iFreeThai

#121 July 31, 2015 10:35 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

แหม !!! คุณAlanคะ ... ไม่เก่งถึงขนาดนั้นหรอกเจ้าคะ เพียงแต่อ่านผ่านๆมาแล้วน่าสนใจ เลยเก็บเอามาเสนอเพื่อนๆ เพื่อให้คล้องจองกับสถานะการณ์ของเมืองไทยปัจจุบัน เวลานี้พม่ากำลังสลัดแอกออกไปจากการปิดโครงการณ์เขื่อนมะยิตโซน (Myitsone Dam Project) จีนโกรธเคืองมาก คอยดูว่าจีนจะทำอย่างไรกับพม่าอีกไม่นานก็คงรู้ แต่จีนยังไม่แคร์ที่อาจจะเสียพม่าในตอนนี้ เท่ากับการได้ไทยในอาณัติ เพราะเป้าหมายหลักคือได้ผ่านไทยเป็นเส้นตรงสู่ มาเลย์เซีย จนถึงสิงค์โปร์ให้จงได้
คือเรื่อง ประยุทธ จันทร์โอช านำทีมไปเซ็นต์สัญญากับจีน เรื่องโครงการณ์ MOU (Mutual Of Understanding) รถไฟด่วนที่ให้จีนลงทุนให้ถึงสี่ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้กังวลต่อหนี้สินมหึมานี้ว่าจะชดใช้กันอย่างไร? ยิ่งทราบแว่วๆว่าต้องเสียเนื้อที่บริเวณสถานีรถไฟจอดรับผู้โดยสาร ซึ่งจะก่อสร้างเป็นอาคารร้านค้าเหมือนศูนย์การค้าย่อมๆทุกแห่งที่ทางรถไฟผ่าน และท่าทางมุบมิบแบบแอบขายประเทศในปลายรัชกาลนี้ ยิ่งคิดยิ่งกังวลจนเหงื่อแตกพลักๆ นี่เป็นหนี้สินจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศมา ข่าวตามมาอีกว่าข้อผูกพันหนี้สินนี้ยาวถึง 99 ปีประมาณสามชั่วคน เราคงเอาตัวไม่รอดในคราวนี้เอง ทำให้นึกถึงการเป็นทาสในอดีตของมนุษย์ชนส่วนใหญ่ ที่เริ่มมาจากความยากจน ขาดเขินหรือมีความจำเป็นต่อชีวิตเนื่องจากสาเหตุอันใดก็ตาม ต่อมา .....จนกลายเป็นทาสในเรือนเบี้ย คือลูกหลานเหลนตกเป็นทรัพย์สินของเขาด้วย โดยมิสามารถสลัดหลุดจากวงจรอุบาทว์นี้ไปได้เลย สมัยนี้มันมาในรูปเงินกู้ระดับประเทศนั่นเอง
เราจะยอมเสียเสรีภาพโดยเพียงอยากนั่งรถไฟด่วนของจีนหรือ ?? เราจะเซ็นต์สัญญาโดยไม่มีประชามติหรือ? เป็นคำถามที่ไม่กล้าตอบและหวาดกลัวจนใจสั่นเมื่อนึกถึง ........ เจ้าบ้านผ่านเมืองกำลังทำอะไรกับประเทศนี้ ... และประชากรของตัวเอง มันเหี้ยมโหดถึงขนาดนี้เชียวหรือ? ........ ลูกหลานพระเจ้าตากหายไปไหนหมด ? เรากำลังจะไม่มีชาติอีกแล้ว โปรดช่วยด้วย!!
:redgirl:ขอบพระคุณคุณAnlan ที่เข้ามาเสวนาทักทายกันอีกเจ้าคะ Merry Christmas and Happy New Year 2015คะ

Offline

#122 July 31, 2015 10:35 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

เรียน ท่าน Amdang ที่นับถือครับ .. ในปีหน้านี้ท่าน Richard จะต้องย้ายบ้านกลับไปยังบ้าน IF อีกคร้้ง โดยปิดบ้าน dangdd ลง .. ผมจะดีใจมากเลยหากจะได้พบกับคอลัมน์และเรื่องราวดี ๆ ของท่านที่บ้าน IF อีกครั้งหนึ่งครับ .. แต่ท่าน Richard มีเจตนารมย์ที่จะให้เพื่อนสมาชิกเปลี่ยนชื่อใหม่เลย .. ปัญหาก็อยู่ที่แม้จะในชื่อใหม่แต่เนื้อหา และสำนวนยังคล้ายของเดิม ก็คงถูกจำได้อยู่ครับ .. แต่อย่างไรก็ตามหากบ้าน IF ปลอดภัยมากกว่า ผมก็อยากได้อ่านข้อมูลจากท่าน Amdang ต่อเนื่องเช่นเดิม .. และขอขอบพระคุณสำหรับทุกสิ่งที่ท่าน Amdang ได้มอบให้แก่บ้าน dangdd และ มวลมหาประชาชน เอ๊ย มวลสมาชิกทุกท่าน มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Offline

#123 July 31, 2015 10:36 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอบพระคุณ คุณwildfire ที่กรุณาชมมาเจ้าค่ะ
หวังว่าจะได้ติดตามรายละเอียดเรื่องความยุ่งยากของโลก โดยเฉพาะเมกาและรัสเซีย ซึ่งมีความสามารถทางการทหารพอๆกัน แต่การผลีผลามของปูตินในเรื่องยูเครน (Ukrane) และการยึดแหลมไครเมีย (Crimea) ได้เรียกร้องโลกและมหามิตรกลุ่มเนโต (NATO)ยุโรปได้เห็นความอวดใหญ่แบบนักเลงของรัสเซีย และอยากให้ความร่วมมือเรื่อง Sanction เอาให้อยู่หมัดอีกครั้ง เหมือนตอนที่แล้วที่อาณาจักรคอมมิวนิสต์รัสเซีย(USSR) ถูกคว่ำลงตอนแพ้สงครามเย็น (Cold War) เมื่อต้นๆคศ. 1990s

รัสเซียของปูตินนั้นกำลังพยายามเอาสงครามเย็นกลับคืนเป็นปฏิปักษ์โดยตรงกับโลกตะวันตกอีก เพราะปูตินเคยเป็น จนท.เคจีบี (KGB--Russian Secret Service) และทราบดีว่า หากหวลกลับไปคล้ายๆแนวเดิม ตัวก็จะได้อยู่ตำแหน่งประมุขแห่งรัฐจนตาย เหมือนผู้นำรัสเซียอื่นๆในอดีต... น่าอนาถ

จริงๆคนที่ได้อำนาจ มีอำนาจ ก็จะหวงแหนตำแหน่งให้ตัวเองให้คงอยู่ จนตัวตายหรือตายไปแล้ว เกือบทุกคน ยกเว้นในโลกประชาธิปไตย ซึ่งมีเวลาขึ้นลงตามกฏเกณฑ์ คือรัฐธรรมนูญของตัวเองบัญญัติไว้ นอกนั้นเป็นอย่างนี้เกือบทั้งนั้น

:rose:ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตาม เป็นแฟนอ่านที่คงทนมาตลอด ทำไห้ข้าเจ้ามีกำลังใจ อดทนในการเขียนไม่รู้เบื่อเจ้าค่ะ ขอให้คุณมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ตลอดปี 2558 นะเจ้าคะ

Offline

#124 July 31, 2015 10:36 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ตอบคุณหมอวิเชียร-KMD:
เรื่องหลักของราคานํ้ามันตกก็คงเป็นจุดอีควิลิเบรี่ยม (equilibrium)ของดีมาน/ซับพลาย(demand/supply) แต่ได้พยายามขมวดเรื่องความยุ่งยากในตะวันออกกลางในซีเรีย อิรัค และเรื่องยูเครนที่รัสเซียกำลังส่งรถถัง 46 คันและทหารจำนวนมากจะยึดประเทศเพื่อนบ้านเล็กๆแห่งนี้ผนวกเข้ามาด้วย เพราะเท่าที่เคยเห็นมือระดับเมกานั้นมักยิงนกนัดหนึ่งได้หลายตัวเจ้าคะ ยิ่งอ่านการต่อสู้ของพวกไอซีส (ISIS) ในซีเรีย อิรัคตอนเหนือโดยเฉพาะที่เขตเมืองโมซุล(Mosul)ของพวกเคอร์ต(Kurd)ก็อดคิดมากไม่ได้ว่าเมกาคิดหมากแบบกินทีเดียวเข้าฮอสเลยแน่นอน แถมกวาดค่าเงินรูเบิ้นของรัสเซียตกควํ่าลงกว่า50% และเศรษฐกิจของทั้งรัสเซียและของอิหร่านซึ่งพึ่งพาผูกติดกับราคานํ้ามันเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของประเทศเขาเป็นหลักให้มีอาการป่นปี้ไปด้วย คุณหมออาจจะไม่ใช่แฟนปธน.โอบาม่ากระมังคะ?..... ไม่ผิดหรอกเพราะเรื่องนํ้ามันเป็นหลักเจ้าคะ แต่เมกาและนาโต (NATO) เอาผลประโยชน์ต่อรัสเซียและอิหร่านมากกว่านั้นหลายเท่าในเรื่องราคานํ้ามันตกครั้งนี้ อีกหน่อยคงได้ยินว่าเฒ่าปีศาจจ๊อช ซอโรส(George Soros)ได้กำไรจากเหตุนี้กี่ล้านล้านดอลล่าห์เจ้าคะ
:rose:ขอบพระคุณที่เข้ามาทักทายเจ้าค่ะ ปีใหม่ขอให้คุณหมอประสพสุข สุขภาพสมบูณร์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งครอบครัว ตลอดปี ๒๕๕๘ นะเจ้าคะ พบกันใหม่เจ้าค่ะ

Offline

#125 July 31, 2015 10:37 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Russian Sinking 2


มองภาพใหญ่ว่ารัสเซียจะไปทางไหน?


มาพูดเรื่องน้ำมันโลกอีกหน ขณะเขียนนี้4 มค.2558 ราคาน้ำมันตลาดโลกตกลงมาเหลือ $52.69 ต่อบาร์เรล และตกมาตลอดปีประมาณ 50% ประเทศต่างๆซึ่งผูกขาดรายได้จากน้ำมันเป็นรายได้หลักของประเทศ เช่นรัสเซีย (67% ของรายได้($540 Billion/year) อิหร่าน(88% ของรายได้) รวมไปถึงเวเนสุเอลล่า ไนจีเรีย และอีกหลายประเทศในกลุ่มโอเปค(OPEC) ซึ่งวางโครงการณ์ค่าใช้จ่ายของประเทศไว้ส่วนใหญ่ เพราะรายได้จากราคาน้ำมัน ที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง มีแต่จะสูงขึ้น เพราะเป็นแหล่งพลังงานในที่ทดแทนไม่ได้


แต่ตอนนี้เมกาได้ประสพความสำเร็จในการผลิตน้ำมันและแก๊ซ จาก Shale Gas Projects และขุดน้ำมันเดิมที่สำรองเอาไว้ใต้ดินมาใช้ รวมทั้งขณะนี้กำลังกระทำโครงการณ์ ท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ ที่จะเชื่อมจากส่วนกลางของแคนนาดา และผ่าตรงครึ่งกลางของเมกาตอนเหนือลงไปหารัฐเท๊กซัส และออกสู่อ่าวเม๊กซิโก(Gulf of Mexico) ที่จังหวัดมานิโทมา(Manitoba) ซึ่งเป็นส่วนกลางทวีปอเมริกา ส่วนนี้ต่อกับรัฐทางมิดเวสต์(Midwest)ของเมกา ที่มีแหล่งพลังงาน Tar Sands จำนวนมหาศาล Tar Sands ตัวนี้สามารถนำมาแปลงเป็นน้ำมันและแก๊ซ ใช้กันเป็น 100 ปีก็ไม่หมด


จะเห็นได้ว่าฝ่ายรัสเซียและอิหร่าน เจ้ามือใหญ่ฝ่ายหนึ่ง ในการสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่ซีเรียและอิรัค ซึ่งขณะนี้นอกจากซีเรียจะถูกพวกประชากร ซึ่งเป็นพวกซุนนี่ (Sunni)ร่วมช่วยรบกับ รบ.ซีเรี่ย 2 ปีกว่าคนตายเกิน 2 แสนคน และพวกที่อพยพหลบหนีออกนอกประเทศเกินกว่า 3 ล้านคน เป็นภาระต่อโลกอย่างขนานหนักขณะนี้ สาเหตุเพียงเด็กวัยรุ่นออกมาประท้วง รบ. บาร์เซอร์ อาซาสด์ ( Bashir Assad) ซึ่งเป็นพวกอาละไว (Alawite) ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของชีไอท์(Shiite) ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ในอิหร่าน อิรัค และตะวันออกกลางทั่วไป เช่นที่บาร์เรน (Bahrain) เป็นต้น แต่ประชากรส่วนใหญ่ของซีเรียนั้น เป็นพวกซุนนี่ (Sunni) ซึ่งมีซาอุดิอาระเบียร์ กาตาร์ และประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียร์ (Persian Gulf) เป็นต้น


สาเหตุจากสงครามกลางเมืองในซีเรี่ย ตอนแรกเมื่อเด็กวัยรุ่นออกมาเขียนกำแพงและเดินประท้วงบนถนน ทหารและตำรวจซีเรี่ยยิงไล่ผู้ประท้วงตาย 2-3 คน ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มซุนนี่ (Sunni) ก็ลุกฮือต่อสู้กับ รบ.บาเซอร์ อาสสาด และต่อเนื่องรุนแรงกันมาสองปีกว่าแล้ว


ทีนี้ซาอุดิอาระเบียและกลุ่มซุนนี่ (Sunni) ผู้ร่ำรวยน้ำมันมาหลายสิบปี มีเงินมาก ได้ร่วมลงขัน ตั้งพวกนักสู้ของมุสลิมซุนนี่ ทั่วโลกชื่อ “ไอซิส-ISIS” หรือ “ไอซิล-ISIL” (Islamic State Liberation) ปรากฏว่ามีคนหนุ่มหัวรุนแรงของซุนนี่ทั่วโลก ทั้งในอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย...ฯลฯ จำนวนเป็นหมื่นคนเข้าร่วม และเข้าตีทั้งทางด้านตะวันออก และทางเหนือของซีเรีย และเข้ายึดด้านพื้นที่อิรัคของจังหวัดอันบา (Anbar Province) และลุกลามจะเข้ายึดเขตเหนือของอิรัค ซึ่งเป็นบ่อน้ำมันใหญ่ บริเวณเมืองโมซุล (Mosul) ซึ่งครอบครองโดยพวกเคอร์ส (Kurds) ซึ่งเป็นส่วนหนี่งของอิรัค ขณะนี้ก็รุกลงจะเข้ายึดแบกแดดเมืองหลวงด้วยซ้ำ แต่เมกาเข้าขัดขวางโดยใช้กำลังทางอากาศและใช้โดรนส์ (Drones-เครื่องบินโจมตีแบบไม่มีคนขับ) เข้าทำลายไอซิสขณะนี้ สาเหตุเพราะกลุ่มไอซิสใช้ความรุนแรงต่อเชลย ที่แม้เป็นนักข่าวของโลกตะวันตก โดยตัดหัว เอาคลิปออกโชว์ทางทีวีหลายรายการ คนอเมริกันไม่ยอมรับพฤติกรรมโหดแบบนี้ ก็ไม่ได้ขัดขวาง ปธน.โอบามาที่ใช้กำลังทางอากาศ ต่อต้านและหยุดยั้งพวกไอซิสลงไปมากแล้ว จากเครื่องบินเมกาโจมตีเกินกว่า 200 เที่ยว ภูมิประเทศแถบนั้น ง่ายต่อการทำเป้าหมายทางอากาศ ส่วนมากเป็นที่ว่างเปล่า พวกไอซิสต้องการตั้งรัฐ (ประเทศ)ใหม่ที่นี่ ซึ่งรวมทั้งเขตแดนของซีเรี่ย เขตแดนอิรัค และบางส่วนของพวกเคอร์ส(Kurds) แต่ความฝันอาจจะล้มเหลว เพราะเมกาเปลี่ยนใจไปช่วยอิรัค และแน่นอนช่วยพวกเคอร์ส ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย 9% ของพลเมืองอืรัค แต่มีความจงรักภักกดีต่อเมกาและรบเก่ง ใจถึง แม้ผู้หญิงก็ออกรบด้วย พอๆกับกลุ่มม้งของวังปาวสมัยสงครามลาว


ตอนนี้ผู้สังเกตุการณ์ เริ่มมองเห็นรอยแตกแยกครั้งแรกระหว่างเมกากับซาอุดิอาระเบีย เรื่องไอซิส (ISIS) นี่เอง และการประชุมโอเปค (OPEC) ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกว่ามานี้ ฝ่ายซาอุดิอาระเบีย เป็นหัวหอกกลุ่มอาหรับ ไม่ยอมลดการผลิตน้ำมัน (ลดการผลิตน้ำมันจะทำให้ราคาสูงขึ้น) แต่โลกมองเห็นว่าซาอุดิอาระเบียเป็นสองอย่างคือ ยิงนกสองตัวต้องได้สองหัว คือต้องการให้เศรษฐกิจของรัสเซียและอิหร่านเกิดความยากลำบากต่อการเงินของประเทศ โดยไม่ยอมลดการผลิตน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันต่ำลง และทั้งรัสเซียและอิหร่านยังสนับสนุนซีเรียทำสงครามต่อไปได้ยากมากขึ้น เพราะซาอุดิอาระเบียและการ์ตาร์สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม ข้อสองคือการทำราคาน้ำมันต่ำลง ก็จะทำอันตรายต่อโครงการณ์ Shale Gas Projects และ Tar Sandsของเมกาให้พัฒนาช้าลง เพราะราคาน้ำมันต่ำแต่การลงทุนสูง


ส่วนผลจะออกมาอย่างไรก็ต้องคอยดูกันอีกต่อไป แต่เท่าที่เห็นๆราคาน้ำมันจะต่ำอยู่ขนาดนี้ หรืออาจจะต่ำลงกว่านี้เสียอีก ทำให้เศรษฐกิจเมกาดีขึ้นอย่างทันตาเห็น


จำเป็นต้องจบห้วนๆแค่นี้ก่อนนะเจ้าคะ เพราะการจากไปของคุณวู๊ดไซค์นปช.ยูเอสเอ วีระบุรุษแห่งประชาธิปไตย ขุนพลผู้ยี่งใหญ่ นักต่อสู้เพื่อขบวนการประชาธิปไตยของชาวไทย ความคิดความอ่านของข้าเจ้ามันตีบตันไปหมด ไม่มีแรงจะจิ้มแป้นพิมพ์ต่อในวันนี้


:redgirl:พบกันใหม่ในบ้านเก่า อยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิมเจ้าค่ะ

Offline

#126 July 31, 2015 10:37 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Russian Sinking 3

ในอเมริกา มีเพียงรัฐอลาสก้า(Alaska) รัฐเดียวที่ลำบากกว่าใคร เพราะรัฐนี้มีรายได้หลักจากน้ำมัน และท่อน้ำมันที่เขตน๊อทสโล๊ป(North Slope) เป็นรายได้หลักของรัฐ เนื่องจากภูมิประเทศ อยู่ในบริเวณเขตหนาวจัดเกิน ๖ เดือน/ปี รัฐอลาสก้าจึงพยายามดึงดูดแรงงานโดยยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีรายได้ และภาษีซื้อขาย ตอนนี้กำลังปวดหัวว่าจะหารายได้จากไหนมาทดแทน

ปัญหายูเครน(Ukrane) กับแหลมไครเมีย(Crimea) ที่กำลังทำให้เศรษฐกิจรัสเซียพังพินาศ ค่าเงินรูเบิ้ล(Ruble) ของรัสเซียตกต่ำถึง 60% เพียงปีเดียว และค่าดอกเบี้ยจาก 6.5%-17% และมีท่าทีว่าจะแย่ลงกว่าเดิมในปีใหม่ 2015 นี้อย่างแน่นอน เพราะราคาน้ำมันจะไม่กระเตื้องขึ้น รัสเซียได้วางแผนเศรษฐกิจของตนซึ่งขึ้นอยู่กับรายได้จากน้ำมัน 67% หรือ 2/3 ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ และราคาน้ำม้นดิบจะไม่ควรต่ำกว่า $80.00/บาร์เรล แต่ตอนนี้น้ำมันดิบตลาดโลกตกลงเหลือเพียง $52.00/บาร์เรล สาเหตุที่กำลังทำลายรัสเซียอยู่เพราะรัสเซียได้ผนวกแหลมไครเมียร์ ซึ่งเป็นของยูเครน และให้ประชาชนที่ไครเมียร์ออกเสียงประชามติ (Referendum)ว่ายอมรับการผนวกไปเข้ากับรัสเซีย แถมกองกำลังรถถังที่ไม่ติดป้ายและทหารรัสเซียจำนวนมาก ( 46 คัน) กำลังกดดันฝูงชน จากเขตด้านตะวันออกเพื่อกลืนทั้งประเทศโดยต่อเนื่อง ทำให้เมกาและประเทศยุโรป(NATO) เร่งประกาศการแซงชั่น(Sanction) ต่อรัสเซียในทุกทาง (ตลาด ธนาคาร เศรษฐกิจทุกทาง การทหาร...ฯลฯ) ทำให้เงินรูเบิ้ลของรัสเซียคว่ำลดค่ากว่า60% และมีทีท่าจะลดมากกว่านี้ในปีใหม่2015 คนรัศเซียตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ว่าเหตุการณ์อาจจะซ้ำรอยเหมือนเมื่อตอนรัศเซียแพ้สงครามเย็น(Cold War) ในปี 1992 ซึ่งเงินรูเบิ้ลของเขาตกลงเลขศูนย์อีกครั้ง

ปธน.ปูติน ผู้นำรัสเซียมา 15 ปี และกลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงืนถึง $70 บิลเลี่ยนขณะนี้ กำลังจะนำประเทศรัสเซียเข้าสู่ยุคต้มยำกุ้งเหมือนประเทศไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่เรา-ท่านหันมามองรัสเซียอีกครั้งแบบประวัติศาสตร์ที่รวบรัด คนรัสเซียและประเทศร้สเซียนั้นช่างเป็นคนที่วิเศษ และเป็นพิเศษจริงๆ ช่างทนทานต่อทุกสถานะการณ์ และทุกขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของประเทศของเขา ตกทุกข์ได้ยากลำบากเลือดตาแทบกระเด็นมาหลายครั้ง เช่นตอนถูกเยอรมันนี ปิดกั้นกรุงเลนินกราด(Leningrad) (อดีตคือเซ็นต์ปีเตอร์สเบิกร์-St.Petersburg) พระราชวังหลวงที่ใหญ่โตมโหฬารของรัสเซีย (ข้าเจ้าเคยได้มีโอกาสไปชมมาครั้งหนึ่ง 8 ปีที่แล้ว) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 1941 จนถึง 7 มกราคม 1945 เป็นเวลา 2 ปี 4 เดือน และ 5 วัน ของรัสเซีย และด้วยความเหี้ยม หาญ และความเฉลียวฉลาด พวกเขาก็สามารถนำประเทศไปสู่มิติใหม่เสมอ

ฮิตเล่อร์ได้ประกาศจะปิดเมืองเลนินกราด ให้ประชาชนเกือบ 3 ล้านคนตายด้วยการอดอาหาร ในฤดูหนาวอันเหิ้ยมโหดของรัสเซีย ซึ่งอุณหภูมิต่ำกว่า –30 องศาเซ็นต์เซียส(-22 องศาฟาร์เร็นไฮส์) ข้าเจ้าอ่านแล้วน้ำตาอดไหลไม่ได้ เมื่อทราบว่า ---ครอบครัวหนึ่ง แม่มีลูก 4 คน ต้องฆ่าลูกคนสุดท้องซึ่งมีอายุ 1 ปี6 เดือน เพื่อเอาเนื้อมาเป็นอาหารเลิ้ยงตัวเองและลูกคนโตอีก 3 คนและหลานอีก 2 คน... และอีกครอบครัวหนึ่ง พ่อผู้มีอาชีพซ่อมท่อน้ำต่างๆ (plumber) ต้องฆ่าแม่เพื่อเป็นอาหาร เลี้ยงลูก 3 คน และหลานผู้หญิง 2 คน ประทังชีวตให้อยู่รอด ...อีกครอบครัวหนึ่งที่เป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั่วโลก จากไดอารี่ บันทึกช่วยจำของเด็กหญิงรัสเซีย ชื่อ ทันยา ซาริเซวา (Tanya Savicheva) อายุ 11 ขวบ เขียนไว้ 9 แผ่น อธิบายถึงความหิวโหยอดยาก และความตายของพี่สาว ต่อมาก็คุณยาย แล้วน้องชาย ต่อมาคุณลุง ต่อมาคุณลุงอีกคนหนึ่ง ไดอารี่ที่บันทึก 3 หน้าสุดท้ายเขียนว่า “ความตายของตระกูล ซาวิเชวา ทุกคนตายหมด” และแผ่นสุดท้ายเขียนว่า “เหลือเพียงเด็กหญิงทันยาคนเดียว” แต่สุดท้ายเด็กหญิงทันยาตายลงด้วยโรคบิดจากอาหารเป็นพิษอย่างแรงหลังจากการปิดกั้นเมืองเลนินกราดจบลงในที่สุด บันทึก 9 หน้านี้ได้ถูกนำไปแสดงที่ห้องพิจารณาคดีสงครามที่นูเรมเบิกค์(Nuremberg Trail) ก่อนจะแขวนคอพวกผู้นำอาชญากรสงครามของเยอรมันหลังสงคราม

เพื่อนๆลองหลับตานึกภาพดูว่ามันทารุนโหดร้ายที่จะได้ยินได้ทราบ และสลดหดหู่ต่อวิญญาณของมนุษย์สักแค่ไหน? ความหนาวของอุณหภูมิขนาดนี้ หากใครล้มลงนอน ก็จะไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก มันหนาวกว่าน้ำแข็ง ไม่ใช่เหมือนพวกเรากินไอติม ที่แข็งเพราะความเย็นและอะเร็ดอะร่อยเพียง 5-10 นาที แต่ความหนาวของ บาร์บาร์โรซ่า(Barbar Rossa Operation) ปิดล้อมเลนินกราดหนาวขนาดนี้ ยาวนานถึง 872 วัน คนร้สเซียตาย 3,436,066 คน ฝ่ายทหารเยอรมันตาย 579,985 คนร้สเซียเรียกสงครามนี้ว่า “สงครามรักชาติที่ยี่งใหญ่” (The Great Patriotic War)

จอมพลกอร์กี้ ซูค้อฟ (Marshal Gorgey Zhukov)ลูกชาวนารัสเซียได้ชัยชนะ จอมพล วิลเฮม ริทเตอร์ วอน ลี่ป(Marshall Wilheim Ritter Von Leep) ยอดนายพล เป็นผู้มาจากตระกูลสูงศักดิ์ มั่งคั่ง และมีการศึกษาเป็นเลิศ เป็นที่ยอมรับว่าเป็นหนึ่งของเยอรมันท่านหนึ่ง ฝ่ายแพ้สิ้นรูป นายพล ซูค้อฟใช้ยุทธวิธีง่ายๆ คืออำนาจการยิง(Firing Power)ของเยอรมัน โดยเฉพาะหน่ยวรถถังแพนเซอร์ (Panzer) ทหารรัสเซียไม่สามารถต่อต้านได้ แต่พอตกกลางคืนก็ตีคืนเอาดินแดนที่เสียไปตอนกลางวันทุกทีไป เขาเป็นนายพลตั้งแต่อายุ ๓๘ ปี สตาลินรักมาก แล้วต้องรีบติดยศสูงตัดหน้าคนอื่นตลอดมา ซูค้อฟเป็นยอดนายพลของรัสเซีย ลูกชาวนาเจ้าค่ะ และในที่สุดเยอรมันถูกรัสเซียเหยียบในที่สุดบุกจนถึงเบอร์ลิน เมืองหลวง และตอนนั้นนายพล ซูค้อฟก็ได้พบกับยอดนายพลเมกาผู้เก่งกล้า ที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย จากแคริฟอร์เนีย(California) คือ จ๊อต แพ๊ทตั้น (George Patton) เกือบจะได้ต่อกรกันเสียแล้ว แต่พันธมิตรหย่าศึก เอาเบอร์ลินแบ่งกันเสียก่อน

จะเห็นว่าคนรัสเซียพิเศษอย่างไร ธรรมชาติทำให้พวกเขามีบ้านอยู่ในแผ่นดินกว้างใหญ่ แต่ตอนหนาวๆมากๆจะอยู่ด้วยความยากลำบาก ผู้คนจึงทรหดอดทน และมีความฉลาดเฉลียว ลึกซึ้งกว่าใครๆไม่น้อยทีเดียว สงครามครั้งนี้ WW ll (สงครามโลกครั้งที่สอง) คนรัสเซียเรียกว่า “Great Patriotic War “

ขอย้อนหลังไปอีก 100 กว่าปี (ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง) ถึงสงครามที่สำคัญ ครั้งแรกของรัสเซีย คือปี 1812 (24 June 1812-14 December 1812) ที่นโปเลียน โบนาปาต(Napoleon Bonapart) ของฝรั่งเศส นำกำลังทหารจากยุโรป 685,000 คน บุกแดนรัสเซีย สมัยพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ ที่ 1(Tsar Alexander l) ฝ่ายรัสเซียตาย 210,000 และทหารของนโปเลียนตาย380,000 หนีทัพ 120,000 คน (พวกหนีทัพเป็นทหารโปแลนด์ 35,000 คน ปรัสเซีย 20,000.คน จากออสเตรีย 50,000 คน) หากดูจากภาพยนตต์เรื่อง “War And Peace “ (หนังยาว ๘ ชั่วโมง โดย โทลส ทอย (Tolstoy) ใช้เพลง Background of Tchaikovsky’s 1812 Overture สงครามนี้คนรัสเซียเรียก “Patriotic War “ (สงครามรักชาติ)

นโปเลียนพ่ายแพ้ความหนาวของรัสเซีย ซึ่งปีนั้นหนาวถึง -37.5 องศาเซ็นเซียส และรัสเซียใช้อากาศทำลายกองทัพของนโปเลียนจนเกือบหมดสิ้นนับตั้งแต่การยุทธที่โบโรดิโน (Borodino) ทหาร 250,000 คนรบกันวันเดียว ตายทั้งหมด 70,000 คน และนายพลตาย 49 คน ซึ่งรัสเซียยอมแพ้ ถอยหนี แต่เผาเมือง เผาข้าวปลาอาหารจนหมด และนโปเลียนเรี่มขาดอาหาร และเครื่องนุ่งห่มที่จะใช้ในฤดูหนาว เมื่อเห็นรัสเซียถอยหนี ก็มุ่งหน้าสู่มอสโคว์ (Moscow)ในสัปดาห์ต่อมา รัสเซียก็เผาเมืองมอสโคว์และเสบียงทั้งหมดสิ้นเช่นเคย จนนโปเลียนต้องถอยกลับ แต่ความหนาวและอดอยากได้คร่าชีวิตของทหารเกือบทั้งหมด แถมตอนถอนกลับทหารหิวโหย หนีทัพ อิดโรย ก็ถูกทหารม้าที่มีชื่อโดงดังมากของรัสเซีย คือทหาร คอสแซ๊คส์(Cossacks) ดักเข้าโจมตีและฆ่าตายเป็นจำนวนมหาศาล นี่คือหน่วยทหารอันเลื่องชื่อของรัสเซีย ตอนหลังมาเรียก “ทหารม้าฮุ้สซ่าร์ (Hussar) ที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ไปศึกษาที่นั่น รัสเซียใช้ยุทธวิธี “มึงมาข้ามุด...มึงหนีข้าตาม...” จากในหนังของ Tolstoy เห็นว่านโปเลียนยกทัพเข้าไป 685,000คน ตอนกลับออกมามีทหารตามหลังนโปเลียนเพียงหยิบมือเดียว เป็นจุดเปลี่ยนอนาคตของจักรพรรดิ์นโปเลียน จนกระทั่งถูกเนรเทศ และสิ้นชีวิตด้วยยาพิษจากศัตรู

คนรัสเซียได้ชัยชนะที่ยี่งใหญ่ทั้งสองครั้งในประวัติศาสตร์ จึงทำให้โลกเห็นว่าคนรัสเซียนั้นไม่ใช่ธรรมดา ผู้คนในประเทศนี้ต้องมีอะไรที่ดีแน่นอน ก่อนเขาจะชนะศึกที่รุกรานประเทศของเขาด้วยอภิมหาอำนาจทั้งสองคราว นั่นคือนโปเลียนและฮิตเล่อร์ ในภาพยนต์ย้ำบอกให้เห็นว่า ชาวบ้านคนรัสเซียใช้มีด ใช้ซ่อม ฟางข้าว เป็นอาวุธต่อสู้กับรถถัง Panzer ของเยอรมัน ซึ่งเป็นรถถังที่ดีเด่นสุดใน WW ll ช่างเหมือนกับชาวบ้านบางระจันของเราไม่มีผิดเลย และเมื่ออยุธยาล่ม พม่าเผาเมืองอยู่สองเดือน และกวาดต้อนทั้งทรัพย์สิน และผู้คนกว่า 35,000 คน กลับไปพม่า โดยเจาะเอ็นซ่นเท้าร้อยด้วยหวายเป็นหมู่ๆ เดินทางหลายเดือนกลับพม่า คนไทยเรียกเอ็นนี้ว่า “เอ็นร้อยหวาย” มาจนทุกวันนี้ และวันนี้เรากำลังเสียเมือง (ประเทศ)ให้จีนอีก หลังจากที่เราหนีมาจากอาณาจักรน่านเจ้า เมื่อ 820 ปีที่แล้ว เราจะหมดคนดีศรีอยุธยา แบบพระเจ้าตากสินมหาราชไหมหนอ? อยากร้องไห้สักคืนเต็มๆให้จุใจเมื่อคิดเรื่องนี้


:redgirl:อย่าเพิ่งเบื่ออ่านเรื่องของอำแดงนะเจ้าคะ เรื่องคุณปูตินจะนำรัสเซียไปจากการหมดตัวนี้ได้อย่างไร เรา-ท่าน และชาวโลกกำลังจ้องมองตาไม่กระพริบ โปรดติดตามตอนต่อไป พบกันใหม่เจ้าค่ะ

Offline

#127 July 31, 2015 10:38 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ตอบ Forester & Mananya & DC2013

ขอบคุณท่านทั้ง 3 ที่ติชม ให้กำลังใจ และติดตามอ่านมาตลอด ต้องขออนุญาตตอบมาพร้อมๆกัน เพราะได้กล่าวถึงรัสเซีย ประเทศที่กำลังมีปัญหาเศรษฐกิจถดถอยอย่างน่าใจหาย เช่นเดียวกับประเทศไทยในขณะเดียวกัน ดังที่ท่าน DC2013 กล่าวว่า “นิทานเรื่อง Russian Sinking สอนให้รู้ว่า "ไทย ขี้ปะติ๋วมากขนาดไหน ถ้าไม่มองเพื่อนบ้านในขณะนี้" โปรดติดตามต่อไปว่า รัสเซียผู้ยี่งใหญ่ นำโดยคุณปูติน จะลงเอยเช่นไร และประเทศไทยจะทำได้ดีหรือเหมือนได้ไหม?

Russian Sinking 4

ก็ขอ update สนทนาการณ์ เรื่องน้ำมันและพลังงานโลก ซึ่งเกี่ยวพันกับการแซงชั่น(Sanction) จากUS และ NATO การบุกรุกและผนวกแหลมไครเมีย(Crimea Penilsuella) ของยูเครน (Ukraine) และมีทีท่าว่ารัสเซียจะยึดทั้งประเทศยูเครน แต่ก็ต้องชงัก ไม่กล้าบุกต่อไป เพราะราคาน้ำมันตกลงกว่า 50% ในวันนี้ เพียง 48.79 /บาร์เรล แถมซาอุดิอารเบีย ออกหนุนไม่ยอมหยุดยอดผลิตประจำวันเลยทำให้ค่าน้ำมันตกต่ำลง และจะเป็นอีกนาน ปรากฏการณ์ครั้งนี้น่าสนใจมาก เงินรัสเซียรูเบิ้ล(Ruble) ตกลงประมาณ 60% ในวันนี้(จากปีที่แล้ว) จงนึกดูว่าเงินส่วนตัวของปูติน(Personal Wealth) มี $70 billion ตอนนี้มีค่าเพียง $28 billion และหากจะดื้อดึงอีกต่อโดยยึดยูเครนทั้งประเทศ เพื่อนๆลองนึกหลับตาดูว่าปูตินจะเหลือสักเท่าไหร่ อาจจะเหมือนตอนแพ้สงครามเย็น (Cold War) ปี 1991 ซึ่งเงินรัสเซียเหลือ = 0 ระวังนะปูติน....คุณจะใช้ความกระหาย เบ่งอวดอำนาจต่อโลกตามอารมย์ และสันดานดิบของคุณนั้น จะทำให้กระเป๋าของคุณจากมีเงินมากที่สุด (ส่วนตัว) $70 billion มากที่สุดในโลก กลายเป็นเหลือ = 0 ก็ได้


มองกลับมาหาอาณาจักรตอแหลแลนด์ โปรดระวังนะ คนจนมากสุดๆ นั่นคือเชื้อเพลิงขนานใหญ่ที่จะเผาบ้านเผาเมือง และที่พวกท่านซื้อเรือบินส่วนตัวไว้หนีไว้ให้ดีนะ มันจะรวดเร็วจนใส่กางเกงในแทบไม่ทัน (เหมือนตอนท่านผู้หญิง ไสว จารุเสถียรเคยกล่าวไว้ตอนถูกนักศึกษาและประชาชนขับไล่ออกนอกประเทศตุลา 2516) อันนี้เรื่องจริงนะ วินาทีสุดท้ายเกิดขึ้นเร็วมากอย่างเหลือเชื่อ แทบตั้งตัวไม่ติด ...จะเป็นจริงในไม่ช้านี้

ความเป็นจริงของวิกฤตการณ์น้ำมันราคาถูกลง ต่อประเทศที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบโดยตรง

รัสเซีย เป็นประเทศที่มีรายได้ที่ขึ้นต่อการขายน้ำมัน และเกือบ 2/3 ของรายได้ในประเทศทั้งหมด ซึ่งกำลังประสพปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ค่าเงินรูเบิ้ล(Ruble) ตกลงจากดอลล่าห์เมกาถึง 60% และโดนแซงชั่น (Sanction) จาก US และ NATO ด้วยแล้วยี่งเพิ่มความยากลำบากที่จะกู้สถานะการเศรษฐกิจได้ จนธนาคารชาติของรัสเซียต้องขึ้นราคาดอกเบี้ยเป็น 17% (จาก 6.5%) บริษัทขนาดกลางต้องล้มสลายไปเลย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวล้มกลิ้ง บริการต่อไม่ได้ งบประมาณกลาโหมซึ่งสูงถึง $450 billion ต้องผลัดออกไปอย่างไม่สามารถจะกำหนดโปรแกรมอะไรได้อีก สถานะการณ์ของรัสเซียอยู่ระหว่าง “rocks and hard place in economy policy” รัสเซียไม่กล้าเดินหน้าเขมือบยูเครนดังที่ตั้งใจไว้...ปูตินอาจจะเหลือแต่ตัวเอง

อิหร่าน (Iran) กำลังเสียรายได้จากราคาน้ำมันตกเดือนละประมาณ $2.5 billion ผู้คนตกงานแล้ว 30% และตัวเลขจะสูงขึ้น ความทะเยอทะยานของฝ่ายพระมูล่าห์ (Mullah) ผู้ครองอำนาจเหนือรัฐบาลให้อิหร่านมีปรมนูเป็นของตัวเอง กำลังขัดแย้งกันอย่างมาก เพราะขาดรายได้ประจำ คนรุ่นใหม่ของอิหร่านไม่ต้องการความอดอยากจากการถูกแซงชั่น(Sanction) จากเมกา และ NATO ต่อไปอีก และจะผลักดันให้พวกจารีตนิยม (พวกพระ) ต้องยอมเลิกความหวังว่าจะมีปรมนูเป็นอันดับที่ 6 ของโลก ความขัดแย้งเรื่องขอยก Sanction และกับความขาดแคลนมีรุนแรงภายในประเทศมากขึ้นทุกที

เวเนซุเอลล่า (Venezuela) ประเทศนี้แย่ที่สุดที่ต้องขึ้นอยู่กับรายได้ของประเทศกับน้ำมันถึง 95% ปัญหาของประเทศจึงอยู่ในขั้นลึกซึ้งและวิกฤต ปธน.นิโคลัส มาดูโน (Nicolas Maduno) ซึ่งเข้ามาแทน ปธน.ฮูโก ชาเวส (Hugo Chavez) กำลังเดินทางไปขอความเห็นใจและขอปรึกษา(ยืมเงิน)กับ อิหร่าน รัสเซีย จีน (ขณะนี้เวเนซูเอลล่าเป็นหนี้จีนอยู่ $50 billion อยู่แล้ว) และประเทศ OPEC ทั้งหลายว่าจะมีทางแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง เป็นสัญลักษณ์ที่หมดหวังอย่างเห็นได้ชัด


ข่าวล่าสุด จีนได้ให้เงินเมื่อเดือน พฤษภาคม 2014 อีก $4 billion และปธน.เวเนซุเอล่า ได้ส่ง รมต.ศึกษา และรมต.เกษตร ไปจีนอีกเมื่อเดือนที่แล้ว (ธค.2014) เพื่อขอยืมเงินเพี่ม แต่จีนได้ปฏิเสธ เพราะเวเนซุเอลล่ามีปัญหาที่จะส่งน้ำมันวันละ 600,000/บาร์เรลให้จีนทุกเดือน ขณะนี้คู่กรนีย์อยู่ในสภาวะผอืดผอมต่อกันเป็นอย่างมาก

ซาอุดิอารเบีย(Saudi Arabia) ไม่ยอมลดปริมาณการผลิตน้ำมันประจำวัน เพราะต้องการให้รัสเซียและอิหร่านพังทางเศรษฐกิจเสียก่อน เป็นการยิงนกนัดเดียวได้นกสองตัว และตัวที่สองคือหากน้ำมันราคาตกขนาดนี้ จะทำให้เมกา Shale Gas และ Tar Sands ร่วมกับแคนนาดาต้องชงักการดำเนินงานลง ซาอุฯนั้นมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก คงจะทนต่อการขาดรายได้ของตัวเองได้ โดยเฉพาะมีเงินสำรองประเทศสูงถึง $750 billion คงทนขาดทุนได้จนคู่ต่อสู้พ่ายแพ้ แล้วตัวเองจะกลับมาครองตลาดน้ำมันได้อีกในอนาคต เป็นยุทธศาสตร์ที่น่าเกรงขามต่อโลกเป็นอย่างยี่ง

แคนนาดา(Canada) แม้จะกระทบโครงการณ์ใหญ่คือ Tar Sands (11% ของรายได้ทั้งหมด) ซึ่งกำลังหาท่อต่อกับเมกาอยู่ แต่ธนาคาร Royal Banks of Canada คิดว่าไม่กระทบต่อการลงทุนที่ขาดทุนไปบ้างในขณะนี้ แต่ราคาน้ำมันตกลงทำให้อำนาจการซื้อขายภายใน (Domestic Cosumption) จะทำให้เศรษฐกิจของแคนนาดาดีขึ้นมาก เงินทองสะพัดภายใน คิดจะทำอะไรก็คล่องแคล่วไปหมด

USA เป็นผู้รับชัยชนะ ทั้งทางเศรษฐกิจ และการเมืองของโลก โดยเฉพาะการสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่รัสเซีย อิรัก ไอซีส (ISIS) โดยสยบรัสเซียและอิหร่าน ไม่ให้สามารถสร้างความรุนแรงในยูเครน และหรือขืนดำเนินการเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทั้งสองประเทศกำลังผจญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ และค่าเงินตัวเองตกลงมากมาย อาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและพรรคพวกเช่น ซีเรีย อินเดีย จีน ยุโรป ที่ตัวเองมีความสัมพันธ์เรื่องน้ำมันและแก๊ซอยู่อย่างแน่นอน โลกมองสองประเทศนี้แทบตาไม่กระพริบ ว่าจะแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญหน้าไปได้อย่างไร?

วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะเจ้าคะ กำลังกังวลต่อการที่รัฐบาลเผด็จการของ ประยุทธ จันทรโอชา จะหาเงินมาใช้หนี้จีน 4.4 ล้านล้านบาท (ประมาณ $142 billion) ที่มากมายในประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างไร? นึกถึงเรื่องต้มยำกุ้ง (ช่วงรบ.พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพล้มละลาย ต้องไปยืมเงินจากไอเอมเอฟ(IMF)ได้มาเพียง$17Billion ด้วยความยากลำบาก เพราะเขาไม่ให้ยืมมากกว่านั้น และในที่สุดนายกทักษิณเป็นผู้กัดฟันใช้หนี้นี้หมดภายในประมาณ 3 ปี จากความสามารถอันเป็นเลิศของท่าน ตอนนี้เพื่อนๆลองเปรียบเทียบ $142 billion กับ $17 billion ว่ามันมากมายแตกต่างกันแค่ไหน และเป็นแต่เพียงโปรเจ๊คเดียว คือเรื่องรางรถไฟและตัวรถไฟเท่านั้น ส่วนลิขสิทธิ์สิ่งที่จะปลูกสถานีย่อยอีกนับจำนวนยังไม่ได้ เพราะประยุทธ กลับมาจากการเซ็นต์สัญญา เอมโอยู (MOU-Memorandum of Understanding) กับจีน ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของสัญญาในรูปใดๆทั้งสิ้น เป็นเรื่องต่างหาก สถานีย่อยเหล่านี้จีนจะเอาเป็นรายได้จากสี่งปลูกสร้างรอบๆ(ร้านอาหาร ตลาด ร้านค้ารายย่อยทั่วไป และ...ฯลฯ) หนี้ต้องจ่ายถึง 40 ปี และหลัง 40 ปีแล้วหากยังใช้หนี้ไม่หมด ก็ไม่อยากหลับตาวาดภาพว่า จีนจะทำอย่างไรกับประเทศไทย.... เราควรจะเอาเหตุการณ์ของประเทศเวเนซุเอลล่า เขื่อนมะยิดโซนของพม่า การยึดเกาะสกาโบโรที่ฟิลิปปินส์ การสู้รบกับเวียตนามในแถบทะเลจีนใต้ กรณีย์พิพาทเกาะเดียวย่ากับญี่ปุ่น และความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเริ่มหนืดมากขึ้น ยังไม่รวมเรื่องเกาะไต้หวัน และความเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอินเดียมาตลอด จีนร้ายกับเพื่อนบ้านและใครต่อใคร เป็นอุทาหรณ์ว่าจีนจะเป็นอย่างไรกับเราในอนาคต หากความสัมพันธ์และผลประโยชน์ในวันข้างหน้าต้องแปรเปลี่ยนไปกับเรา โดยเฉพาะที่เราไม่สามารถจะใช้หนี้ก้อนมหึมานี้ได้ตามในสัญญา เพราะตอนนี้คนไทยยากจนลงมากกว่าเดิมและแทบหมดสิ้นประดาตัวอยู่รอมร่อแล้ว แล้วไม่ใช่จีนจะขนรถถ้งจำนวนพันคันและทหารสักสามแสนนาย โดยใช้เวลาเพียงสองวันเข้าสู่แหลมชะบังและเข้าล้อมกรุเทพฯ โดยใช้รถไฟ เส้นทางเดียวกับที่กำลังจะทำให้ไทยตอนนี้ นะเจ้าคะ
พบกันใหม่เจ้าค่ะ

Offline

#128 July 31, 2015 10:39 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Russian Sinking 5


สงครามเย็น (Cold War) ระหว่าง 1946-19991


เวลา 45 ปี ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงจากทั้งสองค่าย ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันเป็นอย่างมากในทุกๆด้าน แต่ในที่สุด USSR ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พิสูจน์ให้เห็นว่า ระบอบเศรษฐกิจ การตลาด การศึกษา สังคม-วัฒนธรรม และชีวิตประจำวัน ฯลฯ ของโลกตะวันตกเหนือกว่าระบอบคอมมิวนิสต์อย่างเทียบกันไม่ได้ การแข่งขันทั้งสองค่าย ทำให้ประชากรคอมมิวนิสต์ของรัสเซียต้องยอมยกเลิกตัวเองจากการเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะทนกับการถูกหลอกลวงจากผู้ปกครองของฝ่ายคอมมิวนิสต์ต่อไปไม่ไหว จะกินแต่ละวันยังลำบากยากเย็นแสนเข็ญ ข้าวของจะซื้อจะขายก็ไม่มี บางคนต้องรอซื้อนมขวดหนึ่งโดยต้องเข้าแถวตั้งแต่ตอนเย็น กว่าเขาจะได้นมไปให้ลูกเกือบเที่ยงวันของวันต่อไป ขณะที่รบ.คอมมินิสต์รัสเซียกรอกหูประเทศทางวิทยุ ทีวี สี่งตีพิมพ์ต่างๆ ว่าอาณาจักรรัสเซียกำลังจะชนะ และจะได้ครองโลกในที่สุดเร็วๆนี้ ประกาศทุกๆวันจนผู้คนอ๊วกแตก เอือมระอากับการโกหก ข่มขู่หลอกให้เชื่อประจำวัน ประชาชนไม่เชื่ออีกต่อไป


ข้าเจ้ามิอาจจะเอารายละเอียดของการต่อสู้ของสงครามเย็นทั้งหมดนานถึง 45 ปีมารายงานตอนนี้ได้ เพราะแต่ละตอนล้วนสนุก และตื่นเต้นเร้าใจ และข้าเจ้าได้แต่เสียดายที่เรี่ยวแรงอ่อนแอลงไปมาก อีกประการหนึ่ง พวกหนังสือและเรื่องอ้างอิงในสงครามเย็นนั้นมีจำนวนมากมายแทบทุกภาษา หาอ่านได้อย่างเปิดเผยทุกๆเรื่อง แม้หลายอย่างยังถูกปกปิดเอาไว้อยู่บ้าง แต่ที่เหลือก็ไม่มากไปกว่าเนื้อหาที่เป็นจริงทั้งหมด จำต้องก้าวข้ามตอนสงครามเย็นและเข้าสู่สถานะการณ์ของรัสเซียปัจจุบัน ซึ่งมีมาหลังจากคศ. 1991 เมื่อมิเกล โกบาร์ชอฟ (Mikhail Gorbachev) ปธน.ของ USSR ตัดสินใจลาออกเมื่อ December 25, 1991 คนต่อมาก็คือ ปธน.บอรีส เยลซิน (Boris Yeltsin) สละตำแหน่งให้แก่ปธน.คนใหม่(ธงชาติใหม่) คือ วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) คนปัจจุบันเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ช่วงระยะปธน.บอรีส เยลซิน อยู่ในตำแหน่ง จาก 1991-2000 นี้เองที่รัสเซียได้แตกแยกละเอียดทั้งเขตแดน (แยกเป็น 16 ประเทศ) เขตอิทธิพล Sattlelite กลุ่ม Warsaw Pact การเมืองภายในและภายนอก เศรษฐกิจ การคลัง การพยายามที่จะมีตลาดแบบเสรี การต่อสู้ภายในพรรคคอมมิวนิสต์ หลังจากนั้นก็สะเปะสะปะจนกระทั่งรัสเซียสูญสิ้นไปทุกอย่าง แม้แต่ค่าเงินรูเบิ้ล (Ruble) ก็ตกกองลงพื้น คือค่าเท่ากับสูญ(0) ดังที่กล่าวไว้ในตอนแรกแล้ว คนรัสเซียใจแทบขาด และโกรธแค้นเลนินที่เอาลัทธิคอมมิวนิสต์มาสู่รัสเซีย จนถึงกับทำลายอนุสาวรีย์ของเลนินเกือบทุกแห่งไม่ให้เหลือในแผ่นดิน เมื่อรัสเซียได้หนุ่มน้อยคนใหม่ รูปหล่อ เป็นนักยูโดสายดำ อดีต พท.ของหน่วยการลับรัสเซีย เคจีบี (KGB-Committee for State Security/Russia Soviet Intelligence) เป็นคนรุ่นใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ก็พอดีโลกกำลังปวดหัวเรื่องพลังงาน จากน้ำมันและแก๊ซ ซึ่งควบคุมโดยกลุ่มโอเป๊ค (OPEC) รัสเซียได้รวบรวมทุนรอน และเครดิต จัดการขุดน้ำมันและแก๊ซ และเดินท่อออกขายไปทั่วทั้งเขตยุโรป อินเดีย และแถบประเทศตะวันตกเฉียงใต้ (แหลมบอนข่าน) จนร่ำรวยขึ้นมาอีกแทบจะข้ามคืน หลังจากทำลายบริษัท ยูโคดส์(Yukos) เป็นบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียลง ปูตินจับนาย มิเกล คอร์โดรแคสกี้ (Mikhail Khodorkasky) เจ้าของบริษัทในข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษี และยึดเอาเป็นของรัฐ ซึ่งตอนหลังปูตินเองมีหุ้นส่วนจำนวนมากอยู่เบื้องหลังอีกด้วย ปูตินเล่นการเมืองและบริหารประเทศอย่างได้ผล เขาเข้าไปในธุระกิจและคุมตลาดหุ้น และเขาจะเข้าไปมีส่วนเกือบทุกแห่ง จนเป็นที่ร่ำลือว่าเขารวยถึง $70 billion ในปัจจุบัน และเป็นบุคคลที่รวยที่สุดของทวีปยุโรป นอกจากเขาจะทำให้ตัวเองร้ำรวยแล้ว เขายังทำให้รายได้รวมของประชากรรัสเซีย(GDP) ในระยะเพียง 14 ปี เพี่มเป็น 3 เท่า จึงทำให้คะแนนนิยมความรักใคร่จากประชาชนทั่วประเทศสูงมากถึง 87%


ความทะเยอทะยานของเขาไม่ได้สิ้นสุดในเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนและเพื่อรัสเซีย ผลสุดท้ายเขาซื้อบ้านขนาดใหญ่(Mansion Estate)อยู่ 20 กว่าหลังอยู่ทั่วรัสเซีย ก็อยากได้แหลมไครเมียร์(Crimea) ซึ่งอยู่ในประเทศยูเครน(Ukraine) และเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมาก่อนปี1991 เพราะเป็นภูมิประเทศที่สวยงามมาก ติดกับทะเลดำ (Mediteranian) และอากาศอุ่นตลอดปี จึงส่งกำลังเข้าไปผนวกเป็นของรัสเซีย ฝ่ายเมกาและ NATO คอยจ้องมองอยู่แล้ว และเกรงกลัวรัสเซียในเรื่องเศรษฐกิจน้ำมัน และการขยายงบประมาณจำนวนสูงมาก ทุ่มเทไปในทางสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ (ปีที่แล้ว$145 billion) และมีทีท่าเป็นปฏิปักษ์ต่อยุโรปและเมกาดังเช่นสมัยสงครามเย็นอีก และเป็นโต้โผสนับสนุนอิหร่านเรื่องนิวเคลียร์ และสนิทสนมกับปธน.บาเซอร์ อาสาต (Bashir Assad) ของซีเรียอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์เขมือบแหลมไครเมียร์ของยูเครน โลกตะวันตกและเมกาได้ทีก็ประกาศการแซงชั่น(Sanction) ต่อรัสเซียโดยตรงทันที มีผลให้รัสเซียค่าเงินตก และตกต่ำมากขณะนี้ เปรียบเสมือนรัสเซียถูกหมัดโอบามาล้มลง นับถึง 8 แต่ยังลุกขึ้นมาได้ เมกาและยุโรปจะน๊อครัสเซียได้ในยกนี้ หรือรัสเซียสามารถประคับประคองไปจนหมดยก และจะทำอย่างไรในยกต่อไป แต่ตอนนี้เงินรูเบิ้ล(Ruble) ของรัสเซียลดค่าต่อตลาดโลกไป 60% แล้ว ปูตินที่เคยมี $70 billionขณะนี้เหลือ $28 billion เท่านั้น เวทีโลกขณะนี้กำลังจ้องตาเป็นมัน ว่ามันจะลงเอยกันอย่างไร?... ข่าวล่าสุด...การที่รัสเซียเข้ายึดยูเครนต้องชะงักลง เพราะปูตินไม่กล้ารุกต่อ และยังไม่รู้ว่าชะตายูเครนจะเป็นอย่างไร ข้าเจ้าจะพยายามอย่างมากเพื่อจะนำข่าวคืบหน้ามากำนัลเพื่อนๆนะเจ้าคะ


โปรดติดตามตอนต่อไป ว่าทำไม วลาดิเมียร์ ปูติน จึงไม่ชอบหน้ากันกับ บารัก โอบามา? และทำไมเขาก่อให้เกิดความวุ่นวายในเรื่องการเข้ายึดยูเครนในขณะนี้?


พบกันใหม่...สวัสดี...เจ้าค่ะ...

Offline

#129 July 31, 2015 10:39 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

จำเป็นต้องตอบคุณ MANANYA เป็นหนที่สองเพราะความคิดเห็นของคุณเข้าประเด็นปัจจุบันเจัาค่ะ

ทักษินทิ้งไพ่ใบสุดท้าย

สถานะการณ์คับขันน่าหวาดเสียวต่อคนเฝ้าดู คุณทักษินจำต้องกัดฟันบอกเสื้อแดงให้โอกาส ประยุทธจันทรโอชา อยู่ในอำนาจอีกหน่อยจนกว่ารัฐธรรมนุญใหม่จะคลอด เป็นการหักมุมเลี้ยวโค้งหลบภัยเฉพาะหน้า ที่อยู่ในภาวะน่าอันตรายอย่างยิ่งทั้งตัวเขาและบริวาร ประยุทธนั้นคือผู้นำทหารสังหารเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อปี2553 และไม่เคยญาติดีกับพวกเสื้อแดงมาตลอด แต่มีความผูกพันเห็นอกเห็นใจกับคุณยิ่งลักษณโดยส่วนตัว ประวิตรก็ได้พบทักษินที่กำแพงเมืองจีนเมื่อสองเดือนก่อน ประวิตรเป็นผบ.ทบ.ได้ในอดีตก็เพราะทักษินเป็นผู้แต่งตั้ง และอนุพงษ์ก็เรียนเตรียมทหารมาด้วยกัน อย่าได้งงกันอีกต่อไปว่าประยุทธ-ประวิตร-อนุพงษ์อยากอยู่มีอำนาจต่อเพราะรัฐธรรมนูญใหม่อนุญาตให้นายกและข้าราชการการเมืองไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังโดดเดี่ยว และต้องการแนวร่วมที่จะทำให้หายใจต่อไปได้ เพราะเวลากำลังจวนเจียนการจากไปของประมุข ความไม่ลงตัวในหลายๆเรื่องของฝ่ายประยุทธกับอำมาตย์จะซ่อนรอยไม่ได้อีกต่อไป ประยุทธต้องการพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองและการเลือกตั้งเข้ามาช่วย นั่นคือทักษิน


ไพ่ใบสุดท้ายของทักษินทิ้งลงไปแล้วว่าจะเข้ากับประยุทธ พวกนปช.แกนนำกำลังพยายามระดมกำลังเรียกคะแนนนิยมตามเวปไซ้ด์และแมสมีเดียของพวกเสื้อแดงต่างๆ ก่อนจะประกาศตั้งพรรค(หลายพรรค) โดยการสนับสนุนจากเจ้ามือใหญ่ทักษิน เสี่ยโอก็มีกำลังทุนเข้ามา และกำลังรับสมัครทหารเพิ่มจำนวนมากขึ้นรวมทั้งอาวุธและค่าใช้จ่าย


คุณMananya คะ คำพูดของคุณที่กล่าวว่า "...เมื่อไม่เกิดภาพประชาธิปไตยที่ปรารถนาก็ยิ่งยากขึ้นไปใหญ่ .. ท้อได้ แต่อย่าถอยนะครับการยืนหยัด มุ่งมั่น แน่วแน่และโชว์ให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชนจะทำให้ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาครับ ...” ช่างมีค่าต่อพวกเราเหลือเกิน หลายๆอย่างขณะนี้เราทำด้วยตัวเองไม่ได้ ขอให้เรามีความอดทนรอดูกันอีกต่อไป อย่าได้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายของเราตอนนี้นะเจ้าคะ

Offline

#130 July 31, 2015 10:40 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ทักษินทิ้งไพ่ใบสุดท้าย

สถานะการณ์คับขันน่าหวาดเสียวต่อคนเฝ้าดู คุณทักษินจำต้องกัดฟันบอกเสื้อแดงให้โอกาส ประยุทธจันทรโอชา อยู่ในอำนาจอีกหน่อยจนกว่ารัฐธรรมนุญใหม่จะคลอด เป็นการหักมุมเลี้ยวโค้งหลบภัยเฉพาะหน้า ที่อยู่ในภาวะน่าอันตรายอย่างยิ่งทั้งตัวเขาและบริวาร ประยุทธนั้นคือผู้นำทหารสังหารเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อปี2553 และไม่เคยญาติดีกับพวกเสื้อแดงมาตลอด แต่มีความผูกพันเห็นอกเห็นใจกับคุณยิ่งลักษณโดยส่วนตัว ประวิตรก็ได้พบทักษินที่กำแพงเมืองจีนเมื่อสองเดือนก่อน ประวิตรเป็นผบ.ทบ.ได้ในอดีตก็เพราะทักษินเป็นผู้แต่งตั้ง และอนุพงษ์ก็เรียนเตรียมทหารมาด้วยกัน อย่าได้งงกันอีกต่อไปว่าประยุทธ-ประวิตร-อนุพงษ์อยากอยู่มีอำนาจต่อเพราะรัฐธรรมนูญใหม่อนุญาตให้นายกและผมราชการการเมืองไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังโดดเดี่ยว และต้องการแนวร่วมที่จะทำให้หายใจต่อไปได้ เพราะเวลากำลังจวนเจียนการจากไปของประมุข ความไม่ลงตัวในหลายๆเรื่องของฝ่ายประยุทธกับอำมาตย์จะซ่อนรอยไม่ได้อีกต่อไป ประยุทธต้องการพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองและการเลือกตั้งเข้ามาช่วย นั่นคือทักษิน


ไพ่ใบสุดท้ายของทักษินทิ้งลงไปแล้วว่าจะเข้ากับประยุทธ พวกนปช.แกนนำกำลังพยายามระดมกำลังเรียกคะแนนนิยมตามเวปไซ้ด์และแมสมีเดียของพวกเสื้อแดงต่างๆ ก่อนจะประกาศตั้งพรรค(หลายพรรค) โดยการสนับสนุนจากเจ้ามือใหญ่ทักษิน เสี่ยโอก็มีกำลังทุนเข้ามา และกำลังรับสมัครทหารเพิ่มจำนวนมากขึ้นรวมทั้งอาวุธและค่าใช้จ่าย // ฝันไปหรือเปล่าครับ

Offline

#131 July 31, 2015 10:40 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์ประเทศไทยเราโชคดีมากที่ไม่มีเหตุการณ์โหดร้ายแรงมากๆ เหมือนประเทศอื่นๆที่มีการปฏิวัติหรือสงคราม ขณะนี้ดูเหมือนคลื่นลมกำลังสงบ แต่จะรู้ได้หรือว่าในอีกไม่ช้าเมื่อบ้านเมืองต้องเปลี่ยนยุคมันจะเป็นอย่างไร?

ข้าเจ้าเคยมีโอกาสได้พบและพูดคุยกับพวกหนีภัยสงครามหนีมาทางเรือ ( Boat People) ที่เมืองซาคราเมนโต้(Sacramento) เมื่อปี 1983 เป็นผู้หญิงสาวชาวเวียตนาม ที่เพิ่งเรียนจบจาก California State University Sacramento พร้อมกับสามี อายุทั้งคู่ประมาณ 25 ปี เขาเล่าว่า เขาหนีมาในเรือลำเล็กยาวประมาณ 20 ฟุต เมื่อ5 ปีที่แล้ว พร้อมเพื่อนนักศึกษา ซึ่งเป็นคู่รักกันอีกคู่หนึ่ง อายุเท่าๆกัน และเธอมีน้องสาวอายุเพียง 13 ขวบหนีมาในเรือด้วยกัน ขณะลอยลำในอ่าวไทย เรือของพวกเธอถูกเรือชาวประมงไทยจับได้ ตอนนั้นรบ. ของไทยเข้าใจว่าเป็น รบ.เปรมยุคแรกๆ ได้ปฏิเสธต่อโลกว่าไม่เคยสนับสนุนโจรสลัดเรือประมงปล้นสดมภ์ และทำเป็นไม่เห็นถึงความอุบาทว์ที่พวกโจรสลัดที่ปล้นผู้ลี้ภัย และข่มขืนหญิงสาวชาวเวียตนามในอ่าวไทย แทนที่จะออกไปหาปลา กลับไล่ล่าเหยื่อผู้อพยพทางเรือ (boat people) แทนตอนนั้นแทบทุกวัน
รัฐบาลไทยไม่ต้องการคนเวียตนามมาเป็นภาระต่อไทยอีก ดังเช่นคนอพยพเวียตนามรุ่นแรกๆสมัยสงครามกับฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟูและตั้งรกรากส่วนมากแถวอิสานและกทม.ฯลฯ รบ.ไทยปฎิบัติต่อคนเวียตนามแบบเป็นกลุ่มบุคคลที่ไทยไม่ปรารถนา(dissidence) และกล่าวหาว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ให้คอมมิวนิสต์ คอยจะล้มล้างรบ.ไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ ถึงขนาดที่ลงโทษนายทหารหรือนายตำรวจไทยที่แต่งงานกับภรรยาเชื้อสายคนเวียตนามไม่ให้เติบใหญ่ในชีวิตราชการได้เป็นอันขาด สาวๆคนเวียตนามจึงพยายามปกปิดตัวเองว่าตนมีเชื้อสายเวียตนามตลอดเวลา พวกเขาจะไม่ยอมพูดภาษาเวียตนามให้ใครได้ยินและรู้ได้ นโยบายที่ปฎิบัติต่อคนอพยพเพื่อนบ้านของไทยได้รับการประท้วงหลายครั้งจากสหประชาชาติและโลกตะวันตก เช่นตอนส่งพวกม้ง(แม้ว)กลับคืนลาว และล่าสุดทหารเรือไทยลากเรือของชาวโรฮิงยาหลายลำที่หนีตายจากการรุมฆ่าจากคนพุทธในพม่ามาสู่จังหวัดระนองออกจากฝั่งไทยอย่างไร้ความปราณีใดๆทั้งสิ้น ฯลฯ
ขอกลับมาเล่าเรื่องโบ้ตพีเพิ้ลถึงตอนสำคัญว่ามันน่าอดสูเพียงใด
ผู้ชายสองคนถูกทุบตีจนเดินแทบไม่ได้ และถูกกดลงไปอยู่ใต้ท้องเรือ โดยใช้แผ่นกระดานตอกตะปูปิดขังไว้ในท้องเรือ ส่วนผู้หญิงสาวทั้งสามและเด็กหญิง 13 ขวบ ถูกผลัดกันข่มขืนเกือบ 10 วัน(จำวันไม่ได้)อย่างโหดร้ายที่สุด เธอบอกว่า ทั้งตัวเธอและเพื่อนพอทนได้ เพราะเคยร่วมเพศกับแฟนมาก่อน แต่น้องสาวที่มีอายุเพียง 13 ขวบและเพี่งจะมีประจำเดือนเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวได้ถูกทำชำเราอย่างอนาถ น้องร้องไห้อย่างโหยหวลทั้งวันทั้งคืน เธอเองประสาทหลอนแทบเป็นบ้า พวกลูกเรือ 10 กว่าคน ผลัดกันชำเรา จนพวกเขาหมดแรงในที่สุด ก็ปล่อยเรือให้ลอยล่องไปกลางทะเลหลายวัน จนผ่านบริเวณเกาะสมุย และถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เมื่อขึ้นบกได้ก็ไปหาตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกตำรวจหลายนายผลัดกันข่มขืนอีกหลายครั้งก่อนที่จะให้การช่วยเหลือ ข้าเจ้าน้ำตาไหลเมื่อได้ฟังเรื่องราวนี้และกล่าวขอโทษแทนคนไทย แต่ผู้เล่ากลับปลอบใจข้าเจ้าว่า “อย่าได้โศรกเศร้าเลย มันเป็นบาปเป็นกรรมตามที่เราชาวพุทธเชื่อกัน”

การเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองเรา อาจจะเป็นสงครามที่เป็นไปได้อย่างชนิดรุนแรง และอาจมีการหลบหนีกันทางเรือแน่นอน คนจำนวนมากจะกลายเป็นโบตพีเพิล (Boat People) เหมือนเมื่อตอนเวียตนามแตก ก็อาจจะเป็นไปได้มาก ข้าเจ้าไม่กล้านึกไกลไปกว่านั้นเจ้าค่ะ

:redgirl:ต้องขออภัยที่ตอบคุณForester มาค่อนข้างช้า หวังว่าคุณคงจะเข้ามาเยี่ยมเยียนเหมือนเคยนะเจ้าคะ ขอบคุณและะพบกันอีกในเร็วๆนี้เจ้าค่ะ

Offline

#132 July 31, 2015 10:41 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

เรียน พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

เป็นไปตามความคาดหมาย ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติ ถอดถอนดิฉันออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องดิฉัน ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ดิฉันขอแถลงดังนี้

ดิฉัน ขอยืนยัน และมั่นใจในความบริสุทธิ์ของดิฉัน และขอขอบคุณเสียงส่วนน้อย ที่ยังคงยึดมั่นในหลักการ และความเที่ยงธรรม ซึ่งในกระบวนการต่างๆ ได้ริดรอน และตัดสิทธิขั้นพื้นฐานของดิฉัน ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่พึงได้รับ

ดิฉันขอยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ดี ไม่ได้สร้างความเสียหายแต่อย่างใด สำหรับตัวเลขความเสียหาย ที่พยายามจะยัดเยียดให้ดิฉันนั้น ก็เป็นเพราะความมีอคติต่อตัวดิฉัน และนำชาวนามาเป็นเครื่องมือ ในการทำลายล้างทางการเมือง

ดังที่ดิฉัน ได้เคยกล่าวถึงความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 ณ เมืองอูลัน บาตอ ประเทศมองโกเลียว่า “ดิฉันนั้นต้องการเห็น ความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศไทย และประชาธิปไตยของไทย พัฒนาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยหลักนิติธรรม และกระบวนการทางกฎหมายที่แข็งแรง มีขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส และเมื่อนั้น ทุกคนจะสามารถมั่นใจได้ว่า เขา จะได้รับการดูแลที่ยุติธรรม”

ดิฉันยังคงยืนยัน ในคำพูดดังกล่าว แม้ว่าวันนี้ ประชาธิปไตยไทยได้ตายไปแล้วพร้อมกับหลักนิติธรรม แต่ขบวนการทำลายล้าง ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังที่ดิฉันได้ประสบอยู่ขณะนี้

เป็นที่น่าเสียใจ และเป็นเรื่องที่ไม่อยากจะเชื่อว่า มีเหตุการณ์บังเอิญต่างๆมากมาย ตามที่ดิฉันได้แถลงปิดสำนวนไปเมื่อวานนี้ และเป็นการบังเอิญ ที่ไม่ใช่ความบังเอิญ อีกครั้งหนึ่ง คือก่อนเวลาที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะเริ่มลงมติถอดถอน เพียง 1 ชั่วโมง อัยการสูงสุด ก็ได้แถลงสั่งฟ้องดิฉัน ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ก่อให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งๆ ที่ หัวหน้าคณะผู้แทนอัยการสูงสุด ยืนยันว่า ยังต้องพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ของคดีต่อไป

องค์กรอัยการ ซึ่งเป็นองค์กรที่สร้างความน่าเชื่อถือ ในกระบวนการยุติธรรมมายาวนาน กลับต้องถูก ตั้งข้อสงสัย ในประเด็นนี้ค่ะ

ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่ของดิฉัน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน 2 วัน นั้น ดิฉันตั้งใจทำงานด้วยความทุ่มเท ที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม อย่างไม่เลือกปฎิบัติ และดิฉันภูมิใจ ที่ช่วงหนึ่งในชีวิต ได้ทำให้พี่น้องชาวนา และคนยากจน ได้ลืมตา อ้าปาก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แม้ในวันนี้ ดิฉัน ไม่มีตำแหน่งอะไรเหลืออยู่แล้ว ยังคงเหลือแต่ คดีความ ที่ถูกยัดเยียดไว้ให้ ที่ต้องไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

คำว่าความปรองดอง จะเกิดขึ้นได้ ต้องไม่ใช่การไล่ล่าคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงความเป็นกลาง ที่ต้องอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย เมื่อความเป็นธรรมเกิด ความยุติธรรมก็จะตามมา การยอมรับ ความสงบ ความสามัคคีก็จะมีขึ้นในสังคมไทย

เพราะเราเป็นคนไทยเหมือนกัน แทนที่เราจะหันหน้าเข้าหากัน แล้วร่วมกันทำให้ประเทศของเราเข้มแข็ง แต่กลับสร้างความจงเกลียดจงชังให้แก่กัน ไล่ล่าเพื่อให้ไม่มีที่ยืน สุดท้ายคนที่เสียหายก็คือประเทศของเรา

ดิฉันรันทดใจ ไม่ใช่เพราะดิฉันถูกกลั่นแกล้ง และประสบชะตากรรมที่ไม่เป็นธรรม แต่ดิฉันเสียใจแทนชาวนา และประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องสูญเสียโอกาส ต้องกลับไปอยู่ในวังวน ของความยากจน มีหนี้สิน ถูกเอารัดเอาเปรียบ และสูญเสียความเป็นประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน ตลอดจน กฎหมายถูกบิดเบือน

สุดท้ายนี้ ดิฉันก็หวังว่า ผู้ที่เป็นฝ่ายอำนวยความยุติธรรมของประเทศ จะไม่ปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่รักษากติกาประชาธิปไตย และไม่รักษา หลักนิติรัฐ นิติธรรม มาชี้นำใดใดอีก ดังที่มีนักวิชาการกล่าวว่า “ไม่มียิ่งลักษณ์ คนไทยยังอยู่กันได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าไม่มีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่ ในระบบการปกครองของไทยแล้ว คงไม่มีใครอยู่ได้”

อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอยืนยันว่า ดิฉันจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของดิฉันไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร และที่สำคัญ คือ ดิฉัน จะขอยืนหยัด อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนไทย เราต้องร่วมกันนำความเจริญก้าวหน้า มาสู่ประเทศ ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของเรากลับคืนมา และสร้างความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง

รบ.ทหารมุ่ง “แก้แค้น ไม่ได้คิดแก้ไข” ปฏิกิริยาสื่อนอกอย่าง Bloomberg นักวิชาการให้สัมภาษณ์ ว่าไม่ต้องตกใจ การถอดถอนยิ่งลักษณ์เป็นแค่ “side-show” เป็น “การแสดงคั่นรายการ” เท่านั้นเอง รอให้เขาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก่อน “นอกจากพรรคทักษิณจะไม่ได้เกิดแล้ว พรรคการเมืองใหญ่ตายหมด ไม่มีบทบาทสำคัญอีกต่อไป” (http://bloom.bg/1unKWcC)

ส่วน William Pesek เขียนดีมาก การถอดถอนครั้งนี้เป็นไปเพื่อ “ตอบสนองความใคร่” ของพลพรรคนกหวีดเสื้อเหลืองที่สนับสนุนรัฐประหารเท่านั้นเอง และที่ผ่านมาทหารเหล่านี้นอกจากย่ำอยู่กับที่ด้วยนโยบายประชานิยมแบบลดแลก แจกแถม ยังมุ่งล้างแค้นที่ “ตัวบุคคล” แทนที่จะหาทางแก้ไขด้วยการขจัด “นโยบาย” ที่ไม่เป็นประโยชน์หรือไม่มีประสิทธิภาพ ผลก็คือ ภายในปีเดียวนักลงทุนขนเงินออกไปเกือบสองพันล้านเหรียญ Samsung ซึ่งเดิมจะมาตั้งโรงงานสามพันล้านเหรียญที่ไทย ก็เปลี่ยนไปเป็นเวียดนามแทน

Pesek วิจารณ์ต่อไปว่าที่ผ่านมา ไทยไม่ลงทุน R&D เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเลย ผลน่ะหรือ? อันดับ Global Competitiveness Index ของเราหล่นจากที่ 33 เมื่อปี 2550 ลงมาอยู่ที่ 67 ในปีที่ผ่านมา ล้าหลังกว่ามาเลย์ สิงคโปร์หลายขุม และบอกว่าคนไทยรอให้ทหารสับขาหลอก เลื่อนเลือกตั้งออกไปอีกแปดเดือนไม่ได้แล้ว ในภูมิภาคเขามุ่งไปแนวทางประชาธิปไตยหมด อินโดฯ ฟิลิปปินส์ และมุ่งขจัดการคอร์รัปชัน ยกเลิกนโยบายแจกเงินอุดหนุน ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เศรษฐกิจแข่งขันได้

Offline

#133 July 31, 2015 10:42 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

“ยิ่งลักษณ์” นำทีมพบ ผู้ช่วย รมต.สหรัฐฯ ตามคำเชิญ


วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ เดินทางเข้าพบ นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก นายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ตามคำเชิญในการพบปะผู้นำทางการเมือง ทุกกลุ่ม และตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล

นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ทางอเมริกาได้พูดคุยสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ สนช.ลงมติถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งความจริงทางอเมริกาได้ติดตามข่าวคราวอยู่ตลอดทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เพียงแต่อยากฟังจากปาก จึงเล่าให้ฟังว่ามันมีที่มาที่ไปและมีขบวนการอย่างไร ยังหาตัวคนผิดไม่ได้ แต่ลงโทษคนกำกับนโยบายไปแล้ว และคาดหมายว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงมีชะตากรรมไม่ต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นพี่ชาย ซ้ำเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเหมือนลอกแบบกันมา ต่อไปก็จะมีเหตุการณ์ทำนองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบ ชดใช้ อันนั้น อันนี้ ตามมา

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาได้แสดงความเป็นห่วงสิ่งที่เกิดขึ้น อดีตนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งต้องโดนถอดถอนจากคนที่มาจากการแต่งตั้ง ไม่ได้มาตามครรลองประชาธิปไตย เรื่องนี้จะส่งผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะความเชื่อมั่น การลงทุน ต่างชาติไม่กล้าคบค้าสมาคมด้วย เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาเขามีหลักยึดที่มั่นคงคือ หลักประชาธิปไตย การเคารพสิทธิมนุษยชน หลักความเท่าเทียม และหลักกฎหมาย และบอกว่าความสัมพันธ์กับประเทศไทยจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อเรามีประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นมาตรฐานสากลโลก หรืออินเตอร์เนชั่นแนลสแตนดาร์ด

นอกจากนี้ นายแดเนียลยังสอบถามว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงบอกไปว่าคงต้องรอให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ ถึงมีการเลือกตั้ง แต่ถ้าประชาชนไม่ยอมรับก็เหนื่อยหน่อย เรื่องรัฐธรรมนูญที่ร่างกันอยู่ เราก็ให้ความเห็นไปว่า เขาเขียนกันไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ที่ทำกันอยู่ ไปรับฟังความเห็น เดินทางไปที่นั่นที่นี่ล้วนเป็นการจัดฉาก เล่นลิเกเท่านั้น

Offline

#134 July 31, 2015 10:42 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Ms. Yingluck rode a White Horse into the FUTURE,
(IF?, revised24Jan2015)
และแล้ว "คำพิพากษา" ณ วันนั้นของ สนช ...(ตัวแทนร่วมของ คปช สปช องค์กรอิสระ ปชป กปปสกับเครือข่ายของฝ่ายอำนาจเดิม/บารมีเดิม/เงินทุนเดิม ฯลฯที่ขาด "สิทธิธรรมทางการเมือง" ของโลกสมัยใหม่)ก็มี คำพิพากษา ที่ได้ใจชาวกรุงเพียงหยิบแต่กลับเหยียบย่ำน้ำใจชาวบ้านเรือนล้านก็ได้ทำให้ คุณยิ่งลักษณ์ (น่าจะ) ได้ควบม้าขาว ไปสู่ "อนาคต" (ถ้าเธอต้องการ)คุณยิ่งลักษณ์ เธอ น่าจะกลายเป็นผู้นำไทย/หญิง คนแรกที่เมื่อตกจากอำนาจแล้วหาได้กลายเป็นเพียง "ตำนาน" หรือ เรื่องเล่าเท่านั้น
"คำพิพากษา" คุณยิ่งลักษณ์ เธอ ณ วันนั้น ของ สนช (กับ "แนวร่วม")ซึ่งเป็นองค์ที่ "ขาดสิทธิธรรมทางการเมือง"ซึ่งเป็นองค์กร ที่เป็นเพียงตัวแทนของอำนาจเดิม บารมีเดิม เงินทุนเดิม และความคิดเดิมๆ นั้นย่ิงทำให้คุณยิ่งลักษณ์เธอฉายเด่นขึ้นมายิ่งกว่าการชนะคะแนนเลือกตั้งธรรมดาๆเธอได้กลายเป็นผู้มากบารมีอย่างที่เราไม่ได้เห็นสามัญชน คนใดทำได้โดยเฉพาะอย่าง โดยที่ไม่ต้องสรวมเครื่องแบบแสดงอำนาจในระบบเดิมของรัฐเสนาอำมาตยาธิปไตยเธอกลายเป็นผู้มีบารมีทั้งๆ ที่เป็นผู้หญิง และเป็นสามัญที่จะทั้งทัดเทียม และ/หรือเลยหน้า "ผู้นำ" ชายๆ เท่าที่สังคมไทยเคยมีมาครับ การกำจัดผู้นำระดับ นรม ชาย
(ไม่ว่าจะเป็น ป. พิบูลฯ ปรีดี ถนอม คึกฤทธิ์ เสนีย์ เกรียงศักดิ์ สุจินดา ชาติชายชวน บรรหาร ทักษิณ สมัคร สมชาย อภิสิทธิ์ ฯลฯ)ดูจะง่ายกว่านี้ ด้วยซ้ำไปคือ เมื่อจบ แล้วก็จบแต่การกระทำ ต่อผู้นำหญิงอย่างคุณยิ่งลักษณ์เธอกลับจะเพิ่มบารมี ให้เธอ มากเป็นทวีคุณคุณยิ่งลัักษณ์เธอ มีความเพรียบพร้อมในการกลับมาอีกครั้ง อย่างไม่ต้องสงสัย
(ทั้งหลายทั้งปวงนี้ สถานการณ์สุกพอที่เธอจะกลับ หรือ ไม่กลับ)เธออายุ 48 เชื่อไหมในขณะที่ฝ่ายตรงข้าม หรือ ผู้ตั้งตนเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเธอต่างก็เลย 60 ปีไปแล้ว ถ้าดูจากรายนามของนรม และยิ่งดู ครม กับ สนช ตลอดจน "แนวร่วม" และ "เครือข่าย" แล้วเธอก็เสมือนกำลังสู้กับ "คนแก่" บรรดาผู้สูงวัยทั้งหลายที่ส่วนใหญ่ 70 80 90 และส่วนใหญ่เป็น "ชาย"ครับ เวลาเป็นของคุณยิ่งลักษณ์เธอ
Time and Opportunity is hers...... only ifถ้าคิดถึง 5 ปี หน้า เธอ ก็เพียง 53แต่กาลเวลา ยุคดิจิตอล เดี๋ยวนี้เดินเร็วเหลือเกิน ครับและที่เราๆ ท่านๆ เคยหวั่นวิตกเคยพยายามช่วยกันหาทางหลีกเลี่ยงไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง การนองเลือดและหรือ "สงครามกลางเมือง" (ฉบับไทยสังเขป/กาลียุค)ก็ดูจะเป็นเรื่องยากยิ่ง เสียแล้วขอแสดงความเสียใจ และ เสียดายแทนเธอแต่ก็นั่นแหละเราต่างก็รู้ดี ณ บัดนี้ว่าบางคนเกิดมาเพื่อเดินหน้าจากวันนั้น ถึงวันนี้ เพื่อไปวันหน้าครับ คุณยิ่งลักษณ์ เธอเป็นทั้งอดีต เป็นทั้งปัจจุบันและ เป็นทั้งอนาคต ครับหลายสิ่งหลายอย่างจะขึ้นกับ กาลเวลา และ ชั่วขณะแห่งสัจจธรรม" นั้น
The moment of truthบวกกับการตัดสินใจของ คุณยิ่งลักษณ์เธอ เองว่าจะควบม้าขาว คืนเข้าสู่ดินแดน แห่ง ประวัติศาสตร์และตำนานหรือ จะเชิดหน้า วิ่งไปสู่อนาคต ครับcK@RevisedTalingchan24Jan2015,
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

:redgirl:ข้าเจ้าอ่านบทความของ อจ. ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เกี่ยวกับคุณยี่งลักษณ์แล้ว ก็เห็นด้วย 100 % ที่ขณะนี้เป็นโอกาสที่นายกปู ควรจะหยิบฉวยไว้ โดยทำการต่อสู้กับ คสช. และพวกอำมาตย์ และไม่ยอมรับคำพิพากษาหรือแสวงหาการต่อสู้ในศาลขั้นต่อไป คุณยี่งลักษณ์ก็จะกลายเป็น อองซาน ซู คะยี คนที่สองในเอเซียทันที แม้อาจจะติดคุก แต่ชาวโลกจะตระโกนก่นเช้า-เย็นให้ช่วยให้หลุดรอดออกมาได้ในที่สุด คุณยี่งลักษณ์จะได้เป็นนักต่อสู้ในสนามประชาธิปไตย ดังที่ท่านเคยกล่าวไว้เป็นสำนวนวาจาให้ดูสวยงามมาก่อนว่า “ดิฉันจะยอมตายในสนามประชาธิปไตย” รางวัลโนเบลไพร้ส (Nobel Prize) สาขาสันติภาพ สำหรับนักต่อสู้สุภาพสตรีบ้านใกลักันคือ ไทย-พม่า คงไม่หนีไปไหนเสีย จะได้ลบคำสพประมาทของทุกคนที่เคยดูถูกว่า “ชินวัตร” ไม่ไข่นักต่อสู้ทางการเมือง แต่เป็นนักธุระกิจที่คอยฉวยโอกาสทำเงินอย่างเดียวไปได้

ยังจำได้ไหม? อองซาน ซู คะยี ผู้ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์แห่งความหวัง (The Symbol of Hope) นั้น กลับจากอังกฤษมาเยี่ยมบ้านที่ย่างกุ้ง ปี 1988 มาเยี่ยมคุณแม่ที่นอนป่วยอยู่ รพ....มารดา (Khin Kyi) เคยเป็นอดีตทูตพม่าในอินเดียมาก่อน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในฐานะสตรีของพม่าท่านหนึ่ง ส่วนคุณพ่อ นายพล อองซาน นั้น เป็นผู้ประกาศ “อิสระภาพ” ให้พม่าในกรุงโตเกียว ที่นำเอกราช(1941)มาสู่ประเทศพม่า แต่ต่อมาบิดาถูกฆาตกรรมตอนหลัง

อองซาน ซู คะยี ในขณะที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียง เฝ้าดูอาการป่วยของคุณแม่ ที่รพ.ในย่างกุ้งนั้น เป็นเวลาประจวบเหมาะพอดีกับมีการเดินขบวนประท้วงของผู้คนพม่าที่ย่างกุ้งในวันนั้น ทางการพม่าใช้กระสุนจริงและยิงประชาชนอย่างป่าเถื่อน บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่เลือดตก เลือดอาบ หนีเข้าไปในรพ. และเข้าไปล้อมเตียงคุณแม่ของเธอและตัวเธอ ต่างร้องร่ำโอดครวญ ขอร้องวิงวอนให้อองซาน ซู คะยี ปรวณาตัวเองเป็นผู้นำประชาชนต่อสู้กับพวกเผด็จการณ์ทหาร เหมือนกับคุณพ่ออองซาน ซึ่งเป็นวีระบุรุษของประเทศ และเป็นคนของประชาชนมาก่อน หลังจากนั้นสองวันต่อมา อองซาน ซู คะยี ตัดสินใจเข้าร่วม ช่วยประชาชนพม่า เธอได้จัดตั้งขบวนการ และต่อมาเป็นพรรคการเมือง NLD.(National League of Democracy) และเธอได้ร่วมต่อสู้กันมา จนกระทั่งถูกกักบริเวณที่อยู่ (House Arrest) 17 ปี ต้องทิ้งลูกชายสองคนซึ่งกำลังเติบโตไว้กับสามีที่อังกฤษ จนสามีเสียชีวิตด้วยโรคพรอสเตดแคนเซอร์(Prostate Cancer) โดยไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากันอีกเลย เธอเป็นหญิงเหล็ก ใจสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยแท้ เธอได้รับ โนเบลไพรส (Nobel Prize) สาขาสันติภาพ ในขณะที่ยังอยู่ในคุกในเขตกักกัน (House Arrest) ในปี 1991 และในที่สุดก็ได้รับอิสระภาพและมาถึงปัจจุบัน

:luveu:ยี่งลักษณ์...ยี่งรัก...ยี่งรัก...รักยี่ง โอกาสจะได้เป็น “นารีขี่ม้าขาว” เหมือนคำทำนายปรำปราโบราณของหลวงพ่อฤาษีลิงคำ ก็คงเป็นจริงกันครานี้เอง...สู้...สู้...สู้... เจ้าค่ะ

Offline

#135 July 31, 2015 10:42 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ระพินนาท ฐะกอร์ (Rabindranath Tagore) ผู้ชนะรางวัลโนเบล สาขาวรรณคดี (Nobel prize winner-literature) ของอาเซีย คนแรกจากแคว้นเบงกอล อินเดีย (เป็นประเทศบังคลาเทศปัจจุบัน) ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “ ในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง จะมีโอกาสอันงามที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยี่งใหญ่ของเขาเพียงไม่กี่ครั้ง ว่าแต่ว่าเขาจะเห็นและฉวยโอกาสนั้นเอาไว้หรือไม่? หรือปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปอย่างน่าเสียดาย...”


เหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นกับนายกปู ยี่งลักษณ์...รักยี่ง...ชินวัตร ก็เช่นเดียวกัน คนไทยและโลกกำลังจ้องมองว่านายกปูจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์และโอกาสที่สำคัญและรุนแรงคราวนี้ จากการได้สร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นนายก รมต.หญิงคนแรกของไทย หลังจากตัดสินใจโดดเข้าเล่นการเมืองเพียงแค่44วัน ก่อนวันเลือกตั้ง

Offline

#136 July 31, 2015 10:43 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ท่านเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี เรียบ ๆ เงียบ ๆ ใช้ชีวิตแบบธรรมดา ปกติ สบาย ๆ ง่าย ๆ .. ท่านมีครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น .. ท่านมีภาระหน้าที่การงานที่สามารถสร้างรายได้ให้ตัวท่านได้อย่างน่าพอใจอยู่แล้ว .. ท่านไม่เคยคิดอยากเล่นการเมือง ไม่เคยแม้แต่คิดเอาจริงเอาจังในการมุ่งเข้าสู่ถนนการเมือง .. ท่านแค่มีความสุขกับการสนับสนุนพี่ ๆ ที่ดูแลงานการบ้านการเมือง ในฐานะตระกูลการเมือง .. ท่านแค่มีความสุขกับการชื่นชมพี่ชายที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงในการทำงานการเมือง .. แล้วท่านก็กลับบ้านมีความสุขกับครอบครัวเล็ก ๆ ที่น่ารักอบอุ่นของท่าน ..

.. แล้วเพราะอะไรล่ะที่ท่านต้องเข้ามาเล่นการเมือง .. ในเมื่อยังมีพี่ ๆ ก่อนท่านอีกหลายคน รวมทั้งท่านชัยสิทธิ์ฯ ที่มีความโดดเด่นในตัวเองเพียงพอต่อการกระโดดเข้ามาเป็นผู้นำทางการเมืองได้ไม่ยาก .. ส่วนสำคัญที่ท่านเด่นกว่าใครที่สุดคือ ท่านไม่มีรอยตำหนิให้ใครหยิบยกขึ้นมาใส่ร้ายโจมตีทางการเมือง .. ท่านมีบุคลิกที่ดูดีและงามสง่าเสมอ มีภูมิหลังที่ไม่ด้อยไปกว่าใคร .. ท่านมีความสำเร็จในฝีมือการบริหารงานของท่านอย่างน่าชื่นชม .. ท่านดูเป็นคลื่นลูกใหม่ในสนามการเมืองที่น่าให้ความสนใจอย่างสูง .. และท่านเป็นน้องสาวแสนสวยของท่านผู้นำทางการเมืองที่ผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศให้การสนับสนุน

.. ความเชื่อที่ว่า สถานะการณ์สร้างวีรบุรุษ จะเป็นสาเหตุที่บ่งบอกว่าเมื่อเกิดปัญหามรสุมทางการเมืองของพี่ชาย จึงทำให้ท่านจึงกลายเป็นวีรสตรีที่จำต้องกระโดดลงมาคลุกฝุ่นการเมืองแทนที่ หรือไม่ .. ? นั่นอาจจะยังบ่งบอกไม่ชัดเจนนัก เพราะยังไม่ได้ผลสำเร็จที่สมบูรณ์อย่างชัดแจ้ง .. แถมมีแรงบีบอัดทางการเมือง ที่รุนแรง โหดร้าย กระหน่ำใส่ท่าน (ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีแผลทางการเมืองมาก่อนด้วยซ้ำ) จนถูกผลักให้ออกมายืนอยู่นอกเกม แถมถูกพยายามกีดกั้นสิทธิ์ของท่านเพื่อมิให้เข้าสนามอีกเสียด้วย .. ท่านถูกมองว่าเป็นปัญหาหลักของการดำรงอยู่ของฝ่ายตรงข้าม (เช่นเดียวกับพี่ชาย) .. ตรงนี้ต่างหากคือสถานะการณ์ เพราะท่านยังมีมวลชนที่พร้อมสนับสนุนท่านอยู่ ท่านยังมีผู้คนที่รอคอยการกลับคืนมาเป็นผู้นำประเทศต่ออยู่ และท่านก็ยังดูโดดเด่นในการประสานประเทศกับเพื่อนร่วมโลก ที่ไม่แข็งกร้าวเกินไป ไม่อ่อนด้อยเกินไป มีมิตรไมตรี(แบบไม่ซ่อนดาบไว้ข้างหลัง) ในงานการเมืองของท่าน .. และท่านยังมีที่ปรึกษาสำคัญที่ยิ่งใหญ่ ที่ชาวโลกยอมรับในฝีมือ

.. เป็นสถานะการณ์จริง ที่เกิดขึ้นกับท่านและบ้านเมืองในเวลานี้ .. และสถานการณ์นี้จะสร้างวีระสตรีขี่ม้าขาวขึ้นจริง ๆ หรือไม่ ยังไม่รู้คำตอบ .. แต่มีคำตอบอยู่ในทีตรงที่ว่า เพราะอะไร ภาพยนต์เรื่อง The Hunger Games จึงถูกห้ามฉายในบ้านเมืองนี้ ..

Offline

#137 July 31, 2015 10:43 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

สองปี สองเดือน สองวัน ที่นายกปู ดำรงค์ตำแหน่งนายก รมต.ท่านแรกของประเทศไทย และที่สำคัญคือ ได้รับการเลือกตั้งจากคนไทยเกือบทั้งประเทศเข้ามา


นักประวัติศาสตร์อยากรู้นักหนาว่า เรื่องจริงๆที่เกิดขึ้นกับนายกปูในวันแรกที่เข้าเฝ้าเพื่อให้กษัตริย์ภูมิพล ลงพระนามแต่งตั้งให้ท่านเป็นนายก รมต. การพบปะกันเป็นส่วนตัวชั่วโมงกว่าเศษๆ การสนทนาพบปะเป็นไปในรูปใด มีกี่หัวข้อ และรายละเอียดเป็นอย่างไรในวันนั้น ทำไมรบ.พรรคเพื่อไทย จึงไม่สามารถจะกระทำเรื่องหลักๆในทางการเมืองที่ได้สัญญากับประชาชนเอาไว้ไม่ได้เลย...เรึ่องไอซีซี(ICC)...เรื่องปลดปล่อยนักโทษการเมือง...การปรองดองของคนในชาติ...แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น...โดยเฉพาะหมวดพระมหากษัตริย์ มาตรา 112 ...และ...ฯลฯ


ตามที่ได้เห็นการปฏิบัติหน้าที่ส่วนใหญ่ของคุณยิ่งลักษณ์ก็คือการออกไปเยือนนอกประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนบ้าน และทุกแห่งที่ได้รับเชิญ ครั้งแรกที่อินโดนีเซียโดยหน่วยตรวจตรากองเกียรติยศกับปธน. ยุทโธ โอโน โลกทึ่งและฮือฮากับความงดงามของหญิงไทย ในความสง่างามของนายกน่องทองท่านนี้ (ถัดมาจาก นส.อาภัสรา หงสกุลซึ่งเป็นน่องทองปฐมฤกษ์) และอีกหลายๆประเทศที่ท่านได้ไปเยือน ล้วนนำความสำเร็จต่อภาพลักษณ์แก่ผู้พบเห็น ชวนให้ติดตามจนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเยือนประเทศไทยมิใช่น้อย


แต่ภายในประเทศ นายกยี่งลักษณ์ หมอบกราบต่อราชวงค์ทุกองค์ ภาพที่เห็นตัดกัน ตอนหมอบกราบ(โชว์น่องทอง)ถวายเงิน(check)ให้พระเทพฯและหม่อมโสมสวลี เรื่องจำนำข้าวช่วยชาวนา และถูกบังคับให้ยุบสภา...ลาออก...ถูกถอดถอน...และถูกกล่าวหาทุจริตเรื่องจำนำข้าว...อาจต้องติดคุกด้วย แรงอาฆาตมาดร้ายต่อชินวัตร คุณยิ่งลักษณ์อาจจะไม่ทราบว่าอันคำสัตย์ของทหารไทยนั้นไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ แม้แต่พวกจปร.กันเองด้วยกัน ก็แอบแทง แอบแทรกชิงสวาปามผลประโยชน์มหาศาลของชาติเป็นรุ่นๆ กลุ่มๆ อย่างหน้าด้านไม่อายตลอดมา


นึกถึงตอนจอมพลสฤษติ์ ธนะรัชต์ ลงจากรถลิมมูซีน จูงหมาเยอรมันเชฟเพอร์ต (German sheppherd-อัลเซเชี่ยน)ตัวขนาดใหญ่ ตรงเข้าไปคุกเข่าต่อจอมพลป.พิบูลย์สงคราม (ซึ่งเป็นนายกและเป็นนาย) และบอกจอมพลป.ว่า เอาเจ้าอัลเซเซี่ยน(ราคาแพง)ตัวนี้มามอบให้เป็นของขวัญ และตบท้ายด้วยถ้อยคำประทับใจว่า “กระผมจะจงรักภักดีต่อท่านตลอดไป เหมือนหมาตัวนี้”


หลังจากนั้นประมาณสัปดาห์กว่าๆ จอมพลป.พิบูลย์สงคราม ก็ถูกจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำรัฐประหารยึดอำนาจ จอมพลป.ก็ถูกกำจัดออกนอกประเทศ ไปหลบภัยการเมือง ออกไปทางกำพูชาและเสียชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น


หลายเหตุการณ์ เกี่ยวกับการรัฐประหารยึดอำนาจในประเทศไทย 19 ครั้ง(รวมทั้งรัฐประหารย่อมๆเป็น 26 ครั้ง) และรัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้ง 19 ฉบับ ล้วนมาจากการคดโกง ตอแหล ปลิ้นปล้อนของทหารไทยและพวกอำมาตย์ผู้มีอำนาจของประเทศทั้งนั้น..อะไรที่เลวทราม หักหลัง ทรยศ เห็นแก่ผลประโยชน์ ลาบยศ สรรเสริญ ที่มนุษย์ไม่เคยคิดว่าเป็นจริงไปได้ ก็จะเห็นในตอแหลแลนด์แห่งนี้ เป็นกิจวัตรประจำวัน เหตุการณ์ขณะนี้มันซ่อนไม่มิดเพราะโลกกลายเป็นอินเทอเนตและดิจิทอล ความฉาวโฉ่มีและรุนแรงมากขึ้น ...จนต้องตัดสินใจปิดประเทศเสียเลย


:fly:คุณMANYANAคะ ประเทศนี้เขาจะทำอย่างไรก็ได้เสมอ อย่าแปลกใจเลยค่ะ

Offline

#138 July 31, 2015 10:43 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอบคุณ คุณMANANYA ที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม เรื่องส่วนตัวของคุณยี่งลักษณ์ ส่วนภาพยนต์เรื่อง The Hunger Games ห้ามถูกฉายในไทยนั้นเป็นธรรมดาของผู้มีอำนาจ ต้องการอะไรก็ทำได้ในแผ่นดินตอแหลแลนด์นี้ ใครๆก็ทราบกันดีเจ้าค่ะ
ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งไม่มีเสรีภาพในการอ่าน 153 ในจำนวน 178 ประเทศ(คศ 2010) เฉพาะหนังสืออย่างเดียว 1057 เล่ม ไม่รวมภาพยนต์ คลิป ลิงค์ ต่างๆที่นับไม่ถ้วน
หวังว่าเราคงได้อิสระเสรีในการอ่าน เขียน พูด ฟัง...ฯลฯ อีกไม่นานจากการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนระบอบของพวกเราผู้รักประชาธิปไตยได้ร่วมใจกันกู้ชาติครั้งนี้
ร่วมกันเราอยู่ สู้ด้วยกันเราชนะ สู้...สู้...สู้...!!!

Offline

#139 July 31, 2015 10:44 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ใครก็ตาม ในเมื่อกลัวจะมีอันตรายกับตัวเอง ครอบครัว และหรือพวกพ้อง ก็ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะอาชีพนี้อันตรายมาก และมีอัตราเสี่ยงต่อชีวิตมาก หากในโลกตะวันตก เขาเอาผู้สมัครรับเลือกตั้ง เอาขึ้นตาชั่ง และเอากล้องขยายส่องดูไฝฝ้า หารอยตำหนิทุกสัดส่วนของเรือนร่าง ระบบการเมืองของเมกานั้น กว่าจะเติบโตขึ้นเป็นตำแหน่งผู้ว่าฯ และหรือสมาชิกวุฒิสภา และปธน.นั้น เขาก้าวเป็นขั้นตอน การกลั่นกรองจึงเป็นไปค่อนข้างละเอียด ใครก็ตามที่มีประวัติรูโบ๋ อัปลักษณ์ตรงไหน ก็ต้องซ่อมแซมกันอย่างหนักก่อนลงแข่งขันเข้ารับเลือก และจะถูกนักข่าว(ตัวแทนประชาชน) เอาแว่นขยายส่องดู และเอามาวิพากษ์วิจารณ์ หลายคนต้องถอนตัวออกไป (dropped out) เพราะทนการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ไหว เมื่อได้รับเลือกในตำแหน่งแล้ว เขาก็จะมุ่งทำงานตามที่ได้สัญญาตอนหาเสียงเอาไว้ เขามีระยะเวลาเช่น 100 วันแรก 6 เดือนแรก ฯลฯ ผู้เลือกเขาเข้าไปจะคอยติดตามตรวจสอบผลงาน และอาจจะถูกด่าหากไม่เป็นที่พอใจ
    ยกตัวอย่างคุณลัดดา แทมมี่ ดักเวอร์ท (Ladda Tammy Duckworth) สส.ชิคาโก ที่ขาขาดทั้งสองข้างในสงครามอิรัค เป็นผู้ชนะต่อคู่ต่อสู้ ซึ่งร่ำรวยมากและเป็นสส.มาสมัยหนึ่งแล้วเป็นต้น คนอเมริกันรังเกียจคนร่ำรวย ที่ลงแข่งขันกับคนจน โอบามา กับจอห์น แมคเคน หรือ โอบามากับมิต รอมนี่ ก็เช่นกัน โอบามามีเงินและทรัพย์สินเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งสอง การที่จะเลือกคนรวยคนไหนเขาจะคิดแล้วคิดอีกหลายตลบ และคนที่จนกว่ามักจะเป็นผู้ชนะเสมอ
    แต่สรุปแล้วคนมีเงินมากๆ ไม่มีใครกล้าเสี่ยงความร้ายๆต่อชีวิตตัวได้ ดังนั้นคนอย่างอจ.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ จึงได้รับการพิจารณาต่อคนไทยตอนนี้เป็นอย่างมาก ข้าเจ้าไม่เคยเชียร์ท่านมาก่อน แต่คิดว่าเราต้องมีผู้นำในการปฏิวัติกันแล้วล่ะ...หรือ อจ.ชูพงษ์ ถี่ถ้วน หรือ...ฯลฯ

    :redgirl:ขอบคุณ คุณChopang ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนและออกความคิดเห็น ท่านนายกปูก็คงคิดหนักในขณะนี้ ทั้งคุณ ข้าเจ้า และเพื่อนๆคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอคอยวันดีเดย์ ว่าใครจะกำบังเหียนควบม้าขาวออกมาบงการสนามรบครั้งนี้...เจ้าค่ะ

Offline

#140 July 31, 2015 10:44 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,869
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Russian Sinking 6

การสู้รบในยูเครน(Ukraine)เริ่มยกใหม่อีก หลังสัญญาหยุดยิงเดือนเมษายนปีที่แล้ว(2014)ที่เมืองมิงค์(Mink)แคว้นเบรารูส(Belarus) ที่ห้ามไม่ให้รัสเซียเป็นผู้วาดแผนที่เขตต้วเองในยุโรปถูกละเมิดอีก รัสเฃียส่งทหารสองพันนาย(2,000 troops)และรถถังจำนวนมากเกือบสองร้อยคัน(200 tanks) เข้าไปหนุนกองกำลังที่มีอยู่เดิมแล้วแปดพันคน(8.000 troops)พร้อมรถถังอีกสองร้อยคัน(200 tanks and armored vehicles) ไปบุกเข้ายึดฃีกด้านตะวันออกของเขตดอนเนตสค์(Donetsk)และเขตลูฮานสค์(Luhansk) ปูตินปฏิเสธบอกว่าไม่ใช่ทหารของรัสเฅียแต่เป็นกองกำลังของพวกขบถแยกดินแดน(Separatist)พูดภาษารัสเฃียในยูเครน การสู้รบเกิดขึ้นอย่างดุเดือดในทุกแนว จำนวนผู้คนที่เสียชีวิตแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่แล้วยอดสูงกว่าห้าพันคน(5,000)แล้ว ฝ่ายทหารยูเครนได้เสียที่มั่นสำคัญหลายแห่ง รวมทั้งสนามบินใหญ่ทั้งที่เขตดอนเนตสค์และเขตลูฮานสค์ ฝ่ายรัสเฃียใช้จรวดชนิดใหม่ของรัสเฃีย(Grad missiles)เข้าทำลายบ้านผู้คน ตลาด โรงเรียน และตึกสาธารณะหลายแห่ง ความเสียหายเป็นวงกว้างไปทั่ว ผู้คนพยายามอพยพออกจากเขตสู้รบแต่ยังติดอยู่หลายพันคน

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.