iFreeThai

#21 June 7, 2018 9:38 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

คลิปอ.หวาน อ.สมศักดิ์เจียมและพรรคพวก รายงานเกี่ยวกับชีวืตร.สิบและพวกเจ้าล่าสุด

ซึ่งพระองค์เข้าออกและใช้ชีวิตที่กลาแลนด์เพียงเดือนละไม่กี่วัน และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่วังต่างๆ
นอกประเทศ   อ.สมศักดิ์เจียมรายงานว่าในระยะ 90 วันหลังสุด ทรงกลับกลาแลนด์เพียง 8 วัน และแบ่ง
เวลาบินไปมาระหว่างเมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน และเมืองซูริค(Zurich)ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
เพราะดูเหมือนว่า 2 บ้านที่เยอรมัน ได้มีใหม่ที่สวิสเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้นอีกแห่ง

ฟังดูแล้วปวดหัวไม่น้อยสำหรับจ่าห้าวองค์นี้ แล้วเราจะไปหวังอะไรกับกษัตริย์องค์นี้อีกค่อไป

ประชาชนกำลังอยู่ท่ามกลางพายุร้าย อดหยากแทบไม่มีอาหารแต่ละมื้อ แถมทิ้งไว้
ให้ทหารจปร.ไทยและคสช. บีฑาข่มเหงสนตะพายต่อประชาชน เหมือนสัตว์ทุกวันคืน
ทฤษฎีการเปลี่ยนถ่านโดยสันติตามที่บางคนหวังพึ่ง โดยโหมโฆษณาให้ ดูแล้วไม่น่าจะสมจริงอีกต่อไป
การสร้างภาพลวงตา เสแสร้งเรื่องหวังดีจะสร้างการปรองดอง ไม่ควรจะเชื่อถือได้อีก

ผู้คนอดทนได้แต่ก็ย่อมมีขีดจำกัด ฟังคลิปนี้แล้ว ประเทศยิ่งหมดสิ้นความหวังในชีวิตอีกต่อไป

แต่... เผด็จการต้องพินาศ  ประชาธิปไตยที่เราจะปกครองตัวเอง  ต้องมีวันมาถึง
เพื่อนร่วมชาติอย่าได้เผลอเล็งผิดเป้าหมายเป็นอันขาด

สาธารณะรัฐไทจงเจริญ !!

Last edited by ปาปียอง (June 7, 2018 12:37 PM)

Offline

#22 June 18, 2018 10:49 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

ทรงรวบรวมพระราชอำนาจโดยยึดหมดทุกอย่าง เพราะทรงรู้ว่าอยู่ไม่ได้นาน ทุกอย่างจะถึงจุดจบ

จากเรื่องถ่ายโอนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่เป็นรูปหุ้น ไปเป็นของร.สิบคนเดียวโดยตรงเรื่องนี้ ตอนนี้หลังสื่อนอก โดยเฉพาะจากสำนักข่าวบีบีซี(BBC)ได้มีการลงข่าวที่ละเอียดมาก มีเอกสาร
รายละเอียดความเป็นมาให้อ่านด้วย ทั้งที่ประชาไทคัดลอกมาลงด้วย โปรดคลิกชมครับ

https://www.bbc.com/thai/thailand-44507711

สำนักงานทรัพย์สินฯ ชี้แจงการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นเป็นพระปรมาภิไธย ร.10
16 มิถุนายน 2018
แชร์กับ / แชร์โพสต์นี้บน Facebook แชร์กับ / แชร์โพสต์นี้บน Twitter แชร์กับ / แชร์โพสต์นี้บน Messenger แชร์กับ / แชร์โพสต์นี้บน อีเมล แชร์
Image copyrightEPA
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เผยแพร่คำชี้แจงวันนี้ (16 มิ.ย.) เรื่อง การเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

คำชี้แจงดังกล่าวระบุว่า 1) จากข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 ซึ่งรวมทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าด้วยกัน เป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงมีภาระหน้าที่ต้องถวายทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในความดูแลแต่เดิมคืนให้แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการดูแลรักษาและจัดหาผลประโยชน์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ดังนั้น สำหรับทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ใดที่เดิมเป็นชื่อของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เช่น การมีชื่อในผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด จึงต้องเปลี่ยนเป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2) เปลี่ยนชื่อความเป็นเจ้าของทรัพย์สินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นอยู่ในบังคับของกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร และต้องมีภาระเสียภาษีอากรเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป อันเป็นการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์

Image copyrightREUTERS
3) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าที่ได้ทรงสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศไทย ด้วยการก่อตั้งกิจการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานะมั่งคงสามารถดำเนินกิจการด้วยคนไทยและแข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น กิจการธนาคารไทยพาณิชย์ หรือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) การใช้พระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการเหล่านั้น จึงเป็นการยืนยันพระราชปณิธานดังกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นพระราชภาระในการดูแลกิจการเหล่านั้นด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ากิจการเหล่านี้จะยังคงดำเนินกิจการต่อไปอย่างยั่งยืนและมีการพัฒนาให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยตลอดไป

4) การใช้พระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการที่เดิมใช้ชื่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้ทรงสามารถมอบหมายข้าราชบริพารหรือผู้ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทดูแลกิจการต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กิจการเหล่านี้ดำเนินการอยู่ในกรอบการบริหารกิจการที่ดีตามพระราชประสงค์ โดยมุ่งหวังให้กิจการเหล่านี้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และมีความยึดมั่นในหลักคุณธรรมและความถูกต้องดีงาม

ความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
17 ก.ค. 60: โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ฉบับใหม่
18 ก.ค. 60:โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแต่งตั้งคณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ชุดใหม่โดยมี พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็นประธานกรรมการ
6 ต.ค. 60: สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โอนหุ้น 113.27 ล้านหุ้นในธนาคารไทยพาณิชย์ออก ทำให้สัดส่วนหุ้นในธนาคารลดลงเหลือ 18.14%
15 มี.ค. 61: เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ระบุ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงถือหุ้นในบริษัท จำนวน 9,070,600 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.76% โดยทรงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับที่ 15 ใน SCC
25 เม.ย. 61: บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งเรื่องมีมติแต่งตั้ง พล.อ.อ. สถิตพงษ์ สุขวิมล ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการคนใหม่
โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ฉบับใหม่
เปิดงานวิจัย ความเป็นมา "สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์"
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็น ปธ.กก. ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
Image copyrightสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
Image copyrightสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

https://prachatai.com/journal/2018/06/7 … um=twitter

คลื๊ป อ.หวานได้นำความคิดเห็นจากข้อความอ.สมศักดิ์เจียม(ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกษัตริย์ไทย)มาลงด้วย
พูดง่ายๆว่ายามน้ำขึ้นพระองค์ก็ได้รีบตักเสียเต็มที่ เพราะรู้ว่าน้ำจะลงสุดและตอคงโผล่  อยู่่ต่อในแผ่นดินดิ้นไม่ได้แน่นอน
แต่พวกนักลงทุนนั้น โดยเฉพาะรายใหญ่ๆนอกประเทศ เป็นพวกยอดรู้ในความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ก่อนต้นลมจะเกิดพัดเสียอีก
พวกนักลงทุนมีเครี่องไม้เครื่องมือ และความรอบรู้ในวงข่าวสารกว้างขวางเสมอ ตอนนี้ได้รีบขายถอนทุนออกจากประเทศนี้ไป
เกือบหมดแล้วเมื่อทราบความเคลื่อนไหวของร.สิบในเรื่องนี้ หากพวกอสิงหาริมทรัพย์ถูกขมวดไว้ในรูปการลงทุนมีการซื้อขาย
โอนกันได้ง่ายๆ เริ่มมีการเปลี่ยนมือกันมากขึ้น  พวกนักลงทุนก็ย่อมหนาวเป็นธรรมดา
ที่อ.หวานทำนายไว้ว่าเหตุการณ์ที่ศาลฎีกา จะรับการฟ้องร้องคสช.เป็นกบฎวันที่ 22 มิย.(อีก 4 วันข้างหน้า) คงเป็นเรื่องปลอมที่ทำ
ให้พวกวิทยุใต้ดินเดากันว่าร.สิบจะฟันคสช.แล้ว? และทอดยาวไปถึงตั้งแต่จับอ้ายโล้นอิสระและพวกพระผู้ใหญ่ที่เป็นพรรคพวกมหา
นิกายในคณะเถรสมาคม(คล้ายรัฐมนตรีของคณะรบ.ของสงฆ์) ฯลฯ  การประเมินสถานะการณ์ดังกล่าวก็จะหลุดให้เห็นอีกเปลาะ
หนึ่งที่จะชี้ให้เห็นชัดขึ้นว่าร.สิบวาดลวดลายเอากับคสช.จริงหรือไม่ รวมทั้งที่ดร.สุนัย จุลพงษธรถึงกับพูดว่าร.สิบได้ปรารภว่านายกฯ
คนต่อไปต้องมาจากการเลือกตั้ง? ข่าวในอากาศตอนนี้มีมากมาย ไปถึงเรื่องจะซื้อดาวเทียมของประเทศยากจนนี้ถึงประมาณ90,000
กว่าล้าน ในขณะที่ประชาชนอดหยากที่สุด ในประวัติศาสตร์ของประเทศอู่ข้าวอู่น้ำแห่งนี้
สงสัยว่าหน.ซุ้มมือปืนอายุเกือบร้อยปีเมื่อไหร่จะตาย? หรือต้องนอนป้อนข้าวแล้ว และลูกแอ่ดสุรยุทธเจ้าของพวกคอมมิวนิสต์ร.อ.
(รักษาพระองค์) เจ้าของเวปเฮาทู และเวปอังกฤษที่เคยก่นด่าป้าอุ๊(คนไทยยูเค-UK)ฉีกเสียยับเยิน โชคดีที่ได้เงินก้อนปรับปรุงร้าน แต่เมื่อเทียบโกตี๋ที่ตายน้ำติ้น
ไม่ได้อะไรเลย ได้แต่สุดเสียดายทั้งสองท่านที่เลือกทางทรยศมวลชน เ่อาผลประโยชน์ส่วนตัวเพียงเล็กน้อย และจบลงด้วยความอัปยศอดสู ตอนนี้แม้สุขภาพสุด
แย่จากมะเร็งรอความตาย แต่ป้าอุ๊จะตายอย่างผู้ชนะ และกำลังคอยเอาตีนเหยียบหน้าอ้ายตูบที่ลอนดอน อีกสองวันข้างหน้านี้เอง กฎแห่งกรรมมันช่างทดแทน ....
ได้ทันเวลาให้เราได้เห็น
กลุ่มใหญ่สำคัญนี้ทุกส่วนกำลังถูกทอดทิ้ง เพราะภาพน้องก้มลงกราบเท้าพี่ ..ตั้งแต่นั้นมา ทุกอย่างก็ค่อยๆพังทลายลง
..บางคนพึงระวังมันชวนไปเยี่ยมกลาแลนด์ แล้วเก็บ"กลัวเสียลับ"เสียอย่างนิ่มๆนะ...เพราะกลุ่มนี้ร้ายกาจเลือดเย็นมากว่าสี่สิบปีแล้ว เขามีชื่อว่า"นักฆ่าลุ่มเจ้าพระยา"
อย่าลืมเสียละ การฆ่านั้นอยู่ในวิญญาณมันตลอดจนตาย...มันกลัวมันจึงต้องฆ่าปิดปาก แม้สายลับหรือคนรับใช้ หรือที่มีความรู้มากในความชั่วร้ายของมันเอง
..มันต้องชดใช้กฎแห่งกรรม  ไม่รูปใดรูปหนึ่งแน่นอน

มันยุ่งอีตุงนังนะแผ่นดินนี้ ..ที่นี่วุ่นวายหนอ..ที่นี่ขัดข้องหนอ....ที่นี่จะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เพียงรอจุดติดแล้วหนอ

"เผด็จการต้องพินาศ ประชาธิปไตยที่ประชาชนปกครองตัวเองจงเจริญ...ประชาชนจงเจริญ"

Last edited by ปาปียอง (June 18, 2018 11:21 AM)

Offline

#23 June 18, 2018 11:17 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

clapping.gif

Offline

#24 June 19, 2018 10:30 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

เอาแล้ว ประกาศการเลื่อนการเลือกตั้งอีก ห้ามถามอีกต่อไป

ของแท้ที่ไม่ต้องกังขาอะไรอีก อาจจะยาวไกลไม่มีกำหนด โดยอ้างว่าการเลือกตั้งจะมีได้ ก็ต้องหลังจากพระราชพิธีเถลิงชึ้นครองราชของไอ้โอเสียก่อน ซึ่งยังไม่เห็นทางว่าจะเชิญผู้นำประเทศไหน โดยเฉพาะพวกกษัตริย์ชาติใด จะยอมรับเชิญมาร่วมพิธีด้วยก็ยังกังขาอยู่ว่าต้องใช้เวลาจีบกล่อมกันอีกนานเท่าใด  การปัดสาเหตุการเลื่อนการเลือกตั้งอีก(ล่าสุด) ก็โยนไปหาปัญหาอยู่ที่เรื่องพระราชพิธี ซึ่งคงไม่มีใครในกลาแลนด์กล้าเอ่ยปากถามถึงหรือมีคำถาม เพราะเอ่ยปากก็โดน ม.112  ทันที  อ.หวานได้ให้คำอธิบายว่าเป็นการรัฐประหารเงียบจากกษัตริย์นั่นเอง....silent coup by the king
รวมทั้งสื่อปากกล้าๆนักเล่านิทานมือชั้นยอดต่างประเทศ  ก็คงพากันหลบที่จะเอ่ยถึงเมื่อเกี่ยวกับพวกกษัตริย์ ก็คงเห็นกันชัดๆต่อผู้ชมอีกครั้ง
ฉนั้นเรื่องการสร้างฉากให้วุ่นวายเรื่องจับพระ ฝ่ายนั้นฝายนี้ เรื่องศาลฎีกาจะรับฟ้องหาว่าคสช.ยึดอำนาจเป็นกบฎ(ฟังคำพิพากษาวันที่ 22 มีย.อีกสองวันข้างหน้า) การให้สัมภาษณ์ที่ฮือฮาเรื่องของไอ้ตูบน้อยใจว่าเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่เทวดาที่ไหนย่อมมีผิดพลาด ฯลฯ จึงเกิดเหตุการทำนายทายทักว่าร.สิบขี่ม้าขาวมาจะเสียบคสช. คสช.ต้องตายแน่ๆคราวนี้...ทำให้เกิดความหวังสักนิี้ดก็ยังดี.....แต่ล้วนเป็นภาพการสร้างภาพลวงตาทั้งนั้น  สถานะการณ์ทางการเมืองเรื่องเลือกตั้ง และความเคลื่อนไหวเลือกตั้งจากพรรคต่างๆทั้งใหม่และเก่า กลายเป็นแรงกดดันอย่างมากมายก่อนจะปลดล้อคให้มีการแถลงนโยบายและเริ่มหาเสียงกันได้ ประกอบกับการเดินทางไปเยือนยุโรปที่อังกฤษและฝรั่งเศสของอ้ายตูบ-เมียและคณะใหญ่ ที่เป็นเหมือนออกสงครามใหญ่ ที่มันต้องเสี่ยงจากการต่อต้านของคนไทอิสระ ที่น่าจะเป็นเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยรู้เห็นมา(จากวันที่ 20-25 มิย.)      อ้ายตูบจึงให้สัมภาษณ์เรื่องเลื่อนเลือกตั้ง โดยปัดไปเป็นเรื่องพระราชพิธีเถลิงราชของจ่าห้าวก่อน แบบกูไม่เกี่ยว..เป็นเรื่องของนายเหนือหัวสั่งมา  เป็นการตีปลาหน้าไซที่ตนจะต้องเผชิญกับคำถามเรื่องเลือกตั้งนี้มากมายแน่นอน รวมทั้งคำถามบนป้ายประท้วงต่างๆ ใบปลิวที่จะติดตามป้ายโฆษนาสาธารณะ(Public Billboards) ที่พวกคุณจรรยา ยิ้มประเสริฐ ป้าอุ๊ แอนดรู มาแชล อ.ใจ อึ้งภากรณ์  อ.จรัญ อั้ม และคนฝรั่งพื้นเมืองที่ติดตามการเมืองและเจ็บปวดมาจากกลาแลนด์มาตลอด  ล้วนเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยตัวฉกาจ และคนไทในยุโรปที่จะรวมกำลังออกศึกสู้เผด็จการณ์คสช.และระบบต่ำช้าของสถาบันกษัตริย์กลาแลนด์ จะเป็นครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์
แต่จะเห็นได้ว่ากษัตริย์กลาแลนด์นั้นหาได้ต่างพวกกับคสช.แต่ประการใดไม่  เขาเป็นพวกเดียวกัน.. ประชาชนต่างหากที่เป็นเหยื่อพวกเขามาตลอด
อ.หวานบอกไว้ว่า"เราต้องยกระดับการต่อสู้แล้ว".............อย่าหลงเป้าหมาย อย่าอ้อมค้อม เสแสร้งแค่โจมตีคสช.จปร.ทหารริยำอัปรีย์  ศัตรูตัวร้ายกาจที่สุดคือสถาบันกษัตริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชเจ้าเก่า ที่ปล้นประเทศและเอาพวกเราเป็นทาสพวกมันนั่นเอง พวกมันได้คอยหลอกล่อ หลอกลวง ครอบให้เราหวาดกลัว ให้เราหลงผิดมาตั้งแต่รุ่นย่า-พ่อ-แม่-ญาติพี่น้องของพวกมันนั่นเอง  ฉนั้นป้ายการต่อสู้ต่างๆต้องมีชื่อกษัตริย์ชั่วราชวงศ์นี้ปรากฎให้เห็นชัดๆเป็นสำคัญด้วย

เราต้องการมีอิสระและเสรีภาพในการปกครองตัวเอง เป็นสาธาระรัฐที่ไม่มีกษัตริย์(Republic)เท่านั้น
เผด็จการณ์ต้องพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

Last edited by ปาปียอง (June 19, 2018 11:14 AM)

Offline

#25 June 19, 2018 10:57 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

ขอบคุณครับ  two_thumps.jpg

Offline

#26 June 22, 2018 8:32 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

ตลกลวงโลกของศาลฎีกากลาแลนด์

https://prachatai.com/journal/2018/06/77528

ไม่มีริ้วรอยอิทธิพลของร.สิบว่าจะเข้ามาจัดการคสช. ด้วยการปล่อยให้ศาลฎีกาลงโทษเพื่อปลดคสช.ออกไป ตามข่าวลือกันมากมายมากว่าสองสัปดาห์ เป็นการเล่นปาหี่อย่างธรรมดาในแผ่นดินนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ความหวังลมๆแล้งๆของประชาชนก็หมดไป  กลับมาจุดยืน"สาธารณะร้ฐ-The Republic" ที่ต้องหวังปกครองตัวเราเองเถิดพี่น้อง ไม่ว่ารัชกาลไหน หรือหลังพ่อขึ้นครองราชก็มาถึงลูกรัชกาลปัจจุบัน มันเดินในทางเดียวกัน ลวดลายชั้นเชิงในการหลอกลวง หลอกล่อ ใช้อำนาจลับ ให้ประชาชนหลงทางก็เป็นแบบเหมือนกัน แถมรัชกาลปัจจุบันไม่อ้อมค้อมที่จะกระทำการยึดอำนาจ โดยการสั่งเปลี่ยนรัฐธรรมนูญตามใจชอบ(หลังการออกเสียงมีประชามติแล้ว-กูใหญ่เสียอย่างใครจะทำไม?) และสั่งยึดทรัพย์สินที่ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของอย่างหน้าด้านๆ ไม่มียางอาย เพราะรู้ดีว่าพวกกษัตริย์จะยืนยงต่อไปอีกไม่นานก็จะล่มแน่แล้ว
เชิญชมรายละเอียดคำพิพากษาศาลเจว็ดกลาแลนด์ และคดีฟ้องข้อหากบฎทำนองเดียวกันตั้งแต่อดีต อันไม่เคยมีผลใดๆมาตลอด  คัดลอกมาจาก"ประชาไท"  เชิญครับ
__________________________________________________________________________________________________________________________

ศาลฎีกายกฟ้อง ‘กลุ่มพลเมืองโต้กลับ’ ฟ้อง คสช.เป็นกบฏ
Published on Fri, 2018-06-22 16:09
ศาลฎีกายืนยกฟ้อง กรณี 'กลุ่มพลเมืองโต้กลับ' ฟ้อง 'ประยุทธ์-คสช.' ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 จากการยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557  ชี้ต้องตีความกฎหมายให้บังคับใช้ได้รักษารัฐ-รัฐธรรมนูญปี 2557 คุ้มครองอยู่



ที่มาภาพ: พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen

22 เม.ย. 2561 ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1805/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ 1760/2558 กรณีกลุ่มพลเมืองโต้กลับเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง คสช. ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างยกฟ้อง โดยให้เห็นผลว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่คณะรัฐประหารร่างขึ้นใหม่มีบทบบัญญัติยกเว้นโทษการทำรัฐประหารและการใช้อำนาจต่อจากนั้นไว้แล้ว

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยให้เหตุผลว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าตามฟ้อง พ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิงโดยอำนาจตามมาตรา 48 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557  ที่บัญญัติโดย คสช. ซึ่งมีอำนาจในเชิงข้อเท็จจริงว่า เป็นคณะบุคคลที่ใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติ โดยควบคุมกลไกและหน่วยงานของรัฐได้นั้นมีสภาพเป็นกฎหมาย และตามมาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ถูกตราขึ้นในวันที่ 6 เม.ย. 2560

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เผยแพร่คำพิพากษายกฟ้องนี้ระบุว่าศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยสองส่วน ส่วนแรกตามฎีกาของโจทก์ทั้งสิบห้าว่า ที่ศาลล่างทั้งสอง พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสิบห้านั้นชอบหรือไม่ โดยโจทก์ทั้งสิบห้าฎีกาว่า

“……มาตรา 47 แ ละ มาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557  เป็นบทบัญญัติที่ขัดต่อมโนธรรมและหลักการพื้นฐานแห่งความยุติธรรมของมนุษย์อย่างชัดแจ้งอันมีผลทางให้บทบัญญัติดังกล่าวไม่สภาพเป็นกฎหมายแต่อย่างใด และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะต้องอยู่ภายใต้หลักการพื้นฐานทั่วไปของระบบกฎหมายที่ว่า “บุคคลหาอาจถือเอาประโยชน์จากความฉ้อฉลที่ตนได้ก่อขึ้น หาอาจเรียกร้องใดบนความอยุติธรรมของตน หาได้รับยกเว้นความรับผิดจากอาชญากรรมของตัวเองได้” การกระทำของจำเลยทั้งห้า จึงไม่อาจจะพ้นจากความรับผิดตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  2557  กำหนดไว้ได้ ….”

ในข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า

“สภาพความเป็นรัฐของรัฐใดรัฐหนึ่งนั้น จะต้องประกอบไปด้วยดินแดนอาณาเขตแน่นอนและมีประชากรอาศัยอยู่ในดินแดนนั้นโดยมีรัฐบาลปกครองและมีอธิปไตยเป็นของตนเอง ประการสำคัญการตีความกฏหมายต้องตีความในเชิงให้เกิดผลบังคับได้ แม้ข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิบห้าที่อ้างว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ไม่ชอบในลักษณะที่เป็นกฏหมายก็ดี แต่การตีความกฏหมายต้องตีความในเชิงให้เกิดผลบังคับได้ตามที่กล่าวไปแล้วและต้องเป็นการตีความในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อเจตนารมณ์แห่งความธำรงอยู่ของความเป็นรัฐหรือชาติบ้านเมืองด้วย มิฉะนั้นสถานะความเป็นรัฐหรือความเป็นชาติบ้านเมืองจะถูกกระทบให้เสียหายไปเพราะไม่มีอธิปไตยอยู่ครบถ้วน ……..เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติยึดอำนาจการกครองแผ่นดินจากรัฐบาลรักษาการได้อย่างเบ็ดเส็จและประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 คณะรัฐมนตรีและวุฒิสภาสิ้นสุดลง ประเทศไทยในขณะนั้นจึงไม่มีหน่วยงานใดที่จะทำหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ แต่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ามาใช้อำนาจรัฎฐาธิปัตย์แทนซึ่งแม้การได้มาซึ่งอำนาจนั้จะเป็นวิธีการที่ไม่เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยดังที่โจทก์ทั้งสิบห้ากล่าวอ้าง และจะมีความชอบธรรมในการได้มาซึ่งอำนาจในเชิงข้อเท็จจริงว่าเป็นคณะบุคคลที่ใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติโดยควบคุมกลไกและหน่วยงานของรัฐได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ที่บัญญัติโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีสภาพเป็นกฏหมาย”

จากนั้นศาลฎีกาได้อ่านความในมาตรา 48 อีกครั้ง

“……มาตรา 48 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557  นั้น ประกาศใช้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปัจจุบันแล้ว ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจในการไต่สวน อีกทั้งในมาตรานี้ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า บรรดาการกระทำทั้งหลาย ซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ของหัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางรัฐธรรมนูญ ในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ศาลฎีกายังได้เพิ่มเติมเรื่องบทบัญญัติมาตรา 279 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ในคำพิพากษาว่า

“มาตรา 279 ที่ได้บัญญัติรับรองประกาศ คำสั่งและการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปตามมาตรา 265 วรรคสอง ไม่ว่าเป็นประกาศ คำสั่งหรือการกระทำที่มีผลบังคับใช้บังคับในทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติ ทางบริหาร หรือทางตุลาการ ให้ประกาศ คำสั่ง การกระทำ หรือการปฏิบัติ ที่ชอบด้วยกฏหมายรัฐธรรมนูญนี้และกฏหมาย และมีผลใช้บังคับโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป….ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฏหมาย”

การวินิจฉัยส่วนที่สอง ที่โจทก์ทั้งสิบห้าฎีกาเรื่องที่ศาลยกฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้อง ตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 116 (1) เป็นการข้ามขั้นตอนกระบวนการพิจารณา จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลเห็นว่า

“การไต่สวนมูลฟ้องหรือต้องวินิจฉัยว่าฟ้องมิมูลและประทับรับฟ้องไว้พิจารณาก่อนเสมอไป หากศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี หรือมีเหตุตามกฏหมายที่จำเลยไม่ควรรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องจำเลยไป ทั้งนี้ ตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ดังนี้ เมื่อศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าตามฟ้องพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิงดังที่วินิจฉัยแล้วข้างต้น ศาลชอบที่จะยกฟ้องได้เลย โดยไม่จำต้องไต่สวนมูลฟ้องและประทับรับฟ้องก่อน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสิบห้านั้ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสิบห้าฟังไม่ขึ้น"

(โหลดคำพิพากษาฉบับเต็ม)

ทนายอานนท์ชี้เป็นความพ่ายแพ้ร่วมกันที่นำผู้กระทำความผิดในการรัฐประหารมาลงโทษไม่ได้
ผู้สื่อข่าวประชาไทได้สัมภาษณ์ทนายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ระบุว่ายืนยันว่าจะเคลื่อนไหวต่อ โดยยังมีอีกหลายช่องทางให้เคลื่อนไหวได้เช่นการล้มล้างผลพวงของการรัฐประหารในประเด็นต่อๆ ไป และในส่วนตัวกังวลว่าคำพิพากษานี้อาจจะทำให้บรรดานายทหารใช้เป็น 'หลังพิง' เพราะต่อให้ทหารเข้ามารัฐประหารแม้จะไม่สำเร็จแต่ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ ซึ่งเป็นข้อน่าห่วงต่อสังคมไทยเช่นเดียวกันเพราะระบบกฎหมายไทยนั้นไม่เอื้อต่อการนำเอาตัวผู้ก่อรัฐประหารมาลงโทษ

นอกจากนี้ ข่าวสดออนไลน์ ยังได้เผยแพร่ความเห็นของทนายอานนท์ ว่าศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำรัฐประหารในช่วงนั้น สามารถมาบริหารประเทศได้ ซึ่งเราก็เคารพคำพิพากษาของศาล โดยเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยอยู่ในเงื่อนไขแบบเดิม ที่เราต้องต่อสู่ทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยเราก็ได้ใช้สิทธิในการฟ้องว่าการทำรัฐประหารเป็นการกระทำผิด โดยนัยยะของคำพิพากษาศาลเห็นว่า กระทำผิดแต่หลุดพ้นจากความผิดตามรัฐธรรมนูญที่ออกโดยคณะรัฐประหาร การที่เราพยายามพิสูจน์ว่าการรัฐประหารที่ผ่านมา 4 ปีแล้ว ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างไร คิดว่าเราก็ได้ประจักษ์แล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกัน ขณะเดียวกันก็เป็นความพ่ายแพ้ร่วมกัน ที่นำผู้กระทำความผิดในการรัฐประหารมาลงโทษไม่ได้ เราก็กังวลว่าในอนาคตหากสังคมและกระบวนการยุติธรรมยังเอื้อที่จะก่อให้เกิดรัฐประหารก็จะเป็นปมเงื่อนที่ประเทศไทยจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ทั้งนี้สำหรับในหลายประเทศที่มีการเอาผิดการรัฐประหารมาลงโทษได้นั้น ก็ต่อเมื่อประเทศและสังคมตระหนักร่วมกันว่าการรัฐประหารเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งเรารอได้ไม่ว่าจะ 10 หรือ 20 ปี เพื่อที่จะเห็นการนำผู้กระทำความผิดต่อบ้านต่อเมืองมาลงโทษ

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะดำเนินการทางการเมืองอย่างไรต่อไปทนายอานนท์กล่าวว่า เบื้องต้นกลุ่มเราซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้งและสนับสนุนนักการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปยกเลิกผลพวงของการรัฐประหาร และเมื่อถามว่าคำพิพากษาของศาลในลักษณะนี้จะทำให้ยังมีโอกาสที่จะเกิดรัฐประหารในอนาคตต่อไปหรือไม่ทนายอานนท์กล่าวว่า จะทำให้เหล่านายทหารรู้สึกย่ามใจว่าทำรัฐประหารไปก็จะไม่ผิด ซึ่งในวันข้างหน้าเราก็จะได้เรียนรู้ร่วมกัน ในวันนี้เราอาจจะไม่ชนะ แต่วันข้างหน้าสังคมไทยจะต้องชนะรัฐประหาร ซึ่งลำพังกฎหมายไม่สามารถเอาผิดรัฐประหารได้อยู่แล้ว นอกจากว่าผู้คนในสังคมนั้นจะต้องตื่นตัวและตระหนักอย่างมากจึงจะสามารถเอาผิดรัฐประหารได้ ตอนนี้สังคมไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผมคิดว่าเรากำลังขับเคลื่อนไปสู่จุดนั้นร่วมกัน ทุกฝ่ายคงเห็นแล้วว่าการรัฐประหารไม่ได้นำพาประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรืองตามที่คาดหวัง
คดีขบฎครั้งที่สี่ของประวัติศาสตร์

https://prachatai.com/journal/2018/06/77515

ย้อนรอย 5 คดีฟ้องคณะรัฐประหารไทยฐาน ‘กบฏ’ ก่อนรู้ผลคดีพลเมืองโต้กลับ vs.คสช.
Published on Thu, 2018-06-21 18:05
ภาพ: อิศเรศ เทวาหุดี


ในวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1805/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ 1760/2558 ที่ทางกลุ่มพลเมืองโต้กลับเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง คสช. ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 โดยศาลจะพิพากษาว่าจะรับฟ้องคดีนี้หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างยกฟ้อง โดยให้เห็นผลว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่คณะรัฐประหารร่างขึ้นใหม่มีบทบบัญญัติยกเว้นโทษการทำรัฐประหารและการใช้อำนาจต่อจากนั้นไว้แล้ว

นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่มีการฟ้องคณะรัฐประหารของไทย ซึ่งเกิดมาเป็นสิบครั้ง นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปิยบุตร แสงกนกกุล เขียนในมติชนสุดสัปดาห์ โดยอ้างงานศึกษาของสมชาย ศิลปกุล และ พุฒิพงศ์ มานิสสรณ์ ที่ศึกษาพบว่าในจำนวนทั้งหมดนั้นมีการฟ้องร้องอยู่ 4 ครั้งและศาลพิพากษายกฟ้องทั้งหมด อันเป็นแหล่งที่มาของ “แนว” คำพิพากษาที่ปรากฏอยู่จนถึงการรัฐประหารครั้งล่าสุด 2557 สมัยที่ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร ฟ้อง คสช.

ประชาไทชวนย้อนอดีตกลับไปอ่านเหตุผลทางกฎหมาย ตั้งแต่ครั้ง 2490, 2514,2549, 2557 ก่อนจะรู้ผลว่า ศาลฎีกาจะรับฟ้องคดีที่กล่าวหาว่า คสช.มีการกระทำอันเป็นกบฏหรือไม่

เรียบเรียงข้อมูลโดย อิศเรศ เทวาหุดี, อัจฉริยา บุญไชย, ทัศมา ประทุมวัน






































ย้อนรอย 5 คดีฟ้องคณะรัฐประหารไทยฐาน ‘กบฏ’ ก่อนรู้ผลคดีพลเมืองโต้กลับ vs.คสช.
Published on Thu, 2018-06-21 18:05
ภาพ: อิศเรศ เทวาหุดี


ในวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1805/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ 1760/2558 ที่ทางกลุ่มพลเมืองโต้กลับเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง คสช. ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 โดยศาลจะพิพากษาว่าจะรับฟ้องคดีนี้หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างยกฟ้อง โดยให้เห็นผลว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่คณะรัฐประหารร่างขึ้นใหม่มีบทบบัญญัติยกเว้นโทษการทำรัฐประหารและการใช้อำนาจต่อจากนั้นไว้แล้ว

นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่มีการฟ้องคณะรัฐประหารของไทย ซึ่งเกิดมาเป็นสิบครั้ง นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปิยบุตร แสงกนกกุล เขียนในมติชนสุดสัปดาห์ โดยอ้างงานศึกษาของสมชาย ศิลปกุล และ พุฒิพงศ์ มานิสสรณ์ ที่ศึกษาพบว่าในจำนวนทั้งหมดนั้นมีการฟ้องร้องอยู่ 4 ครั้งและศาลพิพากษายกฟ้องทั้งหมด อันเป็นแหล่งที่มาของ “แนว” คำพิพากษาที่ปรากฏอยู่จนถึงการรัฐประหารครั้งล่าสุด 2557 สมัยที่ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร ฟ้อง คสช.

ประชาไทชวนย้อนอดีตกลับไปอ่านเหตุผลทางกฎหมาย ตั้งแต่ครั้ง 2490, 2514,2549, 2557 ก่อนจะรู้ผลว่า ศาลฎีกาจะรับฟ้องคดีที่กล่าวหาว่า คสช.มีการกระทำอันเป็นกบฏหรือไม่

เรียบเรียงข้อมูลโดย อิศเรศ เทวาหุดี, อัจฉริยา บุญไชย, ทัศมา ประทุมวัน














































https://prachatai.com/journal/2018/06/775159

Last edited by ปาปียอง (June 22, 2018 9:19 AM)

Offline

#27 June 22, 2018 12:54 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

คนฟ้อง เขารู้คำตอบอยู่แล้ว ที่ทำเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เข้าใจมันใช่เลย  clapping.gif

Offline

#28 August 7, 2018 11:58 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,209

Re: จดหมายจากคนไทยในยุโรปถึงร.10

เล่ห์กระเท่ห์ร้ายกว่าสามก๊กหลายเท่า รบกันแน่ จะไดัจบกันเสียที

ในที่สุดอ.สุรชัย แซ่ด่านก็ออกมาสวิงสุดเหวี่ยง และมีผลิตผลการทำนายทางการเมืองกลาแลนด์ขณะนี้ ออกมาอย่างน่าฟังยิ่ง  ได้พักผ่อนหยุดออกคลิ๊ปห่างไประยะหนึ่ง ชาร์จแบตเตอรี่มาเต็มที่ ผลงานชิ้นนี้ที่ไม่เอ่ยเรื่องทฤษฎีทุนโลกาภิวัฒน์(globalism)แม้สักคำเดียว ก็น่าฟังมากขึ้น แต่คุณสุรชัยได้เปรยๆเรื่อง"ความแตกต่างของชนชั้น" มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรุยทางมาก่อน ว่าเมื่อความจำเป็นทางการเมืองที่วิกฤต ก็จำต้องร่วมมือกันระหว่างฝ่ายร.สิบกับทักษิณ......ฝ่ายร.สิบไม่กลัวเกรงฝ่ายคสช.และฝ่ายอำมาตย์ ในการที่จะเอาทักษิณกลับเลยหรือ?  แต่ที่แน่ๆก็ดูเหมือนว่าทรงระมัดระวังมากในการที่อาจถูกควบคุมตัวได้ขณะประทับในกลาแลนด์ จึงจัดงานวันเกิดตัวเองที่ต่างประเทศ
ฟังจากเหตุการณ์รอบด้านจากการปล่อยข่าว ทั้งฝ่ายเปิดและปิด(ของเครือข่ายทักษิณ) และฝ่ายที่อิสระที่สามในที่นี้ คือการวิเคราะห์กันว่า ขณะนี้คสช.ได้กลับไปร่วมกับฝ่ายอำมาตย์อีกครั้ง เพราะเป็นทหารจปร.ด้วยกัน
อีกคำถามเกี่ยวกับเรื่องทหาร คือผบ.ทบ. พลเอกเฉลิมชัย สิทธิศาสตร์จะไปทางไหน? เหลืออายุราชการอีกเพียง 53 วัน จะต่ออายุหรือ? หรือหมดความหมายปล่อยให้เหี่ยวไปแค่นั้น ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ง่ายๆ เพราะฟังจากสส.สุนัย จุลพงษ์ศธรเล่าว่า พลเอก อภิรัตน์ คงสมพงษ์นั้นถูกวางแผนทำให้หมดค่า เพราะเมื่อเอาขึ้นเวที ก็ปรากฏว่ามีจุดด่างดำน่าเกลียดมากมาย ไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งไปเสียแล้ว การแสวงหาดำแหน่งผบ.ทบ.คนต่อไป จึงเป็นจุดที่สำคัญที่สุดต่อทุกฝ่าย มากกว่าคราใดในประวัติศาสตร์การทหารของกลาแลนด์  กษัตริย์จะอยู่หรือไป เป็นเรื่องเฉพาะหน้าเร่งด่วนนั้นอยู่ที่นี่ ส่วนการจะนำทักษิณกลับมาช่วยทางเศรษฐกิจในระยะยาวนั้นเป็นเรื่องรอง แต่กษัตริย์ก็หมายตาว่าจะต้องทำเพื่อความอยูรอดของประเทศ เพราะพวกคสช.ทหารจปร.ทำประเทศเสียเละทางเศรษฐกิจและปากท้อง รวมทั้งความเน่าเหม็นไปทั่วเรื่องคอร์รัปชั่น แย่งกันแดกมากว่าห้าปีแล้ว อย่างประเทศไม่เคยเห็นความตะกระตะกรามขนาดนี้มาก่อน
....บึ้มลูกใหม่เพื่อแย่งตำแหน่ผบ.ทบ.จะเกิดอีก คราวนี้อาจตามมาถี่ยิบจากพวกโดรน ... และต่อแต่นี้จะไม่มีวันยุติลงได้อีก....นี่คือบรรยากาศของการปฏิวัติที่แท้จริง !!
แต่ในที่สุดทุกฝ่ายจะย่อยยับ เพราะแรงปฏิวัติของประชาชน ซึ่งกำลังรวมตัวจัดให้มีองค์การปฏิวัติ(หรือพรรคปฏิวัติ) เพียงรอรายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และจะจุดติด ประชาชนทั้งในและนอกประเทศถูกหลอกด้วยนิยายเชิงสามก๊ก ซึ่งมากเล่ห์หลายกลลวง ของทุกฝ่ายที่ปกครองพวกเรามานานพอแล้วถึง 86 ปี เราไม่รออีกแล้ว การรวบรวมกลุ่มเสนอบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำจัดตั้ง"คณะรัฐบาลปฏิวัติ"(The Revolutionary Congress) กำลังก่อตัวอย่างเร่งรีบ และอาจจะนำโดยสตรี หรือกลุ่มสตรี เช่นป้าอองซานซูคะยีด้วยซ้ำ
ขณะนี้กลุ่มสตรีในอเมริกากำลังเข้มแข็งมากที่สุด ดูเหมือนผู้คนจะเชื่อความจริงใจ ความสัตย์ซื่อของสตรีมากมายในยุคนี้ การเลือกตั้งสภาและผวก.จะเกิดขึ้นอีกเก้าสิบสองวันในอเมริกา จะบอกผลเป็นที่ประจักษ์ ว่ารบ.ปธน.โดนาลด์ ทรั้มฟ์จะอยู่ต่อได้หรือไม่ และอยู่ได้อย่างไร? หากสภาพลิกกลับเป็นฝ่ายตรงข้าม คือพรรคเดโมแครต ก็คอยรอดูกัน


วันนี้เป็น"วันเสียงปืนแตก" เมื่อ 53 ปีก่อน 7 สิงหาคม พศ 2508 ที่บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ประชาชนทนบีบคั้นต่อไปจากเผด็จการทหารจปร.สฤษดิ์ไม่ไหว จึงรวมตัวจับอาวุธต่อสู้เป็นครั้งแรก แต่ต่อมาพคท.แตกแยกกับพวกนศ.ที่หนีร้อนไปพึ่งเย็นในป่า แต่อยู่กันไม่ได้ ฝ่ายรบ.และอำมาตย์เดินหมากไปหาเมาเซตุง และในที่สุดพรรคคอมมิวนิสต์จีนทรยศ ลอยแพพลพรรคคอมมิวนิสต์ในไทยหมด เปรม-ชวลิตจึงปล่อย 66/23 ให้มอบตัว สัญญาให้เป็นผู้เข้ามาช่วยบูรณะชาติ จะให้เงินและที่ทำกิน(ซึ่งได้ไปไม่กี่ราย) หลอกตีกินจากทั้งในและนอกประเทศ อุดมการณ์ของพคท.ก็ถูกทำลาย นักต่อสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้เช่นนายผี(อ้ศนี พลจันทร์) ยอมตายในประเทศลาว วันนี้ขอรำลึกถึงเขา และสหายปรีชา(จิตร ภูมิศักดิ์)นักปฏิว้ติอุดมการณ์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ที่อยู่ในดวงใจพวกเราเสมอ  พวกเขาจะไม่มีวันตาย (..shall not perish from the earth..)

https://baanjomyut.com/library/2548/tha … aipee.html

https://www.baanmaha.com/community/thre … 4%e0%b9%8c

เผด็จการต้องพินาศ ประชาธิปไตยแบบสาธารณะรัฐจงเจริญ

Last edited by ปาปียอง (August 7, 2018 7:38 PM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.