iFreeThai

#1 June 12, 2016 3:53 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

บังอาจ_รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ภายใต้รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา

บังอาจ_รู้เท่าไม่ถึงการณ์
โดย Thanaboon Chiranuvat
ภายใต้รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา การแต่งตั้งฑูต ไม่ว่า จะเป็นอุปฑูต เอกอัครราชฑูต เป็นอำนาจหน้าที่ของ หัวหน้าฝ่ายบริหาร (ประธานาธิบดี) {the Head of the Executive) หรือ เป็น อำนาจของ ฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะเจาะจง

๑. ผม ขอให้ ท่านผู้อ่าน ทั้งหลาย ไปทำ การดาวน์โหลด รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา ผ่านช่องทางของ กูเกิ้ลดอทคอม โดยพิมพ์คำว่า "U.S. Constitutional Law [LII]" ลงในช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าของ กูเกิ้ล แล้วกด ที่หัวลูกศร

๒. ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ก็จะพบกับ U.S. Constitution ทั้งหมด เรียงลำดับไปตั้งแต่ คำปรารภ หรือ Preamble ที่เป็นส่วนสำคัญ ใช้ ในการตีความ เจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา จนจบ ทุกบท ทุกตอนของ รัฐธรรมนูญ พร้อมมีคำอธิบาย ให้ท่านได้เข้าใจ

๓. เมื่อท่านผู้อ่าน ได้ทำการดาวน์โหลด รัฐธรรมนูญของ สหรัฐอเมริกา มาได้แล้ว ขอให้ ท่านพลิกไปอ่านบทบัญญัติที่ ๒ (Article 2) Section 2 (มาตรา ๒) Clause 2 (วรรคที่ ๒) ท่านจะพบกับประโยค ที่จะกล่าวดังต่อไปนี้:

"He shall have power, by and with the advice and consent of the Senate,.............provided two thirds of the Senators present concur;shall appoint ambassadors, other public ministers and consuls, judges of the Supreme Court, and all other officers of the United States, whose appointments are not herein otherwise provided for, and which shall be established by law: but the Congress may by law vest the appointment of such inferior officers, as they think proper, in the President alone, in the courts of law, or in the heads of departments."

๔. ซึ่งถอดความออกมาเป็นภาษาไทย คงได้ความว่า:

"ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา มีอำนาจ, โดย และ ด้วยคำแนะนำ และ ความยินยอมของสภาซีเนต,..............นอกจากได้รับมติของเสียงจำนวนสองในสามของ สมาชิกสภาซีเนตที่มีตัวอยู่ในสภานั้น ในขณะนั้น เห็นชอบด้วย, เขา (ประธานาธิบดี) เป็นคนแต่งตั้งฑูตานุฑูต, และพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ (รัฐบาลกลาง) ในส่วนอื่นๆ และบรรดากงศุล, ผู้พิพากษาของศาล Supreme Court (ศาลรัฐธรรมนูญ),และ พนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐฯ, ซึ่งการแต่งตั้งนั้น ไม่ได้บัญญัติไว้ ในกฎหมายนี้, และ จะต้องตั้งแต่งตามกฎหมาย, แต่สภาผู้แทนราษฎร อาจ ให้อำนาจ การแต่งตั้งเจ้าพนักงานของ รัฐในตำแหน่ง ที่ต่ำกว่า เป็นอำนาจของ ประธานาธิบดี เพียงคนเดียว, เมื่อสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่า เป็น เรื่องที่เหมาะสม,แม้แต่เจ้าหน้าที่ ในศาลยุติธรรม, หรือ หัวหน้า หน่วยราชการต่างๆของ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ."

๕. เมื่อเรา ได้อ่าน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญของ สหรัฐอเมริกา ในบทบัญญัติที่ ๒ (Article 2) มาตราที่ ๒ (Section 2) วรรคที่ ๒ (Clause 2) ที่ผม ได้ทำการถอดความเป็นภาษาไทย โดยตลอดแล้ว ท่านจะเห็นได้ว่า การที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา จะแต่งตั้งผู้ใด ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งในการบริหารราชการในรัฐบาลกลาง (the Federal Government's Bureau), บรรดาอุปฑุต, เอกอัครราชฑูต ทั้งหลาย

๖. กงศุล และ บรรดาผู้พิพากษาในศาล Supreme Court (ศาลรัฐธรรมนูญ) รวมทั้งในบรรดาหน่วยงานที่ต่ำกว่า เราต้องดูด้วยว่า สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกกฎหมาย ในเรื่องนั้นๆว่าอย่างไร? ให้เป็น อำนาจหน้าที่ โดยเฉพาะเจาะจง ในการแต่งตั้งเป็นของ ประธานาธิบดีหรือไม่? ด้วย ยกตัวอย่างเช่น นายไปรษณีย์ ในสหรัฐอเมริกา หรือ การแต่งตั้ง Justice of Peace ที่เคย มี กรณีพิพาทกันมา แล้ว จนคดี ขึ้นไปสู่ ศาล Supreme Court ต้องมาตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เช่นคดี Marbury v. Madison, 5 U.S. 137 (1803); Myers v. United States, 272 U.S. 52 (1926) ect.

๗. สำหรับในเรื่อง การแต่งตั้ง บรรดาอุปฑูต, เอกอัครราชฑูตต่างๆ นั้น จะเห็นว่า รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา ให้อำนาจในการแต่งตั้งบุคคลใดๆ เข้าดำรงตำแหน่ง เป็นอำนาจของ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็จริงอยู่ แต่ต้องได้รับคำแนะนำ และ ความยินยอมของสภาซีเนต โดยต้อง ได้รับ มติเห็นชอบ จากสภาซีเนต เป็นคะแนนเสียงถึง สองในสามของ สมาชิกสภาซีเนต ที่มีตัวมาประชุมอยู่ ในวาระนั้นๆ

๘. จึงเห็นได้ จากการอ่าน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญของ สหรัฐอเมริกาในบทบัญญัติ และ มาตรานี้ ว่า มีการใช้ หลักการแบ่งแยกอำนาจ หรือ The Separation of Powers โดยแน่ชัดในระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ และ อำนาจบริหาร และ

๙. เมื่อ การจะเข้า ดำรงตำแหน่ง เป็น อุปฑูต และ/หรือ เอกอัครราชฑูต เป็นเรื่องการเลือกสรร บุคคล เข้ามา ดำรงตำแหน่ง แบบเข็มงวด กวดขันกว่า ในประเทศอื่นๆ เช่นที่ปรากฏตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของ สหรัฐอเมริกา อย่างที่ท่านผู้อ่าน ได้เห็นแล้ว

๑๐. เมื่อบุคคลใดๆ ที่จะเข้าดำรงตำแหน่ง เป็น อุปฑูต และ/หรือ เอกอัครราชฑูต ได้ผ่านกระบวนการมา ครบถ้วน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของ สหรัฐฯ แล้ว การใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคล เป็น อุปฑูต และ/ หรือ เอกอัครราชฑูต จึงเป็นการใช้อำนาจ อธิปัตย์ของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการแต่งตั้ง บุคคล เข้ามา เป็น อุปฑูต และ/หรือ เอกอัครราชฑูต โดยแน่ชัด อย่างที่เถียง ไม่ได้

๑๑. เพราะฉะนั้น การที่จะมีบุคคล สองสามคนที่จัดว่า เป็น ผู้มีชื่อเสียง และ มีประสบการณ์ในการเป็น สมาชิกรัฐสภาไทย ในอดีต (Legislatures) จะไปใช้อำนาจของ ตัวเอง (โดยส่วนตัว) ไปขับไล่ เอกอัครราชฑูตของ สหรัฐอเมริกา ให้กลับไป ประเทศเขา ทั้งๆที่เขาได้มอบสารตราตั้ง (Credential Letter) แก่ ฝ่ายประเทศไทยไป เรียบร้อย ตามแบบพิธีการ อย่างนี้แล้ว จึงเกิดเป็นคำถามกลางใจคนไทย อีกมากหลาย ที่เป็น ผู้รู้ ในเรื่องเหล่านี้ ที่เป็นเรื่องสำคัญ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญว่า:

๑๒. ท่านทั้งสอง ที่่ผมได้กล่าวถึงนั้น ในบทความ ตอนที่แล้ว เข้าไปกระทำการ อันเป็นการ ก้าวก่าย ในกิจการภายในของ ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือไม่? นี่มิใช่เรื่องเล็กๆ เลย ที่เรา จะมาว่ากล่าวกัน เป็น เรืองเล่นๆ เหมือน "เด็ก เล่น ขายของ" ไม่ได้ เป็นเรื่อง ที่กระทบ ต่อ ความสัมพันธ์ในระหว่างสองประเทศ (ประเทศไทย และ ประเทศสหรัฐอเมริกา) เมื่อเรา ได้ทำ การวิเคราะห์ เจาะลึกลงไปใน เนื้อหาของ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่เป็นตราสาร ที่สำคัญของ ชาติ ที่ผมนำมาแสดงให้ดูนี้แล้ว

๑๓. การที่มีบุคคลสองสามคนที่จัดว่า เป็น ผู้มีชื่อเสียง และ มีประสบการณ์ในการเป็น สมาชิกรัฐสภาไทย ในอดีต (Legislatures) หากเราคนไทย จะมีนักนิติบัญญัติ ที่มีภูมิรู้เพียงแค่ "หางอึ่ง" เท่านี้ ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน ให้เข้าไป เป็นตัวแทนของเรา เพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติ ในรัฐสภา


๑๔. จึงนับได้ว่า เป็นดรรชนี ที่ชี้ภูมิรู้ของ ประชาชน ในประเทศโดยรวมว่า "เรา มีได้เพียงแค่ นักแสดง (Actors) เท่านั้น ที่เข้าไป เป็น ผู้แทนของราษฎร ของเรา" จึงเป็น "เรื่องที่กล่าวได้ว่า "เสียข้าวสุก เปลืองข้าวสาร" ตามคำพังเพยโบราณของไทย เป็นอย่างยิ่ง

๑๕. นี่เป็นเพียง การวิเคราะห์ หาเหตุ และ ผล ตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น เรายังต้องมา วิเคราะห์ เจาะลึก ลงไป ในกฎหมาย อันมีที่มาจากสนธิสัญญา (The Rules of Law derives from Treaties), ตาม กฎหมายธรรมเนียม ประเพณี ปฏิบัติ ระหว่างประเทศ (The Customary Rules of International Law) และ กฎหมายระหว่างประเทศ (International Law) กันต่อไป ในบทความตอนที่จะได้กล่าวถึง ในคราวหน้า

ก่อนจะจากกันไป ผมในฐานะผู้เขียน อยากฝาก ข้อคิดไปยัง ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ตามคำพังเพยโบราณว่า: "กลอง จะมีเสียง ดังขึ้นมาได้ ก็ต้องมี คนมาตี แต่ถ้ากลองใบใด ดังขึ้นมาเอง โดยปราศจาก คนตี โบราณท่านว่า ไว้ว่า กลองที่ว่านี้ เป็นกลองอัปปรีย์ ต้องเอาไปไว้วัด"........... (มีต่อ)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.