iFreeThai

#1 August 4, 2016 11:29 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

ปลัดคลังผุด ’เห็บสยามโมเดล’ สำหรับไทย พลเอก ปะยุด ฉุน สั่งเลิก

http://thaienews.blogspot.com/2016/08/blog-post_20.html

วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 04, 2559

เสือโดนดาวน์เกรดเป็นเห็บ :กานดา นาคน้อย

%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2%2B%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A9%25E0%25B9%258C%2B%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1.jpg
(นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ภาพประกอบจาก ไทยรัฐออนไลน์)

ฉันอ่านรายงานข่าวเกี่ยวกับ “เห็บสยามโมเดล” ที่นำเสนอโดยปลัดกระทรวงการคลังแล้วคิดว่าวาทกรรมนี้ย้อนแย้งอย่างน่าอัศจรรย์ [1] [2] เขาเสนอว่า

“เห็บสยามโมเดลจะช่วยทำให้เราเติบโตไปกับประเทศที่กำลังขยายตัวได้ เราไม่จำเป็นต้องโตคนเดียว แต่สามารถพึ่งพาพันธมิตรได้ เช่น ถ้าจีนโต เราก็จะอ้วนด้วย ถ้าจีนเลิกโต เราก็จะไปอยู่กับอินเดีย หรือแอฟริกาใต้ต่อ นี่คือกลยุทธ์การโตของเรา คือถ้าใครโตเราก็จะเกาะไปกับเขาด้วย”

แต่ในขณะเดียวกันก็อ้างอิงดัชนีต่างๆ เพื่อชี้นำว่าเศรษฐกิจไทยโดยภายรวมไม่มีปัญหา

ถ้าสาธารณชนเข้าใจ “ความหมาย” ของดัชนีต่างๆที่ปลัดกระทรวงการคลังอ้างอิงก็จะเข้าใจว่าอัศจรรย์อย่างไร

ก)   ปลัดคลังอ้างอิงว่า “ตัวเลขการว่างงานต่ำ”

ที่จริงแล้วสถิติอัตราว่างงานของไทยเป็นสถิติที่ไม่มีประโยชน์ต่อการศึกษาตลาดแรงงาน สมมุติว่าชายคนหนึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่โดนไล่ออกจากงานแล้วหันไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา สถิติไทยก็นับว่าชายคนนี้ไม่ตกงาน ประเด็นนี้สำคัญเพราะแรงงานในภาคเกษตรมากถึง 40% ของแรงงานทั้งหมด ฤดูที่ยังไม่เก็บเกียวไม่มีรายได้แล้วไปรับจ้างตัดหญ้า 1 ชั่วโมงหรือไปซื้อผลไม้ที่ตลาดมาจัดใส่ถุงเร่ขายก็นับว่าไม่ตกงาน ปีที่แล้วสำนักงานข่าวบลูมเบิร์กก็เผยแพร่บทความที่เล่าความน่าขำขันของสถิติอัตราการว่างงานของไทย [3]

ข)   ปลัดคลังอ้างอิง “กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์”

กำไรดังกล่าวไม่นับบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ ภาครัฐไม่สนใจผลกำไรของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์หรือ? แม้บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มีขนาดเล็กกว่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ก็อาจมีศักยภาพในการสร้างสินค้าใหม่ที่สร้างความเติบโตให้เศรษฐกิจได้ ผลกำไรของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ดูได้ไม่ยากจากข้อมูลการเสียภาษี ถ้าภาคเอกชนกำไรดีรัฐบาลก็ควรเก็บรายได้ภาษีได้ตามเป้า แต่มีรายงานข่าวว่ารายได้ภาษีเดือนพฤษภาคมต่ำกว่าเป้าถึง 20% [4]

ค)   ปลัดคลังอ้างอิง “ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์” 

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่ในบัญชีแบงค์ชาติ มีระดับสูงเพราะส่วนต่างดอกเบี้ยและการเก็งกำไรในตลาดตราสารหนี้และตลาดหลักทรัพย์ทำให้เงินทุนไหลเข้าในระยะสั้น จึงเกิดความต้องการซื้อเงินบาท มีผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น เงินทุนเหล่านี้ไม่ช่วยสร้างงานโดยตรงนอกภาคการเงิน   ส่วนต่างดอกเบี้ยปรับลดลงเมื่อไรทุนระยะสั้นก็จะไหลออก ทุนต่างชาติที่สำคัญต่อการผลิตและสร้างงานนอกภาคการเงินเรียกว่า “การลงทุนตรง” (Direct investment) ซึ่งปลัดคลังไม่อ้างอิง

ที่จริงแล้ว การลงทุนตรงจากต่างชาติในครึ่งปีนี้ตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี และการลงทุนตรงโดยทุนไทยในต่างประเทศก็เพิ่มขึ้น [5] กล่าวได้ว่า “ทุนตรงไทยไหลออก และทุนตรงจากนอกทรุดตัว”

ทุนญี่ปุ่นที่มาลงทุนตรงในไทยจ้างคนญี่ปุ่นให้มาทำงานที่ไทยทั้งในระดับบริหารและวิชาชีพ แล้วทุนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศจ้างงานคนไทยกลุ่มไหน? ถ้าลงทุนในภาคที่เน้นใช้แรงงานท้องถิ่นราคาถูกก็ไม่จำเป็นต้องจ้างแรงงานมีทักษะจากไทยมาก ถ้าลงทุนในภาคเทคโนโลยีจะจ้างวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์คนไทยไหม? 

ง)    ปลัดคลังอ้างอิง “ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล”

ดุลบัญชีเดินสะพัดวัดความแตกต่างระหว่างเงินออมและการลงทุนในประเทศ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพราะเงินออมสูงขึ้นและการลงทุนหดตัวซึ่งสอดคล้องกับการหดตัวของภาคส่งออก ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวการส่งออกจะไม่หดตัว ถ้าดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลควบคู่ไปกับการขยายตัวของภาคส่งออกถึงสมควรยินดีปรีดา แต่สัปดาห์นี้มีรายงานข่าวว่า การส่งออกของไทยหดตัวติดต่อกันมา 6 ไตรมาสแล้ว [6]

ที่จริงแล้วงานวิจัยพบว่าเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวดุลบัญชีเงินสะพัดจะลดลงและอาจติดลบ เพราะการนำเข้าขยายตัวพร้อมๆ กับการส่งออก มีทั้งการนำเข้าสินค้าทุน (เช่น เครื่องจักร) และวัตถุดิบเพื่อลงทุน และการนำเข้าสินค้าและบริการเพื่อบริโภค ยิ่งขยายตัวนานๆ ดุลบัญชีเดินสะพัดยิ่งลดลง   ถ้าลดลงจนดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบนิดหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ถ้าติดลบเกิน 5% ของผลผลิตประชาชาติติดต่อกันหลายไตรมาส ก็อาจเป็นสัญญาณว่าการลงทุนมากเพราะสถาบันการเงินปล่อยกู้ง่ายเกินไป และอาจทำให้มีวิกฤตการเงินในอนาคต

จ)    ปลัดคลังอ้างอิง “สถาบันจัดอันดับระดับโลกคือ ฟิชท์ เรตติ้ง และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส”

สถาบันเหล่านี้จัดอันดับการลงทุนในตราสารหนี้ เป็นอันดับความน่าเชื่อถือของ “ผู้กู้เงิน” กล่าวคือ สถาบันการเงินต่างๆ ที่กู้เงิน บริษัทต่างๆ ที่กู้เงิน และรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่กู้เงิน [7] [8] ไม่ใช่การจัดอันดับความน่าลงทุนแบบ “ลงทุนตรง”

อย่าสับสนระหว่างความน่าลงทุนด้วยการปล่อยกู้ด้วยการซื้อตราสารหนี้ไทย และความน่าลงทุนด้วยการร่วมทุนผลิตสินค้าและบริการในประเทศไทย ความน่าลงทุน 2 แบบนี้แตกต่างกัน แบบหลังมีความเสี่ยงสูงกว่าแบบแรกมาก

อันดับเรตติ้งพันธบัตรรัฐบาลไทยอยู่ในขั้นดีเพราะรัฐบาลยังมีความสามารถในการใช้หนี้สูง เนื่องจากหนี้สาธารณะยังไม่สูงมากและกระทรวงการคลังมีทรัพย์สินที่นำมาขายใช้หนี้ได้ ถ้าเก็บภาษีไม่พอใช้หนี้ เช่น หุ้นการบินไทย หุ้นธนาคารทหารไทย หุ้นปตท. ฯลฯ

ส่วนอันดับเรตติ้งสถาบันการเงินไทยและบริษัทไทยหลายแห่งอยู่ในขั้นดีด้วยเหตุผลคล้ายกัน คือมีความสามารถในการใช้หนี้สูง เนื่องจากมีทรัพย์สินมาก (เช่น ปริมาณเงินฝากในสถาบันการเงิน   กรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ)

ไทยน่าลงทุนระยะยาวเพื่อ “การผลิต” แค่ไหน ก็วัดกันได้จากตัวเลขการ “ลงทุนตรง” อย่างที่เสนอไปแล้วข้างต้น เพราะการลงทุนตรงไม่ใช่การลงทุนระยะสั้นที่ถอนทุนกันรวดเร็วแบบการลงทุนในตลาดตราสารหนี้หรือตลาดหลักทรัพย์

ภาวะ “ทุนตรงไทยไหลออก และทุนตรงจากนอกทรุดตัว” ก็บ่งบอกแล้วว่าภาคการผลิตในไทยไม่น่าลงทุนในสายตาบริษัทข้ามชาติทั้งไทยและเทศ ก็ย่อมมีผลเชิงลบต่อตลาดแรงงาน

ปลัดคลังสรุปว่า “เศรษฐกิจไทยโดยภาพรวมไม่มีปัญหา” พร้อมกับเสนอ “เห็บสยามโมเดล”

เห็บเป็นสัตว์ที่ต้องอาศัยสิ่งมีชิวิตอื่นเพื่อการอยู่รอด เช่น สุนัข ดังนั้นวาทกรรม “เห็บสยาม” สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านศักยภาพการผลิตเพื่อเติบโต

ที่จริงความหมายนี้ก็สอดคล้องกับบทความนี้ที่ต้องการชี้ให้เห็นปัญหาของเศรษฐกิจไทย 

เมื่อ 25 ปีที่แล้วคนไทยภาคภูมิใจว่าไทยเป็น “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย” แต่ตอนนี้โดนปลัดคลังดาวน์เกรดฮวบฮาบเป็นเห็บเกาะเพื่อนกินซะแล้ว !!!


เชิงอรรถ :
[1] คลังชู"เห็บสยามโมเดล" จับมือพันธมิตร ตปท.หนุน ศก. เผยข้อมูลคนไทยยังมีเงินฝากสูง-บริษัทเอกชนกำไรดี http://www.prachachat.net/news_detail.p … 1470134631

[2] ปลัดคลังผุดโมเดลเศรษฐกิจ ‘เห็บสยามโมเดล’ เกาะไปกับประเทศที่เติบโต

http://www.matichon.co.th/news/234139

[3] Thailand's Unemployment Rate is a Ridiculously Low 0.6%. Here's Why
http://www.bloomberg.com/news/articles/ … here-s-why
[4] สรรพากรกระอักรายได้ทรุด เดือนพ.ค.ต่ำกว่าเป้า 20.8%
http://www.posttoday.com/economy/finance/440153
[5] Foreign Direct Investment Collapses.
http://www.bangkokpost.com/news/politic … -collapses
[6] ธปท.เผยส่งออกครึ่งปี’59 ติดลบ 2.2% คาดทั้งปีติดลบ 2.5%
http://www.matichon.co.th/news/229567
[7] คำจำกัดความอันดับเครดิต โดย ฟิชท์ เรตติ้ง

https://www.fitchratings.co.th/th/regul … tions.html


[8] Moody’s rating system in brief https://www.moodys.com/sites/products/ProductAttachments/Moody's%20Rating%20System.pdf

หมายเหตุ :

อจ. กานดา นาคน้อย แห่งมหาวิทยาลัยคอนเน็คติกัต กรุณาแนะนำบทความชิ้นนี้ที่เธอตีพิมพ์แบบอีเล็คโทรนิคครั้งแรกบนเพจมายด์ https://www.minds.com/kandainthai เมื่อ 3 สิงหาคม 2559 และยังแจ้งด้วยว่าสัปดาห์หน้าจะมีบทความพิเศษมาให้ไทยอีนิวส์เผยแพร่อีก เราขอขอบคุณอย่างยิ่งไว้ ณ ที่นี้

Offline

#2 August 4, 2016 11:39 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ปลัดคลังผุด ’เห็บสยามโมเดล’ สำหรับไทย พลเอก ปะยุด ฉุน สั่งเลิก

dog

นายกฯ สั่งยกเลิกโมเดลเห็บสยาม | 04-08-59 | ไทยรัฐนิวส์โชว์ | ThairathTV
photo.jpgthairath

เผยแพร่เมื่อ 4 ส.ค. 2016
การวางยุทธศาสตร์ เป็นสิ่งที่รองนายกรัฐมนตรี มองว่าจำเป็นต้องทำเพื่อ ไม่ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบ "เห็บสยามโมเดล" ขณะที่ล่าสุด นายกรัฐมนตรี สั่งยกเลิกแนวคิดโมเดลเห็บสยามแล้ว

Offline

#3 August 4, 2016 11:41 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: ปลัดคลังผุด ’เห็บสยามโมเดล’ สำหรับไทย พลเอก ปะยุด ฉุน สั่งเลิก

http://www.matichon.co.th/news/235610

logo.png

นักชีววิทยาชื่อดัง ชี้ ปลัดคลังผุด’เห็บสยามโมเดล’ผิด ที่ถูกต้องเรียก’นกเอี้ยงโมเดล’

      dog

37-1.jpg

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม  รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ถึงกรณีปลัดกระทรวงการคลังชูแนวคิด เห็บสยามโมเดล นำเศรษฐกิจไทยไปเกาะ เติบโตกับประเทศที่ตัวเลขการพัฒนาเศรษฐกิจดี โดยระบุว่า

“เห็บสยามโมเดล vs นกเอี้ยงไทยโมเดล”

หลายท่านคงเห็นข่าวที่ปลัด ก. การคลัง เสนอให้ประเทศไทยควรเป็น “เห็บสยาม” ไปเกาะประเทศที่เศรษฐกิจโตดี เช่น จีน อินเดีย หรือแอฟริกาใต้ แล้วเราจะโตอ้วนตามไปด้วย แต่ถ้าเศรษฐกิจขาลง เราก็โดดไปเกาะโตกับประเทศอื่นแทน เป็นพันธมิตรกับทุกประเทศ ไม่ใช่เป็นคู่แข่ง

คือนอกจากคำว่า “เห็บสยาม” จะฟังดูน่าขยะแขยง ขนลุก จนขอร้องเถอะ ว่าอย่าไปบอกต่างชาตินะ ว่าไทยจะใช้ “Siamese Tick Model” ยี้กันแน่ๆ … ผมว่า ท่านปลัด หรือทีมงานเนี่ย คงไม่ได้เรียนชีววิทยามาแน่ๆ เลย หึๆๆ

เพราะเห็บไม่ได้เป็นพันธมิตรกับหมา แมว หรือคนที่มันเกาะ มันเป็น “ปรสิต” ที่ดูดกินเลือดสัตว์ที่เกาะ สร้างความรำคาญ นำโรคร้าย ฯลฯ เป็นภาวะปรสิต parasitism หรือลบบวก ( – , + ) ไม่ได้สร้างผลดีใดๆ แก่สัตว์เจ้าบ้านนั้น … แถมมันไม่ได้เทียวโดดย้ายไปย้ายมานะ มันจะเกาะดูดเลือดจนอิ่มเต็มที แล้วค่อยหล่นลงมาเพื่อลอกคราบหรือวางไข่

จริงๆ ถ้าเอาคอนเซปต์ที่ ก.คลัง คิด ก็น่าจะเสนอเป็น “นกเอี้ยงไทย (เลี้ยงควายเฒ่า) โมเดล” ดีกว่า น่ารักกว่าเยอะ อย่างนี้จะเป็นความสัมพันธ์แบบเป็นพันธมิตร ได้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นแบบบวกบวก ( + , + ) เพราะนกเอี้ยงได้กินอาหารพวกเห็บเหาบนตัวควาย (ประเทศใหญ่) ส่วนควาย นอกจากจะนกจะช่วยกำจัดปรสิตแล้ว ยังได้รับการเตือนภัยถ้านกเห็นศัตรู … ถ้านกเอี้ยง อยากบินไปเกาะควายตัวอื่นที่ดูดีกว่า แข็งแรงกว่า ก็ทำได้ทันที

ถ้าเอา “นกเอี้ยงไทยโมเดล” ก็ให้เรียกเป็น Thai Cowbird Model รับรองฝรั่งฮือฮาแน่ๆ ครับ … ยังไงๆ กระทรวงอื่นคิดจะเสนออะไรแบบนี้ ก็มาปรึกษานักชีววิทยาก่อนได้นะครับ หุๆๆ

Last edited by linc49 (August 4, 2016 11:42 AM)

Offline

#4 August 4, 2016 12:14 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,617

Re: ปลัดคลังผุด ’เห็บสยามโมเดล’ สำหรับไทย พลเอก ปะยุด ฉุน สั่งเลิก

เห็บมันเกาะดูดเลือดสัตว์ ที่เห็นๆคือสุนัข หรือหมา   ถ้าเปรียบคนก็คือ  พวกเกาะลิเกโจร

Offline

#5 August 4, 2016 12:29 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,617

Re: ปลัดคลังผุด ’เห็บสยามโมเดล’ สำหรับไทย พลเอก ปะยุด ฉุน สั่งเลิก

รวมหัวกันปล้นประชาชน  ง่ายดี

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.