offline

#1107 August 11, 2016 12:47 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

พบอีกคลิปพิรุธ จนท. ประจำหน่วยไม่แสดงบัตรลงคะแนน
photo.jpgprachatai

เผยแพร่เมื่อ 11 ส.ค. 2016
11 ส.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าพบพิรุธในการนับคะแนนประชามติหน่วยหนึ่งที่ จ.พิษณุโลก เนื่องจากไม่มีการชูบัตรแสดงให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ออกเสียงได้เห็น อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งคลิปดังกล่าวระบุด้วยว่า เมื่อมีการท่วงติง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการชูบัตร ซึ่งมีการนับก่อนหน้านั้นไปจำนวนมากแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีการโพสต์คลิปในเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'YouLike (คลิปเด็ด)' ซึ่งสร้างกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาการนับคะแนนการออกเสียงประชามติในหน่วยออกเสียงหน่วยหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยหันหลังให้กับประชาชนที่มาสังเกตการณ์ และขานนับคะแนนโดยไม่แสดงบัตรลงคะแนนที่มีการกาให้ผู้มาสังเกตการณ์เห็น โดย สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต.กล่าวถึงกรณีนั้นด้วยว่า คลิบดังกล่าวน่าจะเป็นหน่วยออกเสียงที่ 16 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมระบุด้วยว่าจะนำเสนอในที่ประชุม กกต. เพื่อหารือถึงวิธีการดำเนินการต่อไป โดยตนจะเสนอว่าสมควรที่จะต้องมีการนับใหม่ในหน่วยดังกล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนและพร้อมที่จะไปกำกับการนับใหม่ด้วยตนเอง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://prachatai.org/journal/2016/08/...)

ต่อมาวานนี้(10 ส.ค.59) มติชนออนไลน์รายงานด้วยว่า สมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยหันหลังนับคะแนนที่พิษณุโลก ทางกกต.พิจารณาแล้วว่าเป็นวิธีการผิดระเบียบ ต้องนับโดยเปิดเผย แต่หน่วยดังกล่าวไม่มีการร้องคัดค้านการออกเสียง ก็จะไม่นับคะแนนใหม่ แต่เมื่อเป็นประเด็นสังคมให้ความสนใจ ตนก็จะเดินทางไปจ. พิษณุโลกด้วยตัวเอง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง สิ่งที่เห็นเป็นเพียงคลิป การดำเนินการต่อไปคงต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น จำนวนเสียงไม่มีผลกระทบต่อการประกาศผลเป็นทางการ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและมีการดีเบตมากกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตามระเบียบคณะกรรมการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ ข้อ 92 (2) บัญญัติว่า หลังจากอ่านผลที่กาในบัตรแล้ว งชูบัตรออกเสียงโดยเปิดเผยให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ออกเสียงได้เห็นด้วย แล้วส่งให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียงคนถัดไป

Offline

#1108 August 12, 2016 12:11 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ผู้เชี่ยวชาญการก่อการร้าย วิเคราะห๋ 3 กลุ่ม เข้าข่าย"ระเบิด-เผา"หลายจว.ใต้
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 12 ส.ค. 2016
นายอาทิตย์ ทองอินทร์ ผู้เชี่ยวด้านเหตุการณ์ก่อการร้าย หัวหน้าภาควิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณีเหตุการณ์วางระเบิดและเพลิงไหม้หลายจุดวันเดียวกันในหลายจังหวัดภาคใต้ว่า หากตั้งสมมุติฐานจาก กลุ่มไอเอส หรือกลุ่มก่อการร้ายสากล ถ้าดูจากอาวุธที่ใช้ รูปแบบการก่อเหตุ ไม่น่าจะเป็นไปได้ และหากกลุ่มไอเอสจะมีการฆ่่าตัวตายในที่เกิดเหตุด้วย จึงไม่น่าจะใช่ กลุ่มที่สอง กองกำลังติดอาวุธในสามจังหวัดภาคใต้ ก่อเหตุนอกพื้นที่ อันนี้น่าวิเคราะห์เพราะเห็นว่า การพูดคุยสันติภาพหยุดชะงักไป และรัฐไทย ก็ไม่ยอมรับข้อตกลงร่วม ขณะเดียวกันสามจังหวัดภาคใต้ก็ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นส่วนใหญ่ แต่หากกลุ่มก่อความไม่สงบในสามจังหวัดภาคใต้ทำแบบนี้ก็จะยิ่งทำให้เสียมวลชนและยิ่งทำให้ รัฐไทย ใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่ 3 กลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์ อันนี้ด่วนสรุปเร็วเกินไป และไม่เชือว่าจะมีศักยภาพพอที่จะทำได้ ส่วนสมมุติฐานทีว่าเป็นการกระทำของรัฐเอง อันนี้ยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เพราะทุกวันนี้รัฐบาล คสช.ก็มีอำนาจเต็มอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะสร้างความเด็ดขาดให้เพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตามถ้าตีความสิ่งที่กลุ่มก่อเหตุต้องการสื่อสารกับรัฐไทยคือ เป็นกลุ่มที่ต่อต้านสถาบันหลัก และต้องการทำลายรัฐบาลโดยการสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ

Offline

#1109 August 12, 2016 12:12 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

รวมเหตุระเบิดป่วนใต้ | 12-08-59 | ชัดทันข่าวฮอลิเดย์ | ThairathTV
photo.jpgthairath

เผยแพร่เมื่อ 11 ส.ค. 2016
คืบหน้าเหตุระเบิดที่ตลาดเซ็นเตอร์พ้อย จังหวัดตรังทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 6 คน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้าเก็บกู้กระเป๋าสีดำใบหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะมีวัตถุระเบิด แต่เมื่อฉีดแรงดันลมเข้าไปกลับไม่พบระเบิด ทราบในภายหลังเป็นกระเป๋าของผู้บาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้อนุญาตให้ เจ้าของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ นำรถออกจากที่เกิดเหตุได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้หาชิ้นส่วนวัตถุระเบิดแบบเดินหน้ากระดาน โดยไม่อนุญาตผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในที่เกิดเหตุ

ตลาดเซ็นเตอร์พ้อยหรือถนนคนเดิน วานนี้ปิดไปโดยปริยาย หลังจากเกิดเหตุ โดยเฉพาะจุดที่เกิดเหตุ สำหรับจังหวัดตรังไม่เคยเกิดเหตุร้ายในลักษณะมีการลอบวางระเบิดมาก่อน ทำให้บรรยากาศ การค้าการลงทุน และท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

ส่วนที่จังหวัดภูเก็ต พบวัตถุต้องสงสัย 2 จุด ที่บริเวณร้านขายเสื้อผ้า หน้าโรงแรมพาราไดซ์ และตลาดไชน่าทาวน์ ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ลักษณะเป็นโทรศัพท์มือถือ

พลตำรวจตรีธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต บอกว่า จากการตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แต่อาจหวังผลเพื่อข่มขู่ผู้ประกอบการ ซึ่งมีความขัดแย้งกันในวงการธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง และติดตามชายฉกรรจ์ 2 คน ในกล้องวงจรปิด ที่เป็นคนนำโทรศัพท์มือถือ ไปวางไว้ทั้ง 2 จุด

และที่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้ง ที่หน้าบาร์เบียร์ จอนนี่ 56 ตั้งอยู่หลังโรงเรียนเทศบาลหัวหิน และ ที่แยกถนนเสละคราม หน้าร้านบาร์เบียร์ Raintree

ในเวลาต่อมา พลตรี ดนัย กฤตเมธาวี ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ระบุว่า ตัวเลขล่าสุด มีผู้บาดเจ็บ 20 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นแม่ค้าคนไทย ซึ่งประกอบอาหารอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ และรักษาความปลอดภัยบริเวณวัดหัวหิน และวังไกลกังวล ไว้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้าน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ถึงฝ่ายปกครองในพื้นที่ทุกระดับ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เชิญประชุมผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และ ผู้บังคับกองกำลังรักษาความสงบจังหวัด รวมทั้งนายอำเภอเพื่อหารือในการวางมาตรการป้องกันแก้ไข มิให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกโดยเฉพาะให้ระมัดระวังพื้นที่ย่านชุมชน แหล่งท่องเที่ยว สถานบริการ รวมทั้งการลักลอบเผาทำลายสถานที่ราชการ และ มาตรการอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า เหตุระเบิด 2 จุดวานนี้ จุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ ซึ่งคล้ายเหตุระเบิดที่ตรัง และเหตุพบวัตถุต้องสงสัยที่ภูเก็ต ลักษณะการก่อเหตุใช้การจุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือเป็นรีโมท

รายชื่อ ผู้บาดเจ็บ จากเหตุระเบิด 2 จุด ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ผู้บาดเจ็บที่อยู่ที่ รพ.หัวหิน จำนวน 13 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 5 คน และชาวต่างชาติ ผู้หญิงอีก 3 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นหญิงไทยยังไม่ทราบชื่อ ไม่พบหลักฐานในตัวผู้เสียชีวิต

รายชื่อผู้บาดเจ็บ

1.นางสาว ประยอง อยู่ชู อายุ 48 ปี

2.นาย ณัฐพัฒน์ พึ่งพันธ์ อายุ 45 ปี

3.นางสาว นาตยา ทับทิมทอง อายุ 22 ปี

4.นาย ฐิติพงษ์ น้ำเงิน อายุ 25 ปี

5.นาย พงษ์พันธ์ ก่ำชัย อายุ 24 ปี

6.นาย ประยุทธ ว่องไว อายุ 40 ปี

7.นางสาว เสาวรส แก้วนาพรหม อายุ 35 ปี

8.นางสาวเรือนขวัญ เกตุไทสงค์ อายุ 41 ปี

9.นางสาว รุ่งตะวัน ปัฐมา อายุ 43 ปี

10.นาย เอ๋ แซ่เจีย อายุ 24 ปี

ในส่วนผู้บาดเจ็บ ชาวต่างชาติหญิงทั้ง 3 คน ยังไม่ทราบชื่อ

ส่วนผู้บาดเจ็บที่ รพ.กรุงเทพหัวหิน จำนวน1คน เป็นชายชาวต่างชาติ

ผู้บาดเจ็บที่ รพ.ซานเปาโล จำนวน8คน เป็นชายชาวไทย1คน และชายชาวต่างชาติ2คน หญิงชาวต่างชาติ5คน

สรุปแล้ว มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 22 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 13 คน และเสียชีวิต 1 คน.....

Offline

#1110 August 13, 2016 11:44 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ธุรกิจ...ค้าความตายในภาคใต้  เริ่มมีในสมัย ทักษิณ  ...และดำเนินเรื่อยมา...มันส่งผลแล้ว...เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องสู้เพื่อเสรีภาพ และอิสระภาพ โดยไม่ยอมให้กดขี่ ทำร้ายตน และครอบครัวอีกต่อไป นี่คือเหตุผลอันปกติของประชาชนคนธรรมดา ..แต่ตอนนี้พวกเขาได้รู้ว่าศัตรูของเขาคือใคร กลุ่มใด และจะสู้อย่างไร มันเกิดเป็นรูปธรรมของการต่อสู้ขึ้นแล้ว..แน่นอนว่าทหารย่อมปฏิเสธ

thaksin_2544.jpg

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ เหตุระเบิด 7 จว.ใต้ เป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น

https://www.facebook.com/BBCThai/posts/ … 59435706:0

11866439_1685507148336985_139641571609504132_n.png?oh=0dfbefeb7e51c9b77cd228dd2dbb8dc2&oe=585DC2B8&__gda__=1481231805_d582e826b7bdf37a21511bdc3d222e9c
บีบีซีไทย - BBC Thai     13 สค 2559

14022149_1807853259435706_8988340770240040549_n.jpg?oh=1fc2a56be3613cd23c630d61cd8414be&oe=5811F710&__gda__=1481887995_308b137e9b4a693d383106a17627ea3b

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ ลักษณะการก่อเหตุระเบิด 7 จังหวัดใต้ เป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น

แอนโทนี เดวิส นักวิเคราะห์ประจำประเทศไทยของกลุ่มไอเอชเอส - เจนส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลข่าวความมั่นคงและการทหาร ได้ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยและให้ความเห็นถึงการก่อเหตุวางระเบิดในหลายจังหวัดในช่วงสองวันที่ผ่านมาว่า ถ้าดูจากลักษณะของการปฏิบัติการและอาวุธที่ใช้แล้วจะเห็นได้ชัดว่า กลุ่มที่มีศักยภาพในการลงมือก่อเหตุหนนี้มีอยู่กลุ่มเดียวคือกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งก่อเหตุแสดงการต่อต้านรัฐบาลตลอดเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาในสามจังหวัดภาคใต้

เดวิสชี้ว่า ปฏิบัติการในระดับนี้ที่สามารถลงมือพร้อมกันได้ใน 7 จังหวัด ต้องใช้คนจำนวนมาก และต้องวางแผนมาอย่างดี ต้องใช้เวลาในการประสานงาน ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถลงมือทำได้ภายในไม่กี่วันและต้องอาศัยเครือข่ายคนในประเทศสนับสนุน ส่วนอาวุธที่ใช้เป็นวัตถุระเบิดขนาดเล็กพกพาได้ง่าย ความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์แต่ละจุดไม่ได้มากนักแต่สร้างผลกระทบสูง นี่เป็นลักษณะการลงมือของกลุ่มบีอาร์เอ็นทั้งสิ้น

เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ใช้โซเซียลมีเดียจำนวนมากคาดการณ์กันว่า เรื่องนี้เป็นฝีมือของกลุ่มคนบางส่วนในกองทัพที่มีความไม่พอใจในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่จะมีการโยกย้ายกำลังทหารบางส่วนออกจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เดวิสชี้ว่า จริงอยู่ในทางศักยภาพ พวกเขาอาจจะสามารถลงมือได้ แต่เขาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้และไม่สมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิง

“ถ้าเราดูลักษณะของการลงมือ การใช้วัตถุระเบิดขนาดเล็ก การทำให้เกิดเพลิงไหม้ การใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบทำให้เกิดเพลิงไหม้ รวมทั้งปฏิบัติการที่สามารถประสานงานกันได้อย่างดี แต่ละแห่งเป็นปฏิบัติการที่ไม่ใหญ่มาก แต่ว่าจะต้องใช้คนอาจจะไม่ต่ำกว่า 30 คน ขณะที่ตัวปฏิบัติการไม่ได้ต้องการจะสร้างความเสียหายแบบทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณการลงมือของกลุ่มบีอาร์เอ็นทั้งสิ้น”
“ผมว่ามันไม่ใช่กลุ่มไอเอส คนลงมือพยายามจะบอกว่า พวกเขาไม่ใช่นักฆ่าที่มุ่งหมายสังหารคนจำนวนมาก แม้ว่าจะทำได้แต่เลือกที่จะไม่ทำ”

เดวิสชี้ว่า บีอาร์เอ็นเคยพยายามก่อเหตุระเบิดรถยนต์ในภูเก็ตแต่ไม่เกิดระเบิดขึ้น ส่วนเหตุที่สมุยระเบิดทำงาน แต่สำหรับหนนี้ ทางกลุ่มเลือกใช้วัตถุระเบิดขนาดเล็กที่ทำงานง่ายกว่าระเบิดรถยนต์ และก่อเหตุในจุดที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ไม่ได้สร้างความเสียหายสูงมาก แต่ก็กระทบต่อความเชื่อมั่นและตกเป็นข่าวไปทั่วโลก “เป็นปฏิบัติการที่ลงแรงน้อย แต่ได้ผลสูง” ทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้เขาเชื่อว่าเป็นฝีมือของบีอาร์เอ็นอย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ว่า เหตุระเบิดครั้งนี้อาจจะเป็นฝีมือของคนในกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ เดวิสชี้ว่า เขาสงสัยในข้อสันนิษฐานนี้อย่างยิ่ง เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นคนลงมือ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อผลการลงประชามติและต้องการลดความน่าเชื่อถือของคสช. นั้น เมื่อคำนึงถึงเหตุผลและเวลาของการลงมือนับว่าไม่สอดคล้องกัน ตลอดจนศักยภาพก็ไม่น่าจะทำได้

“เมืองไทยลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 11-12 ส.ค. พวกเขาจะทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้โดยมีเวลาเตรียมการแค่สามวัน มันจะเป็นไปได้อย่างไร การลงมือในระดับนี้ต้องการการเตรียมตัวที่ยาวนาน” นอกจากนี้ เดวิสชี้ว่า ทหารติดตามความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมาช้านาน แกนนำเสื้อแดงทุกคนล้วนถูกจับตา เจ้าหน้าที่มีข้อมูลของพวกเขาไม่ว่าที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ การจะทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ระแคะระคายเลยนั้น นับเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้
ยังมีผู้เสนอว่า เหตุระเบิดหนนี้อาจจะเป็นฝีมือของกลุ่มจากต่างประเทศ เช่นอุยกูร์ที่ต้องการปรามทางการไทย ไม่ให้ส่งตัวผู้หนีภัยอุยกูร์ให้จีนดังเช่นที่เคยกระทำเมื่อปีที่แล้วอีกหรือไม่ เดวิสชี้ว่า ปฏิบัติการในระดับนี้ครอบคลุมหลายพื้นที่ ต้องการคนที่มีความรู้ในพื้นที่แต่ละจุดเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อประสานงานเตรียมการ เขาไม่เชื่อว่าอุยกูร์มีคนอยู่ในเมืองไทยที่มีศักยภาพมากพอที่จะทำได้

เมื่อถามถึงมูลเหตุจูงใจ ว่าเหตุใดบีอาร์เอ็นจึงต้องการลงมือในขณะที่กำลังพูดคุยอยู่กับรัฐบาล แม้ว่าขณะนี้การพูดคุยจะยังไม่มีเค้าเดินหน้า แต่ก็ถือได้ว่ายังไม่ได้หยุดไปเสียทีเดียว แอนโทนี เดวิสกล่าวว่า แม้จะมีการพูดคุย แต่เป็นที่รู้กันว่าปีกการทหารของบีอาร์เอ็นไม่พอใจกับการพูดคุยนั้น เขาเชื่อว่านี่อาจจะเป็นการส่งสัญญาณให้ทางการไทยเอาจริงเอาจังเสียที โดยบอกเป็นนัยว่า ทางกลุ่มสามารถจะสร้างความเสียหายได้มากกว่านี้ถ้าต้องการ และแม้เจ้าหน้าที่อาจจะมีกำลังคนร่วม 7 หมื่นคนในสามจังหวัดภาคใต้ แต่ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่มีกำลังดูแลมากขนาดนั้น

เดวิสระบุว่า เขาเชื่อว่าบีอาร์เอ็นต้องการบอกอะไรสักอย่างกับรัฐบาลทหารของไทยผ่านการลงมือหนนี้ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงจะอ่านออก แต่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นคือ สังคมไทยอาจจะไม่มีวันได้รู้อย่างชัดเจนเลยว่า ใช่บีอาร์เอ็นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรอการแถลงยืนยันความรับผิดชอบ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา กลุ่มบีอาร์เอ็นไม่เคยแสดงตัวรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ใด ๆ

บีบีซีไทยส่งคำถามไปยังอาบูฮาฟิส อัลฮากิม แห่งกลุ่มมารา ปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่บีอาร์เอ็นและขบวนการกลุ่มอื่นในภาคใต้เข้าร่วมเพื่อพูดคุยกับรัฐบาล ได้รับคำตอบว่า มารา ปาตานี เป็นกลุ่มที่ทำงานทางการเมือง ย่อมไม่ลงมือก่อเหตุ แต่ในเรื่องของสมาชิกมารา ปาตานีนั้น ต้องไปถามแต่ละกลุ่มเอาเองว่า พวกเขามีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใด

ที่ผ่านมา บีอาร์เอ็นยังไม่เคยมีถ้อยแถลงแสดงความรับผิดชอบในการก่อเหตุครั้งใดทั้งสิ้น และไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเช่นเดียวกัน

Offline

#1111 August 13, 2016 1:23 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

13920431_1133132840063191_2296418699978100809_o.jpg

จากการรณรงค์ประชามติ สู่นักโทษคดีร้ายแรง

ไผ่ ดาวดิน ถูกจับเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2559 ขณะแจกเอกสารความเห็นประชามติที่จังหวัดชัยภูมิ ถูกตั้งข้อหาตาม พรบ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง และฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเขียว ขณะนี้ถูกขังที่เรือนจำภูเขียว

ไผ่ ดาวดิน ประกาศอดอาหารเพื่ออารยขัดขืนต่อกระบวนการประชามติและการจับกุมที่ "อยุติธรรม"

เสาร์ที่ 13 สิงหาคมนี้ มาร่วมกันเขียนโปสการ์ดเพื่อส่งกำลังใจให้ไผ่ ที่สกายวอล์ค หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เวลา 17.00-18.00 น.

-มีโปสการ์ด(ฉบับพิเศษ)จำหน่ายในวันเวลาดังกล่าวราคา 10 บาท รายได้มอบให้กลุ่มดาวดิน เพือ่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่อไป
-บุรุษไปรษณีย์จะยืนถือกล่องรอรับโปสการ์ดจากเพื่อนๆ เพื่อส่งต่อไปถึงไผ่ในวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ไผ่จะขึ้นศาล


...........

11866439_1685507148336985_139641571609504132_n.png?oh=0dfbefeb7e51c9b77cd228dd2dbb8dc2&oe=585DC2B8&__gda__=1481231805_d582e826b7bdf37a21511bdc3d222e9c

กลุ่มพลเมืองโต้กลับเชิญชวนเขียนโปสการ์ดให้กำลังใจ “ไผ่ ดาวดิน”
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ที่บริเวณสกายวอล์ค หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้จัดกิจกรรม "ร่วมกันเขียนโปสการ์ดเพื่อส่งกำลังใจให้ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน)" หลังเจ้าตัวถูกจับกุมขณะเดินแจกเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา และปฏิเสธที่จะใช้สิทธิประกันตัว พร้อมกับกำลังอดอาหารประท้วง ขณะที่บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแล

ก่อนหน้านี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายจตุภัทร์ โดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขและให้ยุติการดำเนินคดีอาญาใด ๆ ที่จะมีขึ้นต่อนายจตุภัทร์

13962825_1807866022767763_432882268201097192_o.jpg

13923369_1807866072767758_8000611447775631849_o.jpg

13988281_1807866076101091_7460299540946722416_o.jpg

13937752_1807866079434424_7691033511495579220_o.jpg

13653120_1807866102767755_2984245154165958319_o.jpg

Offline

#1112 August 13, 2016 2:02 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

คสช. ปิดบังข้อเท็จจริงเรื่อง ระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีมาก่อนประชามติ ถึง 50 ลูกไปในช่วง วันที่ 1-10 สค 2559 แล้วและตามมาอีก 13 ลูกในภาคใต้ตอนบนที่เป็นข่าวขณะนี้ใน 11-12 สค .2559

http://thaienews.blogspot.com/2016/08/b … rn_13.html

วันเสาร์, สิงหาคม 13, 2559

Bombs, facts, and myths in southern Thailand

3006429398.jpg

By ANDERS ENGVALL
13 AUG, 2016

New Mandala


Truth shouldn’t also be a casualty after Thailand’s 10-12 August bombings.

It is no surprise that Thai authorities go out of their way to rule out Malay-Muslim separatists as potential perpetrators of the string of bombs in the upper south on 10-12 August. It is after all what they always do.

It is more surprising that several experts make similar claims based on myths about the southern Thai conflict, while disregarding equally important facts about recent events in the border provinces.

Fact: southern militants launched a sustained bombing campaign timed to the referendum.

The first 10 days of August saw 50 bomb attacks in the southern border provinces. To make it clear that the violence was related to the 7 August referendum, the insurgents also sprayed anti-constitution graffiti in 18 locations.

This might have helped to sway public opinion in the south against the constitution and contributing to voters in Pattani, Yala and Narathiwat rejecting the draft referendum.

Engvall-image1-768x543.jpg

Source: Deep South Incident Database.


While southern militants were busy placing an average of five bombs a day, no other anti-government groups resorted to violence during this period. This should make the southern militants key suspects if the August 10-12 bombings in the upper south is indeed related to the passing of the junta backed constitution.

Myth: Southern militants don’t target tourists.

Contrary to common claims, the southern insurgents have a history of directly targeting tourists. High profile events include the bomb at Lee Garden hotel in Hat Yai killing several foreigners and injuring more than 400, an earlier bomb at Hat Yai airport, the bomb at the central shopping mall on Koh Samui in April last year, and numerous bombs against entertainment venues frequented by Malaysian tourists in the seedy border towns Sungai Kolok, Sadaoand Betong.

Myth: Southern militants don’t act outside the southern border provinces.

In addition to the Koh Samui blast last year, two bombs in 2013 was linked to southern separatist groups. First the bombing in front of Ramkhamhaeng University in Bangkok in May and then a foiled car bomb at a the Phuket Town police station at the end of the year.

While it is true that the vast majority of the violence has been concentrated to the southern border provinces, the separatist groups do not lack capacity to carry out bombings in tourist areas in the upper south.

Southern Thailand was rocked by a total of 63 bombs during 1-13 August. Focusing only on the 13 explosives targeting the upper south during the latter part of the period, while disregarding the 50 events in the southernmost border provinces, clearly plays into the hands of Thai authorities.

At this point there is no conclusive evidence pointing to a single group behind recent bombs in the upper south. Thai authorities have mobilised the full force of their propaganda machinery to convince their citizens and the international community that southern separatist groups had nothing to do with the bombs targeting foreign tourists.

The role of analysts and researchers should be to question the official line and not to repeat baseless claims about the character of the southern insurgency.

1818933920.jpg
Anders Engvall is a research fellow at Stockholm School of Economics and research advisor to the Deep South Incident Database at Deep South Watch in Pattani, Thailand.

..........

Some Responses:

Nick Nostitz
13 AUGUST 2016 AT 2:50 PM

This article shows a shocking amount of common sense under all that white noise we have been reading and hearing at other places since yesterday.

If i may add – attempts by some to blame Red Shirt militant groups for the recent spat of bombings make no sense at all either. Alone the target – damaging tourism – would disqualify Red Shirts as culprits. Many Red Shirts, be it common Red Shirts, and up to leadership level, and high ranked members of PT Party own or are employed in tourism related businesses.

Notions of a False Flag operation by the military itself makes no sense either – the military has nothing to gain from these bombs, and only to lose. It already has all the power it needs and does not need to do such a false flag operation as a pretense to extend its legal powers. Also internal military conflicts would not target tourism – it hurts all Thais, not just the government or the dominant military faction.

Furthermore – if an operation of this scale would have been done by either Red Shirts or the military, it could not have been kept secret even in the planning stages, as both sides have more than a few spies in each others camps. While both sides may have radicals, these are on both sides on the fringe and would have been stopped.

Foreign involvement in such a coordinated attack would need major local involvement – which would again mean that information would trickle through.

There are plenty reasons though why the government may need to downplay a Southern Insurgency involvement, not the least being lasting damage to the tourism industry through such an open admission that Southern Insurgency groups have the capability to operate outside their provinces.

...

Andrew MacGregor Marshall
13 AUGUST 2016 AT 6:45 PM

Not so fast. This is a thought provoking article but it is misleading to suggest that the latest attacks are basically nothing new or out of the ordinary. In fact, if southern insurgents were behind the attacks, this would mark a significant escalation and change of tactics and strategy.

The article also assumes that we know who was behind all past bombings and various related activity — and that it was all the southern insurgents. It assumes we know for sure that the Thai-language anti-referendum graffiti in the three southern provinces was the work of insurgents. But the question of who produced the graffiti has not been conclusively answered. I think there are interesting parallels with the banners in the same provinces denouncing Sirikit on her birthday in 2009, mentioned in leaked US cable 09BANGKOK2149. These banners were almost certainly not produced by insurgents.

Moreover, if the bombers wanted to send a message about the referendum, why did they wait until after the vote to launch their attacks? Planning for these attacks would have had to begin way before the result was known in the evening of August 7. So it is improbable that these attacks were a direct response to the result, and if they were intended as a more general gesture of rejection of the referendum, why did the bombers not strike during the run-up to the vote?

It is also rather misleading to claim it’s a myth that insurgents don’t target tourists. We all know that there are frequent incidents in the border sex and smuggling towns Sungai Kolok, Sadao and Betong, but as many analysts have pointed out, much of this violence is likely to be criminal rather than political/religious, arising from turf wars among rival mafia groups and military gangs. There is no evidence that Malaysian sex tourists have been specifically targeted, and in any case they are a very niche group among the tourists who visit Thailand.

The Samui bombing is an unsolved case and some southern insurgent involvement is likely. But as far as I am aware there is no proof that this was intended as an attack on the tourist industry. It’s widely known that some southern insurgents are available for hire to criminal and mafia groups. There have been numerous instances of business disputes in the Deep South being solved with violence aided by insurgents. There is no compelling evidence that the attacks on the Lee Garden Hotel and the Koh Samui mall are different.

Contrary to the impression created by Anders Egvall, a coordinated series of attacks on multiple targets outside the Deep South, specifically intended to cause significant damage to the national economy and tourist industry, would be an extremely significant, even game-changing, new development. That doesn’t mean this is not what has happened. But a “this is nothing new” argument is inaccurate and does not help us establish who was responsible for the attacks.

There is one clear precedent for the Mothers’ Day attacks — the 2006/7 New Year bombings in Bangkok. It was never conclusively established who was behind these bombings, and indeed it may have been a coalition of various interests.

The bombing of the Erawan Shrine on August 17 last year also has some parallels, and it would be worth re-examining whether this really was done by angry Uighurs acting alone without help from other groups inside Thailand.

Offline

#1113 August 14, 2016 11:32 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Thaienews *  เพิ่ม

วันอาทิตย์, สิงหาคม 14, 2559

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมชนชั้นนำไทยที่เคยโปรอเมริกา วันนี้ทำไมต่อต้านอเมริกัน

GlynDavies.jpg

Glyn T. Davies, U.S. Ambassador to Thailand

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมชนชั้นนำไทยที่เคยโปรอเมริกา วันนี้ทำไมต่อต้านอเมริกัน

จริงๆ แล้วก็แค่เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางชนชั้นของตนนั่นแหละครับ พวกนี้ต้องการรักษา Status Quo ที่ตัวเองได้เปรียบทางสังคม แต่อเมริกาไม่สนับสนุนพวกเขาเหมือนในอดีต ก็เลยต่อต้าน

บังเอิญไม่มีแนวคิดทางอุดมการณ์ใดที่จะไปต้านอเมริกา ก็เลยไปขุดเอาแนวคิดยุคสงครามเย็นคือ เรื่องจักรพรรดินิยม ที่เป็นแนวคิด มาร์กซิสต์ เรียกว่าจับแพะชนแกะไปโน้น

จริงๆ ลัทธิมาร์กในทางสากล มันสิ้นพลังไปแล้ว กลายเป็นประวัติศาสตร์ แต่คนไทยตามโลกไม่ค่อยทันเท่านั้นแหละครับ เพราะอ่านน้อย ค้นคว้าน้อย

ส่วนอเมริกาไม่มีภารกิจของชาติในการต่อต้านคอมมิวนิสต์อีกต่อไป เพราะคอมมิวนิสต์แพ้ไปแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะสนับสนุนพวก Fasicm แลกกับการเป็นพวกกับอเมริกาเหมือนยุคสงครามเย็นที่ต้องหาพวก สู้กับสหภาพโซเวียต

ภารกิจของชาติอเมริกัน จึงเป็นเรื่องการค้า ไม่ใช่หาพวก

ภารกิจของชาติอีกอันหนึ่งที่สำคัญของอเมริการคือ "ต่อต้านการก่อการร้ายของมุสลิม Fundamentalism)" เขาอาจสนับสนุน Fasicm ในอียิปต์/ตุรกี เพราะไม่อย่างนั้นพวก Muslim Fundamentalism จะครองอำนาจในโลกมุสลิม และต่อต้านตะวันตก ดังนั้นในทางยุทธศาสตร์ตะวันตกจึงจำเป็นต้องสนับสนุนพวกฟาสซิสต์ในโลกมุสลิม

แต่ไทยไม่เกี่ยวอะไรกับยุทธศาสตร์นั้น เขาเลยไม่จำเป็นต้องสนับสนุนรัฐเผด็จการของไทยแต่อย่างใด และค่อนข้างเป็นปรปักษ์ เพราะมันขัดกับอุดมการณ์ประชาธิปไตยของเขา

เราต้องยอมรับว่า อุดมการณ์พื้นฐานของอเมริกันคือ ผลประโยชน์ของชาติผ่านการค้า บนพื้นฐานแนวคิดเสรีนิยม Liberalism หากไม่มีอะไรขัดกับข้อแรกแล้ว เขาจะสนับสนุน ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมเป็นหลัก

ตอนนี้ประเทศไทยขัดกับนโยบายส่งเสริมประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมในอาเซียนของเขา จึงยากที่อเมริกาจะสนับสนุน

อเมริกาไม่ได้สู้กับจีนหรือโซเวียต แค่แย่งตลาดกันแค่นั้น ไม่ใช่สงครามอุดมการณ์


Thai Ariyaskun


ooo


Letter to Ambassador Glyn T. Davies, please stay away from our internal issue


To Your Excellency Ambassador Glyn T. Davies, United State Ambassador to Thailand,

I am writing to you on behalf of the Citizen of the Kingdom of Thailand. Our beloved country which maintain her peaceful over centuries till today, even we have our unagreeable issue for a decade, without the supporting in any kind from your country, we are able to govern ourselves in our own way. Therefore, I would like to request you and your country which have less aware of our long lasting history, the pride of our progenitors, and the way of believe in harmony and peaceful, to stay away from our internal issue. And turn your policy to secure your own internal affairs.

In addition, Thailand is situated in the middle of the New World Geography which may benefit for you and the US to use our mother land and soil for any of your Strategic Order, but our nation is a free country where everyone must have stand equally peaceful without any interference from your New World Order Policy.

Recently, your Embassy in Thailand had announced warning to your own people in Thailand to keep out any sensitive area – this may resulted from your Intelligence Agency’s alert which you should share to our Government in any sources of news you have to protect the country which your Embassy is located. Inconsiderateness to inform our Government can be interpreted that you want these tragedies to happen to our beloved country and even to our King’s nearby habitat.

We, as the Thai Citizens, all know that Hua Hin is the King’s beloved town. Thus having the bombs there can not count to any other meaning but your government wants this to happen.

This indeed is very sad to realize the selfishness of you and your local staffs as well as the cruelty and immorality that cause deaths to the innocent citizens and injured travellers who want to come to Thailand and collect the good memories back to their hometown.

I cannot beg anything but only to let you go away from our beloved country. Don’t use Thailand’s soil as your delivery base for any kind of battalion. And head back to your own country and do no more Ambassador’s job immediately.

Your faithfully,

Sitthichai Parinyanusorn

Citizen of Thailand who ancestor migrated to Thailand and stay peacefully almost a century under the patronage from the Royal Family of Thailand.

ที่มา : ไทยทริบูน
adv4.jpg
* พวกนี้ทำไปเพื่อแลกกับเศษอาหารของพวกชนชั้นสูง เหมือนกับพวกทหาร ที่คงการกดขี่ประชาชนเป็นทาสรับใช้ตลอดไป ตัวอย่างง่ายๆ พลทหารเกณฑ์นี่คือทาสรับใช้ในเรือนของนายทหารไทยในยุคศตวรรษที่ 21นี้ ดูแหล่งข่าวนี้เพียงสังเกตุกรรมการมูลินิธินี้ ก็รู้แล้วทั้งแก๊ง

Source:

http://chaoprayanews.com/blog/socialtal … nal-issue/


ooo

13912499_1004301073001014_2134290301340944023_n.jpg

รักษ์กะลาไทย..........

____________ กะลาไทยใบนี้เป็นที่รัก
__________ แจ้งประจักษ์กลางใจไทยทั้งผอง
________ เรารักษากะลาไทยในครรลอง
______ ความปรองดองดำเนินมาแต่ช้านาน

____________ กะลาไทยใบนี้มีความหลัง
__________ เป็นที่หวังเผ่าไทแผ่ไพศาล
________ ความเป็นธรรมเที่ยงแท้แต่โบราณ
______ เป็นเรื่องราวเล่าขานหลายชั่วคน

____________ กะลาไทยใบนี้ที่ห่วงหวง
__________ จากวันเดือนปีล่วงเป็นดอกผล
________ ธารน้ำใจรินหลั่งทั้งรวยจน
______ ประชาชนเป็นเจ้าของครอบครองมา

____________ กะลาไทยใบนี้เป็นที่สุด
__________ โลกมนุษย์แดนสวรรค์เหนือชั้นฟ้า
________ ต่างชื่นชมโสมนัสในกะลา
______ ประวัติศาสตร์ศึกษาเป็นสายใย

____________ กะลาไทยใบนี้มีมนต์ขลัง
__________ รวมพลังเริงรื่นชื่นสุขใส
________ ปวงไพร่ฟ้าเชื่อฟังอย่างตั้งใจ
______ ความเป็นไทยใต้กะลามานานเนา

____________ กะลาไทยใบนี้มีความหมาย
__________ เราเกิดแก่เจ็บตายแต่ก่อนเก่า
________ เป็นกะลาที่อาศัยใต้ร่มเงา
______ มีสุขทุกข์ซึมเศร้าคละเคล้ากัน

____________ กะลาไทยใบนี้เป็นที่พึ่ง
__________ กำเนิดความซาบซึ้งสารขัณฑ์
________ เป็นที่หลอมรวมใจให้ผูกพัน
______ เรายึดมั่นในกะลาสถาพร

...............,...,

เป็นกะลาใบเก่าแก่
ความสุขแท้พ่อแม่สอน
ใต้กะลาไม่อาวรณ์
ความวุ่นวายไม่แวะเวียน

....................
สาาาาาาาาาธุ!

Offline

#1114 August 15, 2016 11:03 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ลมเปลี่ยนทิศ.....? .....ประยุทธ์ ประวิตร อนุพงษ์ ....เอ๋ย

จาก http://ifreethai.com/viewtopic.php?id=3103  โดย Administrator of iFreeThai   
July 26, 2016

วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมายังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยพร้อมด้วยคณะนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเพื่อทรงรับฟังบรรยายพิเศษเรื่องกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโดย ดร. Robert Sterken นักวิจัยทุนฟุลไบรท์ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินพร้อมคณะนักเรียนฯ ไปยังทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเพื่อเสวยพระกระยาหารกลางวันซึ่งจัดถวายโดยโรงแรมคอนราดและนาย Richard Blais ผู้ชนะการแข่งขัน Top Chef All-Stars
Today, U.S. Embassy Bangkok welcomed Her Royal Highness Princess Sirindhorn and a group of military cadets from the Chulachomklao Royal Military Academy (CRMA) to a special presentation on the U.S. Presidential election process by Fulbright Scholar Dr. Robert Sterken. Following the lecture, Her Royal Highness and the CRMA group joined Ambassador Davies at his residence for a special luncheon prepared by the Conrad Hotel and Top Chef All Stars winner Richard Blais.

13680815_1172048699482937_8256951808318088520_n.jpg?oh=9be9abe83070dce757a40aad34cf78f0&oe=582ABCB6

13754166_1172048696149604_6350496674222902905_n.jpg?oh=50d316909b1b43649fc4f24fbf24b0c2&oe=582C8BB3

13754423_1172048882816252_3500232267020616775_n.jpg?oh=031d9a78ff1b98905d59dac0f4bd844a&oe=58274FE0

13775917_1172048716149602_1519899489198758223_n.jpg?oh=8baf0705f8b03155ca406bcf33b8bacb&oe=58339B34

13775549_1172048712816269_9188883508708284651_n.jpg?oh=461187964d2aec8765f09a2ebde23a3e&oe=582493D8

13782158_1172048839482923_5738983849824738174_n.jpg?oh=86c7e133cd43d51fa6c9def94346a7ba&oe=58195AB1

13645271_1172048876149586_1277979373750649352_n.jpg?oh=8379f16cb513617fc245bc377e722153&oe=582DDC65

13606437_1172048872816253_9178756700118967672_n.jpg?oh=b6045f7fee91efd542d9662cabbb5fbb&oe=581B2DAF

13754421_1172048912816249_8852688105959397001_n.jpg?oh=1ad6902921db7e31fef90ef53cab22b7&oe=581DDFCB

13620346_1172049002816240_1663263828510965097_n.jpg?oh=65f5b4945d3600258e9031af5e0e4e6d&oe=5822DFB5

13615085_1172049009482906_8561028196298645212_n.jpg?oh=304aba492a6cab54b3a299924ae08e10&oe=581E80B0

13645266_1172048972816243_7352370995374692202_n.jpg?oh=342af3a21d4f41d2392025fd9d8231b4&oe=58142278

13781774_1172049006149573_2087224588080125558_n.jpg?oh=8dc79a4c97738be53d7be5b5e8869280&oe=58147DE0

13669841_1172049042816236_9166704797680368471_n.jpg?oh=55a3aeb5df82f9ae42be991867fdb10a&oe=5816C4D8

13781894_1172049129482894_3430736204889359844_n.jpg?oh=7c0174971a68d6b56506a56624e038dc&oe=581BC5A3

13631566_1172049139482893_6897662748746907435_n.jpg?oh=5c8ea0468e6c84f84b605ae499eb2a23&oe=5825AD50

13697211_1172049136149560_4653788247800508673_n.jpg?oh=3aae9043593ee053f5f55d63d15f4e15&oe=5834BD3B

13669644_1172049159482891_7762622708942676593_n.jpg?oh=52da5b68a53c4d6c752832967367f6d8&oe=57E93EEF

13775797_1172049249482882_542904444661516033_n.jpg?oh=7d2fc6c7ceb879fe0de9b983bfb07151&oe=581E3487

13754406_1172049246149549_4216877353386421155_n.jpg?oh=46c5e67a70a1792c164191a9ce70cca1&oe=58140E62

13770313_1172049286149545_6941447897508563687_n.jpg?oh=03c6f2c512a48c813243dc651fffaf96&oe=581F6F11

13669570_1172049282816212_2088124668459230525_n.jpg?oh=af7a2782097171a2a701c0de827c033c&oe=582F0FB8

13680545_1172049319482875_3996257186135938634_n.jpg?oh=f0d21d7d954ce9aaa7ee4501d9d92bd4&oe=58267217

............................


จาก http://ifreethai.com/viewtopic.php?id=3024  โดย Administrator of iFreeThai   
July 13, 2016


GIxC7Ll.jpg

เรือแอลบูเคอร์กี (USS Albuquerque -SSN 706) แล่นไปยังเรือแฟรงค์ เคเบิ้ล (USS Frank Cable -AS 40) เรือพี่เลี้ยงในอ่าวสัตหีบของไทยวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐโดยกองกำลังแปซิฟิกเผยแพร่ภาพในเว็บไซต์วันอังคารนี้ นับเป็นเรือดำน้ำสหรัฐลำที่ 2 ที่เข้าทะเลอ่าวไทย เท่าที่มีการเปิดเผยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ปีที่แล้วเรือบัฟฟาโล (USS Buffalo - SSN715) ซึ่งเป็นเรือชั้นลอสแอนเจลีสอีกลำเข้าจอดที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่เรือแอลบูเคอร์กีเข้าถึงก้นอ่าวไทยในปีที่สหรัฐฯ เริ่มเคลื่อนย้ายกำลัง 60% สู่ภูมิภาค. -- US Navy Photo/Mass Communication Specialist 2nd Class Corey Hensley

......................


จาก http://thaienews.blogspot.com/2016/08/a … linda.html
วันจันทร์, สิงหาคม 15, 2559

American country music singer, Linda Kaye Davis made a special birthday dedication to Her Majesty "Queen Sirikit"

WIND BENEATH MY WINGS BY LINDA DAVIS

LOLIntlTH

Published on Aug 13, 2016

American country music singer, Linda Kaye Davis made a special birthday dedication to Her Majesty "Queen Sirikit".

Lyrics

It must have been cold there in my shadow,
To have sunlight on your face.
You were content to let me shine,
You always walked a step behind.

I was the one with all the glory,
You were the one with all the strength.
Only a face without a name .
I never once heard you complain.

You ever know that you're my hero,
And everything I would like to be?
I can fly higher than an eagle,
You are the wind beneath my wings.

It might have appeared to go unnoticed,
But I've got it all here in my heart.
I want you to know I know the truth,
I would be nothing without you.

Did you ever know that you're my hero?
And everything I like to be
I could fly higher than an eagle,
For you are the wind beneath my wings.

You are the wind beneath my wings.

...................


BIG ASS ลมเปลี่ยนทิศ II Pattaya Music Festival 2014 Official
photo.jpgPattayafestival


...................



zI0AtCZ.jpg

Image.aspx?ID=3312189

002.jpg

Offline

#1115 August 16, 2016 11:35 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

สื่อมวลชน

ไผ่ ดาวดิน กับอิสรภาพที่ถูกจองจำ เพราะอุดมการณ์

539662_2994888010962_1688183989_n.jpg?w=620&h=264&crop=1

ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เกิดวันที่1 สิงหาคม 2534 นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาขอนแก่น ชายหนุ่มที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้า เป็นนักกิจกรรมที่ทำงานช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกับกลุ่มนายทุน ในเรื่องกฎหมายและสิทธิมนุษยชน รวมตัวกับกลุ่มนักศึกษาด้วยกัน ในชื่อ “กลุ่มดาวดิน” เมื่อผมคิดว่าการเมืองและทรัพยากรสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเดียวกัน

เพื่อแสดงออกถึงความคิดเห็นทางการเมือง ด้วยการชูป้ายผ้า ในวันครบ 1 ปี ต่อต้านการทำรัฐประหาร วันที่21 พฤษภาคม 2558 และเหตุการณ์ครั้งนี้ได้พลิกชีวิตจากที่เขาจากที่ดำเนินชิวิตอยู่ในรั้วมหาลัย กลับต้องเข้าไปอยู่ในรั้วชีวิตผู้ต้องขัง  เป็นเวลา 12 วัน แห่งการจองจำอิสรภาพ

ปัจจุบันถึงแม้เขาจะได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสรภาพ แต่โซ่ตรวนพันธนาการทางความคิดของเขายังเหมือนติดอยู่ในห้องขังนักโทษ ที่ไม่ได้ถูกปล่อยตามตัวเขาออกมา

เหตุของอิสรภาพที่ถูกจองจำ

เพราะการชู้ป้ายผ้าที่หมายถึงการค้านรัฐประหาร ผมพยายามอยากจะสื่อถึงความจริงบางอย่าง ว่าสิ่งที่ผมพูดคือความจริง สาเหตุที่ผมถูกจับทางนั้นเขาให้เหตุผลว่า เป็นการยุยงปลุกปั้น ให้ประชาชนฝ่าฝืนอำนาจ คสช. ซึ่งโทษที่ผมโดนคือคำสั่ง คสช.ที่7 พ.ศ.2555 และ คสช.ที่3 พ.ศ.2557 มาตรา83และ116 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งโทษที่สามารถติดคุกตามกฎหมายอาญาได้ เช่น ฆ่า ลักขโมย วิ่งราว ชิ่งทรัพย์ ปล้น แต่ผมแค่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง

12 วันกับการเริ่มต้นชีวิต นช.

เริ่มแรกทางครอบครัวผมไม่มีปัญหา เพราะเข้าใจกับสิ่งที่ผมได้ตัดสินใจทำลงไป แต่ทางครอบครัวเพื่อนก็อาจจะมีปัญหาบ้าง หลายความรู้สึกเลยพอทราบว่าต้องเป็น นช. คือ เคยเห็นหรือได้ยินมาอยู่แล้วว่าคุกน่ากลัว ผมปรับตัวไม่ทันทั้งมีการให้ถอดเสื้อผ้าออกหมด ซึ่งผมไม่ชิน พออยู่ไปสักพักหนึ่งผมเริ่มปรับตัวได้ เพราะมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คนที่สักลายก็ไม่ได้น่ากลัวเป็นคนที่จริงใจกันทั้งนั้น มันได้เรียนรู้     “เพราะว่าอยู่ข้างนอกคุณเป็นใคร เข้ามาอยู่ในนี้คุณก็คือคนคุกเหมือนกัน”   มันมีความหลากหลายของมนุษย์ ในคุกจะไม่มีความเป็นส่วนตัว ที่เป็นส่วนตัวก็คือล็อคเกอร์กับที่นอน นอกนั้นก็เป็นพื้นที่สาธารณะ

ส่วนในเรื่องของขายก็จะมีร้านค้าสหกรณ์เป็นจุดจำหน่าย  บางคนที่ญาติมาเยี่ยมก็จะอยู่ดีกินดี มีการโอนเงินเข้ามาในบัญชี  แต่สำหรับคนที่ไม่มีก็ทำงานหาเงินเพื่อแลกกับมาม่าหรือบุหรี่ และ สิ่งที่คนเหล่านั้นได้กินบ่อยก็คือ ขนมเดียวดาย ที่มีเพียง coffee mate ที่มาทำให้เหมือนช็อคโกแลต พอเห็นชื่อคงไม่ต้องอธิบาย เพราะชื่อมันก็บ่งบอกสรรพคุณอยู่ในตัวขนม

1000630_4964413527869_632185298_n.jpg?w=620

สังคมที่ต่างกันแค่ร่างกาย ไม่ต่างความคิด

ในสังคมปัจจุบันผมว่าข้างในกับข้างนอกก็ไม่ต่างกัน เพราะจะอยู่ไหนก็ไม่สามารถแสดงวามคิดเห็นได้ แต่ถ้าทางร่างกาย มันต้องอิสรภาพมากกว่าอยู่แล้ว เพราะไม่มีคนไปบังคับให้คุณนอน แต่สังคมในนี้จะอยู่กันแบบพี่น้อง เพื่อน เล่นกีฬาด้วยกัน เพราะคนเหล่านี้ต่างผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก

บางวันไม่ได้ทำอะไรก็นั่งมองคนอื่นไปเรื่อย ได้เห็นถึงความแตกต่างที่ต่างคนต่างที่มา ต่างเหตุผล แต่ที่นี้คือจุดคำตอบของเหตุผลที่ทำ ทั้งคนที่ก็นิสัยดีแบบไม่น่าไปอยู่ในนั้นเลย แค่ผิดพลาดนิดเดียว บางคนก็มีความสุขเพื่อที่จะได้ใช้เวลาอยู่ไปวันแบบมีความสุข บางคนก็คิดว่าคุกนี่แหละคือบ้าน  บางคนก็ไม่รู้แล้วว่าโลกข้างนอกมันเป็นยังไง คนเหล่านั้นเพียงแค่อยากเห็นว่าโลกข้างนอกเป็นยังไง สาวเป็นยังไง กระเทยเป็นยังไง

ทำความฝันให้เป็นจริง

การกระทำของผมมันก็ไม่ได้ดีแต่มันก็ไม่ได้ผิดที่สุด มันเป็นเพียงความคิดหนึ่งเท่านั้น แต่ละคนก็ต่างมีความคิดที่ดี บางคนคิดว่าการทำรัฐประหารดี บางคนคิดว่าประชาธิปไตยดี แต่สิ่งที่สำคัญคือการบังคับให้คิดมันไม่ดี ที่ผมคิดแบบนี้ถือว่าผมคิดถูก เพราะว่าทำวันนี้ดีกว่ามานั่งเสียใจที่ไม่ได้ทำ แม้ว่าผลลัพธ์จะทำให้ผมได้เข้าไปอยู่ในนั้น เพราะอย่างน้อยผมได้ทำในสิ่งที่เราเชื่อ เพราะมีคำสอนหนึ่งบอกว่า “คนที่ไม่มีความฝันคือคนที่ตายแล้ว”  ดังนั้นผมได้ทำความฝัน ฝันที่ว่าอยากให้สังคมมันสวยงาม อยากให้มันดีขึ้น มีความยุติธรรม

นามสกุล “คนคุก”  ที่สังคมไทยมักยึดติด

เพราะค่านิยมของคนในสังคมมองแบบนั้น มองคนคุกเป็นคนชั่วร้ายอยู่แล้ว แต่ถ้าได้เรียนรู้ เช่น คุณกาญจนาที่ออกมาแล้วได้มาทำงานเป็นช่างภาพ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องยอมรับความเป็นจริง พอพูดคำว่าคุกสิ่งที่ชั่วร้ายก็ตามมา เพราะคนเราชอบมองคนที่ภายนอก แต่ไม่คิดว่าคำว่าคุก หรือ เลขหมายนักโทษ  รอยสัก ที่ติดตัวออกมาเป็นเพียงองค์ประกอบภายนอกแต่แท้จริงแล้ว ก็คนเหมือนกัน มีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกัน  บางทีคนแต่งตัวดีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เลว

คนคุกคือคนที่ไม่มีโอกาสทางสังคม โดนสังคมพิพากษา ถ้าได้ศึกษาอาจจะพบว่าเป็นเพราะสังคมที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก เลยทำให้ต้องอยู่และทำแบบนั้นเพื่อการอยู่รอด คนข้างนอกคุกเป็นยังไงผมไม่รู้หมดทุกคน แต่สำหรับคนในคุกที่ผมได้เจอพวกเขาเป็นคนที่จริงใจมากทีเดียว

เรื่อง : นางสาวอภิญญา พวงมณี

ภาพ : จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

................


#ปล่อยไผ่ ดาวดิน ทันที โดยไม่มีเงื่อนไข    16 สค 2559
photo.jpgbamboo network

...........


Image.aspx?ID=3666585


"อ่านก่อนโหวต..No" ไผ่ ดาวดิน - สู้เพื่อหยุดเผด็จการ หยุดรัฐประหารในอนาคต
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 23 ก.ค. 2016
นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia เกี่ยวกับกิจกรรม"อ่านก่อนโหวต"โค้งสุดท้ายก่อนออกเสียงประชามติว่า แม้ว่าบรรยากาศใกล้ถึงวันประชามติจะเต็มไปด้วยความกลัว และความอึดอัด แต่ก็หยุดไม่ได้ที่จะต้องเคลื่อนไหวต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการ เพราะหากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไป ก็เท่ากับเป็นการรองรับความชอบธรรมในการทำรัฐประหารของ คสช.ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างวัฒนธรรมการรัฐประหารให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต แต่หาก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกไป แม้คสช.จะอยู่ต่อ แต่เป็นการพิสูจน์ว่าประชาชนไม่ต้องการคสช.อีกต่อไปแล้ว นี่คือการสร้างประวัติศาสตร์การเมืองหน้าใหม่ของคนไทย ดังนั้นขอให้ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิ์ Vote No ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กันมาก ๆ เพราะ "Vote No เป็นสิทธิ์ไม่ผิดกฎหมาย"

...................

http://hilight.kapook.com/view/140928

มหิดล ออกแถลงการณ์ ไผ่ ดาวดิน ต้องมีสิทธิ์รักษา หลังอดอาหารประท้วงประชามติ

q1_113.jpg

บ่ายวันนี้ (16 สิงหาคม 2559) สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์กรณีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) และนายวศิน พรหมมณี ถูกจับกุมตัวขณะแจกเอกสารความเห็นประชามติที่จังหวัดชัยภูมิ ในข้อหาว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง

             เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2559 โดยนายวศินได้มีการยื่นขอประกันตัวและได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว ขณะที่นายจตุภัทร์ไม่ขอประกันตัวและได้อดอาหาร เพื่อประท้วงกระบวนการประชามติที่ไม่เสรีและการจับกุมที่ไม่ยุติธรรมนั้น สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ขอแสดงความเห็นและมีข้อเรียกร้องดังนี้

             1. การรณรงค์ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความคิดเห็นรูปแบบหนึ่งสามารถกระทำได้เท่าที่ ไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นการใช้เสรีภาพตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐ ธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการ ออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย”

             2. การรณรงค์โดยมิได้มีการข่มขู่คุกคามผู้อื่นย่อมไม่ขัดต่อข้อบัญญัติในมาตรา 61 วรรคสองของพระราชบัญญัติดังกล่าว ความว่า “ผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย”

             3. การแสดงออกโดยมิได้ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่ความผิดทางอาญาที่สมควรถูกจับกุมคุมขัง

             4. สิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดการเจ็บป่วยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน บุคคลแม้ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพไม่ว่าโดยการควบคุมตัวหรือคุมขัง ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

             5. ขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อผู้แสดงความเห็นต่างทางการเมืองโดยสุจริต

             6. ขอเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจให้เปิดพื้นที่ในการแสดงออกอย่างเสรีบนพื้นฐานของ การไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีช่องทางในการสื่อสารแลกเปลี่ยน อันจะเป็นการลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง

             วันเดียวกันนี้เมื่อเวลาประมาณ 14.10 น. โดยประมาณ มีรายงานว่า พันเอกยงยุทธ ศรไม้ รองผบ.กองกำลังรักษาความสงบ จ.ชัยภูมิ กองทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาที่เรือนจำภูเขียวเพื่อเยี่ยมดูอาการของนายจตุภัทร์ หลังจากอดอาหารมาแล้ว 10 วัน โดยพันเอกยงยุทธไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือเปิดโอกาสให้ทีมทนายพูดคุยซักถามแต่ อย่างใด

             สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับสุขภาพของนายจตุภัทร์ ยาบาลเรือนจำภูเขียวรายงานว่า มีอาการอ่อนเพลียและเป็นไข้ ขณะนี้กำลังรอผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลภูเขียว เบื้องต้นให้การรักษาโดยการให้วิตามิน เกลือแร่ ยาขับเสมหะ และยาลดไข้ อย่างไรก็ตามคืนนี้นายจตุภัทร์ยังต้องนอนรักษาตัวในสถานพยาบาลเรือนจำ โดยจะยังไม่มีการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลภูเขียวแต่อย่างใด

q2_102.jpg

...........


ดาวดิน - สู้
photo.jpgดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน

Offline

#1116 August 18, 2016 10:38 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

ผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์ใต้ ให้น้ำหนัก"บีอาร์เอ็น"ก่อวินาศกรรม 7 จว.ใต้
photo.jpgjom voice

เผยแพร่เมื่อ 15 ส.ค. 2016
ดร.ศรีสมภพ จิตต์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณี การก่อวินาศกรรมใน 7 จังหวัดภาคใต้ ระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ความเป็นไปได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม บีอาร์เอ็น นั้นมีน้่ำหนักที่สุด เพราะจากหลักฐาน วัตถุพยานในทีเ่กิดเหตุ ล้วนแล้วเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบีอาร์เอ็น ส่วนเหตุผลที่ทำในช่วงวัน เวลาดังกล่าวก็เพราะเป็นช่วงเวลาที่ต่างประเทศ และคนในประเทศ สนใจติดตามผลการทำประชามติ และเป็นวันสำคัญของคนไทย ซึ่งจะสร้างน้ำหนักให้รัฐไทยและนานาชาติเห็นถึงศักยภาพของบีอาร์เอ็นว่าทำได้ครอบคลุมหลายจังหวัดไม่เฉพาะในสามจังหวัด ส่วนกลุ่มบีอาร์เอ็นจะร่วมมือกับกลุ่มการเมือง หรือกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลหรือไม่นั้น ไม่มีหลักฐานยืนยันในเรื่องนี้และที่ผ่านผาบีอาร์เอ็นกับคนเสื้อแดง หรือ นปช.อุดมการณ์ต่างกัน แต่ในอนาคตหากวิเคราะห์ในทางการเมืองอาจจะเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกับเพื่อที่จะต่อต้านกับเผด็จการทหาร

Offline

#1117 August 19, 2016 8:21 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Prachatai+ * เพิ่ม

ชาญวิทย์พยากรณ์นองเลือด - ธำรงศักดิ์ชี้ไทยเป็นรัฐทหารตลอด 84 ปี

Fri, 2016-08-19 18:12

วิชา มธ.111 เปิดบรรยายสาธารณะ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ หวังพยากรณ์ผิดว่าขัดแย้งถึงขั้นนองเลือด ธำรงศักดิ์ ล้มทฤษฎี ไทยไม่เคยเป็นประชาธิปไตย ทหารเป็นนายกฯ 65.5% ตลอดอายุประชาธิปไตยไทย ถอดสูตรเก่า-ความฉลาดใหม่ทหารไทย ปิยบุตรอธิบายการเอารัฐประหารไปใส่ในรธน. จีรนุชระบุ ประชามติ-รัฐธรรมนูญเทียม ไม่มีอนาคต

19 ส.ค.2559 ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวิชา มธ.111 ประเทศไทยในมิติประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรม มีการจัดบรรยายในหัวข้อ รัฐธรรมนูญ ประชามติและอนาคตประเทศไทย โดยมีผู้ร่วมอภิปราย ได้แก่ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท

29051987686_5eb3cbf12c.jpg

29051988026_4e1eaff6ee.jpg
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ-ปิยบุตร แสงกนกกุล


ชาญวิทย์ เกษตรศิริ หวังพยากรณ์ผิดว่าขัดแย้งถึงขั้นนองเลือด
ชาญวิทย์ กล่าวว่า การต่อสู้รบรากันมาจนเป็นศึกสงครามย่อยๆ หลายปีมานี้เป็นการต่อสู้ของตัวแทนสองฝ่าย (proxy war) ฝ่ายแรกคือ อำนาจเดิม บารมีเดิม เงินทุนเดิม และความคิดอนุรักษ์นิยมเดิม กับ อำนาจใหม่ บารมีใหม่ เงินทุนใหม่ และความคิดเสรีนิยมประชาธิปไตยใหม่ การต่อสู้นี้ยาวยืดและรุนแรงข้ามทศสมัยและกำลังข้ามรัชสมัย ดังนั้นสิ่งที่เราไม่เคยคิดจะได้เห็นก็ได้เห็นอย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญสิ่งที่ได้เห็นมาชั่วชีวิตก็จะไม่มีให้เห็นอีกต่อไปในไม่ช้านาน สังคมจากระดับกลางถึงระดับล่างได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ผู้คนจำนวนหนึ่งในระดับกลางบนและระดับบนอาจนึกไม่ถึงและมองไม่เห็นด้วยซ้ำ วันเวลาการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ยิ่งกว่าการเสียกรุงศรีกำลังมาถึง ต่างแค่นี่เป็นศึกของคนไทยด้วยกัน

ในการต่อสู้เพื่อชิงชัยระหว่างฝ่ายเดิมและฝ่ายใหม่ คนคงต้องการคำตอบว่าใครจะชนะ ตนเองเคยตอบว่า ฝ่ายชนะคือฝ่ายที่มีความอดทนสูง มีขันติบารมี ใครอดทนรอจนถึง “ชั่วขณะของสัจธรรม” (moment of truth) คือฝ่ายชนะ สิ่งที่เห็นจึงเป็นเกมรอ เกมรั้ง เกมยื้อ ไม่แตกหักให้รู้แล้วรู้รอด แต่เป็นการช่วงชิงความได้เปรียบในการกำหนดทิศทางชั่วขณะของสัจธรรมประหนึ่ง manager of the big change

นอกจากนี้ยังอยากคาดคะเนอนาคตด้วย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าตนเองคาดคะเนผิดมาตลอดและหวังว่าครั้งนี้จะคาดคะเนผิดอีก คิดว่าในศึกครั้งนี้ไม่สามารถประนีประนอมปรองดองและเกี้ยเซี้ยกันได้อีกต่อไป สิ่งที่เรียกว่าการปฏิรูปจะไม่เกิด เพราะรัฐธรรมนูญที่กำหนดโรดแม็ปของสังคมและประเทศชาติไม่ใช่ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน แต่เป็นการรักษาสถานะเดิมของเสนาอำมาตย์ตุลาการ การแตกหักจนถึงขั้นมีการจลาจลปั่นป่วนนองเลือดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
“ผมอยากเชื่อ แต่ไม่อยากได้เห็น ดังที่เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยากล่าวไว้...ผมหวังว่าจะคาดคะเนผิดอีกเช่นเคย และเพลงยาวที่แต่งไว้สองสามร้อยปีก็จะผิดด้วย” ชาญวิทย์กล่าว

ธำรงศักดิ์ ล้มทฤษฎีไทยไม่เคยเป็นประชาธิปไตย ทหารเป็นนายกฯ 65.5% ตลอดอายุประชาธิปไตยไทย
ธำรงศักดิ์ เริ่มต้นด้วยการล้มความคิดเดิมของรูปแบบรัฐไทยที่ทุกคนเชื่อ โดยกล่าวว่า เราถูกบรรจุในซอฟต์แวร์ว่า รัฐไทยคือรัฐประชาธิปไตยที่เริ่มต้นตั้งแต่การปฏิวัติ 2475 และเรายังมีซอฟต์แวร์อีกตัวหนึ่งในหัวของเราซึ่งเป็นผลงานสำคัญของโลกตะวันตกที่ศึกษาคณะรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองของไทยแล้วเรียกรัฐไทยว่าเป็นรัฐราชการ ราชการเป็นใหญ่ ทั้งสองสิ่งไปด้วยกันได้อย่างไรก็ยังน่าแปลกใจ อย่างไรก็ตาม วันนี้จะขอล้มซอฟต์แวร์ทั้งสองตัวนั้นแล้วนำเสนอใหม่ว่า รัฐไทยเป็นรัฐทหาร (military state) ตลอด 84 ปีที่ผ่านมา เมื่อรัฐสมบูรณาญาสิทธราชย์เริ่มสร้างตนเอง โดยมีการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์สร้างสถาบันการศึกษาที่สำคัญที่สุดแห่งแรกคือ โรงเรียนนายร้อยทหารบก เป็นโรงเรียนการศึกษาขั้นสูงที่ก่อตั้งก่อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเกือบ 3 ทศวรรษ ฐานกองทัพจึงเป็นฐานสำคัญของการเมืองสมัยใหม่ และผ่านไปเพียง 25 ปีก็พบว่าทหารลุกขึ้นมาจะเปลี่ยนระบอบ นั่นคือ กบฏยังเติร์กหรือกบฏหมอเหล็ง และต่อมาก็ทำการปฏิวัติปี 2475 ทหารกลายเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันสังคมไทยเข้าสุ่ยุคใหม่

คณะราษฎรมีสมาชิก 102 คนโดยครึ่งหนึ่งเป็นทหาร ครึ่งหนึ่งเป็นพลเรือน ตัวบุคคลที่สำคัญสุดคือ หัวหน้าคณะยึดอำนาจ ในรอบ 84 ปีที่ผ่านมา ขอแบ่งออกเป็นสามช่วงคือ ช่วง 41 ปีแรก ระหว่างปี 2475-2516 เรามีนายกฯ ที่เป็นทหารอยู่ 4 คน คือ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกฯ เกือบ 6 ปี จอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกฯ 15 ปี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นนายกฯ 5 ปี จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกฯ 11 ปี รวมแล้วทหารเป็นนายกฯ 37 ปี แล้วยังมีนายกฯ ตัวแทนของคณะยึดอำนาจคือ ควง อภัยวงศ์ และ พจน์ สารสิน อีก 2 ปี เหลือเวลาแย่งชิงกันของพรรคการเมือง 3 ปี เรียกได้ว่ายุคนี้เป็นรัฐทหารสมบูรณ์แบบ

หลังพลังนักศึกษาล้มรัฐบาลทหารถนอมซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะล้มได้ ในช่วงที่สองนั้นนับตั้งแต่ปี 2517-2533 รวมระยะเวลา 17 ปี เรามีนายกฯ ทหาร 2 คน คือ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกฯ 2 ปีครึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อยู่ 8 ปีครึ่ง นายกฯ ตัวแทนคณะยึดอำนาจ คือ ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกฯ อีก 1 ปี รวมแล้วนายทหารเป็นผู้นำ 12 ปี เหลือเวลาให้การเมืองแบบการเลือกตั้งของพลเรือนแย่งชิงกัน 5 ปี

ช่วงเวลาที่สาม ตั้งแต่ปี 2534-2559 รวมระยะเวลา 26 ปี ในช่วงนี้มีนายพล 3 คนเป็นนายกฯ คือ พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกฯ ได้ 48 วัน ทำสถิติต่ำสุดของกองทัพไทย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ 1 ปีครึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ มาแล้ว 2 ปี 3 เดือนและอาจจะอยู่นิรันดร อันนี้เป็นเรื่องตามใจท่าน นอกจากนี้ยังมีนายกฯ ที่คณะรัฐประหารตั้งมาคือ อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ อยู่ 1 ปีครึ่ง รวมแล้วทหารรวมกับอานันท์อยู่ได้ 5 ปี แปลว่าช่วงนี้เจอผู้นำทหารน้อยมาก มาแล้วไปเร็ว เรามีเวลา 21 ปีที่พรรคการเมืองต่างๆ จะแข่งขันกันเป็นรัฐบาล และในช่วงนี้ก็มีนายกฯ พลเรือนจำนวนมาก แต่เราแทบจดจำอะไรเขาไม่ได้เลยนอกจากความรักและความเกลียด

“นักการเมืองไทยถูกทำให้ไม่เป็นที่จดจำ ถูกทำให้เป็นมนุษย์ที่ไร้ตัวตน เป็นบุคคลที่ถูกทำให้มีแต่ภาพด้านลบ”
รวมเวลาของเส้นทางประชาธิปไตยทั้งหมด 84 ปี มีนายกฯ เป็นทหาร 9 คน ตัวแทนทหาร 4 คน ใน 13 คนนี้รวมเวลาปกครอง 55 ปี คิดเป็น 65.5% ของชีวิตประชาธิปไตย ในขณะที่ 29 ปีที่เหลือที่มีนายกฯ พลเรือนก็ขาดวิ่นเป็นช่วงๆ
ช่วงมีนายกฯ พลเรือนดูเหมือนบ้านเมืองวุ่นวาย พอมีนายกฯ ทหารบ้านเมืองดูสงบราบคาบ อะไรคือสิ่งที่ทำให้รัฐทหารของไทยเสถียรและมั่นคงมาก ขอชี้ให้เห็นถึงวิธีการทางอำนาจทหารที่ใช้ในการเข้าสู่อำนาจและรักษาอำนาจ นั่นคือ
1. การรัฐประหารหรือยึดอำนาจ ใน 84 ปีมีการรัฐประหารทั้งหมด 13 ครั้ง เฉลี่ย 6 ปีครึ่งมีการยึดอำนาจ 1 ครั้ง โดยเฉพาะครึ่งหลังช่วงระหว่างปี 2516-ปัจจุบัน รวมเวลา 43 ปีมีรัฐประหารเกิดขึ้น 5 ครั้ง เฉลี่ยแล้ว 8 ปีต่อครั้ง

โดยรูปแบบที่ผ่านมาเมื่อยึดอำนาจแล้วทหารจะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในช่วง 2-3 ปีแรก แต่ช่วงสฤษดิ์และถนอมใช้อำนาจเบ็ดเสร็จนานถึง 10 ปี รัฐทหารไทยเติบโตมาพร้อมกับการปฏิวัติ 2475 ดังนั้น รัฐทหารไทยจึงไม่อาจปฏิเสธข้ออ้างการสร้างประชาธิปไตยได้ รัฐทหารจะกระชับอำนาจอย่างเต็มที่ 2-3 ปีแล้วจะคลายตัวให้คนอื่นมามีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ในช่วงปลายๆ ก็จะเริ่มต้นล้มอำนาจรัฐบาลพลเรือนแล้วกระชับอำนาจใหม่

“มันคือพฤติกรรมที่ปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นแนวทฤษฎีของการเมืองไทยได้เลย นี่เป็นการอธิบายว่า ท่านอยู่กับอะไร จะได้ไม่เพ้อฝัน และสิ่งนี้ในทางการเมืองเราเรียกว่า วงจรอุบาทว์ ทหารจะต้องกระชับอำนาจของตนเองเป็นระยะๆ”
เวลากระชับอำนาจครั้งหนึ่งทหารจะได้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น เงินเดือนเพิ่มขึ้น เรียกว่าเป็นการบำรุงบำเรอให้ทหารมีความสุขในหน่วย

2. รัฐทหารต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘รัฐธรรมนูญ’ ขึ้นมา ตอนนี้กำลังอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อไปสู่รัฐธรรมนูญถาวร ซึ่งเป็นวิธีการรักษาอำนาจอย่างมีจังหวะจะโคน ในยุคของจอมพลสฤษดิ์และถนอม ใช้การสร้างรัฐธรรมนูญกันถึง 10 ปี วิธีการง่ายมาก เนื่องจากพลเรือนนั้นชอบเถียงกันทุกถ้อยคำ ทหารปล่อยให้เถียงเต็มที่ เถียงอยู่ 10 ปีแล้วพอรัฐธรรมนูญจะออก ทหารจะบอกว่าต้องการอะไร ที่เถียงกันมาทิ้งหมด เมื่อเทียบกับปัจจุบัน วิธีการหนึ่งที่เห็นว่าใหม่และเพิ่มเติมขึ้นมา คือ คณะทหารแต่งตั้งคน 2 กลุ่ม คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เราแทบไม่เคยรู้เรื่องของ สนช. เพราะมีสภาอีกอัน คือ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ตั้งพลเรือนฝีปากกล้าอยู่ในนี้เพื่อให้เป็นเป้า ขณะที่ สนช.ไม่มีใครสนใจแต่มีอำนาจจริงและจะสแตมป์ทุกอย่างเพื่อรับรองอำนาจทหาร นี่เป็นกลยุทธ์ใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาได้

วิธีที่ทหารใช้ในครั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกแล้วแท้งโดยไม่มีปัญหาใด ร่างฉบับที่สองของมีชัย ฤชุพันธุ์ ก่อนร่างจะเสร็จได้มีข้อเสนอของคณะทหาร 3 ข้อ หนึ่งในนั้นคือให้ ส.ว.มี 250 คนและให้แต่งตั้งผู้นำเหล่าทัพเข้าไปอยู่ในนั้นโดยตำแหน่ง ถามว่าทำไมไม่เสนอตั้งแต่ฉบับแรก นี่คือยุทธวิธี “อยากได้อะไรเอาไว้ตอนท้าย” ตอนประชามติก็มีคำถามพ่วงท้าย มันเป็นจังหวะค่อยๆ ใส่ทีละเล็กน้อย

“การสร้างรัฐธรรมนูญถาวรเป็นการรักษาอำนาจในแง่ของเวลา ยุทธวิธีพวกนี้เขาใช้มาตั้งนานแล้ว เพราะคณะทหารนั้นเมื่อเข้าสู่อำนาจแล้วไม่เคยบอกว่าตนเองจะจบจากอำนาจเมื่อไร แต่รัฐสภาของพลเรือนนั้นชัดเจนว่ามีอายุ 4 ปีหรือยุบสภาหรือลาออก แต่ทหารนั้นแล้วแต่จังหวะเวลาและแรงบีบ เรียกว่าอยู่ไปวันๆ แต่อยู่ยาว”

ประเด็นต่อมา ในรัฐธรรมนูญถาวร อะไรคือสิ่งที่ทหารต้องการมากที่สุด 1.ทหารต้องการให้ “ทหารหรือข้าราชการประจำเป็นนายกฯ ได้” ส่วนคณะรัฐมนตรี ช่วงจังหวะใดที่ตั้งเพื่อนทหารมาเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ก็จะยอมคุมแค่นายกฯ และจะแจกจ่ายตำแหน่งรัฐมนตรีให้ข้าราชการเกษียณทั่วไป จากนั้นค่อยปรับให้ทหารจากเหล่าต่างๆ มาเป็นรัฐมนตรี นี่คือ พรรคการเมืองที่สำคัญที่สุดของประเทศคือ พรรคทหาร ที่มีฐานจากภาษีทุกท่าน 2. ทหารแบ่งสภาเป็นสองส่วน วุฒิสภานั้นต้องการให้ทหารข้าราชการประจำเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ รัฐธรรมนูญก็มีข้อยกเว้นให้ข้าราชการประจำเป็นวุฒิสภาได้ และอยากออกแบบให้วุฒิสภาร่วมอภิปรายและยกมือไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้เพื่อให้วุฒิสภาเป็นหน่วยค้ำจุนสนับสนุนรัฐบาลทหาร

ตอนนี้คำถามพ่วงท้ายประชามติ ทำให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ ได้ด้วย นี่เป็นมิติใหม่มาก ทหารสามารถเพิ่มอำนาจตัวเองเพิ่มขึ้นได้มาก ในส่วน ส.ส. ทหารต้องการให้บางจังหวะทหารสร้างพรรคการเมืองของตนเองขึ้นมาโดย ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อลงเล่นในสนามการเลือกตั้งได้ เช่น จอมพล ป.ตั้งพรรคเสรีมนังคศิลา, จอมพลถนอมสร้างพรรคสหประชาไทย อีกวิธีคือตั้งพรรคการเมืองที่ไม่มีทหารแต่มีเครือข่ายทหารเป็นผู้นำ หรืออีกวิธีคือ ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่มีใครกุมเสียงสภาได้เลย ทำให้ต้องยก ผบ.ทบ.ขึ้นเป็นนายกฯ เหตุการณ์นี้เกิดในทศวรรษ 2520 ส่วนในกระบวนการเลือกตั้ง มุ่งเน้นกำจัด ส.ส.และพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามทหาร ในการเลือกตั้งปี 2495 ตอนนั้นทหารให้เลือกตั้งได้แต่มีข้อห้ามคือ 1.ห้ามปราศรัยหาเสียง 2.ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มันก็เหมือนกับประชามติที่ห้ามรณรงค์ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาทำมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2495 และต่อมา ทำให้พรรคต่างๆ ไม่มีพละกำลังต่อรอง ทำให้ทหารคุมทั้งวุฒิสภา และคุม ส.ส.ซึ่งเสียงแตก และรัฐบาลในท้ายสุดก็เป็นรัฐบาลทหาร

อีกจุดหนึ่งที่คิดค้นในระยะ 20 ปีที่ผ่านมาและประสบความสำเร็จมาก คือ องค์กรอิสระจากฝ่ายการเมือง ทหารสามารถใช้องค์กรเหล่านี้คุมรัฐบาลพลเรือนได้อย่างดี

29051988286_4f0e7a60e8.jpg
จีรนุช เปรมชัยพร-ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์


ปิยบุตรอธิบายการเอารัฐประหารไปใส่ในรธน.
ปิยบุตร กล่าวถึงหลักการโดยทั่วไปของรัฐธรรมนูญว่า มันคือกฎหมายสูงสุดของประเทศที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมืองต่างๆ และความสัมพันธ์ระหว่างคนในรัฐกับผู้ปกครอง ในอดีตที่มาของรัฐธรรมนูญคนคิดว่ามาจากพระเจ้า ต่อมานั้นมาจากกษัตริย์ และยุคสมัยใหม่ยึดหลักประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญจึงเกิดจากประชาชน ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจในการทำรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญสัมพันธ์กับระบบการเมืองในแต่ละประเทศ รัฐบาลที่มีอายุยาวในไทยคือรัฐบาลที่มาจากทหารทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญที่อายุยาวนานในไทยส่วนใหญ่คือ รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากทหารที่ยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญถาวร ตัวอย่างสำคัญคือธรรมนูญการปกครองของสฤษดิ์ปี 2502 มีอายุยาวถึง 9 ปี

ถามว่าทำไมรัฐธรรมนูญของไทยจึงโดนฉีกบ่อย นั่นเพราะรัฐธรรมนูญมีความสัมพันธ์กับความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างพลังทางการเมืองต่างๆ ยกตัวอย่าง ธรรมนูญปกครองสยามปี 2475 ที่ปรีดี พนมยงค์จัดทำขึ้นมา รัชกาลที่7 ก็ได้เติมคำว่า “ชั่วคราว” ทำให้ต้องทำใหม่เป็นฉบับ 10 ธ.ค.2475 นั่นสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่พลังการเมืองสองฝ่ายไม่ชนะขาด และการต่อรองนั้นเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของการอภิวัฒน์เลย จนตกลงกันได้ในรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธันวาซึ่งต่างจากฉบับแรกโดยเพิ่มพระราชอำนาจให้กษัตริย์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญนั้นเป็นเพียงกระดาษ เมื่อหลุดจากมือคนร่างก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้เล่นฝ่ายต่างๆ ที่เอารัฐธรรมนูญไปใช้ 1 ปีหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองมีการสู้กันของสองฝ่าย รัชกาลที่ 7 อยากวีโต้กฎหมายหลายฉบับ แต่รัฐบาลบอกว่าทำไม่ได้เพราะผิดหลัก ทำให้นำมาสู่การสละราชสมบัติ และพอคณะราษฎรเริ่มแตกกันก็ยิ่งแย่ แต่สถานการณ์ก็หยุดลงชั่วคราวเพราะสงครามโลก จนเมื่อสงครามสิ้นสุด มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นฉบับที่ 3 ในปี 2489 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นประชาธิปไตยค่อนข้างมาก เข้าใจว่าปรีดีอยากทำใหม่เพราะต้องการแก้มือจากฉบับ 10 ธันวาเนื่องจากตอนนั้นคณะกรรมการร่างเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งหมด มีเขาเป็นฝ่ายก้าวหน้าเพียงคนเดียว แต่ก็ยังมีการถกเถียงกันว่าทำไมไม่แก้ฉบับ 10 ธันวา อย่างไรก็ตาม อายุของรัฐธรรมนูญ 2489 ก็สั้นมาก ซึ่งสัมพันธ์กับการสวรรคตของในหลวงอานันท์ ในปี 2490 ก็มีรัฐประหารเป็นจังหวะอันดีที่จะล้มกลุ่มของปรีดี จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญกลายเป็นเดิมพันของสองฝ่ายที่สู้กัน คนชนะจะไปกำหนดรัฐธรรมนูญ เพียงแต่เมืองไทยไม่สู้แบบอารยะ ใช้กระบวนการนอกรัฐธรรมนูญมาทำลายรัฐธรรมนูญแล้วกำหนดรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประโยชน์กับฝ่ายตัวเอง

หากพิจารณารัฐประหารเราจะพบว่าแต่ละครั้งมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน บางคณะอยากอยู่สั้น บางคณะอยากอยู่ยาว คณะที่อยากอยู่สั้นคือ ปี 2549 ส่วนที่อยากอยู่ยาวคือ สฤษดิ์ อยู่ยาวถึง 16 ปี, ธานินทร์ มีแผน 12 ปีเพื่อปฏิรูปประเทศ แต่อยู่ได้ปีเดียว, คสช. ไม่เคยพูดแต่วิธีการนั้นใช่ว่าจะอยู่ยาว

แล้วมีเหตุอะไรที่ทำให้อยากอยู่ยาว ในปี 2500-2516 มีอะไรมาท้าทายพลังกลุ่มของเขา มีอะไรอันตรายต่อชนชั้นนำจารีตประเพณี ในสมัยธานินทร์นั้นอยากสู้กับคอมมิวนิสต์ชัดเจน ในยุค พล.อ.ประยุทธ์มีอะไรเป็นเรื่องท้าทาย ขอให้ผู้ฟังพิจารณากันเอง

รัฐธรรมนูญหลังรัฐประหารทุกครั้งต้องสนองวัตถุประสงค์ของรัฐประหาร สำหรับฉบับนี้กล่าวโดยย่อ เป็นการลดทอนอำนาจประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งเพื่อเลือกรัฐบาลตัวเอง รัฐบาลจากการเลือกตั้งจะอ่อนแอ คนมาจากการเลือกตั้งจะเป็น เพียงหน้ากาก เป็นเสื้อผ้าอาภรณ์เพื่อบอกโลกว่าประเทศไทยมีเลือกตั้ง แต่คนที่ได้รับเลือกตั้งจะไม่มีอำนาจอะไรเลย แล้วเพิ่มอำนาจให้รัฐทหาร รัฐราชการ ผ่านกลไกต่างๆ ส.ว. ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ฯลฯ เราจะนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปปี 2520

“การทำรัฐประหารในศตวรรษที่ 21 น่าอับอายมาก จึงต้องเอารัฐประหารที่ดูไม่สวยงามนั้นไปใส่ในรัฐธรรมนูญ ต่อไปนี้ถ้าเกิดวิกฤตอะไร รัฐธรมนูญจะให้งดเว้นบางมาตราในรัฐธรรมนูญโดยรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ทำ เช่น เกิดวิกฤตหาทางออกไม่ได้ อย่างเกิดการปิดถนนชุมนุม รัฐธรรมนูญใหม่มีกลไกแก้โดยทหารไม่ต้องออกมาทำรัฐประหารโดยให้มีกรรมการพิเศษ มีที่ประชุมร่วมชี้ขาดว่าจะเอายังไง สิ่งที่เคยผิดรัฐธรรมนูญก็จะถูกรัฐธรรมนูญทั้งหมดเพราะอยู่ในรัฐธรรมนูญแล้ว องค์กรที่จะมีบทบาทสำคัญในอนาคตนอกจากกองทัพ ต่อไปคือ ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะดูศิวิไลซ์กว่าให้ทหารทำ”

ในเรื่องประชามติ จะขอพูดถึงกระบวนการและผลประชามติ เรื่องกระบวนการ ประชามติที่เป็นสากลได้มาตรฐานประชาธิปไตย มีเงื่อนไขของมันอยู่ ฟรี และ แฟร์ ทั้งนี้ ฟรีคือเป็นอิสระ สัมพันธ์กับเรื่องสิทธิของทุกคนที่จะได้รู้ว่ารัฐธรรมนูญหน้าตาเป็นอย่างไร ฝ่ายเห็นด้วยและเห็นแย้งแสดงความเห็นเต็มที่หรือมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น พูด ชุมนุม เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้าน ส่วนแฟร์คือเป็นธรรม เป็นธรรมในการเลือก ทางเลือกมี yes, no, no vote คนที่ไปโหวตเยสต้องรู้ว่าได้อะไรตามมา นั่นตอบง่ายก็คือได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ คนโหวตโนรู้ไหมว่าได้อะไรตามมา มันไม่รู้เลยที่ผ่านมา การรณรงค์ทั้งหมดต้องเต็มที่เสมอกัน แต่ประชามติที่ผ่านมาไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงการใช้เสียงประชาชนเพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้อำนาจตัวเอง แต่เสียงประชาชนไม่สะท้อนความเป็นจริงเพราะไม่ได้เปิดอย่างฟรีและแฟร์

ผลของประชามติ มีผู้ออกใช้สิทธิ 55% สัดส่วนรับต่อไม่รับคือ 60:40 ไม่ค่อยต่างจากปี 2550 แต่ถ้าคิดจากฐานประชากรทั้งประเทศ มีจำนวนเพียง 30% ของประชาชนทั้งประเทศ และเหตุผลที่คน 16 ล้านคนรับร่าง คิดว่า คนจำนวนมากอยากเลือกตั้งให้เข้าสู่ระบบปกติ นักการเมืองท้องถิ่นอยากเลือกตั้งเร็ว ซึ่งเป็นความเหนื่อยหน่ายของประชาชนที่ผ่านการต่อสู้มายาวนาน ยกตัวอย่างฝรั่งเศสซึ่งต่อสู้กันมานานมาระหว่างฝ่ายสาธารณรัฐนิยมและกษัตริย์นิยม ทำให้ประชาชนจำนวนมากลงคะแนนรับ หลุยส์ นโปเลียน โบนาปาร์ต เป็นผู้ปกครอง ทั้งที่คนฝรั่งเศสฉลาดมาก นั่นเป็นคนฝรั่งเศสช่วงนั้นคือ “ชาวฝรั่งเศสที่อ่อนล้า” และยินดีที่จะให้เผด็จการยึดครองเพื่อความสงบ

เรื่องอนาคต จะพูดถึง 4 อย่าง คือ
1. รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งกำหนดวิธีการแก้ไว้ยากมาก ยืนยันว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ยากที่สุดในโลก และไม่มีทางแก้ได้ในทางปฏิบัติ ถ้ามีคนอยากแก้แต่แก้ไม่ได้ในความเป็นจริงก็จะเกิดวิกฤต

“กระบวนการไม่อนุญาตให้แก้ก็ต้องแก้นอกกระบวนการรัฐธรรมนูญ มันต้องถูกฉีกแน่นอน ไม่รู้เมื่อไร เหลือแต่ว่าจะถูกฉีกโดยกองทัพ หรือมือและตีนของประชาชน ซึ่งอย่างหลังยังไม่เคยเกิดขึ้น”

2. ความขัดแย้ง จากความขัดแย้งในรูปกฎหมายจะกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา กฎหมายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ ที่ผ่านมาเราเถียงกันในเชิงประเด็นทางกฎหมายกันเยอะมาก แต่ผลจากรัฐธรรมนูญใหม่ทำให้เราไม่ได้เถียงในเชิงกฎหมายเพราะรัฐธรรมนูญใหม่เขียนเอาไว้หมดแล้ว มันจะกลายเป็นการยกระดับให้กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองแทน พลังของกฎหมายจะแก้ปัญหาไม่ได้อีกต่อไป เมื่อก่อนสู้ในกรอบรัฐธรรมนูญแต่อนาคตจะไม่อยู่ในกรอบแล้วเพราะกรอบไม่อนุญาตให้สู้ ความขัดแย้งว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จะหายไป จะกลายเป็นความชอบธรรมของระบอบการปกครองแทน

3. ขบวนการหรือพลังทางการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยจะเปลี่ยนรูปมากขึ้น จะไม่ผูกกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่กระจายเป็นเน็ตเวิร์ก มีความแตกต่างหลากหลายแต่มีจุดร่วมกันคือ อยากให้เป็นประชาธิปไตยเสียที

4. เราจะเปลี่ยนผ่านจากเผด็จการไปสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ และเกิดขึ้นอย่างไร การเปลี่ยนผ่านของประเทศต่างๆ มีสองแบบ คือ ปฏิรูปกับปฏิวัติ การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ผู้ทรงอำนาจเผด็จการในเวลานั้นต้องยินยอมให้เปลี่ยนแล้วนำสู่การเจรจา ส่วนการปฏิวัติเกิดจากฝ่ายเผด็จการกดขี่ปราบปรามหนักขึ้นๆ ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็เปลี่ยนทั้งกระดานกรณีของไทยตอบไม่ได้ว่าจะเป็นเช่นไร จะเป็นปฏิรูปหรือปฏิวัติ ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในเวลานี้ว่าจะมีสายตายาวแค่ไหน

จีรนุชระบุ ประชามติ-รัฐธรรมนูญเทียม ไม่มีอนาคต
จีรนุช ระบุว่า เพื่อนฝรั่งที่ติดตามสถานการณ์เมืองไทยมานานให้นิยามว่าที่ผ่านมาคือ fake constitution, fake referendum and no future (รัฐธรรมนูญปลอม ประชามติปลอม และไม่มีอนาคต) นอกจากนี้เธอยังหยิบยกกฎบัตรแมคนาคาร์ตาของอังกฤษเมื่อ 800 ปีก่อนที่อาจนับได้ว่าเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ในสมัยพระเจ้าจอห์น เป็นรัฐธรรมนูญแรกของอังกฤษ แม้อังกฤษจะไม่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้มันยังเป็นต้นทางของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนก็อ้างอิงไปถึงกฎหมายนี้ด้วย แมคนาคาร์ตาเกิดขึ้นจากการที่เหล่าขุนนางลุกขึ้นมาร่วมกันจำกัดอำนาจกษัตริย์ที่ขูดรีดเอาเปรียบอย่างมาก ในกฎบัตรดังกล่าวมีเรื่องการพูดถึงสิทธิที่เท่าเทียมเสมอกันต่อหน้ากฎหมายและจะลงโทษใครไม่ได้หากไม่ได้ถูกพิพากษาโดยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นยังมีคนบางส่วนที่ไม่ได้ถูกนับเป็น free man

ส่วนในสวีเดน ก็มีรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 1766 ซึ่งพูดเรื่องเสรีภาพสื่อเป็นฉบับแรกของโลก และฉลองครบ 250 ปีในปีนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ ในสวีเดนมีกษัตริย์และมีการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจกัน กษัตริย์บางองค์ก็ไม่ค่อยพอใจบทบาทของหนังสือพิมพ์ที่วิจารณ์และล้อเลียนสถาบันจึงพยายามจะให้มีกฎหมายเซ็นเซอร์ แต่กลุ่มสื่อได้ต่อรองต่อสู้จนมีบทบัญญัติเรื่องนี้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญสืบมาจนปัจจุบัน

“รัฐธรรมนูญที่ไหนก็ตาม เกิดขึ้นบนการต่อรองเพื่อการจัดการความสัมพันธ์ ผลประโยชน์ แต่รัฐธรรมนูญไทยอายุสั้น ไม่มีโอกาสได้ต่อรองและจัดการกับอำนาจ แต่การต่อสู้ไม่เหมือนในหนังที่ม้วนเดียวจบ บางทีมันต้องการความต่อเนื่อง”

ส่วนเรื่องประชามตินั้น หากเราเปรียบรัฐประหารเหมือนการข่มขืน ประชามติก็เหมือนกับการบังคับแต่งงาน โดยขันหมากก็ไม่ให้ดูว่ามีอะไรบ้าง จึงอยากเรียกมันว่าประชามัดติดมากกว่า ไม่ใช่ free and fair (เสรีและเป็นธรรม) แต่เป็น fake and fear referendum (ประชามติแห่งความกลัวและจอมปลอม) นอกจากนี้ยังหยิบยกสิ่งตกค้างที่เกิดขึ้นในช่วงประชามตินั่นคือ การดำเนินคดีกับคนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นธรรมดา เช่น กรณีของไผ่ ดาวดิน กรณีของโตโต้ที่แสดงออกซึ่งการไม่ยอมรับโดยการฉีกบัตรประชามติ หรือคดีที่เกิดขึ้นกับนักการเมือง นักกิจกรรมจำนวนมากที่พยายามรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญ จึงไม่อาจยอมรับได้ว่านี่คือประชามติที่ชอบธรรม

10440630_922405024522914_3429341687207753303_n.jpg*


............แต่ ทหารไทย ไม่เคยรบ นอกจากจะใช้อาวุธเพื่อปราบปรามประชาชนมือเปล่า และปล้นภาษีที่ประชาชนจ่าย โดยการบังคับข่มขู่ รัฐบาลพลเรือนตัวแทนของประชาชน และรัฐประหาร...ทหารมักอ้างบุญคุณว่าตัวเองมีให้แก่ประเทศ แต่ความจริงมันตรงกันข้าม ทหารไทยตอแหลสุดๆ และก็คือโจรในเครื่องแบบนี่เอง

Offline

#1118 August 19, 2016 9:44 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Prachatai + * added

13913617_781917191911326_6813235600926652204_o.jpg *

ยูเอ็นเรียกร้องยุติข้อหา-ปล่อยนักกิจกรรมกรณีประชามติ รธน.
Fri, 2016-08-19 18:50

19 ส.ค. 2559 ราวีนา ชัมดาซานี โฆษกข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการจำกัดพื้นที่ประชาธิปไตยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้กลับสู่หลักการของพลเมืองโดยทันที

แถลงการณ์ระบุว่า นับแต่รัฐประหาร เมื่อเดือนพ.ค. 2557 มีข้อจำกัดร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความเห็นรวมถึงเสรีภาพในการรวมตัว ผ่านการใช้กฎหมายและคำสั่งทางอาญาและของกองทัพ

จนถึงประชามติรัฐธรรมนูญในเดือนนี้ มาตรการเหล่านี้ก็เพิ่มสูงขึ้น รวมแล้ว มีคนไม่ต่ำกว่า 1,300 คนถูกเรียกรายงานตัว ถูกจับ หรือถูกตั้งข้อหา และมีพลเมือง 1,629 รายต้องขึ้นศาลทหาร

ตั้งแต่มิ.ย. มีประชาชนอย่างน้อย 115 คนถูกจับกุมหรือตั้งข้อหาตามคำสั่งของกองทัพ กฎหมายอาญา และพ.ร.บ.ประชามติ จากการแสดงออกซึ่งความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ หรือจากการรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการทรมาน

มีคน 12 คนถูกจับที่เชียงใหม่ เมื่อปลายเดือนก.ค. และมีนักกิจกรรมนักศึกษาถูกจับกุม เมื่อ 6 ส.ค. ยังคงถูกควบคุมตัว ทั้งนี้ มีบางส่วนถูกปล่อยตัวแต่ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนหรือถูกตั้งข้อหา

"เราเรียกร้องให้ประเทศไทยยุติการตั้งข้อหาต่อนักกิจกรรมทางการเมืองและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยทันที รวมถึงปล่อยผู้เห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคุมขังด้วย" แถลงการณ์ระบุและเรียกร้องต่อทางการไทยให้หยุดการใช้ศาลทหารและคำสั่งของกองทัพต่อพลเรือน โดยชี้ว่ามาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับประเทศไทย เพื่อที่ก้าวไปสู่การเลือกตั้งในปี 2560 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนมา ตามโรดแมปของรัฐบาลทหารเอง

"การเลือกตั้งในปีหน้าเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะตอบสนองคำมั่นสัญญาที่ประเทศไทยได้ให้ไว้ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในช่วงที่มีการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (ยูพีอาร์) เมื่อเดือน พ.ค. 2559 ว่าจะเคารพเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงรับประกันว่าจะมีกระบวนการมีส่วนร่วมที่นับรวมคนทุกกลุ่ม รวมถึงพรรคการเมือง ภาคประชาสังคม และสื่อ ในสภาวะที่เปิดกว้างและปราศจากการคุกคาม

เรียบเรียงจาก
https://www.facebook.com/UNHumanRightsA … =3&theater

Offline

#1119 August 19, 2016 10:39 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

https://www.youtube.com/watch?v=mst_NOA4y6E

ฟ้าใหม่ - ไฟเย็น [Official Audio]
photo.jpgFaiyen Band



https://www.youtube.com/watch?v=kF7o6GahsEo&index=3&list=PL-gqPFHqU8M6VbnqM-LwPBSPaG4DO6x-1

ไม่รักนะ ระวังติดคุก - ไฟเย็น [Official Audio]
photo.jpgFaiyen Band

Last edited by linc49 (August 19, 2016 12:08 PM)

Offline

#1120 August 19, 2016 12:03 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ประชาชนร่วมกันต่อสู้ เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

CqOUkumUsAATK9R.jpg


http://www.matichon.co.th/news/256271

บิ๊กตู่ เล็งหาหลักฐานโยงกลุ่มประชาธิปไตยใหม่เตรียมใช้ความรุนแรง (คลิป)

170816_1_20160817_1020422312.jpg

“บิ๊กตู่” เผยจนท.สอบเหตุบึ้มภาคใต้มีทั้งใต้ดินบนดิน ลั่นจะใครแบ่งรัฐซ้อนรัฐไม่ได้ ชี้เตรียมหาหลักฐานโยงกลุ่มปชต.ใหม่เตรียมใช้ความรุนแรง

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีออกหมายจับผู้ต้องสงสัยจำนวน 17 คนเหตุวางเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ว่า มีความคืบหน้า และมีหลายเรื่องที่ต้องสอบสวนอย่างเรื่องกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ คือมันวุ่นวายไปหมด แล้วท้ายที่สุดก็บอกว่าไม่ใช่พวกเทียม ก็ต้องคอยดูหลักฐานก็แล้วกัน วันนี้ก็มีการเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดิน มีมาตลอด ต้องไปดูว่าวันหน้าจะมีหลักฐานชัดเจนอย่างไรเขาก็คงจะเสนอให้ทราบว่ามีอะไรบ้าง มีแผนอะไรบ้าง เกี่ยวข้องกับใคร มันก็ทั้งหมด เพราะมันมีทั้งเรื่องของขบวนการประชาธิปไตยที่ว่ามีการเตรียมการใช้ความรุนแรง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นคดีเกี่ยวกับการวางเพลิงและคดีระเบิดต่างๆ ซึ่งจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องก็ไม่รู้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่ทั้ง 17 คน เดี๋ยวคดีก็คงคลี่คลาย

เมื่อถามว่า แสดงว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 17 คน ที่ถูกออกหมายจับมีความเกี่ยวข้อง เพราะกำลังสอบสวนอยู่ นายกฯกล่าวว่า เขาต้องสอบสวนก่อน อย่างน้อยเข้าต้องมีหลักฐานอะไรสักอย่าง ในเรื่องของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ขบวนการต่างๆ มีการสืบต่อเนื่องกันมานานแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นก็มีกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ ถามว่ามันตั้งรัฐซ้อนรัฐได้ไหม เพราะมันผิดอยู่แล้ว ก็ต้องไปว่าตามหลักฐานแบบไหนก็แบบนั้น ผิดก็คือผิด เพราะมีตั้งหลายมาตราที่ผิด

เมื่อถามว่า ทางการข่าวมีการรายงานมาหรือไม่ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ เคลื่อนไหวด้วยตัวเองหรือมีบุคคลอยู่เบื้องหลัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ยังไม่รู้ ต้องให้เจ้าหน้าที่ดูก่อน แต่ยอมรับว่ามันมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบางกลุ่ม มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาเคยเป็นสมาชิกใครบ้างล่ะ เดี๋ยวก็คงแถลงกันได้ เจ้าหน้าที่ต้องค่อยๆ สืบสวนกันไป เดี๋ยวถ้าผมพูดไปแล้วเจ้าหน้าที่จะออกนอกทาง มาเอาตามนายกฯ พูด เพราะที่ผมพูดกับท่านผมเอาตามข่าวที่ได้รับมา สำหรับการชี้แจงอย่างเป็นทางการก็แล้วแต่เพียงว่าได้ดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินการสอบสวนเท่านั้น 17 คน ซึ่งเป็นเรื่องของเอกสารที่เขามีอยู่ เรื่องของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่ว่า ผมก็อ่านจากข่าวที่ท่านลงนั้นแหละส่วนหนึ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ถ้าเขาได้รายละเอียดเดี๋ยวเขาก็รายงานผมเอง วันนี้ต้องให้เวลาฝ่ายความมั่นคงก่อน”

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.