iFreeThai

#1 March 6, 2018 11:20 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

"ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

_100242988_25681102087_0f9b362762_k.jpg

ปิยบุตร แสงกนกกุล นักนิติศาสตร์หนุ่มจาก "นิติราษฎร์" เปิดแนวคิดพรรคทางเลือกใหม่ร่วมกับ "ไพร่หมื่นล้าน" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศภารกิจสำคัญเพื่อพาคนไทยออกจาก "เผด็จการ"

ในวัยใกล้เลขสี่ ของ ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาประกาศเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่เวทีการเมือง เพื่อผลักดันความฝัน ความเชื่อในการสร้างประเทศ

ปิยบุตรคือ "ศิษย์รุ่นแรก" ของ ศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักนิติศาสตร์ฝีปากกล้าแห่ง ม.ธรรมศาสตร์ แล้วขยับเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ร่วมโยนข้อเสนอทางกฎหมายและการเมืองอันแหลมคมออกสู่สังคมในนามคณะ "นิติราษฎร์"

ทว่ารัฐประหารปี 2557 นำมาซึ่งความ "ไม่สนุก" กับงานสอนหนังสือแก่นักวิชาการวัย 38 ปีรายนี้ ด้วยเพราะ เขาต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ในวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครองที่เขาต้องสอนเป็นหลัก ภายใต้ยุคสมัยที่อุดมการณ์ "นิติรัฐ-ประชาธิปไตย" ครอบโลกไม่เว้นประเทศไทย ศาลถูกจับวางให้อยู่ในฐานะองค์กรที่ใช้อำนาจตรวจสอบถ่วงดุล

ปิยบุตรตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยครั้งว่า "เรากำลังให้ความชอบธรรมกับศาลมากกว่าอำนาจของประชาชนหรือไม่" ทั้งที่นอกห้องเรียน เขาคือผู้ตรวจสอบบทบาทของฝ่ายตุลาการตัวยง ถึงขั้นออกหนังสือ "ศาลรัฐประหาร" เมื่อปีก่อน

_100242886_tanatorn-quotepic.png

ทางเลือกหนึ่งเพื่อเด้งออกจากความคิดสับสน-วนเวียน จึงอยู่ที่การยื่นเรื่อง "ลาสอน" เพื่อหยุดทบทวนตัวเอง ทว่ายังไม่ทันดำเนินการ ความคิด "ลาพัก" ได้พัฒนาเป็นการตัดสินใจเตรียม "ลาออก" เมื่อได้ปรับทุกข์-ผูกมิตรกับ "กัลยาณมิตร" หลายคน ในจำนวนนี้มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหารหนุ่มไทยซัมมิท กรุ๊ป เจ้าของฉายา "ไพร่หมื่นล้าน" รวมอยู่ด้วย

"เราคุยด้วยกันมา เห็นตรงกันว่าเป็นช่วงเวลาที่จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองทางเลือกใหม่เกิดขึ้น" ปิยบุตรกล่าวกับบีบีซีไทย

ชูแนวคิด พรรคฝ่ายซ้ายใหม่ในยุโรป - พาคนไทยออกจากเผด็จการ

ปิยบุตรเล่าว่า เขามีความคิดเรื่องการสร้างพรรคทางเลือกใหม่มานานแล้ว แต่มาแจ่มชัดระหว่างลาไปค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติมที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในยุโรป ทำให้มีพรรคทางเลือกใหม่เกิดขึ้นและได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น พรรคโพเดมอส (Podemos) ในสเปนซึ่งมาเป็นพรรคอันดับ 3 พรรคซีริซา (Syriza) ของกรีซได้เป็นรัฐบาล La France insoumise ของฝรั่งเศสกลายเป็นอันดับ 1 ของฝ่ายค้าน เพราะคนในสังคมรู้สึกว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหน ไม่ว่าพรรคฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา ก็ดำเนินนโยบายเหมือนกันคือเสรีนิยมใหม่ทางเศรษฐกิจ

เมื่อย้อนกลับมาดูวิกฤตการเมืองไทยในรอบ 13 ปี ซึ่งผู้คนจำนวนมากมองไม่เห็นทางออก ปิยบุตรชี้ว่า นี่คือสภาพการณ์ที่ต้องระวังให้ดี เพราะถ้าประคองไม่ดีจะเสร็จ "ตาอยู่" ซึ่งหมายถึง "เผด็จการ"

"ประเทศไทยอ่อนล้าเหนื่อยล้ากับความขัดแย้งมาสิบกว่าปี พรรคไหนชนะ อีกข้างหนึ่งก็จะต่อต้าน พรรคหนึ่งชนะ อีกข้างต่อต้าน แบบนี้ตลอดเวลา คนมีความรู้สึกว่าเลือกตั้งแล้วไม่จบ เลือกตั้งแล้วจะเจอการชุมนุม เกิดความวุ่นวาย ถ้ามีนายทหารคนหนึ่งขึ้นมาในนามของ 'การรักษาความสงบ' ขจัดความขัดแย้ง ทำให้บ้านเมืองสงบกลับมาเข้ารูปเข้ารอย มาในลักษณะแบบนี้ คนก็จะคิดว่าอย่างนี้เรา 'ยอมพักประชาธิปไตยไว้ชั่วคราว' กลับไปอยู่กับเผด็จการดีกว่า" ดุษฎีบัณฑิตด้านนิติศาสตร์จากฝรั่งเศสให้มุมมอง

มีอะไรน่าสนใจ เมื่อ กกต. เปิดจดทะเบียนพรรคใหม่ 2 มี.ค.

นี่จึงเป็น "ช่วงเวลาสำคัญ" ในการแจ้งเกิดพรรคทางเลือกใหม่ตามทัศนะของปิยบุตรกับเพื่อน โดยหวังใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้คนออกจาก "ระบอบเผด็จการ" กลับสู่การเมืองในระบบปกติหลังผ่าน "ทศวรรษที่สูญหาย" และเพื่อตอกย้ำว่าการหวนคืนสู่การเลือกตั้งไม่ได้แปลว่าจะได้การเมืองแบบเดิม

อย่างไรก็ตามผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคทางเลือกใหม่ยังไม่ขอเปิดชื่อพรรค แต่แย้มว่าจะสะท้อนอุดมการณ์ ความเป็น "พลเมืองรุ่นใหม่" และ "การเมืองแบบใหม่" และไม่มีคำว่า "ชาติ-ไทย-ประชาธิปไตย" ในชื่อแน่นอน

เช่นเดียวกับตำแหน่งในพรรคที่ยังไม่มีการจัดวางตัวบุคคล เนื่องจากติดเงื่อนไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ห้ามประชุมพรรค แต่เขาพร้อมยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคและดำเนินการตามข้อกฎหมาย

"นอมินีทักษิณ"?

นอกจากการขึ้นสู่อำนาจทางลัดของ คสช. จะเป็น "แรงผลัก" ให้ ปิยบุตรกระโจนสู่การเมือง ยังมีอีก "แรงดูด" จากปรากฏการณ์การเมือง "หลังยุคชินวัตร" (Post-Shinawatra Era) ที่เขาเห็นว่าเป็นการเปิดพื้นที่การเมืองใหม่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามา "ลงมือทำ"

อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองฝั่งนายทักษิณ ชินวัตร ย่อมทำให้พรรคของ ปิยบุตร-ธนาธร สุ่มเสี่ยงต่อการถูกสงสัยว่าเป็น "พรรคตัวแทนทักษิณ"

"ผมยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง เราทำของเราเอง ไม่ได้มาเป็นนอมินีของใคร ใครส่งมาไม่มี เราทำของเราเอง เดี๋ยวเปิดตัวไป เห็นรายชื่อ ก็จะรู้เองว่าไม่เกี่ยวอะไรเลย เป็นคนใหม่ทั้งหมด"

เมื่อครั้งยังเป็นนักวิชาการเต็มขั้น ปิยบุตรมักเปรียบเปรยสิ่งที่เขาทำว่าเป็นการ "ทำงานทางความคิด" โดยชี้ว่าปัญญาชนมีหลายลักษณะ มีทั้งผู้ที่ชอบหมกตัวอยู่ในห้องสมุด ค้นคว้า อ่าน เขียน ลงพื้นที่ศึกษาวิจัย และปัญญาชนที่เข้าไปผูกมัดกับอุดมการณ์ความคิด ถ้าเชื่ออย่างไรก็ต้องลงไปปฏิบัติให้เกิดผล

"ผมและเพื่อน ๆ กลุ่มหนึ่งเคยเสนอความเห็นออกสู่สาธารณะหลายครั้ง ปรากฏว่าไม่มีการตอบรับ ในทางการเมืองเขาทำไม่ได้ นักวิชาการก็ต้องคิดว่ามันถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องลงไปทำเอง" ปิยบุตรกล่าว

สำหรับเขา "การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน" และ "การเมืองคือความเป็นไปได้ ถ้าเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่มาทำ"

ติดภาพนิติราษฎร์?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมรู้จักปิยบุตรจากบทบาทนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ที่ออกมาเคลื่อนไหวหลังรัฐประหาร 2549 เพื่อทวงคืนนิติรัฐ-ประชาธิปไตย หนึ่งในข้อเสนออันแหลมคมที่ถูกโยนออกมาสู่สังคมคือการลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร และแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทว่าภายใต้สถานการณ์ในยุค "เปลี่ยนผ่านทางการเมือง" น่าสนใจว่า "ภาพจำในอดีต" จะย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคในการทำงานการเมืองของนักกฎหมายหนุ่มหรือไม่?

ปิยบุตรชี้แจงว่า "หัวใจหลัก" ของข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ที่ออกมาต่อเนื่อง คือต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักนิติรัฐที่ร่ำเรียนกันมา จึงไม่คิดจะลบภาพลักษณ์ หรือล้างภาพจำใด ๆ ทั้งสิ้น

"ผมคิดว่ามันลบไม่ได้ มันก็คือตัวเรา มันเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แล้วผมพูดไปด้วยความสุจริตทั้งสิ้น ไม่ได้อาฆาตมาดร้ายที่จะอะไรทั้งสิ้น แต่แนวคิดหลักคือต้องการให้สถาบันทางการเมือง สถาบันหลักที่อยู่ในรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับประชาธิปไตย และอยู่ได้อย่างเป็นเกียรติ" ปิยบุตรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

"เสี่ยง.. แต่คุ้ม"

เมื่อปัญญาชนที่ชื่อปิยบุตรเลือกผูกมัดตัวเองเข้ากับอุดมการณ์ประชาธิปไตย ภาคต่อไปของเขาจึงอยู่ที่การผลักดัน-สร้างสนามประชาธิปไตยในสังคมไทยอีกครั้ง ทว่ามีความเสี่ยงระดับสูงที่ต้องประเมิน

หนึ่งใน "เสียงสนับสนุน" ที่มีน้ำหนัก ดังขึ้นจาก ศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ซึ่งไม่เพียงเป็น "ครูกฎหมาย" ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี-โทของเขา แต่ยังร่วมขับเคลื่อนแนวทาง "นิติศาสตร์เพื่อราษฎร" มาด้วยกัน

"ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมตัดสินใจนี่ เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ เปลี่ยนชีวิตเหมือนกัน ผมก็บอก พอบอกอาจารย์วรเจตน์ก็ไม่ค้าน ก็สนับสนุน แต่ก็เป็นห่วง กังวล ก็อย่างที่เราทราบการเมืองไทยมันก็โหดร้ายทารุณอยู่พอสมควร"

แม้รู้ว่าการทำงานการเมืองมีความ "เสี่ยง" แต่เขาคิดว่า "คุ้ม"

"การเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกกว่าเสี่ยง คุณเสนออะไรที่มัน.. เขาคิดว่าก้าวหน้าเกินไป หรือเขาคิดว่าอันตรายต่อเขา เขาอาจหาวิถีทางกำจัดออกไป อย่างประสบการณ์ที่เราพบเห็นมาตลอดตั้งแต่ 2475 จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ ประวัติศาสตร์มันบอกไว้ ถามว่าความเสี่ยงลักษณะแบบนี้มันพร้อม มันคุ้มไหมที่จะลองมาเสี่ยงดู ผมคิดว่ามันคุ้ม"

"มันเป็นห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ ถ้าไม่ทำตอนนี้ โอกาสนี้อาจจะหลุดมือไป ห้วงเวลาประวัติศาสตร์นี้อาจจะหลุดมือไป" เขากล่าวทิ้งท้าย

ปิยบุตรพูดถึงครู-ศิษย์-เพื่อน "ผู้ไม่ยอมจำนน"

ปิยบุตร แสงกนกกุล พูดถึง "ชาย 3 คน" ที่เขาให้ความเคารพในความคิด โดยมีจุดร่วมกันคือเป็นคนที่มีหลักการ ความเชื่อ และเป็นตัวอย่างของการ "ไม่ยอมจำนน" โดยพร้อมออกจากพื้นที่ปลอดภัยไปรับความลำบาก ไปต่อสู้ในรูปแบบที่แตกต่างกันเพื่อรักษาหลักการที่ตนยึดถือเอาไว้

- วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ครูที่เคารพที่สุด - มีความเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติทั้งในเรื่องส่วนตัว และเรื่องวิชาการ เป็นแบบอย่างที่ดี

- รังสิมันต์ โรม : ศิษย์ที่ภูมิใจที่สุด - มีความคิด ความเชื่อ ความฝัน เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เรียนมาเป็นแบบหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอีกแบบหนึ่ง ก็ออกมาท้าทาย เผชิญหน้า ประท้วง ต่อสู้

- ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ : เพื่อนที่กล้าหาญที่สุด - เขาอยู่ในที่ ๆ อยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่กล้าตัดสินใจมาเสี่ยงตรงนี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่

http://www.bbc.com/thai/thailand-43251942

Offline

#2 March 7, 2018 12:06 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,211

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

ยินดีด้วย  แต่ผิดเวลาเพราะต้องทำตามโจรธรรมนูญ  ขอให้โชคดีครับ เอาใจช่วย

Offline

#3 March 7, 2018 12:09 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,211

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

คุณมีหมื่นๆล้าน  อำนาจอื่นไม่มี  เขามีเป็นล้านๆ และมีอำนาจ ทุกระบบ  แค่ความคิดผมนะ ทุกคนมีสิทธิคิด

Offline

#4 March 7, 2018 8:00 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,209

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

ขอบคุณมากที่เสนอคลิปนี้ครับ

ตื่นเต้นมากๆและพยายามติดตามอย่างใกล้ชิด
เป็นนิมิตใหม่ที่เห็นคนหนุ่มกล้าสู้ขนาดนี้
บอกตรงๆว่ามันคงทะลุปล้องเลยไปเป็นสาธารณะรัฐแน่
และเพราะกล้าทำกว่ารบ.ยิ่งลักษณ์ และจะไม่หยุดนิ่งแค่
ได้เป็นรัฐบาลอย่างเดียว แต่จะวางรูปประเทศรูปใหม่ที่สำคัญ

หากเจ้ายังไม่คิดว่าจะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ แม้จะเอาส.ศิวรักษ์
มาเป็นประธานองค์มนตรีก็ตาม เพราะหากอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
เจ้าต้องควักเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ จากกระเป๋าตัวเองนะครับ และเป็น
เงินปีละเป็นแสนล้านจากงบประเทศของคนไทย  ไม่มีให้อีกแล้ว

..ผมไม่หยากฝันถึงเลย คงเป็นไปไม่ได้ ที่เสี่ยจัสตินจะยินยอมง่ายๆ
"ของฟรี"กินทุกวัน-เดือน-ปี และตลอดมา  เสพแล้วติดกว่าฝิ่น เฮโรอีน
และโคเคน รวมกันเสียอีก ไม่อยากหวังเลย และคอนดูรอกันอยู่ ว่าเสี่ย
จะไปทางไหน? เพราะสั่งแก้รัฐธรรมนูญที่มีประชามติไปแล้ว เรื่องไม่
ต้องมีผู้สำเร็จราชการ และฮุบทรัพย์สินส่วนมหากษัตริย์โดยไม่มีกระทรวง
การคลังขวางคออีกต่อไป  ดูแล้วมันเป็นลักษณะที่จะเป็นยอดเผด็จการณ์...
ชัดยิ่งขึ้นค่อนข้างจะแน่นอน

Last edited by ปาปียอง (March 8, 2018 12:47 PM)

Offline

#5 March 8, 2018 1:06 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,211

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

ธนาธร จึงฯ งานเข้า คสช.จ่อฟันผิดกฎหมายเลือกตั้ง   

Offline

#6 March 15, 2018 5:34 AM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

แถลงเปิดตัว "พรรรคอนาคตใหม่" ชูคำขวัญ "ก้าวพ้นทศวรรษที่สูญหาย สร้างประเทศไทยที่มีอนาคต "ปิยบุตร" ระบุพรรคขอหลอมรวมคนยุคใหม่ ที่ไม่ยอมจำนนกับสิ่งที่เป็นอยู่ เสนอนโยบายที่ประชาชนมีโอกาสที่เท่าเทียม พัฒนาคุณภาพชีวิต ขณะที่ "ธนาธร" เรียกร้อง คสช. ปลดล็อกเพื่อให้ทุกพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ย้ำไม่เอานายกฯ คนนอก ในสนามเลือกตั้งทุกพรรคคือคู่แข่งไม่ว่าจะเป็น พท. ปชป. หรือพรรคหนุน คสช.

26947299398_12535471b9_h.jpg
คณะผู้ริเริ่มจัดตั้ง "พรรคอนาคตใหม่"

เมื่อเวลา 07.30 น. ที่แวร์เฮาส์ ซอยเจริญกรุง 30  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารเครือบริษัทไทยซัมมิท และปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ และคณะแถลงเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่และคณะผู้ก่อตั้งพรรค 26 รายชื่อ โดยจะใช้ชื่อ "พรรคอนาคตใหม่" พร้อมเปิดตัวคำขวัญของพรรคที่ว่า "ก้าวพ้นทศวรรษที่สูญหาย สร้างประเทศไทยที่มีอนาคต"

ทั้งนี้ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แถลงว่าพรรคอนาคตใหม่ มุ่งสร้างการเมืองแบบใหม่ ฟื้นความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ออกแบบนโยบายที่ทำให้ประชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม เข้าถึงทุนและทรัพยากร ทำลายระบบผูกขาด พัฒนาสวัสดิการ เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมทางการเมือง ไม่ผูกขาดโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีระบบยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยประชาชน และมีประชาชนเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ผ่านการระดมสมองและระดมทุน โดยสมาชิกพรรค จะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ไปจนถึงนโยบาย พร้อมย้ำว่าจะระดมทุนจากประชาชน ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งหรือนายทุนมาอยู่เหนือสมาชิกพรรค

เขาย้ำด้วยว่าทุกพรรคคือคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ หรือพรรคที่สนับสนุน คสช. จุดยืนพรรคไม่เลือกข้างหรือถือหางใครทั้งทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากพรรคการเมืองใดล้ำเส้นประชาธิปไตยก็พร้อมวิจารณ์และต่อต้าน ส่วนตัวเขาหากล้ำเส้นก็พร้อมลาออกเช่นกัน ส่วนผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องรอการประชุมและเลือกตั้งของพรรค

ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก และเรียกร้องให้ คสช. ปลดล็อกพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ และไม่ให้พรรคเล็กเสียเปรียบพรรคใหญ่ ทำให้ทุกพรรคสามารถพบปะประชาชนได้ตามวิถีทางการเมืองปกติ

40108049964_f7da896a13_h.jpg
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล

ด้านปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวว่า "พรรคอนาคตใหม่มีวิธีการบริหารจัดการแบบใหม่ หลอมรวมเอาคนยุคใหม่ ที่ไม่ยอมจำนนกับสิ่งที่เป็นอยู่ หลอมรวมคนที่มีความสามารถเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อลงมือสร้างการเมืองแบบใหม่และนำเสนอนโยบบายแบบก้าวหน้า นโยบายที่เน้นการกระจายอำนาจ นโยบายที่ทำให้ประชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม พัฒนาคุณภาพชีวิต ประชาชนเข้าถึงทุนและทรัพยากร ทลายการผูกขาดทางธุรกิจ พัฒนาระบบสวัสดิการที่สร้างหลักประกันถ้วนหน้าให้คนทุกคนตั้งแต่เกิด ในยามแก่ ในยามเจ็บ และยามตาย นโยบายที่ส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างกฎหมายให้ทันกับยุคสมัยเพื่อตอบธุรกิจรูปแบบใหม่ ไม่ใช่เป็นอุปสรรคขัดขวาง"

อนึ่ง ปิยบุตร ตอบคำถามเรื่องบทบาทที่เขาผลักดันให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในช่วงที่เขาเป็นนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ว่า ที่ผ่านมาผลักดันแก้ไขมาตรา 112 เพราะมีการใช้กฎหมายเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม ตัวเขาแม้จะเปลี่ยนมาเป็นนักการเมือง แต่ยังคงยืนยันว่าต้องแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อไม่ให้มีการนำกฎหมายไปกลั่นแกล้งศัตรูฝ่ายตรงข้าม หรือบุคคลที่เห็นต่างกันทางการเมือง แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายและการตัดสินใจของสมาชิกพรรคว่าเห็นสมควรจะขับเคลื่อนเรื่องนี้หรือไม่ เพราะคณะนิติราษฎร์เป็นกลุ่มนักวิชาการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่ และพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่ของเขาคนเดียว

26947296938_0ed5cabbfc_h.jpg
(จากซ้ายไปขวา) กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, สุรินทร์ คำสุข และชำนาญ จันทร์เรือง

ในเรื่องของนโยบายที่ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคต้องการผลักดันนั้น ชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการที่มีบทบาทด้านการผลักดันการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น กล่าวด้วยว่า เขาขับเคลื่อนเรื่องการกระจายอำนาจและร่วมผลักดันจังหวัดจัดการตนเอง ที่ผ่านมาไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนพูดถึงเรื่องนี้

"เราเคยเสนอร่างพระราชบัญญัติเชียงใหม่มหานคร ซึ่งว่าด้วยการบริหารจัดการตนเอง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายได้ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 แต่พอถึงรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ตัดโอกาสนี้ออกไป ทำให้ประชาชนไม่มีสิทธิเสนอชื่อ"

ดังนั้นเลยคิดว่าช่องทางพรรคการเมืองนี้ จึงเป็นเพียงช่องทางเดียว โดย ส.ส. 20 คนขึ้นไปก็เสนอร่างกฎหมายได้แล้ว ส่วนนโยบายที่สนใจนอกจากนี้เป็นเรื่องของสิ่งแลดล้อม ป่า เรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งเขาเองทำงานด้านนี้มานานพอสมควร

สุรินทร์ คำสุข ประธานสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ กล่าวว่า ตัวเขาเสนอผลักดันเรื่องสิทธิแรงงาน กฎหมายแรงงาน การจัดตั้งสหภาพแรงงาน แม้ในกฎหมายจะเขียนไว้ แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหา ซึ่งสิทธิเหล่านี้ควรจะเปิดกว้างและได้รับการยอมรับมากขึ้น

อีกเรื่องคือปัญหาของสิทธิประกันสังคม พนักงานหรือผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่จ่ายประกันสังคมแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือโดนหัก ณ ที่จ่ายอยู่แล้ว แต่คุณภาพการบริการ การรักษาพยาบาล เหมือนผู้ประกันตันได้รับการบริการแบบชั้น 2 ชั้น 3 ถ้าเทียบกับการจ่ายประกันชีวิต จ่ายเบี้ยมาหลายปีขนาดนี้ ก็ควรได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้

สุรินทร์ เสนอด้วยว่า นอกจากนี้ต้องลดชั่วโมงการทำงาน บ้านเราทุกวันนี้ถ้าไม่ทำโอที ก็อยู่ไม่ได้ เรื่องสิทธิทางและกฎหมายที่ยังเหลือมล้ำ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่เขาอยากเข้ามาผลักดัน

กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ นักวิชาการอิสระด้านการศึกษา กล่าวว่าในฐานะคนเป็นครู ไม่ได้อยากเห็นอะไรมากไปกว่าการทำให้นักเรียนมีศักยภาาพ และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และเป็นผู้ที่มีความสามารถที่จะอยู่ในอนาคตได้จริง เราต้องสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้มันเกิดขึ้นจริงก่อน เป็นพื้นที่ที่ปราศจากความกลัว เป็นพื้นที่ที่ทุกคนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง อีกสิ่งที่อยากทำคือ อยากให้นักเรียนไทยได้รู้จักฝันของตัวเองสักที และเมื่อรู้จักแล้วเขามีเครื่องมือที่จะเดินทางไปทำฝันนั้นให้เป็นจริง เขาสามารถมีสังคม และมีระบบการศึกษาที่เกื้อหนุนผลักดันให้ฝันของเขาเป็นจริงได้

นลัทพร ไกรฤกษ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ข่าวคนพิการ ThisAble.me กล่าวว่า ประเทศไทยยังให้ความสำคัญน้อย ในเรื่องของการยอมรับความแตกต่างและการมองคนให้เป็นคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศสภาพ อุดมการณ์ ฐานะ หรือความพิการ

ที่ผ่านมาคนพิการถูกแยกออกจากสังคม ถูกมองอย่างเป็นภาระและไม่มีศักยภาพ ซึ่งเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้แก้ไขได้ การนับรวมพวกเขาเข้ามาอยู่ในสังคมสามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าเรามีการออกนโยบายที่เอื้อต่อพวกเขาตั้งแต่ต้น และนโยบายเหล่านี้จะต้องสนับสนุนคนแต่ละคน ในความแตกต่างของพวกเขา

https://prachatai.com/journal/2018/03/75888

Offline

#7 March 15, 2018 5:37 AM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

Offline

#8 March 15, 2018 7:24 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,209

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

วันสดชื่นสดใสและแจ่มใสที่สุดวันหนึ่งของกลาแลนด์
ที่ทำให้คนไทมีความหวังในชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
เรารอคอยกันมานานแล้ว
ไชโยๆๆ

Offline

#9 March 16, 2018 11:30 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

29244286_10216473090839415_7565836323584475136_n.jpg?_nc_fx=fbkk1-2&_nc_eui2=v1%3AAeFMhGJPYWfwzE50lN1URHaAR8jqEP1aXLFXU-H0vRXnZcM8F2I0-PRHK3VUZpd0Ko0LU_qYbxDnhdDjAdEz24zu0UHLbgCJw0T2Q8IH1FjmWg&oh=b39127020fb8e605ce85d8abf351f8f1&oe=5B2E70A1

ในฐานะนักข่าว เราติดตามพรรคนี้ เพราะเป็นพรรคใหม่ มาแรง คนสนใจ มีอุดมการณ์รักประชาธิปไตย(มากกว่าเพื่อไทยเยอะ) ขายข่าวได้ แต่ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรากังขากับพรรคนี้มาก
.
เราไม่ได้กังขาเรื่องอายุ เรากังขาเรื่องความเป็นนักวิชาการ นักกิจกรรมและ NGO ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นอาชีพที่ไม่ได้ทำงานกับงานกับคนเยอะขนาดนั้น คือเราเห็นความพยายามอย่างมากที่จะให้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และเพศ ซึ่ง relatively มันก็หลากหลาย และคนอื่นอาจจะมองว่ามีความถนัดที่หลากหลายดี แต่สำหรับเรา คนที่เปิดชื่อมาตอนนี้มีแต่คนวงเดียวกัน วนเวียนอยู่กับ NGO นักวิชาการและฮิปสเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ไม่ดี แต่มันยังไม่หลากหลายพอ
.
แม้จะมีผู้หญิงเยอะ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ทำเรื่องเพศกันเป็นหลัก เราต้องการความหลากหลายทางเพศที่ไม่ใช่แค่เพศ ทำเรื่องเพศ แต่เราอยากเห็นผู้หญิงที่เก่งเรื่องเศรษฐศาสตร์ เกย์ที่รู้เรื่องความมั่นคง คนข้ามเพศที่มีวิสัยทัศน์เรื่องคมนาคม นี่คือความหลากหลายทางเพศที่เราอยากจะเห็น
.
เราไม่มีปัญหาเรื่องที่คนเหล่านี้ไม่มีประสบการณ์การเมือง และเรามองว่าการไม่ประสีประสาทางการเมืองเนี่ยไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นข้อเสียเปรียบของพรรคเองที่จะวางยุทธศาสตร์หาเสียงได้ไม่ดีพอ จะเหมือนกับเด็กๆ ที่ฮ่องกงที่เราเคยรวบบทวิเคราะห์ไว้ว่า คุณพูดแต่เรื่องอุดมการณ์ ตีตลาดชนชั้นกลางมีการศึกษา แต่ทำให้ชนชั้นล่างที่มีจำนวนมากเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการจะผลักดันไม่ได้ หรือไม่เห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งอันนี้ก็ยังตัดสินตอนนี้ไม่ได้หรอก เพราะยังเปิดนโยบายไม่ได้ ลงพื้นที่ไม่ได้ ก็ต๊ะไว้ก่อน แต่ภาพตอนนี้ทำให้มองแบบนั้น
.
คือเรารู้ว่าพรรคการเมืองก็ต้องมีคนทำยุทธศาสตร์ และเขาคงไม่ได้ naive มาก แต่คนแค่ไม่กี่คน คุมคนทั้งพรรคไม่ได้หรอก มันก็มีหลุดๆ บ้าง และเราเชื่อว่าคงมีคนมีประสบการณ์ที่ยังไม่ได้เปิดตัว เพราะกลัวช้ำ แต่เมื่อคุณเล่นเกมนี้ก็ต้องยอมรับผลนะว่าคนอื่นจะไม่เชื่อถือพรรคของคุณมากนัก
.
ขอโทษนะที่พูดตรงๆ ภาพ NGO หลายคน (ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นคนในรายชื่อนะ เราพูดรวมๆ) คือกลุ่มคนที่ไม่เป็นมิตรกับใครเลย ไม่ถูกกันเอง ไม่มีวิธีสื่อสารกับประชาชนทั่วไป แถมบางคนยังตั้งป้อมเกลียดนักข่าวด้วย ทั้งที่คุณควรจะเป็นกลุ่มคนที่มี human skill และ communication skill สูงมาก ภาพตรงเนี้ย มันทำให้เราไมเชื่อมั่นว่าพรรคนี้จะสื่อสารกับคนอื่นๆได้จริงรึเปล่า
.
ต้องยอมรับนะว่า การเมืองมันเป็นเรื่องของอารมณ์ เรื่องของภาพลักษณ์ แล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องจะเนื้อหานะ หมายรวมถึงยุทธศาสตร์การสื่อสารและแคมเปญทั้งหมดทุกเม็ดเลยด้วย นี่แหละคือความน่ากลัวของความไร้เดียงสาทางการเมือง ตัวอย่างก็มีให้เห็นชัดเจนจากพรรคเดโมซิสโตและฝ่ายประชาธิปไตยของฮ่องกง ความนิยมบนโซเชียลมีเดียไม่ได้หมายความว่าคุณจะประสบความสำเร็จในสนามการเลือกตั้ง ที่สำคัญ อุดมการณ์อย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องมียุทธศาสตร์ที่ดีและเข้าถึงประชาชนให้ได้
.
รัก

https://www.facebook.com/photo.php?fbid … =3&theater

Offline

#10 March 16, 2018 11:32 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

A young Thai billionaire is causing a stir on the political scene after launching a new progressive party that is capturing the interest of younger voters ahead of the long-delayed national election slated for February next year

RTS1NOY0.jpg?x54605
Thanathorn Juangroongruangkit, the founder of Thailand’s Future Forward Party, looks on during the launch of the party in Bangkok Photo: Athit Perawongmetha / Reuters

Thanathorn Juangroongruangkit, dubbed the ‘peasant billionaire’ by Thai media because of his stance against the Thai political elite, teamed up with law professor Piyabutr Saengkanokkul to form their Future Forward party, the Straits Times reported.

The 39-year old businessman, who is the executive vice president and director of auto parts manufacturing company Thai Summit Group, has caught the imagination of Thailand’s pro-democracy community with his liberal views and youth-orientated discourse.

Other founding members of the party include university students, labour and LGBT activists and a representative from the disabled community, the Straits Times reported. In an introductory video Juangroongruangkit said that “the future cannot be designed by those who would not live in it.”

Pavin Chachavalpongpun, an exiled professor and frequent critic of Thailand’s current military government, told AFP that Juangroongruangkit was “a breath of fresh air.”

“This guy has no political baggage,” he said. “He has no corruption cases… It is a long time since we have had anything like this come along.”

Party registration was opened earlier this month by Thailand’s ruling junta in preparation for an election that has been repeatedly delayed since the military seized power in the 2014 coup.

Although Juangroongruangkit’s arrival on the political scene has been met with fervent support on social media by liberal-minded supporters, his popularity has raised comparisons with former prime minister Thaksin Shinawatra’s rise to power in the early 2000s. The billionaire telecommunications mogul, who introduced universal health care as well as programs to reduce poverty and expand infrastructure, was the first democratically elected leader to serve a full term and was re-elected in 2005 with an emphatic majority. However, his tenure was blighted by allegations of corruption and power abuse, and he was ousted by the military in a 2006 coup.

Despite his uncle Suriya Juangroongruangkit being the former transport minister in Shinawatra’s government, the young billionaire has stated that he does not align himself with any current political group, Reuters reported.

Juangroongruangkit is yet to announce any policies due to the ongoing ban on political activity introduced by the junta in 2014. Despite this and a ban on public gatherings, activists took to the streets earlier this month to demonstrate against the repeated delay of the election.

The ruling junta, which has been repeatedly accused of using its control of the nation’s courts to stifle dissent, charged dozens of people for taking part in the February protests. Nevertheless, Juangroongruangkit told AFP that he is ready for the challenge.

“There is a high chance I might end up in jail … but I think that’s a risk I am ready to take,” he said. “Our new future is worth fighting for.”

http://sea-globe.com/young-thai-billion … fresh-air/

Offline

#11 March 17, 2018 1:52 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,211

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

clapping.gif   กล้าหาญมาก  แต่ก็เป็นห่วงมาก  ยังรู้จักโจรไม่พอหรือไม่

Offline

#12 March 17, 2018 8:56 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

มุมมองของ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ที่มีต่อปรากฏการณ์ของการเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ภายใต้การนำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล
.
“เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากๆ แม้แต่คนที่เขาเกี่ยวข้อง เขาก็คงไม่คิดว่าจะมีกระแสได้เร็วและแรงขนาดนี้ นี่แค่ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากมีการประกาศตัวเพียงแค่อาทิตย์กว่าๆ แต่กระแสแรงขนาดนี้ มันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างในการเมืองไทย ผมคิดว่าคนมีความรู้สึกว่าต้องการทางเลือกใหม่ๆ จริงๆ โดยที่ไม่ได้สนใจว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ จะมีนโยบายรูปธรรมอย่างไร แต่พอมีคนเปิดตัวออกมาแล้วดูมีศักยภาพ มีแนวคิดที่น่าสนใจ กระแสตอบรับมาอย่างรวดเร็วทั้งในทางบวกและทางลบ คือถ้าคนไม่ได้คิดว่าพรรคนี้มีศักยภาพ กระแสวิจารณ์ก็จะไม่แรงขนาดนี้ ไม่งั้นคนก็คงมองเป็นแค่พรรคไม้ประดับ ไม่มีคนสนใจ แบบที่ก่อนหน้านี้ที่มีการไปจดทะเบียนกัน 40 กว่าพรรค ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลายเป็นพรรคที่โลกลืมไปแล้ว คนจำไม่ได้ แต่ปรากฏการณ์นี้ ผมว่ากระแสทั้งในทางสนับสนุนและวิจารณ์ที่ออกมามันสะท้อนว่าสังคมไทยต้องการทางเลือกใหม่”

........................

มุมมองของ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ที่มีต่อปรากฏการณ์ของการเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ภายใต้การนำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล

“ขณะเดียวกัน ฝั่งของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ผมคิดว่าเขาก็ต้องจับตาดู และต้องปรับตัวเช่นกัน สมมุติถ้าเราดูจากแนวโน้มจะมีพรรคหลายพรรคที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนผู้มีอำนาจอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้ได้กลับมาสืบทอดอำนาจต่อ เป็นพรรคนอมินีทหาร พรรคเหล่านี้ตอนนี้ก็เจอคู่แข่งใหม่ หรือพรรคกลางๆ ที่ตั้งขึ้นมาที่จะจับเสียงของพลังเงียบ พรรคใหม่ของคุณธนาธรก็ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่ฐานเสียงตรงนี้เหมือนกัน คนที่เบื่อหน่ายการแบ่งขั้วการเมืองแบบเก่าๆ ซึ่งพลังเงียบทางสังคมไทยก็มีอยู่ไม่น้อยในแต่ละการเลือกตั้งมีอยู่ 3-5 ล้านคนเป็นอย่างต่ำ ที่ไม่ได้ปักใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ฉะนั้น ผมคิดว่าการลงสู่สนามการเมืองของพรรคใหม่อย่างนี้ มันทำให้ฝ่ายต่างๆ ต้องปรับตัว”

ส่วนการกล่าวหาด้วยข้อหาต่างๆ ตามที่มีการนำมาโจมตีคุณธนาธร-อ.ปิยบุตร นั้น รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวว่า “ผมมองว่าเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ การเมืองไทยถ้าย้อนไปดูจะมีการกล่าวหาด้วยข้อหาลักษณะนี้มาโดยตลอด ซึ่งไม่ต้องมาสู้กันด้วยนโยบาย ไม่ต้องสู้กันด้วยผลงาน คุณไม่ชอบใครคุณอยากตัดทางการเมืองใหม่ๆ ไม่ให้เกิดได้คุณก็โยนข้อหานี้ไปเลย”

“แต่ผมมองว่าสังคมไทยเปลี่ยนไปเยอะ มาถึงปัจจุบันที่คนต้องการทางเลือกใหม่ๆ จริงๆ ผมมองว่าคนจำนวนมากในสังคมที่เป็นพลังเงียบที่มองว่าสังคมหยุดนิ่งมานานต้องการความเปลี่ยนแปลง คนต้องการออกไปจากสภาวะนี้ที่การเมืองก็ไม่ไปไหน เศรษฐกิจก็ไม่ไปไหน การศึกษาก็ถดถอย ตำแหน่งแห่งที่ของประเทศไทยในโลก ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน คนมองอนาคตด้วยความกังวล ผมไม่คิดว่าการกล่าวหาโจมตีแบบเก่าๆ มันจะปลุกขึ้น จะจุดติดขึ้น”

“ผมว่าคนก็เบื่อหน่ายแล้วในการโจมตีแบบนั้นด้วยข้อหาที่เลื่อนลอยและมันไม่ได้มีการถกเถียงกันในเชิงนโยบายความคิดอะไรเลย”

https://www.matichonweekly.com/column/article_88806

Offline

#13 March 19, 2018 2:34 AM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

นศ.ธรรมศาสตร์ ชี้ ‘พรรคอนาคตใหม่’ ถูกโจมตีเรื่องปกติ เมื่อสิ่งเก่าถูกท้าทายจากสิ่งใหม่

%E0%B8%A1%E0%B8%98_5.jpg

ทีมข่าวทีวี 24 สถานีประชาชน สอบถามความคิดเห็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สนใจและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองต่อกระแสข่าวโจมตี กลุ่มอนาคตใหม่ ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ

นางสาวณัฐกุล ว่องศิริสุขสกุล นักศึกษาปี 3 คณะรัฐศาสตร์ กล่าวว่า การมีพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่เกิดขึ้น ตรงกับความหวังของคนในสังคมที่ต้องการสิ่งใหม่ๆ ในวงการเมืองและนโยบายที่นำเสนอทิศทางใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ ส่วนการโจมตีทางการเมืองนั้นเป็นธรรมชาติการเมืองของคนไทยที่เป็นฐานมวลชนของพรรคการเมืองเก่าๆ ที่ยอมรับการท้าทายของพรรคการเมืองรุ่นใหม่ไม่ได้

สอดคล้องกับนางสาวชญาภา น้อยใจดี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะโบราณคดี มองว่า คนไทยจำนวนหนึ่งใช้อคติในการตัดสินผู้อื่น โดยเฉพาะทางการเมืองนั้น จะมองพรรคการเมืองอื่นๆเป็นศัตรู ยอมรับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ โดยส่วนตัวเห็นว่า พรรคการเมืองใหม่ เป็นทางเลือกของสังคมไทยในมิติการเมือง และต้องถูกโจมตีจากเครือข่ายทางสังคมในระบบเก่าและจากพรรคการเมืองเก่าๆอยู่แล้ว

เช่นเดียวกับนายกฤตภาส สิริตปนียะ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ ที่มองว่า เป็นเรื่องปกติที่คนรุ่นเก่าหรือผู้ที่ติดอยู่ในระบบการเมืองแบบเก่า จะโจมตีพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่มองโลกและมีวิสัยทัศน์แตกต่างออกไป โดยเห็นว่าระบบการเมืองและรัฐสภาไทยมี่ค่อนข้างรุนแรงในการโจมตีกัน เป็นสิ่งที่พรรคการเมืองรุ่นใหม่ต้อง เผชิญและฟันฝ่าไปให้ได้เพื่อพิสูจน์และนำเสนอแนวทางของตัวเองต่อสังคม

ขณะที่นายนันทวัฒน์ อนันต์เจริญภากร นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ชั้นปีเดียวกัน ระบุว่า การมีพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นถือเป็นพัฒนาการทางการเมืองของไทยอีกก้าวหนึ่ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวต่อระบบการเมืองไทย ที่คนรุ่นใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นและก้าวหน้าต่อไปอีกในอนาคต และการถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น ก็จะมีปฏิกิริยาจากสิ่งเก่าๆ นั่นเอง

ขณะที่นายณวีร์ สารวนางกูร เพื่อนร่วมชั้นอีกคน มองว่า นอกจากการโจมตีจากฝั่งตรงข้ามทางการเมืองที่เป็นเรื่องปกติแล้ว ยังสะท้อนความแตกต่างทางอุดมการณ์ของกลุ่มการเมืองต่างๆ ด้วย คือสิ่งที่พรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ต้องเผชิญ โดยหวังนักการเมืองรุ่นใหม่ มาพัฒนาประเทศในรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น หรือนำความคิดความอ่านมาต่อยอดนโยบายหรือการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก จากแนวคิดคนรุ่นใหม่

โดยนักศึกษาทุกคนต่างเห็นว่า คสช.ควรเปิดพื้นที่ทางการเมือง และให้พรรคการเมืองต่างๆได้ประชุมกิจกรรมทางการเมืองได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้นโยบายหรือแนวทางของแต่ละพรรคการเมืองที่ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้าก็ตาม

ขณะเดียวกัน นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "อาจจะต้องดำเนินคดีกับคนมีอำนาจหน้าที่ให้รู้แล้วรู้รอดกันไป

1. ขณะนี้เริ่มชัดเจนว่ามีการเปิดช่องให้ขบวนการล้มเจ้าตั้งพรรคการเมือง

2. มีความชัดเจนว่าขบวนการล้มเจ้าแสดงท่าทีต่อต้าน สถาบันต่อต้านการบำรุงศาสนาและต่อต้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

3. รัฐธรรมนูญบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก และบัญญัติให้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักปรัชญาบริหารประเทศ การต่อต้านเรื่องนี้จึงเป็นการปฏิเสธรัฐธรรมนูญ

ด้วยเหตุ 3 ประการนี้พวกล้มเจ้าจึงไม่มีสิทธิ์จัดตั้งพรรค ถ้าหากใครก็ตามรู้เห็นเป็นใจสมยอม ก็จะต้องรับผิดชอบทั้งคดีอาญาและทางการเมือง"

https://www.komkhao.com/content/15939/% … 1%E0%B9%88

Offline

#14 March 21, 2018 5:49 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

การจัดการ “มรดก” ของคณะรัฐประหาร

1. แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนออกเสียงประชามติในประเด็นที่ว่าสมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเพื่อแทนที่รัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่

วิธีการ
(1.) เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติ่ม พุทธศักราช ... เพิ่มมาตรา 256/1 กำหนดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นที่ว่าประชาชนเห็นชอบให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยขึ้นใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ โดยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีสมาชิกจำนวน 100 คน มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นในขั้นตอนสุดท้าย

(2.) เมื่อแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256/1 แล้วเสร็จ ก็ให้ดำเนินการจัดการออกเสียงประชามติในประเด็นดังกล่าว

(3.) เมื่อประชาชนเห็นชอบกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อกำหนดกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่


2. ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 279

มาตรา 279 ได้รับรองให้ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช.และการกระทำที่เกี่ยวเนื่อง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้บุคคลไม่อาจโต้แย้งว่าประกาศ คำสั่ง การกระทำเหล่านี้ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายได้เลย และศาลทั้งหลายต่างไม่รับฟ้อง โดยอ้างมาตรา 279 ทั้งสิ้น

กรณีเช่นนี้ ย่อมส่งผลให้ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช.และการกระทำที่เกี่ยวเนื่อง อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ อยู่เหนือระบบกฎหมายทั้งหมด บรรดาสิทธและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองเอาไว้ย่อมไร้ค่าบังคับทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับประกาศ คสช คำสั่ง คสช คำสั่งหัวหน้า คสช

เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและความชอบด้วยกฎหมายของประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. และการกระทำอันเกี่ยวเนื่องได้ทั้งหมด และเพื่อทำให้สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้บังเกิดผลได้จริง จึงจำเป็นต้องยกเลิกมาตรา 279


3. ทบทวน แก้ไข หรือยกเลิก ประกาศ คำสั่ง ของ คสช. ทั้งหมด

(1.) จำแนกประเภทประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งหมด

(2.) ในกรณีประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ออกมาเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินโดยทั่วไป ไม่ได้มุ่งหมายกำจัดศัตรูทางการเมือง หรือในกรณีมีบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากประกาศ คสช คำสั่ง คสช และคำสั่งหัวหน้า คสช ไปโดยสุจริต

ให้ตราพระราชบัญญัติเพื่อเปลี่ยนสภาพของประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ให้เป็นพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎหมายลำดับรอง หรือคำสั่งทางปกครอง แล้วแต่กรณี

(3.) ในกรณีประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์ของ คสช. ในการปราบปรามศัตรูทางการเมือง หรือละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือมีเนื้อหาที่ขัดต่อความยุติธรรมอย่างร้ายแรง

ให้ยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. เหล่านั้นทันที และกำหนดให้มีกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือมาตรการเยียวยาให้แก่ผู้เสียหายจากประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. เหล่านั้นด้วย


4. เพิ่มเติมบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ในการต่อต้านโดยวิธีการใดๆต่อการรัฐประหารหรือการแย่งชิง (usurpation) อำนาจสูงสุดของประชาชน


5. เพิ่มเติมบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กำหนดให้การรัฐประหารหรือการแย่งชิงอำนาจสูงสุดของประชาชนเป็นความผิดอาญา ภายหลังการรื้อฟื้นอำนาจที่ชอบธรรมของประชาชนกลับมาได้แล้ว ก็ให้ดำเนินคดีต่อบุคคลที่แย่งชิงอำนาจสูงสุดของประชาชนดังกล่าว โดยให้อายุความเริ่มนับตั้งแต่มีการรื้อฟื้นอำนาจอันชอบธรรมนั้น


6. ทบทวนพระราชบัญญัติทั้งหมดที่ออกมาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ


https://www.facebook.com/piyabutr2475/p … 2875910848

Offline

#15 March 21, 2018 5:54 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

ผมเพิ่งกลับจากลอนดอนมาถึงเวียนนาสักครู่ กำลังรื้อกระเป๋าเพื่อจัดกระเป๋าอีกรอบ พรุ่งนี้เดินทางอีกแล้ว แต่อยากแวะเขียนอะไรนิดหน่อยกับงานที่ปารีสครับ

29433226_1331370680298025_7996335910463978155_n.jpg?oh=68833106e712cfa5a05c44633430adad&oe=5B3E3468

...งานที่ปารีสเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เรียกความสนใจได้มากเกินคาด มีคนมาร่วมฟังเต็มห้อง หัวข้อการสนทนาเป็นการตั้งคำถามว่าจะจัดการกับเผด็จการอย่างไร และคนที่อยู่ต่างประเทศจะรวมตัวกันได้อย่างไรเพื่อสร้างแรงกดดันผ่านขบวนการที่เกิดขึ้นใหม่ ผมเป็นตัวแทนพูดเรื่องเมืองไทย หม่องซาร์นีเป็นตัวแทนพม่า และสม รังสี เป็นตัวแทนกัมพูชา ทั้งสามคนเป็น "exiles" ที่เดินทางกลับบ้านเกิดตัวเองไม่ได้เพราะถูกเผด็จการรังแก

...เราแชร์ความเห็น ประสบการณ์การเผชิญหน้ากับเผด็จการ ในส่วนของผม คงไม่ต้องอธิบายมาก สิ่งที่ผมทำทุกวันนี้ก็เพื่อกำจัดเผด็จการและร่วมส่งเสริมประชาธิปไตย สำหรับกรณีของพม่าและกัมพูชา ก็ต่างกันไป แต่เอาเป็นว่า หลังงานสัมมนา เราได้ไปทานข้าวร่วมกัน และในที่สุด เราตัดสินใจจะสร้างเครือข่ายพันธมิตรผู้ต่อต้านเผด็จการในกลุ่มอาเซียนในต่างประเทศ โดยผมกับซาร์นีจะเป็นแม่งาน และเราจะระดมทุนเพื่อจัดให้มีการประชุมกันเป็นครั้งแรก ในกลุ่มที่เป็น exiles ของอาเซียน (รวมไปถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น จีน เป็นต้น) หากแผนเราสำเร็จ เราอาจจะมีการพบปะกันเป็นครั้งแรกในช่วงกลางปี สถานที่อาจจะเป็นที่ปารีสหรือลอนดอนครับ

...จากนั้น ผมจะพยายามขายไอเดียนี้กับพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีอะไรผิด หากพรรคการเมืองไทยจะสนับสนุนพันธมิตรต่อต้านเผด็จการของเรา ในทางตรงข้าม หากพรรคของธนาธรสนใจงานของเรา นั่นจะเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยิ่ง ประชาธิปไตยจะไม่เกิด หากเผด็จการยังชูคอกดหัวประชาชนต่อไปครับ

...ฝากถึงธนาธรด้วย...

https://www.facebook.com/photo.php?fbid … =3&theater

Offline

#16 March 27, 2018 9:01 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

“ธนาธร Effect”

วันนี้ คสช. ยังคงมึนงงกับ “ปรากฏการณ์ธนาธร”

ตอนที่ยึดอำนาจ คสช. รู้ว่าวันหนึ่งต้องมีการเลือกตั้ง

ต้องเจอกับพรรคการเมืองเดิมๆ

เป้าหมายหลักที่เขาตั้งใจเตะสกัดก็คือ “พรรคเพื่อไทย”

กติกาทั้งหลายที่ออกมาใครๆ ก็อ่านออกว่าเพื่อเป้าหมายนี้เป็นหลัก

แต่ใครจะไปนึกว่าจะมี “คู่แข่ง” รายใหม่ที่ “ข้ามสายพันธุ์” เข้ามาในสังเวียนการเลือกตั้ง

นั่นคือ พรรคอนาคตใหม่

… “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

เพียงแค่ไม่ถึง 1 เดือน ที่ “ธนาธร” ขยับตัว

คสช. ก็ถึงขั้นเมาหมัด

กระบวนท่าของ “ธนาธร” ไม่เหมือนกับนักการเมืองรุ่นเก่า

ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิดหรือวิธีการให้สัมภาษณ์

ชื่อของเขาก็ติดอันดับ 1 ในการเสิร์ช Google ในไทยหลังประกาศลงสนามเลือกตั้ง

“#ช่วยธนาธรตั้งชื่อพรรค” กลายเป็นแฮชแท็กอันดับ 1 ของทวิตเตอร์ในเมืองไทย

ยังไม่พอ

ในขณะที่ คสช. ยังมึนๆ

“ธนาธร” ก็ขยับกระบวนท่าใหม่

ท้า “บ.ก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ เล่นเกม ROV เกมยอดฮิตของ “คนรุ่นใหม่”

ถ่ายทอดสดทางเพจ Echo

เชื่อหรือไม่ว่ามีคนติดตามดูถึง 96,900 คน

หลังเล่นเกมเสร็จ ยังมีการนั่งคุยกันเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอล อุตสาหกรรมเกม รวมถึงเรื่องการนำหุ่นยนต์มาใช้แทนแรงงาน ฯลฯ

.
ความล้ำของ “ธนาธร” ยังไม่หยุด

ในการแถลงข่าวก่อนจดทะเบียนพรรคอนาคตใหม่

แทนที่จะมีเอกสารกระดาษให้นักข่าวเซ็นก่อนเข้าห้องประชุม

พรรคอนาคตใหม่ใช้ระบบ “คิวอาร์โค้ด” ให้นักข่าวยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “ปี๊บ”

เพื่อสร้างกลุ่มไลน์พรรค

.
“ธนาธร” กลายเป็น “ขวัญใจ” คนรุ่นใหม่

ทุกบทสัมภาษณ์ในสื่อออนไลน์ของเขามียอดคนอ่านสูงมาก

เหตุผลหนึ่งที่สื่อออนไลน์ทั้งหลายจะเล่นข่าวของเขาอย่างต่อเนื่อง

เพราะทุกเว็บข่าวเห็นตัวเลขหลังบ้านแล้วว่าข่าวไหนมีคนติดตามอ่านมากน้อยแค่ไหน

ปรากฏการณ์ที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งเมื่อเขาให้สัมภาษณ์ผ่านทาง facebook live

“ธนาธร” ให้สัมภาษณ์ The 101 world วันที่ 5 มีนาคม

ยอดคนดูพุ่งสูงถึง 193,000 คน

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ The 101 world

เพราะที่ผ่านมาการ live ของเพจนี้มีคนดูอยู่หลักพันหรือหมื่นต้นๆ

จากนั้นให้สัมภาษณ์ The standard วันที่ 19 มีนาคม

ยอดคนดู 147,000 คน

สูงที่สุดตั้งแต่ live มา

สูงกว่า “รอมแพง” ผู้เขียน “บุพเพสันนิวาส” ที่มีคนดู 27,000 คน

นี่คือปรากฏการณ์ “ธนาธร”

ศัตรูข้ามสายพันธุ์ที่เหนือความคาดหมายของ คสช.

https://www.matichonweekly.com/column/article_90862

Offline

#17 April 6, 2018 6:35 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

1 ปี รัฐธรรมนูญ 2560 1 ปี รัฐธรรมนูญคู่

ปิยบุตร แสงกนกกุล

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีอายุครบ 1 ปีในวันนี้ มีใครบ้างที่รู้สึกว่าประเทศไทยปกครองในระบบรัฐธรรมนูญ? เรารู้สึกหรือไม่ว่าประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรใช้บังคับอยู่?

ทำไมเมื่อรัฐธรรมนูญใช้บังคับได้ 1 ปีแล้ว คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลับยังคงอยู่ในอำนาจ และหัวหน้า คสช. ก็ยังคงมีอำนาจ “เด็ดขาด” ตามมาตรา 44 อยู่ต่อไป? เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้มาแล้ว 1 ปี ทำไมเรายังไม่มีการเลือกตั้ง?

นี่คือปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาด ไม่น่าเกิดขึ้นที่ใดในโลก

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย


ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

ปรากฏการณ์นี้แยกไม่ออกจากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 กับรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ไม่สามารถจัดการได้เบ็ดเสร็จ เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 และมีการเลือกตั้งอีก 2 ครั้ง กลุ่มการเมืองกลุ่มเดิมก็ยังคงกลับมาเป็นรัฐบาลได้เหมือนเดิม และเมื่อเวลาผ่านไป มีแนวโน้มว่า ดุลอำนาจที่รัฐธรรมนูญ 2550 ออกแบบมา อาจจะถูกกลุ่มการเมืองเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเสีย ผลที่ตามมา ก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ในปลายปี 2551 จนเกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ครั้งหนึ่ง และกองทัพเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปี 2557 อีกครั้งหนึ่ง

รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 จึงเป็น "รัฐประหารซ่อม" จากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549


อย่างไรก็ตาม รัฐประหารทั้งสองครั้งมีความแตกต่างกันอยู่ ในแง่ของจำนวนเวลาที่ครองอำนาจของคณะรัฐประหาร


คณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ปกครองโดย "ปลอด" รัฐธรรมนูญอยู่ 12 วัน
คณะรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ปกครองโดย "ปลอด" รัฐธรรมนูญอยู่ 2 เดือน


หัวหน้าคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง และคณะรัฐประหารไม่มีอำนาจมากในช่วงเวลาที่มีรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว
หัวหน้าคณะรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง พร้อมควบตำแหน่งหัวหน้า คสช. และคณะรัฐประหารมีอำนาจมากในช่วงเวลาที่มีรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ผ่านมาตรา 44


รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวอยู่ 10 เดือน 24 วัน จึงมีรัฐธรรมนูญ 2550
รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวอยู่ 2 ปี 8 เดือน 15 วัน จึงมีรัฐธรรมนูญ 2560


หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 แล้ว อีก 4 เดือนมีการเลือกตั้ง
หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว จนวันนี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง และยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมี


รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 แล้ว หัวหน้าคณะรัฐประหารไม่มีอำนาจพิเศษใดๆลงเหลือ
รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 หัวหน้าคณะรัฐประหารมีอำนาจตามมาตรา 44 และมีต่อเนื่อง จนทุกวันนี้ แม้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 แล้วก็ตาม


รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 อายุของรัฐบาลหลังจากรัฐประหาร ประมาณ 1 ปี 3 เดือน
รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 อายุของรัฐบาลหลังจากรัฐประหารใกล้ครบ 4 ปี และคงอยู่ในอำนาจต่อไปเกิน 4 ปี ยาวนานกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง


หากนับตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 ประเทศไทยมีชีวิตอยู่ในระบอบรัฐประหาร 4 ปีเศษๆ และคงผ่านเข้าปีที่ 5 เข้าปีที่ 6 แน่ๆ และมีชีวิตอยู่ในรัฐบาลที่เข้าสู่อำนาจจากผลพวงของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอีกเกือบ 3 ปี

เท่ากับว่า ประเทศไทยมีชีวิตทางการเมืองในระบอบพิเศษ-ไม่ปกติ อยู่เกือบทศวรรษ !!!

.............................


ในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 คนจำนวนมากตัดสินใจรับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะ ต้องการกลับไปสู่การเลือกตั้ง ต้องการให้ คสช.ออกจากอำนาจ และกลับมาสู่การเมืองแบบปกติตามรัฐธรรมนูญ พวกเขาอาจคิดว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็ต้องวนเวียนกลับไปร่างใหม่ภายใต้การอำนวยการของ คสช. อีก เพื่อยุติกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่รู้จบ และกลับไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว ดังนั้น การรับร่างรัฐธรรมนูญ จึงอาจเป็น “ความชั่วร้ายที่จำเป็น” (necessity evil)

การออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ผลปรากฏว่า มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนคิดเป็นร้อยละ 59.40 มีผู้ให้ความเห็นชอบ 16,802,402 คน คิดเป็นร้อยละ 61.35 มีผู้ไม่ให้ความเห็นชอบ 10,598,037 คน คิดเป็นร้อยละ 38.65 อย่างไรก็ตาม เราต้องรออีก 8 เดือน จึงมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 และเมื่อรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้แล้ว จนถึงวันนี้ผ่านไปหนึ่งปี เรายังไม่มีการเลือกตั้ง และรัฐบาลทหารยังคงปกครองประเทศอยู่

นั่นเท่ากับว่า การตัดสินใจรับรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ช่วยให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่ได้ทำให้ คสช.ออกจากอำนาจ และไม่สามารถทำให้การเมืองไทยกลับไปสู่ระบบปกติได้ในทันที

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 265 ยังกำหนดให้ คสช.ยังคงดำรงอยู่ต่อไป และหัวหน้า คสช. ยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2557 มาตรา 44 ต่อไป (แม้รัฐธรรมนูญ 2557 สิ้นผลไปแล้ว) จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นภายหลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 เข้ารับตำแหน่ง

ณ วันนี้ ประเทศไทยจึงมี “รัฐธรรมนูญคู่” ได้แก่ รัฐธรรมนูญ 2560 รวม 279 มาตรา และ มาตรา 44 เมื่อมีรัฐธรรมนูญคู่ขนานเช่นนี้ ปัญหาที่ตามมา คือ รัฐธรรมนูญ 279 มาตรา กับ มาตรา 44 อะไรใหญ่กว่ากัน?

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 265 รับรองให้การใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ดังนั้น คำสั่งของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 จึงไม่มีทางที่จะขัดกับรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ ต่อให้รัฐธรรมนูญ 2560 รับรองสิทธิและเสรีภาพให้แก่บุคคลไว้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ออกมาตามมาตรา 44 สิทธิและเสรีภาพเหล่านั้นก็หยุดลงทันที ในนัยนี้ ก็คือ มาตรา 44 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

หากจะกล่าวให้เห็นภาพ หัวหน้า คสช. อาจใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งละเมิดสิทธิมนุษยชน ออกคำสั่งที่มีเนื้อหาที่ไม่ยุติธรรม ออกคำสั่งที่ขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง ออกคำสั่งเพื่อแก้ไขหรือยกเลิกพระราชบัญญัติ ออกคำสั่งเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา ออกคำสั่งเพื่องดเว้นรัฐธรรมนูญบางมาตรา ออกคำสั่งเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งออกคำสั่งเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ คำสั่งทั้งหมดนี้ ก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 

สถานะของหัวหน้า คสช. เช่นนี้ ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญและปรัชญาการเมือง เราเรียกว่า “องค์อธิปัตย์” (sovereign) อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ หรือคนที่มีอำนาจตัดสินใจว่าเมื่อไรคือสถานการณ์ยกเว้น ดังที่ Carl Schmitt ว่าไว้

จริงอยู่ เมื่อไรที่มีการเลือกตั้งและคณะรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง คสช.ก็จะพ้นไป และอำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช.ก็จะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าประกาศ คำสั่ง คสช. จะหายไปด้วย เรายังคงต้องอยู่กับ “มรดกของ คสช.” ชั่วกัลปาวสาน เพราะ มาตรา 279 ตามไปรับรองให้ ประกาศ คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่อง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย

หากบุคคลใดต้องการโต้แย้งว่าประกาศ คำสั่ง คสช. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พวกเขาก็ไม่สามารถทำได้ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว องค์กรผู้มีอำนาจก็จะชี้ขาดว่าบรรดาประกาศ คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่องเหล่านี้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย ตามที่มาตรา 279 กำหนด

ต่อให้ประกาศ คำสั่ง คสช. ละเมิดสิทธิมนุษยชน มีเนื้อหาที่ไม่ยุติธรรม หรือขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง ต่อให้ประกาศ คำสั่ง คสช. กำหนดให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ตกทางทิศตะวันออก ให้หญิงเป็นชาย ให้ชายเป็นหญิง ประกาศ คำสั่งเหล่านั้น ก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

วันหน้า เมื่อ คสช.ออกไป บุคคลที่ดำรงตำแหน่งใน คสช. ล้มหายตายจากไป แต่การใช้อำนาจของพวกเขา ประกาศ คำสั่ง ของพวกเขา ก็ยังคงอยู่กับพวกเราตลอดกาล และไม่มีใครโต้แย้งได้   

กล่าวโดยสรุป ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ “ระบบรัฐธรรมนูญคู่” ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

ณ ปัจจุบัน เราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 รวม 279 มาตรา + มาตรา 44 โดยมาตรา 44 ใหญ่กว่า

มาตรา 44

รัฐธรรมนูญ 2560 รวม 279 มาตรา

ในอนาคต เมื่อมีการเลือกตั้งและคณะรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง เราก็ยังคงอยู่ภายใต้ระบบรัฐธรรมนูญคู่ นั่นคือ รัฐธรรมนูญ 2560 รวม 279 มาตรา + ประกาศ คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่อง โดยประกาศ คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่องใหญ่กว่า

ประกาศ คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่องรัฐธรรมนูญ 2560 รวม 279 มาตรา


เราจะยุติระบบ “รัฐธรรมนูญคู่” ได้อย่างไร?

ระบบรัฐธรรมนูญคู่ (dual constitution) ที่ให้รัฐธรรมนูญพิเศษ (ได้แก่ การใช้อำนาจของ คสช.ทั้งหลาย) อยู่เหนือรัฐธรรมนูญปกติ ทำให้ประเทศไทยไม่อาจกลับเข้าสู่การเมืองในระบบปกติได้ หลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ หลักนิติรัฐ หลักการประชาธิปไตย หลักการแบ่งแยกอำนาจ ไม่สามารถเกิดขึ้นและมีผลจริงได้

ระบบรัฐธรรมนูญคู่จะสิ้นสุดลงได้อย่างไร? ประเทศไทยต้องอยู่กับ “มรดก คสช.” ไปชั่วกัลปาวสาน นิรันดร อย่างนั้นหรือ?

ไม่ เพราะ การเมือง คือ ความเป็นไปได้

ไม่ เพราะ การเมือง คือ แรงปรารถนาในการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เรายุติระบบรัฐธรรมนูญคู่ได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนแรก ต้องยกเลิกมาตรา 279 เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ได้ฟ้องโต้แย้งไปยังองค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบว่าประกาศ คำสั่งเหล่านั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ขั้นตอนที่สอง ต้องนำประกาศ คำสั่ง คสช และคำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งหมด กลับมาทบทวนเสียใหม่ โดยตั้งคณะกรรมการพิจารณาแบ่งแยกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. ประกาศ คำสั่ง ที่มีเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน มีเนื้อหาไม่ยุติธรรม มีวัตถุประสงค์ปราบปรามศัตรูทางการเมือง

2. ประกาศ คำสั่ง ที่ออกมาในชีวิตประจำวัน ราชการประจำวัน มีบุคคลผู้สุจริตที่ได้รับประโยชน์ไปแล้ว

โดยประกาศ คำสั่งในกลุ่มแรก ต้องถูกยกเลิก และต้องสร้างระบบการเยียวยาให้แก่ผู้เสียหาย ส่วนประกาศ คำสั่งในกลุ่มสอง ให้ “แปลงรูป” กลายเป็นพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง หรือคำสั่งทางปกครอง แล้วแต่กรณี 

ขั้นตอนสุดท้าย ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนด เพื่อเพิ่มเติมบทบัญญัติมาตรา 256/1 ลงไปในหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มีประชามติ ให้ประชาชนตัดสินใจว่าต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและได้รับความเห็นชอบจากประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติ หรือไม่ 

ข้อเสนอยกเลิกมาตรา 279 ข้อเสนอทบทวนประกาศ คำสั่ง คสช เสียใหม่ ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ข้อเสนอที่ radical หรือรุนแรง ไม่ใช่ข้อเสนอที่ต้องการกวาดล้าง คสช. แต่เป็นข้อเสนอเพื่อให้หลักนิติรัฐ ระบอบรัฐธรรมนูญ หลักการประชาธิปไตย กลับมา

ถึงเวลาแล้วที่ต้องยุติ “รัฐธรรมนูญคู่” มุ่งหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเปิดทางให้ประชาชนได้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

https://www.facebook.com/notes/piyabutr … 705175134/

Offline

#18 April 7, 2018 4:22 AM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

The flurry of excitement over the appearance of a new party, led by 39 year-old Thanathorn Juangroongruangkit, has revealed an appetite in Thai society for something new in politics, as the country anticipates the restoration of democratic rule next year. K. Thanatorn, part of a wealthy family that owns the Thai Summit auto parts conglomerate, has promised an entirely fresh approach which will he says transcend the conflicts of the past decade.


With around 40 new parties forming this year there is plenty of scope for younger aspiring politicians to find a place. But can new faces and thinking alone break the bad old habits of patronage, cronyism, and conservatism in Thai politics? Will the new parties be just a brief flash in the pan?


The FCCT is delighted to host K. Thanatorn to outline how he will break the mould. We are also pleased to have K. Varavut Silpa-archa, son of the late Banharn Silpa-archa who personified old-style politics, but whose son insists he can offer something very different.

We also invited Lieutenant Preechapol Pongpanit, the youngest MP to win a seat in the 2007 election who went on to represent Kohon Kaen for Pheu Thai until 2014. And Parit Wacharasindhu, who recently returned after education in the UK to offer to rejuvenate the Democrat Party, where his uncle Abhisit Vejjajiva is leader.

Offline

#19 April 20, 2018 6:43 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

Offline

#20 April 24, 2018 8:48 PM

ไกลปืนเที่ยง
Member
Registered: July 19, 2015
Posts: 51

Re: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

บรรยากาศทางการเมืองบ้านเราตอนนี้ มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ต่อเนื่องหลายกรณีตั้งแต่กลางปี ๒๕๓๔ จนนำไปสู่วิกฤติการณ์พฤษภาฯเลือด ของปีถัดมา

สิ่งที่ประยุทธ์ ประวิตร อนุพงษ์ อภิรัชต์ และสมคิด จาตุฯ กำลังเร่งผลักดันอยู่ขณะนี้ คือสิ่งที่สุจินดา เกษตร อิสรพงศ์ ชัยณรงค์ และณรงค์ วงศ์วรรณ ทำมาก่อนเมื่อ ๒๖ ปีที่แล้ว เหมือนเด็กประถมฯ ลอกการบ้านกัน

เรื่องการเมืองไทยผมค่อนข้างมองโลกในแง่ร้าย หากเผด็จการประยุทธ์ยังอยู่ดีมีสุข สามารถดูดนักเลือกตั้งน้ำเน่ามาสนับสนุนได้ครบ (ซึ่งไม่น่ายากเพราะลากตั้งก๊วนสภาสูงผู้ทรงเกือกรอไว้แล้ว ๒๕๐ ตัว) และสามารถจัดเลือกตั้งกุมภาฯ ๖๒ ได้ ปีหน้ามีสิทธิเกิดวิกฤติพฤษภาฯ เลือดรอบที่สาม ซึ่งคิดดูอีกทีก็ดีเหมือนกันเพราะถ้าเราประชาชนสามารถกำจัดพวกเหี้ย...มๆ นี่ ออกไปพ้นทางเสียได้ แม้ต้องเจ็บตัวล้มตายบ้าง ก็น่าจะคุ้ม คนรุ่นใหม่จะได้พัฒนาบ้านเมืองกันต่อไป รอแบบที่เป็นๆ อยู่ ไม่นานก็คงอดตายอยู่ดี

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.