iFreeThai

#81 July 26, 2015 1:20 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ย้ายมายังไม่หมด ยังมีต่อ
ผมจะค่อยฯทยอยย้ายมา จนหมด ก่อน เว็ป จะปิด ลง

Offline

#82 July 26, 2015 8:43 PM

LOCOMOTION
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 172

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม


.. ผมพยายาม กดไลค์ .. แต่กลับขึ้นข้อความแบบนี้ตลอดครับ


Info

Bad request. The link you followed is incorrect or outdated.

Go back

Offline

#83 July 29, 2015 1:18 AM

beginagain
Member
Registered: July 21, 2015
Posts: 36

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม


เข้ามาทักทายท่านเจ้าของกระทู้ และแจ้งว่าผมตามเข้ามาแล้วครับ

Offline

#84 July 29, 2015 4:07 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 748

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

LOCOMOTION wrote:


ขอบพระคุณทั้งสองท่านครับ ที่ทำให้พวกเราได้กลับมาพบกับข้อมูลดี ๆ ที่มีคุณค่าต่อประชาคมโลก

ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่เจ้าคะ คุณLOCOMOTION  ข้าเจ้าและเพื่อนกำลังรวบรวมข้อมูลและข้อความ จะพยายามจัดพิมพ์เรื่องสงครามทุ่งไหหินที่เคยเสนอในเวปไอเอฟแดงดีดีแห่งนี้ เป็นเล่มย่อมๆสักเล่มหนึ่ง   แต่ยิ่งเขียนก็ยิ่งบานปลาย และเพื่อนเจ้าของเรื่องจริงๆในตอนนั้นและข้าเจ้ารวมทั้งคุณสามี กำลังหาทางไปเยือนเชียงขวางและซำเหนืออีกสักครั้งเพื่อนำรูปภาพเก่าๆมาเทียบกับปัจจุบัน แม้มันจะเลยเวลามาสี่สิบห้าปีกว่ามาแล้วก็ตาม  แต่ความทรงจำและความระทึกใจยังเหมือนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน
อีกทั้งเรื่องละเอียดของพี่ชายแท้ๆของข้าเจ้า รวมทั้งเพื่อน 4-5 คน ที่ข้าเจ้าได้เจอะเจอในอุดร หนองคายและเวียงจันทร์ แฝงไว้ทั้งรักและเศร้า มารวมไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย โปรดคอยติดตามนะเจ้าคะ
ขอบพระคุณที่คุณได้เข้ามาให้กำลังใจ และหวังว่าคงได้พบกันอีกน๊ะเจ้าคะ เสียดายที่ต้องจากบ้านเก่าที่แสนรักไปในอีกสองวัน แต่ก็ดีใจและตื่นเต้นมากที่เพื่อนเก่าๆหลายท่านได้เข้ามาร่วมงานกันอีก ขอฝากเพลงลาวเป็นที่ระลึกถึงความหลังเจ้าคะ
จากเพลงไทยดำรำพัน............  เฮือนเคยอยู่ อู่เคยนอน ต้องจรจำลา
พรากไฮ่ พรากนา นํ้าตาไทยไหล
.........จงฮักกันเด้อ ไทยดำ(แดง)เฮาหนา 
 

Offline

#85 July 29, 2015 4:23 PM

amdang
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 748

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

beginagain wrote:


เข้ามาทักทายท่านเจ้าของกระทู้ และแจ้งว่าผมตามเข้ามาแล้วครับ

สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านbeginagain

ดีใจมากมายที่ได้เจอแฟนอ่านที่คงทนเช่นท่าน ในคฤหาศน์อันลึกลับและสวยงามแห่งนี้
ข้าเจ้าหลงทางอยู่เป็นนาน จะตอบเป็นส่วนตัวใต้โพสต์ของท่าน ก็ยังทำไม่เป็น คือทำแล้วหายเจ้าค่ะ
เลยต้องพยายามอีก คิดว่าคงจะเหมือนเดิมในอีกไม่นานมังเจ้าคะ

กำลังใจจากท่าน และจากแฟนอ่านทุกๆท่าน ทำให้ข้าเจ้ามีพลังมหาศาล ทำให้ความคิดลื่นไหลโดยไม่รู้เหนื่อยตลอดมานะเจ้าคะ

ขอบพระคุณเป็นล้นพ้นเจ้าค่ะ
AmDang

Offline

#86 July 31, 2015 6:02 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอบคุณ คุณRed Eagle ที่เข้ามาทักทายเหมือนเดิม
อดที่จะเปรียบตนเองเป็นแม่ค้าดอกไม้ ขายพวงมาลัยดอกมะลิที่หอมกรุ่น พอวางหาบดอกไม้ลง ก็มีแฟนๆลูกค้าเก่าแก่เข้ามาซื้อและทักทายอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
การร้อยพวงมาลัยดอกมะลิ ต้องสรรหาดอกที่ใหญ่ กลิ่นหอมจึงจะทนทาน ไม่เหี่ยวเร็ว เก็บไว้ได้หลายๆวัน แห้งแล้วก็ยังหอมหวลไม่รู้จาง
ฉันใดก็ฉันนั้น การเขียนของข้าเจ้าก็เช่นเดียวกับการร้อยพวงมาลัยดอกมะลิ พิถีพิถันค้นหาเนื้อความที่จะช่วยสร้างสรร
ประดับความแปลกใจให้ผู้อ่านได้มีจิตบรรเทิงหรรษา
สมบูรณ์ด้วยความน่ารู้ที่ไม่อยากให้เบื่อ คอยตามอ่าน
ย้อนกลับมาอ่านอีกเมื่อคิดถึง ข้าเจ้าจะพยายามยี่งขึ้นเสมอ

:rose:ข้าเจ้าจึงขอขอบคุณคุณRed Eagle
และแฟนอ่านทุกท่านมาอย่างสูงที่ตามอ่านมาอย่างต่อเนื่อง นะเจ้าคะ

การตามหาอาสันต์ของคุณ Red Eagle นั้น
ข้าเจ้าคิดว่าอีกไม่นานอาจจะมีแฟนอ่านจากพี่น้องลาวติดต่อมาหาคุณแน่นอน
อาสันต์ได้เปลี่ยนชื่อเป็นนามอื่นบ้างไหม
มีรูปของท่านเอามาลงก็จะช่วยได้เร็วขึ้นนะเจ้าคะ
ไม่งั้นคุณต้องไปที่แขวงสารคาม ไปถามป้าดำดูอย่างที่คุณแม่ของคุณบอกกล่าว
ขอให้คุณโชคดีและสมหวังเจ้าค่ะ....:redgirl:

Offline

#87 July 31, 2015 6:02 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

แรงใจที่คุณForesterส่งมาให้ ช่างมีอานุภาพจรุงใจมากมายในการกระตุ้นให้ข้าเจ้ามุมานะเขียนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อเจ้าค่ะ

ข้าเจ้าอยากจะเก็บเรื่องราวของข้าเจ้าเอาไว้ช่วงสุดท้ายของ "ครั้งแรก...!!!" แล้วกันนะเจ้าคะ ปรกติหนังสือทุกเล่มมักจะเกริ่นชีวะประวัติของนักเขียนไว้แผ่นข้างหน้าแรกๆ ของเล่ม แต่เรื่องนี้ข้าเจ้าจะขอเอาไปไว้บนแผ่นสุดท้ายแล้วกันเจ้าค่ะ ขอบอกเล่าไว้นิดนึงว่าอำแดงเป็นลูกสาวชาวภูไท เชิงเขาภูพาน เทือกเขาที่มีนักสู้เพื่อประชาธิปไตยหลายท่านในประวัติศาสตร์ของไทย เทือกเขาที่มีเสือโคร่งออกมาล่าวัวในทุ่งนาใกล้หมู่บ้านติดกับโรงเรียนประถม ที่ข้าเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในขณะนั้น(ป.2) เป็นถิ่นที่ทุรกันดารมากเจ้าค่ะ

เรื่อง "พลัดถิ่น" จะบรรจุเรื่องสาวภูไทผู้นี้ อย่างละเอียด อย่าเพิ่งเบื่อและกรุณาอดใจคอยติดตามอ่านนะเจ้าคะ

ขอบคุณ คุณForester ที่เป็นแฟนอ่านขาประจำมาตลอด เป็นปลื้มมากๆที่ได้รับคำติชมรวมทั้งคำถาม และต่อเติมเกล็ดเล็กๆน้อยๆ มาปรุงแต่งทำให้เรื่องราวเข้มข้นยี่งขึ้นเจ้าค่ะ

โปรดเข้ามาทักทายบ่อยๆนะเจ้าคะ......

Offline

#88 July 31, 2015 6:03 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Hong Kong(3)

แม้การประท้วงกำลังวายลง แต่ก็ยังมีคนประท้วงนั่งบนถนนประปราย
ฝ่ายรัฐบาลกลายเป็นต่อ
ที่สัญญากับเด็กนักเรียนว่าจะเปิดการเจรจากันวันนี้ที่ 10 ตุลาคม 2557 อย่างเป็นทางการ รบ.ฮ่องกงทำท่าว่าจะเบี้ยวเสียแล้ว นางแครี่ แลม ออกมาแถลงฉอดๆว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆหากยังมีผู้ประท้วงบนถนนซึ่งเป็นการผิดกฎหมาย(illegal action)อยู่ นสพ.ปักกิ่งระดมการใช้คำว่าการเดินขบวนนั้นผิดกฎหมาย(illegal)ทุกวัน วันละหลายครั้ง เรียกว่าเป็นการยุยงให้นางแครี่แลมจะได้ขี่แพะไล่ผู้ประท้วงนั่นเอง ไม่รู้ว่าผิดกม.ฮ่องกงตรงไหน เพราะจีนกับอังกฤษตกลงเซ็นต์สัญญาปี1985ว่าจะให้มีการปกครองตัวเองแบบ ตอนอยู่ภายใต้อังกฤษได้อีก 50 ปี
และกฏหมายพื้นฐาน(Basic Law) ก็ระบุเสรึภาพการเลือกตั้งอย่างเสรี ประชาชนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นกันได้ในที่ชุมนุมที่มีความสงบปราศจากอาวุธ ตัวนายซิวาย เลืองก็เป็นประธานคณะกรรมการร่างกฏหมายพื้นฐาน(Basic Law)ฉบ้บนี้เมื่อตนมีอายุเพียง34ปี คนฮ่องกงได้แต่สงสัยว่านายซิวาย เลืองได้ร้บการเลือกเข้ามาสู่ตำแหน่งสูงนี้ได้ง่ายๆแบบม้ามืดอย่างไร ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนระดับสูงมาก่อน
ช้าก่อน..............นายคนนี้อาจได้เรียนรู้วิธีชเลียล์ของไทยมาจึงสามารถ ลัดวงจรก้าวขึ้นสู่อำนาจได้เร็วมากเพราะเขาเคยกล่าวประกาศก้องดังๆเสมอว่า "โลกทำไมไม่ให้รางวัลโนเบลแก่เติ้งเสี่ยวผิงผู้ปลุกยักษ์หลับคือจีนได้สำเร็จ และทำให้จีนประสพความสำเร็จทางเศรษฐกิจจนเป็นมหาอำนาจอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน แต่กลับให้รางวัลโนเบลแก่นักโทษทางการเมืองกระจอกอย่างนายเลียว ซีโบ(Liu Xiao-bo)แทน ซึ่งรบ.จีนปักกิ่งซาบซึ้งยินดีจากคำวิจารณ์ของนายซิวาย เลือง จนน่้าหูน่้าตาไหล แต่ปัญญาชนฮ่องกงยังมาดร้ายต่อการกระทำของเติ่งเสี่ยวผิงที่จตุรัสเทียนอัน เหมิน(1989) โดยใช้ทหารและรถถ้งเหยียบฆ่าผู้ประท้วงตายจนบอกตัวเลขไม่ได้ จำนวนคนถูกจับหมื่นกว่าคนเมื่อ25ปีที่แล้ว ซึ่งคนฮ่องกงถือว่าป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์
จีนปัจจุบันหันมามองคนฮ่องกงให้ละเอียดสักนิด เพื่อนๆจะเห็นว่าความเป็นคนจีนและคุณค่าความเป็นอยู่ของคนจีนและจีนอื่นๆ เช่นที่สิงค์โปร์ ใต้หวัน และคนจีนที่อยู่กระจัดกระจายอีกหลายประเทศ ต้องยอมรับว่าคนฮ่องกงเป็นคนจีนที่ศิวิลัยที่สุดในบรรดาจีนทั้งหลาย คนจีนฮ่องกงที่อพยพไปอยู่ที่อื่นๆ โดยเฉพาะที่แคนาดา และ ออสเตรเลีย คนจีนฮ่องกงเหล่านั้นได้นำทุนมาลงพัฒนาประเทศทั้งสองซึ่งมีที่ว่างเปล่าล้นเหลือมีคุณประโยชน์มหาศาล คนฮ่องกงรู้จักคุณค่าของชีวิตดี ได้ปากกัดตีนถีบ ร่วมสร้างบ้านที่แสนคับแคบจุคนกว่าเจ็ดล้านคนลงบนพื้นที่เพียง426ตารางไมล์ ตึกระฟ้าของเขาจึงมีมากและสวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง กลางคีนพวกตึกต่างๆจะเปิดเล่นไฟมีสีสรรค์ต่างสี ขนาด และลำแสงเลเซอร์ส่องข้ามฝั่งและสลับไปมาตามตึกสูงต่างๆ กรุณาดูในยูธูปจะเห็นงดงามมากกว่าจะพรรณา เขาจะเปิดไฟนี้โชว์นักท่องเที่ยว หลังพลบค่ำเพียงสิบนาทีก่อนผู้คนจะเดินเข้าโต๊ะดินเนอร์ตามร้านอาหารทุกวัน พร้อมทั้งกล่อมด้วยเพลงไปด้วย
ข้าเจ้าเคยเห็นการโชว์นํ้าและไฟนานมาแล้วครั้งหนึ่งที่เมกา ที่ซีเวิลด์-SEAWORLD เมืองซานดิเอโก้(San Diego) ที่สถานีการโชว์นํ้าของบริษัทน่้าสปาร์คเลด (Sparklette)ได้เห็นน่้าเต้นรำทุกฤดูไปตามตัวโน๊ตของทำนองเพลงไปด้วยสวยงาม เพราะพริ้ง ต้องตามเข้าไปดูอีกหลายรอบเพราะติดใจ แต่การโชว์ไฟของฮ่องกงขนาดใหญ่กว่ามาก ทั้งตึกสูง ท้องฟ้า ผืนนํ้าและผืนดิน เป็นความพยายามด้วยความสามารถ และร่วมกันลงทุนเพื่อเป็นโชว์เคสที่คนฮ่องกงภาคภูมิใจ น่าสรรเสริญยิ่ง คนฮ่องกงเขาสร้างบ้านเมืองของเขาเองอย่างพิถีพิถัน สวยงาม ถนนหนทางสะอาดสะอ้าน แม้แต่สนามบินเขาก็สามารถถมทะเลให้ทางรันเวย์ยื่นออกไปในทะเล เพราะแผ่นดินในเกาะฮ่องกงมีน้อยมาก
ด้วยความภาคภูมิใจ เขาอยู่ด้วยอิสระภาพเสรีภาพ เต็มไปด้วยความสุข ทุกคนร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใส และมีความหวังต่อวันพรุ่งนี้คือคติประจำใจและเป็นชีวิตของพวกเขาตลอดเวลา เขาจะไม่ยอมแลกกับอะไรทั้งสิ้นกับความเป็นจีนแบบจีนแผ่นดินใหญ่

ผลงานโบแดงที่โลกได้เห็นความพยายามของคนฮ่องกงนอกเหนือจากเรื่องตลาดการเงิน สต๊อคมาร์กเก็ต Hang Sang Index Stock Market (ฮ่างเส็งอินเด็ค)ซึ่งเป็นอันดับสี่ของโลก และใหญ่ที่สุดทางตะวันออก มีค่าราคาถึง$2.3 Trillionแลัว


ความภาคภูมิใจที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องการปราบคอรัปชั่นของเขา ติดอันดับชั้นนำของโลก(Independent Committee Against Corruption-ICAC-1974) ไปอ่านพบแล้วทึ่ง เขาปราบเสียเรียบโดยจับผู้กระทำผิดแบบไม่เลือกหน้าแล้วจำคุกตั้งแต่เอา อธิบดีกรมตำรวจ ตำรวจสอบสวน พวกศุลกากร ข้าราชการ นายธนาคารหน้าเลือดขี้โกง พวกขนเงินลับผิดกฎหมาย ความผิดทางการเงินและการธนาคาร ฯลฯ เขาต้องการสร้างชาติบ้านเมืองให้ก้าวหน้าให้ถาวร มันควรต้องเริ่มตั้งแต่จุดนี้ ข้าราชการของเขาจึงน่ารัก ขยันขันแข็ง สุจริตและมือสะอาด


จะเห็นได้ว่าการประท้วงคราวนี้ ระหว่างประจันหน้ากันบนถนนกับตำรวจพอดีฝนตกผู้ประท้วงคนหนี่งมีเสื้อกันฝน บางใสคลุมทั้งหัวและตัว แต่กลับกางร่มตัวเองให้ตำรวจที่ไม่มีเสี้อฝน ทั้งนํ้าฝนและเมล็ดฝนโชกเต็มไปทั้งใบหน้าตำรวจผู้นั้น ภาพนั้นสวยงามเหลือเกิน มิน่าพอตำรวจยิงแก๊สน่้าตาใส่วันแรก พวกเด็กที่ประท้วงต่อว่าตำรวจกันขรมเหมือนต่อว่าญาติหรือพี่ชาย ความเห็นอกเห็นใจของผู้ประท้วงและตำรวจผู้จำต้องออกมาขัดขวาง ช่างมีไมตรืต่อกันน่าชื่นใจ มีแต่การผลักใส่กันไม่ทำร้ายกัน(scuffling) ระวังปักกิ่งจะจัดเอาพวกทหารชุดปราบจตุรัสเทียนอันเหมิน หรือจ้างพวกทหารไทยราบ-11มาปราบแล้วกัน กลัวหลายๆ................
ส่วนที่จตุรัสเทียนอันเหมินผู้ประท้วงก่นด่าพวกทหารแลัวลำเลิกบุญคุณเช่นนักศึกษาท่านหนึ่งต่อว่า... ยังจำได้ไหม ...กว่าปฎิวัติจะเสร็จพวกเราประชาชนต้องทำนาเลี้ยงท่านมาตลอด ท่านประธานเหมาไม่ลืมแน่ ส่วนพวกท่านลืมบุญคุณพวกเราเสียแล้ว(เพราะเติ้งกับเหมาไม่ถูกกัน เหมาปลดเติ้งไม่ให้มีตำแหน่งใหญ่ถึงสามครั้ง นายกโจเอนไลต้องมาร้องขอตำแหน่งให้คืนทุกทีเพราะเขาทั้งสองเป็น เสี่ยว(เพื่อน) กันตอนเป็นนักเรียนที่ฝรั่งเศสด้วยกัน รู้แต่ว่าเติ้งทำกับแกล้มเก่งมากและโจเอนไลชอบคอนยัค เขาทั้งสองเหมือนพี่และน้องตอนเป็นกะเหรี่ยงด้วยกันในปารีสสมัยนั้น) ตอนเหตุที่จตุรัสเทียนอันเหมินนั้นเหมาและโจเสียชิวิตแล้ว เติ้งผู้กล้าทำจึงต้องตัดสินใจแม้จะเป็นรอยด่างต่อประวัติศาสตร์โลก อย่างอภัยให้ไม่ได้ จึงทำให้ผู้คนเป็นห่วงคนฮ่องกงครั้งนี้......
ข้าเจ้าจะตามข่าวมาเล่าอีกนะจ๊ะ

เพื่อนๆกรุณาอย่าลืมที่จะไปต้อนรับศพและทำบุญส่งวิญญานต่อวีระบุรุษของประเทศไทย
" พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย "ด้วย ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

Offline

#89 July 31, 2015 6:03 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ฮ่องกง 4

ข้าเจ้าต้องขออภัยแก้ไขข้อผิดพลาดเกี่ยวกับสภาของฮ่องกงมี 1,200คนที่เลือกซิวายเลืองด้วย689 คะแนน ความจริงเป็น "สภากรรมาธิการเลือกตั้ง" ไม่ใช่"สภาแห่งชาติ"ของจีนที่มีสมาชิกทั้งหมด2,987คน และนายซิวายเลืองเคยเป็นประธานคณะกรรมการของที่ปรึกษา(President of Consulting Committee to legislate the Basic Law Drafting) การบัญญัติเบสิคลอว์(Basic Law)ของฮ่องกงไม่ใช่เป็นประธานสภาผู้เลือกโดยตรง


ข่าวล่าสุดวันนี้ 12 ตุลาคม 2557 คือทาง รบ.จีนปักกิ่งยืนกรานต้องเป็นกรรมาธิการ1,200คนที่จะเลือกเฟ้นผู้สมัครเป็น หน.บริหารฮ่องกงเช่นเดิมแต่จะให้จำนวนผู้เข้ารับเลือกมากขึ้น จำนวนผู้ประท้วงซึ่งกางเต้นท์บนถนนมีเหลืออยู่ประมาณร้อยกว่าคน และยังยืนกรานว่าไม่ยอมให้บุคคลเพียงคนเดียวคือนายซิวายเลืองมาทำให้ความเป็นอยู่อันมีค่าของคนฮ่องกงต้องมีอันจำต้องเปลี่ยนไป อีกข่าวหนึ่งทางการของจีนในเมืองปักกิ่ง กวางเจา เชนดอง และเมืองอันฮุยไม่ทราบจำนวนที่โปรการต่อต้านในฮ่องกงถูกจับกุมและกักกันโดยเจ้าหน้าที่ของจึน ไม่มีรายละเอียดและทราบชะตากรรมของคนจีนกลุ่มนี้แต่อย่างใดเพราะจีนปิดข่าวสารได้เหมือนประเทศเผด็จการทั่วๆไปขณะ นี้เกิดการก่อหวอดกลุ่มต่อต้านพวกนศ.เรียกตัวเองว่ากลุ่มบลูริปบอนท์(Blue Ribbons) ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการประท้วงที่เกิดขึ้น และเมื่อสองวันที่แล้วถูกตำรวจจับไป19คน แต่เริ่มแข็งแรงขึ้นมาอีก แต่ยังไม่เกิดปะทะกันในตอนนี้ การประท้วงในฮ่องกงยังไม่ยุติแม้ผู้ประท้วงจะน้อยลงแต่จะไม่จบลงง่ายๆ และทำความหนักใจอย่างมากทั้งรบ.ฮ่องกงและปักกิ่ง เพราะทั้งโลกจับตามองอย่างไม่กระพริบ


ส่วนของประเทศไทยเราเรื่องการจับแพะพม่าบนเกาะเต่า ทำท่าจะบานปลายน่าวิตกเสียแล้วแรงงานพม่าได้รวมตัวกันประท้วงหน้าสถานทูตไทยในญี่ปุ่น และหากแตะต้องใดๆในเรื่องพิธีศพจัดให้วีระบุรุษแห่งประชาธิปไตย ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย คงจะยิ่งใหญ่กว่าความงั่งของนายกไทยที่แสดงสันดารทหารใหญ่อย่างไทยๆแสดงความไม่พอใจจะทุ่มนักข่าวด้วยโพเดี้ยมเวทีวันก่อน คนไทยอายต่อความกักขระของอ้ายเหล่ไปทั่วโลก มิน่าโอบาม่าจึงยังไม่ประกาศแต่งตั้งทูตใหม่มารองรับตามประเพณี เขาเอียนระบบระยำนี้เต็มที

Offline

#90 July 31, 2015 6:03 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ฮ่องกง 5


ขอแก้ความผิดพลาด นายจาว ซีย่าง (Zhao Ziyang) ตอนจตุรัสเทียนอันเหมินนั้นไม่ใช่นายก รมต.แต่เป็นหน.พรรคคอมมิวนิสต์จีนตอนนั้น และได้เสียชีวิตแล้วในบ้านที่ถูกกักขังปี 2005 ขออภัยเจ้าคะ

เอาแล้ว........
ฝ่ายรบ.ฮ่องกงเริ่มใช้ตำรวจบุกเข้ารื้อสิ่งกีดขวางและเต้นท์ของผู้ชุมนุม โดยใช้ขวดอัดพริกแกัสน้ำ (pepper spray)
ก็มีการยื้อยุดกระชากกัน (scuffles)พอสมควรแต่ไม่ได้ใช้กระบองทุบตีหรือแก้สนํ้าตา ผลจะออกมาอย่างไรเดี๋ยวก็คงทราบ ฝ่ายผู้ต่อต้านสามฝ่าย(กลุ่ม) ได้เรียกร้องกองหนุนเข้ามาเสริม ฝ่ายกลุ่มม้อบบลูริปบิ้น (BlueRibbons)ก็คุมเชิงอยู่ใกล้ๆ ยังไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตายจากรายงานของเดอะการ์ดเดี้ยน (The Guardian) รายงานว่าพวกปัญญาชนในแผ่นดินใหญ่จีนที่สนับสนุนการเรียกร้องในฮ่องกงถูกจับถึงห้าสิบราย รวมทั้ง นายเกา ยูชาน (Guo Yushan)นักกวีมีชื่อมากของจืน ท่านผู้นี้เป็นนักต่อสู้ในเรื่องปชต. และสิทธิมนุษย์ชนผู้เคยให้การช่วยเหลือทนายตาบอด นายเช็น กวงเช็ง (Chen Guongcheng)หลบหนีไปอเมริกาได้สำเร็จเมื่อสองปีที่แล้ว
อีกทั้งเพื่อนรัก นายวัง แซง (WangZang)นักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งก็เพิ่งถูกตัดสินจำคุกเมื่อต้นปีนี้ 2014
ปัญญาชนของจีนพวกนี้เองที่รบ.จีนต้องคอยจับตามองอย่างใกล้ชิดตลอดมาเพราะฝ่ายตะวันตกหนุน
ตัวอย่างเช่นนายลิว ซีโบ (LuiXiaobo)ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแต่ตัวอยูในคุก (อองซานซูจีก็เช่นกัน)


ในจึนไม่มีคำต้องห้ามเยอะแต่หากเอ่ยเรื่อง ”จตุรัสเทียนอันเหมิน” เวปไซด์นั้นจะถูกปิดทันที
ส่วนของไทยเรานั้นคำต้องห้ามมีเยอะกว่าใครในโลก และอาจติดคุกนานและโดนซ้อมไปด้วย เช่นใช้คำต่อไปนี้: ลุงสมชาย...ป้าสมจิตร.... เหี้ยสั่งฆ่า...ไอ้ห่าสั่งยิง.... ลุงสั่งฆ่า...ป้าสั่งยิง... อากงสั่งฆ่า...อาม่าสั่งยิง...เพชรพระอุมา...เพชรสีนํ้าเงิน.....เพชรซาอุ
ไอ้อมเพชรเขา.... ไอ้บอด.... ไอ้ตาเดียว.... ไอ้ปลาวาฬ.... ไอ้ปากแดง
... คุณปรวยซ้อนตี้เฮด .... เจ้าของคอกม้า .... เจ้าของโรงงานปลากระป๋อง
.... เจ้าของโรงลิเก .... ถั่วปากอ้า ...เตื่อย....ไอ้สัตว์ฆ่าผัว ...ไอ้ขี้ห้าโล
....อ้ายยืนขาถ่างหุบไม่ลง ...ผมไม่หวีหไม่ล้าง
.อึ่งอ่างกินหมูเสตะสองร้อยไม้ด้วยไวน์อย่างดีขวดละห้าหกหมื่นมื้อละสามขวด
.... สิบแปดเหี้ยอารหันต์ ..... กูไม่รู้กูป่วย .... อีทองแดง
....เสี่ยโอ ...อ้ายซาดิสต์ ..... จ่าห้าว .....
อ้ายฆ่าตัดตอน...กลี่ยุค.......แม่นาค.............ฯลฯ
อีกหน่อยต้องเปลี่ยนพจนาณุกรมใหม่
คำพวกนี้ล้วนอันตรายอาจต้องมาตรา112ได้ทั้งนั้น
และชะตาชีวิตคุณก็พบจุดจบทันที......ไม่รู้มันจะทนอยู่กันอย่างนี้ไปได้นานสักเท่าไหร่?

Offline

#91 July 31, 2015 6:04 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Hong Kong 6

ในที่สุดการตั้งค่ายต่อต้านของผู้ประท้วงที่ตำบล แอตมิรอลตี้ (Admiralty)ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางที่ทำการรบ.และตลาดค้าขายหุ้นและธุระกิจขนาดใหญ่ๆ
ก็ถูกกองกำลังตำรวจเข้าบุก รื้อถอนเต้นท์และแผงสิ่งกีดขวางโดยตำรวจใช้ขวดฉีดเสปรย์พริก (pepper spray)น้ำ ตามด้วยกระบอง (baton)ประจำกายและคีมตัดหัวน๊อต (bolt cutters)ขนาดใหญ่่
เข้าทำลายสิ่งกีดขวางและแผงกั้นถนน (barricade)ซึ่งผู้ประท้วงผูกไว้เป็นแพยาวแน่นหนาปิดถนน
ตำรวจทุบตีบาดเจ็บไปหลายราย มีคนถูกจับ 26คน
และมีภาพตำรวจรุมตีแกนนำผู้หนึ่งนานสี่นาที
ฝ่ายนศ.และโฆษกกลุ่มผู้ประท้วงได้ออกมาทางทีวีว่าการกระทำความรุนแรงต่อผู้ประท้วงซึ่งมีแต่ร่มใช้กางปกป้องการฉีดเสปรย์พริก แลผ้าอุดปาก และไม่มีอาวุธใดๆ นั่นจะเป็นการทำให้ผู้ต่อสู้ประท้วงมีความสามัคคีร่วมใจกันมากยิ่งขึ้น
จริงดังคำขู่ตอบสนองภายใน 24 ชม.
ผู้คนกลับเพิ่มจำนวณมากขึ้น ได้รวมตัวกันถึง 9,000 คน ณ.ที่ใหม่ที่ตำบล มงกก (Mong Kok) บนถนนนาทาน (Nathan)เขตเกาลูนและเกิดปะทะกับตำรวจที่นี่ตั้งแต่คืนวันเสาร์ 18 ตุลาคม 2014
ขณะรายงานนี้เป็นคืนวันอาทิตย์ที่ 19 ตค.ก็เป็นคืนที่สองแล้ว ฝ่ายผู้ชุมนุมเพิ่มจำนวนมากขึ้น
การปะทะแบบผลักไสยื้อยุด (scuffling)ก็เริ่มรุนแรงมากขึ้นกว่าเก่า
มีผู้บาคเจ็บ 33 คน เป็นตำรวจ 15 นาย และถูกจับอีก 27 คน
จนฝ่ายรัฐบาลฮ่องกงอ่อนใจ ยื่นข้อเสนอว่าจะยอมให้เกิดการเจรจา โต้สดๆกันบนจอทีวี
โดยตัวแทนข้างละห้าคนในวันอังคารที่ 21 ตค. 2014 คืออีกสองวันข้างหน้า
ฝ่ายประท้วงบอกตำรวจไม่ให้ลํ้าเส้นเข้าไปในเขตพวกตน ที่ยึดครองถนนอยู่ จนกว่าจะทราบผลการเจรจาดังกล่าวในวันอังคาร
ฟังดูเป็นสิ่งน่ารัก อลุ่มอล่วยต่อกันทั้งสองฝ่าย
ฉนั้นรายการสดทีวีชองฮ่องกงในวันอังคารที่จะถึงจึงเป็นรายการที่มีผู้คอยชมทั่วโลกอย่างมหาศาล
การต่อสู้และการเผชิญหน้าเรื่องประชาธิปไตยกันบนทีวีของคนเอเซียก็เกิดขึ้น“เป็นครั้งแรก” อย่างเปิดเผยบนจอทีวีให้ผู้ชมมีความคิดเห็นเอาเองเป็นหลัก
ไม่เหมือนเหตุเกิดที่ "จตุรัสเทียนอันเหมิน" เมื่อ 25 ปีทีแล้ว
ที่กองทัพจีนยกพลหลายกองพลพร้อมรถถังเข้าเหยียบประชาชนและนศ.ล้มตาย จนไม่กล้าเปิดเผยจำนวนคนตาย แต่ถูกจับไปหมื่นกว่าคน


เช่นเดียวกับประเทศแพะเพื่อนบ้านใกล้ๆ เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา
ลอกเลียนทำแบบเดียวกันคีอทั้งใช้รถถัง แถมปีนติดกล้อง ลอบดักยิง ของจีนไม่มีลอบเอากันดื้อๆ


ประชาชนผู้ประท้วงมาขอให้รบ.ที่ไม่ได้รับเลือกโดยประชาชน ให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ พวกรากหญ้าเขาออกมาประท้วงด้วยมือเปล่าๆบบถนน
และถูกฆ่าอย่างเลือดเย็นไปเกีอบร้อยศพ (ที่อ้างเอาไว้ ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นหลายเท่า) บาดเจ็บและพิการอีกสองพันกว่า
ติดคุกหัวโตอีกนับไม่ถ้วน บ้านและครอบครัวแตกสาแหรกขาดมาจนทุกวันนี้
นี่คือที่มาคำว่า"กูไม่รู้.... กูป่วย"....... "คุณลุงสั่่่งฆ่า...
คุณป้าสั่งแล้วแถมสั่งเพิ่มว่า “มาแสนก็ยิงมันทั้งแสน"
ประเทศแพะยัดเยียดแพะบูชายันต์ ปกปิดความผิดให้ตัวเองและวงศ์ตระกูล แผ่ความสพึงกลัวเพื่อกำราบแพะทั้งหลายมาหกสิบเจ็ดปีแล้ว



ขอปรบมีอดังๆๆๆๆๆๆๆ จนมือแด๊งแดง ให้คนดีศรีอยุธยาคนล่าสุด มีฝีมือชิ้นโบว์แดง อย่างไม่มีใครทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์ ท่านผู้นี้เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆแต่เป็นวีระสตรีที่ยิ่งใหญ่ จรรยา ยิ้มประเสริฐ ผู้ตบบ้องหูเผด็จการจอมโจรปล้นอำนาจรัฐจากประชาชนที่มิลาน อิตาลี เมื่อสี่วันที่แล้ว
ทีนี้ประยุทธคงตระหนักแล้วว่าการปกครองประเทศไทยไม่ง่ายเหมือนโจทย์เลขนักเรียน ป-1 อย่างไร?
ทำไมจึงมีแต่สุภาพสตรีไทยออกมานำกันทั้งนั้น .... อจ.หวาน.... อจ.ตุ้ม
..... จิตรา คชเดช (เป็นห่วงไม่ค่อยเห็นตอนหลัง) .... อจ.จา ก็เช่นกัน
แต่ทั้งตุ้มและหวานยังเดินเครื่องด้วยความเด็ดเดี่ยวเต็มที่ มากกว่าเดิมเสียอีก
และมีผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่(เก่า) ผู้กำลังดังเหมือนระเบิดปรมณูของไทยขณะนี้ จรรยา ยิ้มประเสริฐ
ซึ่งคุณไก่ชนบอกว่า เจ้นี้ไม่เบาเลย วันนี้ขอเอาแค่นี้ก่อนนะเจ้าคะ

อย่าลืมเปิดทีวี "การโต้วาที" ของฮ่องกงวันอังคาร คงมันย่อง
และกรุณาส่งใจคิดสักนิดว่าคุณจรรยา ยิ้มประเสริฐ นำขบวนคนฝรั่งและไทยทั้งยุโรปจำนวนมากมาย ไม่มีคนไทยคนใด หรือกลุ่มใด ทำได้ดีวิเศษสุดเท่านี้มาก่อนเลยได้อย่างไร
ขอปรบมีอดังๆนานๆ .......
และขอคารวะด้วยใจอย่างสุดซึ้งเจ้าค่ะ..

Offline

#92 July 31, 2015 6:04 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

กำลังใจที่คุณMananya ส่งมาให้ช่างมีอานุภาพมหาศาลที่จะกระตุ้นให้ข้าเจ้าบุกบั่นอย่างไม่ย่อท้อเจ้าค่ะ โลกใบนี้มันมีจุดร้อนจัด จุดเย็นจัด มนุษย์ก็เลยถูกผลักดันให้หมุนไปตามโลก พวกที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว มาแล้วก็โชคดีไป ก็ได้แต่นั่งดูว่าโลกส่วนที่กำลังคุกกรุ่นขณะนี้จะระเบิดเหมือนภูเขาไฟเมื่อไหร่ ตวามเห็นแก่ตัว ความหิวกระหายแห่งอำนาจ แข่งดีแข่งเด่น กักขฬะในทรัพย์สินเงินทองจนลืมความหิวโหยของคนอื่นสนิท ความรู้สึกชั่วดี ถูกต้อง ยุติธรรม เหล่านี้หลอมความรู้สึกของข้าเจ้าให้มีรสจัดจ้าน เปรียบเสมือนอาหารไทยของเรา


ขอบคุณ คุณMananya ที่ติดตามอ่านมาตลอด
กรุณาช่วยติชมมาอีกนะเจ้าคะ....

Offline

#93 July 31, 2015 6:05 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Hong Kong 7

การเจรจาแบบโต้วาทีของทั้งสองฝ่าย สองชั่วโมงที่ผู้คนอุตส่าห์คอยเมื่ออังคารที่ 21 ตค.2014ที่ผ่านมา ไม่ค่อยประทับใจผู้คอยชมนัก ฝ่ายนักศึกษา5คนนำโดย นายอเล็ค เชาว์(Alex Chow)อายุ 23ปีใส่กางเกงยีนและเสื้อคอกลมสีดำเขียนบนหน้าอกว่า "เสรีภาพเดี๋ยวนี้!" "FREEDOM NOW!" มีนศ.หญิงร่วมคนหนึ่ง ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ของฮ่องกงนำโดยนางแครี แลม (Carrie Lam)และข้าราชการผู้ใหญ่ใส่ชุดสากลอีกสี่ท่าน โดยมีอธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทย์ลิงนานเป็นกรรมการผู้ดำเนินการโต้วาที นาย เลียวนาด เชง (Leonard Cheng) ได้มีคำถามและตอบกลับกันไปมาเช่น นศ.ถามว่าพวกคุณมีคำตอบว่าจะให้การเลือกตั้งโดยเสรีได้เมื่อไร? มีขั้นตอนโรดแมบ (road map)ไหมว่าจะวิวัฒนาการไปสู่การเป็นประชาธิปไตยได้กันอย่างไร? การตอบแบบข้าราชการของฝ่ายข้าราชการ ซึ่งสูงอายุกว่าเด็กมาก ก็ยึดหลักกฎหมายพี้นฐาน(Basic Law of HKSAR -- Hong Kong Special Autonomy Region)และกฎเกณฑ์ตอบเป็นข้ออ้างเหมือนเปิดหนังสือธรรมนูญการปกครองมาอ่านให้ฟังอย่างหน้าเบื่อหน่าย
สรุปแล้วไม่มีการตกลงอะไรที่คืบหน้าไปกว่าเดิมที่นศ.และผู้ประท้วงต้องการเลย แต่ทั้งคำถามคำตอบได้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่สุภาพและถกกันในหัวข้อเนื้อหา(issue)ไม่มีเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องระรานให้ระคายเคืองต่อกัน (personal irritation) เพียงนศ.กล่าวลำเลิกว่า พวกตนและผู้ประท้วงต้องเสียสละเวลา และหรือหยุดเรียนกันมานอนกลางถนนเพื่ออยากให้ฮ่องกงของทุกคนมีอิสระเสรีเป็นประชาธิปไตยจริงๆเสียที ฝ่ายข้าราชการก็ตอบว่าจะทำรายงานไปให้รบ.จีนทราบว่าเหตุเกิดอย่างไร? และจะถามว่าจะมีความก้าวหน้าต่อไปอย่างไร? เพราะพวกเขาเป็นเพียงข้าราชการ ไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบายและได้ตกลงกันก่อนโต้กันคราวนี้ว่าจะมีการพบปะกันอีกครั้งต่อไปแต่ก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่?
การเผชิญหน้ากันครั้งนี้ บนจอทีวีนั้นเป็น"ครั้งแรก"ของฮ่องกงและของจีน และไม่เคยมีมาก่อน เวลาสองชั่วโมงเต็มคนจีนหยุดนิ่ง ล้อมวงสู่หน้าจอทีวีเงียบสงัดแม้การสัญจรบนถนนก็ว่างเปล่า
เรียกคนดูทุกซอกทุกมุมที่เข้าใจภาษาจีนทั้งในฮ่องกง จีน ไต้หว้น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย แคนาดา มาเลเซีย และอีกหลายประเทศที่มีคนจีนอยู่ยกเว้นประเทศแพะแลนด์ ไม่มีข่าวสดเรื่องประท้วงในฮ่องกงเด็ดขาดเพราะเขากลัวจะเอาเยี่ยงอย่างวิธืการต่อสู้ที่ลํ้าหน้าที่จะเกิดขึ้นในประเทศแพะแลนด์ในเร็วๆนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กระมัง?
เพราะการต่อสู้ในฮ่องกงคราวนี้นั้นได้มีการวางแผนอย่างดีมาก่อนสองปีที่แล้ว ณ.ที่สถาบันเดอะออสโลฟรีด้อมฟอร์รุ่ม (The Oslo Freedom Forum, http://oslofreedomforum.com/)ในประเทศนอร์เวย์(Norway) ผู้มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ที่นี่มีการพบปะสังสรรค์และจัดการประชุมพบปะของนักต่อสู้ทั่วโลกบ่อยๆเช่นคณะศิษย์เก่าที่รอดชีวิตจากการปราบปรามที่จตุรัสเทียนอันเหมิน 25 ปีที่แล้ว
เช่นนายเจียนนิลี ยาง (Jianili Yang) ผู้ร่วมวางแผนคราวนั้นและรอดตายมาหวุดหวิดและขณะนี้เขาเป็นผู้คอยแนะนำให้ขบวนการประท้วงที่ฮ่องกงชั่วโมงต่อชั่วโมงนอกจากนั้นก็มีนักต่อสู้จากทั่วโลกอีกหลายท่านทั้งจาก ปากีสถาน ประเทศอารับ และหลายท่านจากอัฟริกา ฯลฯ รวมทั้งคณะเดอะพูสซี่ไรอัท (The Pussy Riot)ที่แสดงร้องเพลงล้อเลียนปธน.ปูตินและถูกติดคุกถูกทรมานมาแล้วการฝึกอบรมนักต่อสู้ธุลีดินเพื่อสิทธิเสรีภาพนี้เหมือนโรงเรียนเสนาธิการ
มีการแลกเปลี่ยนทัศนะและความชำนิชำนาญ ความสำเร็จ ข้อผิดพลาดการจัดตั้ง การจัดองค์กร การสร้างม๊อบทุกชนิด ตั้งแต่แบบฉับพลัน (flash mob) และหรือแบบปักหลักแบบยาวนาน แต่ทุกอย่างต้องปราศจากอาวุธ ฉนั้นจะเห็นว่าผู้ประท้วงที่ฮ่องกงทุกคนจะชูมือทั้งสองข้างและบอกตำรวจว่าฉันมือเปล่านะ .... ดูซิ นอกนั้นมีการฝึกการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบลดหลั่นกันไป (ranking) การรวมตัว แปรขบวน การใช้ภาษาตอบโต้ต่อผู้ปราบปราม การทำตัวหลังถูกจับแล้ว การช่วยเหลือกันและกัน การปฐมพยาบาลยามบาดเจ็บ การสื่อสารนัดแนะจากการใช้แมสมีเดียเพื่อรวมพลพบปะกัน การป้องกันตัวเองจากภัยพิบัติเมื่อถูกปราบปรามจากอาวุธต่างๆเช่นปืนฉีดนํ้า(water cannon) แก๊สนํ้าตา ผงพริกใช้ฉีดใบหน้า (pepper spray) และแม้แต่รถถังฯลฯ นี่คือที่มาของการประท้วงที่ใช้ร่มเป็นสัญญลักษณ์ซึ่งใช้ป้องกันตัวจากเสปร์พริก (pepper spray)ใช้เขียนข้อความโสลแกน(slogan)บนร่ม และกันแดดกันฝนซึ่งตกๆหยุดๆตลอดเวลา เป็นการวางแผนที่แยบยลไม่เบา เข้าใจว่าคุณจรรยา ยิ้มประเสริฐและพรรคพวกคนไทยที่ร่วมทีมบางท่าน และอาจรวมทั้ง อจ.ใจ อึ้งภากรณ์ และจิตรา คชเดช อาจจะเคยผ่านการอบรมจาก ร.ร แห่งนี้ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ก็เป็นได้ (citations) คุณจรรยา ยิ้มประเสริฐจึงมีวิทยายุทธและการวางเครือข่ายอย่างเหนือเมฆ อ้ายเหล่กลับบ้านลงจากเครื่องคงมีอาการเจ๊ดแล่ค (jet-lagging) และบวกกับบ้องหูทั้งสองข้างที่ถูกตบที่มิลาน อิตาลี่ (Milan, Italy)อาจจะถึงกับเดินเอียงไปทำงานไม่ได้อีกหลายวัน
ตอนนี้การประท้วงที่ฮ่องกงไม่ได้มีทีท่าว่าจะไปถึงไหน และตามคาดว่าคงเรื้อรัง สี จินปิง (Xi Chin Ping) ผู้นำจีนอยู่ในสภาพคล้ายตอนโจโฉขาไก่ติดคอ กลืนก็ไม่เข้าจะคายก็ไม่ออก จนสุมาอี้ต้องมาแก้ให้ ข่าวล่าสุดผู้ประท้วงประมาณ 200คนเดินถือป้ายประท้วงไปหน้าบ้าน ซี วาย เลือง (C.Y. Leung) ประนามว่าเขาดูถูกคนฮ่องกงที่มีรายได้ตํ่ากว่า $1,800.00ต่อเดือน ไม่ควรได้รับสิทธิและจะทำให้ฮ่องกงถอยหลังเป็นสังคมแบบประชานิยม คนยากจนหากทุกคนมีสิทธิเข้าแข่งขันการเลิอกตั้งเป็นหน.บริหารฮ่องกงได้โดยเสรี แปลง่ายๆว่าหน.บริหารของฮ่องกงต้องมาจากคนร่ำรวยและต้องได้รับความเห็นชอบจากรบ.จีนหรือเป็นคนที่รบ.จีนเห็นชอบเท่านั้น ก็เหมือนกับราดนํ้ามันถังใหญ่ใส่กองไฟนั่นเอง คนที่มีรายได้น้อยของฮ่องกงมีมากกว่า50%เปอร์เซ็น ยิ่งทำให้ผู้คนโมโหมากขึ้นอีกมากมาย ตอนนี้ก็มีกลุ่มแทคซี่ก็เข้ามาก่อกวนเรื่องปิดถนน กลุ่มไม่เห็นด้วยกับผู้ประท้วงก็มีมากขึ้น ข้าเจ้าพยายามกรองข่าวมากำนัลเพื่อนๆอีกคราวต่อไป และจะ เล่าเรื่องประชาธิปไตยของจีนซึ่งจีนไม่เคยมีมาตลอดประวัติศาสตร์ห้าหกพันปีในคราวต่อไปอีกด้วย

แต่มีเรื่องเร่งด่วนจะต้องกล่าวถึงสักเล็กน้อยคือเรื่อง "อจ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์" ขณะนี้ท่านอายุ 82 ปีแล้ว ที่โดนสองนายพลโทนอกราชการแจ้งความเรื่องหมิ่นพระนเรศวรมหาราชสักเล็กน้อย ด้วยความเป็นห่วงอย่างมาก ท่านรอดข้อกล่าวหาทำนองคล้ายๆกัน ต่างรบ.มาห้าครั้งแล้วและท่านก็ชนะทุกครั้งด้วยความยากลำบาก ข้าเจ้าเคยพบท่านที่ฮอลิวู้ดสิบกว่าปีที่แล้วและมีโอกาศฟังคำปราศัยและได้ร่วมรับประทานดินเน่อร์ที่ร้านจิตรลัดดากับท่านในคืนนั้น เคยอ่านหนังสือของท่านหลายเล่มและรู้สึกว่าท่านแต่งหนังสือมากว่า 40 เล่มแล้ว กลัวเหลือเกินว่าอายุปูนนี้แล้ว"นักปราชญ์อาจรู้พลั้ง"เพราะอ้ายเหล่เหมือนหมาบ้าและจะใช้ศาลทหารต่อผู้ต้องหา ม.112 และจำจองท่านจนตายในคุก

อยากเขียนอีกยาวมากในเรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เรื่องพระมาลาเบี่ยง
.... พลายพัทธกอได้ล่างและทรงตัดคอสมเด็จพระมหาอุปราชามังกะยอชวาขาดสพายแล่ง
.... เรื่องไก่เชลยตีดีแท้ และ .... รวมทั้งเรื่องคุณหญิงโม ......ท้าวเทพกษัตริย์ตรีท้าวศรีสุนทร
เรื่องศรีสุริโยทัยมเหสีพระเจ้าจักรพรรดิ์ที่เอามาทำหนังนั้นอาจจะไม่มีต้วตนหรือเรื่องจริงใดๆก็ได้
นักประวัติศาสตร์ยังหาข้อยุติไม่ได้........ ฯลฯ
ล้วนมาสมัยหลวงวิจิตรวาทะการผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยหยุดจอมพลป.ให้หยุดที่กระไดทำเนียบฯแล้วบอกว่า ....
"ท่านๆๆๆๆ ... ดูซิแสงออกมารอบตัวท่านแล้วนะ" .........เป็นเรื่องโจ๊กกันในหมู่ทหารผู้ใหญ่พวกนักเรียนเสธฯกันมาทุกยุคทุกสมัย

อจ.ส. ศิวะรักษ์ไม่ใช่เป็นคนง่ายที่จะยอมใครง่ายๆท่านเป็นปราชญ์ท่านนับถือความจริง พูดออกมาแต่ละคำท่านค้นคว้ามายาวนาน อยากเรียนเชิญให้ท่านหนีออกจากประเทศแพะแลนด์เสียเถิดมาเป็นมิ่งขวัญของพวกเรา จะได้ยกท่านเป็นผู้นำการต่อสู้ผู้หนึ่ง .....

"สถานะการณ์สร้างวีระบุรุษ" ..... "นักปราชญ์อาจรู้พลั้ง..."

ขอบคุณมากเจ้าค่ะ พบกันใหม่นะเจ้าคะ.

Offline

#94 July 31, 2015 6:05 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอบคุณคุณForester ที่เข้ามาให้ความคิดเห็นติชมเช่นเคยเจ้าคะ
ข้าเจ้าก็มีความคิดเห็นส่วนตัวเหมือนท่านหลายดีกรีทีเดียว


อจ.ส.ศิวรักษ์ เป๊นเช่นนั้นจริงๆ แต่โลกทั้งใบก็มีบุคคลที่มีบุคคลิกแตกต่างกันไป บางคนยิ่งรู้มากก็ไปพอกอุปนิสสัยใจคอให้โดดเด่นในสิ่งที่ตัวชอบโดยไม่รู้ตัวและอาจเป็นที่หมั่นใส้ต่อผู้พบเห็นโดยเฉพาะคนไทยที่พิถีพิถันในเรื่องบุคลิกเป็นพิเศษ แต่ที่ให้ความสำคัญเพราะงานส่วนใหญ่ของท่านที่ดังๆนอกจากความรอบรู้อย่างมากมาย คือความกล้าจะขวางผู้มีอำนาจที่วางตัวไม่เข้าท่า แล้วเอาตัวมาอวดอ้างในความสามารถที่ตัวไม่มี และท่านกล้าชกตัวใหญ่ๆไม่จำกัดนํ้าหนัก นับตั้งแต่ ในหลวง ...คึกฤทธิ์.... สุจินดา ..นายทหารใหญ่ๆ ..... ทักษิณ.... ฯลฯล้วนเป็นความเห็นของท่านในฐานะนักวิชาการแบบโลกตะวันตก ที่วิจารณ์กันได้ อย่างอิสระเสรี แบบประชาธิปไตยที่เราๆท่านๆใฝ่หาขณะนี้ มิใช่หรือ???


จะเป็นที่น่าเสียดายและน่าอนาถ หากจะโยนชิวิตท่านผู้นี้สู่คุกเมื่อยามวัยอายุขนาดนี้
ส่วนการเชื้อเชิญให้หนีออกสู้พวกทหารเผด็จการนั้นน่าจะเป็นการเพิ่มกำลังระดับอินเตอร์ ให้นักต่อสู้ (ที่ต่อสู้สะเปะสะปะขณะนี้) อย่างมหาศาลอย่างแน่นอน (value asset not liability).

Offline

#95 July 31, 2015 6:06 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Hong Kong 8

นึกว่าพวกประท้วงที่ฮ่องกงได้พ่ายแพ้ศิโรราบเสียแล้วเพราะวันอาทิตย์เมื่อสามวันที่แล้วพวกผู้นำกลุ่มได้ล้มเหลวที่จะให้ผู้คนลงมติการจะยอมรับหรือไม่ ต่อข้อเสนอของฝ่ายรบ.ฮ่องกงที่เสนอมาหลังการเจรจาโต้วาทีกันเมื่อวันอังคารที่21ตค.2014สัปดาห์ที่แล้ว
และจะใช้วิธืออกเสียงทางอีเลคโทรนิคส์เช่นในแมสมีเดีย(mass media: Facebook Tweeter SMS emails....etc)แต่เนื่องจากสมาชิกที่จัดตั้งการประท้วงมีมากกว่าสี่หมื่นคน(40,000)จึงจัดการการลงคะแนนเสียงไม่ทันเพราะแต่ละคำถามและการอธิบายปัญหาต่อกันไม่ลงวรรค จึงได้ประกาศหยุดการลงคะแนนไปก่อน และพวกแกนนำประกาศขออภัยต่อสาธารณะแต่ขณะเดียวกันก็ใช้แมสมีเดียคราวเดียวกัน ขอกำลังผู้คนให้สนับสนุนการประท้วงของผู้คนฮ่องกงในวาระครบเดือนของการประท้วงซึ่งใช้ร่มเป็นสัญลักษณ์อีกครั้ง
โดยจัดเวทีประท้วงที่เก่าใกล้ทำเนียบรบ.ที่แอดมิรอลตี้ (Admiralty) ที่เดิมบนเกาะฮ่องกงอีก ทำความปลาดใจว่าผู้คนขณะนี้ พากันออกมาช่วยประท้วงเป็นหมื่นคนอีกได้อย่างไร??
มีการหยุดไว้อาลัยแปดสิบเจ็ดวินาที (87 seconds)เทียบเท่าจำนวนระเบิดแก้สนํ้าตาที่ตร.ใชักับคนประท้วงมือเปล่ามีแต่ร่มและผ้าปิดปาก
การประท้วงคราวนี้ได้แรงบันดาลใจจากพวกสภานิติบัญญัติของฮ่องกง(Hong Kong Legislative Council) นำโดยมหาเศรษฐีนายเจมส์ เทียน(James Tien) ผู้เป็นเจัาของหุ้นใหญ่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แมนฮัตตัน(Manhattan Holdings) ท่านผู้นี้มีความผูกพันกับจนท.ผู้ทรงอิทธิพลของรบ.ปักกิ่งและมีอิทธิพลอย่างล้นเหลือในสภาปกครองฮ่องกง (HK Legislative Council) นายเทียนออกมาโจมตีขอให้หน.บริหารนายซิวาย เลืองลาออกไปเสีย เขาเองก็เป็นสมาชิกสภาที่ปรีกษาของจีน(China People'sPolitical Consultive Conference -CPPCC) แต่เขาเพิ่งถูกไล่ออกจากสภานี้เพราะไปวิพากวิจารณ์ขอ นายซิวาย เลือง ออกไปจากตำแหน่ง ซึ่งขณะนี้ทางการจีนหนุน ซิวาย เลือง อย่างเต็มที่แบบแพ้ไม่ได้
นี่เป็นการไล่ออกต่อคนฮ่องกงที่มีตำแหน่งอยู่ในรบ.จีน “ครั้งแรก”

เนื่องมาจากการประชุมใหญ่ของสภาจีนเพื่อกำหนดนโยบายหลักประจำปีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมา มีหัวข้อใหญ่สามสี่หัวข้อ เรื่องหลักๆคือ เรื่องการปราบคอร์รับชั่น เรื่องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย และสนับสนุนผู้กล้าเปิดเผยความชั่วร้าย (whistle blower) และเรื่องการทดลองเปิดผอบประชาธิปไตยให้คนจีนได้ลิ้มรสเสรีภาพสักเล็กน้อยกล่าวคือให้ประชาชนมีส่วนในการเลือกผู้นำตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน...โดยให้มีผูัที่เป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์ส่งผู้สมัครมากขี้น เช่นสองหรือสามคนแบบเลือกหน.บริหารฮ่องกงปัจจุบัน แทนที่จะส่งโดยตรงจากพรรคเพียงคนเดียวเช่นที่แล้วๆมานี่แหละระบอบคอมมิวนิสต์ซึ่งใจแคบต่อเสรีภาพของประชาชน ไม่เคยคิดอนุญาตให้ประชาชนได้ใช้สิทธิการเข้ารับเลือกและเลือกโดยเสรี (universal suffrage) ขอกระซิบเบาๆว่าพวกกรรมมาธิการแกนหลักหรือที่เรียกว่าพวกโปลิบุโร (Politburo) นั้นอยู่เหนือกฏหมายใดๆของจีน
คล้ายหรือเหมือนพวกเจ้านายในแพะแลนด์เจ้าค่ะ และพวกเผด็จการทุกชนิดชอบอวดอ้างตัวเองและพรรคพวกว่าเป็นประชาธิปไตยดังเช่น คุณธนะศักด์ ปฏิมาปกรณ์ เอาไปพูดในที่ประชุมสหประชาชาติ(UN)ที่นิวยอร์คเมื่อเร็วๆนี้
โดยใช้คำว่าคณะทหารไทยมีความปรารถนาดีต่อประเทศจึงต้องชิงทำรัฐประหารเพื่อความอยู่รอดและจะทำให้ประเทศได้ระบอบประชาธิไตยในภายหลัง
คุณธนศักดิ์ใชัคำว่าประชาธิปไตยถึงสิบสามครั้ง(13 times) อย่างหน้าไม่อาย(หน้าด้านๆ) โดยอ้างความวุ่นวายในบ้านเมืองและป่วนด้วยพวก กปปส.ของเทพเทือก ซึ่งแท้คีอพวกอำมาตย์เดียวกัน .... อัฐยายซื้อขนมยาย ... ชงเองกินเอง ยกตัวเองว่าการปล้นประเทศคราวนี้เป็นเรื่องชอบธรรม......"You can lie to
someone sometimes...You may lie to some people at all time.....But you can't lie to all people all the time".....หน้าท่านคงหนาเป็นพิเศษที่กล้าแบกหน้าไปทุกเวทีและไปโกหกผู้คนทั่วโลกเหมือนอดีตสว.ลากตั้งสามท่านได้ลากหน้าที่หนามาก ไปขอพบวุฒิสมาชิกอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้โดยได้พยายามอ้างความชอบธรรมของพวกตนว่าเป็นสว.ลากตั้งมาได้อย่างไร ? และบอกวุฒิสมาชิกเมกาว่าคนไทยยังโง่งั่งมากๆสว.จึงต้องมาจากการแต่งตั้งพวกวุฒิสมาชิกเมกาที่ได้ยินมา พากันหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเกี่ยวกับเมืองไทย และสว.ไทยกลุ่มนี้ไปได้อีกนาน


การต่อสู้ยกใหม่ของคนฮ่องกงมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีก จะพยายามติดตามให้เพื่อนๆทราบ เพราะโลกทุกวันมันแคบและรวดเร็วมากการต่อสู้ในฮ่องกงเป็นเหมือนกระจกเงา ให้ผู้ถูกกดขี่ทั่วโลกได้ใช้ส่องดูว่าเราบกพร่องตรงไหน? อย่างไร? จะทำต่อไปได้อย่างไร? เด็กนศ.ของเราปัจจุบันก็ฉลาดใช่ย่อย ใจก็สู้อยากจะทำ หากแต่ขาดการวางแผนที่ดี การประสานงานต่อกันและให้สอดคล้องกับสถานะการณ์ และหรือเงื่อนไขซึ่งไม่เหมือนกัน แต่ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้หากไม่ย่อท้อและตั้งใจจริงลองติดต่อสรรหาวิทยายุทธและความช่วยเหลือจากhttp:\\oslofreedomforum.comดู
นักสู้แพะแลนด์อาจได้พบของดีๆเข้าให้ และจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์มากมายในการต่อสู้ พยายามรวมกลุ่มเริ่มจากเล็กๆ ใช้แมสมีเดีย(mass media)สื่อสารร่วมวางแผนต่างๆ ...ส่งข่าวสารต่อกัน ขยายระบบไปเรื่อยๆเรียนรู้การสร้างข่ายการป้องกันตัวและพรรคพวก สร้างประตูหลายชั้นเปลี่ยนกุญแจบ่อยๆ และ ฯลฯ ไม่เริ่มกันเลยเดี๋ยวนี้ไม่รู้จะเริ่มกันเมื่อไหร่?......??? อย่าหวลไปหาผู้ชี้นำศรีธนนไชยก่อนๆเลย ยุทธวิธีชนิดเอาทุกข้าง แบบ"ตาอยู่"นั้นเป็นประโยชน์เฉพาะพวกเขา การประท้วงแบบร้องรำทำเพลง-ด่าทอ-ตลกโปกฮา-ขายยา/ขายของ-หาคู่ไม่ใช่การปฏิวัติ
ที่ตายบาดเจ็บจำนวนไม่น้อยมาสามสี่ครั้งเรายังไม่เก็บมาเป็นบทเรียนอีกหรือ??
และความหวังลมๆแล้งๆจะจัดตั้งแบบป่าล้อมบ้าน-บ้านล้อมเมือง.............โบราณมาก ไม่ใช่ไม่ดีแต่ไม่ทันกินเสียแล้ว .....
ทหารไทยรู้เป็นอย่างดีว่าจะฆ่าพวกแบบนี้อย่างไร?
ฉนั้นอย่าได้รอกลุ่มพวกนี้เป็นหลักเป็นอันขาด อาจจะไม่ได้อะไรให้เห็นเลย
ดีใจที่กลุ่มคุณจรรยา ยื้มประเสริษฐและพวก ปวารณาจะให้ความช่วยเหลือกลุ่มอี่นๆในการประท้วงที่มีผลอย่างมากที่เมืองมิลาน อิตาลี(Milan Italy) ลองติดต่อกันดูนะเจ้าคะ


ขอให้ทุกท่านโชคดีและปลอดภัย
ขอจบแค่นี้ก่อนนะเจ้าคะ เรื่อง “ประชาธิปไตยในจีนไม่เคยมี” คงเป็นตอนต่อๆไปเจ้าค่ะ


ขอบคุณทุกๆท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจมาตลอด

Offline

#96 July 31, 2015 6:06 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอบคุณ คุณMANANYAที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมเยียนและให้ความคิดเห็นเป็นประโยชน์เช่นเคยเจ้าคะ ตอนนี้ฮ่องกงเป็นจุดน่าสนใจต่อเวทีโลกที่เกี่ยวข้องกับจีนอย่างสุดๆ และข้าเจ้าก็มีความคิดเห็นเหมือนท่านคือจะจบได้ยากและคงลากไปอีกพักหนึ่ง มันจะจบแบบไหนมิอาจคาดการณ์ได้เหมือนในไทยขณะนี้ที่รบ.เล่นกลไปเรื่อยๆ
ส่วนความเคลื่อนไหวของพวกเรานั้น ทุกคนก็คงจับตามองกำแพงเมืองจีนที่ พล อ.ประวิตรเพิ่งเข้าไปสมทบด้วยโดยการประสานจากคุณหญิงวิระยา หากมีข่าวแหลมออกมารูปใดที่เชื่อถือได้ข้าเจ้าจะเอามากำนัลท่านMANANYAและเพื่อนๆทันที
พวกเราเป็นเพียงหญ้าแพรกก็ได้แต่เงี่ยหูฟังว่าข้างไหนจะมา ...ว่าที่ร.สิบ(หนึ่ง)? ...... หรือว่าที่ร.สิบ(สอง)? รูปการณ์บ่งเห็นรอยร้าวมาตลอด และแยกรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผู้ติดตามทั้งสองข้างอันมีพลังมากมายดุจช้างสาร น่าจะตกลงกันไม่ได้ง่ายๆเสียแล้ว และพวกหญ้าแพรกอาจจะได้ดูมวยรุ่นใหญ่ชกกันฟรีไม่ต้องซื้อบัตรเข้าชม ขอเพียงพวกเราอย่าได้หลงเป็นเครื่องมือให้วายร้ายทั้งหลายเหล่านี้จนต้องบาดเจ็บล้มตายอีกเป็นครั้งที่5 และ 6… และ......
เอนหลังคอยชมกฏแห่งกรรมของพวกที่ทำกับพวกเราไว้ และสวรรค์บันดาลให้พวกนั้นถึงต้องฆ่าพวกเดียวกัน
ชมให้สนุกสนาน-บันเทิง-สำราญ-ให้อิ่มใจ .........
ว่าแต่คุณMANANYAจะบอกต่อรองเอาข้างไหนดีละเจ้าคะ?

:redgirl:ขอบพระคุณที่กรุณาเข้ามาให้กำลังใจสมํ่าเสมอข้าเจ้าเป็นปลื้มยิ่งนัก

Offline

#97 July 31, 2015 6:07 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Hong Kong 9

ฮ่องกงตอนนี้เงียบไม่มีการปะทะกันแต่คลื่นใต้นํ้าของฝ่ายรบ.นั้นน่ากังขายิ่งนัก
ผู้คนประท้วงน้อยลงเพราะเขาต้องผลัดเปลี่ยนเข้าเวรบนถนนกันแต่ดูเหมือนว่าพวกเขายังไม่ย่อท้อ สำนักข่าวซีเอนเอน(CNN)ให้ความเห็นว่าฝ่ายปักกิ่งกำลังใช้วิธีแบบงูหลามยักษ์(anaconda) ตอนจะกลืนกินเหยื่อ คือใช้วิธีค่อยๆรัดรอบตัวให้เหยื่อขาดใจตายเสียก่อนนั่นคือใช้เวลาเป็นเครื่องช่วยให้ทอดยาวออกไปจนผู้ประท้วงอดทนต่อความยากลำบากบนถนนไม่ไหว และหรือรับแรงกดดันจากกลุ่มอื่นที่ขัดผลประโยชน์ นอกจากฝ่ายข้าราชการผู้บริหารแล้วเช่นกลุ่มแท๊กซี่ที่ต้องใช้ถนนหนทางทำมาหากิน กลุ่มบลูริปบ้อนส์(Blue
Ribbons)ซึ่งเชียร์ฝ่ายรบ.และได้เข้าปะทะหลายครั้งแล้ว กลุ่มตำรวจ ก็เพิ่มความมานะจะสลายม๊อบนี้ให้ได้ กลุ่มนายจ้างร้านค้าและโรงเรียนหรือมหวิทยาลัยก็ไม่อณุญาตให้ปิดทำการ พวกนศ. ต้องเอาการบ้านมาทำกันบนถนนหรือข้างถนนหรือในเต๊นท์และที่สำคัญสุดก็คือกลุ่มสื่อมวลชน พวกนสพ.ของปักกิ่งทุกฉบับ จนท.ที่เกี่ยวกับการสื่อสารต่างๆ ได้ปิดและหรือแฮค(hacking) สถาบันข่าวแมสมีเดีย(mass media)ทั้งหลาย เช่นเวปต่างๆ ทวิตเตอร์ แฟสบุค อีเมลล์ ฯลฯ โดยเฉพาะในเขตแผ่นดินใหญ่เพราะเขาไม่ต้องการให้ประชาชนทราบอะไรที่นอกเหนือกว่าทางการจะบอก แต่เนื่องจากการสื่อสารยุคนี้ เขาก็มิสามารถปิดได้สนิทได้ดีนักพวกนศ.ที่ชอบทางตะวันตกและปัญญาชนตามมหาวิทยาลัยกลายเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องจับตามอง จะเห็นได้ว่านี่คือวิธีการทำสงครามสู้รบแบบใหม่ที่พวกนักต่อสู้ต้องเผชิญ
เพราะเผด็จการทั้งหลายเขากลัวประชาชนยุคนี้ที่มีการสื่อสารเป็นหลักและเป็นเลิศและเป็นอาวุธหลัก
ทางการจีนออกมาปฏิเสธหลายครั้งว่าไม่เคยบล๊อคเครือข่ายเวปใดๆแต่ทั้ง บีบีซี เดอะการ์เดี้ยน ไอคลาวของแอปเปิัน วินโบ แฟสบุค..........ฯลฯ กล่าวหาตลอดเวลาเช่นกัน ฝ่ายไหนตอแหล เห็นก็รู้ไม่ต้องเดา


เพิ่งประกาศกันวันนี้ว่าปธน.โอบาม่าจำต้องงดการเดินทางไปประชุมสุดยอดของเอเปค(APEC- Asian Pacific Economic Cooperation) ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่7-12พย. คือเริ่มสัปดาห์หน้า
การประชุมสุดยอดของครั้งนี้ หมายกำหนดให้ผู้นำประเทศ(head of
state)สมาชิกได้พบปะกันครั้งแรกขององค์การนี้ที่เมืองนิงโบ ประเทศจีน(Ningbo China) ฉนั้นหัวข้อปัญหาล้วนเป็นเรื่องสำคัญมากต่อเขตมหาสมุทรแปซิฟิคและของโลกทั่วไป
ตัวอย่างเช่นกับจีนคือการเดินเรือน่านนํ้าสากลในทะเลจีนใต้(South China Sea: Paracells, Spratly, Scarborough shoals) ซึ่งจีนอ้างว่าอยู่ในเขตตน ปัญหากับปธน.ปูติน(president Putin-Russia) เรื่องยูเครน(Ukraine)และปัญหาการจัดส่งก๊าสที่เพิ่งลงนามให้ยุโรปในฤดูหนาวนี้รวมทั้งปัญหาซีเรีย, อิรัค, ไอซิส(ISIS), อืโบล่า(Ebola epidemic)
.......... ฯลฯ

ปธน.โอบาม่าจำต้องงดการเดินทางไปประชุมสุดยอดครั้งนี้ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ต้องต่อรองกับสภาคองเกรส(Congress)เรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายซึ่งอาจเกิดเหตุให้รบ.เมกาต้องถูกปิดการทำงานบางส่วน หากตกลงกันไม่ได้
สภาคองเกรสนี้มีเสียงส่วนมากโดยพรรครีพับลิกัน(GOP) ซึ่งเป็นพรรคตรงข้ามกับปธน.โอบาม่าและคอยขัดขวางการใช้จ่ายงบประมาณต่างๆจนปธน.โอบาม่ากลายเป็นรบ.เป็ดง่อย(lame duck) จะทำอะไรตัองใช้งบประมาณมากน้อย ฝ่ายสภาคองเกรสจะขัดขวางไปเสียทั้งนั้น ทำให้คนเมกันอารมย์เสียมาตลอดเพราะไม่มีสิ่งก้าวหน้าอะไรต่อประเทศเท่าที่ควร
มันเป็นดาบสองคมที่เลือกคนดำครั้งแรกเป็นปธน.ผู้ซี่งจะย่างก้าวทำอะไรต้องระมัดระวังมาก เลยทำให้เกิดการแหยงขึ้นและไม่กล้าเสี่ยงกลัวเจ็บตัว ไม่ว่าผู้นำใดประเทศใดหากมีอาการแบบนี้ ถูกด่าทั้งนั้น และคนมริกันรู้ดีว่าไม่ควรเลือกเข้ามาโดยเฉพาะสมัยที่สองแต่ผู้คนก็เห็นใจที่เขาซึ่งเป็นตัวแทนคนจนๆ(อย่างข้าเจ้า) ที่ได้รับการดูถูกดูแคลนจากนายมิท รอมนี่ย์(Mitt Romney) ผู้มีอันจะกินเขาจึงชนะอีกหน ซึ่งข้าเจ้าก็ไปช่วยโอบาม่าที่ลาสเวกัส รัฐเนวาด้า(Las Vegas, Nevada)ออกหาเสียงในหมู่คนเอเซียด้วนกันเดือนกว่าจนได้รับชัยชนะ เพราะที่รัฐแคลิฟอเนียร์(California)บ้านข้าเจ้านั้นโอบาม่านอนมาไม่ต้องหาเสียงก็ชนะขาดลอย แต่แท้ที่จริงคิดว่าปธน.โอบาม่าอยากอยู่บ้านเพระอีก3วันก็จะมีการเลือกตั้งใหญ่กลางเทอม(mid-term election) ซึ่งสำคัญมากต่อพรรคเดโมแครต (Democrat Party) และตัวเขามีการเลือกทั้งวุฒิสมาชิก (Senator)ที่ครบเทอม(6-year term) สมาชิกสภา(2-year term) ผู้ว่าราชการ (4-year term) และหัวข้อกฏหมายอื่นๆทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นผลจะทำให้บ้านเมืองจะไปทางไหนอีกสามวันก็จะรู้ ปธน.ต้องอยู่กับโทรศัพย์ทั้งวันและคืนเพื่อช่วยพรรคตัวเองให้ได้มากที่สุด
การประชุมเอเปค(APEC) และบางส่วนของอาเซียน (ASEAN) ที่ต้องเยือนเช่น มาเลเซีย ฟิลิฟปินส์ อินโดนีเซีย(บ้านเก่าตอนปธน.โอบาม่ายังเด็ก) ก็ต้องผิดหวัง แต่นายจอน เคอร์รี่(John Kerry)รมต.ตปท.ก็เป็นผู้เข้าประชุมแทน
ขอจบห้วนๆเพียงแค่นี้ก่อน พบกันใหม่นะเจ้าคะ

Offline

#98 July 31, 2015 6:07 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Hong Kong 10

เกิดเหตุใหม่ คือผู้ประท้วงประมาณกลุ่มละสิบกว่าคน ทั้งทื่แอดมิรอลตี้(Admiralty) บนเกาะฮ่องกง และที่ชุมนุมที่มงกก(Mong Kok)ฝั่งเกาลูน โดยใส่หน้ากากขาวของ กาย ฟอร์คส์(Guy Fawkes) ซึ่งหน้ากากนี้เป็นเครื่องหมายของขบฏอนาธิปไตยชน (anarchy and anti-capitalism) และเป็นพวกต่อต้านระบบทุนนิยม ผู้ใส่หน้ากากตะโกนขอเปิดเจรจาโดยตรงกับผู้มีอำนาจเต็มจากรบ.ปักกิ่ง แทนที่จะเจรจากับพวกจนท.ของรบ. ฮ่องกง ซึ่งเสียเวลาเปล่า เกิดการยื้อฉุดกระชาก (scuffling) กันอีกหลังจากไม่มีเหตุปะทะมาสองสัปดาห์แล้ว มีผู้ถูกจับกุมสามคนและบาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดตอนเที่ยงคืนวันนี้ พฤหัส ที่ 6พย.นี้ อีกเรื่องหนึ่งคือ นายซิวาย เลืองได้ขายบริษัท ดีทีซี (DTZ) ให้บ.ยูจีแอล (UGL Co.) แห่งออสเตรเลียที่ตัวเป็นประธานอยู่ เป็นจำนวนเงิน $6.4 mil. พวกประท้วงขอร้องให้สภาฮ่องกงที่มีชื่อเรียกว่า สภาเลโก้(Hong Kong Legislative Council-Leyco) ให้ทำการสอบสวนเรื่องเงินก้อนนี้ว่าเป็นมาอย่างไร? การซื้อขายไปถึงไหนแล้ว? และมีการเสียภาษีกันหรือเปล่า? ตอนนี้มีสมาชิก 20ต่อ70 เข้าชื่อจะให้สภาเปิดการสอบในเรื่องนี้แล้ว

ข่าวของฮ่องกงในวันนี้สั้นมากเจ้าค่ะ

แต่ข่าวระเบิดลูกใหญ่ของโลกตอนนี้คือ พรรคเดโมแครต (Democrat)นำโดยปธน.โอบาม่าพ่ายแพ้ยับเยินต่อพรรคริพับลิกัน(Republican-GOP) แบบหมดรูปในทุกกรณีย์ พรรคริพับลิกันชนะขาดและได้เป็นเสียงส่วนมากทั้ง สภาล่าง(House) สภาบน(Senate) การเลือกผวก.รัฐ(Governor) หลายแห่งยังนับคะแนนบางแห่งอยู่ และข้อกฏหมายที่เสนอให้ประชาชนลงมติ (measures on ballots) อีกมากมายล้วนถูกกวาดต้อนเป็นชัยชนะให้ฝ่ายพรรครีพับลิกันเกือบหมดสิ้น นำความตกตลึงให้คนเมกันและทั่วโลก แปลเป็นความหมายอย่างหยาบๆ คือเวลาอีกสองปีทีเหลือในหน้าที่ปธน.โอบาม่าในตึกขาวนั้นช่างมืดมนต์ต่อปนธ. แถมกฏหมายเรื่องประกันสุขภาพที่เรียกว่าโอบาม่าแคร์(Obama Healthcare) อาจถูกถอดถอนไปเสียเลย เพราะสภาสูง(Senate)ป้องกันเอาไว้ไม่ได้ รวมทั้งการแต่งตั้งจนท.ระดับสูงของรัฐเช่นผู้พิพากษาศาลสูง รัฐมนตรี ทูตานุทูต การให้สัตตาบันต่อสนธิสัญญาใดๆ การใช้อำนาจในการทำสงคราม การใช้จ่ายในโครงการต่างๆจะติดขัดมากมาย ฯลฯ จนแทบจะกลายเป็นผู้ไร้อำนาจ และมีข่าวว่าโอบาม่าจะเปลี่ยนใจเข้าประชุมเอเปค (APEC) ที่จีนในวันที่7-12พย .นี้ ซึ่งเป็นการพบปะระดับผู้นำรัฐ(Head of States) และด้วยหัวข้อสำคัญ โอบาม่าไม่รู้จะแบกหน้าในฐานะผู้พ่ายแพ้หมดอำนาจมากมายได้อย่างไร คิดดูก็น่าสงสาร แต่การเมืองในเมกามีแพ้ชนะกันเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดาในอเมริกา พวกเขา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เจ้าค่ะ

มาถึงเรื่องคุญฮิลลารี่ คลินตั้น(Hillary Clinton) ซึ่งคั่วสเปโตหลายหน้าว่าจะสมัครแข่งเป็นประธานาธิบดีอีกสองปีข้างหน้า เมื่อสมัยปธน.โอบาม่าสิ้นสุดลง เท่าที่ทราบมาไม่เคยเห็นคนเมกาเลือกรัฐบาลของเขาและสภาทั้งสองคือล่าง(House) และบน(Senate) เป็นพรรคเดียวกัน เพราะอาจทำให้การตรวจสอบที่สมดุลย์(check-and-balance)ในระบบของเมกาต้องเอนเอียงโดยมีอำนาจเด็จขาดเพียงพรรคเดียว (คนกลุ่มเดียว)สาเหตุหลักอันนี้อาจทำให้ปธน.คนต่อไปเป็นเดโมแครตอีกก็ได้ คุญฮิลลารี่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตอนนี้ ฉนั้นหากคิดให้ดีแล้วระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบนั้น รัฐบาลอ่อนแอมาก มีอำนาจน้อยกว่าระบอบเผด็จการ รวมทั้งพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งมีพรรคเดียว และประเทศที่ใช้วิธีเผด็จการทางรัฐสภา ซื่งพรรคการเมืองมีคะแนนในสภาไม่เคยตํ่ากว่า 80เปอร์เซ็นนั้น จะเรียกเป็นเผด็จการด้วยได้หรือเปล่า? ...... คือระบอบ ลีกวนยู ของสิงค์โปร์ซึ่งเป๊นผู้บริหาร บ.เทมาเส็ค(Temasek Holdings) ราคาปัจจุบัน$125 billion ซึ่งทักษินมีความสัมพันธ์ฉันท์ญาติเจ้าคะ

ส่วนของพี่น้องไทย มั่วสุดๆ จะปิดประเทศ...? หรือจะมีพรรคเดียว...? หรืออาจจะมีการเลือกตั้ง...? หรือจับแต่งตั้ง...? ฯลฯ ทุกอย่างบงการอยู่ภายใต้กระบอกปืนของเผด็จการทหารทั้งสิ้น...!!!

วันนี้เป็นวันเพ็ญเดือนสิบสอง 6 พย. 2557 หลายคนได้ไปลอยกระทง ข้าเจ้าได้แต่อธิษฐานให้ภาวะตรึงเครียดในประเทศไทยคลี่คลาย สิ่งร้ายๆ ใจอคติ ความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ไหลไปพร้อมกับกระทงทุกอันลงสู่ทะเลด้วยเทอญ...

:redgirl: ขอให้ทุกคนรักประเทศไทย อย่าเห็นแก่ได้ จนทำลายชาติตน...นะเจ้าคะ

Offline

#99 July 31, 2015 6:08 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ยกยออีกแล้ว ของหอมหวานจากคุณ Forester (ซึ่งไม่ค่อยยอใครง่ายๆ) ทำให้นอนคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะรายงานและเขียนได้ดีที่สุด แต่เนื่องจากไม่สันทัดในงานเขียนและภาษาซึ่งไม่ได้ใช้เลยมากว่า ๔๐ ปี ก็สะกดผิดๆถูกๆตลอดเวลา ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ

เรื่องเผด็จการรัฐสภาของเมกา เป็นไม่ได้นาน เพราะทุกๆ 2 ปี เขาจะมีการเลือกตั้ง”ปลายเทอม” (ตอนเลือก ปธน.) และอีก 2 ปีต่อมาเขาจะเลือก “มิดเทอม” (การเลือกมิดเทอมครั้งนี้เพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ 6 พย. 2557) หากนักการเมืองคนใดเบี้ยว คนอเมริกันจะเทคะแนนไปช่วยพรรคตรงข้ามทันที เพราะเขาคอยจ้องดูแลการปฎิบัติงานของนักการเมืองอย่างใกล้ชิด เพราะนักการเมืองเป็นตัวแทนของเขา หากทำผิดสัญญาหรือขาดความสามารถ (incompetence) เขาก็จะปลด(คือไม่เลือก)ทันที เป็นอำนาจของประชาชนที่มีอย่างแท้จริง (one man one vote-หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง)

เรื่องคุณฮิลลารี่ คลิ้นตั้น (Hillary Clinton) นั้น อยากเสริมให้อีกเพราะติดตามและสนใจท่านผู้นี้มานาน ท่านเป็นทั้งสุภาพสตรีอันดับหนึ่งมาแต่ยังสาว จากรัฐอากันซอร์ (Arkansas)ตอนสามีบิล คลิ้นตั้น (Bill Clinton)เป็นผู้ว่า 2 สมัย (8 ปี) และต่อมาก็เป็น สตรีอันดับหนึ่ง (First Lady)ของเมกา (USA) อีก 8 ปี หลังจากนั้นระหว่างปี 2001-2009 ท่านได้เป็น วุฒิสมาชิก(Senator)ของรัฐนิวยอกค์ เกือบครบเทอม 2 สมัย(12 ปี) แต่อยู่ได้เพียง 8 ปีก็ต้องลาออกเพื่อไปลงแข่งกับโอบาม่าชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อแข่งขันเป็นปธน. และ ต่อมาได้เป็น รมต.ต่างประเทศให้ ปธน.โอบาม่าอีก 4 ปี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ที่ทำให้ท่านชำนาญโลกอย่างแท้จริง

ฮิลลารี่จะยิ้มเสมอ แต่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บร้ายกาจที่จะตอบโต้ตีกลับอย่างฉับพลัน เหมือนแรดเดิ้ลสะเน็ก(Rattle Snakes) คือกระดิกหาง(ร้องเพลงให้ฟัง)ก่อนจะฉกกัด(strike) เอาถึงตาย อย่างแท้จริง ช่วยสามี บิล คลิ้นตั้น เพราะมีการศึกษามาพอๆกัน และท่านมีความทะเยอทะยานสูงที่จะเป็น ปธน. และจะทำให้ได้ดีกว่าสามี ท่านมีคำคมอยู่อันเดียวคือ “ฉันไม่ได้อยู่บ้าน ทำขนมเค๊กรอสามีนะ” “I am not just stay home and baking cake… “ แต่ท่านได้เข้าไปบริหาร รบ.เมกาด้วย มาถึง 2 สมัย (8 ปี)ด้วย แบบเป็นหุ้นส่วน (partner)กับสามีอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ทีเดียว ยกเว้นเรื่องเจ้าชู้ของบิลเท่านั้นที่ฮิลลารี่รู้ไม่หมด แต่พอถึงเวลาก็อยากมานั่งเคียงคู่กับสามี ปกป้องสามีสุดขีด... เรื่องของฮิลลารี่มีอีกมาก ท่านเป็นเฟมมินิสท์(feminist) ท่านเคยกล่าวว่า “I evolved overtime, and I’m very proud to state that I’m a full support of marriage equally right now."

ฮิลลารี่อาจจะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่ามหาศาลต่อพรรคเดโมแครต และหากได้รับการเลือกตั้งเป็นปธน. ท่านจะเป็นปธน.หญิงคนแรกของประวัติศาสตร์อเมริกา บวกกับความทะเยอทะยานและความสามารถเป็นเลิศ ท่านอาจจะนำประเทศและโลกไปสู่มิติใหม่ ที่มีคุณค่าต่อมวลชีวิตของชาวโลก ก็อาจจะได้เห็นและเป็นสี่งเป็นไปได้ทีเดียว

ขอบคุณForester ที่เข้ามาทักทาย ขอให้เหมือนเดิมตลอดไปนะเจ้าคะ

Offline

#100 July 31, 2015 10:22 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,834
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

สวัสดีครับท่าน Amdang .. ทักทาย และติดตามท่านอย่างไม่พลาดเสมอ .. พลังแห่งการเรียนรู้ และพัฒนา ย่อมทำให้โลกปัจจุบันไม่ตกลงและหลงยุคกลับไปสู่ยุคไดโนเสาร์ .. การที่มนุษย์ได้เรียนรู้ว่าโลกเคยมีไดโนเสาร์อยู่ ถือเป็นเรื่องราวเล่าขาน และมีการพัฒนาตัวเองขึ้นได้ แต่บางทีก็ยากสำหรับบางกลุ่มที่ยังต้องการย้อนยุคกันอยู่ เพียงเพื่อความมั่นคงปลอดภัย จึงไม่อาจยอมรับการพัฒนาประชาธิปไตยได้ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เหมาะ ยังไม่ถึงเวลา และการปล่อยให้เลยเถิดอาจจะกลายเป็นภัยต่อสังคมประเทศในระยะยาวได้ .. ตรงนี้ผมเองก็เชื่อว่าเขาก็มีเหตุผลของเขา ซึ่งอาจจะจริงก็ได้ หรืออาจจะไม่ .. เพราะเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่อย่างน้อยเขาอาจจะมีพื้นฐานของอุปนิสัยชนในชาติว่า มักทำอะไรตามใจตัว และสุดท้ายเมื่อต่างคนต่างอยากทำอะไรตามใจของตน การรวมเป็นหนึ่งอาจจะเป็นไปได้ยากเสียแล้ว .. ตรงนี้เองผมกำลังมองว่า ณ เวลานี้ การปรองดองสามัคคีในชาติจะเกิดขึ้นได้ไหม ถือเป็นบททดสอบใหญ่เหมือนกัน ของการจะก้าวเป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนปรารถนา เพราะไม่ว่าจะพัฒนารูปแบบหรือสถานะการณ์ใด จำต้องพัฒนาจิตใจตนเป็นอันดับแรกเสียก่อน .. ผมเคยเห็นฝรั่งเขามีปัญหาขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน และรุนแรงใส่กัน แต่เมื่อหันกลับมาจับมือกัน และยุติศึกให้อภัยกัน เขาทำได้ทันที ตัดความคิดความรู้สึกเดิมไปได้ทันที (ผมอาจจะอ้างจากการได้ดูภาพยนต์ฝรั่ง ที่ถูกกำหนดจากบทภาพยนต์ก็ได้ เขาเอ่ยปากขอโทษ เสียใจ และยอมให้อภัยกันอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา ซึ่งผมก็อยากเห็นภาพนี้ในชาติของเราบ้าง) หรือตัวอย่าง โอบามา กับ ฮิลลารี่ .. โจมตีใส่กันอุดตลุดตอนหาเสียงแย่งกันเป็นตัวแทนพรรค แต่พอฝ่ายหนึ่งได้ตำแหน่ง ปธน. ก็ดึงเอาอีกคนหนึ่งมาร่วมทีมบริหารประเทศต่อไป โดยลืมสิ่งที่เคยเล่นงานกันไปหมดสิ้น เพื่อประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ .. เพราะฉะนั้นการปล่อยให้คู่ขัดแย้งสองฝ่าย ต่างฝ่ายต่างอยู่ ต่างคิด ภาพติดลบและความรุนแรงจะไม่มีวันจางหายไป จำเป็นต้องเริ่มด้วยการหันมาพูดคุยกันด้วยการหยิบแนวความคิดที่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ที่เห็นได้ในมุมมองเดียวกัน ภาพเดียวกัน .. เป็นการค่อย ๆ ประสาน ซึ่งจำเป็นต้องมีเจ้าภาพที่เป็นคนกลาง แต่ปัจจุบันนี้เจ้าภาพคนกลางหาไม่ได้ เพราะดันตนเองไปอยู่อีกฟากหนึ่ง ไม่ได้ยืนอยู่ตรงกลางเพื่อคอยประสานสถานะการณ์ ผมมองไม่เห็นบุคคลตรงกลางนี้เลยในเวลานี้ .. ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือรัฐบาลเผด็จการ พยายามใช้วาทะกรรมเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ ในขณะที่ตนเองกลับยืนอยู่อีกฝ่ายหนึ่ง ภาพที่เห็นคือคุณยึดอำนาจเขา นั่นแปลว่าคุณอยู่คนละฟากกับเขาโดยปริยาย แล้วจะทำให้ใคร ๆ มองว่าคุณอยู่ตรงกลางได้อย่างไร ไม่นับวิธีปฏิบัติที่ยังคงอำนาจกฎอัยการศึก และคงการปิดกั้นโอกาส บีบบังคับ จับกุม และปล่อยให้มีการเล่นงานกลั่นแกล้ง ตัดโอกาสกันในทางการเมือง เช่น การพยายามวุ่นวายกับเรื่องย้อนไปถอดถอน คนที่ออกจากตำแหน่งไปตั้งนานแล้ว ดูยังไงก็ไม่เกิดประโยชน์แก่สังคมประเทศ กลับยังนำมาเล่นกันในแบบที่ถูกมองว่าเหมือน "ผู้ใหญ่ใจเด็ก" ไร้จินตนาการในเชิงสร้างสรรค์ ยังสนุกกับเรื่องที่เป็น "เกมการเมือง" มากกว่าบทบาทนิติบัญญติของชาติที่แท้จริง .. เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นแห่งความปรองดองยากที่จะเกิด (เพราะเจ้าภาพคนกลางจริง ๆ ไม่มี) เมื่อไม่เกิด ภาพประชาธิปไตยที่ปรารถนาก็ยิ่งยากขึ้นไปใหญ่ .. ท้อได้ แต่อย่าถอยนะครับ การยืนหยัด มุ่งมั่น แน่วแน่ และโชว์ให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชน จะทำให้ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาครับ ..

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.