iFreeThai

#1 August 31, 2016 4:48 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 502

กิตติธน แย้มสมัย หรือ "เคนจิ" ผู้ต้องขัง ม.112 จากการโพสต์ข้อความ

กิตติธน แย้มสมัย หรือ "เคนจิ" ผู้ต้องขัง ม.112 จากการโพสต์ข้อความในเว็บไซด์แห่งหนึ่งเมื่อช่วง มิ.ย.-ส.ค. 2556 เขาเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2556
ตอนแรกที่ผมได้พบกับเขาในเรือนจำ เขาแสดงออกถึงความกังวลใจอย่างมากในเรื่องการประกันตัว เนื่องจากธุรกิจของเขาเป็นร้านค้าที่ทำกันเพียงเขา และภรรยาของเขาเท่านั้น
เขากังวลว่า ภรรยาของเขาจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจนี้ได้เพียงลำพัง อีกทั้งพวกเขายังมีลูกชาย 1 คนที่อายุไม่ถึง 2 ขวบ และลูกสาวที่เกิดจากภรรยาเก่าอีก 1 คน
บ้านของเขากำลังจะถูกธนาคารขายทอดตลาด ร้านค้าที่เขา และภรรยาของเขาร่วมกันทำธุรกิจก็เป็นเพียงบ้านเช่าที่ยังไม่รู้อนาคต
ในตอนนั้นผู้ต้องขัง ม.112 ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมี 4 คนคือ ผม, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, โอเล่ และ สุรชัย แซ่ด่าน เมื่อรวมเขาด้วยเป็น 5 คน ทั้งหมดได้รับการกำหนดให้อยู่ในแดน 1 ซึ่งเป็นแดนที่สะอาด และดีที่สุดในเรือนจำ
แต่หลังการรัฐประหาร 2557 จำนวนผู้ต้องขัง ม.112 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงแรกทุกคนยังถูกกำหนดให้อยู่แดน 1 เหมือนกัน จนกระทั่งปลายเดือนสิงหาคม 2557 ผู้ต้องขัง ม.112 ซึ่งในตอนนั้นมี 16 คนมีอันต้องพลัดพราก ด้วยคำสั่งของ คสช. มีเพียงผม, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, ทอม ดันดี, จ่าประสิทธิ์ และ เจ๋ง ดอกจิก เท่านั้นที่ยังคงได้อยู่แดน 1 ต่อไป
หลังจากนั้นผมไม่มีโอกาสได้พบกับเขาอีก เขาถูกย้ายไปอยู่แดน 3 การพบหน้าผู้ต้องขังแดนอื่นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในเรือนจำ ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การพบกันที่ห้องเยี่ยมญาติ
ก่อนที่ผมออกจากเรือนจำไม่นาน ผมมีโอกาสได้พบกับเขา ณ ที่นั่งรอการเยี่ยมญาติ สภาพภายนอกของเขาดูไม่เปลี่ยนไปมากนัก ผมทักเขาก่อน แต่เขากลับทำหน้าเหมือนไม่รู้จักผม
ในตอนนั้นผมรู้สึกแปลกใจ เขาจึงบอกว่า ดวงตาของเขามองเห็นได้ไม่ชัดเจน เขาจึงจำไม่ได้ว่า ผมเป็นใคร
ดวงตาของเขาเริ่มเป็นต้อกระจกเมื่อหลายเดือนก่อน โดยเริ่มเป็นที่ตาซ้าย ก่อนลามเข้าสู่ตาขวา
เวลานั้นเป็นเวลาเยี่ยมญาติ ผมจึงไม่สามารถพูดคุยกับเขาได้นานนัก นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้พบกับเขาในเรือนจำ
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเขาอีกครั้ง ผมสังเกตเห็นต้อบนกระจกตาซ้ายของเขาอย่างชัดเจน แต่ตาขวายังไม่เห็น
ครั้งนี้ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเขามากกว่าครั้งที่ผ่านมา เขาเล่าถึงชีวิตที่ยากลำบากหลังจากต้องถูกย้ายไปอยู่แดน 3
ใสตอนแรกเขาได้ทำงานอยู่ในห้องสมุดแดน 3 ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นดวงตาของเขาเริ่มมองไม่เห็นจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ในที่สุดเขาต้องภถูกย้ายออกจากห้องสมุดมาอยู้ "กองกลาง" ซึ่งเป็นกองงานสำหรับผู้สูงอายุ, ผู้พิการ และผู้ป่วย
เขาต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะถูกส่งตัวไปตรวจวินิจฉัยที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
แพทย์ให้เขาทดลองอ่านหนังสือเพื่อทดสอบสายตา การพบแพทย์เป็นสิ่งที่ยากมากในเรือนจำ
แพทย์นัดเขาไปตรวจดูอาการที่โรงพยาบาลทุกๆ 4 เดือน ซึ่งแต่ละครั้งเขาจะต้องถูกใส่ตรวน และขึ้นรถนักโทษออกจากเรือนจำ นี่เป็นสิ่งที่ทรมานมากสำหรับเขา
การรอพบแพทย์ต้องใช้เวลาทั้งวัน และมักจะไม่ได้ทานอาหารตลอดเวลาการรอ แถมบางครั้งแพทย์ไม่มา ทำให้การรอพบแพทย์ต้องถูกยกเลิก
แพทย์แนะนำให้เขาต้องทำการผ่าตัดต้อกระจก แต่เขาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง สิ่งนี้สร้างความกังวลใจให้กับเขาอย่างมาก
บ้านของเขาถูกธนาคารเจ้าหนี้ขายทอดตลาดเรียบร้อยแล้ว..
ภรรยาของเขาขายทรัพย์สินในร้านค้าของพวกเขาจนหมด และไปอยู่กินกับสามีใหม่ ส่วนลูกชายของเขาต้องเสียชีวิตจากมะเร็งเม็ดเลือดขาวเมื่อหลายเดือนก่อน เขาเล่าว่า ตอนนี้เขากลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว
ลูกสาวของเขาต้องอาศัยอยู่กับญาติห่างๆของเขา เขาเล่าว่า เขาต้องให้ญาติโกหกลูกสาวของเขาตลอดเวลาว่า เขาไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ดังนั้นลูกสาวของเขาจึงไม่ทราบ และไม่เคยมาเยี่ยมเขาเลย
แม้ว่าเขาจะถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์พร้อมกับผู้ต้องขังทางการเมืองอีกหลายคนเมื่อหลายวันก่อน เพื่อรอการปล่อยตัวจากการอภัยโทษในรอบต่อไป แต่ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ต่างจากช่วงแรกที่เขาต้องการออกจากเรือนจำจากการประกันตัว
ในตอนนี้เขารู้สึกเหมือนไร้อนาคต ไม่มีบ้าน ไม่มีทรัพย์สิน เขามีเงินในบัญชีเรือนจำเพียงกว่า 1,000 บาท ซึ่งอาจจะพอใช้ไปจนถึงวันที่ได้รับการปล่อยตัวเท่านั้น
ด้วยอายุกว่า 50 ปี และดวงตาที่แทบจะมองไม่เห็น ทำให้เขายังไม่รู้อนาคตหลังจากที่เขาต้องออกจากเรือนจำ อีกทั้งเขาเองยังไม่กล้าที่จะไปพบหน้าลูกสาวของเขา เพราะไม่ต้องการให้เธอเห็นสภาพของเขาที่ใกล้เหมือนคนตาบอด
เอกชัย หงส์กังวาน

Offline

#2 September 1, 2016 11:13 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: กิตติธน แย้มสมัย หรือ "เคนจิ" ผู้ต้องขัง ม.112 จากการโพสต์ข้อความ

ข้าพะเจ้า ไม่ขอตอบ และไม่ชี้แจง อะไรทั้งนั้น ในตอนนี้
เพราะ พี่น้องเรา ถูกจับอีกแล้ว

ดั่งนั้น เริ่องนี้ เป็น แผนช้อนแผน และ เกมช้อนเกม

ถ้า คุณเคนจิ ได้ออกมาดั่งว่า ติดต่อ หาผม วิธีไหน ก็ได้

ขอขอบคุณ

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.