iFreeThai

#1 August 12, 2016 12:25 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

ยุค คสช. ปฎิรูปปราบโกง แต่มีโกงด้วยสูตร 8-10-15 ไม่ใช่สูตรปุ๋ยนะ %

http://thaienews.blogspot.com/2016/08/8-10-15.html + * แทน

วันพุธ, สิงหาคม 10, 2559

ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งพูดในที่ประชุมถึงความอับอาย เสียชื่อเสียงกับการเรียกเก็บเงินตามโครงการประชารัฐ ก้มกราบกลางที่ประชุม วอนหยุดสูตรลับ 8-10-15 %

มท.สอบคลิปผบญ. อ.สิชลแฉสูตรหัวคิวหักงบประชารัฐ *
photo.jpgTNN 24

เผยแพร่เมื่อ 8 ส.ค. 2016
ข่าวคราวการคอร์รัปชั่น ในแวดวงราชการ มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะการกินหัวคิวจากโครงการต่างๆ แต่ที่สร้างความฮือฮาเวลานี้ นั่นคือคลิปภาพในที่ประชุมประจำเดือนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมี ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งพูดในที่ประชุม โดยยอมรับถึงความอับอาย และ เสียชื่อเสียงที่ต้องไปเรียกเก็บเงินหัวคิวตาม“โครงการประชารัฐ“ของรัฐบาล
ตามสูตรลับ 8-10-15 เปอร์เซนต์

........

s3.png

ที่มา FB
13962515_1327649687252740_5998641364091518900_n.jpg?oh=edb3a3a41cb34936721330a5fec97899&oe=585CFC7F
Nakhon Si Thammarat

#นครศรีธรรมราช ??????

วันนี้ (8 ส.ค.) มติชนออนไลน์ www.matichon.co.th/news/242608 รายงานว่า ได้มีการเผยแพร่คลิปภาพลงในโลกโซเชียลและได้มีการแชร์ภาพต่อๆ กันไป ซึ่งมีความยาวประมาณ 2.17 นาที เป็นภาพในที่ประชุมประจำเดือนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ของอ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ในภาพได้มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง พูดในที่ประชุมถึงความอับอาย เสียชื่อเสียงกับการเรียกเก็บเงินตามโครงการรัฐบาล ตามสูตร 8-10-15 %

ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ระบุว่า รู้สึกไม่สบายใจกับเสียงด่าของเหล่าข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องชาวอำเภอสิชลด่า จึงอยากจะบอกให้ท่านทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เราพี่น้องชาวอำเภอสิชลที่อยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้เกิดเมืองนี้ เมืองแห่งการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง นั่นเป็นความภาคภูมิใจในการต่อสู้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่เสียงด่าที่ดังวนเวียนเข้ามาในหูของพวกเรา ท่านเคยถามพวกเราบ้างหรือไม่ เคยถามถึงความสมัครใจกันหรือไม่ ที่สูตรลับของท่านเกิดขึ้นมาในโครงการประชารัฐของรัฐบาล พวกเรารักท่าน เคารพท่าน พอเถอะ ตนขอเถอะ ด้วยความเคารพ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากนั้นผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจึงก้มลงกราบกับพื้น 3 ครั้ง สร้างความตกใจให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านพร้อมเสียงปรบมือดังสนั่นในที่ประชุม ขณะที่บนเวทีมีเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล นั่งอยู่ 2 คน ภายหลังผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวก้มลงกราบแล้วเสร็จจึงลุกขึ้นเดินกลับไปยังที่นั่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงได้พูดว่า “เอาล่ะเรื่องนี้เราคงต้องไปคุยเป็นการส่วนตัวกัน บอกแล้วว่ามีอะไรก็ให้ไปคุยกันเป็นการส่วนตัว ใครอึดอัดใจอย่างไร”

จากนั้นได้สอบถามผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในพื้นที่ อ.สิชล ทราบว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพจริงที่เกิดขึ้นในที่ประชุมประจำเดือนกำนันผู้ใหญ่บ้านของอำเภอสิชล ขณะเดียวกันได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวบนโลกโซเชี่ยล คนที่แชร์ภาพต้องการให้ประชาชน ผู้รับเหมาได้รับทราบว่ามีการเรียกเก็บสูตรลับจากทางอำเภอ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นคับแค้นใจที่ถูกเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะจากโครงการประชารัฐของรัฐบาล ตามสูตรลับ ที่ชาวบ้าน ผู้รับเหมาโครงการรัฐบาล เพราะโครงการเหล่านี้จะต้องเป็นโครงการประชารัฐของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 2แสน หรือ ตำบลละ 5 ล้านบาท

“วันนี้พวกเราผู้ใหญ่บ้านโดนด่ากันว่าหักเงินค่าโครงการประชารัฐ ตามสูตร 8-10-15 ไปจนถึงสูตร 25-30-35 จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมประชาชนถึงด่าว่าถนนทำไม่นานก็พัง หรือ ตลิ่งทำยังไม่เรียบร้อยผู้รับเหมาทิ้งงาน ล้วนแล้วแต่มีเหตุที่เกิดขึ้น เงินจากโครงการประชารัฐของรัฐบาลทำให้เพื่อเกิดการหมุนเวียนกันในท้องถิ่น เมื่อเงินไม่ครบตามจำนวน เนื้องานที่ออกมาก็เจียดๆ กันออกไป ผมว่าไม่เพียงแต่ที่ อ.สิชล นะ ทุกพื้นที่ก็มีทั้งนั้น ไม่เชื่อลองสอบถามดูเพียงแต่ว่าใครจะกล้าบอกเท่านั้นเอง” ผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งระบุ

ผู้ใหญ่บ้านคนเดิมกล่าวว่า คนที่ก้มกราบอยู่ในภาพ คงรู้สึกไม่ต่างไปจากตนเองอย่างแน่นอน แต่เท่าที่ทราบหลังจากเลิกประชุมแล้ว ผู้บริหารในพื้นที่ได้เรียกเข้าพูดคุย ทราบแต่เพียงเบื้องต้นว่าการเรียกเก็บเงินตามสูตรลับดังกล่าว ไม่ได้เก็บไว้ใช้เองแต่เก็บตามใบสั่งของนาย ตามสูตรเช่นกัน ก็ต้องเก็บไปตามลำดับชั้นเช่นกัน วันนี้โครงการในพื้นที่ อ.สิชล ได้ซอยออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อกระจายงาน แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ ชิ้นงานที่ออกมาดูแล้วน่าเกลียด ไม่ได้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล นี่คือความอึดอัดใจของพวกเราที่เกิดขึ้น

“เหมือนโครงการที่กินกันจนพุงกางในเวลานี้ โครงการขุดลอกคลอง โครงการฝายมีชีวิต ฯลฯ เป็นการเรียกเก็บเงินค่าวัสดุอุปกรณ์สิ่งของที่สูงเกินกว่าราคาในท้องตลาด สมควรที่จะต้องมีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบกันเสียบ้าง จะได้หยุดคิด หยุดทำกัน” ผู้ใหญ่บ้านรายเดิมกล่าวอีก

ด้านนางณัฐกมล (ขอสงวนนามสกุล) ผู้รับเหมารายหนึ่งเปิดเผยว่า การเรียกเก็บเงินตามสูตร มิใช่เพิ่งเกิด เกิดมานานแล้วและมีกันทุกวงการ เพียงแต่ใครจะกล้าออกมาบอกสาธารณชน เมื่อเรียกเก็บตามสูตรแล้วทุกคนอยู่กันได้ก็น่าจะพอใจกันทุกฝ่าย บางโครงการงบไม่มาก ผู้ใหญ่บ้านกำนันรับมาให้ลูกบ้านได้ช่วยกันทำ ยังมีการเรียกเก็บกันอีก อาทิ โครงการสร้างฝายทดน้ำในคลองแก้ปัญหาภัยแล้ว ทรายไม่ต้องหาซื้อ กระสอบบรรจุทรายต้องซื้อ ตามความจริงราคาใบละไม่เกิน 2 บาท แต่ทางข้าราชการขายในราคาใบละ 5 บาท ส่วนต่าง 3บาท ค่าอาหารที่จะต้องทำเลี้ยงแรงงานจากชาวบ้าน คิดตามสูตร สูตร 8-10-15 บางครั้งงบแบบนี้ พวกเราจะไม่รับจะให้ท้องถิ่นรับไปเอง สูตรของพวกเราที่รับคือสูตร 10-15-20 และ สูตร 25-30-35 บางโครงการใช้สูตร30-40-50 ก็มี

“วันนี้จึงเห็นใจโครงการประชารัฐขนาดเล็กที่ลงมาถึงหมู่บ้าน ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าวแต่เข้าใจว่า หากผู้ใหญ่กล้าพูดแบบนั้นก็คงจะต้องอึดอัดใจอย่างที่สุด ผู้ใหญ่เองก็น่าจะคิดให้มากๆ ก่อนที่จะปล่อยโครงการออกมาสู่มือท้องถิ่นได้ ก็น่าจะคำนวณให้เหลือพอสำหรับคนทำงานบ้าง ประโยชน์ที่ได้น้อยนิดเท่านั้น” ผู้รับเหมาระบุ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เวลา 16.54 น. นายวชิระ พันดุสะ นายอำเภอสิชล เปิดเผยว่า ยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว น่าจะเป็นเรื่องที่ตนเร่งรัดให้ทำงานตามโครงการรัฐบาลให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เม็ดเงินตกถึงมือท้องถิ่นเร็วขึ้นมากกว่า ส่วนเรื่องกราบนั้นไม่มี ไม่เห็น คงไม่มีใครกราบแน่นอน กราบตอนไหน ไม่มี ต่อข้อถามสูตรลับที่ผู้ใหญ่บ้านร้องขอให้ยกเลิกนั้น นายวชิระกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่ทราบสูตรอะไร คงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายเร่งรัดเลยเครียดกัน

ขณะที่ นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากเป็นงบท้องถิ่นเอาออกมาไม่ได้ขอตรวจสอบก่อนว่าเรื่องอะไร ยังไม่เห็นคลิป มีอย่างนี้ด้วยหรือ หากจะเอาเงินจากกองทุนมาใช้คงทำไม่ได้งบโครงการ 2 แสน

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.