iFreeThai

#1 April 7, 2017 11:11 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

ลาวเฉียบขาดในการดูแลสิ่งแวดล้อมขนาดนี้ อนาคตจะเป็นประเทศน่าอยู่ที่สุด

ทางการในแขวงภาคเหนือของลาว ประกาศตัดทิ้งสวนกล้วยจีนที่ใช้สารพิษอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งปลูกโดยพลการ ไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันถางทิ้งไปแล้ว 1,000 เฮกตาร์ หรือ 6,250 ไร่ ยังเหลืออีกกว่า 30,000 ไร่ จะทะยอยทำลายทิ้งต่อไป สื่อของทางการรายงานรื่องนี้ แสดงให้เห็นการดำเนินการอย่างจริงจัง ในการแก้ไขความผิดพลาด เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม และ ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สวนกล้วยหอมของนักลงทุนจีนราว 6,250 ไร้ที่ถูกถางทิ้งไปนั้น "ใช้สารเคมีอย่างไม่ถูกต้อง การลงทุนไม่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐ ส่วนใหญ่ลงทุนกับประชาชน โดยเจรจากันเอง และ เกิดมีการโอนสัมปทานให้คนอื่นๆ แบบเลื่อยลอย" สำนักข่าวสารปะเทดลาวรายงาน

แขวงบ่อแก้วเคยเปิดเผยตัวเลขว่า ที่นั่นมีสวนกล้วยหอมของนักลงทุนจีนราว 60,000 ไร่ กลายเป็นเขตปลูกกล้วยหอมใหญ่ที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเป็นต้นทางของทางหลวงสาย A3 (E) ไทย-ลาว-จีน ส่งผลผลิตกลับไปจำหน่ายในมณฑลภาคตะวันตกเฉียงใต้ จนถึงภาคใต้ของจีนจึงสะดวกกว่าที่อื่นๆ

การปลูกกล้วยหอม ใน "สวนกล้วยหอมใหญ่ลังบ้าน" แห่งนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 แต่ต่อมาได้พบว่า ส่วนใหญ่ลงทุนอย่างไม่ถูกต้อง และ ใช้สารเคมีมากมายหลายชนิด บางชนิดเป็นสารต้องห้ามในทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสียหาย ความสมบูรณ์ของดินถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ จนถุงคุณภาพน้ำในลำน้ำลำธาร ที่ประชาชน รวมทั้งสัตว์เลี้ยง ต้องพึ่งพาอาศัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน สวนกล้วยของนักลงทุนจีน ยังไม่ได้สร้างงานในท้องถิ่นตามที่เข้าใจก่อนหน้านี้

จนถึงปัจจุบันยังคงมีรายงาน ปลากับสัตว์น้ำอื่นๆ ตายเป็นจำนวนมาก ในแหล่งน้ำต่างๆ ใกล้เขตสวนกล้วย ในแขวงบ่อแก้วแห่งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นสารพิษที่ยังคงอยู่ ถึงแม้ทางการจะควบคุมอย่างเข้มงวด และ ไม่ให้ใช้อีกแล้วก็ตาม

แขวงบ่อแก้วไก้ประกาศในปลายปี 2558 เป็นแห่งแรกที่หยุดออกใบอนุญาต รวมทั้งไม่อนุญาตให้ปลูกเพิ่มเติมอีก ในเนื้อที่ ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งนำไปสู่การตื่นตัวครั้งใหญ่ หลายแขวงภาคเหนือดำเนินรอยตาม และ ในทีสุดรัฐบาลลาว ได้ประกาศให้ยุติการขยายเนื้อที่ปลูกกล้วยโดยสิ้งเชิงในขอบเขตทั่วประเทศ

สำนักข่าวของทางการ รายงานในสัปดาห์นี้ว่า ปัจจุบันในบ่อแก้วยังมีนักลงทุนจีน อยู่อีกกว่า 20 บริษัท รวมเนื้อที่สวนกล้วยหอมราว 5,000 เฮกตาร์ (31,250 ไร่) และ "จะทะยอยทำลายทิ้งต่อไป"

ยังมีสวนกล้วยของนักลงทุนจีนอีกเป็นจำนวนมาก ในแขวงภาคเหนือของลาว ลงไปจนถึงถาคกลาง รวมเป็นเนื้อที่นับแสนไร่ ตั้งแต่หลวงน้ำทา ลงไปจนถึงอุดมไซ หลวงพระบาง ไซยะบูลี แขวงเวียงจันทน์ ในเขตรอบนอกของนครเวียงจันทน์ จนถึงแขวงบอลิคำไซ ที่อยู่ถัดไป ทุกแห่งล้วนมีรายงานผลกระทบจากสารพิษที่ใช้ในสวนกล้วย

แขวงไซยะบูลีประกาศในเดือน ก.พ.ว่า ตั้งแต่กลางปี 2560 นี้เป็นต้นไป นักลงทุนจีน 4 ราย รวมเนื้อที่สวนกล้วยกว่า 500 เฮกตาร์ (3,125 ไร่) ในเขต 2 เมือง (อำภอ) จะหยุดกิจการลงอย่างสิ้นเชิง หลังพบการใช้สารเคมีทำลายสภาพแวดล้อม

ในเดือน มี.ค.แขวงหลวงน้ำทา ทางตอนบนสุด ติดกับชายแดนจีนและพม่า ประกาศว่า ปัจจุบันที่นั่นมีเนื้อที่สวนกล้วยหอม เหลืออยู่เพียง 2,500 เฮกตาร์ (15,625 ไร่) จากทั้งหมด ที่เคยมีอยู่กว่า 4,000 เฮกตาร์ (25,000 ไร่) และ ไม่อนุญาตการลงทุนใหม่ในแขนงนี้

ปลายปีที่แล้วสภาแห่งชาติของลาว ได้ออกรัฐบัญญัติ ควบคุมการใช้สารเคมีอย่างเข้มงวด ควบคุมการนำเข้า รวมทั้งกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในการใช้ กำหนดบทลงโทษ ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการผิดพลาดอีกต่อไป.

จาก  http://m.manager.co.th/IndoChina/detail/9600000035438

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.