iFreeThai

#21 May 21, 2018 11:26 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,332

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

น่าสนใจมากครับ  ขอบคุณมาก

Offline

#22 June 4, 2018 6:57 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

มันสายเสียแล้ว?

ทั้งเยาวชน มหาชน สงฆ์ชีพราหมณ์ ปราชญ์ทรงแก่เรียนในแผ่นดิน ล้วนอกสั่นขวัญแขวน และสุดเอือมระอาต่อทหารจปร. ที่สุดเลวคณะเผด็จการยึดอำนาจรัฐครั้งสุดท้ายคณะนี้ และครั้งไหนๆในประวัติศาสตร์ไทยเรามา 86 ปีแล้ว เราต้องร้องออกมาพร้อมๆกันด้วยเสียงอันดัง เป็นเสียงเดียวว่า "พอกันที"...เราไม่เอาพวกมันอีกแล้ว

ลองมาฟังความคิดเห็นของท่านส.ศิวรักษ์ ผู้ประกันไผ่ดาวดิน และพยายามปกป้องเด็กนักศึกษาที่พยายามร้องขอประชาธิปไตย และผู้คนผู้ต้องข้อหายัดเยียดม.112 116 44 และพรบ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายบ้าๆที่จะยัดเยียดให้ผู้ที่ไม่ยอมเห็นด้วย พวกทหารจปร.ทั้งนั้นที่เข้ามาเป็นตัวการ ร่วมมือกับพวกเจ้า ข้าราชการกังฉิน และเจ้าสัวไม่กี่ตระกูล ครองอำนาจ ที่ดิน และทรัพยากรของชาติเกือบทั้งหมด ด้วยความสุดโลภ โกรธ หลง งมงาย สุดตะกละตะกราม มากว่า 8 ทศวรรษมาก่อน จนเราไม่มีทางจะไปต่อได้อีกแล้ว

คสช. กำลังอยู่ในจุดที่อันตรายมากที่กำลังใช้วิชามาร เอาเงินทองซึ่งเผาผลาญไปเกือบหมดกระเป๋ากว่าสามล้านล้านแล้ว ออกมาแจกนักการเมือง ตั้งพรรคการเมืองเพื่อครองอำนาจต่อ  ซึ่งทั้งสี่ปีที่ยึดอำนาจมา ไม่มีผลงานอะไรเลย มีแต่ตามจับผู้คนที่ตนคิดว่าไม่เห็นด้วย เพื่อขู่เข็ญให้หวาดกลัว เพื่อสืบอำนาจต่อความเส็งเคร็งของตัว เมียลูก และพรรคพวกมัน และพยายามยกทหารที่เป็นยศพลตรีเทียบเท่าอธิบดี และต่ออายุข้าราชการเพิ่มอีกสามปี เพื่อเข้าสรวมตำแหน่งข้าราชการทุกประเภททั่วประเทศ โดยใช้ทหารเป็นฐานหลักที่จะครอบประเทศตลอดไป

ถึงคราวแล้วที่อำนาจพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ จะจำต้องทำการสังคายนาประเทศโดยด่วนก่อนสายเกินไป โดยต้องปลดมันออกไป แต่อย่าลืมว่ามันก็กำลังคิดล้มระบบกษัตริย์อยู่เหมือนกัน มันเรียนมาจากโรงเรียนจปร.โจร และรร.เสธฯ การเรียนรู้การวางแผนรายละเอียดให้พวกโจรใหญ่ สองสถาบันหลักอุบาทว์ของชาติ ที่คอยทำลาย คอยควบคุมผู้คนและประเทศชาตินี้ ให้อยู่ภายในกรอบของมันมายาวนาน

ตอนนี้ประเทศกลาแลนด์อาจมีการเปลี่ยนอำนาจโดยฉับพลันทุกเวลา แต่ต่อคนรากหญ้านั้นก็คงแบบ"หนีเสือไปปะจรเข้"กระมัง?
รากหญ้าจับตามองและเข้าใจสถานะการณ์เป็นสำคัญ... ลับมีดที่บ้านให้คมเอาไว้..เพื่อเอาไว้ใช้ยามถึงเวลาที่ภัยมาถึงตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้

...มันจะฟัดกันอย่างแน่นอน

"เผด็จการ(ทุกรูปแบบ)ต้องพินาศ  ประชาธิปไตย(ที่ปกครองจากประชาชน เพื่อประชาชน)จงเจริญ"

Last edited by ปาปียอง (June 4, 2018 7:21 AM)

Offline

#23 June 25, 2018 10:53 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

Time Magazine ฉบัยล่าสุด ลงหน้าปกรูปอ้ายตูบ

พากย์โดยคุณ จุลภาส ทอม เครือโสภณ นักล้อบบี้ยืสต์หรือดีลเมคเคอร์(Lobbyist Deal Maker)
ความสำคัญของนิตยสารไทม์ประจำสัปดาห์ต่อสังคมอเมริกันและสังคมโลก มาตั้งแต่ คศ.1923  ฉบับนี้เป็นภาพประจำสัปดาห์ ไม่ใช่ฉบับสุดท้ายของปีที่โลกให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด เป็น"บุคคลประจำปี-Man-Of-The Year" คุณทอม เครือ โสภณรายงานมาเป็นกลางๆ และเคยไปสัมภาษณ์อดีตนายกทักษิณ ชินวัตรเร็วๆนี้ที่สิงค์โปร์
นิตยสารไทม์ได้เปรียบเทียบและเรียกอ้ายตูบว่าเป็ม"จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์"น้อยหรือ Little Sarit Thanarat  โปรดอย่ามองว่าเป็นมหาบุรุษหรือสตรองแมน และทบทวนดูว่าชาติได้ดีและมีผลเสียหายต่อประเทศชาติอย่างไรบ้าง?  ดูเหมือนสังคมไทยกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่เป็นครอบครัวพวกทหาร ข้าราชการ ข้าราชบริพาร และพวกนายทุนใหญ่ทั้งหลายที่นับวันมีส่วนในอำนาจเบ็ดเสร็จของกลาแลนด์โดยสมบูรณ์ไปแล้ว  จนขณะนี้ผู้คนสุดยากจน เพราะคสช.แต่เอานักการเมืองพวกเจ้าสัวเข้ามาบริหารประเทศทางเศรษฐกิจ การตลาดและการคลัง ซึ่งไม่เหมือนรบ.ทหารอื่นๆที่มักเอานักวิชาการชั้นยอดเข้ามาช่วย จึงทำให้พวกเจ้าสัวเมืองไทยมั่นคงมากขึ้น สังคมไทยที่ซื้อขายแบบแบกะดินข้างถนนกำลังหมดไป ความเจ็บปวดของคนจนมากขึ้น ของขายแม้อาหารข้าวกล่องมีขายทุกชนิดในเซเว่นอีลีเว่น สอาด-ปลอดภัยถูกอนามัย-และสนนราคาถูกกว่า
กลาแลนด์จะเปลี่ยนไปแบบจีน คือชาวบ้านต้องถูกปกครองและต้องอยู่อย่างเรียบร้อย ไม่ควรออกมาหือแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ต่อต้านเรื่องใดๆทั้งสิ้น หัวต้องหดอยู่ในกระดอง  งานทุกกอย่างต้องโปรดมาจากเบื้องบนอย่างเดียวเหมือนเกาหลีเหนือและต่อมาจะหวังถอดแบบจากจีน.......แล้วจะเอากษัตริย์บ้าหอยไปไว้ที่ไหนเอ่ย?......อ้อก็ท่านอยู่เยอรมันและสวิสเซอแลนด์อยู่แล้ว ส่วนน้องสาวก็อยู่ที่สวนน้ำเทนารีฟเสปญ หลานอยู่อิตาลี น้องสววอีกคนอยู่ลอนดอน และพี่สาวกลับอเมริกาไงละ  พสกนิกรไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยหรอก จะทำให้นอนไม่หลับคลื่นไส้ไปเสียเปล่าๆ เขาคงมีกินมีใช้สมบูรณ์พูลสุขกันทุกท่าน บินว่อนท่องโลกไม่เคยหยุด  เหมือนครอบครัวชินวัตร ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน อีกหน่อยพวกเขาก็จัดปาตี้ซึ่งกันและกัน เพื่อเตือนใจวิธีการหมอบคลานและการใช้ภาษาลิเกต่อกัน เพราะสุดคิดถึง เป็นครั้งคราวตามฤดูเทศกาล คุณที่กระสันต์ต่อพวกเจ้าจะติดต่อร่วมงานด้วยได้นะ หากพกเงินบริจาคมาสูงพอ เพราะพวกเจ้าเริ่มขาดเขินเล็กน้อย เพราะราชวงศ์ใหม่"จันทร์-โอ-เลี้ยง" ได้ตัดเงินสนับสนุนหมดแล้ว และลูกหลานกษัตริย์ภูมิพลทุกคนไม่เคยมีอาชีพทำงานอะไรเป็นสักอย่าง ไม่เคยเป็นลูกจ้างใคร เกิดมาเด็กลูกเจ้าคนหนึ่งมีพี่เลี้ยงอย่างน้อยหกคน จะขี้ก็มีคยตามเช็ดและล้างก้นให้ ไม่ต้องทำเอง  หากหมดสภาพเป็นราชวงศ์แล้ว มะพร้าวลูกไหนที่ลีบลงก็คงต้องหาอาชึพเล่นดนตรีตามบาร์ไนท์คลับตามถนัด หรือพวกผู้หญิงต้องขายของเก่า เหมือนราชวงศ์โรมาน้อฟของร้สเซียยามแตกล่มสลาย มันหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น   ทำความโหดร้ายกับมนุษย์ผู้ไม่มีทางสู้ ยิงนกในกรง ตกปลาในบ่อ ..ผลกรรมร้ายแรง.. หนีกันไม่พ้นหรอก

http://englishnews.thaipbs.or.th/pm-fea … tion-july/

https://www.google.com/search?q=Photo+F … BjUQsxgIJg

สถานะการณ์"ยวนซีเหล่" กำลังมีทีท่าจะเป็นจริง  ..... ราชวงศ์วงค์ใหม่"จันทร์-โอ-เลี้ยง"กำลังจะจุดติดแล้ว ??

Last edited by ปาปียอง (June 25, 2018 5:45 PM)

Offline

#24 July 3, 2018 11:15 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

เสียงร้องไห้อย่างโหยหวลหลังสู้มาสี่สิบสองปี

อนาถเหลือล้ำที่สิงห์เฒ่าอายุ 76 แล้วกำลังลาโรง  และอยากมอบภาระกิจส่งไม้ให้รุ่นต่อไป
คลิบสุดวิปโยคของคนรุ่นนี้ ที่ติดตามทักษิณ ชินวัตร ผู้ไม่เอาพวกนักปฏิวัติ แต่จะเอาแต่พวก
แม่ยก  เป็นบทเรียนความล้มเหลวปลายยุคกษัตริย์-จปร.ครองเมือง ก่อนการเริ่มต้นของยุคมิค
สัญญี...อย่างสุดน่าเวทนายิ่ง


เพื่อนๆหลายคนคงอยากเก็บคลิ๊ปนี้ไว้เป็นอนุสรณ์
....อ.หวาน ดีเคหนิง อาคม ซิดนีย์ สหายจาแพน สหายยาย่า และอีกหลายท่านก็เริ่มจางหายไป
และคงอีกหลายคนนักที่ต่อสู้มายาวนานต่างเมื่อยล้า อ่อนแรง เหนื่อยหน่าย
อุดมการณ์คงยังอยู่พร้อม แต่สุดอ่อนแรง พวกนักสู้ต่างกลุ่มหาเหตุโจมตี ขัดแข้ง ขัดขาต่อกัน เพื่อ
เรียกร้องความสนใจจากแม่ยกให้สนับสนุน เพื่อความอยู่รอด.....อ.สุรชัย แซ่ด่านถึงกับมองเห็น
ความอดหยากทางอาหารการกิน กำลังมาเยือน ท่ามกลางภัยอันตรายรอบด้านนอกประเทศ
พักผ่อนสักพักเถิดครับ  ความคิดการต่อสู้หลังไมค์ คงไม่มีทางเห็นแววชัยชนะใดๆ ต่อทรราช
กลาแลนด์อย่างแน่นอน นอกจากคิดช่วยกันจัดตั้งทางกำลังเป็นหลักใหญ่ เช่นการปฏิวัติของอเมริกา
ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน คิวบา และเวียตนาม เท่านั้น

......จะมีเรี่ยวแรงรวมกลุ่มใหม่หลังแตกพ่ายหรือไม่? ความหวังใหม่จะมีหรือไม่?..ก็คงไม่หมดสิ้น
...ทางปัญญาเรายังมีอยู่ ความตั้งใจหวังยังเต็มเปื่ยม .....แต่เหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน
แต่เราก็ยังหวังตราบใดที่ยังมีลมหายใจ และจะสืบทอดเจตนารมย์ของครูครอง จันดาวงศ์ ครูเตียง ศิริขันธ์
ครูทองพันธ์ สุทธิมาศ และเลือดนักสู้อิสานที่ภูพานกู้ชาติมาทุกสมัย มาตั้งแต่เป็นพลพรรคใต้ดินเสรี
ไทยต่อต้านการยึดครองของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น จนมาถึงสมัยเป็นกองกำลังอิสานคอมมิวนิสต์ต่อสู้กับเผด็จ
การณ์ภูมิพลและทหารจปร.ไทย แต่ถูกจีนคอมมิวนิสต์ทรยศทอดทิ้ง และถูกหลอกด้วย66/23 ให้ยอมแพ้ในทีสุด
...เรามากันไกลมาก เราหันกลับไปสวามิภักดิ์ก้มคลานลงกราบตีนพวกมันไม่ได้อีกแล้ว
นักปฏิวัติที่หวังความช่วยเหลือจากทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่นักปฏิวัติ แต่เป็นเพียงพวกแม่ยกทักษิณที่จะนำไป
สู่ความพ่ายแพ้เท่านั้น การต่อสู้ทางสภาพิสูจน์มายาวนาน86ปี ว่าเราคือผู้พ่ายแพ้ข้างเดียว
...เราต้องการปกครองตัวเอง เราไม่ต้องการรัฐกษัตริย์และหรือรัฐทหารเด็ดขาด

"เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ"

Last edited by ปาปียอง (July 6, 2018 10:21 AM)

Offline

#25 July 3, 2018 11:51 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,332

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

qgFVo.gif

Offline

#26 July 3, 2018 12:55 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

ืปล. อ.สุรชัย แซ่ด่านเปิดเผยในคลิ๊ปข้างบนด้วยว่า ขณะนี้คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณได้ละทิ้งอ.สุรชัยไปเสียแล้ว แสดง
ให้เห็นการแตกสลายขององค์การเสรีไทยอันใหม่ในอเมริกา และอาจลามไปถึงพรรคเพื่อไทย ที่กำลังโดนมรสุมอย่าง
หนักขณะนี้ด้วย  ข่าวสารทางดิจิตอลมันลื่นไหลแรงและเร็ว จะปิดและกลบเกลื่อนต่อไม่ได้หรอก
อ.สุรชัยอธิบายต่อว่า คุณจารุพงศ์
ได้พูดว่า"มีแต่คำสั่งเหลือไว้ แต่ไม่มีการให้สนุนอีกต่อไป" โปรดพิจารณาคลิ๊ปนี้อย่างละเอียด ก็จะเห็นว่านักปฏิวัติต้องเลิกหวังพรรคเพื่อไทย และทักษิณด้วย มันจะได้จบๆกันเสียที มัวหลอกตัวเองอยู่ได้อย่างไร อีกต่อไป?

และหมดหวังเรื่องทักษิณจะลงทุนสนับสนุนมานานแล้ว คุณสุรชัยเป็นคยพูดตรงไปตรงมาเสมอ โดยเฉพาะ
ยามเจ็บปวดในแดนอัตคัดที่ไกลบ้าน เหมือนนายผี"อ้สนีย์ พลจันทร์ ที่เสียชึวิตในลาว ยามพรรคพคท.กำลังแตกเป็น
เสี่ยงๆเพราะแยกเป็นพวกจีน ญวน โซเวียต และพวกอิสระคิดจะฮืดสู้   ผลสุดท้ายก็พ่ายแพ้และยอมจำนน
และสมาชิกพคท.เก่าหลายคน  กำลังคิดว่าเป็น"การคิดที่ผิด"

http://huexonline.com/knowledge/15/67/

https://youtu.be/qyyI-QeHFNE?list=RDqyyI-QeHFNE&t=195

https://youtu.be/xVFx0uM0g8U?list=RDQVbTzDlwVHw&t=12
(ขอมอบเพลงชุดของจิตร ภูมิศักดิ์ แด่ท่านสุรชัย แซ่ด่านโดยเฉพาะในวันนี้ที่  3 กรกฎาคม 2018  ตรงกับวันสารภาพการปฏิวัติที่ล้มเหลว)

ผิดหรือถูกพี่น้องนักปฏิวัติเก็บไปคิดให้เวลาโต้แย้งในตัวเองให้นานพอควรก็แล้วกัน  ภาพการต่อสู้มันคลุมเคลือไม่ค่อยชัดมาตลอด เพราะมีทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายเขามาขวางกั้น เรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ เป็นผู้รับเคราะห์กรรมจากภูมิพล จปร. เปรม ฯลฯ
แต่  การปฏิวัติไม่ใช่เรื่องตัวใคร แต่เป็นการกู้ภัยของประเทศชาติทั้งหมด การปฏิวัติเป็นสมบัติของชาติ ที่ทุกคนต้องหวงแหน มันจึงอยู่ได้คงทน และต้องเอาชึวิตเข้าแลก นอกจากนั้นไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นพวกไร้เดียงสา เป็นทารกหรือยังแบเบาะ ไม่เข้าใจว่าการได้มาเพื่อประชาธิปไตยต้องเสียสละอย่างไร การปฏิวัติของนายปรีดี พนมยงค์ที่ไปไม่ถึง"รากหญ้า" และเกิดจากการลวงทหารออกไปซ้อมรบ แล้วควักแถลงการณ์บอกว่าเป็นการปฏิวัติ  ยังแคลงใจท่านปรีดีมาจนปัจจุบัน ท่านรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่รวมรากหญ้าเป็นฐานใหญ่ของขบวนการ ท่านพยายามเขียนทฤษฎีใหม่ เอาจากสุดยอดก่อน แล้วจะเข้าถึงรากหญ้าทีหลัง แถมท่านห้ามทำลายพวกเจ้า และมหิดลอีก ท่านได้ฝังชึวิตท่านจุดนี้เอง แต่ท่านไม่รู้ว่าลูกหลานเหลนขณะนี้เจ็ดสิบล้านคนแล้ว..ที่ต้องรับผลตามมาอีก 86 ปี ต้องทนทุกข์ทรมารสักแค่ไหน ...ทุกวันนี้เห็นกันหมดแล้ว
... give me death, or give me liberty ! ..เมื่อไม่มีอิสระภาพ ก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป...นี่คือคำขวัญของคนและทหารอเมริกา(คือชาวบ้านธรรมดา) ยามปฏิวัติปลดแอกตัวเองจากจักวรรดิอังกฤษ ด้วยเลือดเนื้อ เสียสละทาหลั่งบนผืนแผ่นดินให้ลูกหลานได้เห็นและสุดหวงแหน  จนเป็นประเทศประชาธิปไตยแบบอย่างที่สมบูรณ์บนปฏพี เป็นเจ้าโลกมา 241ปี และจนปัจจุบัน

ขณะคุณสุรชัย แซ่ด่านนึกขึ้นไดัว่าทฤษฎี และแนวทางตัวเองที่ได้อุตสาหะพยายามยามประดิษฐ์คิดค้น และสังขารหมดเวลาลงแล้ว ก็เมื่อตอนแบกจอบไปขุดกอตะไคร้ข้างบ้านมาแกง ใส่บูดู หรือเออะพุงปลา เพราะแทบหมดแรงเดินกลับ...
ส่วนทักษิณ-ยิ่งลักษณ์อยู่ในคฤหาสห์สองร้อยล้านเหรียญอเมริกาในอังกฤษ เล็กลงไปนิดหนึ่งจากพระราชวังวินเซอร์ของพระราชวงษ์อังกฤษ

.....เหมือนหมาแก่โซๆเห่าเครื่องบิน  ปานนั้น

Last edited by ปาปียอง (July 5, 2018 11:21 AM)

Offline

#27 August 6, 2018 10:25 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

เวเนซูเอลลา(Venezuela)สังคมนิยมเผด็จการที่ล้มเหลว

บทเรียนของปธน.นิโคล้ส แมดูโร(Nicholas Maduro)ที่แก้ไขประเทศให้รอดพ้นจากเศรษฐกิจราคาน้ำมันตกไม่ได้ เพราะประเทศเวเนซูเอลลานั้นรายได้ประเทศหลัก ขึ้นอยู่กับการผลิตน้ำมันเกินกว่า 90%ของรายได้อื่นทั่วรัฐมานาน ประชาชนถูกทำให้เหลิงบนความมั่งคั่งของน้ำมัน ที่ประเทศนี้มีน้ำมันสำรองไม่น้อยกว่าประเทศซาอุดิอาเรเบีย และผู้นำคนเก่าที่เป็นสังคมนิยมจัด และเป็นเพื่อนรักของฟิเดล คาสโตรแห่งคิวบา เขาคือปธน.ฮูโก ชาเวส(Hugo Chavez)ผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ผู้ทำตัวเป็นนักเลงใหญ่ในเวทีโลก แม้เมื่อมาประชุมยูเอ็น(UN)ก็มากระแหนะกระแหน ท้าตีท้าต่อยอเมริกาสมัยปธน.จอร์จ บุช(43) เพราะเขาเป็นปธน.ของเวเนซูเอลลา ที่เข้ายึดบ่อน้ำมันสัมปทานของอเมริกาและโลกตะวันตกในประเทศเวเนซูเอลลาเสียหมด แล้วนำความมั่งค้่งมาให้ประชาชน แบบตามอกตามใจป้อนเงินของรัฐและสว้สดิการสังคม ให้ประชาชนกินฟรีอย่างอิ่มหมีพีมัน จนผู้คนกลายเป็นคนขี้เกียจกันทั่วหน้า ไม่ต้องทำงานก็มีกินอยู่โดยสมบูรณ์ เหมือนครั้งหนึ่งในคูเวต(Kuwait)เคยทำกัน แต่เมื่อยึดบ่อน้ำมันแล้ว ประเทศตะวันตกและอเมริกาต่างรวมหัวกันแซงชั่นทางเศรษฐกิจ การซื้อขายสินค้าน้ำมัน เครื่องอุปโภคบริโภค และยารักษาโรค ซึ่งทำให้ต้องพึ่งพาคิวบาในทางแพทย์และสาธารณะสุขตลอดมา
เมื่อปธน.นิโคลัส แมดูโรเข้าบริหารประเทศในฐานะขื้นมาจากรองปธน.ตั้งแต่ปี 2012 ก็ให้พวก"ทหาร"โดย"กระทรวงกลาโหม"เข้าบริหารประเทศ ในยามที่ราคาน้ำมันเริ่มตกต่ำ ซ้ำเติมโหมเข้ามาด้วย โดยใช้ทหารเป็นกำลังหนุนอำนาจตัวเอง และให้กระทรวงกลาโหมจัดสั่งซื้อสินค้าอาหารทุกชนิด เข้าทำการแจกจ่ายอาหารและสินค้าไปทั่วปรเทศ นี่คือจุดตายของความอดหยากของประเทศ เพราะแทนที่จะใช้ทหารเป็นยามเฝ้ารั้วบ้านหรือเป็นหมาเฝ้าบ้านอย่างเดียว กลับใช้ควายพวกนี้บริหารเศรษฐกิจและการตลาดทั้งประเทศ เวเนซูเอลลาจึงพบกับความหายนะ ทุกอย่างขาดแคลนไปหมด เข้าของในตลาดซึ่งเป็นรูปสหกรณ์ขาดแคลนไปทั่วประเทศ พวกทหารทำการเซงลี้อาหารกันในตลาดมืด รุนแรงกว่าการค้ายาเสพติดเสียอีก.....ช่างเหมือนสถานะการณ์ในกลาแลนด์ขณะนี้ ที่ไอ้สามป.ยอดทหารจปร.ไทย ช่วยกันแย่งชิงแดกกันฝุ่นตลบ(ยังไม่จาง) ทหารเวเนซูเอลลาก็เช่นกัน เหมือนทหารไหนๆในโลก ไม่มีความรู้ที่จะบริหารจัดการเรื่องเครษฐกิจยามวิกฤต เงินก็เฟ้อ ราคาค่าเงินก็ตกต่ำ สินคิ้าเข้า-ออกถูกแซงชั่นในทุกด้าน มุ่งไปหาจีนที่เป็นลูกค้าน้ำมันสำคัญก็ได้รับความช่วยเหลือมาสองครั้งละ $40 billion และอีกครั้ง $20 billion ครั้งที่สามจีนปฎิเสธ ยอมสูญหนี้แต่ตัดปัญหาเสียเลย เพราะนายนิโคล้ส แมดูโนซึ่งที่แท้อดีตอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุก ต้องอาศัยทหารผู้มีปืนเป็นกำลังค้ำอำนาจไว้ จีนเห็นท่าจะไม่ไหวอีกต่อไป  ประชาชนออกมาต่อต้านขับไล่แทบประจำวัน เพราะทนความอดหยากและสภาวะ การแย่งกันแดกของพวกทหารไม่ไหว  รบ.กลับใช้ทหารตอบโต้ รุนแรงยิ่งขึ้น มีคนตายประจำวันไปกว่าหกร้อยคน และโดนจับอีกกว่าหมื่นคนแล้ว แถมยังจัดการเลือกตั้งปลอมๆเพิ่งชนะมาอีกเมื่อเดือนพค.เมื่อสองเดือนที่แล้ว และจะอยูในอำนาจต่ออีก 6 ปี เวเนซุเอลลาจึงกลายเป็นแดนมิคสัญญีขณะนี้....
..และนี่คือที่มาของการใช้โดรน(DRONE)ผูกระเบิดโจมตี ขณะปธน.และคณะทหารสูงสุดกำลังสวนสนามกัน และขณะปธน.กำลังให้โวหารคำโตๆต่อแถวทหารเต็มถนน เสียงระเบิดดังสองครั้ง ทหารแตกแถวหนีตายกันจ้าละหวั่น ดูแล้วชื่นชมสนุกดีมาก เพราะทหารมันเป็นสัตว์ที่กลัวตายเหมือนสัตว์ทั่วไป ในประเทศไหนๆเหมือนกัน   บทเรียนที่เวเนซูเอลลาได้ใช้และให้โอกาสทหารทำงานที่ผิดทาง     เหมือยฝากกระดูกให้หมามันเฝ้า หรือฝากปลาย่างไว้กับแมวปานนั้น   
แต่ที่กลาแลนด์ประเทศที่เคยอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารการกิน และทรัพยากรณ์ธรรมชาติ กลังทรุดหนักกว่านั้นอีกหลายเท่า ที่คราวนี้ได้เอาเจ้าสัวและจีนอยู่เบื้องหลังทางเศรษฐกิจ สมคบกับทหารและมีกษัตริย์ที่เป็นเสาหลักปักอยู่กับเลน ผู้ทั้งขโมยและขนทรัพย์สินเงินทองออกนอกประเทศ ไปบำรุงบำเรอวังฮาเร็มตัวเองในประเทศที่เจริญแล้ว ได้กระทำอย่างรวดเร็วตั้งแต่ขึ้นครองราช จนเห็นว่าของมีค่าหมดประเทศนานแล้ว ทิ้งแต่กากเดนให้ทหารจปร.ไทย และพวกตร.แย่งกัดกิน และต้องจัดหาเงินประจำเดือนประเคนให้กษัตริย์ทุกเดือนขาดไม่ได้   มันทำเป็น(หรืออาจไม่ได้เรื่อง)แต่เรื่องบนเตียง  อย่างอื่นไม่สน  ใครจะอดจะหยากยากไร้อย่างไรไม่ใช่เรื่องของมัน 
ที่น่าเจ็บใจคือพวกที่อาศัยนอนใต้สะพาน นอนอยู่ข้างซอกถนน อาศัยตามวัดวาจำนวนมากในกทม.ขณะนี้ และพวกหวังการ"กลับมากิน"ของทักษิณ ชินวัตรอย่างไม่ลืมหูลืมตา ต่างพากันก้มกราบทำการอวยเจ้าเหมือนท่านทักษิณ สรรเสริญพวกจ่าห้าวด้วยมธุรวาจาเป็นภาษาลิเกพิเศษยิ่งกว่าเดิมเสียอีก คนพวกนี้ต่างพากันผลักภาระหน้าที่ให้ท่านทักษิณกลับมาช่วยสู้(และกินต่อ)แทน เพราะสิ้นคิด หวังแต่จะเป็นพวกขอกิน มีคนหาทำมาให้ ไม่เคยคิดจะสู้เพื่อตนเองหรือใครทั้งนั้น สันดานเป็นได้แค่ทาสมาแต่กำเนิดมานมนานชั่วบุพกาล จึงพอใจจะอยู่แต่ในกลา ใครอย่ามายุ่งเกี่ยว มันเป็นสิทธิมนุษย์ชนแบบไทยๆ ยากจะลบออกไปได้ ต้องลืมคนพวกนี้ไปเสีย อย่าเอามารกหัวตอนนี้อีกต่อไป.....พวกเขาหมดประโยชน์ในการปฏิวัติ และเป็นพวกประเภทที่พิการ ..เป็นพวกเกิดมาเสียชาติ ...ต้องรอวาสนาชาติหน้า

.....รู้จักโดรน(DRONE)ไหม?  ที่เขาใช้บินติดกล้องถ่ายภาพวิวสวยๆนั่นแหละ... สนใจกันบ้าง
อาจจะทำให้ชาติเจริญ และเผด็จการอาจพังพินาศ ปกครองผู้คนไม่ได้อีกต่อไป 
เห็นทหารเดินสวนสนามเป็นแถวเต็มถนนที่กรุงคาราค้ส ทิ้งแถว ทิ้งปืน วิ่งหนีโดรนแล้วยัง? สวยดีไหม?.....สวยเน๊าะ

Last edited by ปาปียอง (August 7, 2018 7:50 PM)

Offline

#28 August 6, 2018 11:43 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,332

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

two_thumps.jpg

Offline

#29 August 9, 2018 9:29 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

ดาวดวงใหม่ในโลกไซเบอร์ใต้ดินยามฟ้ามืดมิดสีดำ

ดาราดาวดวงใหม่ปรากฏเปล่งแสงอันเจิดจ้าบนเกือบสุดขอบฟ้าที่มืดมิดแสนไกล แต่ได้เริ่มจร้สแสงแรงกล้าจนดึงความสนใจ ทำให้นึกถึง"แสงดาวแห่งศรัทธา" ที่จิตร ภูมิศักดิ์นักปฏิวัติอุดมการณ์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ได้บรรจงแปลงเป็นเพลงไว้ ยามต้องนอนคุกสมัยยุคมืดนั้น ให้อนุชนรุ่นหลังไดัรับรู้ยามบ้านเมืองที่กำลังตกอยู่ในความมืดมน จากยุคเผด็จการณ์ทหารจปร.มาแปดสิบปีมาแล้ว  แอบฟังคุณแสงดาว ศิริดารามาหลายครั้งแล้ว นักรบไซเบอร์ใต้ดินท่านนี้ เป็นดาวดวงใหม่ล่าสุดของวงการคนรากหญ้าอย่างไม่ต้องสงสัย  ยินดีต้อนรับดาราดาวดวงใหม่ ที่เข้ามาช่วยฉายแสงร่วมกันนำคนรากหญ้าเดินไปข้างหน้าท่ามกลางความมืดมิด หวาดหวั่นเกรงไปทุกด้านทุกขณะจิต...ให้ปลอดภัย...เหมือนตอนโมเสสกำลังนำผู้คนทาสยิว หนีตายจากกองทหารของจักรพรรดิ์อืยิปห์ที่ตามมาทันที่คลองสุเอช(Moses-The Ten Commandments-Bible Old Testament) โมเสสและคนยิวผายมือเงยหน้าจ้องเพ่งไปสู่ฟ้า พากันแผดสุดเสียงร้องขอพระผู้เป็นเจ้า "เปิดทะเล(สุเอช)-Open The Sea" ให้คนยิวได้สามารถก้าวข้ามผ่านหนีให้พ้น จากคมดาบที่ทหารกำลังจะบั่นคอไปได้.....บัดดลทะเลได้เปิดกว้างเป็นทางเดินให้ทาสยิวพากันวิ่งหนีผ่านแม่น้ำไปได้  และปิดลงทันทีที่พวกทหารอียิปห์ผู้ตามพิฆาตมาถึงชายฝั่ง   คนยิวจึงรอดมาจนทุกวันนี้
เชิญติดตามผลงานของดาวดวงใหม่นี้ครับ

วันนี้ขอแถมรายการของคุณอรุโณทัย ศิริบุตร ของดีจากพญาไม้ คุณเผด็จ ภูรีปติภาณ  นักข่าวหัวเห็ด(หนึ่งในสิบแปดอรหันต์)ที่ยังพอเหลืออยู่ในกลาแลนด์อยู่บ้าง มารายงาน และให้ความคิดเห็นที่สด จริงและตรงไปตรงมาเสมอ  ล้วนเป็นเรื่องสำคัญ เช่นคราวนี้บอกว่าตู่อาจจะหลุดวงจร อาจไปอยู่พักเลี้ยงหลานที่บ้าน พญาไม้นี่เองที่วางเงินหนึ่งล้านท้าพนันไว้ว่านายกคนต่อไปไม่ใช่อ้ายตู่ แต่ยังไม่มีใครกล้าจับ เสียงแว่วว่าอาจจะมีรัฐบาลเฉพาะกาล หรือรัฐบาลแห่งชาติ ผสมผเสประสานผลประโยชน์(เกี๊ยะเซี๊ยะ) หรือเก้าเจี๊ยะชุดใหม่  เหมือนวงจรอุบาศว์ชาติชั่วที่ทหารจปร.และกษัตริย์มหิดล ได้สร้างไว้เป็นทางเดินเป็นปีที่ 73 มาแล้ว คุณเผด็จเลี่ยงกล่าวถึงเบื้องบนเสมอเพราะยังอยู่ในกลาแลนด์ ก็เป็นที่เข้าใจกัน หม้อข้าวใคร ใครก็ต้องรักษา
...สักวันหนึ่งพรมแดนการสื่อสารมวลชนอันบัดซบ ที่กษัตริย์ภูมิพลประดิษฐ์ไว้นี้ จะไม่เหลือแม้ราก และข้าทาสบริวารเชลียล์ผู้ติดตามทั้งหลายของพวกกษัตริย์ก็คงหมดไป ประชาชนจะปกครองตัวเองเป็นสาธารณะรัฐเท่านั้นที่จะช่วยทาสไท....ได้ข้ามแม่น้ำมหันตภัย หนีความตายไปสู่ความศิวิลัยได้ ดังที่โมเซสและคนทาสยิวเคยตะโกนก้องสุดเสียงขอความช่วยเหลือจากสวรรค์ให้ช่วย...... เมื่อชะตาของประเทศแขวนอยุ่บนเส้นด้าย และความกดดันทำให้พวกมันจำต้องตัดใจหนีพวกเรา.....ชีพก็ต้องพลีโถมให้มันต้องเกิดขึ้น.....วันนั้นและวินาทีนั้นที่รากหญ้าต้องอุทิศ......จะมาถึง

เผด็จการต้องพินาศ ประชาธิปไตยที่ผู้คนปกครองตัวเอง ต้องเป็นฝ่ายมีชัยอย่างถาวร...
....แม่จ๋าเรากำลังจะชนะแล้ว

ปล.อ.หวาน กาวใจของคนรากหญ้าอยู่ไหน? หายจ้อยไปนาน อยู่ดีมีแฮงหรือเปล่า?  ขอให้ปลอดภัยน๊ะจ๊ะๆ

Last edited by ปาปียอง (August 10, 2018 12:02 PM)

Offline

#30 August 12, 2018 5:36 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

การ"ลุกขึ้นสู้"ทั่วประเทศครั้งสำคัญ

ในวันตรุษขึ้นปีใหม่ของคนญวน(Tet Offensive Battle)ปี 1968 ตรงกับวันที่ 31 มกราคม  เป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญในโลกครั้งหนึ่ง ที่เป็นการคาดไม่ถึง(big surprise attack) เป็นการโจมตีต่อเป้าหมายทั่วประเทศที่เวียตนามเหนือ เข้าโจมตีที่มั่นของเวียตนามใต้และกองทหารอเมริกา เปิดฉากในเวลาเดียวกันทั่วเมืองใหญ่ 6 เมืองและ 50 อำเภอ รวมทั้งการพยายามเข้ายึดสถานทูตอเมริกาในไซ่ง่อน และกองบัญชาการทหารของทหารเวียตนามใต้ เป็นการรบที่สุดดุเดือดและทุ่มเทกันสุดตัว(all-out-war)อีกครั้ง

https://en.wikipedia.org/wiki/Tet_Offensive



การรบครั้งนี้นั้นดุเดือดเทียบเท่าการปะทะครั้งแรกที่หุบเขาเอียดราง(Ia Drang Valley) ซึ่งครั้งแรกนั้นเป็นการรบกันของทั้งสองฝ่าย(อเมริกา และ เวียตนามเหนือ) ที่จงใจให้มีการประลองมือต่อกัน ให้รู้รสฝีมือกันเสียทีหลังจรดๆจ้องๆกันมานานกว่าปี การรบครั้งนีัสามคืนกับสี่วัน(14 พ.ย. -  18 พ.ย . 1965 )ทหารเสียชึวิตประมาณ 3,000 นาย บาดเจ็บอีกเท่าตัว อเมริกามีทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดทุกชนิด รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ B-52ก็นำมาใช้เป็นครั้งแรก อำนาจการยิง(firing power)มหาศาล ส่วนเวียตนามเหนือมีเพียงปืนกลหนัก 12.7 ม.ม และปืนครกเบา 60 ม.ม  ทั้งสองฝ่าย ต่างอ้างว่าฝ่ายตนชนะ และถอยกำลังออกจากหุบเขาเอีย ดรางแคบๆ เพราะทนความเน่าเหม็นของศพพวกเดียวกันไม่ไหว ขยับไปทางไหนก็เจอแต่ศพเน่า เพราะอากาศร้อนและชื้นจัด ศพเน่าเร็ว แมลงวันมืดดำตอมกินศพที่เริ่มเน่าเฟะเต็มไปทั้งหุบเขา  เป็นการประลองกำลังที่ทั้งสองฝ่ายมิเคยลืม ต่อมาอีกหลายปี พลโท ฮาโรลด์ มัวร์(Lt.G Harold G moore) ตอนนั้นเป็นผบ.พันยศพ้นโทของกองพันที่ 1 กองพลม้าเคลื่อนที่เร็วที่7(Cmdr. 1st BN 7th Air Calvary Division) ได้ขอเข้าพบนายพลโวเวียน เกี้ยบและร่วมกันรำลึกวันการสู้รบกันครั้งแรกคราวนั้น( 4 ตค. 2013)
ได้ร่วมการสนทนาและลำดับเหตุการณ์การสู้รบครั้งนั้นต่อกัน หนังสือที่นายพล ฮาโรลด์ มอร์เขียนไว้ชื่อWe Were Soldiers Once...and young:  Ia Drang - the Battle That Changed the War in Vietnam ISBN 0-345-47581-X First Edition: October 1992 เป็นหนังสือที่มียอดขายดีเด่นอยูนาน

แต่การรบใหญ่ครั้งที่สองครั้งนี้เกิดผิดคาด ที่ทหารเวียตนามกับกองโจรเวียตกงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทางทหาร ในการ"บุกรุก-ลุกขึ้นสู้" ในวันตรุษญวนครานี้ หลังจากการสู้รบอย่างดุเดือดถึงลูกถึงคนกว่าสามสัปดาห์(จาก 31 มกราคม - 24 กุมพาพันธ์) และการสู้รบยังมีต่อเนื่องไปถึงเดือนกันยายน รวมเป็นเก้าเดือน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเสียหายหนักมาก แต่ต่อมาฝ่ายเวียตนามกลับมีชัยชนะ"ทางจิตวิทยา" (psychological impacts) ที่ทำให้คนอเมริกันและทหารของเขา ได้เห็นความจริง ว่าที่แท้ ศัตรูเช่นพวกเขาเข้มแข็งเสมอ และมีความเด็ดเดี่ยวที่ต้องการชนะสงครามมาก  ศึกครั้งนี้มีการศึกษา วิเคราะห์ วิจารณ์ ทุกแง่ทุกมุมมาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา และเป็นบทเรียนให้ทหารอเมริกาไม่ให้ประมาทศัตรูในทุกสถานะการณ์ เพราะตอนนั้นฝ่ายอเมริกานำโดยนายพลเอก วิลเลี่ยม เวสมอร์แลน(General William Westmoreland) กลับมาบ้านในอเมริกาและเปิดให้สัมภาษณ์ต่อนักข่าว คุยเสียดังว่า หลังจากมีทหารห้าแสนคนในเวียตนามและพอๆกันในไทยที่ส่วนใหญ่เป็นกองทัพอากาศขณะนั้น ฝ่ายอเมริกันกดข้าศึกเสียอยู่หมัดไปเลย และชัยชนะอยู่เพียงแค่เอื้อม(victory is at hands) ขออย่าให้ประชาชนอเมริกาได้กังวลใจในเรื่องสงคราม อีกไม่นานก็จะนำทหารกลับบ้านพร้อมชัยชนะอย่างงดงามเช่นเคย  ยังไม่ทันขาดคำเวียตนามและเวียตกงกองโจรทั่วประเทศ(NVA and Vietnamese Liberation Front -Vietcong)  รวมกำลังโจมตีเป้าหมายทั่วประเทศขนานใหญ่ดังกล่าว เหมือนตบหน้านายพลเวสมอแลนด์ให้ต้องอับอาย และเสียศักดิ์ศรี ต้องถูกปลดจากการเป็นแม่ทัพที่นั่นในที่สุด
สาเหตุเบื้องหลังหลักที่จำต้อง"ลุกขึ้นสู้" ทั่วประเทศก็เพราะท่านโฮจิมินห์สุขภาพใกล้ฝั่ง และคาดว่าคงอยู่ได้ไม่นาน ทหารเวียตนามเหนือและกองทัพประชาชนเวียตกง มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า อยากให้โฮจิมินห์ซึ่งได้ทำงานกู้ชาติมายาวนานอย่างไม่ย่อท้อ ตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ได้เห็นชัยชนะของคนเวียตนามรวมชาติได้ ก่อนเขาจะสิ้นใจ( โฮจิมินห์เสียชีวิตเมื่อ 2 กันยายน 1969 - รวม อายุ 79 ปี) จึงรีบวางแผนการเผด็จศึกสงครามอย่างรีบด่วน โดยใช้ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเป็นยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งนายพลโวเวียน เกี้ยบ(Vo Nguyen Giap) และคณะกรมการเมือง(Politburo-political bueau) ผู้บริหาร(Administrative)และแม่ทัพนายกองทุกระดับ ต่างเห็นด้วยในยุทธศาสตร์หนึ่งต่อสิบ คือคนเวียตนามตายสิบแต่ขอเพียงหนึ่งชีวิตของทหารอเมริกัน และสุดท้ายศัตรูจักรวรรดิ์นิยมผูู้รุกรานก็ต้องยอมแพ้ หรือแพ้จริงในสมรภูมิดังที่การรบที่เดียนเบียนฟู(Battle of Dien Bien Phu- 13 March - 7 May 1954) คือฆ่าทหารฝรั่งเศส 2,293  คน บาดเจ็บแล้วปล่อยให้ตาย 6,650 คน และจับเป็นเชลยได้ 11,729 คน นั่นคือจุดจบของสงครามที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้... เพราะอิสรภาพ และเสรีภาพนั้นราคาแพง  ไม่ได้มาฟรีๆไม่ว่าที่ไหนในโลก ล้วนต้องเสียสละอย่างสูงในการต่อสู้เสมอ หากไม่คิดสู้ก็ต้องตกเป็นทาสเขาตลอดไป พวกมหาบุรุษของเวียตนามรู้ดี เพราะพวกเขาตกเป็นทาสจีนมาสามพันปี ฝรั่งเศสอีกร้อยกว่าปี ญี่ปุนตอนสงครามโลกครั้งที่สองเข้ายึดครองอีก และต่อมาทหารอเมริกา ซึ่งประชาชนอเมริกาเห็นความจริงจากการเปิดเผยของดร.เดเนี่ยล เอลสเบอร์ค(Dr. Daniel Ellsberg)ใน"หนังสือและเอกสารของเพนตากอน "(Pentagon Papers)  คนอเมริกาสำนึกได้ตอนการลุกขึ้นสู้ในคราววันตรุษญวนคราวนี้เอง ว่าที่แท้รบ.นายพล และกระทรวงกลาโหมล้วนพากันปิดบังโกหก(cover up, lie)ประชาชนในเรื่องความเป็นจริงตั้งแต่เริ่มแรกของสงครามที่รบ.ปธน.ลินดอน จอห์สัน อ้างว่าจะทำตามนโยบายของอดีตปธน.เคเนดี้ที่ถูกฆาตรกรรมทุกอย่างในเรื่องสงครามเวียตนามมาตลอด พวกเขาเริ่มนึกขึ้นได้ว่าอเมริกาส่งทหารไปรบในเวียตนามเพราะอะไร? เพราะใคร? คำตอบที่แท้จริงก็คือไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชนอเมริกาเลย การต่อต้านในประเทศจึงเกิดขึ้น มีการเดินขบวนทั่วประเทศ เด็กวัยรุ่นพากันเผาใบคำสั่งให้เข้ารับราชการเป็นทหาร(drafting) และผลสุดท้ายมีนักศึกษา 4 คนถูกยิงตาย 9 คนบาดเจ็บ โดยถูกทหารปราบจลาจลยิงที่มหาวิทยาลัยเคนท์เสตท(Kent State, Ohio)   เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่หักหลังอูฐ ในระหว่างยุคโกหลาหลวุ่นวาย(Vietnam War Struggling Era)
สมัยนั้นเป็นยุคทีวีเฟื่อง คนอเมริกาชมการสู้รบในสนามรบได้ทั้งบนโต๊ะอาหารและไปถึงเตียงนอน ได้เห็นความทารุณโหดร้ายของสงครามเกือบทุกซอกมุม ได้เห็นรท. โทมัส เคลลี่(Lt. Thomas Calley)นำทหารอเมริกันทำการฆ่าหมู่ในหมู่บ้านไมลาย(My Lai)ในเวียตนาม คนอเมริกันกินข้าวไม่ได้ และนอนผวาไปเป็นปี  ต่อมาเรื่องวอเตอร์เกตซ้ำเติมในสมัยปธน.นิคสัน ที่แสดงให้ประชาชนเห็นถึงความคดโกง ตอแหลปลิ้นปล้อนของฝ่ายรบ.และปธน.เพิ่มมากขึ้นมาอีก จนสงครามต้องถูกประชาชนบังคับให้จบลง จากการไปโหวตออกเสียงเลือกสส.ให้ลงมติงดเงินช่วยเหลือใดๆ หรือโครงการณ์ใดๆเกี่ยวกับสงครามเวียตนาม รวมทั้งการต้องถอนทหารออกจากอินโดจีนทั้งหมด(แน่นอนในไทยด้วย)
เพราะที่นี่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ เป็นใหญ่ในแผ่นดิน และเสียงของประชาชนย่อมเป็นปกาสิตจากสวรรค์แต่ผู้เดียว ไม่ใช่นักการเมือง และปธน. หรือพวกทหารยศชั้นใหญ่แค่ไหนต้องเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนประชาชน เขาเรียว่า"ข้าประชาชน-civil servant "  นายพลอเมริกาเดินบนถนนในประเทศอเมริกา เหมือนหมาเชื่องๆที่ต้องมีปลอกคอและเชือกผูก(เป็นกฏหมาย) และมีเจ้าของคือประชาชนผู้ถือสายเชือกดึงและสั่งให้เดินไปทางไหน ไม่ใช่ที่กลาแลนด์ที่หมาพวกนี้เข้ามาครองประเทศ โอหังอลังการณ์ตามสันดานของสัตว์เดรัชฉาน ให้สัมภาษณ์พูดจากับนักข่าวซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน เหมือนมันสำราก โขกสับ จะกัดไปทุกคนที่ถามอะไรมันไม่พอใจ ทุเรศที่ได้เห็นภาพและได้ยินเสียงหมาพวกนี้ออกทีวี และจะไม่ฟังหรือเห็นภาพพวกมันอีกต่อไป จนกว่าวันพิพากษาของแผ่นดินจะมาถึง


โปรดถามตัวเองว่า ถึงเวลาที่จะปกครองตัวเองได้แล้วยัง? จะช่วยกันร่วมปลดเอาแอกออกจากคอและมีอิสระ เสรีภาพเมื่อไหร่ ?

เผด็จการใกล้พินาศแล้ว เราควรเริ่มรวมตัวจัดตั้งกันเอง รวมเป็นกลุ่มเตรียมสู้เถิดพี่น้อง  อีกไม่นานเกินรอเราจะมีองค์การนำ เลือกกันท่ามกลางพวกเราคนรากหญ้า แม้ขณะนี้กำลังแตกแยกกัน เราจะทำให้เกิดการร่วมกันต่อสู้ เป็นกลุ่มก้อนที่มีพลัง เหมือนตอนนายพลจางซูเหลียง(Zhang Xuelliang) จัดการให้เจียงไคเชค(Chiang Kai-shek)ขุนศึกใหญ่ของก๊กมินตั๋ง(Koumintang) ต้องจับมือกับหัวหน้าคอมมิวนิสต์เมาเซตุงซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาต รบกันมานาน ได้ร่วมกำลังกันขับไล่ศัตรูที่รุกรานประเทศคือจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่สอง...นายพลจางซูเหลียงผู้คิดสูตรสำเร็จนี้ได้ ถูกนำตัวอพยพไปเกาะไต้หวันตามเจียงไคเชคในฐานะนักโทษที่ต้องกักบริเวณในบ้าน(house-arrested) เหตุการณ์ผ่านร้อนหนาวและการเปลี่ยนเเปลงมาหลายสิบปี  ในที่สุดเขาก็สิ้นชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดที่รัฐฮาวาย บ้านริมทะเล เมื่ออายุได้ 101 ปี  คนจีนทุกฝ่ายยกย่องนายพลจาง ซูเหลียงผู้นี้ตลอดกาล

เรากำลังหาทางกันอยู่ว่าจะจัดตั้งเลือกบุคคลเข้ามาบริหารพรรคปฏิวัติ(หรือองค์การปฏิวัติไทย)ชุดแรกอย่างไร? วางกฏเกณฑ์ธรรมนูญการปกครอง(Provisional Government Statute)อย่างสั้นกระทัดรัด การประกาศนโยบาย(mission)  โดยพยายามถอดแบบคล้ายคลึงกับสภาคองเกรสของอเมริกา(The Continental Congress)ตอนประกาศปลดแอกตัวเองเป็นอิสระ(July 4, 1776 - The Declaration of Independence) ฃึ่งสภาและสมาชิคต้องจัดสรรและจัดหางบประมาณ และช่วยจัดตั้งกองกำลังให้ท่านนายพลจ้อร์จ วอชิงตัน จะเห็นได้ว่าวันประกาศอิสระภาพวันนั้น นายพลวอร์ชิงตันไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่วุ่นอยู่กับการจัดการเรื่องกองทหาร เตรียมรับมือกับทหารอังกฤษด่วนทันที ต่อมาสภาคองเกรสซึ่งกลายเป็นสภาและองค์การปฏิวัติ ได้จัดส่งตัวแทนออกไปทั่วยุโรปขอกู้เงินช่วยการปฏิวัติ เช่นทอม้ส เจฟเฟอร์สัน จอห์น อาดัมส์ และ เบนจามิน แฟรงค์ลิน ไปสำนักเซ้นเจมส์ของอังกฤษ และสำนักฝรั่งเศส รัสเซีย ฯลฯ และเมื่อวอร์ชิงตันได้ชัยชนะครั้งแรกที่เมืองเทรนตัน นิวเจอร์ซี่ และตามมาครั้งที่สองและสาม ประเทศเนเทอร์แลนด์ประกาศให้ยืมเงินเป็นประเทศแรก และต่อมาได้รับจากฝรั่งเศส และอีกหลายแห่ง ทั้งๆที่ตอนนั้นกองกำลังของอเมริกายังเป็นลักษณะรูปกองโจรอยู่เลย และไม่มีประเทศสังกัด ซึ่งปัจจุบันนี้คือ"ผู้ก่อการร้าย"นั่นเอง
....หรือจะเอาแบบอินเดีย แบบฝรั่งเศส รัสเซีย จีน คิวบา ทิเบต ฯลฯ เพื่อนๆคนรากหญ้าลองมาช่วยกันคิดดูกัน เราจะทับย้อนรอยประวัติศาสตร์บางส่วนของประวัติศาสตร์อเมริกา และความเป็น"ดวงใจวีระบุรุษ"ของพวกผู้นำเวียตนาม...ก็คงไม่ผิดกติกาอันใดกระมัง?
และที่ขาดไม่ได้คือแบบเวียตนามที่โดดเด่น ที่ผุ้นำของเขาล้วนอุทิศชีวิตเพื่อชาติและประชาชน ไม่เคยคำนึงถึงตัวเองแม้สักคนเดียว พวกเขาจึงไม่เคยพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะตัวใหญ่ แข็งแรงพลังมากขนาดไหน เขาไม่ย่นย่อที่จะสู้ พวกเขาเคยชนะกองทัพของกุบไลข่าน ฝรั่งเศสนักล่าอาณานิคมผู้ขาดความปราณีใดๆ ทหารญี่ปุ่นที่เหี้ยมโหด และมหาอำนาจอเมริกาจักรพรรดิ์นิยมยุคใหม่ที่คิดว่าตัวเก่งที่สุดในโลก  และล่าสุดเขาเอาชนะ"สงครามสั่งสอน-Teach a Lesson War"ปี 1979 ที่ทหารจีนพ่ายยับเยินเมื่อบุกเวียตนาม จนศพล้นสุสานทางใต้ของจีนเกือบทุกแห่ง ปรากฏกลับกัน เวียตนามสั่งสอนจีนต่างหาก......ข้าศึกทั้งหลายล้วนถูกกองกำลังปฏิวัติเวียตนาม ได้สอนมวยให้อย่างสะบักสะบอม ต้องเสียหน้า หน้าแหก หมอแทบไม่รับเย็บ เสียมวยมาแล้วทั้งนั้น.....ไม่มีใครทั้งโลกไม่รู้จักนักสู้ชาวเวียตนาม.....ตรงกันข้าม ไม่มีใครไม่รู้จักทหารจปร.ไทยที่ร่วมกับกษ้ตริย์ไทย หาแดกอยู่กับการยึดอำนาจประชาชน ซื้ออาวุธมากมายกินค่า"หมาแดก"เลี้ยงตัว แล้วใช้อาวุธไว้ฆ่าประชาชนของตัวเอง...ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามา 20 ครั้งแล้วในรอบ 73 ปีมานี้
...ตื่นเถิดเพื่อนไท....ดูก่อนเพื่อนไทที่รัก  เราเองเคยรบชนะเวียตนามมาก่อนสองสามครั้งนะ ลูกหลานพระเจ้าตากสินไม่ได้ด้อยกว่าใครทั้งนั้นในภูมิภาคนี้ เราเพียงแต่ต้องมนต์ร้ายจากภูมิพลมหิดล ซึ่งสกดเราได้เพียงชั่วคราว มา 73 ปี.. บัดนี้ความชั่วร้ายสามานย์ที่มันผูกทำครอบเราไว้  มันถูกสวรรค์สาปให้เสื่อมถอย แม้เมียมันจอมเหี้ยมโหดที่ยังมีชีวิตอยู่ มีวันเกิดวันนี้(12สิงหาคม) ไม่มีใครพูดถึงวันแม่แห่งชาติอีกต่อไป และหล่อนก็ถูกสาปให้เป็นบ้าเสียสติไปแล้ว และโดยสวรรค์ได้ประทานมอบอาวุธดิจิตอล และ 4.0 เอไอ มาช่วยเปิดตาเราที่พิการให้พบแสงสว่าง พิษคุณไสยมนต์ดำของมันจึงหมดอิทธิฤทธิพิษสงอีกต่อไป และผลกรรมจะแว้งตีกลับไปทำลายพวกมันจนหมดสิ้นไปจากแผ่นดินนี้ เราแจ้งแล้ว ตาสว่างหมดแล้ว
..ลุกขึ้นเถิด จงลุกขึ้นยามที่พวกมันกำลังทะเลาะกัน และอ่อนแอที่สุด เราจะร่วมกันต่อสู้อีกครั้ง..ครั้งนี้เพื่อเราจะได้ปกครองตัวเราเอง และให้เป็นอนุสรณ์แก่ลูกหลานของเรา ให้มีชีวิตใหม่ที่มีอิสระ มีเสรีภาพ ความเสมอภาค ชึวิตต้องมีความหวังกันทั่วแผ่นดิน และให้มีประชาธิปไตย ยั่งยืนยงถาวรตลอดกาล
ความหวังเรื่องเลือกตั้งหรือ? เป็นเรื่องไร้สาระ คงโดนพวกทหารโจรจปร.กลุ่มนี้หลอกอีก เลือกเข้ามามันก็ไม่ให้เป็นรบ. หรือหาทุกเรื่องอ้างยึดอำนาจอีก เป็นมามายี่สิบครั้งแล้ว.....86 ปีมาแล้วน่าจะคิดได้ว่าควร"พอกันที" หาทางใหม่เถิด อย่าเสียเวลาหลงกลไปฟังพวกมันต่ออีกเลย
เสรีภาพ และอิสระภาพนั้นมีค่าราคา มิได้มาจากการร้องหรือขอ หรือสู้อย่างดุเดือดอยู่กันแต่หลังไมค์....แต่ได้มาจากการต่อสู้ เลือดแลกเลือด ชีวิตแลกชีวิต

นักปฏิวัติคือใคร??

Last edited by ปาปียอง (August 13, 2018 5:37 PM)

Offline

#31 August 22, 2018 12:40 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

การต่อสู้ของนักปฏิวัติไทยกำลังดุเดือดเผ็ดร้อนก่อนการเลือกตั้ง

มาถึงจุดนี้เพื่อนคนรากหญ้าจะได้เห็นชัดขึ้นว่า ขณะนี้ท่ามกลางนักต่อสู้หลังไมค์อันดุเดือด ให้รู้จุดยืนว่า"ไผเป็นไผ" จะไม่เอาเครือข่ายงานการสื่อสารมหึมาของฝ่ายทักษิณมาลงเป็นความได้เปรียบมากมาย ก็หยิบยกเอาเพียงสองความเห็นที่สำคัญ ของสองฝ่ายที่มีความเห็นตรงกันข้ามกันอย่างรุนแรง ที่การต่อสู้ในแนวทางปฏิวัติไทย(หลังไมค์)กำลังงวดลงให้เห็นได้ชัด ความเป็นปฏิปักษ์การปฏิวัติทางความคิด เรื่องจะเอาเจ้า-อวยเจ้า หรือพวกมุ่งหวังว่าจะต้องทำลายเจ้าเป็นเป้าหมายหลักอย่างเดียว จะมีต่ออีกนาน ส่วนผลและความเผ็ดมันส์นั้น  ก็ย่อมอยู่ในความทรงจำและดุลยพินิจของเพื่อนผู้ชม...จะเห็นกันได้เอง   

ลองหลับตาล่วงหน้าหลังเลือกตั้งแล้ว ว่ามันจะมีผลออกมาได้มากมายอย่างไร และทุกอย่างจะนำไปสู่ความอาฆาตมาดร้ายจากทุกฝ่าย ความวุ่นวายที่จะมีมา ก็คงหนีการต่อสู้แบบสงครามกลางเมือง ดูเหมือนเราจะหนีกันไม่พ้นเสียแล้ว
เพื่อนๆควรเตรียมตัวและเตรียมใจไว้เถิด ข้าวจะยาก หมากจะแพง ความทุกข์ระทมจะหนักอย่างสาห้ส...เกิดทั่วแผ่นดิน
.....เรายังไม่ได้ลงมือสู้เพื่อการปฏิวัติ ที่จะต้องได้มาด้วยการจับอาวุธ_ต่อสู้จริงเลย เราก็วอดวายด้วยน้ำลายพวกกันเอง...เกินประมาณเสียแล้ว

การต่อสู้ทางน้ำลายแบบไทยๆจะไม่มีการจบลง และคงอีกหลายชั่วอายุคน ยังคงเป็นข้าทาสในเรือนเบี้ยของกษัตริย์และทหารจปร.ไทย เพราะยังขืนเชื่อพวกนักปฏิวัติศรีธนนชัยหลังไมค์  จนกว่าจะคิดตีฝ่าวงล้อมความเน่าเหม็นจากแรงโฆษณาชวนเชื่อ ไปรวมตัวกู้ชาติใหม่ที่จันทบุรี และรวบรวมกำลังมาสู้กู้ชาติใหม่ อย่างเช่นกรณีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และกลุ่มคนดีศรีอยุธยาสมัยนั้น จนสำเร็จ...... เพราะมีการคิดใหม่ ทำใหม่ ต้องหนีจากความล่มจมพ่ายแพ้ไปสร้างกองกำลังใหม่ เพื่อการต่อสู้ใหม่ นั่นคือการปฏิวัติกู้ชาติ โดยปลดแอกตัวเองจากข้าศึก
... หากกลุ่มไหนคิดพ่ายแพ้มาจากในมุ้ง ไม่กล้าคิดจะจับอาวุธสู้  ซึ่งเป็นของจริงในการปฏิวัติในโลกเขาทำกัน.... ก็จะมีส่วนทำให้เรา ก็คงต้องตกเป็นทาสพวกมันตลอดไป

ดูตัวอย่างพวกไอซิส(ISIS) เขาทำได้ในชั่วเวลาอันสั้นมาก หลังจุติเพียงไม่กี่เดือน เขาจัดกองกำลังอันแข็งแกร่ง ยึดพื้นที่จำนวนมากได้สำเร็จ จนโลกต้องงุนงงในความสามารถ  เขาพ่ายแพ้ตอนหลัง เพราะเขามีแต่อุดมการณ์อันโหดร้ายเป็นอธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ศาสนาหรือนิกายอื่น
...และอย่าดูตัวอย่างพคท.ที่พ่ายแพ้เพราะจีนทรยศเป็นเรื่องหลัก และบ้าทฤษฏีเมาเซตุงเกินไป ไม่ยอมรับพวกนศ.ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น ร่วมกันสร้างให้กลายเป็นพลังมหึมา นิสัยชอบปิดลับขาดความคล่องตัว เล่นพรรคเล่นพวก เช้าชามเย็นชาม ไม่รีบทำการให้เกิดแตกหัก โทษนั่นโทษนี่ ทำตัวไม่พร้อมเข้าหักหาญ  สารพัดปัญหา ฯลฯ ก็เลยแพ้ภูมิพล ทั้งๆที่ตอนนั้นอเมริกาถอนความช่วยเหลือฝ่ายรบ.ออกไปแล้ว พคท.ไม่มีขีดความสามารถทางต่างประเทศ พลิกกลับไปหาเวียตนามหรือรัสเซีย หรือแม้แต่ต่อรองกับอเมริกา ไม่ฉลาดพอเหมือนโฮจิมินห์ ที่เอาทุกทางให้ช่วยเหลือผ่านโคมินเทอร์น(COMINTERN) และเป็นผู้นำที่ใช้การปรองดอง(compromise) ประกอบกำลังให้เกิดสามัคคึ และ"เพื่อชาติอย่างแท้จริง"  โลกตะวันตกให้คะแนนว่าโฮจิมินห์ที่แท้เป็นคนชาตินิยม(nationalist)จัด มากกว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ที่จุดมุ่งหมายสูงสุดของเขา"เพื่อชาติเท่านั้น"  คนไทยแม้ทักษิณก็ไม่มีคุณสมบัติอันนี้ ห่างไกลจากการเป็นนักปฏิวัติอุดมการณ์สากลอย่างเทียบกันสักกระผีกริ้นไม่ได้ ทักษิณเป็นได้แค่นักธุระกิจ ที่คิดถึงกระเป๋าและผลประโยชน์ตัวเองและพรรคพวกเท่านั้น
....ส่วนทฏษฏีสู้ไปกราบไป และการอวยเจ้าของทักษิณนั้น  เป็นเพียงเรื่องตลกแห่งยุค เอาไว้ขบขันกันเล่น ที่ประเทศเพื่อนบ้านใชัเปรียบเปรยว่าเป็น"ไทยทอล์ค"(ลิ้นหลายแฉก)นั่นเอง  เจ้าเขาก็รู้ดี แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้ เพราะเจ้ายึดเงินทักษิณเอาไว้มากมาย และทรัพย์สิน-ลูกเมีย ก็ยังคงเป็นตัวประกัน วางมัดจำอยู่ในกลาแลนด์ตลอดมา...นั่นคือสาเหตุที่แท้จริง

...โปรดพึงพอใจ....และเพลิดเพลิน(enjoy)กับการด่าต่อกันไปเถิด เพราะมวลชนได้รู้ความจริงที่ไม่เคยระแคะระคายเพิ่มขึ้นอีกมากมาย   ก็ดีเหมือนกัน แต่อย่าเผลอนะ คนตัวเล็กๆอย่างคุณสุกิจ ทรัพย์เอนกสันติอาจแย่งมวลชนพพท.และฝ่ายทักษิณไปหมดก็ได้ ประมาทกันไม่ได้   คุณสุกิจอาจจะได้รับเลือกตั้งอย่างล้นหลาม และกลายเป็นปธน.คนใหม่ของกลาแลนด์ก็อาจเป็นได้  แต่คงต้องรอถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆ เพราะทหารจปร.ไทยผู้ถือปืน จำนวนมากมาย ไม่มีวันเปิดโอกาสให้คุณสุกิจและอ.สุรชัยผู้คมคาย ที่ถือเพียงไมค์ปลุกระดมอย่างเดียว   จะทำได้เด็ดขาด ....ก็ต้องพากันปลุกระดมกันนอกประเทศไปจนสิ้นอายุขัย.... หรือหมดแรงเลิกรากันไป ...แค่นั้นเอง

นักปฏิวัติไทผู้มีมโนธรรมพร้อมเสียสละเพื่อชาติมีจริง มีจำนวนมากมาย อีกไม่นานเพื่อนรากหญ้าจะได้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง... และเป็นคนรากหญ้าใกล้ๆ ที่คุณรู้จักคุ้นเคยนั่นเอง
...และอาจนำโดยกลุ่มสตรีไทผู้กล้าหาญ เข้มแข็งในอุดมการณ์ปฏิวัติไม่เคยเปลี่ยนแปลง... ที่เสียสละแล้วทุกสิ่งอย่างในชีวิต เพื่อนำประเทศไปเป็นสาธารณะรัฐ...เพื่อความเป็นไทของมวลมิตรผู้ทุกข์ยากเยี่ยงทาสทั่วประเทศ.....และคงไม่ด้อยกว่าท่านอองซานซูคะยีของพม่า ในยามคนพม่าทั่วประเทศสุดมืดมนสนิท!!

....นักปฏิวัติไทคือใคร?....
 

Last edited by ปาปียอง (August 24, 2018 12:17 PM)

Offline

#32 August 24, 2018 10:39 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 8,332

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

clapping.gif

Offline

#33 August 26, 2018 4:29 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

บทเรียนจากพม่า

บทเรียนจากป้าอองซานซุคยี หากเป็น"ชีวิตของแมวมีนั้นเพียงเจ็ดชาติ" แต่โศรกนาฏกรรม(tragedies)ของคนพม่า และชีวิตการต่อสู้ของมหาสตรีท่านนี้มีมากกว่าเจ็ดกระบวนความ แม้ตอนนี้ป้าตกอับจน ตกเป็นจำเลยพวก"ทหาร"พม่าที่สุดเจ้าเล่ห์แสนกล ตกเป็นเชลยให้พวกทหารใช้ชูบังหน้าให้เป็นรัฐบาล แต่แท้จริงบังคับบัญชาให้ต้องทำตาม ดิ้นไม่หลุด เป็นผลงานคลาสสิคที่ทหารพม่าคิดขึ้นมาควบคุมนักการเมือง และนักกระหายประชาธิปไตยที่บ้าคลั่งในพม่า โดยเฉพาะป้าอองซาน ซูคะยีผู้นำอุดมการณ์ที่เข้มแข็งขนาดชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ รวมทั้งพรรคเอ็นแอลดี(NLD)ได้ ในเรื่องที่รัฐบาลพม่า ยอมให้พวกทหารเข้าทำลาย เข้าถอนรากถอนโคนคนโรฮิงยา(Rohingya) ชนกลุ่มน้อยในพม่าที่เป็นมุสลิม โดยเผาหมู่บ้าน ข่มขืนและยิงฆ่ากันอย่างเอิกเกริกอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีๆ ผู้คนโรฮิงยาบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ ต้องอพยพหลบหนีความตายอย่างสุดทารุณโหดร้าย เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เป็นประวัติศาสตร์โลกครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พวกทหารพม่าไม่ให้คนโรฺฮิงยามีที่อยู่บนผืนดินพม่าอีก ทั่วโลกต้องคร่ำครวญร้องไห้ไปด้วย ที่พวกทหารกระทำทารุณกรรมต่อมนุษย์เผ่านี้ โดยรัฐบาลแทบไม่ได้ห้ามปราม ต้องหนีตายออกจากแผ่นดินบ้านตัวเองคือรัฐยะไข่ในพม่า สู่ประเทศเพื่อนบ้านคือบังคลาเทศที่มีพื้นดินต่อกัน และทางทะเลสู่กลาแลนด์ มาเลเซียกับอินโดนีเซีย(มุสลิมด้วบกัน)  เกาะศรีลังกา และออสเตรเลีย และจำนวนยิบมือสู่อเมริกา และยุโรป ถูกถอนรากและโคนจากแผ่นดินพม่า
ช่างเหมือนกับพวกม้ง(Hmong - Meo)หรือทีเรียกว่าแม้วในไทย ผู้ประสพชะตากรรมในลาวอย่างสุดสาหัส หลังคอมมิวนิสต์ยึดครองประเทศเช่นกัน แม้วได้กลายเป็นชนกลุ่มน้อยที่อเมริกาได้โอบอุ้ม ฟูมฟัก จนขณะนี้เผ่าม้งในอเมริกาได้คิดภาษาของตัวเองได้สำเร็จ หลังจากตั้งหลักรวมเผ่าตัวเองได้เพียงสามสี่ปีในอเมริกา นำโดยตระกูล"วัง"หรือ"ว่าง" คือว่างกาวว่าง(Vang Kao Vang)เป็นหัวหน้า(หลานนายพลวังปาว)  ดร.ว่างยี(Dr. Vang Yee-ต่อมาเป็นนายแพทย์) จงมั่วว่าง (Chong Moua Vang) โดยประสานงานกับดร.ยาง ดาว(Dr. Yang Dao) ผู้มีปริญญาเอกทางการศึกษาจากโลกตะวันตกคนแรกของเผ่าม้ง และผู้รู้คนเฒ่าคนแก่ของม้งอีกหลายท่าน โดยมีศูนย์เริ่มเปิดสอนและประดิษฐ์ภาษาให้เด็กๆวันละหนึ่งชั่วโมง ที่หมู่บ้านที่โพล์ค สตรีต(Polk Street) เมืองซาคราเมนโตในเวลาเดียวกันคนม้งช่วยผลักดันลูกๆให้มีการศึกษา(ฟรี-ฐานะคนอพยพ)เป็นที่ตั้ง จนมีคนมังรุ่นสอง-สามมีการศึกษาขั้นปริญญาเอกมากมาย เช่นดร.มีมัว(Dr. Mee Moua) เป็นวุฒิสมาชิกหญิงของรัฐมิเนโซต้า(Minnesota) ซึ่งว่ายน้ำข้ามแม่โขงกับครอบครัวจากเขตเชียงขวาง ใกล้ทุ่งไหหินเมื่ออายุห้าขวบ(1978) และอีกตัวอย่างหนึ่ง "ตั้ววือ"เด็กกำพร้าสิบขวบ ที่พ่อตายในสงคราม รับใช้ขัดรองเท้า และซักเสื้อผ้าให้คนไทยกับญาติที่เป็นกะเทยชื่อ"เชย"ที่ล่องแจ้ง บัดนี้เป็นมหาเศรษฐีในอเมริกา ฯลฯ ขณะนี้คนม้งมีช่องทีวีของพวกเขาหลายช่อง รายการครึกครื้น และหลายรสชาด ต่อยอดด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่นับพันปีในรูปเพลง ดนตรี(ซึ่งคนม้งรักเป็นชีวิตจิตใจ) การละเล่น ฯลฯ ม้งที่ทั้งไทย ลาว พม่า และจีนเคยดูถูกดูแคลนว่าเป็นคนป่าเขา  ได้จุติเกิดขึ้นในโลกศิวิลัยและมีชีวิตใหม่ในอเมริกา ประสบความสำเร็จในชีวิตในทุกทาง เทียบเท่าพลเมืองทุกคนในอเมริกา และจะมีผลต่อโลกอย่างสำคัญต่อไป

https://en.wikipedia.org/wiki/Mee_Moua

https://www.bbc.com/thai/thailand-41236167 

https://today.line.me/TH/pc/article/%E0 … %88-yZNGBE

http://news.sanook.com/1805646/  (เริ่มจากนาทีที่ 42:00 ซึ่งปธน.โอบาม่าใช้เวลาตอบประมาณ 6 นาที ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากมาก...แต่ในที่สุดปธน.โอบาม่าล้มเหลวที่จะให้พวกทหารพม่าแก้รัฐธรรมนูญ ให้อองซานซูคะยีได้เป็นปธน.ของพม่า เป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ในทางการทูดของอเมริกาต่อนโยบายพม่า เรื่องของคนโรฮิงยาจึงถูกทำลายอย่างเหี้ยมโหดในที่สุดขณะนี้)

หันกลับมาเรื่องความตกระกำลำบากต่อสายตาโลกของป้าอองซาน ซูคะยี ซึ่งกำลังหมดศักดิ์ศรีที่เคยต่อสู้เพื่ออิสรภาพ(freedom fighter)แด่มนุษย์ชนและเพื่อคนพม่า จนได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ(Nobel Peace Prize)และอีกหลายรางวัลสำคัญจากโลกตะวันตก กลับถูกประนามว่าต้องรับผิดชอบ ในการฆ่าล้างโฆตรพวกโรฮิงยา เพราะเป็นผู้นำของรัฐบาลพม่า หรือเป็นผู้นำตัวจริง(de facto leader)  ได้ถูกคนอังกฤษและคนยุโรปเรียกร้องผ่านสื่อมวลชนแมสมีเดีย ให้คืนรางวัลโนเบลและอีกหลายรางวัลจากกลุ่มพิทักษ์มนุษย์ชนเสีย เพราะรบ.พม่าไม่ขัดขวางการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อคนโรฮิงยา ที่อยู่บนผืนแผ่นดินนั้นมาตั้งแต่ศรรษวัตทีแปด และขณะนี้ตัวปธน.พลเรือนคนแรกของพม่า ทิน จอ(President Htin Kyaw) ซึ่งเป็นเพื่อนรัก วิ่งเล่นมาด้วยกันกับป้าซูคะยีมาแต่เด็ก เป็นประธานมูลนิธิมารดา(Khin Kyi Foundation)ของป้า และเป็นคนหนึ่งที่ก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี(NLD) และนำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้คนพม่ารุ่นแรกๆ ก็ขอลาออกจากตำแหน่งปธน.  อ้างสุขภาพทรุดโทรม น้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็ว แต่แท้จริงแล้วก็เรื่องการฆ่าล้างผลาญโรฮิงยา และไม่สามารถจะหยุดยั้งพวกทหารพม่าจอมกะล่อนเต็มไปด้วยเล่ห์กลได้นั่นเอง เพราะรัฐธรรมนูญพม่านั้นห้ามรบ.แตะต้องเรื่องกระทรวงกลาโหม มหาดไทย และกระทรวงป้องกันชายแดน ซึ่งล้วนเป็นผู้ถืออาวุธปีนทั้งประเทศนั่นเอง

นี่คือบทเรียนอันมืค่าและเห็นได้ชัดว่าพลเรือนที่ไม่เหี้ยมหาญพอ ที่กล้าเด็ดปีกกำจัดพวกทหารอย่างเหมือนเกาหลี ตูรกี    และอีกหลายชาติที่ต้องตกอยู่ในมือทหารอีกครั้งแล้วครั้งเล่าเสมอมา  เช่นจีนตอนดร.ซุนยัดเซ็นต้องหนีนายพลยวนซีไข หลังปฏิวัติเสร็จอยู่ในตำแหน่งได้เพียงสามเดือน ก็ต้องหนีตายจากทหารยวนซีไข และล่าสุดคือพวกอาหรับสะปริง(Arab Spring) เห็นได้ชัดในอียิปห์ที่ประชาชนชนะขับไล่ปธน.โฮสนี่ มูบารัคได้แล้ว พวกทหารกลับยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามา และจับปธน. โมฮ้มหมัด โมซี่ขังคุกมาจนปัจจุบัน

ส่วนของพม่าน ั้นเก่งกว่าหลายเท่า มีการปล่อยป้าอองซาน ซูคะยีออกมาและยอมให้ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ให้จัดตั้งรบ.ได้ แต่ตราไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยรบ.พลเรือนจะแตะต้องการปฏิบัติการทางทหารไม่ได้เลย แถมไม่ให้ปธน.มีสามีและลูกเป็นคนต่างชาติ ป้าซูคะยีจึงขึ้นเป็นปธน.ของพม่าไม่ได้ ต้องพากษ์อยู่หลังตู้เย็น และคุมกระทรวงที่ถืออาวุธไม่ได้เด็ดขาด ช่างเหมือนป้าโดนติดคุกเช่นเดิมนั่นเอง  เมื่อเกิดเรื่องฆ่าหมู่พวกโรฮิงยาเกิดขึ้นล่าสุดขนานใหญ่อีกครั้ง ชื่อเสียงของป้าและรบ.พลเรือนเอ็นแอลดี(NLD-Nation Leaque for Democracy)ก็ถูกตอน พังพินาศ ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องฟังและโดนกำกับอย่างใกลัชิดตามแต่พวกทหารจะบอกให้ทำ  มันช้ำอกเหมือนตกตาล ...ป้าอยู่ในสภาพที่ทหารควบคุมไว้เหมือนเดิม ไม่ได้ต่างใดๆกับการจองจำคนพม่าให้อยู่ใต้อำนาจทหารเหมือนตั้งแต่ปี(1962) คือ 56 ปีมาแล้ว นี่แหละฤทธิ์เดชทหารเขาละ และหน.ทหารนายพลเอก มิน อองเลียง นัยว่าเป็นลูกป๋าเปรมสี่เสาคนหนึ่งเหมือนกัน
....ส่วนการต่อสู้ในกลาแลนด์นั้นมันยากเป็นสองสามชั้น ยิ่งกว่าในพม่าเสียอีก เพราะเรายังมีกษัตริย์ อำมาตย์ที่เอาน้องสาวอีกกลุ่มต่างหาก แต่กำลังหลอกพี่ชายร.สิบว่าป่วยหนัก ไม่ให้คสช.และทหารเข้าอวยพรวันเกิดปีครบ 98 ปึนี้ เมืองกลาแลนด์นั้นมีแต่ของปลอม ข่าวจริงไม่มี มีแต่ข่าวลือ เป็นการคาดคะเนไปต่างๆนาๆ วันๆต้องเสียเวลาฟังข่าวจากทางโน้นทางนี้ และกำลังเดือดดาลเมื่อชินวัตร ซึ่งมีเครือข่ายบีเอส(BS)ขนาดใหญ่ เข้าลงมาคลุกด้วย  เลยสนุกกันใหญ่ในทางปฏิบัติการด้วยไอโอ(IO) คือศิลปะการตอแหล ในตอแหลแลนด์ การลวงข่าวแบบปัญญา(บัดซบ)ประดิษฐ์กำลังพุ่งสูงสุด ต่างก่นด่า หลอกมึงหลอกกู กล่าวหากันไปมาจนเชื่อใครก็ไม่ได้อีกต่อไป
แต่มองไม่เห็นทางออกอะไรจะช่วยท่านทักษิณได้เลย เพราะรัฐบาลทั้งสี่รัฐบาลของท่าน ล้วนถูกทำลายโดยกษัตริย์และอำมาตย์มา 11 ปีมาแล้ว ...แล้วท่านอ้างว่ายังคงจงรักภักดีต่อเจ้าตลอดไปอีกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
พวกเสื้อแดงและชาวรากหญ้า กำลังรออยู่ว่าท่าน(ซึ่งเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย) จะเลือกใครนำทัพเป็นหน.พรรค สู้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ?   บ้างก็เตรียมจอบและเสียมไว้แล้ว หากเลือกเจ๊แดงหรือเจ๊ดำ หรือสมาชิกในตระกูลชินวัตรอีก
......ก็จะได้เตรียมฝังระบบสืบทอดทางการเมือง(political dynasty) ให้พร้อมๆกัน  ทั้งเจ้าของและลูกพรรค...หมดเรื่องหมดราวความวุ่นวายจากชินว้ตรกันเสียที

เพื่อนรากหญ้าอย่าลืมบทเรียนจากพม่าเป็นอันขาด หากเราไม่มีกองกำลังของตัวเอง จะเลือกตั้งกี่ทีกี่ครั้ง เราก็มิสารถปลดแอกจากคอตัวเองได้ และตกอยู่ในสภาพทาสในเรือนเบี้ยของกษัตริย์ และเป็นทาสพวกทหารตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง

....รบเถิดอรชุน

Last edited by ปาปียอง (August 28, 2018 11:53 AM)

Offline

#34 August 30, 2018 2:01 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,218

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

เมื่อโลกลืมตาสว่าง

ต้องขออภัยที่ต้องทำการอับเดทหลายครั้ง ในกระทู้บทเรียนจากพม่า เขียนอย่างไรก็ยังไม่ค่อยจุใจในเนื้อหาตามกรอบเวลาและความรู้ที่พอมี และหวังจะนำทางความคิดและเป็นข้อโต้แย้ง ต่อนักสู้และนักปฏิวัติเพื่อสิทธิมนุษย์ชนทุกแห่งในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งมักอ้างต่อหลักอหิงสา ของท่านมหาตมะคานธีผู้กู้ชาติอินเดียมาใช้ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งหนึ่ง ที่ทำให้มหาอำนาจยุโรป ที่มีอาณานิคมทั่วโลกเช่นประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เสปญ ปอตุกอล อิตาลี เยอรมัน และ เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ เขาทำกันในยุคนั้น
...แต่เราไม่สามารถใช้หลัก"อหิงสา"ที่สุดสวยงามแบบโบราณ ต่อกรณีย์อาการป่วยไข้ที่รุนแรงและเรื้อรังของเราได้  เราควรแสวงหาวิธีรักษาแนวการแพทย์สมัยใหม่ คือ"การผ่าตัด" เพื่อช่วยชีวิตเราที่ตกอยู่ในช่วงสาหัสฉกรรจ์ขณะนี้เท่านั้น อหิงสาเป็นเพียงข้ออ้างให้ดูดี และยอมแพ้แก่พวกทรราช ซึ่งเราใช้แก้ตัวแทนความ"ขลาด"ของเรามานมนาน เลิกคิดเสียเถิด....จงมุ่งสู่การผ่าตัดอย่างเดียว อย่ากลัวเสียเลือด.. ต้องเสียเลือดตัดเนื้อร้ายออกไปก่อน จึงจะได้ชีวิตใหม่คืนมา...WAR AND THEN PEACE...ทางเก่าแบบร้องขออิสรภาพ อหิงสาไม่ให้ความร่วมมือ หลบลี้หนีหน้า หรือรอความเมตตากรุณาจากพวกมัน รับรองว่าไม่มีผล ย่อมเป็นไปไม่ได้ และหากเราไม่ใช้วิธีทำลายมันอย่างเด็ดขาดฉับพลัน เด็ดเดี่ยว รอต่อไปไม่ได้อีก มิฉะนั้นเราก็คงสิ้นหวัง และจะตกเป็นทาสมันตลอดไป
ในกรณีย์เนเธอร์แลนด์หรือพวกดัทช์กระทำกับคนอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นต้นแบบอาณานิคมดั้งเดิมเจ้าแรกๆ โดยเอาดินแดนและผู้คน 17,000 เกาะของอินโดนีเซียเป็นทาสตัวเองมาถึง 425 ปี ซึ่งเป็นเวลายาวมาก เป็นสถิติสูงสุดของความเป็นทาสในประวัติศาสตร์โลก จนกระทั่งมหาบุรุษอิเหนาชื่อซูกาโนได้จุติกำเนิดมา มหัศจรรย์ที่เกิดพร้อมกันในวันเดียวกันกับภูเขาไฟในเกาะสุมาตราระเบิดอย่างสนั่นหวั่นไหว ซูกาโนผู้นี้เองเป็นผู้นำปลดปล่อยอินโดนีเซียให้มีอิสรภาพ  โดยประจวบเหมาะกับสงครามโลก ที่มหาอำนาจญี่ปุ่นเข้ามายึดประเทศ และช่วยขับไล่จับกุมถอนรากถอนโคนพวกดัทช์ หมดอำนาจความเป็นนายทาสต่อคนอินโดนีเซียอีกต่อไป อินโดนีเซียจึงไดัรับอิสรภาพ   ต่อมาเกิดสงครามระหว่างอินเดียกับปากีสถาน บังคลาเทศจึงกลายเป็นประเทศใหม่  แยกตัวออกมาจากการเป็นปากีสถานตะวันออก และช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้น มีหลายกรณีย์ที่มีชาติเกิดใหม่มากมาย หลายประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้กลายเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ มีระบอบประชาธิปไตยปกครองประเทศ เจริญรุดหน้าเป็นประเทศล้ำหน้าในปัจจุบัน..อย่างแทบไม่น่าเชื่อ
สงครามโลกครั้งที่สองนี้ ทำให้เกิดชาติใหม่และเก่า ที่ต้องดิ้นรนเพื่อเป้นอิสรภาพเพื่อความเป็นไท จากแอกความเป็นทาสของฝรั่งยุโรป เริ่มจากอินเดีย พม่า ลาว เวียตนาม เขมร อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกิดสิงค์โปร์ เกิดไต้หวัน อะไรอีกเยอะแยะ เพราะอเมริกาซึ่งกลายเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลก ผู้ตัวเองก็เคยเป็นอาณานิคมในบังคับของอังกฤษ ผู้คนบูชาสิทธิมนุษย์ชน รักและบูซาความเป็นอิสระและเสรีภาพ ร่วมกันต่อสู้ปลดแอกตัวเองจากสงครามปฏิวัติที่อาบเลือดมาห้าปี จนชนะอังกฤษได้โดยเด็ดขาด  อเมริกาได้เป็นมหาอำนาจใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นผู้จัดระเบียบของโลกใหม่ ไม่ให้มีลัทธิล่าอาณานิคมในโลกอีกต่อไป โลกจึงได้เปลี่ยนไป
ในอดีตผู้นำในเอเซีย อัฟริกา ตะวันออกกลาง และไม่ค่อยเป็นมิตรกับโลกตะวันตก ย่อมถูกกล่าวถึงในโลกข่าวสารรูปแบบสมัยเก่า ที่ยังเป็นรูปนสพ.และนิตยสาร  พวกเขามองประเทศและผู้นำดังกล่าวเป็นแบบโลกที่สาม ที่ดูแคลนว่าประชากรประเทศนั้นๆยังโง่งมงาย เป็นมนุษย์เพียงจำนวนเสี้ยวแต่ไม่เต็ม ซึ่งเป็นการดูถูกดูแคลนเสมอมา ฉนั้นบุคคลอย่างโฮจิมินห์ เมาเซตุง ซูกาโน สีหนุ เนรูห์ ศิริมาโว บันดรนัยเก อินทิรา สุภานุวงค์ ฯลฯ ล้วนถูกกล่าวในนสพ.ถึงความชั่วร้าย หรือส่วนเสียหาย หรือความป่าเถื่อนอย่างนั้นอย่างนี้  และยากที่จะเอามายกย่อง ยกตัวอย่างเช่นโฮจิมินห์  กว่าสังคมอเมริกันยอมรับและยกย่องอย่างจริงจัง ต้องใช้เวลาผ่านไปหลายศตวรรษหลังสงครามเวียตนาม จนมาถึงยุคดิจิตอลปัจจุบัน ที่ข่าวสารและข้อเท็จจริงเลื่อนไหลไปได้ทุกภาษา ความจริงย่อมหลีกไปไม่พ้นและง่ายต่อการเข้าถึงได้
เมื่อเกิดการปฏิวัติในเรื่องการข่าวสาร โดยเฉพาะในอเมริกาเกิดระหว่างสงครามเวียตนาม ที่มีการพัฒนาเรื่องเตรื่องมือสื่อสาร เช่นวิทยุทีวี และโทรศัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ และเริ่มมีคอมพิวเตอร์พีซี หูตาผู้คนถูกเปิดกว้างขึ้น เกิดมีคำถามว่าอเมริกาไปติดอยู่กับสงครามเวียตนามได้อย่างไร แล้วเกิดการเปิดเผย"เอกสารเพนตากอน-Pentagon Papers" โดยดร.เดเนียล เอลสเบอร์ค(Dr Daniel Ellsberg) ว่าสงครามเกิดมาอย่างไร และต่อมาการประท้วงต่อต้านสงครามเวียตนามเกิดขึ้นทั่วประเทศ มีการยิงนักศึกษาเสียชีวิตและบาดเจ็บที่มหาวิทยาลัยเค้นท์สเตท ที่รัฐโอไฮโอ กระพือความรุนแรงการต่อต้านรุนแรงขึ้น....เรื่องการรุกหนักทางทหารวันตรุษเวียตนาม(Tet Offensive Battle) ที่นายพลทหารอเมริกาอ้างว่าคุมสถานะการณ์สงครามได้แล้ว และกำลังมีชัยชนะ แด่กลับถูกเวียตนามเหนือบุกโจมตีไปทั้งประทศในเวลาพร้อมกัน..และล่าสุดคดีวอเตอร์เกต(Watergate scandal) ที่การสื่อสารสาธารณะตื่นตัวสุดขีด พวกสื่อมวลชนได้เปิดเผยความโหดร้ายที่ทหารอเมริกาทำกับชาวบ้านเวียตนาม อย่างหฤโหด เช่นกรณีบ้านไมลาย แต่รัฐบาลและปธน.นิคสันเอง ออกข่าวโกหกต่อมหาชน และปิดบังเรื่องจริงมากมายมาตลอด นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งการที่ประชาชนบังคับ ให้รัฐบาลต้องถอนกำลังทหารออกจากอินโดจีน และพ่ายแพ้สงครามในที่สุด ซึ่งมีผลตามมาอย่างมากมาย เช่นให้อเมริกามีกฎหมายต้องเปิดเผยความลับ(Declassification Act)ทางทหารและเหตุสำคัญ ในเวลาอันควรต่อมา เพื่อการศึกษา การค้นคว้า เพราะรัฐบาลไม่ควรปิดบังประชาชนได้ทุกเรื่องตลอดไป การใช้ระบบการเรียกตรวจสอบจากสภา(Congressional Hearings) จนท.ของรัฐให้ตอบคำถามที่เคลือบแคลงจากสภาได้ตลอดเวลา ฯลฯ
แต่ไม่ใช่ทุกวันนี้ ที่สวรรค์ได้ประทานทิศทางการเติบโตของมนุษย์ด้วยสิ่งใหม่คือโลกดิจิตอล ที่ทุกคนเข้าถึงความจริงได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านหน้าม้า หรือตัวแทนในรูปใดๆอีกต่อไป
ทำให้เกิดความมั่นคงในระบบชีวิตที่เป็นประชาธิปไตย ว่าคือหนทางชีวิตที่มีความยุติธรรม มีเสรีภาพในเรื่องการเข้าถึงข่าวสาร และการแสดงออกทางความคิดเห็นได้อย่างไม่มีขอบเขต และทำให้มนุษย์มีอิสรภาพ เสรีภาพ ความเสมอภาค และมีความหวังต่อชีวิต ที่จะนำไปสู่ความสุขของชีวิตมากที่สุด

ส่วนของเราขณะนี้เรียกตัวเองว่ากลาแลนด์อย่างเต็มปาก กลับถอยหลังหมดไปสิ้นทุกอย่าง ประเทศเคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีทรัพย์ในดินสินในน้ำ มีแร่ธาตุนานาชนิด ทั้งทองคำ ทองแดง ดีบุก เหล็ก เพชรพลอย รวมทั้งน้ำมันและแก๊สที่เคยโชติช่วงชัชวาล ทำไมจึงเป็นไปได้ขนาดนี้ ใครลองหลับตานึกดูว่าเพียงแค่ 73 ปี เราสุดยากจนและหมดหนทาง ที่จะมีความหวังอะไรต่อชีวิตบนผืนแผ่นดินนี้อีกต่อไป..เป็นไปได้ถึงขนาดนี้ เพราะอะไร?  ไม่กล้าลองถามตัวเองด้วยสามัญสำนึกเลยหรือว่ามันเป็นมาและเป็นได้อย่างไร เพราะใคร? ประเทศจึงฉิบหายตกอับขนาดนี้?.....มันไม่ยากที่จะตอบเลย  ทรัพย์สินในบ้านทั้งประเทศมีแห่งเดียวและจำนวนเดียวในประเทศนี้ คนรวยที่สุดในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ กับอีกสองสามเจ้าสัวเอาไปกินหมด ไม่เหลืออะไรให้ผู้คนทั้งประเทศ ก็เท่านั้นเอง กษัตริย์และเจ้าสัวสามารถใช้คนเฝ้ายาม ถือปืนจำนวนมากคอยบังคับบัญชา จัดระเบียบระบบทาสให้อยู่อย่างโงหัวไม่ขึ้น ล้างสมองแบบผึ้งงานให้พวกนี้ ให้โง่ที่สุด หลงงมงายและซื่อสัตย์ที่สุดในโลก มีสิทธิทำแต่งานอย่างเดียว จะพูดบ่นอะไรไม่ได้เด็ดขาด
มาตรา 112 116 พรบ.คอมฯ 44 คือตัวอย่างให้เห็นในบั้นปลาย หรือใครว่าเป็นเพราะสาเหตุอื่น?
.....และขณะนี้ใครไม่มีใบขับขี่มันจะปรับ 50,000.00 บาท... น่าจะเอาสักสองแสน ในกลาแลนด์แห่งนี้มันมาถึงช่วงที่หฤโหดที่สุดในโลก...ค่าแรงรายวันเพียง 300 บาท.. มันปล่อยสัตว์ในเครื่องแบบ ออกมาข่มขู่ประชาชนให้ตกในสภาพที่ต้องกลัวอย่างสุดขีด กดหัวทุกคนให้อยู่หมัด โงหัวไม่ได้....และเพราะมันกระหายเงิน....และกำลังคิดหนีแล้ว....สงครามกำลังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พี่น้องรากหญ้าที่รัก...เตรียมตัวให้พร้อมด้วยความปิติยินดี...สัญญาณมันบ่งว่า "เวลาของพวกเรามาถึงแน่แล้ว"  อย่าพลาดอีกเป็นอันขาด !!

เผด็จการต้องพินาศ    ประชาธิปไตยแบบสาธารณะรัฐรีพับลิค ที่เราจะปกครองตัวเองเท่านั้น ... ที่เราปรารถนา..กำลังจะมาถึง

Last edited by ปาปียอง (August 30, 2018 11:43 PM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.