iFreeThai

#1 August 15, 2016 2:07 AM

laorrna
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 308

วันแม่แห่งชาติปีนี้ ครึกครื่นจริง ๆ

วันแม่แห่งชาติปีนี้
คึกครื้นจริงๆ มีทั้งระเบิด มีทั้งการวางเพลิง
เริ่มโหมโรงกันตั้งแต่วันสุกดิบก่อนวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
จากหลายจังหวัดในภาคใต้แล้วลุกลามขึ้นมาถึงอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมมหาราชวังไกลกังวล ทำเอาท่านผู้นำเครียดหนัก ร้องหาความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยชี้เบาะแส

มีคำถามจากหลายคน
มีความสงสัยจากชนหลายฝ่าย ว่าเป็นฝีมือของใคร
ในขณะที่โฆษกไร้สมองของรัฐบาลเผด็จการประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายพลไก่อูกลับโพล่งออกมาอย่างไร้ความรับผิดชอบว่าเป็นฝีมือของผู้เสียผลประโยชน์ ทั้งๆที่ยังไม่มีข้อมูล ทั้งๆที่ยังไม่มีการสืบสวน สอบสวน

ข้อเขียนนี้ไม่อยากโต้แย้งหรือชี้นิ้วไปที่ใคร
แต่อยากนำเสนอข้อมูลให้ท่านผู้อ่านพิจารณาด้วยตนเอง
ว่าใครเป็นผู้ลงมืออย่างเหิมเกริม นำความสูญเสียมาสู่ทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน และใครควรเป็นผู้รับผิดชอบในการกระทำอันอุกอาจนี้

ภาคใต้มีทั้งหมด 14 จังหวัด
ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 70,715 ตารางกิโลเมตร
มีประชาชน 9,208,504 คน ตามทะเบียนราษฎร์ในปี พ.ศ. 2557
มีจำนวนประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส 1,972,896 คน

เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้
เกิดขึ้นและดำรงอยู่มานานหลายชั่วอายุคน
มีผู้คนบาดเจ็บและล้มตายนับหมื่นและคงจะยังมีผู้บาดเจ็บและล้มตายต่อไปอีกมากตราบเท่าที่ปัญหาชายแดนใต้ยังไม่ได้รับการเยี่ยวยาและแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐบาลไทยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ได้ทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
แต่ดูเหมือนเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าเนื่องจากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังสมกับจำนวนงบประมาณที่ทุ่มเทลงไป ตรงกันข้ามกลับนำความสูญเสียมาสู่ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากขึ้น

ตั้งแต่ปี พ.ศ.  2547 จนถึงปี พ.ศ. 2558
รัฐบาลไทยได้ทุ่มเทงบประมาณเป็นเงินถึง 264,953 ล้านบาท
เพื่อแก้ปัญหาชายแดนใต้ ทั้งนี้ยังไม่นับรวมงบประมาณอีกจำนวน 30,866 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2559 และอีกหลายหมื่นล้านในปีงบประมาณ 2560 รวมเบ็ดเสร็จแล้วเป็นเงินกว่า 300,000 ล้านบาท แต่ปัญหาชายแดนใต้กลับไม่ได้รับการแก้ไข มีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ทุกครั้งที่มีเหตุระเบิดและนำความสูญเสียมาให้
มักมีรายงานในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าจับคนร้ายไม่ได้
เนื่องจากมีตะปูเรือใบโปรยอยู่บนถนนและมีต้นไม้ใหญ่ถูก
โค่นมาขวางทาง หรือไม่คนร้ายก็หลบหนีเข้าป่าข้างทางไปแล้ว จึงไม่สามารถติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษได้...เทียบไม่ได้กับกรณีไล่ล่าคนเสื้อแดงและขับไล่คนยากคนจนให้ออกจากที่อยู่อาศัย ที่พวกเขาที่ใช้ทำมาหากินมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายาย

ในสายตาของคนไทย
พวกเขาข้องใจพฤติกรรมในรั้วของชาติว่า
ทหารไทยทำอะไรได้บ้าง นอกจากตีกอล์ฟไปวันๆ รับจ้างทวงหนี้ คุมคิวรถ เฝ้าบ่อน คุมซ่อง  เฝ้าอาบอบนวด รับจ้างฆ่า ลักพาตัว กินหัวคิว รีดทรัพย์ เป็นบอดี้การ์ดคุ้มครองเจ้าพ่อ ค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน คุ้มครองผู้ทำผิดกฏหมาย ฉ้อราษฎร์บังหลวง และ ฯลฯ

ถ้าประสิทธิภาพของทหารไทยในภาคใต้มีเพียงแค่นี้
สมควรทุบทิ้งค่ายทหารที่มีอยู่ในจังหวัดในภาคใต้ให้หมด
อย่าเก็บไว้เป็นตราบาป ให้เสียงบประมาณในการเลี้ยงดูทหารเลย

ค่ายทหารในภาคใต้มี
1. กองพลนาวิกโยทิน กรมทหารราบที่ 2 แหลมหางนาค กระบี่
2. ค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต.วังใหม่ อ. เมือง จังหวัดชุมพร
3. ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ จังหวัดตรัง
4. ค่ายวชิราวุธ ตำบลปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
5. ค่ายเทพสตรี ศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
6. ค่ายกัลยาณิวัฒนา ต.กะลุวอ จังหวัดนราธิวาส
7. ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ต.บ่อยาง อ. เมือง จ. นราธิวาส
8. ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จังหวัดปัตตานี
9. ค่ายอิงคยุทธบริหารปัตตานี ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
10. ค่ายอภัยบริรักษ์ ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง
11. ค่ายกรมทหารพรานที่ 42 เทศบาลนครภูเก็ต จ.ภูเก็ต
12. ค่ายรัตนรังสรรค อ. เมือง จังหวัดระนอง
13. ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล
14. ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
15. ค่ายกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 อ.นาทวี สงขลา
16. ค่ายมหาจักรีสิรินธร อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
17. ค่ายวิภาวดีรังสิต อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
18. ค่ายทับละมุ ต.ลำแก่น อ. ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
19. ค่ายทหารสิรินทร จังหวัดยะลา
20. ค่ายธนะรัชต์ ต.เขาน้อย อ. ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภาคใต้มีเพียง 14 จังหวัดแต่มีค่ายทหารถึง 19 แห่ง ไม่นับค่ายธนะรัชต์ที่กว้างใหญ่ไพศาลมีเนื้อที่กว่า 50,000 ไร่ ซึ่งคงมีบางคนสงสัยว่าอาจมีศพของนักศึกษาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยหลงหายเข้าไปอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อที่กว่า 50,000 ไร่นี้ก็ได้

ถ้าทหารไทยมีประสิทธิภาพมากพอ ปัญหาภาคใต้คงจบสิ้นไปนานแล้ว
และคงไม่มีข่าวว่าค่ายทหารไทยถูกปล้น ปืนถูกขโมยให้อับอาย ขายหน้ามาจนทุกวันนี้

นอกจากกองทหารบกแล้ว ยังมีกองทัพเรือมาเสริมกำลังช่วยกันแก้ปัญหาภาคใต้ด้วย โดยกองกำลังเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ปฏิบัติการใน 3 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสได้แก่อำเภอเมือง อำเภอยี่งอและอำเภอบาเจาะ และยังรับผิดชอบดูแลอีก 2 อำเภอในจังหวัดปัตตานี ได้แก่อำเภอสายบุรีและอำเภอไม้แก่น

กองทัพเรือยังรับภาระลาดตระเวณจังหวัดนราธิวาส เกาะสมุย และจังหวัดสตูลในด้านอ่าวไทย และลาดตระเวนจังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดสตูลในฝั่งอันดามัน โดยมีเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินลาดตระเวณบินขึ้นสังเกตการณ์ทั้งเช้าและเย็นทุกวัน 

ด้วยแสนยานุภาพและสรรพกำลังที่กล่าวข้างต้น
คนร้ายแม้มีปีกก็ยากที่จะหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้
แต่ปัญหากลับไม่ได้รับการแก้ไข คนร้ายยังลอยนวล ทิ้งศพและผู้บาดเจ็บนอนเกลื่อนถนนเย้ยหยันเจ้าหน้าทั้งทหารและตำรวจไทยตลอดมา

หรือว่าปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้
ก่อขึ้นโดยผู้ยิ่งใหญ่และผู้มากบารมี
เพื่อรักษาผลประโยชน์ที่อาจมีจำนวนมหาศาล
จนทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล
ไม่กล้าแตะต้อง ไม่กล้าจับกุม ปัญหาจึงไม่มีวันจบสิ้น

กองกำลังของรัฐบาลไทยที่ควบคุมดูแลภาคใต้
มิได้มีเพียงแค่กองทัพบกและกองทัพเรือเท่านั้น แต่ยังมีกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่ดูแล 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ที่ดูแล 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ซึ่งกองบัญชาการตำรวจทั้งสองภาคมีกำลังพลนับร้อยนับพันและมีสถานีตำรวจนับสิบนับร้อยแห่งที่คอยเป็นหูเป็นตา แต่เหตุไฉนคนร้ายจึงหลุดรอดไปได้ เหลือเพียงแพะให้โยนความผิด เพื่อเอาตัวรอดและปิดคดีเท่านั้น คงมีคนจำนวนมากสงสัยว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

กระทรวงมหาดไทย
ก็เป็นหน่วยงานรัฐที่สำคัญและยิ่งใหญ่อีกหน่วยงานหนึ่ง
ที่แผ่บารมีควบคุมประชาชนไปทุกจังหวัดตั้งแต่เกิดจนตาย
ไม่เว้นแม้ประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ กำนัน จนถึงผู้ใหญบ้าน จึงย่อมรู้ความเคลื่อนไหวของคนในพื้นที่อย่างดีว่าอะไรเป็นอะไร และจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง

แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยในภาคใต้จะพากันพิการและไร้ประสิทธิภาพไปพร้อมๆกัน ไม่เคยรับรู้ว่าใครโค่นไม้ทำลายป่า ไม่เคยรับรู้ว่าใครยึดเอาที่ของรัฐไปครอบครอง ไม่เคยใส่ใจว่าประชาชนถูกค้าขายเช่นทาส ไม่รู้สึกรู้สาว่าประชาชนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
ของความเป็นมนุษย์ ไม่เคยแคร์ว่าใครจะค้าของเถื่อน ค้ายาเสพติด และ ไม่เคยเอาจริงเอาจังกับเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ทั้งๆที่กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เพียงเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยในจังหวัดภาคใต้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ปัญหาก็คงได้รับการแก้ไขให้เบาบางไปได้

หรือว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย
ก็ไม่กล้าแตะต้องไม่กล้ารายงานความจริง
ว่าปัญหาในดินแดนแห่งนี้มีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง
และมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงไว้ในเหตุการณ์ร้ายนี้บ้าง

นอกจากทหารบก
นอกจากทหารเรือ
นอกจากกองกำกับการตำรวจ
นอกจากกระทรวงมหาดไทย
ยังมี กอ.รมน. ส่วนหน้า ทภ4
ยังมีหน่วยข่าวกรองและสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ยังมี ศอบต.(ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้) และพรรคประชาธิปัตย์

กอ.รมน สำนักงานข่าวกรองและสภาความั่นคงแห่งชาติ
ย่อมรู้การข่าวและความเคลื่อนไหวของประชาชนในท้องที่เป็นอย่างดี
และพร้อมเตรียมรับมือและแก้ไขสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เช่นเดียวกับ ศอบต.ที่มีอำนาจและผลประโยชน์ล้นฟ้า สามารถสั่งการหน่วยราชการใดๆในภาคใต้ได้ย่อมรู้เส้นสนกลในเป็นอย่างดี จึงโวยวายเมื่ออดีตนายกทักษิณยุบหน่วยงานนี้

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศตนว่าเป็นพรรคการเมืองของคนใต้ มีหัวคะแนน มีผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและมีประชาชนให้การสนับสนุนอยู่ทั่วทุกหัวระแหงใน 14 จังหวัดภาคใต้ จะไม่รู้บ้างเลยหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาคใต้ และพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ สส. ยกภาค จะไม่รู้บ้างเลยหรือว่าปัญหาภาคใต้เกิดจากอะไร และมีใครเกี่ยวข้องและอยู่เบื้องหลังบ้าง

พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยปริปากพูดในเรื่องนี้แม้แต่น้อย ยกเว้นกรณีเดียวเมื่ออดีตนายกทักษิณประนามผู้ก่อเหตุร้ายในจังหวัดภาคใต้ว่าเป็น "โจรกระจอก" พรรคประชาธิปัตย์โกรธเป็นฟื้นเป็นไฟ สส.และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต่างดาหน้าออกมาโจมตีอดีตนายกทักษิณราวกับว่าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกพรรคเป็น "โจรกระจอก" เสียเอง

ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คงรู้ดีว่าเหตุการณ์ครื้นเครงในวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา
มีสาเหตุมาจากอะไรและมีใครบงการอยู่เบื้องหลังบ้าง
ทั้งๆที่มี ม.44 เป็นดาบอาญาสิทธิ์ ยังตื่นตระหนกต้องวิ่งหาประชาชน
เอามาเป็นเกราะ ขอความช่วยเหลือให้ช่วยชี้เบาะแส

ฤา ว่าเหตุการณ์การที่เกิดขึ้นเมื่อศุกร์ที่ 12 สิงหาคม
อีกทั้งบุคคลหรือคณะบุคคลที่บงการให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้น
ใหญ่และสูงส่งเกินเอื้อมของประยุทธ์ จันทร์โอชาที่จะกระชากลงมาลงโทษทัณฑ์ตาม ม. 44 ได้

ประยุทธ์ จันทร์โอชาคงรู้แล้วกระมัง
ว่ามีเพียงประชาชนเท่านั้นที่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

RED USA
August 15, 2016

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.