iFreeThai

#221 September 1, 2015 11:05 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ระวังลูกต่อไป ....หวังว่าสนธิลิ้มเดาถูกแล้ว!!

หลังจากจับตัวผู้ถูกสงสัยชาวเตอรกีไว้แล้ว  อตร.ไทยอวดเงินสามปึก ปึกละล้าน  มัดมาแน่นอย่างดีออกทีวีไปทั่วโลก บอกจะเป็นเงินรางวัล จนท.ทั้งทหาร/ตำรวจ100กว่านายที่เข้าจับกุมชาวเตอรกีผู้ต้องสงสัยวางระเบิดราชประสงค์(หน้าตาไม่เหมือนกับภาพผู้ต้องสงสัยใส่เสื้อเหลือง ตามที่ตร.เสก็ตภาพออกมาครั้งแรก) โดยเข้าจับกุมและค้นห้องพักที่อพาตเม้นต์สองแห่งประมาณ40กว่าห้อง ของผู้อยู่อาศัยชาวมุสลิม เด็กหญิงและผู้หญิงมีผ้าผูกศีรษะและรอบคอโผล่แต่ไบหน้า  และพวกผู้ชายมีเครายาวในชุดคล้ายโสร่งและหมวกเล็กสีขาว   ต่างตกตะลึงและจำต้องพากันออกจากห้องพักทั้งครอบครัว ให้จนท.จำนวนมากกรูกันเข้าไปค้นหาวัตถุระเบิด หรือวัตถุอะไรที่จะนำมาทำระเบิดได้   แถมโชว์เสื้อกั้กของนักฆ่าตัวตาย(suicide bomber) ที่แขวนระเบิดเต็มไปหมด  ว่าได้มาจากการตรวจค้นครั้งนี้ด้วย ก็ได้มีการประท้วงเรื่องเสื้อนี้ว่าไม่มีจริง และปัดบอกว่านักข่าวไทยสอดรูปลงไปกันเอง แต่เมื่อโจนาทาน เฮด(Jonathan Head)ของบีบีซี(BBC) สอบถามหาเรื่องราวกับนายประวิตร โรจนพฤกษ์สื่ออีกท่านหนึ่ง ก็ได้ความว่าทหารใส่รูปเข้ามา แต่พอ.วินไทโฆษกทบ.ก็ยังปฏิเสธอย่างหน้าด้านๆว่าไม่จริง ภาพได้แพร่สพัดว่าตร./ทหารไทยนั้นตั้งจุดการจับกุม(target)ต่อผู้คนมุสลิมกลุ่มนี้เชื้อสายเตอรกีแบบคนอุยเกอร์อย่างแน่นอน ส่วนปากโฆษกรบ.ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ทราบสัญชาติคนที่ถูกจับและถูกค้นว่าเป็นสัญชาติใด โดยเลี่ยงคำว่าเตอรกี
ซึ่งก่อนหน้านั้นรมต.กต.ของเตอรกี นายทันจี เบลจิค(Tanjee Blegic) ออกสัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์(Reuters)ว่า ประเทศเตอรกียินดีให้ความร่วมมือกับรบ.ไทยไม่ว่าจะถามข่าวสารอะไร แต่รบ.ไทยไม่เคยตอบหรือให้ความสนใจใดๆต่อข้อเสนอจะเข้าช่วยของตนเลย
ส่วนคุณสุรชัย แซ่ด่านผู้เริ่มมาสนใจการวางระเบิดครั้งนี้ว่า อาจมาจากภายนอก(ขอแนะนำเพื่อนๆใช้เวลากับคลิปของคุณสุรชัยตั้งแต่เกิดระเบิดขึ้นมา แต่จะกล่าวเฉพาะตอน#58 คือวันนี้ที่ 1 กันยายน 2558 เรื่องเกี่ยวกับสนธิลิ้ม ซึ่งข้าเจ้าเปรยเอาไว้แต่ตอนที่แล้ว(ที่เกี่ยวกับเมกาและซีไอเอกับระเบิดนี้เท่านั้น)   สนธิก็เป็นที่ทราบว่าเชี่ยวชาญทั้งภาษาอังกฤษ/จีน/ไทยอย่างแทบหาตัวจับไม่ได้ และมีกิจการโรงแรม/การท่องเที่ยวในจีน และเป็นผู้เก่งกาจในเรื่องข่าวสารเป็นเลิศ คอยเงี่ยหูฟังและหลังพิงจีนทันทีหากบ้านเมืองพลิกเพราะตัวมีคดีเป็นชนักติดหลังอยู่มากมาย   คราวนี้เขาได้เสนอทฤษฎีเพื่อนเก่าแก่มหามิตร(เมกา)อาจกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจของไทยขณะนี้ในที่สุด ทำไม?
กลุ่มข้าเจ้าซึ่งมีถิ่นฐานและครอบครัวอาศัยอยู่ในเมกาก็ได้แต่กังวลเสมอว่าไทยเราจะไปทางไหน? พวกเราและตัวข้าเจ้าก็พยายามเขียนจม.ไปหาปธน.โอบาม่าขอความช่วยเหลือให้ช่วยเมืองไทย แต่ได้รับคำตอบจากท่านปธน.ว่าไม่สามารถจะช่วยอะไรได้มากในตอนนี้(ประมุขกำลังป่วยหนัก) เพราะหลังยึดอำนาจถูกปล้นโดยทหารมาปีกว่านี้ ดูทีท่าว่าเรากำลังดิ่งลงนรกกันแล้ว  ผู้คนกำลังอดหยากอย่างไม่เคยเป็น แถมยังจะยัดเยียดรัฐธรรมนูญที่เผด็จการสุดๆในวันสองวันนี้ให้อีก  และจะรวบอำนาจอย่างแน่นหนาเด็ดขาดและตลอดไป  ช่างเหมือนกับตอนคนจีนพันกว่าล้านคนสวดภาวนาเช้าเย็นและก่อนเข้านอน ให้กลุ่มนายกโจเอนไลและเติ้งเสี่ยวผิงเป็นฝ่ายชนะการต่อสู้ภายในของจีน ต่อนางเจียงฉิงและพรรคพวกที่เขาเรียกว่าแก้งสี่คนรวมทั้งนายพลลินเปียว  จนจีนได้รุ่งโรจน์มาจนปัจจุบันนี้
ได้เคยเขียนเล่าให้เพื่อนๆฟังมาสองหรือสามครั้งแล้ว ว่านโยบายของประเทศเมกาเกี่ยวกับต่างประเทศนั้นค่อนข้างจะอนุรักษณ์นิยม(conservative) กล่าวคือเมกาจะไม่ยอมทำร้ายผู้นำหรือประเทศไหน ที่เคยช่วยเมกายามยากเป็นอันขาด นับกันแทบไม่หมดในหลายเรื่องที่เราไม่รู้  หรือยังเป็นความลับอยู่ แต่ว่าตามความจริงแล้วเมกาเพิ่งมีประเทศเพียงสองร้อยสามสิบกว่าปี(238 ปี)มานี้เอง ก็น่าจะนับกันได้เกือบหมด เริ่มตั้งแต่ฝร้่งเศสนำโดยนายพลลาฟาเยร์(La Fayette)ได้ช่วยทั้งเงินทองการทหารและตัวเขาเองมาช่วยรบอังกฤษในสังครามปลดปล่อย(The Revolution War)ตัวจากอังกฤษจนได้รับชัยชนะเป็นประเทศเอกราช และเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อกองพล 3 นำโดยนายพลจอร์จ แพทตัน(George Patton)จอมบ้าบิ่นผู้พิชิตยอดขุนพลทหารม้ารถถังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Gen Eric Rommel เท่าที่โลกเคยรู้จัก   เมื่อกองพล 3 ยึดชายฝั่งยกพลขึ้นบกได้แล้วก็รวบรวมกำลังพลเริ่มรุกตีทหารเยอรมัน  ทหารอเมริกันพากันโห่ร้องก้องสนั่น   "ท่านลาฟาเยร์อยู่ที่ไหน.....  เรามาช่วยท่านแล้ว... เรามาทดแทนบุญคุณท่านแล้ว " ในที่สุดกองทหารเมกาและพันธมิตรก็ปลดปล่อยฝรั่งเศสและยุโรปและชนะสงครามในที่สุด 
จะเห็นได้ว่าผู้นำประเทศที่ร้ายๆแต่หากมีบุญคุณกับเมกาเป็นมิตรต่อกันแล้ว  จะได้รับความช่วยเหลืออย่างอบอุ่นในยามตกระกำลำบากแทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาห์ปาเลวีของอิหร่าน มาก้อสของฟิลิปปินส์ พีโนเชของชิลี ตระกูลซาอุูดของซาอุดิอาเรเบีย ถนอม กิตติขจร เหงียนเกากี และนายพลเวียตนามใต้ทุกคนที่ร้องขอลี้ภัย นายพลและครอบครัวชาวลาว เชื้อพระวงค์ นายพลวังปาวและครอบครัวแม้วอีก250,000คน ให้แม้วได้มีโอกาสออกจากป่า กลายเป็นคนศิวิลัยทั่วไปอีกสัญชาติหนึ่งและมีภาษาเขียนของตัวเองในปัจจุบัน ช่วยมูบารัคให้หลุดจากนรกคุกอียิปพ์  ปธน.เบาติสตาแห่งคิวบา ช่วยครอบครัวของปธน.อันวาซาดัต ครอบครัวซูฮาโต อินโดนีเซีย มาดามเจียง/ชิงไมหลิง ลอลนอลของเขมร ตั้งรกรากในเมกา  ช่วยยิวให้มีชาติแต่เห็นใจที่ปาเลสติเนี่ยนต้องถูกกดขี่และพยายามช่วย ช่วยพวกอาเมเนี่ยนจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยเตอรกี  เหตุการเช่นเดียวกับราวันดา และทุกสงครามที่ตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง เมกานำเด็กกำพร้าและญาติเข้าไปมีชีวิตเช่นคนเมกันทั่วไป ช่วยยุโรปยามบ้านเมืองเหลือเพียงฝุ่นตามแผนมาร์แชลแพลน ล่าสุดๆ ดาไลลามะของธิเบต พวกเคอร์ตในอิรัค อุยเกอร์แห่งซินเกียง และ  และ  ฯลฯ
ส่วนกษัตริย์ภูมืพลนั้นเป็นบุคคลพิเศษสุดของเมกา จะพยายามเขียนรายละเอียดเสนอเพื่อนๆในสักวันหนึ่งอีกไม่นานนัก  เป็นตอนพิเศษ
เมกาก็เตะก้นพวกที่กำแหง หักหลัง และกวนบาทาจนเหลือทนเช่นแมนเวล นอร์เรกาแห่งปานามา กัดดาพีแห่งลิเบีย ซาดัมฮุสเซนแห่งอิรัค  การบุกเกรนาดา เลบานอน ฯลฯ และกำลังวุ่นอยู่ในตะวันออกกลางด้วยพวกมุสลิมต่างนิกายรบกัน  เมกาสร้างบินลาดิน ขององค์การอาเคดา ทาลีบาน เกรวูลฟ์ของเตอรกี และไอซิส แต่ทุกกลุ่มก่อการร้ายตอนหลังก็กลายเป็นศัตรูกัน(ไม่ทรายเรื่อง เกรวูลฟ์ของเตอร์กี ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงสุดของเตอรกี   ยังพยายามค้นหารายละเอียดอยู่)
ทฤษฏีของสนธิลิ้มกล่าวหาเมกาอยู่เบื้องหลัง ทฤษฎีนี้ทำให้ต้องคิดมากไปได้หลายเรื่อง และแนวทาง เป็นไปได้เพียงไรหรือไม่ ขอมอบเป็นการบ้านให้เพื่อนๆทำกันต่อไป  สถานะการณ์เมืองไทยกำลังสุกงอมเต็มที่  เพื่อนรักสุดท่านนี้อาจสิ้นไปแล้วเราไม่รู้(แต่เมการู้)   การจะเซ็นต์สัญญาทาส ที่จะผูกมัดคนไทยไปเป็นทาส ทั้งโครงการณ์มหึมา รถไฟรางคู่/รางเดี่ยว/เรือดำนํ้าอีก/ เป็นจำนวนห้าล้านล้าน หรืออะไรที่จะรีบกันขายเอาเปอร์เซ็นต์แบบประเทศล่มสลายไม่มีทางกู้คืน อาจจะทำให้เมกาทนไม่ไหวที่เห็นไทยต้องตกไปเป็นทาสและเมืองขึ้นต่อศัตรูอย่างสมบูรณ์ เมกามีประชากรที่เรียกว่า .."ไทย-อเมริกัน" รวมลูกหลานสามสี่ชั่วคนมาแล้ว นับจำนวนไม่น้อยทีเดียว พวกเขาและลูกหลานอยากกลับไปเยี่ยมบ้าน ที่แผ่นดินเป็นประชาธิปไตย กฏหมายมีความเป็นธรรม มีความเสมอภาค มีเสรี อิสระภาพ และ ความหวังต่ออนาคต ดังเช่นผู้คนในประเทศสหรัฐอเมริกาที่พวกเขาอยู่ปัจจุบัน   หวังว่าสนธิลิ้มเดาถูกแล้ว

.........เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ!! 

Last edited by amdang (September 1, 2015 11:32 PM)

Offline

#222 September 4, 2015 6:24 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

สมัชชาประชาชนเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย

1268 Grant Avenue, 3rd Floor, San Francisco, CA 94133
The Organization of FreeThais for Human Rights and Democracy

เรื่องขอเชิญเข้าร่วมประชุมสมัชชาฯ

เรียน

พี่น้องชาวไทยที่รักชาติรักแผ่นดินเกิดทุกท่านคงเห็นพ้องต้องกันว่าบัดนี้แผ่นดินไทยหรือชาติไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา  การผงาดแสดงตัวของระบอบเผด็จการที่ได้ซ่อนรูปภายใต้กลไกอันชั่วร้ายและทรงพลังทำให้เราได้เข้าใจว่าเครือข่ายเผด็จการไทยนั้นได้ทำงานร่วมกันมานานจนเป็นเหมือนกลไกเครื่องจักรกลที่เสมือนมีชีวิต หลอกลวง ข่มเหง ขูดรีดและทำร้ายคนไทยและประเทศไทยมานานและได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในทุกๆด้านอาทิเช่นในเชิงการเมืองการปกครองนั้นอำนาจอธิปไตยถูกปล้นเอาไปหลายครั้ง ความเป็นนิติรัฐนิติธรรมถูกทำลายย่อยยับ ภาษีอากรของปวงชนชาวไทยถูกปล้นเอาไปใช้ตามอำเภอใจโดยไม่มีตัวแทนประชาชนไปตรวจสอบได้ การละเมิดสิทธิมนุษยชนบังเกิดขึ้นอย่างชัดแจ้งจนต่างชาติเอาไปเป็นข้ออ้างในการบอยค็อตต์ซึ่งทำให้บ้านเมืองเสียหายยับเยินในเชิงเศรฐกิจและที่น่าเป็นห่วงยิ่งก็คือรัฐบาลเผด็จการไทยที่ชาติตะวันตกไม่ยอมรับนั้นจำยอมต้องให้จีนครอบงำและจะครอบครองในที่สุด  การศึกษาถูกเพื่อนบ้านในอาเซี่ยนแซงไปอย่างน่าตกใจ พร้อมกันนี้ สังคมไทยโดยรวมก็ตกอยู่บนความแตกแยกและวัฒนธรรมแห่งการทำลายตัวเองเป็นต้น  สิ่งเหล่านี้มีสาเหตุที่ปรากฎชัดแจ้งในหลายกรณี และดูเหมือนว่า ตัวละครที่ได้ร่วมกันสร้างปัญหาและระบบกลไกต่างๆภายใต้ระบอบเผด็จการที่ครอบงำประเทศกว่าหนึ่งปีมานี้จะไม่สามารถนำไปสู่ทางออกของปัญหาได้

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยที่รักแผ่นดินเกิดควรจะมาปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยในฐานะที่พวกเราเป็นเจ้าของแผ่นดินร่วมกันและเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยเสมอหน้ากันเพราะเครือข่ายเผด็จการซึ่งเป็นคนส่วนน้อยที่ยึดอำนาจประชาชนไปแล้วไปแสวงอำนาจเฉพาะเพื่อคนส่วนน้อยที่ถืออภิสิทธิ์โดยละเมิดหลักการประชาธิไตยและหลักสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองอื่นๆและเพื่ออำนวยความสะดวกให้งานนี้เกิดขึ้นข้าพเจ้าในฐานะที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้างจึงขอปาวารณาตนช่วยเหลือให้เกิดการพูดคุยกันเพื่อแสวงหาทางออกที่จับต้องได้โดยท่านจะเข้ามาร่วมในฐานะที่เท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นบ่าวเป็นนาย ไม่มีใครสั่งการใคร  แต่เราจะพูดคุยกันในฐานะพี่น้องร่วมชาติที่ต้องการต่อต้านและไม่ยอมรับอำนาจที่ไม่ได้มาจากฉันทานุมัติของปวงชนชาวไทยตามหลักการประชาธิปไตยพร้อมกับต้องการเสนอทางออกให้กับบ้านเมืองด้วยพลังอันชอบธรรมสูงสุดของปวงชนชาวไทยเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง 

ในการนี้จึงขอเรียนเชิญท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นปัจเจกบุคคลหรือหมู่คณะได้แจ้งความจำนงค์สำหรับการเข้าร่วมประชุม"สมัชชาประชาชนเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย"ที่จะจัดขึ้นในวันที่  6 กันยายน 2558 ณ.โรงแรม Gold Coast Hotel & Casino 4000 W.Flamingo Rd,Las Vegas,NV 89103 เริ่มงาน9.00น.เสร็จสิ้น 18.00น.ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมงานได้ที่คุณดารณี รวีโชติ โทร.415 696 9146

อนึ่งขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้โดยมีพี่น้องไทยในรัฐเนวาดาและรัฐนิวยอร์คที่ได้ร่วมเป็นผู้อำนวยการให้การจัดการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นได้

ขอแสดงความนับถือ

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ..

โปรดอย่าลืมนะคะ พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทั่วโลก เรามีนัดกัน ณ.โรงแรม Gold Coast Hotel & Casino 4000 W.Flamingo Rd,Las Vegas,NV 89103 USA. ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมงานได้ที่คุณดารณี รวีโชติ โทร.415 696 9146
วันอาทิตย์ ที่ 6 กัยายน 2558  เริ่มงาน9.00น.เสร็จสิ้น  18.00น.

Offline

#223 September 5, 2015 6:55 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ระเบิดราชประสงค์และท่าทีของจีน

ยังไม่ได้กล่าวถึงกันเลยว่าตั้วเสี่ยใหญ่จะมีความคิดเรื่องความวุ่นวายในระเบิดลูกนี้  ได้แต่ทราบว่าเที่ยวบินจากฮ่องกง และหรือจากอีกหลายแห่งที่มุ่งสู่กทม.พากันยกเลิกแบบเจ๊กตื่นไฟไปเลยในตอนนั้น อาจจะเป็นปกติตอนนี้แล้วกระมัง แต่รบ.จีนก็ออกแถลงการเพิ่มความระมัดระวังต่อผู้คนที่จะเดินทางไปประเทศไทย  ประกอบทั้งเกิดวิกฤติการลดค่าเงินหยวนของจีนและสต้อคตลาดหุ้นของจีนตกลงประมาณ 35-40 เปอร์เซนต์ ยังหาข้อยุติยังไม่ได้ แต่หุ้นในตลาดได้เสียไป $3.4Trillion  นี่เป็นเพียงยกแรก  ก็เลยทำให้คนจีนชงักการใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แบบไปท่องเที่ยว กินอาหารนอกบ้าน ซื้อนาฬิกาโรเลค ซื้อไอโฟน ฯลฯ
ในส่วนรบ.ของจีนข้าเจ้าไม่เคยคิดแม้สักนิดเดียวว่าจีนจะปล่อยให้ไทยหลุดมือไปได้ในพศ.นี้ หลังจากทำเพชรเม็ดงามนี้หายไป 830 ปีมาแล้ว  เพราะจีนต้องการไทยมากที่สุดในตอนนี้  เป็นทั้งทางยุทธศาสตร์เป้าหมายหลักในการป้องกันตนเองและความรํ่ารวยอุดมสมบูรณ์ในอนาคต และตลอดไป   ข้อเสียอย่างแรงของจีนคือการมีพลเมืองมากถึงใกล้ 1,400 ล้านคน  ต้องใช้พละกำลัง ข้าวปลาอาหาร นํ้ามัน อุปกรณ์สำหรับมนุษย์สมัยใหม่ที่ใช้ยังชีพ การสร้างเยาวชนและผู้คนทางการศึกษาใหัลํ้าหน้า ก้าวนำในการค้นคว้า เพื่อสร้างพลังผู้คนที่จะเป็นพลังหลักในการสร้างชาติในแนวรุดก้าวกระโดดไปข้างหน้า ฯลฯ 
โดยเฉพาะสถาบันทางการคลัง การเงิน การธนาคาร และการตลาดทุกชนิดรวมไปถึงตลาดหุ้น ทั้งที่เซียงไฮ้ และ ฮ่องกง จะออกมาในรูปการทำงานไม่เพียงแค่ในประเทศในเอเซีย แต่ระดับโลก ดังเช่นธนาคาร เอไอไอบี(AIIB-Asian Infrastructure Investment Bank) ซึ่งใช้ทุนมหาศาลถึง $150 Trillion  เพื่อแข่งขันกับเมกาไอเอมเอฟ(IMF)และระบบของยูโร(URO Central Bank)  ลํ้าหน้ากว่ารัสเซียเสียอีก
เป้าหมายเฉพาะหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์และเป็นก้าวสำคัญที่สุดขณะนี้  ที่จะให้แผนหลักบรรลุผลคือการยึดประเทศไทยและควบคุมให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายเพียงใด(at any cost)จีนก็จะทำ  เพราะทุกเมล็ดทรายของแหลมทองของไทยเป็นแผ่นดินที่มีค่ากว่าทองคำ ที่จะนำจีนสู่มาเลย์ สิงค์โปร์(ทางบก ทางรถไฟ)  ก้าวต่อไปแค่เอื้อมคือบอเนียวและดินแดนอันสุดสมบูรณ์อีกเกีอบ 2 หมื่นเกาะ   ผ่ากวาดรอบอิโดนีเซียด้านล่าง นิวกินี คลุมไปทางหมู่เกาะทะเลใต้ในแปซิฟิคเหนือทวีปออสเตรเลีย  โดยยกเว้นหมู่เกาะฟิลิปีนส์ และญี่ปุ่น ซึ่งยังเป็นพันธมิตรอันแนบแน่นอยู่กับเมกาและออสเตรเลียอยู่ และอาจจะอีกยาวนาน
ส่วนพม่าและไ้ต้หวันเป็นเรื่องเล็กที่จะกลับมากวาดเอาทีหลังเมื่อไหร่ก็ได้ 
จีนได้รับบทเรียนอย่างมีค่ามากล้นที่จำต้องก่อสงครามช่วยไทยโดยเติ้งเสี่ยวผิงส่งทหารจีน600,000นายบุกเข้าเวียตนาม(ทางเหนือ)เพื่อช่วยยับยั้งกองทัพรถถังมหึมาเกือบ3,000คันพร้อมบุกกทม.จากทางตะวันออก(อรัญญประเทศ  และจากนํ้ายืนอุบล ช่องสุรินทร์ ละหานทรายบุรีรัมย์ จรดเกาะกงและหาดเล็กที่ตราด) เมื่อ17 กุมภาพันธ์ 1979  ถึง 16 มีนาคม 1979 เพียง 6 สัปดาห์กับ 6 วัน จีนก็ถอยกลับแล้วอ้างว่าเป็น"สงครามสั่งสอน-Teaching Lesson War" ที่แท้เวียตนามนั้นเป็นครูผู้สอนจีนต่างหากเพราะทหารจีนตาย 62,000 คน(จีนอ้างตายเพียง6,954คน) ส่วนเวียตนามทหารตาย 30,000 และทหารบ้าน(militia)ตาย 57,000 (ตัวเลขฝ่ายจีนอ้าง)  พวกคอมมิวนิสต์ข้างไหนโกหกอย่างไรไม่สำคัญ(เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขากระทำเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพราะไม่มีสื่อใดๆเข้าไปสอบได้)  ส่วน"สงครามสั่งสอน"กันคราวนี้ ทางตะวันตกพากันลงมติว่าเวียตนามเป็น"ครู"แต่จีนเป็น"ลูกศิษย์"ต่างหาก  ปัจจุบันหลังจาก 35 ปี  ตอนนี้หากรบกันอีก จีนก็คงกลับเป็นครูแน่ เนื่องจากจีนพัฒนาไปไกลใกล้เมกาแล้ว เพราะพลังทางเศรษฐกิจ ที่จีนเปลี่ยนจากระบบคอมมิวนิสต์ให้เป็นแบบตะวันตกแทน(แต่รบ.ยังเป็นคม.อยู่เช่นเดิม) ทำให้จีนรํ่ารวยที่สุดในโลก กำลังทางทหารก็เป็นรองแต่เมกาเท่านั้น ฉนั้นโครงการธนาคารเพื่อส่งเสริมสร้างสรรค์เอเซีย(AIIB) ที่จีนเป็นหัวโจกน้้นคงคลอดออกมาในเร็วๆนี้ และลูกค้าสำคัญก็คงเป็นไทยนั่นเอง พอทางตันจีนก็จะอุ้มอีกแต่มัดแน่นเหมือนงูยักษ์(Draconian)  ไทยคงหมดแรงจะดิ้นอีกต่อไป และจะกลายเป็น "ทาส" ของจีนโดยดุษฏียภาพ

จีนพลาดโอกาสที่จำต้องทำสงครามกับเวียตนามและยินยอมให้เวียตนามรวมตัวกันได้และกลายเป็นศัตรูตัวร้ายที่สุดทางใต้  ทางตะวันตกก็กำลังมีเรื่องกับธิเบต และอุยเกอร์และจะมีผลกระกระทบต่อประเทศมุสลิมบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) จนถึงเตอรกี  และหากจีนยอมให้เกาหลีรวมกันได้อีก จีนก็คงมีศัตรูรอบด้าน รัสเซียเป็นเพียงมิตรชั่วคราวเท่านั้นเพราะเคยรบกันมาก่อนที่บริเวณใกล้มงโกเลียบริเวณแม่นํ้าอัสรีและโบดูเวนปี1969  ไทยเท่านั้นที่จะเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จและจะป้องกันจีนได้อย่างแท้จริง

เหตุบอมบ์ศาลพระพรหมยังไม่จบง่ายๆเจ้าคะ  ตอนนี้หนังพักครึ่งทาง คนไทยกำลังพุ่งความสนใจสู่รัฐธรรมนูญ"ฉบับหนองใน"ของโจรคสช."โดยเฉพาะการประท้วงที่หอศิลป์ใกล้วังสระปทุม กลัววังจะถูกเผากระมัง จนต้องออกกฎหมายด่วนห้ามประท้วงใกล้วัง ก็น่าจะพากันแห่ไปที่ศิริราชเสียเลยจะช่วยลัดวงจรให้มันจบๆเสียที  เข็นออกมาพะงาบๆสงสารจัง  ชดใช้กรรมพอแล้วยังคะพระพรหมเจ้าขา?  กรุณาปล่อยเขาไปเถอะน่าเวทนายิ่ง ไม่ต้องถูกเข็นออกมาทรมานให้ทุเรศสายตาอีก เมื่อเสียงบึ้มดังอีก และจะดังอีกหลายครั้ง  ให้เขาR.I.Pเถอะเจ้าคะ  คิดถึงเพลง"ยมพบาลเจ้าขา" นะเจ้าคะ

เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ!!!

Last edited by amdang (September 7, 2015 11:59 PM)

Offline

#224 September 9, 2015 8:03 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ครั้งแรก..การประชุม "สมัชชาประชาชนเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย"
ณ.โรงแรม Gold Coast Hotel & Casino 4000 W.Flamingo Rd,Las Vegas,NV 89103 USA.
วันอาทิตย์ ที่ 6 กัยายน 2558  เริ่มงาน9.00น.เสร็จสิ้น  18.00น.

LV_046.jpg LV_047.jpg LV_026.jpg LV_007.jpg LV_011.jpg LV_015.jpg LV_023.jpg LV_022.jpg LV_050.jpg LV_032.jpg LV_025.jpg


คำแถลงการของท่าน จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ September 6, 2015
เรียน ท่านผู้รักประชาธิปไตย:
พี่น้องชาวไทยที่รักชาติรักแผ่นดินเกิดทุกท่านคงเห็นพ้องต้องกันว่าบัดนี้แผ่นดินไทยหรือชาติไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การผงาดแสดงตัวของระบอบเผด็จการที่ได้ซ่อนรูปภายใต้กลไกอันชั่วร้ายและทรงพลังทำให้เราได้เข้าใจว่าเครือข่ายเผด็จการไทยนั้นได้ทำงานร่วมกันมานานจนเป็นเหมือนกลไกเครื่องจักรกลที่เสมือนมีชีวิต หลอกลวง ข่มเหง ขูดรีดและทำร้ายคนไทยและประเทศไทยมานานและได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในทุกๆด้านอาทิเช่นในเชิงการเมืองการปกครองนั้นอำนาจอธิปไตยถูกปล้นเอาไปหลายครั้ง ความเป็นนิติรัฐนิติธรรมถูกทำลายย่อยยับ ภาษีอากรของปวงชนชาวไทยถูกปล้นเอาไปใช้ตามอำเภอใจโดยไม่มีตัวแทนประชาชนไปตรวจสอบได้ การละเมิดสิทธิมนุษยชนบังเกิดขึ้นอย่างชัดแจ้งจนต่างชาติเอาไปเป็นข้ออ้างในการบอยค็อตต์ซึ่งทำให้บ้านเมืองเสียหายยับเยินในเชิงเศรฐกิจและที่น่าเป็นห่วงยิ่งก็คือรัฐบาลเผด็จการไทยที่ชาติตะวันตกไม่ยอมรับนั้นจำยอมต้องให้จีนครอบงำและจะครอบครองในที่สุด การศึกษาถูกเพื่อนบ้านในอาเซี่ยนแซงไปอย่างน่าตกใจ พร้อมกันนี้ สังคมไทยโดยรวมก็ตกอยู่บนความแตกแยกและวัฒนธรรมแห่งการทำลายตัวเองเป็นต้น สิ่งเหล่านี้มีสาเหตุที่ปรากฎชัดแจ้งในหลายกรณี และดูเหมือนว่า ตัวละครที่ได้ร่วมกันสร้างปัญหาและระบบกลไกต่างๆภายใต้ระบอบเผด็จการที่ครอบงำประเทศกว่าหนึ่งปีมานี้จะไม่สามารถนำไปสู่ทางออกของปัญหาได้
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยที่รักแผ่นดินเกิดควรจะมาปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยในฐานะที่พวกเราเป็นเจ้าของแผ่นดินร่วมกันและเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยเสมอหน้ากันเพราะเครือข่ายเผด็จการซึ่งเป็นคนส่วนน้อยที่ยึดอำนาจประชาชนไปแล้วไปแสวงอำนาจเฉพาะเพื่อคนส่วนน้อยที่ถืออภิสิทธิ์โดยละเมิดหลักการประชาธิไตยและหลักสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองอื่นๆและเพื่ออำนวยความสะดวกให้งานนี้เกิดขึ้นข้าพเจ้าในฐานะที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้างจึงขอปาวารณาตนช่วยเหลือให้เกิดการพูดคุยกันเพื่อแสวงหาทางออกที่จับต้องได้โดยท่านจะเข้ามาร่วมในฐานะที่เท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นบ่าวเป็นนาย ไม่มีใครสั่งการใคร แต่เราจะพูดคุยกันในฐานะพี่น้องร่วมชาติที่ต้องการต่อต้านและไม่ยอมรับอำนาจที่ไม่ได้มาจากฉันทานุมัติของปวงชนชาวไทยตามหลักการประชาธิปไตยพร้อมกับต้องการเสนอทางออกให้กับบ้านเมืองด้วยพลังอันชอบธรรมสูงสุดของปวงชนชาวไทยเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง
อนึ่งขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้โดยมีพี่น้องไทยในรัฐเนวาดาและรัฐนิวยอร์คที่ได้ร่วมเป็นผู้อำนวยการให้การจัดการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นได้
ขอแสดงความนับถือ
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
สำหรับข้อสรุปการประชุมครั้งที่ 1 โดยสส.Sunai Chulpongsatorn
กดตามลิ้งค์

การประชุมสมัชชาขององค์การเสรีไทย Sept. 6, 2015 Part 4
การประชุมสมัชชาขององค์การเสรีไทย Sept. 6, 2015 Part 4 http://www.ifreedomtv.com/ http://www.laotimes.com/ http://www.iFreeThai.com/ https://www.yout...
YOUTUBE.COM

มีพี่น้องผู้รักชาติและกระหายที่จะเห็นประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรอุบาศว์ มาร่วมประชุมจากหลายประเทศประมาณ ๙๖ คน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเราลงมติในช่วงเวลา ๖๙ ปี ได้เกิดมีการรัฐประหาร ๑๙ ครั้ง แต่ละครั้งก็มีการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง แล้วเขียนใหม่ ทำให้ประเทศชาติบอบช้ำ ถอยหลัง และอยู่ในยุคทมิฬ ที่พวกเราไม่สามารถจะนั่งดูดายอีกต่อไป การตั้งสมัชชาประชาชนขึ้นมาครั้งนี้และครั้งต่อๆไปเพื่อแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงระบอบการเมือง การปกครองของไทยให้อยู่หรือเทียมเท่าระบอบประชาธิปไตยตามสากลโลกที่เขากระทำกัน การต่อสู้ได้เปิดโรดแมบขึ้นแล้ว ณ.ลาสเวกั้สแห่งนี้

เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ!!!

Offline

#225 September 10, 2015 12:51 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ท่านสามารถติดตามชมบรรยากาศและบทสรุป
การประชุมสมัชชาประชาชนไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ครั้งที่ 1 ณ นครลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่  6 กันยายน ศกนี้ ได้ที่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการชั่วคราวของสมัชชาฯ

http://atzhd.blogspot.com/

และหากมีคำแนะนำใด ๆ ขอให้แจ้ง 4everche@gmail.com จักขอบคุณยิ่ง


คุณเอนก สุดยอด

เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ!!!

Offline

#226 September 10, 2015 5:55 PM

LOCOMOTION
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 172

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

สวัสดีครับ ท่าน Amdang ... ขอบพระคุณ สำหรับเรื่องราว ข้อมูล และภาพ ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเหตุระเบิดราชประสงค์ .. ผมเองก็กำลังรอดูอยู่ว่า รัฐบาลโดยตำรวจ จะแถลงอะไรที่เป็นเนื้อหาข้อมูลมากขึ้นบ้าง .. แต่ผมว่ากว่าจะได้เงินรางวัลรวม 7 ล้าน คงไม่ง่ายแน่นอนครับ ..... ผมกำลังนึกถึงสุภาษิตโบราณที่ว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว .. แต่สำหรับบางประเทศ ยิงความไม่ได้เรื่องนัดเดียว กลับได้เพิ่มศัตรูถึงสามทาง .. จากนโยบายโปรจีนหลับหูหลับตาช่วยส่งอุยกูร์ไปให้เขา .. เลยได้ความไม่พอใจจาก เมกา - ตุรกี - และกลุ่มคนมุสลิมบางส่วน .. ตานี้แหละควานหาเอาเองละกันว่า น่าจะมาจากไหนกัน .... แต่บางคนก็ยังซื้อบื้อไม่เลิกนะ เพราะยังวนเวียนอยู่กับคำว่าผู้เสียประโยชน์ทางการเมืองอยู่อีก .. เวรกรรมของสมองมัน ..

Offline

#227 September 12, 2015 6:02 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ตอบคุณLOCOMOTION     

โดยเฉพาะถ้อยคำของคุณ... "ยิงนัดเดียว กลับได้เพิ่มศัตรูถึงสามทาง"
แหมเหมือนกับใจนึกว่าจะเขียนเรื่องระเบิดราชประสงค์นี้อีก  ในเนื้อหาแบบเดียวกันเป๊ะเลย และเมื่ออ่านความคิดเห็นของคุณต้องอ่านอีกสองสามเที่ยว  คราวก่อนตอบคุณไปได้ครึ่งเดียว ลมพาไปหลงทางเสียก่อน ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ
เวลานี้นักวิจัยวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็คิดไปตามแนวทางเรื่องคนอุยเกอร์เช่นคุณ  และเป็นเรื่องของความมักง่าย ผิดพลาด รู้เท่าไม่ถึงการณ์  เลยกลายเป็นชักศึกเข้าบ้าน และที่กำลังแก้อยู่ก็ผิดทางอีก ส่วนฝ่ายพวกตำรวจก็ไม่เคยเป็นอิสระที่จะทำหน้าที่ในการพิสูจน์สอบสวนสืบสวน ต้องเป็นทาสรับใช้ทหารและในวังมาตลอด ตำรวจไทยเป็นอาชีพราชการที่ห่วยที่สุดเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง   ที่ทำแต่เรื่องบิดเบือนร้ายๆ และเป็นธรรมดาที่ใช้วิธีบีบหรือดีดไข่ โดยซ้อมผู้ต้องสงสัยตามสั่งให้รับสารภาพหรือให้ปากคำไปในทางต้องการ อย่าได้หวังพึ่งใดๆต่อขบวนความยุติธรรมในประเทศนี้ ประเทศที่ปกครองโดยกษัตริย์องค์นี้มา 69 ปี ผู้เปล่งวาจาเป็นคำสัตย์สาบาลตอนเถลิงรับตำแหน่งหลังพี่ชายถูกยิงตายว่า "เราจะปกครองประเทศโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของชาวสยาม" .......  สมใจที่ได้เห็นถูกเข็นออกมาในสภาพอ้าปากหุบไม่ลง มันสะใจพสกนิกรอย่างข้าเจ้าโดยแท้  ขอจงทรงมีพระชนมายุทรมานยาวนาน และจนได้เห็นความล่มจมของราชอาณาจักร และการล่มสลายของวงศ์จักรีในเวลาเดียวกัน คงอีกไม่นานเกินจะรอ บึ้มลูกต่อไปอาจจะออกมาไม่ได้อีกแล้ว
อีกสาเหตุหนึ่งที่ได้เห็นว่าชายเสื้อเหลืองผู้มีเป้ระเบิดนั้น สามารถหนีเอาตัวรอดออกมาได้ตามแผน หากเป็นการกระทำของฝ่ายเราภายใน ชายคนนี้ผู้วางระเบิด จะไม่มีโอกาสหนีเลย ทำไม?  เพราะของเราจะไม่ปล่อยให้มีหลักฐานเหลือไว้นั่นเอง  ฆ่าตัดตอน (เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล)ลูกเดียว นี่คือลายเซ็นต์ (Clandestine Operation Signature)ของกลุ่มขบวนการที่ต่างกัน

ngongเผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!!  ngong

Last edited by amdang (September 20, 2015 10:30 PM)

Offline

#228 September 14, 2015 7:49 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Uighur People (ชนเผ่าอุยเกอร์) ตอนที่ 1

ชาวอุยเกอร์หรืออุยกูร์ตามที่บางท่านของสื่อไทยเรียก การสกดภาษาอังกฤษก็ต่างกันเล็กน้อย ถามเพื่อนเตอรกี เขาบอกว่าประเทศเขาเรียกโมฮาจารีน(Mohajareen)  แต่พอไปค้นต่อความหมายก็ต่างกันเล็กน้อย กลายเป็นพวกกล้าตายหรือกองทหารที่กล้าหาญชาญชัยต่างๆว่าไปโน่น ส่วนข้าเจ้าขอเรียกว่าชาวอุยเกอร์ตามสำเนียงภาษาอังกฤษแบบเมกันก็แล้วกัน
พอตั้งหัวข้อชาวอุยเกอร์ได้แล้วก็อยากจะเข้าจุดสำคัญเลยทีเดียว ว่าทำไมจีนมีอะไรกับพวกนี้และเกลียดชังกันอย่างมากมายอย่างไร แม้ตอนมารับพวกเขากว่า100คนจากรบ.อ้ายเหล่ที่กทม.  จีนต้องใช้เครื่องบินและจนท.กระหนาบข้างผู้อพยพอุยเกอร์เหล่านี้ และทุกคนใส่กุญแจมือและมีถุงดำคลุมหัวหมด  เห็นภาพแล้วอนาถใจต่อการถูกปฏิบัติดังเช่นนักโทษเด็ดขาด และคงโดนลงโทษจากจีนอย่างไรก็อย่าไปเดาให้เสียประสาทเปล่าๆ อันที่จริงพวกเขานั้นเป็นเพียงผู้อพยพหนีภัยรบ.จีน และเข้ามาหลบพึ่งแผ่นดินไทยและคิดจะหนีต่อไปประเทศเตอรกี ซึ่งเป็นเผ่าพันธ์ุ มีภาษาศาสนามุสลิม ขนบธรรมเนียมและประเพณีเดียวกัน  สาเหตุที่เข้ามาไทยสดวกสบายเพราะไม่ต้องขอวีซ่าไทยหากใช้ใบเดินทางของจีนแล้วก็จะไม่มีคำถามอื่นใดจากตม.ไทย แสดงว่าตอนนี้คนอุยเกอร์คงอาศัยตกค้างในไทยจำนวนมิใช่น้อย และกำลังถูกรบ.เหล่ตามล่าอย่างเร่งด่วนหลังระเบิดราชประสงค์เมื่อ 17 สิงหาคมเป็นต้นมา  ทั้งๆที่ทูตของเตอรกีประจำไทยและรมต.กต.ของเขาได้พยายามติดต่อรบ.ไทยเพื่อให้ความร่วมมือและรับทราบเหตุกาณ์ในกรณีย์นี้บ้าง  ก็ได้รับการไม่ใยดีใดๆออกไปจากรบ.ไทยเลย(เท่าที่ทราบขณะนี้)  ดูเหมือนว่าผู้ต้องหาทั้งหลายที่ได้จับไปแล้วรบ.ไทยไม่ได้อ้างว่าเป็นคนสัญชาติเตอรกีเลย จรรยาบรรณทางการทูตดูเหมือนจะมึนตึงใส่เขาอย่างเดียว ทั้งๆที่ปธน.ทานยิบ เออโดแกน(President Recep Tayyip Erdogan)ก็ได้พบกับปธน.สีจินปิง(President Xi Chinping)ของจีนเมื่อปลายเดือนที่แล้วและมีการตกลงบางอย่างระหว่างประเทศทั้งสอง โดยเฉพาะปัญหาคนอุยเกอร์นั้นได้หยิบยกมาพูดกันเป็นพิเศษ(ไม่ทราบรายละเอียดของข้อตกลงใดๆ) จบลงที่เตอรกีได้เจรจาขอซื้อชุดจรวดขีปนาวุติป้องกันตัวแบบใหม่อันมีชื่อเสียงของจีนด้วย  ตอนนี้เตอรกีกำลังจะมีการเลือกตั้งแบบเร่งด่วน(Snapshot Election)เพื่อขอประชามติเสริมเติมให้รบ.เตอรกีสามารถขยายสงครามในซีเรียและอิรัคได้มากขึ้น ขณะเดียวกันเครื่องบิน F-16 ของเตอรกีก็เพิ่มเที่ยวบินโจมตีต่อพวกไอซิส(ISIS) และพวกเคอร์ต(Kurd)ในซีเรียมากขึ้น  ดูแล้ววุ่นวายไปไม่รู้ว่าเตอรกีจะเอาอย่างไรแน่ โดยเฉพาะการโจมตีพวกเคอร์ตซึ่งเป็นพันธมิตรกับเมกาและอิรัคกลายเป็นเป้าหมายล่าสุดของเตอรกีรวมอยู่ด้วย  ฝ่ายร้สเซียก็ประกาศกร้าวสัปดาห์ที่แล้ว  ว่าจะหนุนซีเรียแบบไม่อั้นทั้งเงินทองและทางอาวุธยุทโธปกรณ์ ส่วนอิหร่านก็ยังหนุนพวกฮูตี้(Houthies)สู้กับซาอุดิอาเรเบียในเยเมน(Yemen)ต่ออย่างแข็งขัน เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกองทหารผสมของซาอุถูกฆ่าตายหมดค่าย70กว่านาย จนการ์ตา(Qatar)หุ้นส่วนสงครามของซาอุฯ  ต้องส่งทหารภาคพื้นดินเข้าเสรืมในสมรภูมิเยเมนอีก1,000คน ดูเหมือนพวกฮูตี้ยิ่งรบยิ่งเก่งมือขึ้นตลอด   รบกับคนรวยต้องให้ได้อย่างนี้ ตอนนี้ซาอุดิอาเรเบียหมดเงินไปครึ่งหน้าตักแล้ว(เหลืออยู่อีก $450Billion) อีกไม่นานขี้มูกคงโป่ง  กว่าจะรู้ว่าเงินซื้อสงครามไม่ได้ก็อาจจะหมดตัวไปแล้ว ส่วนเมกาก็รวยเอาๆจากการขายอาวุธให้พวกอาหรับรบกัน  บาปกรรมของมนุษย์เนอะ  อีกหน่อยก็อาจจะถึงคราวเราบ้าง สถานะการณ์มันเข้ามุมในทุกด้านและขมวดปมเข้ามาทุกด้านแล้ว อ้ายเหล่ชักศึกเข้าบ้านเพราะความเซ่อของมัน แถมหน้าด้านจะอยู่ต่อ ทั้งที่รัฐธรรมนูญก็ไม่ผ่าน มันเป็นไปได้อย่างไร? เมืองไทยจะไปทางไหน?  จะออกหัวออกก้อย? อุดมเดชจะได้ตำแหน่งรมต.กห.?  สิ้นเดือนคงรู้ว่าทหารเสียวราชินีจะเบี้ยวกันหรือเปล่า และจะไปทางไหน?  สิ้นกันยาคงได้เห็นกัน
ขอความกรุณาคนไทยในบริเวณนิวยอร์คโปรดไปช่วยกันไล่ให้ไอ้เหล่ที่ยูเอ็น(กันยา 25/26 2015) ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

กรุณาคอยอุยเกอร์ตอนต่อไปนะเจ้าคะ

ngongเผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!! ngong

Last edited by amdang (September 20, 2015 10:29 PM)

Offline

#229 September 19, 2015 12:40 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Uighur People (ชนเผ่าอุยเกอร์) ตอนที่ 2

คนอุยเกอร์เป็นคนมุสลิมเผ่าซุนนี่(Sunni Muslim) เชื้อสายเตอรกี ยังพูดภาษา มีวัฒนธรรมเช่นคนเตอรกีมุสลิมทั่วไป ได้ตั้งถิ่นฐานที่ตะวันตกเฉียงเหนือของจีน คือจังหวัดซินเกียง(Xinjiang) ที่เป็นศูนย์กลาง(HUB)ของเส้นทางหลายสายจนกระทั่งในปัจจุบัน ความเข้าใจของหลายคนคิดว่าเป็นคนจีนแต่แท้ที่จริงเป็นคนมุสลิมที่มีเชื้อสายคนเตอรกีมุสลิม(Turkic Muslim)   แต่ถูกจีนผนวกเป็นดืนแดนของจีนตอนเมาเซตุงเถลิงอำนาจโดยชนะสงครามกลางเมืองในปี 1954 โดยสามารถขับไล่กองกำลังรบ.ก๊กมินตั๋ง(Koumintang)ของเจียงไคเชค(Chiang kai-check)ตกทะเลไปอยู่เกาะไต้หวันสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ  เมาเซตุงไม่มีกองทัพเรือจะติดตามไปเกาะไต้หวัน ประกอบทั้งเมกายังหนุนเจียงไคเชคอยู่ สงครามกลางเมืองจีนก็ปิดฉากอยู่แค่นั้นจนปัจจุบัน แต่ทางบก ทางตะวันออก ได้ยึดแมนจูเรียคืนจากญี่ปุ่น  และทางตะวันตกโดยเฉพาะที่ธิเบตและซินเกียง เมาได้ส่งทหารเข้าปราบปรามและเข้ายึดครองทั้งธิเบตและซินเกียง จนเป็นสาเหตุใหัท่านดาไลลามะผู้นำทางศาสนาจักรของธิเบต  ต้องหนีออกประเทศโดยต้องข้ามภูเขาหิมาลัยสู่เมืองธรรมศาลา ท่านได้ลี้ภัยในอินเดียด้วยความช่วยเหลือบางส่วนจากหน.ซีไอเอ โทนี่โป(Tony Poe-Anthony Poshepney)แห่งเมืองนํ้ายู้(Nam Yu)ใกล้เชียงลม(Xienglom)ในทางเหนือของลาว(LS184-citation)ในการอพยพสาวกของดาไลลามะหนีหลายครั้ง จนกระทั่งปัจจุบันนี้(โทนี่ โปเสียชีวิตที่เมืองลองบีช แคลิฟอร์เนีย(Long Beach California)เมื่อประมาณ8-9ปีที่แล้ว โดยใช้ชีวิตหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นทหารหน่วยนาวิกโยธิรเมกาอาบเลือดเข้ายึดอิโวจิมา(Iwojima)   ต่อมาเขาเป็นจนท.ซีไอเอในอินโดนีเซีย ลาว และสุดท้ายอยู่ในไทยจนเกือบวาระสุดท้ายของชีวิต จึงยอมกลับบ้านไปเสียชีวิตที่แผ่นดินเกิด แต่งงานกับคุณแสง หลานสาวเจ้าพระยาตูบีลีฟอง อดีตข้าหลวงใหญ่ของคนม้ง(แม้ว)และเมี้ยน(เย้า)   บัดนี้ลูกหลานได้กลับไปตั้งหลักกันใหม่ที่เมกาหมดแล้ว  ท่านผู้นี้มีบทบาททางลับทหาร(para military)อย่างมากมาย ในเขตตะวันตกของจีนและชนกลุ่มน้อยของพม่าตอนบน ส่วนใครผู้ใดจะสานงานต่อ ต่อไปและเกี่ยวพันกับกลุ่มอุยเกอร์ในซินเกียงในตอนหลัง จนกระทั่งต่อเนื่องกับฝ่ายเตอรกีหรือพวกเกรวูลฟ์(Grey Wolves)เป็นจริงแค่ไหนก็ยากที่จะเดาได้  ต้องรอรบ.เมกาปล่อยเอกสาร(declassified secret documents)อีก30-40 ปีข้างหน้ากระมัง?  ก็ได้แต่บอกเล่าให้เพื่อนๆฟังว่าผีมีจริงน๊ะ ทุกแห่งในโลกมีของลึกลับทั้งนั้น  แต่ทุกอย่างก็ย่อมหนีความจริงไม่พ้น เช่นสักวันหนึ่งผู้คนจะรู้หมดว่าราชวงศ์จักกรีได้ทำอะไรไว้บ้าง? อย่างไร? แค่ไหน? อย่าคิดว่าจะหนีได้พ้น ล้มลงคราวนี้โดยประชาชนรากหญ้า  จึงถือว่าเป็นการปฎิวัติที่แท้จริง และอย่าหวังว่าจะล้มลงบนเบาะนุ่มๆ เหมือนตอนคณะราษฏร์ของนายปรีดีทำไว้เมื่อปี 2475 น๊ะเจ้าคะ  บทเรียนคราวนั้นทำให้บ้านเมืองและผู้คนลำบากแทบตากระเด็นมาจนทุกวันนี้
ขออภัยที่ออกนอกคนเผ่าอุยเกอร์ไปไกล เพราะจิตใจจ่อแต่เรื่องของเราแทบทุกลมหายใจ  หันมาคุยเรื่องเส้นทางสายไหม(Silk Road Highway)กันดีกว่า  เส้นทางสายนี้ช่างมีความสำคัญที่นำเผ่าอุยเกอร์มาได้ตั้งหลักในซินเกียง และปัจจุบันจีนเหมาเป็นของตน ความจริงแล้วเผ่าอุยเกอร์นี้(บางตำรา)มีอายุยาวนานต่อเนื่องมาถึง9,000ปีทีเดียว(ของจีนแค่6,000ปี)  จะจริงแท้แค่ไหนคงไม่สำคัญสำหรับเรื่องที่อาจจะมาเกี่ยวกับเราในตอนนี้  พวกอุยเกอร์เคยมีราชอาณาจักร มีกษัตริย์ของตนเอง แลัวบางพวกก็เคยอยู่แถบเขาอัลไต(Altai Mountain Range in Russia)ตัวจริงมาก่อน  ที่หลวงวิจิตรวาทการมโนให้อ้ายเหล่เชื่อ และยึดถือเป็นคัมภีร์มาจนปัจจุบัน จนมีนามค่อนข้างจะเป็นประวัติศาสตร์เรียกว่า"เหล่อัลไต"ทุกวันนี้ บางพวกใช้เส้นทางสายไหม(ตอนบน)อันเป็นเส้นทางสายหลักเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม การค้าขาย การศาสนา การผจญภัย  จีนยังใช้ขนนํ้ามันจากอิหร่านในปัจจุบัน   ฯลฯ ของผู้คนที่ติดต่อระหว่างยุโรปใต้(ถึงอิตาลี่) ประเทศแถบทะเลดำ(เมดิเตอร์เรเนียนปัจจุบัน) ผ่านเตอรกี ออกสู่เอเซียกลาง และแยกเป็นสายเหนือผ่านซินเกียง และสายใต้ผ่านปากีสถาน อินเดีย ด้านใต้ของภูเขาหิมาลัย บังคลาเทศ พม่า และยูนาน
อย่าได้แปลกใจว่ามาร์โคโปโล(Marco Polo)ได้เดินทางผจญภัยจากอิตาลีไปสู่ราชสำนักจีนสมัยกุบไลข่าน และได้นำเส้นก๋วยเตี๋ยวพาสต้า(เช่นสปาเกตตี้)มาแพร่หลายในจีนจนกลายเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวหลากชนิด หลายสีสรร และของเราเกิดมีเส้นจันทร์ และต่อมาเป็นเส้นใหญ่ และก๋วยจั๊บกระมัง?
ส่วนทางศาสนา เช่นศาสนาพุทธในระยะแรกจนประมาณปีพศ.600 เป็นยุคทองของการเผยแพร่ศาสนา จากอินเดียสู่สุวรรณภูมิ ไปจีน เกาหลี ญี่ปุ่น  และทางใต้ผ่านพม่าไทย มาเลย์ สู่สุมาตรา อินโดนีเซีย หวังว่าเพื่อนๆคงเคยเห็นหรือฟังเรื่องไซอิ๋ว ซึ่งพระสังซำจั๋ง(ศรัทธา) เห้งเจีย(ลิง-โทศะ-ปัญญา) ตีโป้ยก่าย(หมู-โลภะ-ศีล) ซัวเจ๋ง(ปีศาจนํ้า-ความไม่รู้-สมาธิ) ได้เดินทางไปแสวงบุญในอินเดีย และเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฏกคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยลานันทาอยู่ถึง 15 ปีก่อนท่องทั่วอินเดียอีกหลายปี    ตลอดการเดินทางบนเส้นทางสายไหมนี้ก็ได้ต่อสู้กับยักษ์มารสารพัดชนิด  บางครั้งก็เข้าตาจนก็เรียกเจ้าแม่กวนอิม(พระโพธิสัตย์-พระอุวโลกิเตศวร-พระผู้เป็นใหญ่เพ่งมองมายังสัตว์โลก-เป็นตัวแทนแห่งความเมตตา)นั่งดอกบัวลอยมาช่วย
ยังอยู่บนเส้นทางสายไหม จะวกเข้าเรื่องชนเผ่าอุยเกอร์ผู้มีประวัติอันยาวนาน และภาคภูมิใจในพวกตน และไม่ยอมให้จีนครอบงำพวกเขาง่ายๆ จนพวกเขาเป็นขบวนการแยกดินแดนรุ่นใหม่ล่าสุด  ที่กล้าสู้กับศัตรูยักษ์ใหญ่อย่างจีนอย่างไม่พรั่นพรึง มาดูกันว่าใครจะช่วยเหลือคนอุยเกอร์บ้าง เพื่อนๆอาจจะแปลกใจ อาจจะทำให้ภาพระเบิดราชประสงค์ มีภาพเกิดแจ่มใสขึ้น
โปรดติดตามชนเผ่าอุยเกอร์ตอนต่อไปนะเจ้าคะ

ngong เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!!ngong

Last edited by amdang (September 20, 2015 10:27 PM)

Offline

#230 September 20, 2015 10:18 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Uighur People(ชนเผ่าอุยเกอร์) ตอนที่-3

เนื่องจากความยาวนานของประวัติศาสตร์  และความรุ่มร่ามเกินความจำเป็น ข้าเจ้าขอมาเริ่มให้เห็นตอนยุคใหม่ประมาณหลังจากรัสเซียได้เปลี่ยนประเทศเป็นประเทศบอลเชวิคคือคอมมิวนิสต์แล้ว และโดยเฉพาะตอนสตาลินขึ้นมามีอำนาจประมาณปี1940   รัสเซีย(USSR)เริ่มขยายเขตอิทธิพลรอบด้านจากเขตแดนของตัวเอง โดยใช้วิธีผนวกดินแดน(ประเทศ)โดยตรง หรือใช้อิทธิพลให้ประเทศเหล่านั้นอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียเช่นแถบยุโรปตะวันออก ประเทศบริวารคือ ฮังการี เชคโกสโลวาเกีย โรเมเนีย บุลกาเรีย โปแลนด์ เยอรมันตะวันออก ลัทเวีย ลิทธูเอเนีย เอสโตเนีย ส่วนทางตะวันตกเฉียงใต้ ก็ได้สร้างความสัมพันธ์พิเศษกับประเทศมุสลิมตลอดเส้นทางสายไหม อันมีแคว้นคาซัคสถาน (Kazakhstan) คีกิสถาน(Kyrgystan) ทาจิคีสถาน(Tajikistan) อูเบคคีสถาน(Ubekistan)และมงโกเลีย(Mongolia) เพื่อโอบล้อมเตอรกี อิหร่าน และประเทศอาหรับซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษเช่นปากีสถาน อัฟกานิสถาน อิรัค เป็นต้น องค์การโคมินเทอร์น (Comintern =communist international established 1919)ของรัสเซีย สนับสนุนทุกประเทศทั่วโลก ให้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ รอยแผลของสงครามเย็นจะเห็นได้จากสงครามคาบสมุทรเกาหลี การปฏิวัติของฟิเดล คาสโตรในคิวบาและความพยายามที่จะใช้ เช กูวารา เปลี่ยนทวีปอเมริกาทางใต้ให้เป็นคอมมิวนิสต์เช่นคิวบาให้หมด และสุดท้ายคือสงครามเวียตนาม ซึ่งฝ่ายคอมมิวนิสต์สามารถหยุดยั้งความกำแหง มักใหญ่ไฝ่สูงของเมกาได้สำเร็จ เมการู้จักคำว่าแพ้เป็นครั้งแรกและต้องยอมถอย  นี่คือสาเหตุหลักของเมกาที่กลัวเกรงทฤษฎีโดมิโน(domino theory)อย่างขึ้นสมองสมัยนั้น  รัสเซียมาพลาดท่าตอนบุกอัฟกานิสถานข้างบ้านตัวเองปี 1979 ติดอยู่ในสงครามแปดปีกว่า แทบหมดเนื้อหมดตัวประเทศล่มจมที่สุด   ปธน.โรนัล เรแกน และ จ็อช บุช(41)ของเมกาก็แก้ได้คืน โดยสามารถกินหมดกระดานเข้าฮอส ชนะสงครามเย็นจนอาณาจักรคอมมิวนิสต์ใหญ่รัสเซียแตกสลาย เหลือเพียงจีน เวียตนาม ลาว และคิวบา ดูให้เห็นเป็นตัวอย่างปัจจุบัน แถมคอมมิวนิสต์ทั้งสองคือจีนกับเวียตนาม ยังกระทบกระทั่งรบกันทางทะเลบริเวณหมู่เกาะแสปรตเล่ย์ และหมู่เกาะพาราเซลเป็นประจำ  ปธน.เวียตนามไปเยี่ยมเมกาเมื่อ2-3เดือนที่แล้วได้เอ่ยปากขอซื้อเรือรบและอาวุธนำวิถีจากเมกาเพื่อสู้กับจีน เพราะอาวุธเวียตนามที่มีนั้นล้าสมัยหมดแล้ว ศัตรูกลับกลายมาเป็นมิตร นี่แหละการเมือง

รัสเซียไม่เคยใช้อำนาจแข็งกร้าวด้วยอาวุธอันเกรียงไกรกับประเทศมุสลิมมาก่อน โดยเฉพาะประเทศแถบเส้นทางสายไหม(Silk Road Highway) มีแต่สนับสนุนให้ทำการต่อต้านผู้ที่ถูกกดขี่  อย่างกรณีย์กลุ่มอุยเกอร์ในซินเกียง ซึ่งก่อนนี้มีชื่อว่าเตอกีสถาน(TERKESTAN) แต่กลับสนับสนุนทั้งทางการเงิน อาวุธ การศึกษา  ก็ทำให้ประเทศมุสลิมทั้งหลายละแวกนั้นพาเกรงใจและหวังพึ่งพา  รัสเฃียสนับสนุนกลุ่มอุยเกอร์ให้แยกเป็นอิสระออกจากจีน โดยเริ่มใช้คำว่า East Turkestan Independence Movement(เนื้อที่ผืนดินของเขตฃินเกียงใหญ่พอๆกับประเทศอิหร่าน มีประชากรอุยเกอร์11.5ล้านคน)  ตั้งแต่สมัยรบ.จีนปกครองต้วยรบ.ก๊กมินตั๋ง(Kuomintang) นำโดยนายพลเจียง ไคเชค(Chiang Kaishek) จนกระทั่งเปลี่ยนมือเป็นรบ.คอมมิวนิสต์ของเมาเฃตุง   

การสู้รบครั้งสำคัญเรียกสงครามสามจังหวัด(Ili Rebellion) ในปี1944-1946 สงครามนี้คนอุยเกอร์ใช้อาวุธจากการสนับสนุนจากคนรัสเซียรบกับนายพลเจียง ไคเชค   การลุกขึ้นสู้ของเผ่าอุยเกอร์มีมานานนับเป็นเวลาหกพันปีที่แล้วตั้งแต่สมัยราชวงค์ฮั่น(Han Dynasty:206BCE-220CE)  และหลายครั้งก็ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของจีน กระทั่งเมาเซตุงเถลิงอำนาจในปี1954 เมาใช้ทหารเข้าปราบจนโลกตะวันตกใช้คำว่า"ten of thousands"คือตายจำนวนหมื่นหรือหลายหมื่นคน  และใช้วิธีกลืนกินพวกอุยเกอร์ซึ่งเป็นประชากรในเตอร์เคสถาน 95 เปอร์เซ็นต์ ด้วนการส่งคนจีนฮั่นซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจีน เข้าไปครอบครองพื้นที่ โดยให้ความช่วยเหลือทั้งเงินทองเครี่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์มากมายเข้าไปยึดพื้นที่ทำกิจการเกษตร เหมืองแร่ ขุดแก๊ส นํ้ามัน ถ่านหิน แร่ธาตุที่มีอันสมบูรณ์ในแถบนี้ รวมทั้งแร่ยูเรเนี่ยมที่จีนใช้ทำระเบิดนิวเคลียร์ จนบัดนี้ประชากรทั้งสองเผ่ามีจำนวนเท่าๆกันคือ 45 เปอร์เซ็นต์ จีนมีสถานที่ทดลองปรมณูที่หุบเขาส่วนกลาง ทดลองทั้งบนดินและใต้ดิน โดยมิคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของชาวอุยเกอร์ใดๆทั้งสิ้น

การกระทบกระทั่งระหว่างจีนกับรัสเซียในเรื่องคนเผ่าอุยเกอร์ได้ถึงจุดสุดยอด ก็เกิดปะทะและเกิดสงครามย่อยตามชายแดนซินเกียง-รัสเซีย-มองโกเลีย ตามลำนํ้ายัสซูรี่(Ussuri River)ในปี1979   ทั้งสองฝ่ายเสียหายหนักแต่สุดท้ายตกลงกันได้
ในปีเดียวกันรัสเซียก็บุกอัฟกานิสถาน  จีนแอบช่วยเหลือพวกมูจาฮาดีน(Mujahideen) ที่รบกับรัสเซียในสมรภูมินี้ โดยนำพวกมูจาฮาดีนไปรับการฝึกในเขตซินเกียงที่เมืองคาชชา(Kashgar) และเมืองโคทาน(Khotan) และติดอาวุธจรวด อาวุธเล็กทั่วไป ระเบิดบกทำลายรถถัง และอาวุธต่อสู้รถถัง แถมเงินจำนวนหลายล้านเพื่อทำลายกองกำลังของรัสเซียในอัฟกานิสถาน ฝ่ายเมกาได้ร่วมกับซาอุดิอาร์เรเบียก็หนุนและจัดตั้งหน่วยอาเคดา(Al Qaeda)ของบินลาดิน(Bin Laden) เข้าต่อกรกับรัสเซียอีกด้านหนึ่ง แถมตอนท้ายสงครามเมกาติดอาวุธพิเศษให้ทั้งสองกลุ่มด้วยจรวด ฮอกอาย(Red eye - Hawk Eye rocket launcher-FIM-92 Stinger)ที่ใช้ยิงเครื่องบิน โดยเฉพาะเฮลิค๊อบเตอร์ฉมังนัก  ตอนแรกๆรัสเซียงงว่าเป็นอาวุธอะไร? ในอัฟกานิสถานแทบไม่มีถนน ต้องใช้เฮลิคอร๋บเตอร์ในการขนส่ง เคลื่อนย้ายทหารเกือบทั้งหมด เมื่อบินไม่ได้ก็รบไม่ได้ ทหารรัสเซียถูกรุมสกรัมตายเป็นเบือแทบทุกวัน อาหารเสบียงและกระสุน แม้แต่นํ้าดื่ม  ก็ส่งกำลังบำรุงไม่ได้จนต้องประกาศถอย (ยอมแฟ้)  ตอนขาเข้าไปพวกทหารขับรถถัง T-54  T-55 เป็นทิวแถว หวังเหยียบกรุงคาบูล(Kabul)ให้ราบเป็นหน้ากลอง และบอกญาติๆเพื่อนฝูงว่าคงเข้าไปรบไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ก็จะกลับมา  แต่ต้องติดอยู่ในอัฟกานิสถานกว่า 8 ปี  เป็นสงครามที่มหาอำนาต้องพ่ายแพ้หมดรูป ดังเช่นเมกาในเวียตนาม   แต่การพ่ายแพ้ครั้งนี้เอง ได้ทำลายเศรษฐกิจของรัสเซียซึ่งเปราะบางอยู่แล้ว เสียหายยับเยินเกินกว่าจะแก้ไข และเมื่อเจอรัฐบาลเมกา ที่โชคดีได้ผู้นำที่เข้มแข็งคือปธน.เรแกน-บุช(41) บวกกับนางสิงห์จอมโหด มากาเรต แธทเชอร์(Prim Minister Margaret Thatcher)เข้าร่วมทีมด้วย ก็เลยต้อนผู้นำรัสเซีย โกบาช้อฟเสียอยู่หมัด ฝ่ายเมกาเอานักวิทยาศาสตร์เอ็ดเวอร์ด เทเล่อร์(Prof. Edward Teller)มาโม้เรื่องเครี่องยิงจรวดเอสดีไอ (SDI=Strategic Defense Initiative)หรือโลกเรียก สตาร์วอร์(STAR WAR) ที่สามารถยิงจรวดข้ามทวีปและจรวดทุกชนิดตกหมดก่อนจะถึงแผ่นดินเมกาหรือที่ไหนในยุโรป   ยิ่งทำให้นายโกบาช้อฟห(Mikhail Gorbachev) หำหดไม่อยากสู้กับทางตะวันตก(นาโต-NATO)อีกต่อไป เพราะในรัสเซียตอนนั้นผู้คนต้องเข้าคิวเพื่อซื้อก้อนเนื้อเท่าฝ่ามือหรือนมสักขวด หากเข้าคิวตอนเย็นวันนี้ก็คงได้ข้าวของจากตลาดในวันรุ่งขึ้นตอนสายๆ    ฝ่ายรบ.ก็โหมโฆษณาทุกวันว่าร้สเซียจะชนะและครองโลกแล้วในเร็วๆนี้  คนรัสเซียเชื่อหรือ?  ตอนกำแพงเบอร์ลินพังลง ข้าเจ้าได้มีโอกาสได้สนทนากับคนในยุโรปตะวันออกและคนร้สเซียก็ทราบว่า หลายคนโยนบัตรประชาชนตัวเองลงที่พื้น  ที่เส้นแบ่งเขตแดน แล้วใช้เท้าเหยียบกระทืบและถ่มนํ้าลายรด  และแน่นอนเขาจะไม่กลับไปอยู่ภายใต้คอมมิวนิสต์อีกตลอดชีวิตนี้  เพราะพวกคอมมิวนิสต์ไม่ว่าชาติไหน ล้วนโกหกกะล่อนแบบมืออาชีพ ต่อประชาชนของตนตลอดเสมอมา อาจจะทุกวันตอนสองทุ่ม ออกข่างราชสุนัก ทำซุ้มโฆษณาความดีของพวกตัวเอง ต้องลุกขึ้นตรงเคารพเพลงสดุแต่ของดีที่ไม่จริงของมัน พูดวิจารณ์อะไรไม่ได้ ติดคุกถูกทำร้ายทรมานลูกเดียว   มิน่าอณุสาวรีย์รูปปั้นของเลนิน( Vladimir Lenin)ถูกกระชากตกกองบนดินทุกแห่งชั่วพริบตาที่คอมมิวนิสต์รัสเซียล่ม โลกแสนยินดีที่ไม่มีอำมหิตตัวนี้อีกต่อไป
    เรบิย่า คาร์เดียร์(Rebiya Kadeer) นางสิงห์เหล็กวัย 69 ลูก 11 หัวหน้าเผ่าคนอุยเกอร์คนปัจจุบัน(World Uighur Council leader)เป็นตอนต่อไป โปรดติดตามอ่านนะเจ้าคะ

  ngong เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!! ngong

Last edited by amdang (September 22, 2015 6:25 PM)

Offline

#231 September 23, 2015 1:13 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Uighur People(ชนเผ่าอุยเกอร์) ตอนที่-4

เรบิย่า คาร์เดียร์(Rebiya Kadeer) นางสิงห์เหล็กวัย 69 ลูก 11 หัวหน้าเผ่าคนอุยเกอร์คนปัจจุบัน(World Uighur Council leader)

Rebiya Kadeer ผู้กล้าต่อกรกับมังกรยักษ์จีนท่านนี้ ได้รับการเลือกตั้งจากคนอุยเกอร์ทั้งในและนอกประเทศ เป็นประธานาธิบดีของสภาคองเกรสโลกของคนอุยเกอร์(WUC-World Uighur Congress)เป็นคนที่สอง ได้ดำรงตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2006 คนแรกผู้ก่อตั้งคองเกรสเมื่อ พย. 1996 คือนายเออคิน อาลผเทคิน(Erkin Alptekin) ซึ่งตั้งองค์การนี้เป็นสภาพลัดถิ่นของคนอุยเกอร์ทั่วโลกที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน(จะเห็นได้ว่าหลังจากอ้ายเหล่ส่งคนอุยเกอร์ 110 คนไปให้จีน สถานกงศุลไทยที่อิสตันบูลประเทศเตอรกี ก็ถูกบุกจากผู้คนเข้าทุบทำลายที่ทำงาน และมีการประท้วงในเยอรมันเวลาเดียวเช่นกัน) คนอุยเกอร์มีอยูทั่วยุโรปและหลายประเทศในเอเซียและตะวันออกกลาง เมื่อตอนสงครามอิรัคสมัยปธน.จ้อจ บุช(43) เมกาตั้งค่ายกักกันเชลยที่ตนจับตัวได้ ซึ่งเป็นคนอาหรับจากสงคราม และเป็นผู้ก่อการร้าย(terrorist)อีกหลายแห่ง  ค่ายเชลยศึกนี้อยู่ที่กวนตานาโม(Guantanamo)บนเกาะเดียวกับคิวบา เมกาแจ้งไปทางจีนตอนนั้นว่ามีคนอุยเกอร์ที่ถือพาสปอร์ตจีนจากซินเกียงอยู่ 12 คน แต่ไม่ได้ส่งตัวกลับไปให้จีนแต่อย่างใด  เมกาได้ทำการซักถาม(interrogation)  และรู้ว่าคนอุยเกอร์ได้เข้าร่วมสงครามในตะวันออกกลาง เขตปกครองพิเศษของปากีสถานต่อกับอัฟกานิสถาน เช่นเขตวาราฮิรี ซึ่งเป็นแหล่งที่สำคัญและเป็นที่ตั้งของพวกอาลเคดา(Al Queada)ของอดีตบินลาดิน และขณะนี้ก็ได้เข้าร่วมรบกับพวกไอซิส(ISIS) และแอลนุสรา(Al-Nussara)ในสงครามซีเรียและอิรัค นักรบอุยเกอร์เป็นที่รักใคร่และมีเกียรติอย่างสูงท่ามกลางนักรบทุกกลุ่มของพวกซุนนี่(Sunni) ซึ่งนำโดยซาอุดิอาเรเบียและการ์ตา เป็นน้องรักนักปฎิวัติแยกดินแดงน้องใหม่ที่จะมีอนาคตจะแยกดินแดนจากจีน และจะตั้งประเทศใหม่ตามชื่อเก่าคืออาณาจักรเตอรกีตะวันออก(East Turkestan)มานานหลายพันปีนั่นเอง จังหวัดซินเกียงซึ่งจีนได้ตั้งชื่อใหม่แปลว่า"ชายแดนใหม่" ตอนเมาเซตุงยึดแผ่นดินได้เมื่อปี 1954 แห่งนี้ จะเป็นหนามยอกอกจีนตลอดไป  และเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จะทำร้ายจีนอย่างแน่นอน  จะเห็นได้ว่าเมื่อคนธิเบตลุกฮือประท้วงจีนอย่างขนานใหญ่(แบบอหิงสา และฆ่าตัวตายประท้วง)ในปี1979 พวกอุยเกอร์ก็เข้าร่วมลุกขึ้นสู้สนับสนุนด้วย อุยเกอร์สู้ด้วยระเบิดเป็นหลักตลอดมา แต่ระยะหลังๆอุยเกอร์ได้บวกการใช้มีด เข้าทำลายชีวิตคนจีนฮั่นอย่างหฤโหดตามที่สาธารณะต่างๆ เช่นตามตลาด ร้านอาหารกลางแจ้ง สถานีรถไฟ เอารถยนต์พุ่งเข้าชนแล้ววางเพลิงที่เทียนอันเหมินแสคว ก่อนงานโอลิมปิคที่แล้วในปักกิ่ง  ฯลฯ  ระเบิดทำลายทุกลูก อุยเกอร์ไม่เคยยอมรับหรืออวดว่าเป็นฝีมือของตัวแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเสือเงียบแต่ฆ่าอย่างเลือดเย็น เหี้ยมหาญ หฤโหดโดยไม่คำนึงว่าเป้าหมายจะเป็นเด็กหรือคนแก่ หญิงหรือชาย ศัตรูคือสิ่งที่ต้องทำลายอย่างเดียว นี่คือลายเซ็นต์แก้เผ็ดแบบอุยเกอร์ แต่เขาเอาพวกเขากลับ ไม่มีการฆ่าตัดตอน มักง่ายเหมือนคนไทย  ส่วนแท่งพลาสติคซีโฟ(C-4 Plastic Explosive)มาจากใหน?   อาจจะมาจาดถุงเมล์ของทูต(diplomatic  pouch)แห่งใดแห่งหนึ่ง เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดกันต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้มีหลักฐานอันควรว่าอุยเกอร์เป็นผู้กระทำที่ราชประสงค์
 
อตร.และพวกทหารหน้าโง่ทั้งหลายจะพูดหรือทำกับคดีนี้อย่างไร  หวังว่าพวกเราไม่ควรถือเป็นสาระอีกต่อไป  โดยเฉพาะอตร. ผบ.ทบ.และคสช.อายุก็คงเหลือไม่กี่วันแล้ว คนใหม่เข้ามาจะประสานและแก้ไขความเสียหายเรื่องนี้อย่างไร ขอให้อยู่ในดุลย์พินิจที่ระมัดระวังอย่างที่สุด อ้ายเหล่และพวกทหารได้ชักศึกเข้าบ้านด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาอย่างเต็มเปา และจะเป็นอุทาหรณ์ว่าทหารไทยบ้องตื้นในเรื่องต่างประเทศอย่างไร(และในทุกๆเรื่อง)  พวกมันทำอะไรไม่เป็นหรอก  เป็นได้แค่หมาล่าเนื้อให้นายมัน และโขมยกินได้อย่างเดียว

เรบิย่า คาร์เดียร์  เกิดมาท่ามกลางความยากจนเมื่อ 15 พย.1946 เป็นชนเผ่าอุยเกอร์ ศาสนามุสลิมนิกานซุนนี่(Sunni) ที่เมืองอัลเทย์(Altay) และหลังแต่งงานครั้งแรกย้ายไปเมืองอัคซู(Aksu)  พ่อของหล่อนเป็นทหารกองโจรต่อสู้กับกองทหารก๊กมินตั๋งของเจียง ไคเชคในสงครามก่อการขบถสามจังหวัด(Ili Rebellion) ปี 1944-1946 โดยใช้อาวุธที่สตาลินแห่งรัสเซียสนับสนุน(จะเห็นได้ว่าสองประเทศคอมมิวนิสต์ยักษ์ใหญ่ อ้างว่าเป็นมิตร แต่ชอบแทงข้างหลังกันและกันเสมอ แม้ปัจจุบัน) เรบิย่าเป็นคนเฉลียวฉลาด ชอบค้าขายหาเงิน เช่นค้าขายเสื้อผ้าและเข้าของจิปาถะ เล็กๆน้อยๆมาแต่ยังสาว แต่ระบอบคอมมิวนิสต์นั้นเป็นแบบคอมมูน ไม่ค่อยยอมให้ผู้คนมีโอกาสทำมาหาเงินส่วนตัว หล่อนจึงถูกพรรคตำหนิเสมอว่าหากินนอกระบบ มีกินเศษกินเลย และถูกตำหนิติเตียนกดดันจนต้องเลิกกับสามีคนแรกเพราะพรรคคอมมิวนิสต์กระทำในที่สุด  แต่ด้วยใจรักธุระกิจก็ได้เปิดร้านซักรีดจนได้ ในปี1976 จึงมีเงินคล่องมือมากขึ้น และได้แต่งงานใหม่กับนายซิดิค โรซี่(Sidik Rouzi) ปี 1981 เป็นรองศาสดาจารย์   และครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองหลวง อูรุมไค(Urumqi) และมีลูกด้วยกันถึง11หน่อ
ในเมืองหลวงนี่เองหล่อนเริ่มขยับตัวในทางธุระกิจได้มากขึ้น ประกอบทั้งรบ.จีนเริ่มคลายกฏเกณฑ์อนุญาตให้ผู้คนเริ่มมีอิสระในการทำมาหากินตามนโยบายเติ้งเสี่ยวผิง  ความคิดต้นฉบับมาจากนายกอร ์บาชอฟ (คือ ทฤษฏี glassnos and perestroika)ของรัสเซีย แต่ไม่ทันได้เอามาปฏิบัติใช้รัสเซียพังเสียก่อน ส่วนเติ้งเสี่ยวผิงนักเศรษฐศาสตร์จากฝร้่งเศส  ได้เอาทฤษฎีนี้มาประยุกต์กับจีน  ได้ผลมหาศาล  จีนรํ่ารวยมาจนปัจจุบัน   เรบิย่ามีวิญญานเป็น entrepreneur(นักคิดลงทุน)อยู่แล้ว ก็ได้คลื่นการตื่นตัวทางเศรษฐกิจคราวนี้นำตนเป็นมหาเศรษฐีได้อย่างรวดเร็ว จนเป็นบุคคลรวยที่สุดของจีน 5 คนแรก
เรบิย่าเริ่มจากปี 1985 เช่าตลาดทำเป็นศูนย์การค้าจากอาคาร 14000 ตารางมิเตอร์ ขายเข้าของและเสื้อผ้าตามประเพณีนิยมแบบอย่างของคนเผ่าอุยเกอร์  ทั้งนักท่องเที่ยวและคนอุยเกอร์พื้นเมืองซื้อใช้ประจำ และเมื่อรัสเซียพ้งพ่ายแพ้สงครามเย็นถึงปี 1991 ราบิย่าได้รีบขยายการค้าแผ่ข้ามแดนไปประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ จนหล่อนมีทรัพย์สินถึง 200 ล้านหยวน ผู้คนเรียกหล่อนว่ามหาเศษฐีหญิง ธุระกิจมีกิจการในจีน รัสเซีย และ คาซัคสถาน(Kazakhstan)   หล่อนได้จัดตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นลูกโซ่คือศูนย์การค้าอุตสาหกรรม อาคิดา(Akida) และมีโรงภาพยนต์หลายห่ง  จนกระทั่งหล่อนกลายเป็นนักบริจาค(Philanthropist)ต่อสมาคมคนอุยเกอร์ ผ่านทางมูลนิธิของหล่อน เช่นมูลนิธิ 1000 Mothers Movement  มีเป้าในการช่วยผู้หญิงยากจนให้มีทุนรอนทำธุระกิจช่วยตัวเองได้ และก็ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก คนพิการและเด็กกำพร้าของเผ่าคนอุยเกอร์
ต่อมาได้เป็นนักการเมืองของจีน(โดยได้รับการแต่งตั้ง)หลายสมัย เคยเป็นตัวแทนเผ่าอุยเกอร์ประชุมสมาชิกที่ปรึกษาต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 8 (Chinese People's Political Consultative Conference)    เคยเป็นตัวแทนจีนในการประชุมของ UN Fourth World Conference for Women in Beijing  1995  เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งชาติของจีน( National People's Congress) และเคยเป็นรองประธานคณะกรรมการของ The Xinjiang Autonomous Region(เขตปกครองตนเองของซินเกียง) และเป็นรองประธานนักคิดนักลงทุนหญิง  Xinjiang Association of Women Entrepreneurs. จะเห็นได้ว่าหล่อนมีความสัมพันธ์อย่างดีกับผู้ปกครองพรรคจีนคอมมิวนิสต์มาตลอด

ตอนต่อไปตอนเรนิย่า คาร์เดียร์ติดคุก 5 ปี    โปรดติดตามตอนต่อไปนะเจ้าคะ

ปล. ข่าวร้ายในวันนี้ 22 กย. 2015 รัสเซียได้นำเครื่อวบิน 26 ลำ เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดของรัสเซีย นั่นคือ SU-24 Sukhoi ซึ่งเทียบเท่ากับของเมกา F-35 ของ Lockheed Martin และรถถังหุ้มเกราะขนาดหนักสุด  T-90 ล่าสุดอีก 10 คัน และ SA-22 จรวดนำวิถี จากพื้นดินสู่อากาศอีกจำนวนหนึ่ง ฝ่ายยิวกับเมกา เริ่มมองเห็นความยุ่งยาก และขอเจรจาว่า กฏในการยิงใส่ต่อกัน ( Rule of Engagement) อาจจะเป็นอุบัติเหตุให้ เมกา-ยิว-รัสเซีย ยิงใส่ต่อกัน และจะเป็นอันตรายมาก ข่าวล่าสุดเรื่องนี้ จะติดตาม นำมาเสนอเพื่อนๆต่อไปเจ้าค่ะ

ngong เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!! ngong

Last edited by amdang (September 23, 2015 1:19 AM)

Offline

#232 September 25, 2015 10:34 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

320px_Rebiya_Kadeer_2.jpg image.jpg
Rebiya Kadeer
Uyghur_elders_sunday_market_Kashgar.jpg
ชาวอุยเกอร์
xinjiang_map.jpg  a5490a883bd94287a10962c5.jpg
Xinjiang Map
Silk Road 500px_20050516220851_Seidenstrasse_GMT.jpg

Last edited by amdang (September 25, 2015 11:38 PM)

Offline

#233 September 25, 2015 11:57 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Uighur People(ชนเผ่าอุยเกอร์) ตอนที่-5

เรบิย่า คาร์เดียร์(Rebiya Kadeer) นางสิงห์เหล็กวัย 69 ลูก 11 หัวหน้าเผ่าคนอุยเกอร์คนปัจจุบัน(World Uighur Congress leader) ถูกจำคุก 8 ปี ถูกจับในปี1999ถึง2005 ในข้อหาปล่อยความลับของประเทศจีนรั่วไหลให้ข้าศึก แต่เนื่องจากมีความประพฤติดีเด่น จึงได้รับการลดโทษ1ปี และจีนได้รับความกดดันจากนานาชาติทั่วโลก เพราะหล่อนได้รับรางวัลรัฟโตจากยุโรปเกี่ยวกับสิทธิมนุษย์ชน(RAFTO Prize- Human Rights Award)ขณะติดคุกอยู่ จึงจำต้องปล่อยหล่อนก่อนกำหนด ด้วยเหตุผลว่าเกี่ยวกับสุขภาพ  รบ.จีนกระทำเพราะเห็นแก่มนุษยธรรมว่างั้นเถอะ แต่แท้ที่จริงแล้วขอเพื่อนๆเปิดลิ้งค์ยูธูปหัวเรื่อง Rabina Kadeer Chinese(มีคำอธิบายเป็นคำแปลข้างล่างเป็นภาษาอังกฤษด้วย)  ก็จะทราบและรู้ว่า เรบิน่าหลอกจนท.พัสดีจีน(Parole Board)ก่อนปล่อยตัวอย่างหน้าด้านๆ คลิปนี้ต้องหาดูเองถึงจะเข้าใจว่าทำไมรบ.จีนจึงเกลียดชังหล่อนและคนอุยเกอร์อย่างเข้ากระดูกดำ  เพราะคอมมิวนิสต์จีนจอมโกหกหลอกลวงมืออาชีพ โดนนางสิงห์อุยเกอร์ผู้นี้หลอกทับแหกตาเสียสนิทถึงใจ
สาเหตุถูกจับด้วยข้อหาเผยความลับของราชการจีน เพียงที่เรบิย่าได้ตัดคลิบตามหน้านสพ.จีนทั่วไป ส่งไปให้สามีนายซิดิค รูซี่ซึ่งเกิดได้งานทำงานให้วิทยุเมกันวิทยุเสรียุโรปหรือเรียกว่าวิทยุอิสระภาพ(Radio Free Europe/Radio Liberty: RFE/RL)  ซึ่งไม่ควรกล่าวหาว่าเป็นความลับของประเทศและใช้ลงโทษติดคุกถึง 8 ปี  แต่เนื่องจากสองสามปีหลังๆนี้เรบิย่าได้มีความใกล้ชิดกับอุยเกอร์กลุ่มแยกดินแดงมากขึ้น เพิ่มกิจกรรมมูลนิธิของหล่อนในหมู่ผู้คนมากขึ้น ทั้งในและนอกประเทศ คนอุยกูร์ที่ลี้ภัยทางการเมืองนอกประเทศมีถึง 600,000 คน ล้วนมีฐานะและการงานดีๆทั่วไปทั้งโลก ภายใต้การนำของนายเออคิน แอลพ์เทกิน(Erkin Alptekin) ผู้ก่อตั้งและเป็นประธานาธิบดีคนเเรกขององค์การคองเกรสโลกของคนอุยเกอร์(World Uyghur Congress) กองบัญชาการอยู่ทีมิวนิค(Munich)ประเทศเยอรมัน  บุคคลท่านนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อคนอุยเกอร์และเป็นผู้บุกเบิก คอยช่วยผู้คนที่พลัดพรากจากเมืองนอน ให้รวมตัวกันได้ภายใต้ความกดดันทั้งในและนอกประเทศ และเป็นนักต่อสู้ปลดปล่อยจากผู้ข่มเหงทั่วโลกไม่เฉพาะคนอุยเกอร์ แต่รวมทั้งคนธิเบต มงโกเลียนอก พวกศาสนานิกายฟาลุนกองที่ถูกรบ.จีนฆ่าเป็นล้าน  ตอนนี้เขาเกษียรจากงานอายุ 85 ปีแล้ว  เขาเป็นปูชณียบุคคลของคนอุยเกอร์คนหนึ่งและต่อมนุษย์อีกหลายเผ่าพันธ์ ช่วงระยะที่ลี้ภัยในต่างแดนเขามีตำแหน่งการเป็นสมาชิกตามองค์การต่างๆและต้องบินไปประชุมในที่ต่างๆทั่วโลกถึง 6,000 ครั้ง  คนอุยเกอร์โชคดีทีมีผู้นำที่เสียสละความสุขสบายในชีวิตส่วนตัวมากมายขนาดนี้  รวมทั้งประธานคนที่สองของ WUC ราบิย่า คาร์เดียร์ฃึ่งต้องเสียสละทรัพย์สินเงินทองจำนวนมหาศาล ที่หามาได้ด้วยความยากลำบาก  ใหัรบ.จีนยีดไปและหาเรื่องจับลูก 4 คนและหลานเข้าคุกด้วยข้อหารึยำแบบไทยๆปัจจุบัน สามีของหล่อนก็ต้องนอนคุกถึง 9 ปี  หล่อนไม่สะทกสะท้าน กล้าตัดสินใจเสียสละ เป็นผู้นำการต่อสู้  ยิ่งกว่าชายอกสามศอกที่ไหว้ไปกราบไป ตัดสินใจกลับกลอก จนไม่รู้จะไปทางไหน เห็นแล้วแสนเอียน......... คนไทยยังไม่มีผู้นำการต่อสู้คนใดที่จริงใจมากเท่า ....... ช้าก่อน .....เรามีแล้ว ..... กำลังจะเกิดขึ้นอีกตามมา .....นารีขี่ม้าขาวไงละที่กล้าประกาศสาธารณะรัฐ ไม่มีร-10ไงละ!!
ขอทำความเข้าใจอีกครั้งในเรื่องสกดการันย์และการเรียกชื่อองการต่างๆแตกต่างกันไปบ้าง  เช่น Uighur-Uygher-Uiyhger  The East Turkestan National Congress หรือ The Uighur Youth Congress และชื่อคล้ายคลึงกันอีกหลายชื่อ ได้ตกลงใช้เป็น  WUC-World Uyghur Congressปัจจุบันนะเจ้าคะ  วันนี้ขอยุติห้วนๆเรื่องคนอุยเกอร์ไว้เพียงนี้เจ้าคะ แต่ยังมีตอนต่อไปนะเจ้าคะ

แต่ขอตามด้วยข่าวโลกที่กำลังหมุนจี๋อย่างน่าเป็นห่วงยิ่ง  ตอนนี้มีการประชุมประจำปีผู้นำรัฐของยูเอ็น  โป๊บท่านก็แวะมาเยือนปธน.โอบาม่าเมื่อวาน ท่านสีจินปิงมาตึกขาววันนี้ แต่ลงแวะที่เมืองซีแอต้ติ้นทำ MOU กับบริษัทโบอิ้งเพื่อซื้อเครื่องบินโดยสาร 300 ลำจากเมกา ยังหาตัวเลขไม่ได้ว่าราคาทั้งหมดเท่าใด เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของปธน.สีจินปิงและภรรยาเป็นการพบกันครั้งที่ 7 ของผู้นำทั้งสอง การเจรจาความเมืองที่หนักๆ เช่นการลอบดักฟังอะไรทำนองนั้น หรือเรื่องทะเลจีนใต้ที่จีนไปสร้างเกาะใหม่มีสนามบืนกลางทะเล  เลยกลายเป็นเรื่องจิ้บจ้อยไปเลย  ส่วนที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือการพบปะระหว่างปูตินกับโอบาม่าเรื่องรัสเซียเตรียมช่วยซีเรืย และได้ขนทั้งเรือบิน รถถัง เครื่องจรวดยิงเครื่องบิน ฯลฯ เตรียมรบกับไอซิส เมกา เคอร์ต เตอรกี และยิวนั้นเป็นเรื่องใหญ่เอามากๆ ทำไมจีนไม่ซื้อเรือบินซุกฮอย(Sukhoi)จากรัสเซีย ทั้งๆที่จีนรู้ว่ารัสเซียกำลังหิวเงินอย่างที่สุดเพราะเป็นเพื่อนพันธมิตรกัน สาเหตุเพราะซาอุดิอาเรเบียทำรัสเซีย อิหร่าน เวเนซูเอลล่า และประเทศค้านํ้ามันทั้งหลายลำบากในเรื่องรายได้  โดยการลดราคานํ้ามันของซาอุจนตํ่าสุด แถมแกล้งปั้มปริมาณมาท่วมโลก  ข้อตกลง MOU ระหว่างร้สเซียกับจีนเรื่องจะสร้างท่อนํ้ามันจากรัสเซียไปหาจีนราคา$140 ล้านก็ยังตกลงและไม่ลงมือทำกันได้  เพราะตกลงเรื่องราคานํ้ามันกันไม่ได้ เลยกลายเป็นเรื่องฝืดคอต่อทั้งสองประเทศ เหตุการณ์ใหญ่ๆจะคลี่คลายไปทิศทางใด  ทางการเมืองโลกคงจะได้เห็นกันเร็ววัน   ไม่อยากสนเรื่องเหล่ไปเยือนยูเอ็นมันกระจอกเกินกว่าจะเอ่ยถึงหรือ......... nothing  matters at all !!!
ngong เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!! ngong

Last edited by amdang (September 26, 2015 12:13 AM)

Offline

#234 September 27, 2015 8:55 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Uighur People (ชนเผ่าอุยเกอร์) ตอนที่ 6

ต้องขอแก้ไขในเนื้อความที่ว่าเรื่องเหล่ไปยูเอ็นคราวนี้เป็นเรื่องขี้ปะติ๋วของคนขี้ปะติ๋ว  เพราะมันไม่มีความหมายอะไรต่อเพื่อนๆนานาชาติ อื่นๆที่จะให้ความสนใจกับมันเลย  นานาชาติเขารู้กันดีว่ามันคือโจรปล้นประเทศ น่าขำที่มันรีบอ่านแถลงการณ์บนโพยของมันอย่างตะกุกตะกักเพราะรีบมาก น้อยกว่าสามนาที  เหมือนโฆษกที่ปวดท้องขี้ต้องรีบไป หรือเพื่อให้แล้วๆกันไป  แบบขอไปทีว่างั้นเถอะ  อายแทนประเทศและปวงชนตอแหลแลนด์ที่มันปล้นเอาไป แถมเอ่ยชื่อลุงสมชาย-ป้าสมจิตเรื่องความพอเพียงและคนไทยต้องก้าวเดินไปด้วยกัน ทำนองมีกินก็กินด้วยกัน-อดด้วยกัน  ซึ่งใครก็รู้ว่าไม่เป็นความจริงแม้กระผีกรื้น  มันชอบโกหกมาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่อ้อนแต่ออกจนเป็นสันดาน  มันพูดอะไรที่เป็นจริงไม่เป็นเสียเลย  แต่คราวนี้มันคงรู้แล้วว่าการปกครองตอแหลแลนด์ที่มันเคยอ้างเอาไว้ว่าง่ายเหมือนเลขป.4   ตอนที่มันปล้นได้ใหม่ๆ ว่ามันห่างจากของจริงเพียงไร ทั้งๆที่คราวนี้มันเอาครูใหญ่(เมีย-ที่สอนภาษาอังกฤษที่จุฬาฯมาเป็นพี่เลี้ยงด้วย) คงถูกบิดหูแน่ เพราะมันพูดภาษาอังกิดเพียงคำเดียวว่า   “แทงคิว”   อายเขาทั่วหล้า วาทะกรรมที่สั้นอย่างเร่งรีบเห็นได้ชัด ตะกุกตะกัก ห่วยๆ (ล่ามยังแปลเป็นอังกิดไม่ทันเลย)  การปราศัยในยูเอ็นคราวนี้คงติดประวัติศาสตร์  และอาจได้ลงหนังสือสถิติของกินเนส(Guinness Book)หากใครรายงานไป
ขอขอบพระคุณที่เพื่อนๆผู้ช่วยกันจัดตั้ง การตอบรับอ้ายเหล่ ที่ได้ใช้ความพยายามอย่างยากและอุตสาหะยิ่ง ในการรวมตัวกันครั้งนี้ รวมทั้งอเมริลาว ที่นั่งอมยิ้ม(หลังฟังเรื่องตลกของอ้ายเหล่) ที่ช่วยถ่ายทอดเป็นสถานีแม่ให้ โดยคุณจอม เพชรประดับเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทอด รวมทั้งมีเดี่ยฟอร์สของ อ.หวานที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก อีกทั้ง ”คลิป    โลกล้อมไทย ภาคสนาม หน้า UN นครนิวยอร์ค ประท้วงต้าน ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ดำเนินรายการโดย คุณ มิดไนท์ซัน & สุกิจ ทรัพย์เอนกสันติ ทางเว็ป นปช.อียูสวีเดน
วันที่ 26 กันยายน 2558
หัวข้อ ประท้วงต้าน ประยุทธ์ จันทร์โอชา หน้า UN นครนิวยอร์ค “
ขอบพระคุณผู้รักประชาธิปไตยทุกๆท่านเจ้าค่ะ
ขอต่อเรื่องผู้คนของเผ่าอุยเกอร์ต่อนะเจ้าคะ
ก่อนอื่นต้องขอแก้ไขข้อความหรือการเรียกชื่อที่ผิดเจ้าคะ
-เขต วาซิริสถาน(Waziristan) เขตปกครองตนเองของเผ่าพุชทูน(Pashtun)ในภาคเหนือของปากีสถาน ซึ่งเป็นที่ตั้งบก.ของกลุ่มอัลเคดา(Al-Queda)นำโดยบินลาดิน ปัจจุบันนำโดยนพ.อายแมม ซาวาฮิริ(Dr.Ayman Zawahiri)จากอียิปพ์เป็นหัวหน้า
-ยูทูปคลิปเกี่ยวกับราเบย่า คาร์เดียร์ตอนหลอกจนท.พัสดีจีนที่ถูกต้องเป็น  Two-Face: Rebiya Kadeer  และหากสนใจเพิ่มก็จะเห็นอีกหลายคลิปในชื่อของหล่อนในยูธูป
เรบิย่า คาร์เดียร์ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสิทธิมนุษย์ชนหลายกลุ่มให้ได้รับรางวัลโนเบลไพรสสาขาสันติภาพ 4 ครั้งตั้งแต่ปี 2005-2008 ดังเช่นดาไลลามะของธิเบต และหรืออองซานซูคะยีแห่งพม่าเพื่อนบ้าน แต่ก็พลาดไปทุกปีเพราะการต่อสู้ของคนอุยเกอร์ต่อจีนโดยการใช้อาวุธเช่นระเบิดและเชือดคอคนจีนหรือผู้ไร้เดียงสาอย่างเขย่าขวัญและหฤโหด ถึงแม้ทุกครั้งผู้นำอุยเกอร์ไม่ได้ออกมายอมรับแม้เหตุการณ์ในกทม.เมื่อ 17 สิงหาคม 2015 หน้าศาลพระพรหมก็มีหลายกระแสข่าวแม้ในวิกิพีเดียก็ชื้ว่าเป็นการกระทำของคนอุยเกอร์ เพื่อแก้แค้นและเตือนรบ.อ้ายเหล่(ที่แสนโง่เห็นแก่ตัว-ทั้งๆทีเมกันได้ตักเตือนล่วงหน้าไว้แล้ว)ได้ส่งคนอุยเกอร์ผู้อยู่ในไทยไปให้จีนก็ตาม  เรื่องราวการต่อสู้ของเผ่าอุยเกอร์เพื่อปลดแอกตัวเองเอาบ้านเมืองคืนแก่เผ่าตนนั้น  ไทยเราควรถอยออกห่างจากปัญหานี้ให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นปัญหาใหญ่ของโลก แถมไปว่าดูถูกเยี่ยงสัตว์ ….. “สามครอก”  และน่าจะมีความฉลาดเฉลียวรู้จักความยืดหยุ่นต่อปํญหานี้ล่วงหน้านานแล้ว  กระทรวงการต่างประเทศ กรมประมวลข่าวกลาง และหน่วยข่าวต่างๆไม่เคยให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำเลยหรือ?  หรือกต.แนะนำแล้วว่าเป็นหมู่บ้านของลาว แต่พวกทหารไม่ทำตามเช่นสมัยรบกับลาวที่บ้านร่มเกล้าที่จ.พิษณุโลก ที่ทหารไทยตายหลายพันคนจนพล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ เจ้ายุทธศาสตร์อาจารย์ใหญ่ของทหารไทยมายาวนาน ต้องยอมถอยและเจรจาให้ลาวยุติการสู้รบ  หลังสงครามเกาหลีแล้วทหารไทยไม่เคยมีศักดิ์ศรีในการรบกับต่างชาติเลย เก่งแต่ขนรถถังและให้ทหารออกมายิงชาวบ้านเลือดเดียวกัน ผู้เพียงแต่ออกมาประท้วงขอเปลี่ยนรัฐบาลหรือขอให้มีการเลือกตั้ง  ทหารอะไรก็ไม่มีศักดิ์ศรีหรือความเป็นลูกผู้ชายให้เห็นแม้ทหารแตงโมที่พวกนักปั่นข่าวเสื้อแดงพูดถึงเสมอ  นี่คือทหารไทยทั้งหมดกระมัง?  อ้ายเหล่มันถึงไม่มีหน้าไปสบตาใครหรือผู้นำประเทศอื่นใด 200 กว่าประเทศที่เขาประชุมประจำปีที่ยูเอ็นตอนนี้  มันถึงควักกระดาษพูดตามโผไม่ถึงสามนาทีแล้วรีบเผ่น พาเมียและพรรคพวกไปช้อปปิ้ง  และรู้ข่าวว่าพวกนปช.จะตามไปฟ้องศาลเมกาเขตแมนฮัตตันนิวยอร์ค หากมันและพรรคพวกออกนอกเขตนอกตึกสหประชาติ  ก็ให้ขับไล่มันออกจากแผ่นดินเมกาดังที่ปธน.โอบาม่าได้ประกาศเอาไว้แล้ว(White House President Proclaimation) เป็นข้อห้ามต่อบุคคลผู้ฝ่าฝืนสิทธิมนุษย์ชนอย่างรุนแรงไม่ให้มาเหยียบแผ่นดินเมกาให้ไว้เมื่อ 4 สิงหาคม 2011  และแท้ที่จริงมันเป็นคนนำทหารและออกคำสั่งให้ฆ่าหมู่ประชาชน่มื่อ 19 พค.2553 ที่ราชประสงค์คราวนั้น  และหากผู้พิพากษาทราบก็น่าจะกักตัวมันไว้ มันคงกลับไทยคราวนี้ตำแหน่งคงหลุด   พระบ่างเปรมให้ทหารคนอื่นทำรัฐประหารซ้อน แต่ที่แน่ๆคนไทยไม่ยอมให้มันปกครองพวกเขาต่อไป   ปัจจุบันแม้แต่การบินไทยเมกาก็ไม่ให้บินเข้าประเทศเขาอีกต่อไป  ประเทศนี้ไม่เคยตกต่ำไร้ค่า ไร้มิตรถึงเพียงนี้
วันนี้ได้กล่าวถึงชาวอุยเกอร์น้อยมาก แต่เข้าใจว่าเพื่อนๆผู้รักประชาธิปไตย คงอยากฟังอยากเห็นความเห็นต่างเกี่ยวกับอ้ายเหล่ไปเยี่ยมยูเอ็นที่นครนิวยอร์คมากกว่ากระมังเจ้าคะ
โปรดกรุณาติดตามตอนต่อไปเจ้าค่ะ 

ngong เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!!    ngong

Last edited by amdang (October 8, 2015 11:19 AM)

Offline

#235 October 1, 2015 9:53 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Uighur People (ชนเผ่าอุยเกอร์) ตอนที-7

ก่อนอื่นขอแก้ข้อผิดพลาดจากคราวที่แล้ว
-สมาชิที่่เข้าประชุมสหประชาชาติปีนี้มีเพียง 160 ประเทศเท่านั้น และมีการลงนามสนับสนุนให้ช่วยยุติสงครามในซีเรีย 60 ประเทศ
-ราคาเครื่องบินโดยสารโบอิ้งชนิด 777 & 787 และจำนวน 300 ลำที่จีนมีเจตจำนงค์จะซื้อคือ $38พันล้าน
ก่อนอื่นอีกเช่นกัน เรื่องข่าวด่วนของโลกในวันนี้ 1 ตุลาคม 2015 คือเรื่องเครื่องบินรัสเซียเริ่มทำการทิ้งระเบิด 30 เที่ยวบิน (30 sorties)ใส่เป้าหมายข้าศึกเพื่อช่วยรบ.ซีเรีย ดังที่ประกาศไว้เมื่อวันวาน และได้ปฏิเสธข้อเสนอของปธน.โอบาม่าว่า ให้มีการจัดตั้งรบ.รักษาการใหม่(provisional government) ก่อนจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป(general election) เพื่อเลือกเฟ้นผู้นำซีเรียคนใหม่ที่ทุกฝ่ายยอมรับ  แต่ร้สเซียไม่ยอมตกลงด้วย และบอกว่าตนขนทหารและอาวุธมา เพี่อช่วยปธน.บาชาร์ อาสสาด สหายเก่ายาวนานปราบศัตรู  ผู้คนทั่วไปก็เข้าใจว่าคือเข้าช่วยปราบ พวกไอซิส(ISIS or ISIL) พวกแนวหน้า นุสราฟรัอน(The Al-Nusra Front) พวกอารา อัล แชม (Ahrar al Sham) และกลุ่มอื่นๆจากองค์การอาเคดา(Al-Qaeda)  ได้แต่วิพากวิจารณ์ว่าเพิ่งกระโดดลงเวทีจะรู้เป้าหมายการโจมตีหรือ? แต่รัสเซียใช้โดรน(drone -เครื่องบินที่ไม่มีคนขับ)สองชนิดบินลาดตระวณอยู่สองวันก่อนแล้ว และกลับทิ้งบอมบ์ใส่หัวพวกแนวร่วมฝ่ายเมกาถึงห้าเป้าหมายเหนือเมืองฮอม(Homs)เล็กน้อยสี่แห่ง และอีกแห่งที่เมืองทัล อัลอะมาร์(Tal al Ahmar)ข้างที่ราบสูงโกแลนด์(Golan Heights) ทางใต้ของเมืองหลวงดามาสกัส(Damascus)  ทั้งหมดเป็นกองกำลังที่เมกา  ลงทุน($500ล้าน/5,000 คน)ฝึกเอาไว้เมื่อสองสามเดือนที่แล้วจากพวกทหารเก่าของซีเรืย(Free Syrian Army)  ที่แปรพักต์ต่อสู้พวกรบ.และคนซีเรียที่อยากกู้ชาติปลดปล่อยซีเรียจากตระกูลอาสาด(Assad family)เสียที   และแถมรัสเซียได้แจ้งให้นายทหารติดต่อ(liaison)ฝ่ายเมกาทราบล่วงหน้าก่อนหน่ึ่งชั่วโมงตามที่ได้ตกลง
นี่เป็นการตบหน้าเมกาและพันธมิตรฉาดใหญ่ โอบาม่าจะทำอย่างไรต่อไป เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ข่าวจากเมืองจีนล่าสุด1 ตค. 2015 เกิดระเบิดขึ้นในศูนย์การค้า สถานที่ราชการ ตลาดอาหาร โรงพยาบาล และประมานอีกสิบแห่งในเมืองหลิวเฃ็ง(Liucheng)ทางตอนใต้ของจีน มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย7คน บาดเจ็บมากกว่า 50 คน ทุกแห่งที่ระเบิดมาในรูปกล่องเล็กๆซึ่งระเบิดเกือบพร้อมๆกันประมานก่อนสี่โมงเย็นเล็กน้อย รายงานโดยทีวีของรัฐบาล และมีกล่องขนาดดังกล่าวอีก 60 กล่องชาวบ้านเก็บได้มอบให้ตำรวจกู้ระเบิด ตำรวจได้เร่งส่งข่าวเตือนด้วยเอสเอมเอสไปถึงผู้คนไม่ใหัเปิดกล่องที่เห็นวางอยู่ทั่วไป นสพ.ได้ลงข่าวว่าจับผู้ต้องสงสัยไว้คนหนึ่งแซ่ไว(Wei) ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการวางระเบิดขนานใหญ่ครั้งนี้ จะติดตามมาเสนอเพื่อนๆต่อไป

เอาอีกแล้ว ระเบิดขนานใหญ่แผ่กว้างไปทั้งตัวเมือง ฆ่าคนแบบไม่เลือกอีกแล้ว ทำให้อดนึกไม่ได้ว่าใครหนอเป็นศัตรูกับคนจีน และจงเกลียดจงชังมากมายถึงขนาดนี้ คนธิเบตได้ประท้วงรบ.จีนและใข้วิธีอหิงสาและจุดไฟเผาตัวเองมา 30 ราย เสียชีวิต 22 รายส่วนใหญ่จะเป็นพระและชี(สถิติตั้งแต่ปี2009) และพวกฟาลุนกองก็ใช้วิธีสงบและการเผาตัวเองเช่นกัน แต่ได้เสียชิวิตจำนวนมาก บางข่าวบอกเป็นล้านคน และถูกทรมานพิการทุพพลภาพอีกมากมาย บางข่าวบอกรบ.จีนใช้อวัยวะของผู้ตายไปซ่อมเปลี่ยนให้บุคคลสำคัญในพรรคคอมมิวนิสต์จีน  และอีกกลุ่มหนึ่งที่ตอบโต้โดยระเบิดเสมอคือคนอุยเกอร์
รัสเซียสนับสนุนเผ่าอุยเกอร์และคนมุสลิมในเอเซียกลาง(Central Asia)เสมอมา จนกระทั่งต้องกระทบกระทั่งกลายเป็นสงครามกับจีนมาก่อนในปี1979  ดูเหมือนว่าอุยเกอร์จะไม่ยอมหยุดที่จะต่อสู้แบ่งแยกดินแดนสู้กับจีนอย่างไม่ระย่ออีกต่อไป เพราะอุยเกอร์ตอนนี้มีความรู้ความชำนาญพอในทุกทาง ไม่ว่าความรู้ทางการทหาร  ที่อุยเกอร์ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามการก่อการร้ายในตะวันออกกลางที่กำลังสู้รบดุเดือดในตอนนี้  อุยเกอร์มีผู้นำที่เข้มแข็ง(รวมทั้งการเงินส่วนตัว)ที่มีความรู้ ความสามารถเป็นเลิศ มีความสัมพันธ๋กับผู้นำ และประเทศมหาอำนาจ และกลุ่มพันธมิตรตั้งแต่เมกา ประเทศแถบยุโรป ญี่ปุ่น เตอรกี(เป็นเจ้าภาพหลักเปิดให้คนอุยเกอร๋ตั้งหลักชีวิตใหม่ได้ทุกเวลากลางกรุงอิสตันบูล มานมนานตั้งแต่สมัย บิดาของนายเออคิน แอลพ์เทกิน หน.อุยเกอร์คนแรกชื่อ่ไอซา แอลพ์เทคิน-Isa Yusuf Alptekin ผู้เป็นหน.อิสเตอรกีส-East Turkestanหรือซินเกียงปัจจุบัน พ่ายแพ้จีนในสงคราม1933-1934 ต้องนำผู้คนหนีทางเท้าไปอัฟกานิสถาน    รบ.เตอรกีเอาเฮลิคอปเตอร์พิเศษเชิญมาอยู่ในเตอรกี)  กลุ่มอาหรับที่นำโดยซาอุดิอาเรเบียในแถบอ่าวเปอร์เซีย ธิเบต ปากีสถาน อัฟกานิสถาน มาเลเซีย เขมร ฯลฯ  และแม้แต่กลุ่มร้ายกาจในตะวันออกกลางเช่นอาเคดา(Al Qaeda) นุสราฟร้อน(al-Nusra Front) ไอซิส(ISIS) ไอซิล(ISIL) ฯลฯ ล้วนยกย่อง รักใคร่ คอยให้การช่วยเหลือคนอุยเกอร์มาตลอด ฯลฯ จะเห็นได้ว่า อุยเกอร์เป็นขบวนการแยกดินแดนที่เข้มแข็งน่าเกรงขามจนจีนคงนอนไม่หลับไปอีกนาน
โปรดติดตามตอน "พายุสงคราม" ที่กำลังลุกโหมกระพือหนัก เพราะรัสเซียได้กระโจนเข้ามาร่วมด้วย

ngong เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!!  ngong

Last edited by amdang (October 2, 2015 6:11 PM)

Offline

#236 October 4, 2015 6:57 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

พายุสงคราม ตอนที่ 1

ก่อนอื่นขอรายงานข่าวร้อนประจำวันและข่าวสารที่ยังติดค้างไว้ 4 ตุลาคม 2015 :
-รัสเซียเริ่มทำการบอมบ์ด้วยเครื่องขับไล่ ตามเป้าหมายที่ตนต้องการติดต่อมาสี่วันแล้ว และยังบินเครื่องโดรนลาดตระเวณตลอด24ชั่วโมงรอบๆบริเวณแถบตะวันตกติดแถบทะเลเมติเตอเรเนียนและบริเวณฐานทัพตัวเอง และได้เพิ่มกำลังเครื่องบินจาก 26 ลำเป็น 80 ลำแล้ว เพราะเมืองที่รัสเซียใช้อยู่นั้นห่างจากเมืองทาร์ตุส(Tartus)ชายแดนรัสเซียเพียง 35 ไมล์เท่านั้น  ขณะนี้เมกาได้เสริมกำลังทางอากาศจากฝูงบินที่ 154 (The 154thWing-F-22A AND f-22s)ประจำฮาวายเข้ามาเสริมแล้ว 
การบอมบ์ในสองวันแรกเป็นการบอมบ์ต่อเป้าหมายอันเป็นที่ตั้งของกองกำลังของฝ่ายเมกา  อันมีพันธมิตร(coalition allied) มีซาอุดิอาเรเบีย กาตาร์ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อังกฤษ(ผู้ไม่เคยช่วยการใช้กำลังทางอากาศช่วยในซีเรีย เพราะสภาอังกฤษไม่อนุมัติ) ครั้งแรกดูเหมือนเมกาโดนตบหน้าโดยรัสเซียอย่างจังเพราะเป้าหมายสองวันแรกส่วนใหญ่เป็นกองกำลังฝ่ายเมกา อันมีพวกเคอร์ตจากบริเวณเมืองโคเบนี(Kobane)ใกล้ชายแดนตุรกีซึ่งรบแย่งเมืองนี้กับไอซิส(ISIS)หนักมากเมื่อเดือนที่แล้ว และกองกำลังทหารเก่าผู้แปรพักต์จากรบ.ซีเรีย(Free Syrian Army) ซึ่งเมกาได้ขอเงินจากสภาคองเกรส $500 ล้านเป็นค่าใช้จ่าย เมกาจำเป็นต้องมีกำลังทางภาคพื้นดินที่จะใช้บดขยี้ข้าศึกที่ถูกเครื่องบินโจมตี และสามารถยึดพื้นที่ได้คืน  การใช้แต่กำลังทางอากาศเป็นกำลังหลักเช่นในลาว ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพง คือใช้ถึง 3 ล้านกว่าตัน เท่าจำนวนประชากรของลาวตอนนั้น(หรือระเบิด 1 ตันต่อประชากร 1 คน) ฟังดูแล้วมันแสนโหดเหี้ยมต่อประเทศเล็กๆไร้เดียงสาอย่างลาว สาเหตุเพราะวังปาวมีกำลังทหารม้งเหลือเพียงยิบมือเดียวประมาณไม่เกิน 3,000 คนเท่านั้น แลัวจะสู้ทหารเวียตนามที่เข้ามากดดันมีกำลังเกือบ 30,000 คน พร้อมอาวุธหนักเช่นรถถัง ปืนใหญ่ ปตอ. และหน่วยจู่โจมที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีได้อย่างไร ตอนปี 1968-1974 ลาวในเขตเชียงขวางและเขตหัวพันถ฿กระเบิดเมการาบเป็นหน้ากลอง คือไม่มีอาคาร วัดวาอารามที่ไม่ถูกบอมบ์เหลืออยู่เลย จนกระทั่งเมกาอ่อนใจไม่รู้จะต่อสู้ได้อย่างไร เอากำลังเสือพราน 23 กองพันเข้ามา ทุกอย่างก็สายเกินแก้เสียแล้ว ประกอบกับการประกาศหยุดยิงจากการเจรจาที่ปารีสอีก ให้หยุดการโจมตีทางอากาสสนับสนุนอีกต่อไป ฝ่ายเราเห็นความหายนะตรงนั้นเอง ยังดีที่เสือพรานเราสามารถยึดพื้นที่บริเวณล่องแจ้ง สไกลายน์ไว้ได้เป็นอณุสรณ์ให้เลือดไทยได้ภาคภูมิใจกันบ้างจนเท่าทุกวันนี้ เราจากแผ่นดินน้องด้วยความจำใจและโกรธเคืองเมกาไม่หาย ที่ประชาชนเมกาลงโทษทหารเขาโดยบังคับให้ถอดถอนกองกำลังหมดจากอินโดจีน เพราะฝ่ายบริหารสร้างความเละเทะในการบริหารเมือง และโกหกแล้วโกหกเล่าในแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเพนตาก้อนเพเพอร์(Pentagon Papers)จนถึงวอร์เตอร์เกต(Watergate)   จน เจ้าของประเทศ(ประชาชน)เมกาเลยรุมกันสั่งสภาหยุดออกกฎหมายยุติการให้เงินแก่รบ.อีกต่อไป สงครามจึงต้องยุติลง 
ตอนนี้สงครามในซีเรียกำลังเกือบห้าปีแล้ว ผู้คนเสียชีวิตประมาณ 250,000 คน บาดเจ็บนับไม่ถ้วน และผู้คนหนีออกนอกประเทศมากกว่า 4 ล้านคนแล้ว และตอนนี้ประเทศยุโรปกำลังวุ่นวายเปิดๆปิดๆชายแดนตัวเองรับผู้คนอพยพรุ่นสุดท้ายไม่น้อยกว่า 100,000 คน 
คนอพยพรุ่นนี้มุ่งบุกประเทศยุโรปเป็นที่ตั้ง  พวกเขามาจากทุกประเทศเช่นอัฟกานิสถาน อิรัค ซีเรีย ลิเบีย ตูนีเซีย มอรอคโค และดูเหมือนคนอพยพรุ่นนี้เป็นประชากรที่ค่อนข้างมีจะกินและมีการศึกษาดี และมีเงินในบัญชีของตัวนอกประเทศ พร้องจะตั้งต้นชีวิตใหม่ทันที ไม่ค่อยเป็นภาระขั้นพื้นฐาน(เหมือนตอนเมื่ออินโดจีนแตก ซึ่งเมกันต้องตั้งโรงเรียนฝึกสอนแม้การใช้ห้องน้ำห้องส้วมฯลฯ) ปัญหาคนหนีภัยสงครามเป็นเรื่องใหญ่แต่เป็นปรากฎการณ์ธรรมดาเมื่อสงครามมาถึง การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และมีความเมตตากรุณา และต้องมีมนุษยธรรมต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก ได้สอนคนยุโรปมาแล้วอย่างดี เพราะเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่สองหลายประเทศแทบราบเป็นหน้ากลองเช่นเยอรมัน โปแลนด์ รัสเซีย ฝรั่งเศส อิตาลี และยุโรปส่วนกลางอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ถูกรบ.ของเขามุ่งร้ายเราต้องพิจารณาเป็นพิเศษ  ไม่ใช่ฆ่าทำลายโดยส่งกลับไปหามัจจุราช (เช่นกรณีย์คนอุยเกอร์ที่เรามีปัญหาอยู่)    แต่ก็ไม่วายคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยรู้รสชาดของสงครามก็เริ่มต่อต้านผู้นำเช่นแองเจลล่า เมอร์เกิ้ลแห่งเยอรมัน  โดยเดินประท้วงบ้างแล้ว ส่วนไทยเรานั้นเป็นจุดศูนย์กลางในทวีปเอเซีย ไม่เคยเสียหรือสิ้นชาติ ก็ต้องมีความรู้สึกว่าคนอพยพเข้ามาถือโอกาสเบียดเบียน เพราะไทยเราประชากรยากจนค่นแค้นตลอดมาตราบอายุขัย เพราะอะไร??  คงไม่ต้องตอบคำถามนี้อีกแล้ว  หากเสียเวลามาอ่านกระทู้ใน”ไอฟรีไทย”เวปนี้หมายถึงเพื่อนๆคงตาสว่างเรียบร้อยแล้วแน่นอน
-เรื่องร้อนในวันนี้(4 ตุลา 2015) คือการบอมบ์ ทำลายรพ.ชั่วคราวของกลุ่มนายแพทย์นิรนาม(Doctors Without Borders) ที่รพ.เมืองคุนดูส(KunduZ)ที่กำลังสู้รบกันอย่างดุเดือดระหว่างพวกทาลีบาน(ซึ่งเข้ายึดเมืองนี้จากรบ.อัฟกานิสถานได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว  ฝ่ายรบ.โดยการสนับสนุนจากเมกากำลังตีคืน เพราะเมืองคุนดูสพลเมือง3000,000คน  เป็นเมืองศูนย์กลางทางเหนือสำคัญมาก(เช่นเชียงใหม่ของเรากับกทม.) จะเสียไปไม่ได้ 
แพทย์พวกนี้เป็นพวกกลุ่มนายแพทย์ทั่วโลกที่ยอมเสียสละเวลา(เงินทอง)ของตนรวมกลุ่มบินกันไปบริการผู้ยากจน ทุกข์ร้อน และเป็นคนไข้ที่ไม่มีโอกาศจะรักษาโรคได้เช่นคนตาบอด หูหนวก เด็กเกิดมาปากแหว่ง แขนขาขาดจากภัยสงคราม และ ฯลฯ เป็นที่ยอมรับกับผลงานของแพทย์กลุ่มนี้ทั่วโลก จนมีผู้คนบริจาคสนับสนุนมากมายและกลายเป็นองค์กรอิสระการแพทย์ที่สำคัญของโลกองค์กรหนึ่ง
ลูกระเบิดจากเครื่องบินเมการุมถล่มอาคารหลังนี้ในบริเวณใกล้รพ.เกือบครึ่งชั่วโมงตั้งแต่ 2:08 น.-3:15น.ตอนดีกของวันวาน(3 ตุลา 2015) มีคนเสียชีวิต 22 ราย เป็นคนไข้หนักไอซียู 7 ราย เด็ก 3ราย และบาดเจ็บอีก 37 ราย ฝ่ายทหารเมกาอ้างว่ามีแสงปืนยิงออกมาจากรั้วบริเวณนั้นก่อนอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจทำการทิ้งระเบิดและโจมตี เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงมากและเป็นการเพิ่มศัตรูมาขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมกาเข้าไปรบในอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 2001 หรือ 14 ปีที่แล้ว ได้มีเจตจำนงจะถอนทหารกลับหมดในปี 2016 และขณะนี้มีทหารอยู่ที่นั่นอีก 9,000 คน
ตอนต่อไปจะเริ่มสงครามซีเรีย จากจุดเริ่มต้นและประวัติศาสตร์ทั่วไปของการสู้รบในตะวันออกกลาง โปรดติดตามตอนต่อไปนะเจ้าคะ

ngong เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!! ngong

Last edited by amdang (October 9, 2015 8:33 PM)

Offline

#237 October 6, 2015 10:59 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

tearวันมหาวิปโยค 6 ตุลาคม 2519 tear

เวียนมาบรรจบ 39 ปีแลัว แต่แผลที่เจ็บปวดจากพิราบในกรงที่โชคดีรอดตาย  และผูัคนและญาติพี่น้องที่ได้มีโอกาสสัมผัสเหตุการณ์ในวันนั้น  พวกเราระลึกถึงทุกปีด้วยความสลดหดหู่และโกรธแค้น แทบนึกกันไม่ถึงว่ามันช่างหฤโหด  จากแผนของใครคนนั้นที่กำลังใช้กรรม  ต่อสู้อยู่กับมัชจุราช ....ผู้ซึ่งรอคอยมานานอย่างเยือกเย็น.....ไม่ใจร้อนจะรีบปลิดมัน และยอมปล่อยให้วิญญาณของมันจะได้เจ็บปวดให้สาแก่ใจอย่างถึงที่สุด  เมื่อมันจะได้เห็นว่าทุกอย่างรอบตัวมัน ทั้งลูกเมีย วงศาคณาญาติจะพากันวอดวาย ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ วงศ์วานหว่านเครือมันจะมลายเป็นธุลี เพราะฝีมือความโหดร้ายอำมหิตของมัน ได้วางแผนทำลายกับเด็กนักษึกษาคราวนั้น มันเป็น "ตราบาป"ที่ม้นเอง และผู้คนจะไม่มีวันลืมจนลมหายใจสุดท้าย

......โชคดีที่สวรรค์ได้ส่งอินเทอเนตมาช่วยพวกเรา  ให้ได้รู้ ได้เห๊น เข้าใจแทบทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตในโลกใบนี้ ......และในไม่ช้าในอุ้งมือของผู้คนทั่วทุกแห่งบนถนน จะถูกวาดเป็นวงกลมเล็กๆ ข้างในวงกลมมีอักษรว่า."ร10"   วงกลมสีดำบนฝ่าอุ้งมือจะถูกคาดปะหน้าเป็นเส้นตรงสีดำ อาจจะเส้นเดียวหรือสองเสัน ......  และเมื่อวาดเสร็จแล้ว ......ทุกคนจะเปล่งเสียงพร้อมถอนหายใจออกมา "พอกันทีอ้ายซาตาน .... ไม่มีพวกมึงอีกต่อไป"......
เหมือนขนมไหว้พระจันทร์ที่คนจีนแจก  เป็นสัญญานแจ้งกำหนดแห่งการล้มราชวงค์มิ้งซึ่งเป็นเชื้อสายมงโกล  และขณะนี้ในเมกามีผู้ใช้สัญญลักษณ์จุดดำบนฝ่ามือให้คนอื่นได้เห็นว่าเขาเป็นใคร? เมื่ออีกคนเห็นจุดดำในอุ้งมือ พวกเขาจะดีใจกอดเป็นเพื่อนกัน และแลกเปลี่ยนข่าวสารต่อกันอย่างมีความสุขที่ได้พบเพื่อนหัวอกเดียวกัน กลุ่มนี้คือผู้คน(โดยมากเป็นเด็ก)ที่ได้รับการถูกกระทบจิตใจจากภายในครอบครัว(domestic abusive person)นั่นเอง

Good Night...ราตรีสวัสดิ์... หลับและฝันดีนะเพื่อนที่รัก ...เพื่อนผู้รักประชาธิปไตยทุกๆท่าน

   two_thumps เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!!    two_thumps

Last edited by amdang (October 6, 2015 11:06 PM)

Offline

#238 October 9, 2015 8:02 PM

LOCOMOTION
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 172

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

... ขอบพระคุณมากครับ .. ผมติดตามอ่านอยู่ตลอดโดยมิว่างเว้น ...

Offline

#239 October 9, 2015 9:55 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

พายุสงคราม ตอน-2

ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว
ยิ้มเยาะเล่นหัว เต้นยั่วเหมือนฝัน
(เป็นโคลงแต่งโดยชาวอิหร่าน ชื่อ โอมาคานยัม (Omar Khayyam) แปลโดยกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์)

ข้าเจ้าจะใช้สูตรการรายงานให้เพื่อนๆทราบข่าวด่วนหรือข่าวล่าสุดทุกตอน  เป็นตอนต้นของรายงานที่จำเป็นควรทราบ และหากเวลาเหลือก็จะแถมประวัติศาสตร์การสู้รบในตะวันออกกลางทั่วไป ทั้งใหม่และเก่าเท่าที่นึกขึ้นได้  ซึ่งได้ความรู้มาจากการติดตามตลอดสี่สิบกว่าปีที่มาอยู่ในเมกา ข้าเจ้าเห็นว่าการเมืองโลก เป็นเรื่องสนุกลึกลับซับซ้อนตื่นเต้น และเกี่ยวพันเหมือนกับลมหายใจ และการเต้นของหัวใจของมนุษย์ตลอดเวลา และข้าเจ้าจงใจเชื่อเสมอว่าการเปลี่ยนรัชกาลที่ 9 ครั้งที่ยิ่งใหญ่ในประเทศนี้ คราวนี้  คงมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติต่อประเทศเราอย่างค่อนข้างแน่นอน  การกลับมาของเมกาสู่เอเซียอีกนับตั้งแต่เมกาเริ่มร่วมกับกลุ่มอาเซี่ยน  ต่อมากลุ่มค้าขายรอบแปซิฟิค(Trans-Pacific Partnership-TPP) และสนธิสัญญาการปกป้องไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้  ต่อมา ปธน.โอบาม่า ได้พบกับ ปธน.เต็งเส็ง ของพม่า และได้ขอความมั่นใจว่าพม่าจะต้องเปลี่ยนการต่อต้านตะวันตก และจะปลดปล่อย อองซานซูคยี และนักโทษการเมือง ให้นสพ.มีเสรีภาพทางการเมืองมากขึ้น ยอมรับให้อองซานซูคยีเป็นหน.พรรคตรงข้ามกับรบ.ทหารของพม่าอย่างเป็นทางการ   เหตุเกิดตอนประชุมอาเซี่ยนที่อินโดนีเซียปลายปี2011  ปธน.โอบาม่าได้ขอให้นางฮิลลารี่ คลินตั้น รมต.กต.ไปพม่าพบอองซานซูคยี และต่อมาตัวปธน.โอบาม่าก็ได้ไปเองหลังพบกษัตริย์ไทยและนายกรมต.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  และทันทีที่เครื่องแอฟอร์สวัน(Airforce-1) เครื่องประจำปธน.เหิรขึ้นฟ้าเหนือทะเลอันดามัน อองซานซูคยีก็ได้รับเสียงทางสายจากปธน.โอบาม่าเป็นครั้งแรกว่าจะส่งฮิลลารี่ คลินตั้นมาเยี่ยมโดยเร็วที่สุด  นำความปลาบปลื้มมาสู่หล่อนและคนพม่าเป็นล้นพ้น จากนั้นอองซานซูคยีก็ได้ออกท่องโลก  ครั้งแรกเชื่อหรือไม่ คือการมาเยี่ยมแรงงานพม่าที่สมุทรสาคร   และต่อมาได้ให้ปฐมปาฐกถาในต่างประเทศที่ประเทศไทยที่กรุงเทพฯ  ยังจำกันได้ว่าผู้คนและนักข่าวต่างประเทศต่างตื่นเต้นอย่างมโหฬาร เห็นท่านศ.สิวรักษ์แต่งชุดปรมาจารย์ไทยรุ่นรบพม่านั่งอยู่แถวหน้า พร้อมทั้งค้ำไม้เท้าของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่ตนได้รับจากราชวงศ์ดิสกุลเป็นของระลึกด้วยมือทั้งสองข้างหน้า ขณะฟังยอดสตรีแห่งยุคปราศรัยด้วยมธุระวาจาต้อนรับผู้คนและโลกใหม่นอกคุกของหล่อน ช่างเป็นภาพที่ยากจะลืม หลังจากท่องไปยุโรปประเทศต่างๆแย่งกันเชิญ และไปตอบรับคณะกรรมการผู้ได้พิจารณากรุณาให้หล่อนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เป็นสุนทรพจน์ที่ยังเศร้าและหอมหวลไม่หาย ผู้คนพากันน้าตาคลอ   และถึงขนาดปล่อยโฮเมื่อหล่อนได้กลับเยี่ยมบ้านเก่าที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและได้มอบสุนทรพจน์ที่ยิ่งใหญ่ที่อังกฤษอีกครั้ง ความเสียสละเพื่อคนพม่าเพื่อแสวงหาประชาธิปไตยให้ได้  แม้ชีวิตก็มอบให้  และต้องสูญเสียแม้สามี ไม่ได้เห็น ลูกเติบโตจนเป็นหนุ่มทั้งสองก็ไม่ได้เป็นผู้ชุบเลี้ยงดูมา เวลาที่ผ่าน  ยังเป็นศัตรูร้ายของมนุษย์เสมอ และเวลาก็เป็นยาวิเศษที่ดามอกมนุษย์ให้คืนดีปกติได้ แถมมีความทรงจำและบทเรียนอันวิเศษยิ่งติดมาด้วย
กลับจากยุโรปและท่องโลกโฆษณาให้มิยานม่าว่าจักมีประชาธิปไตย โลกเห็นใจพม่าไม่อยากแซงค์ชั่นอีก  อองซานซูคยีนำประชาชนหลายหมื่นคนออกประท้วงยกเลิกโครงการณ์เขื่อนมยิตโซน  เขื่อนกว่า3พันล้านดอลล่าห์ที่จีนลงมือสร้างแล้วสองปีให้ฟรี แต่จะเก็บ90%ของพลังไฟฟ้าไปเลี้ยงเขตอุตสาหกรรมยุนนานในจีน 50 ปี  และหากใช้หนี้จีนยังไม่หมด สนธิสัญญาจะมีต่อ  คนพม่ายอมอีกไม่ได้ต้องขัดใจจีน ยุติความก้าวร้าวของจีนที่จะครองเอเซีย และปิดเส้นทางสายไหมสู่จีนสายนี้เสีย และหันไปเป็นพันธมิตรกับเมกามากขึ้น  การเลือกตั้งทั่วไปของพม่าเร็วๆนี้อองซานซูคยีไม่ได้เข้าแข่งขันตำแหน่งปธน.โดยตรง   เพราะพวกทหารพม่าไม่ยอมเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ คือไม่ให้ผู้เข้าสมัครเป็นปธน.มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ ชตากรรมของอองซานซูคยียังไม่สิ้นสุด จะต้องต่อสู้กับพวกทหารอีกต่อไป  สงสารแต่สุขภาพอันเปราะบางของหล่อนว่าจะรอไปได้อีกเท่าไร
ส่วนแกรนด์สเตทดินเนอร์(The Grand Sate Dinner)ที่นายกรตม.ยิ่งลักษณ์ต้อนรับปธน.โอบาม่านั้น  โดยเฉพาะภาพชนแก้ว-ตาประสพตา-(เกิดจากที่ตา … แล้วมาบานเบ่งที่ใจ)-หลังเหล้าไวน์แก้วทั้งสองนั้น ระหว่างโอบาม่าและนายกไทยยังคงระทึกใจ ดังกระหึ่มโลกเสมอ  จะเป็นตรายันต์อันศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยคุ้มครองชีวิตคุณยิ่งลักษณ์ไปอีกนานแสนนาน  ปธน.โอบาม่าเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงเอเซียมาก่อนตอนเรียนอยู่มหาลัย  ดูเขาจะมีอากัปกริยาด้วยความสุภาพ และถ้อยคำแสนเสน่ห์หา ต่อผู้นำทั้งสอง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ อองซานซูคยีเป็นพิเศษเสียจริง  ตอนพบกันครั้งแรกปธน.โอบาม่าโอบกอดอองซานซูคยีอย่างสุดอารมณ์ของผู้ครองรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพทั้งสองที่ได้พบกัน และอยากพบกันมานาน จนอองซานซูคยีลืมอะไรรอบตัวขณะนั้นไปหมด  และก้าวนำโอบาม่าสู่ประตูบ้านอย่างเลื่อนๆลอยๆ  จนลืมไปว่าฮิลลารี่ก็มาด้วย พอเหลียวหันเห็น ก็รีบหันกลับวิ่งไปรับฮิลลารี่ที่กำลังก้าวออกจากลิมมูซีนด้วย เพราะฮิลลลารี่เป็นผู้ที่มาพบหล่อนเป็นคนแรกเมื่อหลายเดือนที่แล้ว และได้โอ้โลมปฏิโลมด้วยแถลงการณ์และคำกล่าวต่างๆต่อกันหลายครั้ง ให้โลกได้เห็นว่าคนเมการักอองซานซูคยีเพียงใด ภาพนี้ในวันนั้นช่างเป็นดั่งมนต์ขลัง  นี่เขาโขมยประเทศทั้งประเทศแบบนี้เจียวหรือ?
ว่าเตลิดไปโน่น  เพราะจิตใจคิดถึงแต่บ้านเราเสียมาก อดจะนึกถึงมาเปรียบเปรยกับสถาณะการณ์และบุคคลของเรา เหมือน.”ดูหนังดูลครแล้วย้อนดูตัว  ยิ้มเยาะเหมือนหัว(เราะ) ยิ้มยั่วเหมือนฝัน “
ข่าวล่าจากสงครามตะวันออกกลาง เรื่องการเข้าแทรกแซงของกำลังรัสเซียในซีเรีย  และผลตามมาทำให้โลกตื่นเต้นและวิตก  ว่ามันจะเลยเถิดและจะเกิดปะทะกันทางอากาศค่อนข้างแน่  ที่แน่ๆเมื่อสองวันก่อน หน.เนโต้(NATO)ออกมาตำหนิรัสเซียที่ล้ำน่านฟ้าของเตอรกีซึ่งเป็นสมาชิกของเนโต้ ขนาดเตือนว่าเครื่องบินรัสเซียอาจถูกยิงตกหากละเมิดอีก  สนธิสัญญาเนโต้(NATO-North Atlantic Treaty Organization) ตอนนี้มีบก.อยู่ที่กรุง Brussel ประเทศเบลเยี่ยม ได้มีข้อตกลงที่สำคัญเกี่ยวกับทางทหารว่า หากประเทศสมาชิกประเทศใดถูกรุกราน ประเทศกลุ่มสมาชิกทุกประเทศต้องตอบโต้ดังเช่นข้าศึกได้รุกรานประเทศตนเอง ปัญหามันมีมากมายเพราะประเทศเล็กๆอย่างยูเครนปัจจุบันก็ถูกเขมือบแหลมไครเมียและบางส่วนทางตะวันออกของประเทศยังถูกรัสเซียเขมืบไปเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่เนโต้ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากทางทหารแต่ได้รวมหัวกันแซงค์ชั่นรัสเซียอย่างหนัก จนขณะนี้เงินรูเบิ้นของรัสเซียตกลงครึ่งหนี่ง และทำให้เงินคงคลังรัสเซียลดค่าลงกว่า 40% ฯลฯ
-ข่าวต่อไปคือเรื่องเป้าหมายทางทหารที่รัสเซียได้โจมตีมาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ประมาณ 30เที่ยวบินต่อ 1 วันนั้น รัสเซียโจมตีเป้าหมายพันธมิตรของเมกา-ซาอุดิอาร์เรเบียส่วนใหญ่ เช่นเป้าหมายพวกเคอร์ต(Kurds) พวกทหารเก่าของซีเรีย(FSA-Free Syria Army)ที่แปรพักต์มาเจ้าฝ่ายพันธมิตรเมกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อังกฤษ ซาอุดิอาร์เรเบีย การ์ตา อามิเรต(รวมทั้งดูไบ)  ส่วนฝ่ายตรงข้ามมีซีเรีย อิหร่าน รัสเซีย กองกำลังเฮสบูลาชีไอ้ท์ในเลบานอน  และอิรัค ผู้ซึ่งในตอนนี้เหยียบเรือสองแคม คือเอาทั้งสองด้าน-ทำให้เมกาค่อนข้างไม่พอใจ ที่ช่วยมามากแต่เอาใจออกห่างไปเป็นพวกกับอิหร่าน เพราะประชากรส่วนใหญ่(Shiite 60% Sunni 30% Kurd 10%) และตัวรัฐบาลเป็นพวกชีไอ้ท์(Shiite)
การโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของพันธมิตรเมกาน่าจะเป็นการตบหน้าเมกา แต่เมกาไม่ได้กล่าวประนามอะไร เพราะรัสเซียประกาศล่วงหน้าทั้งในยูเอ็นตอนประชุมประจำปีเดือนที่แล้ว ว่ารัสเซียจะเข้ามาช่วยเพื่อนเก่าซีเรียต่อสู้ศัตรู พวกพันธมิตรของเมกาก็เป็นศัตรูของรัสเซียและซีเรียด้วย แต่มีข่าวว่ารัสเซียเริ่มโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอซิส อัลนุสราฟร้อน ที่ร้อนแรงที่สุดแล้วด้วย และก็ไม่วายที่มีข่าวลอดออกมาว่ากลุ่มเมกาพวกทหารเก่าซีเรียได้รับความร่วมมือจากกลุ่มอัลนุสราฟร้อน-Al Nussara Front และกลุ่มอารา อาลชาม-Ahrar al-Sham(ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการใหญ่ศัตรูเก่าอาเคดา-Alqaedaด้วย) ทำให้นักการเมืองเมกากลัวว่ารถยนต์และอาวุธยุทโธปกรณ์ของเมกา  อาจจะผ่านมือพวกพันธมิตรตกไปสู้นุสราฟร้อนและไอซิสในที่สุด)
อีกข่าวหนึ่งคือเรือรบรัสเซีย 4 ลำในทะเลสาปคัสเปียน(Caspian Sea)หลังบ้านตนเอง ได้ยิงจรวดนำวิถีเพดานตําล่าสุดของรัสเซีย(เช่นเดียวกับจรวดโทมาฮอคของเมกา) ชื่อคาลิเบอร์ (Kalibre) 26 ลูกไปสู่เป้าหมายในซีเรียบริเวณเมืองอเลปโปและเมืองลาตาเกียใกล้สนามบินตัวเองซึ่งตอนนี้รัสเซียมีถึง 60 ลำที่นั่น (เมกาบอกจรวด 4 ลูกตกลงในอิหร่าน ผิดเป้าหมาย)  เพื่อจะเปิดทางให้ทหารซีเรียได้มีโอกาสเคลื่อนกำลังเข้ายึดพื้นที่คืนได้บ้าง เพราะฝ่ายรัฐบาลเริ่มหมดหนทางจะชนะศึกอีกต่อไป หากไม่มีรัสเซียเข้ามาช่วยก็คงรอวันพินาศในที่สุด  ส่วนเมกาและพันธมิตรเมกาช่วยทิ้งระเบิดทำร้ายไอซิสเพียงวันละ7-8เที่ยว และทำการช่วยแบบขอไปที แต่อยากให้ซีเรียค่อยๆตายไปเอง โดยเมกาไม่ต้องเสี่ยงและให้อาหรับต่างนิกายฆ่าฟันกันเอง(Sunni vs Shiite)อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ขายอาวุธเสียอื้อไปเลย  ส่วนรัสเซียเห็นบาเชอร์ อาดสาดกำลังเพลี่ยงพล้าอย่างหนักก็ยื่นมือเข้าช่วย เพราะซีเรียเซ็นต์แป้งโปะอาวุธและเงินทองจากรัสเซียเกือบ $50 พันล้านแล้ว หากปล่อยซีเรียแพ้และอาสซาดถูกกำจัดจากตำแหน่งจะไปเก็บเงินหนี้สินเอาจากใคร?
-พลโท ควาเซ็ม ซูไลมานี(Gen. Qasem   Suleimani)  ผบ.หน่วยกองทัพปฏิวัติ(Iranian Revolutionary Guard elite Quds Force) เขาเป็นนายพลคนสำคัญคนที่สองที่ได้เข้านำทหารอิรัคเผ่าชิไอ์ทเข้ารบกับหน่วยไอซิสตลอดเสมอมา ได้เสียชีวิตในสนามรบในอิรัค  เขาเป็นนายพลคนสำคัญที่รายงานตัวโดยตรงต่อผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายาโทลาคาเมนี่( Ayatollah Khamenei) รายละเอียดการสู้รบยังไม่ทราบบริเวณเมืองทิคริท (Tikrit) อิรัคเสียเมืองสำคัญนี้ให้ไอซิสปีกว่าแล้ว และเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของอิหร่านอีกครั้งหนึ่ง
-อีกเรื่องหนึ่งที่ด่วน ก็คือเรื่องบอมบ์(ผิดเป้าหมาย) ที่รพ.เมืองคุนดูส(Kundus Afganistan)  ยอดจำนวนผู้ตายเพิ่มอีกสองคนเป็น 24 คน เป็นเรื่องเศร้าใจต่อทุกคน เมกาได้เอาแม่ทัพ(Gen.John Campbell) นื้ในอัฟกานิสถานมาให้ปากคำที่สภา และสัญญาว่าจะขุดให้ถึงตันตอของเรื่อง แต่ก็ยังยืนยันว่ามีการยิงออกมาจากบริเวณใกล้รพ.ใส่ทหารฝ่ายรบ. ส่วนคนงานในรพ.ยืนยันว่าไม่มีเสียงปืนยิงออกไปแต่อย่างใดเลย  พวกหมอผู้ไม่มีพรหมแดน(Doctor Without Border)คงจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเหตุนี้  และมีเหตุการณ์แบบนี้ครั้งหนึ่งแล้วในปี 2005 ทำให้พวกหมอกลุ่มนี้หยุดทำการรักษาคนตกทุกข์ลำบากและยากไร้นานถึง 5 ปี หมอพวกนี้จะช่วยชิวิตคนไข้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ข้างใด เป็นจนท.ของรบ.หรือฝ่ายทาลีบาน(Taliban)ไม่สำคัญ  เพียงปลดอาวุธทิ้งไว้หน้ารพ.ก็จะช่วยชีวิตให้  ช่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอเพื่อนๆอีกต่อไปเจ้าคะ
โปรดติตามตอนต่อไปน๊ะเจ้าคะ 


  two_thumps เผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!! two_thumps

Last edited by amdang (October 10, 2015 6:35 PM)

Offline

#240 October 14, 2015 12:32 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 769

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

LOCOMOTION wrote:

... ขอบพระคุณมากครับ .. ผมติดตามอ่านอยู่ตลอดโดยมิว่างเว้น ...

LOCOMOTION wrote:

... ขอบพระคุณมากครับ .. ผมติดตามอ่านอยู่ตลอดโดยมิว่างเว้น ...


ต้องขออภัยคุณLOCOMOTION มิตรเก่าแก่ที่กรุณาเข้ามาให้กำลังใจมาตลอด แต่พอดีคอมพ์เสียเกือบสามวัน ก็เลยวุ่นวายไม่น้อย ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวขาญ ให้ช่วยนำกลับโดยต้องเปลี่ยนอีเมลล์ใหม่หมด  พอดีเห็นกระทู้ของอเมริกาลาวกำลังพุ่งในเรื่องสงครามซีเรียไปได้ดีมาก ก็เลยค่อยเบาใจว่าเพื่อนๆคงติดตามข่าวในสนามรบได้ทัน ส่วนข้าเจ้าจะคอยเสริมตรงไหนที่ขาดตกบกพร่อง และวิจารณ์วิจัยไปตามถนัดที่เคยทำ

พอดีครบรอบ14ตุลาก็มาถึงอีก ก็ต้องรอเรื่องซีเรียและตะวันออกกลางยาวไปอีกหน่อย อีกอย่างการเลือกตั้งที่จะมาถึงเกือบพร้อมๆกัน มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งทั้งที่เตอรกีและที่พม่า  ที่เตอรกีนั้นทุกคนกำลังเป็นห่วงกันอย่างมากเพราะทำให้สถานะการณ์กำลัง(อาจจะเปลี่ยนผัน)อาจจะมีเหตุต้องพลิกโผ เนื่องจากกรุงอาการาเมืองหลวงถูกวางระเบิดสองลูกในเวลาเกือบพร้อมกัน ขณะที่ประชาชนพลเมืองกลุ่มพรรคพีพีเค(PKK-Kurds Working Party) ของพวกเคอร์ด (Kurds)กำลังชุมนุมหาเสียงในการเลือกสภาผู้แทนในอีกสัปดาห์กว่าๆ  ทำให้มีการสูญเสียชีวิต 97 ศพและบาดเจ็บอีก 245 คน และยอดความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นอีก ทำให้คนเคอร์ดโกรธเคืองเป็นอย่างมาก และรวมพวกกันจำนวนมากไว้อาลัยกัน 3 วัน อันคนเคอร์ดนั้นก็เป็นพลเมืองของเตอรกีมีอยู่ทั่วไปทั้งประเทศ แต่รวมกันมากทางตะวันออกของเตอรกี และอีกสองแห่งคือทางเหนือของซีเรียต่อชายแดนเตอรกี โดยเฉพาะที่เมืองโคเบนี(Kobane)ซึ่งผลักกันแย่งชิงกับพวกไอซิส(ISIS)มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว และพวกเคอร์ดเพิ่งยึดคืนมาได้โดยการช่วยการโจมตีทางอากาจากเมกาอย่างหนัก และได้เมืองคืนมาเมื่อสองเดือนกว่ามานี้เอง พวกเคอร์ดได้ระดมผู้คนเผ่าของพวกเขา รวมทั้งผู้หญิงและเด็กคนแก่ออกสู้รบ เมการักพวกเคอร์ดพอๆกับพวกทหารม้งในลาวทีเดียว และสนับสนุนใหัคนเคอร์ดคือนาย จาลาล ทาลาบานี(๋Jalal Talabani)เป็นประธานาธิบดีของอิรัคแทนซาดัมฮุสเซน(เคอร์ดมีประขากร10เปอร์เซ็นต์ของอิรัค)  และมีเขตปกครองตัวเองทางเหนือของอิรัค มีเมืองหลวงที่เมืองเออร์บิล(Irbil)  ตอนนี้หมดวาระครบเทอมแล้ว(คนปัจจุบันคือฟูอัด มาซุม-Fuad Masum) เนื่องจากเคอร์ดมีอาณาเขตอยู่อาศัยทั้งสามประเทศใกล้ๆกัน คือที่เมืองโคเบนในซีเรีย ในเตอรกีโดยเฉพาะทางตะวันออก และในอิรัคตอนเหนือ   เคอร์ดจึงเป็นพลังชนกลุ่มน้อยที่มีบทบาททั้งทางทหาร การเมือง ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วัฒนธรรม ในสงครามตะวันออกกลางที่รบกับไอซิศ(ISIS) ไอซิล(ISIL) และความขัดแย้งกับรบ.เตอรกี โดยสู้รบด้วยอาวุธจะแยกดินแดน(จากเตอรกี เป็นเคอร์ดิสตาน-Kurdistan)มาตั้งแต้ปี 1984 และจบลงด้วยสนธิสัญญาอย่าศึกกันเมื่อ 2013 มีผู้คนล้มตายประมาณ 4,000 คน  แต่เมื่อเกิดเรื่องที่เมืองโคเบนีกับไอซิส ฝ่ายเตอรกีกลับใช้เอฟ 16 บอมบ์ใส่พวกเคอร์ดอีก ก็เลยต้องรบกับเตอรกีต่อ และพรรคพีเคเคแลอีกพรรคเล็กอีกพรรคหนึ่งก็กำลังหาเสียงแข่งขันการเลือกตั้งในเตอรกีตอนนี้ด้วย   เลยดูวุ่นวายไปหมด แถมเคอร์ดกล่าวหาว่าเตอรกีนั้นสนับสนุนให้พวกไอซิสปล่อยระเบิดแบบฆ่าตัวตายสองลูกนี้ โดยไม่ให้การรักษาความปลอดภัยแก่ผู้คนที่กำลังชุมนุมหาเสียงกัน แถมตำรวจยิงแก้สน้ำตาใส่ผู้คน และพยายามกันรถพยาบาลที่จะเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ ซ้ำเติมอีกหลังระเบิดดังขึ้น   อนาคตของเตอรกีก่อนการเลือกตั้งทั่วไปทางสภาดูมืดมนต์ว้าวุ่นไปหมด ไม่รู้จะจบอย่างไร?  ทุกคนเป็นห่วงกันมาก รัสเซียก็อยู่ใกล้ๆข้างชายแดนด้านใต้   พร้อมจะชักศึกเข้าไปบ้านเตอรกี กีจะทำให้ปวดหัวหนักเข้าไปอีก แต่ข่าวเรื่องเตอรกียิงเครื่องบินขับไล่มิคตกนั้น พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง เป็นข่าวโคมลอย
ขอจบห้วนๆสั้นๆตอนนี้นะเจ้าคะ

ขอบคุณ คุณLOCOMOTIONที่ไม่ลืมสหาย AmDang กรุณาเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆนะเจ้าคะ

   two_thumpsเผด็จการจงพินาจ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !!! two_thumps

Last edited by amdang (October 14, 2015 6:50 AM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.