iFreeThai

#1 March 21, 2018 5:07 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Free Prawet Prapanukul

29386922_119257522186981_4350176785602707456_o.jpg?_nc_cat=0&oh=9cd1a004be63eb85c8538e28cbef0ab9&oe=5B323347

ขอเปิดเพจรณรงค์เรียกร้องให้ปล่อยประเวศ ประภานุกูลในนามเพื่อนๆ ของพี่ประเวศนะครับ!!!

เพจนี้จะเผยแพร่เรื่องราวของทนายประเวศ ผู้ที่ไม่ยอมจำนนต่อมาตรา 112 อย่างต่อเนื่องจนกว่าพี่ประเวศจะได้รับอิสรภาพ

ขอเชิญชวนช่วยประชาสัมพันธ์กันด้วยนะครับ!!!

29432534_119257445520322_7239588438821830656_n.jpg?oh=c9ad2d7a4171fb616e4edc6427536d42&oe=5B409C92

https://www.facebook.com/Free-Prawet-Pr … 282187005/

Last edited by Friend-of-Red (March 21, 2018 5:10 PM)

Offline

#2 March 21, 2018 5:13 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

ศูนย์ทนายฯ เปิดบันทึกการตรวจค้นบ้านทนายประเวศ

อัพเดทความคืบหน้ากรณีทนายประเวศ ถูก คสช. เรียกรายงานตัว ศูนย์ทนายฯ เปิดบันทึกการตรวจค้นพบถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. โดยพลตรีวิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คสช. อ้างคำสั่ง 3/58 ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ถูกควบคุมตัวอีก 1 ราย ทั้งนี้ยังไม่ทราบสถานที่คุมตัวของทั้งคู่

2 พ.ค. 2560 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ภายหลังจากการรายงานข่าว ประเวศ ประภานุกูล ทนายความ ถูก คสช. เรียกรายงานตัว ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับบันทึกการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจค้นบ้านพักของประเวศ ย่านสายไหม กรุงเทพฯ ทำให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการตรวจค้นเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 6.00-8.00 น. ของวันที่ 29 เม.ย.2560 โดยเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

ในบันทึกดังกล่าวปรากฏรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการตรวจค้นเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย ได้แก่ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช. ร.ท.นพดล บู๊เตียว หัวหน้ากองร้อยรักษาความสงบที่ 1(ร.อ.พัน 1รอ.) และตำรวจจาก สน.บางเขน 2 นาย ได้แก่ ร.ต.ท.ยงยุทธ เกตุแดง และ ร.ต.ท.สุภัทร หนูเขียว

รายการสิ่งของที่เจ้าหน้าที่ได้ยึดไปมีทั้งหมด 14 รายการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง แผ่นซีดี 3 แผ่น เสื้อยืดคอกลม 13 ตัว ฮาร์ดไดรฟ์ 2 ลูก และแฟลชไดรฟ์ 2 อัน

สำหรับทนายประเวศ ประภานุกูล อายุ 57 ปี เป็นอดีตทนายของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ‘ดา ตอร์ปิโด’ ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และเคยให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในช่วงเมษายน–พฤษภาคม 2553 ทั้งนี้นอกจากคดีการเมืองเขายังรับว่าความช่วยเหลือในคดีผู้บริโภคด้วย

https://prachatai.com/journal/2017/05/71293

Offline

#3 March 21, 2018 5:17 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ร้อง รบ.ทหาร เปิดเผยที่อยู่และปล่อยตัว ทนายประเวศ

Published on Wed, 2017-05-03

33591440383_7baff8ef1f.jpg

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) ได้แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยควรเปิดเผยข้อมูลโดยทันทีเกี่ยวกับที่อยู่ของ ประเวศ ประภานุกูล ทนายความสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียง และผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ซึ่งหายตัวไปหลังจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้บุกตรวจค้นบ้านของเขาที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2560

โดย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวในวันนี้ ทางการยังไม่ออกมายอมรับว่ามีการจับกุมและควบคุมตัวเขา ทำให้เกิดข้อกังวลอย่างร้ายแรงว่าเขาอาจตกเป็นเหยื่อของการบังคับบุคคลให้สูญหาย

“รัฐบาลทหารไทยควรเปิดเผยที่อยู่ของนายประเวศโดยทันที และให้ปล่อยตัวเขาหากไม่มีการตั้งข้อหาตามฐานความผิดที่น่าเชื่อถือ” แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว “การควบคุมตัวแบบลับต่อทนายความสิทธิ ผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และผู้เห็นต่างอื่น ๆ ทำให้เกิดบรรยากาศความหวาดกลัวในประเทศไทย และทำให้เกิดปฏิกิริยาด้านลบจากนานาประเทศ"

เจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นรัฐบาลทหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจากกองร้อยรักษาความสงบที่ 1 (ร.อ.พัน 1รอ.) และตำรวจจากสถานีตำรวจบางเขน ได้บุกตรวจค้นบ้านของนายประเวศในตอนเช้า จากบันทึกการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีการยึดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์ โทรศัพท์มือถือ ซีดีซึ่งมีรายการทางการเมือง และเสื้อยืดที่มีข้อความทางการเมืองหลายตัว อย่างไรก็ดี ไม่มีการประกาศแจ้งอย่างเป็นทางการว่ามีการจับกุมหรือควบคุมตัวนายประเวศแต่อย่างใด

ประเวศ อายุ 57 ปี เป็นทนายความสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียง เขาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับสมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ “กลุ่มคนเสื้อแดง” ในคดีที่เป็นผลมาจากการปะทะกันทางการเมืองเมื่อปี 2553 เขายังทำหน้าที่ทนายความให้กับ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ซึ่งต่อมาศาลลงโทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นับแต่รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 รัฐบาลทหารได้ควบคุมตัวบุคคลหลายร้อยคน รวมทั้งนักการเมือง นักกิจกรรม ผู้สื่อข่าว และผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการประท้วงและกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลทหาร ผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลพลเรือนของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่ถูกโค่นล้มจากอำนาจ รวมทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าแสดงความเห็นในเชิงที่ไม่เคารพหรือดูหมิ่นต่อสถาบันกษัตริย์ ตรงข้ามกับข้อกล่าวอ้างของรัฐบาลทหารที่ว่าหน่วยงานของทหารยึดมั่นตามขั้นตอนปฏิบัติของกระบวนการอันควรตามกฎหมายในระหว่างการจับกุมและควบคุมตัวบุคคล ที่ผ่านมาผู้ถูกควบคุมตัวหลายคนให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปฏิบัติอย่างมิชอบต่อพวกเขาระหว่างการจับกุม มีการควบคุมตัวพวกเขาโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกในค่ายทหาร และมีการสอบปากคำโดยไม่สามารถเข้าถึงทนายความ

ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 และ 13/2559 หน่วยงานทหารมีอำนาจควบคุมตัวบุคคลแบบลับเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดวันโดยไม่มีข้อหา และสามารถสอบปากคำบุคคลโดยไม่สามารถเข้าถึงทนายความหรือไม่มีหลักประกันเพื่อป้องกันการปฏิบัติมิชอบแต่อย่างใด ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารมักบอกปัดข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ทรมานผู้ถูกควบคุมตัว แต่ก็ไม่สามารถให้หลักฐานใด ๆ เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้แสดงข้อกังวลอย่างจริงจังเสมอมาเกี่ยวกับการควบคุมตัวแบบลับโดยกองทัพในประเทศไทย เพราะทำให้เกิดความเสี่ยงที่บุคคลจะถูกบังคับให้สูญหาย ถูกทรมาน และถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อบุคคลถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกในที่ทำการของทหาร

ในจดหมายจากฮิวแมนไรท์วอทช์ถึงรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2558 เราได้แสดงข้อกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับสภาพการควบคุมตัวในมณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งมักเป็นสถานที่ที่ใช้ควบคุมตัวบุคคลที่เห็นต่างทางการเมือง เราเขียนจดหมายดังกล่าวภายหลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของหมอดูอย่างนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ และพ.ต.ต. ปรากรม วารุณประภาในระหว่างการควบคุมตัวที่นั่น

ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การบังคับบุคคลให้สูญหายหมายถึงการจับกุมหรือควบคุมตัวบุคคลโดยเจ้าพนักงานของรัฐหรือหน่วยงานที่เป็นตัวแทน และต่อมาได้ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ามีการควบคุมตัวดังกล่าว หรือไม่เปิดเผยชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคล การบังคับบุคคลให้สูญหายละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนานัปการที่ได้รับการคุ้มครองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคี รวมทั้งข้อห้ามต่อการจับกุมและควบคุมตัวโดยพลการ การทรมานและการปฏิบัติอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และการสังหารนอกกระบวนการกฎหมาย นับแต่ปี 2523 คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการบังคับบุคคลให้สูญหายหรือการสูญหายโดยไม่สมัครใจ (UN Working Group on Enforced or Involuntary Disappearances) ได้เก็บข้อมูล 82 กรณีการบังคับบุคคลให้สูญหายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการคลี่คลายกรณีใดจนแล้วเสร็จเลย

ที่ผ่านมาฮิวแมนไรท์วอทช์ได้กระตุ้นรัฐบาลไทยทุกคณะในเรื่องนี้ รวมทั้งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2560 เราได้มีจดหมายไปถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกร้องให้รัฐบาลให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาต่อต้านการบังคับบุคคลให้สูญหาย (Convention for Protection of All Persons from Enforced Disappearance) และให้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเพื่อกำหนดให้การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นฐานความผิดอาญาอย่างหนึ่ง ฮิวแมนไรท์วอทช์ แม้ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารจะให้ความเห็นชอบต่อการให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม แต่ทางสนช.ได้ปฏิเสธที่จะพิจารณาร่างกฎหมายที่จัดทำโดยกระทรวงยุติธรรมเพื่อเอาผิดกับการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย

“คำสัญญาของรัฐบาลทหารไทยที่จะเคารพสิทธิ ที่ให้ไว้กับหน่วยงานสหประชาชาติและหน่วยงานอื่น ๆ ในเวทีระหว่างประเทศ จึงฟังดูว่างเปล่ามากยิ่งขึ้น” อดัมส์ กล่าว “รัฐบาลประเทศที่เกี่ยวข้องควรกดดันพลเอกประยุทธ์ให้ยุติการจับกุมโดยพลการ การควบคุมตัวแบบลับ และการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยให้ปล่อยตัวนายประเวศและบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบทั้งหมด”

https://prachatai.com/journal/2017/05/71306

Offline

#4 March 21, 2018 5:20 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

สำนักงานสิทธิมนุษยชนยูเอ็น OHCHR เรียกร้องให้ไทยยุติควบคุมตัว 6 บุคคลโดยพลการ

สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ OHCHR เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการควบคุมตัวโดยพลการต่อ 'ประเวศ ประภานุกูล' และบุคคลอื่นรวม 6 ราย และเรียกร้องให้ปล่อยตัวบุคคลเหล่านี้ที่ถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 และกฎหมายความมั่นคงทันที

33610057974_5dde03cdc2_o.png

5 พ.ค. 2560 สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการควบคุมตัวโดยพลการต่อนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และเรียกร้องให้ปล่อยตัว 6 ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายความมั่นคงทันที

ในคำแถลงของ OHCHR ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายดนัย ทิพย์สุยา อดีตนายทหารจากเชียงใหม่ และนายประเวศ ประภานุกูล ทนายความสิทธิมนุษยชนที่อยู่ กทม. ถูกจับกุมและคุมขังโดยกองทัพ ด้วยข้อหาโพสต์ข้อความเข้าข่ายฐานความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.112 โดยถูกกล่าวหาว่าวิจารณ์พระมหากษัตริย์ลงเฟสบุ๊ก ทั้งสองถูกพาตัวไปในที่ที่ไม่สามารถระบุได้ จากนั้นในวันที่ 4 พ.ค. ได้นำตัวนายดนัยและนายประเวศ พร้อมด้วยผู้ต้องหาอีก 4 คน มาแถลงข่าวที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาในความผิด ม.112 มี 2 คนที่ถูกตั้งข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้นายประเวศถูกตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 จากการวิจารณ์นายกรัฐมนตรี และทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

นายลอเรน มิลเลน รักษาการผู้แทนประจำภูมิภาคของ OHCHR แสดงความกังวลต่อใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เพิ่มมากขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2557 โดยมีบุคคลมากกว่า 70 คน ถูกคุมขังหรือถูกตัดสินว่ามีความผิด เขากล่าวด้วยว่ากลไกด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติเน้นยำตลอดว่าการใช้กฎหมายดังกล่าวขัดต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานด้านเสรีภาพการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น

สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติยังแสดงความกังวลต่อการใช้วิธีการควบคุมตัวโดยไม่ให้ผู้ถูกควบคุมตัวติดต่อกับโลกภายนอก ทั้งนี้ในเดือนมีนาคมปี 2017 ประเทศไทยถูกทบทวนสถานการณ์โดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ซึ่งแสดงความกังวลในเรื่องที่บุคคลถูกจับกุมและคุมขังในสถานที่ลับ และไม่สามารถติดต่อทนายได้ โดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น เสนอแนะให้ไทยดำเนินหลักกฎหมายและแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

https://prachatai.com/journal/2017/05/71332

Offline

#5 March 21, 2018 5:22 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

ปมอุ้มทนายประเวศ 'นักนิติศาสตร์สากล' ร้องไทย ยุติคุมขังบุคคลตามอำเภอใจ

คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากลเรียกร้องให้ประเทศไทยยุติการคุมขังบุคคลตามอำเภอใจ ในสถานที่คุมขังที่ไม่เป็นทางการโดยทันที หลังทนายประเวศ ถูกขัง 5 วัน โดยไม่อนุญาตให้ติดต่อบุคคลอื่น หรือได้รับสิทธิการเข้าถึงทนาย จนต่อมาปรากฏตัวถูกดำเนินคดี 10 กรรมในความผิด ม.112

34342536431_47e5fbfdec_o.jpg
ประเวศ ประภานุกูล

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists หรือ ICJ) กล่าวว่าประเทศไทยควรยุติการคุมขังบุคคลตามอำเภอใจในสถานที่คุมขังที่ไม่เป็นทางการโดยทันที โดยแถลงการณ์นี้ได้ออกขึ้นภายหลังที่มีการเปิดเผยว่า ประเวศ ประภานุกูล ทนายความสิทธิมนุษยชน ได้ปรากฏตัวและถูกดำเนินคดีที่ศาลอาญากรุงเทพเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากถูกคุมขังตามอำเภอใจเป็นเวลา 5 วัน ณ สถานที่คุมขังภายในค่ายทหารในกรุงเทพฯ

ในช่วงเช้าของวันที่ 29 เม.ย. 2560 เจ้าหน้าที่ทหารอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 3/2558 เข้าจับกุมตัว ประเวศ ประภานุกูล ตรวจค้นบ้านพักของประเวศ ในกรุงเทพฯ และยึดทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ได้แก่ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และ ฮาร์ดไดรฟ์

ทั้งนี้ ไม่มีใครทราบชะตากรรมและที่อยู่ของนายประเวศ ประภานุกูลจนกระทั่งบ่ายของวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อ ประเวศ ประภานุกูล ติดต่อทนายความจำนวนหนึ่งรวมถึงศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าเขาถูกควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีภายในมลฑลทหารบกที่ 11 กรุงเทพฯ

“การคุมขัง ประเวศ ประภานุกูล เป็นเวลา 5 วัน โดยไม่อนุญาตให้ติดต่อบุคคลอื่น โดยปราศจากการนำตัวไปศาล หรือได้รับสิทธิการเข้าถึงทนายความ เป็นการคุมขังบุคคลตามอำเภอใจ (Arbitrary Detention) อันเป็น การละเมิดสิทธิของเขาภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยเหตุดังกล่าว ประเวศ ควรได้รับการเยียวยาที่ เหมาะสม” คิงสลีย์ แอ๊บบ็อต (Kingsley Abbott) ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอาวุโส ICJ กล่าว พร้อมกล่าวอีกว่า “เพื่อให้ เกิดการประกันการคุ้มครองบุคคลทุกคนในระหว่างการคุมขัง ประเทศไทยมีหน้าที่ในการคุมขังบุคคลเหล่านี้ในสถานที่ คุมขังที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ โดยมีชื่อของพวกเขาและสถานที่คุมขังเปิดเผยต่อบุคคลที่สนใจ และนำตัว พวกเขาไปศาลภายใน 48 ชั่วโมงโดยไม่ล่าช้า”

ตามรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ประเวศ ประภา นุกูล ถูกดำเนินคดี 10 กรรมในความผิดฐานหมิ่นสถาบันกษัตริย์ (มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา) ซึ่งมีการตีความโดยเข้มงวด 3 กรรมในความผิดในลักษณะยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา) และการละเมิดมาตรา 14(3) ของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  โดยก่อนหน้านี้ ICJ ได้ แสดงความกังวลหลายครั้งเกี่ยวกับปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้  ทั้งนี้ ตามมาตรา 91(3) ของประมวลกฎหมายอาญา มีความเป็นไปได้ว่า ประเวศ ประภานุกูลอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดถึง 50 ปี หากถูกตัดสินว่ามีความผิดตามข้อหาเหล่านี้

“เสรีภาพในการแสดงออกที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ต้องไม่เป็นความผิดและมีบทลงโทษทางอาญาเป็นอันขาด และไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตามการจำคุกไม่เคยเป็นการลงโทษที่ได้สัดส่วนสำหรับ การใช้เสรีภาพในการแสดงออก โดยไม่ต้องกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่อาจได้รับโทษจำคุกที่สูงถึง 50 ปี ซึ่งจะเป็นการทำลายสถิติใหม่ของบทลงโทษในคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ที่เคยถูกบันทึกไว้” 

วันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังการทบทวนการปฏิบัติตามพันธะกรณีของประเทศไทยภายใต้กติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ในการตรวจตราการบังคับใช้ ICCPR ได้ออกข้อสังเกตเชิง สรุป (Concluding Observations) โดยได้สังเกตว่า ในประเทศไทย “มีการรายงานบ่อยครั้งว่ามีการคุมขังบุคคลโดย ปราศจากข้อหา และควบคุมตัวในสถานที่ที่ไม่สามารถติดต่อบุคคลภายนอกได้ และไม่เปิดเผยสถานที่คุมขังเป็น ระยะเวลาถึง 7 วัน โดยปราศจากการกำกับดูแลโดยศาล การคุ้มครองจากการประติบัติที่โหดร้าย และปราศจากการ เข้าถึงทนายความ” คณะกรรมการสิทธิมนุษชนได้แนะนำว่าประเทศไทยควรปล่อยตัวผู้เสียหายจากการคุมขังตาม อำเภอใจทั้งหมดโดยทันที และให้การเยียวยาที่ครบถ้วนแก่บุคคลเหล่านั้น

“ข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศไทยดำเนินการคุมขังนายประเวศ ประภานุกูลตามอำเภอใจที่เรือนจำทหารหลังจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนออกข้อสังเกตการณ์เชิงสรุปซึ่งติติงการปฏิบัติของประเทศไทยในการคุมขังบุคคลโดยไม่อนุญาตให้ติดต่อกับบุคคลอื่นในสถานที่คุมขังที่ไม่เปิดเผย เพียง 5 วัน แสดงให้เห็นถึงความละเลยที่น่ากังวลต่อพันธกรณีสิทธิมนุษยชนสากลตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้เสนอแนะ”

https://prachatai.com/journal/2017/05/71340

Offline

#6 March 21, 2018 5:26 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

ศาลไม่ให้ประกัน 'ทนายประเวศ' ชี้เป็นการกระทำที่ร้ายเเรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงาน ทนายความขอไต่สวน พนง.สอบสวน ปอท. ผู้ยื่นคำร้องขอฝากขัง 'ทนายประเวศ' ขณะที่ศาลไม่อนุญาตปล่อยตัว ให้เหตุผลเป็นการกระทำของผู้ต้องหาเป็นการกระทำที่ร้ายแรงต่อสถาบันกษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของประชาชน

11 พ.ค. 2560 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค.60) เวลา 14.00น. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีนัดไต่สวนการฝากขัง ประเวศ ประภานุกูล ทนายความ ซึ่งเขาตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 10 กรรม, ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จำนวน 3 กรรม, และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ด้านทนายความขอไต่สวนพยาน พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง พนักงานสอบสวน บก.ปอท.ในฐานะพยานถึงสาเหตุที่ขอฝากขังประเวศ ในครั้งที่ 2

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า ทนายความของประเวศ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมหลักประกันเป็นตำแหน่งอาจารย์มหาวิทยาลัยของเพื่อนประเวศ ตีเป็นหลักทรัพย์ 680,000 บาท อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งยกคำร้องปล่อยตัว ประเวศ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพรักเทิดทูนของประชาชน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย อันอาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรประกอบกับ พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวจึงไม่อนุญาต

ศูนย์ทนายความฯ ยังรายงานด้วยว่า นอจากประเวศแล้ววันเดียวกันยังมีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมควบคุมตัวเข้ามทบ.11 อีก 5 คน จากเหตุที่พวกถูกดำเนินคดีจากการแชร์โพสต์เฟซบุ๊กของ Somsak Jeamteerasakul (สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล) เรื่องหมุดคณะราษฎร โดยทั้ง 6 คนถูกแยกกันดำเนินคดีคนละคดีจากการแชร์โพสต์เดียวกัน

สำหรับรายละเอียดการไต่สวนพยานต่อการขอฝากขังประเวศ ในครั้งที่ 2 นั้น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานกระบวนการอย่างละเอียดไว้ดังนี้

พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร ให้การว่าเหตุที่ขอฝากขังเนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนีและเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวจะเข้าไปแก้ไขหรือลบบัญชีเฟซบุ๊กจะทำให้ไม่มีหลักฐานเหลืออยู่หรืออาจจะมีการโพสต์รุนแรงขึ้นเป็นการกระทำความผิดซ้ำได้ นอกจากนั้นยังมีพยานต้องสอบสวนอีก 6 ปาก

ทนายความถาม พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร ว่า มีการสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ค้านการประกันหรือไม่ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชรตอบว่า หากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงเกิน 10 ปี จะเป็นระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ค้านการประกันตัวผู้ต้องหาประกอบกับพิจารณาเป็นพฤติการณ์เฉพาะแต่ละคดีเเละหากเป็นคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 จะมีนโยบายให้มีการดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของพยานที่จะมีการสอบปากคำอีก 6 ปากนั้น จะเป็นพยานอาจารย์รัฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ผู้ต้องหาไม่ทราบว่าจะมีการสอบพยานคนใดบ้าง

นอกจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ทำการบันทึกถ้อยคำในโพสต์เฟซบุ๊กของ ประเวศ ไว้แล้วทั้ง 13 ข้อความที่นำมาใช้ในการดำเนินคดีกับ ประเวศ

ทนายความจึงถามพยานว่าผู้ต้องหาจะสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักฐานที่มีการบันทึกไว้แล้วไม่ได้ใช่หรือไม่ พยานตอบว่าใช่ แต่จะมีการเข้าไปแก้ไขในเฟซบุ๊กได้ ทนายความจึงถามต่อว่าการที่นายประเวศซึ่งเป็นผู้ต้องหาจะถูกขังอยู่หรือไม่ก็สามารถแก้ไขได้หากมีการมอบบัญชีผู้ใช้ (username) และรหัสบัญชีไว้แก่บุคคลใช่หรือไม่พยานตอบว่าสามารถทำได้

ทนายความจึงถามพยานต่อไปอีกว่าแล้วตั้งแต่ ประเวศ ถูกจับกุมจนถึงวันสุดท้ายที่พยานเข้าไปตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊กของ ประเวศ มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ พยานตอบว่าจนถึงเมื่อวานนี้ (10 พ.ค.60) เฟซบุ๊กของ ประเวศ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ

ทนายความได้ถามอีกว่านอกจากการมีบัญชีผู้ใช้และรหัสแล้วยังต้องมีคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวในการยืนยันตัวตนหากมีการเข้าใช้งานจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเครื่องอื่นใช่หรือไม่ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชรตอบว่าไม่ต้อง สามารถเข้าใช้ได้หากมีชื่อบัญชีและรหัสเข้าใช้งาน  ส่วนของกลางที่เจ้าหน้าที่ทหารยึดได้ได้ส่งมอบให้แก่พยานหมดแล้ว

ทั้งนี้ ในส่วนของการตรวจสอบข้อมูลทางคอมพิวเตอร์และการจราจรของข้อมูลรวมถึงลายนิ้วมือเป็นงานในส่วนของหน่วยงานราชการ  ผู้ต้องหาไม่สามารถเข้าไปยุ่งเหยิงได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งของกลางให้แก่กองพิสูจน์หลักฐานแล้วแต่พยานไม่ได้ทำสำเนาข้อมูลเอาไว้ และเนื่องจากงานของกองพิสูจน์หลักฐานมีเป็นจำนวนมากการตรวจสอบจึงใช้เวลาเกินกว่า 30 วันแน่นอน

ทนายความถามต่อว่าหากปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือศาลไม่ฝากขังก็ไม่รบกวนการสอบปากคำพยานใช่หรือไม่ พ.ต.ท.สัณเพ็ชรตอบว่าสามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้แต่เกรงว่า ประเวศ จะหลบหนีเป็นอุปสรรคต่อการนำตัวมาส่งฟ้องต่อศาล

ขณะที่ ประเวศ แถลงต่อศาลว่าหากได้รับการปล่อยตัวสัญญาว่าจะไม่หลบหนีและไม่เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และหากได้รับหมายเรียกหรือได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนก็จะยินยอมไปพบเจ้าหน้าที่

ประเวศ ให้เหตุผลในการคัดค้านว่า ตนถูกทหารหลายนายเข้าจับกุมจากบ้านพักไปที่มทบ.11 ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. โดยไม่ได้มีการแจ้งหมายจับของศาลแต่อย่างใดและได้ยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินอย่างอื่นไปด้วย ระหว่างการควบคุมตัวที่ค่ายทหารตนไม่ได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาหรือแจ้งสิทธิและไม่สามารถแจ้งญาติหรือบุคคลอื่นว่าตนเองถูกควบคุมตัวที่ค่ายทหารได้ เป็นเวลา 4วัน จนได้พบพนักงานสอบสวนในวันที่ 3พ.ค. จึงได้รับแจ้งข้อกล่าวหาและทราบว่ามีหมายจับ ตนไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีตั้งแต่ต้น

นอกจากนั้น ประเวศ ไม่สามารถยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้ เพราะพนักงานสอบสวนได้ถามคำให้การเสร็จสิ้นแล้วและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฮาร์ดดิส และแฟลชไดรฟ์ซึ่งเป็นของกลางในคดีพนักงานสอบสวนก็ได้ยึดไปแล้วผู้ต้องหาจึงไม่สามารถไปยุ่งเหยิงได้อีก

ประเวศยังมีอาชีพเป็นทนายความมีภาระต้องขึ้นว่าความในศาลและเป็นตัวแทนให้แก่ลูกความในติดต่อราชการต่างๆ เป็นประจำ และมีคดีที่ต้องรับผิดดชอบเป็นจำนวนมาก หากไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจะกระทบต่อคดีที่ตนรับผิดชอบและลูกความจะได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และตนยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและหากจะติดตามตัวก็สามารถทำได้และหากพนักงานสอบสวนมีการเรียกก็ยินยอมที่จะไปพบโดยไม่มีเจตนาหลบหนีแต่อย่างใด

ประเวศชี้เเจงต่อไปว่า ตนยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้ถูกพิพากษาว่าได้กระทำความผิดจริง หากมีการขังระหว่างการสอบสวนย่อมเป็นการคุมขังเกินจำเป็น ทั้งยังกระทบสิทธิในการต่อสู้คดี และรัฐไทยซึ่งเป็นรัฐภาคีที่จะต้องปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 14 (1) กล่าวว่า “บุคคลทุกคนซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดอาญาต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด” และตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 11 (1) ที่ว่า “ทุกคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญามีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาคดีที่เปิดเผย ซึ่งตนได้รับหลักประกันที่จำเป็นทั้งปวงสำหรับการต่อสู้คดี” หากศาลพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายประเวศก็จะทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นไปตามหลักความชอบด้วยกฎหมายและได้รับการยอมรับจากประเทศภาคีและสากลจะเป็นผลดีต่อประเทศ

คดีนี้ ประเวศ ถูกควบคุมตัวตั้งแต่เช้าวันที่ 29 เม.ย. 2560 โดยไม่มีหมายจับ ไม่มีหมายค้น และไม่แจ้งให้ผู้ถูกควบคุมตัวทราบว่าถูกควบคุมเพราะเหตุใด ก่อนจะพาตัวไปที่ มทบ.11 เขาถูกสอบปากคำ และซักถามประวัติส่วนตัว ซึ่ง ประเวศ ให้ความร่วมมือ และยอมลงชื่อในเอกสาร เพราะคิดว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน ระหว่างนั้นเขาขอโทรศัพท์ติดต่อบุคคลที่ไว้วางใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาต

https://prachatai.com/journal/2017/05/71437

Offline

#7 March 21, 2018 5:29 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

ศาลรับฟ้องคดี 'ทนายประเวศ' รวม 13 กรรม ทั้ง ม.112 - ม.116 พ่วง พ.ร.บ.คอมฯ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุวานนี้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง 'ทนายประเวศ' ในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ 10 กรรม และข้อหายุยงปลุกปั่น 3 กรรม และนำข้อมูลที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่พิมพ์ลายนิ้วมือ

25 ก.ค. 2560 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ทนายความของ ประเวศ ประภานุกูล ทนายความ ได้รับคำฟ้องในคดีที่ ประเวศ ตกเป็นจำเลยในคดีที่ตนโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 13 โพสต์ หลังจากศาลเบิกตัว ประเวศ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปฟังความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกเมื่อวานนี้

อัยการบรรยายฟ้องโดยสรุปได้ว่าในระหว่างวันที่ 25 ม.ค.-23 เม.ย. 2560 ประเวศได้กระทำความผิดรวมทั้งหมด 13 กรรม โดยเป็นการกระทำความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวม 10 กรรม และในข้อหากระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น) รวม 3 กรรม

นอกจากนั้นในการกระทำทั้ง 13 กรรมข้างต้น อัยการได้ฟ้องในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามมาตรา 14(3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 รวมด้วย และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานไม่พิมพ์ลายนิ้วมือ ตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 41 พ.ศ.2549

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน  รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ประเวศ ถูกควบคุมตัวตั้งแต่เช้าวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีหมายจับ ไม่มีหมายค้น และไม่แจ้งให้ผู้ถูกควบคุมตัวทราบว่าถูกควบคุมเพราะเหตุใด ก่อนจะพาตัวไปที่ มณฑลทหารบกที่ 11 เขาถูกสอบปากคำ และซักถามประวัติส่วนตัว ซึ่งประเวศให้ความร่วมมือ และยอมลงชื่อในเอกสาร เพราะคิดว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน ระหว่างนั้นเขาขอโทรศัพท์ติดต่อบุคคลที่ไว้วางใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า คดีนี้ศาลนัดพร้อม 8 ก.ย. 2017

https://prachatai.com/journal/2017/07/72549

Offline

#8 March 21, 2018 5:33 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

'ทนายประเวศ'ประกาศไม่ยอมรับระบบยุติธรรมไทยคดี 112 โจทก์นัดสืบพยานฝ่ายเดียวปีหน้า

หลังถูกคุมขังมา 5 เดือนโดยไม่ได้ประกันตัว ประเวศ ประภานุกูล ทนายความที่ตกเป็นจำเลยคดี 112 และ 116 รวม 13 กรรม แถลงไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทย ไม่ให้การต่อศาล ถอนทนายความ ไม่ลงชื่อในเอกสาร ประท้วงการพิจารณาคดีหมิ่นฯ ของศาลไทย โจทก์นัดสืบพยาน 11 ปาก พ.ค.ปีหน้า

36488042493_98a1001724.jpg
ประเวศ ประภานุกูล เดินทางจากเรือนจำมายังศาลอาญา

18 ก.ย.2560 ที่ศาลอาญา รัชดา มีนัดสอบให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.2368/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประเวศ ประภานุกูล ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนเป็นจำเลยข้อหาความผิดตามมาตรา 112, 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 13 กรรม โดยในวันนี้ประเวศถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เขากล่าวต่อศาลในห้องพิจารณาคดีว่า ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของศาลไทย พร้อมทั้งยื่นคำร้องเป็นแถลงการณ์ 2 ฉบับ

แถลงการณ์ของเขาสรุปความได้ว่า จำเลยขอไม่เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีนี้ โดยจะไม่ให้การต่อศาล ดำเนินการถอนทนายความ ไม่ถามค้านพยานโจทก์ ไม่นำสืบพยานจำเลย ไม่ลงชื่อในเอกสารใดๆ ของศาล เนื่องจากกังขาต่อความเป็นกลางของศาลไทยในคดีลักษณะนี้เนื่องจากศาลพิพากษาในพระปรมาภิไธย นอกจากนี้ในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลราวกับพิพากษาคดีแล้วว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว กรณีเป็นการกระทำที่ร้ายแรงต่อสถาบันกษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของประชาชนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย อันอาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้ผู้ต้องหาและผู้ขอประกันทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว

“คำสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของศาลอาญาดังกล่าว จึงเป็นการพิจารณาคดีล่วงหน้าก่อนสืบพยาน เป็นการพิจารณาคดีว่า ข้าพเจ้ากระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายโดยที่ยังไม่มีการสืบพยาน เป็นการพิพากษาคดีล่วงหน้าว่าข้าพเจ้ากระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายก่อนฟ้องคดีอาญาด้วยซ้ำ” แถลงการณ์จำเลยระบุ

จากนั้นศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาคดีระบุว่า จำเลยยื่นคำร้องขอถอนทนายความจำนวน 3 คน ศาลอนุญาตให้จำเลยถอนทนายความ ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว จำเลยไม่ได้ให้การโดยยืนยันข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำแถลงการณ์ 2 ฉบับของจำเลยที่ยื่นต่อศาล ศาลสอบถามคู่ความเกี่ยวกับพยานเอกสารที่จะให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตรวจและอ้างส่งต่อศาลแล้ว โจทก์แถลงว่า มีพยานเอกสาร 20 ฉบับที่จะอ้างเป็นพยานให้จำเลยตรวจและส่งศาล จำเลยแถลงไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของศาลและแถลงไม่ขอตรวจพยานหลักฐานดังกล่าว ส่วนพยานบุคคลนั้นโจทก์ประสงค์สืบพยานรวม 11 ปาก ศาลสอบถามจำเลยว่าจะยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพยานโจทก์ดังกล่าวบ้างหรือไม่ จำเลยแถลงไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของศาลไทย และยืนยันตามคำแถลงการณ์ 2 ฉบับข้างต้น และการสืบพยานจะใช้เวลา 2 วันครึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานอัยการได้ทำการนัดหมายสืบพยานที่ห้องคู่ความ ระบุวันนัดสืบพยานโจทก์ทั้ง 11 ปากในวันที่ 8,9,10 พ.ค.2561 หรืออีกราว 8 เดือน

“ผมเคยเขียนถึงวิธีต่อสู้คดี 112 แบบนี้ในเฟสบุ๊คมาก่อนแล้ว แต่ไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นไปได้ ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ก็เท่ากับที่พูดไปนั้นเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ผมไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้ แต่เมื่อต้องอยู่แล้วก็ต้องใช้โอกาสนี้ให้ถึงที่สุด เพราะโทษที่เยอะขนาดนี้ อายุผมก็เท่านี้คงได้ตายในคุก....มันเป็นเรื่องการเมือง ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย”

“ที่คิดแบบนี้มันมาจากประสบการณ์ที่ทำคดีให้ดา (ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล) และดูแนวทางของคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา ผมไม่มีความหวังเลยว่าจะสามารถต่อสู้คดีลักษณะนี้ได้เต็มที่และบนหลักการโดยแท้จริง”

ประเวศยังกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ช่วยให้จิตใจเขาคงสภาพอยู่ได้แม้สิ้นไร้หวังว่าจะเป็นอิสระจากการคุมขังคือ การนั่งสมาธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีตัวแทนจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน นักข่าว ญาติ เพื่อน รวมถึงอดีตลูกความของประเวศมาร่วมรับฟังการพิจารณาประมาณ 10 กว่าคน

37161244221_8c3f167fdf_z_d.jpg

บรรพต ไชยสา หนึ่งในผู้มาฟังการพิจารณาในวันนี้กล่าวว่า ที่มานั่งฟังเพราะรู้จักกับทนายประเวศมาตั้งแต่ปี 2537 เนื่องจากเขาประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกถนน กระดูกซี่โครงร้าว,มีบาดแผลที่ใบหน้า อาการสาหัส ในรถคันที่โดยสารมามีประกันอุบัติเหตุ แต่พนักงานบริษัทประกันภัยพยายามที่จะให้เขายอมรับค่าชดเชยเพียงแค่ 20,000-30,000 บาท

“ถึงขนาดที่จะให้ผมประทับลายนิ้วมือลงในหนังสือสัญญาเพื่อที่จะให้เป็นข้อยุติ ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นผมยังบาดเจ็บรักษาตัวต้องปิดตาทั้งสองข้างอยู่ เพื่อนของผมแนะนำให้ทนายประเวศเข้ามาช่วยฟ้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันภัยให้ สุดท้ายบริษัทประกันยอมที่จะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้ประมาณสองแสนบาท ผมจึงได้เงินมารักษาตัว แต่สุดท้ายตาผมก็รักษาไว้ได้เพียงแค่ข้างเดียว อีกข้างต้องใส่ลูกตาเทียม” บรรพตกล่าว

เขากล่าวด้วยว่า ทนายประเวศช่วยคดีของเขาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงแค่จ่ายค่ารถและเลี้ยงอาหารทนายเท่านั้น เขากล่าวด้วยว่าตัวเองเป็นโรคไตวายเฉียบพลัน ในแต่ละวันต้องใช้น้ำยาล้างไตสี่ครั้ง การมาศาลครั้งนี้ทำให้ไม่สามารถล้างไตได้ตามกำหนดเวลาได้ อาจล้างได้เพียงแค่สองครั้ง

“แต่ผมอยากมาให้กำลังใจเพราะทนายประเวศมีบุญคุณกับผม” บรรพตกล่าว

ทั้งนี้ประเวศ ประภานุกูล อายุ 57 ปี มีอาชีพทนายความ เขาถูกควบคุมตัวตั้งแต่เช้าวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีหมายจับ ไม่มีหมายค้น และไม่แจ้งให้ผู้ถูกควบคุมตัวทราบว่าถูกควบคุมเพราะเหตุใด ก่อนจะพาตัวไปที่ มณฑลทหารบกที่ 11 เขาถูกสอบปากคำ และซักถามประวัติส่วนตัว ซึ่งประเวศให้ความร่วมมือ และยอมลงชื่อในเอกสาร เพราะคิดว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน ระหว่างนั้นเขาขอโทรศัพท์ติดต่อบุคคลที่ไว้วางใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัว จากนั้นจึงถูกดำเนินการแจ้งข้อหาและฝากขังจนครบ 7 ผัด โดยเคยยื่นประกันตัว 1 ครั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต

อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลไปเมื่อวันศุกร์ที่ 21 ก.ค.2560 คำฟ้องสรุปว่าในระหว่างวันที่ 25 ม.ค.-23 เม.ย.2560 ประเวศได้กระทำความผิดรวมทั้งหมด 13 กรรม จากการโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยเป็นการกระทำความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 10 กรรม และในข้อหากระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น) รวม 3กรรม

https://prachatai.com/journal/2017/09/73273

Offline

#9 March 21, 2018 5:36 PM

Friend-of-Red
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 244

Re: Free Prawet Prapanukul

เปิดรายชื่อเจ้าหน้าที่คุมตัวทนายประเวศ

02/05/2017By Admin01

ภายหลังจากการรายงานข่าวนายประเวศ ประภานุกูล ทนายความ ถูก คสช. เรียกรายงานตัว เมื่อสักครู่นี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับบันทึกการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจค้นบ้านพักของนายประเวศย่านสายไหม กรุงเทพฯ ทำให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการตรวจค้นเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 6.00-8.00 น. ของวันที่ 29 เม.ย.2560 โดยเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

Banner-1.png

ในบันทึกดังกล่าวปรากฏรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการตรวจค้นเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย ได้แก่ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช., ร.ท.นพดล บู๊เตียว หัวหน้ากองร้อยรักษาความสงบที่ 1 (ร.อ.พัน 1รอ.) และตำรวจจาก สน.บางเขน 2 นาย ได้แก่ ร.ต.ท.ยงยุทธ เกตุแดง และ ร.ต.ท.สุภัทร หนูเขียว

รายการสิ่งของที่เจ้าหน้าที่ได้ยึดไปมีทั้งหมด 14 รายการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง แผ่นซีดี 3 แผ่น เสื้อยืดคอกลม 13 ตัว ฮาร์ดไดรฟ์ 2 ลูก แฟลชไดรฟ์ 2 อัน

กรณีการควบคุมตัวนายประเวศ สืบเนื่องจากวานนี้ (1 พ.ค.2560) มีการกล่าวถึงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กว่านายประเวศ ประภานุกูล ทนายความ มีข่าวว่าถูก คสช.จับกุมตัวไป และเมื่อศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ติดต่อนายประเวศทางโทรศัพท์เมื่อคืนวาน แต่นายประเวศไม่รับสาย และในขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงเป็นวันที่ 3 แล้วที่นายประเวศขาดการติดต่อไป

ศูนย์ทนายความฯ ได้รับข้อมูลจากนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ว่าตนได้รับการติดต่อจากนายประเวศ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2560 เวลา 11.20 น. ว่านายประเวศมีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์มาแจ้งว่า คสช. มีคำสั่งเรียกให้เข้ารายงานตัว นายประเวศจึงขอให้นายกฤษฎางค์ช่วยประสานกับเพื่อนทนายความที่ทำงานด้วยกันจัดการคดีที่มีหมายนัดค้างอยู่ แต่นายประเวศไม่ได้บอกว่าตนถูกเรียกพบด้วยเรื่องอะไร และถูกเรียกไปรายงานตัวยังสถานที่ใด

นายประเวศ อายุ 57 ปี มีอาชีพเป็นทนายความเคยให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในช่วงเมษายน–พฤษภาคม 2553 และยังเคยเป็นทนายความในคดีข้อหาดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้แก่น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ‘ดา ตอร์ปิโด‘ ในคดีที่ตกเป็นจำเลยข้อหา และนาย พ. อายุ 27 ปี นักดนตรีชาวอุบลราชธานี นอกจากคดีการเมืองแล้วนายประเวศยังรับคดีผู้บริโภคด้วย

http://www.tlhr2014.com/th/?p=4177

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.