iFreeThai

#1 July 16, 2016 4:21 AM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

ksd2SvR.jpg

บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี
โดย จักรภพ เพ็ญแข

ตุรกีมีอะไรคล้ายกับไทยหลายอย่างครับ แต่สิ่งที่แตกต่างมากในขณะนี้คือ ทหารในกองทัพก่อการรัฐประหารแล้วล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และกลายเป็นกบฏเสื้อเขียวถูกเอาตัวไปเข้ากรงขังแล้วหลายพันนายและนาง รวมทั้งอดีตผู้บัญชาการทหารบกที่มีข่าวลือว่าถูกยิงหัวจนด่าวดิ้นไปแล้วด้วย

หากจะถามว่า ทำไมการก่อกบฏในบางประเทศจึงสำเร็จ และทำไมในตุรกีครั้งนี้จึงล้มเหลว จนกลายเป็นนักโทษไปตามๆ กันในบัดนี้นั้น ผมขอคุยสั้นๆ เพื่อให้อ่านกันทันใจดังนี้ครับ:

1. ตุรกีมีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างผู้นำศาสนาอิสลามกับผู้นำทหารฝ่ายฆราวาส หรือเรียกแบบไทยง่ายๆ ว่า ทะเลาะเบาะแว้งและแก่งแย่งอำนาจกันมานานระหว่างทางโลกและทางธรรม ฝ่ายโลกหรือฆราวาสนั้น ไม่ต้องการให้ตุรกีกลายเป็นรัฐศาสนาเหมือนอิหร่าน เพราะรู้ดีว่า ผู้นำแบบนี้จะอ้างพระผู้เป็นเจ้ามาข่มขู่มนุษย์เราเอาได้ง่ายๆ เพียงเพื่อให้มีอำนาจเหนือหัวมนุษย์คนอื่น ฝ่ายทหารในอดีตจึงเข้ายึดอำนาจหลายครั้งจนฝ่ายศาสนารวมสังขารไม่ติด แต่การกบฏครั้งล่าสุดที่เจ๊งไม่เป็นท่าไปแล้วนั้น เกิดขึ้นกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและได้รับความนิยมจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และใช้ความเป็นประชาธิปไตยนั่นเองลดอิทธิพลของฝ่ายศาสนจักรลงเป็นลำดับมา ถึงแม้ระบอบของประธานาธิบดีเออร์โดกันจะมีความผิดพลาดบกพร่องในหลายเรื่อง ชาวตุรกีเขาก็ยังสรุปว่า คนที่ตนเลือกตั้งมากับมือ ยังดีกว่าพวกมนุษย์ตัวเขียวที่เข้ามารวบอำนาจอย่างหน้าด้านๆ เพราะพวกนี้ไม่มีความถูกต้องชอบธรรมอะไรเลย และต้องหาเรื่องฝ่ายประชาชนเรื่อยไป เพื่อจะยืด



อำนาจผิดๆ ของฝ่ายตัวเองออกไปจนสิ้นเวร





เราสรุปบทเรียนบทที่หนึ่งได้ว่า เมื่อรัฐบาลเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตย รู้จักปรับปรุงตัวเองจนลดความบกพร่องลง จะไม่มีระบอบเผด็จการทหาร หรือเผด็จการศาสนา หรือเผด็จการไสยศาสตร์หน้าไหนจะอ้างความชอบธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ทั้งนั้น เพราะมวลชนจะร่วมสู้กับพวกที่คิดทำลายลงจนสิ้นซาก อย่างที่เราเห็นในตุรกีขณะนี้

2. ฝ่ายทหารในตุรกี ไม่มีใครที่มีอำนาจสูงกว่าคอยชักใยอีกต่อหนึ่ง ทหารคือทหาร ไม่ใช่ยามเฝ้าบ้านของใครโดยเฉพาะ เมื่อทหารเกิดคิดสั้น อยากเข้าสู่อำนาจโดยไม่มีใครเขาเชิญ และก่อรัฐประหารขึ้น ทหารกลุ่มนั้นก็จะต้องกระเสือกกระสนเอาตัวรอดทางการเมืองเอาเอง ไม่มีใครมาคอยแก้ผิดให้เป็นถูก หรือไปกวาดต้อนพรรคพวกของตนมาประท้วงสร้างเงื่อนไขให้ทหารยึดอำนาจได้ง่ายขึ้น ระบอบในตุรกีจึงเป็นเรื่องของ ระบอบทหาร ชนกับ ระบอบที่ประชาชนเห็นว่าเป็นประชาธิปไตยกว่า ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่าง ระบอบทหารรับจ้างที่รับใช้แต่เจ้านายของตนเอง กับ ระบอบประชาธิปไตย แต่อย่างใด

บทเรียนข้อ 2 คือ รำคาญหมาก็ต้องเอาเรื่องกับตัวเจ้าของหมา ไม่ว่าจะเป็น เจ้าของเก่า หรือ เจ้าของใหม่ ก็ตาม

3. ประธานาธิบดีเออร์โดกันเป็นขั้วอำนาจหลักในตุรกีก็จริงอยู่ แต่เขายังมีนายกรัฐมนตรียิลดิรีมในทีมเดียวและเป็นอีกขั้วหนึ่งที่บริหารงานผ่านคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะ ทำให้เขาสามารถแยกบทบาทและร่วมรับมือกับกบฏเขียวพวกนี้ได้อย่างมั่นคง นี่คือสิ่งที่เราควรต้องศึกษาและพิจารณาอย่างจริงจังการสู้กับเครือข่ายเชื้อชั่วไม่มีวันตายนั้น เราจะต้องวางโครงสร้างทางอำนาจในฝ่ายประชาชนอย่างไร หัวเดียวกระเทียมลีบอย่างที่เคยนั้น เพียงพอหรือไม่ในการรับมือกับสัตว์ร้ายหลายหัวแบบในเทพนิยายกรีก

บทเรียนที่ 3 จึงสรุปได้ว่า บริษัทกับประเทศ (รัฐ) มีความแตกต่างกันมาก โครงสร้างและระบบที่วางไว้ทำงานย่อมต้องสะท้อนความแตกต่างกันนี้ด้วย

ตอนนี้เราจะหยุดไว้ตรงนี้และติดตามเหตุการณ์กันต่อไปนะครับ....

จักรภพ เพ็ญแข
16 ก.ค. 2559

tEGGzNa.jpg

Offline

#2 July 16, 2016 7:40 AM

pornchai
Member
Registered: August 10, 2015
Posts: 595

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

รอคนตายกับฆ่าคนตายอย่างตุรกี คนไทยใจไม่ถึงอย่างตุวรกี หรือ เพราะผู้นำ ฝ่าย ปชต แบ่งกันหลายก๊ก หรือ คนไทยส่วนมากโง่ที่ยอมให้ทหารยึดอำนาจง่ายๆ หรือ มัวแต่เล่นลิเก ยอมเสียเวลาไปเพราะต้องปรองดองเพราะเสี่ยงเกินไป ทั้ง งง และโง่ ไม่มีปัญญาคิดว่าเพราะอะไร คงตายก่อนเห็น ปชต ไม่มีนามสกุล

Offline

#3 July 16, 2016 8:08 AM

ฮางืด
Member
Registered: September 13, 2015
Posts: 349

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

เห็นคลิปนี้แล้วสะใจ

https://www.facebook.com/10000564205829 … 046104926/

Offline

#4 July 16, 2016 12:34 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

http://thaienews.blogspot.com/2016/07/blog-post_91.html + *added

วันเสาร์, กรกฎาคม 16, 2559

คณะรัฐประหารตุรกีโง่ หรือ...

13707754_1047117145385034_7057638913400054722_n.jpg

"คณะรัฐประหารตุรกี โง่"

ทำไมไม่ไปเจรจากับพี่ชายของนายกรัฐมนตรี หลอกพี่ชายว่าจะให้สมประโยชน์ ..เดี๋ยวได้กลับบ้าน ละ ..เราพวกเดียวกัน..มีนาย...คนเดียวกัน..เปิดทางให้รัฐประหารตามแผนของเรา ฝั่งมันเดี๋ยวไล่ไปบวช ...ส่วนประชาชนที่ตายเดี๋ยวเสื้อแดงก็ลืม ให้พี่ชายกล่อม(ตอแหล)หน่อยเดี๋ยวก็เงียบ ไม่เงียบก็ให้ แบบปราบยาเสพติดเลย..แต่ตอนนี้เปิดทางให้รัฐประหารหน่อย อย่าเอามวลชนจัดตั้ง(ที่ตาม นปช. นักไฮปารค์ อาชีพ ที่ รับตังค์ท่าน)มาขวาง ...แค่เนี่ย  สบาย บรือ มันโง่ ทำไมทำอย่างงี้ *

ทำไมไม่เกณฑ์ม็อบออกมาปิดถนนลากยาว 6 เดือน

ทำไมไม่พาบรรดาหมอ พยาบาล ออกมาไล่รัฐบาล

ทำไมไม่พาดารา ห้อยนกหวีดลายธงชาติขึ้นเวที

ทำไมไม่ส่งผู้นำศาสนา ออกมาถือพัดขงเบ้งไล่ปิดถนน ยิงคนที่แยกต่างๆ

ทำไมไม่พาอดีตกำนัน นักการเมืองชั่วออกมาชุบตัวเป็น "ลุงกำนัน" นำมวลมหาประชาชนต่อต้านรัฐบาล

ทำไมไม่สร้างวาทกรรม "คนดี" รักชาติ ปกป้องแผ่นดิน เกลียดคอร์รัปชัน

ทำไมไม่สร้างผี ระบอบ "เออร์โดกัน" ให้พวกคนในกรุงอังการ่า กลัวและออกมาไล่

ทำไมไม่สร้างวาทกรรม 300,000 เสียงในกรุงอังการ่า มีค่ามากกว่า 15 ล้านเสียงของพวกต่างจังหวัด

ทำไมไม่บอกว่า "ประชาธิปไตยมีแต่การโกงกิน"

ทำไมไม่เผาห้าง แล้วโยนความผิดให้ผู้ชุมนุม จะได้เอาสไนเปอร์ส่องหัวเรียงตัว แล้วบอกว่า "มีผู้ก่อการร้าย" ปะปนกับผู้ชุมนุม

ทำไมไม่ให้โฆษกกองทัพทำ "ผังล้มพระเจ้า"

ทำไมใช้คำว่า "รัฐประหาร" แทนที่จะใช้คำว่า "คืนความสุข" คนบางกลุ่มจะได้ออกมาฟิน น้ำตาไหล ที่ทหารเข้ามายึดอำนาจ

ทำไมไม่ประกาศกฎอัยการศึก แล้วเชิญแกนนำทุกฝ่ายไปประชุมแล้วค่อยอุ้มเข้าค่ายก่อนยึดอำนาจ

ทำไม.........ไม่มาดูงานที่ประเทศไทย ก่อน

@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
16 กรกฎาคม 2559


13707785_1047137908716291_1571203579085100333_n.png

น่าสงสารเขานะครับ

@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
16 กรกฎาคม 2559

...

หรือ...

CnfO2zGVYAEg7i6.jpg
KktXDVnS_normal.jpg @Patshaya_M
อ.สุรชาติวิเคราะห์ไว้ใน #voicenews คนกล้าต้านรัฐประหารตุรกีเพราะคิดว่าอยู่กับรัฐบาลที่มีปัญหาดีกว่าอยู่กับรัฐบาลทหาร
8:06 PM - 16 Jul 2016
  70 70 Retweets   46 46 likes

.....

“I don’t support Erdoğan, but I don’t want the military to take away our democracy,” said Najdat, a 50 year old government functionary. “We have seen them before, and we have waited for democracy for 30 years.”

ที่มา https://www.theguardian.com/…/turkey-co … military-…

ในขณะที่ประเทศไทยเอาประชาธิปไตยไปใส่พานถวายให้ทหาร
หลังจากนั้น 3 ปี ประชาชนก่่นด่าแต่ทำห่าอะไรทหารไม่ได้เลย
เพราะเอาอำนาจอธิปไตยของคนไทยไปให้ทหารหมดสิ้น


หยุดดัดจริตประเทศไทย

16 กรกฏาคม 2559

13669088_1047078655388883_8638242508225334129_n.jpg


ที่มา FB
12512227_970191726410910_8513498384427340376_n.png?oh=365b42c0e09771b4fbd8b822569dad68&oe=582AF4BF
หยุดดัดจริตประเทศไทย

...

http://www.thairath.co.th/content/665552

'ตู่' ชี้ ปชต.ที่สมบูรณ์ ปชช.ต้องเป็นใหญ่ ไม่ใช่ คสช.                 
10:30 PM - 16 Jul 2016   dog   *นายให้เล่นบทนี้ก่อน หลังจาก..นาย โง่แล้ว โง่เลย...เหรอ...คนเลย.ตาสว่างเมื่อเห็น..สันดานปรากฏ


EyWwB5WU57MYnKOuh6XajcMNY3CgKu8VPVeYyHmW7WRytxBaHXkO5A.jpg

Last edited by linc49 (July 16, 2016 12:42 PM)

Offline

#5 July 16, 2016 12:57 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 7,123

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

ขาดไปคนนึงครับ   ตัวเอ้  ไอ้เหี้ยไง   ท่าน linc49

Offline

#6 July 17, 2016 5:53 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี ตอนที่ 2 (17 ก.ค. 2559)
โดย จักรภพ เพ็ญแข

ความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของ "กบฏเสื้อเขียว" ซึ่งผมแปลความหมายออกมาได้ว่า ทหารผู้ทรยศต่อประชาชน ในตุรกี หลังจากที่พยายามก่อรัฐประหารได้เพียง 24 ชั่วโมงนั้น เป็นกำลังใจอย่างยิ่งของมวลชนที่ถูกทหารของเราเอง เอาอาวุธจากเงินภาษีของเราเอง มาข่มขู่บังคับเราทั้งหลายให้อยู่แทบเท้าของเขา ด้วยท่าทีของกุ๊ยอันธพาล แต่สาระที่สำคัญพอๆ กับกำลังใจ คือบทเรียนและความรู้ที่เราสามารถนำเรื่องนี้มาใช้ได้ในอนาคตอันใกล้

ผมจึงขอเล่าในตอนที่ 2 นี้เพื่อต่อเติมว่า เราจะเรียนรู้และใช้ประโยชน์อย่างไรจากสถานการณ์ตุรกีรอบนี้:

1. ในห้วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงของการก่อกบฏ มีคนตุรกีตายถึง 181 คน ในจำนวนนี้เป็นทหารที่ก่อกบฏเองถึง 104 นาย แปลว่าประชาชนจริงๆ ต้องสูญเสียชีวิตไปถึง 77 คน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในจำนวนทหารที่ตาย 104 คนนี้ ตายจากน้ำมือของกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเพียง 48 นาย แล้วอีก 56 คนถูกใครฆ่าเล่า? ผมคุยกับเพื่อนข้าราชการ นักการเมือง และสื่อมวลชนตุรกีแล้วจึงประมวลได้ว่า ทหาร 56 คนตายจากน้ำมือของฝูงชนที่โกรธแค้นอย่างหนักที่ทหารหยิบมือเดียวมาทำการก้าวร้าวต่อระบอบประชาธิปไตยของตุรกี ประชาชนเหล่านี้จึงแย่งเอาอาวุธของทหารเองมาต่อสู้กับทหารด้วยจำนวนคนที่มากกว่า มีข่าวด้วยว่าประชาชนบางส่วนเอาอาวุธปืนสั้นส่วนตัวออกมาเผชิญหน้ากับทหารที่พวกเขาถือว่าทรยศต่อมวลชนด้วย ท้ายที่สุดทหารที่หมดใจก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอด คนที่รอดก็ถูกจับทั้งหมด ขณะนี้ยอดผู้ต้องขังสูงที่เป็นทหารกบฏล้วนๆ มากกว่า 2,800 คนแล้ว และยังไม่รู้ว่าชะตากรรมต่อไปจะเป็นอย่างไร

มวลชนตุรกีคิดว่า ทหารที่เข้าร่วมก่อรัฐประหาร ไม่ว่ายศเล็กหรือยศใหญ่ ล้วนมีความผิดทั้งนั้น เขาไม่ยอมรับคำกล่าวอ้างว่า "นายสั่งมา" หรือ "ทหารมีวินัยและไม่สามารถเลี่ยงคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้" เพราะเขาถือว่า ทหารแต่ละคนย่อมมีสมอง มีหัวใจ และมีพ่อแม่พี่น้องเหมือนคนอื่นๆ ย่อมคิดว่าได้เองว่า คำสั่งให้ฆ่าประชาชนด้วยกันนั้น เป็นคำสั่งที่ผิดและสั่งโดยคนเลว หากยอมทำตาม ก็ถือว่าเชื่อฟังโจรและมีความผิดฐานเป็นลูกน้องโจร หากตัวเองเลี่ยงคำสั่งโจรไม่ได้ก็ต้องหนีทหาร เหมือนทหารในตุรกีเมื่อคืนนี้ เพื่อไม่ต้องทำผิด แต่ถ้าไม่หนี ทนยืนอย่างสัตว์ให้เขาลงปฏักและยอมทำงานรับใช้โจรอยู่อย่างนั้น ก็สมควรจะถูกลงโทษทั้งทางกฎหมายและจากมวลชน เหมือนทหารกบฏที่ถูกสังหารและถูกกระทำการเหยียดหยามหลายอย่าง เช่น ถูกเอาอุจจาระมาป้ายหัวที่สถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ตุรกีกันทั้งกองร้อย บังคับให้ทหารถอดหมวกเหล็กเพื่อให้เข้าใจความรู้สึกมวลชนที่กลัวถูกยิงหัว ช่วยกันยึดอาวุธของทหารเอาไว้เลย เป็นต้น เราคนไทยต่างไม่ชอบเรื่องความรุนแรง แต่เหตุการณ์ในตุรกีควรทำให้เราคิดว่า เมื่อถึงเวลาแล้ว เราจะรับมืออย่างไรกับผู้ที่เข้ามารุกรานและละเมิดสิทธิของเราอย่างรุนแรงก่อน เราไม่มีสิทธิที่จะป้องกันชีวิตของเราและคนที่เรารักหรอกหรือ?

2. ได้เล่าในตอนที่ 1 ไปบ้างแล้วว่า คณะผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งของตุรกี เขาแบ่งบทบาทรับมือกับคณะกบฏเมื่อคืนนี้ได้ดีเหลือเกิน

ประธานาธิบดีเออร์โดกันทำหน้าที่ซ่อนตัวในที่ลับและออกมาประกาศมาตรการต่อต้านต่างๆ อยู่เป็นครั้งคราว จนควบคุมสถานการณ์ได้เกิน 80% จึงออกมาปรากฎตัว ในขณะที่นายกรัฐมนตรียิลดิรีมวางงานข้ามช็อตไปสู่อนาคต ด้วยการประกาศว่า ผู้ร่วมก่อการในครั้งนี้ต้อง "ได้รับผลอย่างหนัก" (".... to pay heavy price ...") และเอาจำนวนผู้เสียชีวิตที่ประกาศอยู่ตลอดมาเป็นมาเป็นฐานความผิดของผู้ก่อการ ซึ่งทำให้กระบวนการยุติธรรมเพื่อเอาผิดกับกบฏเหล่านี้เริ่มต้นทำงานแล้วในทันที

การต่อสู้ทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพทุกแห่ง เขาต้องตีเหล็กเมื่อร้อนทั้งนั้น การปล่อยให้เวลาผ่านไปเป็นแรมเดือนแรมปีจึงมาเอาผิดกัน โดยอาจหวังให้ผู้คนลืมอะไรๆ ไปเสียบ้างนั้น ย่อมทำให้ข้อเท็จจริงต่างๆ รวมทั้งความรู้สึกนึกคิด กระแสสังคม และพยานหลักฐานแทบทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด ท้ายที่สุดก็ใช้วิธีลืมกันไปแบบมักง่าย ทำให้ไม่มีอะไรเหลือไว้ต่อสู้ในทางประวัติศาสตร์และสานต่อไว้ในกระบวนการยุติธรรม เรื่องนี้ขอให้ดูตัวอย่างตุรกีเอาไว้ให้มากนะครับ

3. ไม่ทหารเท่านั้นที่โดน ผู้พิพากษาอีก 2,745 คนก็ถูกปลดกลางอากาศในคราวเดียวกัน ทำให้เราควรมองอย่างเอาใจใส่ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่ตุรกี

ความจริงทั้ง 2,745 คนก็มิใช่ผู้พิพากษาทั้งหมด มีผู้พิพากษาศาลฎีกา 188 คนและผู้พิพากษาศาลรองลงมาอีกในราว 800 คน ที่เหลือเป็นอัยการ ผมรีบถามพรรคพวกในตุรกีว่าเกิดอะไรขึ้น เขากลับย้อนกลับอย่างขำๆ เพราะเป็นเพื่อนกันว่า อยู่เมืองไทยยังต้องมาถามเขาในเรื่องนี้อีกหรือ ก็โจรในชุดครุยเหล่านึ้นี่เอง ที่คอยรับใช้เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับเผด็จการ ในแบบเนติบริกร หาช่องกฎหมายให้เขาเหาะขึ้นไปอยู่เหนือหัวของประชาชนได้อย่างถูกกฎหมาย เมื่อจะกวาดล้างทั้งที ทำไมไม่เอาหมดทั้งรังปลวกเลยเล่า? ตุรกีเที่ยวนี่จึงน่าดูชม นอกจากทหารแล้วยังมีผู้พิพากษา องค์กรอิสระ นักวิชาการ ดารานักแสดงที่รับเงินขึ้นไปช่วยโฆษณาชวนเชื่อหลอกประชาชนให้กับทหารอยู่บนเวที และยังมีคนต่างๆ อีกมากมายหลายวงการ เพราะเขาถือกันว่าคนเหล่านี้รวมตัวกันเป็นซ่องโจร ต่อให้คนกวาดพื้นในซ่องโจรนั้นก็ต้องถือว่ามีความผิดด้วย

มันส์ไหมล่ะครับพระเดชพระคุณ?

จักรภพ เพ็ญแข
17 ก.ค. 2559


VHV8snG.jpg

Offline

#7 July 17, 2016 5:58 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

คสช.จวก นักการเมืองโหนกระแส เทียบ รปห.ตุรกี ซัดพวกหน้าเดิมความคิด ไม่สร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีนักการเมืองบางคนได้มีการหยิบยกกรณีประเทศตุรกีมาอ้างถึง ว่า ขอไม่ก้าวล่วงออกความเห็นที่นอกกรอบ จากประเทศไทย ตนมองว่ายังมีนักการเมืองแบบเก่าๆ บางคนอาศัยเหตุการณ์ของประเทศอื่นมาเปรียบเทียบ ซึ่งก็สังเกตได้ว่ามีแต่กลุ่มบุคคลเดิมๆหน้าเดิมๆ ไม่มีอะไรที่ใหม่และเกิดความสร้างสรรค์ให้กับประเทศ พร้อมทั้งเชื่อว่าสังคมส่วนใหญ่มองออกในเจตนาที่กลุ่มคนเหล่านั้นได้ทำอยู่ และเชื่อว่าในสังคมภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่วนใหญ่เข้าใจโดยทั่วกันว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้เผชิญในช่วงที่ผ่านมานั้น ค่อนข้างแตกต่างกับประเทศอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ซึ่งบางคนอาจลืมไปแล้ว

“โดยทั่วไปการจะเปรียบเทียบในเรื่องต่างๆ กับใครก็ควรดูที่บริบทความแตกต่างทางสังคมด้วย ไม่ใช่พยายามเพียงจะอาศัยกระแสข่าวไปให้ข้อมูลในลักษณะขาดองค์ประกอบ เพื่อหวังชี้นำสังคม หรือพยายามสร้างความสับสนให้คนอื่นๆ ได้คล้อยตามแบบมีนัยยะ” พ.อ.วินธัย กล่าว
http://www.matichon.co.th/news/215163
   
RZZHLmP.jpg

เห็นไหม? "นักรัฐประหารมืออาชีพ" มันต้องทำแบบนี้ปฏิบัติข่าวสารหาว่าคนนั้นคนนี้ปลุกระดม บอกว่าคนอื่นจะสร้างความวุ่นวาย ทั้งๆที่พวกที่ดิ้นคือ "พวกมัน" "ฝนที่ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้"

Offline

#8 July 17, 2016 8:44 PM

pornchai
Member
Registered: August 10, 2015
Posts: 595

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

จะได้เห็นไหม รัฐบาลไทยสั่งโละ ผู้พิพากษา อัยการที่ทำหน้าที่ เนติบริกรยัดเยียดความอยุติธรรม ให้ ปชช หากฟ้าสีทองเมื่อไหร่อยากให้ตั้งศูนย์ร้องเรียนที่ยุติธรรม ไม่ใช่ศูนย์ร้องเรียนแบบปัจจุบันที่ผู้ร้องเรียนกบับถูกทั้งปลอบทั้งขู่ บางรายถูกเป็นผู้ต้องหาเสียเองเพียงเพื่อ เอาใจนายแต่ไม่สนใจหลักกฎหมาย ความยุติธรรมและความถูกต้อง

Offline

#9 July 18, 2016 1:43 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 7,123

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

ได้เห็นแน่ คุณ pornchai  เร็วๆนี้

Offline

#10 July 18, 2016 5:43 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี ตอนที่ 3-จบ (18 ก.ค. 2559)
โดย จักรภพ เพ็ญแข

"เราจะกวาดล้างเชื้อไวรัสให้สิ้นซาก" นี่คือคำประกาศกร้าวครั้งแล้วครั้งเล่าจากปากของ ไทยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ผู้นำแนวร่วมมวลชนจนเอาชนะทหารกบฏที่ก่อการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้งได้สำเร็จ "ไวรัส" ที่เขาเอ่ยถึง ในขณะนี้ถูกจับกุมคุมขังเป็นจำนวนถึงกว่าหกพันแล้ว ในจำนวนนึ้เป็นทหารอย่างเดียวถึงราวสามพันคนและเป็นนายทหารชั้นนายพลถึงประมาณ 100 คน ตำแหน่งอย่างที่ในเมืองไทยเราเรียกว่า ห้าเสือกองทัพบ้างอะไรบ้าง รวมทั้งแม่ทัพภาคและผู้บัญชาการกองพลระดับเมืองหรือจังหวัดล้วนตกอยู่ในสภาพผู้ต้องขังไปหมดแล้วทั้งสิ้น

ผมติดตามเหตุการณ์ในตุรกีไปพร้อมกับเหตุการณ์ก่อการร้ายอันทารุณยิ่งที่เมืองนีซของฝรั่งเศส เหตุฆ่าตำรวจในสหรัฐฯ ทั้งที่ดัลลัสและล่าสุดที่บาตองรูชในหลุยส์เซียน่า ตลอดจนการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันที่คลีฟแลนด์เพื่อเลือก โดนัลด์ ทรัมพ์ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคนั้นในตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ แต่เรื่องของกบฏตุรกีขณะนี้มีประโยชน์ต่ออนาคตของเรามากที่สุด และผมก็ได้เขียนเรื่องนี้มาแล้ว 2 ครั้งใน 2 วันที่ผ่านมา วันนี้ขอเขียนเป็นตอนจบ เพื่อสรุปบทเรียนเอาไว้ใช้ ซึ่งผมเชื่อว่าคงจะได้ใช้ไม่นานนักนี้

ขอว่าไปเป็นข้อๆ เหมือนเดิมนะครับ จะได้โปร่งตาอ่านง่ายหน่อย





1. ท่านจะได้ยินผู้มีอำนาจในไทยทยอยกันออกมาพูดว่า อย่าเอาไทยไปเปรียบกับตุรกี เพราะไทยไม่เหมือนใคร คำพูดนี้ออกจากจากหัวใจท่ีกำลังกลัวอย่างหนักของคนที่รู้ว่าแพกำลังจะแตก เป็นการพูดปลอบใจตัวเองและพรรคพวกเท่านั้นเอง เหตุการณ์ในตุรกีครั้งนี้นำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ไทยได้โดยตรง และเปรียบเทียบได้ในหลายมิติ มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยสามารถนำบทเรียนตุรกีมาใช้ได้อย่างค่อนข้างตรง โดยผมจะยกตัวอย่างสั้นๆ ดังนี้:

- เมื่อทหารหรือฝ่ายความมั่นคงก่อกบฏ ประชาชนมีสิทธิที่จะจ้องเอาอำนาจนั้นคืนเมื่อได้จังหวะดี และกระทำการ "มวลชนจับกุม" หรือ citizen's arrests ได้ในทันทีที่มีโอกาส

- ทหารไม่มีสิทธิก่อรัฐประหาร สิ่งเดียวที่ทำให้เกิดขึ้นได้คือ 1) อาวุธยุทโธปกรณ์และวิธีทหาร 2) การตอกย้ำเรื่องวินัยทหารจนผู้ใต้บังคับบัญชาไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่าง หลักการนี้นำไปสู่ข้อแรก เมื่อผู้คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิเหนือเรา เราก็มีสิทธิดำเนินการกับคนเหล่านี้ได้ แต่ต้องกระทำการอย่างไม่บ้าบิ่น

- เครือข่ายรัฐประหารในตุรกีไม่ใช่มีเฉพาะทหาร ทหารเป็นเพียง กำลังหลัก และ ใบหน้า (public face) ที่ปรากฎขึ้นเท่านั้น ผู้คนเหล่านึ้ยังประกอบด้วยนักกฎหมายในตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้พิพากษา อัยการ กฤษฎีกา องค์กรอิสระ เป็นต้น เราจึงเห็นการจับกุมที่กว้างขวางไปในวงการต่างๆ ทั่วสังคมตุรกี แม้แต่ดารานักแสดงบางคนก็ถูกจับกุมแล้วในขณะนี้

- ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มวลชนตุรกีกลับมาชนะทหารคือ เขาไม่กลัวคำประกาศห้ามออกนอกเคหสถานหรือ curfew และออกมาส่งเสียงโห่ร้องเกลื่อนถนนทั้งในนครหลวงแองการ่า เมืองใหญ่อย่างอิสตันบุล และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศตุรกี ความไม่กลัวนี้เองที่ทำให้ทหารในท้องถนนเกิดความรวนเร บางคนถึงกับทิ้งอาวุธวิ่งหนีเอาดื้อๆ

- ผู้นำและแกนนำตุรกีไม่มีความลังเลใจใดๆ เลยในการรวมพลขึ้นสู้ เขาชัดเจนเด็ดขาดตั้งแต่นาทีแรกว่าจะไม่ยอมรับการก่อรัฐประหารและเรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นสู้ ความสำเร็จจึงเป็นของเขาในที่สุด ความชัดเจนอย่างนี้เป็นเงื่อนไขที่สำคัญ

2. ในประเด็นว่าการรัฐประหารมีผู้อยู่เบื้องหลังนั้น ตุรกีใช้วิธีการ "จับก่อน-ผ่อนทีหลัง" และปิดน่านฟ้าของประเทศอย่างไม่มีกำหนด นี่คือที่มาของการยิงเฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายกบฏร่วงลำหนึ่งเมื่อวานนี้ (ข่าวว่าในซากเครื่อง มีซากศพของแม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บังคับการกองพลที่ 3 และทีมงานอีก 3 คน) วิธีกวาดจับหรือแบบปูพรม (carpet or sweeping arrests) ส่งผลให้องค์กรนำของฝ่ายกบฏสลายลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถปรับยุทธวิธีเพื่อการต่อสู้ในยกต่อไปได้

เราควรสังเกตการแบ่งงานของฝ่ายประชาธิปไตยในการรับมือกับกบฏกองทัพ เขารู้ดีว่ากองทัพคือองค์กรจัดตั้งที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพที่สุดองค์กรหนึ่งของประเทศ การรับมือกับกบฏลักษณะนึ้จึงต้องใช้การโต้กลับที่หลากหลายมิติ จะทำแบบมวยวัดไม่ได้เป็นอันขาด ความจริงยังมีข้อมูลที่ลึกกว่านี้อีกมาก แต่ผมขออนุญาตเล่าตรงนี้เพียงเท่านี้ และนำข้อมูลที่เหนือกว่านี้ไปมอบให้กับผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงจะเหมาะสมกว่า

การจับก่อน-ผ่อนทีหลัง จะทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยสามารถกุมสภาพได้ ยิ่งในเมืองไทยที่มีทั้ง เจ้าของหมา เนติโสเภณี ข้าราชการทาส ดาราโง่เง่า ฯลฯ ก็ยิ่งต้องขยายขอบเขตเรดาร์ให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม เรื่องนี้ตุรกีให้บทเรียนที่ชัดเจนมากครับ

จักรภพ เพ็ญแข
18 ก.ค. 2559


fcZW4FV.jpg

Offline

#11 July 18, 2016 5:45 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

_c9gGf.jpg

Offline

#12 July 19, 2016 2:17 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

Re: บทเรียนจากกบฏสีเขียวในตุรกี โดย จักรภพ เพ็ญแข

******************
นักรัฐศาสตร์ชี้"ตุรกี"รัฐประหารล้มเหลว เพราะไม่มี"เครือข่ายอำนาจพิเศษ"

jom voice
เผยแพร่เมื่อ 19 ก.ค. 2016

ยูทูป

mp3;
http://www.mediafire.com/?rddc1j53nxakn0h

***

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.