iFreeThai

#541 April 27, 2017 10:42 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

lok1ZD5.jpg

KzJYSTS.jpg

TzAmQ5X.jpg

r3O9Meu.jpg

jz1kIId.jpg

https://www.facebook.com/RedUSAThaiVoic … 400246054/?

แม้วันพุธที่ 26 เมษายน 2017 จะผ่านไป
แต่ยังเหลือความภูมิใจไว้ให้ทุกคนที่เข้าประชุม
"Laotian - Thai Human Rights Conference"
ที่ประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย แม้แขกคนสำคัญๆ
ที่รับปากจะมาร่วมประชุมในวันนั้นจะขาดหายไปก็ตาม
ซึ่งรวมทั้งพระภิกษุ 2 รูปจากวัด DC ที่แจ้งว่า
ผู้ใหญ่ขอร้องอย่าเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ทั้งๆที่ในยามดึกของคืนวันที่ 25 เมษายน 2017 ยังตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ ทำให้เกิดข้อกังขาว่าใครนะที่ใหญ่กว่าพระ สามารถสั่งพระได้
จึงมีเพียงพระภิกษุตัวแทนจากวัดพระธรรมกาย 2 รูปที่มาร่วมรับฟังการละเมิดสิทธิทางศาสนา ที่รัฐบาลเผด็จการเข้าไปก้าวก่ายกิจการของสงฆ์
การประชุมเริ่มอย่างเป็นทางการด้วยเพลงชาติ
ของสหรัฐอเมริกา ลาวและไทยตามลำดับ จากนั้น
ทุกคนยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้ทหารที่พลีชีพเพื่อชาติ
Rayburn House Office Building
สถานที่จัดการประชุมว่าด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ที่ Laotian New Generation Democracy Movement
และ RED USA - Thai Voice International Movement ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในวันนั้นคราคร่ำไปด้วยเจ้าหน้าที่ และนักการเมืองเดินกันขวักไข่วเร่งรีบ
เนื่องจากประธานาธิบดีเรียกวุฒิสมาชิกประชุมด่วน
ในเรื่องเกี่ยวกับอันตรายและการคงอยู่ของเกาหลีเหนือ
แขกคนสำคัญๆที่เราเชิญมาจึงต้องไปร่วมประชุมกับประธานาธิบดีแทน
อย่างไรก็ตามยังมีแขกคนสำคัญบางท่านแวะเข้ามาให้กำลังใจระยะสั้นๆและต้องเร่งรีบจากไป
Paul Prokop,
U.S. Department of State,
Bureau of East Asian and Pacific Affairs
ตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศนั่งฟังการประชุม
นานกว่าแขกคนสำคัญท่านอื่นๆและรับเอาเอกสารไป
นอกจากนี้ Paul Prokop ยังแจ้งให้ Dr. Richard Saisomorn ประธานของ Laotian New Generation Democracy Movementให้เข้าพบในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
ขอจบรายงานการประชุมครั้งสำคัญสั้นๆเพียงแค่นี้
แต่ท่านผู้อ่านสามารถติดตามรายละเอียดทั้งภาพและเสียงได้จาก Jom Voice, IFreedomTV, VOT, VOA, Radio Free Asia, และ International Broadcasting Bureau for East Asia and Pacific Division, Broadcasting Board of Governors.
RED USA - Thai Voice International
April 26, 2017

type=3https://www.facebook.com/RedUSAThaiVoiceInternational/posts/1497726760245918

ขอบคุณคุณเชาว์ ที่ส่งคลิปมาให้ลงข่าวนี้ได้อย่างทันใจตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนนี้เจ้าค่ะ

uR8b4rt.jpg

Last edited by amdang (May 3, 2017 5:27 PM)

Offline

#542 April 30, 2017 11:27 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ระเบิดลูกใหญ่ลงที่วังเมืองมิวนิคประเทศเยอรมันนี ?

วันนี้มีข่าวด่วนและแพร่สพ้ดไปทั่วโลกทางแมสมีเดียแล้ว ว่ามีสุภาพสตรีสองท่าน ได้ไปวางภาพจำลองของหมุดคณะราษฏร์(ที่หายไป)จากลานพระรูปฯ
ดอกกุหลาบแดง5ดอก และพรัอมอ่านแถลงการณ์ของคณะราษฎร์วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 โดยคุณเล็กและเพื่อนหญิงอีกท่านหนึ่ง
ในที่สุดก็ไปวางภาพหมุดดังกล่าวและกุหลาบแดง5ดอกที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งทราบจากคลิบนี้ว่าเป็นบ้านของร.10ที่ประเทศเยอรมันนี
โปรดชมคลิบเจ้าค่ะ


9UEA89f.jpg

Last edited by amdang (April 30, 2017 11:45 PM)

Offline

#543 May 1, 2017 6:33 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

หมุดคณะราฎร์

"ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ" 

https://prachatai.com/journal/2017/04/71111

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: เรื่องคนร้าย”หน้าใส”ขโมยหมุด
Wed, 2017-04-26 06:52

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ



ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน เป็นต้นมา ได้เกิดการแชร์ข่าวแพร่สะพัดในสังคมออนไลน์เรื่องการที่หมุดคณะราษฎร ที่เคยติดตั้งอยู่ที่บริเวณข้างพระบรมรูปทรงม้า หน้าสนามเสือป่า ได้ถูกคนร้ายขโมยและเปลี่ยนเอาหมุดใหม่มาใส่ โดยหมุดใหม่ที่ฝ่ายคนร้ายเอามาใส่แทนมีข้อความอันแปลกประหลาด ชาวสังคมออนไลน์จะเรียกหมุดใหม่ของฝ่ายโจรลักหมุดนี้ว่า “หมุดหน้าใส” ถือได้ว่าประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างอย่างยิ่ง

คงต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า หมุดคณะราษฎรดั้งเดิมนั้น มีความหมายทางประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็น “หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ” หมุดนี้ฝังไว้ ณ จุดที่ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร ยืนอ่านประกาศยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์มาสู่ราษฎร เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ต่อมา กระทรวงมหาดไทยในสมัยที่ น.ต.หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ได้สร้างหมุดทองเหลืองเพื่อระลึกเหตุการณ์การปฏิวัติ โดย พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา ในฐานะนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในการทำพิธีฝังหมุดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2479 บนหมุดทองเหลืองมีข้อความว่า  "ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ"

สำหรับหมุดอันใหม่ที่ถูกกลุ่มคนร้ายนำมาปักไว้แทน มีข้อความ 2 ส่วน ในส่วนแรกอยู่บนวงกลมล้อมรอบความว่า "ความนับถือรักใคร่ในพระศรีรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง" ข้อความท่อนนี้ นำมาจากคาถาสุภาษิตที่อยู่บนตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์  และส่วนที่สองอยู่ตรงกลางหมุดมีข้อความว่า "ขอประเทศสยามจงเจริญยั่งยืนตลอดไป ประชาสุขสันต์หน้าใสเพื่อเป็นพลังของแผ่นดิน” ในส่วนนี้เป็นข้อความผสมใจความตามใจผู้เขียน เอาคำว่า “ประเทศสยาม”มาใส่ ทั้งที่มีการเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ.2482 คำว่า “หน้าใส” ก็มาจาก ไพร่ฟ้าหน้าใส” ในศิลาจารึกหลักที่ 1 แต่โดยรวมแล้วข้อความทั้งหมดของหมุดอันใหม่ ไม่ได้สะท้อนลักษณะทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้สื่อความหมายอะไรเลย ถือว่าเป็นข้อความไว้สาระวลีหนึ่งเท่านั้น จนกระทั่ง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์สอนประวัติศาสตร์สมัยใหม่คนสำคัญ ได้อธิบายว่า ข้อความนี้ สะท้อนให้เห็นว่า คนที่ทำการลักหมุดเปลี่ยนข้อความเป็นพวกปัญญาอ่อนมาก

ผลกระทบโดยตรงทันทีของเหตุการณ์ คือ เกิดกระแสสูงของเรียกร้องทวงคืน”หมุดคณะราษฎร” รวมทั้งการเรียกร้องให้คืนหมุดคณะราษฎร และเสนอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับโจรลักหมุดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว แต่ในกระแสตรงข้าม คือกลุ่มปฏิกิริยาฝ่ายขวาทั้งหลาย ก็ถือโอกาสพยายามหาเรื่องและถึงขั้นสร้างเรื่องมาโจมตีคณะราษฎร เพื่ออธิบายความชอบธรรมของการถอนหมุดคณะราษฎรครั้งนี้ว่า เป็นสิ่งถูกต้อง

ที่น่าสังเกตคือ ในส่วนฝ่ายราชการหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทหาร ฝ่ายสำนักงานดุสิต ที่เป็นฝ่ายดูแลรับผิดชอบพื้นที่ หรือ กรมศิลปากรที่เป็นฝ่ายดูแลวัตถุทางประวัติศาสตร์ ต่างก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้ายุ่งเกี่ยว หรือรับผิดชอบกรณีนี้ ทั้งที่หมุดคณะราษฎร คือสมบัติของทางราชการ การรื้อหมุดและปักหมุดใหม่ ต้องมีการขุดซีเมนต์และโบกปูน ซึ่งใช้เวลาเป็นชั่วโมง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะไม่รับรู้ และจากข้อมูลของนายศาสตรินทร์ ตันสุน อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐปรศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ที่ส่งนักศึกษาลงไปทำรายงาน ยืนยันว่า การโขมยเปลี่ยนหมุดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1-8 เมษายน ซึ่งเป็นที่วิเคราะห์ได้ว่า การเปลี่ยนหมุดนี้น่าจะเกิดขึ้นราวคืนวันที่ 6 เมษายน ที่ทางราชการกำลังปิดถนนบริเวณดังกล่าว เพื่อบูรณะพระบรมรูปทางม้า จึงเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะไม่ทราบเรื่อง

ความจริงแล้ว ถ้าพิจารณาในบริบทที่กว้างขึ้น การรื้อถอนหมุดคณะราษฎรครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สังคมไทยถอยหลังสู่เผด็จการ และกลายเป็นอนุรักษ์นิยมขวาจัดมากยิ่งขึ้น ในระยะ 3 ปีที่ผ่าน ได้มีความพยายามในการสร้างความชอบธรรมของระบอบเผด็จการ และทำลายความชอบธรรมของประชาธิปไตยตามแบบสากล จนในที่สุด แนวคิดเรื่องอำนาจสูงสุดของประชาชนถูกละเลย ระบอบรัฐสภาที่มาจากเลือกตั้งถูกดูแคลน และหันไปเชื่อถือยอมรับสภาจากการแต่งตั้งของฝ่ายทหารที่ทำงานไม่ได้เรื่อง เช่นเดียวกับการยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับร่างใหม่ที่ประกอบด้วยมาตราเผด็จการ ทำลายอำนาจประชาชน รักษาอำนาจองค์กรอิสระ ในภาวะการเมืองปฏิกิริยาเช่นนี้ จึงนำไปสู่การย้อนประวัติศาสตร์ ด้วยการปฏิเสธความชอบธรรมของคณะราษฎร ปฏิเสธความถูกต้องของระบอบรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย และนำมาสู่ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะทำลายสัญลักษณ์ของคณะราษฎร คณะโจรลักหมุดกลุ่มนี้ จึงเป็นเพียงแนวหน้าของพวกขวาจัด ที่รับเป็นผู้ดำเนินการด้วยความมุ่งหวังจะลบอดีต เปลี่ยนประวัติศาสตร์ และเขียนเรื่องราวใหม่ให้สอดคล้องกับแนวคิดอนุรักษ์นิยมแบบด้อยสติปัญญา

ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำอธิบายเช่นกันว่า การเปลี่ยนหมุดครั้งนี้ สะท้อนสังคมการเมืองที่เป็นจริงของไทยปัจจุบัน ที่ประชาธิปไตยและระบอบรัฐธรรมนูญที่ชอบธรรมไม่มีแล้ว มีแต่ระบอบการเมืองกึ่งสุกกึ่งดิบที่ดำเนินไปตามอำเภอใจชนชั้นนำ ซึ่งถ้าจะเรียกว่า ระบอบการเมืองแบบ”หน้าใส”ก็น่าจะเก๋ไม่น้อย และยิ่งมีการประเมินว่า ความตั้งใจรื้อหมุดและลงหมุดใหม่ เกี่ยวข้องกับเรื่องไสยศาสตร์ ก็ยิ่งสะท้อนความเหลวไหลของระบอบการเมืองแบบหน้าใสมากขึ้น

แต่ในอีกกระแสหนึ่ง ก็ยังมีความเห็นว่า ความพยายามในการลักขโมยเปลี่ยนหมุด เพื่อทำลายประวัติศาสตร์ของคณะราษฎร ไม่มีทางที่จะสำเร็จได้ เพราะมรดกของคณะราษฎรที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองมีหลายลักษณะ ตั้งแต่ที่เป็นสิ่งรูปธรรม ก็เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ปราบกบฏที่หลักสี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อาคารสองฝั่งราชดำเนินกลาง โรงแรมรัตนโกสินทร์ สะพานเฉลิมวันชาติ เป็นต้น และที่ถูกรื้อไปแล้ว คือ อาคารที่ทำการศาลฎีกาข้างสนามหลวงเดิม และ ศาลาเฉลิมไทย แต่ก็ยังเป็นไปได้ยากที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะรื้อถอนเสียทั้งหมด

แต่ยังมีผลงานอีกจำนวนมากที่ดำเนินการไปแล้ว และคงรื้อถอนได้ยาก เช่น มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ธนาคารแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร(บางเขน) ทรัพย์สินที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(ที่รัฐบาลคณะราษฎรมอบให้ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2482) และยังมีรัฐวิสาหกิจแทบทั้งหมดที่ตั้งในสมัยคณะราษฎรแทบทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีผลงานเชิงนามธรรม เช่น กลายเปลี่ยนชื่อประเทศให้เป็นประเทศไทย การให้กำเนิดเพลงชาติไทย การเคารพธงชาติ การเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ให้เป็นแบบสากล(1 มกราคม) ส่วนระบอบการเมืองที่ถูกเปลี่ยน เช่น สมบูรณาญาสิทธิราชย์เต็มรูปแบบก็คงจะไม่ย้อนกลับคืนมา การเมืองที่มีรัฐธรรมนูญและรัฐสภา(ไม่ว่าเป็นแบบไหน)ก็คงดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับราชการแบบใหม่ที่ขึ้นกับการสอบวัดความรู้เพื่อบรรจุ และการมีระบบเงินเดือนตามลำดับขั้น ก็คงไม่ย้อนกับไปสู่ราชการแบบเก่าที่การเลื่อนตำแหน่งและเงินเดือนขึ้นกับความพอใจของเจ้านาย เศรษฐกิจอิงศักดินาแบบก่อน พ.ศ.2475 ก็พังทลายจนฟื้นกลับไม่ได้แล้วกลายเป็นเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ขึ้นกับการค้า การลงทุน ภาคการเงิน และภาคบริการ โครงสร้างสังคมแบบเดิมที่เป็นสังคมชนชั้นที่มีฐานันดร รองรับด้วยระบอบชายเดียวมากเมีย ก็คงจะไม่หวนกลับมาอีก

สรุปแล้ว การทำลายความทรงจำทางสังคม และทำลายดอกผลประชาธิปไตยของคณะราษฎรและรื้อฟื้นโลกเก่าแบบจารีตเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ การกระทำของคณะโจรเปลี่ยนหมุด จึงเป็นเรื่องที่น่าสมเพท บทความนี้จึงจบด้วยกลอนของ กุลวดี ศาสตร์ศรี ที่กล่าวถึงหมุดคณะราษฎร ดังนี้ครับ

“มิใช่เพียงแผ่นโลหะเหล็กดาดดาด แต่เป็นหมุดประวัติศาสตร์สำคัญยิ่ง

แจ้งให้รู้เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ไม่อาจกลิ้งกลับวงล้อที่หมุนแล้ว”

กวีประชาไท: ใครขุดหมุดคณะราษฎร
Mon, 2017-04-17 14:52

ธุลีดาวหาง




กาลเวลาวิชาชัดประวัติศาสตร์     ล้วนเป็นเรื่องชิงอำนาจบาตรใหญ่
จากสุขทุกข์ยุคหินถิ่นทั่วไป     อำเภอใจในกฎกติกา
ยุคสมัยไม่หยุดนิ่งทิ้งรอยร่อง     ผู้คนผองพันพัวไปทั่วหล้า
สู่โลกาภิวัฒน์เต็มอัตรา     ยังรบราฆ่าฟันกันเหมือนเดิม


เมื่อสังคมเป็นเช่นนี้ต้องมีกฎหมาย     เกิดตายใต้กติกามาพ่วงเสริม
ป้องกันอำเภอใจใครเหิมเกริม     สร้างกฎเติมกติกามาช้านาน
จนกระทั่งกฎหมายกลายเป็นวิชา     ในมหาวิทยาลัยให้พื้นฐาน
อำนาจบาตรใหญ่ไม่อันตรธาน     ยังอยู่ในวิญญาณการครอบงำ

             
จากยุคหินเป็นดินระเบิดระเหิดหาย     ความตายง่ายเพียงกดปุ่มตูมกระหน่ำ
เข้าสู่ยุคปรมาณูหลบรูถ้ำ     ยุคใจดำอำมหิตทิศทางไป
เมื่อมีสัมมาทิฐิก็มีมิจฉาทิฐิ     ประวัติศาสตร์ของอำนาจบาตรใหญ่
การต่อสู้ผู้ถูกกดขี่ชี้ทางไกล     อำเภอใจในมนุษย์ขุดลึกเลย

             
แล้วใครเล่าขุดหมุดคณะราษฎร์    อำนาจบาตรใหญ่ใช่ไหมเอ่ย
อำนาจอำเภอใจใครเล่าเคย     อนาถเอ๋ยชะตาอนาคต
ขโมยขุดหมุดคณะราษฎรประกาศเสนอ     เอาอำเภอใจมาใช้กำหนด
คืนอำนาจบาตรใหญ่ไม่เลี้ยวลด     ย้อนเกณฑ์กฎหมายมัดประวัติศาสตร์ไว้!?

ปล้นประวัติศาสตร์มา "วันละนิด จิตแจ่มใส"
ตอนนี้ปล้นคณะราษฎร์และนายปรีดี พนมยงค์แบบถอนรากถอนโคน คือทำแบบพวกมอร์รอน
สมัยอยู่ถ้ำ  หรือคนยุคหินที่มีแรงมากกว่าก็ข่มเหงเอากับผู้อ่อนแอกว่า
และคราวนี้ไม่เห็นท่าน ส.ศิวรักษ์ออกมาเต้นแร้งเต้นกาให้ช่วย  ท่านคงสุดแสนเจ็บปวดเช่นกัน

ขอแนะนำผลงานการยกระดับการต่อสู้ของพวกนักปฏิวัติ อ.ส.ส.ท มาตลอดสัปดาห์(ทุกคลิบ)
และสอดคลิบสุดท้ายมาด้วย "งาช้างไม่ได้งอกจากปากหมา"  ว่าเขามีการกระตุ้นสั่งสมชัยชนะ
ให้เริ่มเผาส่งร.9(วันที่ 26 ตุลาคม)ที่จะถึงนี้กันอย่างไร?

ที่ประทับใจมากคือสหาย"แจแปน" แนะนำเรื่องใช้ยูทูปอย่างเฉียบแหลม ....และบอกทิ้งท้ายในคลิบไว้ว่า..."เงินซื้อไม่ได้นะคะ...วีระชน.. ซื้อขายกันไม่ได้นะคะมวลชนทั้งหลาย..."
ขอบคุณสหายจาแปนเจ้าคะ

Last edited by amdang (May 1, 2017 3:02 PM)

Offline

#544 May 3, 2017 9:30 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ประเวศ ประภานุกูล

ldMtIQC.jpg


ฮิวแมนไรท์วอทช์ ร้อง รบ.ทหาร เปิดเผยที่อยู่และปล่อยตัว ทนายประเวศ
Wed, 2017-05-03 12:47

https://prachatai.com/journal/2017/05/71306


เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) ได้แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยควรเปิดเผยข้อมูลโดยทันทีเกี่ยวกับที่อยู่ของ ประเวศ ประภานุกูล ทนายความสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียง และผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ซึ่งหายตัวไปหลังจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้บุกตรวจค้นบ้านของเขาที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2560

โดย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวในวันนี้ ทางการยังไม่ออกมายอมรับว่ามีการจับกุมและควบคุมตัวเขา ทำให้เกิดข้อกังวลอย่างร้ายแรงว่าเขาอาจตกเป็นเหยื่อของการบังคับบุคคลให้สูญหาย

“รัฐบาลทหารไทยควรเปิดเผยที่อยู่ของนายประเวศโดยทันที และให้ปล่อยตัวเขาหากไม่มีการตั้งข้อหาตามฐานความผิดที่น่าเชื่อถือ” แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว “การควบคุมตัวแบบลับต่อทนายความสิทธิ ผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และผู้เห็นต่างอื่น ๆ ทำให้เกิดบรรยากาศความหวาดกลัวในประเทศไทย และทำให้เกิดปฏิกิริยาด้านลบจากนานาประเทศ"

เจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นรัฐบาลทหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจากกองร้อยรักษาความสงบที่ 1 (ร.อ.พัน 1รอ.) และตำรวจจากสถานีตำรวจบางเขน ได้บุกตรวจค้นบ้านของนายประเวศในตอนเช้า จากบันทึกการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีการยึดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์ โทรศัพท์มือถือ ซีดีซึ่งมีรายการทางการเมือง และเสื้อยืดที่มีข้อความทางการเมืองหลายตัว อย่างไรก็ดี ไม่มีการประกาศแจ้งอย่างเป็นทางการว่ามีการจับกุมหรือควบคุมตัวนายประเวศแต่อย่างใด

ประเวศ อายุ 57 ปี เป็นทนายความสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียง เขาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับสมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ “กลุ่มคนเสื้อแดง” ในคดีที่เป็นผลมาจากการปะทะกันทางการเมืองเมื่อปี 2553 เขายังทำหน้าที่ทนายความให้กับ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ซึ่งต่อมาศาลลงโทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นับแต่รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 รัฐบาลทหารได้ควบคุมตัวบุคคลหลายร้อยคน รวมทั้งนักการเมือง นักกิจกรรม ผู้สื่อข่าว และผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการประท้วงและกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลทหาร ผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลพลเรือนของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่ถูกโค่นล้มจากอำนาจ รวมทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าแสดงความเห็นในเชิงที่ไม่เคารพหรือดูหมิ่นต่อสถาบันกษัตริย์ ตรงข้ามกับข้อกล่าวอ้างของรัฐบาลทหารที่ว่าหน่วยงานของทหารยึดมั่นตามขั้นตอนปฏิบัติของกระบวนการอันควรตามกฎหมายในระหว่างการจับกุมและควบคุมตัวบุคคล ที่ผ่านมาผู้ถูกควบคุมตัวหลายคนให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปฏิบัติอย่างมิชอบต่อพวกเขาระหว่างการจับกุม มีการควบคุมตัวพวกเขาโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกในค่ายทหาร และมีการสอบปากคำโดยไม่สามารถเข้าถึงทนายความ

ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 และ 13/2559 หน่วยงานทหารมีอำนาจควบคุมตัวบุคคลแบบลับเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดวันโดยไม่มีข้อหา และสามารถสอบปากคำบุคคลโดยไม่สามารถเข้าถึงทนายความหรือไม่มีหลักประกันเพื่อป้องกันการปฏิบัติมิชอบแต่อย่างใด ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารมักบอกปัดข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ทรมานผู้ถูกควบคุมตัว แต่ก็ไม่สามารถให้หลักฐานใด ๆ เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้แสดงข้อกังวลอย่างจริงจังเสมอมาเกี่ยวกับการควบคุมตัวแบบลับโดยกองทัพในประเทศไทย เพราะทำให้เกิดความเสี่ยงที่บุคคลจะถูกบังคับให้สูญหาย ถูกทรมาน และถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อบุคคลถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกในที่ทำการของทหาร

ในจดหมายจากฮิวแมนไรท์วอทช์ถึงรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2558 เราได้แสดงข้อกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับสภาพการควบคุมตัวในมณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งมักเป็นสถานที่ที่ใช้ควบคุมตัวบุคคลที่เห็นต่างทางการเมือง เราเขียนจดหมายดังกล่าวภายหลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของหมอดูอย่างนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ และพ.ต.ต. ปรากรม วารุณประภาในระหว่างการควบคุมตัวที่นั่น

ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การบังคับบุคคลให้สูญหายหมายถึงการจับกุมหรือควบคุมตัวบุคคลโดยเจ้าพนักงานของรัฐหรือหน่วยงานที่เป็นตัวแทน และต่อมาได้ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ามีการควบคุมตัวดังกล่าว หรือไม่เปิดเผยชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคล การบังคับบุคคลให้สูญหายละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนานัปการที่ได้รับการคุ้มครองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคี รวมทั้งข้อห้ามต่อการจับกุมและควบคุมตัวโดยพลการ การทรมานและการปฏิบัติอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และการสังหารนอกกระบวนการกฎหมาย นับแต่ปี 2523 คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการบังคับบุคคลให้สูญหายหรือการสูญหายโดยไม่สมัครใจ (UN Working Group on Enforced or Involuntary Disappearances) ได้เก็บข้อมูล 82 กรณีการบังคับบุคคลให้สูญหายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการคลี่คลายกรณีใดจนแล้วเสร็จเลย

ที่ผ่านมาฮิวแมนไรท์วอทช์ได้กระตุ้นรัฐบาลไทยทุกคณะในเรื่องนี้ รวมทั้งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2560 เราได้มีจดหมายไปถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกร้องให้รัฐบาลให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาต่อต้านการบังคับบุคคลให้สูญหาย (Convention for Protection of All Persons from Enforced Disappearance) และให้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเพื่อกำหนดให้การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นฐานความผิดอาญาอย่างหนึ่ง ฮิวแมนไรท์วอทช์ แม้ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารจะให้ความเห็นชอบต่อการให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม แต่ทางสนช.ได้ปฏิเสธที่จะพิจารณาร่างกฎหมายที่จัดทำโดยกระทรวงยุติธรรมเพื่อเอาผิดกับการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย

“คำสัญญาของรัฐบาลทหารไทยที่จะเคารพสิทธิ ที่ให้ไว้กับหน่วยงานสหประชาชาติและหน่วยงานอื่น ๆ ในเวทีระหว่างประเทศ จึงฟังดูว่างเปล่ามากยิ่งขึ้น” อดัมส์ กล่าว “รัฐบาลประเทศที่เกี่ยวข้องควรกดดันพลเอกประยุทธ์ให้ยุติการจับกุมโดยพลการ การควบคุมตัวแบบลับ และการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยให้ปล่อยตัวนายประเวศและบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบทั้งหมด”


เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
ศูนย์ทนายฯ เปิดบันทึกการตรวจค้นบ้านทนายประเวศ ขณะที่เชียงใหม่มีคนถูกคุมตัวอีกหนึ่งคน

(แคลิฟอร์เนีย)เข้าใจกันว่าทนายประเวศ ประภานุกูลถูกนำไปสถานที่เป็นค่ายทหารที่หมอหยอง-ปรากรมเสียชีวืตที่นั่นมาก่อน  มันหักดิบกันซื่อๆหลังคุณเล็ก(จรรยา ยิ้มประเสริฐ)กับเพื่อนๆได้ไปวางพวงหรีด(ภาพหมุดคณะราษฎร์ที่หายไปและดอกกุหลาบแดง5ดอก)ที่วังร.10ในเยอรมันนี
ข่าวต่างๆและภาพถ่ายจากกษัตริย์ไทยที่ใช้ชีวิตที่นั่นส่วนใหญ่ เริ่มหนาหูออกมาถี่แรงขึัน และยังไม่รู้ว่าพวกนักต่อต้านสถาบันกษัตริย์สมบูรณาญาสิมธิราชไทย
จะช่วยกันรีบโจมตีต่อเนื่องกันต่อไปอย่างไร?  แต่การจับกุมทนายประเวศ ประภานุกูลและเหตุการณ์ที่อาจร้ายแรงครานี้คงไม่มีทางจบลงได้ง่ายๆอีกต่อไป
จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำลายราชวงศ์จักรีได้ในที่สุดแบบที่ไม่ต้องรอกันนาน เพราะคนไทยในยุโรปและต่างประเทศเขามีเสรีภาพที่จะพูดและแสดงความคิดเห็น
ต่อเหตุการณ์บ้านเมืองของเขาและทั่วโลก เหมือนเสรีชนทั่วไป
หากคุณประเวศ ประภานุกูลถูกทำร้ายอีกคน(ด้วยสาเหตุที่เคยรู้จักกับคุณเล็ก)คราวนี้ ก็จะเป็นการเปิด
ฉากประลองกำลังของร.10กับกองกำลังประชาชนไทยเสรีที่กำลังเข้มแข็งมากขึ้นทั้งในและนอกประเทศ  รัฐบาลเยอรมันก็จะถูกประท้วงจากทั่วโลกที่รักเสรีภาพและความยุติธรรมอย่างแน่นอน
แชนเซลเล่อร์แองเจลลา เมอร์เกิ้ลที่กำลังจะมีเลือกตั้งทั่วไปรอบใหม่ในปีหน้า จะยอมปล่อยทำเป็นมองไม่เห็นเรื่องเลวร้ายอันขาดมนุษยธรรม โดยมีส่วนช่วยกันอำนวยความสดวกให้ร.10 ปกครองประเทศด้วยความเหี้ยมโหดเด็ดขาดด้วยพระราชโองการณ์ บัญชามาจากประเทศเขา(เยอรมัน)ได้อย่างไร?..
พวกฮิวแมนไร้ทซ์วอทช์และนักข่าวหัวเห็ดเช่นแอนดรู มาแชลล์ โจนาทาน เฮดจากบีบีซี หน่วยต่อต้านทั้งใต้และบนดินที่มีกันดาษดื่น และกำลังเติบโตกันแบบล้อคการิธึม รวมทั้งพวกยูเอ็น ยูโร และสถาบันสันติภาพทั่วโลก และ ฯลฯ คงไม่ปล่อยให้ร.10และรบ.ทหารเครื่องมือเผด็จการณ์ของเขา ใช้ทำร้ายคร่าชิวิตบุคคลอย่างทนายประเวศได้ง่ายๆอีกต่อไป และขณะนี้ราชวงศ์ไทยหลังรับมรดกมหาศาลจากการเสียชีวิตร.9 ต่างพากันบิน(ฟรีด้วยบัตรทอง-รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆของราชวงศ์เช่นการช้อบปิ้งด้วย..นี่คือสาเหตุหลักที่การบินไทยร่อแร่มาทุกปีและกระทรวงการคลังต้องจ่ายเงินโอบอุ้มเอาไว้มาตลอดปีละหลายพันล้าน-เงินประชาชนที่กำลังอดหยากทั้งนั้นทุกบาททุกสตางค์) ต่างว่อนหารังใหม่กันหลายแห่งหลายประเทศอยู่แล้ว ยิ่งจะกลายเป็นจุดสนใจเพื่อตอบคำถามว่า"ทั้งๆที่มีอำนาจล้นฟ้าล้นดิน ทำไมพวกเจ้าจึงไม่อยู่ประเทศของตัวเองกันละ?...คอยดูกันอีกต่อไปอีกคงไม่นานต้องมีคำตอบ
..ผีกำลังรอเผา.. ข้าวกำลังรอฝน  ล้วนเป็นสถานะการณ์ที่แสนร้อนแรงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  จะเพิ่มโยนถังน้ำมันใส่กองไฟให้ระเบิดรุนแรง เพราะความเกลียดชังอาฆาตมาดร้ายตามสันดานเอาแต่ใจตัวหรือ?
หรือรัชกาลนี้มีแต่จะใช้พระเดชอย่างเดียว?
ในโลกนี้มีสังคมเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแบบไทยเพียงไม่เกิน3-4ประเทศเท่านั้น  เผด็จการณ์เบ็ดเสร็จชั่วและโหดร้าย ล้วนถูกประชาชนของตัวเองทำลายไม่เหลือแม้ธุลีมาทุกยุคสมัยไม่มียกเว้น

qEzMfLM.jpg

Last edited by amdang (May 3, 2017 4:58 PM)

Offline

#545 May 4, 2017 12:52 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

เคยแต่ปกป้องคนอื่นจากม.(112) ถึงคราวตัวเองไม่มีใครช่วย

พบตัวทนายประเวศ และผู้ต้องหาอีก 5 ราย หลังทหารให้ตำรวจรับตัวไปฝากขังข้อหา 112
Wed, 2017-05-03 22:01

ศาลสั่งฝากขังทนายประเวศ หลังถูกควบคุมตัวเมื่อ 4 วันก่อน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาโพสต์หมิ่นกษัตริย์ ทั้งนี้มีผู้ต้องหาอีก 5 รายโดนข้อกล่าวหาเดียวกัน แต่ทนายประเวศ กับผู้ต้องหาอีก 1 ราย โดนข้อหายุยงปลุกปั่นด้วย

3 พ.ค. 2560 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อนุญาตฝากขังทนายความประเวศ ประภานุกูล, ดนัย (สงวนนามสกุล) และผู้ต้องหาอีก 4 ราย ในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยประเวศ และดนัยมีข้อหายุยงปลุกปั่นด้วย

เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ควบคุมตัวทนายความประเวศ ประภานุกูล, ดนัย (สงวนนามสกุล) และผู้ต้องหาอีก 4 ราย รวมเป็น 6 ราย มาขออนุญาตศาลอาญาฝากขังผู้ต้องหา ระหว่างการสอบสวนในชั้นตำรวจ โดยบันทึกจับกุมระบุว่า 10.00 น. วันที่ 3 พ.ค. 2560 เจ้าหน้าที่ทหาร มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เป็นผู้ประสานให้มารับตัวผู้ต้องหา

พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง พนักงานสอบสวน ปอท. เป็นผู้มายื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย โดยขอฝากขังประเวศในข้อหา หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3)

พฤติการณ์ตามคำร้องขอฝากขังระบุว่า ผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ประเวศ ประภานุกูล โพสต์ข้อความที่มีเนื้อหายุยงปลุกปั่นจำนวน 3 ข้อความ และโพสต์ข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ 10 ข้อความ แต่ประเวศให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ด้านดนัย ถูกฝากขังในข้อหา หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้บรรยายพฤติการณ์ในคำร้องฝากขัง ระบุแต่เพียงว่าตรวจสอบแล้วว่าดนัยเป็นบุคคลเดียวกับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ศาลอาญาพิจารณาออกหมายจับ ลงวันที่ 28 เม.ย. 2560 ดนัยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ส่วนผู้ต้องอีก 4 ราย ถูกฝากขังในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการแชร์โพสต์เฟซบุ๊ก Somsak Jeamteerasakul ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหมุดคณะราษฎร โดย 3 ใน 4 รายให้การรับสารภาพ ส่วนอีกรายปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ระหว่างวันที่ 3 – 14 พ.ค. 2560 ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 รายเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนอาจถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหารที่ มทบ.11 ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. 2560 โดยก่อนหน้านี้ไม่มีการเปิดเผยสถานที่ควบคุมตัวทั้ง 6 คน ญาติและทนายความไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา ทำให้ไม่ทราบชะตากรรมของผู้ถูกควบคุมตัว การสอบสวนอาจเกิดขึ้นภายในค่ายทหาร ซึ่งพนักงานสอบสวนอาจจะไม่สามารถสอบสวนและผู้ต้องหาอาจจะไม่สามารถให้การได้โดยอิสระ ทนายความไม่สามารถเข้าร่วมระหว่างการสอบสวนได้ รวมถึงศาลอาญาได้อนุญาตฝากขังดนัยโดยไม่ทราบพฤติการณ์การกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา เนื่องจากคำร้องขอฝากขังไม่ได้บรรยายพฤติการณ์ไว้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
ยังติดต่อทนายประเวศไม่ได้ หลังโทรบอกเพื่อนทนายว่าถูก คสช. เรียกตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.
ศูนย์ทนายฯ เปิดบันทึกการตรวจค้นบ้านทนายประเวศ ขณะที่เชียงใหม่มีคนถูกคุมตัวอีกหนึ่งคน

(จากแคลิฟอร์เนีย) -เรื่องทนายประเวศอีกครั้งและคงอีกหลายครั้ง ข่าวล่าสุดจากประชาไทว่าพบคุณประเวศแลัวที่สถานีตำรวจและถูกฝากขังอย่างเป็นทางการ(เปิดเผย) ด้วยข้อหาม.112และม.116(ความมั่นคง) ถึง10กระทง ตามขั้นตอนขบวนความตัวบทกฎหมาของเผด็จการณ์ แต่ไม่มีใครไปช่วยประกันตัวออกมา เลยต้องนอนกรงขังต่อเป็นวันที่4 ก็ช่างมันเถิด เพียงรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แม้จะต้องรอประกาศิตจากมิวนิค ประเทศเยอรมันนีว่าจะให้อยู่ได้ติดคุกต่อ หรือให้ไปอย่างไร? ก็ยังมีอีกวันหนึ่งที่ทราบว่าเขายังมีชีวิตอยู่

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … 4wrqN5jGgQ

ความเจ็บปวดของนักต่อสู้ในกลาแลนด์มีมายาวนาน จำความได้ตั้งแต่4รมต.และสส.พรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่ของภาคอิสาน(ทองอืนทร์ ภูริทัต จำลอง ดาวเรือง ถวิล อุดล,ทองเปลว ชลภูมิ) ในการแถลงการณ์ของรบ.จอมพลป.พิบูลสงครามสมัยนั้นว่าโจรจีนปักษ์ใต้เป็นผู้ดักยิงขบวนรถขนย้ายผู้ต้องหา ทุกคนถูกยิงร่างพรุนไปด้วยกระสุนขณะที่สรวมกุญแจมืออยู่ และเป็นที่น่าแปลกใจที่คณะตำรวจที่ควบคุมมาไม่มีใครโดยบาดเจ็บแม้ขนาดแมวข่วน และต่อมา ไม่นานนายเตียง ศิริขันธ์ก็ถูกลวงไปมอบตัวปรับความเข้าใจกับฝ่ายรบ.และหายตัวไปเลย  ตอนก่อนเหตุการณ์ 14ตุลาเมื่อดร.บุญสนองบุญโญทยานถูกฆ่าตาย(โดยฝีมือใครก็ไม่รู้ ยังพิสูจน์ไม่ได้)นำความโศกเศร้าและแรงพลังมหาชนมหาศาลมาช่วยกันขับไล่ทหาร และในที่สุดถนอม-ประภาส-ณรงค์ต้องออกนอกประเทศ

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … _Rb0-L9S7w

https://www.google.com/search?q=%E0%B8% … CQcQsAQILA

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … Z901leGgrg

มาถึงตอนทนายสิทธิของคนมุสลิมภาคใต้นายสมชาย นีลไพจิตรถูกอุ้มหายสมัยรัฐบาลทักษินที่เกิดเหตุร้ายที่มัสยิดกรือเสะและเหตการณ์ฆ่าสุดทารุนที่ตากใบ นับจากหยีสุหรงหายตัวไป(ถูกถ่วงน้ำในทะเลสาปสงขลา)มาจนคดีของคุณสมชาย นีลไพจิตร การต่อสู้ของคนมุสลิมภาคใต้มีอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาตลอด แบบไม่มีการยอมศิโรราบกันอีกต่อไปจนทุกวันนี้ ใช้งบประมาณและชีวิตทหาร-ข้าราชการและประชาชนมหาศาลและจะไม่มีทางยุติได้..นี่คือฝีมือนักรบไทย ผู้บังคับบัญชาจปร.ไทยอยู่แต่ในห้องแอร์ ส่งทหารน้องเณร(จากภาคอื่นที่ไม่ใช่ภาคใต้)และตำรวจออกไปสู้กับการถูกซุ่มโจมตีและกับดักระเบิดตาย-บาดเจ็บประจำวัน
ที่น่าสนใจมากคือรบ.คสช.กลับแต่งตั้งภรรยาคุณสมชายเป็นกรรมการสิทธิมนุษย์ชนของประเทศแทนอม(ตัว)รา พงษ์เป็นพิษ ยายแก่หนังเหนียวสอนอยู่คณะรัฐศาสตร์จุฬาตอนสมัยปชป."ดีแต่พูด"กับเมือกสุเทพ ผู้นำมาซึ่งความอัปยศสุดขีดแก่ความเป็นมนุษย์ในประเทศไทย จนมีการขนานนามใหม่เป็นประเทศ"กลาแลนด์"และ"ตอแหลแลนด์"มาจนปัจจุบัน ....สมัยนั้นหากเป็นเสื้อแดงก็ผิดทั้งนั้นไม่มียกเว้น ไม่รู้พวกกรรมการสิทธิ์ชุดนี้หน้าด้านหน้าทนอยู่ในตำแหน่งกันยาวนานกันได้อย่างไร? สถานะการณ์ประเทศกำลังงวดลงมาก หาทางหนีเถิดเจ้าคะ โดนรากหญ้าทวงคืนแน่
ส่วนอดีตกรรมการสิทธิ์สำคัญอีกท่านหนึ่ง ก็หนีหลบภัยคงจมถังเหล้าไวน์ในฝรั่งเศส ไม่เห็นออกมาช่วยคุณประเวศ ประภานุกูลบ้างเลย?
เกี่ยวกับคุณลักขณา นีลไพจิตรหนามที่คสช.ใช้"บ่ง"หนามที่ยอกอกทักษิณเรื่องมุสลิมใต้ ที่มัสยิดกรือเสะและตากใบ และการหายตัวของทนายสมชาย
การที่จะให้รบ.ยิ่งลักษณ์มีสัตยาบันกับไอซีซี มิน่าคุณทักษิณจึงปฏิเสธคอเป็นเอ็นอย่างพัลวัลเมื่อคนไทยเรียกร้องให้รบ.ยิ่งลักษณ์ให้สัตยาบันกับไอซีซีเพื่อป้องกันอันตรายจากการรัฐประหารของอำมาตย์เปรมและทหาร
คุณทักษิณบอก"ผมยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะเอาไอซีซีเข้ามาร่วมด้วย(กรณีย์เหี้ยสั่งฆ่า อ ีห่าสังยิง"ที่ราชประสงค์) จะเป็นการระคายเคืองต่อเบื้องยุคลบาทพระองค์ท่าน แต่หลายคนคิดว่าเป็นความฉลาดเป็นเลิศที่ไม่เอาไอซีซี เพราะเรื่องแรกที่ไอซีซีจะทำนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่อง"เหี้ยสั้งฆ่า อีห่าสังยิง" แต่เป็นจะเป็นเรื่อง"กรือเสะ-ตากใบ-การหายตัวของทนายสมชาย"ต่างหาก ....อดีตสส.พท.หัวขาวที่เคยอวดเอกสารปั้มตรานูนของรบ.ยิ่งลักษณ์(แต่ไม่ให้ตากล้องนักข่าวเข้ามาใกล้พอที่จะอ่านเนื่อหารายละเอียดในเอกสารได้) คงยืนยันได้ว่าเป็นเพียงเอกสารขอดูงานไอซีซีเท่านั้น(ไม่ใช่แสร้งทำว่าเป็นหนังสือที่จะให้สัตยาบัน)
ต่อมาก็มีคณะนปช.ก็ทำขึงขังจะไปฟ้องไอซีซีเอาเรื่องการล้อมฆ่าที่ราชประสงค์...และบางคณะไปจากเมกา ก็ไปเยือนขอดูงานกับไอซีซีด้วย ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น แต่ถ้อยแถลงเหมือนกับจะเอาสถาบันหลักและรบ.ของไทยสมัยนั้นให้พังทลายลงไปเลยเทียว...และท่านทักษิณไม่เห็นด้วยเพราะเรื่องคนมุสลิมมิสยิดกรือเสาะ-ตากใบ-การหายตัวไปของคุณสมชาย นีลไพจิตรล้วนเกิดขึ้นสมัยรบ.คุณทักษิณ ชินวัตร  และเพราะกฎหมายสากล (Law of Agency)คุณทักษิณต้องรับผิดชอบทั้งนั้น
.... ก็มีของฝากจากอ.กานดา นาคน้อยเกี่ยวกับคุณลักขณา นีลไพจิตร เป็นอุทาหรณ์ว่าทำไมกรรมการสิทธิมนุษย์ชนตอนนี้ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทนายประเวศ ประภานุกูล ซึ่งเป็นทนายให้กับคนยากเช่นพวกรากหญ้า ล้วนถูกกดขี่ข่มเหง และไม่มีสมรรถภาพที่จะต่อสู้กับอำนาจรบ.ได้....ทนายประเวศ ประภานุกูลเป็นทนายแบบเดียวกับคุณสมชาย นีลไพจิตรผู้ถูกอุ้มหายที่เป็นสามีของคุณลักขนาเองเช่นกัน

https://www.google.com/imgres?imgurl=ht … mrc&uact=8

ขอภาวนาให้เพื่อนๆโชคดี ปลอดจากม.112 และอีกหลายมาตราที่พวกมันนึกขึ้นมาได้  คงอีกไม่นานเกินรอพวกอ.ส.ส.ท. กำลังจะพลิกฟ้าเป็นแผ่นดินให้มนุษย์บนดินในกลาแลนด์ทั้งหลาย.....ก็จะมิสิทธิของความเป็นคนเท่าเทียมกัน

Last edited by amdang (May 20, 2017 2:02 PM)

Offline

#546 May 5, 2017 12:01 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

จิตร ภูมิศักดิ์ เขาตายเพื่อประชาธิปไตย

วันนี้(5 พฤษภาคม)วันที่จิตร ภูมิศักดิ์สิ้นใจที่บ้านหนองกุง ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.นครพนมเมื่อ51ปีที่แล้ว
ขอเสนอคลิบผลงานของ"ลุงสนามหลวง" และภาพถ่ายบริเวณอนุสาวรีย์ของเขาเพื่อรำลึกถึงเขาตลอดมา
ผลงานและความหวังในการต่อสู้ต่อศักดินาและทหารจปร.ไทยของจิตรก็ได้รับการสืบทอดมาจนปัจจุบัน
และคงเป็นปีสุดท้ายที่ประชาชนไทยอาจประสพความสำเร็จในการปกครองตัวเอง เหมือนอารยะประเทศ
ทั่วไป และหลายชีวิตที่มลายสิ้นชีพไปในการต่อสู้อันเป็นเส้นทางที่ยาวนานมาตั้งแต่ร.ศ.130 รวมทั้งชีวิต
ของจิตร ภูมิศักดฺิ์ด้วยท่านหนึ่ง และท่านผู้นี้ก็ได้ฝากผลงานบทประพันธ์ เพลง ฯลฯ อันล้ำค่ายากที่คนไทย
จะลืมได้ อีกไม่นานข้าเจ้าจะกลับไปคาระวะท่านณ.อนุสาวรีย์แห่งนี้แน่นอน

https://www.google.com/search?q=%E0%B8% … C1QQsAQIJw

https://youtu.be/QMYW_azhJeo?list=PL4984DC2364B5B407&t=11

https://youtu.be/QMYW_azhJeo?list=PL4984DC2364B5B407&t=16

Last edited by amdang (May 6, 2017 9:43 AM)

Offline

#547 May 7, 2017 9:09 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ทนายประเวศ ประภานุกูล ประกาศอดอาหารประท้วงเป็นวันที่3
เนื่องจากถูกปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวจากศาลรัชดาฯ รวมทั้งคุณดนัย(อดีตนายทหารไทยรอกประจำการ)และผู้ต้องหาม.112อีก6ท่านต่างก็ถูกปฏิเสธหมด  ทนายประเวศซึ่งมีผู้เตรียมเงิน790,000บาทขอประกันตัวก็ประกาศอดอาหารประท้วงที่ถูกปฏิเสธ เพราะถือว่าตัวเองไม่ได้กระทำผิดทั้งม.112 ม.116และพรบ.คอมฯใดๆ
ที่น่าเป็นห่วงคือทนายประเวศซึ่งมีร่างกายแบบบางอยู่แล้ว จะคงทนต่อการขาดอาหารไปได้สักกี่วัน? แต่อาจจะเป็นทางเดียวที่จะพยายามป้องกันชีวิตตัวเองไว้ได้ระดับหนึ่ง เพราะหน่วยงานสิทธิมนุษย์ชนของยูเอ็น กลุ่มฮิวแมนไรท์สว๊อชต่างๆ กล่มยูไร และ ฯลฯต่างพากันยื่นหนังสือและแถลงประท้วงอย่างอื้ออึง แต่ชิวิตของเขาต่อแต่นี้คงต่อได้จากชั่วโมงเป็นชั่วโมงเท่านั้น มันแสนทารุนยิ่ง
ก็พยายามเอาคลิบอื่นๆที่คนไทยนอกประเทศพยายามเพิ่มยกระดับการต่อสู้กันอย่างไม่ท้อถอยต่อคมช.กับร.10แบบไม่มีการยับยั้งกันอีกต่อไป เช่นข่าวการเสียภาษีมรดกที่ร.9โกงไว้มากมายและสุดขี้เหนียว และตามข่าวว่าร.10มีส่วนได้ประมาณ$20 Billion และต้องเสียภาษีให้ประเทศเยอรมันนี โดยเฉพาะแคว้นบาวาเรียที่บ้านเสี่ยตั้งอยู่นั้น ต้องเสียภาษีในกรณีย์รับมรดกให้เขาถึง 30% คือ$6 Billion และเป็นเงินไทยประมาณ210ล้านล้านบาท และที่สำคัญประชาชนคนไทยที่กำลังอดหยากท้องกิ่วต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ ฉนั้นจากข่าวลือ(เมืองไทยยากจะมีข่าวจริงอีกแล้ว) จ่าห้าวกำลังรีบรีดและไถแหลกทุกช่องทาง นอกจากสายตำรวจสายตรงประจำแล้ว รวมไปถึงวัดวาอาราม(รวมทั้งวัดพระธรรมกายที่สิ้นชื่อพระธมมชโยไปแล้ว) บ่อนการพนัน แหล่งยาเสพติด และแม้ลามไปถึงทางทหารที่กำลังเซ็นต์สัญญาให้จีนสร้างเรือดำน้ำ 3ลำ และ ฯลฯ
หลายอย่างที่ประเทศนี้ไม่เคยนึกได้ถึง ว่าที่แท้เราต้องเสียเงินในฐานะเป็นผู้อาศัยอยู่ในประเทศนี้นั่นเอง  พูดง่ายๆพวกเราต้องเลี้ยงพวกมัน และต้องได้จำนวนที่สูงสุดเท่าที่เรามีแรงผลิตได้
จะพยายามเสาะหาข่าวสารที่กำลังวุ่นวายและการพยายามปิดยูธูบหรือกูเกิ้นในไทยแบบเดียวกับที่จีนทำกันในประเทศเขา คลิบอ.หวานที่นำมาลงคงมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆได้บ้างนะคะ

Thai Crown Prince may owe Germany $3.5 billion in inheritance tax
By: Logan Connor - POSTED ON: November 21, 2016
A German magazine reports that Maha Vajiralongkorn could be slugged with a 30% inheritance tax in Bavaria following the death of his father, King Bhumibol Adulyadej

Thai Crown Prince Maha Vajiralongkorn presides over the Royal Ploughing Ceremony at the Royal Ground, Sanam Luang near the Grand Palace in Bangkok, Thailand, 09 May 2016.
Thai Crown Prince Maha Vajiralongkorn presides over the Royal Ploughing Ceremony at the Royal Ground, Sanam Luang near the Grand Palace in Bangkok, Thailand, 09 May 2016. Photo: EPA/RUNGROJ YONGRIT
Thai Crown Prince Maha Vajiralongkorn could pay more than $3.5 billion to the state of Bavaria in inheritance taxes, according to German media outlet Manager Magazin.

According to the magazine, the assets inherited by Vajiralongkorn after the death of his father, King Bhumibol Adulyadej, on 13 October, amount to ten billion euros ($10.6 billion). The government of Bavaria, where the Crown Prince owns two villas and spends much of his time, would receive 30% of this inheritance.

“Since the Crown Prince is domiciled in Germany, he is also subject to inheritance tax,” Daniel Lehmann, a partner of Munich financial consultancy Baker Tilly Roelfs, told Manager Magazin.

Thailand’s monarchy is one of the richest in the world, with an estimated $40 billion in the royal family’s estate.

Paul Chambers, a lecturer of international relations at the Institute of Southeast Asian Affairs in Chiang Mai, said the Thai government would likely pay any taxes due in order to avoid a high-profile squabble with Germany.

“If the German authorities insist upon the Crown Prince paying an inheritance tax… then I assume that Thai state authorities will cry foul and pick up the tab, given that this issue would be a political ‘hot potato’ in Thailand,” Chambers said.

http://sea-globe.com/thailand-new-const … -marshall/

คลิบสุดท้าย"สวัสดีรีพับลิค"ของอ.หวานเรื่องยูธูปและอินเตอร์เนทนี้มีคุณค่ามากๆ ดูเหมือนอาจารย์ยิ่งนับวันยิ่งผลิตคลิบล้วนสร้างความรู้ที่มีประโยชน์ควรรู้
ไว้ป้องกันตัวยามบ้านเมืองขาดสิ้นซึ่งขื่อและแป... ยังงงๆว่าคนไทยจะเฉยเมยต่อความป่าเถื่อนของบ้านเมืองกันไปถึงไหน?     โปรดติดตามชมคะ
.....สาธารณะรัฐประชาธิปไตยจงเจริญ   เผด็จการณ์ศักดินาไทยจงพินาศ

Last edited by amdang (May 7, 2017 9:20 PM)

Offline

#548 May 8, 2017 12:46 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ทนายประเวศ ประภานุกูล(ต่อ)
คสช.ผู้รับใช้และเอาใจกษัตริย์ร.10ที่กำลังถูกพวกรากหญ้ายุโรปเช่นคุณจรรยา(เล็ก)ยิ้มประเสริฐนำในการโจมตี เผยแพร่ทั้งคลิบที่มีภาพอันเป็นการใช้ชีวิตที่เป็นเสรีนิยมอย่างสุดโต่งแบบวัยรุ่นในยุโรป เช่นการใส่เสือกล้ามแบบครึ่งตัว กางเกงขาสั้นเดินกินไอสรีมกับแฟนตามศูนย์การค้าใหญ่ๆ แต่ติดตามด้วยราชองครักษ์ใส่สูทคอยอารักขาจำนวนมาก จนนักข่าวท้องถิ่นที่เคยระแคะระคายว่ากษัตริย์องค์นี้ที่ชอบใช้ชีวิตแปลกปลาดที่สุดในโลกที่ยากใครจะเหมือน ก็มีการบันทึกภาพและวิดีโอเอาไว้ จนนักข่าวแอนดรู มาแชลเข้าถึงสื่อเยอรมันล้วงเอาภาพต่างๆออกมาได้ ในขณะเดียวกันพวกรากหญ้ายุโรปก็พยายามสอบสืบสวนจนรู้แน่ชัดว่าบ้านร.10ตั้งอยู่ที่ไหน เพราะข่าวสารในโลกเสรีทางเวปเช่นกูเกิ้นและแมสมีเดียอื่นๆนั้นมีเสรีภาพในตัวมันเองเหมือนเสรีภาพของมนุษย์ทั่วไป บ้านพัก(เมืองไทนเรียก"วัง")ของร.10จึงหาได้ไม่ยากนัก ไม่ใช่แบบกทม.ที่ค้นหาอะไรก็ไม่เจอ ภาพจากกูเกิ้ลแมพโดนบล้อคตามวังพวกจ่าห้าวเต็มไปหมด กลายเป็นเมืองประหลาดที่สุดในโลก
พอดีเรื่องหมุดคณะราษฎร์หายเกิดขึ้น
แม่เสือร้ายแม่ทัพหน้าผู้อาจหาญและสามารถของกองกำลังปฏิวัติไทยในยุโรป คือคุณ"เล็ก-จรรยา ยิ้มประเสริฐ" ผู้เคยพาขบวนการต่อต้านเผด็จการตัวใหญ่ๆเช่นอ้ายเหล่ก็โดนคุณเล็กเล่นงานเอาที่อิตาลีเมื่อประมาณเกือบ2ปีที่แล้วมาก่อนจนเกือบเสียคน  อันคุณเล็กผู้นี้จะเลือกชกกับตัวใหญ่อย่างไม่เกี่ยงขนาดและน้ำหนัก อย่างไม่กลัวสิ่งใดๆทั้งสิ้น การวางดอกกุหลาบแดง5ดอกกับภาพจำลองของหมุดคณะราษฎร์ที่หายไปที่ประตูหน้าบ้านร.10ที่เยอรมันนีคราวนี้ ก็ก่อให้เกิดการแก้แค้นจับกุมทนายประเวศ ประภานุกูลและอีก6คนด้วยข้อหาม.112  ทนายประเวศและคุณดนัยอดีตนายทหารเก่า(คงไม่ใช่จบจากจปร.?)โดนม.116และอื่นๆเป็น10กระทงด้วยกัน  อย่างเราๆเรียกว่าโดนจน"จมเขี้ยว"ด้วยความแค้น 
ทนายปรเวศผู้นี้ เคยช่วยเหลือนักสู้เสื้อแดงหลายคนที่ถูกคดีต่างๆมาตั้งแต่การสลายเสื้อแดงราชประสงค์ปี2553 รวมทั้งคุณเล็กด้วย ก็คงเป็นการแก้แค้นถวายให้องค์ราชันของคสช.ว่างั้นเถอะ
จนขณะนี้ทนายประเวศกำลังอยู่ระหว่างอดอาหารประท้วงเมื่อไม่ได้อนุญาตจากศาลให้รับการประกัน....คงเพื่อพยายามช่วยประทังชีวิตที่มีเหลือให้ได้รอดพ้นมือมาร และหากพวกมันแน่จริงก็ลองทำแบบหมอหยอง ปรากรม และอดุลย์ หลิมรัตน์ดูซิ 
ในขณะเดียวกันพวกอ.ส.ส.ท ของไฟเย็นได้อุ่นเครื่อง ซักซ้อมการเผาทำลายรูปพวกจ่าห้าวทั้งหลายมาเป็นสัปดาห์ที่สองแล้ว ทุกตอนของสามสหาย(สนามหลวง ยังบลัดและขุนทอง)ล้วนเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มีข่าวการทำร้ายหรือทำลายรูปภาพและซุ้มต่างๆตามสี่แยกบนถนนทั่วไปเริ่มขึ้นบ้างแล้ว จะทวีความเข้มข้นเพื่อสั่งสมชัยชนะและซ้อมมือไว้วันเผาศพร.9จริงที่สนามหลวงในวันที่ 26ตค.นี้ แต่จะมีการฝึกซ้อมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่เดิอนนี้คือวันที่ 19(ราชประสงค์แตก) วันที่ 22 ครบรอบคสช.ยึดอำนาจครบ3ปี ต่อมาเป็น 24 มิย. 12 สค หรือวันสำคัญของประเทศทั่วไป และจะโหมกันอย่างเต็มที่วันเผาจริง 26 สค ให้โลกได้เห็นภาพว่าที่แท้คนไทยจะสู้พวกเผด็จการณ์และราชาบ้าเลือดองค์นี้ได้หรือเปล่า?
พวกเราประชากรไกลปืนเที่ยงก็จะรอคอยวันเผา(หากมี)เหมือนข้าวรอฝน...ซึ่งในที่สุดฝนก็ต้องตกตามธรรมชาติ   ข่าวว่าพระโคเสี่ยงทายที่สนามหลวงปีนี้กินของเสี่ยงทายมากถึงกับขี้แตก..มหัศจรรย์แท้


หมายเหตุ  นางสงกรานต์ปีนี้ชื่อนางกาฬกีณีเทวี(หรือนางกิริณีเทวี) อาภรณ์แก้วมรกต ทัดดอกยี่หุบ
เสด็จมาบนหลังคชสารและหลับตา(กำลังนอน)

Last edited by amdang (May 20, 2017 2:00 PM)

Offline

#549 May 10, 2017 3:43 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ยุทธการ"ใบไม้ร่วง"
อ.ส.ส.ท.ประกาศเปิดการสู้รบกับรบ.และพวกจ่าห้าวไทย  เป็นครั้งแรกที่มีการระดมกำลังเจ็ดสหายได้ประกาศลงสู่พื้นที่สนามเข้าทำการสู้รบ หลังจากต้องถอยไปตั้งหลักที่บริเวณแม่น้ำดำ(Black River)ไกล้เมืองฮานอยเมื่อปลายปีที่แล้ว(2516) ทีมไฟเย็นถูกอ้บเปหิออกจากลาว ให้หยุดการออกอากาศ เพราะรบ.ลาวถูกกดดันอย่างหนักให้คนไทย(หลายกลุ่ม)ที่นั่นต้องหยุดโจมตีรบ.เผด็จการไทยโดยเด็ดขาด น้องแยมออกคลิบของ"ไฟเย็น"อำลาคนไทยอย่างแสนเศร้า

แต่หลังจากลุงสนามหลวงตัดสินใจเข้าไปเคาะประตูสถานทูตเวียตนาม เลขที่ 23ถนนสิงหากลางกรุงเวียงจัน เพื่อขอความช่วยเหลือลี้ภัย และเวียตนามต้องเรียกพวกกรมการเมือง(Politburo)และพรรคคอมมิวนิสต์ของเขา(Vietnamese Communist Party)ประชุมด่วน  และผลสุดท้ายประเทศเวียตนามยินดีต้อนรับกลุ่มไฟเย็นอนุญาตให้พักพิง และที่สำคัญคือยอมปกป้องในการต่อสู้เพื่อการปฏิวัติให้ไทยกลุ่มนี้  อย่างไม่เกรงใจต่อโลกและเพื่อนบ้านอาเซี่ยนด้วยกัน..เวียตนามได้เปลี่ยนภูมิศาสตร์ทางการเมือง(political landscape)ในเอเซียใต้อย่างคาดกันไม่ถึง(surprise)  รบ.เผด็จการไทยไม่กล้าเอ่ยประท้วงสักแอะเดียว แต่กลับไปกดดันทางลาวเหมือนวิธีเดิมๆ แต่ลาวเขาก็ไม่ยี่หระอะไรกับเสียงเห่าหอนของพวกคสช.อีกต่อไป เพียงแต่รำคาญพวกมัน
หลังจากเปิดการกระจายเสียงวิทยุอินเตอร์เนตใต้ดินตั้งแต่วันปีใหม่พศ.2560มา4เดือนกับ9วัน โดยช่วยกันเห่าหอน(หมาน้อย)ในการพยายามจัดตั้งกองกำลังต่อสู้ต่อต้าน และคำมั่นสัญญาที่จะกู้ชาติ ทำให้"ไฟเย็น"นำโดยลุงสนามหลวง ยังบลัด ขุนทอง แยมมี่ ข้าวเหนียวมะม่วง ศร้ทธา เผด็จ และสหาย112(วัฒน์ วัลยางกูล) ได้โชว์ผลงานสร้างความมั่นใจต่อคนไทยทั้งในและนอกประเทศอย่างกว้างขวางชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะประชาชนล้วนถูกหลอกจากพวกวิทยุใต้ดินที่เอาแต่พูด หลอกลวงว่าจะลุกขึ้นสู้วันนั้นวันนี้ จนพวกตัวกลับรวยจากการบริจาคจากศรัทธาคนไทยมหาศาลมากว่า 10ปี จนผู้คนเอือมระอา และหลังสุดก็เทคะแนนนิยมมาช่วย"ไฟเย็น"แนวสหพันธรัฐไทย(อ.ส.ส.ท) จนกลุ่มนี้มีความเข้มแข็งในทุกทาง และมีทุนรอนมั่นคง และกำลังจะมีดาวเทียมกระจายเสียงมีรูปภาพแบบทีวีทั่วไป และปลอดจากการสกัดกั้นกลั่นแกล้งจากสัตว์รบ.ทหารจปร.ไทยได้อีกต่อไป
พวก"ไฟเย็น"ยกระดับการต่อสู้อย่างหนัก ที่จะใช้เป็นยุทธวิธีต่อการประกำลังกับทหารจปร.และจ่าห้าวไทยมาประมาณ 2สัปดาห์ที่แล้ว และประกาศลงพื้นที่ร่วมกับสหายที่ได้จัดตั้งโดยยอมปิดสถานีกระจายเสียง(ประมาณ1-2สัปดาห์) เพื่อแสดงความสามารถในยุทธการ"ใบไม้ร่วง" ที่"ไม่ดีแต่พูด"ใช้แต่น้ำลายอย่างเดียว และจะทำให้ประชาชนเปิดการต่อสู้ได้ต่อเนื่องอย่างกว้างขวางต่อไปร่วมกันจนกระทั่งมันพังพินาศในที่สุด... ผีอุบาศก์ที่รอเผาอาจจะไม่ได้เผา
แปลกใจที่ลุงสนามหลวง ส.ยังบลัด ขุนทอง เผด็จ ได้ยกระดับการ"ยัน-และ-รุก"  คือขั้น"เอ็งแย่ ข้าจะตี"  ..และขั้นต่อไปที่จะชนะเด็ดขาดคือ.."เอ็งหนีข้าตาม"  โดยลุงสนามหลวงอ่านหมากขาดว่าร.10พร้อมความร่ำรวยมหาศาลจะไม่กลับจากเยอรมันนีมาอยู่ในกลาแลนด์ เพราะความกลัวการต่อต้านของประชาชนทั้งประเทศที่เริ่มแล้ว ส่วนจะไปทำร้าย"คุณเล็ก" หรือใครต่อใครที่เขาอาฆาตว่าพยายามทำลายเขา ขอเติอนไว้ล่วงหน้าว่าหากเกิดจริงในยุโรปและหรือในเมกา  ไอ้โอจะหมดตัวเพราะจะมีการฟ้องร้องกันอย่างกว้างขวางหลายคดี(massive class-act lawsuit) รวมทั้งความริยำทำร้ายใครๆในอดีตก็จะทับถมในศาลทั่วโลก อย่าว่าแต่มี $20 Billionเลย เงินก็จะหมดเกลี้ยงเพราะศาลของโลกที่ศิวิลัยแล้วเขาจะยึดทรัพย์ให้เจ้าทุกข์หมด  และคุกตรางรออยู่ลูกเดียว....มึงคิดให้ดีแล้วยัง?


ขอสรรเสริญผู้กล้าหาญกลุ่ม"ไฟเย็น"กลุ่มนี้อย่างจริงใจ...  วันใดที่อนุสาวรีย์ทรงม้าลงกองกับพื้น วันนั้นสาธารณะรัฐก็จุติขึ้นมาทันที
เหมือนดังเช่นอนุสาวรีย์ซาดัมฮุสเซ็น เลนิน กัดดาฟี ฯลฯถูกโค่นลงฉันใดก็ฉันนั้น..เหมือนกันทุกแห่งทั่วโลก
.. ความฝันร้ายอ้ปรีย์ของพวกจักรีที่ทำกับคนไทยมานาน235ปี...จบลงเสียที
Happy Birth Day มอบให้สหายหมาน้อยวันนี้ 10 พค.ถือกำเนิดเป็นมนุษย์ขึ้นมาเมื่อ48ปีแล้ว...ในถังกองขยะแห่งหนึ่งในกทม. 
และวันนี้ถือเป็นฤกษ์ดีที่เริ่ม"ยุทธการใบไม้ร่วง" ขอสวรรค์ได้ประทานพรให้พวกท่านประสพความสำเร็จและโชคดีจงเป็นของท่านเสมอ
ขอสหายทุกคนจงปลอดภัย กลับฐานที่ตั้งมาเล่าเรื่องสนุกๆให้พวกเราฟังอีก
ภูมิใจที่เคยเกิดร่วมสมัยกับพวกท่านซึ่งเป็นคนไทยผู้กล้าหาญ พูดจริงทำจริง ช่วยกู้ชาติได้สำเร็จ
เหมือนกลุ่มสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้มีชื่อสมัญญาว่า..."กรุงศรีอยุธยายังไม่สิ้นคนดี"

Last edited by amdang (May 27, 2017 7:03 AM)

Offline

#550 May 16, 2017 7:28 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

เรื่องตลกเน้นให้โลกรูัคำว่า"กลาแลนด์" หรือ"ตอแหลแลนด์"นั้นมีจริง
ข่าวจากประชาไท

โครงการ 'เส้นทางสายไหมใหม่' ของจีน : โอกาสและความเสี่ยงจากมุมมองนักวิเคราะห์
Mon, 2017-05-15 19:15

สี จิ้นผิง ระบุเส้นทางสายไหมใหม่ จะเป็นการเชื่อมโยงระดับนานาชาติหลายด้าน แต่ในมุมมองด้านวัฒนธรรมยังมีข้อกังขาจากที่พรรคคอมมิวนิสต์มีท่าทีปิดกั้นต่างชาติมาโดยตลอด และกดขี่ชนกลุ่มน้อยในแถบเส้นทางสายไหมเอง นักเศรษฐศาสตร์มองว่าแม้จะมีความเสี่ยงที่จีนจะกอบโกย แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ประชาคมโลกจะได้ร่วมมือกันแสวงหาการตกลงแบบ win-win



สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีประเทศจีน และผู้ร่วมการประชุม "หนึ่งแถบหนึ่งสายทาง" (BRF) ถ่ายรูปร่วมกันเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ปักกิ่ง (ที่มา: Xinhua)

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2560 สื่อซินหัวของจีนรายงานเกี่ยวกับปาฐกถาเกี่ยวกับความพยายาม "ฟื้นฟูจิตวิญญาณเส้นทางสายไหมใหม่" ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในงานประชุมใหญ่ด้านความร่วมมือระดับนานาชาติ "หนึ่งแถบ หนึ่งสายทาง" (One Belt, One Road) ที่มีหลายประเทศได้รับเชิญเข้าร่วมแต่ไม่มีไทย

สีจิ้นผิงกล่าวว่า "มากกว่า 2,000 ปีมาแล้วที่บรรพบุรุษของพวกเรามีความปรารถนาใฝหามิตรภาพจึงได้เปิดเส้นทางภาคพื้นดินและภาคพื้นสมุทรจนเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ในการและเปลี่ยนอารยธรรมกัน"

"ในวันนี้ พวกเรารวมตัวกันเพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณเส้นทางสายไหมใหม่ และหารือกันเกี่ยวกับการพัฒนาหนึ่งแถบ หนึ่งสายทาง สำหรับความร่วมมือในระดับนานาชาติ นี่เป็นทั้งการทำให้มรดกร่วมกันของพวกเราดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเป็นทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของพวกเรา" สีจิ้นผิงกล่าว

ประธานาธิบดีจีนกล่าวอีกว่าโครงการความร่วมมือหนึ่งแถบ หนึ่งสายทาง เป็นการรวบรวมปณิธานของการแปลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรม ความใฝ่หาสันติภาพและความมั่นคง รวมถึงการใฝ่หาการพัฒนาร่วมกันและความฝันถึงชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ในคำปาฐกถาของเขายังระบุอ้างอิงถึงเส้นทางสายไหมในอดีตว่าเป็นเส้นทางแลกเปลี่ยนที่เฟื่องฟูในยุคสมัยที่มีสันติภาพแต่สูญเสียพลังของมันไปในช่วงที่เกิดสงคราม จึงอยากให้โครงการของพวกเขามีลักษณะที่ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่มีสันติและมีเสถียรภาพ

คำปาฐกถาของสีจิ้นผิงยังเผยถึงแผนการในช่วง 4 ปีถัดจากนี้ว่าจะมีการเชื่อมโยงด้านต่างๆ อย่าง "การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน" เช่นทางรถไฟเชื่อมต่อกันระหว่างประเทศต่างๆ ทั้ง จีน-ลาว หรือ ฮังการี-เซอร์เบีย รวมถึงเส้นทางอื่นๆ "การเชื่อมโยงทางนโยบาย" ที่พูดถึงการเสริมการประสานงานระหว่างประเทศตั้งแต่รัสเซีย มองโกเลีย กับจีน รวมถึงแผนพัฒนาต่างๆ ที่จีนมีแผนการร่วมกับลาว กัมพูชา เมียนมาร์ ฮังการี และประเทศอื่นๆ "การเชื่อมโยงระหว่างประชาชน" ซึ่งเน้นพูดถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การท่องเที่ยว เทศกาลศิลปะ นอกจากนี้ยังพูดถึงการเชื่อมโยงทางการเงินและทางการค้าด้วย

ยังมีข้อน่ากังขา โดยเฉพาะกรณีจีนปิดกั้นทางวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตาม อิลาเรีย มาเรีย ซาลา จากสื่อควอตซ์เขียนถึงเรื่องนี้ว่าเส้นทางสายไหมในประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่างยุโรปกับเอเชียผ่านเส้นทางเอเชียกลางจะสร้างแลกเปลี่ยนทางการค้า และวัฒนธรรมจริงรวมถึงทำให้เกิดการแพร่ศาสนาทั้งพุทธฯ คริสต์ และอิสลาม แต่คำว่า "เส้นทางสายไหม" ก็เพิ่งได้รับชื่อนี้จากนักภูมิศาสตร์เยอรมนี บารอน เฟอร์ดินานด์ ฟอน ริชโธเฟน เมื่อปี 2420 โดยที่ทามารา ชิน ผู้ช่วยศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยบราวน์บอกว่าในตอนนั้นริชโธเฟนต้องการส่งเสริมแนวความคิดสร้างทางรถไฟจากจีนเชื่อมยุโรปจากเส้นทางที่มีมานานแล้วแต่ยังไม่มีชื่อเรียกเส้นทางนี้

ซึ่งดูเหมือนว่าสีจิ้นผิงจะมีแรงบันดาลใจจะปลุกความฝันถึงการสร้างทางรถไฟสายนี้อีกครั้งตั้งแต่ปี 2556 จีนในฐานะที่เป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกกำลังพยายามสร้างระบบเชื่อมโยงให้ใหญ่กว่าเดิมเพื่อเชื่อมตลาดจีนกับแหล่งตลาดอื่นๆ แทบทุกที่ในโลกการที่เส้นทางสายไหมมีความดูเป็นแหล่งกันดาร ห่างไกล ทำให้ทางการจีนนำมาสร้างภาพเพ้อฝันแบบโรแมนติคได้

อย่างไรก็ตามวาเลอรี ฮานเซน ศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเยลกล่าวว่าไม่มีหลักฐานในทางประวัติศาสตร์ระบุว่ามีการค้าขายขนานใหญ่เกิดขึ้นกับเส้นทางสายนี้มาก่อนส่วนใหญ่จะเป็นการค้าขนาดเล็กและเป็นในระดับท้องถิ่น ส่วนใหญ่มักจะเป็นพ่อค้าเดินทางข้ามเขาคนเดียว อย่างไรก็ตามส่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คือการผสมผสานทางวัฒนธรรมตามเส้นทางที่มีการค้าขายเกิดขึ้น มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ทางศาสนา และอิทธิพลทางศิลปะเกิดขึ้นตลอดเส้นทางโครงข่ายการค้านี้

แต่บทความในควอตซ์ก็ทำให้เกิดข้อกังขาว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีท่าทีปิดกั้นอิทธิพลจากภายนอกด้วยความหวาดระแวงจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมได้จริงหรือไม่ ซึ่งต่างจากเส้นทางสายไหมสมัยราชวงศ์ถังที่มีลักษณะเปิดแนวคิดต่างชาติ นอกจากนี้รัฐบาลจีนในปัจจุบันยังปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยเชื้อสายอุยกูร์อย่างกดขี่และปิดกั้น ทั้งที่ชาวอุยกูร์เหล่านี้เองที่เป็นกลุ่มผู้มีบทบาทในการเป็นตัวกลางให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การค้า และศาสนา ในแถบเอเชียกลาง



สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีประเทศจีน กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม "หนึ่งแถบหนึ่งสายทาง" (BRF) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

นักเศรษฐศาสตร์มองนโยบายจีนน่าสงสัย แต่ควรจะร่วมมือเพื่อทำให้เกิดสถานการณ์ win-win
ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์จากอ็อกฟอร์ด อย่าง เดวิด ไวน์ส เขียนวิเคราะห์ถึงโครงการ "หนึ่งแถบ หนึ่งสายทาง" ในบทความลงอีสต์เอเชียฟอรัมว่ามันจะเป็นโอกาสอันใหญ่หลวง แต่แน่นอนว่ามันก็มีความเสี่ยงอยู่ด้วย แต่โดยรวมๆ แล้ว ไวน์สมีท่าทีสนับสนุนให้เปิดรับโครงการนี้

ไวนส์เปรียบเทียบว่าโครงการริเริ่มของจีนในครั้งนี้คล้ายกับการพยายามสร้างระเบียบโลกเสรีใหม่ในช่วงยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่มีผู้นำโลกาภิวัตน์ตอนนั้นเป็นสหรัฐฯ และอังกฤษ แต่ก็มีคำถามว่าจีนจะกลายเป็นผู้นำโลกเสรีได้หรือไม่ในยุคสมัยที่ดูเหมือนสหรัฐฯ จะกำลังก้าวถอยหลัง แน่นอนว่าในแง่เม็ดเงินลงทุนที่ดูมหาศาลและมีโครงการความร่วมมือเกี่ยวกับโครงสร้างพืนฐานอย่าง ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) ดูมีภาพที่ดี แต่ไวน์สก็มีข้อกังขากับจีน ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น "ความเสี่ยง" 2 ประการ

ประการแรก แม้ว่าจีนจะนำเสนอนโยบายนี้ราวกับว่าพวกเจาจะเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมและผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ AIIB ก็อาจจะส่งเสริมการลงทุนแค่ในแง่ที่จะส่งผลประโยชน์ย้อนกลับเข้าสู่จีนเอง และโครงการเส้นทางสายไหมใหม่นี้ก็อาจจะกลายเป็นแค่การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานขนานใหญ่ที่มีการสร้างงานสำหรับกลไกการผลิตใหญ่ยักษ์ของพวกเขาเองโดยที่อาจจะมีผลตอบแทนแก่ประชาชนกลุ่มประเทศสมาชิกน้อย และอาจจะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในชายฝั่งจีน

ในแง่นี้ไวน์สเสนอให้จีนควรจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกแทนที่จะต่อสู้แข่งขันกันในเรื่องนี้กับสหรัฐฯ

ความเสี่ยงประการที่สองคือ ความกังวลเรื่องนโยบายที่จีนจะมีต่อประเทศอื่นๆ มีความน่าสงสัยว่าจีนจะพยายามทำให้กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปที่ยากจนกว่าต้องเกิดภาวะพึ่งพิงทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อจีนโดยอาศัยเรื่องโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในการแผ่อิทธิพลทางการเมือง

อย่างไรก็ตามจากความเสี่ยงสองประการนี้ทำให้ไวน์สยิ่งมองว่าทั้งโลกไม่ควรปฏิเสธความร่วมมือกับจีน การทำเช่นนั้นจะยิ่งทำให้จีนตัดสินใจใช้อำนาจทางการเงินหาผลประโยชน์เข้าตัวเองมากขึ้น แต่ควรจะหาหนทางที่จะทำให้เกิดผลประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย (win-win) เนื่องจากจีนกำลังขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดและกำลังเริ่มเรียนรู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรในเวทีโลก ประชาคมโลกจึงต้องแสดงให้ผู้กำหนดนโยบายจีนได้เข้าใจว่าพวกเขาจะนำเศรษฐกิจโลกอย่างไรให้เป็นประโยชน์ต่อโลกไม่ใช่แต่กับจีนอย่างเดียว

จากแคลิฟอเนียร์-
เป็นที่ทราบกันดีว่าเพื่อนบ้านในเอเซียไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาเซียน(สิบประเทศ)หรือชาติเอเซียอื่นๆเช่นญี่ปุ่น เกาหลี ใต้หวัน จีน และ ฯลฯ เมื่อสนทนาด้วยกันในวงการทูต วงการค้าธุระกิจ หรือการสนทนากันทั่วไป เมื่อกล่าวถึง"ไทย" นั้นไม่ได้หมายถึงคำนามที่หมายถึง"ประเทศไทย"และ"คนไทย"ที่เคยภาคภูมิใจในตัวเองมายาวนาน
แต่คำว่า"ไทย"ปัจจุบันนั้น คนต่างชาติโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านใช้เป็นคำสรรพนาม คำกริยา หรือแอดแจคตีฟขยายนาม  ที่มีความหมายถึงการ"หลอกลวง"  "ปลิันปล้อน"  "กะล่อน"  "มดเท็จ"  "ตลกแดก"  ฯลฯ  ฯลฯ ล้วนมีความหมาย ในทางเหยียดหยาม ดูแคลน  คนไทยยุคหลังชอบหลอกคน  ไทยยุคหลังเป็นความหมายเป็นที่น่าอับอาย คนไทยที่เดินทางระหว่างประเทศมักปิดบังตัวเองว่าเป็นคนไทย... ตกตำที่สุดในรัชสมัยนี้
ไทยติดสอยห้อยตามจีน ง้องอนขอเครดิตทางการเงินและทางเศรษฐกิจอย่างหนัก เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามอัตราเร่งที่จีนเจริญเติบโตมั่งคั่งแข็งแรงทุกทาง เพราะไทยมีแต่รบ.ทหารจปร.ผลัดกันแย่งยึดอำนาจปกครองประเทศ การถูกตลบแตลงครอบงำจากพวกจ่าห้าวที่อยู่เบื้องหลังมาตลอด พวกทหารทำมาหากินอะไรไม่เป็นได้แต่โขมยกินประจำวัน จนบัดนี้คนไทยตกยากที่สุด ประเทศเต็มไปด้วยอาชญากรรม ยาเสพติด ขอทานทุกรูปแบบ รีดไถ มาเฟีย โสเภณีเต็มไปทั้งประเทศ เลวทรามที่สุดของชีวิตคนไทยที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์
ขณะเดียวกันจีนรีบทำมาหากิน กลายเป็นเจ้าโลกหนึ่งในสองทางเศรษฐกิจ การค้า และการทหารอย่างเห็นได้ชัด เวลานี้จีนกำลังขยายอิทธิพลในทุกด้านต่อการเป็นเจ้า(สัว)ของโลก ขยายอิทธิพลไปทุกมุมโลกแม้ในอัฟริกา และทวีปอเมริกา(โดยเฉพาะทางใต้) และทุกแห่งที่ต้องการเงินกู้เพื่อลงทุน เหมือนไฟไหม้ป่า หลายประเทศเล็กใหญ่ล้วนอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนมากมายรวมทั้งไทยที่ตั้งชื่อกันเองว่าเป็น"กลาแลนด์" หรือ"ตอแหลแลนด์"โดยพสกนิกรตัวเองมาหลายปีแล้ว
รบ.คสช.จปร.ทหารเสียวราชินียุคนี้สยบอยู่ใต้ตีนจีนอย่างราบคาบ ลองศึกษาดูความสัมพันธ์กับไทยโดยเฉพาะสามปีหลังมานี้ รบ.ไทยผูกระบอบเศรษฐกิจตัวไว้กับจีนจนเหมือนกับไทยเสียเมืองให้จีนไปนานแล้ว ไม่ว่าเรื่องการเข้าเมืองที่จีนมาไทยได้อย่างเสรี เอาเงินมาลงทุนน้อยเข้ามาครอบงำไทยมากมายโดยการส่งเสริมเห็นด้วยจากรบ. โดยการนำทางผ่านกระทรวงการคลังและพาณิชย์ซึ่งล้วนเป็นคนไทยเชื้อสายจีนและทำการใดล้วนโปรจีนทั้งนั้น โครงการณ์ขายประเทศเช่นทางรถไฟที่ให้เช่าพื้นสร้างอาคารร้านค้าที่บริเวณสถานีรถไฟ และการเช่าสถานที่และที่ดินสำคัญโดยสัญญาเช่าถึง 99ปีนั้นมองเห็นชัดว่าพวกทหารไทยต่างรีบกันหาเงิน"กินกันอย่างตะกระตะกราม"ก่อนประเทศจะล่ม พวกตนจะได้มีทุนรอนให้ครอบครัวหนีไปอยู่ประเทศที่ปลอดภัยกว่า มีข่าวมาว่ากิจการและที่ดินต่างๆที่กิจการวายวอดทุกวี่วันขณะนี้ กำลังถูกกว้านซื้อจากอภิมหาเศรษฐีเชื้อสายจีนเป็นตัวแทนประเทศจีนที่จะกลืนไทยทั้งประเทศอย่างง่ายดายกว่าใครจะคาดคิด...นี่แหละ"ภัยเหลือง"ที่คนไทยเคยกลัวสมัยจอมพลป.พิบูลย์สงคราม  สมัยนั้นหลังสงครามโลกหมาดๆนายปรีดี พนมยงค์และนายเตียง ศิริขันธ์ได้สนับสนุนโฮจิมินห์ ให้สู้ขับไล่ฝรั่งเศสออกไปจากอินโดจีน โดยมอบอาวุธจำนวนหนึ่งที่เหลือจากขบวนการเสรีไทย เพื่อให้สู้รบกับฝร้่งเศสที่เดียนเบียนฟู(1954)  โฮจิมินห์ตั้งชื่อกองพันหนึ่งเรียกกองพันสยามเป็นอนุสรณ์ จนเมกาที่เข้ามาทดแทนอำนาจจักรวรรดินิยมของพวก"คนขาว"โดยเฉพาะอังกฤษและฝรั่งเศสรอบบ้านเรา โกรธเคืองนายปรีดีและหันกลับไปสนับสนุนพวกทหารคือจอมพลป.และพล ต.อ.เผ่า ศรียานนท์แทน และไทยตามก้นเมกาต่อต้านจีนทุกรูปแบบ
หันมาวันนี้ที่จีนสุดเกรียงไกร กลายเป็นยักษ์ที่ตื่นขึ้นมาหลังจากถูก"คนขาว"กดขี่มาหลายศตวรรษ  แต่ไทยกลับหดถอยกลับมีแต่ความยากไร้   เพราะคนมีอำนาจปกครองประเทศไทยคือพวกทหารกำกับเวทีด้วยกษัตริย์ร.9เจ้าเล่ห์มา 70ปี  กษัตริย์ผู้รู้ใจพวกทหารอย่างดี โดยแบ่งผลประโยชน์ให้ทหารกินใช้อย่างสมบูรณ์
แต่ขณะนี้เป็นยุคร. 10 ที่ทุกคนและตัวมันเองคาดคิดว่าอายุจะอยู่ในอำนาจจะสั้นลงมาก ความโกหลาหลในประเทศไทยเวลานี้สุดคณานับ    ขณะนี้จึนได้เก็บไทยไว้ในอาณัติอย่างบริบูรณ์ จะเห็นได้ว่าการประชุม28ชาติเรื่องเสันทางสายไหมเก่าที่มาร์โค โปโลใช้เป็นเส้นทางสู่จีนในอดีต ได้ถูกรื้อฟื้นจากจีนเพื่อกระชับความสำคัญต่อโลกด้วยทุนรอนมหาศาลกว่า$1Trillion ฟื้นฟูการคมนาคมทุกสาย ทุกชนิดเข้าสู่-และออกจากจีน คือทำให้จีนเป็นศูนย์กลางโลกใหม่นั่นเอง การประชุมพบปะกับสมาชิกที่จีนเชิญร่วมประชุมครั้งนี้มีความสำคัญมากต่อจีน การจัดงานใหญ่อย่างรัดกุมต้องใช้ความพิถีพิถันทางการทูตเป็นอย่างมาก ในละแวกเพื่อนบ้านมีทั้งพม่า ลาว  เวียตนาม มาเลเซีย สิงค์โปร์ อินโดนีเซีย แม้เขมรที่ไม่มีเส้นทางสู่จีนใดๆก็ได้รับเชิญ แต่ไม่มีชื่อประเทศกลาแลนด์จอมขอทานใหญ่ในละแวกนี้ ที่ตัวพ่ออยู่ในอำนาจมา 70ปีได้ตั้งกระป๋องและตู้บริจาคในรูปมูลนิธิซึ่งเป็นอุปกรณ์ขอทานของพวกเจ้า...มากว่า4,000กระป๋อง(ยังไม่รวมที่กรรโชก ขู่เข็ญ ขายยาเสพติด) ่..จนตัวกลายเป็นขอทานมาเฟียที่รวยที่สุดในโลกครองแช้มปมาตลอด ทั้งนี้พวกทหารและพวกจ่าห้าวทำมาหากินอะไรไม่เป็น เอาแต่รีดไถ คดโกง ข่มขู่กินมาตลอด
เพราะจีนเฝ้าสังเกตุการประชุมนานาชาติหลายแหล่ง ผู้คนผู้นำที่ต้องจับมือกับอ้ายเหล่หรือผู้แทนจากกลาแลนด์  ต้องรีบวิ่งเข่าห้องน้ำล้างมือเพื่อล้างซวยทันที ล้างกันคนละนานๆ  คนเอเซียเขาเชื่อถือโชคลางมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ไม่อยากจับมือกับอ้ายเหี้ยหรอก  คงนอนไม่หลับไปหลายวัน บางคนถึงต้องพุ่งไปวัดให้พระรดน้ำมนต์ขจัดรังควานก่อนกลับบ้านไปหาครอบครัวก็คงมี
สีจินปิงจึงไม่กล้าเชิญอ้ายเหล่ทหารจปร.ไทยแสนอัปยศตัวนี้ ในคราวประชุมสำคัญต่อประเทศเขาครั้งนี้....ด้วยประการฉะนี้
...มีที่ไหนลงนามสัญญาซื้อเรือดำน้ำจีนไว้3ลำหลายหมื่นล้าน ทั้งที่เรือยังไม่วางกระดูกงูเลย?
ผู้คนทั่วโลกงง ได้แต่เห็นนิสัยความเป็นทาสจอมตะกระนิสัยทหารไทยจปร.อย่างชัดแจ้ง
ทหารจปร.ไทยจงอย่าเสียใจเลยที่ผู้คนเขาหมดศรัทธาต่อสถาบันที่ผลิตพวกท่านมา
เพราะพวกท่านนับวันจะช่วยกันทำความเลวระยำต่อกลาแลนด์แห่งนี้อย่างมิเคยคิดปราณี .... อ้ายสัตว์ !!

Last edited by amdang (May 16, 2017 11:52 AM)

Offline

#551 May 18, 2017 2:01 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ปธน.โดนาลด์ ทรั้มฟ์อาจโดนถอดถอน(impeachment)

ตลาดหุ้นตกมากทั่วโลกวันนี้ และขณะรายงานนี้เข้าวันใหม่ก็มีทีท่าไม่ดีขึ้น เงินสกุลดอลล่าห์ตกไปหาจุดต่ำสุดตั้งแต่ปธน.ทั้มฟ์ได้ชนะการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่โกลแมนแซคส์ตกถึง5เปอร์เซ็นต์ เจพีมอร์แกนตก 3.8เปอร์เซ็นต์ สถานะการณ์การเมืองในเมกาได้ลากตลาดเอเซียและทั่วโลกอยู่ในสภาพตกตลึง ขณะเดียวกันปธน.ทรั้มฟ์จะเริ่มออกเดินทางในวันศุกร์ที่ 19อีก 2วันเพื่อเยือนประเทศอิสราเอล ซาอุดิอาเรเบีย และวาติกัน เป็นการเดินทางออกนอกประเทศในตำแหน่งปธน.ครั้งแรกของนายทรั้มฟ์

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … re-qLFAq5g

ปธน.ทรั้มฟ์โดนมรสุมทางการเมืองเล่นงานเอาตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 20มค.เกือบ 4เดือนที่แล้ว ตั้งแต่ต้องต่อสู้ทะเลาะกับกับสถาบันข่าวสารใหญ่ๆหลายแห่ง และห้ามไม่ให้สถาบันข่าวสารจำนวนหนึ่งโดยไม่อนุญาตให้สัมภาษณ์ เขาเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับประชาชนและโลกภายนอกโดยใช้แมสมีเดีย"ทวิทเตอร์"ส่วนใหญ่ และหลังจาก 100วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เขาได้ออกคำสั่งทางกฎหมายหลายฉบับให้เป็นไปตามที่เขาให้คำมั่นสัญญาไว้กับปชช.ตอนหาเสียง ความยุ่งยากและปัญหาต่างๆเริ่มพอกพูนขึันในเรื่องหลักใหญ่ๆในนโยบายของเขา เช่นเรื่องห้ามประเทศอาหรับ6ประเทศเข้าเมือง(ตอนหลังลดเหลือ5โดยยกเว้นอิรัค) เรื่องขอเงินสภาเริ่มสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก เรื่องปลดกฎหมายโอบาม่าแคร์ เลือกตั้งผู้พิพากษาศาลสูงแทนผู้เสียชีวิต และ ฯลฯ
แต่เป็นปัญหาอย่างหนักคือเมื่อ 2วันก่อนเขาปลดผอก.เอฟบีไอนายเจมส์ โคมีออกจากตำแหน่งโดยอ้างว่าทำงานไม่ได้ผล  แต่นักข่าวพากันสาวเรื่อง(24ชั่วโมง)ก็ทราบว่า สาเหตุเพราะนายทรั้มฟ์ต้องการให้ผอก.เอฟบีไอเลิกสอบสวนคดีอดีตพลโทไมเคิ้ล ฟลิ้นท์ที่ถูกไล่ออกไปแล้วตั้งแต่เดือนก.พ.เมื่อ3เดือนที่แล้ว เรื่องโกหกเกี่ยวกับมีการติดต่อกับทูตรัสเซียหลายครั้ง     และรวมทั้งอีกหลายคนที่ติดต่อลับๆกับรัสเซียรวมทั้งอัยการสูงสุด เจฟ เซสชั่น ผจก.เลือกตั้งคนเก่านายพอล มานาพอร์ท และอีกหลายคนที่เป็นคนวงในของเขา รวมทั้งลูกเขยนายเจเรด คุชเนอร์ด้วย
เป็นที่ฉาวโฉ่ผิดธรรมเนียมทางการเมืองระดับสูงของเมกา ซึ่งมักตั้งค่าศัตรูผู้ต้องแข่งขันทางการเมืองและระหว่างประเทศ ไว้ที่รัสเซียและต่อมารวมทั้งจีนด้วย แต่รบ.นายทรั้มฟ์กลับทำตรงกันข้าม โดยญาติดีกับรัสเซียอย่างออกนอกหน้า เป็นที่ผิดสังเกตุมาตั้งแตหาเสียงกันรอบแรกเลย และที่ด่าจีนเอาไว้เรื่องจีนเอาเปรียบโดยกดค่าเงินหยวนไว้โดยยกเลิกจะต่อว่าจีนหมดสิ้น แม้จะเอ่ยถึงปัญหาจีนฮุบเกาะต่างๆในทะเลจีนใต้ก็เลิกกล่าวถึงอีกต่อไป เพราะผลประโยชน์การค้าของลูกสาว และเชื่อว่าจีนจะช่วยจัดการกำราบเกาหลีเหนือให้ แต่ผลก็ออกมาว่าจีนช่วยอะไรไม่ได้เลย และเมกาก็ถูกเกาหลีใต้ที่เพิ่งได้ปธน.ใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหมางเมิน ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังกับเกาหลีเหนือเพราะตัวเองอยู่ใกล้จะพากันตายจากอาวุธนิวเคลียร์ก่อนใครอื่น นโยบายของเมกาในเอเซียกลับเป็นหมัน  ขาดความน่าเชื่อถือทั่วไปไปหมด รบ.นายทรั้มฟ์ทำงานแก้ปัญหาแบบวันต่อวัน ไม่มีแผนหลักๆให้ติดตาม
ปธน.ทรั้มฟ์ตกต่ำขนาดพบรมต.กต.และทูตรัสเซียเมื่อ3วันก่อน ก็ถูกนสพ.หลักใหญ่ๆเช่นวอชิงตันโพส นิวยอร์คไทม์ ซีเอนเอน และอีกหลานฉบับโดยหาว่านายทรั้มฟ์เปิดเผยความลับของชาติเรื่องสำคัญเกี่ยวกับตะวันออกกลางในซีเรียและอิรัค จนพาลกันทะเลาะว่านายทรั้มฟ์ทำงานกับพวกรัสเซียแบบคน"ไม่เป็นมวย"และพยายามเข้าข้างรัสเซียมาตลอด
เมื่อนายทรั้มฟ์ไล่ผอก.เอฟบีไอ(สอบสวนกลางของเมกา) ผู้กำลังขุดคุ้ยสอบสวนพวกวงในนายทรั้มฟ์ทั้งหลาย ตามคำเรียกร้องมหาชนให้เปิดเผยว่าร้สเซียเข้ามาแทรกแซงการเมืองเรื่องเลือกตั้งภายในของเมกาอย่างไร จะได้หาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อีก นายทรั้มฟ์ก็เจอของแข็งเข้าให้ กระทรวงยุติธรรมโดยรองรัฐมนตรีนายรอน โรเซ่นไสตน์ จึงหาทางดับไฟไว้ระยะหนึ่ง โดยแต่งตั้งให้อดีตผอก.เอฟบีไอคนก่อนนายโรเบอร์ต มูลเลอร์(Robert Mueller)ผู้เคยอยู่ในตำแหน่ง12ปี(ยาวนานที่สุด) และมีชื่อเสียงในทางซื่อตรงที่ประเทศไว้ใจได้ ให้เข้ามาทำการสอบสวนในฐานะอัยการพิเศษ(Special Prosecutor)ต่อในเรื่องพลโทไมเคิ้ล ฟลิ้นท์ และคนวงในนายทรั้มฟ์อี่นๆว่าเกี่ยวข้องกับพวกรัสเซียอย่างไร ซึ่งปัญหานี้สังคมเมกาทุกแง่มุมและทุกระดับใคร่อยากจะทราบให้ได้ นี่คือสาเหตุหลักที่จะนำพาปธน.ทรั้มฟ์ไปสู่การถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ซึ่งในประวัติศาสตร์เมกามีมา3ครั้งแล้ว ปธน.แอนดดรู จอห์นสัน(ชนะเพียงแคนนเดียว-ไม่ถูกถอดถอน) บิล คลินตั้น(ชนะ) และริชาร์ด นิคสัน ยอมลาออกก่อน  ส่วนการสืบสวนสอบสวนกรณีย์นายทรั้มฟ์จะไปได้ถึงขนาดไหนก็คงรู้กันอีกไม่นานนัก และกรรมวิธีการถอดถอนปธน.ของเมกาจะลากยาวเป็นปี

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … X7WMVzF0aA


แต่ความเสียหายของรัฐบาลนายทรั้มฟ์จะอ่อนเปลี้ยอยู่ในสถานะที่เป็นรบ.ที่ไม่สามารถปกครองประเทศได้อย่างเต็มที่ จะมีผลเสียหายต่อเมกาและต่อโลกรอบด้านไปอีกระยะหนึ่ง
ความไม่แน่นอนจะเกิดขึ้น ตลาดหุ้นจะวุ่นวาย สงครามใหญ่อาจจะตามมา แต่ที่แน่ๆจีนคงกอบโกยความเสียหายของเมกาครั้งนี้แบบกำไรล้นหลาม
จีนเพิ่งจบการประชุมใหญ่ในเรื่องเส้นทางสายไหมใหม่เพื่อปล่อยเงินกู้กับ 28ประเทศ โดยจะปล่อยกู้กว่า$1 Trillionเมื่อวันที่14-15สองวันที่ผ่านมา นัยว่าเป็นความสำเร็จขั้นสูงสุดของจีนที่แนะนำตัวเองเป็นเจ้าสัวเงินกู้ใหญ่รายใหม่ของโลกคนต่อไป อดชมความฉลาดของจึนไม่ได้ ก็ขอบอกว่าจีนคิดถูกแล้ว ที่ไม่เชิญเอาขึ้ครอกขอทานตัวซวยทหารจปร.ไทยไปเกะกะในงาน และคอยดักกู้เงินใครต่อใครวุ่นทุกงาน และอาจทำให้งานกระอักกระอ่วนไม่สำเร็จเท่าที่ควร  เพราะทหารไทยทำมาหากินหาเงินไม่เป็น นอกจากจะขอทานข่มขู่ประชาชนตัวเองกินอย่างหน้าด้านๆมาทุกยุคสมัย เป็นที่น่ารำคาญต่อทุกคนที่ได้พบเห็น เหมือนพบ"อ้ายตัวซวย" ผู้คนรีบเลี่ยงหนีเพราะไม่อยากล้างมือล้างแล้วล้างอีก เปลืองทั้งสบู่ น้ำ และเวลา
..ตัวเหี้ยพวกนี้ต้องเคาะกะโหลกบอกมันตรงๆ("ไม่เชิญมึงโว้ย")อย่างนี้แหละ พวกมันหน้าหนา หูตึง มีมารยาทกับพวกมันแบบสากลไม่ได้พวกมันไม่ค่อยรู้สึกหรอก..มันชอบแต่ใช้คำสั่งจากแบบนายตะโกนใส่หน้าหรือกรอกหูดังๆ...มันคือทหารจปร.ไทย ...ไม่กล้าดูพวกมันตะคอกนักข่าวไทยเวลาให้สัมภาษณ์...อดสูใจ.... กลาแลนด์แท้ๆ...

Last edited by amdang (May 18, 2017 10:19 AM)

Offline

#552 May 20, 2017 11:31 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

จับกลุ่มคนเผาซุ้มขอนแก่นนำตรงสู่ราบ-11กทม

ข่าวจากนสพ.ประชาไทเช้านี้ที่ 20 พค
2560-

คุมตัว 4 หนุ่มขอนแก่นสอบราบ 11 กรณีเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ
Sat, 2017-05-20 13:03

คุมตัว 4 หนุ่มขอนแก่น สอบสวนที่กรมทหารราบที่ 11 ต่อ หลังตำรวจจับต้องสงสัยเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ ซัดทอดถูกเจ้าของโรงงานยาสมุนไพรว่าจ้าง

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2560 ที่ผ่านมาว่าจากกรณีมีผู้ไม่หวังดีเผาทำลายซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จนทำให้เกิดความเสียหาย ที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2560

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุทั้งหมด 6 คน เป็นคนลงมือร่วมกัน 5 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 4 คน มีนายจิรายุ, นายรัฐธรรมนูญ, นายอัครพงษ์ และเยาวชนอายุ 14 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวอำเภอชนบท ยังหลบหนีอีก 1 รายคือนายเศรษฐา ซึ่งผู้ที่ถูกจับกุมตัวได้มีการอ้างว่าได้รับจ้างให้ก่อเหตุคนละ 200 บาท จากนายปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เจ้าของโรงงานยาสมุนไพร ที่อำเภอชนบท ซึ่งกำลังหลบหนีเช่นกัน โดยทั้งหมดได้ถูกควบคุมตัวโดยฝ่ายความมั่นคงไปสอบสวนที่กรมทหารราบ ที่ 11 รักษาพระองค์ ที่กรุงเทพมหานคร

จากแคลิฟอร์เนีย-
เรื่องเกิดตั้งแต่วันที่15 พค.ห้าวันที่แล้ว แต่ประชาไทเพิ่งรับข่าวมาลง อาจจะใช่หรือไม่ว่าเป็นซุ้มเดียวกันกับที่มีรูปในคลิบอ.หวานนาทีที่45 โปรดกรุณาหาข่าวสารเพิ่มเพื่อชยายยืนยัน
อาจจะเป็นผลมาจากกลุ่มอ.อ.ส.ท.ของ"ฟเย็น-ลุงสนามหลวง-โกตี๋ ได้โหมประกาศอย่างหนักมา2สัปดาห์ในคลิบต่างๆ ก่อนประกาศปิดตัวกระจายเสียง(อีกครั้ง) หลังจากถูกปิดสถานีครั้งแรกในเดือนธค.2559เมื่อปีที่แล้ว นัยว่าตอนนั้นกลุ่มแดงสยามของอ.สุรชัย แซ่ด่าน และของอ.หวานโดนปิดไปด้วยเวลาเดียวกัน
การปิดตัวครั้งที่สองวันที่ 9พค.เมื่อ 10วันที่แล้วของอ.ส.ส.ท.(เพียงแห่งเดียว ส่วนของอ.สุรชัย และอื่นๆยังเปืดอยู่) โดยประกาศว่าจะเปิดการปฏิบัติการ"ใบไม้ร่วง" คือเริ่มเผาซุ้มและรูปพวกเจ้าทั้งหลาย เป็นการประลองมือและสั่งสมชัยชนะของนักปฏิวัติกลุ่มนี้ เพื่อรอเผาจริงวันที่ 26 ตค.ที่ท้องสนามหลวง บัดนี้กลุ่มอ.ส.ส.ท.ก็ยังไม่มีบัญชีกับยูทูบโดยตรง แต่ได้ใช้บัญชี"พรอกซี่(proxy)-ตัวแทน"หลายแห่งช่วยให้มีการกระจายเสียงอย่าขาดตอน การปฏิบัติการจะไม่ต้องเสียหายมากขึ้น มีการตัดต่อผสมผสานเนื้อหาและข้อความจากตอนเก่าต่างๆ(รวมทั้งบางส่วนเป็นเนื้อความใหม่ของส.หมาน้อย)ผสมเผสมาตลอด10วัน  เหมือนกับว่าอ.ส.ส.ท.ได้เสียที่มั่นเดิมในเวียตนามไปเสียแล้ว???

การปฏิบัติการ"ใบไม้ร่วง"ขณะนี้เปรียบเหมือนลักษณะ"ฐานลอย"(mobile  Head Quarter or "Baseless struggling")อย่างเห็นได้ชัด และจะหาทางลงได้กลับมาปฏิบัติในยูทูบแบบรูปเดิมได้หรือไม่ เป็นที่กังวลต่อแฟนคลับมากทั่วโลกมากๆ โปรดพิรารนาข่าวสารความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วลื่นไหล(sensitive and fluid situation)ของอ.ส.ส.ท. โดยเฉพาะการปราบปรามยุทธการ"ใบไม้ร่วง"อย่างใกลัชิดด้วย เหตุการณ์ที่ขอนแก่น และในคลิบอ.หวาน และการวางระเบิดเมื่ 3วันที่แล้วใกล้สนามหลวง บริเวณที่กำลังก่อสร้างที่เผาศพร.9 และก่อนหน้านั้นไม่นานก็มีระเบิดหน้ากองสลาก ถนนราชดำเนิน(ไม่มีข่าวทั่วไปในนสพ.ไทยหลัก) และหรือคาร์บอมบ์เผาตลาดบิ๊กซีที่ปัตตานีเมื่อไม่นานมา อาจจะเกี่ยวโยงต่อกัน ต่างกลุ่มหรือทำงานด้วยกันนั้นยากจะเดาได้ เพราะกลาแลนด์หาข่าวจริงๆเกี่ยวกับความปลอดภัยนั้นแสนยาก ก็ต้องกระเสือกกระสนขยันหารวบรวมมาเพื่อรายงานตามความเป็นจริง ไม่เข้าข้างใคร หรือกล่าวหาใครที่ไม่เป็นจริง แต่การต่อสู้เรื่องเผาซุ้มนั้นมีจริงและเริ่มแล้ว และคงมีต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ประชาชนผู้ต่อต้านและนักปฏิวัติที่แท้นั้น ย่อมมีประกาศณียบัตรคือคุกตราง(ตั้งแต่นพ.ซุนยัดเซ็น คาสโตร เชกูวารา โฮจิมินฆ์ ฯลฯ .. ฯลฯ)และแม้ต้องถึงแก่พลีชีวิต มีมาทุกชาติที่ยิ่งใหญ่ ทุกสมัย ประเทศจึงมี"วีระชน" อเมริกามีสุสานอาร์ลิงตัน ยิวมี ญี่ปุนมี  และ ฯลฯ อันเป็น"เกียรติยศ"สูงสุดแก่วงค์ตระกูลขึ้นมาได้ และวีระบุรุษ-สตรีนี้จะเป็น"สมบัติของชาติ"นั้นๆตลอดชั่วนิจนิรันดร์

https://www.google.com/search?q=arlingt … AUcQsAQIaQ

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … tb8vWNeLmg

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … X_X2QCuZ6A


พบกันใหม่เจ้าคะ
เผด็จการระบบกษัตริย์และพวกทหารจปร.สามานย์จงพินาจ   สาธารณะรัฐประชาชนไทยจงเจริญ

Last edited by amdang (May 20, 2017 2:14 PM)

Offline

#553 May 21, 2017 10:39 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

เหตุร้ายราชประสงค์ "อ้ายเหี้ยสั่งฆ่า"แล้วโกหกหน้าตายเหมือนเดิมว่า"กูไม่รู้กูป่วย"เมื่อ 20 พค. 2553

สาเหตุทำไมคนไทยที่รู้เรื่องจึงเลิกรักมัน เมื่อมันตายก็วางหมากเล่ห์กลไว้มากมาย โดยจะพยายามให้ตัวเองมีความประทับใจคงไว้ทั่วแผ่นดิน  สิ่งหนึ่งก็คือซุ้มของรูปภาพมันและครอบครัว ที่มันสั่งให้ก่อสร้างไว้ตามถนนหนทางสำคัญทั่วไปดารดาษไปทั้งแผ่นดิน สำทับเอาไว้ด้วยม.112หากใครแตะต้อง
ความคิดโง่ๆของมันได้พิสูจน์บัดนี้แล้วว่าผู้คนที่รู้เรื่องความชั่วร้าย และความกะล่อนหาตัวจับยากของกษัตริย์องค์นี้มาตลอดนั้น ถูกเปิดเผยหมดแล้ว
บัดนี้ภาพซุ้มเหล่านี้กำลังถูกไฟบัลลัยกัลป์โดยมือประชาชน ช่วยกันเผาทำลายให้หมดแผ่นดิน  ช่วยกันลบความอำมะหิตเลวร้ายของราชวงศ์จักรีนี้ จะได้ถูกทำให้หายไปจากแผ่นดินนี้เสียที่ หลังจากต้นตระกูลมันปล้นแผ่นดินจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและคนไทยผู้ต่อสู้กู้ชาติมาจากพม่า มานานถึง 245ปี
ยุคดิจิตอลนี้เองที่สวรรค์ส่งมาเป็นอาวุธสำคัญ ได้ช่วยชาวไทยเอาไว้ให้หูตาสว่างเห็นความจริง และอย่างมากมายกว้างขวางลึกซึ้ง ว่าผู้คนถูกกดขี่ข่มเหง ถูกหลอกลวง โกหกมดเท็จ  ถูกทำร้ายขู่เข็ญให้ตกใจกลัว ไม่กล้าแม้ปริปากถามในสิ่งสงสัยอันใดมาตลอดยุคภูมิพลครองเมืองมา70ปี และมาถึงคราวลูกมันผู้สุดโหดร้ายอำมะหิตต่ออีก
กษัตริย์ร้ายตัวนี้ได้ควบคุมผู้คนมาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจนตัวเองร่ำรวยอยู่คนเดียว และเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกยาวนานมาหลายปีจนมันตายลง เมื่อความจริงและข้อมูลข่าวสารหลุดพรูออกมาสู่โลก  และแน่ละ บัดนี้คนไทยจะไม่คงไว้ให้พวกมันปกครองกดขี่อีกต่อไป  ตอนนี้พวกมันต่างพากันรีบขนมหาสมบัติชาติ ทรัพย์สินเงินทองถูกยักย้ายถายเทกันอย่างจ้าละหวั่น และคงไม่นานเกินปีนี้ราชวงศ์นี้ก็คงสิ้นสุดเสียที โดยเฉพาะวันเผาศพมันที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 26 ตค.2560 ที่มันได้บังคับให้คนใส่เสื้อดำโดยกะเกณฑ์ข้าราชการและผู้คนทั่วประเทศ มาทำการสักการะศพมันมิให้ขาดสายให้ได้ครบ1ปีที่มันปรารถนา
แต่บัดนี้การเผารูปภาพและซุัมกษัตริย์กำลังเริ่มเกิดขึ้นจากประชาชนทั่วประเทศ มันจะเหวี่ยงแหจับกุมทำร้ายอย่างรุนแรงเพียงใด ...จะสู้แรงสุดเกลียดชังของมหาชนได้ก็ให้มันรู้ไป

https://timeline.line.me/user/_dSmZT40O … F_r2LxZG3s

หมดยุคพวกมึงแล้ว ...การปฏิวัติประเทศกลาแลนด์เกิดขึ้นแล้ว สวรรค์เท่านั้นที่จะกรุณาช่วยปราณีชิวิตไทย แต่ที่รู้ไม่มีใครจะหยุดกงล้อประวัติศาสตร์ประเทศนี้ได้อีกต่อไป
ใครที่รู้ตัวว่าตัวเองทำความชั่วร้ายต่อเพื่อนไทยด้วยกันมาตลอด หรือพวกจะทนอยู่ไม่ได้อีก ก็คิดเตรียมหนีเอาชีวิตรอดแต่เนิ่นๆเสียเถิด มันกำลังเกิดขึันแล้ว และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่อนุสาวรีย์ขี่ม้าลงกองกับพื้น...ทุกอย่างจะจบสิ้นอย่างรวดเร็ว ..ชั่วข้ามคืน

สาธารณะรัฐประชาชนจงเจริญ  กษัตริย์ อำมาตย์และจปร.ไทยจงพินาศหมดสิ้นจากแผ่นดิน

Last edited by amdang (May 21, 2017 11:59 AM)

Offline

#554 May 24, 2017 3:20 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ข่าวจาก"โกตี๋" วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ"สหายหมาน้อย"

เป็นคลิบล่าสุดออกอากาศวันที่ 24 พค. 2560 คือวันนี้ กับคุณจอม เพชรประดับผ่าน"สไก๊ฟด์"

การออกอากาศคลิบนี้สั้นมากเพียงไม่กี่นาที แต่ทำให้แฟนคลับหายใจกันทั่วท้องว่าอ.ส.ส.ท.ไปไหน?  และปลอดภัยทุกคน  เพราะมีแต่คลิบเก่าๆตัดต่อออกอากาศมาตั้งแต่วันที่10 พค.(สองสัปดาห์ที่แล้ว)
สร้างความกังวลในวงกว้างต่อคนไทยทั่วโลก
เหตุเกิดระเบิดถี่ยิบในเดือนนี้ หลายนักวิจารณ์ได้ออกคลิบทำนองว่าพวกจปร.คสช.อัปรีย์กำลังทำลายพวกกันเอง ...คำที่ว่า
"จปร.รักกัน
ไม่ฆ่าเพื่อน
ไม่ขายน้อง
ไม่ฟ้องพี่..."
มันจะยังมีสัตย์จริงเหลืออยู่ในหมู่โจรหรือ?
หลายคนคิดว่าจากการปล้นประเทศครั้งสุดท้ายนี้ บาปกรรมกำลังติดจรวดพุ่งเข้าใส่ทำลายพวกมัน
นั่นคือพวกมันกำลังจะฆ่ากันเอง  มันจึงทำอะไรแปลกๆเรื่องวางระเบิดในบริเวณกทม. (เป็นระเบิดขนาดเล็กๆ..ทำง่ายๆ ....เหมาะสำหรับทำ black propaganda)
ให้เกิดในเดือนพค.อาถรรพ์นี้ เพื่อหวังทำลายชื่อเสียงรบ.โจรจปร.พวกเดียวกัน
..ส่วนรถถังยังไม่เคลื่อนออกมา   กำลังคอยว่ามันจะลงนรกกันอย่างไร?...เชียร์ !!!..เชียร์ !!!

Last edited by amdang (May 24, 2017 3:39 PM)

Offline

#555 May 28, 2017 9:39 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

พรุ่งนี้วันจันทร์ที่29พฤษภาคม 2017เป็นวันทหารผ่าศึกของเมกา
ปีนี้ทางกห.เมกาได้พยายามเรียบเรียงตัวเลขความสูญเสียชีวิตทหารและพลเรือนที่ทำหน้าที่แบบทหาร(เช่นซีไอเอ เอฟบีไอ หน่วยข่าวกรองต่างๆ ฯลฯ) เป็นตัวเลขชุดล่าสุด ข้าเจ้าซึ่งเอาตัวเลขมาจาก"อเมริกัน ครอนิเคิ้ล"มาตลอดก็จะพยายามจัดให้ตรงกับรายงานล่าสุดนี้เท่าที่จะทำได้ แต่ได้สอดคลิบอ่านให้ได้รสเต็มมาด้วยแม้จะเป็นข้อคิดเห็น(comment)ของผู้คนที่เข้ามาวิพากวิจารณ์ด้วยทั้งเห็นด้วย
หรือต่อต้าน อันเป็นนิสัยประจำชาตินี้ที่กระเสือกกระสนในทางความคิดอย่างเสรี คงจะเป็นของขวัญทางความรู้เล็กๆน้อยให้พวกเราได้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง   เชิญเลยคะ:

http://www.pbs.org/newshour/updates/man … -u-s-wars/

https://www.google.com/search?q=Hmong+p … DLIQsAQIOw

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … KtX5QUJ9Ig

ไม่ได้เป็นพลเมืองแบบน้ำนิ่งเรียบเป็นหน้ากลองจึงจะจัดการเลือกตั้งในกลาแลนด์ตามที่อ้ายเหล่ออกมาบอกพสกนิกรว่าประเทศนี้ยังเลือกตั้งไม่ได้เพราะคนไทยยังโง่(มากๆ) ขาดการศึกษา ขี้เกียจการงาน ต้องรอ4.0ก่อน และเพียงปะทัดยักษ์สามลูกที่วางถี่ๆกันในกทม. ครั้งสุดท้ายในรพ.ทหารหน้าห้องหมูตอนฮาวาย แล้วมันอ้างว่าประเทศวุ่นวายไม่มีความสงบ ต้องปกครองโดยคสช.ต่อ  ก็อยากถามประชาชนประเทศนี้ว่าสมควรจะสนับสนุนฝ่ายใดระหว่างสหายหมาน้อยกับทรราชเหล่และพวกทหารจปร.อัปรีย์ที่ทำกับประเทศนี้มาแสนนาน?  ระหว่างรอคำตอบก็ลองคลิ้กแปลภาษาจากคลิบนี้เป็นไทยและลองเอาไปเทียบเคียงส่วนดี-เสียของวัฒนธรรมเมกาที่อ้างว่ามีเสรีภาพเต็มตัว และ(จำ)เป็นต้องทำหน้าที่ตำรวจโลก โดยเข้าเกี่ยวข้องกับหลายสงครามเพียงชั่วอายุประเทศได้ย่างเข้า241ปีเต็มอีกเดือนครึ่งข้างหน้า ทำไมเมกาจึงเข้มแข็ง และแข็งแรง?   และเอามาเปรียบเทียบกับ"วัฒนธรรมแบบผู้ขอ"ซึ่งเป็นวัฒนธรรมหลักของกลาแลนด์ ซึ่งคิดอะไรเองไม่เป็น คอยตาม"ขอ"จากมหาอำนาจมาตลอด70ที่ภูมิพลครองราชมา นิสัยสันดานต้องกดขี่ประชากรให้"เรียบเป็นหน้ากลอง"ของมัน กำลังจะทำลายพวกมันหมดแผ่นดิน เพราะหมดยุคสมัยที่ผู้คนจะฟังภาษาสำรอกสามหาวพวกจปร.ไทยอีกต่อไป และสวรรค์ช่างเมตตาส่งอาวุธดิจิตอลอันล้ำค่ามาให้พวกเราใช้สู้ทำลายมัน และนักปฏิวัติไทยกำลังใช้ทำลายพวกมันทุกวินาทีอย่างขมักเขม้น
อย่าลืมสงครามกลางเมือง(civil war)ทุกแห่งที่ประชาชนลุกฮือต่อสู้ขับไล่ทรราชจะมีการสูญเสียอย่างหนัก จนสงครามกลายเป็นเบ้าหลอมชาติขึ้นมาใหม่ เมกาตอนนั้นประชากรเพียงประมาณ50ล้านคนแต่นักรบทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตครึ่งล้านคนประมาณ10เปอร์เซ็นต์ หรือ1ใน10คนต้องเสียชืวิต
ในสงครมปฏิวัติฝรั่งเศส รัสเซีย เวียตนาม เขมร(ตายหนึ่งในสามของทั้งประเทศเกือบ6ล้านคน)  จีน ลาว พม่า อิรัค อิหร่าน ซีเรีย ลิเบีย์ ตูนีเซีย และอีกหลายประเทศคนานับ และการต่อสู้ยังคงมีต่อไปในโลกมนุษย์อย่างไม่หยุดยั้งตลอดไป  เรา"ผู้เป็นแต่ขอทานขอเขากิน"ก็ต้องยากไร้อดสู มองหน้าใครไม่ติด ที่มีผู้นำรวยที่สุดในโลกแต่ประชากรส่วนใหญ่ต้องนอนข้างถนน หากินอดๆหยากๆเกือบต้องเอาเปรียบเทียบกับหมาจรจัดข้างถนนอย่างไม่เกรงใจในพศ.นี้ เพราะเราไม่คิดสู้ ไม่คิดช่วยตัวเอง เอาแต่กลัวจนลนลานเหมือนทาสในเรือนเบี้ยมาตั้งแต่โบราณ ไม่กล้า"แม้แต่คิด"ที่จะทำอะไรให้เปลี่ยนแปลงได้ ได้แต่หมอบคลาน"ขอ"ความเมตตาจากนาย ให้มีชีวิตผ่านไปวันต่อวัน  แล้วเราจะมีความหวังอะไรให้กับตัวเอง ลูกหลานที่จะตามมาต้องเป็นภาระผู้ทำให้ประเทศ..ไม่ใช่ตัวคุณเลยหรือ?
สหายหมาน้อยมันคงเผาได้แค่1-2ซุ้มซาตานอุบาศว์ ที่พวกมันทำเอาไว้ดาษดื่นทั่วทุกมุมเมืองทั้งประเทศ  ให้ผู้คนต้องนับถือพวกมันว่ามาจากสวรรค์ 
สหายหมาน้อยและพรรคพวกใช้เวลาและความพายามมากว่า4เดือนแล้ว และยังพยายามกันอยู่ต่อ หวังว่านักปฏิวัติคงเห็นทางที่จะทำได้ดีขึ้นและเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ  และเมื่อถึงจุดหนึ่ง  ซุ้มพวกนี้จะหมดประเทศ"เรียบเป็นหน้ากลอง"เพียงชั่วคืนสองคืนเมื่อประชาชนพากันออกมาร่วมเผาด้วย  ข้าเจ้าหวังว่าจะไดัเห็นและจะเจียดทรัพยากรณ์เงินทอง ให้เวลาหามิตร สนับสนุนนักปฏิวัติไทยให้สู้หนักขึ้นและอย่างต่อเนื่องอย่าวางมือ เพียงอีกไม่นานประเทศเราจะโล่งเตียน..เรียบเป็นหน้ากลองตามที่จปร.ไทยต้องการ..แต่จะกลายเป็นพวกมันนั่นแหละถูกเรียบราบแทนที่จะเป็นประชาชน  คอยดูก็แล้วกัน พวกมันหมดมุขจะเล่นแล้ว จึงวางระเบิดปะทัดข่มขู่ น่าจะเจอของจริงขนาดใหญ่เร็วๆนี้เป็นของขวัญซะที !!

หมายเหตุ-พวกม้งเสียชีวิตอุทิศให้สงครามกลางเมืองลาว(1954-1975)ประมาณหมื่นกว่าชีวิต ทุกครอบครัวจะสูญเสียรุ่นปู่และตา-พ่อหรือลุง--พี่หรือน้อง-รุ่นลูก  จากประชากรระเกะระกะอาศัยตามป่าเขาเพียง2-3หมื่นคนในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ต้องสูญเสียชีวิตมาสามชั่วคนมากมายขนาดนี้  ....เมกาจึงโอบอุ้มออกจากป่ามามีชีวิตใหม่บนโลกใหม่  ร่วมกับสังคมในประเทศเมกาอย่างเท่าเทียมกัน สมควรแล้วที่ผู้มีส่วนรบในลาวจะได้มีจุดวางป้ายสดุดีในสุสานอาร์ลิงตันอันศักดิ์สิทธิของคนเมกันแห่งนี้ !
..สหายหมาน้อย..อย่าลืมม้งเป็นอันขาด !!

Last edited by amdang (May 29, 2017 11:07 AM)

Offline

#556 May 29, 2017 11:42 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Memorial Day 2017 รำลึกถึงต่อวีระชนผู้กล้าหาญ

eGJIOEf.jpg

FBWbLIY.jpg

9sYLxg4.jpg

ZFUh1JK.jpg

http://memorialday2017.us/

JjCDtrs.jpg

1Fwctea.jpg

2e8jqRb.jpg

TFVQLJS.jpg

MLCb6kl.jpg

LU0Crcm.jpg

jO0ttg9.jpg

clEpNl4.jpg

9l95t8k.jpg

Happy Memorial Day 2017 to everyone!

http://www.arlingtoncemetery.net/laos-mem.jpg

...เสรีภาพ และประชาธิปไตย ได้มาด้วยชีวิต...หลายชีวิต
...ไม่กล้าเสียสละและต่อสู้ อย่าหวังจะได้เห็น
ก็จงก้มหน้าก้มตา เป็นทาสพวกมันตลอดชาติ...สมกับที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินกลาแลนด์
..นอกจากพวกเรานักปฏิวัติจะไม่ท้อใจ เพราะเราเป็นนักต่อสู้เพื่ออิสระภาพ  ..เราจะนำธงแดงปักลงกลางนคร
และปลดปล่อยทาสในกลาแลนด์และทุกคนจนได้ในที่สุด เพราะเราไม่ต้องการเป็นทาส และสังเวชสงสาร
พวกที่เป็นเพื่อนร่วมขาติที่แม้จิตและใจเป็นทาสของพวกมัน... และเราจะไม่ยอมให้มีทาสบนผืนแผ่นดินทองนี้อีกต่อไป

Last edited by amdang (May 29, 2017 11:13 PM)

Offline

#557 June 2, 2017 9:57 AM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

การปล้นประเทศกลาแลนด์โดยคณะทหารจปร.ไทยคงมากว่าสามปี

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: รัฐประหารไทยอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้
Wed, 2017-05-31 00:21

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ



ในโอกาสครบรอบ 3 ปี ของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ก็น่าจะลองประเมินดูว่า ในระยะ 3 ปีนี้ สถานะรัฐบาลเผด็จการทหารของไทยมีตำแหน่งแห่งที่อยู่ตรงไหนในโลกใบนี้

แรกสุดคงต้องพิจารณาว่า ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา มีประเทศไหนในโลกที่แก้ปัญหาการเมืองด้วยการรัฐประหาร ปรากฏว่าพบอยู่ 4 กรณี คือ

เยเมน ซึ่งเกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อไปถึง 5 เดือน และสร้างความเดือดร้อนอดหยากอย่างหนักแก่ประชาชน

กรณีของแกมเบีย เกิดความพยายามก่อรัฐประหารในวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2557 แต่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ในวันเดียว

อีกกรณีหนึ่ง คือ บูร์กินา ฟาโซ ซึ่งเป็นประเทศยากจนมากในแอฟริกาตะวันตก คณะทหารทำการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2558 แต่ถูกต่อต้านจากประชาชน จากประเทศเพื่อนบ้าน และโลกนานาชาติ ในที่สุด การรัฐประหารก็พ่ายแพ้ภายใน 1 สัปดาห์ คณะทหารที่ยึดอำนาจถูกจับกุมดำเนินคดี

กรณีตุรกี วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2559 คณะทหารกลุ่มหนึ่ง พยายามก่อการรัฐประหาร แต่เผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากประชาชน และประสบความพ่ายแพ้ในวันรุ่งขึ้น และรัฐบาลก็ถือโอกาสปราบปรามฝ่ายสนับสนุนรัฐประหาร

นอกจากนั้นแล้ว ไม่มีประเทศไหนอีกเลยที่มีการรัฐประหาร จึงสรุปได้ว่า แทบจะไม่มีประเทศไหนในโลก ที่ใช้การรัฐประหารเป็นทางแก้ปัญหาของประเทศ คณะทหารหลงยุคที่พยายามยึดอำนาจในบูร์กินาฟาร์โซ แกมเบีย และ ตุรกี จึงประสบความพ่ายแพ้ รัฐประหารในประเทศไทยจึงกลายเป็นกรณีเดียวที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสะท้อนความล้าหลังอย่างยิ่งของชนชั้นนำไทย

ประการต่อมา ลองพิจารณาว่า มีประเทศไหนในโลกบ้าง ที่อยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารในระยะ 3 ปีที่ผ่านมานี้ ปรากฏว่า มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียวเท่านั้นบนโลกใบนี้ ที่อยู่ภายใต้เผด็จการทหาร ประเทศอื่นไม่มีแล้ว แม้กระทั้ง พม่า ฟิจิ มาดากัสการ์ ต่างก็เปลี่ยนแปลงเป็นรัฐบาลพลเรือนไปแล้วจนหมดสิ้น ประเทศเผด็จการทหารแห่งเดียวของโลก จึงโดดเดี่ยวมาก

ก่อนการรัฐประหาร สุรพงษ์ ชัยนาม เคยเสนอในกลุ่มรัฐบุคคลว่า การรัฐประหารโดยกองทัพสามารถทำได้โดยไม่ต้องสนใจการคัดค้านจากโลกนานาชาติ เพราะทุกประเทศก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของตนเองทั้งนั้น เมื่อรัฐประหารแล้ว ก็จะเป็นที่ยอมรับกันไปเอง แต่เมื่อเกิดการรัฐประหารจริง สถานการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการคว่ำบาตรจากโลกนานาชาติกลายเป็นเรื่องสำคัญ เริ่มจากกลุ่มประชาคมยุโรปและประเทศสมาชิกทั้งหมดจะยกเลิกการเจรจาทั้งหมด และไม่ลงนามในสัญญาใดกับฝ่ายไทยจนกว่าจะมีการรื้อฟื้นประชาธิปไตย จากนั้น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ ก็ใช้ท่าทีเช่นเดียวกัน ส่วนสหรัฐฯ ก็ระงับการเจรจาทางการทหารกับฝ่ายไทย และระงับการฝึกฝน การเยือนทางการทหาร และความช่วยเหลือทางการทหาร

ทางด้านในประเทศ สามปีของการรัฐประหารสร้างความเสียหายอย่างมากในทางการเมือง เริ่มจากการที่ระบอบประชาธิปไตย ที่มีการรองรับการใช้สิทธิของประชาชนโดยผ่านการเลือกตั้งถูกทำลายลง และแทนที่ด้วยการปกครองระบอบทหาร ใช้สภาแต่งตั้งแทนสภาเลือกตั้ง และครอบงำประเทศด้วยระบบราชการ ทำให้ระบอบประชาธิปไตยยังไม่ได้ตั้งไข่และนับหนึ่ง มาจนถึงขณะนี้

ปัญหาสำคัญมาจากการที คณะทหาร คสช. ก็ละเมิดโรดแมปของตนเอง และต่ออายุทางการเมืองไปเรื่อยๆ เพราะในปีแรกที่ก่อการรัฐประหาร คณะทหารออกโรดแมปว่าจะอยู่ในอำนาจเพียงปีเดียว แล้วจะคืนประเทศสู่ประชาธิปไตย เพื่อตอกย้ำแผนการนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร ถึงกับแต่งเพลงประกาศกับสังคมว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะกลับคืนมา” แต่ในที่สุด เมื่อครบปี คณะทหารก็เลื่อนโรดแมป โดยใช้ข้ออ้างเรื่องรัฐธรรมนูญร่างไม่เสร็จ จากนั้น ก็ต่ออายุโดย พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 ว่า จะมีการเลือกตั้งภายในปลายปี หรือต้นปี พ.ศ.2559 จากนั้น ก็เลื่อนต่อมา โดยอ้างว่า รัฐธรรมนูญร่างไม่เสร็จ จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฉบับที่ 20 ในประวัติศาสตร์ไทย ปรากฏว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ไม่ได้สร้างหลักประกันในด้านประชาธิปไตย และยังเป็นที่อธิบายว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการแม้กระนั้น กำหนดการที่จะมีการเลือกตั้งก็ยังคงไม่แน่นอนชัดเจน โดยฝ่ายสมาชิกสภาแต่งตั้ง เสนอว่า การเลือกตั้งจะต้องขยับไปกลางปี 2561 เพราะพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ทัน

มักจะอ้างกันว่า ผลดีของการรัฐประหาร คือ ความสงบสุขของบ้านเมือง ในส่วนนี้ แม้แต่ฝ่าย คสช.ก็นำมาอ้างเป็นผลงาน คงต้องอธิบายว่า ความสงบสุขนี้ มาจากการใช้อำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จ ห้ามประชาชนใช้สิทธิทางการเมือง ควบคุมแม้กระทั่งการจัดงานทางวิชาการในมหาวิทยาลัย โดยรัฐบาลทหารใช้มาตรการจับกุม หรือควบคุมตัวในลักษณะต่างๆ การเรียกตัวไปปรับทัศนคติ และพยายามที่จะควบคุมแม้กระทั่งการใช้โซเชียลมีเดียของประชาชน แต่ไม่ได้มีการแก้ไขความขัดแย้งในทางสังคม ความแตกแยกทางการเมืองคงอยู่และรอการปะทุ และผลจากการกวาดล้างปราบปราม ทำให้ในระยะ 3 ปี สิทธิมนุษยชนในไทยถูกทำลายอย่างหนัก เพราะมีการกวาดล้างจับกุมกลุ่มที่คิดต่างอยู่เสมอ ประมาณว่ามีประชาชนถูกดำเนินคดีและต้องติดคุกในข้อหาทางการเมืองจำนวนมากกว่า 200 คน ผลพวงจากเรื่องนี้ คือ การล่มสลายของระบอบกฎหมายของประเทศ เพราะคำสั่งหรือประกาศตามอำเภอใจของฝ่ายทหาร ก็ได้รับการรับรองให้เป็นกฎหมายที่ถูกต้องเสมอ ศาลไทยก็พร้อมจะยอมรับและดำเนินการ กระบวนการยุติธรรมจึงถูกบิดเบือน

ในทางเศรษฐกิจ รัฐบาลทหารพยายามโฆษณาเรื่อง “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อยกระดับประเทศ แต่นั่นเป็นเพียงเป้าหมายอันสวยหรู เพราะความจริงเศรษฐกิจไทยในระยะ 3 ปีที่ผ่านมาวิกฤต จากการหดตัวของการบริโภคภายในประเทศ เพราะการตกต่ำของรายได้ในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนก็ลดลงอย่างหนัก มูลค่าของการรับส่งเสริมการลงทุนตกต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และในด้านการส่งออกก็ขยายตัวต่ำมาก ทำให้เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาเพียงการท่องเที่ยว และรายจ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผลที่ตามมาก็ไม่เป็นไปตามคาดหมาย ทำให้รายได้ของรัฐลดลงอย่างมาก และเงินคงคลังก็ลดลงจาก 6 แสนล้านบาทเมื่อ พ.ศ.2556 (สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เหลือเพียง 7.5 หมื่นล้านบาทในปีนี้

ในขณะเดียวกัน ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา งบประมาณกระทรวงกลาโหมกลับเพิ่มขึ้นทุกที เริ่มจากเมื่อ พ.ศ.2550 นั้น งบประมาณกลาโหมของประเทศไทย 1.18 แสนล้านบาท เมื่อ พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา สภาแต่งตั้งผ่านงบกลาโหม ในวงเงิน 2.14 แสนล้านบาท หมายถึงว่า งบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มเกือบเท่าตัวในเวลา 10 ปี ทั้งที่สถานการณ์โลกอยู่ในภาวะค่อนข้างสงบ ไม่มีแนวโน้มของสงครามระหว่างประเทศในเอเชียเลย และกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของไทยก็มีความสัมพันธ์อันดีอย่างยิ่ง จึงอาจสรุปได้ว่า งบประมาณกลาโหมที่เพิ่มขึ้นนี้เอง คือ ราคาที่ประชาชนไทยต้องจ่ายเพิ่มให้กับการรัฐประหาร ที่เกิดขึ้น 2 ครั้งในเวลา 10 ปี

และนี่คือตำแหน่งแห่งที่ของเผด็จการทหารของไทย


หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกใน โลกวันนี้วันสุข ฉบับ 618 วันที่ 27 พฤษภาคม 2560

Tags: บทความ การเมือง การรัฐประหารในไทย คสช. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐประหาร สุรพงษ์ ชัยนาม
3942 reads

จากแคลืฟอร์เนีย- ลองอ่านบทวิจารณ์ของอ.ยิ้มที่ยกตัวอย่างชาติอื่นๆล้วนล้มเหลวจากการพยายามยึดอำนาจรัฐ แต่ของไทยเราเป็นครั้งที่20แล้ว (ส่วนตัวเลขของบิ๊กจิ๋ววงในของทหารนั้นเป็นครั้งที่27) และยังอยู่ได้เกิน 3ปีแล้ว และทุกครั้งทหารจปร.ไทยก็ฉีกรัฐธรรมนูญร่างใหม่ทุกที นัยว่าจะปฏิรูปให้บ้านเมืองดีขึ้น เป็นระเบียบนิ่งเรียบเป็นหน้ากลอง ว่านอนสอนง่าย ทำแค่งานทำมาหากินให้ขยันขันแข็งประจำวันเอาไว้  อย่าได้มายุ่งกับการเมืองการปกครองประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของพวกจ่าห้าวกับคณะองคมนตรีที่จะใช้พวกทหารจปร.คุมทุกอย่างในเรื่องการรักษากฎหมายและอำนาจ โดยใช้พวกตร. ศาล และขบวน(ไม่)ยุติธรรมคอยสลับฉาก ในการกำราบบุคคลที่พยายามจะพูดหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับบ้านเมืง พวกนี้คือนักการเมือง นักศึกษา ประชาชนก้าวหน้าที่เดือดร้อน ฯลฯ พวกนักการเมืองที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาป้วนเปี้ยนประดับฉากให้โลกเห็นว่ากลาแลนด์มีการเลือกตั้ง(โว้ย)  กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญโว้ย(Constitutional Monarchy) ไม่ใช่เผด็จการณ์ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ซึ่งภูมิพลและพวกอำมาตย์ออกแบบไว้หลอกคนทั่วโลกและประชาชน ที่มีผู้คนล้วนแต่ตัวใหญ่(เพราะกินข้าวมาก) แต่หัวลีบ  ตรงกันข้ามกับโลกตะวันตกและประเทศที่มีการปกครองและดำเนินชีวิตที่มีเสรีภาพ อิสรภาพ ล้วนมีหัว(สมอง)โตมากกว่าร่างกาย ผิดสัดส่วนจากที่โตด้วยการกินข้าวและไม่มีอะไรจะป้อนทางสมอง เพราะระบอบกษัตริย์เจ้าเล่ห์ตัวนี้นั้นออกแบบมาอย่างแยบยลละเมียดละมัยชนิดซุบซิบมาจากหลังตู้เย็น ออกมาปฏิเสธทุกบ่อยหากประชาชนโดนทำร้ายฆ่าทุบตีจากทหาร หรือเอาโทษขังคุกทรมานผู้ต่อต้านว่า "กูไม่รู้..กูป่วย"(โว้ย) จนมีนักเขียนที่เป็นนักวิจารย์ค้นคว้า อยู่ในเมืองไทยหลายปี เจ้าของหนังสือพอล แฮนสลี่(Paul M Handley-"The King Never Smiles )เกิดเขียนหนังสือ"กษัตริย์ไม่เคยยิ้ม"  โปรดหาอ่านตามเวปและลายน์และหาบทแปลดู หนังสือเล่มนี้เป็นการค้นคว้าทางวิชาการที่เป็นจริงตรงไปตรงมา แต่ได้สะท้อนให้เห็นเลห์เพทุบายที่สลับซับซ้อนของกษัตริย์ภูมิพลและลูกน้องอำมาตย์ ทหารจปร. ตำรวจ ขบวนการยุติธรรมในระบบธรรมาภิบาลในกลาแลนด์ จึงเห็นภาพความโชคร้ายของประชากรไทยมายาวนานตั้งแต่การเปลี่ยนการปกครองพศ.2475 ด้วยการปฏิวัติที่ทำเพียงครึ่งๆกลางๆอย่างเกรงใจเพวกเจ้า ไม่กล้ากำจัดพวกเจ้าให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในที่สุดร.เก้ายึดอำนาจรัฐได้อย่างสมบูรณ์แบบมา70ปีตั้งแต่ขึ้นครองราช หลังยิงหัวพี่ชายตาย และนายปรีดี พนมยงค์ทำผิดอีกครั้ง ก็ยังยกมันขึ้นครองราชในค่ำวันเดียวกันนั้น
จากการเป็นฆาตรกรที่ควรหัวขาด กลายเป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจและร่ำรวยมากที่สุดในโลก  และเป็นผู้ตั้ง"ทฤษฎีพอเพียง"ปลอบใจพสกนิกรยามล้มตัวลงนอนอาหารไม่ถึงครึ่งท้อง และ"ข่าว2ทุ่ม" และซุ้มเฉลิมพระ(ไม่ได้มี)เกียรติ ทั่วประเทศเป็นจำนวนเกือบแสนซุ้ม และกำกับทุกอย่างด้วยม.112...ที่โกตี๋กับพวกใช้ความพยายามอยู่กว่า 4เดือน..เผาได้เพีบง1-2ซุ้ม  นี่คือที่มาอย่างย่อแห่งความวิบัติของกลาแลนด์ โดยเฉพาะร.10จอมเหี้ยมโหดสัตว์นรกตัวใหม่ของจักรี ในที่สุดก็ขึ้นครองเมือง  การณ์จะวิบัติอย่างไรในประเทศนี้ก็จะเห็นกันในปีนี้ โดยเฉพาะตอนจะทำพิธีเผาศพภูมิพล และการฉลองเถลิงราชของจอมอำมะหิตตัวใหม่ ก็คงได้ดูกันไม่จืด..จนกว่าจะวอดวายกันไปข้างหนึ่ง...คือพวกเจ้าหรือประชาชน
..ว่าแต่โกตี๋และอ.ส.ส.ท.จะหาที่ลงเป็นครั้งที่4โดยกลับบ้านเดิม(ไยแขมร์บาน) แต่จะถูกตอนไม่ให้ด่าเจ้าได้อีกต่อไป  ..พวกเรากำลังคอยดูด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ยุทธการใบใม้(7ใบ)ร่วง คงไม่ใช่ขั้นที่3ของสงครามกองโจรฉบับประธานเหมา เจ๋อตุงคือขั้น"เอ็งแย่ข้าตี"ดังที่อ.ส.ส.ท.ประกาศเอาไว้วันที่ 9 พค. 2560 ว่าจะใช้เวลาประมาณ1-2สัปดาห์เท่านั้น... แต่กลายเป็นขั้น "ข้าหนี(หัวซุกหัวซุน-ไม่มีฐาน)เอ็งตาม" ต่างหาก  และโกตี๋ออกมาเปรยว่าคงต้องใช้เวลามากกว่านี้..อาจจะถึง2ปี (อ้ายเหล่ตอนแรกบอกจะอยู่ปีเดียว...ล่าสุดบอกต้องใช้เวลา20ปีเพราะคนไทยโง่มากๆและขี้เกียจ ประเทศยังไม่เรียบเป็นหน้ากลอง และมีสารพัดปัญหาที่เลือกตั้งไม่ได้ ฯลฯ)
... เอาจริงๆมาถึงบรรทัดนี้ ....เวียตนามไม่ให้ความอุปการะพวกอ.ส.ส.ท.เขาอีกแล้วหรือ??  เพราะอะไร??

Last edited by amdang (June 3, 2017 9:49 AM)

Offline

#558 June 6, 2017 2:03 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ตัวแปรสำคัญในสงครามเย็นเอเซียยุคใหม่(The Important variables of New Cold War):
ที่ยกเอาคำว่าสงครามเย็น(Cold War)แต่เป็นยุคใหม่นั้น เพราะอะไรๆในโลกกำลังเปลี่ยนแปลงและมีการจับขั้วจับกลุ่มกันลักษณะแปลกๆ เริ่มจากนายโดนาลด์ ทรั้มฟ์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปธน.ของเมกา และมีนโยบายกว้างมากแต่สรุปได้ว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่จะ"ทำทุกอย่างเพื่อเมกาก่อน(America First)"  และนายทรั้มฟ์ก็ได้กระทำจริงๆในเรื่องภายในและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขณะที่เขาเข้าดำรงตำแหน่งเพียง 4เดือนกับ 15วัน(237วันเท่านั้น)
เศรษฐกิจของเมกาก็คืบแล่นโลดไปข้างหน้าที่มีดัชนีการว่างงานของผู้คนต่ำสุดอยู่ระหว่าง4.3เปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้นก็ทะลุสถิติที่สูงสุดยอดอย่างไม่เคยมีมาก่อน การออกเยือนต่างประเทศครั้งแรกนับเป็นเรื่องหวาดเสียวต่อสายตาโลกไม่น้อย เช่นตกลงจะขายอาวุธให้กล่มอาหรับซุนนี่นำโดยซาอุดิอาเรเบียถึง$400 billion และหากการรบในตะวันออกกลางรุนแรงมากชึ้น ก็คงจะมีตัวเลขสูงกว่านี้มากมายตามมา แม้ประเทศเนโตในยุโรปก็โดนนายทรั้มฟ์ทวงขอร้องให้จ่ายเงินในการป้องกันยุโรปมากขึ้นแทนที่หวังดูดความช่วยเหลือจากเมกาด้านเดียวมานาน
จนเพิ่งเกิดเหตุร้ายระหว่างประเทศกาตาร์ที่ถูกซาอุดิอาเรเบีย อียิปห์ บาฮ์เรน ยูเออี เยเมน อัปเปหิตัดสัมพันธ์ทางการทูต และตัดความสัมพันธ์ปิดล้อมการเช้าออกทางบก-เรือ-อากาศหมด โดยกล่าวหาว่าการ์ตาเป็นตัวแสบ แอบดอดสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายสากลสู้รบในตะวันออกกลางที่สำคัญ เช่นกลุมไอซิส แอลนุสรา(Al-nusra สาขาหนึ่งของอาเคดา-Al Qaeda) กล่มพี่น้องมุสลิม(Muslim Brotherhood) ฯลฯ ซึ่งล้วนกำลังสร้างปัญหาในวงกว้างในการสู้รบในซีเรีย อิรัต เยเมน และก่อการร้ายทั่วไปแม้ในยุโรปทั่วไป ขณะรายงานนี้ที่อังกฤษก็โดนการก่อการร้ายครั้งที่3แล้วภายในชั่วเพียงเดือนเดียว และนายกรัฐมนตรีนางเทอเรซา เมย์อาจแพ้เลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(7 มิย.)ก็อาจเป็นได้ ภาพต่างๆที่เห็นพวกไอซิสขับรถบรรทุกพิคอัพใหม่ๆและติดอาวุธหนักของเมกาเช่นปืนกลหนักเอ็ม50ม.ม. เอ็ม60 ม.ม. จรวดโทว์(BGM-71 TOW rocket)  ทำลายรถถังฉมังนัก และ ฯลฯ  คนเห็นภาพพวกนี้มักจะมีคำถามในใจมาตลอดว่า อาวุธและยานพาหนะใหม่เอี่ยมอ่องมาจากไหน ตอนนี้ก็เริ่มถึงบางอ้อบ้างแล้วว่ามาจากการ์ตานี่เองที่กำลังถูกกล่าวหา
เหตุการณ์ครั้งนี้คงยังไม่จบง่ายๆเพราะการ์ตาเป็นเจ้าของเครือข่ายอาลจาเซียรา(Al jazeera)ทีวีทั่วโลก โดยเฉพาะในโลกอาหรับเปรียบเหมือนซีเอ็นเอ็นในเมกา และบีบีซีของอังกฤษ ฯลฯ การ์ตาตัวเล็กแต่มีเงินมากจากความร่ำรวยเรื่องน้ำมันและกาสธรรมชาติ และชอบทำอะไรใหญ่ๆสำคัญล้ำหน้าซาอุดิอาเรเบียพี่ใหญ่ เช่นจัดแข่งรถฟอร์มูล่า-1(Formula-1) และกำลังจะเป็นเจ้าภาพแข่งฟุตบอลโลก(FIFA)ปี2022 และเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือที่ของเมกา ปกป้องอ่าวเปอร์เซีย โดยมีทหารเมกาตั้งเป็นกองเรือที่6อยู่ค่ายโดฮา(Doha Camp)ถึง10,000คน) และมีบ่อแก้สธรรมชาติร่วมหลุมใหญ่ที่สุดกลางอ่าวเปอร์เซียหลุมเดียวกันอิหร่าน หัวหน้าศัตรูสำคัญของพวกลิทธิชีไอท์หรือเฃีย(Shiite or Shia) และขับเคี่ยวกับซาอุดิอาเรเบียและกลุมอาหรับซุนนี่(Sunni)ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ต่อมาการ์ตาเริ่มมีการปรองดองลับๆกับอิหร่านเพราะรายได้หลักของทั้งสองประเทศมาจากการส่งน้ำมันและก้าสต่อยุโรป และเป็นสาเหตุหลักในสงครามซีเรียทางผ่านท่อแกสสู่ยุโรปของทั้งสองประเทศนั่นเอง สงครามซีเรียจึงไม่จบซะทีเพราะมีเจ้ามือใหญ่ทั้งสองฝ่ายคอยให้ความช่วยเหลือนับจากรัสเซีย-เมกา-เนโต-เตอรกี-อิหร่าน-อิรัค และซาอุดีอาเรเบียกับการ์ตา   ตอนนี้คูเวตกำลังพยายามใกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ ยังไม่รู้จะทำได้ไปถึงไหน อีกไม่กี่วันก็คงจะทราบว่าะไปได้แค่ไหน   สำนักข่าวหลายแห่งพยายามทำนายและวิพากย์ว่าคงทำให้เมกาปวดหัว เพราะเมกามีผลประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ เมกาขายระบบเรดาร์จรวดต่อต่านจรวดทาดด์(THAAD)และใช้ปราบเครื่องบินหลายยูนิต(units)ให้การ์ตาเป็นชาติแรก สนนราคา$14 billionซึ่งไม่มีใครกล้าใช้เงินในทางอาวุธป้องกันตัวเองมากไปกว่านี้
ข่าวใหญ่ตอนนี้ ผู้นำเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียตนามกำลังเป็นผู้นำเอเซียคนที่สองไปพบปธน.ทรั้มฟ์และขอซื้อระบบอาวุธต่างๆสูงถึง$5.58 billion มากกว่าใครในเอเซีย มากกว่าไต้หวันรวมทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่าเวียตนามซึ่งกำลังมั่งคั่งมหาศาลหลังสงครามมา42ปี ได้นำประเทศพัฒนาไปทุกด้าน รวมทั้งกิจการทางไฮเทคได้อย่างรวดเร็ว  และนี่อาจเป็นสาเหตุหลักที่อ.ส.ส.ท ถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีจากเวียตนาม ภูมี้และคนไทยก็ร่วมลงทุนมากในเวียตนาม เพราะเป็นที่ขัดต่อความก้าวหน้าที่กำลังราบรื่นและสุดยอด(robust growth)ในทางเศรษฐกิจอย่างที่เวียตนามไม่เคยฝันมาก่อน
ขณะนี้เช่นกันผบ.กองทัพบกภาคแปซิฟิกของเมกาพลเอกบราว(General Robert B Brown)ก็กำลังเยือนไทย เห็นกำลังตรวจแถวกองเกียรตืยศกับผบ.ทบ.ในนสพ.บางกอกโพสต์ และมีโปรแกรมไปเยี่ยมเยียนทัพภาค-1 และศูนย์ทหารราบที่-31ลพบุรี ชี้ให้เห็นว่าเมกายังสนิทแนบแน่นกับฝ่ายอำมาตย์เปรม-สุรยุทธอย่างมาก คาดว่าเมกากำลังเคลื่อนย้ายกองกำลังเพื่อเปิดฐานทัพเก่าๆในไทยนอกเหนือไปจากสัตหีบ อู่ตะเภา แหลมฉบัง สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต(กรุยทางให้พวกดีเอโกการ์เซีย-Diego Garcia)ต่อกองกำลังเมกาในมหาสมุทร
อินเดีย  คาดว่าสงครามใหญ่ที่อาจกลายเป็นสงครามทั้งร้อนในคาบสมุทรเกาหลีและสงครามเย็น(สงครามประสาท)กับปัญหาทะเลจีนใต้กับจีน ซึ่งเมื่อสองวันก่อนพลเอกเจมส์ แมททิส รมต.กลาโหมเมกาได้ประกาศต่อโลกที่สิงค์โปร์ ว่าจีนไม่ได้เป็นเจ้าของเกาะต่างๆที่จีนเข้ายึดไป7-8เกาะ และตั้งฐานทัพอยู่ เมกาอาจจะวางแผนเตรียมกวาดปัญหาทางทหาร จากคาบสมุทรเกาหลีสู่ทะเลจีนใต้เวลาเดียวกัน เพราะทรั้มฟ์เป็นนักเล่นโปกเกอร์ตัวยง เขาเป็นนักต่อรองตัวฉกาจ และมีความสามารถสูงในการสร้างความขัดแย้งทุกชนิดให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง  เป็นที่รู้ว่าเขาเป็นเจัาของกิจการต่างๆบนความขัดแย้งรอบด้านในเรื่องงานก่อสร้างต่างๆ ให้ประสพความสำเร็จเป็นผลประโยชน์ให้ตัวเองได้ตลอดเวลา  แม้ตอนนี้รบ.ของเขาและโดยเฉพาะลูกเขยอาจถูกบังคับให้สละดำแหน่งในตึกขาว เพราะติดต่อลับๆกับรัสเซียหลายครั้ง และกำลังถูกเอฟบีไอสอบสวนอยู่ ในฐานะเป็นที่ปรึกษาของปธน.พ่อตาก็ตาม แต่ยังมองไม่เห็นทาง(ตอนนี้)ว่าเขาจะถูกถอดถอน(presidential impeachment)ง่ายๆ แม้อีก2วันอดีตผบ.เอฟบีไอ นายเจมส์ โคมี่จะให้ปากคำต่อสภาสูงว่าเขาถูกนายทรั้มฤ์ไล่ออกเพราะเขาถูกขอร้อง(โดยปธน.ทรั้มฟ์) ให้ยุติการสอบสวนเรื่องรัสเซียเข้าแทรกแทรงการเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายเมกาถือว่าเป็นการจงใจขัดขวางขบวนการยุติธรรม(violation of justice obstruction)  มีความผิดต่อรัฐธรรมนูญของเมกา และปธน.ก็ต้องถูกลงโทษทางกฎหมายหากฝ่าฝืนและหรือมีความผิด ปธน.ก็อาจถูกปลดจากตำแหน่งได้
การปดในเรื่องนี้จากพลโทไมเคิ้ล ฟลิ้นท์ที่ปรึกษาว่าไดัดอดพบทูตรัสเซียหลายครั้ง จนนายทั้มฟ์ต้องไล่ออกไปแล้ว หากสนใจโปรดเปิดรับฟังการสอบปากคำของสภาสูงเมกา (Senate Hearing)สำคัญครั้งนี่จากทีวีและอินเทอเนททั่วไปเวลา 1000โมงเช้า(Washington time) วันที่ 8 มิย.นี้เป็นต้นไป
เรื่องสุดท้ายที่จำต้องห่วงคือสถานะของอ.ส.ส.ท.ที่กำลังถูกพายุหนักเล่นงาน ถูกห้ามออกอากาศ(ใหม่)ที่จะโจมตีรบ.และสถาบันกษัตริย์ในกลาแลนด์ได้อีก ตามข่าว(แว่วๆ)ว่าทีมได้ถูกออกจากเวียตนามและลาวแล้ว และตอนนี้อยู่เขมร แต่เพราะสมเด็จฮุนเซ็นกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้าอีกครั้ง หลังจากเขาอยู่ในอำนาจมาถึง32ปีแล้ว  คะแนนนิยมในตัวเขากำลังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง นี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ยูธูปประเทศแถบนี้ไม่กล้าออกอนุญาต ให้มีเสรีภาพในการออกอากาศของอ.ส.ส.ท.หลังถูกปิดเมื่อวันที่ 9พค.คือ28วันมาแล้ว เพราะปฏิญญาของกลุ่มประเทศอาเซี่ยนเขาจะไม่แทรกแทรงเรื่องปัญหาภายในของกันและกัน ได้แต่เป็นห่วงว่ากลุ่มอ.ส.ส.ท.จะถูกลากกันไปถึงไหน?
แต่ได้ภาวนาขอให้เพื่อนๆโชคดีและปลอดภัยเสมอ

http://www.bangkokpost.com/news/asean/1 … th-vietnam

https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q … l5HylaiZjA

http://www.bangkokpost.com/media/conten … A2573F.jpg


..."เสียรู้เร่งดำรงความสัตย์ไว้นา
..เสียสัตย์อย่าเสียสู้    ชีพม้วยมรณา
.....สหายพึงเชื่อ   "มรณาแน่หากขาดสัตย์"
คนในประเทศสารขัณฑ์หมดชื่อ..กลายเป็นตอแหล-กลาแลนด์..เพราะไม่มีสัตย์ใดๆเหลือในแผ่นดิน ฉันใดก็ฉันนั้น
การอมพะนำของอ.ส.ส.ท.จะถูกแปลว่าเป็นเลิศนัย  จะทำลายทุกอย่างที่พวกท่านฝัน และได้ใช้ความพยายามทำงานอย่างหนักมานาน และพลอยนำเอาความหวัง
ของมวลชนผู้ศรัทธามากมายล่มสลาย ไปกับความ"ไม่กล้ายอมรับในปัญหา"ของพวกท่านไปด้วย
นักปฏิวัติต้องกล้าพูดให้เป็นภาษาที่ชัดเจน ยอมรับในสิ่งผิดพลาด...ประชาชนก็จะไม่หนีไปจากท่าน
มิฉะนั้นก็คงสุดแสนเสียดายที่เคยศรัทธาและไว้วางใจ พวกท่านก็จะมลายอย่างสุดอัปยศ เหมือนนักปฏิวัติจอมปลอมไทยจำนวนมากมาย..
...เพียงอีกไม่นานก็จะเห็นความวิบัติมาถึง
การปฏิวัติต้องอยู่บนพื้นฐานความสัตย์ซื่อ กล้าหาญ ที่จะรับใช้มวลชนและประเทศ..จนแม้จำต้องเสียสละชีวิต ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
ก่อนถูกประหาร ครูครอง จันดาวงศ์ตะโกนก้อง"อย่างกล้าหาญ".....เผด็จการณ์จงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ
อ.ส.ส.ท.ที่รักพวกท่านกำลังหลงทาง เสียขวัญ และขาดความ"กล้าหาญ"ที่จะตัดสินใจ กล้าประกาศต่อโลกว่าหนทางการต่อสู้ขณะนี้มีปัญหา..การอมพะนำด้วยการตัดต่อ
เสริมแต่งการกระจายเสียงจากคลิบเก่าๆสลับกันไปมา จะยิ่งเพิ่มความสับสนฉงนใจต่อแฟนคลับและผู้สนับสนุน....เป็นอันตรายอย่างยิ่ง

Last edited by amdang (June 16, 2017 9:41 AM)

Offline

#559 June 6, 2017 11:01 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ด่วน น้องแยม-ขุนทอง-ลุงสนามหลวงเปิดอกความจริงที่อ.ส.ส.ท.กำลังถูกบีบให้ปิดสถานี
กรุณาเข้าชมด่วนก่อนคลิบนี้ถูกลบ

ขอทุกคนปลอดภัย วันหน้ายังมีใหม่ เอาชีวิตให้รอดวันนี้ก่อน
ขอให้ทุกคนโชคดี  เราจะคอยฟังข่าวจากพวกคุณในรูปแบบใหม่ในเร็ววัน
หัวใจและความห่วงใยของเรา....อยู่กับพวกท่านตลอดไป

Last edited by amdang (June 6, 2017 11:09 PM)

Offline

#560 June 11, 2017 3:02 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 933

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ยุทธวิธีของอ.ส.ส.ท.อาจทำให้ขบวนการปฏิวัติล้มเหลวหมดรูป

ขออณุญาตเพื่อนๆที่จะวิภาคย์เรื่องยุทธวิธีของอ.ส.ส.ท.ที่คิดว่าน่าจะนำมาถึงความวิบัติ เหมือนแมลงเม่าบินเข้าสู่กองไฟสู่กับดักที่คสช.ได้วางให้อ้ายเหน่งเรือเหาะ(และไม้จิ้มผีจีที200) ควบคุมมหาดไทยอย่างมีผลยิ่ง ต่อการปราบปรามและต่อต้านผู้กระด้างกระเดื่องรอบประเทศที่จะนัดกันลุกฮือทั่วประเทศวันเผาศพอ้ายบอดวันที่ 26ต.ค. ตอนนี้อ้ายเหน่งเตรียมตั้งผวก.ฝ่ายทหารกำกับฝ่ายผวก.ปกครองให้มีการประสานงานควบคุมอย่างได้ผลยิ่ง เพราะการลุกฮือในแต่ละต่างจังหวัด ก็จะมีกองทหารมณทลทหารบกเรียงรายเกือบทุกจังหวัดพร้อมจะใช้กำลังทางอาวุธอยู่แล้ว บวกกับทางมหาดไทยที่มีพวกอส.และตำรวจท้องถิ่น บวกตชด. เสริมโดยกอรมน.ตั้งแต่จากส่วนกลางสู่เอเย่นต์(สายลับ)ที่แฝงอยู่ในท้องถิ่นทั่วไปเป็นเหมือนกล้องส่องทางไกล(binoculars) ที่ใช้ได้แลเห็นเป้าหมายชัดเจนแม้ตอนกลางคืน(starlight scope)
อ้ายเหน่งเป็นสามเสือที่ทรงอิทธิพลของคมช.และร่ำรวยเงียบๆมหาศาลมาตลอด 3ปีที่ผ่านมา หมอเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆก็จัดการเชือดไก่ให้พวกลิงดู โดยย้ายด่วนแบบถอนรากต่อพวกมหาดไทย เช่นผวก. นอภ. ปลัดอภ. ตร.ท้องถิ่น และ ขรก.ที่มันไม่ชอบหน้า เพียงไม่กี่รายพวกมหาดไทยและขรก.กระทรวงใดๆทั้งหลายในเขตภูมิภาค ก็ล้วนหมอบราบคาบแก้ว กราบตีนมันโดยดีปราศจากเสี้ยนหนามอีกต่อไป  ผลงานเรื่องการหยั่งประชามติต่อรัฐธรรมนูญคราวที่แล้ว ที่พวกพรรคพท.และพวกเสื้อแดงพากันเยาะเย้ยว่าจะไม่ผ่าน ก็ผ่านไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ จังหวัดไหนที่ผลออกมาแย่มันก็เล่นงานผวก. นายอำเภอ และขรก.อีกเป็นการตบท้ายการมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ว่าทุกอย่างเรื่องเลือกตั้งและมวลชนต้องอยู่ในอาณัติมัน ส่วนพวกทำงานมีผลก็ได้พิจารณาบำเหน็ดให้ได้ดีมากขึ้นตอบแทน  ด้วยยุทธวิธีและเครือข่ายง่ายๆแบบนี้แต่รู้จักทำงานให้มีผล เขาจึงเป็นจ้าวแห่งอำนาจคลุมทั่วประเทศ อย่างยากที่ใครจะเทียมทันในยุคทมิฬนี้
ส่วนอ.ส.ส.ท.ประกาศและโฆษณาการจัดตั้งรวบรวมพวก"ล้มเจ้า" ในทุกจังหวัด โดยไม่เน้นส่วนกลางคือกทม. ว่าเมื่อถึงเวลาลุกขึ้นสู้โดยเฉพาะวันเผาศพอ้ายบอด ก็ให้พวกนักต่อสู้ที่ไม่เอาเจ้าออกมายึดศาลากลางหรือจุดสำคัญของจังหวัดนั้นๆ มีการพูดกันหลายคลิบให้ใช้วิธีนี้

ต้องยอมรับว่าการจัดตั้งของอ.ส.ส.ท.นั้นหละหลวม จะหาตัวเลขผู้เข้าร่วมยังไม่ได้ และทีสำคัญคือคุณภาพของสมาชิก และขวัญกำลังใจที่มีส่วนสำคัญมากต่อการออกมาเสี่ยงลุกขึ้นสู้  ลุงสนามหลวงบอกว่าเรา"จะกระทำการต่อสู้อย่างฉับพลันทันที แบบไม่ต้องเงื้อง่าราคาแพง..อย่าให้ศัตรูรู้ตัว"   ก็เลยอดเอามาขบคิดอยู่หลายวันหลายตลบ และตกใจว่าพวกเราจะสูญเสียมากมายแน่นอนในที่สุด เปรียบเสมือนฝูงแมลงหวี่ใจกล้าพากันบินเข้าโจมตีกองไฟ และหากเกิดการสูญเสียระดับนี้จากน้ำมือเผด็จการณ์แบบอ้ายเหน่ง ที่เหี้ยนกระหือจะสอน"นักปฏิวัติล้มเจ้าพวกนี้"  ให้พิการไปตลอดจนหมดรูปที่จะสามารถนำคนไปต่อสู้ได้อีกต่อไป  ผู้คนจะเข็ดหลาบที่ประสบกับความย่อยยับเพียงการลุกขึ้นสู้เพียงครั้งแรก....นี่หรือคืออดีตผู้นำผกค.ที่เคยโรมรันพันตูมากับทหารมาหลายครั้งพึงจะปฏิบัติ?  ทำไมเลือกทางเสี่ยงอย่างนี้?  ทำไมไม่คิดสะสมชัยชนะทีละเล็กทีละน้อย โดยการมุ่งสู่การทำลายเป้าหมายอ่อน(soft target)ที่ป้องกันตัวเองไม่ได้มากนัก  และได้รับชัยชนะยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ผดุงให้นักปฏิวัติมีกำลังใจในการต่อสู้ฮึกเหิมมากขึ้นตลอดเวลา แทนที่จะหวังว่าผู้คนจะลุกขึ้นมืดฟ้ามัวดิน"ทันทีทันใด" ซึ่งน่าจะเป็นรูป"นิยายบังเอิญ"แบบหนังไทย หนังอินเดีย และนิยายของหลวงวิจิตรฯ กรมพระยาดำรงฯ ฯลฯ ที่ทำให้เราเจ็บปวดที่มาทราบหลายสิบปีต่อมา ว่าล้วนเป็นเรื่องในฝัน...ตั้งแต่พระมาลาเบี่ยง...การชนช้างกับมังกะยอชะวาที่ดอนเจดีย์(กลายเป็นวันเกิดทบ.ไทย) ..พลายภัทตะกอ...นายแท่น-นายดอก-นายอินทร์-นายเมือง-ขุนสรรพ์-พันเรือง-นายทองแสงใหญ่-นายจัน หนวดเขียว....ย่าโม...ท่านเทพกษัตริย๋ตรี/  ฯลฯ 
...โอสุดที่รัก อย่าทำให้นึกความอับอายได้อีกต่อไปอีกเลย  นี่หรือนักปราชญ์ไทย?   เพื่อนๆกรุณาเห็นใจนะที่ย่อมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อทราบว่า ตัวถูกหลอกแหกตามาเกือบตลอดชีวิตด้วยเรื่องพวกนี้
ท่านจะยังเชื่อหรือว่าคนในกลาแลนด์(ที่ขวัญหนีดีฝ่อคุมสติสตังแทบไม่ได้ไปทั้งประเทศขณะนี้) และที่กำลังถูกจัดตั้งจากอ.ส.ส.ท. จะลุกขึ้นสู้กับศัตรูมีฝีมือเยี่ยม เยี่ยงเช่นชาวบ้านบางระจันเคยทำกันมา? น่ากลัวจริงว่าผลจะออกมาอย่างไร?
เรื่องเป้าหมายอ่อน(soft target)ที่หากใช้เป็นกิจกรรมประจำวัน เพื่อสั่งสมชัยชนะน่าจะดีกว่า เช่นทำใบปลิวสั้นๆ ภาพกาตูนน์ตลก เขียนกำแพง เขียนรถเมล์ เขียนห้องน้ำสาธารณะ การเผารูปต่างๆ..ซุ้มเล็กแล้วไต่เต้าไปสู่ซุ้มใหญ่ ซึ่งอ.ส.ส.ท..อ้างทำสำเร็จเพียง 1 ซุ้มเท่านั้นตั้งแต่ตั้งองค์การมา5เดือนกว่ามาแล้ว ซุ้มในประเทศกลาแลนด์อาจมีถึงกว่าสองแสนแห่ง ทำกิจกรรมง่ายๆชนิดนี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะไปทำเรื่องล้มเจ้า-ล้มทหาร-ตำรวจ-และจนท.จำนวนล้านกว่าคนทั่วประเทศ ที่ทุกคนมีเงินเดือนเลี้ยงครอบครัว ขนาดนายพลธรรมดาเงินเดือนคนละแสนกว่าบาท/เดือน ขรก.และครอบครัวอยู่กินกันอย่างสนุกสบาย ได้อย่างไร?
น่าจะพิจารณากุศโลบายที่แยบยลกว่านี้นะคะอ.ส.ส.ท.
ตัวอย่างพวกไอซิสนั้นมีพลากรคนมุสลิมระดับเยี่ยมทั่วโลกเป็นแนวร่วม ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งทางทหาร  จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย ผู้ที่เชี่ยวชาญ การเงิน การธนาคาร การตลาด(การจัดหาเงิน/บุคคล) นักวิทยาศาสตร์ การสื่อสาร มีเวปไซด์ตัวเองหลายประเทศ การโฆษณาและจัดหากำลังคนเข้าร่วมรบ(ต้องมีเงินเดือนให้)  แนวร่วมมากมายข้ามประเทศ ฯลฯ ช่วยวางแผน และมุ่งยึดตำบลที่มีบ่อน้ำมัน เพื่อสูบน้ำมันออกขายทันทีในตลาดมืด ฯลฯ   ของกลาแลนด์ก็ควรนึกถึงบ่อทองคำหลายแห่งที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งน้ำมัน/แก๊ส และเส้นทางการหาเงิน(เช่นทำเสื้อยืดขาย ดังที่อ.ส.ส.ท.เคยคิด เคยเสนอให้ทำเป็นรูปกิ๊บชอบ ฯลฯ)เพื่อช่วยสงคราม เพราะข้าเจ้าไม่เคยเชื่อว่าประชาชนลุกขึ้นสู้จนพวกเจ้าหนีแล้ว (พร้อมกับฝ่ายทหารแตงโมจะช่วยกดดันด้วย) แต่นักปฏิวัติกลาแลนด์จะทำอย่างไรกับปัญหา"ยวนซีไขเฉลิมชัย สิทธิสาท"  หรือ"ยวนซีไขอภิรัตน์ คงสมพงษ์" หรือผู้ถืออาวุธ ฯลฯ  เพราะผลสุดท้าย หรือสงครามปฏิวัติสุดท้ายคือต้องรบกับจปร.ไทยอย่างแน่นอน ...มีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะได้มีรบ.เป็นประชาธิปไตยได้ แต่หากคิดว่าเพียงลมปากหลังไมค์หลงตัวเองเป็นแบบขงเบ้ง ที่ใช้ลิ้นเพียงสามนิ้วไปยุซุนกวนให้รบกับทัพมหึมาของโจโฉจะแก้ปัญหาประเทศได้ ก็ขอสวรรค์โปรดเมตตาเห็นใจพวกแมลงหวี่ด้วยเถิด

Last edited by amdang (July 16, 2017 8:45 PM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.