iFreeThai

#1 September 9, 2017 1:45 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

 องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

ช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ ฟังคลิปใต้ดินหลายรายการพูดถึงองค์การนำการปฏิวัติบ่อยขึ้น


อ.ชูพงศ์  ถี่ถ้วน  หลังการเดินทางออกนอกประเทศของยิ่งลักษณ์ ทุกคลิปของ อ.ชูพงศ์ ได้เรียกร้องให้กลุ่มที่สู้เพื่อประชาธิปไตยทุกกลุ่มหันมาร่วมกันก่อตั้งองค์การนำและร่วมกันสู้ ไม่แยกกันสู้เหมือนเวลานี้เพราะไม่มีพลัง ไม่มีทางชนะ ให้ทุกกลุ่มลดทิฐิ ไม่ควรขัดแย้งกันในเรื่องรายละเอียด ควรร่วมกันโค่นเผด็จการให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยมาตกลงกันว่าจะใช้รูปแบบรัฐแบบสาธารณรัฐหรือสหพันธรัฐ


ดร.เพยงดิน  รักไทย  ก็เช่นเดียวกัน (คลิป 03-09-2560) ออกมาผลักดันองค์การเสรีไทยฯ และทฤษฎีมดแดงล้มช้างอย่างเต็มสูบ ตัดพ้อว่าคนที่เคยร่วมกันก่อตั้งองค์การเสรีไทยฯ เช่น ชูพงศ์ ถี่ถ้วน  จักรภพ เพ็ญแข  อาคม ซิดนีย์  สุรชัย แซ่ด่าน  จรัล ดิษฐาอภิชัย ฯลฯ บัดนี้หายไปหมด ไม่มาช่วยกันขับเคลื่อนองค์การเสรีไทยฯ  และไม่ค่อยพูดถึงเลย แต่กลับทิ้งองค์การเสรีไทยฯให้อ้างว้างเดียวดาย แยกไปสู้เดี่ยว ไม่แม้แต่ประกาศตนเป็นเสรีไทย ทุกคนต่างออกมายืนสู้เดี่ยวในที่ของตนไม่ยอมอยู่ใต้ร่มการนำของคนอื่น (และว่ากันไปว่ากันมา...ผมว่าเองนะ 555)

ดร.เพียงดินบ่นต่อว่า อย่างไรก็ตามองค์การเสรีไทยฯ ยังคงอยู่ ดร.จารุพงศ์ยังมั่นคงในยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อเปลี่ยนระบอบ ดร.เพียงดินก็ยังช่วยอยู่ แต่คนอื่นมีมวลชนมีแนวทางของตนเองไม่มาร่วมเลย ไม่ยอมมาหลอมรวมกัน ตนเห็นว่าแต่ละองค์กรควรมารวมกันเป็นองค์กรของปวงชน จึงจะเกิดพลังและจะสามารถขอความร่วมมือต่างชาติให้ช่วยกดดันเผด็จการได้ แต่กลับไม่ยอมรวมกัน (จึงมึนงงจริงๆ...ผมว่าเอง 555)


ลุงสนามหลวง (คลิป 02 &05 -09-2560) หลังการหายไปของโกตี๋ก็ปรับขบวนการต่อสู้ใหม่ ทำให้ อ.ส.ส.ท.แยกออกเป็นสองสายคือสายวงไฟเย็นที่ประกาศจะเน้นหาฐานแนวร่วมจากวัย 18+   และสายลุงสนามหลวงที่คัดกรองเอารุ่นเก๋าสหายเก่าที่เคยร่วมงานกับ พคท.เป็นหัวหอก และประสานความร่วมมือกับองค์กรแนวร่วมของพรรคปฏิวัติ เช่น องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.) ที่เป็นแนวร่วมสำคัญของพรรคหรือองค์การปฏิวัติที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อองค์การและบุคคลผู้เป็นคีย์แมน รู้แต่เพียงว่าแปรสภาพมาจาก พคท.เดิม ที่มีสมาชิกผู้ร่วมปฏิบัติงานแนวลับหลายร้อยคน อันถือได้ว่าเป็นองค์การจัดตั้งที่มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงที่สุด มีทฤษฎีชี้นำการปฏิวัติชัดเจนที่สุด เพียงแต่ให้รู้เฉพาะระดับนำ ส่วนผู้ปฏิบัติงานมีความน่าเกรงขามที่มีวัฒนธรรมยึดถือวินัยขององค์การ ซึ่งสายลุงสนามหลวงดูเหมือนจะยอมรับว่าพรรคหรือองค์การลับนี้แหละ คือ องค์การนำการปฏิวัติ ซึ่งหมายความว่าสายนี้ถือว่าการปฏิวัติประเทศไทยมีองค์การนำ และมีทฤษฎีปฏิวัติแล้ว  สายนี้จึงไม่ยอมคุยกับกลุ่มอื่นที่สู้อยู่ต่างประเทศด้วยกัน เพราะพรรคหรือองค์การลับนี้มีการวางแนวทางการต่อสู้และบุคลากรที่แบ่งงานกันแล้ว ทั้งแนวการต่อสู้ในเมือง ในชนบท ในต่างประเทศ และในสังคมออนไลน์ หรือ Social Network จึงมีการต่อสู้ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในพื้นที่เป้าหมายที่สามารถพัฒนาจังหวะก้าวและขั้นตอนการต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


ก็ขอฝากทุกฝ่ายพิจารณาว่าควรจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป  สำหรับผมเห็นว่าถ้าทีม พคท.เดิมที่มิใช่ พคท.รอ. ออกมารวมตัวจัดตั้งองค์การนำและกำหนดทฤษฎีปฏิวัติแล้ว  ผมเชื่อมั่นทีมนี้ครับ เพราะเคยร่วมกิจกรรมบางอย่างของคนกลุ่มนี้แล้ว  เขามีสมาชิกที่มั่นคงในอุดมการณ์และมีการปรับวิธีคิดดามสถานการณ์จริง แต่ละภาคที่มีการจัดกิจกรรมจะมีคนร่วมเป็นหลักร้อย ถ้ารวมทั้งประเทศเวลานี้มีผู้พร้อมปฏิบัติงานหลายร้อยคนทันที และมีโอกาสขยายได้เป็นสิบหรือร้อยเท่าภายในเวลาไม่นานนัก  ถือว่าเป็นเชื้อปฏิวัติกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ได้รับการจัดตั้งแล้วก็ว่าได้

Offline

#2 September 9, 2017 11:58 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 885

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

พูดกันมาระยะหนึ่งแล้วเรื่อง"อปท." แต่โลกมันเปลี่ยนไปมากแล้วจะมัวปิดลับชื่อคณะผู้นำจัดตั้ง นโยบายหลัก ทิศทางการต่อสู้ และเปิดการประชุมคองเกรสให้แนวร่วมและบุคคลภายนอกที่มีอุดมการณ์"รีพับลิค"ได้รวมอยู่ด้วย ไม่ใช่ระบบพคท.เก่าที่กอดแน่นกับลัทธิและกฎเกณฑ์ของมาร์ค-เลนิน-เมาเซตุงแบบไม่ยอมลืมหูลืมตา จนคณะโปลิตบุโรพคท.ตั้งหน้าทะเลาะหวังกำราบพวกนศ.ที่หนีเข้าป่าหลัง 6 ตุลา 2519 แพใกลัจะแตกแล้ว ในที่สุดจีนทรยศลอยแพทั้งขบวน จนกระทั่งต้องพ่ายแพ้ยอมมอบตัวให้กับทฤษฎี 66/23ของเปรม-ชวลิต-อ.ประเสริฐ (ทรัพย์สุนทร)
หากแก้ไขความใจแคบแบบเดิมๆของผู้นำพคท.แบบเก่าไม่ได้ โดยต้องเปิดวิธีการทำงานให้มีเสรีภาพในการออกความเห็นได้บ้างระดับหนึ่ง เพราะโลกดิจิตอลมันเปลี่ยนโลกไปเสียแล้ว มนุษย์อยากเรียน อยากรู้มากขึั้น และก็อยากมีส่วนเป็นเจ้าของประเทศด้วย โดยการร่างเขียนธรรมนูญการปฏิวัติว่า หลังจากได้ชัยชนะต่อพวกเจ้าและทหารแล้ว ระยะปรับปรุงปราบปรามขับไล่ล้างให้เสด็ดน้ำแล้วระยะหนึ่ง มีระยะเวลาที่จะให้รบ.ชั่วคราวเกิดขึ้น(provisional government)และอยูในอำนาจได้ไม่เกิน3-4ปี แล้วจะให้มีการเลือกตั้งทั่วไปจากผู้สมัครเกินกว่าหนึ่งพรรคในที่สุด โดยมีสหประชาชาติเป็นกรรมการ.....ก็ยินดีจะสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข
เพราะประเทศเราต้องชนะด้วยกำลังเท่านั้น  พูดกันหลังไมค์และโดนหลอกชักเข้าชักออกมา 11ปีแล้ว จะจัดทัพจัดแถวกองกำลัง เหมือนพคท.ยุคเก่ายังไม่ได้เลยสักคน และไม่มีทางชนะพวกมันตลอดไป
อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเสียที แต่ขอสัญญาอย่าหลอกไปเป็นเผด็จการณ์คอมมิวนิสต์แบบทั้งจีนและอินโดจีนเป็นอยู่ขณะนี้ มันหมดหวังต่อชีวิตมนุษย์ที่ต้องการอิสรภาพและเสรีภาพเต็มๆ โดยร่างสัญญาในเรื่องนี้ในธรรมนูญและจุดมุ่งหมายเป็นภารกิจขององค์การ(mission)  ตั้งแต่อ.ป.ท.ปรากฏประกาศตัวขึ้นมาตั้งแต่วันแรกเลย ทำได้ไหม?

Last edited by amdang (September 9, 2017 5:18 PM)

Offline

#3 September 10, 2017 11:12 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

สำหรับเรื่องนี้...แนะนำฟังคลิปลุงสนามหลวง
1. คลิป 02-09-2560 แถลงการณ์ อปท. ฉบับ 1ก.ย.60 (ช่วงต้นๆ คลิป)
2. คลิป 05-09-2560 ช่วงตอบคำถามโฟนอิน ชั่วโมงที่ 2:24:00
ลุงว่าการต่อสู้กับเผด็จการสุดขั้วจะประกาศทุกอย่างขององค์กรนำไม่ได้ (แต่ อปท.ได้ประกาศหลักการสำคัญบางอย่างไว้แล้วในแถลงการณ์ฉบับที่ 4/2557 ผมจะทะยอยลงให้อ่านภายหลัง)

Offline

#4 September 10, 2017 11:20 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

เรื่องของ องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.) ไม่ใช่เรื่องใหม่

ผมไม่ทราบประวัติโดยแน่ชัดขององค์กรนี้ เท่าที่ทราบคือ ประมาณช่วงปี 2555-2556 พคท.มีการจัดการประชุมสมัชชาเขตงานในภาคต่าง ๆ เพื่อสรุปสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสถานการณ์สากล ขอความเห็นเกี่ยวกับจุดยืน แนวทางการเคลื่อนไหว ฯลฯ

ต่อมาปี 2557 ก็เริ่มพบความเคลื่อนไหวขององค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.) ท่ามกลางกระแสข่าวลือถึงการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคและต่อมาสมาชิกพรรคสายเปลี่ยนระบอบเริ่มออกมาตั้งองค์กรปฏิวัติอย่างลับ ๆ  โดยไม่เปิดเผยชื่อองค์กร คณะผู้นำจัดตั้ง นโยบายหลัก ทิศทางการต่อสู้ หรือเปิดการประชุมคองเกรสให้แนวร่วมและบุคคลภายนอกเข้าร่วมเหมือนการประชุมสมัชชาเขตงานภาค ทุกอย่างเกี่ยวกับพรรคหรือองค์กรปฏิวัตินี้จึงเป็นเรื่องลับสุดยอด อาจเป็นเพราะอยู่ในประเทศกลัวถูกลอบสังหารหรือเหตุใดไม่อาจทราบ  แต่พรรคหรือองค์กรปฏิวัตินี้ได้ให้ อปท.ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งผมพบข่าวคราวตั้งแต่ปี 2557 โดยมีการออกแถลงหลายฉบับ ที่น่าสนใจคือฉบับที่ 4 ลงวันที่ 5 ธันวาคม 2557 หลังการรัฐประหารของ คสช. ได้ชี้นำในการแยกมิตร (ทั้งพันธมิตรกับแนวร่วม) กับศัตรูฯ ให้ชัดเจน โดย อปท.เชื่อว่าจะช่วยให้รู้ว่าพลังใดบ้างที่เป็นฝ่ายประชาชน พลังใดบ้างที่จะเป็นแนวร่วมกันได้ พลังใดต้องสามัคคี พลังใดต้องแยกสลาย ทั้งนี้เพื่อสร้างยุทธศาสตร์และยุทธวิธีการทำงานได้อย่างถูกต้อง

ในปี 2558 มีแถลงการณ์น่าสนใจอีก 2 ฉบับคือ ฉบับลงวันที่ 21 มี.ค. 2558 เป็น คำแถลงพิเศษ ประกาศสนับสนุนการจัดงานประชุมใหญ่ประจำปี ณ วันที่  22 มีนาคม 2558 ที่เมืองลอสแอนเจิลลีส รัฐแคลิฟอร์เนีย ของภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน โดย อปท.หวังว่าจะเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้การเปลี่ยนโครงสร้างสังคมครั้งใหญ่ให้เป็นระบอบประชาธิปไตยของประชาชน บรรลุผลสำเร็จด้วยดี

แถลงการณ์อีกฉบับจึงออกในวันที่ 6 กันยายน 2558 เรียกร้องให้ร่วมกันสร้าง องค์กรแนวร่วมเพื่อประชาธิปไตย ให้เป็นองค์กรนำการต่อสู้ ในแถลงการณ์บอกด้วยว่า อปท.ป็นองค์กรจัดตั้งแบบปิดลับที่เข้มแข็งทุกภาคทั่วประเทศ และหวังว่ามิตรสหายจะร่วมกันก่อตั้งแนวร่วมผู้รักประชาธิปไตยไทยเป็นองค์กรนำพาการต่อสู้  นอกจากนี้ยังประกาศสนับสนุนการประชุมสมัชชาที่ลาสเวกัส สหรัฐฯ และหวังว่าที่ประชุมจะมีการจัดตั้งองค์กรนำพาการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ไม่มีการขานรับในเรื่องนี้จากที่ประชุมลาสเวกัส


ในปี 2559 ท่ามกลางปัญหาการตั้งพระสังฆราช และปัญหาวัดพระธรรมกาย อปท.ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2559 เรื่อง หยุดแทรกแซงและใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
ซึ่ง อ.สุรชัย แซ่ด่าน ได้นำมาอ่านผ่านยูทูป แสดงว่า อ.สุรชัย ก็ติดตามความเคลื่อนไหวขององค์กรนี้ด้วย นอกจากนี้ในแถลงการณ์ฉบับก่อนหน้านี้ได้วิเคราะห๋ความขัดแย้งว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง 904 และ 905 เป็นศึกชิงบัลลังก์แบบเดียวกับการวิเคราะห์ของ อ.สุรชัย

ผมจึงไม่เข้าใจว่าทำไม อ.สุรชัย ไม่ยอมรับการนำของพรรคหรือองค์กรปฏิวัตินี้เหมือนกลุ่มลุงสนามหลวง ??


จากนั้นก็มีแถลงการณ์อีกหลายฉบับ กระทั่งปี 2560 อปท.ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 1 กัยายน 2560 ย้ำว่า องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย(อปท.) ยินดีที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มพลัง ประชาธิปไตยทุกกลุ่ม ทุกองค์กร  ซึ่งลุงสนามหลวงนำมาให้  ส.ข้าวเหนียวมะม่วง อ่านผ่านรายการเมื่อ 2 กันยายน 2560 ยืนยันอีกว่า 'ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ' เป็นผู้ขัดขวางการพ้ฒนา ถ่วงความเจริญ เป็นต้นตอของปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม จึงถือว่าเป็นศัตรูอันดับ 1 ของประชาชนไทย จึงต้องปฏิวัติเปลี่ยนแปลงล้มล้างให้หมดสิ้นไปและสร้างระบอบประชาธิปไตยของประชาชนใหม่  ส่วนการทำให้การต่อสู้มีพลัง กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ และกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยทุกองค์กร ต้องรวมตัวสร้างองค์กรแนวร่วมเพื่อประชาธิปไตยระดับชาติ นำการต่อสู้อย่างจริงจัง อปท.ยินดีร่วมกับกลุ่มประชาธิปไตยทุกองค์กร และกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยทุกกลุ่ม เพื่อต่อสู้กำจัดศัตรูร่วมกันจนถึงที่สุด


จึงดูเหมือนว่าทั้ง อปท.และพรรคหรือองค์กรปฏิวัติที่ปิดลับนี้ ยังไม่กล้าประกาศการนำการปฏิวัติอย่างชัดเจน จึงประกาศเรียกร้องให้กลุ่มต่าง ๆ ร่วมกันตั้งองค์กรนำในรูปขององค์การแนวร่วมเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติขึ้นมานำการต่อสู้  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย ความยากลำบากในการแสวงหาแนวร่วม และการขาดแคลนเงินทุนจำนวนมหาศาลที่จะต้องนำมาใช้จ่าย 


ดังนั้น เมื่อเปิดเผยตัวไปก็ทำอะไรได้ไม่มากจึงปิดลับไปก่อนดีกว่า

Last edited by กะตังป๋า (September 11, 2017 12:55 AM)

Offline

#5 September 11, 2017 1:01 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

(แถลงการณ์ฉบับล่าสุด)

แถลงการณ์ องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.) ฉบับที่ 12

เรียน พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตย

ความขัดแย้งระหว่าง "ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ" กับ กลุ่มทุนทักษิณ เป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ที่เด่นชัดที่สุดในรอบสิบกว่าปีมานี้ เพราะเป็นความขัดแย้งในเชิงโครงสร้างของสังคมที่ชนชั้นนายทุนต้องการเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองและวัฒนธรรมให้สอดรับกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนเป็นทุนนิยมแล้ว กล่าวคือ

1. ลดอำนาจเหนือรัฐของ "ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ" ให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ มีสิทธิเสียงเท่าเทียมกับประชาชนคนทั่วไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐยอมรับไม่ได้ ตรงกันข้ามกลับยิ่งต้องการอำนาจเหนือรัฐเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมทุกส่วน ไม่ว่ารัฐบาล สภาฯ หรือศาล และในภายหลังเพิ่มอำนาจเหนือกองทัพและองค์กรอิสระอีกด้วย

2. สร้างระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตกที่ทำให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ เสียง เสรีภาพเท่าเทียมกัน สามารถเลือกผู้ปกครองที่ดีกว่า สร้างประโยชน์ให้ประเทศและประชาชนมากกว่าได้

3. ทำให้ประชาชนมีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถในการสร้างรายได้ด้วยตนเอง จนเริ่มมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นรากหญ้าที่เริ่มสัมผัสกับประชาธิปไตยที่กินได้

4. พึ่งตนเองได้ระดับหนึ่ง มีเกียรติ ศักดิ์ศรี มีสิทธิมนุษยชนเหมือนประชาชนในอารยะประเทศด้วยสวัสดิการพื้นฐานต่าง ๆ

"ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ" จึงพยายามเหนี่ยวรั้งระบอบการเมืองให้กลับไปเป็นแบบศักดินาเหมือนกับเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ความขัดแย้งนี้จึงเป็นความขัดแย้งที่ไม่อาจประนีประนอมกันได้ และเป็นปรากฏการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นในช่วงปลายยุคศักดินา นำมาสู่การ "ขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณ" ที่ต่อเนื่องมาสิบกว่าปีและยังไม่จบ กระบวนการนี้ได้ทำลายระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตกลงไปโดยพื้นฐาน และสถาปนาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ใหม่ ขึ้นมาแทนที่ ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560
อนึ่ง พลังฝ่ายประชาธิปไตยได้ถูก "ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ" ทำลายล้างอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่คณะราษฎร์ อดีตนายกฯ ปรีดี พนมยงค์ ขบวนการนิสิตนักศึกษาและประชาชนช่วงปี 2516-2519 นายทหารประชาธิปไตยรุ่น จปร.5 และ 7 บางส่วน จนกระทั่งสิบกว่าปีมานี้ ยิ่งทำลายล้างอย่างหนักหน่วง รุนแรง และกว้างขวาง ไม่ว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ พรรคการเมืองต่าง ๆ กลุ่ม นปช. กลุ่มคนเสื้อแดงต่าง ๆ และประชาชนที่ตาสว่าง

ครั้นเมื่อเปลี่ยนรัชกาลใหม่ การไล่ล่าเพื่อทำลายล้างนี้กลับยิ่งขยายตัว ลุกลามไปถึงวงการศาสนาในกรณีวัดพระธรรมกาย และล่าสุด การหลอกล่ออดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์มาเข้าคุก การจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมต.กระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช. กระทรวงพาณิชย์กับพวกคนละหลายสิบปี และอีก 4 วันต่อมาก็จำคุกนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เหล่านี้ล้วนเป็นกระบวนการไล่ล่าทำลายล้างอย่างต่อเนื่องและย่ามใจของ "ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ"
ความอยุติธรรมที่แพร่กระจายอยู่ทั่วไปในสังคมนี้ ได้สร้างปัญหาถ่วงรั้งความเจริญของประเทศในทุก ๆ ด้านทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม จึงจำเป็นที่จะต้องปฏิวัติเปลี่ยนแปลงใหม่ให้หมดทั้งสิ้น

ประวัติศาสตร์และสถานการณ์ได้พิสูจน์แล้วว่า

1. กลุ่มพลังประชาธิปไตยไม่ว่าองค์กร กลุ่ม หรือบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือนักบวช ถ้าทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐเห็นว่าเป็นศัตรู จะต้องถูกทำลาย ไม่ตายในคุกก็ต้องหนีไปตายต่างประเทศ และเป้าหมายในการทำลายล้างนี้ไม่ได้เปลี่ยนตามกาลเวลาหรือรัชกาลใด ๆ

2. ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐคือผู้ขัดขวางการพัฒนา ถ่วงความเจริญ และเป็นต้นตอของปัญหาสำคัญทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม จึงเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของประชาชนไทยในปัจจุบัน

3. ประชาชนทุกภาคส่วนจะต้องสามัคคีกันร่วมกันต่อสู้เพื่อ กำจัดศัตรูของประชาชนออกไป แล้วสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่ให้เป็นจริง

4. เพื่อให้การต่อสู้มีพลังยิ่งขึ้น กลุ่มพลังประชาธิปไตยทุกกลุ่ม ทุกองค์กร ตลอดจนบุคคลที่รักประชาธิปไตยทั้งมวล จะต้องรวมตัวกันและสร้าง "องค์กรแนวร่วมเพื่อประชาธิปไตยระดับชาติ" ขึ้นนำการต่อสู้อย่างจริงจัง

5. องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.) ยินดีที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มพลังประชาธิปไตยทุกกลุ่ม ทุกองค์กร ตลอดจนบุคคลที่รักประชาธิปไตยทั้งมวล เพื่อต่อสู้กำจัดศัตรูร่วมกันจนถึงที่สุด

องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.)
1 กันยายน 2560

Offline

#6 September 11, 2017 1:23 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

ขอเชิญพี่น้องนักต่อสู้ และผู้ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา อ่านแถลงการณ์ อปท.ฉบับที่ 4 ซึ่งน่าจะถือว่าได้เปิดเผยส่วนหนึ่งของหลักคิด การวิเคราะห์สังคม และบางส่วนของทฤษฏีปฏิวัติฯ

แถลงการณ์ ฉบับที่ 4

องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.)


      6 เดือนเศษหลังการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ความขัดแย้งหลักของสังคมไทยยังคงเป็นความขัดแย้งภายในของทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐที่แสดงออกผ่านการแย่งชิงบัลลังก์ระหว่างพี่ชายเจ้าของรหัส 904 กับน้องสาวเจ้าของรหัส 905 แต่ความขัดแย้งรองคู่หนึ่งระหว่างคณะนายทหารใหญ่ คสช. กับกลุ่มองคมนตรีที่หนุนหลังให้ 905 แย่งชิงบัลลังก์พี่ชายกำลังเพิ่มความเข้มข้นรุนแรงและเริ่มจะประทุให้เห็นชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ

ความขัดแย้งรองนี้เกิดจากคณะนายทหารใหญ่ คสช. ไม่จัดการกับอดีตนายกฯ ทักษิณด้วยการใช้อานาจตุลาการแบบข้าง ๆ คู ๆ เหมือนที่ผ่านมา เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วกลับยิ่งเพิ่มความขัดแย้งแตกแยกในสังคมให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น   อีกทั้งการจัดการกับอดีตนายกฯ ทั้งสองอย่างสุดขั้วตามที่กลุ่มองคมนตรีต้องการก็อาจจะหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองได้ยากและฝ่ายทหารคงจะรับมือไม่ไหว อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงการจัดการกับกลุ่ม นปช. และคนเสื้อแดงกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นว่าโครงสร้างอานาจรัฐที่ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐรวบอำนาจทุกอย่างไว้ในปัจจุบันคือปัญหาใหญ่ที่ขัดขวางระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

      การเลือกที่จะประนีประนอมระดับหนึ่งกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่คณะนายทหารใหญ่ คสช. อ่านได้ขาดว่าไม่สู้ (ไม่ต่อต้านการรัฐประหาร) จะช่วยลดปัญหาเฉพาะหน้าที่จะเผชิญกับการต่อต้านคณะรัฐประหาร ขณะเดียวกันก็ข่มขู่ คุกคาม ควบคุม ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน จองจำ ตั้งข้อหาร้ายแรงให้ประชาชนที่ต่อต้านการรัฐประหาร และเข่นฆ่าสังหารอย่างลับๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อต้านจากนานาชาติ

      แต่ทว่าการเลือกที่จะประนีประนอมกับอดีตนายกฯ นี้กลับทำให้ความขัดแย้งระหว่างคณะนายทหารใหญ่ คสช. กับกลุ่มองคมนตรีทวีความรุนแรงขึ้น เพราะขัดกับความประสงค์ของทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐที่ต้องการยกบัลลังก์เลือดให้ลูกสาวและได้เลือกใช้วิธีการรัฐประหารเพื่อความมั่นคงของตน เนื่องจากไม่มั่นใจในสุขภาพและอายุขัยที่ใกล้จะดับสูญ

      อำนาจรัฐที่คณะนายทหารใหญ่ คสช. ควบคุมไว้จึงถูกท้าทายและสั่นคลอนหนักขึ้นตามลาดับแม้จะมีทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 และ กฎอัยการศึกและมาตรา 44    เป็นอาวุธสำคัญ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็ใช้เครือข่ายกองทัพสีน้ำเงิน ทั้งตุลาการภิวัฒน์ ข้าราชการ สื่อมวลชน การเคลื่อนมวลชน กปปส. เครือข่ายธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ ออมสิน กสิกร เป็นต้น ร่วมกันทำลายความน่าเชื่อถือทั้งด้าน การเมือง เศรษฐกิจและภาพพจน์ต่าง ๆ ในรูปของข่าวลือ ข่าวปล่อย และขยายข่าวจริง ล่าสุดการใช้ประโยชน์จากกรณีปลดและจับกุม พล.ต.ท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจสอบสวนกลาง กับนายตำรวจใหญ่ระดับ พล.ต.ต. ถึง พ.ต.อ. หลายคน ตลอดจนการตายอย่างปริศนาของ พ.ต.อ. อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามและเผาศพอย่างมีพิรุธทันทีภายในวันเดียว เป็นหนึ่งในรูปธรรมความขัดแย้งภายในหมู่ศัตรูฯ ที่มิอาจมองข้าม

      ภายใต้สถานการณ์ที่สลับซับซ้อนเช่นนี้ การแยกมิตร (ทั้งพันธมิตรกับแนวร่วม) กับศัตรูฯ ให้ชัดเจน จะช่วยให้รู้ว่าพลังใดบ้างที่เป็นฝ่ายประชาชน พลังใดบ้างที่จะเป็นแนวร่วมกันได้ พลังใดต้องสามัคคี พลังใดต้องแยกสลาย ทั้งนี้เพื่อสร้างยุทธศาสตร์และยุทธวิธีการทำงานได้อย่างถูกต้อง

      ชนชั้นปกครองปฏิกิริยาไม่ว่าทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ ผู้สืบทอดทั้ง 904 และ 905 กลุ่มองคมนตรี ตลอดจนสมุนที่เอาการเอางาน รวมทั้งกลุ่มเผด็จการทหารผู้นำ คสช. เหล่านี้ถือว่าเป็นศัตรูทางการเมืองของประชาชนทั้งสิ้น เมื่อแยกแยะจนเห็นว่าใครคือศัตรูทางการเมืองได้ชัดเจนแล้ว ยุทธศาสตร์ต่อศัตรูฯ ก็คือต้องทำให้เล็กลง ๆ จนกระทั่งทำลายให้สิ้นไป ส่วนท่าทีต่อศัตรูฯ ก็คือต้องแยกสลาย

      หากนำหลักการนี้มาพิจารณาความขัดแย้งระหว่างทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐกับอดีตนายกฯ ทักษิณแล้วจะเห็นได้ว่า ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐเท่านั้นที่เป็นศัตรูทางการเมือง จึงได้กำหนดท่าทีเป็นแนวร่วมกับทักษิณ      แต่อีกกรณีหนึ่งคือความขัดแย้งของผู้สืบทอดทั้ง 2 นั้น เห็นได้ชัดว่า ทั้งคู่ต่างก็เป็นศัตรูทางการเมืองของประชาชน ดังนั้นกรณีนี้จึงต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันกับกรณีแรก มิสามารถเป็นแนวร่วมกับฝ่ายใดได้

      ส่วนมิตรนั้นหมายถึง ประชาชนผู้ถูกกดขี่ขูดรีดทุกชนชั้นและทุกชั้นชน (กลุ่มย่อยของชนชั้น) ตั้งแต่ชนชั้นพื้นฐานอันได้แก่ชนชั้นผู้ใช้แรงงาน ชนชั้นเกษตรกร ไปจนถึงชนชั้นที่ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย ข้าราชการชั้นผู้น้อย ชนชั้นนายทุนน้อย กระทั่งถึงชนชั้นนายทุนชาติ ที่มีความตื่นตัวทางการเมืองในระดับที่แตกต่างกัน

      แนวร่วมทางการเมือง หมายถึงองค์กรทางการเมือง บุคคล หรือกลุ่มพลังทางการเมืองที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองร่วมกันบางประการเช่น มีศัตรูทางการเมืองร่วมกัน เห็นศัตรูร่วมกันในระดับหนึ่ง มีผลประโยชน์เฉพาะหน้าบางประการร่วมกัน แต่มิได้ตรงกัน เหมือนกัน หรือร่วมกันทั้งหมด ยังมีความเห็น แนวทาง ยุทธศาสตร์ หรือยุทธวิธีที่แตกต่างกันอยู่บ้าง ได้แก่

      1. แนวร่วมที่ผนึกกำลังกันอย่างแน่นแฟ้น เป็นขบวนการที่มีข้อตกลงร่วมกันอย่างจริงจัง มีศัตรูทางการเมืองร่วมกัน มียุทธศาสตร์ที่สำคัญร่วมกัน มีแนวทางหรือยุทธวิธีที่แตกต่างกันไม่มาก

      2. แนวร่วมที่รวมตัวกันเป็นขบวนการหลวมๆ อาจมองเห็นแนวทางหรือยุทธวิธีที่แตกต่างกัน มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน หรือกระทั่งมีจุดยืนทางชนชั้นที่แตกต่างกัน เป็นต้น

      3. แนวร่วมในหมู่ศัตรูฯ หรือแนวร่วมเฉพาะกาล มักจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขพิเศษบางประการ หรือเงื่อนไขเฉพาะที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เช่น การแตกแยกแบ่งฝักฝ่ายขัดแย้งกันเองภายในหมู่ศัตรูฯ การทำแนวร่วมในลักษณะนี้ หมายถึงการใช้เงื่อนไขพิเศษเฉพาะกรณีหนึ่งๆ ให้เป็นประโยชน์ในการแยกสลายศัตรูทางการเมือง แต่มิใช่เพื่อร่วมหัวจมท้าย หวังจะแบ่งปันผลประโยชน์บางประการในอนาคต หรือร่วมกับฝ่ายหนึ่งไปต่อต้านกับอีกฝ่ายหนึ่ง (เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นศัตรูทางการเมือง) โดยทั่วไปแนวร่วมเฉพาะกาลมักจะไม่มีรูปการที่ชัดเจน เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ หรือเพียงชั่วคราว จุดยืนและผลประโยชน์ทางการเมืองที่ร่วมกันก็น้อยมากและแค่ช่วงสั้น ๆ เฉพาะกาล จากนั้นต่างก็มีจุดยืนทางชนชั้นและผลประโยชน์ทางการเมืองที่แตกต่างกันมาก ตรงกันข้ามและขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงจนมิอาจเป็นแนวร่วมกันได้อีก

ยุทธศาสตร์และท่าทีขององค์กรแนวร่วมในสถานการณ์ปัจจุบัน คือ

  1. สร้างองค์กรนำของแนวร่วม เพื่อร่วมกันนำพาการต่อสู้

  2. มีความเสมอภาค เท่าเทียม เป็นอิสระ ไม่ครอบงำและเคารพซึ่งกันและกัน

  3. ยึดถือความสัมพันธ์ที่สำคัญคือ 'แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง'  เน้นส่งเสริมในสิ่งที่ร่วมกัน ความเห็นที่เหมือนกัน ฯลฯ ส่วนสิ่งที่แตกต่างกันจะไม่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อ 'การนำ' ร่วมกัน

  4. สนับสนุน ช่วยเหลือให้องค์กรแนวร่วมต่าง ๆ ขยายตัวกว้างขวางและเข้มแข็ง

  5. หากมีความขัดแย้งภายในองค์กรนำของแนวร่วม ให้แก้ไขความขัดแย้งนี้ด้วยท่าที 'การแก้ปัญหาภายในหมู่ประชาชน' ที่เน้นการพูดคุยเจรจากันด้วยเหตุและผล ทำความตกลงกันภายในฉันท์มิตร ไม่โจมตีตอบโต้กันไปมาผ่านสื่อภายนอก ซึ่งแตกต่างกับ 'การแก้ปัญหาระหว่างเรากับศัตรูฯ' คือ ต่อสู้-โค่นล้ม-ทำลายล้าง

  6. แสดงออกด้วยการปฏิบัติการที่เป็นจริง ยึดมั่นในข้อตกลงต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดและมีจิตสำนึก ไม่ทรยศหักหลัง แปรพักตร์ ขายความลับ บั่นทอนขวัญกำลังใจและความสามัคคีภายในแนวร่วม องค์กรนำของแนวร่วม และ/หรือ ในหมู่มวลชน

โดยทั่วไปแนวร่วมมักจะอยู่ในชนชั้นนายทุนน้อยขึ้นไป ยังขูดรีดชนชั้นอื่น จึงมิได้เรียกร้องให้มีจุดยืนหรืออุดมการณ์เหมือนกัน ซึ่งแตกต่างกับ 'พันธมิตรทางการเมือง' ที่หมายถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นของชนชั้นผู้ใช้แรงงานกับชนชั้นเกษตรกรซึ่งมีจุดยืน อุดมการณ์ แนวคิด และผลประโยชน์ทางการเมืองร่วมกันมากมาย ทำให้ชนชั้นที่พันธมิตรทางการเมืองนี้สามารถร่วมกันต่อสู้ทางการเมืองได้จนถึงที่สุด (มิใช่กลุ่มพันธมิตรประชาชนที่นำคำนี้มาใช้จนไขว้เขวสับสน)

      การตัดสินใจแก้ปัญหาทางการเมืองของทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐด้วยการสนับสนุนให้คณะนายทหารใหญ่ คสช. ทำรัฐประหาร แล้วใช้อำนาจเผด็จการกดขี่ข่มเหง คุกคามทำร้าย จับกุมคุมขัง ทรมานและเข่นฆ่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในครั้งนี้ เป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในของทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐที่ทำเพื่อตนเองและทายาท ไร้สิ้นความชอบธรรมและชั่วช้าสามานย์ โดยไม่สนใจว่าประชาชนเดือดร้อนอย่างไร หรือต้องประสบหายนะภัยทางเศรษฐกิจรุนแรงเพียงใด จึงถูกต่อต้านอย่างกว้างขวางทั้งภายในและต่างประเทศ และถึงแม้จะดับสลายสิ้นสูญไปแล้วก็ยังจะถูกประณามสาบแช่งไปชั่วกาลนาน ตรงกันข้ามกับการต่อสู้เพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เป็นการต่อสู้เพื่อสร้างความเสมอภาคเท่าเทียม ช่วงชิงสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของประชาชนไทยกลับคืนมา จึงเป็นภารกิจที่ชอบธรรม ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางทั้งภายในและต่างประเทศทั่วโลก

      ภาระหน้าที่หลักเร่งด่วนของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคือการรวมตัวกันสังกัดองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการทางการเมืองของตน ร่วมมือ และปฏิบัติตามระเบียบวินัยขององค์กรนั้น ๆ อย่างเคร่งครัดและมีจิตสานึก

ภาระหน้าที่หลักเร่งด่วนขององค์กรแนวร่วมทั้งมวลคือการขยายองค์กรของตนและสร้างความเข้มแข็งทั้งทางความคิดและการจัดตั้ง ใช้ยุทธวิธีปิดลับ เคลื่อนไหวทางการเมืองโดยไม่ให้ศัตรูฯ รู้เห็น ใช้กฎงานลับสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้สมาชิก พิทักษ์และถนอมรักสมาชิกขององค์กรอย่างสุดความสามารถ สามัคคีกับองค์กรแนวร่วมอื่น ๆ และร่วมกันสร้างองค์การนำของแนวร่วมเพื่อนำพาการต่อสู้ครั้งใหม่ไปสู่ชัยชนะ

      ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐและระบอบเผด็จการราชาธิปไตยไทยจะต้องสิ้นสูญ

      ประชาชนจะร่วมกันสถาปนาระบอบประชาธิปไตยของประชาชนขึ้นบนผืนปฐพีนี้

องค์การเพื่อประชาธิปไตยไทย (อปท.)
5 ธันวาคม 2557

Last edited by กะตังป๋า (September 11, 2017 1:40 AM)

Offline

#7 September 11, 2017 7:47 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

ขอแสดงความเสียใจกับ ดร.เพียงดิน รักไทย ด้วยครับ ที่ท่านเรียกร้องอย่างขมขื่นให้ผู้ร่วมก่อตั้งองค์การเสรีไทยกลับมาช่วยงานเสรีไทยบ้าง อย่าปล่อยให้อ้างว้างเดียวดาย เหมือน "ทิ้งข้างหลังเป็นหย่อมหญ้า เอาข้างหน้าเป็นไป"

เพราะบัดนี้ ดร.จรัล ดิษฐาอภิชัย ผู้ร่วมตั้งเสรีไทยคนหนึ่ง ก็ได้ประกาศ "ขานรับ" แถลงการณ์ อปท.ฉบับที่ 12 ใน FB - Jaran Ditapichai ไปแล้วคร๊าบ 

นับวัน อปท.จะได้รับการยอมรับมากขึ้นทุกขณะ  เห็นท่าเสรีไทยจะต้องยอมรับ อปท. และพรรคหรือองค์การปฏิวัติที่ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวนี้ซะแล้ว

Offline

#8 September 12, 2017 6:49 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 885

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

เข้าไปดูที่ไทยอีนิวส์เห็นอ.สุรชัยแซ่ด่านช่วยประกาศแถลงการณ์ดูเหมือนฉบับที่-2ให้อ.ป.ท.ด้วย ก็คงเป็นสหายยี่ห้อพคท.เก่าด้วยกัน แต่ดูวันที่ที่องค์การนี้เริ่มแถลง
การณ์มาตั้งแต่ปลายปี 2557 หลังจากอ้ายเหล่ยึดอำนาจมาเกือบ 8 เดือนแล้ว  และมีการแถลงการณ์มาเรื่อยๆเป็นฉบับที่ 12แล้ว แต่ว่าตามความจริงก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร?
มาจากไหน? และมีผลงานจากการจัดตั้งกองกำลังหรือไม่? และมีผลงานอะไรบ้างแล้วนอกจากนั่งเขียนแถลงการณ์ต่างๆมาเกือบ 3ปีแล้ว  ที่อ้างว่ามีคนจำนวนร้อยแล้ว
นั้นย่อมฟังก็ไม่ขึ้น เพราะแม้แต่จะใช้หนังสติ๊กยิงนกสักตัวที่เกาะเสาไฟฟ้าแถวสี่เสาเทเวศน์ก็ไม่เคยมีข่าว  องค์การนำในการปฏิวัติไม่ว่าจะที่ซีเรียหรือที่ไหนเขาจะทำ
กิจกรรมต่างๆแล้วรีบเคลมให้ตัวเอง เพื่อเรียกคะแนนนิยมว่า"นั่นเป็นผลงานของฉันนะ" ไม่จำเป็นต้องทำอาชญากรรมโดยผลักใครสักคนตกจากที่จอดรถชั้น-8 หรือลอบ
วางระเบิดที่ไหน ที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายได้  อ.ป.ท.เคยโปรยใบปลิวหรือเขียนกำแพงด่าพวกโจรก็ไม่เคยทำสักชิ้น  แล้วจะมานั่งปฏิวัติเงียบเป็นองค์กรนำได้
อย่างไร?  เพียงนั่งเขียนแถลงการณ์ต่อเนื่องกันมาแค่นั้นหรือ? แม้องค์การซีไอเอหรือองค์การลับไหนๆเขามีช่องเปิดให้มหาชนเข้าถึง เพื่อไปตรวจสอบดูและทราบว่าใคร
เป็นผู้อำนวยการหรือเป็นรอง  เข็ดกันพอสมควรแล้วที่โกตีํใช้วิธีนี้ว่าได้จัดตั้งมีกองกำลังแล้ว7-800คน คนไทยทั้งโลกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและระดมส่งเงินช่วยเหลือ
อย่างมากมาย(มหาศาล)เพื่อเลี้ยงกองกำลัง7-800คน
หลังจากโกตี๋โดนอุ้มแล้ว อ.ส.ส.ท.ไม่เคยออกมาขอโทษว่ามีส่วนร่วม(ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน) โดยความผิดที่โกหกมดเท็จเรื่องกองกำลังนั้นเป็นของโกตี๋และ"สหาย
เผด็จ" และเมียโกตี๋เท่านั้น  ตอนนี้ทราบจากรายการของอ.ส.ส.ท.ว่า"สหายเผด็จ"กับ"สหายศรัทธา"กำลังปฏิบัติการพิเศษกันอยู่อีกแห่งหนึ่ง(ซึ่งคงไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน?)
อีกหน่อยจะมาร่วมเวทีปฏิบัติหลังไมค์กับอ.ส.ส.ท.อีก
ตัว"สหายเผด็จ"เคยเข้าประชุมร่วมกับอ.ป.ท.มาก่อนและเคยเล่าให้ผู้ชมฟัง(ในรายการของอ.ส.ส.ท)ก่อนเกิดเรื่องโกตี๋หายไป นี่มันเป็นอะไรกันละ?  องค์การเดียวกันหรือเปล่า?
ในศาลของอเมริกาหากผู้ต้องสงสัยถูกจับโกหกได้เพียงครั้งเดียว หรือตอบคำถามอย่างไม่โจ่งแจ้งสมใจคณะลูกขุน(ประชาชน)แม้น้อยนิด   อะไรจะเกิดขึ้น? ทุกคนก็ทราบดี
in the United States: Criminal cases must be proven beyond a reasonable doubt
ก็ให้ข้อคิดสักเล็กน้อยในเรื่องของ อ.ป.ท.และอ.ส.ส.ท.วันนี้แค่นี้ก่อน
ขอบคุณกะตังป๋าที่นำกระทู้นี้มาเสนอคะ

Last edited by amdang (September 12, 2017 10:35 PM)

Offline

#9 September 13, 2017 10:15 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 229

Re:  องค์การนำการปฏิวัติที่ต้องปิดลับ

เรื่องเกี่ยวกับ พคท. พรรคหรือองค์การปฏิวัติ และ อปท. ระยะหลังค่อนข้างหาข้อมูลยาก  เดิมผมได้ข้อมูลจากสหายเก่าคนหนึ่งแต่ภายหลังโดนจับหลายคดีต้องอยู่คุกยาว  เคยร่วมประชุมระดับภาคของ พคท.เพียงครั้งเดียวในช่วงปลายสมัยของ ลุงธง แจ่มศรี เป็นเลขาธิการ ท่านมาร่วมประชุมด้วยวัย 87-88 ปี (ช่วงประมาณปี 2555-2556) แต่ยังแข็งแรง สามารถเดินออกจากรถเก๋งไปทักทายสมาชิกจากเขตงานต่าง ๆ ของภาคนั้น โดยใช้ไม้เท้าอันเดียว และถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ร่วมโต๊ะอาหารเช้า (ข้าวต้ม) กับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย (ก่อตั้งเมื่อ 1 ธ.ค. 2485)


อ.สุรชัย แซ่ด่าน คงติดตามความเคลื่อนไหวของ พคท.ตลอดมาจึงได้รู้ว่าต่อมามีการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคจากลุงธงเป็น คุณวินัย เพิ่มพูนทรัพย์  และรู้ว่า พคท.ซบเซาลงไปจนบางฝ่ายบอกว่าสลายตัวไปแล้ว


ต่อมาเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ในขณะที่การเคลื่อนไหวของฝ่ายเปลี่ยนระบอบขาดองค์การนำ อ.สุรชัย ก็ออกคลิป 2 ครั้งเสนอให้ "ฟื้น พคท." เป็นองค์การนำ โดยใช้ชื่ออื่นและใช้อุดมการณ์การเมืองแบบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ฯลฯ  แต่ไม่มีการขานรับใด ๆ ผมเองก็ไม่อยากพูดถึง เพราะระยะหลัง อ.สุรชัย เปลี่ยนความคิดบ่อย ๆ  แต่ก็ดีใจที่ท่านยังเชื่อมั่นใน พคท. เพราะถึงอย่างไรหาก พคท.เรียกระดมสมาชิกหลักร้อยก็จะได้ทันที แต่จะให้ทำอะไรตามใจพรรคคงไม่ได้เหมือนอดีตเว้นแต่การนำเป็นที่เชื่อถือจริง ๆ  ต่อมาลุงสนามหลวงและอีกหลายกลุ่มออกมาขานรับ อปท.ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นองค์กรจัดตั้งของอดีตสมาชิก พคท.นั่นแหละ สำนวนภาษาที่เขียนแถลงการณ์ก็ "ภาษา" พคท.เก่า  นอกจากนี้ก็เห็นสมาชิกบางคนที่ผมรู้จักโทรเข้าร่วมแสดงความเห็นในรายการของฝ่ายเราหลายรายการ เช่น รายการของน้องแยม แม่แมว สภาข้าวซอย ฯลฯ โดยระยะหลังเพิ่มเนื้อหาที่รุนแรงขึ้น ก็แสดงให้เห็นถึงจังหวะก้าวที่กลุ่มนี้ยังส่งคนเข้าไปแทรกซึมทำภาระกิจในแนวรบต่าง ๆ อยู่


สำหรับ อ.สุรชัย แม้ใจหนึ่งอยากฟื้น พคท.มานำพาการปฏิวัติ แต่แกนนำระดับสูงของพรรคหรือแม้แต่สมาชิกส่วนใหญ่คงรับไม่ได้กับความคิดที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ในระยะหลัง ที่มักมะโนว่า 904 เป็นฝ่ายทักษิณ ว่าเรื่องคดีความต่างๆ ที่ฝ่ายเราโดนล้วนมาจาก 905 ล่าสุดคลิป 12-09-2560 ยิ่งเจตนาพาแดงหลงป่าไปใหญ่ ว่า 904 ให้ 903 ช่วยให้ยิ่งลักษณ์หนีออกไปทางดอนเมือง 903 เป็นฝ่ายเราช่วยเราเช่นเดียวกับ 904 สรุปคือยังยืนยันทฤษฎีศึกชิงบัลลังก์ และ 903 904 เป็นฝ่ายเรา.....? ในขณะที่ระยะหลัง อปท.ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องแบบนี้อีกแต่ย้ำว่าทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐคือศัตรูอันดับหนึ่งของประชาชน  แนวความคิดของ อ.สุรชัย จึงเป็นคนละทางกับ อปท. และเป็นแนวคิดที่เป็น "ปฏิกิริยา" หรือ "ปฏิปักษ์ปฏิวัติ" ที่มีแต่พามวลชนไขว้เขวหลงทาง ฉุดรั้งความก้าวหน้าของมวลชน


โปรดติดตามจังหวะก้าวขององค์กรนี้เป็นระยะ ๆ คงจะได้เห็นอะไรดี ๆ ในอีกไม่นาน ส่วนที่ยังไม่เปิดเผยตัว ไม่เผารูป ไม่ก่อการโชว์ผลงาน อาจเป็นเพราะยังอยู่ในขั้นตอน "ตั้งรับ" ดังนั้นจังหวะก้าวต้อง "อำพรางแก่นแกน" คืออำพรางทั้งแกนนำ ผู้ปฏิบัติงาน ยุทธวิธี และลักษณะการเคลื่อนไหว แล้วยกระดับคุณภาพสู่การ "สะสมกำลัง" ซึ่งคงต้องอาศัยการสนับสนุนในหลายด้านจากมวลชนและนานาชาติ ตามสไตล์ของ "สหาย" นะครับ

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.