iFreeThai

#1 September 20, 2016 10:54 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

https://www.matichonweekly.com/scoop/article_8228

บทสัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพประวัติศาสตร์ นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

yupupuyg-696x357.jpg

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ.2559

หมายเหตุ : ที่มาจากเฟซบุ๊ก 40 ปี 6 ตุลา มติชนสุดสัปดาห์ออนไลน์ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และแฟนเพจให้เผยแพร่ได้

บทสัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพถ่ายนักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม มีคนเอาเก้าอี้ฟาด และมีกลุ่มคนยืนมุงดู ยิ้ม หัวเราะ

13077001_652740608217877_6223139213282446934_n-1.jpg

ก่อนอื่นต้องอารัมภบทนิดหน่อยว่าอยู่ดีๆทำไมถึงเพิ่งจะไปคุยกับเขา เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า เราจะขับรถไปเยี่ยมเพื่อนที่เมือง Boulder รัฐ Colorado แล้วก็เผอิญนึกขึ้นได้ว่า Neal เขาอยู่ที่รัฐนี้แต่ไม่รู้ว่าเขาอยู่ใกล้กับเมืองที่เพื่อนเราอยู่หรือไม่ พอติดต่อไป เขาก็ติดต่อกลับมาทันทีว่า เขาอยู่ที่เมือง Thornton ซึ่งห่างจากเมืองที่เพื่อนเราอยู่แค่สามสิบนาทีขับรถ อยากพบและพูดคุยกับเราแต่เขาก็จะกำลังเดินทางไปจีนในช่วงที่เราจะเดินทางไป Colorado เพราะฉะนั้นเวลาที่จะได้เจอกันก็มีแค่อาหารค่ำก่อนเขาจะเดินทางไปจีนในวันรุ่งขึ้น

เราไปถึงบ้านเขาที่ Thornton เวลาหกโมงครึ่ง ก็พบว่าเขาออกมารอต้อนรับเราอยู่แล้ว และเชื้อเชิญให้เข้าไปในบ้าน พร้อมกับออกตัวว่าบ้านรกหน่อยนะ เพราะกำลังต้องแพ็คของเตรียมเดินทาง บ้านของเขาเต็มไปด้วยของที่สะสมมาเป็นเวลาหลายปีในช่วงที่เขาทำงานอยู่ในเอเชีย ตั้งแต่ปี 1974 เวียดนาม 1975-1978 ไทย หลังจากนั้นก็ไปๆ มาๆ ระหว่าง ญี่ปุ่น จีน จนกระทั่งกลับมาประจำที่สหรัฐอเมริกาในปี 1990 และไม่ได้กลับไปประเทศไทยอีกเลย

14359092_652740631551208_4124506277970966412_n-420x420.jpg

Neal ชายวัย 70 ปี นอกจากจะเป็นช่างภาพชั้นเยี่ยมแล้ว เขายังเป็นคุณพ่อลูกสอง และคุณตาของหลานสาว ทำสวนครัวในช่วงฤดูร้อน และมีงานอดิเรกประกอบเครื่อง electronic ที่มี kits ให้ทำในฤดูหนาวยามที่หิมะตกซึ่งไม่สามารถออกไปไหนได้

หลังจากนั้น เราก็บอกว่าวันนี้เราอยากมาพูดคุยกับเขาถึงเหตุการณ์เมื่อ 40 ปีที่แล้วที่เขาได้บันทึกภาพไว้ พร้อมกับมอบของฝากจากมหาวิทยาลัยที่เขาเป็นศิษย์เก่าพร้อมกับหมวกแก๊ป 40 ปี 6 ตุลา ซึ่งดูเหมือนเขาจะประทับใจมาก (แม้กระทั่งตอนจะลาจากกัน เขาก็พร่ำพูดว่า หมวกใบนี้เป็นสิ่งล้ำค่ามากเหลือเกิน)
เราไปทานอาหารที่ร้านเวียดนาม ระหว่างรอสั่งอาหาร ซึ่งดูเหมือนอาหารจะไม่เป็นที่สนใจของทั้งเราและเขา การพูดคุยก็เริ่มขึ้นทันที

Neal เล่าว่าเขาเป็นนักข่าว AP ที่ทำข่าวอยู่ในเวียดนาม แต่ถูกเรียกตัวให้มาประจำที่กรุงเทพฯประเทศไทย เมื่อปี 1975 บ้านพักเขาอยู่ในซอยเทียนเล็ง สีลม ใกล้สวนพลู ในเวลานั้น ใกล้บ้านพักของ มรว คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเขาบอกว่าไม่ต้องกลัวอันตราย เพราะมีตำรวจอารักขาอยู่ตลอดเวลา

เขาเล่าว่าเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 1976 (2519) เวลาประมาณหกโมงครึ่ง เขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนนักข่าวเอพี (คนไทย ชื่อว่าสุรินทร์ เรืองดิษฐ์) ว่า เกิดเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเองรีบนั่งแท็กซี่ออกไปทันทีพร้อมกล้องคู่ใจ ก่อนออกจากบ้านได้กำชับภรรยาว่าอย่าออกไปไหน เพราะอาจเกิดอันตรายได้ เพราะตอนนั้นเขาก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กันแน่

พอเขาไปถึงที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เขาก็เห็นควันและได้ยินแต่เสียงปืนดังไปหมด เขารออยู่ข้างนอกมหาวิทยาลัยประมาณ 40 นาที จึงเดินตามพวกฝ่ายขวาที่พังประตูมหาวิทยาลัย (คาดว่าประตูหอใหญ่) เข้าไปข้างใน

เขาบอกว่าแปลกมากที่ตอนนั้นไม่มีใครสนใจเขาเลยทั้งๆ ที่เขาถือกล้อง สิ่งที่เขาสังเกตเห็นก็คือ รอบนอกของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยกระทิงแดง ส่วนข้างในเต็มไปด้วยทหาร

อีกอย่างที่เขาสังเกตก็คือ มีแต่การยิงจากข้างนอกเข้าไปในมธ.เท่านั้น เพราะตอนเขาเข้าไปเขาก็ต้องหมอบเพราะกลัวกระสุนปืน (เขาเองก็เพิ่งมาทราบภายหลังว่าเพื่อนช่างภาพ UPI คนที่ถ่ายภาพตำรวจคาบบุหรี่ขณะเล็งปืนหน้ามหาวิทยาลัย ถูกยิงที่คอ ถูกส่งโรงพยาบาลซึ่งเขาจำไม่ได้ว่าโรงพยาบาลอะไร โชคดีที่ลูกกระสุนทะลุ ไม่ฝังใน และเช็คเอ้าท์จากโรงพยาบาลในเวลาสองสามวันต่อมา)

เขาเล่าว่า เมื่อเขาเข้าไปถึงในสนามบอล ก็เห็นนักศึกษานอนอยู่เกลื่อนกลาด พร้อมกับเจ้าหน้าที่ถือปืนควบคุมอยู่ เขาใช้ค่ำว่า at that time student already surrendered เขารีบถ่ายภาพอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ และออกมาทันที เพราะจากประสบการณ์ที่เขาทำงานในเวียดนาม เขาคาดว่าหากเจ้าหน้าที่เห็นเขาซึ่งถือกล้องอยู่ กล้องที่เขาถ่ายภาพไว้อาจโดนยึดไป และภาพที่เขาถ่ายทั้งหมดนั้น อาจไม่มีโอกาสได้เล็ดรอดไปได้

แต่สิ่งที่เขากลับต้องตะลึงงันไปมากกว่านั้นก็คือ เมื่อเขาออกจากประตู ซึ่งคาดว่าเป็นประตูหอประชุมใหญ่ เขาเห็นคนกลุ่มใหญ่มุงดูอะไรกันอยู่ ด้วยสัญชาตญาณช่างภาพ เขาจึงสอดแทรกตัวเองเข้าไป และเห็นคน 2 คนถูกแขวนไต้ต้นไม่ในบริเวณเดียวกัน ห่างกันเดินประมาณ 10-15 วินาที เขารีบถ่ายภาพโดยรวดเร็ว และรีบออกจากที่นั่นทันทีเพราะกลัวโดนยึดกล้อง ได้แท็กซี่ฝั่งตรงข้ามเพื่อตรงไปสำนักงานเอพี ประจำประเทศไทย

เมื่อไปถึงสำนักงาน เขาเล่าภาพเหตุการณ์ที่ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้หัวหน้าเขารับทราบ แต่หัวหน้าเขากลับพูดว่า “ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง คนไทยไม่ทำเรื่องอย่างนี้หรอก” Neal จึงรีบจัดการจัดล้างฟิล์มและเอาภาพให้หัวหน้าดู หัวหน้าเขาจึงได้ส่งนักข่าวเอพีและช่างภาพอีกสองคน หลังจากนั้น Neal จึงจัดการส่งภาพไปยังสำนักงานใหญ่เอพีที่ญี่ปุ่น เราเองฟังแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจขั้นตอนการส่งภาพไปลงข่าวในสมัยนั้นนัก ตามที่เขาเล่ารู้สึกว่าจะยุ่งยากและมีหลายขั้นตอนทีเดียว เขาต้องส่งรูปที่ละใบที่สำนักงานไปรษณีย์ ซึ่งต้องทำเรื่องขออนุมัติทีละรูปจากหัวหน้าไปรษณีย์ก่อนจึงจะสามารถส่งได้ ซึ่งเขาห่วงว่าพนักงานไปรษณีย์จะไม่ได้รับอนุมัติจากหัวหน้าให้ส่งหรืออาจจะถูกบล็อก

ปรากฎว่าพนักงานไปรษณีย์ที่รับรูป เห็นรูปแขวนคอแล้วยังออกปากว่าถ่ายรูปได้ดี และรูปทั้งสิบเจ็ดรูปที่เขาส่งไปนั้นก็ได้รับการอนุมัติทั้งหมด แต่ละรูปต้องได้รับการคอนเฟิร์มจากโตเกียวว่าได้รับแล้ว จึงส่งรูปใบถัดไปได้

เขาจึงใช้เวลานานมากจนกระทั่งบ่ายการส่งรูปจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้นเขาก็กลับไปสำนักงานและอยู่ที่นั่นจนถึงประมาณสี่โมงเย็น เขายังเล่าอีกว่าเพื่อนนักข่าวและช่างภาพที่ไปทำข่าวหลังจากที่เขากลับมาแล้วเล่าให้ฟังถึงการเผา ซึ่งเขาจำได้ว่าชื่อ มังกร คำเรืองวงศ์ และ Chee

เขาเล่าว่าเขาอยากหาทางออกจากเมืองไทย เพราะไม่แน่ใจในสถานภาพของเขาเมื่อภาพถูกเผยแพร่ออกไป แต่การณ์กลับตาลปัตร เพราะเมื่อรูปที่เขาถ่ายได้รับรางวัล Pulitzer นั้น หนังสือพิมพ์ไทยได้กล่าวถึงการได้รับรางวัลของเขาแต่ไม่ได้กล่าวถึงภาพที่ได้รับรางวัลแต่อย่างใด

เขายังพูดส่งท้ายด้วยว่า เวลาที่เขาทำงานในสงครามเวียดนามเขารู้ว่าจะยืนอยู่ตรงไหนจะปลอดภัย แต่เหตุการณ์หกตุลาเป็นการยิงกราดไปทั่วยิ่งกว่าสงคราม และเขาไม่รู้จะถูกยิงหรือไม่หรืออย่างไร

เขายังเล่าว่าเกือบจะครบรอบหกตุลาในทุกๆ ที เขามักจะได้รับการติดต่อจากคนที่ศึกษาเรื่องราวหกตุลา หรือว่าต้องการขอนุญาตใช้ภาพที่เขาได้รับรางวัล ซึ่งเขาได้ชี้แจงว่าต้องขออนุญาตจากสำนักงานใหญ่เอพี ประจำนิวยอร์ก เพราะคิดว่าฟิล์มทั้งหมดยังคงเก็บอยู่ที่นั่นจนบัดนี้

สุดท้ายเราได้ขออนุญาตถ่ายภาพเขาพร้อมกับหมวกที่ระลึก 40 ปี 6 ตุลา และขออนุญาตจากเขาหากเราจะนำรูปภาพของเขาและเล่าเรื่องราวที่เราคุยเขาให้เพื่อนๆ ฟังบ้าง


*

ย้อนอดีต เพื่ออนาคต ใครสั่งฆ่านักศึกษา เยี่ยงสัตว์ป่า กลางเมืองหลวงใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ในวันที่ 6 ตค. 2519
6 ตุลาฯ ชาวจุฬาฯมองอนาคต

14310547_563568683829931_8121951774357279169_o.jpg

Offline

#2 September 20, 2016 11:09 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 6,320

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

เพราะเล่ห์ลิเกโจร มันทำมาจนถึงปัจจุบัน

Offline

#3 September 20, 2016 12:29 PM

pornchai
Member
Registered: August 10, 2015
Posts: 595

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

กฎแห่งกรรม จะมีหรือไม่มี จะขอคอยดูผลจากเหตุการณ์นี้

Offline

#4 September 20, 2016 7:03 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 810

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

ภาพนี้เองที่จะนำเอาความโหดร้ายของราชวงค์จักรีที่ได้ทำอย่างไรกับความไม่พอใจต่อพสกนิกรของตัว?  คำตอบอยู่ที่ภาพนี้เอง  และมันจะอยู่คู่ไทยชั่วฟ้าดินสลาย 
ตอนนั้นมีการเตรียมการการปลุกระดมมวลชน และวางแผนเพื่อใช้สังหารพวกนศ.มาปีกว่า  เช่น"กลุ่มมวลชนอันมี"ลูกเสือชาวบ้าน" ....."กระทิงแดง"....จิ้งเหลืองจากวัดจิตตะภาวัน บางละมุง ของอลัชชีกิติวุฒิโฑ ...กลุ่ม"นวพล"   ของวัฒนา เขียววิมล(กลุ่มปัญญาชน- เช่นทมยันตี  สุรีพันธ์ มณีวัต พ่อค้านักธุระกิจ และ ...ฯลฯ) ตำรวจพลร่มนเรศวรเสือดำจากหัวหินที่เคยรบอย่างโชกโชนในลาว.... สมัคร สุนทรเวช.. ธานินทร์ ไกรวิเชียร...สมเด็จย่า(ของตชด.) และ ในหลวง-ราชินี....  ได้ร่วมกันวางแผนเพื่อฆ่านักศึกษาอย่างร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ แม้การปลอมแปลงรูปถ่ายว่าลครที่นักศึกษาเล่น"แขวนคอ"เป็นรูปเสี่ยโอ  เป็นการเร่งเร้าความเกลียดชังทางหน้านสพ.... และกระพือข่าวโกหกว่าในม.ธรรมศาสตร์เป็นที่ส้องสุมพวกญวนและผกค.ขุดอุโมงเต็มไปหมดในรั้วมหาวิทยาลัย  เพื่อทำการปราบฆ่านศ.ให้เข็ดหลาบ... ให้มีผลอย่างสุดสยองตลอดไป....ซึ่งเมื่อเวลาผ่านมาทุกวันนี้หลักฐานต่างๆซึ่งกล่าวหานศ.ล้วนไม่จริงทั้งนั้น น่าขยะแขยงที่สุด ...และนักศึกษายังต่อสู้มาจนปัจจุบัน...เราไม่อภัยและจะคอยตามล้างพวกมันจนถึงที่สุด...เรายังรอคอยด้วยความอดทน ขอบคุณเจ้าของภาพนี้ที่ประวัติศาสตร์จะใช้หักจักรีให้ราบ...ให้สูนพันธุ์ไปจากโลกมนุษย์นี้ในที่สุด

Last edited by amdang (September 22, 2016 7:41 AM)

Online

#5 September 28, 2016 3:13 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 810

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

เรื่องคุณสรรพสิริ วิรยศิริอดีดผอก.ทีวีช่อง9สมัย 6 ตุลาคม 2519 กรรมการผจก.อสมท.รวมทั้งสถานีวืทยุททท. เขาจบอนุปริญญาทางกฎหมายจากม.ธบ.แล้วด้วยความรักการถ่ายภาพก็ไปเรียนเอาเซอร์ติฟิเกตเรื่องกล้องและการถ่ายรูปในเมกา เขามีผลงานมากมายในวงการสื่อไทยรุ่นแรกๆในเรื่องภาพและทางทีวี
http://thaipublica.org/wp-content/uploa … %B8%B4.jpg
http://thaipublica.org/wp-content/uploa … %B8%B4.jpg
ภาพเหตุการณ์ 9ตุลาที่หลุดรอดมาให้เห็นหลายภาพที่แสนโหดร้ายทารุนที่ทางวัง ลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง นวพล ตชด.หัวหิน และนายกหอย รองนายกสมัคร สุนทราวช ได้กระทำเป็นประวัติศาสตร์ของชาติในเช้าวันนั้น เพื่อเอาไว้ต่อรองยามพวกนี้หมดอำนาจ และคงได้ถูกตอบแทนจากปชช.กระทืบคืน ว่าไม่หนักกว่าพวกมึงทำกับเด็กๆนศ.เช้าวันนั้น  เช่นการแขวนคอที่ต้นมะขาม และใช้ไม้เสืยบแทงศพที่อวัยวะเพศต่อนศ.หญิงท่านหนึ่ง เหมือนทหารญึ่ปุ่นกระทำกับสาวจีนที่เมืองนานกิงที่ระบือโลกมาแล้ว ภาพนั้นชื่อ "The Rape Of Nanking" มันอุตส่าพ์คิดค้นความเหี้ยมโหดให้พสกนิกรได้เข็ดหลาบ...ไม่มีทาง...เช้าเมื่อวานนี้พวกนศ.ออกมาต่อต้านกันอีกแล้วและถูกจับหลายคน..."ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั้นย่อมมีการต่อต้าน...F=mA  "
https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=7&cad=rja&uact=8&ved=0ahUKEwiX0oil97LPAhVM8WMKHR1eCcQQtwIIQzAG&url=https%3A%2F%2F
วันนั้นคุณสรรพสิริแบกกล้องไปถ่ายรูปในธรรมศาสตร์ บริเวณใกล้เคียง และสนามหลวง แล้วรีบกลับตัดต่อภาพต่างๆพร้อมคำบรรยาย แล้วออกอากาศทางช่อง9(สมันนั้น)ก่อนเที่ยง อีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกปลดออกทุกตำแหน่ง และพล.ร.อ สงัด ชลออยู่ต่อมาเป็นหน.รัฐประหารสั่งยัดทรัพย์ ต้องพาครอบครัวหนีไปทำไร่ไถนาเลี่ยงชีพที่จ.ระยองหลายปี เพิ่งเสียชืวิตเมื่อ 15 ตค.2555(92ปี) แต่ที่อยากเล่าว่าทำไมกระทั่งตายต้องอวยเจ้าตลอด ไม่กล้าปริปากอะไรเรื่องผลงานเช้า 9 ตค.19 จนสิ้นชีวิตเพราะกลัวม-112 ไม่อยากไปตายในคุกตอนแก่
อีกเรื่องสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัฐเอาทหารไปทุบแท่นพิมพ์(ปิด)"นสพ.สารเสรี" วันที่ 21 พค. 2501โดยมีนาย ทนง ศรัทธาทิพย์ และผจก.นาย สมัย เรืองไกร เพราะหาว่าพูดรุนแรง บิดเบือนจากความเป็นจริง นายทนงถูกข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์(สมัยนั้นไม่มีม-112, 44, 16 และอีกหลายประการที่เขาจะยัดเยียดให้ ฯลฯ ปัจจุบันนี้) คุณทนงต้องติดคุกอยู่ 11เดือน
เหตุการณ์ที่คอยทำลายและรุกรานนักนสพ.และนักเขียนสมัยนั้น จนประเทศได้มีปูชนียบุคคลนักสู้เช่นจิตร ภูมิศักดิ์ กุหลาบ สายประดิษฐ์ อุธร พลกุล อิสรา อมันตกุล โดม แดนไทย เฉลาเรขารุจิ สนองมณีศรี สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช ฯลฯ ตอนนี้เราจะหานักนสพ.หรือสื่อที่มีเสรีถาพเต็มทำยายากมาก เพราะภูมี้อยู่นานและมีข้อมูลที่จะใช้กำราบ ควบคุมสื่อไทยอย่างไม่ให้หลุดมือออกเสนอข่าวอะไรที่ทำให้กษัตริย์ ครอบครัว และ อำมาตย์ ต้องระคายเคืองได้อีกต่อไป หากเกิดมีรัชกาลใหม่พวกนสพ.คงถูกยุบเหลือเพียงไม่เกิน5ฉบับ และบริหารข่าวโดยรบ.เหมือน จีน เกาหลีเหนือ เวียตนาม ลาว คิวบา ฯลฯ ปชป.จะถูกตอนทางความคิดจนหมดสิ้น
เพื่อนๆรีบหาอ่านประชาไท มติชน และเข้าชมอีกหลายเวปเมื่อยังมีโอกาส....แต่พวกทรราชจะแตะต้องเวปนี้ไม่ได้ เพราะเป็นเวปเกิดในเมกาที่พูดไทย ลาว เขมร พม่า เวียตนาม อังกิต และจีน....เราพูดเรื่องสิทธิของมนุษยชนได้อย่างมีเสรีภาพสุดขีด ดังเช่นคนเมกาที่มีสิทธิในตัวเขาทุกอย่าง....เราคือเวป"(ฉัน)ฟรีไทย" (iFreeThai.com)...ของดี.. ของแท้.. ของจริง เจ้าคะ

Last edited by amdang (September 29, 2016 11:06 PM)

Online

#6 September 29, 2016 9:09 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

https://www.youtube.com/watch?v=bVe3obwHZvI

หนังสั้น "ผ้าปิดตา" 6 ตุลา ลบ เลือน ลืม
photo.jpgหมา หนี

เผยแพร่เมื่อ 26 ก.ย. 2016
พบกับงานนิทรรศการ สี่สิบปี 6 ตุลา ในวันที่ 3-7 ตุลาคม 2559
โดย นักศึกษาเอกสังคมศาสตร์การพัฒนา คณะอักษรศาสตร์
มหาวิทยาลัยศิลปากร

Offline

#7 October 1, 2016 11:38 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

http://thaienews.blogspot.com/2016/09/b … t_840.html

14519829_1096803210369298_1049336766187999962_n.jpg

ปะไว้ล่วงหน้า อย่าลืม อย่าลืม อีก ๖ วัน ๖ ตุลา ครั้งนี้ครบรอบ ๔๐ ปี

ใครรู้จัก 'ตุลา' ในความหมายที่ลืมไม่ลง ก็ต้องไม่พลาด ใครเพิ่งสัมผัสในความรู้สึกที่อยากรู้ ย่อมต้องไปแสวงหาความหมาย

ที่เกษตรฯ มีวิทยากรและนักกิจกรรมที่ขอเอ่ยถึงเพื่อเรียกน้ำย่อยสองท่านคือ อ.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ พ่อพิมพ์ของจอห์น วิญญู และพริษฐ์ ชีวารักษ์ ผลพิมพ์ของประชาธิปไตยใฝ่รู้

ที่ท่าพระจันทร์รายการแน่นเหยียด ทั้งสุนทรกถา ปาฐกถา เสวนา และสัมมนาวิชาการ เรียงลำดับวิทยากรตั้งแต่สุรชาติ บำรุงสุข ธงชัย วินิจจะกุล เกษียร เตชะพีระ ประจักษ์ ก้องกีรติ ไทเรล ฮาร์เบอร์คอร์น รุ่งระวี เฉลิมศรีภิญโญรัตน์ และพวงทอง ภวัครพันธุ์

หัวข้อ อาทิ “๔๐ ปีเปลี่ยนผ่านประเทศไทย : ๔๐ ปีเปลี่ยน-๔๐ ปี ไม่ผ่าน?” “เสียงจากความเงียบ” “คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย” “ความฝันเดือนตุลาสู่กาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง” “อะไรหนอคือสังคมในอุดมคติของคนรุ่นใหม่?” และ “ความขัดแย้งและวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทย”

ด้านบันเทิงก็เพียบ ฉายหนังใหม่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกสองเรื่อง “ด้วยความนับถือ” (Respectfully yours) กับ “Democracy After Death :

A Tragedy of Uncle Nuamthong Praiwan”

14469465_1096803413702611_6248932420390615213_n.jpg

ดนตรีมีเสียงสดๆ ให้ฟังไม่ขาด จากวงภราดร กำปั้น เอ้ นิติกุล กรรมาชน คีตาญชลี โฮ้ป และคาราวาน

โดยเฉพาะรายหลัง น้าหงามาเอง ขึ้นเวทีเดียวกับวงผ้าขาวม้า

รายละเอียดทั้งหมดดังนี้

เริ่มแต่วันที่ ๕ เวลาบ่ายสองถึงห้าโมงเย็น ที่ห้อง ๕๐๑ ชั้น ๕ ตึก ๓ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน

เสวนา "๖ ตุลา เธอเขียน เขาลบ แต่เราจดจำ: บอกเล่า ๖ ตุลา ผ่านความทรงจำของชาวเกษตรศาสตร์"

หัวข้อย่อย:

- "สังคมวิทยา/มานุษยวิทยาความทรงจำกับเหตุการณ์ ๖ ตุลา"
- "ความทรงจำและประสบการณ์ตรงของคนเกษตรศาสตร์ในเหตุการณ์ ๖ ตุลา
- "องค์กรนิสิตและการจำกัดเสรีภาพนิสิต ม.เกษตร ในช่วง ๖ ตุลา
- "๖ ตุลา กับผลต่อขบวนการนักศึกษาในปัจจุบัน
- "บทเรียนทางประวัติศาสตร์จากเหตุการณ์ ๖ ตุลา
- "การปราบปรามผู้ชุมนุมกรณี ๖ ตุลา เปรียบเทียบกับการปราบปรามกรณี ๘๘๘๘ ของพม่า"
- "เหตุการณ์ ๖ ตุลาในหนังสือแบบเรียน"
- "๖ ตุลากับวาทกรรมและการสร้างความเกลียดชังโดยสื่อ"
- "มอง ๖ ตุลา จากงานศึกษาเรื่อง 'ก่อนระบบกษัตริย์:ลัทธิผู้ก่อตั้ง เบลาะโข่กะเหรี่ยง' "

วิทยากรโดย คณาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
รศ. ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
อ. ดร.ปุรินทร์ นาคสิงห์
อ.อังกูร หงษ์คณานุเคราะห์
อ.ศรัญญู เทพสงเคราะห์
อ. ดร.ลลิตา หาญวงษ์

ร่วมด้วย
ผศ. ดร.ศรันย์ สมันตรัฐ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
ตัวแทนกลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์
ตัวแทนกลุ่มเสรีนนทรี SeriNonsi
ตัวแทนกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท
ตัวแทนนิสิตภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
ตัวแทนนิสิตหลักสูตรวนศาสตร์ชุมชนคู่ขนานสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

ดำเนินรายการโดย อ. ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

จากนั้นตั้งแต่วันที่ ๖ ถึง ๘ ตุลา ๕๙ เชิญร่วมรายการ 'เราไม่ลืม' ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

กำหนดการเริ่มแต่ตีห้า เช้าตรู่วันที่ ๖ ตุลาคม นั่นเลย

5:00 - นาฏกรรม ลีลาศิลป์ 40 ปี 6 ตุลาคม 2519 จารึกไว้ในใจชน - เริ่มแสดงที่ลานโพธิ์และไปสิ้นสุดที่ลานประติมากรรม

----------- ลานประติมากรรม -----------

6:30 - พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์
8:00 - กล่าวเปิดงานโดย ศ.ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์
8:30 - สุนทรกถา หัวข้อ “๔๐ ปีเปลี่ยนผ่านประเทศไทย : ๔๐ ปีเปลี่ยน-๔๐ ปี ไม่ผ่าน?”

โดย ศ.ดร. สุรชาติ บํารุงสุข

----------- หอประชุมศรีบูรพา -----------

16:00 - ฉาย “ด้วยความนับถือ” (Respectfully yours)
ภาพยนตร์สารคดีที่จัดทำขึ้นในวาระ 40 ปี 6 ตุลา เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้โดยเฉพาะ
16:40 - เสวนา “เสียงจากความเงียบ”
18:15 - ปาฐกถาหัวข้อ “คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย”
โดย ศ. ดร. ธงชัย วินิจจะกูล
19:00 - การแสดงโดย หงา คาราวาน
และ วงผ้าขาวม้า

--------------------------------------

7 ตุลาคม 2559

--------------------------------------

----------- หอประชุมศรีบูรพา -----------

14:00 - เสวนา “สื่อมวลชนกับความรุนแรงทางการเมือง”
16:00 - ฉาย “Democracy After Death :
A Tragedy of Uncle Nuamthong Praiwan”
เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้โดยเฉพาะ
17:30 - สรุปบทเรียนอุดมการณ์ “อะไรหนอคือ
สังคมในอุดมคติของคนรุ่นใหม่?”
19:00 - การแสดงจากสหายเขตงาน

--------------------------------------

8 ตุลาคม 2559

--------------------------------------

----------- หอประชุมศรีบูรพา -----------

16:00 - ฉาย “ด้วยความนับถือ”
(Respectfully yours) *ฉายซ้ำ
12:00 - ดนตรีโดย เอ้ นิติกุล, วงกำปั้น
13:00 - เสวนา “ความฝันเดือนตุลาสู่กาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง”
14:00 - ดนตรีโดย วงภราดร
14:30 - วงเสวนา “บทเรียนประชาชน 3 ประสาน
จากยุคเดือนตุลากับอนาคต”
16:00 - ดนตรีโดย Bird Eat A Dog ,วงสามัญชน และศิลปินคนรุ่นใหม่
18:00 - ศิลปะการดนตรีเพื่อชีวิต โดย
หว่อง คาราวาน, Hope, คีตาญชลี, นิด กรรมาชน

------ ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ ------

สัมมนาวิชาการ “ความขัดแย้งและวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทย” จัดโดย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

9:30 - ภาคเช้า | โดย ศ.ดร. เกษียร เตชะพีระ, ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ และ ดร. ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น
13:30 - ภาคบ่าย | โดย รุ่งระวี เฉลิมศรีภิญโญรัช, รศ.ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ และ ศ.ดร. ธงชัย วินิจจะกูล

--------------------------------------

มหกรรมหนังสือการเมือง

--------------------------------------

6-8 ตุลาคม 2559 เวลา 9:00-20:00 น.

ร่วมด้วย

โกมลคีมทอง | เคล็ดไทย | โครงการตำราสังคม | โค-โลคัล (สนพ.ฟ้าเดียวกัน) | ฅอหนังสือ | โฆษิต | ชนนิยม | นกฮูก พับลิชชิ่ง | นานมีบุ๊คส์ | บุ๊ค ไทม์ | ปัญญาชน ดิสทริบิวเตอร์ | คบไฟ | มติชน | ยิปซี กรุ๊ป | สมมติ | สันสกฤต | แสงดาว | อัลเทอร์เนทีฟไรเตอร์ | แฮพเพนนิ่ง | ศูนย์ส่งเสริมรักการอ่าน | สถาพรบุ๊ค

รายการภาพยนตร์ในเทศกาลหนังการเมือง | http://bit.ly/2d9brDD

Download กำหนดการเต็ม | http://bit.ly/2do9pNJ

กดติดตามกิจกรรม | http://bit.ly/2cSPY3O

Offline

#8 October 1, 2016 11:46 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

https://www.youtube.com/watch?v=mDmMWR2eS5o

Offline

#9 October 4, 2016 11:33 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

http://prachatai.org/journal/2016/10/68177

40 ปีผ่าน เจอข้อมูลใหม่ 6 ตุลา! คนถูกแขวนคอสนามหลวงมีมากกว่า 2 คน!

Mon, 2016-10-03 15:01

ภัทรภร ภู่ทอง นักวิจัยและทีมค้นคว้าภาพ-หลักฐานชันสูตรผู้เสียชีวิต พบข้อมูลขาดอีกมาก พร้อมโชว์ภาพผู้ถูกแขวนคอมีอย่างน้อย 4-5 ราย ‘คนเดือนตุลา’ อึ้ง ไม่ทราบมาก่อน ธงชัย วินิจจะกูล ย้ำรายละเอียดสำคัญต้องคืนความเป็นมนุษย์ให้คนตาย เตรียมเปิดโครงการแหล่งข้อมูล 6 ตุลารับเบาะแสวัถตุดิบทุกประเภท

บันทึกการเสวนาในครั้งนี้

คำเตือน ด้านล่างมีภาพผู้เสียชีวิตที่อาจทำให้ผู้อ่านไม่สบายใจ

ในวาระ 40 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการจัดงานเสวนา “ความรู้และควาความไม่รู้ว่าด้วย 6 ตุลา 2519” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรประกอบด้วย สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ, ภัทรภร ภู่ทอง นักวิจัยและผู้สร้างหนัง Silence-Memories และ Respectfully Yours, ธงชัย วินิจจะกูล จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดินสัน และสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินรายการโดย พวงทอง ภวัครพันธุ์

พวงทอง กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า แม้เราจะจัดงานรำลึกกันมา 40 ปีแล้วแต่กลับมีเหตุการณ์อีกมากมายที่เราไม่รู้ โดยส่วนตัวมี 2 เหตุการณ์ที่รู้สึกตกใจ เรื่องแรกกรณีการเสียชีวิตของจารุพงษ์ ทองสินธุ์ ซึ่งครอบครัวไม่ทราบเรื่องและใช้เวลา 20 ปีในการตามหา เรื่องที่สองเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว อาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล บอกว่ามีคนถูกแขวนคอมากกว่า 1 คน อย่างน้อย 2 คนแน่ๆ หรืออาจมากกว่านั้น

“ดิฉันฟังแล้วตกใจ เพราะส่วนตัวสนใจและสอนเรื่องความรุนแรง ให้ความสนใจกับรายละเอียด แต่พอเรื่องใกล้ตัวขนาดนี้ เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราน่าจะรู้กันมาตั้งนานแล้ว ทำไมเราไม่รู้ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาได้คุยกับคุณภัทรภร ที่ทำหนัง Silence Memories เรื่องรายละเอียดผู้เสียชีวิตพบว่า มีข้อมูลเยอะเลยเป็นเรื่องพื้นฐานที่เราไม่รู้ จึงคิดว่าเราน่าจะคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน ความไม่รู้ด้านหนึ่งสะท้อนปัญหาอะไรของสังคมไทย ขณะเดียวกันในการรำลึกเหตุการณ์ความรุนแรง ถ้าเรานึกถึงเหยื่อ การให้เกียรติ ให้ความเคารพยกย่อง เราละเลยเรื่องผู้เสียชีวิตไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร” พวงทองกล่าว

พวงทองกล่าวว่า นอกจากนี้ความรู้เกี่ยวกับผู้ใช้ความรุนแรงก็มีจำกัด เราอาจได้ยินชื่อ กระทิงแดง นวพล คนเหล่านี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร นอกจากตำรวจตระเวนชายแดนที่มาในวันนั้น ใครเป็นคนสั่งการ ดูเหมือนไม่มีใครทำวิจัยหรือคุยกันจริงจัง


คลิปเหตุการณ์ 6 ตุลา โดยนาทีที่ 25 เป็นต้นไปจะเห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่บริเวณสนามหลวง

ภัทรภร ภู่ทอง: เมื่อคนอีกรุ่นพบว่า 6 ตุลายังขาดข้อมูลรายละเอียดอีกมาก

ภัทรภร ภู่ทอง นักวิจัยอิสระและผู้สร้างสารคดีเกี่ยวกับ 6 ตุลา กล่าวว่า เธอเพิ่งเริ่มศึกษาเรื่อง 6 ตุลาเมื่อ 4 ปีที่แล้วและพบเจอคำถามสำคัญเมื่อศึกษาเรื่องนี้ 4 คำถามจากคนรอบตัว 1. เพื่อนสื่อมวลชนคนหนึ่งถามว่าจะทำเรื่อง 6 ตุลาไปทำไม ในเมื่อเรารู้ทุกอย่างหมดแล้ว 2.คำถามจากครอบครัวผู้เสียชีวิตถามว่า ผ่านมา 40 ปีทำไมเพิ่งติดต่อมา 3.นักข่าวจากเอพีซึ่งช่วยงานนี้ ดูรูปด้วยกันแล้วตั้งข้อสังเกตว่า ใครคือคนที่ยกเก้าอี้ฟาดศพ ชายดังกล่าวปรากฏในหลายภาพ น่าแปลกที่ไม่มีใครสงสัยหรือตามหา 4.ผู้ร่วมงานรุ่นน้องสงสัยว่า เหตุใด 6 ตุลายังเป็นประเด็นอ่อนไหวขนาดนี้แม้ผ่านไป 40 ปี

“argument หลักในการศึกษาคือ เสียงขอพวกเหยื่อ ครอบครัวและผู้คนในภาพถ่ายมีความหมายอย่างไร เราคิดว่าเสียงของครอบครัว ของเหยื่อ ของคนตัวเล็กตัวน้อย เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่เมื่อประกอบเข้าด้วยกัน จะเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้า วันนั้น และหลังจากนั้น ทั้งความกลัว ความรุนแรง ความ ignorance ของสังคมไทย” ภัทรภรกล่าว

ภาพรวมผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ 6 ตุลา
ภัทรภรให้ภาพรวมการเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวโดยข้อมูลหลักได้มากจากไฟล์ชันสูตรพลิกศพของแพทย์ พบว่า

-มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 46 คน เป็นนักศึกษา ประชาชน 41 คน เจ้าหน้าที่รัฐ 5 คน

-เป็นชายไทยทราบชื่อ 30 คน เป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ 3 คน หญิงไทยทราบชื่อ 4 คน ศพที่ถูกเผาและไม่ทราบเพศแน่ชัดอีก 4 คน

“ไม่มีการพูดถึงชาวเวียดนามแต่อย่างใด”ภัทรภรกล่าว

-อายุต่ำสุดคือนายอภิสิทธิ ไทยนิยม อายุ  17 ปี

“เราพยายามสืบหาว่าคือใคร แต่ยังหาไม่พบ ทราบเพียงว่ามาจากจันทบุรี” ภัทรภรกล่าว

-สถาบันการศึกษาของผู้เสียชีวิต คือ รามคำแหง ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ มหิดล ม.กรุงเทพ โรงเรียนเพาะช่าง

“นักศึกษามหิดลและราม ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นการ์ด ดูแลความปลอดภัยให้เพื่อน”ภัทรภรกล่าว

-ภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิต พบว่ามาจากทุกภาคยกเว้นภาคตะวันตก และภาคใต้เยอะที่สุด

-สาเหตุ ถูกระเบิด กระสุนปืน จมน้ำ ถูกแทง ถูกรัดคอ

-สถานที่พบศพ แม่น้ำ 2 คน (พบที่ท่าสวัสดิการทหารเรือวันที่ 7 ต.ค.) ส่วนใหญ่พบที่รพ.ตำรวจ

“รู้สึกแปลกประหลาดมากที่ระบุแบบนั้น แทนที่จะบอกว่าพบที่สนามหลวงหรือตรงไหน” 

-การจัดการศพ ส่วนใหญ่มอบคืนให้ญาติ และมีการระบุด้วยว่า จัดการตามประเพณี
“การจัดการตามประเพณีหมายความว่ายังไง แปลว่ามีส่วนที่ญาติไม่ได้มารับไปใช่ไหม” 

ภัทรภรกล่าวว่า ในการทำภาพยนตร์และเก็บข้อมูลจากญาติผู้เสียชีวิตนั้นเธอสามารถติดต่อได้ทั้งหมด 10 ครอบครัว สิ่งที่พวกเขาเผชิญ พบว่า ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายคนแรก หรือลูกคนเดียวของครอบครัว เป็นคนที่มีโอกาสดีที่สุดของครอบครัว ยกตัวอย่าง อับดุลรอเฮง สาตา คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล อีก 6 เดือนเขาจะเรียนจบแล้วจะกลับไปทำงานที่บ้านเกิดจังหวัดนราธิวาส เขามาจากครอบครัวยากจนมาก มีพี่น้อง 4 คน ทุกคนเรียนศาสนาหมด มีเขาเรียนสายสามัญคนเดียว และเป็นคนเดียวในตำบลที่มาเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ เมื่อเสียชีวิตครอบครัวเดินทางมาไม่ทันการทำพิธีทางศาสนาอิสลาม หลังจากนั้นจนถึงทุกวันนี้ ครอบครัวแทบไม่พูดถึงกรณีนี้อีกเลย ทุกวันนี้เขาเองยังกังวลและหวาดกลัว ทางครอบครัวขอเวลาในการทำความคุ้นเคยและให้ข้อมูล เขากังวลว่าถ้าให้ข้อมูลจะทำให้เขาเดือดร้อนไหม อีกรายหนึ่งเราไปสัมภาษณ์ เขายินดี แต่อีกไม่กี่วันเขากลับโทรมาขอว่าเป็นไปได้ไหมที่จะไม่เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ เพราะกลัวมากว่าจะเกิดอะไรกับครอบครัว บางครอบครัวโกรธเกรี้ยว ห่างเหินเย็นชาดูจากบทสนทนาที่มีต่อกัน อยากตีความว่า เขาไม่เห็นประโยชน์หรือความหมายของการให้ข้อมูล เขาตระหนักเหมือนที่เราส่วนใหญ่ก็ตระหนักว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไร ไม่นำสู่ความยุติธรรม การเยียวยา

“คุณไม่รู้หรอกว่าครอบครัวเราเจออะไรมาบ้าง เราเจอมามากพอแล้ว” บางครอบครัวบอกกับภัทรภรเช่นนี้ แต่ก็มีบางครอบครัวพูดชัดเจนมากกว่า “เราต้องการความจริง เราต้องการความยุติธรรม”

เกิดอะไรขึ้นที่สนามหลวงในเช้าวันนั้น มีกี่คนถูกแขวนคอ?
ในส่วนนี้ภัทรภรนำเสนอภาพเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จำนวนหนึ่งซึ่งเป็นภาพใหม่ที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน โดยเธอระบุว่า ภาพรูปคนถูกแขวนคอและถูกฟาดด้วยเก้าอี้ซึ่งถ่ายโดย Neal Ulevich ช่างภาพสำนักข่าว AP และได้รับรางวัลพูลิตเซอร์นั้น ผู้คนคิดว่าเป็น วิชิตชัย อมรกุล แต่อันที่จริงเรายังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร ส่วนวิชิตชัยนั้นถูกแขวนคอและปรากฏในอีกภาพหนึ่ง เขาถูกแทง ถูกทุบตี และแขวนคอ ในส่วนนี้พวงทองเสริมว่า ดูจากภาพการเสียชีวิตที่ลิ้นจุกปากคาดว่าน่าจะเสียชีวิตจากการถูกแขวนคอ

นอกจากสองคนดังกล่าว ภัทรภรยังนำเสนอชุดภาพจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ปรากฏชายใส่เสื้อลายดอกที่อยู่ในรถซึ่งขับมาที่สนามหลวง จากนั้นเขาถูกฝูงชนลากออกมา ถูกจับใส่กุญแจมือ ถูกรุมทำร้าย แล้วถึงถูกนำไปแขวนคอ ดูจากภาพแล้วเขาน่าจะไม่ใช่นักศึกษาและมีอายุมากกว่า 30 ปี จากการสืบค้นในไฟล์ชันสูตรทางการแพทย์พบว่าเขาคือ นายปรีชา แซ่เฮีย สูง 170 ซม.โดยในไฟล์ชันสูตรของแพทย์นั้นระบุชัดเจนเรื่องเสื้อผ้าซึ่งตรงกับภาพที่ถูกลากจากรถมารุมทำร้ายและถูกแขวนคอในที่สุด

29789233880_cf2c07afc6_z.jpg

ภาพบนซ้ายมือ: ภาพจาก AP, ชายไม่ทราบชื่อ
ภาพบนขวามือ:  ภาพจาก AP, ชายไม่ทราบชื่อ
ภาพล่างซ้ายมือ: ภาพจากสมาคมนักข่าว?,  วิชิตชัย อมรกุล นิสิตจุฬาฯ
ภาพล่างขวามือ: ภาพจากบุคคลนิรนาม เผยแพร่ใน www.2519.net, ผู้วิจัยระบุว่าเขาคือ ปรีชา แซ่เฮีย
(ที่มา: สไลด์ของภัทรภร ภู่ทอง)

29456699933_4b2088b5ff_o.jpg

30000679231_db89a505da_b.jpg

ภาพบุคคลที่ภัทรภรระบุว่า น่าจะเป็นรายที่ 5 ที่ถูกแขวนคอ
(ที่มา: สไลด์ของภัทรภร ภู่ทอง)

ธงชัยกล่าวเสริมว่า  หลายคนเห็นภาพเหล่านี้แล้ว แต่ด้วยความสะเพร่าของพวกเราเองรวมถึงตัวเขาด้วยด้วยทำให้ไม่ทันได้สังเกตว่ามีกี่คนถูกแขวน ทั้งที่พยายามสืบค้น แต่ด้วยข้อจำกัดที่เขาเองไม่เคยดูรูปและคลิปวิดีโอใดๆ จบเลย จนเมื่อปี 2011 จึงพบว่ามีคนถูกแขวนคอ 2 รายก็เชื่อว่ามีเพียงเท่านั้น แต่เมื่อดูภาพทั้งหมดในครั้งนี้แล้วทำให้มั่นใจว่ามีคนถูกแขวนคออย่างน้อย 4 ราย และท้ายที่สุดกลายเป็นว่าคนที่ถูกเก้าอี้ฟาดที่คนเข้าใจว่าเป็นวิชิตชัย ที่จริงแล้วเราไม่รู้เลยว่าเขาคือใครและศพเขาอยู่ที่ไหน

ภัทรภรกล่าวว่า นอกจากนี้ในรูปความรุนแรงที่ทำกับผู้เสียชีวิตในหลายๆ รูปท่ามกลางมวลชนที่รายล้อม พบว่า ชายที่ใช้เก้าอี้ฟาดผู้เสียชีวิตที่ถูกแขวนที่สนามหลวงนั้นเป็นผู้ที่ปรากฏตัวในหลายภาพ แต่ยังไม่มีใครทราบว่าเขาเป็นใคร โดยส่วนตัวอยากเจอเขาคนนี้อย่างยิ่ง ไม่ได้จะตัดสิน แต่อยากถามถึงประสบการณ์ความคิดความรู้สึกของเขาในขณะนั้นและขณะนี้ ส่วนภาพผู้หญิงเปลือยกายที่ร่างวางลงพื้น ไม่ปรากฏข้อมูลในไฟล์ชันสูตร ทำให้ไม่แน่ใจว่าถูกเผาหรือไม่

ภัทรภรกล่าวว่า ข้อสังเกตต่อฟุตเทจและภาพเก่าที่ค้นคว้าพบว่า มีการนำภาพ 6 ตุลามาใช้ซ้ำมากในสื่อต่างๆ แต่มีผู้จัดทำไม่กี่รายที่ระบุแหล่งที่มาหรือเจ้าของภาพ ซึ่งมีความสำคัญมาก นอกจากเป็นการให้เกียรติเจ้าของงานแล้ว ยิ่งกว่านั้นคือสายตาของช่างภาพหลังเลนส์ วินาทีที่บันทึกเห็นอะไรบ้างที่มากกว่าภาพตรงหน้า มีเรื่องมากมายที่ไม่ได้บันทึกในความทรงจำของเขา

ธงชัย วินิจจะกูล: เมื่อเขาถูก dehumanized เราจะ re-humanized
คืนความเป็นมนุษย์ให้พวกเขา

ธงชัยกล่าวว่า นอกจากเขาที่ศึกษาเรื่องนี้ ยังมีธนาพล อิ๋วสกุล บก.ฟ้าเดียวกันที่ค้นพบเอกสารจำนวนมาก การมีคนอยู่จำนวนน้อยที่เกาะติดเรื่องนี้หรือการที่มีเขาคนเดียวศึกษาราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมากเกินไปก็มีข้อเสีย

“ผมดื้อกับคุณอ้อ (ภัทรภร) อยู่นาน พอเขื่อนแตกปุ๊บ (มีคนถูกแขวนคอ) 4-5 คนผมรับไม่ได้ และข้อมูลหลายอย่างไม่ใช่เรื่องลึกลับ มันหาได้” ธงชัยกล่าว

เขากล่าวว่า คำถามสำคัญคือ เราสนใจรายละเอียดเหล่านี้ทำไม ตัวเขานั้นอยู่ใน 2 สถานะ คือ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และอีกสถานะหนึ่งคือ ผู้ร่วมเหตุการณ์ ทำให้รู้สึกมีความรับผิดชอบอะไรบางอย่าง อันที่จริงข้อมูลรายละเอียดขนาดนี้ไม่มีความหมายเท่าไรสำหรับนักประวัติศาสตร์ จะแขวนคอ 2 คนหรือ 4 คนภาพใหญ่หรือบทเรียนทางประวัตติศาสตร์ก็ได้เปลี่ยนในฐานะนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ แต่ในฐานะคนผ่านเหตุการณ์มันมีความหมาย

“พวกเราทุกคนผ่านเหตุการณ์ทั้งนั้น ทำไมผมพูดแบบนี้ วันที่ 6 ตุลานี้ผมจะเฉลย (ในปาฐกถาที่หอประชุมมธ.-ประชาไท) เราไม่สามารถเป็นเราในวันนี้ได้ มีอณูบางอณูของชีวิตเราเกี่ยวข้องกับคนที่ตายไปทั้งนั้น” ธงชัยกล่าว

ธงชัยกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อสรุปทางวิชาการ แต่มันเกี่ยวข้องตรงที่พวกเขาเหล่านั้นถูก dehumanized (ถูกทำให้ไม่เป็นมนุษย์) การให้ความเคารพกับคนตายเหล่านั้น เราต้อง re-humanized (คืนความเป็นมนุษย์) ให้พวกเขาเหล่านั้น ทำให้กลับคืนความมนุษย์ทีละคน ทุกคนเท่าที่เราจะทำได้

“นี่คือจุดประสงค์ของการตามหารายละเอียดเหล่านี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะโหดเหี้ยมอย่างไร เราต้องให้ข้อมูล เราต้องบันทึกไว้ ให้ครอบครัวได้รับรู้ แม้ว่าแต่ละรายจะอยากรู้หรือเปล่า ทำให้ได้มากที่สุด นี่เป็นวิธีเดียวที่เราจะสู้ ถึงที่สุดในเมื่อเขาดีฮิวแมนไนซ์ เราต้องคืนความเป็นมนุษย์ให้แก่ทุกๆ ราย แล้ววันไหนก็แล้วแต่ที่ครอบครัวยินดีจะค้นข้อมูลเขาควรมีสิทธิจะได้รับรู้ ผมมีหลักแค่นี้  เราจะคืนรายละเอียดทุกยอย่างให้กับชีวิตเขา” ธงชัยกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

ธงชัยกล่าวต่อว่า คำถามต่อมาคือ ทำไม 40 ปีเราถึงเพิ่งมาทำ เขาคิดว่าทุกคนควรทำเท่าที่ทำได้ ควรทำตั้งนานแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่มีวันสายเกินไป แม้จะน่าเสียดายที่เราพยายามน้อยไป ทั้งที่มีข้อมูลพอสมควร

ธงชัยยังกล่าวถึง “ฝ่ายขวา” ในเหตุการณ์ 6 ตุลาด้วยว่า เรื่องนี้พอเห็นเค้าลาง มีมูลให้สืบค้นได้ แต่เขาทำเองไม่ไหว ไม่มีความสามารถเพียงพอ และที่สำคัญคือไม่อยากทำด้วย

“ถึงตอนนี้ผมทำใจได้แล้ว ผมคุยกับกระทิงแดงได้แต่ผมไม่ต้องการคุยกับเขาอีก ไม่ใช่โกรธแค้น แต่ไม่จำเป็นไม่อยากเจออีก คนอื่นถ้ามีแรงกรุณาช่วย มันมีมูลซึ่งทำได้ มีเหตุที่ผมแฝงไว้ในหนังสือของผม ที่ต้องเขียนแฝงๆ ไว้เพราะมันไม่ชัด มีสองประเด็น หนึ่ง นวพล คนเชื่อมาตลอดว่าเป็นองค์กรใหญ๋โตมีพลังมาก ผมไม่แน่ใจ อาจเป็นองค์กรเสือกระดาษ คล้ายๆ แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติตอนนั้นซึ่งมีสมาชิก 1 คน แต่ผมไม่กล้าเขียน ไม่ใช่กลัว แต่เพราะข้อมูลมันลางเลือน เจอแต่การประกาศตัวแต่ตามรอยไม่เจอ ประเด็นที่สอง สำคัญกว่ามาก ด้านหนึ่งเห็นกระทิงแดง พล.อ.สุดสาย รู้ขนาดว่าได้รับเงินส่วนหนึ่งจาก กอ.รมน.และบางส่วนจาก อนุสรณ์ ทรัพย์มนู เจ้าของนมตรามะลิ เฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดง เราเชื่อกันว่า กระทิงแดงก่อการเช้าวันนั้น ผมไม่ได้จะทำให้เขาพ้นผิด เขาปาระเบิดตอนเช้า ใช่ และเขายอมรับด้วย แต่เขาให้การตรงกันหลายคนว่า เหตุการณ์เช้าวันนั้นเขาก็คาดไม่ถึง มันนอกสั่ง คำสั่งที่เขาได้รับมันไม่มี และพล.อ.สุดสายก็สั่งถอย กระทิงแดงเป็นกลุ่มฝ่ายขวาที่ใช้ความรุนแรงแต่จัดตั้งดีพอควรจึงสั่งได้ กลุ่มฝ่ายขวาจำนวนหนึ่งจัดตั้งห่วยหรือตั้งใจจัดตั้งห่วย ขอเรียกว่า ฝ่ายขวากเฬวราก พวกนี้เขาอวด เขาโม้ ว่าเขาต่างหากเป็นคนทำ พวกนี้ต่อมาในปี 2524 ตั้งชื่อกลุ่มว่า อภิรักษ์จักรี แต่ตอนนั้น (2519) ยังไม่มีชื่อกลุ่มชัดๆ ผมไม่ได้ต้องการให้ใครพ้นผิดแต่มันเป็นเบาะแสว่า มันมีช่องทาง นอกจากพวกนี้ยังมีกลุ่มที่สามพวกชุมนุมที่ลานพระบรมรูปฯ ชมรมแม่บ้าน ลูกเสือชาวบ้าน อะไรทั้งหลายที่ชุมนุมต้านพวกเรา ขบวนการพวกนี้ไม่ใช้ความรุนแรง  สามสายนี้ ข้างบนคือ กอ.รมน. ใครที่เป็นตัวการในการจัดตั้งฝ่ายขวาทำให้เกิด กอ.รมน.ในสมัยนั้น ผมไม่ได้ระบุชื่อ แต่ระบุร่องรอยที่จะรู้จักคนนั้นได้ในหนังสือผม (ชื่อหนังสือ 6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง-ประชาไท)” 

ธงชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับความยากลำบากในการเก็บข้อมูลกับญาติผู้ตายนั้นเป็นเรื่องเข้าใจได้ ลองนึกดูว่าเคยมีคณะกรรมการญาติวีรชนหกตุลาไหม  ที่ไม่มีก็เพราะไม่มีใครเรียก 6 ตุลาว่าวีรชน และญาติทั้งหลายเขาไม่มีการรวมตัวกัน เขาไม่อยากจะเผยตัวด้วยซ้ำ

“อาชญากรรของรัฐทุกครั้งเลวระยำทั้งสิ้น แต่ด้วยหลายปัจจัย 14 ตุลาและพฤษภา 35 อยู่ในสถานะจะรับได้บ้าง มีพิธีต่างๆ เป็นรัฐพิธี แต่ 6 ตุลาไม่มี ไม่ได้แปลว่า 6 ตุลามีศักดิ์ศรีดีกว่าหรือแย่กว่า แต่จัดการกับเรื่องเหล่านี้ไม่เหมือนกัน เวลาคุยกับญาติ แต่พูดทำนองเดียวกัน คือ เรื่องหกตุลาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ละเอียดอ่อนแปลว่าอะไร ไม่ได้อยากจะทึกทักว่าทุกคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ไม่กล้าพูด แต่มันมีอะไรบางอย่างที่เกินกว่าที่เขาจะพูด อะไรบางอย่างนั้นเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร แต่มีเซนส์บางอย่าง อย่าแตะเรื่องนั้นหรือเรื่องนี้  เขาจะระวังตัวไม่อยากเดือดร้อน ตะหงิดๆ บางอย่างและไม่รู้เสียดีกว่า 6 ตุลาจึงยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตอนรำลึก 20 ปี 6 ตุลา สิ่งที่เราทำสำเร็จคือ สามารถออกมาพูดอย่างเปิดเผย พูดว่ามีการฆ่าอย่างโหดร้าย แต่พวกเรากรุณาตระหนักว่า มันมีเพดานอยู่เยอะมาก มีการสังหารโหดอัปลักษณ์ โหดเหี้ยม ฟูลสต็อป เราพูดได้แค่นั้น สังคมไทยอยู่ในภาวะที่อนุญาตให้พูดแค่นั้น” ธงชัยกล่าว

“สุดท้าย ด้วยเหตุนี้ สี่สิบปีสายไปหรือเปล่าไม่ทราบ แต่เราทิ้งมรดกเท่าที่ทำได้ มรดกอันแรกที่อยากทำที่สุด ไม่ใช่เรื่องตามวิเคราะห์สถานการณ์ แต่อยากเก็บข้อมูลเรื่องคนตายกับญาติ เราต้องการคืนความเป็นมนุษย์ให้พวกเขา อาจสำคัญกว่าหนังสือวิเคราะห์เสียอีก เรามีโครงการจะประกาศเร็วๆ นี้ จะจัดตั้ง โครงการแหล่งข้อมูล 6 ตุลา จุดประสงค์เบื้องต้นในปีแรกๆ จะสืบค้นเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องคนตาย ใครมีวัตถุดิบเรื่องเล่าหรือรู้แหล่งข้อมูลติดต่อกับครอบครัวคนเหล่านี้ได้ อย่างน้อยอยากทำทะเบียนว่าข้อมูลอยู่ไหนบ้าง อนาคตถ้าคนอยากจะค้นจะได้รู้ว่าจะค้นที่ไหน ผมเชื่อว่าถ้าเรามีข้อมูลมันไปต่อได้ แม้คนในอนาคตเขาจะค้นด้วยสายตาของอนาคต หรือถามคำถามจากยุคสมัยของเขา อย่าไปผูกให้เขาคิดอย่างที่เราคิด”

“เราไม่ได้จะทำให้หกตุลา sensational ผมเกลียดที่สุด เราแค่ต้องการเอาความจริงให้มากที่สุด เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่จะเคารพเขาดีที่สุด” 

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: ทำไมจึงไม่มีข่าว/ข้อมูลเหตุการณ์ 6 ตุลาหลงเหลือ
สุธาชัยกล่าวว่า เขาก็เหมือนธงชัยและคนอื่นในเหตุการณ์ที่ไม่เคยดูคลิปเหล่านั้นได้ พร้อมกันนี้เขาเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าเพื่ออธิบายว่าผู้ที่ตั้งคำถามว่าทำไมไม่สลายการชุมนุมตั้งแต่คืนวันที่ 5 ต.ค.หลังจากหนังสือพิมพ์ดาวสยามลงรูปละครแขวนคอแล้วในช่วงเย็นนั้น ถามโดยไม่เข้าใจบริบทในช่วงนั้น แกนนำนักศึกษาประเมินสถานการณ์ว่าถูกป้ายสีรุนแรงและได้เตรียมกำลังนักศึกษาไปเคาะประตูบ้านทำความเข้าใจประชาชนในวันที่ 6 ต.ค. แต่ไม่มีใครประเมินว่าสถานการณ์จะรุนแรงถึงเพียงนั้น

“การตัดสินใจปราบก็เพิ่งตัดสินใจกลางดึกคืนนั้นเอง ตำรวจตระเวนชายแดนเคลื่อนตอนตีสอง ถึงธรรมศาสตร์หกโมงเช้า” สุธาชัยกล่าว 

“เช้าวันขณะเกิดเหตุ ผมไปตามนัดที่มหิดล (ทีมเคาะประตูบ้านประชาชน) แต่ไม่เจอใครเลย ไม่รู้จะทำยังไง มีคนบอกให้ไปที่สนามหลวงก็ไม่กล้าไป เลยแวะไปบ้านเพื่อน และทันได้ดูวิดีโอชุดหนึ่งที่คุณสรรพสิริ วิรยศิริ ทำแล้วออกช่องเก้า ผมตกใจมาก ทำให้ผมตัดสินใจเข้าป่าแน่นอน เหตุการณ์ในวันนั้น ผมเดาไม่ได้ว่าเพื่อนผมกี่คนที่ตาย มันเดาไม่ถูก ไม่ได้สื่อสารสะดวกเหมือนเดี๋ยวนี้ กว่าจะรู้จริงๆ ก็อาทิตย์หรือสองอาทิตย์หลังเหตุการณ์ เราร้องไห้ คิดถึงเพื่อน มันพูดไม่ถูก คลิปชุดนั้นทำให้การเข้าป่าเป็นทางออกทางเดียวที่จะสามารถแก้แค้นแทนเพื่อนได้ นั่นคือการดูครั้งแรก หลังจากนั้นก็เกิดภาวะแบบธงชัยคือดูไม่ได้จริงๆ บางรูปผมได้เห็นครั้งแรก ดังนั้น ความแชเชือนทางหนึ่งมันก็เป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัว มันไม่ได้จริงๆ” สุธาชัยกล่าว

สุธาชัยยังเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นอีกว่า สภาพการณ์ขณะนั้นมีการปราบปรามช่วงเช้าตรู่ จากนั้น 19.00 น.เกิดการรัฐประหาร ดังนั้น การปราบนักศึกษาและการรัฐประหารจึงเป็นมรดกชั่ว 2 อย่างของ 6 ตุลา จากนั้นคณะรัฐประหารก็มีคำสั่งไม่ให้สื่อเผยแพร่ข่าวสารใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเวลา 2 วัน

“ไม่มีหนังสือพิมพ์ออกในวันที่ 7-8 ตุลา มีแต่สื่อของฝ่ายรัฐเท่านั้น พวกวิทยุและทีวี พอวันที่ 9 ตุลาหนังสือพิมพ์ออกครั้งแรก หนังสือพิมพ์ของฝ่ายซ้ายโดนปิด เหลือแต่พวกกลางๆ  เรียกว่าพอวันที่ 9 ก็แทบไม่เสนอเรื่องนี้แล้ว เสนอเรื่องใหม่ไปเลย เรื่องทั้งหมดมันจบ ฉะนั้นเหตุการณ์นี้จึงไม่มีใครทำข้อมูลอะไรกันเลย แกนนำนักศึกษาจำนวนมากอยู่คุก และอีกมากมายเข้าป่ากัน  พอถึงวันที่จะทำข้อมูลจึงเหลือแต่ของฝ่ายรัฐเป็นหลัก พอผมออกมาจากป่า ธงชัยออกมาจากคุก เรามีภารกิจอื่น เราต้องกลับไปเรียน บรรยากาศสมัยเกรียงศักดิ์แม้จะดีกว่าสมัยธารินท์เยอะแต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งกว่านั้นคือความพ่ายแพ้ของ พคท.ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของชีวิตขบวนนักศึกษา ฉะนั้น ปี 2539 จึงเป็นปีสำคัญ ข้อมูลก่อนหน้านี้มีน้อยมาก ชุดแรกเป็นข้อมูล propaganda ที่จะเอาเรื่องหกตุลาไปโฆษณาปลุกเร้าการปฏิวัติของ พคท. และธงชัย (วินิจจะกูล) เป็นคนสำคัญที่ทำให้เกิดงานปี 2539 จัดกันยิ่งใหญ่ มีผลสะเทือน จากนั้นพวกเราก็ทะเลาะกันเอง แตกกันเละ ผลของการทะเลาะกันก็คือ กูไม่ทำแล้ว มันเกิดปรากฏการณ์อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือเหตุผลและที่มาว่าเหตุการณ์ 6 ตุลาเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างอาภัพ ไม่เหมือน 14 ตุลา มีการทำหนังสืออนุสรณ์”

“มันมีหลายเรื่องที่ผมก็เพิ่งรู้ ถูกแขวนคอเกินกว่า 2 คนผมก็เพิ่งรู้ และอีกคนคือ คุณวันชาติ ศรีจันทร์สุข ผูกคอตายในคุก ในบรรดาคนถูกจับและไม่ได้ออกมามีคนแขวนคอตายในคุกด้วย ใครคือเขา เราก็ไม่รู้ สรุปแล้วความไม่รู้เรื่อง 6 ตุลาแม้แต่ในหมู่พวกเราเองมันเยอะมาก จนไม่รู้จะว่ายังไง ภาพคนกำลังหัวเราะ ที่เขาอ้าปาก ส่วนหนึ่งเขาอ้าปากเพื่อร้องเพลงหนักแผ่นดินอยู่ อาจไม่ได้หัวเราะทั้งหมด”

“กระบวนการ dehumanization เกิดขึ้นก่อนหน้าเป็นปี จนถึงจุดสูงสุด จนฝ่ายขวาเหล่านี้ทำอะไรก็ได้ที่เหี้ยมโหด เขาคิดว่าเขาทำถูกต้องในการรักษาชาติบ้านเมือง ในการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ สังคมไทยไม่เคยสรุปบทเรียนเลย บทเรียนกว่าการฆ่าคน ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ได้ การปลุกระดมให้คนเกลียดชังกันด้วยข้อมูลเท็จ ก็ยังทำกันอยู่ และเรื่องใหญ่ที่สุด คือ รัฐประหาร มันก็ยังเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า” สุธาชัยกล่าว 

สุรชาติ บำรุงสุข : ประวัติศาสตร์ที่ (ผู้ร่วมเหตุการณ์) ไม่ยอมสร้าง
สุรชาติกล่าวว่า ถ้าประวัติศาสตร์คือการเมืองในอดีต การเมืองก็คือประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน เราจึงต้องทำความเข้าใจบริบทของปี 2519 ด้วย แต่จะมองมันล้วนๆ ก็ไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวพันกับ 14 ตุลาคม 2516 ด้วย แต่ก็มีนิสิตบางคนพูดว่าถ้าไม่เรียนรัฐศาสตร์จะไม่ได้รู้เรื่อง 6 ตุลาเลย เพราะไม่มีคณะไหนสอน ประวัติศาสตร์ส่วนนี้หายไปจากระบบการศึกษา

สุรชาติกล่าวต่อว่า วันนี้ทำอย่างไรที่งานรำลึก 6 ตุลาจะไม่กลายเป็นงานทำบุญรวมญาติ ความยากคือ ผ่านเหตุการณ์ไปไม่นานเขาจบปริญญาโทกลับมาสอนหนังสือที่คณะ ตอนนั้นมีการพูดถึงเหตุการณ์ “16 ตุลา” แล้ว ผ่านไปไม่กี่ปีเพียงแค่ความทรงจำจะแยกสองเหตุการณ์ก็ลำบากแล้ว ในความทรงจำที่เริ่มขาดตกบกพร่อง ปัญหาใหญ่ตามมาหลายอย่าง ถ้าความทรงจำไม่มี ความรู้จะเกิดอย่างไร

“คนรุ่นหลังไม่ผ่านสงครามเย็นในภูมิภาค ไม่ผ่านสงครามคอมมิวนิสต์ในบ้าน ไม่เคยเห็นขบวนชาวนากรรมกรขนาดใหญ่ เติบโตมากับการสิ้นสุดของสงครามเย็น” สุรชาติกล่าว

เขากล่าวว่า แม้แต่การสืบค้นใน google ก็ไม่พบภาพเหตุการณ์มากนัก เขาจึงเสนอว่าผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรงควรจะเขียนบันทึกออกมา  เรื่องนี้ควรทำตั้งนานแล้ว มหิดลทำชุดใหญ่ มธ.ทำบ้าง แต่จุฬาฯ ไม่มีใครเขียนเลย

“หลายคนอยากเห็นการชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลา ผมว่าอย่าว่าแต่ชำระ เขียนยังไม่มีเลย ผมจึงเรียกร้องให้คนในเหตุการณ์ทุกคน ผมเรียกร้องให้เขียน เอาความทรงจำกลับมา โพสต์เข้าไปในเว็บไซต์ ถ้าเราอยากเห็นความรู้เกิดก็ต้องสร้าง ต้องมีเวที เพื่อเปิดโอกาสให้ความรู้ หรือความทรงจำเกิดขึ้นมา เวทีนี้ไม่มีเจตนาฟื้นฝอยหาตะเข็บกับเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่อยากให้สังคมไทยรับรู้เรื่องราวในช่วงหนึ่งเท่านั้น” สุรชาติกล่าว

“นอกจากนี้เราแทบไม่เคยศึกษากระแสขวาในไทย ตอนนั้นเราตื่นเต้นกับกระแสซ้าย ทั้งที่สังคมไทยมีกระแสขวาสูงมาก ประวัติศาสตร์กลายเป็นความลับโดยตัวมันเอง และท้ายที่สุดตำราเรียนของเด็กก็มีแค่ 14 ตุลาแล้ว 6 ตุลาอยู่ไหน มันถูกทำให้หายไป ประวัติศาสตร์เป็นทั้งการเมือง ความทรงจำ การประกอบสร้างและยังเป็นความลับอีก วันนี้อาจไม่สามารถคลี่ข้อมูลทั้งหมด แต่ถ้าจะเป็นไปได้ ผมคิดว่า 40 ปีน่าจะเป็นคุณูปการของการต่อสังคม บทเรียนที่ชัดเจนคือ ความรุนแรงไม่ช่วยแก้ปัญหาสังคมไทย มีแต่จะสร้างปัญหา ถ้า 6 ตุลาเดินไปมากกว่านี้มันคงเกิดสงครามการเมืองและเราจะเป็นโดมิโนตัวที่สี่ ถ้าจะไม่เดินไปสู่จุดจบแบบลาว เขมร อะไรคือคำตอบ คำตอบคือการรัฐประหารของเกรียงศักดิ์แล้วปรับทิศทางประเทศไทย นำพาคนอีกชุดคือ ทหารสายปฏิรูปเข้ามาแล้วปรับทิศทาง ผลพวงคือการนิรโทษกรรม พวกผมนี่แหละนิรโทษกรรมเหมาเข่งสุดซอยของจริง มันนิรโทษกรรมคนในเหตุการณ์ 6 ตุลาทั้งหมด เราเองส่วนหนึ่งก็รับไม่ได้ พวกเขาเองที่ขวาจัดๆ ก็รับไม่ได้ที่จะนิรโทษให้พวกเรา แต่วันนี้ย้อนกลับไป นิรโทษกรรมกลายเป็นการเปิดทางใหญ่ของการเมืองไทย ไม่ใช่เฉพาะคนถูกจองจำ แต่พานักศึกษาเข้าสู่ชีวิตปกติ พาคนที่ร่วมกับ พคท.เข้าสู่สังคมไทย นั่นคือตัวแบบที่เราเห็น" สุรชาติกล่าว

Last edited by linc49 (October 4, 2016 11:35 AM)

Offline

#10 October 6, 2016 10:08 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

Thammasat University Massacre, 6th October 1976. Bangkok. Thailand.
1.jpgAdaptorPlug

อัปโหลดเมื่อ 21 ก.ค. 2009
WARNING: CONTAINS GRAPHIC SCENES.

The 6 October 1976 Thammasat University Massacre เหตุการณ์ 6 ตุลา, was a crackdown on student protests against Thailand's right wing military government and the return of Field Marshall Thanom Kittikachorna, a military dictator, an anti-communist and Prime Minister from 1963 to 1973.

Previously, Thanom had left for exile in the United States following student and civil demands for a constitutional government that developed into the 14 October 1973 uprising.

Thanom returned to become a novice monk at Wat Bowonivet, a high ranking royal wat, and resultingly it all kicked off. The students were shown to have "antogonised" the ultra right wing by performing a political play that featured a mock hanging (inspired by the murder of three demonstartors in Nakhom Pathom). The pictures of the performance were doctored by the Thai press, so that it appeared as if the students were mock hanging Crown Prince Vajiralongkorn.

The military, the police and far right paramilitarists responded by storming Thammasat University's Sanam Luang (Tha Prachan) campus to break up demonstrations, killing (officially) 40 plus students. However, the real death rate is known to be far, far higher.

In a recent interview with Al Jazeera, the now deposed prime minister, Samak Sundravej suggested that only one student had been killed. He mocked the interviewer as being too young to remember the events, and as she was not there she was basing her ideas on "dirty histories".

The memorial graden and sculptures sit to the right of the entrance to the Tha Prachan campus, off Sanam Luang, were each year on the anniversary of the killings memorial services are held.

This video is quite graphic, and is edited from over two hours of other footage available on the internet. A fine documentary can be found on Gapithai's page here...
http://www.youtube.com/user/gapithai

The photographs of the monument are mine.

Offline

#11 October 6, 2016 10:48 AM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

https://www.youtube.com/watch?v=SQzGJHhl4Zw

The brutal Bangkok crackdown that was hushed up for years BBC News
photo.jpgJon Ungphakorn

เผยแพร่เมื่อ 5 ต.ค. 2016

Offline

#12 October 7, 2016 12:33 PM

linc49
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,763

Re: สัมภาษณ์ Neal Ulevich เจ้าของภาพ 6 ตค 19 นักศึกษาถูกแขวนคอ ใต้ต้นมะขาม

40 ปี 6 ตุลา 19: สุรชาติ บำรุงสุข: 40 ปีเปลี่ยนผ่านประเทศไทย: 40 ปีเปลี่ยน-40 ปี ไม่ผ่าน?”
photo.jpgprachatai

เผยแพร่เมื่อ 6 ต.ค. 2016
งาน 40 ปี 6 ตุลา 19 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สุรชาติ บำรุงสุข กล่าวสุนทรกถา "40 ปีเปลี่ยนผ่านประเทศไทย: 40 ปีเปลี่ยน-40 ปี ไม่ผ่าน?”

ตอนหนึ่งกล่าวด้วยว่า กาารพัฒนาประชาธิปไตยไทย ต้องเอาทหารออกจากการเมือง หากเอาออกไม่ได้ ก็ไม่ต้องคิดเรื่องประชาธิปไตย และประชาธิปไตยก็จะเป็นรางวงกลม ดังนั้น หากจะให้ทหารกลับเข้ากรมกอง ผู้มีอำนาจนอกระบบ จะต้องพาการเมืองไทยกลับเข้าสู่ระบบของ 3 ส่วน ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ที่จะต้องทำหน้าที่ของตัวเอง และต้องตรวจสอบถ่วงดุลได้ ไม่ใช่การตรวจจับและทำลายดุลเหมือนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน หลังจากนี้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะถูกกดทับจากยุทธศาสตร์ชาติ ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ร่าง

วันนี้ประชาธิปไตยต้องมีการพูดคุย ไม่กล่าวโทษกันเอง และต้องคิดถึงอนาคตของสังคมไทยร่วมกัน

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.