iFreeThai

#1 May 29, 2016 4:41 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 484

เปิดตัว..หลวงป้า! ทายาทนอกไส้หญิงแม่ God mother

นิติบุคคล ซ้อน นิติบุคคล
แฉเล่ห์ โยก "เงินอุดหนุนสังฆราช"
เข้ามูลนิธิที่ตั้งรองรับ
จากใช้จ่ายตามพระอัธยาศัย
แปลงเป็น ใช้จ่ายตามใจฉัน
เปิดเผยตัว"หลวงป้า" พระลูกชาย
พฤติกรรมซ่อนเพศ

รายงานตัวครับผม
ขอแจ้งว่า ผมเจ้าคุณเบอร์ลิน
ณ วันนี้ ก็ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง
สมองใส ใจสดชื่น และดีใจที่ได้สร้างบุญ
ในงานป้องภัยพระศาสนาอย่างแข็งขันเช่นเดิมครับ
อีกทั้งร่างกาย และจิตใจ ของผม
ก็ปกติทุกประการครับผม!

มาวันนี้ ผมจะขออนุญาต
ชวนทุกท่านมาสนทนา 4 เรื่องหลักๆ นะครับ!
นั้นคือ..

       เรื่องที่ 1       
เชิญไปเปิดตัว "หลวงป้า" แห่งวัดบวรด้วยกัน
       เรื่องที่ 2       
เปิดเผยเล่ห์กลโกง
"การทำชั่ว แบบถูกกฎหมาย"
เช็คเส้นทางเงินสังฆราช คือการตั้งมูลนิธิ
ซึ่งเป็นนิติบุคคล ขึ้นมาซ้อนกับวัดบวร
เพื่อทำการโยกย้ายถ่ายเท
เงินอุดหนุนสังฆราช อย่างแยบยล
     เรื่องที่ 3         
เจ้าคุณเบอร์ลิน ยุยื่น สตง. ตรวจสอบ
มูลนิธิที่โอนเงินสังฆราชเข้า
เพื่อแปลงอำนาจคนสั่งจ่าย
     เรื่องที่ 4         
ส่องเส้นทางเดิน เงินอุดหนุนสังฆราช

-----------------------
ทั้ง 4 เรื่องนี้ จะเป็นอย่างไรเชิญอ่านให้จบนะครับ
-----------------------

ก่อนอื่นขอแจ้งก่อนว่า..
จากโพสต์ครั้งล่าสุด ของเจ้าคุณเบอร์ลิน
ทำเอาร้อนแรงยังกับไฟลามทุ่งในวงการศาสนาไทยทีเดียว
เพราะโพสต์ล่าสุดที่ชื่อ God Mother นี้
มีคนเข้ามาอ่าน เฉพาะที่ปรากฎในเพจรายงานว่า
มีกว่า 2 แสนคน และถูกแชร์ออกไปเกือบ 5 พันครั้ง
และยังถูกนำไปเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ
อีกจำนวนมากนี่คือ เหตุการณ์ที่เรียกว่า
"ปรากฎบนดิน"

ส่วนที่ "ปรากฎใต้ดิน" นั้น บอกได้ว่า
"แรง และแรงที่สุด แรงมากกว่าที่ผ่านๆ มากครับ"
เอาเป็นว่าผลจากโพสต์ล่าสุด
ทำเอาผม และทีมงานเพื่อความปลอดภัย
จึงถูกเตือนให้ต้องนิ่งๆ ณ ที่ตั้งไว้ก่อน
ในช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา..

ทำไงได้ครับ ยุคคนพาลเป็นใหญ่
งานนี้จะมาเอามันส์ไม่ได้ "ต้องเอาจริง"
อย่างเดียว จึงจะบรรลุงานใหญ่ได้ !
ขอแฟนคลับโปรดเข้าใจ และใจเย็นๆ นะครับ
จะจับเสือ ขืนเดินทื่อๆ ไปจับ
มันก็งาบเอาซีครับผม.!

ณ วันนี้
หลังประเมินสถานการณ์รอบด้านแล้ว
จึงร่วมกันวางแผน เข้าโจมตีทะลวงทัพหลวง
กลางกล่องหัวใจ ของ "หลวงป้า"
และถีบยอดหน้า เป็นบาทาลูบพักตร์
ของแก๊งค์ชั่วนี้ไปเลย..

หากยังไม่หยุดทำชั่วอีกแล้วละก็
"ผมเอาตายแน่ๆ งานนี้ จะลองดูก็เชิญเลย"
ก็ยังยืนยันว่า ณ วันนี้ไม่มีถอย
ยังไง ๆ ก็คำเดิมว่า..

"งานนี้กูเอาจริง"
"มาไงก็ไปงั้น คดีมาก็คดีไป"
"หากให้กูหยุด มึงต้องหยุดทำชั่วก่อน"

        เริ่มเรื่อง       
อันที่จริง หลังจากโพสต์ครั้งที่แล้ว
ผมตั้งใจว่าจะไม่พูดเรื่องเงิน 23 ล้าน ต่อไปอีกแล้ว
จะขอหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน
ซึ่งทั้งหมดที่พูดมา เบื้องต้น..
ผมก็หวังเพื่อให้สติคนที่จับหอก
วางแผนอยู่เบื้องหลัง
เพื่อให้หยุดเรื่องชั่วๆ ได้แล้ว พอได้แล้ว
ก็ยังหวังในใจว่า..
"ฝ่ายชั่วจะมีสำนึกทางดีอยู่บ้าง"

แต่กลับตรงข้าม..
คือ แทนที่จะพากันสำนึกผิด
ต่อพฤติการณ์อันต่ำช้านี้กัน
การณ์กลับกลายเป็นว่า คนเหล่านี้
ยังไม่รู้สึกรู้สาใดๆ เลย
แถมยังใช้ให้ พญามารราชสีห์ แห่งวัดอ้อน้อย
ไปเที่ยวเห่า เที่ยวหอน ไม่หยุดปากสักทีอีกด้วย
ผมเห็นวันๆ เอาแต่ไปเที่ยวไล่กัดคนนั้นคนนี้
ไม่หยุดไม่หย่อน
ซ้ำร้าย.. มาในวันนี้
เห็นข่าวจากเมืองไทยว่า จะไล่กัดสื่อเสียแล้ว
ดูแล้ว สันดานหยาบแบบนี้
ก็คงจะมีแต่พุทธอิสระ
หรือคนสันดานหมาบ้าแหละครับ
ซึ่งมองยังไงก็มิใช่วิสัย
พญาราชสีห์อะไรหรอก
คนดีที่ไหนเขาจะมาทำได้ขนาดนี้ละครับ.!


เตือนพุทธอิสระ อย่าลำพองตน!
คิดอะไร เผื่อทางลงไว้บ้าง
ขอจงจำคำพูดผมไว้ว่า ..
ที่พระทั้งหลาย ท่านไม่พูด ไม่ตอบโต้นั้น
ไม่ใช่ว่าเขากลัวคุณใดๆ เลย!
แต่เขารู้สึก "เวทนาหมาขี้เรื้อน"
ตัวที่มันแค่ได้เห็นเงาหัวตัวเองไหวในน้ำ
ก็มาสำคัญว่า ตนได้กลายร่าง
เป็นพญาราชสีห์ไปแล้วต่างหาก.!

ด้วยซ้ำที่วัน ๆ ก็ยังคงนอนคลุกขี้อยู่อยู่ใต้ถุน
ครั้นเหลือบขี้ตามองเห็นใบตองแห้งปลิวที่ไหน
ก็เห่าที่นั่นไปเรื่อย..
ด้วยยังสำคัญว่า "ตนทรงอำนาจ"
แบบภาพลวงตาไปอีกอย่าหลงตนๆ ท่องไว้

    เผยคนอมเงิน 23 ล้านบาทต่อปี   
      ความชั่วห้องกระจกต่อเนื่อง       

ผมจะบอกให้ เพื่อเอาบุญสักหน่อยว่า
ขอจงจำใส่กระโหลกหนาๆ
ของพุทธอิสระ และพรรคพวก ไว้ซะว่า..
อันเงิน 23 ล้านนั่นนะ..
อันที่จริง ท่านเจ้าคุณเทพฯ
ท่านก็เป็นแต่เพียงผู้รับเท่านั้น
มิใช่ผู้ใช้เลย..
ด้วยหน้าที่คือการสนองงานหน้าห้อง
สมเด็จพระสังฆราช
ตรงนี้ คนใกล้ชิดวัดบวร
อยู่ในทีมอดีตกองเลขาพระสังฆราช
ได้กระซิบบอกผมมาว่า ..

"คนอื่นทั้งนั้นเอาไปกินกัน
แต่กรรมดันมาตกเป็นของเจ้าคุณเทพฯ
เพราะเป็นผู้รับเงินคนแรก"

ส่วนคนอื่น จะเป็นใครนั้น?
ให้ไปถาม ดีเอสไอ กันเอาเอง
ที่นั่นถ้าสถานการณ์ปกติ!
"เขามีคำตอบให้ครบถ้วน"
แล้วอย่าให้ใครมาร้องท้าเชียวนะว่า ..
"ถ้าเจ้าคุณเบอร์ลิน แน่จริง!
ก็บอกชื่อมาตรงๆ เปิดเผยเอกสารมาเลย
อย่าลับๆ ล่อๆ กูจะประสาทแดก
ตายห่าอยู่แล้ว (โว้ย)"

      เข้าเรื่องเรื่องที่ 1     
เปิดตัว "หลวงป้า" แห่งวัดบวรเป็นทางการ
ข้อนี้ ผมขอเตือนนิ่มๆ ว่า ..
อย่าเชียวนะครับ อย่ามาท้าทายเรื่องนี้
กับคนอย่างผมนะครับ!!

เพราะคนอย่างเจ้าคุณเบอร์ลิน
หากโนเนม เป็นคนธรรมดาไร้ฝีมือแล้วละก็
ผมคงไม่อาจหาญ ลุกขึ้นมาต่อกรกับแก๊งค์ชั่ว
ได้มายาวนานขนาดนี้ได้หรอก
ยิ่งเลือดอาจารย์มันแรงๆ อย่างนี้ละก็
อย่ามามองผมว่า ไร้น้ำยาเด็ดขาด
เดี๋ยวผมได้เกิด "องค์ลงขึ้นมา"
เกิดเบรคแตกขึ้นมาจริงๆ
มันจะพังทั้งก๊วนง่าย ๆ นะครับ ขอบอกก่อน

ไอ้ตัว"หลวงป้า" หัวหน้าใหญ่
ตัวชูโรงนะแหละ จะผูกคอตายก่อนใครเพื่อน
จะ "ลองของ" กับผมเมื่อไร
ก็ไปปรึกษากันดีๆ ก่อนนะครับ
แล้งจึงค่อยมาท้าทายผม.!
จะได้ไม่ต้องมานั่งโทษกันภายหลัง
อย่างรายการผิดคิว ที่ดันไปยื่น สตง.
ให้มาสอบพวกงาบเงินสังฆราช
ที่กลายเป็นพวกกันเองแบบคราวที่แล้ว
ถึงเวลานั้น จะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับ
ให้รู้ไว้ทั่วกันด้วยว่า ..

พระวัดบวร..ที่เขารู้ผิดชอบชั่วดีนั้นมีอยู่
และเขาเอือมระอาต่อพฤติกรรม
ทั้งของ "หลวงป้า" และสตรีผู้ศักดิ์ใหญ่นี้
กันทั้งนั้นในทุกวันนี้.!
เขาแอบซุบซิบกันข้างกำแพงวัด
จนกระจายไปทั่วประเทศไทยไปนานแล้ว
เรื่องชั่วเหล่านี้ ดังไม่ดัง
มันก็ข้ามกำแพงจากวัดบวร กทม.
ข้ามทวึปมาไกลจนถึง นครเบอร์ลินก็แล้วกัน
คิดเอาเอง..

เผลอๆ เรื่องเน่าแบบนี้ อาจไปไกล
จนถึงแอลเอ-ลาสเวกัส อเมริกาไปแล้วก็ได้
หากไปกดขี่ข่มเหงเขามาก
ระวังมันจะระเบิดเร็วเกินคาดได้ นะครับ.!

ขอเตือน "หลวงป้า"ว่า..
ตอนนี้สังคมเพ่งเล็ง และเริ่มเห็นไส้ท่านแล้ว
เห็นขึ้นทุกวันแล้วด้วยครับ
ดังนั้น หากจะทำอะไรที่เคยๆ ทำมานั้น
ก็ให้ระมัดระวังกิริยาท่าทางเอาไว้บ้าง
สงวนท่าทีในใจไว้บ้าง
ทำอะไรกันก็ให้ทำในห้อง
ในที่กันมิดชิดหน่อย.!

จากนี้ ก็ขอได้อย่าไปเที่ยวจับมือถือแขน
เด็กหนุ่มๆ หน้าตาดี แล้วทำตาชะมดชะม้อย
ในที่สาธารณะ ดังที่เคยประพฤติประจำนั้น
ก็อย่าให้มันบ่อยประเจิดประเจ้อนัก
จากนี้ไปก็อย่าออกอาการ
ให้มันมากจนน่าเกลียดนัก
เพราะพระหนุ่มเณรน้อยเขาเห็นแล้ว
เขาจะรับไม่ไหวแล้ว
และเขาจะนินทาหนักขึ้นได้
มันจะเสียชื่อพระนิกายเคร่งที่เขาเคร่งจริง
และจะเสื่อมเสียมาถึงวัดอันดับหนึ่ง
ของคณะธรรมยุต
ที่อดีตสมเด็จพระมหากษัตริย์
ทรงประทับจำพรรษามาก่อน!


ที่ผมหมายถึงนี้ แน่นอนครับว่า..
หลวงป้า ย่อมไม่ใช่ หลวงลุง
และไม่ใช่หลวงเจ้ เพราะแก่
เลยชั้น "เจ้" ไปนานแล้ว!

นี่เขาใช้เรียกกันครับ..
และดูเหมือนเจ้าตัว ทั้งในที่ลับที่แจ้ง
ก็จะชอบคำเรียกนี้เป็นพิเศษเสียด้วย
"ใช่...เปิดเผยว่างั้นเถอะ"
ไม่เชื่อผม ก็ลองแกล้ง นำไปเรียกดูก็ได้ครับ
เด็กนักเรียนชายในวัดเขารู้กันทั้งนั้น
อันนี้พระวัดบวรท่านฝากเตือนมา.!


เป็นพระภิกษุจริงหรือ "หลวงป้า" บวชมาได้ไง
ว่าไปแล้วไอ้พฤติกรรมออกแนวนี้นั้น
หากยึดตามพระธรรมวินัยแล้ว..
เมื่อพระอาจารย์สวดถามตอนบวชว่า
"ปุริโสสิ๊" ผมก็นึกไม่ออกว่า "หลวงป้า"
แกจะตอบว่าไงแค่นี้ก็บวชเป็นพระไม่สำเร็จ
ตั้งแต่วันบวชแล้วครับ.!

จะยังมาอ้างเป็นพระภิกษุสมบูรณ์ได้อย่างไร ?
แถมยังหลงตนว่า"นิกายข้าเคร่งกว่านิกายอื่น"
ก็ยิ่งน่าอายไปใหญ่..
ทั้งยังมาคิดการณ์ใหญ่จะปกครองสงฆ์อีก
เจียมตัวเสียบ้างนะครับ "หลวงป้า" ที่เคารพ
ผมลองหลับตานึกเล่นๆ หากบุญพาวาสนาส่ง
วันใดวันหนึ่ง ผีนรกถีบส่งเสริมให้
หลวงป้า แก ขึ้นเป็นพระสังฆราช
แห่งสังฆมณฑลจริงๆ แล้วละก็..

ถึงวันนั้นในวัดในวา คงได้ยินแต่เสียง "ว้ายๆ"
กลายเป็น"กุฏิแต๋วแตก" เป็นแน่เชียวยุคนี้
ส่วนกิจการพระศาสนาในประเทศไทย
"ยุคหลวงป้าครองสงฆ์" ก็คงจะสุด!!
เกินคำบรรยายแล้ว..
ไม่อยากนึกต่อแล้วละครับ ฝนฟ้าคงอาเภทหนักยิ่งขึ้น
โปรดลืมตา และเปิดปัญญากันบ้างเถอะ
ลูกศิษย์ทั้งหลายเอ้ย อย่าหน้ามืด
ไปนับถือผิดรูปผิดองค์มากไปกว่านี้อีกเลย
ไม่ทราบจะพูดต่ออย่างไรแล้ว กับคนพาลพวกนี้

    เนื้อไม่ได้กิน "จึงเหลือแต่กระดูก" 
               กรรมเจ้าคุณเทพ ฯ             

ว่าไปแล้ว ทั้งหลายทั้งปวง
ผมก็อดที่น่าจะสงสารเจ้าคุณเทพฯไม่ได้ครับ
ที่วันนี้นับแต่วันที่ พุทธอิสระ ออกอาการมึน
ดันไปยื่นตรวจสอบเงินอุดหนุนสังฆราชนี้
กับ สตง.ในคราวนั้น
ซึ่งเมื่อเป็นข่าวคราวเกรียวกราว
ทุกสายตา ถนนทุกสาย ทั้งสายพระสายโยม
ต่างก็เพ่งไปที่แก อยู่จุดเดียวกัน!

เหมือนบาปจะตกแก่ท่าน อยู่คนเดียว
ทั้งที่ เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง
แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอไว้อีกต่างหาก
ส่วนเนื้อดีๆ พวก "ขบวนการเหลือบ"
เขาเอาไปกินกันหมด
เพราะตนเองมัวแต่ก้มหน้าก้มตา
สนองงานในพระสังฆราชอย่างเดียว.!

                เรื่องที่ 2             
   เรื่องกลโกงห้องกระจก   

การตั้งมูลนิธิ
"นิติบุคคล ซ้อนนิติบุคคลของวัด"
เพื่อโยกย้ายถ่ายเท เงินสังฆราช
ทำชั่วแบบถูกกฎหมาย.!!

คนใกล้ชิดวัดบวรให้ข้อมูล และบอกผมมา
หลังจากผมเกาะติดเรื่องเงินอุดหนุนสังฆราชนี้ว่า ..
ใน. "....." ทั้งหมด ทุกคำพูด ในประโยค
ล้วนเป็น "ข้อมูลดิบ" ที่ผมได้รับมา
เมื่อสองวันก่อนทั้งหมดครับ
และขอให้ทุกท่าน ได้โปรดอ่าน
และพิจารณาหลายๆ รอบนะครับ
แล้วก็โปรดเชื่อตนเอง
อย่าเพิ่งเชื่อผม..
จนกว่าจะมั่นใจ จึงค่อยเชื่อก็ได้ครับ!

ข้อมูลดิบ ที่ได้รับล่าสุดเมื่อ 2- 3 วันที่ผ่านมา
ทั้งหมดมีดังนี้..
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี
เงินพระสังฆราชปีละ 23 ล้าน
เจ้าคุณเทพฯ
เป็นแต่เพียงผู้รับไว้เท่านั้น
เพราะสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ ท่านนี้
เธอได้ขอให้เอาไปเข้ามูลนิธิฯ
ที่วางแผน ตั้งขึ้นในวัด..



จะได้ใช้เงินแยกเป็นส่วนหนึ่งออกไปจากวัด
ที่จริงควรเรียกว่า "บังคับ"
ให้เอาไปเข้าบัญชีมูลนิธิฯ ก็ได้
โดยมี "หลวงป้า" แห่งวัดบวร
ในฐานะ "พระลูกชาย"

เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด
และใช้อำนาจทั้งหมด!
ของอดีตพระสังฆราชเสียเอง
ซึ่งก็จะมีสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่คนเดียวกันนี้
ในฐานะโยมแม่จะคอยสั่งการ
อยู่เบื้องหลังทุกๆ อย่างว่า "จะทำอะไรบ้าง"

ส่วนกรรมการมูลนิธิคนอื่นๆ
ก็เป็นแต่เพียงตัวประกอบนิทานเรื่องนี้เท่านั้น
นับเป็นวิธีที่ชาญฉลาด อาศัยช่องกฎหมาย
หาผลประโยชน์เพื่อให้
นิติบุคคล ซ้อนนิติบุคคล
นั้นคือวัดมีเจ้าอาวาส เป็นนิติบุคคล
ตามกฎหมายอยู่แล้ว
แต่ก็ตั้งมูลนิธิขึ้นมาในวัดอีกชั้น
เพื่อให้ประธานมูลนิธิเป็นอีก
"หนึ่งนิติบุคคล"
ที่สามารถใช้อำนาจประธานนำเงินก้อนนี้ไปใช้ได้
"ตามอัธยาศัยของตน"
จบข้อมูลดิบครับ.!

เรื่องการตั้งมูลมิธิ
เพื่อเป็นนิติบุคคล ซ้อนนิติบุคคล
แล้วก็เอามาเล่นแร่แปรธาตุ
กับเงินอุดหนุนสังฆราชนั้น
ใครไม่เชื่อ จะพิสูจน์ก็แสนจะง่ายๆ ครับ

เพียงแค่นำชื่อมูลนิธิ..
ที่จดทะเบียนในรั้ววัดบวรมากาง
แล้วไล่บัญชีเงิน เข้า-ออก
จากไหนไปไหน?
ใครเกี่ยวข้องบ้าง?

เพียงเท่านี้ ก็จะชัดเองครับ
ก็ขอแทรกตรงนี้หน่อยว่า..
"ทำอะไรก็รีบทำๆ และเตรียมเอกสารไว้เนิ่นๆ
นะครับ เผื่อวันไหน DSI เขาสนใจตรวจเมื่อไร?
จะได้ง่ายครับ! ผมเตือนคุณแล้วนะครับ

ถึงตรงนี้.. เป็นไงกันบ้างชัดเจนไหม? ครับ
สุดแสบไหมครับ กับพฤติกรรม
พวกเหลือบศาสนาที่ดูผิวเผินน่าเลื่อมใส
ของขบวนการชั่วพวกนี้.!
แทบไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับว่า
ไอ้เรื่องเน่าๆ แบบนี้จะมีอยู่จริงๆ
ในแดนสนธยาที่ดูน่าเลื่อมใสศรัทธาแบบ
"พระนิกายเคร่งที่สุดในประเทศไทยเรา"

เรื่องนี้มีหรือครับ ที่คนภายนอกวัด
สังคมคนนอกใครเขาจะไปล่วงรู้ได้
ซึ่งว่าไปแล้ว ก็เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
และวิญญาณบูรพาจารย์ผู้มีศักดิ์ใหญ่
ที่ประจำอยู่ในวัดบวร ที่พระองค์ท่าน
ไม่ยอมเล่นด้วยกับพวกชั่วนี้
ดังนั้นข้อมูลเน่าเหล่านี้ จึงได้ไหล
ออกจากวัดบวรกระจายไปทั่วไทย
ซ้ำไหลเหม็นฟุ้งไปไกลถึงกรุงเบอร์ลิน
อย่างแทบไม่น่าเชื่อ.!
แบบนี้ไม่เรียกว่า
"บุญพระศาสนา จะเรียกว่าอะไรครับ"

ย้อนแสบไส้ แนะพุทธอิสระยื่น สตง.ไปเลย
หากแน่จริง.!
จริงหรือไม่..คำถามจากสังคม?
ที่วัดแห่งหนึ่งที่อ้อน้อย
ก็ได้ลอกเลียนรูปแบบแห่งความชั่วนี้
เอาไปให้ทำมาหากินเช่นกัน
นั้นคือ ผมจะบอกให้ก็ได้
มันก็เป็นวิธีเดียว หรือตำราเล่มเดียวกัน
กับที่ "คล้าย" สตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ท่านนี้
ได้นำไปสอนให้แก่พุทธอิสระ
ได้ทำด้วยที่อ้อน้อย นะแหละครับ.!

ทำชั่วกันยังไงมาดูกัน
ขอถามว่าเรื่องนี้ว่า...ใช่หรือไม่?
นั่นก็คือ..

โดยตัว พุทธอิสระ แกก็ได้ตั้งมูลนิธิขึ้นมา
เพื่อ "พักเงิน" ที่มาจากแหล่งต่างๆ
จากนั้น..แล้วตนเองก็ทำทีเป็นตีเนียน
ทำทีลาออก จากเจ้าอาวาส
เพื่อเลี่ยงกฏหมายสงฆ์ และกฏมหาเถรสมาคม
แล้วยังวางตัวเป็นพระโพธิสัตว์
คล้ายเป็นผู้เสียสละ..
ยืน-เดิน-นั่ง-นอน-กิน-ดื่ม-ทำ-พูด-คิด
บนกระท่อมไม้ไผ่ ไม่ยึดติดลาภยศ
ตำแหน่งแห่งที่อันใด
ซึ่งจริงๆ แกก็ไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ
ในทางคณะสงฆ์อยู่แล้ว
โดยทำทีไปตั้ง..พระลูกศิษย์ขึ้นบังหน้า
ให้มาเป็นเจ้าอาวาสแทน ทั้งที่ตัวเอง
ควบคุมทุกอย่างไว้เบ็ดเสร็จอยู่แล้ว.!

แบบว่า..
สร้างเจ้าอาวาสเป็นนอมินีขึ้นมา
เพื่อตบตาผู้คนนั่นเอง.!!
ส่วนตัวเองก็ยืนบงการอยู่เบื้องหลัง..คอยเชิด
เพื่อให้ชาวบ้านชาวเมืองยกยอ และอ้างว่า


      "กู "     
คือพระโพธิสัตว์ บริสุทธิ์ผุดผ่อง
ไม่จับต้องเงินทอง ของนิสสัคคีย์
เพราะไม่มีเงินสะสมในบัญชี
ส่วนพระที่เหลือนอกนั้นที่มีบัญชีธนาคาร
เป็นพระอลัชชีชั่วทั้งหมด!

ไอ้ลูกศิษย์ที่มันไม่เคยเข้าวัดไหนๆ
ไม่รู้เรื่องพระเรื่องเจ้า
พอได้เห็นภาพมายาเช่นนี้ก็พากันเฮตาม
กลายเป็นสงฆ์ผู้วิเศษ
เหนือสมเด็จพระราชาคณะไปโน้น..
เรื่องชั่วๆ แบบนี้!
คนพันธุ์นี้ มันสุดยอดอยู่แล้วครับ อย่าไปสงสัยเลย
หรือไม่งั้น.. ไอ้เรื่องชั่วๆ แบบนี้
ก็มีแต่พญาราชสีห์แก่ๆ ขี้เรื้อน
ที่ทำผิด ทำชั่วได้สารพัดตัวนี้
เท่านั้นแหละที่..
คิดได้?
ทำได้ครับ?
ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวครับ

สังคมจึงอยากถามพุทธอิสระ ว่า ...
คุณไปเอาก้อนไขมันในกระโหลก
ส่วนไหนคิด มันจึงทำให้
พญาจิ้งจอกแห่งอ้อน้อยแห่งนี้
ถึงได้ฉลาดทางต่ำ พวกเฉโก แกมโกง
และทำชั่วด้านๆ ได้ถึงเพียงนี้.?

หรือว่ามีสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ ณ บางลำพู
เขาสอนมาให้ โดยเฉพาะเพื่อใช้วิธี
เจ้าเล่ห์เพทุบาย
ในการโกง อย่างฉลาดแบบเดียวกัน
กับที่จิกหัวใช้ "หลวงป้า" นี้หือ?
(ไม่อยากเติมคำว่า "ไอ้หอก")

ถ้าพุทธอิสระ อยากแก้ไข ล้างบาป
ที่ทำมาต่อเนื่องนี้ละก็..
ผมว่า.. อย่ามาเสียเวลาไปปลงอาบัติเลยนะครับ
เพราะเรื่องชั่วๆ หนักอย่างนี้
ปลงอาบัติไปเท่าไรเป็นปีเป็นชาติ
มันก็ไม่ตกหรอกครับ
พระธรรมวินัย ก็คงเกินรับไปแล้ว

                  เรื่องที่ 3               
    เจ้าคุณเบอร์ลินย้อนเกร็ดยุยื่น สตง.   

แนะนำให้พุทธอิสระ
ไปนั่งร่าง.. นั่งทำหนังสือ
แล้วให้เดินไปยื่นถาม สตง.อีกสักรอบว่า..
การโอนเงินหลวง ส่วนสังฆราชนี้
โยกย้ายไปเข้า "บัญชีมูลนิธิ"
มันเข้าข่ายผิดระเบียบ!
ในการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินหรือไม่?

หรือโอนเงินหลวงไปเข้า "บัญชีมูลนิธิ"
เข้าข่าย ยักยอก ยักย้ายถ่ายเท
เงินหลวงไปเป็นของตน.. หรือไม่?

       และคนทำนั้น..     

มันมีอำนาจหน้าที่แห่งหนอะไร?
จึงเอาเงินที่สั่งจ่ายในนามพระสังฆราช
ไปเข้าบัญชีมูลนิธิ?
สิ่งลึกล้ำเหล่านี้ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคน
รวมทั้ง "หลวงป้า" ด้วย ก็คงต้องเตรียมตัว
เตรียมตนคอยตอบ สตง. ให้ได้นะครับ
ขอเตือนไว้ล่วงหน้า.!

เพราะความผิดแบบพิศดารเช่นนี้
หากนำไปถามคนอื่นๆ เขาคงไม่รู้เรื่อง
ไม่ชัดเจนหรอกครับ.
ดังนั้น.. ถ้าถาม สตง. จะได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด.!
แล้วคำตอบก็คิดดีๆ ก่อนนะครับ
ขืนโชว์โง่ออกมาบอกว่า "โอนเข้ามูลนิธิ ไม่ผิด"
ละก็คำถามก็ตามยาวเลย เช่นว่า
เจ้าของเงินเขารับรู้ รับเห็น หรือเปล่า?
มีหลักฐานอะไรยืนยัน

"คนดำเนินการมีอำนาจ
มีกฎหมายรองรับหรือเปล่า"

สารพัดผิดเลยครับ คนเราก็เมื่อใจคดแล้ว
ผลกรรมมันจะออกมาดีได้อย่างไร
แล้วก็ขอให้ พุทธอิสระ รีบไปถามก่อนใครๆ เสียนะครับ
ขยันนักนี่เรื่องร้องเรียนนี่
เพราะอีกไม่นาน ขอให้จดจำคำพูดผมไว้ดีๆ
เอาเป็นว่า สั้นๆ ว่า..
"คงจะมีคนไปร้อง..ซ้ำ..ในเรื่องพุทธอิสระ
ที่ได้เคยเซ่อไปยื่นร้องไว้ อย่างแน่นอนครับ"

ทีนี้.. คงถึงเวลา
"คดีความมาถึง แน่ๆ และประตูคุกก็คงจะเปิดรอ
คนที่เกี่ยวข้องแล้วแหละ อย่าล้อเล่นนะครับ"
ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ ใช่หรือไม่?
มึนหรือไม่มึน พญาจิ้งจอกแห่งอ้อน้อย?
คงทราบดี.!

คราวนี้ผมว่า คงได้หายบ้ากันสักทีนะที่นี้
สำหรับความหยิ่งผะยองของ
"ไอ้แก๊งค์ชั่วทำลายศาสนา" พวกนี้
ที่นับวันจะใหญ่คับประเทศไปแล้ว
หรือมันจะบ้ากว่าเก่าก็ได้นะครับงานนี้
แต่อย่าลืมนะครับ อันคนทำผิดนั้น
ยิ่งดิ้น มันก็จะยิ่งเผยชั่ว และหมดแรงไปในที่สุด.!



         เรื่องที่ 4       
   ส่องเส้นทางเดิน เงินอุดหนุนสังฆราช   
ซับซ้อนแต่ทิ้งหลักฐาน
เงินหลวง เป็นเงินศักดิ์สิทธิ์
แถมเงินสงฆ์ยิ่งกรรมหนัก

ตามรายงานของทางราชการ
ที่ผมมีอยู่ในมือขณะนี้..ดังนี้
เงินหลวง ก้อนนี้ ได้ถูกตีเช็ค
ออกจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ในพระนาม สมเด็จพระสังฆราช
แล้วเดินทางไปที่ โรงพยาบาลจุฬาฯ
ที่ประทับระหว่างประชวร

โดยมีเจ้าคุณเทพฯ เป็นผู้รับ..
พร้อมเซ็นใบรับเงิน
จากนั้น เงินก้อนนี้ก็จะเดินทางต่อไปยังวัดบวร
เพื่อ "แปลงสภาพเข้ามูลนิธิ"
เป็นมูลนิธิที่สตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่
ได้จัดตั้งไว้รองรับโดยเฉพาะ
ที่ตนเองมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ
เรื่องนี้ ผมชี้ขนาดนี้ ระดับ DSI
หากสนใจคงไม่ยากที่จะสืบหานะครับ
ก็เห็นขยันเรื่องพระนักนี่ครับ
จะไม่สนใจบ้างหรือครับ เรื่องแบบนี้.?

                เงิน 300 ล้านบาท             
   บ่วงอาญาสวรรค์ ที่ย้อนมารัดคอ 
       แก๊งค์ทำลายศาสนาเสียเอง       

ดังนั้น ณ วันนี้ เงินหลวงกว่า 300 ล้าน
จึงกลายเป็นบ่วงอาญาสวรรค์ที่กลายเป็นกับดัก
และได้รัดคอ พญาราชสีห์
ให้ติดไว้กับหลักประหาร
เสียเอง แบบตายน้ำตื้น.!
นับวันที่มีชีวิตอยู่ต่อ ก็เพื่อรอวันพิพากษา
และรับการลงทัณฑ์ จากทหารสวรรค์
ผู้ไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม
ที่ชื่อเจ้าคุณเบอร์ลิน
ชนิดฟ้าส่งมาคู่กัน อย่างเกินคาดไปเท่านั้น
คอยดูต่อไป (นี่ไม่ใช่การขู่).!

ดังนั้น ด้วยเหตุนี้ จึงชัดเจนว่า ..
ไฟอาฆาตแค้นได้ประทุขึ้นมา และได้แผดเผา
จิตใจของพญาราชสีห์ให้เดือดดาล คลุ้มคลั่ง
หมดสภาพพระโพธิสัตว์ผู้สำรวมไปจนหมดสิ้น
ชนิดเกินควบคุมสติ อย่างรุนแรงเข้าแล้ว.!

ซึ่งทุกคนต่างก็ได้เห็น อากับกิริยา
ของพญาราชสีห์จอมโว!
ที่ขณะนี้ ได้ออกเที่ยวไล่กัดคนไปทั่ว
ซึ่งผมเองดูๆ ไปก็ไม่ต่างจาก "หมาบ้าเดือนห้า"
ที่ถูกอากาศเมืองไทยอันระอุแผดเผา
จนอาการบ้าขึ้นสมอง จึงไล่กัดคนไม่เลือกหน้า
ดังที่เห็นกันทุกวันนี้..

สิ่งที่ "พุทธอิสระ" ทำ !!!
มันไม่ใช่วิสัยพระสงฆ์ผู้ปฎิบัติดี
ที่พึงกระทำแน่นอนครับ
เช่น เมื่อฆราวาสญาติโยมที่ห่วงพระศาสนา
เขายื่นขอดีเบตอย่างบัณฑิตวิสัยพึงกระทำ
ในประเด็นที่...

"พุทธอิสระไปใส่ความสมเด็จช่วง
ด้วยเรื่องเงิน 300 ล้าน
ของพระสังฆราช และเรื่องพระลิขิต"
ที่จะจริงหรือปลอมก็ยังไม่รู้นั่นเพื่อให้ยึดหลักฐาน
ที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเขาพิสูจน์ไว้แล้ว

ตัดสินไว้แล้วว่า มันสิ้นสุดอย่างไร.?
จริงหรือมีการปลอมแปลง.?

เรื่องราว ก็จะได้ข้อยุติกันสักที
สังคมสับสนวุ่นวายมาเกินทนแล้ว
นี่อะไร วันๆ เห็นเอาแต่ผายลม
ปากพ่นกลิ่นเหม็น สำรอกสิ่งโสโครก
จนส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
โดยไม่ใส่ใจความถูกต้องชอบธรรมใดๆ
ช่างไม่สมราคาคุยเลยจริงๆ

ท่านทั้งหลายทราบไหมครับว่า..
สิ่งที่ได้รับจากการยื่นไมตรีจิต
ต่อพุทธอิสระ ของบัณฑิตฆราวาส
คืออะไร?



คือการถูก พุทธอิสระ ได้เที่ยวไล่แจ้งความ
เอาผิดฐานดูหมิ่นเหยียดหยาม
ทำให้พุทธอิสระ ได้รับความอับอายไปโน้น
ตรงนี้ ผมก็พาลจะสงสัยครับว่า
คนอย่าง พุทธอิสระนี่นะหรือที่ "รู้จักอับอาย"
ผมจะบ้าตาย คนอย่างพุทธอิสระ
รู้จักอับอายเป็นกับเขาด้วย?
เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาของแกนั้น
ใครๆ เขาก็แจ้งทั่วประเทศว่าไปแล้ว ดูๆ ไป
ก็เหมือนโลกมันชักจะผิดเพี้ยน
หมุนกลับหัวกลับหาง ผิดฝาผิดตัว
ผิดเหลี่ยมผิดมุม ไปมากแล้วละครับในทุกวันนี้
เพราะยุคนี้ เกิดมีคนหัวโล้น
รูปชั่วตัวดำ ดันลุกขึ้นมาบอกว่า..

"ตนเป็นพระ นุ่งผ้าเหลือง"

พูดเหมือนกลัวเขาไม่เชื่อว่าตนเอง
เป็นอะไรกันแน่?
เพราะนับวัน ความประพฤติ
มันตรงข้ามสวรรค์ไปทุกที!
คนหัวโล้นที่ว่านี้..
กลับมีพฤติกรรมผิดจากผู้ทรงศีลทั่วไป
เพราะวันๆ มัวแต่มานั่งกางกฎหมายโลก
ว่าจะเอาผิดใครได้บ้าง
ไม่สนกฎหมายธรรมใดๆ ดังอ้างเลย!

ดูเหมือนทุกลมหายใจ ได้แต่นั่งภาวนา
พูดแต่ภาษากฎหมาย ของชาวบ้านทั้งวันทั้งคืน.
ทั้งยังออกมาเล่นละครสวมบทบาท
อันธพาลครองเมือง เที่ยวไล่ฟ้องร้องเอาผิด
กับคนนุ่งผ้าลายไปทั่วเสียอีก.!
ส่วนคนหัวดำ ที่นุ่งผ้าลายมาวันนี้
กลับกลายเป็นผู้ทรงธรรมมากกว่า
เพราะกลับมาทำการอ้อนวอน
ขอให้คนหัวโล้น หน้าผีที่ว่าข้างต้นนั้น
ให้หันมาพูดคุยกันโดยธรรม
โดยวินัยบ้าง มันเป็นซะยังงั้น
ดูมันชักจะเพี้ยนใหญ่แล้วครับ โลกทุกวันนี้

            สรุปว่า         

ณ วันนี้ จะเห็นได้ชัดว่าภายใต้ผ้าสบง
อันสกปรกโสมม ของพุทธอิสระ
ที่สตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ ได้แอบแฝงกายหลบซ่อนอยู่
เพื่อก่อกรรมทำเข็น ต่อคณะสงฆ์
และสร้างแต่สิ่งชั่วร้ายอยู่ทุกขณะนั้น
ก็ขออย่าได้หลงผิดคิดว่า ใครเขาไม่รู้
และไม่กล้าตอแยอีกเลย.!

เพราะว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วครับ
ตื่นจากฝันยุคพวกคุณเรืองอำนาจเสียเถอะครับ
อย่าเพ้อมากไปกว่านี้เลย
เพราะความชั่วครั้งนี้นั้น "มันใหญ่มันแรงนัก"
มันก็หาปิดมิดไม่ ถึงคนไม่รู้เทวดาท่านก็เห็น
วิญญาณท่านบูรพาจารย์วัดบวร
ท่านยังไม่ยอมแน่!

ทุกอย่าง ทุกพฤติกรรมของท่าน กำลังถูกสังคม
ช่วยกันลอกคาบ จับเปลื้องผ้า
นำความชั่วออกมาประจานกันหนักขึ้นทุกวันแล้ว
และต่อนี้ไป มันก็ไม่ได้รอดพ้น
จากสายชาวบ้านไปเลยเสียแล้ว
ถามอีกรอบว่า
เรื่องราวเน่าๆ ได้ถูกนำมาประจาน
มากถึงขนาดนี้แล้ว..


  "ท่าน" ยังมีหน้าอยู่ในสังคมอีกหรือ?
      ท่านไม่อายเขาเลยหรือ?     
ทั้งท่านหลวงป้า
และท่านสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่นั่นแหละ
ส่วนพุทธอิสระผมไม่ถามคำนี้
เพราะคงเลยขั้นนี้ไปไกลแล้ว
และการที่จะคิดมาเสี่ยง จะมาแลกหมัด
กับเจ้าคุณเบอร์ลิน อีกนะครับ
ถ้า " คิดผิดคิดใหม่ได้ " นะครับ
เอาละครับ ในวันนี้ผมขอพูดฝากแก๊งค์ "หลวงป้า"
เพียงแค่นี้ ก่อนนะครับ.!
หากขืนพูดมาก อากาศมันร้อน
เกิดผมมีน้ำโหขึ้นมา โมโหแต่กับคนชั่ว
เดี๋ยวจะเบรคเอาไว้ไม่อยู่ แล้ว..
"มันจะพังกันไปหมด"
อีกอย่างเดี๋ยว "หลวงป้า"
และโยม หญิงแม่ God mother
นอกอุทร ก็อาจจะได้ร่วมกันฉลองคดีกันในคุก
ก่อนกำหนด!!
ในข้อหา เล่นแร่แปรธาตุ
โยกเงินหลวง งาบเงินอาจารย์ของตัวเอง
ไปเข้ามูลนิธิ ในข้างต้นนั้นด้วยก็ได้

ถึงตรงนี้ ผมก็ไม่อยากจะชี้ช่อง
ให้มวลคณะศิษย์ ฝ่ายกฎหมาย
ของวัดพระธรรมกาย ทั้งหลายว่า..
พวกท่านไม่สนใจ ที่จะเอาเรื่อง
โยกเงินพิศดารนี้ไปสอบถาม DSI
กันบ้างหรือว่า ..

ไอ้พฤติกรรมสุดชั่วของคณะ "หลวงป้า" นี้
ว่า..มันเข้าข่าย ฟอกเงินด้วยหรือเปล่า?
เพราะนี่มัน "จะ..จะ" ยิ่งกว่า
กรณี ของหลวงพ่อธัมมชโย
ที่โดน DSI ยัดเยียดคดี
แบบหามรุ่งหามค่ำเยอะเลย!!


     ปิดท้าย   
ยังไงๆ อันเรื่องราวสุดเน่าเหม็น
ที่ไม่น่าเชื่อว่า
"พระ และคน ที่ดูดีแสนดีในภายนอก"
นั้นแต่ทำไมจึงมีจิตใจสุดชั่วเกินมนุษย์มนาไปได้
ถึงตรงนี้ก่อนจบเมื่อกลุ่ม "หลวงป้า"
และสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ที่ผมได้สาธยายมาทั้งหมด
ในข้างต้นนั้น ถ้าได้มาอ่านเจอโพสต์ตรงนี้ของผมแล้ว
ผมก็หวังว่า "จะมีสติ" ขึ้นมาบ้าง

ส่วนเมื่อเรียกสติกลับมาแล้ว
"จะดันต่อไปให้มันพังราบไปทั้งหมด
หรือจะหยุดทำชั่ว เพื่อถอยห่างนรก"
ก็ให้เอาไปคิดเอง แก่จะเข้าโลงกันอยู่แล้ว
คงคิดดีออกมาบ้างแหละ
ขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่า
"อย่าประมาท เจ้าคุณเบอร์ลิน"
พิจารณาดูก็จะเห็นเองว่า ..
สถานการณ์ตอนนี้มันก็เหมือน
หอกที่ตัวเองเคยใช้เป็นอาวุธทิ่มคณะสงฆ์นั้น
บัดนี้..!
มันหันกลับมาจ่อที่คอหอยตนเองเข้าให้แล้ว
ยังไงๆ ผมก็ขอส่งใจช่วย
ขอให้ผ่านเทศกาลวิสาขบูชาปีนี้
ไปก่อนก็ยังดีนะ "หลวงป้า" นะ
อย่าให้เรื่องมันบานออกไปมากกว่านี้
ก่อนเวลาเลย.!

เพราะช่วงวิสาขะนั้น จะมีชาวพุทธนานาชาติ
เดินทางมาร่วมประชุมกันทั่วโลก
ถ้าขืนมีเรื่องถึงโรงถึงศาล กับเรื่องเงินๆ ทองๆ
สำหรับพระมหาเถระนิกายเคร่งๆ
อย่าง "หลวงป้า" แบบนี้ละก็..

"มันยิ่งกว่า ตายทั้งเป็นเสียอีกนะ
ผมว่า เพราะลำพังแค่ใบหน้า
ก็คงไม่รู้จะไปซุกที่ไหนดีแล้ว"

อีกอย่างปี 2559 นี้
ผู้เข้าร่วมประชุมคงได้ข้อมูลเน่าๆ
ของ "หลวงป้า" เป็นของแถมกลับไปประเทศ
ตัวเองเป็นแน่แท้ ซ้ำไอ้ที่หวัง "ส้มหล่น" นั้น
ก็อาจเลื่อนเป็นชาติหน้า..
แทนชาตินี้ก็ได้นะครับผม.!
ชาตินี้เอาคดีอมเงินสังฆราชนี้
ไปก่อนก็แล้วกันนะครับ "หลวงมนุษย์ป้า".!

โชคดีมีชัยทุกท่านครับ
เจ้าคุณเบอร์ลิน
28.04.2016
Share This:   

http://talk--secret.blogspot.se/2016/04 … er_28.html

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.