iFreeThai

#61 January 23, 2019 10:09 AM

ประชาธิปไตย
Dr. Richard Saisomorn
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 4,273
Website

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

ลาว: สอบสวนการหายตัวไปของนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลจากไทยสามคน

พิสูจน์พบศพที่มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายในแม่น้ำโขง ตรงกับนักเคลื่อนไหวที่หายตัวไป

https://www.hrw.org/th/news/2019/01/22/ … OGVrKXcC0A

(นิวยอร์ก) – รัฐบาลลาวควรสอบสวนการหายตัวไปของนักเคลื่อนไหวจากไทยสามคนอย่างเร่งด่วน มีผู้พบเห็นพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายที่กรุงเวียงจันทน์ในเดือนธันวาคม 2561 ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวในวันนี้ ในวันที่ 22 มกราคม 2562 ทางการไทยแจ้งต่อฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า ผลการตรวจตัวอย่างดีเอ็นเอของศพที่พบในแม่น้ำโขง ตรงกับนักเคลื่อนไหวที่หายตัวไปสองคน ได้แก่ ภู ชนะและสหายกาสะลอง
สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ อายุ 78 ปี นักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์คนสำคัญของไทย และคนสนิทสองคน ได้แก่ ภู ชนะ อายุ 54 ปี และสหายกาสะลอง อายุ 47 ปี หายตัวไประหว่างอยู่ที่เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เพื่อนร่วมงานของพวกเขาได้แจ้งความการหายตัวไปของพวกเขาโดยทันที

การพิสูจน์อัตลักษณ์ศพภู ชนะและสหายกาสะลองที่ถูกพบเมื่อวันที่ 26 และ 27 ธันวาคมตามลำดับ ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับตัวสุรชัย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว เนื่องจากทั้งสองศพมีสภาพที่มือและเท้าถูกมัด ใบหน้าถูกตีจนแหลกเหลว จำไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีการคว้านท้องศพและเทปูนใส่เข้าไปแทน

“ดูเหมือนว่ารัฐบาลลาวจงใจปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการลักพาตัว และการสังหารนักเคลื่อนไหวจากไทยอย่างโหดเหี้ยม” แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว “ทางการลาวต้องสอบสวนอย่างน่าเชื่อถือ และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีอันโหดเหี้ยมนี้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อชะตากรรมของนักเคลื่อนไหวจากไทยที่ลี้ภัยในลาว”

สองวันก่อนกองทัพไทยจะทำรัฐประหารและยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 สุรชัยได้หนีไปลาว เพื่อหลบเลี่ยงการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และรัฐบาลทหารไทยกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังต่อต้านรัฐบาล ระหว่างอยู่ในลาว สุรชัยพร้อมกับนักเคลื่อนไหวที่หายตัวไปคนอื่น ๆ ยังคงจัดรายการวิทยุออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์ระบอบปกครองของทหารในไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอย่างรุนแรง ที่ผ่านมารัฐบาลไทยเรียกร้องให้ทางการลาวส่งตัวสุรชัยและนักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์อื่น ๆ จากไทยกลับคืนมาให้ โดยล่าสุดได้มีการร้องขอเมื่อตอนที่นายกรัฐมนตรีไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเยือนกรุงเวียงจันทน์ในวันที่ 13 ธันวาคม

ที่ผ่านมา รัฐบาลลาวไม่ได้สอบสวนอย่างจริงจังต่อการหายตัวไปก่อนหน้านี้ของนักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อาศัยอยู่ในเวียงจันทน์ ได้แก่ อิทธิพล สุขแป้นที่หายตัวไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 และวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณที่หายตัวไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ไม่มีสำนักงานในลาวซึ่งให้การคุ้มครองกับผู้ลี้ภัย รัฐบาลลาวยังไม่อนุญาตให้สำนักงานภูมิภาคของ UNHCR ที่กรุงเทพฯ เข้าไปดำเนินการคุ้มครองคนไทยที่หลบหนีการปราบปรามทางการเมืองไปยังประเทศลาว

“รัฐบาลลาวมีพันธกรณีที่จะต้องสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสุรชัยและนักเคลื่อนไหวจากไทยคนอื่น ๆ ซึ่งหายตัวไปในลาว” อดัมส์กล่าว “รัฐบาลต่างประเทศและแหล่งทุนควรกดดันรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อสอบสวนกรณีเหล่านี้ และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนรับผิดชอบทุกคน”

Offline

#62 January 23, 2019 11:09 AM

ประชาธิปไตย
Dr. Richard Saisomorn
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 4,273
Website

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

Thai activists' bodies found in Mekong River

The two were among dozens of dissidents opposing the 2014 military coup and went missing in recent years.

https://www.aljazeera.com/news/2019/01/ … orXdDhMAaM

Offline

#63 January 28, 2019 7:43 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

ลูกชายภูชนะให้สัมภาษณ์

เหตุการณ์มันตีวงงวดเข้ามาชี้ให้เห็นแล้วว่า อ.สุรชัย แซ่ด่าน สหายภูชนะ และกาสะลอง ได้เสียชีวิตไปแล้ว
โปรดช่วยกันเสียสละ และร่วมทำบุญด้วยกันกับครอบครัวทั้งของภูชนะและกาสะลอง ส่วนของอ.สุรชัยนั้น
ขอพวกเราได้ออกความเห็นกันว่าจะทำตามพินัยกรรมของอาจารย์กันอย่างไรดี และเมื่อไหร่เราจะเริ่มกัน

(คลิ๊ปจอม เพรประดับกับ ดร.สุณัย ผาสุข ฮิวแมนไรท์วอท์ช)

คอมมิวนิสต์ลาวได้ขายทั้งสามชีวิต เพื่อเเงินแก่ทรราชไทยอย่างไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป พวกคอมมิวนิสต์
ลาวควรเชื่อพวกมันไหม?  มันโหดร้าย ไม่มีศีลธรรมใดๆในหัวใจพวกมัน พวกเราที่จำต้องตกค้างที่นั่นต้องไม่
ไว้ใจไปหามันอีกต่อไป เป็นภาระให้อ.หวานและพรรคพวกละแวกนั้น กรุณาให้ความเห็นด้วยเถิด แต่ควรรีบ
ขยับขยายอกไปเท่าที่จะรีบทำได้ มันช่างคล้ายคลึงเหมือนตอนคนยิว หนีความโหดร้ายไล่ล่าของฮิตเล่อร์ใน
สงครามโลกครั้งที่สอง แต่สุดท้ายพวกที่เหลือกลับได้สร้างชาติที่สุดแข็งแรงที่สุดในโลกชาติหนึ่งขณะนี้ นั่นคือ
ประเทศอิสราเอลนั่นเอง
ทำไมคนไทยไม่ไปรวมกลุ่มกันหน้าสถานทูตลาวที่กทม.  แล้วตั้งตำถามเรื่องคนไทยสูญหายในลาวมาห้าคนแล้ว?
เราไม่ช่วยกันทำอะไรเลยหรือ? หรือชีวิตคนไทยนั้นไม่มีคุณค่าไปกว่าผัก-ปลา แค่นั้นเอง? ชีวิตของนักต่อสู้
พวกนี้ไม่มีค่าราคาอะไรต่อคนไทยบ้างเลยหรือ? ค่าราคาของคนไทยนั้นมีอะไรอยู่บ้าง?...กิน-ขี้-ปี้-นอน-กลัว-
ธุระไม่ใช่-รักษาตัวรอดเป็นยอดดี-ถือศีลห้า-กราบไหว้พวกโจรอย่างมีความสุขตลอดชีวิต..นี่หรือวิถีชีวิตไทยปัจจุบัน?

ขอภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย


https://prachatai.com/journal/2019/01/8 … _highlight (โปรดคลิ๊กลิงค์นี้เพื่อชมภาพครอบครัวของคุณภูชนะ)

ใครคือ'ภูชนะ' คุยกับลูกชายผู้ถูกสังหารทิ้งน้ำโขง “จะติดตามจนกว่าคดีจะหมดอายุความ”   
ประชาไท / รายงานพิเศษ
Submitted on Sat, 2019-01-26 06:21


22 มกราคม 2561 เวลา 18.00 น. กึกก้อง บุปผาวัลย์ (26 ปี) บุตรชายของ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือ”ภูชนะ” นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 53 ปี ที่ได้พบเป็นศพถูกสังหารโหดโดยการรัดคอ ทุบบริเวณใบหน้าจนเละ คว้านท้องและยัดเสาปูนเข้าไปและนำศพทิ้งน้ำจนลอยมาติดที่ฝั่งแม่น้ำโขง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

ใครคือภูชนะ?

กึกก้องเล่าว่า ชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือที่เป็นที่รู้จักในนาม ภูชนะ จบปริญญาตรีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน กว่าจะมาเป็นนักเคลื่อนไหวการเมือง เป็นผู้ลี้ภัย เป็นดีเจวิทยุใต้ดิน และได้กลายเป็นศพที่ถูกทิ้งลงในแม่น้ำโขง ชัชชาญเคยทำอาชีพด้านช่างรับเหมา และรับติดตั้งจานดาวเทียมให้กับช่องเสื้อแดง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองในช่วง พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของขบวนการเสื้อแดง ชัชชาญเคยลงเป็นผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น และช่วยรณรงค์หาเสียงให้กับ ส.ส. ในพื้นที่ภาคอีสานหลายครั้ง หลังรัฐประหาร ชัชชาญมีชื่อถูกเรียกตัวเข้าพบ คสช. ชัชชาญตัดสินใจลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน

ลงโฆษณากับประชาไท
ระดมทุน 1 ล้าน พิมพ์หนังสือ ‘รู้ก่อนกา กลเกมเลือกตั้ง 62’ แสนเล่ม
คิดว่าใครฆ่าภูชนะ?

บุตรของผู้เสียชีวิตปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าใครหรือฝ่ายไหนเป็นผู้ทำการสังหาร แต่ยืนยันว่า ชีวิตส่วนตัว ภูชนะไม่เคยมีเหตุทะเลาะวิวาทหรือมีความขัดแย้งรุนแรงกับใคร

พ่อของผมไม่นิยมความรุนแรง

กึกก้องกล่าวว่าก่อนเข้าร่วมกับขบวนการเสื้อแดง ชัชชาญมีความสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการเมืองมากนัก ปกติแล้ว เป็นคนจิตใจอ่อนโยน และไม่นิยมความรุนแรง

"พ่อเลิกกับแม่ผมตั้งแต่ผมยังเล็ก แต่แกก็ไปมาหาสู่ผมกับแม่ตลอด เราไม่ได้โกรธกัน กับแม่ก็ยังถือว่าเป็นเพื่อนกัน จะมาห่างกันหน่อยก็ตอนปี 53 เป็นเพราะว่าแก "แดงเกินไป" แต่เราก็ยังติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์และทางไลน์อยู่เสมอจนแกจากเราไป "

"แกชอบพาผมไปเที่ยวที่อนุสรณ์สถานที่เกี่ยวกับการต่อสู้ของประชาชนต่างๆ "

ถึงแม้จะเห็นข่าวว่า ชัชชาญ มีคดีความที่เกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรง แต่กึกก้องยืนยันว่าไม่เชื่อว่าพ่อจะมีส่วนก่อเหตุการใช้ความรุนแรง

ตั้งแต่เล็ก พ่อผมสอนผมเสมอเรื่อง หิริโอตตัปปะ การละอายต่อบาป แกเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ชอบเก็บหมาจรจัดเอามาเลี้ยง ได้ยินมาว่าตอนแกลี้ภัยไปอยู่ที่ลาว แกก็ไปเก็บเอาหมาแถวนั้นมาเลี้ยงที่ที่พักอีก พ่อไม่ใช่คนที่จะไปทำร้ายใคร  เห็นตัวเหี้ยจะกินเต่าตัวเล็กๆ แกก็ยังเข้าไปช่วย
หลังลี้ภัยออกนอกประเทศ ชัชชาญยังคงติดต่อกับครอบครัวอยู่ จนวันที่ 12 ธันวาคม ชัชชาญบอกกับบุตรชายทางไลน์ว่าตนจะไม่อยู่เป็นเวลา 3 วัน แต่หลังจากนั้น 3 วันก็ยังไม่มีการติดต่อมาอีก กึกก้องโทรศัพท์หาบิดาอีกครั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2561 เนื่องจากวันนั้นเป็นวันเกิดของชัชชาญ แต่ไม่มีคนรับสาย กึกก้องจึงเริ่มเกิดความกังวล ต่อมา กึกก้องได้รับข่าวว่านักกิจกรรมทางการเมืองหายตัวไปหลังลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ จนช่วงก่อนปีใหม่ กึกก้องจึงได้รับข่าวว่าพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ศพลอยอยู่ที่แม่น้ำโขงบริเวณจังหวัดนครพนม และได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดี



ตามหาพ่อ

กึกก้องระบุว่าได้เห็นรูปศพที่อยู่ที่อำเภอธาตุพนม และค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นศพของบิดา ถึงจะค่อนข้างมั่นใจว่าบิดาของตนถูกฆาตกรรม แต่ตนไม่รู้จักใคร ไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครได้บ้าง จึงไม่อยากแสดงตัวต่อสาธารณะเกี่ยวกับคดีนี้

เมื่อได้ข่าว กึกก้อง ซื้อตั๋วเครื่องบินโดยได้เที่ยวบินที่เร็วที่สุดคือเย็นวันที่ 2 ม.ค. 2562 เขานัดหมายกับเจ้าหน้าที่ ตร.สภอ.ธาตุพนม ในวันต่อมา กึกก้องเล่าว่าใช้เวลาสอบปากคำทั้งหมดประมาณ 5 ชั่วโมง จึงได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับ


ตร.ขอยึดโทรศัพท์เพื่อทำการตรวจสอบ

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ขอ ยึดโทรศัพท์มือถือไว้โดยให้เหตุผลว่าเพื่อตรวจสอบหลักฐาน แต่เขาได้ปรึกษาทนาย รวมถึงความรู้ที่ได้มาจากการศึกษามาสาขาวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เขาจึงปฏิเสธไม่ยินยอมให้ยึดโทรศัพท์ เพราะหากต้องการเพียงจะตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์สื่อสาร ก็สามารถตรวจสอบจากผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ได้อยู่แล้ว

นอกจากนั้นเขายังเห็นว่ากระบวนการชันสูตรบางอย่างน่าสงสัย เช่น การขอดีเอ็นเอของมารดาไปตรวจ ทั้งที่ดีเอ็นเอของผู้เป็นบุตรก็น่าจะเพียงพอสำหรับการตรวจสอบตัวตนของบิดาแล้ว กึกก้องกล่าวต่อว่ายังไม่ได้รับเอกสารใด ๆ เกี่ยวกับการสืบสวนคดีของพ่อ ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นคดีฆาตกรรม


ไม่น่ามีศพที่ลอยไปติดฝั่งลาว

นอกจากการไปพบตำรวจแล้ว กึกก้อง พยายามสืบค้นหาหลักฐานต่างๆ ทั้งทางอินเทอร์เน็ต และการวิเคราะห์ถึงเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้น

ผมดูจากแผนที่ของแม่น้ำโขง วานให้เพื่อนช่วยดูจากสถิติกระแสน้ำของกรมอุทกศาสตร์ ในคุ้งน้ำช่วงนั้นกระแสน้ำในแม่น้ำโขงจะไหลเซาะเข้ามาทางฝั่งไทยจึงไม่น่าจะมีศพลอยไปติดทางฝั่งลาวตามที่เป็นข่าว

อาจเป็นการวิเคราะห์ที่ดูน่าเชื่อถือ แต่กึกก้องก็ยังบอกว่าโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ของ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ คงจะมีน้อยมากๆ ความหวังเดียวที่พอมีอยู่ก็คือยังไม่มีใครพบศพเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ กึกก้องได้ติดต่อไปหาครอบครัวของกาสะลองด้วย ทายาทของกาสะลองบอกว่าค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นกาสะลองแน่ๆ แต่ไม่อยากให้เป็นเรื่องการเมือง ตอนนี้ได้รับการยืนยันเป็นทางการแล้วว่าใช่ ครอบครัวจึงได้ขอนำศพกลับไปที่จังหวัดเชียงรายเพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ความรู้สึก?

กึกก้องกล่าวว่ารู้สึกไม่ทันได้เตรียมใจกับการจากไปของบิดา และไม่เคยคิดมาก่อนว่าพ่อจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

"ผมรู้ว่าสักวันเราต้องจากกัน แต่ผมเสียใจที่ผมไม่มีโอกาสได้กล่าวลาพ่อ มันเป็นการจากไปที่ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา"

ล่าสุด กึกก้องและมารดาได้ไปที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับการเสียชีวิตของชัชชาญและรับผลการชันสูตร และผลตรวจสอบดีเอ็นเอของศพก่อนจะนำศพมาทำพิธีฌาปนกิจ

กึกก้อง ยืนยันว่าจะติดตามหาสาเหตุการเสียชีวิตของบิดาของเขาต่อไปจนกว่าคดีจะหมดอายุความ

สมทบทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานฌาปนกิจศพและติดตามคดีของ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ ได้ที่

นายกึกก้อง บุปผาวัลย์ ธ.กสิกรไทย เลขบัญชี 0073912628


ข่าวจาก องค์การปฏิวัติไท
ขอบคุณครับ

Last edited by ปาปียอง (January 28, 2019 8:47 AM)

Offline

#64 January 28, 2019 12:13 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

ล่าสุดจากข่าวการเสียชีวิตของอ.สุรชัย ที่เริ่มมีคำอาลัยของมวลชนดังกระหึ่มมากขึ้น

ความตายย่อมหลีกไปไม่พ้น(All humans are mortal-Socrates) ความตายของบางคนก็เบาเหมือนขนนก แต่บางคนความตายเหมือนดั่งภูผาหิน หรือภูเขาที่หนักอึ้ง(some deaths are lighter than the feathers of a bird but some deaths are heavier than the Himalayan mountain) บางคนเช่นดยุคของอ้อสเตรีย(Archduke Franz Ferdinand of Austria)ที่ถูกสังหารโดยหนุ่มเลือดร้อนคนยูโกสลาเวีย 6 คน(ยูโกสลาเวียเป็นประเทศที่แตกเป็น 6 เสี่ยง และแผนที่โลกไม่มีชื่อประเทศนี้อีกแล้ว) จนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่-1 ที่ทำลายชีวิตผู้คนหลายล้านคน

คนไทยเรายากที่จะมีวีระบุรุษ เพราะเรามีการปกครองแบบทาส ซึ่งนำโดยนายทาสคือตัวกษัตริย์และพวกเจ้ามาตลอด จักรีวงศ์ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ได้ ก็เพราะได้วางแผนทรยศ ยึดอำนาจจากกษัตริย์ผู้กู้ชาติที่มีพระคุณทั้งของชาติและทางส่วนตัว มีการวางแผนของพี่น้องทองด้วงและบุญมาเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เอาลูกสาวคนสวยชื่อ"ฉิม(ใหญ่)-หวาน"มาเป็นหม่อมแก่กษัตริย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน(มหาราช) จนมีลูกหลาน และหลอกให้พระเจ้าตากออกบวช สละเพศเป็นบรรพชิต มอบราชการบ้านเมืองและราชการทางทหารแก่ทองด้วงและบุญมา ผู้ที่เป็นพี่น้องคนทรยศจัญไร มันจึงวางแผนฆ่าเจ้าแผ่นดินที่มีบุญคุณ และปล้นประเทศเป็นของมันเอง ราชวงศ์จักรีประสพแต่ความล้มเหลว แย่งชิงราชสมบัติต่างพี่ต่างน้อง ปกครองข้าราษฎร์พสกนิกรมาด้วยความโหดเหี้ยม ข้าพเจ้าเคยหลงรักร.4 ผู้โฆษณาตัวเองไว้อย่างวิลิศมาหรา โดยรู้เท่าไม่ถึงการ ว่าทรงเป็นอัจฉริยะหลายด้าน แม้แต่การไปดูสุริยุปราคาที่ต.หว้ากอ นครปฐม ฯลฯ จนกระทั้งได้อ่านหนังสือของแอนนา เหลียวโนเวนส์(Anna Leonowens) และได้ดูหนังเดอะคิงแอนไอ(The King-and-I) ที่เล่นโดยยูล บรินเนอร์และเดเบอรราห์ เคอร์
และได้ย้ายชีวิตไปอยู่อเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพและอิสระภาพอย่างไม่มีขอบเขต เมื่อขึ้นฝั่งมาถึงประเทศที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้นั้น อเมริกากำลังเฉลิมฉลองมีอายุได้ครบ 200 ปีเต็ม ได้เห็น ได้ยิน ได้เรียน ได้ฟังเกี่ยวกับราชวงศ์จักรีนี้ อย่างฉงนสงสัยมาตลอด จนกระทั้งทักษิณ ชินวัตร ถูกรัฐประหารอีก จึงทุ่มเทศึกษาเกี่ยวกับการเมืองของไทยและราชวงศ์นี้อย่างจริงจัง จึงได้รู้ความจริงมากมาย และสุดสลดหดหู่ และโกรธกษัตริย์ภูมิพลและครอบครัวเป็นอย่างที่สุด ที่ได้วางแผนกดขี่ข่มเหง ทำลายผู้คนทั้งประเทศ บังคับหลอกล่อให้รักพวกมัน มิฉะนั้นต้องติดคุก และมาถึงความตายของนักสู้ ที่พยายามค้ดง้างเพื่อล้มล้างระบบมหิดลโดยสันติมือเปล่า ดังเช่นอ.สุรชัยแซ่ด่าน สหายภูชนะ สหายกาสะลอง ดีเจซุนโฮ แม้เรื่องโกตี๋ และอีกมากมายที่ต้องล้มตาย บาดเจ็บสาห้สพิกลพิการ ครอบครัวลูกเล็กเด็กแดงแตกเป็นเสี่ยง รวมทั้งพวกนศ.อีกจำนวนมากที่สูญหายไป หลายครั้งหลายหน ประเทศเข้าสู่ยุคทมิฬ ผู้คนอดหยากดิ้นรนอยู่ทั้งสองฟากริมถนน อาศัยวัดวาอารามและนอนกันใต้สะพาน อาศัยกันข้างถนนหนทาง ในขณะเดียวกันพวกเจ้ารวยที่สุดในโลก ทหารจปร.ไทยและพวกสอพลอเจ้าสัวเพียงยิบมือ ครองบ้านเมือง มีรายได้ด้วยอำนาจสูงส่ง อยู่กันเหมือนพวกเทวดาบนสวรรค์ พูดถึง วิพากวิจารณ์ ตรวจสอบไม่ได้ ใครขัดขืนก็มีแต่ตายลูกเดียว..มันสุดจะทนดูอยู่ได้อีกต่อไป.. 
...พวกจักรี ผู้ทำให้เสียดินแดนประเทศนี้ไปกว่าครึ่ง เพราะความขี้ขลาดไม่กล้าสู้ฝรั่งสมัยล่าเมืองขึ้น ทหารจปร.ไทย และระบบผูกขาดไทยอันสุดร้ายกาจ ถึงคราวต้องพินาศสิ้นไปจากแผ่นดินนี้อย่างแน่นอน

สมดังคำสาปจากพระโอษฐ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสิน.."กูให้มึงไม่เกินห้าชั่วคน" บัดนี้เวลาของกฎแห่งกรรมซึ่งเป็นลิขิตจากสวรรค์...คำสาปนั้นได้มาถึงแล้ว

(คลิ๊ปคุณจอม เพชรประดับกับป้าน้อยยอมรับการสูนเสียอ.สุรชัย แซ่ด่าน)

(คลิ๊ปสาปแช่งของคนเสื้อแดงต่อ"ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า")

จาก องค์การปฏิวัติไท
ขอบคุณครับ

Last edited by ปาปียอง (January 29, 2019 11:56 AM)

Offline

#65 January 28, 2019 12:46 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,550

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

Offline

#66 January 28, 2019 12:49 PM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,550

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

Offline

#67 January 29, 2019 4:10 PM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

พี่น้องครับ

ช่วยกันตรวจสอบด้วยว่าทีมสนามหลวงหายไปไหน ปกติหยุดรายการเฉพาะจันทร์และศุกร์ หากจะหยุดวันอื่นเขาจะแจ้งล่วงหน้า แต่วานนี้เป็นวันอังคารรายการสนามหลวงหายไป เว๊ปเงียบไร้ความเคลื่อนไหว หรือว่าโดนอุ้มซะแล้ว

Offline

#68 January 30, 2019 2:02 AM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

มีแต่สถานีเครือข่ายสหพันธรัฐเอาคลิปเก่ามารีรัน เป็นห่วงว่าอาจตาม อ.สุรชัย กาสะลอง ภูชนะ โกตี๋ และซุนโฮ ไปแล้ว ควรร้องยูเอ็นช่วยด่วนครับ

Offline

#69 January 30, 2019 7:14 AM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

.เวลานี้สองทุ่มกว่าแล้ว ปกติทีมสนามหลวงต้องมาจัดรายการ แต่กลับเงียบเป็นคืนที่สอง น่าจะไปซะแล้วครับ .....  R. I. P......

Offline

#70 January 30, 2019 12:00 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

สาร์นถึงคุณทักษิณ ชินวัตร

คลิ๊ปของหนุ่มเรดนนท์นี้ คือตัวอย่างที่คุณทักษิณควรรับผิดชอบ ที่ว่าอย่างนี้เพราะคุณมีเงิน มีการติดต่อต่อเนื่อง(political contacts)กับพวกผู้นำในละแวกเพื่อนบ้าน และมีหนทางที่จะช่วยเหลือคนไทยที่ลี้ภัยในสปป.ลาวและกำพูชาได้เป็นอย่างดี ไม่ควรหลีกเลี่ยงไม่คิดช่วยผู้ที่เคยต่อสู้ทางวิทยุใต้ดิน เพื่อคุณและชินวัตรมาก่อน พูดตรงๆพวกที่น่าจะรับอันตรายถึงชีวิต ถัดไปคือพวกวง"ไฟเย็น"ขณะนี้  เพราะเหตุการณ์การหายตัวไปของอ.สุรชัยแซ่ด่าน ภูชนะ และกาสะลอง รวมแล้ว 5 คนในสปป.ลาวนั้นอันตรายต่อผู้ออกวิทยุประเทศนั้นเป็นอย่างมาก และพูดกันจริงๆว่า"ผู้ใหญ่"สปป.ลาวขายไก่ในเล้าได้ราคาแพงพกเงินเข้าห่อส่วนตัว และขณะเดียวกันก็สร้างอาณาจักรแห่งความกลัวให้คนไทยอย่าได้มาพึ่งประเทศสปป.ลาวได้อีกต่อไป เหมือนยิงนกนัดเดียวได้นกสอง(หรือ 3-4 ตัว) โดยใช้กระสุน(ลูกซอง)เพียงนัดเดียว ว่าตามความจริงนั่นคือพวกผู้นำสปป.ลาวนั่นเอง ที่ใจสุดร้ายอำมะหิต เหี้ยมโหด เลือดเย็น พวกนี้จะมีใบหน้าและมีมธุรสวาจาอันงดงาม แต่พร้อมจะฆ่าโดยเชือดคอไก่ในกำมือ แล้วขายให้ทรราชไทยด้วยราคาสูงลิ่วนั่นเอง  สักวันหนึ่งภัยพิบัติจะมาจากพวกกู ....จะข้ามโขงไปคว้าคอพวกมึงบ้าง ทีใครทีมันละนะ....คอยดูก็แล้วกัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

https://prachatai.com/journal/2019/01/80708

หนุ่ม เรดนนท์: ทำไมเราถึงไปประเทศที่สาม.. ไม่ได้ !
ประชาไท / บทความ
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
Submitted on Fri, 2019-01-25 12:19
ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล

หมายเหตุผู้เขียน: เรื่องราวที่เขียนนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะที่เป็น “ผู้หนีภัย” ชุดแรกๆ ภายหลังการยึดอำนาจ ในปี 2557 ที่ได้หลบหนีออกจากประเทศบ้านเกิดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ติดกัน โดยเรื่องเล่าอาจมีทัศนคติความเห็นบางส่วนที่เป็นแง่บวกบ้าง ลบบ้าง ตามประสาปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีสถานะทางการต่อสู้ใดๆร่วมกับคนเสื้อแดงและไม่ใช่นักกิจกรรมทางการเมือง เป็นแค่เพียงประชาชนคนหนึ่งที่โดนมรสุมทางการเมือง แล้วต้องเข้าไปอยู่ในคุก 3 ปี 3 เดือน 15 วัน ในข้อหา ม.112

“ภายหลังการยึดอำนาจของรัฐบาล คสช. ในเดือนพฤษภา 2557” ผม และพวกจำนวนหนึ่ง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในฝ่ายคนเสื้อแดง ได้ตัดสินใจกันว่า เราจะต้องหนีออกจากประเทศไทย เพื่อความปลอดภัยในชีวิต เราทุกคนเวลานั้น ต่างมีเป้าหมายที่จะไปประเทศที่ 3 กันตั้งแต่เริ่มต้น เพียงแต่ การไปประเทศที่ 3 ของเรานั้น จำเป็นต้องไปประเทศที่ 2 ก่อน แล้วจึงค่อยคิดกันว่า จะไปสู่ประเทศที่ 3 กันต่อไปได้อย่างไร..

เมื่อก้าวพ้นประเทศบ้านเกิดของตัวเองมาได้ สู่ดินแดนแห่งใหม่ (ประเทศ 2.0) มันก็เหมือนเราได้ยกภูเขาออกจากอก ความรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ เพราะหลายสัปดาห์ ที่พวกเรา ต้องหลบๆ ซ่อนๆ จากความกลัว ที่จะถูกจับ ถูกตามล่า จนทำให้กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ทันทีที่ข้ามพ้นดินแดนไทยมาได้ เราจึงหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น..

เวลานั้น ข่าวเรื่องการข้ามมาของเรา ก็กระจายไปในหมู่ของคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมแบบเดียวกับเรา ดังนั้น การรวมตัวกันของผู้หนีตาย ในประเทศ 2.0 จึงเกิดขึ้น..



ลงโฆษณากับประชาไท
ระดมทุน 1 ล้าน พิมพ์หนังสือ ‘รู้ก่อนกา กลเกมเลือกตั้ง 62’ แสนเล่ม
กลุ่มผม มีเพื่อนที่มาด้วยกัน จำนวนหนึ่ง และได้มาเจอกับพวกอีกจำนวนหนึ่ง (หนึ่งในนั้น คือ “ดีเจซุนโฮ”อิทธิพล สุขแป้น ที่ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว) เราตัดสินใจ เช่าที่พักอยู่ที่เดียวกัน และเริ่มปรึกษาหารือกัน ตั้งแต่ตอนนั้น โดยไม่มีความคิดใดๆ เลย ที่จะปักหลักกันอยู่ที่ประเทศ 2.0 แห่งนี้ เพราะเราต่างรู้ดีกันอยู่ เรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิต.. เพราะมันใกล้กันเกินไปจริงๆ
เวลานั้น สรุปกันได้ประมาณว่า จุดหมายปลายทางของพวกเรา แต่ละคนนั้น แตกต่างกันออกไป

“น้อง อั้ม เนโกะ” มีเป้าหมายที่จะไปฝรั่งเศส

ดีเจซุนโฮ เท่าที่รู้ มีแม่อยู่ญี่ปุ่น แต่มีเป้าหมายจะลีัภัยไปอเมริกา ซุนโฮ น่าจะมีความพร้อมมากกว่าใครๆ เพราะมีแม่ที่อยู่ต่างประเทศ และมีญาติที่อยู่อเมริกา เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ส่วนตัวผม เวลานั้น มองไว้ 2 ที่ คือแคนาดา หรือไม่ก็ออสเตรเลีย เพราะไม่กังวลเรื่องภาษาอังกฤษ ที่พอมีความรู้พอเอาตัวรอดได้บ้าง

พวกส่วนที่เหลือ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านธรรมดา ที่ “ไม่กล้าคิด” ที่จะลี้ภัยไปไหน แค่หลุดพ้นจากประเทศไทยแค่นั้น เขาก็ยินดีมากๆ แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ปฏิเสธ หากพวกเขาได้รับการสนับสนุน ให้ไปประเทศที่ 3 ได้ เขาก็พร้อมจะไปกับเราเช่นกัน เรียกได้ว่าไปไหนไปกัน..
ชีวิตในแต่ละวันของพวกเราเวลานั้น ส่วนใหญ่ จะหมดไปกับการเดินเข้าออก ร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อติดต่อ กับครอบครัว เพื่อนฝูง และผู้ใหญ่ ที่อาจจะช่วยอำนวยความสะดวก ให้พวกเรา ได้ไปสู่ประเทศที่ 3 ได้อย่างรวดเร็ว โดยเราจะไปไหนด้วยกันเป็นกลุ่ม ก่อนนอน ก็จะมานั่งปรึกษาหารือกัน เกี่ยวกับความคืบหน้า ของแต่ละคน ในแต่ละวัน..

ในจำนวนพวกเราทั้งหมด “น้องอั้ม” ที่มีเป้าหมายจะไปฝรั่งเศสนั้น มีทีท่าว่า จะมีโอกาสได้ไปก่อนใครเพื่อน..
“น้องอั้ม” เล่าให้ฟังว่า ได้ติดต่อประสานงานกับคนทางประเทศเพื่อนบ้านอีกแห่ง (ประเทศ 2.1)   และ “น้องอั้ม”  ก็ได้รับไฟเขียวให้ไปที่นั่นก่อนใคร เมื่อ “น้องอั้ม” ได้รับการยืนยัน ให้เดินทางเข้าไปยังประเทศ 2.1 ทุกคนต่างดีใจ เพราะดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่น เป็นไปอย่างที่เราได้คิดกันไว้ เราทุกคนต่างก็ยินดีกับ “น้องอั้ม” และเฝ้ารอความสำเร็จของนาง ที่จะได้เดินทางไปยังประเทศที่ 3 เป็นคนแรก..

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องการลี้ภัย ว่าถ้าเราจะทำเรื่องขอลี้ภัยไปประเทศที่ 3 ได้นั้น เราจะต้องไปประเทศ 2.1 ก่อน เพราะประเทศนี้ มี “สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ - UNHCR” ตั้งอยู่ และหลายคนก็ใช้วิธีนี้ จริงๆ แล้วเราพยายามหาช่องทางอื่นหลายทาง แต่สุดท้าย มันก็ต้องจบลงตรงนี้..

สรุปว่า การจะไปประเทศที่ 3 ของพวกเรา ช่องทางเดียวที่จะไปได้ นั่นก็คือ ไปทำเรื่องขอลี้ภัย กับ UNHCR ที่ประเทศ 2.1 เท่านั้น !!

ภายหลังที่ “น้องอั้ม” ได้เดินทางไปถึงประเทศ 2.1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเรา ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตา รอความหวังต่อไป แต่เพราะการรอคอยเรื่องดังกล่าว มันจำเป็นต้องใช้เวลา และเรามีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการพักอาศัย เพราะเราเช่าโรงแรมอยู่เป็นรายวัน เงินทองก็เริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ดังนั้น เราจึงตัดสินใจ รวบรวมเงินกัน เพื่อหาบ้านเช่าสักหลัง อาศัยอยู่ในช่วงที่รอคอย..

และเราก็ได้บ้านพักหลังแรก บ้านหลังนี้ อยู่ได้เป็นสิบๆ คน เราประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปมาก และพอเราได้บ้านหลังนี้แล้ว ก็เริ่มมีคนทยอยเพิ่มเข้ามาอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น “น้องนักศึกษาที่แสดงละคร”, น้อง “นักศึกษา ม. อีสานแห่งหนึ่ง” ที่มาร่วมชายคาเดียวกับเราเพื่อเป็นที่พักพิง ในระหว่างการรอคอยแบบเดียวกับเราเช่นกัน..

หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวเรื่อง คน 3 คน “น้องอั้ม”, อาจารย์ผมขาวคนนั้น และอาจารย์ จ. อดีต กรรมการสิทธิ ได้สถานะ การลี้ภัยไปฝรั่งเศส ข่าวนี้ ทำให้พวกเรารู้สึกดีใจกันมาก เพราะมันใช้เวลารอนานหลายเดือนเหลือเกิน เกือบจะหมดความหวังกันแล้วเวลานั้น..

พอมีข่าวนี้มา คนที่ขยับรายแรกๆ คือกลุ่มของ ซุนโฮ, ตีดโต้ และน้องนักแสดงละคร ที่ได้ทุ่มเทเวลา ไปกับการยื่นเอกสารต่างๆ ในช่องทางที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นไปได้..

แต่ “ตีโต้” เป็นคนตัดสินใจคนแรก ที่จะเดินทางออกจากประเทศที่ 2 มุ่งไปยังประเทศที่ 3 แต่สุดท้าย ก็ไปไม่รอด เพราะ “ตีโต้” ซื้อตัวเครื่องบินเที่ยวไป เที่ยวเดียว และถูกไล่กลับในขณะต่อเครื่องบินในประเทศที่ 2.2 (ขณะเตรียมรอขึ้นเครื่องบินไปประเทศที่ 3) สุดท้าย ก็ต้องเดินทางกลับมายังประเทศที่ 2.0 เพราะหมดค่าใช้จ่ายไปมากมาย.. (เรื่อง ตีโต้. ผมได้แต่เป็นผู้ประสานงานบางส่วน เรื่องราวของเขาอาจผิดพลาดบ้าง แต่ก็ไม่หนีไปจากนี้มากเท่าไหร่ หากผิดพลาดต้องขออภัย)

รายต่อมา คือซุนโฮ ที่ภายหลังได้ยุติบทบาทนักจัดรายการวิทยุใต้ดินแล้ว ก็หันมาใช้ชีวิตตามแนวทางที่ผมเดินก่อนหน้าเขา คือการเป็นพ่อค้า ทำมาค้าขายอย่างสุจริต ผมเองเวลานั้น ดีใจมาก เพราะเรามีโอกาสกลับมาคุยกันเหมือนเดิม ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ไม่มีความขัดแย้ง มีแต่ความปรารถนาดีให้กัน ในสถานะใหม่ ที่เป็นพ่อค้า นักธุรกิจน้อยๆ เหมือนกัน และเวลานั้น ซุนโฮ เลือกทำธุรกิจ เป็นพ่อค้าขายปลาร้ากระปุก ซึ่งเขาทำสินค้าเอง บรรจุกล่องเอง และวิ่งขายเอง ตามหมู่บ้าน ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ..

ซุนโฮเคยได้มีโอกาส เดินทางไปยังประเทศ 2.1 เพื่อทำเรื่องขอลี้ภัย (เขามีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง ที่น่าจะไฟเขียวให้เขา สามารถเดินทางไปยังที่นั่นได้อย่างสะดวก) แต่สุดท้าย ไม่ทราบสาเหตุ อยู่ดีๆ ซุนโฮ ก็จึงกลับมายังประเทศ 2.0 อีกครั้ง (น่าจะเป็นเพราะการรอสถานะผู้ลี้ภัย ในประเทศ 2.1 ต้องใช้เวลานาน เขาจึงตัดสินใจกลับมาก่อน เพื่อเรื่องดำเนินการผ่านแล้ว เขาค่อยกลับไปอีกครั้ง อันนี้ผมคิดเองนะ)

แต่ใครจะไปรู้ว่า การกลับมาของซุนโฮ ในครั้งนี้ จะเป็นการกลับมา แล้วไม่ได้กลับไปอีกเลย เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าวซุนโฮถูกอุ้มหายตัวไป และเขา ก็ได้หายไป จากหน้าประวัติศาสตร์การต่อสู้ของเรา เป็นรายแรก..

หายไป.. โดยไม่ได้กลับมาอีกเลย !!

ข่าวการหายตัวไปของ ซุนโฮ ทำเอาเราหลายคน ขวัญหนีดีฝ่อ โดยเฉพาะพวกที่ยังเคลื่อนไหวใต้ดินอยู่ เวลานั้น เราที่เคยอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นก้อนในบ้านเดียวกันในบ้านหลังแรก ได้แยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศละทาง เรียกสถานการณ์ตอนนั้นว่า “บ้านแตก”
อย่างที่เพื่อนๆ รู้กัน ผมเลือกที่จะยุติบทบาท การเคลื่อนไหวใดๆ เพื่อลงหลักปักฐาน ทำมาหากิน และเพื่อให้ครอบครัวสบายใจ ส่วนพวกที่ยังคิดจะเคลื่อนไหว เราก็ไปบังคับอะไรพวกเขาไม่ได้
..
แต่เมื่อยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ สุดท้าย มันก็เดือดร้อนพวกเราส่วนใหญ่อยู่ดี เพราะผู้ใหญ่จะสั่งห้ามเราเคลื่อนไหวทุกครั้ง ที่มีข่าวการเดินทางเข้ามาของภาครัฐไทย มายังประเทศที่เราอยู่กัน..

ซึ่งเวลานั้นใครทำธุรกิจอะไรอยู่ มีหน้าร้าน หรือไม่มี ก็จะถูกผู้ใหญ่ สั่งให้ปิด และเก็บตัว เป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่ง ผู้ใหญ่คิดว่าปลอดภัยแล้ว จึงค่อยอนุญาตให้เรากลับมาเปิดทำการค้าใหม่อีกครั้ง..

เมื่อโดนสั่งปิดร้านบ่อยๆ ผม กับเพื่อนอีกคน (ที่มีภรรยามาร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย และมีร้านเป็นของตัวเอง) จึงได้ตัดสินใจ ที่จะขอทำเรื่องลี้ภัย เพราะแบกรับสภาพธุรกิจ ที่จะต้องปิดๆ เปิดๆ อยู่บ่อยครั้งไม่ไหว..

และตอนนี้แหละ ที่ถึงคิวของผมเองบ้าง ผมได้ร้องขอไปยังผู้ใหญ่ เพื่อเข้าไปทำเรื่องขอลี้ภัยในประเทศ 2.1 แต่คำตอบที่ได้ก็คือ “ไม่มีที่พักเพียงพอ” และมีเงินช่วยเหลือในระหว่างรอทำเรื่องลี้ภัย เท่าๆ กับการอยู่ในประเทศ 2.0 ซึ่งน้อยมาก จนเราคิดว่า หากเราไปได้จริง ก็คงอยู่ไม่ได้อยู่ดี เพราะจะเอาอะไรที่ไหนกิน ใช้ในระหว่างรอเรื่องอนุมัติ..

การเดินทางจากประเทศที่เราอยู่ ไป 2.1 นั้น จำเป็นต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงหลายหมื่นบาท เพราะต้องจ้างรถ จ้างคนขับ จ้างคนคุ้มครอง และเสียค่าใช้จ่ายจิปาถะ และใช้เวลาในการเดินทางเป็นสิบชั่วโมง นี่เฉพาะการเดินทางไปยังด่าน ที่จะข้ามไป 2.1 ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องใช้เดินทางต่อ ภายในประเทศ 2.1 ซึ่งยังต้องใช้อีกเท่าไหร่ไม่รู้ และเมื่อไปถึงแล้ว จะอยู่กันอย่างไร กับใคร จะมีใครรับผิดชอบพวกเรา ช่วยเหลือพวกเราไหม มันไม่มีความชัดเจนอะไรเลย !!

คือถ้าเส้นไม่ใหญ่จริงๆ อย่าคิด อย่าฝัน ที่จะได้ไปเลย !!

หลังจากที่ผม และเพื่อน ได้รับคำตอบ จากผู้ใหญ่ในประเทศ 2.1 ปฏิเสธเรื่องการรับรองที่พักให้พวกเราแล้ว ก็รู้สึกสิ้นหนทาง ที่จะดิ้นรนต่อไป เพราะที่เราพยายามกันอยู่ คือหนทางเดียว ที่จะช่วยให้เราไปสู่ประเทศที่ 3 ได้ ผมเองไม่เท่าไหร่ เพราะเวลานั้น พอจะมีแนวทางทำมาหากินอยู่บ้าง (จริงๆ แล้ว ผมไม่คิดอยากไปไหน เพราะอยากอยู่ใกล้ลูก และเฝ้ารอโอกาส ที่ลูกกับครอบครัวจะมาเยี่ยมได้บ้าง) แต่เพื่อนผมนี่ เป็นคนขี้กังวลมากๆ สุดท้าย เราก็ทำใจกันได้ ตัดใจที่จะดิ้นรนไปประเทศที่ 2.1 ตั้งใจทำมาหากิน บนความเชื่อที่ว่า “หากเราไม่เคลื่อนไหวอะไร ก็จะปลอดภัยในระดับหนึ่ง”

และนี่เป็นความคิด และแนวทางของพวกเราหลายคนที่อยู่ที่นี่ ซึ่งทุกคน ก็ยังอยู่กันได้อย่างปรกติสุข จนกระทั่งทุกวันนี้..
จากก้าวแรก.. ที่เราข้ามพ้นประเทศบ้านเกิดมา จนกระทั่งทุกวันนี้ อีก ไม่กี่เดือน ก็จะครบ 5 ปีแห่งการพลัดพลาดแผ่นดินถิ่นเกิด เราหลายสิบชีวิต ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านทุกข์สุขกันมากมาย เราหลายคนผิดใจกัน ทะเลาะกัน เกลียดกัน ไม่ไปมาหาสู่ ไม่ช่วยเหลือกัน ก็มีหลายคน.. หลายกลุ่ม..

แต่เชื่อเถอะ ไม่มีใครหรอก ที่จะมีความสุข หรือมีความยินดี กับการสูญเสียเพื่อน ที่ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันมา !!”
การจากไปของเพื่อนร่วมชะตากรรม นับตั้งแต่รายแรก จนถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องสะเทือนใจเราทุกคน แต่สำหรับความคิดผมแล้ว มันคือ “ความประมาทล้วนๆ” ซึ่งขอไม่เล่าในรายละเอียด เนื่องด้วยความเคารพผู้ที่จากไปทั้ง 5 ราย.. (คนทางนี้ ต่างรู้กันดีว่าผมหมายถึงอะไร)

ส่วนตัวผมคิดว่า เราสามารถเลือกแนวทาง ที่ดีที่สุด ให้กับตัวเราเองได้ (ที่ผมใช้คำว่า “อยู่เป็น”) อย่างผม ก็เลือกที่จะยุติการเคลื่อนไหว ประกอบอาชีพ ทำมาหากิน พวกที่เคลื่อนไหวเอง ก็ควรต้องหาทางเซฟตัวเองให้มากที่สุด บนความ “ไม่ประมาท” มันก็มีเท่านั้น..

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย สำหรับการต่อสู้กับเผด็จการ ที่มีอำนาจล้นฟ้า ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุด ที่จะปลอดภัยกว่าการอยู่ในประเทศที่ 2 สำหรับกลุ่มที่ต้องการการเคลื่อนไหวอยู่ นั่นก็คือ.. “การหนีภัย ไปสู่ประเทศที่ 3 ให้ได้” !!

เหตุการณ์ข้างต้น ผมได้เล่าสรุปเรื่องราวการขอลี้ภัย ไปประเทศที่ 3 ของเพื่อนๆ แต่ละคน เท่าที่ผมมีข้อมูลมา พอจะสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังต่อไปนี้

พวกเราไม่ได้รับการสนับสนุน ให้ลี้ภัยไปประเทศที่ 3 เพราะเราไม่ได้รับการสนับสนุนให้ไปประเทศที่ 2.1

พวกเราที่เหลืออยู่ ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีผู้สนับสนุน ที่จะได้รับการพิจารณา แม้กระทั่ง ให้ไปอาศัยอยู่ในประเทศ 2.1 เพื่อทำเรื่องขอลี้ภัย ก็ยังไม่ได้รับโอกาสนั้น

พวกเราต่างเข้าประเทศที่ 2 มาอย่างไร้หลักฐาน ไร้เอกสารใดๆ ไร้ซึ่งสิทธิต่างๆ เรียกได้ว่าไร้ตัวตนบนแผ่นดินนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่นี่ อาศัยรายได้ จากเงินที่ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ เป็นรายได้หลัก ซึ่งเป็นจำนวนน้อยมาก อย่าว่าแต่ค่าเดินทางไปที่อื่นเลย แค่ค่าเช่าบ้านแต่ละเดือน ค่ากินค่าอยู่ ก็ไม่มีทางพอแล้ว (แต่คนที่มีงานมีการทำ มีธุรกิจ ทำค้าขาย ทำเกษตร ก็เดือดร้อนน้อยหน่อย) ดังนั้น เรื่องการขยับ ขอลี้ภัย จึงอาจไม่ได้อยู่ในความคิดเลย ลำพังใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ก็ยากเกินพอแล้ว..
เรื่องราวต่างๆ ข้างต้น เป็นเหตุผลที่อธิบายได้ว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถ ลี้ภัยไปประเทศที่ 3 ได้ พวกเราพยายามกันแล้ว แต่มัน “ไม่มีเจ้าภาพ” ด้วยกำลังที่เรามีกัน มันไม่สามารถทำอะไรได้เลยจริงๆ และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าใครจะเป็น “เจ้าภาพ” ให้กับเราได้ เรื่องนี้ คงต้องฝากไปให้เป็นคำถามกลับไปยังผู้ใหญ่ และประชาชน ที่ติดตามข่าวสารของพวกเราอยู่ ว่าพอจะมีหนทาง ช่วยเหลือในเรื่องนี้ ได้ทางใดบ้าง..

โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ (6-7 ชีวิต) ที่เวลานี้ ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า พวกเขาเหล่านั้น ผมเชื่อจริงๆ ว่าตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ถึงแม้กระทั่งพวกเขาอาจตัดสินใจ “ยุติการเคลื่อนไหวในเวลานี้” ก็ใช่ว่าพวกเขาจะปลอดภัย จากการตามล่าของฝ่ายตรงข้าม !!

นี่ต่างหาก.. เป็นเรื่องที่พวกท่าน ต้องช่วยกันผลักดัน ช่วยเหลือพวกเขาให้ได้

การแก้ปัญหา ไม่ใช่การหาบ้านให้พวกเขาใหม่, ย้ายพิกัดบ้านที่เขาเคยอยู่ ไปยังที่แห่งใหม่, ให้เงินสนับสนุนเขาให้มากขึ้น หรือกระทั่ง หาอาวุธ หาคนมาคุ้มกันพวกเขา

เพราะมันคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สุดท้าย หากยังต้องอยู่ที่นี่.. โอกาสที่จะพลาด มันต้องเกิดขึ้นสักวันแน่นอน !!

เลิกเชียร์.. ให้พวกเขาสู้ได้แล้ว หากคุณรักพวกเขาจริง จงช่วยกันผลักดัน ให้พวกเขาไปประเทศที่ 3 ให้ได้ก่อนดีไหม ?

เกี่ยวกับผู้เขียน: ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล เป็นอดีตนักโทษการเมืองจากการถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังพ้นโทษ และหลังรัฐประหาร คสช.ได้มีคำสั่งเรียกให้ ธันย์ฐวุฒิ ไปรายงานตัว แต่เขาปฏิเสธและได้เดินทางลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศนับจากนั้น
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

...ทำให้นึกถึงครั้งหนึ่งตอนปรวยหัวเค็มเป็นนายก ตอนยุค"โชติช่วงชัชวาลย์"ในอ่าวไทยทำให้คนไทยมีความหวังว่าจะได้มีทั้งน้ำมันและแก๊สอย่างสมบูรณ์พูนสุข จะได้ใช้ราคาถูก ประเทศจะร่ำรวยมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ตราบจนทุกวันนี้กลับตรงกันข้ามทุกอย่าง ไอ้ปากแดง(มันกำลังใช้กรรมเป็นบ้าอยู่ขณะนี้) เอาสัมปทานน้ำมันและแก๊สทั้งหมด ไปขายให้พ่อค้าน้ำมันในอเมริกา ซึ่งตอนนั้นไอ้ยุทธเหล่ผู้ติดตามเป็นแค่พันเอกรับใช้เป็นทหารเสือราชินี ลูกสาวถึงกับเหมาเรือบินมาจากแมสซาชูเสท มาฉลองรายได้ขนาดใหญ่มากที่สัญญาเซ็นต์กันที่เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ประชาชนไม่มีส่วนได้ใดๆ  กลับใช้น้ำมันและแก๊สแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเสียอีก มันขูดเลือดคนไทยให้ไหลซิบๆ เป็นภักษาหารอันโอชะ ของพวกปีศาจพวกมันมาตลอดอายุขัย ที่มันครองเมืองมิได้ว่างเว้น เพราะคนไทยได้แต่ก้มหน้าก้มตายอมรับพวกมัน ไม่กล้าหือ
แต่ที่ยกตอนนี้ขึ้นมาเพราะรบ.นักฆ่าลุ่มเจ้าพระยา กลับยอมให้สลัดประมงไทยที่มีอยู่เป็นหมื่นลำในอ่าวไทย ออกไล่ปล้นฆ่า ข่มขืน ต่อพวกชาวเรือ (Vietnamese boat people)ที่หนีภัยร้ายจากบ้านแตกในเวียตนามเมื่อประเทศล่มลง เพื่อสร้างอาณาจักรแห่งความกลัว ป้องกันไม่ให้คนเวียตนาม มาเป็นคนลี้ภัยอพยพเป็นภาระตน โดยไม่เคยคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ชน ที่ต้องหนีร้อนคือความตาย มาหวังพึ่งเย็นต่อเพื่อนบ้านใดๆ
...ยังสงสัยทุกวันว่าไทยจะแตกอย่างไร?  และพวกมันทรราชทั้งหลายจะหนีไปทางไหนได้.....เพราะเราจะตามเอามันคืนได้หมดทุกแห่งและทุกบาททุกสตางค์.....มึงอย่าแพ้ก็แล้วกัน... การหนีออกนอกประเทศของพวกมัน ทุกวันนี้ในโลกดิจิตอลและเอไอ ไม่มีความหมายหรอก พวกมันก็จะโดนลากหัวมาสู่ตะแลงแกง และเอามาไว้ในคุกสัมนา ที่จะเอาราบ-11 และค่ายทหารหลายแห่ง ที่จะเปลี่ยนเป็นมหัตทัณตสถานขังพวกมันที่นั่น ส่วนจะลงโทษกระทำทำอย่างหมอหยอง หรือปรากรม หรือล่าสุดอ.สุรชัย แซ่ด่าน ภูชนะ และกาสะลองนั้น  จะให้ศาลประชาชน ที่จะมีญาติของผู้ตายเป็นตุลาการอยู่ร่วมตัดสินด้วย..มันคงเป็นวันที่ประเทศนี้มีความสุขที่สุดอย่างไม่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทยเรา  อยากเห็นวันนั้นเร็วๆจังเลย !!

https://www.google.com/search?q=vietnam … 9kHt7sGJiM:

https://en.wikipedia.org/wiki/Battle_of_Dien_Bien_Phu

พวกเวียตนามผู้บริสุทธิ์หลายร้อยราย ถูกชะตากรรมโดนฆ่า ทำร้าย ทำลาย โดนปล้นในบริเวณอ่าวไทยอย่างสุดอำมะหิตและเลือดเย็น  เมื่อข่าวหนาหูมากขึ้น นักข่าวตปท.เข้ามาสอบสวนและกระพือข่าวร้ายนี้ขึ้น อ้ายสัตว์ตัวนี้ออกมาปฏิเสธอย่างหน้าด้านๆ ในเรื่องการปล่อยให้โจรสลัดไทยปล้นฆ่าในอ่าวไทยไม่เป็นความจริงทั้งนี้น แถมเขาให้สัมภาษณ์นักข่าวตปท.ว่า.."เราคนไทยเป็นคนพุทธ ย่อมไม่กระทำความทารุณโหดร้าย อย่างนั้นต่อคนพุทธด้วยกัน"....ต่อมาการเดินขบวนประนามรบ.ไทยอย่างขนานใหญ่ได้เกิดขึ้น เพื่อประท้วงความโหดร้ายอำมะหิตต่อผู้นำไทย(รวมหมายทั้งพวกเจ้าด้วย) ทั้งที่กงสุลไทยในล้อสแองเจลิสที่ถนนวิลเชอร์ และที่สถานทูตไทยในวอชิงตันดีซี  แต่ที่สำคัญคนเวียตนามนั้นยังมีแรงแค้นอย่างเต็มอก พวกอพยพเหล่านี้หลังจาก 40 ปีมาแล้ว คนเวียตนามจำนวนมาก ที่ประสพความสำเร็จในชีวิตที่อเมริกาได้กลับบ้าน เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศใหม่ของพวกเขาก็เยอะแยะ  ...คนไทยหากต้องหนี อย่าได้หนีไปทางเวียตนามก็แล้วกัน.... ดาบนั้นจะคืนสนอง
มันอาจจะโหดร้ายทารุณเหมือนตอนฝรั่งเศสแพ้ศึกเดียนเบียนฟู ที่เวียตมินห์จับเชลยฝรั่งเศศได้ 11,721 คน และบาดเจ็บ 4,436 คน  คนที่บาดเจ็บนั้นพวกทหารเวียตนามปล่อยให้ร้องครวญครางด้วยบาดแผลและตายไปทุกวันเป็นสิบคน นักข่าวต่างประเทศกระพือข่าวความทารุณโหดร้ายของผู้บาดเจ็บ จนรบ.ฝรั่งเศสทนไม่ไหวต้องยอมเซ็นต์สัญญายอมแพ้ในที่สุด  เพราะแรงแค้นของคนเวียตนามมีต่อฝรั่งเศสมาเกือบ 100 ปี ทำให้เขาดูการตายอย่างเจ็บปวดเหมือนดูอุปรากรหรือชมซิมโฟนี่ ที่ทำให้เขาดื่มด่ำอย่างหนำใจ  ...เรื่องความอาฆาตแค้นมากหรือน้อยย่อมเป็นธรรมดาของมนุษย์.......ทีเอ็งกูเพียงแค่บ่นว่า..แล้วมึงก็ฆ่าพวกกู..ทีข้าเอ็งอย่าโวย  ..กูไม่ได้ยินเสียงพวกมึงหรอก .. แต่พวกกูจะทำให้บ้านเมืองสะอาดเสด็จน้ำ และจะไม่มีพวกมึงอีกต่อไป อย่างแน่นอน

จาก องค์การปฏิวัติไท
ขอบคุณครับ

Last edited by ปาปียอง (February 5, 2019 5:06 AM)

Offline

#71 March 22, 2019 9:14 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

เพียงไม่กี่ปีเราเสียนักรบนักปฏิวัติไป 8 คนแล้วที่ประเทศละแวกเพื่อนบ้าน

เพื่อนๆโปรดเลือกพรรคที่เป็นประชาธิปไตยอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อเราได้รัฐบาลใหม่เข้ามา เราจะผลักดันการสอบสืบสวน เพื่อให้รู้ความจริงว่าหมาทรราชตัวไหน?
เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำร้ายพวกเรานักปฏิวัติ ผู้เสียสละทั้งหลาย  เราจะนำพวกทรราชมันพบกับขบวนการยุติธรรมที่เป็นศาลประชาชน  ไม่ต้องนับว่ากี่ปีต่อจากนี้ไป
การฆาตรกรรมรวมทั้งล่าสุด เช่นดีเจซุนโฮ, โกตี๋, อ.สุรชัย แซ่ด่าน, สหายกาสะลอง, สหายภูชนะ, ลุงสนามหลวง, สหายยังบลัด, ข้าวเหนียวมะม่วง และอีกจำนวน
มากที่ถูกอุ้มฆ่าทำลาย คดีพวกนี้เราจะไม่ให้สิ้นสุดไปอีกร้อยปี  เราจะไปคว้าคอทรราช ที่แอบทำร้ายเราผู้กู้ชาติมาลงโทษ และจะเป็นภาระแก่ประ
เทศนี้ จนกว่าเราจะพอใจ
ใครทำกับพวกเราไว้ เตรียมตัวไว้ให้ดี วันนั้นจะมาถึงแน่นอน

พรุ่งนี้วันที่ 24 มีนาคม 2562  พี่น้องเราต้องไปลงคะแนนเลือกให้พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่
เราจึงพอจะมีโอกาสสู้พวกทรราชได้บ้างในตอนนี้

ขอให้โชคดี ที่มีโอกาสใช้ปากกาโค่นฆ่าพวกทหารทรราชวันนี้ครับ

องค์การปฏิวิติไท

Last edited by ปาปียอง (March 23, 2019 4:07 AM)

Offline

#72 March 31, 2019 11:17 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

R.I.P ต่อลุงสนามหลวง สหายยังบลัด และสหายข้าวเหนียวมะม่วง

เนื่องจากเกินเวลาที่ท้าทายให้ทีมสหพันธรัฐไท นำโดยคุณสุขชีพ ชีวะสุทธิ์หรือในนามลุงสนามหลวงและลูกทีมดังกล่าวอีก 2 ท่าน ออกมาแสดงตัวอย่างช้าไม่เกินคืนหมาหอน(ก่อนเลือกตั้ง) และเวลาเลยมาแล้วจนสิ้นเดือน ก็เป็นอันว่าต้องเปิดการประกาศเป็นทางการว่า กลุ่มนี้ถูกอุ้มไปแล้วอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องยอมรับว่าวีธีท้าทาย(chalenge)ให้ปรากฎตัวออกมา ได้ใช้กับบุคคลที่สูญหาย(MIA-missing in action)แล้วเสมอ ไม่ว่าทางทหารในสมรภูมิ หรือบุคคลเช่นสื่อผู้ทำข่าวในแนวรบ หรือเขตพื้นที่อันตรายทุกแห่ง เมื่อเกิดหายตัวไปเราต้องช่วยกันแจ้งเหตุ หาเหตุผลหรือหลักฐาน มีการตรวจสอบต่อกันอย่างสุดความสามารถ และต้องพูดความจริงต่อคำถามต่างๆโดยไม่ปิดบัง หรือพยายามบิดเบือนใดๆ ส่วนบุคคลที่พยายามให้ข่าวลือข่าวลอยนั้น ย่อมเป็นแหล่งข่าวที่ทำลายตัวเอง ให้สาธารณะหมดความเชื่อถือ เป็นการทำลายตัวเองแท้ๆ เหมือนเด็กเลี้ยงแกะ ที่เอาความจริงที่เป็นความเป็นความตาย หรือเป็นความสูญเสียของชีวิต เอาไปเล่นลิ้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อความสนุกสนานนั้น ไม่เป็นการเหมาะสมในทุกกรณีย์ 

แต่ขอบอกตรงๆว่าคลิ๊ปนี้เป็นการออกความเห็นส่วนตัว และไม่มีความถูกต้องเลยก็ได้ แต่จากประสพการณ์ที่เคยพบเห็น ก็อดไม่ได้ที่จะชี้สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ และกราบขออภัยต่อญาติพี่น้องผู้รับเคราะห์กรรมครั้งนี้ด้วย หากคำพูดใดๆและเหตุการณ์ที่วาดภาพเอาไว้ต้องกระเทือนจิตใจเป็นอย่างมาก เหตุผลที่เขียนกระทู้นี้เพราะเคยอยู่ในพื้นที่ละแวกนี้ พอทราบความเป็นอยู่และบุคคลกว้างๆอยู่บ้าง เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าพวกเราที่เหลืออยู่บริเวณนี้ อย่าได้วางใจว่าตัวเองอยู่แต่ในห้องหับมิดชิด ไม่ออกไปนอกบ้านนอกจากจำเป็นจริงๆ เช่นออกไปซื้ออาหารและเครื่องใช้ประจำเดือน เหมือนดังเช่นลุงสนามหลวง หรืออ.สุรชัยปานนั้น  แต่เราเป็นนก(ปลา หรือสมัน ฯลฯ) พรานมืออาชีพมันรู้นิสัยและความจำเป็นของเราดี และเมื่อศึกษาความเคลื่อนไหวรอบตัวทั่วไปแล้ว(pattern-of daily activities) นายพรานก็เลือกกับดักและชนิดเหยื่อ วางเอาไว้

ขออภัยต้องกรุณาติดตามตอนต่อไป

Last edited by ปาปียอง (April 1, 2019 1:54 PM)

Offline

#73 April 9, 2019 1:38 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

อาลัยต่อลุงสนามหลวง สหายยังบลัด และข้าวเหนียวมะม่วง(ตอน-2)

พรานรู้ได้ว่าจะวางแร้ว ใช้เหยื่อกับเบ็ดอย่างไร? นักพูดบางคนทางวิทยุ"รู้ทัน"ก็บอกว่าเล่ห์เหลี่ยมของพวกซีไอเอ เคจึบีนั้นซ้ำๆเดิมๆ ไม่มีผลอะไรต่อเขาหรอก เพราะเขารู้หมดแล้ว ทำกับเขาเองไม่ได้กินหรอก ก็ขอให้โชคดีก็แล้วกัน แร้วและเบ็ดกี่ปีกี่ชาติก็ยังมีรูปร่างเหมือนเดิม สำคัญที่เหยื่อล่อต่างหาก ตำราเก่าๆอย่าดูแคลนเป็นอันขาด

แต่กรณีย์ลุงสนามหลวงผู้รอบรู้มากเป็นพหูสูตรคนหนึ่ง ที่สามารถเขย่าแผ่นดินด้วยการจัดตั้งขบวนการ"สหพันธรัฐไท" และแตกสาขามีลูกข่ายไปทั่วโลก มีธงชาติ เสื้อดำติดโลโก เพลงร้อง บทกวี คำแถลงการณ์ วิทยากรผู้สามารถหลายท่าน รวมทั้งก่นด่าพวกนักการเมืองของค่ายทักษิณ ชินวัตร ล้วนเป้าหมายเพื่อล้มเจ้าโดยตรง และรุนแรงทับทวีขึ้นทุกวัน จนคสช.ทนไม่ไหวต้องออกตามล่า
ตัวลุงสนามหลวงเองตอนเป็นน.ศ.เคยเรียนแพทย์หรือสาธารณะสุขศาสตร์ทีม.มหิดลมาก่อน และเคยหนีเข้าป่าเป็นหมอของพคท.ประจำการบริเวณอิสานใต้ เคยมีกิจการค้าขายวัสดุก่อสร้าง การค้าและธุระกิจอีกหลายชนิดใหญ่โตมาก่อน แต่เนื่องจากเกลียดการรัฐประหารต้องอยู่ภายใต้เผด็จการทหารจปร.และกษัตริย์ไทยอย่างรุนแรง จึงคิดไปอยู่ต่างประเทศให้รู้แล้วรู้รอด  และเมื่อภูมิพลนำการปฏิวัติต่อรัฐบาลทักษิณ และรบ.สมัครฯ รบ.สมชายฯ และล่าสุดรบ.ยิ่งลักษณ์อีก เขาจึงทนไม่ได้อีกต่อไป และเริ่มคิดสู้กับทรราชทางวิทยุอินเทอร์เนตใต้ดิน เขาหนีไปอยู่จีนระยะหนึ่ง จนทราบจากพรรคพวกว่าจีนอาจส่งตัวเขากลับมารับโทษในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เพราะไทยส่งอุยกูร์ 111 คนกลับไปให้จีนเชือด ก็เป็นการตอบแทนบุญคุณต่อกัน และศิรินทรก็เป็นที่โปรดปราน ชื่นมื่นของจีนเป็นอย่างยิ่ง จีนจึงไม่ให้นักต่อสู้รบ.ไทยและต่อต้านกษัตริย์ไทย มีที่ยืนบนแผ่นดินจีนอย่างเด็ดขาด
เขาทำอะไรก็มักจะมีผลเติบโตมหาศาล เครือข่ายวิทยุใต้ดินของเขาเจรฺิญรุ่งเรืองเป็นอันดับหนึ่ง มีผู้บริจากเงินทองมากมาย รวมทั้งเจ้าสัวคนสำคัญ (ที่ลูกๆและภรรยาเป็นลูกจ้าง??) ซึ่งเจ้าสัวผู้นี้มีความสนิทสนม นิยมชมชอบของเจ้าฝ่ายศิรินทรเป็นพิเศษต่อกันมานาน

ก็เกิดการวางแผนขอร้อง(ผ่านเจ้าสัว)ให้เขาหยุดการด่าเจ้า  เรื่องมันเกิดวิปริตในชีวิตเขาเริ่มมาตั้งแต่จุดนี้เอง
อันที่จริงตอนอ.สุรชัยแช่ด่าน ภูชนะ และกาสะลองถูกหลอกอุ้ม ตอนไอ้เหล่ไปเยือนสปป.ลาว เซ็นต์สัญญากัน 7 ฉบับ รวมทั้งจ่ายค่าหัวของนักสู้ใต้ดินแต่ละคน
....ชีพ ชีวสุทธิ์ได้รับข่าวด่วนให้รีบหนีไปทางใต้ เวียตนาม และ..... รอดอย่างหวุดหวิด ทางทีมไทยก็ต้องเอาทีมรองลงมาแทน นั่นคืออาวสานของทีมแดงสยาม


เนื่องจากสมัยนี้นั้นเป็นยุคดาวเทียมการสื่อสารรวดเร็ว แม่นยำมาก หากใครใช้เครื่องมือสื่อสารใด เช่นโทรศัพย์มือถือ พีซี แทปเล็ต ฯลฯ ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมใดในแมสมีเดีย หน่วยข่าวกรองดักฟังได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นผู้ใช้มีโปรแกรมสุดพิเศษ เช่นหน่วยราชการที่เป็นหน่วยข่าวลับ หรือเป็นบุคคลสำคัญจริงๆ เช่นระดับผู้นำของประเทศ  และเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเรายังคงถูกดักฟังหรือไม่
ยกตัวอย่างการฆ่าโอซามา บินลาดิน(Osama Binladen)เมื่อปี 2011 ที่เมืองอะบอตะบัต(Abbottabad) ในปากีสถาน อเมริกาใช้ความพยายามล่าบินลาดินมากว่า 10 ปีด้วยอาวุธเทคโนโลยี่ทุกอย่างที่มี แต่ไร้ผล เพราะบินลาดินรู้ดีว่าหากเขาใช้โทรศัพย์หรือสื่อสารมีเดียรูปใดๆที่ต้องอาศัยดาวเทียม(satlelite) เขาจะถูกจับตัวได้ทันที เพราะความสามารถเรื่องเทคโนโลยีสมัยยุคข่าวสารดิจิตอลปัจจุบันนั้น สามารถทำได้อย่างแม่นยำชั่วกระพริบตา บินลาดินจึงไม่ใช้การสื่อสารทางอีเลคโทรนิคส์ใดๆทั้งสิ้น แม้โทรศัพย์ก็ไม่ใช้ การสั่งงานและติดต่อโลกภายนอก จะใช้คนนำสาร(courier)เท่านั้น ยกเว้นการชมทีวีจากเท้ปภาพยนต์ต่างๆให้ลูกๆและเมียดู ทำให้การตามล่าตัวของซีไอเอจึงยืดช้าออกไปเกือบ 11 ปี  แต่ในที่สุดก็ต้องจนมุมด้วยวิธีการมากมาย เช่นใช้แพทย์ไปบริการปลูกฝีให้เด็กๆในหมู่บ้าน และเก็บรอยเลือดจากเด็กไปขยายความหาดีเอ็นเอ(DNA) เพื่อขยายผลว่าเด็กมาจากบ้านไหน(address)? เพราะดีเอ็นเอของคนปากีสถานไม่เหมือนกับคนอาหรับ ฯลฯ ซึ่งซีไอเอใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตามล่าครั้งนี้
หลักฐานอื่นๆเช่นการจับตัวผู้ใกล้ชิดของบินลาดินได้ และเป็นผู้วางแผนโจมตีเวิลด์เทรดเซนเตอร์(World TradeCenter)ผู้หนึ่ง คือนายอาบู ซูบายเดห์(Abu Subaydah) เป็นคนเชื้อสายปาเลสติเนี่ยน และซีไอเอทราบว่าบินลาดินไม่ใช้เครื่องมือสื่สารผ่านดาวเทียมอย่างเด็ดขาด เมื่อจับได้ตัวคนวางแผน9/11 จากปากีสถานแล้ว ได้เอาตัวมาทำการซักถามที่อเมริกาเรียก"แบลคไซด์-Black Site"ในไทยที่สนามบินอุดรธานี อดีตตึกเอบีวัน(AB-1) ตรงข้ามกับตึกซ่อมบำรุงของแอร์อเมริกาเก่า ซึ่งเรียกเป็นโค๊ตตอนหลังว่าตาแมว(Cat's eye) หรือ"ดีเทนชั่นไซท์กรีน-Detention Site Green" สถานที่เรียกแบลคไซด์อเมริกามีหลายแห่งในโลกเช่นในโปแลนด์ อียิปห์ จอร์แดน กัวตานาโมคิวบา ฯลฯ เป็นสถานที่ใช้กักกัน"เชลยซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายโดยเฉพาะ" และเป็นสถานที่ใช้ซักถาม(Interrogation Center) การซักถามในที่นี้หมายถึงการรีดเอาข่าวจากเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมเชลย มีเชลยทางตะวันออกกลางหลายท่านรวมทั้งนายฮ้มบาลี่(Hambali) ผู้วางระเบิดโรงแรมที่บาหลี อินโดนีเซืย ฆ่า 200 ศพ(โดยมากเป็นคนอ๊อสเตรเลียและอเมริกัน) และต่อมาหนีมากบดานที่อยุธยา และถูกจับได้ในประเทศไทย ล้วนถูกนำมากักขังและทำการซักถามที่นี่

การซักถามเริ่มจากการสนทนาบันทึกประวัติส่วนตัวทั่วไป เช่นญาติพี่น้องของเชลย การศึกษา โรงเรียน ต่อมาก็หน้าที่การงาน ผู้บังคับบัญชา หน่วยงาน ความชำนาญที่เคยผ่านการฝึกใดๆมาก่อน...ฯลฯ
วันต่อๆมาจะเพิ่มรายละเอียดในทุกส่วนมากขึ้น มาถึงจุดบริเวณที่เชลยจะพยายามปกปิดต่างๆ หากเชลยยังขืนดื้อดีงพยายาโกหกต่อ ก็อาจใช้ขู่โดยใช้เครื่องจับเท็จ ประกอบการซักถามไปด้วย และจะเข้าขั้นขู่เข็ญ(coercion)ที่จะทำโทษ ขั้นต่อไปคือการทำโทษ หรือเริ่มทรมานอย่างช้าๆ หากยังไม่ได้ผลก็จะมีมาตรการที่หนักข้อยิ่งขึ้น ก็ขอหยุดอธิบายต่อเลยไปจากนี้ 

การซักถามต่อเป้าหมายสำคัญนั้น อาจใช้เวลาเป็นปีหรือมากกว่านั้นอย่างไม่มีกำหนด เชลยผู้ก่อการร้ายอีกจำนวนมาก ปัจจุบันยังอยู่ทีศูนย์ควบคุมตัวทีกัวตานาโม(Guantanamo) บนเกาะคิวบาทางตะวันออก มาตั้งแต่ประมาณต้นๆปี 1995s

ส่วนของไทยใช้เวลาน้อยมากในการรีดข่าว และทำลายเชลยเสียไม่ให้มีร่องรอย เพียงชั่วเวลาสั้นมาก อาจจะเป็นนิสัยคนชาวพุทธ ที่หากทำเรื่องบาปหรือเรื่องร้ายๆ ก็รีบทำๆเสียเลยให้เสร็จเร็วๆ

จาก องค์การปฏิวัติไท

โปรดติดตามตอนต่อไป

Last edited by ปาปียอง (April 10, 2019 9:52 AM)

Offline

#74 April 30, 2019 5:21 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

ไม่น่าเลย ไว้ใจใครไม่ได้เลย ประมาทเป็นตาย ควรเปลี่ยนวิธีสู้

Offline

#75 May 1, 2019 7:23 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

เหตุการณ์ของคนไทยในลาวและกำพูชา

หลายคนกำลังลุ้นการอภัยโทษผู้ลี้ภัยม.112 ตอนราชาภิเษกอีก 2-3 วันข้างหน้า
ทุกคนที่นั่นก็อยากเปลี่ยนท่าทีชีวิตที่ต้องสู้ที่นั่น แต่พวกเขาตกอยู่ในพื้นที่จำกัด อัตคัดข้ดสน เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไทยมีอิทธิพลเหนืออยู่มาก สปป.ลาว บ้านพี่เมืองน้อง ตอนนี้เป็นหนี้จีนจนโงหัวไม่ขึ้นอีกแล้ว เวียตนามก็กดเอาเปรียบทั้งเขตแดน ป่าไม้ และทรัพยากรณ์ธรรมชาติ  ลาวไม่มีทางออกทะเล หวังพึ่งทางไทยต่อในทางสุดท้าย(อีก) คนไทยที่ลี้ภัยในลาวกำลังตัวสั่นงันงกกันทั่วหน้า
หลังกลุ่มแดงสยามถูกอุ้ม และการหายตัวไปของกลุ่มสหพันธรัฐไท ที่หนีไปจากสปป.ลาวไปทางใต้สู่เวียตนาม มาเลเซีย และคงจบที่่บ่อกุ้งกุลาดำที่อินโดนีเซีย แต่คิดว่าพวกเขาคงถูกจบชีวิตลงกลางอ่าวไทย หลังถูกหลอกลงเรือประมงขนาดใหญ่ ที่วิ่งไปมาระหว่างไทย สิงค์โปร์ เวียตนาม มาเลย์และอินโดฯ  โดยหลอกว่าเพื่อลี้ภัย ซ่อนตัวในหมู่เกาะในอ่าวไทยสักเกาะหนึ่ง ที่มีบ่อกุ้งปลาหลายแห่ง เสียมากกว่า

ส่วนในกำพูชา ก็เพิ่งมีการฉลองนั่งรถไฟร่วมระหว่าง 2 นายกฯเมื่อ 2-3 วันก่อน ที่ชายแดนปอยเปต-อรัญญประเทศ เห็นแล้วชื่นมื่นดีออก เพราะทั้งสองเผด็จการล้วนเป็นไม้ใกล้ฝั่งที่พร้อมจะทรุดฮวบทั้งคู่ ฮุนเซ็นหลังจากครองอำนาจมากว่า 30 ปี มีศัตรูมาก ก็เสียวหลังจากพวกทหารและประชากรพวกเดียวกันไม่น้อย ต้องนอนกอดปืนสะดุ้งกับลูกชายนายพลและครอบครัวอยู่ทุกบ่อย
ที่ผู้นำทั้งสองสัญญากันว่าจะไม่สนับสนุน ไม่ให้พวกลี้ภัยทั้งสองฟากทั้งจากไทยและจากเขมร ห้ามไม่ให้โจมตีใส่รบ.เพื่อนบ้านต่อกันนั้น ล้วนเป็นคำหวาน เป็นพิธีทางการทูตเท่านั้น แต่หากฮุนเซ็นสิ้นวันใด ผึ้งไทยที่นั่นจะแตกรังใหญ่เลยทีเดียว  จะมีการจับยึดตัวแบบแลกเชลยกันแน่นอน คิดแล้วเป็นห่วงเพื่อนๆทุกคนที่นั่น ที่นั่นโหดสุดๆเลยละ คนเขมรตายเป็นเบือเกือบ 2 ล้านคน เป็นจำนวนหนึ่งในสามประชากรของประเทศสมัยนั้น โลกตะลึงว่ามันร้ายกาจขนาดนั้นไดัอย่างไร?

ตอนนี้ทุกคนที่ลี้ภัย ต่างใจจดจ่อคอยชมราชพิธีในไทยอีก 2-3 วัน ว่ามันจะพูดให้คำสัตย์เหนือแผ่นดิน..สำรอกกะล่อนหลอกลวง เหมือนพ่อมันอีกหรือเปล่า?
และมันจะประกาศยุคใหม่ของมันว่าเป็นยุคอะไรดี? และมันจะยกโทษผู้ลี้ภัย 112 หรือไม่?     

องค์การปฏิวัติไท

Last edited by ปาปียอง (May 1, 2019 7:37 AM)

Offline

#76 May 1, 2019 10:49 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,550

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

คำสัญญาของเจ้าโจร มันก็คือคำสัญญาของโจร  อย่าถามว่าเชื่อถือได้หรือไม่เลย

Offline

#77 May 2, 2019 5:32 AM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

ได้ฟังจอม เพชรประดับ ว่าลุงสนามหลวงและพวกถูกเวียตนามจับฐานเข้าเมืองผิดกฎหมายและใช้พาสพอร์ตปลอมไม่รู้จริงหรือเปล่า บางข่าวก็ว่าคนของท่านทักษิณขอให้หยุดรายการตอนเลือกตั้งและก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บางข่าวก็ว่าโดนส่งไปคุยกับรากกล้วยแล้ว ไม่รู้ข่าวไหนจริง รอหลังพิธีถ้ายังเงียบแสดงว่าไปที่ชอบแล้ว

Offline

#78 May 2, 2019 10:25 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,550

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

ยังเชื่อว่าคนมีประสพการณ์ในการอยู่นอกประเทศมานาน เคยผ่านการสู้รบมาแล้ว สมองก็ไม่ธรรมดา  น่าจะเอาตัวรอดได้ แต่จะให้มาออกอากาศช่วงนี้คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก (คิดบวกไว้ก่อน การสู้รบย่อมมีการสูญเสียเป็นธรรมดา)

Offline

#79 May 3, 2019 12:41 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

ใครจะไปรู้อะไรจริงในกลาแลนด์

โดยเฉพาะเรื่อง เจ้าสัว ธนินทร์ เจียรวรานนท์ ผู้มีกิจการอาหารทุกชนิดในทวีปเอเซียใต้ โดยเฉพาะบ่อปลา-กุ้ง ไปทั่วทั้งประเทศอาเซี่ยน ลาออกจากประธานบริษ้ทซีพีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 62 มันเกี่ยวอะไรด้วยกับอะไรหรือเปล่า? เงี่ยหูฟังดีๆนะ ไม่ใช่เหมือนตอนจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยื่นคำขาดให้เจ้าสัว อื้อจือเหลียง ออกจากราชอาณาจักรทันทีที่ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หรืออาจได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งพิเศษ .... หรือเตรียมหนี !!
กษัตริย์ใหม่จะแสดงฝีมือแน่ๆ ในเร็ววันหลังพระราชพิธี

ได้แต่เสียดายกลุ่มผู้ก่อตั้งสหพันธรัฐไท แม้จะค่อนข้างหนวกหู รุนแรงไปหน่อย ...น่าจะให้คำตอบที่ชัดเจน ก่อนเป็นอาหารให้กุ้งปลาในอ่าวไทย

ขณะนี้กำลังมีบางคนพยายามทำคลิปว่าลุงสนามหลวงกำลังจะกลับมาอีก แต่คงยากส์ ทหารจปร.ไทยจะไม่กล้าเก็บไว้นาน เพราะรัฐบาลคสช.เป็นโจรปล้นประเทศ มันไม่ใช่รัฐบาลที่ได้รับเลือกมาจากประชาชน ทุกอย่างที่มันทำมา 8 ศพทั้งในสปป.ลาว และบริเวณอ่าวไทย เป็นการฆาตกรรม สักวันหนึ่งเราจะกลับมาเอาเรื่องมันทุกคน ไม่ว่าระดับใด หรือมันจะแก่เฒ่าสักแค่ไหน

วันนั้นคือวันที่ประชาชนได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ซึ่งความยุติธรรมจะปรากฏคลุมไปทั่วอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะพวกผู้คนที่สูญหายในระหว่างการต่อสู้
เราจะแสวงหาความยุติธรรม ให้ชีวิตวีรชนทุกชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่เสียสละให้แผ่นดินในการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้
เท่าที่เรามีความสามารถจะสืบสาวได้ แม้จะยาวนานสักกี่ปีก็ตาม คณะกรรมาธิการเพื่อสางปัญหาเรื่องนี้
จะทำงานติดต่อกันตลอดไป เหมือนคณะกรรมธิการรัฐสภาของคนยิว ที่ทุกวันนี้ยังติดตามล่าหัวพวกนาซี
อย่างไม่ลดละ แม้สงครามจบลงแล้วถึง 73 ปีที่แล้วมาก็ตาม

นั่นคือความยุติธรรมของประเทศเรา ที่จะมีให้วีรชนของเราพวกนี้ให้ถึงที่สุด
ใครรู้ เราอาจจะพบว่าพวกเราถูกฆ่าแล้วทำลายทรากศพ หรือใส่ตู้คอนเทนเนอร์ โยนลงกลางอ่าวไทยเป็น
จำนวนแสนชีวิต แม้จะเทียบของยิวกว่า 6 ล้านคนไม่ได้  แต่จำนวนจริงของไทยก็คงไม่ใช่ตัวเลขปัจจุบัน
ที่พวกทรราช กล่อมบอกเรามา และเราอาจจะไม่กล้าเชื่อตัวเลขจริงตัวนั้นได้เลย

องค์การปฏิวัติไท

ปล.อ.หวานหายไปหลายวันแล้ว โดยเฉพาะตอนนี้ ควรมีข่าวแก่พวกเราเกือบทุกวัน
โปรดตอบร้บด้วย!

Last edited by ปาปียอง (May 3, 2019 12:46 PM)

Offline

#80 May 3, 2019 3:56 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: หน่วยงานที่เคลื่อนไหว อยู่ในลาว ต้องระวัง

น่าเป็นห่วง อ.หวาน ที่กล่าวได้ว่าเป็นผู้จัดรายการต้านระบอบเจ้าคนเดียวที่ยังยืนหยัดอย่างเด็ดเดี่ยวเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ผุกร่อนไปกับกาลเวลา จึงน่ายกย่องเชิดชูยิ่ง

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.