iFreeThai

#161 July 31, 2015 11:07 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

..... ขอร่วมให้ความเห็นส่วนตัว เรื่อง ICC ในอีกแง่มุมหนึ่งนะครับ .. จริงอยู่ที่การยึกยักชักช้า เรื่องการลงสัตยาบัน ทำให้ปัญหาของฝ่ายประชาธิปไตยยังคงอยู่ รวมไปถึงการถูกกดขี่ การถูกเล่นงานฝ่ายเดียวยังคงเิดินหน้าอย่างไม่มีอะไรหยุดยั้ง .. แต่การลงสัตยาบันอาจจะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาทางการเมืองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด .. ทุกฝ่ายย่อมมีกลุ่มผู้สนับสนุนข้างเดียวกันอยู่ และการถูกกระทำอะไรที่ทำให้เกิดปัญหาแำก่ฝ่ายของตน นั่้นย่อมไม่มีใครยอมรับกันได้ง่าย ๆ แน่นอน .. รวมทั้งจะมีการต่อต้าน ต่อสู้กันอย่างสุดฤทธิ์ .. ยิ่งเป็นการปกป้องส่วนสำคัญของฝ่ายตน พวกเขาก็ยิ่งไม่มีวันยอมกันง่าย ๆ .. เฉกเช่นเดียวกันกับฝ่ายประชาธิปไตยก็ไม่มีวันยอมพ่ายแพ้ .. การก่อตัวของกลุ่มคนฝ่ายนั้น เพื่อแข็งขืน การไม่ยอมรับสิ่งที่ถูกกำหนดมาจากภายนอก และการตอบโต้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวอาจจะเกิดขึ้น ที่สำคัญฝ่ายนั้นเองก็มีทุกสรรพสิ่งเป็นทุนและเครื่องมือในการตอบโต้ต่อสู้อยู่แล้ว และมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเทียบกันไม่ติดเสียด้วยซ้ำ .. และอาจจะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมือง เข้าสู่ยุคเข็ญ ยุคมืด ที่ไม่มีใครต้องการก็เป็นได้ เพียงเพราะไม่ต้องการ การพ่ายแพ้ และต้องการคงไว้ซึ่งสถานะภาพ สิทธิ์การปกครอง และอำนาจที่เคยมีเคยเป็น ..
..... ถ้าเราอดทนไว้ เิดินหน้าภาระกิจ ใช้เทคนิคตามช่องทางที่เป็นไปได้ รอคอย และเฝ้าดูลางหายนะของฝ่ายนั้นที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาก็ยังพอได้ .. พูดง่ายๆ คือ เขากุมอำนาจบริหารของบริษัทไว้ บริหารไม่เป็นก็แย่ไปเอง ตอนนี้บริษัทหาเงินรายได้เข้ากิจการไม่ค่อยได้.. ทุนในการเดินหน้ากิจการต่อก็แทบจะไม่มี รีดเงินจากพนักงานในบริษัทที่มีน้อยอยู่แล้ว ใครจะมีให้ ..รอเพียงให้หาผู้จัดการคนใหม่เข้ามาบริหารธุรกิจโดยถูกต้องตามระบบอีกหน่อยก็น่าจะได้ เพราะธุรกิจยังเดินหน้าต่อไป .. ถ้าหักดิบให้กิจการเจ๊งไปเลย เจ้าของธุรกิจเจ๊งยังมีเงินอีกเหลือเฟือในการดำรงชีพ แต่พนักงานที่อดอยาก หากินแต่ละมื้อยังไม่ค่อยได้ นี่ซิเป็นปัญหาใหญ่ .. ขออย่าให้มีสถานะการณ์ที่ทำให้เกิดกรณีปิดบริษัท ไม่ทำธุรกิจกับใครทั้งสิ้นเลย เพราะมันจะเกิดยุคมืด ยุคเข็ญ ต่อบ้านเมือง คนที่ลำบากมิใช่ฝ่ายปกครอง แต่เป็นประชาชนตาดำ ๆ .. (เป็นบางแง่มุมที่มองเพิ่มขึ้นเท่านั้นเองครับ ผิดถูก หรือเท็จจริงจะเกิดขึ้นอย่างไร ไม่มีใครรู้ .. เพียงแค่นึกถึงสภาพของประเทศพม่าในอดีต ที่กว่าจะเปิดประเทศมาเป็นปัจจุบันได้ มันช่างทุกข์ยากลำบากเกินกว่าจะรับได้จริง ๆ .. สงสารลูกหลานในอนาคตครับ)

Offline

#162 July 31, 2015 11:08 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Maci 1st.tournament @ "U.S.Kids Golf "Jekyll Island Cup GA.


ขอบคุณ คุณMananya ที่เข้ามาให้กำลังใจตลอดมา ข้าเจ้าขออภัยที่ตอบมาล่าช้ามาก ก็เพราะอยากให้การเดินทางกลับมาถึงบ้านเสียก่อนเพื่อความคิดจะได้ลื่นไหลมากขึ้น การเดินทางครั้งนี้ไปหลายรัฐ รวมแล้วถึง 13 รัฐ เล่นกอล์ฟไป หยุดพักไป ทั้งเที่ยวไป-กลับรวม 11 สนาม ที่เล่นไม่ได้ก็เพราะฝนตกเจ้าค่ะ ขับรถรวม 6000 กว่าไมล์จากภาคตะวันตกถึงภาคตะวันออกของทวีปอเมริกาเรี่มจากแคลิฟอร์เนีย(California)-อริโซน่า (Arizona)-นิวเม๊กซิโก(New Mexico)-เท๊กซัส(Texas)-โอกลาโฮม่า (Oklahoma)-อากันซอ(Arkansas)-หลุยซิอาน่า(Louisiana)-มิสซิสซิปปี่(Mississippi)-อาลาบาม่า(Alabama)- ฟลอริดา(Florida)-จอร์เจีย(Georgia) –เซ้าคาโรไลน่า(South Carolina)-น๊อทคาโรไลน่า(North Carolina)-เทนเน๊สซี(Tennessee) ส่วนใหญ่จะไปบนฟรีเวย์สาย 40 และลงไปถึง ฟรีเวย์สาย10 ทีจะต้องไปผ่านตอนเหนือของฟลอริดาเพื่อจะไปให้ถึงจอร์เจีย ที่เกาะเจ๊คกึล (Jekyll Island Georgia) ที่หลานเมซี่จะแข่งกอล์ฟวันที่ 21 มีค.-22 มีค. 2558

ความภูมิใจมีมากมายในเรื่องของนักกอล์ฟในลูกชายทั้งสองคนและหลานซึ่งตอนนี้มีถึง 5 คน หลานคนโตเจดิ๊น 14 ขวบ คนที่สองฮั้นเตอร์ 9 ขวบ คนที่สามเมซี่ 6 ขวบ ทั้งสามนี้เป็นลูกของลูกชายคนแรก และเล่นกอล์ฟเป็นกีฬาหลักทุกคน ส่วนลูกชายคนที่สองมีลูกชายสองคน อายุไล่เรี่ยกันคือ สองขวบครึ่ง และหนึ่งขวบ

ข้าเจ้าเป็นฝ่ายนั่งชมวิว จะพลาดวิวสวยๆบ้างก็ตอนนั่งหลับไปนั่นเอง คุณสามีเขาเป็นคนคงทนในการขับรถ ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย เบื่อ หรือขอร้องให้ข้าเจ้าเปลี่ยนมือขับแม้แต่ครั้งเดียว โดยเฉพาะถ้ามีทีไทม์ในเมืองถัดไปเขายี่งไม่ลดละในการที่จะไปให้ถึงสนามกอล์ฟให้เร็วที่สุด เขาระวังในการขับไม่ให้เกินความเร็วที่บ่งไว้ข้างทาง เขาจึงไม่เคยได้ทิ๊กเก๊ดในการขับรถเร็วเพราะเขาเคารพกฏหมายจราจรอย่างเคร่งคัดน่ะเอง

ไปๆมาๆก็มาลงเอ่ยที่ตนเองว่าทำไมข้าเจ้าจึงกลายมาเป็นคนคลั่งกอล์ฟไปได้มากมายเช่นนี้ เมื่อ 44 ปีย้อนหลัง ข้าเจ้ามาถึงเมกาแรกๆ ไม่เคยรู้เรื่องกอล์ฟเลยสักนิดเดียว เป็นครูสอนที่อุดรธานี เย็นลงก็ไปสอนพิเศษคณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ วันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปสอนภาษาไทยให้เหล่าทหารจีไอในแคมบ์ที่แอร์ฟอร์ด ไม่เคยได้อ่านหรือติดตามข่าวกีฬาหรือข่าวบ้านเมืองมากนัก ตอนเรียนในกทม.ก็อยู่เป็นนักเรียนกินนอนตลอด แถมตอนเกิดในแถบเขาภูพาน เป็นเด็กบ้านนอกมาแต่กำเหนิด พ่อแม่สอนให้วี่งเร็วได้อย่างเดียว เคยเป็นแชมป์วี่งช้อนมะนาวครั้งนึงเป็นข่าวลือไปทั่วบาง ทีวีก็ไม่เคยเห็น บ้านนอกแท้เลย จบป.4ก็ถูกระเห็ดไปทั่วทีปทั่วแดน ในที่สุดมาหยุดชะงักลงที่เมกา เจ้าโลกแห่งเสรีประชาธิปไตย และแต่งงานกับคุณเค้า ประมาณหนึ่งเดือนหลังแต่งงาน วันเสาร์-อาทิตย์หยุดทำงานเขาจะตื่นแต่ตีห้า นัดกับเพื่อน ทำทีไทม์ออกรอบแรกเล่นกอล์ฟ 6 โมงเช้า ไม่ว่าหนาวหรือร้อน ฝนตก แดดจ้า เขาไม่เคยลดละ หายไปประมาณ 4-5 ช.ม. กลับมาทานอาหารกลางวันที่บ้าน ในบางครั้ง หรือไม่ก็สังสรรต่อกับเพื่อนนักกอล์ฟด้วยกัน มักจะมีการพนันขันต่อ คนชนะมักจะเลี้ยงคนแพ้ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม กว่าจะถึงบ้านก็บ่ายสามหรือสี่โมงทุกๆสัปดาห์ หนักๆเข้าข้าเจ้าก็ทนไม่ไหวเลยต้องตั้งคำถามมากมายในเรื่องของกอล์ฟ และเขาก็ชอบให้ซักถามเสียด้วย จึงเป็นเรื่องปกตินิสัยในครอบครัวตลอดมา

กลับมาจากเล่นกอล์ฟเขามักจะมาเล่าการตีกอล์ฟของเขาทุกครั้ง “วันนี้ไอตีได้เบอรดี้(Birdie) 2 หลุม พาร์(Par) 7 หลุม โบกี้(Bogie) 8 หลุม ดับเบิ้ลโบกี้(Double Bogie) 1 หลุม ลงทราย(Sand Trap) 6 ครั้ง ตกน้ำ 4 ครั้ง โอบี(Out of Bound) 1 ครั้ง...บลา...บลา...ฯลฯ” แรกๆข้าเจ้าก็ฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนเป่าปี่ใส่หูควายงั้นแหละ แต่เมื่อเขาเปิดทีวีโชว์การแข่งกอล์ฟนัดใหญ่ๆสำคัญๆ และเขาพยายามอธิบายทุกขั้นตอนของการเล่นกอล์ฟ ข้าเจ้าก็ถึงบางอ้อ....

โปรดติดตามคนคลั่งกอล์ฟตอนต่อไปนะเจ้าคะ.

Offline

#163 July 31, 2015 11:09 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Golf Maniacs

คนคลั่งกอล์ฟตอน 2

10 ปี แรกได้ผ่านไป ข้าเจ้าเข้าใจกฏเกณร์ของการเล่นกอล์ฟพอสมควร ได้แต่ฟังจากแฟนและดูบนจอทีวี ไม่มีโอกาสออกไปเล่น หรือเพราะไม่มีความสนใจมากพอ และที่สำคัญในชีวิตขณะโน้นต้องทำหน้าที่ แม่บ้าน ไปร.ร. เลี้ยงลูกสองคน ทั้งคุ๊กทั้งเคลียนตลอดวันทีเดียว หาคนรับใช้ไม่มี สมัยโน้นค่าเลี้ยงดูเด็กชั่วโมงละ 2 เหรียญต่อคนในสถานเลี้ยงเด็ก ถ้าจะจ้างมาช่วยงานบ้านก็ตกวันละ 40-50 เหรียญต่อวัน ข้าเจ้าเลยต้องอยู่เป็นคนรับใช้ลูก รับใช้แฟน รับใช้ตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ ยังบ่นไม่หยุดหย่อนว่า รู้งี้เรียนจบแค่ ป.4 ไม่รู้ว่าไปเสียเวลาทำปริญญาจนแทบเลือดตากระเด็นทำไมถ้าจะต้องดั้นด้นมาสุด ขั้วโลกแค่มานั่งทำงานบ้านอย่างนี้ แต่เมื่อสำรวจดูครอบครัวคนรอบๆข้าง หามีน้อยคนที่แม่จะออกไปทำงานนอกบ้าน ส่วนใหญ่สามีเป็นผู้ออกไปทำรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ข้าเจ้าก็ตกอยู่ในภาวะเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ความอดทนของข้าเจ้านั้นขาดสะบั้นลง เสียดายความรู้ที่ร่ำเรียนมาอย่างยากแสนยาก ความคิด-อ่านคงตัน ตามไม่ทันโลกแน่นอน ในที่สุดเมื่อ ลูกคนเล็กโตได้สองขวบจึงได้ออกไปทำงานพาร์ตไทม์ โดยสอบเข้าทำที่ ดี.เอม.วี(D.M.V—Department of Motor Vehicle of California )ของรัฐแคลิฟอร์เนีย 2-3 วันต่อสัปดาห์ซึ่งแฟนเขาก็จำยอม หลังจากนั้นก็สอบย้ายไปทำที่ อี.ดี.ดี (E.D.D—Employment Development Department of California ) จนกระทั่งปลดเกษียณ หลังจากนั่งดูการแข่งกอล์ฟบนจอทีวีมายาวนาน ซึ่งข้าเจ้ามักจะหาเวลามานั่งดูกับเขาได้ครั้งละหลายๆชั่วโมง แต่ที่ชอบมากที่สุดคือสนามกอล์ฟอันยาวเหยียด เขียวขจี เหมือนเอาพรมกำมะหยี่สีเขียวไปปูทาปไว้ทั้ง 18 หลุม สองข้างแฟร์เวย์มีต้นไม้หลายหลากชนิดปลูกเป็นระเบียบ แซมด้วยดอกไม้หลายชนิดหลายสี เพิ่มสีสรรให้ทุกๆหลุมร่มรื่นชื่นบานอย่างท้าทายให้ออกไปเล่นที่นั่น ความยาวของสนามกอล์ฟ ประมาณ 4-5 ไมล์ หรืออาจยาวกว่า 5 ไมล์ก็มี ทั้ง 18 หลุม จะแบ่งเป็น 3 พาร์ 4พาร์ และ 5 พาร์ ซึ่งรวมแล้วใน 18 หลุมเป็น 72 พาร์ ตามมาตรฐานสากลทั่วๆไป บางสนามอาจจะยาว ถึง 73 พาร์ หรือ 74 พาร์ หรืออาจจะสั้นถึง 71-70-69 พาร์ก็มี
คำว่าพาร์ (Par) คือกฏเกนณ์การนับ เอาพาร์เป็นหลัก เช่น หลุม 3 พาร์(3 pars) หมายความว่า
ตี 1 ครั้งลงหลุม เรียก โฮน อิน วัน (Hole in One) ก็นับได้ 1 แต้ม... (ตีเก่งสุดสุด และโชคดีอีกต่างหาก)
ถ้าตี 2 ครั้งลงหลุมก็นับได้ว่า เบอร์ดี้(Birdie) หรือ One under par ก็นับ ได้ 2 แต้ม... (เก่งมาก)
ถ้าตี 3 ครั้งลงหลุม เรียกว่าได้พาร์ (Par) หรือ even par ก็นับได้ 3 แต้ม... (เก่ง)
ถ้าตี 4 ครั้งลงหลุม เรียกโบกี้(Bogie) one over par ก็นับได้ 4 แต้ม... (เก่งน้อย)
ถ้าตี 5 ครั้งลงหลุม เรียกดับเบิ้ลโบกี้ (Double Bogie) หรือ two over par ก็นับได้ 5 แต้ม... (แย่)
ถ้าตี 6 ครั้งลงหลุมเรียกทริบเปิ้ลโบกี้ (Triple Bogie) หรือ three over par ก็นับได้ 6 แต้ม... (แย่มาก)
ถ้าตี 7 ครั้งลงหลุมเรียกควอตดูเปล๊ต(Quart Duplet)หรือ four over par ก็นับว่าได้ 7 แต้ม... (แย่สุดสุด)
ตีโอบี ( OB--Out of bound) เสีย 2 แต้ม ตกน้ำก็เสีย 2 แต้ม ตีผิดลูกกอล์ฟของคนอื่นก็เสีย 2 แต้มเข่นกัน...ฯลฯ
ยี่งตีได้ต่ำกว่าพาร์มากๆก็เรียกว่าเก่ง ชนะแน่แล้วคราวนี้ เช่นได้ 7 Under par หมายความว่าเอา 7 ไปลบออกจาก 72 พาร์ เท่ากับได้แต้มต่ำถึง 65 ไทเกอร์ วู๊ดเคยตีได้ 13 under par เขาทำสถิติโลกทีเดียว เก่งสุดสุด ส่วนลูกชายคนโตของข้าเจ้าเคยตีได้ 10 under par ครั้งหนึ่งซึ่งเขาก็ทำสถิติให้สนามที่บ้านมาเช่นกัน
เมื่อปี 1980 คุณสามีเขาถูกย้ายไปกินตำแหน่งใหม่ที่เมืองวิกเตอร์เวิล ขณะนั้นข้าเจ้าทำงานพาร์ตไทม์ให้อีดีดีของรัฐบาลอยู่แล้ว จึงขอย้ายไปประจำทีเมืองนี้ได้อย่างง่ายดาย พี่ดนัยที่เป็นเรียลเตอร์( Realtor) ขายบ้าน และเป็นสามีของน้องพี่สะใภ้ของข้าเจ้า เขาได้แนะนำมาหาซื้อบ้านในหมู่บ้านนี้ ซึ่งมีสนามกอล์ฟ หนองน้ำใหญ่ 200 เอเคอร์ที่เล่นสะกีน้ำได้ ในที่สุดก็มาเจอบ้านที่อยู่ในปัจจุบัน หลังบ้านติดสนามกอล์ฟ ส่วนหน้าบ้านตั้งอยู่บนถนนชื่อ กอล์ฟคอร์ต ไดรพว์(Golf Course Drive) คุณสามีดีใจเนื้อเต้นเลยล่ะ รีบซื้อและย้ายทันทีเลยทีเดียว นี่ก็อยู่มาได้ 34 ปีแล้วเจ้าค่ะ ต้องขอบพระคุณพี่ดนัยอย่างมากล้นที่สรรหาบ้านน้อยทีถูกใจที่สุดหลังนี้ แม้จะเล็กสามห้องนอน สำหรับคน 4 คนแต่ก็ไม่เคยนึกเบื่อหน่าย เพราะส่วนใหญ่เอาชีวิตไปแขวนไว้ที่สนามกอล์ฟ กระทั่งถูกเรียกว่า “Homeless Golfers ---I’m home less than I’m on the golf course."

:redgirl:กรุณาอย่าพลาด โปรดติดตามคนคลั่งกอล์ฟตอนสามต่อไปนะเจ้าคะ...
ปล. วันนี้ที่ 8 เม.ย เรี่มเปิดปฐมเลิกการแข่งขันกอล์ฟ นัดที่ยี่งใหญ่ที่สุุดของทุกๆปี และจะสิ้นสุดลง 12 เม.ย รวม 4 วัน มีครั้งเดืยวเท่านั้นที่สนามนี้ที่จะเปิดให้แข่ง นอกนั้นจะปิดไว้ทั้งปีเปิดเฉพาะเกมส์นี้ที่มีชื่อว่า "The Masters" @ Augusta Georgia จะมียอดนักกอล์ฟที่ชนะยอดเยี่ยมมาหลายครั้ง เช่น Tiger Woods, Jack Nicklaus, Arnold Palmer และ... ฯลฯ จะเหลือท็อป 50 +เสมอกัน ได้เข้ารอบ 2 วันสุดท้าย คนที่จะเข้าไปเดินดูต้องจ่ายค่าตั๋วเดินอย่างน้อย 1000 เหรียญ และนั่นหมายความว่าต้องจองไว้ล่วงหน้าหลายปี หรือถูกจับฉลากได้จากการเข้าคิวรอ สนามสวยงามมาก ดูตามทีวี ข้าเจ้าและแฟนได้ขับรถไปวนรอบสนามเมื่ออาทิตย์ก่อน เขาหวงมาก โฉบรถไปใกล้ก็ไม่ได้ ห้ามเดินเฉียดอีกด้วย เลยถ่ายรูปอยู่ห่างๆ
อย่าลืมเปิดชม ทีวีช่องสปอร์ต 218 นะเจ้าคะ

Offline

#164 July 31, 2015 11:09 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Golf Maniacs

คนคลั่งกอล์ฟตอนที่สาม

กอล์ฟเป็นกีฬาที่มีอันตรายน้อยมาก เล่นได้ทุกระดับอายุ ตั้งแต่หนึ่งขวบขึ้นไปถึง 90 ขวบ หรือกระทั่งเดินไม่ได้นั่นแหละ คนไม่รวย กึ่งรวย หรือรวยมากในอเมริกาก็เล่นกอล์ฟกันได้ทุกชั้นวรรณะ มันเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่ต้องมีเล่นกันในครอบครัว ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้สูงแบบบ้านเราที่มักมองคนเล่นเป็นคนชั้นสูงเท่านั้น ครอบครัวของข้าเจ้าต้องทำงานกันทั้งสองคนเพื่อเอารายได้มาจุนเจือค่าสมาชิก ทั้งค่ากรีนฟรี ค่ารถกอล์ฟ ค่า...จิปาถะ ...ฯลฯ เรามีบ้านและรถยนต์ก็เหมือนคนทั่วไปไม่ได้นั่งเบ้นซ์หรือบีเอ็มดับบลิว แต่เป็นรถฟอร์ดและฮอนด้าเก่าๆ แต่เราเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านที่มีสนามกอล์ฟซึ่งเป็นสนามที่ลิงค์ไปทั่วโลก ที่เราจะเล่นฟรีได้ทุกสนามที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน (Club Corporations) 8 ปีได้ผ่านไปก็ได้รวบรวมเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าสมาชิกตลอดชืวิต (Life Member)อีกด้วย เลยได้เล่นฟรีทั้งครอบครัวมาจนทุกวันนี้ ลูกชายทั้งสองคนก็ทำงานวันหยุดและตอนปิดเทอมหาเงิน ทั้งสองได้ทุนการศึกษาก็จากการเล่นกอล์ฟ กีฬานี้เลยตกมาถึงรุ่นหลาน

หลังจากโยกย้ายเสร็จสิ้นเรียบร้อย คุณแฟนเขาก็จัดแจงสมัครเป็นสมาชิกของคันตรี้คลับ(Country Club)ทันที ตอนนั้นลูกชายคนโต(Fred)อายุ 7 ขวบ คนเล็ก(Tony) 5 ขวบ ออกรอบกับพ่อทั้งเสาร์-อาทิตย์ไม่เคยละเว้นแม่แต่สัปดาห์เดียว เอาสนามกอล์ฟเป็นโบสถ์ ใช้กฏเกณฑ์ของกอล์ฟเป็นหลัก(Discipline)ในการเจริญเติบโต การควบคุมอารมณ์ ความซื่อตรงในการนับแต้ม การรักษาเวลา การไม่เอารัดเอาเปรียบ มีความเป็นนักกีฬาเป็นสันดาน รู้จักรักและให้อภัย ปล่อยวาง...ฯลฯ 3 ปีให้หลังลูกทั้งสองเป็นนักกอล์ฟที่โด่งดังในละแวกนี้ นำถ้วยชนะเลิศมาให้ชื่นชมตลอดปี แรกๆข้าเจ้าก็เกรงว่าผิวจะดำหรือตกฝ้า มีข้อแม้สาระพัด หนาวจัง ลมแรง แดดจ้า ผลัดวันประกันพรุ่งอยู่เสมอๆ แต่ในที่สุดก็ต้องออกไปเล่นกะเขา เพราะกฏอีกอย่างที่เด็กอายุต่ำกว่า 12 ขวบต้องมีผู่ใหญ่ออกตีร่วมด้วย ข้าเจ้าก็เลยกลายเป็นนักกอล์ฟไปด้วยในที่สุด

ลูกชายทั้งสองได้เข้าทำงานในโปรช๊อป (Pro. Shop)หลังจากอายุครบ 15 ขวบ ทำหลังจากเลิกรร.บ่าย 3 โมงทุกวันและรวมไปถึงวันสุดสัปดาห์ด้วย แรกๆเขาก็ให้เป็นเด็กกวาดลูกกอล์ฟจากไดรพ์วิงเร๊นจ์(Driving Range) เอามาล้างแล้วเอาไปเก็บในโรงเก็บรถกอล์ฟ คนโตได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโปรฯเมื่อเขาจบไฮสคูล เกรด 12 เขาเก็บเงินไว้ใช้สอยของเขาเอง ทั้งสองเล่นกอล์ฟในทีมของไฮสคูล และเป็นคนที่ 1 (Number one Man) ของทีมด้วย คนโต(เฟรด)ได้รับทุนกอล์ฟจากมหาวิยาลัยลองบีซ กลายเป็นนักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงเป็นทั้งนักเรียนดีเด่นอีกด้วย จึงได้รับเกียรติมีชื่อขึ้นบอร์ดในฮอลออฟเฟอม (Hall of Fame) ของมหาวิทยาลัย ในขณะเดียวกันเขาได้เข้าแข่งขันระดับโปรเฟชชั่นนอลกอล์ฟ(Professional Golf) ได้เคยเข้ารอบไปแข่งกับไทเกอร์วู๊ดด้วย เขาเป็นคนที่รักเรียน จึงเรียนต่อไปไม่หยุดยั้งจนกระทั่งได้ ด๊อกเตอร์ดีกรี(Ph.D Degree) สาขา ซีพีเอ (CPA---Certified Public Accountant) แต่เขาไม่เคยละทิ้งกอล์ฟ ทุกปีเขาจะหาที่ไปแข่งเพื่อผ่านเข้าไปสู่การแข่งขันนัดสำคัญๆ ส่วนลูกชายคนที่สอง (โทนี่)ทางมหาวิทยาลัยได้เสนอทุนกอล์ฟให้ แต่เขาตั้งใจจะเรียนเป็นนายแพทย์ จะไม่มีเวลาออกตีกอล์ฟให้รร. ต้องอยู่ในห้องแลปมากเขาจึงปฏิเสธทุนกอล์ฟไป ตอนเขาเรียนจบเกรด 12 เขาได้ชนะกอล์ฟในเขต (High Desert Region)ของไฮสคูล เป็นตัวแทนของรีเจี่ยนได้ไปแข่งกับไทเกอร์ วู๊ด ซึ่งเขาเป็นตัวแทนของเขตออร์เรนจ์เคาตี้(Orange County Region) อายุเท่ากัน ไปแข่งที่มิชขั่นฮิลส์ ปาล์มสปริงส์ (Mission Hills CC @ Palm Springs CA.) เพื่อเป็นแชมป์ของแคร์ลิฟอร์เนียภาคใต้ (Champion of Southern California ) ปรากฏว่าโทนี่แพ้ไทเกอร์วู๊ด 2 แต้ม ทำให้โทนี่คิดว่า ถ้าเล่นกอล์ฟต่อไปไงๆก็เอาชนะไทเกอร์ไม่ได้ เขาเลยไม่เอาดีทางกอล์ฟจึงหันไปเรียนทางเม็ดดิซิน (Medicine)แทน

ข้าเจ้ารวมทั้งครอบครัวมีความมั่นใจว่ากีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่นำทาง นำกฏเกณฑ์เพื่อทำชีวิตให้รุ่งโรจน์ และสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง จากการได้เดินออกกำลังกายแต่ละครั้งได้ดีทีสุด

โปรดติดตามคนคลั่งกอล์ฟตอนที่สี่นะเจ้าคะ.

Offline

#165 July 31, 2015 11:10 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

เป็นปลื้มเสมอที่คุณMANANYAได้เข้ามาทักทาย ขอบคุณมากนะเจ้าคะ คุณพูดตรงจุดแท้เลยเจ้าค่ะ ในการเล่นกอล์ฟสี่งที่จะต้องยึดมั่นที่สุดคือ สมาธิ ถ้าใจวอกแวก ไปที่อื่น หรือมีใจหมกมุ่นกังวล จะตีผิด ตีไม่ได้ดังใจ สังเกตุจากการเล่นของไทเกอร์วู๊ดที่ The Masters ที่ The Augusta National Golf Course Georgiaเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเคยทำสถิติ -18 เมื่อเขาอายุ 21 ปี(ตอนนี้อายุ38 ปี) สถิติที่ทำไว้ร่วม 18 ปีไม่มีใครลบได้ แต่ต้องมาเสมอกับ จอร์แดน สะปี้ทที่มีอายุ 21 ปีซึ่งได้ -18 เท่ากัน นอกจากนั้นไทเกอร์เล่นครั้งนี้ทำแต้มได้เพียง -5 แพ้ที่หนึ่งหลุดลุ่ยทีเดียว เพราะเขาขาดการ"ฝึกซ้อม"เนื่องจากสุขภาพไม่สมประกอบ เคยได้รับการผ่าตัดหัวเข่า 3 ครั้ง ผ่าตัดหลัง 1 ครั้ง ทำให้ต้องลดการฝึกซ้อมลงไป "สมาธิ"ในการเล่นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากปัญหาหย่าร้างกับภรรยา และปัญหาส่วนตัวอีก เขาเคยเป็นคนดวงดี ได้โฮน-อิน-วัน พัทท์ไกลก็ลงหลุม ฯลฯ แต่ตอนนี้ดวงหดหาย เพราะขาดสมาธิและการฝึกซ้อมอย่างที่คุณMANANYA กล่าวไว้เจ้าค่ะ
พอพูดถึงเรื่องกอล์ฟทีไร ข้าเจ้าลืมเรื่องยุ่งๆการเมืองของไทยสนิทเลยทีเดียว คุณเป็นด้วยไหมเจ้าคะ?

Offline

#166 July 31, 2015 11:10 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ชุดเย้ยทั้งฟ้า... ท้าทั้งดิน... สิ้นยำเกรง...
ด้วยความซาบซึ้งหาที่เปรียบมิได้เจ้าค่ะ รื่นเริงบรรเทิงจิต งี้ตีกอล์ฟทะลุฟ้าไปเลย
ขอบคุณ คุณMaquidที่สรรหารูปภาพแจ๋วๆนี้มาให้สำราญใจ นะเจ้าคะ

สมัยก่อนโน้น บ่อเกิดของการเล่นกอล์ฟอยู่ที่อังกฤษ มีให้เฉพาะผู้ชายเล่นเท่านั้น ผู้ชายมักจะใส่แบบชุดจ๊อกกี้ กางเกงขาสามส่วน รัดข้อใต้เข่า สรวมหมวกเก๋ๆ เสื้อเชิ้ตคอโปโลเท่ห์ๆ
ความนิยมในชุดจ๊อกกี้ก็หดหายไป กลายเป็นกางเกงขายาวแทน กางเกงยีนก็ห้ามใส่ และจะไม่อนุญาติให้ใส่กางเกงขาสั้นในทัวนาเม้นสำคัญๆในระดับชาติหรือระดับโลก เช่น The Masters, US Open, British Open, LA Open, Thailand Open ......ฯลฯ

หลายปีต่อมา มีการอนุญาติให้ผู้หญิงมาเล่นกอล์ฟได้ด้วย ผู้หญิงอังกฤษจะใส่กระโปรงยาวย้วย เสื้อคอระบายย้วย ดูรุ่มร่าม ใสหมวกสไตล์เบี่ยงพระมาลา แบบผู้ดีอังกฤษเดินลงสนามกอล์ฟเหมือนว่าจะไปเดินแฟร์ชั่นโชว์งั้นแหละ แต่อีกหลายปีต่อๆมาได้ให้ผู้หญิงใส่กางเกงได้บ้าง หรือใส่กางเกงกระโปรง หรือ กระโปรงสั้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใส่กางเกงหรือกระโปรงต้องให้สั้นเหนือหัวเข่า 6 นิ้วเท่านั้น ที่สนามบ้านของข้าเจ้า ถ้าเขาเห็นว่าสั้นเกินไปเขาจะเอาเทปมาวัดถ้าสั้นเหนือเข่าเกิน 6" เขาจะส่งกลับบ้านเลยทันที ส่วนเสื้อจะต้องมีปกและแขน จะเว้าจะแหว่งโชว์จักกะแร้ คอลึกโชว์อก สั้นจนเห็นท้อง หรือขาอ่อน ไม่อนุญาตทั้งสิ้นเจ้าค่ะ จึงจะเห็นว่าคนไปเล่นกอล์ฟเป็นผู้เอาแฟร์ชั่นสปอร์ตออกมาโฆษณาแข่งกันดีๆนี่เอง

Offline

#167 July 31, 2015 11:11 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Golf Maniacs

คนคลั่งกอล์ฟตอนที่ 4

ในอเมริกานั้น เขามีระบบการศึกษา การเรียนรู้ อย่างประชาธิปไตย ปลูกฝังความคิดและทักษะของเด็กให้มีอิสระภาพ เสรีภาพ ตั้งแต่เล็ก เมื่อเด็กโตขึ้นเขาจะมีอิสระที่จะต้ดสินใจเดินไปในรูปใดที่เหมาะกับความต้องการหรือความสามารถของเขา เขาจะให้เด็กอยู่ในโรงเรียนวันละ 6 ชั่วโมงเท่านั้น จากเช้า 7.30น(7:30AM) ถึงบ่าย 2.30น. (2:30PM) มีรถบั้สรับส่งฟรี หลังเลิกเรียนเด็กจะตกอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองซึ่งจะนำพาเด็กให้ไปทางไหนได้ตามภาวะการณ์ บางคนก็ถูกแนะให้ไปทางด้านกีฬา เช่น ซ๊อกเกอร์(Soccer) ฟุตบอลอเมริกัน(American Football) ที-บอล(T-Ball or Base Ball) บาสเก๊ดบอล(Basket Ball) กอล์ฟ (Golf) ...หรือการดนตรี....ฯลฯ เด็กโตก็จะหางานทำรอบบ่ายหลังเลิกเรียน ที่มีเยอะแยะที่เขาเปิดจ้างเด็กไฮสคูล คือทำให้เด็กๆอยู่ไม่ว่าง(Keep Busy) ไม่มีโอกาสจะก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ปลูกฝังให้มีความรับผิดชอบแต่เล็กๆ เมื่อโตขึ้นเขาจะเลือกเส้นทางเดินได้ในทางที่เหมาะสม ข้าเจ้าและคุณสามีก็ยึดหลักอันนี้ ช่วงนั้นข้าเจ้าทำงานพาร์ทไทม์ที่อีดีดี และยังสอนคณิตศาสตร์ (Substitute Teacher)ให้รร.เกรค 7-12 ในละแวกนี้ด้วย จึงมีเวลาตอนบ่าย 3 โมงเป็นต้นไปกับลูกชายทั้งสอง มีความมุ่งหมายว่าจะต้องให้เขาเรียนรู้ทุกสี่งทุกอย่างที่จะเป็นไปได้ แล้วให้เขาตัดสินใจเลือกเองในทางที่เขาชอบเมื่อโตขึ้น ดังนั้น นอกจากเขาได้เล่นกอล์ฟที่สนามหลังบ้านแล้ว ข้าเจ้าได้พาลูกไปสมัครเล่นในทีมซ๊อกเกอร์ ทีบอล บาสเก็ตบอล ยูโด และปิอาโน ทั้งสองเล่นได้ดีทุกอย่างที่พ่อแม่แนะนำ เฟรดชนะชู๊ดฉายเดี่ยวบาสเก็ตบอล(Individual Free Throw Basketball )ให้โรงเรียน เป็นแชมป์ของรีเจียนนี้ตอนจบเกรด 6 และยังเป็นนักเรียนชายดีเด่นของรีเจียนอีกด้วย ส่วนโทนี่ก็ชอบกีฬาทุกอย่างเหมือนพ่อและพี่ชาย และเขายังแต่งเพลงจากการเล่นปิอาโนให้แม่ 1 เพลงอีกด้วย

เฟรดได้นำกิจกรรมทุกอย่างที่เขาได้รับและเรียนรู้เมื่อยังเด็กมาถ่ายทอดให้ลูกทั้งสามของเขาเดินตามรอยเท้าของคนอเมริกันได้เป็นอย่างดี ผลงานการผลิตคนคลั่งกอล์ฟได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เฟรดนอกจากจะขยันพาลูกๆออกไปซ้อม ไปตีที่สนามกอล์ฟทุกเวลาที่มีโอกาสแล้ว เขายังสร้างไดร๊พวิ่งเรนจ์ (Driving Range) ในห้องที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน เพื่อให้ลูกๆได้ฝึกเหวี่ยงไม้ให้ถนัดมือได้ทุกเวลา ทำหลังบ้านเป็นที่ฝึกชิปปิ้ง(Chipping)อีกด้วย การฝึกพัทท์ติ้ง(Putting)ก็มีอุปกรณ์วางไว้ในบ้านให้เด็กได้ฝึกหัดได้ตลอดเวลา เฟรดเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัย(Dean of School of Business) นอกจากนั้นเขาเป็น โปร. กอล์ฟโคช (Pro Golf Coach)ให้ทีมชายจนได้ชัยชนะในสายระดับคอนเฟอร์เร้นซ์ (Conference) เฟรดมีความตั้งใจดี มุ่งมั่นในลูกทั้งสามคนให้ไปได้ดีที่สุดเช่นเดียวกันอย่างที่เขาได้รับฝึกฝนมา เจดิ้น ฮั้นเตอร์ และเมซี่ จึงได้รับการปลูกฝังกีฬาหลายชนิด รวมทั้งดนตรีด้วย ขณะนี้หลานทั้งสามก็ได้กลายเป็นนักกอล์ฟตั้งแต่เล็กๆ ตามรอยเท้าของคนคลั่งกอล์ฟรุ่นเดอะทีเดียว

เมื่อปีที่ผ่านมา 2014 เด็กน้อยทั้งสามได้แข่งชนะเป็นที่ 1-2 มาตลอด นอกจากหนูเมซี่ซึ่งปีที่แล้วอายุ 5 ขวบครึ่ง ตีชนะที่ 1 ทุกครั้ง และเมซี่ได้ถูกเสนอให้ไปแข่ง USA Kid’s Golf ที่เกาะเจ๊คกึ้ล รัฐจอเจีย (Jekyll Island Georgia)เมื่อ 21-22 มี.ค 2015 เมซี่มีอายุน้อยที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ และตัวเล็กกว่าเพื่อนด้วย การตีจึงไปไม่ไกลสู้เด็กโตกว่าในไฟร้ด์ไม่ได้ ที่มีทั้งหมด 18 ด.ญ อายุเกือบ 8 ขวบทั้งนั้น ซึ่งแก่กว่าเมซี 20-22 เดือน การเล่นของพวกเขาจึงเป็นไปอย่างเปอร์เฟ๊ค (perfect) มากกว่า แต่หนูเมซี่ได้โชว์สปิริตการเป็นนักกอล์ฟในสายเลือดอย่างเต็มภาคภูมิทั้งสองวัน เป็นประสพการณ์ในการแข่งขันครั้งแรกระดับประเทศของเธอ แม้จะไม่ชนะหรือได้รางวัลใดๆ ก็ทำให้เมซี่ พี่ทั้งสอง พ่อแม่ ปู่ย่าและยายมีความภูมิใจและเป็นปลื้มมากๆ เมซี่ยังจะมีโอกาศก้าวไปได้อีกมากมายในอนาคต

โปรดติดตามคนคลั่งกอล์ฟตอนที่ 5 ต่อไปนะเจ้าคะ

Offline

#168 July 31, 2015 11:11 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

สองสามวันมานี่ความคิดอ่านตันไปหมดสิ้น เห็นจะต้องหยุดยุ่งการเมืองไปสักระยะอย่างที่คุณMANANYAกล่าวมานั่นกระมังเจ้าคะ ทำในสิ่งที่เราชอบก็จะสนุกกับการทำนั้น แต่เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากคณะรัฐประหารแล้วปลง ประชาธิปไตยของชาวไทยละลายไม่เห็นฝุ่น เซ็งมากๆ การเล่นกอล์ฟก็เล๊ะตามไปด้วย วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 2-3 พค.จะมีการแข่ง สมาชิก/สมาชิก ทัวนาเม้นท์(member/member tournament) ผู้หญิงที่มาเล่นเป็นคู่กับข้าเจ้าชื่อบาบาราร์ อายุ 84 ปี เธอพึ่งผ่านการฉายแสงต้านมะเร็ง(Chemo Therapy)มาไม่นาน แต่เธอก็ดูแข็งแรง ผมที่เคยร่วงหล่นก็งอกคืนมาอย่างสวยงามอย่างน่าทึ่ง พลังใจของเธอเข้มแข็งมาก เธอเอาชนะโรคร้ายนี้ได้อย่างน่าสรรเสริญ ข้าเจ้าจึงเลือกเธอมาเป็นคู่แข่ง(partner)เพื่อเสริมสร้างพลังจิตให้เธอสู้ต่อไป คงไม่ต่างจากข้าเจ้าตอนนี้ที่สุขภาพจิตโทรม ผิดหวังในรธน.ที่พึ่งคลอดมาสดๆนี้เอง
นักกอล์ฟที่โด่งดังหลายคนที่เล่นกอล์ฟมาตั้งแต่เล็กๆ เช่นไทเกอร์วู๊ด เซอร์จีโอ การ์เซีย มิแชล วี... ฯลฯ ข้าเจ้ามักจะกล่าวถึงไทเกอร์ วู๊ดเสมอๆ เพราะลูกชายคนที่สอง โทนี่ ของข้าเจ้ามีอายุเท่ากัน เวลาพาโทนี่ไปแข่งจูเนียร์กอล์ฟข้าเจ้ามักเจอร์ไทเกอร์และคุณแม่ของเขา แต่ไม่ค่อยได้วิสาสะกันนัก ต่างคนต่างเชียร์ลูกชายตนเองเสียมากกว่า ต่อมาไทเกอร์มีชื่อเสียงโด่งดังมาก กลายเป็นแชมป์กอล์ฟของโลก โดยทำสถิติไว้มากมาย ข้าเจ้าและคุณสามีเคยติดตามไทเกอร์ไปแข่งหลายครั้ง แฟนกอล์ฟเขาคิดว่าข้าเจ้าเป็นแม่ของไทเกอร์ เคยถูกล่าลายเซ็นต์ มิสซิต วู๊ด (Mrs.Woods) เคยถูกแหวกทางให้เดินและนั่ง และเอาขวดน้ำมาให้อีก ตอนที่พ่อไทเกอร์ป่วย เขาจะเข้ามาถามว่า "How is Mr.Wood?" ข้าเจ้าก็ตอบว่า " He is getting better, thank you." มีอีกครั้งหนึ่งเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมาข้าเจ้าไปเชียร๋ลูกชาย เฟรด ที่แซนดิเอโก้ มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า "Mrs. Woods, how is Tiger woods doing? ข้าเจ้าเลยต้องบอกความจริงว่า " Today I come to watch my son playing so I do not know how Tiger Woods is doing on his game." มันเป็นเรื่องขำขันที่ถูกอ้างว่าเป็นแม่ของนักกอล์ฟที่ลือเลื่อง แต่ข้าเจ้าก็เสแสร้งเล่นละครได้ดีกระทั่งแฟนๆได้หลงเชื่อสนิท แต่พวกเขาก็น่าจะสังเกตุได้ว่าแม่ตัวจริงของไทเกอร์นั้น ทุกครั้งที่เธอไปเชียร์ลูกชาย เธอจะมีบอร์ดี้การ์ด 5 คนล้อมรอบ ส่วนข้าเจ้าเดินคนเดียวและคุณสามีมักจะเดินอยู่ห่างๆ ปล่อยให้ข้าเจ้าเดินลำพังให้เล่นละครไปเรื่อยๆเมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็จะเล่าเรื่องละครตัวปลอมของข้าเจ้าให้เพื่อนๆนักกอล์ฟฟัง ข้าเจ้าถูกขนานนามว่า Mrs Woods มายาวนาน

ข้าเจ้าพยายามหาเรื่องขำขันมาเล่าสู่ฟัง เพื่อว่าเพื่อนๆที่รักประชาธิปไตยจะทุเลาความเครียดลงบ้างที่จะต้องเผชิญกับ ม.44 และกฏเหล็กจากรธน.ฉบับใหม่ที่ทำให้สถานะการณ์ค่อนข้างเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ข้าเจ้าได้มีโอกาสฟัง คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช ในYou Tube " จตุพร พรหมพันธุ์ มองไกล 19-04-2558 "ใน Peace TV ว่าจะนำทีมนปชไปร่วมกับนักวิชาการ นักศึกษา สื่อมวลชน ประชาชนหลายคนได้รับจดหมายเชิญจากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อก...ารปฏิรูป (ศปป.) ให้เข้าร่วมการหารือเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) ที่สโมสรกองทัพบก เวลา 9.30 น. ข้าเจ้ามีความปิติเป็นล้นพ้นในข่าวนี้เจ้าค่ะ

Offline

#169 July 31, 2015 11:11 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Michelle Wie เป็นนักกอล์ฟที่สวยที่สุดคนหนึ่งในจำนวนหลายๆคน เธอสูง 6 ฟุตในขณะนี้ซึ่งอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น เธอชนะการแข่งกอล์ฟในระดับแอมมิเจอร์(Amateur Golf Tournaments)เมื่ออายุ 10 ขวบ ต่อมาเมื่ออายุ 16 ปีได้ยกระดับการแข่งไปในระดับแอลพีจีเอ(LPGA--Ladies Professional Golf Association) และชนะการแข่งระดับโลก 4 ครั้ง นอกจากการสำเร็จในการเป็นแชมป์กอล์ฟแล้ว เธอยังมุมานะเรียนสำเร็จขั้นปริญญาตรีจากมหาวิทยาสะแตนฟอร์ด(Stanford University, Stanford California. )อีกด้วย(ส่วนไทเกอร์ วู๊ด ได้หยุดเรียนตั้งแต่เริ่มปีที่สองของมหาวิทยาลัยสะแตนฟอร์ด แต่ไปเอาดีทำเงินทางเล่นกอล์ฟอย่างเดียว)

คุณพ่อแม่ของเธอเป็นชาวเกาหลีที่มาตั้งรกรากอยู่ทีฮาวาย เธอเกิดทีฮาวายเป็นชาวอเมริกันเต็มตัว เด็กๆนักกอล์ฟรุ่นจิ๋ว หรือรุ่นเดอะ มักจะเลียนแบบการเหวี่ยงไม้กอล์ฟ การตี การพัทท์ ดูมันคลาสสิกไปหมดทั้งตัวของเธอ และที่ดึงดูดสายตาทุกคู่มักไปอยู่ที่การแต่งกายชุดเล่นกอล์ฟของเธอ ชุดกระโปรงกางเกงที่สั้นเกินเข่า 6" นั้นดูสั้นลงไปมากๆเพราะขาเธอยาวจึงทำให้ดูผิดกฏระเบียบการแต่งกายไปถนัด แต่ในยุดไฮเท๊คปัจจุบันนี้อะไรๆก็อลุ่มอล่วย หยวน หยวน ไปตามๆกัน กฏเกนณ์ดูจะล้าสมัย หงำเงอะไปเสียแล้ว...
:redgirl:คุณusa.th ก็ช่างสังเกตุ ขอบคุณที่เข้ามาแซวเสมอๆนะเจ้าคะ

Offline

#170 July 31, 2015 11:12 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

นึกไม่ถึงว่าผู้เฒ่าบิ๊กจิ๋ว อายุ 84 ปี จะมีสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ ความคล่องแคล่ว รอบรู้ และมีความเชี่ยวชาญต่อชีวิตและการเมืองของชาวไทยมาทุกยุคทุกสมัย ทำให้นึกถึงว่าผู้ใหญ่จิ๋วเุป็นทรัพยากรบุคคลที่ล้ำค่าไปอีกยาวนาน ไม่มีทีท่าให้เห็นว่าที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าท่านเป็นอัลไซเมอร์แม้แต่นิดเดียว การให้สัมภาษณ์คราวนี้ข้าเจ้าประจักษ์ว่าดูเหมือนท่านมีอายุเพียงแค่ 50 หรือ 60 ปีเท่านั้น
แนวความคิด(Idea) เรื่องดอกไม้หลากสีในแจกันเดียวกัน ให้คนไทยได้ระลึกถึงว่าแม้จะมีเชื้อสาย หรือความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เมื่อมาอยู่ร่วมในแจกันเดียวกัน ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และก็เพิ่งทราบว่าโครงการณ์อ.บ.ต(องค์การณ์บริหารตำบล) ที่ทักษิณนำมาใช้อย่างได้ผลนั้น แท้จริงคิดค้นจากบิ๊กจิ๋วมาก่อนตั้งแต่ปี2534โน้น ได้ทราบรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีการต่อสู้ตามแบบของอเมริกันเช่นการล้อมหมู่บ้านแล้วทำลายหรือยุทธวิธีค้นหาและทำลาย(search and destroy) ได้ยอมรับว่าเป็นวิธีที่ผิด ทำให้ร.บ.แพ้และเสียมวลชน อันนี้เป็นที่น่าชื่นชมที่ยอมรับผิด อาจจะมีการถกกันอย่างละเอียดกับปรมาจารย์ท่านประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ค.ม.ตัวใหญ่ที่ออกมาปราบพวกคอมมิวนิสต์ด้วยกัน และเคยสอนวิชาทฤษฎีคอมมิวนิสต์โรงเรียนเสนาธิการทหารบกกับบิ๊กจิ๋วด้วยกันสมัยหนึ่ง
เป็นที่น่าเศร้าว่ากองทัพบกไทยซึ่งได้ขยายเป็นองการณ์ใหญ่โตเลียนแบบเพนตากอน(Pentagon)ของสหรัฐนั้น นายทหารตัวใหญ่พวกจปร.ทั้งหลายทำงานกันเพียงปีละหกเดือน คือใช้เวลาวิ่งเต้นหาตำแหน่งกันสองครั้งต่อปีต่อการปรับกำลังของกองทัพไทยเดือนเมษายนและเดือนกันยายน กองทัพบกไทยขยายอัดตราตำแหน่งอย่างกับว่าจะครองเอเซียเสียปานนั้น เราประเทศเล็กนิดเดียวมีนูายพลประจำการเกือบ 2 พันนาย แต่ละนายพลเฉลี่ยรายได้เกินแสนบาทขึ้นไปต่อเดือน(จากการเปิดเผยให้สัมภาษณ์ก่อนเสียชีวิตของเสธ.แดงฯ ซึ่งกล่าวว่า ตนเองมีเงินเดือน แสนสามหมื่นห้าพัน ขณะนั้นมียศพลตรี) ทหารรั้วของชาติกลายเป็นการเล่นพรรคเล่นพวก แสวงหาอิทธิพลในหมู่เหล่าและหมู่รุ่น เป็นองกรณ์ที่คอรัปชั่นที่เหม็นคลุ้งที่สุดในโลก เป็นที่รู้กันทั่วไป เกียรติทหารไทยไม่มีเหลืออีกต่อไป ยิ่งหลังปฏิวัติคราวนี้พวกทหารกลายเป็นพวกมาเฟียไปเสียแล้ว พวกทหารใหญ่คับฟ้า ใครติเตียนเอ่ยถึงในทางร้ายก็ต้องติดคุกและถูกทำลายหมด ทหารผู้น้อยเช่นนายจ่านายสิบจัดคิวรถสองแถวในตรอก จัดคิวรถขนส่งสายต่างๆ ร้านค้าแผงลอย...ฯลฯ เพื่อ ดิ้นรนหากินในทางอุบาทก์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บิ้กจิ๋วนี่เองที่เป็นเจ้าของคำว่า"วงจรอุบาทก์" หมายถึงการรัฐประหารที่แล้วมาถึง 19 ครั้งนั่นเอง แท้จริงท่านกล่าวว่ามีถึง 26 ครั้งแต่ชาวบ้านไม่ทราบ เพราะตกลงกันภายในได้เสียก่อน พวกจปร.ทั้งหลายน่าจะหายใจเข้าออกเป็นเงิน ตำแหน่ง การขยันวิ่งให้เข้าถูกช่อง การสดับสลับข่าวสารทิศทางอำนาจต่างๆแทบจะไม่ได้หลับนอนเสียมากกว่า
สถานะการณ์ทางภาคใต้ยังคงใช้ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีแบบเดิมๆคือเข้าล้อม ค้นหาแล้วทำลายบุคคลที่สงสัย ซึ่งรังแต่จะนำความเคียดแค้นต่อคนมุสลิมอย่างไม่มีวันสิ้นสุด งบประมาณประเทศปีละประมาณ 11,730,000 ล้านบาท (ปี2554 )ใช้ทหารทั้งหมด66,000นายต่อชาวบ้านเพียงหนึ่งล้านเจ็ดแสนคน หรือประมาณหนึ่งแสนครอบครัว เสียงร้องขอความช่วยเหลือต่อองค์กรมุสลิมสากลดังมากขึ้นๆ ทางซาอุดิอาเรเบีย การ์ตาและมุสลิมร่ำรวยในเขตอ่าวเปอร์เซีย ตอนนี้รบกันเองเละในหลายสมรภูมิทั้งเยเมน ลิเบีย อียิปห์ ซีเรีย อิรัค และอิหร่าน วันใดพวกเขาเพลามือก็คงมุ่งสู่ไทยเพื่อช่วยรัฐปัตตานี ตอนนี้มีข่าวเรื่องไอซิส(ISIS)เข้ามาในมาเลเซียบ้างแล้ว และคาร์บอมบ์เกาะสมุยก็ยังไม่รู้ว่าฝีมือใคร รบ.ประยุทธคงไปไม่รอด และเปรมแม้จะเอาได้คืนให้กษัตริย์องค์ใหม่ แต่ภัยร้ายจากมุสลิมสามจังหวัดภาคใต้ในอนาคตอันใกล้ช่างน่าหวาดเสียวเป็นที่ยิ่ง
พูดถึงบิ๊กจิ๋วแม่ทัพใหญ่ก็ต้องพูดเรื่องสถานะการณ์ทหารกันเพราะท่านเชี่ยวชาญอย่างหาตัวจับยากแต่ข้อเสียของท่านอย่างแรงก็คือท่านเป็นroyalist คราวนี้ก็ออกโรงโปรเจ้าดังเช่นเคย และหว้งว่าประยุทธไม่บ้าจี้ให้สมยศม่วงจับกุมบิ๊กจิ๋วไปเสียละ
:sawasdee:กราบภาวณาให้ท่านบิ๊กจิ๋วปลอดภัย มีอายูยืนยาวเป็นคลังแห่งวิชาการ ความรู้ ความชำนิชำนาญอย่างเอกอุ เพื่อเป็นเสาหลักให้ประชาธิปไตยของไทยก้าวต่อไปอย่างสร้างสรรนะเจ้าคะ

Offline

#171 July 31, 2015 11:12 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ดูเหมือนว่าความหวังของคุณและข้าเจ้าค่อนข้างจะหมดหวังที่จะได้เห็นทหารที่เป็นนักประชาธิปไตยสักคนให้เห็นเป็นตัวอย่าง จนแทบจะหมดความหวังตามทฤษฎีที่พวกเพื่อนๆวิทยุ อจ.ชูพงษ์ ถี่ถ้วน หรือ อจ.สุรชัย แซ่ด่าน และหรือใครต่อใครเขาสร้างความหวังให้พวกเราผู้ฟังว่าทหารแตงโมคงออกมาช่วยพวกเราปฏิวัติเปลี่ยนระบอบประเทศกันได้เสียที ยิ่งนานวันดูเหมือนมันจางเหือดหายไป ชาตินี้คงหมดหวังที่จะได้เห็นประชาธิปไตยได้มีโอกาศเบ่งบานบ้านเราเป็นแน่แท้ ทำให้รู้สึกเศร้าและหนาวเข้าไปในส่วนลึกของความรู้สึก และแสนเสียดาย คงไม่มีพวกจปร.คุมกำลังหลักๆหรือนายทหารผู้ใหญ่ในกองทัพผู้ใดจะคิดช่วยพวกเราเลยแม้สักท่านเดียว เขาเป็นทหารของพระราชาซึ่งพวกเราจำต้องเลี้ยงตลอดไป เราไม่มีอะไรจะให้เขาพอดังที่พวกเขาหวัง แล้วพวกเขาจะมาให้ความสนใจเปลืองเวลาเสียเปล่าทำไม
การปิดพีซทีวี(Peace TV)นั้น ได้สท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองบ้านเราอย่างน่ากลัวและน่าเป็นห่วงมาก รูปร่างความเป็นไปคงได้เห็นกันเร็วๆนี้ และพวกเราก็รอการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะดีขึ้นหรือเลวลงอย่างไร ไม่มีอะไรจะเกรงกลัวกันอีกต่อไป

Offline

#172 July 31, 2015 11:13 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ข้าเจ้าได้เล่นกอล์ฟในสปริงแวลเล่ย์เลคคันทรี้คลับ(SVLCC.—Spring Valley Lake Country Club) สนามหลังบ้านเป็นประจำ ซึ่งคลับนี้ได้เป็นสมาชิกของสมาคมชมรมกอล์ฟแคลิฟอร์เนียตอนใต้(WSCGA—Woman Southern California Golf Association) ซึ่งเรียกชื่อทีมกอล์ฟผู้หญิง(Ladies Golf Team Play)ที่ไปแข่งต่างสนาม 4-5 สนามทุกๆปีทั่วแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ชนะบ้างแพ้บ้างแต่ก็สนุกที่ได้ไปเล่นสนามต่างๆทำให้มีประสพการณ์ทั้งสนามที่ท้าทาย ยากมาก ทั้งยาว และทั้งขึ้นเขาลงห้วย ยี่งถ้าแดดร้อนๆแทบจะเลือดตากระเด็น บางสนามก็สวย ง่าย น่าเล่นจริงๆ ส่วนมากมักเป็นสนามไปรเวตท์ (Private)ที่อยู่ในเครือข่ายกับคันทรี้คลับคอบป์เปอเรชั่น(Clubs Corporation)ของข้าเจ้า
เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ 2-3 พค. 2558 ข้าเจ้าและบาร์บาร่าเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกัน ในการแข่งสมาชิก/สมาชิก(Member/Member Tournament) เราได้ที่ 1 (1st place low gross) ในไฟล์ทบี และได้ที่ 1 (overall most improvement) ร่วมกับอีกหนึ่งทีม ที่ทำคะแนนดีที่สุด -9 (9 under par)จากวันแรกถึงวันที่สองของทั้งหมด บาร์บาร่าเธอจะต้องผ่าตัดเกี่ยวกับโรคมะเร็งในวันรุ่งขึ้น ที่ 4 พค.แต่เธอมีสปิริตของนักเล่นกอล์ฟที่ทรงพลัง เธอเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ไม่บ่นว่าเหนื่อยหรือย่อท้อแม้แต่น้อยนิด จึงทำให้ทีมของเราชนะอย่างขาดลอย ข้าเจ้าต้องขอบคุณเธออย่างมากมาย วิงวอนให้การผ่าตัดของเธอเป็นไปด้วยดี ซึ่งผลออกมาว่ามะเร็งได้สูญหายไปสิ้น เธอจะเล่นกอล์ฟได้อีกภายใน 3 สัปดาห์ ขอบคุณคุณหมอทั้งหลายที่มีความสามารถรักษาโรคร้ายนี้ให้หายขาดอย่างน่าสรรเสริญยิ่ง เท็คโนโลยี่สมัยใหม่ก้าวหน้ามาก สามารถรักษามะเร็งได้ทุกชนิดทีเดียว เช่น มะเร็งในปอด ในลำใส้ ในหน้าอก ในมดลูก ในต่อมลูกหมาก ฯลฯ ถ้ารู้ว่าเป็นมะเร็งต้องรีบเข้ารับการรักษาตามขบวนการที่ถูกต้อง ตามหมอสั่งทันที ก็จะมีทางรักษาให้หายขาดได้อย่างบาร์บาร่าเจ้าค่ะ
เมื่อ 3 วันทีผ่านมา ได้รับโทรศัพย์จากเฟรด ลูกชายคนโตว่า ลูกสาวคนโต เจดิ้น (Jadyn) ได้เป็นที่หนึ่งในการไปแข่งระดับสะเตท(State Level) ในวันจันทร์ ที 11 พค.2558 คนเดียวในดีสตริก(Districts)หลายเมืองที่เขาอาศัยอยู่ หลานสาวคนโตคนนี้ก็ได้ผ่านขั้นตอนการคัดเลือกไปแข่งเช่นเดียวกันนี้ เมื่อเธออายุเพียง 13 ขวบปีที่ผ่านมา
โปรดติดตามคนคลั่งกอล์ฟตอนที่ 6 นะเจ้าคะ

Offline

#173 July 31, 2015 11:13 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

Déjà vu รักที่หวลคืน

ป๋าเปรมกล่าว....”จิ๋ว...คิดให้ดีนะ มันเป็นการไม่รักชาติ...” (ตอนบิ๊กจิ๋วเข้าร่วมไทยรักไทยของทักษิณ)

บิ๊กจิ๋ว---“ป๋าอายุ 92 ยังไม่หยุดเล่นการเมืองเลย แล้วผมเองแค่ 78 ปีจะให้ผมเลิกลาจากการเมืองได้หรือ?” (จิ๋วตอกกลับ)...

นี่คือส่วนหนึ่งจากการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ของผู้เฒ่าผู้อาวุโสทั้งสอง ที่สันทัดทั้งทางการบ้านการเมืองและการทหาร ที่ยี่งใหญ่พอๆกันทีเดียว ท่านผู้เฒ่าทั้งสองได้พึ่งพาซึ่งกันและกัน จนกระทั้งมีอำนาจ มีตำแหน่งสูงส่งเป็นที่ยอมรับในสังคมเมืองไทย ผู้ใหญ่จิ๋วได้เป็น ทส.(ทหารคนสนิท)ของป๋าอยู่ยาวนานตั้งแต่ยศพลตรี เป็นคลังแห่งความคิดและเป็นจ้าวแห่งความคิด ที่มีสมญานามว่า “ขงเบ้ง” ตั้งแต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์เป็น ผบ.ทบ. ถึงตำแหน่งนายกรมต.ในปี 2523

ความสำคัญอันเอกอุของบิ๊กจิ๋วนั้นมีมากเป็นประวัติศาสตร์ของกองทัพบก ให้รุ่นน้องๆและลูกหลานของกองทัพบกยังหวลระลึกถึงมาตลอด เริ่มตั้งแต่จบจปร.หลักสูตรเวสป้อยท์เตอร์(US Military West-point Academy NY --กองทัพนำหลักสูตรถอดแบบมาจากรร.นายร้อยเวสป้อยท์ของอเมริกา)เป็นรุ่นแรก สายสื่อสารและได้เป็นหัวหน้าติดตั้งสถานีทีวีกองทัพบกช่องเจ็ดตั้งแต่ยศร้อยตรีและโท ทำให้จอมพลสฤษดิ์เป็นปลื้มยินดีเป็นที่ยิ่งที่กองทัพมีนายทหารหนุ่มที่มีความสามารถไว้อวดอเมริกาและใครต่อใครเสมอ และไม่นานก็ไปเรียนเสนาธิการทหารที่ฟอร์ดลีเวนเวอร์ตจนได้ที่หนึ่งของนักเรียนต่างชาติ กลับเมืองไทยก็เข้าสอนรร.เสธฯทันที ต่อมาไปราชการลับในลาวภายใต้รุ่นพี่เทพ๓๓๓(วิทูรย์ ยะสวัสดิ์) ผู้เป็นทหารช่างและจบเสนาธิการ จากฟอร์ตลีเวนเวอร์ต(Fort Leavenworth Kansas) จากอเมริกาเช่นกัน และไม่นานก็ได้รับการไว้วางใจจากจอมพลถนอมและประภาสนำกองกำลังจงอางศึกไปรบร่วมเวียตนามเป็นรุ่นแรก (อย่าลืมว่าบิ๊กจิ๋วนั้นเป็นทหารเหล่าสื่อสาร ไม่ใช่เหล่าราบ ปืนใหญ่ หรือม้าซึ่งเป็นหน่วยรบโดยตรง) จงอางศึกก็พกเหรียญกล้าหาญกลับบ้านไม่น้อยเลย นำชื่อเสียงอันหอมกรุ่นกลับประเทศแม้ไม่สามารถเทียบได้กับกองพันเสึอน้อย(Little Tigers Battalion) ของพลเอกเกรียงศักดิ์และพลเอก จวน วรรณรัตน์ก็ตาม ต่อมาอีกตอนยศพันเอกได้รับการแต่งตั้งเป็นผบ.หน่วยพิเศษบก.506 รบเขมรในปี 1972 แทนพลโทเอนก บุณยะถี(หน.เฉนียน) อดีตผบ.ศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี ผู้เป็นผบ.บก.506พิเศษคนแรก ต่อมาบิ๊กจิ๋วกลับหลังหัน180องศาเมื่อเห็นอเมริกาเพลี่ยงพล้ำ ประชาชนและสภาของอเมริกันบังคับรบ.ต้องถอนออกจากอินโดจีนทั้งหมด บิ๊กจิ๋วเข้าไปเป็นผู้วางแผนหลักในการเปลี่ยนจากโปรอเมริกาไปหาจีน โดยเข้าสนับสนุนเขมรแดงเพื่อยันเวียตนามซึ่งใช้ เฮง สำริน และ ฮุนเซน เป็นห้วหอกและเป็นตัวแทน การจัดตั้งกองพลเสือพรานที่ค่ายปักธงไชยจึงเกิดขึ้น จากการสนับทั้งทางอาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนเพื่อช่วยเขมรแดงของพอลพตอย่างเร่งด่วน เราช่วยเขมรแดงและรบตามแถบชายแดนของเรากับเขมรจากแนวบ้านน้ำยืนจ.อุบลราชธาณี ช่องจอม ละหานทราย ตาพระยา อรัญญประเทศ ทับพริก โป่งน้ำร้อน ไปจรดเกาะกงและตราด กองทัพเวียตนามระดมกำลังรถถัง ที 54 และ ที 55 เป็นจำนวนมากและเริ่มกดดันเขตอรัญญประเทศและมีทีท่าจะมุ่งสู่กทม.เพื่อล้างแค้นที่ไทยให้อเมริกาตั้งฐานทัพในไทยมา 15 ปี ไปวางระเบิดใส่หัวเขา บิ๊กจิ๋วและคณะทหารของเขาได้เดินทางไปพบ เติ้ง เสี่ยวผิง ขอความช่วยเหลือและผลสุดท้ายกองทัพจีนได้เปิดแนวรบรุกเวียตนามจากทางเหนือ(Teach-A-Lesson War) ทำให้เวียตนามต้องถอนกองกำลังส่วนใหญ่กลับไปป้องกันดินแดนตัวเอง (โปรดอ่าน ครั้งแรก...!!! ภาคสาม หน้า 5 ) ไทยจึงปลอดภัยในที่สุด

งานของบิ๊กจิ๋วที่ปิดทองทั้งหน้าและหลังพระมีมากมาย รวมทั้งตอนพ่ายแพ้การรบที่บ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ พิษณุโลก และตอนถอดเครื่องแบบเข้ามาเล่นการเมืองอย่างสุภาพบุรุษแต่กลับพ่ายแพ้ตอนเรื่องเงินบาทวอดวายยุคที่คนไทยเรียกว่า “ต้มยำกุ้ง” และการตัดสินใจเข้าร่วมกับทักษินไทยร้กไทยคราวนั้นทำให้เกิดการต่อว่าต่อขานกันขึ้น แต่ผลสุดท้ายจิ๋วก็ลาออก ต่อมาจิ๋วร่วมกับ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พยายามขอเข้าเฝ้าในหลวงเรื่องจะทูลขอเข้าแก้สถานะการณ์ภาคใต้ โดยจะให้ประชากรสามจังหวัดได้มีการปกครองตัวเอง(self autonomy plan) แต่ได้รับการปฏิเสธ (จากเปรม)

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เดินตามรอยป๋าเปรม จาก ผบ.ทบ. และผบ.ทหารสูงสุด และเป็นนายกรมต.ปี2539 วางแผนการสู้รบช่วงสมัยปลายสงครามเวียตนาม ให้แนวคิด ปราบปรามคอมมิวนิตส์ วางแผน 66/2523 ฯลฯ โดยนำอาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร(อบ.จุฬารุ่นสอง)ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ตัวเบ้งเข้าสวามิภักดิ์กับป๋าเปรม และได้ร่วมวางแผนขอให้จีนเลิกสนับสนุนพคท.(พรรคคอมมิวนิสต์ไทย) ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบแดงของทั้งสองท่าน ดังจะเห็นได้จากบทความของขบวนการประชาธิปไตยในสแกนดิเนเวีย ต่อท่านบิ๊กจิ๋วเมื่อวันที่ 11 เมย. 2558


ข้าเจ้าขออนุญาตินำเอาบทความมาประกอบของ “Thai Democratic Movement in Scandinavia - ขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนเวีย
ฐานการทหาร ฐานการเมือง
ทําไมทุกครั้งที่มีการขยับขับเคลื่อนจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จึงก่อให้เกิดผลสะเทือนในเชิงปฏิกิริยาสะท้อนตามมาเหมือนกับระลอกคลื่นในมหาสาคราม

Offline

#174 July 31, 2015 11:13 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

อาจเป็นเพราะ 1 นามของคน เงาแห่งไม้
ขณะเดียวกัน อาจเป็นเพราะ 1 เพราะสถานภาพแต่กาลอดีตของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แสดงให้เห็น "เครือข่าย" อันเป็นความสัมพันธ์ค่อนข้างสลับซับซ้อน
ทั้งความสัมพันธ์ทาง "ทหาร" ทั้งความสัมพันธ์ทาง "การเมือง"

"คอนเน็กชั่น" หรือที่เรียกว่า "เครือข่าย" แห่งความสัมพันธ์ต่างหากที่ทำให้แม้วัยจะเหยียบเข้าสู่เลข 83 แล้วก็ยังน่าเกรงขามมิอาจสบประมาท มิอาจมองข้ามได้

จากเครือข่ายทางด้าน "การทหาร" ทำให้รากฐานของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หนักแน่นดุจแผ่นผา ไม่เพียงในฐานะ "ลูกป๋า" ทำงานสนองให้กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตั้งแต่ยังเป็น ผบ.ทบ. กระทั่งสไลด์เข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนเมษายน 2523

หากยิ่งกว่านั้นตัว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ยังเดินตามรอย "ป๋า" ทั้งในฐานะ ผบ.ทบ. และ ผบ.ทหารสูงสุด และที่สุดก็ "นายกรัฐมนตรี" ในเดือนพฤศจิกายน 2539
นี่ย่อมเป็น "รากฐาน" อันมากด้วยความมั่นคงและ "แข็งแกร่ง"
อย่าดูหมิ่น "ป๋า"อย่าดูหมิ่น "ลูกจิ๋ว"

คล้ายกับการทะยานเข้ามาของ คสช. และของรัฐบาลปัจจุบันไม่มีอะไรยึดโยงอยู่กับอำนาจและบารมีของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์เพราะล้วนเป็น "บูรพาพยัคฆ์"
เติบใหญ่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 เป็นเหล่าทหารราบ มิได้เติบใหญ่ในกองทัพภาคที่ 2 และมิได้เป็นเหล่าทหารม้าทั้งยังองอาจ สง่างามภายใต้ร่มธงแห่ง "ทหารเสือราชินี"

แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การเคลื่อนไหวของ กปปส. ผ่านกระบวนการ "ชัตดาวน์" กทม. ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 รากฐานสำคัญมาจากพรรคประชาธิปัตย์ รากฐานอันแน่นหนามาจากพื้นที่ภาคใต้
นี่คือปัจจัยในการ "ปูทาง" และสร้าง "เงื่อนไข" ทางการเมือง
ยิ่งกว่านั้น เมื่อมีการสถาปนา "แม่น้ำ 5 สาย" ขึ้น ไม่ว่าแม่น้ำสายที่ 1 คสช. แม่น้ำสายที่ 2 รัฐบาล แม่น้ำสายที่ 3 สนช. แม่น้ำสายที่ 4 สปช. แม่น้ำสายที่ 5 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีเครือข่าย "ลูกป๋า" เข้าไปมีบทบาทร่วมด้วย
หากไม่มีบทบาท ไฉนสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 จึงยังค้างเติ่งอยู่เล่า
หากไม่มีบทบาท ไฉนทุกคราที่มีวาระสำคัญก็จำเป็นต้องมีการตบเท้าเข้าไปแสดงความคารวะอย่างเป็นประจำอย่าลืมว่า "ลูกจิ๋ว" ก็เป็น "ลูกป๋า" อย่างยาวนานยิ่งกว่าใครไหนอื่น
รากฐานการทหารฝอ.3 ฝ่ายยุทธการ
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เติบใหญ่ในฐานะนายทหาร "ปฏิบัติการพิเศษ" ทำงานด้านการข่าว ทำงานด้านยุทธการ แม้จะสังกัดเหล่า "ทหารสื่อสาร"
สมญานามแห่ง "ขงเบ้ง" แห่งกองทัพบก มิใช่จับสลากได้
งานด้านหลักของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คือการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าในต่างแดน ไม่ว่าระหว่างชายแดน ไม่ว่าในเขตแทรกซึม

ผลึกแห่งความคิด 1 คือ การเสนอให้จัดตั้ง "ทหารพราน"
ผลึกแห่งความคิด 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากก็คือ หลักการ "การเมืองนำการทหาร" อันปรากฏผ่านคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 นำไปสู่การวางอาวุธ นำไปสู่การยุติ "สงครามกลางเมือง"
ตรงนี้เองจึงทะยานจาก นายทหารคนสนิทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไปสู่ตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารบก ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก รองเสนาธิการทหารบก เสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
จากนั้นอำลากองทัพเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ในที่สุดก็ "นายกรัฐมนตรี"เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2539 ในฐานะหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ซึ่งได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งของประชาชนวัย 83 อันสุกงอมดินระเบิด ลูกจิ๋ว
เหตุปัจจัยอันใดทำให้อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการทหารบก อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้องออกมาเดินสายทั้งๆ ที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 83
เดินสายไปร่วมงานบุญกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
เดินสายไปพบปะรับเรื่องราวร้องทุกข์จากเกษตรกรชาวนาผู้ประสบปัญหาในอาชีพในการดำรงชีวิต
รับรู้ความขัดแย้งทางความคิด รับรู้การแตกแยกในทางการเมือง
คำตอบจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เด่นชัดและตรงไปตรงมาว่า เพราะห่วงใยและเห็นใจในชะตากรรมของชาวบ้านไม่ว่าจะเรียกว่า "ราษฎร" ไม่ว่าจะเรียกว่า "พลเมือง"

Offline

#175 July 31, 2015 11:14 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขุนเขาบอก:
คลายบ่วงถอน “สนตะพาย”
กลิ่นดินปืนที่หื่นเ[....]ยน...ยังวนเวียนเ[....]ยนนาสิก
สายเลือดไพร่ไหลระริก...เรือนร่างฉีกต้องกระสุน
อนาถหนอทรราช...ป่าวประกาศอ้างบุญคุณ
แสร้งโอบเอื้อเกื้อการุณ...แท้นักบุญลวงแผ่นดิน
ประหัตประหารอย่างกร้านกล้า...ปวงประชาน่าสงสาร
สู่มืดมนอนาธการ...เผด็จการครองธรณิน
โบกมือลาฟ้าอมร...ร้างนครสู่หาดหิน
ความทุกคลุมสุมแผ่นดิน...หลายชีพสิ้นขวัญกระเจิง
ฆ่าพี่น้องเพื่อป้องสุข...เหลนหลานลูกสุขมหา
ประชาชนเลือดล้นตา...เทพเทวาสราญเริง
เฮ้ยไอ้อีขี้ข้าไพร่...เทิดกูไว้ให้เถลิง
ทิพย์สถานสำราญสำเริง...ผู้สุมเพลิง "มวลมหาประชาชน"
มีทหารชำนาญศึก...สมใจนึกยามศึกหาญ
ปล้นสะหยามยามวิกาล...ทุบกระบานประชาชน
องค์กรเถื่อนตั้งเกลื่อนกลาด...ประเทศชาติโกลาหน
อภิสิทธิ์ฤทธิรณ...เสียงด่ากร่นจนล้นเมือง
แยกเป็นสองปกครองยาก...เหล่ากาฝากเทพล่อนหน
แท้เทิดทูลเพียงหุ่นยนต์...ทองชุบคนมลังเมลือง
ตายหรืออยู่ฤาปู่ย่า...ประดับประดาดอกสีเหลือง
พยนต์ยานผ่านชานเมือง...ฤาเป็นเพียงฉากละคร
กลิ่นดินปืนหืนนาสิก...เรือนร่าฉีกต้องกระสุน
สะหยามนามยามอรุณ...สายเลือดขุ่นนองนคร
ศักดินาหรือว่าไพร่...ก็คือไทใช่กาสร
เทวาโปรด.ประทานพร...คลายบ่วงถอน “สนตะพาย”


:redgirl:ฤๅว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต เศรษฐกิจตกต่ำ ข้าวยากหมากแพง ประชาชนแตกแยกเป็นสองฝักสองฝ่าย สงครามการเมืองอาจจะเกิด ป๋าเปรมต้องหาหนทางปรับปรุงฟื้นฟูประเทศชาติโดยด่วน ไม่เช่นนั้นประเทศไทยที่เปรียบเหมือเรือลอยลำโต้คลื่นสึนามิลูกใหญ่ จะล่ม จะพัง จะจมลงทะเลอยู่ในทุกขณะจิต ป๋าเปรมจึงนึกถึงเพื่อนเก่าโดยยอมเปิดไฟเขียว แด่ท่านผู้ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความสันทัดในการแก้ไขวิกฤตการณ์ และคงไม่มีใครที่มีวิสัยทรรศน์เป็นเลิศอย่างท่านผู้ใหญ่จิ๋ว -ขงเบ้ง -ขิงแก่ วัยเกือบ 83 ท่านนี้ซึ่งเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ เคยเป็นคู่ทุกข์คู่ยากที่เกื้อหนุนต่อกันในงานใหญ่ๆของประเทศยามคับขันอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ ดังเช่นตอนเมษาฮาวายจากรุ่นเจ็ด พฤษภาทมิฬรุ่นห้า ฯลฯ เห็นบิ๊กจิ๋วออกทีวียังหนุ่มฟ้อเหมือนเด็กอายุเพียงห้าสิบและยังฟิตปั๋ง ป๋าก็เกิดความเมตตาขึ้นมาแล้วคงคิดได้ว่าเอาจิ๋วไว้ เป็นราศรีบ้านเมืองดีกว่าเอาเหล่ห์ยวนซีไขไว้เป็นแม่นมั่น เป็นแน่แท้เจ้าค่ะ


Déjà Vu รักที่หวลกลับ ยังไงก็ทิ้งกันไม่ลง...อาจจะเป็นบทเรียนให้จปร.ได้ระลึกถึงกันอีกครั้งก็เป็นได้

:rose::luveu:ดอกไม้หลากสีในแจกันของท่านบิ๊กจิ๋วจะบานสพรั่งไม่มีวันเหี่ยวเฉาอีก? จะได้รับการเติมน้ำที่ปริ่มด้วยความรักซึ่งเคยมีต่อกันและกันในอดีตของนายและบ่าวคู่นี้ ….. เป็นไปได้แค่ไหน ….. ต้องคอยดูกันต่อไปเจ้าค่ะ

Offline

#176 July 31, 2015 11:14 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

บิ๊กจิ๋วเริ่มลุยฉลุย…!!!

วันนี้ ที่ 14 พฤษภาคม 2558 เวลา 19.10น เกิดมีการบอมบ์ 16 แห่งจากลูกระเบิดแบบแสวงเครื่อง โดยใช้โทรศัพย์มือถือจุดชนวน โดยการตั้งเวลา ระเบิดทั้งหมด 30 ลูก ให้ระเบิดเวลาพร้อมกัน ในเขตเทศบาลนครยะลา และรอบๆในตัวเมืองจว.ยะลา ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่รายงานเบื้องต้นว่าบาดเจ็บ 12 คน เป็นการเขย่าขวัญของชาวไทยทั่วประเทศให้ตื่นตระหนกและบอกว่ารบ.ของเหล่ไม่ได้เรื่องอะไรในสถานะการณ์ภาคใต้ เป็นความพยายามที่จะแบ่งแยกแผ่นดิน 3 จว.ภาคใต้ของเหล่ามุสลิม ซึ่งเป็นการก่อกวนมายาวนานตั้งแต่สมัย ร.5 แต่ยังไม่ประสพผลสำเร็จ หรืออาจจะเป็นการเรียกร้องความสนใจจากประยุทธ จันทรโอชาหัวหน้าการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ 22 พค.2557 ให้ตระหนักว่า นี่ก็จะครบ 1 ปีแล้วนะ รบ.ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่บอกว่า “จะคืนอำนาจและความสุขให้แก่ประชาชน” อีกหลายประการที่ประยุทธล้มเหลว คือทำไม่สำเร็จ---คดีเกาะเต่า เด็กหนุ่มสาวชาวอังกฤษมาเที่ยวที่เกาะเต่า ถูกฆาตกรรม อังกฤษส่งสก๊อตแลนด์ยาตมาสอบสวน แต่ไทยโยนความผิด จับแพะชาวพม่า 2 คน เป็นผู้รับบาป ---คดีสยามพารากอน จับใหญ่พัทยาตั้งข้อหาเป็นผู้วางแผนไม่ได้ แล้วส่งให้เขาไปลี้ภัยในลาวใกล้ๆกับ อจ.สุรชัย ---คดีคาร์บอมบ์เกาะสมุย และคดีเพลิงไหม้อาคารสหกรณ์ของเทพเทือก ก็ยังจับไม่ได้

หรือเป็น เพราะเพื่อดี้สเครดิด(Discredit) ประยุทธ และเสริมบิ๊กจิ๋ว หลังจากบิ๊กจิ๋วได้เดินทางไปเยี่ยมหน่วย บีอาร์เอนซี (BRNC—Barision Revolusion National Corperation) ที่มีออฟฟิตตั้งอยู่ที่มาเลเซีย หน่วยนี้เป็นขบวนการแยกดินแดนของรัฐปัตตานีเก่า (ไทยได้ผนวกเอารัฐปัตตานีในปี คศ.1902 บางส่วนถูกอังกฤษแยกไปให้มาเลเซีย) นอกจากนี้บิ๊กจิ๋วได้เดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง ---ถลกขากางเกงและใส่งอบเข้าไปดำนา ถามถึงความทุกข์สุขดิบ ในความเป็นอยู่ทุกด้านของชาวนา อย่างใกล้ชิด ---ไปพบผู้ใช้แรงงาน ทักทาย สอบถามถึงสวัสดิการต่างๆ ได้ค่าแรงงานเท่าไหร่?ฯลฯ

สวรรค์อาจจะให้โอกาสบิ๊กจิ๋วอีกครั้ง หลังจากล้มเหลวช่วง “ต้มยำกุ้ง” ซึ่งท่านต้องลาออกจากนายกรมต. เยี่ยงสุภาพบุรุษเต็มตัวอย่างสมภาคภูมิ(ถัดมาจากพลเอกเกรียวศักดิ์ ชมนันท์ที่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลางสภามาก่อน) ที่ไม่ค่อยเห็นทหารใครเขาจะทำอย่างท่านในประวัติศาสตร์ของสยามแห่งนี้ บิ๊กจิ๋วคงได้ไฟเขียวจากป๋าเปรม ให้ทำการครอส(Crossing) สายพันธุ์ระหว่างนปช.ของทักษิณและอำมาตย์ซึ่งเคยเป็นศัตรูอย่างสุดขั้ว โดยใช้ผู้ใหญ่จิ๋วออกมาลุย เป็น “กาวใจ” การผสมสายพันธุ์ต่างขั้ว ครั้งนี้ คงจะไม่มีใครมีความสามารถอย่างท่านผู้ใหญ่จิ๋วท่านนี้แน่นอน
เมืองไทยต้องการเปลี่ยนแปลงด่วน แม้จะเป็นการเคลื่อนไหวของพวกรอยอลลิสต์ฟัดกันเองก็อดจะตื่นเต้นเสียมิได้

:rose:ดอกไม้หลากสีในแจกันของท่านบิ๊กจิ๋ว อาจจะบานไม่รู้โรยเป็นแน่แท้ Go…! Big จิ๋ว…Go!

Offline

#177 July 31, 2015 11:14 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

วันเกิดผู้ใหญ่จิ๋ว
นสพ.ไทยรัฐพาดหัวข่าว 15 พค.2558
บิ๊กจิ๋วและศรีภรรยาท่านผู้หญิงหลุยส์ ได้เปิดบ้านที่เมืองนนท์ ซึ่งปิดมายาวนานต่อนักข่าวและมิตรสหายทั้งพวกทหารและนักการเมืองเก่าๆ แต่วันเกิดปีนี้ดูคึกคักอย่างมีชีวิตชีวา ต้อนรับนักข่าวและมิตรสหายอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ดูเหมือนว่าไฟเขียวได้เปิดตลอด ให้ท่านจิ๋วก้าวไปบนถนนการเมืองไทยยามฉุกละหุกฉุกเฉินปลายรัชกาลนี้อย่างแม่นมั่น แม้ฝ่ายของเหล่ก็ไม่ส่งคนมาตอแยอีก ข่าวล่าสุดของท่านจิ๋วเจ้าค่ะ
อีกข่าวน่าสนใจมาก คือการขยับความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของแป๊ะลิ้ม โดยโจมตีความช่ั่วร้ายของอภิสิทธิ์หน.ปชป. และล่าสุดมารวบยอดลงด้วยการโจมตีซีพีหรือเจริญโภคภัณท์อย่างดุเดือด มีการวิจารณ์วิจัยข่าวทั้งสองของความเคลื่อนไหวของลิ้มไปหลายความคิด ขอแนะนำเพื่อนๆเปิดฟังยูทูปของอ.สุรชัยแซ่ด่านปฏิวัติประเทศไทย #29 วันที่15 พค 2558
ก็พอจะมองเห็นว่าความหวังของแป๊ะลิ้มในทุกด้านมันริบหรี่เต็มที จึงแข็งใจลักไก่เกทับหมดหน้าตัก เพื่อหลอกว่าข้าไต๋A-โพดำนะโว้ย ไก่จะโดนจับหรือไม่ล้วนมีอัตราเสี่ยงสูงของอ้ายลิ้มอย่างแน่นอน มันอาจจะหมดตัวคราวนี้กระม้ง?
ปลายรัชกาลอะไรก็คงเกิดได้อย่างรวดเร็วและอาจคาดไม่ถึง การปรากฏการณ์ที่เสี่ยโอได้นั่งรถพระที่นั่งมาวันฉัตรมงคลอันอื้อฉาว วันที่ 5 พค. 2558 ที่ผ่านมากับท่านพ่อ และขยันออกงานแทนพระองค์อย่างต่อเนื่องอีกหลายงาน รวมทั้งย้ายทั้งสองพระองค์ไปประทับที่หัวหิน ทำให้วงการต่อรองเรื่องราชบัลลังก์กลับข้างกันน่าดู คนที่รองเสี่ยเอาไว้หลายขุมมาก่อนอาจออกตัวได้กำไรกันบานเบอะ
เรื่องท่านจิ๋วที่กำลังมาแรง เตรียมให้ทั้งสองขั้วทั้งแดงและเหลืองไปด้วยกันได้เหมือนแจกันดอกไม้หลากสี เมื่อจะลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญเร็วๆนี้ รวมทั้งการแก้ปัญหาภาคใต้ที่เหล่แก้ไม่เคยได้ทั้งๆที่เป็นผบ.ทบ.มานานถึง4ปีก็ตาม แล้วเหล่ก็อาจจะกระอักเลือดหลังครบปีที่ปล้นประเทศมา ปล่อยให้ทหารทั้งใหญ่น้อยเบ่งคับฟ้า ข่มเหง รีดไถชาวบ้านอย่างไม่เคยมีภาพพจน์ที่เลวร้ายขนาดนี้มาก่อน ทำงานไม่ได้สักเรื่อง สามหาว กักขฬะ ได้แต่ขู่ชาวบ้านไปทั่ว ป๋าเปรมหมดความอดทนต้องหาคนอื่นที่มีคุณภาพ(ดังเช่นบิ๊กจิ๋ว)มาแทน และกลัวเหล่จะเอาน้อง(พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา)ขึ้นเป็นผบ.ทบ.สืบทอดอำนาจยาวในเดือนกันยายน บ้านเมืองจะยุ่งหนักจากพวกทหารเสือราชินีเพิ่มเข้าไปอีก
:redgirl::thanks:กราบอวยพรให้ท่านบิ๊กจิ๋วที่มีอายุครบ 83ปีบริบูรณ์ในวาระนี้ อุดมสมบูรณ์พรั่งพร้อมไปด้วยช่อดอกไม้หลากสีเต็มแจกัน เพิ่มพูนทั้งความสุข สุขภาพสมบูรณ์ เป็นเสาหลักและความหวังแห่งประชาธิปไตยตลอดอายุขัยนะเจ้าคะ

Offline

#178 July 31, 2015 11:15 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

บิ๊กจิ๋วมาแรงยังไม่หยุด เดินสายไปเยี่ยมเยียนพรรตพวกและอดีตผกค.เก่าในเขตอิสานต่อ จนมีการวิพากวิจารณ์กันหลายแง่หลายมุมจากเวปทั่วไป ว่าจะเหลาหลอมความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไปในรูปใดให้เข้ากับสถาณะการณ์การเมืองไทยปัจจุบัน ข่าวระเบิดตูมตามจากยะลาและเขตใต้สามจังหวัดก็ยังตามติดมาเรื่อยๆหลังวาง ระเบิด 16 จุดจนไม่ค่อยเป็นข่าว แต่เสียงระเบิดยังมีกันต่อเนื่องทุกวันมิได้หยุด จนเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าอีกหน่อยก็คงเข้ามาระบาดในกทม. เสียงตูมแต่ละครั้งก็สดุ้งเข้าก้นบี้งหัวใจของอ้ายเหล่ และนับวันความพินาศของมันและพรรคพวกก็นับใกล้เข้ามา แต่ท่านจิ๋วทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเรื่องระเบิดดังก้องหูทุกวัน กลับท่องอิสานแบบตามหมายกำหนดการไปเยี่ยมเยียนพรรคพวกผกค.เก่าถึงรังเก่าเขตภูพานและเขตงานเก่า อันผกค.อิสานนั้นขึ้นชื่อลือชามานมนานว่าเป็นขบวนการต่อสู้ที่เข้มแข็ง มืวินัยและอุดมการณ์ที่คลาสซิคที่สุดของประเทศ เริ่มจับกลุ่มรวมตัวเพื่อกู้ชาติปลดแอกญี่ปุ่นตอนสงครามโลกครั้งที่สองภายใต้การนำของครูเตียง ศิริขันธ์ และต่อมาครูเตียงก็ถูกหลอกไปพบจอมพลปพิบูลย์สงครามและตำรวจของเผ่า ศรียานนท์ และถูกสังหาร ต่อมายุคสฤษดิ์ก็ประหารครูครอง จันดาวงษ์ที่สว่างแดนดินจ.สกลนครอีก จนนักศึกษารุ่นนี้ได้ยกเป็นคำขวัญแปรอักษรวันฟุตบอลประเพณีจุฬา/ธรรมศาสตร์ .......ครูครองตะโกนก้องที่หลักประหารซํ้าหลายครั้งก่อนวิญญารออกจาก ร่าง......"เผด็จการจงพินาจ ประชาธิปไตยจงเจริญ" มีการวิพากวิจารณ์มาจนปัจจุบันว่านโยบายของบิ๊กจิ๋ว-เปรม-อจ.ประเสริฐ ทรัพย์สุนทรนั้นเป็นนโยบายที่หวังไว้เป็นการปรองดองความแตกแยกของคนไทยครั้งสำคัญในยุคสงครามเย็น เป็นความสำเรีจที่ยิ่งใหญ่ต่อรบ.และอำมาตย์ แต่เป็นความพินาศของนักต่อสู้และขบวนการนักศึกษาทั้งหลายอย่างน่าเสียดายยิ่ง กล่าวคือพวกเขาถูกหลอกและถูกกลืนมาจนทุกวันนื้ พวกนศ.แยกจากผกค.มาด้วยความเจ็บปวดเอาดีทางรับราชการเป็นใหญ่เป็นโตภายใต้อำมาตย์ ยกเวันเพียงบางคนเช่นเสาวณีย์ ลิมมานนท์ซึ่งหายไปจากข่าวคราวใดๆ ส่วนพวกผกค.ซึ่งเป็นนักรบเก่าและชำนิชำนาญในงานจัดตั้งกองกำล้งต่างๆเป็นพิเศษ มีจำนวนมากทีไม่ได้รับความช่วยเหลือหลังยอมวางอาวุธ โดยอำมาตย์ไม่ได้ให้ที่ดินทำกินและเงินอุดหนุนตั้งต้นชีวิตใหม่ตามส้ญญาให้ไว้แต่อย่างใด กลับถูกฝ่ายขวาเกณฑ์มาเป็นพวกมวลชนเสื้อเหลือง และใช้บุคคลิกของผู้นำบางคนเอามาใช้งานเป็นพวก ดังเช่นกรณีย์พลเอกสุรยุทธ จุฬานนท์องค์มนตรีและลูกป๋าเปรม ซึ่งเป็นลุกชายแท้ๆของพันโทพโยม จุฬานนท์ซึ่งเป็นอดีตผบ.สูงสุดของผกค. ก็มีกำลังผกค.ลูกน้องพ่อเก่าเป็นกองกำลังเรียกกันว่าเป็นผกค.หน่วยรอ.(รักษาพระองค์)นั่น เอง ส่วนฝ่ายทักษินก็มีสุรชัย แซ่ด่าน นพ.เหวงและอจ.ธิดา โตจิราการณ์ อจ.จรัญ ดิษฐาอภิชัย ฯลฯ
จะ เห็นได้ว่าสังคมผกค./นศ.เก่าถูกละลายแตกแยกกันไม่มีชิ้นดี สมความตั้งใจของอำมาตย์ทุกประการ เมื่อนักรบมวลชนหลงทางจนกลายเป็นศ้ตรูกัน เห็นทางที่โปร่งใสว่าทำไมอำมาตย์จึงคงอยู่ได้อีกสักร้อยปีอย่างน้อย ตอนนี้นอกจากจะมีซุปเปอร์แมนเช่นทักษิณผู้ซึ่งมีแต่วิจิกิจฉาที่จะสู้เจ้า กระโดดเข้ามาสู้กันอย่างจริงจังเท่านั้น แต่อำมาตย์ฉลาดไม่ยอมเอายิ่งลักษณ์ถึงติดคุก แต่จองจำไว้ในสายตา โดยให้ประกันตัวและห้ามออกนอกประเทศ และอำมาตย์รู้ว่าทักษินมีผลประโยชน์ของครอบครัวและพรรคพวกมากมายในประเทศ และทรัพย์สินต่างๆอาจโดนยึดหมด หัวหอกในการสู้รบของคนรากหญ้าและเสื้อแดงถูกหักเหลือเพียงท่อนไม่ยาวๆธรรมดา ไม่มีพิษสงใดๆ นปช.สุดที่รักก็กำลังตีจาก กำลังทำตัวเหมือนพ่อค้าร้องขายปาตองโก๋ในงานวัด เพราะแกนนำขาดนํ้าเลี้ยงจะอดตาย พยายาขายให้อ้ายเหล่ พอประกาสปรองดองที่สโมสรทบ.ก็ยกโขยงกันไปกันเต็มมากกว่าใคร แต่ก็เงียบไม่มีคำตอบจากเหล่ พอบิกจิ๋วเปิดตัวก็พากันแห่ไปอวยพรวันเกืดเมืองนนฯมากกว่ากลุ่มใด จะมีคำตอบอะไรบ้างหนอ ลูกวีระและเหวงจะคอย
นปช.กำลัง ร้องขายความว่างเปล่าคือมีแต่ชื่อว่ายังคงเป็นองค์การ{ที่เคยยิ่งใหญ่} แต่เสื้อแดงและรากหญ้าไม่ใช่นปช.อีกต่อไป กลับเวทนาต่อแกนนำกลับกลอกพร้อมขายทุกอย่างตั้งแต่วันแรกอ้ายเหล่ปฏิวัติ เมื่อปีทีแล้วว่า....."ต้องให้เวลาทหารบ้าง".... และล่าสุดวันเกิดบิ๊กจิ๋วก็ไปกันแน่นบ้าน รากหญ้าและเสื้อแดงเห็นมาตลอด เพราะเขาตาสว่างกันหมดแล้ว................ "ดาวมหาวิทยาลัย....... ขายแล้วจ้า......... เปิดบริสุทธิ์ครั้งแรก ..... ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ โปรดติดต่อเป็นท่านแรกได้ที่ NPC.co.th .......!!!!!"
และ เมื่อนปช.ถูกขายไป แล้วทักษินจะเหลืออะไร ? พรรคทรท. พปช. พท.ล้วนวายวอดด้วยมืออำมาตย์ เหลือแต่ปากกระบอกเสียง"พวกตาสว่าง" หรือ พวกฝัน "เปลี่ยนระบอบ"และกำลังจะถูกห้อมล้อมทำลายจากเวปอื่นๆที่ปรากฏตัวชัด กันมากขึ้นว่ากลายเป็นเวปอำมาตย์อีกหลายเวปและหลากหลายในแมสมีเดีย.......... ได้แต่สงสารแม้วผู้ตกอับ คนรักเคยช่วยเหลือเกื้อกูลพากันผละหนี ต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว ช่างโดดเดี่ยว ยากไร้ ลำเค็ญ เข็ญใจเสียจริง !!!
:oop:จงหยี่งในศักดิ์ศรีของความเป็นไท
มีใจรักชาติและรักประชาชนเป็นที่ตั้ง
อย่ามุ่งแต่ยึดมั่นผลประโยขน์ส่วนตนเป็นหลัก

Offline

#179 July 31, 2015 11:15 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

พลังบริสุทธิ์จากนักศึกษาไทยที่ทหารกลัวเกรง

ศักดิ์ศรีของมนุยชน ความกล้าหาญ ความสามัคคี และความสามารถ ของเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปีที่ทหารทำรัฐประหารเมื่อ 22 พค.2014 ทั้งที่ขอนแก่นและหอศิลป์ ซึ่งจบลงที่สน.ปทุมวัน ทำให้คนไทยทึ่งจนนํ้าตาคลอในชัยชนะอีกครั้งของนศ.ที่ได้ต่อต้านพวกทหาร
ผู้คนยังคงเชื่อเสมอว่าพวกนศ.นี่เองที่กล้าหาญพอที่จะทำลายทหารลงได้อีกเหมือนตอน 14 ตค.2516 ตอนนี้อ้ายเหล่ตกเป็นเหมือนวัวบาดเจ็บและสันหลังหวะ มีอะไรกระทบนิดๆหน่อยๆมันแทบจะทำอะไรไม่ถูกแล้ว มันจำต้องสั่งตร.ปล่อยเด็กๆหมดทั้งสองแห่ง(ยกเว้นกลุ่มพ่อน้องเฌอ-นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ) เพียงแก้เก้อว่าให้เซ็นต์ยอมว่าจะไม่ประท้วงอีก คราวต่อไปจะเอาโทษจริงว่างั้นเถอะ
เหตุการณ์คราวนี้ได้สร้างความประหลาดใจไม่น้อยต่อผู้คนไม่ว่าจะแดงเหลืองหรือรอยอลลิส (พวกอวยเจ้า) คือ อจ.ส.ศิวะรักษ์ ถ่อไม้เท้าสะพายย่ามได้ไปปรากฏต้วและสอบถามผบ.ตร.สน.ปทุมวัน ท่านถามว่า"พวกคุณจับเด็กของผมทำไม เขาทำอะไรผิด? ปล่อยเขาเสียเถอะ" นอกจากนั้นมหาไพรวัลย์ วรวัณโณ และอจ.ธีระ สุธรสรากูร ก็ได้ไปช่วยให้กำลังใจพวกนศ.ที่ถูกรุมล้อมจับจนบาดเจ็บกันหลายคนรวมทั้งต้องเข้าไอซียูที่รพ.ด้วย
เพื่อนๆคงยังจำกันได้ และนึกถึงตอนติดตามข่าวการประท้วงของนศ.และประชาชนชาวฮ่องกงเมื่อเร็วๆนี้นำโดย นายโจชัว หว่อง(Joshua Wong)อายุ17ปี และนายเลสเตอร์ ชุน(Lester Shun)อายุ20ปี จะเห็นได้ว่าพวกเขาวางแผนทุกขั้นตอนได้ดีมากตามหลักการของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแบบยุโรป ( www.Oslofreedom.com) พวกเขาใช้แมสมีเดีย (Massmedia) อย่างได้ผลยิ่ง ไม่ว่าความเคลื่อนไหวใน นาที-ชั่วโมง-ประจำวัน แม้แต่การดาวน์โหลดการบ้านของนศ. ได้ทำการบ้านในเต้นท์กันทันเวลาจากห้องเรียนของทุกโรงเรียนให้นศ.เมื่อการประท้วงยืดเยื้อ รวมไปถึงการประชุมและหรือการโหวตออกเสียงเมื่อเจอปัญหาที่ต้องขอคะแนนในการตัดสินใจ พวกเขาเมื่อยามถูกตร.บุกสามสี่ครั้งก็ใช้แมสมีเดียขอกำลังหนุนได้ทันที นศ.ไทยก็สามารถทำได้และมีความมั่นใจ และได้บอกฝูงชนด้วยความมั่นใจเช่นกัน จะเห็นได้ว่าเด็กของเราได้ก้าวหน้าไปมากแล้ว ขอเสนอน้องๆนศ.ลองแสวงหาความช่วยเหลือจากอาจารย์หลายท่านช่วยออกแบบเครือข่าย(Net Work)เพื่อปฏิบัติในการต่อสู้ให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด ดังเช่นอจ.วิภา ดาวมณีของมธ.ผู้เชี่ยวชาญและสอนแมสมีเดียร์อยู่แล้วเป็นตัน
ข้าเจ้ามั่นใจตลอดเวลาว่าเด็กนศ.ไทยนี่เองจะเป็นผู้นำมวลชนอีกครั้ง จะล้มพวกทหารปล้นชาติกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน ที่น่ารักและมีความสำคัญยิ่งก็คือทุกคนตาสว่างกันหมดแล้ว ทุกคนรู้ว่าพวกเขากำลังสู้อยู่กับใครและเพื่ออะไร
ขอเอาใจช่วยน้องๆนักศึกษาทั่วไทย และผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงมีพลังที่เข้มแข็ง อย่าได้ท้อถอย ยืนหยัดสู้ต่อไป เพื่อชนรุ่นหลังพบกับอิสระเสรี ที่ไม่ต้องมาต่อสู้อย่างรุ่นพวกเรากระทำอยู่เยี่ยงนี้

Offline

#180 July 31, 2015 11:15 PM

นักโทษ112
Administrator
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 3,732
Website

Re: ครั้งแรก.....!!! ภาคสาม

ขอบคุณคุณbeginagainที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพวกนศ.ซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์แรกแย้มสู่สายตาโลก เหมือนเหมา เซตุงพูดถึงพลังบริสุทธิ์ของเยาวชนนศ.ว่าเป็น"ยามที่ดอกไม้จะบาน" และโลกตะวันตกก็เปรียบเปรยวัยนี้ว่า"ฤดูสปิงมาถึงแลัว-Spring is here!!" ..........อากาศจะอบอุ่นหลังจากทนหนาวมายาวนานหลายเดือน ... หน่อดอกทิวลิป ....หน่อเดฟฟอนดาน์ย ....ไฮยาซิน ....ฯลฯ หน่อพันธุ์ ดอกใบ และใบใมัอ่อนเริ่มชูผลิดอกออกช่อ .... เป๊นช่วงเวลาของพลังแห่งความตื่นเต้น กลิ่นไอ มโนภาพลอยมาล่วงหน้าและหวังว่าดอกไม้จะบานเป็นกำนัลให้โลกได้สดสวยตลอดไปเช่นทุกปี เปรียบดังเช่นเด็กนศ.ที่เพิ่งเติบโตด้วยต้วเอง ท่ามกลางหมู่เพื่อนๆที่เรียนขั้นอุดมศีกษาด้วยกัน หลังจากชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างจากอ้อมอกพ่อและแม่ ช่วงชีวิตนี้ช่างสดสวยและเต็มไปด้วบความหวังในสิ่งที่คิดว่าจะดีขึ้น เพราะคนไทยไม่เคยมีความหวังอะไรได้ ตั้งแต่เกิดจนตาย นอกจากหวังถูกหวยและเด็กจะได้ไปเรียนเมืองนอกแค่นั้นกระมัง?
ณที่นี้ เวลานี้ พวกโฆษณาชวนเชื่อทางวิทยุออนไลน์ ต่างออกมาป้ายสีอย่างไม่มียางอายว่า นศ.ที่ออกมาต่อสู้คมช.นั้นเพราะทักษินและพรรคเพื่อไทยว่าจ้างให้ประท้วง บ้างว่าเป็นการหนุนจากข้างบ่างเปรมและพวกอำหมตย์ได้ให้สอดคล้องกับการปล่อยบิ๊กจิ๋วหวังทำลายอ้ายเหล่ ฯลฯ
หยุุดเถิดเจ้าคะ อย่าได้ใช้ความสกปรกในชีวิตพวกท่านทำร้ายป้ายสีเด็กๆนศ.พวกนี้ซึ่งเป๊นพลังอันบริสุทธิ์ตามธรรมชาติดังเช่นผ้าเช็ดหน้าสีขาว ที่สวรรค์ได้ส่งพวกเขามาช่วยคนไทยและชาติไทย เชิญพวกคุณให้ร้ายกับกลุ่มอื่น สถานีอื่น ที่เป็นศัตรูของพวกคุณให้เต็มสติสตังค์ตามที่นายคุณสั่งมาเถิด โปรดอย่าได้แตะต้องพลังอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของลูกหลานของคนไทยเลย ผู้คนและสวรรค ์จะสาปแช่งพวกคุณนะ!!

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.