iFreeThai

#181 July 31, 2015 11:16 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

กรรมตามทันของซาอุดิอาเรเบีย!!!
    คนหนุ่มสาวพลเมืองของซาอุฯซึ่งมีมากถึงสองในสามที่อายุตํ่ากว่า30ป๊ในจำนวนประชากรทั้งหมด29ล้านคน ไม่เคยนิยมชมชอบพวกกษัตริย์ราชวงศ์ซาอุฯ(House Of Sauods)ที่ใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชบวกกับใช้กฎหมายของคัมภีร์โกหร่านใช้ปกครองพวกเขาอย่างเคร่งครัด และเอาแต่ใจพรรคพวกเจ้าด้วยกันในทุกเรื่อง แก๊งเจ้าครองนครซาอุฯได้เป็นผู้ก่อหวอดการสู้รบทั่วตะวันออกกลางปัจจุบัน ก็เป็นจากความเห็นแก่ได้ส่วนตัวโดยมิเคยเห็นแก่ชิวิตของใครที่เป็นพลเมือง ความเห็นของพวกเจ้าที่ครองประเทศเป็นกฏหมายสูงสุดที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ ทำให้ทุนสำรองของประเทศร่อยหรอลงจากเคยมีถึง ($900.00Billion ปี2014)) ลดลงใกล้$500.00Billion แถมประเมินเอาไว้ว่าปีนี้ประเทศจะติดหนี้เพิ่มอีก$40.00Billion ประกอบทั้งการคอร์รัปชั่น ซึ่งมีมาตลอดอย่างกว้างขวางไม่เคยจืดจาง พวกเจ้าซาอุฯขึ้นเงินเดือนให้พวกทหารและข้าราชการเพื่อเอาใจให้ช่วยออกสู้รบทั้งที่ ลิเบีย อิรัค ซีเรีย ตูนีเซีย และตอนนี้ที่เยเมน ที่ตัวเองแอบสนับสนุนพวกไอซิสและกลุ่มอื่นๆ(proxy)เป็นมานานเกือบสิบปี ซาอุฯไม่ได้รํ่ารวยเหมือนแต่ก่อน และตอนนี้ก็เข้ารบโดยตรงกับพวกฮูตี้ส(Huthis)ที่เยเมน โดยใช้กำลังทางอากาศบอมบ์ทำลายโดยเปิดเผย การกระทำทุกอย่างทั้งใช้จ่ายเงินทองและเอาชีวิตคนอื่นไปรบเพื่อสนองตัณหาตัวเอง และกลับปล่อยปัญหาทางสังคมจนผู้คนตกงานไม่มีรายได้พอจะยังชีพอยู่ได้
    ซาอุฯถือว่าศัตรูสำคัญคืออิหร่านและรัสเซีย อิสราเอลกลับเป็นที่โหล่ และได้ใช้นํ้ามันที่ตัวเองมีอย่างมากมายเป็นอาวุธอีก แต่คราวนี้กลายเป็นการลดราคานํ้ามันจนเหลือเพียงประมาญ$50.00ต่อบาร์เรล เพื่อหวังทำลายเศรษฐกิจของอิหร่านและรัสเซียซึ่งมีนํ้ามันเป็นรายได้หลัก การณ์ข้างหน้าจะสำเร็จหรือไม่ยังไม่รู้ แต่เท่าที่ทราบซาอุฯก็เจ็บปวดจากการขาดรายได้ไม่น้อย ปธน.โอบาม่าได้เตือนซาอุฯเรื่องเมกาเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับนิวเคลียร์ว่าไม่น่าเป็นห่วง แต่ให้ซาอุฯพึงระวังภัยจากประชาชนภายในของตัวให้มากขึ้นเพราะตอนนี้พวกไอซิส(ISIS)กับอาเคดา(Al Qaeda) กลับเป็นศัตรูกับรบ.ซาอุฯไปเสียแล้ว จนเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเกิดการระเบิดแบบฆ่าตัวตาย(suicide bombing)ที่สุเหร่าทางตะวันออกของประเทศ จนมีคนตาย21คนและบาดเจ็บจำนวนมาก พวกไอซิสออกมารับว่าเป็นฝีมือของพวกเขาเอง ซึ่งเป็นที่ปลาดใจที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายใหญ่ๆพวกนี้กลับกระทำกับซาอุฯอย่างศัตรูในที่สุด เพราะพวกเขารักประชาชนไม่ใช่ผู้นำเผด็จการผู้เอาแต่กดหัวและกดขี่ชาวบ้านทั่วไป
    หลังจากยึดเมืองรามาดี(Ramadi)เมืองใหญ่สุดในจว.อันบาร์(Anbar Province)ทางตะวันตกของอิรัคเมื่อสิบวันที่แล้ว พวกไอซิสเดินทัพต่อจนยึดเมืองโมซุล(Mosul)ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางเหนือของอิรัคและมีบ่อนํ้ามันมากที่สุด ทหารอิรัคทิ้งค่ายเป็นกองทัพทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากให้พวกไอซิส รวมทั้งรถฮ้มวี(Humvee)อีก23,000คัน เป็นความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายยิ่ง ทหารอิรัคเชื้อสายชิไอ้ท์(Shiite)แพ้หมดรูปทุกแห่ง ไม่กล้าสู้พวกไอซิสเอาเสียเลย เมกาสดุ้งสุดตัวแม้จะพยายามช่วยทิ้งระเบิดสกัดทางอากาศมากมายก็ตาม จนเมกาต้องพยายามระดมกำลังชาวบ้านในซีเรีย พยายามติดอาวุธให้ได้5,000คนเพื่อตอบโต้ไอซิสที่ขณะนี้มีกำลังถึง35,000คนแล้ว

    หันมาทางแปซิฟิคใกล้บ้านเราแถบทะเลจีนใต้(South China Sea) อันเป็นเขตพิพาทระหว่างจีนกับกลุ่มอาเซี่ยนที่มีเวียตนาม มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปีนส์ ไต้หวัน เรื่องหมู่เกาะสแปรตลี่(Spratly Islands) และหมู่เกาะพาราเซล(Paracel Islands)และกำลังเป็นปัญหาใหญ่มาก เมกาได้กลับมาตั้งฐานทัพใหญ่ที่ซูบิคเบย์(Subic Bay))ที่ฟิลิปีนส์อีกเหมือนตอนสงครามเวียตนาม และจีนก็เร่งสร้างฐานทหารบนเกาะที่ไม่มีดินพวกนี้เป็นฐานทางทหาร มีสนามบิน ท่าจอดเรือ และอาคารหลายแห่งบนเกาะที่ไม่เคยมีผู้คนอยู่มาก่อนหลายแห่งอย่างขมักเขม้น ได้มีการกระทบกระทั่งกันทางการทูตกันหลายครั้งแล้ว ต่างฝ่ายต่างเตือนคู่ต่อสู้เชิงไม่ยอมอ่อนข้อเจรจากันไปมากกว่านี้ แต่ผลสุดท้ายก็คงลงมือประลองกำลังกันแน่นอน แม้เมกาพูดเสมอว่าปัญหานี้ต้องแก้ด้วยการเจรจากันเท่านั้นก็ตาม
    ความสำคัญของไทยต่อปัญหาทะเลจีนใต้นั้น ยิ่งเพิ่มนํ้าหนักให้เห็นว่าสำคัญยิ่ง เพราะไทยตั้งอยู่จุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์ ประการสำคัญที่สุดตอนนี้คือไทยกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง (เปลี่ยนมือ เปลี่ยนรัชกาล) เหตุทางการเมืองในไทยและความเป็นไม้ใกล้ฝั่งของกษัตริย์ภูมิพล กลายเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้ไทยกลายเป็นข้างหนึ่งข้างใด ระหว่างเมกา อาเซี่ยนเพื่อนบ้านและจีนอยู่อีกฝั่งตรงกันข้าม ช่างเป็นเรื่องน่าหวาดเสียวเป็นที่ยิ่ง บวกกับหมีขาวรัสเซียก็เข้ามาด้อมๆมองๆอยากมีเอี่ยวกับเราด้วย ทำให้คิดว่า การกลับมาของเมกาสู่เอเซียคราวนี้ สมรภูมิการประลองกำลังทางทหารได้เปลี่ยนจากพื้นที่ในอินโดจีน(ลาว เวียตนาม เขมร) เป็นไทยค่อนข้างแน่นอน
    ตาสว่างอย่างเดียว ไม่คิดฝึกกองกำลังการต่อสู้เป็นของตัว หวังพึ่งพวกทหาร(แตงโม้)ในค่ายกลับใจกลับข้างมาช่วย คงต้องทำให้คนไทยต้องผิดหวังอีกเช่นเคย
    ผลสุดท้ายทหารกลุ่มใหม่ที่ถืออาวุธและแสร้งทำเป็นเพื่อน ก็จะปกครองเป็นเผด็จการตัวใหม่เหมือนเดิม ดังเช่นวงจรอุบาทว์ที่ท่านบิ๊กจิ๋วเคยพูดไว้เช่นเคย เพียงแต่เปลี่ยน(เหล้าเก่า)เป็นขวดใหม่เท่านั้น
    ตาสว่างคงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกเจ้าค่ะ....หากไม่คิดสู้ให้โลกเห็น เพราะจะไม่มีใครในประวัติศาสตร์บ้าพอ ที่จะให้อาวุธและความช่วยเหลือใดๆต่อคนที่ไม่เคยคิดสู้เพื่อตัวเองสักรายเดียว
    :redgirl:ปล.ใครที่ถือหางบิ๊กจิ๋วก็ต้องไปทางจีนนะเจ้าคะ ยังมองไม่เห็นตัวเล่นให้ฝ่ายเมกาเลย แต่คงมีเยอะแยะรวมทั้งข้าเจ้าด้วยเจ้าค่ะ!!!

Offline

#182 July 31, 2015 11:16 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

อนุสรณ์แห่งชีวิต!!!

แบล๊กลี้สล่าสุดจากสำนักข่าวอิศรา...

สำนักข่าวอิศราwww.isranews.orgนำข้อมูล “ผู้ต้องหา” คดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 พร้อมประเทศที่ใช้หลบหนีจาก “หน่วยงานความมั่นคง” ที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของ “ผู้ต้องหา” คดีดังกล่าวมาเปิดเผย โดยมีรายชื่อชงเข้าสู่ที่ประชุมว่า ขณะนี้มีผู้กระทำผิดตามคดีความมั่นคง มาตรา 112 ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ จำนวน 31 ราย ซึ่งเป็นการกระทำความผิดในการกล่าวพาดพิงสถาบันฯ และวิจารณ์สถาบันฯผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีรายชื่อดังนี้

สหรัฐอเมริกา : 5 ราย ประกอบด้วย
1.นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน 2.นายเสน่ห์ ถิ่นแสน หรือเพียงดิน 3.นายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน 4.นายริชาร์ด สายสมร 5.นายจุติเทพ (เลอพงษ์) วิไชยคำมาตย์ หรือโจ กอร์ดอน
ออสเตรเลีย : 1 ราย คือนายองอาจ ธนกมลนันท์
ญี่ปุ่น : 1 ราย คือนายปวิณ ชัชวาลพงศ์พันธ์
ฝรั่งเศส : 1 ราย คือนายจรัล ดิษฐาภิชัย
นิวซีแลนด์ : 1 ราย คือนายเอกภาพ เหลือรา หรือตั้ง อาซีวะ
สเปน : 1 ราย คือนายอิมิลิเอ เอสเทแบบ
ฟินแลนด์ : 1 ราย คือนางจรรยา ยิ้มประเสริฐ
แคนาดา : 1 ราย คือพ.ต.อ.หญิง ณหทัย ตัญญะ
กัมพูชา : 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายพิษณุ พรหมศร 2.นายจักรภพ เพ็ญแข 3.นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลสปป.
ลาว : 14 ราย ประกอบด้วย
1.นายศรัญ ฉุยฉาย หรืออั้ม เนโกะ (พยายามขอลี้ภัยไปยังประเทศฝรั่งเศส) 2.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสร หรือสุรชัย แซ่ด่าน 3.นายอิทธิพล สุขแป้น หรือดีเจเบียร์ 4.นายวัฒน์ วรรลยางกูร 5.พุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ 6.นายชูชีพ ชีวสุทธิ์ หรือชีพ ชูชัย 7.นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล 8.นายพิพัฒน์ พรรณสุวรรณ 9.นายนิธิวัต วรรณศิริ 10นายธกฤ โยนกนาคพันธุ์ 11นายชัยอนันต์ ไผ่สีทอง 12.นายไตรรงค์ สินสืบวงศ์ 13.นางสุดา รังกุพันธ์ หรืออาจารย์หวาน 14.นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

ทั้งหมดเป็น“ผู้ต้องหา” ถึงที่สุดก็ต้องสู้ข้อเท็จจริงกันต่อไป http://www.isranews.org/isranews-scoop/ … 92392.html



พวกท่าน “ผู้ต้องหา” ผู้ถูกกล่าวหาในคดีหมี่น ม.112 รวมอีกหลายท่านที่อยู่ในแบล๊กลี้สมาก่อนหน้านี้แล้ว ได้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ถูกทำลายชื่อเสียง โดยโดนในคดีอาญา

จากการตั้งข้อหาไล่ล่าผู้ไม่เห็นด้วยกับรบ.ทหารและระบอบการปกครองเผด็จการราชาธิปไตยของไทยด้วยม-112นั้น คนไทยทั้ง 31 ท่านถูกกล่าวหาโดยถูกยัดเยียดว่าเป็นผู้ร้ายหนีคดีหนีไปอยู่ต่างประเทศ(fugitive)ต่างๆดังที่พาดหัวข่าวนสพ.ไทยข้างบน รวมทั้งดร.ริชาร์ดเจ้าของเวปไอเอส(IF Internet Freedom)นั้น เป็นการจงใจขู่เข็ญแบบนักเลงโต และเพื่อทำลายภาพพจน์ ชื่อเสียงเกียรติคุณต่อสาธารณะให้เสียหาย หลายท่านได้กลายเป็นคนสัญชาติประเทศที่ตนอาศัยอยู่มานานแล้ว โดยเฉพาะดร.ริชาร์ด สายสมรเองนั้นเป็นคนลาวอพยพและเป็นสัญชาติอเมริกันมาตั้งแต่สมัยลาวแตก(1975) และเป็นนักสิทธิมนุษย์ชนของสภาครองเกรสของประเทศอเมริกาด้วยซํ้า
ความโอหัง อวดเบ่ง ทำเป็นนักเลงโตของจนท.ไทย รวมทั้งสถาบันกษัตริย์ที่เป็นนายคอยกำกับวางแผนอยู่เบื้องหลังในความเลวร้ายทางการเมืองมาตลอด ไม่เพียงแต่การจงใจกลั่นแกล้งพวกชินวัตร หรือจะเป็นใครหน้าไหน ที่ไม่ยอมกราบไหว้หรืออวยพวกมันอย่างศิโรราบ น่าจะได้รับการตอบโต้ และควรได้รับบทเรียนอันมีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์ เพื่อเป็น"อนุสรณ์แห่งชีวิต"แก่กษัตริย์ภูมิพลผู้ยิ่งใหญ่ก่อนอำลาโลก ใครแตะต้องอะไรไม่ได้แม้คำพูดคำวิจารณ์ใดๆ โดยทั้ง31ท่านรวมหัวกันฟ้องร้องหมิ่นประมาทเรียกความเสียหายเท่าจำนวนเงินที่นิตยสารฟอร์ป(Fortune Magazine) เพิ่งลง ถึงราคาความรํ่ารวยเป็นที่หนึ่งของโลกของกษัตริย์ไทย คือ$31 Billion คดีเรียกค่าเสียหายก็จะยังคาอยู่ในศาลแม้จะสวรรคตแล้วก็ตามอีกยาวนาน เผลอๆอาจจะได้คำพิพากษา(judgement)เป็นเงินชดใช้บ้างก็ยังดี จุดใหญ่ใจความไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน หากแต่เป็นเกียรติศักดิ์ของความเป็นมนุษย์ และบทเรียนให้กับความชั่วร้ายต่างหาก

ข้าเจ้าเพิ่งได้ไปกินข้าวกับผู้พิพากษาเพื่อนรักของสามีตอนบ่ายวันนี้ด้วยกัน สองสามีภรรยาเป็นผู้พิพากษาอาวุโสทั้งคู่ และทราบว่าที่เมกาใครก็มีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อใครก็ได้ หากบุคคลผู้นั้นหรือกลุ่มนั้นได้จงใจทำความเสียหายให้เรา พร้อมทั้งได้ถกถึงปัญหาคดีของเฟสบุ๊ค
(Facebook) ซึ่งศาลสูงสหรัฐอเมริกาเพิ่งลงคำพิพากษา "ว่าจำเลยไม่ได้ผิดที่ใช้ถ้อยคำอะไรในอินเตอร์เนต ไม่ว่าจะเชิงข่มขู่ ก้าวร้าว วาจาไม่สุภาพ ฯลฯใดๆ" กฎหมายของเมกาถือว่าไม่มีความผิดเลย(ข่าวดีของนักสู้หลังแป้นพิมพ์ทั้งหลาย) ศาลกลับถือว่าในอินเตอร์เนตเป็นการใช้สิทธิการแสดงออกมาของบุคคล ได้อย่างมีเสรีภาพ ทางความคิดเห็น และมีสิทธิที่จะแสดงออกด้วยการวิพากวิจารณ์ อันเป็นพื้นฐานของสิทธิมนุษย์ชนทั่วไป เหมือนรัฐธรรมนูญบทแรกมาตราที่หนึ่งของเมกาที่มีไว้(Bill Of Right-First Amendment) โปรดเข้าไปดูคดี Elonis(Anthony Douglas Elonis) vs United States (June 1, 2015)

SUPREME COURT OF THE UNITED STATES
Syllabus
ELONIS
v
. UNITED STATES
CERTIORARI TO THE UNITED STATES COURT OF APPEALS FOR
THE THIRD CIRCUIT
No. 13–983. Argued December 1, 2014—Decided June 1, 2015
คดีอะไรก็ตามที่ศาลสูงสหรัฐให้คำตัดสินลงไปถือเป็นกฎหมายโดยอัตโนมัติ จนกว่าจะมีการฟ้องร้องแก้ไขกันจากบุคคลหรือสถาบันศาลหรือสถาบันทางกฎหมายอื่นในอนาคตที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้(บ้าง) ดังนั้นบุคคลทั้ง31ท่านหาได้มีความผิดใดๆในสายตาของกฎหมายเมกาในวันนี้แต่อย่างใดไม่
ฉะนั้นการ"ฟ้องกลับ"ในฐานะผู้เสียหาย จึงน่าจะมีมูลและมีผลอย่างแน่นอน หรือจะแยกฟ้องไปตามประเทศที่ตนอยู่อาศัยก็ยังได้ ขอกระซิบบอกว่าให้โทรหรืออีเมลย์ไปบอกกล่าวพวกนสพ.ท้องถิ่นหรือสื่อสารมวลชนให้ช่วยมาทำข่าวให้ด้วยก็แล้วกัน พวกเขามักชื่นชอบทำข่าวเรื่องของพวกกษัตริย์

การ"ฟ้องกลับ"เป็นการทวงความเป็นมนุษย์และสิทธิของความเป็นคน เป็นของขวัญอันมีค่า เป็นอนุสรณ์แก่ตัวเอง แด่ประเทศไทย แด่คนไทย และกษัตริย์องค์สุดท้ายนี้ก่อนจะลาโลกไป ให้สมกับความอยุติธรรม ตลบแตลง เสแสร้ง หฤโหด อำมหิต ที่ทรงได้กระทำกับพสกนิกรมาตลอดอายุขัยอันเลวร้ายของพระองค์ โดยมิมีผู้ใดเคยกล้าแตะต้องได้เลย

ดร.ริชาร์ด สายสมรคงได้ตะคอกกลับ....."เจ้ามาสุ้เห็ดหยังบ่อนนี้...อเมริกามันหน้าดินข้อย!!!"

:fly:ปล. ในเมกาเขาชอบชกตัวใหญ่ๆ แพ้หรือชนะไม่สำคัญ ประชาชนยกย่องเสมอ(ว่ากล้า) คนเมกันมักพยายามเปลี่ยนความโชคร้ายให้กลายเป็นโอกาสดี(โชคดี) ... เขาไม่กลัวคนพาล!!!

Offline

#183 July 31, 2015 11:17 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

กฏหมายออกใหม่ที่เป็นอาวุธสำคัญที่สุดต่อนักรบอินเตอร์เนต

จากรายละเอียตของคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐอเมริกา(Supreme Court Of The United States) เกี่ยวกับพวกเราที่ใข้ Internet โดยเฉพาะ เฟสบุ๊ก (Facebook) ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการต่อสู้ของพวกเราที่อยู่ต่างประเทศ ข้าเจ้าได้นำคำพิพากษาดังกล่าวทั้งหมดมาให้เพื่อนๆได้เห็นเบื้องหลังและรายละเอียดของคดีนี้ แต่เวลาจำกัดจะไม่สามารถทำการแปลทั้งหมดเพื่อกำนัลให้เพื่อนๆได้ แต่จะขอแนะนำให้อ่านคำวินิจฉัยของผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคือ นายจอห์น โรเบิตร์ (Chief Justic John Roberts) ในคดีนี้ด้วยนะเจ้าคะ

https://www.law.cornell.edu/supremecourt/text/13-983

SUPREME COURT OF THE UNITED STATES
Syllabus
ELONIS
v
. UNITED STATES
CERTIORARI TO THE UNITED STATES COURT OF APPEALS FOR
THE THIRD CIRCUIT
No. 13–983. Argued December 1, 2014—Decided June 1, 2015

After his wife left him, petitioner Anthony Douglas Elonis, under the pseudonym “Tone Dougie,” used the social networking Web siteFacebook to post self-styled rap lyrics containing graphically violent language and imagery concerning his wife, co-workers, a kindergarten class, and state and federal law enforcement. These posts were often interspersed with disclaimers that the lyrics were “fictitious” and not intended to depict real persons, and with statements that Elonis was exercising his First Amendmentrights. Many who knew him saw his posts as threatening, however, including his boss, who fired him for threatening co-workers, and his wife, who sought and was granted a state court protection-from-abuse order against him.

When Elonis’s former employer informed the Federal Bureau of Investigation of the posts, the agency began monitoring Elonis’s Face-book activity and eventually arrested him. He was charged with five counts of violating 18 U. S. C. §875(c), which makes it a federal crime to transmit in interstate commerce “any communication containing any threat . . . to injure the person of another.” At trial, Elonis requested a jury instruction that the Government was required to prove that he intended to communicate a “true threat.” Instead, the District Court told the jury that Elonis could be found guilty if a reasonable person would foresee that his statements would be interpreted as a threat. Elonis was convicted on four of the five counts and renewed his jury instruction challenge on appeal. The Third Circuit affirmed, holding that Section 875(c) requires only the intent to communicate words that the defendant understands, and that a reasonable person would view as a threat.

Held: The Third Circuit’s instruction, requiring only negligence with respect to the communication of a threat, is not sufficient to support a conviction under Section 875(c). Pp. 7–17.

(a) Section 875(c) does not indicate whether the defendant must intend that the communication contain a threat, and the parties can show no indication of a particular mental state requirement in the statute’s text. Elonis claims that the word “threat,” by definition, conveys the intent to inflict harm. But common definitions of “threat” speak to what the statement conveys—not to the author’s mental state. The Government argues that the express “intent to extort” requirements in neighboring Sections 875(b) and (d) should preclude courts from implying an unexpressed “intent to threaten” requirement in Section 875(c). The most that can be concluded from such a comparison, however, is that Congress did not mean to confine Section 875(c) to crimes of extortion, not that it meant to exclude a mental state requirement. Pp. 7–9.

(b) The Court does not regard “mere omission from a criminal enactment of any mention of criminal intent” as dispensing with such a requirement. Morissette v. United States, 342 U. S. 246. This rule of construction reflects the basic principle that “wrongdoing must be conscious to be criminal,” and that a defendant must be “blameworthy in mind” before he can be found guilty. Id., at 252. The “general rule” is that a guilty mind is “a necessary element in the indictment and proof of every crime.”United States v. Balint, 258 U. S. 250. Thus, criminal statutes are generally interpreted “to include broadly applicable scienter requirements, even where the statute . . . does not contain them.” United States v. X-Citement Video, Inc., 513 U. S. 64. This does not mean that a defendant must know that his conduct is illegal, but a defendant must have knowledge of “the facts that make his conduct fit the definition of the offense.”Staples v. United States, 511 U. S. 600, n. 3. Federal criminal statutes that are silent on the required mental state should be read to include “only that mens rea which is necessary to separate” wrongful from innocent conduct. Carter v. United States, 530 U. S. 255. In some cases, a general requirement that a defendant act knowingly is sufficient, but where such a requirement “would fail to protect the innocent actor,” the statute “would need to be read to require . . . specific intent.” Ibid. Pp. 9–13.

To be continued

Offline

#184 July 31, 2015 11:18 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Anthony Douglas Elonis was an active user of the social networking Web site Facebook. Users of that Web site may post items on their Facebook page that are accessible to other users, including Facebook “friends” who are notified when new content is posted. In May 2010, Elonis’s wife of nearly seven years left him, taking with her their two young children. Elonis began “listening to more violent music” and posting self-styled “rap” lyrics inspired by the music. App. 204, 226. Eventually, Elonis changed the user name on his Facebook page from his actual name to a rap-style nom de plume, “Tone Dougie,” to distinguish himself from his “on-line persona.” Id., at 249, 265. The lyrics Elonis posted as “Tone Dougie” included graphically violent language and imagery. This material was often interspersed with disclaimers that the lyrics were “fictitious,” with no intentional “resemblance to real persons.” Id., at 331, 329. Elonis posted an explanation to another Facebook user that “I’m doing this for me. My writing is therapeutic.” Id., at 329; see also id.,at 205 (testifying that it “helps me to deal with the pain”).


Elonis’s co-workers and friends viewed the posts in a different light. Around Halloween of 2010, Elonis posted a photograph of himself and a co-worker at a “Halloween Haunt” event at the amusement park where they worked. In the photograph, Elonis was holding a toy knife against his co-worker’s neck, and in the caption Elonis wrote, “I wish.” Id., at 340. Elonis was not Facebook friends with the co-worker and did not “tag” her, a Facebook feature that would have alerted her to the posting. Id., at 175; Brief for Petitioner 6, 9. But the chief of park security was a Facebook “friend” of Elonis, saw the photograph, and fired him. App. 114–116; Brief for Petitioner 9.


In response, Elonis posted a new entry on his Facebook page:


“Moles! Didn’t I tell y’all I had several? Y’all sayin’ I had access to keys for all the f***in’ gates. That I have sinister plans for all my friends and must have taken home a couple. Y’all think it’s too dark andfoggy to secure your facility from a man as mad as me? You see, even without a paycheck, I’m still the main attraction. Whoever thought the Halloween Haunt could be so f***in’ scary?” App. 332.


This post became the basis for Count One of Elonis’ssubsequent indictment, threatening park patrons and employees.


Elonis’s posts frequently included crude, degrading, and violent material about his soon-to-be ex-wife. Shortly after he was fired, Elonis posted an adaptation of a satirical sketch that he and his wife had watched together. Id., at 164–165, 207. In the actual sketch, called “It’s Illegal to Say . . . ,” a comedian explains that it is illegal for a person to say he wishes to kill the President, but not illegal to explain that it is illegal for him to say that. When Elonis posted the script of the sketch, however, he substituted his wife for the President. The posting was part of the basis for Count Two of the indictment, threatening his wife:

Offline

#185 July 31, 2015 11:18 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ANTHONY DOUGLAS ELONIS, PETITIONER v. UNITED STATES


on writ of certiorari to the united states court of appeals for the third circuit

[June 1, 2015]

Justice Alito, concurring in part and dissenting in part.


In Marbury v. Madison, 1 Cranch 137, 177 (1803), the Court famously proclaimed: “It is emphatically the province and duty of the judicial department to say what the law is.” Today, the Court announces: It is emphatically the prerogative of this Court to say only what the law is not.


The Court’s disposition of this case is certain to cause confusion and serious problems. Attorneys and judges need to know which mental state is required for conviction under18 U. S. C. §875(c), an important criminal statute. This case squarely presents that issue, but the Court provides only a partial answer. The Court holds that the jury instructions in this case were defective because they required only negligence in conveying a threat. But the Court refuses to explain what type of intent was necessary. Did the jury need to find that Elonis had the purpose of conveying a true threat? Was it enough if he knew that his words conveyed such a threat? Would recklessness suffice? The Court declines to say. Attorneys and judges are left to guess.


This will have regrettable consequences. While this Court has the luxury of choosing its docket, lower courts and juries are not so fortunate. They must actually decide cases, and this means applying a standard. If purpose or knowledge is needed and a district court instructs the jury that recklessness suffices, a defendant may be wrongly convicted. On the other hand, if recklessness is enough, and the jury is told that conviction requires proof of more, a guilty defendant may go free. We granted review in this case to resolve a disagreement among the Circuits. But the Court has compounded—not clarified—the confusion.


There is no justification for the Court’s refusal to provide an answer. The Court says that “[n]either Elonis nor the Government has briefed or argued” the question whether recklessness is sufficient. Ante, at 16. But in fact both parties addressed that issue. Elonis argued that recklessness is not enough, and the Government argued that it more than suffices. If the Court thinks that we cannot decide the recklessness question without additional help from the parties, we can order further briefing and argument. In my view, however, we are capable of deciding the recklessness issue, and we should resolve that question now.


I


Section 875(c) provides in relevant part:


“Whoever transmits in interstate or foreign commerce any communication containing . . . any threat to injure the person of another, shall be fined under this title or imprisoned not more than five years, or both.”


Thus, conviction under this provision requires proof that: (1) the defendant transmitted something, (2) the thing transmitted was a threat to injure the person of another, and (3) the transmission was in interstate or foreigncommerce.


At issue in this case is the mens rea required with respect to the second element—that the thing transmitted was a threat to injure the person of another. This Court has not defined the meaning of the term “threat” in §875(c), but in construing the same term in a related statute, the Court distinguished a “true ‘threat’ ” from facetious or hyperbolic remarks. Watts v. United States, 394 U. S. 705, 522 U. S. 23, 511 U. S. 600–606 (1994).


For a similar reason, I agree with the Court that we should presume that an offense like that created by §875(c) requires more than negligence with respect to a critical element like the one at issue here. See ante, at 13–14. As the Court states, “[w]hen interpreting federal criminal statutes that are silent on the required mental state, we read into the statute ‘only that mens rea which is necessary to separate wrongful conduct from “otherwise innocent conduct.” ’ ” Ante, at 12 (quoting Carter v. United States, 530 U. S. 255, 511 U. S. 825, 379 U. S. 64, 376 U. S. 254–280 (1964) (civil libel). Indeed, this Court has held that “reckless disregard for human life” may justify the death penalty. Tison v.Arizona, 481 U. S. 137, First Amendment. Elonis contends that it would. I would reject that argument.


It is settled that the Constitution does not protect true threats. See Virginia v. Black,538 U. S. 343–360 (2003); R.A.V. v. St. Paul, 505 U. S. 377, First Amendment protects a threat if the person making the statement does not actually intend to cause harm. In his view, if a threat is madefor a “ ‘therapeutic’ ” purpose, “to ‘deal with the pain’ . . . of a wrenching event,” or for “cathartic” reasons, the threat is protected. Brief for Petitioner 52–53. But whether or not the person making a threat intends to cause harm, the damage is the same. And the fact that making a threat may have a therapeutic or cathartic effect for the speaker is not sufficient to justify constitutional protection. Some people may experience a therapeutic or cathartic benefit only if they know that their words will cause harm or only if they actually plan to carry out the threat, but surely the First Amendment does not protect them.


Elonis also claims his threats were constitutionally protected works of art. Words like his, he contends, are shielded by the First Amendment because they are similar to words uttered by rappers and singers in public performances and recordings. To make this point, his brief includes a lengthy excerpt from the lyrics of a rap song in which a very well-compensated rapper imagines killing his ex-wife and dumping her body in a lake. If this celebrity can utter such words, Elonis pleads, amateurs like him should be able to post similar things on social media. But context matters. “Taken in context,” lyrics in songs that are performed for an audience or sold in recorded form are unlikely to be interpreted as a real threat to a real person. Watts, supra, at 708. Statements on social media that are pointedly directed at their victims, by contrast, are much more likely to be taken seriously. To hold otherwise would grant a license to anyone who is clever enough to dress up a real threat in the guise of rap lyrics, a parody, or something similar.


The facts of this case illustrate the point. Imagine the effect on Elonis’s estranged wife when she read this: “ ‘If I only knew then what I know now . . . I would have smothered your ass with a pillow, dumped your body in the back seat, dropped you off in Toad Creek and made it look like a rape and murder.’ ” 730 F. 3d 321, 324 (CA3 2013). Or this: “There’s one way to love you but a thousand ways to kill you. I’m not going to rest until your body is a mess, soaked in blood and dying from all the little cuts.” Ibid. Or this: “Fold up your [protection from abuse order] and put it in your pocket[.] Is it thick enough to stop a bullet?” Id., at 325.


There was evidence that Elonis made sure his wife saw his posts. And she testified that they made her feel “ ‘extremely afraid’ ” and “ ‘like [she] was being stalked.’ ” Ibid.Considering the context, who could blame her? Threats of violence and intimidation are among the most favored weapons of domestic abusers, and the rise of social media has only made those tactics more commonplace. See Brief for The National Network to End Domestic Violence et al. as Amici Curiae 4–16. A fig leaf of artistic expression cannot convert such hurtful, valueless threats into protected speech.


It can be argued that §875(c), if not limited to threats made with the intent to harm, will chill statements that do not qualify as true threats, e.g., statements that may be literally threatening but are plainly not meant to be taken seriously. We have sometimes cautioned that it is necessary to “exten[d] a measure of strategic protection” to otherwise unprotected false statements of fact in order to ensure enough “ ‘breathing space’ ” for protected speech. Gertz v. Robert Welch, Inc., 418 U. S. 323,371 U. S. 415, 527 U. S. 1,481 U. S. 497–504 (1987) (remanding for harmless-error analysis after holding that jury instruction misstated obscenity standard). And the Third Circuit has previously upheld convictions where erroneous jury instructions proved harmless. See, e.g., United States v. Saybolt, 577 F. 3d 195, 206–207 (2009). It should be given the chance to address that possibility here.
Please read more on the clip: www.law.cornell.edu/supremecourt/text/13-983

สรุป: คำวินิจฉัยของศาลต่อคดีนี้ มีผลต่อพวกเราอย่างไร

คดีนี้เป็นการตัดสินด้วยคะแนนที่สูง 7 ต่อ 2 ของผู้พิพากษาของศาลสูงสหรัฐอเมริกา (Supreme Court Of United States) เป็นการตัดสินที่ยืนยัน"ครั้งแรก"ว่า การใช้คำพูด กล่าว วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น ฯลฯ ในอินเตอร์เนต (Internet) เป็นสิทธิอันชอบธรรมด้วยถ้อยคำ หรือภาษาอะไรแบบไหนก็ได้ โดยศาลถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของการแสดงออกของผู้นั้น (Freedom Of Speech) โดยเป็นสิทธิส่วนบุคคล(ส่วนตัว)โดยแท้
ท่านผู้ถูกกล่าวหาในคดีหมี่น ม.112 ทั้ง 31 ท่านนั้น โปรดเข้าใจว่า คดีนี้เป็นหลักฐานชี้แจงที่เด่นชัดแล้วว่า กฏหมายของอเมริกันได้มองว่าการกระทำของพวกท่าน ไม่เป็นความผิดอันใดเลยเจ้าค่ะ

:fly:การ "ฟ้องกลับ" จึงควรเร่งกระทำเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายในศาลของสหรัฐอเมริกาเป็น"ครั้งแรก!!!" และเป็นประวัติศาสตร์เจ้าค่ะให้กษัตริย์ภูมิพลก่อนสิ้นลมหายใจ ได้ทรงรับรู้ว่า มีคนไทยได้ยื่นฟ้องร้องต่อพระองค์ เกี่ยวกับมาตรา 112 อันโหดร้าย เหี้ยมโหด ทารุน ข่มเหง ผู้ถูกจำคุกจะถูกซ้อมทุบตีจนบางคนเสียขีวิตในคุก พรากลูกพรากเมีย ครอบครัวแตกหัก ต้องระเห็ดระเหิร หลบซ่อนไปอยู่ต่างแดน ซึ่งเกิดขึ้นกับทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่ต้องคดีมาตรา 112 นี้ตลอดมา

Offline

#186 July 31, 2015 11:19 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ข่าวลือปลิวว่อนไปทุกเรื่อง!!

ข้าเจ้าคนอยู่ไกลก็ต้องขยันอ่านเวปให้มากขึ้น ขอบคุณคุณSupermanที่ได้รวบรวมคลิ๊ปอัพเดทลงวันที่ทุกวัน ก็ทำให้มีความสะดวกต่อการเข้าไปฟังมีผลดียิ่ง แต่ก็พยายามไปเยือนเวปอื่นๆที่เคยดังแต่กลับเหี่ยวเพราะแปรพักต์ และนสพ.หลักๆทั้งของภายในและนอกด้วยเท่าที่เวลาจะอำนวยเพื่อเปรียบเทียบ แม้จะอ่านไปก็หงุดหงิดไปเพราะความคิดเห็นแตกต่างต่อสู้กัน บางแหล่งก็นั่งเทียนเล่าหรือเขียนยกเมฆเป็นนักเล่านิทานตัวตลกประจำวันก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเราไม่เคยมีเสรีภาพในข่าวสารเลย ก็ได้แต่ประเมินและคิดเสมอว่าเวลาที่รอคอยมานานมันคงใกล้เข้ามาเต็มทีแล้วแน่นอน ที่คนไทยจะได้หลุดพ้นจากพันธนาการ จากการถูกสาปสกดด้วยอำนาจข่มขู่ ต้องหวาดกลัว เกรงจะถูกทำร้ายและหรือจบลงในคุกขังสัตว์ของราชทัณฑ์ไทยมากว่า 200 ปีแล้ว และจริงๆแล้วตั้งแต่ราชวงศ์จักรีปล้นพระเจ้าตากสินมาด้วยเล่ห์เพทุบายอันแยบยล และครั้งหลังสุดก็ให้ลูกน้องพวกทหาร ทำการปล้นรบ.ของประชาชนอีกเมื่อปีเศษมานี้เป็นครั้งสุดท้าย

เหมือนผลไม้ที่สุกงอมจนต้องหล่น จึงเป็นช่วงที่ตื่นเต้นและมักจะเกิดเหตุที่ไม่ค่อยคาดฝัน เหตุร้ายต่างๆนาๆ ผู้คนต่างเอามาจินตนากัน ผู้รู้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงไม่ใช่ฉบับกระทรวงศึกษา เร่งค้นคว้าถกเถียงหาความจริงกันอย่างรีบเร่ง บางข้อความ บางเรื่องความรู้ใหม่น่าสนใจมากในเฟสบุคหรือเวปไซด์ทั่วไป พวกทรราชล่มจมได้รวดเร็วกว่าเคยคาดคิดเพราะยุคดิจิตอลนี่เอง ที่เคยแอบแฝงซ่อนเร้นความชั่วร้ายมาทุกยุคทุกสมัยคอยแอบหลังตู้เย็นก็ถูกลากออกมา คุณชูพงษ์ ถี่ถ้วนเรียก--"จับมาแก้ผ้าล่อนจ้อนให้พวกเราชาวบ้านได้เห็นกันเต็มตา" ดูเหมือนความล่มจมของพวกเจ้าครานี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย แน่นอนนั่นคือสงครามปลดแอก(liberation war)ของประชาชนนั่นเอง คำนี้ยังอยู่ในพจนาณุกรมมาทุกยุคสมัยทุกภาษา
จากประสพการณ์จากการศึกษาของการปฏิวัติทุกสมัย การปฏิวัติที่แท้จรืงนั้นคือสงคราม ย่อมต้องเสียเลือดเนื้อมากหรือน้อย ยื่งเสียหายมาก เสียเลือดเสียเนื้อมาก ชัยชนะก็จะยิ่งหอมหวาน ความยุติธรรม ความสัตย์จริงของชีวิตจะคืนมา และนำมาซึ่งความสงบ ชีวิตมีความหวัง ยั่งยืนถาวรตลอดไป การสงครามนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายของมนุษย์และเผ่าพันธุ์ใช้ต่อสู้แก้ปัญหา ผู้พ่ายแพ้จะถูกทำลาย ยิ่งเคยชั่วร้ายมามาก ยิ่งจะถูกทำลายมากจนไม่มีอะไรเหลือหลอ ราชวงค์จักรีได้ปกครองประเทศนี้อย่างสมบูรณาญาสิทธิราช มีอำนาจเด็ดขาดต่อพลเมืองมายาวนานกว่า230ปี ได้หยั่งรากลึกแข็งแรงมั่นคงจนกระทั่งรัชกาลปัจจุบัน เหมือนสวรรค์หรืออาจจะต้องคำสาปของสมเด็จพระเจ้าตากสินผู้ปลดแอกกู้ชาติจากพม่า จนเกิดเรื่องการสวรรคตของร.8 และการตายของนายชิต-เฉลียว-บุศร์ สั่งประหารเพื่อปิดปากให้กษัตริย์ดูดีขึ้น และต้องรอการประหารนานอย่างทรมานเกือบ8ปี และประหารเสร็จแล้วสำนักพระราชวัง(จอมแถแห่งยุค)ก็แถลงว่าเพิ่งเห็นรายงานทูลเกล้าขอพระราชทานอภัยโทษ ฯลฯ มีสิ่งตีพิมพ์เป็นเอกสารมากมายชี้ชัดว่ากษิตริย์ปัจจุบันคิอผู้ลั่นไก แต่หนังสือจำนวนมากห้ามจำหน่ายในราชอาณาจักร ทรงครองราชมาด้วยการตลบแตลง ฆ่าทำลายขุนพล นายก และข้าราชการหลายราย รวมทั้งผู้คนสูญหายหลายชีวิตนับตั้งแต่ศิรินทีพย์ ศิริวรรน อีกหลายชืวิตจนถึงหมอชัยชนม์ ฯลฯ เรื่องเงินทองใช้ทรัพย์ส่วนพระมหากษัตริย์ลงทุนทางการค้าด้วยอภิสิทธิ์ทุกอย่างทุกรูปแบบ ไม่มีคู่ต่อสู้และไม่เคยเสียภาษี ตั้งมูลนิธิดูดเงินไถเงินมีกว่าสี่พันโครงการณ์ จนขณะนี้เป็นกษัตริย์ที่รํ่ารวยที่สุดในโลก เงินที่ตั้งเงินเดิอนตัวเอง17,000,000,000.00บาทเอาจากงบประมาณแผ่นดิน(ตัวเลขจากปีที่แล้ว) ผู้คนยากจนนอนข้างถนน นอนใต้สะพาน อดมื้อกินมึ้อ และหลอกปลอบคนจนทั้งหลายให้อยู่อย่างพอเพียง มากมายหลายเรื่องที่ตนและลูกน้องเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด การยึดที่ดินเป็นของตนเองแม้เป็นที่ดินอุทยานแห่งชาติ ทองคำพระเจ้าชา ปาเลวีฯลฯ คงไม่สามารถจะสาธยายความชั่วร้ายของกษัตริย์พระองค์นี้และครอบครัวได้หมด รากแห่งความชั่วร้ายปกแผ่ไพศาลมหืมา แต่สวรรค์มีจริงและคำสาปแช่งของสมเด็จพระเจ้าตากมีจริง และกฏแห่งกรรมย่อมมีจริงดังที่พวกเราชาวพุทธเชื่อ สวรรค์จึงเมตตาส่งมือพิฆาตมาทำลายช่วยผู้คนที่กำลังจะพากันจะจมนํ้าตาย นั่นคือโลกดิจิทอล(Digital Era) ที่ทำให้ผู้คนตาสว่าง มีการติดต่อ ค้นคว้าหาความจริงได้ทันทีเหมือนสายฟ้าแลบ ราชวงค์นี้ล้มลงวันใดประชาชนคนไทยและทั้งโลกจะขนลุกขนพองจากการเปิดโปงเรื่องความชั่วร้าย หฤโหด อำมะหิตของตระกูลนี้อย่างนักประวัติศาสน์นึกไม่ถึงเลยทีเดียว ข้าเจ้าจึงเพิ่มเวลาการหาข่าวมากขึ้นและอยากเตือนนักพูดนักเขียนวิพากวิจารณ์ โปรดให้ความเป็นจรืงให้มากที่สุด เพราะความจริงนั้นจะสร้างตัวคุณเอง...The Truth will set you free!!! และในทางตรงข้ามก็จะทำลายคุณย่อยยับ เหมือนสถานีในเมกาและยุโรปที่ถูกซื้อตัวบางแห่ง จนเรทติ้งเหลือเพียงจำนวนนิดเดียว แทนที่เคยโด่งดังในอดีต ยุคดิจิทอลบอกได้ทุกอย่างว่าท่านเป็นอะไรไป ข้าเจ้าจะไม่ยอมเสียเวลากับสถานีนั้นๆอีกต่อไป .......สวัสดี พบกันใหม่เจ้าค่ะ
ปล. ข่าวจากคุณแอนตี้เรื่องนศ.ดาวดินม.ขอนแก่นว่านศ.อยู่ภายใต้การควบคุมและสนับสนุนจากเสื้อเหลืองกลุ่มอดีตกปปส. ข่าวนี้น่าจะมีการตรวจสอบและคัดค้านว่าไม่น่าจะเป็นจริง โปรดช่วยขุดคุ้ยกันหน่อย เพราะกลุ่มดาวดินเป็นนศ.วีระบุรุษไม่กลัวและกล้าหาญประท้วงประยุทธต่อหน้ามาก่อน การพูดกล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง เพียงแต่สงสัย เป็นการทำลายพลังอันบริสุทธิ์กลุ่มนศ.กล้าตาย.กลุ่มนี้ไม่เหมาะสมยิ่ง ครั้งหนึ่งคุณแอนตี้คนนี้เคยรายงานเรื่องเครื่องบินเอฟ-16 ตกใกล้ลพบุรีเมื่อหลายเดือนก่อน ว่าถูกยิงจากเครืองบินขับไล่ของเมกาจากสิงค์โปร์
ส่วนอจ.สุรชัยดวงกำลังดีเพราะเรทติ้งสูงสุดเสมอ ในคลิปเรื่องหลวงพ่อคูนมีพินัยกรรมไม่ขอรับเพลิงเผาศพจากในหลวง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามคุณสุรชัยผู้รอบรู้ทุกอย่างว่า หลวงพ่อคูนเคยโดนเสี่ยโอที่คุณสุรชัยเรียกเสมอว่า"พระบรม"ถีบเอาซึ่โครงเดาะมาก่อน ไม่ทราบคุณสุรชัยทราบเรื่องนี้หรือไม่? ดูเหมือนคุณสุรชัยอยากเห็นเสี่ยโอขึันครองราชมาก หากเป็นจริงประเทศไทยคงจะเหมือนเกาหลีเหนือ อย่าหวังว่าอ้ายโอจะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเป็นอันขาด บทเรียนเรื่องอุ้มงูเห่าภูมิพลตัวพ่อมาหยกๆโดยนายปรีดี พนมยงค์ จนประเทศลำบากมาจนปัจจุบันยังไม่พออีกหรือ? สักวันหนึ่งพวกเจ้าราชนิกูลมันคงออกอุบายจับทักษิณขึ้นเตาย่าง และคุณสุรชัยผู้ใกล้ชิดอาจจะถูกจับถอดผ้าแล้วโยนเข้าไปในกรงฝูงหมาบูลด้อก(English bulldog) 20ตัวที่ปล่อยให้อดข้าวมาสี่วันก่อน ระหว่างที่คุณถูกขยํ้าลากไส้คุณออกมา พวกเขาชนแก้วกินกับแกล้มกันอย่างสนุกสนาน โดยช่วยกันเชียร์และชมพวกหมากินคุณจนหมดร่าง เพราะเสี่ยมันเป็นไซโคแพต(Psychopathic)รุนแรงมากจนคิมจองอุนเรียกพี่ คุณน่าจะมีสามัญสำนึกว่าเสี่ยนั้นพ่อแม่พี่น้องไม่มีใครเอาเพราะอะไร? คุณและคุณทักษิณเกาะเสี่ยเสียแน่นเพราะไร? หรือเพราะ"กำขี้ดีกว่ากำตด"ว่างั้นเถอะ .... คุณเกาะผิดที่เสียแล้ว .....เกาะที่หางจงอางตัวใหญ่ได้หรือ?

โปรดระวังทฤษฎีตาสว่างไม่ติดอาวุธของคุณ จะนำผู้คนล้มตายจำนวนมาก และหรือทฤษฎีทหารแตงโมจะมาช่วยการปฏิวัติของคุณก็เหมือนกัน คุณขว้างงูไม่พ้นคออีกเช่นกัน ทหารผู้ถืออาวุธก็ปกครองคุณต่อ บทเรียนนี้ได้เคยเกิดกับปธน.ซุนยัดเซ็นผู้นำการปฏิวัติของจีนผู้ไม่มีกองกำลังทหารในมือตัวเอง ได้แต่พึ่งนายพลยวนซีไขผู้มีทหารกว่าแปดหมื่นนาย ปฏิวัติเสร็จปธน.ซุนยัดเซ็นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเกือบสามเดือนก็ต้องหนีไปญี่ปุ่น เพราะทนความกดดันจากยวนซีไขไม่ได้และต้องเสียชีวิตนอกประเทศ ไม่ได้กลับจีน
อย่าลากทักษิณมาสวามิภักดิ์เสี่ยหรือฝ่ายทหารเลย หมากนี้อันตรายมาก นักปฏิวัติตัองคิดสร้างกองกำลังขึ้นมาเองเท่านั้นแม้จะขนาดเล็กในระยะแรก วันลุกขึ้นสู้ คุณควรบอกสานุศิษย์ให้ทำป้ายเป็นสี่เหลี่ยมหรือกลม เขียนว่า ร.10 แล้วคาดขวางด้วยสีแดงหรือสีดำไม่ดีหรือ?

Offline

#187 July 31, 2015 11:19 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ลือ.... ลือ.... ข่าวลือ!!!

ดูเหมือนของจริงมันจะมาพร้อมกับเสียงปืนกระหึ่มขนานใหญ่ ดังทฤษฎีแย่งราชบัลลังก์ของคุณสุรชัย แซ่ด่านทำนายเอาไว้มากว่าสองปีแล้ว เริ่มเห็นชัดเสียงดังแรงขึ้นอย่างน่าสนใจตั้งแต่ปธน.โอบาม่าก็ได้กล่าวถึงสุขภาพของกษัตริย์ภูมิพล และตามมาเรื่องการบินกลับด่วนจากหัวหินทั้งสองพระองค์ แล้วสั่งห้ามผู้คนไปเซ็นต์เยี่ยมถวายพระพรตามปกติมาก่อนที่รพ.ศิริราฃ และล่าสุดคือความเคลื่อนไหวทางทหารที่มีรถหุ้มเกราะปรากฎขวักไขว่จากภาคสามพิษณุโลกในกทม. และสั่งห้ามทหารภาคสองจากโคราชเคลื่อนกำลังเด็ดขาด มีการรายงานและประเมินสถานะการณ์ต่างๆทางเฟสบุคและสถานีอินเทอเนทของคนไทยทั้งภายในและทั่วโลก แต่นสพ.ไทยไม่(กล้า)ลงอะไรมากในเรื่องความปั่นป่วน ในเรื่องเกี่ยวกับการชิงบัลลังก์และเรื่องจะเกิดปฎิวัติซ้อน หรือเรี่องศึกชิงอำนาจของอำมาตย์สองฝ่ายที่ถือข้างพี่หรือเอาข้างน้อง แถมนายอานันท์ ปัญญาระชุน โรยอลลิสตัวใหญ่อดีตนายกรมต.แต่งตั้งมาสองคราวก่อน ได้ออกแถลงข่าวเบรคเรื่องการที่อ้ายเหล่จะอยู่ต่ออีกสองปีและจะให้พลเอกปรีชา จันทร์โอชาน้องชายขึ้นเป็นผบ.ทบ.ในเดือนกันยายน สำนักพระราชวังปิดปากเงียบเรื่องประชวรหนักอย่างผิดปกติมาก เลยต้องอดหลับอดนอนพยายามจะรู้อะไรล่วงหน้าให้มากที่สุด แม้ข่าวส่วนมากไม่มีนํ้าหนักน่าเชื่อถือก็ตาม แต่แนวโน้มต่อสิ่งที่เกิด และจะเกิด เป็นที่น่าสนใจยิ่ง อินเตอเนทและโลกดิจิตอลช่วยได้มากเหมือนสวรรค์ได้กรุณาส่งมา
หากอ้ายเหล่กลายกลับข้างไปข้างเสี่ยโอ เพราะเหล่ใกลัชิดและวางแผนให้โอได้นั่งรถกับพ่อไปงานจักรีเมื่อเกือบสองเดือนที่แล้ว ซึ่งสร้างความแปลกใจกับทุกฝ่าย ไม่แค่นั้นกลับสนับนุนให้ออกงานมาตลอด เช่นงานเวียนเทียนวันวิสาขะบูชาอ้ายเหล่ก็ออกร่วมด้วยเสริมพระบารมี และจะมีรายการใหญ่ถวายเฉลิมพระเกียรติ์ให้ราชินีโดยจัดปั่นจักรยานร่วมกันในวันที่ 16 สิงหาคมโดยคณะครม. พวกสมาชิกร่างฯ และผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมด้วย เหตุหนุนเสี่ยโอโดยอ้ายเหล่และพรรคพวก คงทำให้แต๋วของบ่างเปรมริมๆจะแตกอยู่แล้วคงระเบิดกันครานี้กระมัง
หวังว่าพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ผู้มีนามแฝงว่าด้บเบิ้ลเจพาดี้ (เกมส์สนุประจำวันของฮอลิวู้ดซึ่งตอนสองของเกมส์จะเดิมพันได้เสียเป็นสองเท่า (Jeopardy Game by Alex Trebec) กล่าวคือคุณตาพระยาศรีสุทธิสงคราม(ดิ่น ท่าราบ)ได้เป็นแม่ทัพรั้งท้ายยามเจ้าบวรเดชเพลี่ยงพลํ้าที่ปากช่อง โคราช จะได้ถอยโดยปลอดภัย และคุณพ่อพท.โพยม จุลานนท์นร.นายร้อยรุ่นเดียวกับจอมพลประภาส จารุเสถียร เคยเป็นผบ.สูงสุดของกองทัพปลดแอกผกค.ประเทศไทย เขาเคยเป็นศัตรูแผ่นดินและสถาบันกษัตริย์มาก่อน แต่ขณะนี้พลเอกสุรยุทธเป็นองค์มนตรี และเป็นลูกรักของประธานองค์มนตรีบ่างเปรม และเป็นหน.ฝ่ายยุทธการของอำมาตย์ พลเอกสุรยุทธได้เป็นผูัสามารถรวบรวมพวกผกค.ลูกน้องเก่าของพ่อ ตั้งแซกซึมเป็นมวลชนจัดตั้งที่มีความชำนาญในการยุทธทุกรูปแบบเรียกว่าผกค.ฝ่ายรักษาพระองค์ เป็นกองกำลังที่เก่งกาจสามารถมาก จะเห็นได้ว่าพลเอกสุรยุทธได้อยู่ในสายตาจากวังว่าจงรักภักดีต่อกษัตริย์อย่างสูงสุด ทั้งได้รวมพวกข้างพ่อและฝายข้างแม่(คุณตาพระยาศรีสิทธิสงคราม) รวมทั้งชีวิตตัวเองก็มอบให้
การเสียบ้านบนเขายายเที่ยง ที่ตัวยามมาเยือน มองลงมาที่ปากช่อง นครราชสีมาเพื่อรำลึกถึงที่คุณตาตอนที่เสียสละชีวิตให้กองทัพฝ่ายเจ้า(บวรเดช น้องยาเธอของร.7)เป็นความเศร้าโศรกของพลเอกสุรยุทธเป็นอันมาก และหากพรหมลิขิตหักเหจำต้องยกกำลังจากโคราชเหมือนคุณตา เพื่อปราบยวนซีไขเหล่อีกครั้งที่กรุงเทพฯ ก็ได้แต่หวังว่ากงกรรมไม่ทับรอยกงเกวียนเก่าเป็นแม่นมั่น
ผู้คนได้แต่ฉงนว่าทำไมไม่กล้าสละราชฯทั้งๆที่ป่วยหนักมายาวนานขนาดนี้
การตัดสินใจนิ่งเฉยและคงเป็นทางที่ผิดและเป็นนิสัยของตนที่ขี้ขลาดเอาแต่ตัวรอดผู้เดียว ไม่กังวลว่าปัญหาจะลุกลามใหญ่โตแก่ลูกๆ ข้าราชบริภารและประชาชนว่าต้องวุ่นวายกันขนาดไหน เป็นความพินาศนำมาซึ่งความสิ้นสุดของตระกูลและเผ่าพันธุ์ของตัว หลังจากเหตุสวรรคตร.8 ตั้งแต่ 69 ปีมาแล้ว
จากการติดตามอ่านอย่างสนใจจดจ่อต่อเอกสารทุกชนิดเกี่ยวกับกษัตริย์องค์สุดท้ายนี้ก็พบว่า นิสัยบุคลิกความกะล่อน ฉลาด บวกกับความขึ้ขลาด เห็นแก่ตัว ไม่กล้าสู้ความจริงของพระองค์ได้ทำลายบุคคลที่จงรักภักดี(ดังเช่น ชิต-เฉลียว-บุศร์) และที่ร้ายสุดก็ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชเพียงชั่วคืนหลังประหารพี่ชาย ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับหลังจากนั้นเขึยนไว้ว่าผู้ใดจะกล่าวหาละเมิดใดๆไม่ได้(พระองค์เคยตรัสจากปากตัวเองว่ากษัตริย์ไม่มีความผิดในเรื่องใดๆ หาดูได้ในยูธูป)โดยตั้งใจสร้างภาพพจน์ให้ตัวเองหลุดพ้นจากคดี เมื่อมีพระราชอำนาจล้นพ้นก็ใช้ไปในทางทีผิด(รวมทั้งราชวงศ์ องคมนตรีและเสนาบดี) กษัตริย์พระองค์นี้ไม่เคยมีทศพิธราชธรรมแม้เพียงข้อเดียว ไม่มีแม้ศีลห้าที่สัตตบุรุษในแผ่นดินถือปฏิบัติโดยทั่วไป กลับกลายเป็นฆาตรกรต่อเนื่อง (serial killer) ทำลายใครก็ได้ที่แนวโน้ม (potential) จะคุกคามต่อตัวและราชวงค์ตลอดมา ชอบกระซิบสั่งกับบ่างเปรมและสำนักพระราชวังเป็นการสั่งการมาตลอด ที่พวกเขาเรียกกันว่าเป็นพระราชดำริ มีผู้คนหายสาปสูญ และเสียชีวิตด้วยปริศนาและหาสาเหตุใดๆมิได้จำนวนมาก จนแผ่นดินลุกเป็นไฟปัจจุบันด้วยมาตรา-112 และกลายเป็นกษัตริย์ที่รํ่ารวยที่สุดในโลก

มาถึงบันทัดนี้ก็มีความเห็นส่วนตัวว่า: แต่อะไรก็ไม่อาจฝืนกฎแห่งกรรมอันเป็นอมตะ ....คนไทยคงได้เห็นวันที่รอคอยวันนั้น ซึ่งข่าวลือหลายวันมานี้จะเป็นความจริง ....ประชาชนจะได้พ้นทุกข์พ้นโศรกเสียที ไชย โยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Offline

#188 July 31, 2015 11:19 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอต้อนรับคุณhanabaniที่ในที่สุดก็ออกมาเปิดเผยพลังเงียบ(อันมหาศาล) ที่กรุณาให้กำลังใจคนแก่ที่เพิ่งตาสว่างเมื่อสิบปีกว่าที่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็ได้เป็นเพียงแม่บ้านเลี้ยงลูก ปรนนิบัติสามี แต่ก้มกราบพวกกษัตริย์ ทั้งด้วยการกระทำและด้วยหัวใจและวิญานดังเช่นจากบรรพบุรุษ พี่น้องประชาชนพสกนิกรทั้งหลาย
ข้าเจ้าขับรถกว่าหนึ่งชั่วโมงไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินียามประพาสแอลเอ แคลิฟอร์เนีย อันเป็นรัฐที่ข้าเจ้าพำนัก สมเด็จทรงประทับที่โรงแรมเบเวลลี่วิลเชอร์(Beverly Wilshire Hotel)โดยเหมาทั้งฟลอร์ หัวมุมถนนวิลเชอร์ ตัดกับถนนโรดิโอ(Rodeo Road)อันมีชื่อของโลกในฐานะเข้าของที่แสนแพงมากเป็นพิเศษ โดยมีราชองค์รักษ์ชื่อนันทเดช โพธิเดชร่วมด้วยเสด็จ เขาจบที่ รร.อุดรพิทยานุกูล อุดรธานี ตอนข้าเจ้าได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ที่นั่นพอดี ข้าเจ้าได้ปูผ้าลงที่พื้นตรงหน้าที่ข้าเจ้าพับเพียบอยู่ จึงมีโอกาสสัมผ้สพระหัตถ์ซึ่งอวมเป่ง นิ่มนวลสีชมภู อุดมไปทุกเนินสำคัญบนฝ่ามือ และมธุรสจากพระราชดำร้สแก่คนไทยที่เข้าเฝ้า
หลายปีต่อมาเมิ่อทักษิณถูกรัฐประหารได้มีเพื่อนๆและญาติพี่น้องร้องไห้ฟูมฟายจากอิสานบ้านเกิด เป็นการจุดชนวนความสนใจแก่บ้านเมืองให้แก่ตัวเอง ได้มุมานะคันคว้าและลากมือคุณสามีซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์อยู่แล้ว ให้ตอบคำถามข้าเจ้าที่สงสัยทุกวันเวลา จากเบรคฟ้าสสู่ดินเนอร์ พร้อมทั้งขับรกไปมาบางครั้งเกือบสี่ชั่วโมง เพื่อไปร่วมกับเพื่อนไทยในเขตแอลเอมาตลอดนับหลายสิบครั้ง ได้เห็น ได้ยิน พูดจา และความแตกแยกในหมู่คนไทยที่โดนจัดตั้งในรูปแฝงกลุ่มจากกลุ่มต่างๆ จนน่าเบื่อหน่าย จะไปโทษพวกเขาไม่ได้เพราะเขาถูกจัดตั้งซ่อนเงื่อน หลอกตามาหลายชั้น แต่เท่าที่ทราบหากที่ใดให้คุณลงทะเบียนและคุณทำลงไปแล้ว โปรดจงอย่าจมปลัก กรุณาเปลี่ยนอีเมลย์ พาสเวอร์ดทันที ทั้งนี้รวมทั้งเบอร์โทรศัพย์ เฟสบุค ฯลฯ มันเอาคุณแน่ คาดว่าเมืองใหญ่ๆเช่นแอลเอ ชิคาโก นิวยอร์ค ฟลอริดา ในเมกาคงโดนหมด สายลับไทยทุกหน่วยบินว่อนเต็มไปไปทุกพื้นที่ ..... แต่มีหรือจะทานแรงมหาชนที่ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยว ที่จะปลดพันธนาการและบ่วงผูกคอของการเป็นทาษ หนุนด้วยพระพรจากสวรรค์ ให้ทำการปลดแอกคนไทยที่ต้องตกระกำยากไร้เช่นเดรัชฉานเสียที.......... จงมีเป้าหมายเดียวกัน คือปลดมันลงมา...... ประเทศเป็นของเราทุกคน ..... มันใกล้จะไปและพวกมันจะวิบัติแล้ว และกรุณาอย่าเชิญกลับมาเหมือนท่านปรีดี พนมยงค์ผู้สารภาพผิดทีหลัง จงขุดรากถอนโคนอย่าให้เหลืออีก แม้(สงสัย)วงศ์เดชกุลชรใหม่ก็อย่าไปกลัวมัน นะเจ้าคะ

Offline

#189 July 31, 2015 11:19 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

สำคัญมากของประชาชนคนไทยในเรื่องสวรรคตและการเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อหวอดในบ้านเราอย่างน่ากลัว ได้พัฒนาสู่ความแหลมคม จุดเดือดจะปะทุอย่างไม่เคยมีมาก่อน เหตุการณ์จะรุนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นจากชั่วโมงต่อชั่วโมง และสัปดาห์หน้าคงเป็นนาทีต่อนาทีก็อาจเป็นได้ ดูเหมือนคนไทยกำลังตั้งวอรํรูมในกลุ่มตนกันแล้วละ วิทยุใต้ดิน ทีวี(ที่แทบไม่มีค่า รวมทั้งนสพ.ไทยที่มีค่าเพียงใช้ห่อของ หรือใช้เช็ดพื้นของสกปรก)โทรศัพย์ อีเมลล์ สะไคฟพ์ สายคงร้อนจัด ตั๋วเครื่องบินจองออกนอกประเทศคงขายดีผิดตา หนังสือเดินทางคงอัพเดทให้พร้อม เงินทองทรัพย์สินของคนที่มีก็เอาออกมานับกัน ลูกเมียญาติเพื่อนฝูงอยู่ไหนจะเป็นอย่างไร? การติดต่อสายพัลวัลพัลเกกันอย่างแน่นอน รากหญ้ายิ้มและกัดฟันพร้อมรับไม่หนีไปไหน
    คราวนี้มันไม่เหมือนคราวที่ล้อมฆ่าเสื้อแดงที่สี่แยกคอกวัว และราชประสงค์ ที่ใช้เพียงอาวุธเบาประจำกาย แต่จะเป็นรถถังและของหนัก เสียงดังเสียงระเบิดและกระสุนดังมากจนแก้วหูแทบแตก เขย่าขวัญทุกคนเพราะสางเขียวฆ่ากัน เป็นที่น่ากังวลว่ากองทัพอากาศจะอยู่ข้างไหน? ดอนเมืองจะกลายเป็นสนามรบเหมือนเช่นเคย เสี่ยโอมีนายพลชายหญิงอยู่หลายคน จะแย่งเอฟ-16จากประจิน จั่นตองได้สักกี่ลำ? กองกำลังหมกเม็ดของฝ่ายรัสเซีย ฝ่ายจีน และเมกาจะมีปฏิกริยาเบื้องต้นต่อเหตุการณ์อย่างไร? การซุกซ่อนลวงพรางและการล่าสังหารมีทุกแห่ง บนถนนจะไม่ปลอดภัย ตำรวจหายหัวหมด ป้อมจุดตรวจทุกแห่งและสถานี และสถานที่สำคัญจะถูกทำลายและถูกเผา ไฟจะเริ่มไหม้ ควันจะโขมง นสพ.แลทีวีเริ่มออกแพร่ภาพจริงที่เกิดขึ้น นักข่าวต่างประเทศจะออกนำนักข่าวไทยออกทำข่าว คงจะได้เห็นกัน
    ภาวนาให้ได้เห็นผู้คนและนักศึกษาใส่เสื้อขาวชูป้ายร.10คาดด้วยเส้นตรงสีแดงหรือดำพาด...... ตะโกนก้องบนทุกถนน ผู้คนเป็นล้านๆทุกจังหวัด.....เสียงตะโกนก้องแผ่นดิน "ออกไป"......."พอกันที"....."ไม่เอาแล้ว"...... "ออกไป.... ออกไป"...... "เอาประเทศของกูคืนมา"..... พร้อมชูคำขวัญของครูครอง จันดาวงศ์ก่อนถูกประหาร.... "เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญๆๆๆ".......................

Offline

#190 July 31, 2015 11:20 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

24 มิถุนายน พ.ศ. 2558:tumps:

ช่วงเวลาถึงรอบครบปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปีนี้ครบ 83 ขวบแล้ว ถ้าเป็นบุคคลก็แทบหมดอายุแล้ว แต่ในทางประวัติศาสตร์ถือว่าสุกงอมกำลังหอมหวล หรือเป็นหนุ่มอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการปฎิวัติของมวลมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นยุคฝรั่งเศส รัสเซีย จีน อเมริกา หรือการเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่น เกาหลื เวียตนาม ลาว เขมร ฯลฯ เขาก็ใช้เวลาไม่มากไม่น้อยไปกว่าการปฏิวัติของไทยเรา ที่กล่าวถึงคือพวกเขาได้ต่อสู้เพื่อก้าวสู่โลกมิติใหม่ที่มีเสรีภาพ มีความหวังต่อชีวิตและมีอนาคต ส่วนของเรายังไม่แน่ว่าจะไปทางไหน แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและไปสู่ความสมบูรณ์ถาวรต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะผู้คนพากันตาสว่างกันหมดแล้ว คนไทยทั้งในและนอกประเทศต่างช่วยกันเกื้อหนุนผลักดัน ให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นไปให้ตลอดรอดฝั่ง ต้องขอขอบคุณสวรรค์ ที่ได้ส่งเครื่องมือพิเศษ คือโลกดิจิตอลไซเบอร์ เข้ามาช่วยเป็นตัวเร่งเร้า(catalytic) อันสำคัญยิ่ง ให้การปฏิวัติจนใกล้จะบรรลุ นั่นคือ"สงครามประชาชน"ในประเทศไทยนั่นเอง ซึ่งในวันครบรอบ 24มิถุนา ปีนี้ได้มีการใช้อินเทอร์เนตวิภาควิจารณืกันอย่างกว้างขวางที่สุดไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ผู้คนมองเห็นชัดว่าความผิดพลาดในอดีตของวันนี้มันเป็นอย่างไร? การวิภาควิจารณ์และการวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง เป็นนิมิตรหมายถึงความเป็นประชาธิปไตยโดยแท้ พรรคพวกที่เล่นเน็ตทั้งหลายโปรดได้อโหสิกรรมแก่กัน เพราะความคิดเห็นส่วนบุคคลย่อมแตกต่างกันไปตามปัญเจกชน แต่ทำใหัการเชื่อถือในข่าวสารที่ประดังเข้ามาอย่างมหาศาลทุกนาทีอันไม่มีมาก่อน ก็ย่อมมีเจตนารมณ์ทั้งร้ายและดีและเบื้องหน้าเบื้องหลังแตกต่างกัน ควรใจกว้างพอที่จะยอมรับความแตกต่างของกันและกัน (respect the differences) และในทางตรงกันข้ามที่ฝ่ายกษัตริย์ได้มีโมโหโทโสต่อประชากรที่เริ่มรู้จริงและเริ่มกระด้างกระเดื่อง ก็ได้ประดิษฐ์มาตรา-112 และมีผลเปรียบเสมือนการฝังตัวเองพร้อมพระราชนิกูล และพวกข้าราชฯอำมาตย์ผู้เป็นพรรคพวกอย่างเรียบร้อย ทำให้ประชาชนได้เห็นความเลวร้ายอำมหิตของกษัตริย์ของจักรีวงศ์ว่ามีมากมายแค่ไหน และสมควรแล้วหรือที่ควรจะไดัรับการยกย่องเชิดชูให้อยู่เป็นนายได้ต่อไป

วันสวดศพของนายปรีดี พนมยงค์ที่วัดศรีมหาธาตุ บางเขน(อันเป็นสุสานที่ฝังร่างของพวกเสรีไทย) การสวดรอบสุดท้ายกำลังจะจบลง ทันใดท่านศรีนครินทร์ฯที่ทรงชุดดำได้ปรากฎในงาน ทรงย่างก้าวอย่างช้าๆ เงียบกริบ และทรุดตัวลงนั่งที่หัวมุมบนเก้าอี้แถวตัวสุดท้าย พร้อมพนมมือไหว้พระและหันไปทางที่ศพ เป็นภาพที่หลายคนได้เห็นและทราบและประทับใจไม่รู้ลืม ท่านคงนึกถึงตั้งแต่ตอนนายปรีดีได้ไปทูลเชิญครอบครัวมหิดล จากสวิสเซอร์แลนด์เพื่อขึ้นครองราช มาลงเรือที่ท่าเรือมาแซล(Marselle)ที่ฝรั่งเศส แล้วรอนแรมมาด้วยกันทั้งครอบครัวเป็นเวลาร่วมสามดือน จนกระทั่งลงที่สิงค์โปร์ และสู่แดนสยามด้วยความปลื้มปิติต่อทุกคนและมหาชนแห่งสยาม จากนั้นก็คลุกคลีทั้งทางราชการในฐานะผู้สำเร็จราชการและส่วนตัว ต้องนำเสด็จไปรอนแรมกันหลายแห่งหลายงานในราชอาณาจักร และทุกบ่อยที่ห้วหิน ดำเนินกาลผ่านมาจนวันสิ้นพระชนม์เมื่อวันที 9 มิถุนายน 2489 เวลาสิบนาฬิกาเมื่อเขาเข้ามาถึงพระบรมพิมานฯที่ร-8 สิ้นใจ พระอนุชาด้วยแว่นตาหนาเปอะก็เข้ามากอดขาไม่ยอมปล่อยพร้อมทั้งเปล่งเสียงสั่นเครือ "ท่านปรีดีช่วยข้าพเจ้าด้วยๆๆๆ...."
พระราชนนีก้มลงกราบแทบเท้าแล้วร้องขอว่า..."ท่านปรีดีโปรดกรุณาช่วยข้าเจ้าและครอบครัว...ครอบครัว ....ชีวิตข้าเจ้า...และลูกๆ.....ขึ้นอยู่กับการช่วยเหลือของท่าน..." คํ่าวันนั้น งูเห่าก็ได้ขึ้นครองราชแทนพระเชษฐาฯ
สมเด็จพระราชชนนีท่านมาลานายปรีดี พนมยงค์ ท่านมีบิดาเป็นเจ๊กไหหลำแซ่เดียวกับนพ.หลวงเทียนฮี้(พระยาสารสิน) ปัจจุบันคือนามสกุลสารสิน (แซ่ฮ้อ...citation please) พ่อมีอาชีพหาบขายเต้าฮวยและข้าวมันไก่ แม่เป็นคนเชื้อสายลาว อยู่ในตรอกวัดอนงค์ฯ ประเพณีนิยมของคนไหหลำนั้นมักเอาลูกสาวฝากให้ญาติแซ่เดียวกัน ผู้มีความรู้ได้ดิบได้ดีได้มารับใช้ช่วยทำการงาน เพื่อจะได้ศึกษาเล่าเรียนและมีอาชีพที่ดีกว่าตัวที่ไม่มีความรู้ความสามารถจะเลี้ยงลูกให้ดีได้ ลูกสาวมักจบลงด้วยการมีคู่ครองดีกว่าสถานะเดิมส่วนใหญ่ ชีวิตของราชชนนีเริ่มจากการเป็นพยาบาลรับใช้ในคลีนิคของนายแพทย์เทียนฮี้เป็นเริ่มแรก ตระกูลหาบเร่ขายอาหารของพ่อและแม่ของราชชนนีศรีสังวาลย์นี้ ไม่มีคนไทยรุ่นหลังได้รู้จัก เพราะในวังเขาไม่ต้องการจะให้รู้หรือแม้เอ่ยถึง การมาลาจากในงานศพของนายปรีดีในวันสุดท้าย ช่วงสุดท้ายของงานศพจึงเป็นที่กล่าวขานมาจนปัจจุบัน เพราะท่านเกิดเป็นคนสามัญ ย่อมมีความรู้สีกนึกคิดแบบคนธรรมดา .... ดังเช่นเราท่านกระมัง?
:fly:สงครามประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเริ่มแล้ววันนี้ 24 มิถุนายน 2558!!! ร่วมกันเราอยู่ สู้ด้วยกันเราชนะ!!!

Offline

#191 July 31, 2015 11:21 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ชีวิตหนึ่งที่ไม่เคยมี
ครั้งหนึ่งท่านดาไล ลามะแห่งธิเบต ได้ตอบคำถามว่าท่านมีทัศนะคติต่อชีวิตมนุษย์อย่างไร? ท่านได้ให้ความเห็นอย่างน่าฟังว่า:
"คนคนหนึ่งยอมอุทิศเสียสละร่างกายและสุขภาพของตนทำงานเพื่อเงินทองจนรํ่ารวย ที่สุดเกิดเจ็บป่วยก็ต้องใช้เงินทองเพื่อรักษาตัวให้หายคืน
และเขาเกิดฉงนกังวลต่ออนาคตและไม่มีความสุขต่อความเป็นอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นผลว่าเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ทั้งปัจจุบันหรืออนาคต เขาอยู่อย่างไม่เคยคิดว่าจะตาย จนกระทั่งเขาตายไปเหมือนดังว่าเขาไม่ได้เคยมีชีวิตอยู่จริงๆเลย"......... อ่านของจริงภาษาอ้งกฤษต้นฉบับดีกว่า:
"Man...Because he sacrifices his health in order to make money. Then he sacrifices money to recuperate his health. And then he is so anxious about the future that he does not enjoy the present; the result being that he does not live in the present or the future; he lives as he is never going to die, and then dies having never really lived" แล้วท่านก็หัวเราะคิ๊กๆๆเสียงดังร่าเริงเหมือนเช่นเคย ตามแบบฉบับของท่านผู้ที่เกิดมาทั้งชาติจะพูด(เทศนา) จะแสดงความคิดเห็นอะไรล้วนออกมาจากคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ขนานแท้ ซึ่งล้วนเป็นสัตย์จริงไม่มีอวิชชามาเจือปน และไม่เคยวิ่งหนีความจริง "เดี๋ยวนี้ และตอนนี้" ทุกลมหายใจเข้าออก ......ย่างก้าว-ซ้ายหนอ-ขวาหนอ-หายใจเข้าหนอ-หายใจออกหนอ ล้วนรู้สึกตัว("ปัจจุบัน-เดี๋ยวนี้") ตลอดเวลา นี่คือขั้นพื้นฐานของพุทธปรัชญา ไม่ให้หลงลืมตัว และไม่หลบหนีความเป็นจริง ที่คนคนหนึ่งย่อมทำอะไรผิดได้ทุกเวลาตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ไม่ใช่กลบเกลื่อนสร้างภาพตัวเองจนลืมนึกถึงชีวิตผู้อื่น เพราะตัวมีอำนาจล้นฟ้าล้นดิน ทำทุกอย่างเพื่อหว้งให้ตัวรอดพ้นจากความผิดที่ตัวได้กระทำไว้ วิ่งหนีชีวิตเหมือนหมาไล่งับหางตัวเอง พยายามกลบเกลื่อนรอยความชั่วร้าย คอยจะทำลายใครก็ได้ หรือเพียงสงสัยว่าจะเป็นผู้ฉลาดรอบรู้ และหรืออาจมีอิทธิพลเท่าทัน ความยุติธรรมในแผ่นดินไม่มีให้เห็น บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป ผู้คนเดือดร้อนอดหยากยากแค้นไปทุกหย่อมหญ้า แลเลือดตาแทบกระเด็น นี่คือความจริงของสังคมไทยที่ป่วยอย่างหนักในปัจจุบัน ผู้คนถูกล้างสมองคุกคามให้บ้า มองอะไรไม่เห็นเหมือนจิ้งหรีดที่โดนปั่นหัวให้กัดกัน ธรรมที่ท่านดาไล ลามะผู้ซึ่งเปรียบเหมือนพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง และเป็นองค์ที่สิบสี่ของธิเบต อาจช่วยทุเลาเบาบางบางคนที่ใกล้จะถึงแก่ความตาย ให้หวลคิดได้และมีชีวิต"เดี๋ยวนี้"เยี่ยงมนุษย์เสียที แม้เพียงวันเดียวก็ยังดี แทนที่จะเป็นอ้ายซาตานที่คอยทำร้ายผู้คน เพื่อกลบเกลื่อนความผิดชั่วร้ายของตัวมาตลอดอายุขัยที่มีชืวิตอันบัดซบมายาวนาน นี่หรืออมตะวาจาของแผ่นดิน "เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของชาวสยาม"..กรรมของคนไทย!!

Offline

#192 July 31, 2015 11:21 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ตอบคุณbeginagain:
หามิได้เจ้าคะ ดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งทุกครั้งที่คุณbeginagainได้เข้ามา คราวนี้เป็นโคลงที่แสนเพราะพริ้งและกินใจเสมอ และข้าเจ้าจะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ที่ได้รับกำนัลจากคุณครั้งนี้ ทำให้ละม้ายคล้ายคลึงว่าแนวกลอนคิดโคลงนี้ เกือบจะเป็นแนวเดียวกับของท่านพระพุทธทาส ที่เคยแต่งไว้ ให้พยามมองคนในแง่ดีบ้าง ข้าเจ้าได้พยายามมอง ....มอง....และอดกลั้น เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นจริงต่างๆ แต่ก็มิสามารถสนับสนุน หรือลดโทษให้ได้ เพราะพระองค์ได้ทรงร้ายกาจเสียเหลือเกิน ขาดเมตตาปราณีและศีลธรรมอันดีงาม...เพียงศีลห้าของประจำชาติ ศาสนา .....แต่พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายนี้ละเมิดสิ้น อย่าได้ถามหาถึงทศพิธราชธรรมซึ่งมีสิบข้อ เช่นกัน หาแลเห็นว่าพระองค์มีแม้สักข้อเดียวไม่
ทรงกระซิบ(อันเป็นคําสั่ง)ให้ทำร้ายชีวิตที่ขวางหน้าที่อาจจะเป็นอุปสรรคแม้เล็กน้อย ผ่านบ่างเปรมและแอบซ่อนอยู่หลังตู้เย็นปฏิบัติแบบนี้มาตลอด อาวุธม-112ที่ได้คิดค้นไว้ป้องกันตัวเองและเอาไว้ขู่เข็ญทุกคนนั้นเป็นบูมแรง ที่สวรรค์จงใจผล้กกลับ ให้ทำร้ายตัวและราชวงศ์จนหมดสิ้น... ดาบนั้นคืนสนอง....และคงสยดสยอง!!
ปล.ทศพิธราชธรรม(ธรรมของพระราชามาแต่อดีตของกษัตริย์ไทยใช้ปกครองประเทศ) มีข้อไหนที่ว่าน่าจะมี? หรืออาจขาดตกบกพร่องบ้างในข้อใด? หรือไม่มีเลย.......
1.ทาน
2.มีศีล
3.บริจาค
4.ซื่อตรง
5.อ่อนละมุล(อ่อนโยน)
6.มีความเพียร
7.ความไม่โกรธ
8.ไม่เบียดเบียน
9.ความอดทน
10.ความเที่ยงธรรม

Offline

#193 July 31, 2015 11:21 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

เป็นเพลงที่มีความหมายกินใจ ลึกซึ้ง ฟังแล้วทำให้มีพลังใจ
คุณbeginagain ที่นำเพลงนี้มาลงในกระทู้ เธอคือ "นิสิต-นักศึกษา" ของคุณsvenska
ข้าเจ้าต้องขออนุญาตจากท่านทั้งสองเอาเพลงนี้มาลงใน"ครั้งแรก..!!!" เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน--นิสิตนักศึกษา ที่ข้าเจ้าอยากบันทึกและเก็บเอาไว้ในครั้งแรก...!!! นี้เจ้าค่ะ

เพลงดอกไม้ใหัคุณช่างทำให้คิดถึงบรรยากาศ 14ตุลา16เมื่อ42ปีที่แล้ว และเชื่อมั่นเหลือเกินว่าพลังนิสิตนักศึกษาจะนำพลังมหาชนที่ยิ่งใหญ่่ออกมาทำการปฏ้วัติอีกครั้ง..... ขอพระพรจากสวรรค์ พระพุทธองค์ พระมหะหมัด พระเยซูเจ้า และพลังอำนาจอันศักดิ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินยามกู้ชาติ โปรดได้ประทานมหาพลังทิพย์ให้แก่ลูกหลานไทยกระทำการไปได้ตลอดรอดฝั่ง จนประเทศกลายเป็นสยามรืพับลิคของคนไทยทุกคน
ขณะนี้ลมแห่งสาธารณรัฐประชาชน กำลังเริ่มกระพือ และจะรุนแรงมากขึันๆ จนพวกผีสางซาตานร้ายที่สูบเลือดประเทศนี้มายาวนาน จะทานแรงมหาพายุของมหาชนที่ถูกกดขี่เจ็บชํ้ามาช้านานอีกไม่ได้ต่อไป พวกมันจะถูกทำลาย ถอนรากถอนเหง้า จะพากันร้องระงม ครวญครางอย่างโหยหวลก่อนจากไป อย่างไม่มีวันได้หวลกลับมาอีก.... Long live.... "The Republic of Siam."

Offline

#194 July 31, 2015 11:22 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอบคุณมากครับ ที่ชื่นชมเพลงกับบรรยากาศ 14 ตุลา 16 .. จริงๆ แล้วเพลงนี้กับ 14 ตุลา 16 เกิดกันคนละยุคสมัยกัน คุณ Amdang ก็คงทราบอยู่แล้วเช่นกันนะครับ .. แต่ด้วยความรู้สึกปลื้มกับสิ่งที่นักศึกษาแสดงความหวงแหนและเรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยความกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวภัยอันใด เป็นเรื่องที่ผมอยากส่งกำลังใจและมอบดอกไม้ให้เป็นกำลังใจ .. เมื่อคิดถึงเพลงนี้ที่มีแนวเนื้อหาในการให้กำลังใจและให้ดอกไม้ แม้จะเป็นเพียงถ้อยคำกว้าง ๆ แต่ก็มีลักษณะมอบสิ่งดี ๆ ให้กัน .. ผมจึงใช้เพลงนี้ประกอบเหตุการณ์นี้ครับ .... เหตุการณ์นี้มันคล้าย 14 ตุลา ก็ตรงเป็นรูปแบบที่เผด็จการมีท่าทียืดอำนาจเอาไว้ไม่ยอมปล่อย .. ครั้ง 14 ตุลา รัฐบาลจอมพลถนอมเป็นประชาธิปไตยอยู่ดี ๆ ดันปฏิวัติตัวเอง แล้วปกครองโดยอำนาจเผด็จการแทน แถมลากยาวมาจนนักศึกษาเดินขบวนเรียกร้อง (บานปลายจากเหตุการณ์ทุ่งใหญ่) โค่นล้มรัฐบาลถนอม-ประภาสได้ ซึ่งเสียเลือดเนื้อพี่น้องคนไทยมากมาย .. ส่วนคราวนี้เผด็จการใช้เล่ห์เหลี่ยมยึกยัก ปากบอกจะให้เลือกตั้ง แต่วิธํีปฏิบัติกลับลากยาวไปเรื่อย ๆ แถมไม่มีฝีมือบริหารประเทศ จนประเทศชาติและประชาชนมีความทุกข์ยากลำบากขึ้นทุกวัน .. ที่สำคัญลุแก่อำนาจ จับกุมคุมขังนักศึกษาอย่างไร้ความเป็นธรรม และเหตุผลที่เหมาะสม โดยอ้างกฎเกณฑ์ที่พวกตนสร้างขึ้นมาฝ่ายเดียว ทั้งที่สาธารณะชนไม่ได้ยอมรับ .. การพยายามจะลากไปเรื่อย ๆ (จะเลือกตั้งปลายปี 58 - ต่อมาเป็นน่าจะต้นปี 59 - แล้วก็กลางปี 59 - ตอนนี้ไปถึงปลายปี 59 ) แถมมีเรื่อง สนช. จะมีปัญหารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน กฎหมายเลือกตั้งที่เป็นกฎหมายลูก ก็จะถูกลากเลื่อนออกไปด้วย .. ปล้นอำนาจมา ปีกว่าแล้ว และจะต่อไปอีกโดยไม่รู้ว่าเมื่อไร (แถมมีกระแสโยนหินถามทางว่า น่าจะต่อให้ปฏิรูปเสร็จไปก่อนอีกสัก 2 ปี) ในขณะที่ทำประเทศยับเยิน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และอ้างกฎหมายที่ออกกันเอง กดขี่ประชาชนโดยไร้ความเป็นธรรม ไม่ฟังเสียงประชาชน .. อันทำให้นักศึกษาและประชาชนอดทนต่อไปอีกไม่ไหว .. การจับกุมคุมขังโดยคิดว่าจะตัดไฟแต่ต้นลม มันคงเหมือนนักศึกษายุค 14 ตุลา ที่ถูกจับขัง จนถูกการรวมตัวเดินขบวนต่อต้านเรียกร้องจนทำให้ต้องปล่อยตัวออกมา .. แต่เหตุการณ์บานปลายจนผู้เดินขบวนเรียกร้องรัฐธรรมนูญต่อ แล้วกลายเป็นการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการไปในที่สุด .. และครั้งนี้การ ตัดไฟแต่ต้นลม อาจจะเป็นการโค้นล้มตอนต้นไฟ แทนก็เป็นได้

Offline

#195 July 31, 2015 11:22 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

วันชาติอเมริกา(Declaration of Independence on 4th July 1776) วันลงนามประกาศอิสระภาพด้วยคำขวัญที่ชูเอาไว้ว่าเป็นอมตะวาจาสัตย์ต่อเนื่องมาจนปัจจุบันวันนี้-" เราได้ประจักษ์เป็นพยานซึ่งเป็นความสัตย์จริงแล้วว่า มนุษย์ที่เกิดมาทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่ากัน อันเป็นพระพรที่จำเพาะ เป็นผลการผลิตจากสวรรค์ที่ไม่ให้ผิดเพี้ยนในเรื่องการมีสิทธิของแต่ละบุคคล ในเรื่องชีวิต อิสระภาพ และการติดตามแสวงหาซึ่งความสุข"
"We hold these truth to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by The Creator with certain unalienable Rights, Liberty and the pursuit of the Happiness"
ปรัชญาถ้อยคำที่ได้ประดิษฐประดอยเป็นคำสาบานข้างบนนี้นำมาจากถ้อยคำของนพ.จอห์น ล้อค(John Locke)จอมปราชญ์แห่งอังกฤษและเป็นนายแพทย์ด้วย แต่ฉบัับของจอห์น ล้อคน้้นพูดไว้ว่า"No one ought to harm another in his Life, Health, Liberty, or Property" แต่ทอมัส เจฟเฟอร์สัน(ผู้ร่างรัฐธรรมนูญและเป็นปธน.คนที่สามของเมกา) ได้พยายามแคะ เกลาและประดิษฐ์หาคำใหม่ให้เหมาะสมกับความต้องการของคนเมกันตอนนั้นสมัยนั้น ได้มีการถกเถียงเรื่องคำพูดคำสาบานนี้กันอย่างกว้างขวางในหมู่สมาชิก และเบนจามิน แฟรงค์ลิน(Benjamin Franklin)สิงห์เฒ่าสมาชิกอาวุโสของรัฐสภา ก็ร่วมเห็นด้วยกับถ้อยคำของเจฟเฟอร์สัน(Thomas Jefferson) ผู้ซึ่งมีลูกชายหลายคน(คาดว่าสามคน)จากเมียลับ หลังเมียจริงตายชื่อซาร่า เฮมมิ่ง (Sarah Hemings) แต่หล่อนเป็นคนมีเชื้อสายคนผิวดำและเป็นนางทาสของเจฟเฟอร์สัน และเป็นเพื่อน(พี่เลี้ยง)ลูกสาวตอนไปเป็นทูตที่กรุงปารีส ถ้อยคำที่ว่า มนุษย์ทุกคนที่เกิดมามีความเป็นมนุษย์เท่ากัน("All men are created equal") ก็มีในรัฐธรรมนูญที่เจฟเฟอร์สันเป็นผู้ร่างขึ้น จึงมีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อทุกคนมาจนปัจจุบัน และสภามีการออกเสียงโหวตกันให้ยอมรับในทุกตัวอักษรจนเป็นเอกฉันท์
คนเมกันเขาจะเก็บของเล็กๆน้อยๆที่มีขึ้นในวันสำคัญนี้ไว้เป็นที่ระลึก เช่นรายการเมนูอาหารของวันลงนามประกาศอิสระภาพวันนี้มีอะไรบ้าง และเป็นที่น่าแปลกใจที่ปธน.ทอมัส เจฟเฟอร์สัน และปธนจอห์น อาดัมส์(John Adams)ก็สิ้นชีวิตพร้อมกันในวันที 4 กค. 1826 นี้โดยเวลาต่างกันเพียง 5 ชั่วโมง ปธน.ทั้งสองเคยเป็นเพื่อนกันสมัยแรกเริ่มร่วมปฏิวัติร่วมตายต่อสู้กับอังกฤษด้วยกัน และตอนไปเป็นทูตในยุโรป และกลายเป็นศัตรูทางการเมืองกันเมื่อตอนเลือกแข่งชิงปธน.หลังปธน.จอร์จ วอชิงตันพ้นตำแหน่ง โดยจอห์น อาดัมส์ชนะการเลือกตั้งเป็นปธน.คนที่สอง แต่อยู่ได้เพียงสี่ปีก็แพ้แก่เจฟเฟอร์สันซึ่งอยู่ต่อมาได้สองสมัยคือแปดปี แต่ยามแก่ตัวทั้งสองกลายเป็นเพื่อนรักมากกว่าเดิม และเป็นมิตรภาพที่คนเมกันภาคภูมิใจที่สุดคู่หนึ่ง ปลายชีวิตทั้งสองก็เขียนจดหมายถึงกันเกือบทุกวัน(เกือบจะเหมือนท่านปรีดี พนมยงค์ และ ท่านจอมพลป. พิบูลย์สงครามของเราได้เขียนถึงกัน และกลับมาเป็นมิตรกันอีก และตกลงกันว่าจะมีการเปิดเผยกรณีย์สวรรคตของ ร.8 แต่จอมพลป. ได้เสียชีวิตเสียก่อนที่ญี่ปุ่น ส่วนนายปรีดีตอนนั้นอยู่จีน) เพราะทั้งสองได้ตระหนักว่าพวกเขารักชาติเป็นอย่างยิ่ง และชาติเป็นสิ่งที่เหนือสิ่งอื่นใด ทำให้คนเมกันได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเขาอย่างละเอียด ทุกบททุกตอนว่าเสรีภาพ อิสระภาพนั้นได้มาแสนยากอย่างไร? ก่อนสิ้นลมหายใจประโยคสุดท้ายออกจากปากของจอห์นอาดัมส์(อายุ90ปี) กระซิบจากเตียงว่า "He is still survive! ...Jefferson survives!!...แต่แท้ที่จริงห้าชั่วโมงที่แล้วเจฟเฟอร์สัน(อายุ82ปี)ปฏิเสธจะกินยาต่อและก็จากไปอย่างสงบก่อนจอห์น อาดัมส์เสียอีก

เนื้อร้องเพลงชาติอเมริกา
Oh say can you see by the dawn's early light,
What so proudly we hailed at the twilight's last gleaming,
Whose broad stripes and bright stars through the perilous fight,
O'er the ramparts we watched, were so gallantly streaming?
And the rockets' red glare, the bombs bursting in air,
Gave proof through the night that our flag was still there;
O say does that star-spangled banner yet wave,
O'er the land of the free and the home of the brave?

On the shore dimly seen through the mists of the deep,
Where the foe's haughty host in dread silence reposes,
What is that which the breeze, o'er the towering steep,
As it fitfully blows, half conceals, half discloses?
Now it catches the gleam of the morning's first beam,
In full glory reflected now shines in the stream:
'Tis the star-spangled banner, O! long may it wave
O'er the land of the free and the home of the brave.

And where is that band who so vauntingly swore
That the havoc of war and the battle's confusion,
A home and a country, should leave us no more?
Their blood has washed out their foul footsteps' pollution.
No refuge could save the hireling and slave
From the terror of flight, or the gloom of the grave:
And the star-spangled banner in triumph doth wave,
O'er the land of the free and the home of the brave.

O thus be it ever, when freemen shall stand
Between their loved homes and the war's desolation.
Blest with vict'ry and peace, may the Heav'n rescued land
Praise the Power that hath made and preserved us a nation!
Then conquer we must, when our cause it is just,
And this be our motto: "In God is our trust."
And the star-spangled banner in triumph shall wave
O'er the land of the free and the home of the brave!
แต่งโดยดร. ฟรานซิส สก้อต คีย์(Francis Scott Key) ผู้ได้เห็นการโจมตีของกองเรืออังกฤษจำนวนมากต่อพอร์ต แมกเฮ็นรี่ บัลติมอร์ (Port McHenry, Baltimore) ซึ่งมีกำลังเพียงน้อยนิด ทหารเมกันสามารถยึดฐานเอาไว้ได้และธงชาติเมกายังปลิวไสวเหนือค่ายอย่างไม่ยอมแพ้ในวันรุ่งขึ้น เพลงชาติเมกาได้เกิดมาจากวีระกรรมสู้อังกฤษคราวนี้เอง ลองอ่านเนื้อร้องกันดูนะเจ้าคะ

Offline

#196 July 31, 2015 11:23 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ตีเหล็กเวลาร้อน

น้องๆนักศึกษาและคณาจารย์ที่รัก อย่าคิดถอนกลับค่ายมัวฉลองชัยชนะอย่างเดียว แม่ทัพและคณะเสธฯมิควรหยุดในการหาเป้าโจมตีเพื่อชัยชนะที่เด็ดขาดและหาทางเผด็จศึกให้ได้ เราไม่ควรทิ้งโอกาสสำคัญครั้งนี้เพราะข้าศึกอยู่ระยะลังเลและเตรียมถอย สถาณะการณ์ตอนนี้เป็นระยะ"เอ็งหยุดข้าแหย่.... ต่อกับตอนเอ็งแย่ข้าตี"
อ้ายเหล่มันกำลังจะบ้าอยู่แล้ว เห็นมันให้สัมภาษณ์นักข่าวแต่ละครั้ง ก็กลัวว่ามันจะหัวใจวาย มันพยายามกลบเกลื่อนความกลัวของมัน โดยทำเป็นตะคอกขู่เหมือนหมาจนตรอกต่อผู้คนหนักขึ้นทุกที เพราะปัญหากำลังประดังมารอบตัวและล้วนไม่มีฝีมือจะแก้ได้ เรื่องนศ.ที่มันยอมลดข้อให้ด้วยความจำเป็นที่ต้องถอยจากแรงกดดันจากทุกด้านโดยเฉพาะจากยูเอ็นและต่างประเทศ เศรษฐกิจของชาติกำลังวอดวาย เงินบาทกำลังลดค่าลงดิ่งลงเหวแก้ไม่ได้ทุกจุดปัญหา เพราะมันเป็นทหารไม่เข้าใจเรื่องค้าขายและเศรษฐศาสตร์ ได้แต่คอยตั้งงบซื้ออาวุธและโขมยเขากินเช่นเดียวกับชวลิตขงเบ้งของกองทัพคราวนั้นก็เหมือนกัน อนึ่งเรื่องภายในจากพวกทหารด้วยกันทำให้มันนอนไม่หลับอีกต่อไป มีทหารและอำมาตย์จะเสียบก้นมันทุกนาที ไหนจะเรื่องต่างประเทศโถมเข้ามาถามทุกด้านไม่ว่าเรื่องการบิน การประมง เรือดำนํ้า และ ฯลฯ แลัวล่าสุดเรื่องการส่งผู้ลี้ภัยทางการเมืองอิเกอร์กลับจีน 90 คนที่ลี้ภัยทางการเมืองเข้ามาในไทยเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา จนคนอิเกอร์ในตุรกี(ซึ่งมีหลายล้านคน)บุกเข้าพังสถานทูตไทยในกรุงอิสตันบูล พวกอาหรับและมุสลิมทั่วโลกก็คอยจะกุดหัวมันอีก คนที่ทั้งโลกเขาโกรธแค้นสาปแช่งมันจะอยู่ต่อไปได้หรือ?

น้องนศ.ที่รัก พึงตระหนักเรื่องสงครามรามเกียรติ์ ตอนจะทำอย่างไรจึงจะทำลายทศกัณฑ์ได้? เพราะทศกัณฑ์ได้ฝากหัวใจไว้ที่ชั้นสิบหกศิริราช อย่าได้หลงทางเป็นอันขาด จงรวมพลบุกไปที่นั่นโดยอ้างว่าสำนักพระราชวังและพวกอำมาตย์อำพรางความจริงในเรื่องในหลวงและพระราชินีว่ายังมีชีวิตอยู่ร้ายดีอย่างไรหรือไม่? ทั้งสองพระองค์ต้องเสด็จออกมาพบกับประชาชนในยามที่ข่าวลือทางร้ายทุกอย่างกระพือกระฉ่อน และภัยอันใหญ่หลวงข้าวยากกหมากแพงกำลังคุกคามพสกนิกรและประเทศโดยหาทางออกอะไรไม่ได้อีกแล้ว จงรุกไปข้างหน้า .......ตีเหล็กที่กำลังร้อน..... อย่ามัวแต่ฉลองชัยให้เหล็กเย็นลง..... พลาดโอกาสนาทีทองนี้นะน้องนะ

Offline

#197 July 31, 2015 11:23 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ปลดแม่ทัพ

ในประวัติศาสตร์การสู้รบสงครามของประวัติศาสตร์ของเมกาก่อนจะมาถึงวันนี้ มีสงครามที่สำคัญหลายครั้งที่แม่ทัพนายกองของกองกำลังของอเมริกันถูกปลด หรือถูกโยกย้ายสับเปลี่ยนเพราะการสู้รบไม่ก้าวหน้า แม่ทัพหมดปัญญาที่จะเอาชนะข้าศึกให้ได้ หมดนํ้ายาไม่มีแนวคิดใหม่ใช้เผด็จศึก กลายเป็นเหยื่อแก่ข้าศึกอยู่รํ่าไป ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐบาล ชีวิตทหาร พลเรือน ทรัพย์สินและถึงหายนะ นั่นคือเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต้องตกเป็นจำเลยให้ผู้ชนะ ฉนั้นหากศึกษาประวัติศาสตร์ของการต่อสู้และศึกสงครามของเมกันแล้ว อาจจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ขบวนการกู้ชาติของไทยเราได้บ้างไม่มากก็น้อย
เมกาประกาศเป็นอิสระไม่ยอมขึ้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษอีกต่อไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1776(เมื่อ 239 ปีที่ผ่านมา) และสงครามการกู้ชาติของเขาจบลงในปี 1782 ใช้เวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น สมัยนั้นทหารเมกาคืออาสาสมัครชาวบ้านล้วนๆ รองเท้าแทบไม่มีใส่ ใช้หนังสัตว์ตัดมาห่อเท้า และต้องต่อสู้กับกองกำลังมหึมาที่เข้มแข็งของโลกคือกองทัพอังกฤษ "ผู้มีเขตแดนตะวันไม่เคยตกดิน"คือราชอาณาจักรอังกฤษ จ๊อจ วอชิงตัน(George Washington)เป็นแม่ทัพ พ่ายแพ้ยับเยินมาสี่ครั้ง เมื่อเข้าต่อกรกับกองทหารมหาอำนาจอังกฤษ จนเขานั่งร้องไห้คนเดียวและริมริมจะฆ่าตัวตายด้วยความอัปยศ จนกระทั่งคืนก่อนคริตมาสต์ปลายปีนั้น(December 24,1776) แม่ทัพจ๊อจ วอชิงตัน กัดฟันรวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อนทหารที่บางคนเท้าเปล่ามีผ้าพันเท้าเข็นเรือพายฝ่าพื้นผิวนํ้าที่เกือบเป็นนํ้าแข็งลุยข้ามแม่นํ้าเดลลาแวร์-Delaware River(ภาพนั้นได้ถูกแกะสลักบนเหรียญยี่สิบห้าเซ็นต์รุ่นใหม่ปัจจุบัน) เข้าโจมตีค่ายกองทหารอังกฤษขณะเมาหลับฉลองคริสมาสต์ตอนตีสี่ และเข้ายึดค่ายและจับเชลยพร้อมยุทโธปกรณ์ได้หมด และได้สร้างความฮึกเหิมมีกำลังใจ ต่อกรจนชนะอังกฤษอีกสองครั้งติดๆกัน ที่เทรนตั้น นิวเจอซี่ (Trenton New Jersey) และอีกแห่งในนิวเจอซี่ใกล้ๆกัน นำความปรีย์เปรมต่อประชาชน และได้รับการสนับสนุนจากผู้คนสมัครเข้าร่วมกับฝ่ายปฏิวัติอย่างล้นหลาม รวมทั้งเงินทองที่บริจาคเป็นเงินเดือนทหารกองทัพอีกมากมาย เมกาสามารถชนะมหาอำนาจอังกฤษได้เพียง6ปี และสนธิสัญญาสงบศึกยอมให้เมกาเป็นประเทศอิสระได้ในปี 1782 หลังการสู้รบที่เมืองยอร์คทาวในรัฐเวอร์จิเนีย เมกาชนะและจับเชลยทหารอังกฤษได้เกือบ 6,000คน
เมื่อสงครามกลางเมือง(American Civil War)หรือไทยเราเรียกสงครามเลิกทาส
ในปีสมัยปธน.ลินคอร์ล(Lincoln) แม่ทัพฝ่ายเหนือหรือฝ่ายรบ.นายพล จ๊อจ แมเคลลันล์(George McClellan)คุมทหารรบเล่นๆไม่เอาจริงเอาจัง หวังตัวเองเป็นข่าวหน้านสพ.เพื่อสร้างชื่อเสียงไว้จะเข้าสมัครแข่งขันเข้ารับเลือกเป็นปธน.แทนลินคอร์ลผู้ไม่ค่อยสบอารมณ์คนเมกันเพราะก่อสงครามกับฝ่ายใต้ จนปธน.ลินคอร์ลต้องออกตรวจแนวกำกับการรบและร่วมรบกับทหาเองหลายครั้ง แมคเคลลันล์เลยโดนปลดแทนด้วยนายพลหนุ่มเลือดแรง คือยูไลซิส แกร้น(Ulysses Grant) ผู้ลุยทุกเวทีรบจนได้ชัยชนะในที่สุด สงครามกลางเมืองของเมกามีผู้เสียชีวิตถึง620,000 คน ซึ่งมากที่สุด มากกว่าทุกสงครามของเมการวมกัน ยูไลซิซ แกร้นก็ต่อมากลายเป็นปธน.คนที่สิบแปดของเมกาในที่สุด
สงครามโลกครั้งที่สอง นายพล จ๊อจ แพตตั้น(George Patton) แม่ทัพกองพลที่สามรบเก่ง บ้าเลือด ที่สุดท่านหนึ่งจนสามารถเอาชนะจิ้งจอกทะเลทรายผู้เกรียงไรที่สุดของโลกและของเยอรมันคือ นายพลรอมเมลล์(Rommel)ผู้มีสมัญญาจิ้งจอกทะเลทราย ซึ่งเปรม ติณสุลานนท์ทหารม้ารถถังรุ่นหลังยังใช้ยุทธวิธีที่ทำให้ข้าศึกปั่นป่วนให้อ่านความเคลื่อนไหวฝ่ายตนไม่ออกจึงเข้าเผด็จศึกชนะในการรบทุกคราว แต่แพ้ทตั้นรู้ทันจึงซ้อนแผน และเป็นฝ่ายชนะในที่สุด นายพลแพ้ทตั้นเกือบจะโดนปลดหรือย้ายเพราะเขาจะกระทืบรัสเซียตอนยึดเบอร์ลินด้วยกัน แต่เขาได้รับอุบัติเหตุถึงแก่กรรมเสียก่อน
ส่วนนายพลแมคอาร์เธอ(Mac Arthur)ในสงครามเกาหลี ถูกปลดโดยปธน.ทรูแมน (Truman) เพราะทำท่าว่าจะขัดขืนผู้บังคับบัญชาคือปธนโดยพยายามจะบุกเข้าไปในจีนและจะบังคับให้รบ.ใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำลายจีน
นายพลวิลเลี่ยม เวสมอร์แลนด์(Gen. William Westmoreland)แม่ทัพเมกาในเวียตนามได้แต่ร้องขอทหารเพิ่มขึ้นจนถึง(530,000คน) และอีกห้าแสนคนในไทยและอีกจำนวนเท่ากันในฟิลิปปีนส์และโอกินาวา โดยไม่มีผลงานอะไรคืบหน้าเลย ทหารก็ตายและค่าใช้จ่ายวันละห้าล้านทุกวัน เขาถูกย้ายและเข้าแทนโดยนายพลเครคตัน อาแบรมส์(Craighton Abrams)
ในสงครามอิรัคก็เช่นกันความเสียหายและค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้นแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า นายพลเดวิด เพเทรศ(David Petraeus) ก็เข้าแทนนายพลแสตนเล่ย์ แมคคริสตอล(Stanley McCrystal จนได้รับชัยชนะในที่สุด
มีตัวอย่างอีกเยอะแยะเช่นการรบที่เลนินกราด และฯลฯ แม้แต่ท่านทองด้วงก็เคยถูกพระเจ้าตากสินมหาราชสั่งโบยที่ครั้งหนึ่งออกรบเหยาะแยะ
มันเป็นธรรมดามีดที่เท่อก็ต้องปลดประจำการ การเกรงอกเกรงใจแบบไทยๆไปไม่ถึงไหนหรอกเจ้าคะ เวลานี้ขบวนการปฏิวัติประชาชนของเราสาธารณรัฐสยามก็กำลังเผชิญกับปัญหานี้ นักรบของเรากำลังทื่อ เอาแต่สู้ไปวันๆด้วยนํ้าลายอย่างเดียวและพร้อมจะผลักภาระให้คนรุ่นหลังรับไป ตัวเองนั่งนอนเอนหลังปั่นข่าวสร้างชื่อเสียงขายของ ทำของขาย รับบริจากจนบางคนรํ่ารวยไม่คิดจะต่อสู้กับกษัตริย์และพวกอำมาตย์อีกต่อไป ความหวังของพวกเราคือฟังพวกเขาเหล่านี้วันนึงสี่ห้าชั่วโมง มีแต่เรื่องเก่าๆในเอมริกาเขาเรียกพวกนี้ว่าสปินเนอร์(Spinner) คือใช้แต่นํ้าลายกล่อมคนหากิน
ขอเพื่อนๆกรุณาพิจารณาให้เห็นจริงว่าใครคนไหนที่พยายามจะต่อสู้ และนำขบวนการของเราให้ก้าวไปข้างหน้าให้ได้ และมีความจริงใจที่จะต่อสู้ ข้าเจ้าขอท่านโปรดได้มองเห็นและพิจารณา อ.หวาน สุดา รังกุพันธ์ ผู้ได้เข็นแนวความคิดต่อสู้ช่วยน้องๆนศ.จนเกิดแนวความคิดใหม่ล่าสุดที่มีพลังเช่นมีเดียฟอร์ซ(Media Force) ในยูธูปจนพวกเราแทบจะได้เห็นภาพสดๆจากกลุ่ม นศ.และผู้คนที่ต่อสู้ หล่อนคงต้องอดตาหลับขับตานอนมาตลอดตั้งแต่ได้ตัดสินใจหนี และได้ประกาศอย่างไม่สทกสะท้านแบบเปิดหน้าชกดังชายอกสามศอก ว่าสู้เพื่อให้คนไทยได้เป็น"สาธารณรัฐ" ซึ่งเป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างประเทศตะวันตกทั่วไป น่าประทับใจในอัธยาศัย ความรู้ ความสามารถหมั่นค้นหารายละเอียดที่ถูกต้อง ความนิ่มนวลที่มีต่อเพื่อนร่วมทีมที่กำลังขยายใหญ่โตเพิ่มขึ้นทุกวันเช่น ดีเค หนิง แนนซี่ โรสแห่งลอนดอน ดีเจซุนโฮ ตีโต้ ปุก คนรักประชาธิปไตย อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย อ.ใจ อึ้งภากรณ์ จรรยา ยิ้มประเสริฐ และอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม
เพื่อนๆจะไว้ใจอ.หวานไหม? จะแต่งตั้งให้หล่อนเป็นแม่ทัพคนใหม่ของขบวนการของพวกเราได้ไหม? คำตอบคงอยู่ในใจทุกคน อ.หวานเป็นแม่ทัพคนใหม่ของเราที่มีพละกำลัง มีประสิทธิภาพ ความสามารถเต็มเปี่ยม ความกล้าหาญอย่างคาดกันไม่ถึง ความตั้งใจอันแน่วแน่ เป็นเพชรนํ้าหนึ่งอันลํ้าค่าของประชาชน จะทำให้งานการปฏิวัตของเราบรรลุไปได้อย่างแน่นอน เช่นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงหลายท่านของเมกาที่เอ่ยมา เห็นทีคงต้องหาม้าขาวอีกหลายตัวให้แม่หญิงฉกาจฉกรรจ์ สู้อยู่แนวหน้าหลายท่านอย่างอาจหาญโดยการนำของอ.หวาน ดังคำทำนายของฤาษีลิงดำทำนายไว้ในเรื่องนารีขี่ม้าขาวเข้ามากู้ชาติไว้ได้
Long live The Siam Republic !!

Offline

#198 July 31, 2015 11:24 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ปัญหาเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ผลรอบสองการเจรจาระหว่างเมกา (รวมทั้งยูเอ็นและกลุ่มยูโร)และอิหร่าน (Iran) ซึ่งทั้งโลกรอคอยแม้จะเลยเวลากำหนดไปบ้าง แต่การตกลงในการต่อรองของทั้งสองฝ่ายยุติด้วยข้อตกลงที่ต่างฝ่ายต่างยินดีและจะให้รบ.(รัฐสภา) ของทั้งสองฝ่ายให้สัตยาบรรณ์ต่อกัน และจะยึดถือเป็นสัญญาปฏิบัติต่อกันต่อไป ฝ่ายเมกาที่ไม่ชอบปธน.โอบาม่าโดยเฉพาะพรรครีพับลิกัน และกลุ่มสื่อฝ่ายขวาซึ่งโปรยิวจนออกนอกหน้า ชนิดที่จะขัดผลประโยชน์อะไรของอิสราเอลไม่ได้เลยแม้นิดเดียว อย่าลืมว่ากลุ่มอิทธิพลทุกด้านเช่นทางการเงิน เศรษฐกิจ โดยเฉพาะทางการเมืองในเมกาของคนยิวเมกันนั้นทรงอิทธิพลมากต่อการเมืองในเมกา เขามีองค์การยิวเมกาที่เปิดเผยหลายแห่ง (American Jewish Committee) รวมทั้งหน่วยเด็กนักเรียนหนุ่มสาวเพื่อต่อต้านการเดินขบวนประท้วงทางการเมืองทุกรัฐ ทุกเมือง และการล้อบบี้หลายองค์การ คนยิวเมกันเขาเกาะกลุ่มตีไข่การเมืองอเมริกันแตก พวกเขาจึงเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการเมืองในเมกาตลอดมานานแล้วและตลอดไป ขณะนี้วุฒิสภาอันทรงอิทธิพลมีสมาชิก 100 นาย สังกัดอยู่กับพรรคดีโมแครตของปธน.โอบาม่า 46 นาย เป็นคนยิวอเมริกันเสีย 10 นาย และอีกหนึ่งนายเป็นพรรคอิสระ(เอียงไปทางพรรคดีโมแครตเช่นกัน) และสมาชิกของสองพรรคดีโมแครตต่อรีพับลิกันมีอัตรา 46 ต่อ 54 ส่วนสภาล่างก็มีสมาชิกที่เป็นเมกาเชื้อสายยิว 25 (ยี่สิบห้า)ท่าน และพรรครีพับลิกันกุมเสียงส่วนใหญ่ด้วย(ทั้งสองสภา) การให้สัตยาบรรณ์(ratification)สนธิสัญญาสำคัญแบบนี้ต้องใช้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ธรรมดาจึงจะผ่าน สนธิสัญญาฉบับนี้คงตาย(ไม่ผ่าน)ตั้งแต่ในมุ้ง และหากปธน.โอบาม่าวีโต้(Veto) ก็ต้องชนะด้วยเสียงสองในสาม ซึ่งคงยากมาก และหากปธน.ใช้อำนาจของปธน.ในฐานะหน.ฝ่ายบริหาร(Executive Privilege Power) ก็ผิดรัฐธรรมนูญของเมกา ก็จะเป็นการต่อสู้กันขนานใหญ่กว้างขวางในสภาทั้งสองขึัน ดูเหมือนวุฒิสมาชิกที่เป็นยิวสิบท่านอาจจะเทคะแนนไปฝ่ายตรงข้ามคือพรรครีพับลิกันไปหมดแล้ว เพราะสนธิสัญญาฉบับนี้อนุญาตให้อิหร่านยังคงสามารถผลิตสารกำมันตภาพรังสีนิวเคลียร์(โดยสันติคือเพื่อพลังงาน)ได้อีกต่อไป และในที่สุดก็มีความรู้ความชำนาญจนทำหัวรบนิวเคลียร์ได้ในที่สุด และสิ่งนี้เองที่อิสราเอลยินยอมไม่ได้ เพราะปธน.อิหร่านคนก่อน(ปธน.มามุด อาเมดิเนจาด-Mahmoud Ahmedinejad) ได้กล่าวว่าประเทศอิสราเอลของคนยิวไม่ควรมีอยู่ในโลก และความตายของคนยิวกว่าหกล้านคนในสงครามโลกครั้งที่สองนั้นเป็นเรื่องตลก แทัที่จริงตายเพียงสองสามพันคน ทำให้คนยิวและนักการเมืองยิวทั้งในอิสราเอลและเวทีการเมืองในเมกาเลือดเดือดเป็นอันมาก รวมทั้งตัวนายกรัฐมนตรีของยิวล่าสุดนายเบ็นจามิน เนทันยาฮู(Benjamin Nethanyahu)ซึ่งไม่ค่อยชอบหน้าปธน.โอบาม่าเป็นการส่วนตัวด้วย เพราะขอลูกระเบิดบังเกอร์บัสเตอ์(Bunker Buster)ขนาต33.000ปอนด์(ต้องใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดบีวันและหรือบีทูเท่านั้น-B1 or B2 bomber) จากเมกาเพื่อจะใช้ทำลายโรงงานสังเคราะห์นิวเคลียร์ของอิหร่านที่อยู่ลึกไต้ดินหลายแห่งไม่ได้ ก็เลยเคืองโอบาม่าที่ขออาวุธพิเศษอะไรไม่ได้เลย แถมโอบาม่าบอกหากยิวก่อสงครามกับอิหร่านก็จะไม่ช่วยในเรื่องอาวุธด้วยซํ้า ก็เลยกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาต่อกันมานาน รวมทั้งในปัญหาหลายเรื่องเกี่ยวกับปาเลสติเนี่ยน(Palestinian)ซึ่งเนทันยาฮูไม่อยากเห็นสันติภาพในสมัยของเขา เรื่องยิวกับอาหรับโดยเฉพาะกับปาเลสติเนี่ยนมีมานานลึกลํ้าซับซ้อนซ่อนเงื่อนตั้งแต่เริ่มตั้งประเทศอิสราเอล คงไม่สามารถนำมาเสนอเพื่อนๆได้ แต่ขอแนะนำให้ดูหนังเอคโซดัส(Exodus) ปี 1960 และฉบับล่าสุดก็จะได้เข้าใจปัญหาของยิวและอาหรับไม่มากก็น้อย
โอบาม่าได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องสนธิสัญญาครั้งนี้ โดยได้ขอร้องให้ผู้สื่อข่าวที่จะตั้งคำถามอะไรในเรื่องนี้ กรุณาอ่านข้อตกลงในสัญญามาก่อน จะได้พูดกันเข้าใจและตรงตามเนื้อหาเพราะมีรายละเอียดมากมาย ก็ขอสรุปให้พอเป็นที่เข้าใจจากบทความและการโต้แย้งทางรายการต่างๆมาพอสมควร และรัฐสภามีเวลาเก้าสิบวันที่จะจัดลงมติออกเสียงโวตกัน
จุดใหญ่ใจความที่สำคัญในการตกลงครั้งนี้ฝ่ายอิหร่านต้องลดปริมาณแร่ยูเรเนี่ยม (Uranium) ที่มีและครอบครองอยู่ 98 เปอร์เซนต์ ลดเชื้อปทุโดยต้องทำลายลงสองในสามที่อิหร่านยอมรับว่าตนมีอยู่ ปิดทำการโรงงานสังเคราะห์พลูโตเนี่ยม(Plutonium)ทุกแห่ง และยอมให้ทีมตรวจสอบของยูเอนเข้าไปตรวจสอบได้ทุกจุดที่สงสัย ฝ่ายเมกาและพันธมิตรต้องปลดปล่อยเงินร้อยบิลเลี่ยน($100 Billion)คืนอิหร่าน ซีไอเอคาดว่าอิหร่านจะใช้เงินนี้จำนวนหนึ่งสนับสนุนพวกเฮสโบลา(Hezbollah)ในเลบานอน ซีเรีย(ปธน.บาชา อาสซาต-Bashar Assad) พวกฮูตี้ส์(Houthies) ที่กำลังสู้รบกับซาอุดิอาเรเบียในเยเมน และต้องยินยอมให้ 750 บริษัทของอิหร่านทำการค้าขายโดยเสรีกับทุกประเทศทางตะวันตก(ออกจากแบลคลิส-blacklistที่ฝ่ายพ้นธมิตรหมายหัวเอาไว้) และมีสิทธิการค้าขายโดยเสรีกับทองแท่ง และแร่ธาตุสำคัญทุกชนิด ฯลฯ
ปธน.โอบาม่าให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า แทนที่จะให้เกิดสงครามกับอิหร่านแต่ก็ได้สันติภาพ และประการสำคัญสุดฝ่ายพันธมิตรคอยเฝ้าดูการกระทำของอิหร่านเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ให้ยืดเวลาออกไป 10-15 ปี ย่อมดีกว่าไม่ได้เห็นหรือรู้ว่าอิหร่านกำลังทำอะไรถึงไหนแล้วไม่ได้เลย
เพื่อนๆละจะคิดอย่างไรในเรื่องนี้? แม้จะไกลตัวเราและขณะน๊้เรามีความทุกข์หนักเรื่องของเราอย่างสุดทน แต่ก็พยายามนำเสนอให้ทราบว่าโลกมันหมุนไปถึงไหน และความยุ่งยากส่วนอื่นของโลกก็มิได้เบาบางและประเทศต่างๆเขาแก้ไขกันอย่างไรบ้าง ทราบข่าวแว่วๆว่าเมกาอาจไม่อนุญาตให้การบินไทยบินไปจอดเมกาในไม่ช้า ประมงหยุดหมด โรงงานปิดเป็นแถว ล่าสุดโรงงานแซมซัง(Samsung)ของเกาหลีใต้ปิดทำการในไทย และปลดคนงานออก 1400 คน ส่วนของเรานั้นมีแต่ดิ่งลงเหวในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการเงิน เศรษฐกิจ ที่สำคัญผู้คนกำลังอดหยากอย่างไม่เคยเป็น ข่าวการย้ายเงินหมื่นล้านหนีไปสิงค์โปร์ก็เกิดขึ้นมาหลายวันแล้ว พวกเราก็รนณรงค์กันทางเวปสู้กันดุเดือด คราวนี้คุณแอนตี้ได้แสดงเอกสารสำคัญมาประกอบให้เห็นเป็นที่น่าปลื้มใจที่พยายามรายงานด้วยหลักฐานมัดแน่น ส่วนคุณโรส(Rose of London)ได้เปิดเผยงานชิ้นโบแดงกับอ.หวาน โดยได้เปิดทวิตเตอร์และพิมพ์เป็นรูปจดหมายแจ้งความให้ผู้สนใจเมืองไทยรอบโลก(เช่นสถานทูตต่างๆ องค์กรสิทธิต่างๆ และบุคคลทั่วไป จนได้รับการสัมภาษณ์จากนสพ.ท้องถิ่นมาแล้ว) และจะกระทำการเปิดเผยคดีความ ว่าผู้คนรับโทษจาก ม-112 ด้วยเหตุใดตั้งแต่คดีอากงตลอดไป เป็นงานชิ้นโบแดง และเป็นแนวความคิดใหม่ก้าวหน้า เปรียบดังเป็นอาวุธระดับอาวุธนิวเคลียร์ของขบวนการสาธารณรัฐสยาม ที่เป็นความพยายามจะใช้โลกล้อมไทยอย่างได้ผลในประจำสัปดาห์นี้ และก็มีสิ่งเกิดขึ้นใหม่อีกสองความคิด คือเครือข่ายพลังข่าวสาร(NEWS FORCE) และอันเดอร์กราววีคลี่เนทเวอร์ค (Underground Weekly) ของอ.หวาน
แว่วๆว่าคุณสุรชัยประกาศตัดสินใจจะทำการจัดตั้งกองกำลังปลดแอกเป็นที่แน่นอนแล้ว แต่ต้องมีการลงทุนสามสิบหมื่นล้านบาทเป็นอย่างน้อย แต่บอกว่าเงินดาวน์เพเม้นท์เพียงแค่สามพันล้านก็พอในตอนแรก สถานทูตเมกาหรือรัสเซียอาจจะสนใจ ส่งคนไปสัมภาษณ์คุณสุรชัยในรายละเอียด และแผนของโครงการณ์ว่าจะทำกันอย่างไร? และทำอะไรเอาไว้แล้วบ้าง? คุณสุรชัยคงชี้ไปที่มุมห้องที่มีซีดีหรือแท๊ปเลตเป็นกล่องๆวางเต็มไปหมด(แต่ก็ยังดีที่คิดสู้แม้จะเป็นเพียงด้วยนํ้าลายก็ยังดี) หวังว่าเอเย่นต์สถานทูตสักแห่งคงสนใจ แทนที่จะปัดตูดเดินหนีออกมา ....นักปฏิวัติที่ยังมีชีวิตอยู่คือฟิเดล คาสโตรคงหัวเราะงอหงายชอบใจข้อเสนอ
พบกันใหม่เจ้าคะ

Offline

#199 July 31, 2015 11:24 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

จ.ม.ที่โรสได้ร่างขึ้นมาขอความช่วยเหลือจากประเทศสหรัฐอเมริกาและนานาอารยประเทศทั่วโลก ได้รับการตีพิมพ์ในสื่อนอกอย่างNew Mandala อีกแล้ว มาติดตามอ่านกันค่ะ

Cr: http://asiapacific.anu.edu.au/…/20…/06/ … president/

ภาคภาษาไทย

จดหมายเปิดผนึกถึงปธน.โอบราม่า แห่งสหรัฐอเมริกา

คนไทยส่วนใหญ่ในประเทศไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของโจรเผด็จการทรราชย์ทหาร ที่บอกว่ารัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเข้ามาจุ้นจ้านเกี่ยวกับกิจกรรมการเมืองภายในประเทศไทย และพวกเราก็ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลทรราชย์มักจะพูดว่า "คนไทยเสียความรู้สึกที่รัฐบาลของอเมริกันเข้ามาวุ่นวายในการเมืองของประเทศไทย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวของท่าน เเดนเนียล รัสเซล ( ซึ่งเป็นฑูตพิเศษของสหรัฐ ) ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในครั้งนี้

เหตุผลดังกล่าวข้างตนก็คือคำกล่าวที่ซ้ำๆซากๆของพวกอำมาตย์ศักดินาไทยขวาจัด ที่ได้กระทำการผิดกฎหมายบ่อยๆ เช่นการทำรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า การประกาศใช้กฎอัยการศึก และตอนนี้ก็ใช้ม.44 ในการปราบปรามปชช.ผู้รักปชต.

พวกเราขอขอบพระคุณประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลดระดับการฝึกซ้อมรบค็อบบร้าโกลอยู่ระดับหนึ่งกับกองทัพไทย แต่ถ้าพูดจากความรู้สึกที่มาจากใจจริงของคนไทย เราอยากจะบอกท่านให้ยกเลิกการฝึกนี้ให้หมดลงอย่างสิ้นเชิง เพราะค่าใช้จ่ายของการฝึกเหล่านี้มันเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า ที่มาจากภาษีของปชช.อเมริกัน ซึ่งศักดินาไทย และชนชั้นสูงที่ปกครองประเทศไทย ไม่มีความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อประเทศสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใดเลย เงินเหล่านี้ทางสหรัฐอเมริกา ควรที่จะเอาไปช่วยเด็กๆยากจนในประเทศไทย จะเป็นการเหมาะสมมากกว่า และจะมีผลทางด้านบวกต่อทางสหรัฐอเมริกาเองด้วย

สหรัฐอเมริกาควรที่จะยกระดับการกดดันทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มากกว่านี้ และถ้าเป็นไปได้ ให้ยกเลิก ประเทศไทยให้ออกจากความได้เปรียบทางการค้าที่ประเทศท่านผ่อนปรนให้กับประเทศไทย โดยที่ให้เสียภาษีนำเข้าน้อย หรือที่เรียกว่า ( “Most Favored Nations” ) และกดดันให้ยกเลิกม.44 และเปิดให้ปชช.ทุกคนในประเทศ สามารถออกค.ห.ได้อย่างอิสระเสรี

เหตุผลหนึ่งที่ปชต.ของประเทศไทยไปไม่ไกลก็เกิดมาจากกฎหมายหมิ่น112 นั่นเอง ที่ปิดปากปชช.ในชาติไม่ให้คิด ไม่ให้วิจารณ์กษัตริย์ ถึงแม้ว่าคำวิจารณ์นั้นจะตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความจริงก็ตาม

กฎหมายหมิ่นที่ไร้ความยุติธรรมนี้ ทำให้ปชช.ไม่กล้าออกค.ห.ใดๆ และถ้าโดนตัดสินว่าผิด ครอบครัวก็จะแตกสาแหรกขาด คนที่รักกันก็ต้องจากกันเป็นแรมปี และคดีหมิ่นในขณะนี้ ผู้ต้องหาก็ต้องไปขึ้นศาลทหารเพียงอย่างเดียว การพิจารณาคดีก็เป็นไปอย่างไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งสื่อมวลชนไม่สามารถเข้าไปรับฟังได้ เมื่อถูกตัดสินว่าผิด พวกเขาจะโดนติดคุกอย่างตำ3-15ปี ต่างกรรม ต่างวาระ

มีจำนวนคนเป็น100เป็น1000ที่โดนติดคุกในข้อหานี้ทั่วประเทศไทย บ้างก็ติดคุก10ปีหรือ20ปี นี่คือความอยุติธรรมของระบบศาลไทย นักโทษกฎหมายหมิ่น112 พวกเขาไม่ใช่เป็นอาชญากร เขาเป็นนักปชต. ซึ่งกล้าหาญ ที่กล้าวิจารณ์กฎหมายที่ป่าเถื่อน และไร้ความยุติธรรม

ตัวอย่างเช่น ดารุณี ชาญชัยศิลปกุล โดนตัดสินจำคุก 18ปี เมื่อวันที่28 ส.ค. 2009 การไต่สวนคดีก็พิจารณากันในศาลอย่างลับๆ ไม่มีการนำสื่อมวลชนเข้าไปรับทราบได้ เธอโดนติดคุก6ปีต่อกรรม เธอวิจารณ์ 3 วาระ ที่เธอพูดปราศัยบนเวทีปชต. ซึ่งเธอได้วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ โดยการที่ไม่ได้กล่าวถึงตัวกษัตริย์โดยตรง เธอก็ยังโดนยัดข้อหาจนกระทั่งเธอต้องโดนตัดสินจำโทษติดคุกทั้งหมด 18 ปี ตอนนี้ขึ้นปีที่7แล้วที่เธอติดคุก และในปัจจุบันเธอก็มีสุขภาพที่ย่ำแย่มากๆ

คุณดารณีป่วยด้วยโรคเหงือกอักเสบอย่างรุนเเรง ถึงกระนั้นจนท.ในเรือนจำ ก็ไม่ยอมให้เธอรักษาอาการปวดอย่างถูกต้อง การกระทำอันนี้ ก็มีจุดมุ่งหมายให้เธอรับผิด และต้องซมซานไปขอความเมตุตาจากกษัตริย์ที่คนไทยมักจะเรียกว่า พ่อของแผ่นดิน แต่เธอไม่ยอมรับผิด และเธอก็ยังยืนกรานว่าเธอไม่ได้กระทำผิดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

นักโทษกฎหมายหมิ่นอีกคนที่ยังอยู่ในคุกเป็นปีที่4แล้วคือคุณ สมยศ พฤษาเกษมสุข ที่ถูกตัดสินให้จำคุก 11ปี เพียงเเค่เขาเป็นบรรณาธิการของนิตยสารที่ส่งเสริมระบอบปชต. และมีบทความหนึ่งวิจารณ์เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์แบบอ้อมๆ เขาก็ต้องได้รับโทษอย่างไร้ความยุติธรรม ท่านเหล่านี้ควรที่จะได้รับรางวัลสันติภาพ ( Nobel Peace Prize )

อีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่น่าบัดซบมาก ก็คือ วันเกิดต่างๆของพวกเจ้าศักดินา พวกเขาจะมีการลดหย่อนโทษให้กับผู้ร้ายที่ฆ่าคนตาย ผู้ร้ายที่ข่มขืน ...ฯลฯ ทั่วประเทศ ยกเว้นนักโทษในคดี112

กฎหมายจัญไรนี้ใครจะกล่าวหาใครก็ได้ ตำรวจก็ต้องรับฟ้องและนำเรื่องไปสืบสวน เพื่อนำผู้ที่ถูกกล่าวหาขึ้นศาล และนำไปรับโทษในที่สุด

ภูมิพลและเครือข่ายของมันมักจะอ้างอิง คำกล่าวสุนทรพจน์ของภูมิพลเมื่อปี 2005 ว่าท่านไม่เห็นด้วยกับกฎหมายหมิ่นนี้ แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ เขาก็ไม่เคยทำอะไรสักอย่างในการที่จะยกเลิกกฎหมายอันป่าเถื่อนที่ปกป้องเขาแต่เพียงผู้เดียว

ฉะนั้นฉันอยากจะทำการเรียกร้องประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ประเทศไทยมีการยกเลิกกฎหมายอันป่าเถื่อนนี้ ไม่เช่นนั้นคนไทยที่รักปชต.ในประเทศ ก็จะถูกกฎหมายนี้เล่นงาน คุกคามอย่างไม่มีสิ้นสุด กลุ่มประเทศในThe EU , The UK, ออสเตรเลีย,นิวซิเเลนด์,ญี่ปุ่น, อินเดีย และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควรที่จะต้องรวมพลังกันอย่างแข็งขัน เพื่อกดดันให้ประเทศไทย และภูมิพล ประกาศการยกเลิกกฎหมายที่ป่าเถื่อนอันนี้ลงให้ได้จนได้

กฎหมายนี้ไม่ใช่ปัญหาที่เกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศไทยเพียงแค่ประเทศเดียว แต่มันคือปัญหาของทุกๆประเทศที่จะต้องร่วมมือกันแก้ไข เพราะมันเป็นกฎหมายที่ป่าเถื่อน ไร้ความยุติธรรม ที่นำมากดขี่ ปชช.คนไทย โดยที่ภูมิพลและเครือข่ายของมัน ก็ไม่เคยสนใจแต่อย่างใดเลย เพราะอย่างที่เรารู้ๆกันว่าพวกมันได้รับผลประโยชน์จากกฎหมายนี้เต็มๆ และทุกๆประเทศ ควรจะบอกกับภูมิพลว่า เพียงพอได้แล้วกับกฎหมายหมิ่น112

พวกศักดินาและสื่อต่างๆที่ชะเลียเจ้าของไทยมักจะโกหก หลอกลวงชาวโลกว่าภูมิพลเป็นที่รักยิ่งของคนไทยทุกคน ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันก็อยากจะบอกกับพวกมันว่าลองยกเลิกกฎหมาย 112ดูซิ จะได้รู้กันไปซะทีว่าข้ออ้างที่พวกมันได้ลวงโลกมานั้น มันเป็นจริงหรือเท็จกันแน่

สุดท้ายนี้ฉันอยากจะบอกว่าสงครามเย็นมันเลิกมาตั้งนานแล้ว ความกลัวกับการแผ่อำนาจของระบอบคอมมิวนิสต์มันก็หมดไปตั้งนานแล้ว พวกเราเข้าใจต่อนโยบายของสหรัฐอเมริกา ระหว่างสงครามเวียดนามที่มีความจำเป็นที่จะต้องอุปโลกสร้างกษัตริย์ภูมิพลให้เป็นบุคคลที่น่าเกรงขามและเป็นที่นับถือ เพื่อมาต่อต้านกับประเทศคอมมิวนิสต์จีนในสมัยนั้น

แต่ตอนนี้ประเทศจีนทำตัวเป็นนายทุนที่ยิ่งใหญ่มากกว่าประเทศสหรัฐ และมากกว่าประเทศเสรีปชต.อื่นๆอีกมากมาย

คนไทยและพวกท่านทั้งหลายก็ไม่ควรที่จะยอมรับระบอบกษัตริย์ คนไทยเขาต้องการระบอบปชต.อย่างแท้จริง ไม่ใช่ระบอบปชต.อันตอแหลลวงโลก ที่มีกษัตริย์เป็นประมุข

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ฉันใคร่ขอความกรุณาได้โปรดช่วยประเทศไทยในการกดดันทางด้านเศรษฐกิจ ต่อคณะ คสช.ชุดนี้ไปจนกว่าม.44 และกฎหมายหมิ่น 112 จะถูกยกเลิกให้สิ้นซากไปจากประเทศไทยเสียที

ขอบคุณ

ฉัตรวดี โรส อมรพัฒน์ เธอมีฐานอยู่ที่กรุงลอนดอน ในประเทศ สหราชอาณาจักร เธอได้รับการกล่าวโทษจากกฎหมายหมิ่น เมื่อเดือนก.ค. 2014


------------------------------------------

English Version

Dear Mr President
By Chatwadee Rose Amornpat, Guest Contributor

– 23 June 2015Posted in: No Coup Thailand

Chatwadee Rose Amornpat pens an open letter to President Barack Obama, calling for the US to sever military ties with Thailand and impose economic sanctions.

Dear President Obama

The Thai people wish to dispute the Thai junta’s declaration that the US government is meddling in the country’s political affairs and that “Thai people have been hurt” by recent remarks from Daniel Russel, a US envoy who criticised actions by the ruling regime.

Right-wing royalists have employed the same old line in justifying their illegal actions, including frequent coups, the imposition of martial law, and the current Article 44 which gives unlimited power to the junta chief, General Prayuth Chan-ocha.

We wish to thank you for scaling back the annual Cobra Gold joint military exercise with Thailand. In all honesty, please scrap the yearly military exercise in its entirety. This is a waste of US taxpayers’ money. Thai elites have been very ungrateful to your country for a long time. Please use such money to instead help the poor children of Thailand as such an undertaking would be more beneficial to the country and the US’s image.

The United States should impose more severe economic sanctions against Thailand. If possible, please remove Thailand from the list of “Most Favored Nations” in terms of importation of Thai goods, unless Article 44 is abrogated and freedom of speech is restored.

One of the root causes of all of Thailand’s problems and the country’s stalled democratic process is the despicable Article 112 of the Criminal Code. This is also called the lese majeste law, and prohibits people from making any comments or constructive criticism of the Thai king, even if such comments are based on the truth.

This unjust lese majeste law has effectively silenced Thai people from speaking their mind. Once convicted, it also breaks up families and loved ones for years. Most of those accused of lese majeste are nowadays convicted by Thai military courts. The trial is often a closed court session with no media allowed. Alleged perpetrators of Article 112 can be sent to jail for three to 15 years for each offense.

Hundreds are now in jails throughout Thailand. Some are now serving 10 or 20 years. This is a travesty of justice. They are not criminals but brave individuals who dare to speak against this barbaric and unjust law and those who benefit from it.

For example, Darunee Charnchoensilpakul was sentenced to 18 years in jail on lese majeste charges on 28 August 2009. The trial, conducted in secret in a closed court, saw her receive six years for each of three comments she made at a political rally. The case made a mockery of Thailand’s judicial processes. She is now serving her seventh year in Thai prison and is in poor health.

Darunee is now suffering from an acute gum infection and yet the prison warden has refused her proper medical treatment. This is a way to further torture her for criticising the so-called “Father of the Nation.” It is believed that her maltreatment would lead her to finally confess and seek a pardon from the Thai king. So far, Darunee refuses to admit that she did anything wrong.

Another 112 prisoner worth mentioning here is the case of Somyot Prueksakasemsuk, a former editor of a pro-democracy magazine who was sentenced to 11 years in prison for publishing an article deemed lese majeste. He, too, refuses to admit that he did anything wrong and is now in his fourth year in prison. Both distinguished individuals deserve a Nobel Peace Prize to say the least.

On any royal holidays such as the King’s or Queen’s birthday, and as recently as Princess Sirindhorn’s birthday this month, prisoners are routinely given a reduction of prison time; except lese majeste prisoners who will be serving their full term in jail.

Anyone can file a lese majeste charge against anyone and the police are required to investigate and often complete the process all the way to the court. Failure to do so will have serious repercussion to the investigating officers. Even though the King said in a speech in 2005 that he disagrees with this law, he has not done a thing to abolish it. He has all the power to do so. But nothing has been done so far.

The United States must take the lead in calling for the abolishment of this very unjust law or Thailand will continue to suffer. The EU, the UK, Australia, New Zealand, Japan, India and all Southeast Asian nations must also be united and impose sanctions until Thailand and the Thai monarchy abolish such a barbaric law.

This law is not an internal affair of Thailand. It is the affair of the world and every citizen of the world is obligated to tell the Thai King that enough is enough.

Thai royalists including the mass media often tell the world that the Thai King is well-loved by the people. Please tell them to abolish Article 112 and then see if this claim is still true.

Last but not least, the Cold War ended a long time ago. There is no threat of Communism any more. We understand the US government during the Vietnam War created a monster out of King Bhumibol in order to serve as a beachhead against Communist China.

But now, China is acting more like a big capitalist than the US, and many democratic countries do not need the Thai monarchy. Thai people are craving for a true democracy, not a warped democracy with a king as head of state.

That’s why I implore you to impose economic sanctions against Thailand’s ruling junta, until their dictatorial Article 44 and the lese majeste law are abolished.

Thank you,

Chatwadee Rose Amornpat

Chatwadee Rose Amornpat is based in London. She was charged with lese majeste by the Thai military junta in July 2014. For previous New Mandala coverage of her situation see this post.
Share this:

Offline

#200 July 31, 2015 11:25 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,766
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ความจริงนั่นเองที่เราต้องการที่สุด และหายากที่สุด ทุกวันนี้มีเดียหลักและเวปทั่วไปในประเทศไทย ทำให้ผู้คนเสียเวลารอฟังกัน และเป็นเรื่องเหลวไหล เสียเวลา ไร้ประโยชน์ และเป็นการดูแคลนประชาชนผู้ฟัง ผู้ซึ่งถูกหลอกกันมาตลอดทุกยุคทุกสมัย ตรวจสอบอะไรดีไม่ดีโดนม-112หรือมาตราอะไรเสียอีก มันปวดร้าวเมื่อพูดถึง
นักข่าวไทยปัจจุบันนี้ฝีมือในการไล่ต้อนผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่แพ้วอชิงตันเพรสคอร์(Washington Press Corp) แต่ข่าวสารที่ตัวรายงานเข้าสำนักพิมพ์ตัวถูกดัดแปลงแก้ไขจนจำหน้าแทบไม่ได้ อำนาจการรายงานหรือกระจายข่าวอยู่ที่เจ้าของสำนักพิมพ์หรือหน่วยข่าวสถานีนั้นๆ พวกนี้ต้องพบปะสังสรรค์กินเลี้ยงกันเป็นประจำกับองคมนตรีเกษม วัฒนชัยผู้เป็นนายใหญ่ฝ่ายมีเดียไทยที่แท้จริง ส่วนภาคภาษาอังกฤษก็ควบคุมจากบางกอกโพสต์(Bangkok Post) ซึ่งกรองข่าวจากประธานบอร์ดข่าวชื่อปรีดิยาธร ดิสกุล
เราจึงจำต้องพึ่งข่าวใต้ดินและข่าวจากเวปของเราและพวกท่าน และต้องขอบคุณพวกท่านที่ช่วยกันเบียดอันธพาลที่เข้ามารายงานสร้างข่าวที่ไม่จริงให้สับสน และช่วยชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงของแท้ เพราะเหตุนี้จึงอยากขอความกรุณาพยายามที่จะเสนอความจริงให้มากที่สุดเท่านั้น และจึงทำให้คนคนนั้นมีชื่อเสียงยืนยาว อยู่ได้อย่างมีเกียรติในสายตาพวกเราตลอดไป ส่วนบุคคลที่ชอบBS เมื่อความจริงที่ผู้คนทราบทีหลัง ก็จะทำลายตัวเขาเองอย่างแน่นอน..... แต่....... แต่มีปัญหาอีกเยอะ ในเรื่องการเสนอข่าวสาร อยากยกตัวอย่างอีกเยอะแต่กลัวเป็นการทำลายพวกเราด้วยกันเอง ขอเพื่อนๆโปรดกรุณาออกความคิดเห็นเพิ่มเติม ขอบพระคุุณเจ้าคะ

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.