iFreeThai

#121 May 10, 2019 9:15 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

ข่าวจากThe Guardian ที่น่าเชื่อถือได้

โปรดพิจารนาตอนพารากร้าฟที่บอกว่าพวกฮิวแมนไร้ท์วอท์ช(Human Rights Watch-Asia) ของนายแบรด อาดัมส์(Brad Adams) ผู้ทราบล่วงหน้าว่านักโทษทั้งสามอยูในความดูแลของเวียตนาม อาจถูกส่งกลับลับๆให้รัฐบาลไทยแล้ว ด้วยข้อความที่ว่า :

Brad Adams, the executive director of Human Rights Watch Asia, said: “Vietnam’s alleged secret forced return to Thailand of three prominent activists should set off alarm bells in the international community.”

รายงานของการ์เดี้ยนทั้งหมดดังนี้:

https://www.theguardian.com/world/2019/ … in-vietnam

แต่ประวิตรยังปฏิเสธอยู่ว่ารัฐบาลยังไม่รู้เรื่องนี้
จึงมีการยื้อเพื่อให้ยืนยัน จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษย์ชน ให้มีการประกันตัวและผู้ต้องหาทั้งสามต้องมีทนาย โดยเฉพาะมารดาของคุณข้าวเหนียวมะม่วง ก็ร่วมเรียกร้องสิทธิการประกันตัวด้วย

หากพอแคะข่าวจากกูเกิ้ลต่อสื่อทั่วโลกที่ตื่นตัวแล้วตามที่อ.หวานบอก ก็อาจจะได้เนื้อหา เพื่อยืนยันว่าข่าวก้าวหน้าไปถึงไหน? หรือยังอยู่ในอวกาศเช่นเดิม เพราะปฏิบัติการไอโอ(IO)ครั้งนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำ..เหนือเมฆจริงๆ

จะรายงานข่าวคืบหน้าต่อจากสื่อหลัก เท่าที่จะหามาได้

องค์การปฏิวัติไท

Last edited by ปาปียอง (May 10, 2019 9:17 AM)

Offline

#122 May 10, 2019 9:40 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

แม่บุกกองปราบตามหา ‘สยาม’ 1 ใน 3 ผู้ลี้ภัย ตร.ยันไม่ได้คุมตัว

https://prachatai.com/journal/2019/05/82410

ประชาไท / ข่าว
Submitted on Fri, 2019-05-10 16:31
สยาม ธีรวุฒิ ผู้ลี้ภัยวัย 34 ปีที่มีข่าวว่าถูกทางการเวียดนามจับกุมตัวพร้อม ‘ลุงสนามหลวง’ และพวกอีกคนหนึ่งแล้วส่งตัวกลับไทย ครอบครัวเดินทางมายื่นเรื่องที่กองปราบขอคำตอบควบคุมตัวไว้หรือไม่ หวังเพียงให้ปลอดภัย กองปราบฯ ระบุไม่ได้รับตัวแต่อย่างใด สัปดาห์หน้าครอบครัวเตรียมยื่นหนังสือสอบถามสถานทูตเวียดนาม และกระทรวงการต่างประเทศ



(ซ้าย) กัญญา ธีรวุฒิยื่นหนังสือที่กองบังคับการปราบปราม (ขวา) ภาพของสยาม

10 พ.ค.2562 ที่กองบังคับการปราบปราม กัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยาม ธีรวุฒิ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บังคับการกองปราบปราม ขอทราบผลการจับกุมตัวสยาม โดยมี ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมายื่นหนังสือด้วย

ลงโฆษณากับประชาไท
นับถอยหลัง #เลือกตั้ง62 วันอาทิตย์ 24 มีนาคม 2562
ภาวิณีกล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวพร้อมทั้งยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการนำตัวสยามหรือคนอื่นๆ ที่ตกเป็นข่าวมาควบคุมตัวที่กองปราบแต่อย่างใด หากมีการนำตัวคนเหล่านั้นเข้ามาในไทยจริงจะต้องส่งกองปราบภายใน 24 ชั่วโมงเนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ออกหมายจับสยามในคดีมาตรา 112

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ยังคงมีอยู่ ไม่ได้ถูกยกเลิก คำสั่งดังกล่าวให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวผู้ใดก็ได้มีกำหนด 7 วัน ทางทนายความจึงได้สอบถามไปยังหน่วงานความมั่นคงและได้คำตอบเดียวกันว่า ไม่มีรายงานว่าทหารได้ควบคุมบุคคลเหล่านั้น สัปดาห์หน้าทางครอบครัวของสยามจึงเตรียมยื่นหนังสือสอบถามไปยังสถานทูตเวียดนาม และกระทรวงการต่างประเทศของไทย รวมทั้ง จันทร์หน้า (13 พ.ค.2562) จะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเวลา 10.00 น. เพื่อให้ช่วยติดตามเรื่องของลูกชายเธอด้วย

แม้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ที่มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 22/2561 ออกมาให้ยกเลิกนั้น เป็นการยกเลิกเฉพาะ ข้อ 12. เกี่ยวกับข้อห้ามชุมนุม เท่านั้น แต่ข้ออื่นๆ ยังใช้อยู่



หนังสือขอทราบผลการจับกุมตัวสยาม ธีรวุฒิ

กัญญากล่าวว่า หลังจากครอบครัวทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่าอาจมีการส่งตัวลูกชายกลับประเทศไทยก็รู้สึกเป็นห่วงมาก และต้องการทราบว่าลูกชายปลอดภัยหรือไม่ ถูกควบคุมตัวไว้ที่ใดเพียงเท่านั้น

'ฮิวแมนไรท์วอทช์' เรียกร้องไทยเผยที่อยู่ 'ลุงสนามหลวง' และพวก ให้ญาติและทนายพบ
กองปราบฯ 'ไม่รับแจ้งความ' เหตุ 'ลุงสนามหลวงกับพวก' หายไปหลังมีข่าวส่งตัวกลับไทย
ทั้งนี้ สยาม ธีรวุฒิ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 จากกรณีร่วมแสดงละครเวทีเรื่องเจ้าสาวหมาป่า เมื่อปี 2556 ภายในงานรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ หลังเกิดการรัฐประหาร 2557 ภรณ์ทิพย์ มั่นคง และปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม คณะผู้จัดทำละครถูกจับกุมด้วยข้อหาตามมาตรา 112 และถูกคุมขังในเรือนจำถึง 2 ปีเต็ม ขณะที่คนอื่นๆ ที่ร่วมแสดงละครต้องหลบหนีออกนอกประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ‘ลุงสนามหลวง’ หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ สยาม ธีรวุฒิ  และ กฤษณะ ทัพไทย หรือสหายยังบลัด เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง และน่าจะอยู่ระหว่างการหลบหนีจากที่อยู่เดิมไปยังเวียดนามด้วยกันเนื่องจากถูกทางการติดตามตัวอย่างหนัก เหตุผลสำคัญน่าจะเกิดจากชูชีพจัดรายงานวิทยุผ่านช่องทางยูทูป และในช่วงปลายปี 2561 ได้นำเสนอแนวคิดสหพันธรัฐไท จากนั้นมีข่าวการกวาดจับคนในประเทศไทยที่แสดงออกในทางสัญลักษณ์โดยใส่เสื้อสีดำที่มีสัญลักษณ์สหพันธรัฐที่คิดขึ้นกันเองแล้วนัดกันปรากฏตัวตามสถานที่สาธารณะในวันสำคัญเดือนธันวาคม 2561

รายงานจากศูนย์ทนายความระบุว่า คดีสหพันธรัฐไทเฉพาะในส่วนที่ศูนย์ทนายฯ ดูแลมีผู้ถูกจับกุม 13 คนใน 5 คดี ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 116  และมาตรา 209 ของประมวลกฎหมายอาญาและได้รับการประกันตัวทั้งหมดแล้ว ในช่วงเวลาเดียวกัน ลัดดาวัลย์ ชีวสุทธิ์ อายุ 62 ปี และสุทธวัช ชีวสุทธิ์ อายุ 31 ปี ภรรยาและบุตรชายของ ชูชีพ ถูกทหารควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2561 และได้รับการปล่อยตัวหลังจากนั้นเป็นเวลา 7 วันด้วย

อนึ่ง ตั้งแต่ปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2562 กลุ่มผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่อาศัยอยู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อย่างสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน (78 ปี) ภูชนะ (54 ปี) และสหายกาสะลอง (47 ปี) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองก็หายตัวไปก่อนจะพบศพในสภาพถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมลอยอยู่ในแม่น้ำโขง ผลตรวจสอบดีเอ็นเอตรงกับภูชนะและกาสะลอง ก่อนหน้านั้นในปี 2560 วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ ‘โกตี๋’ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาญามาตรา 112 ที่ลี้ภัยอยู่ประเทศเดียวกันได้หายตัวไป ปี 2559 อิทธิพล สุขแป้น หรือ ดีเจเบียร์ หรือ ดีเจซุนโฮ ก็หายตัวไปเช่นกัน

องค์การปฏิวัติไท

Last edited by ปาปียอง (May 10, 2019 9:46 AM)

Offline

#123 May 10, 2019 10:03 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

ข้าวเหนียวมะม่วง(สยาม ธีรวุฒิ) 1 ใน 3 ผู้ลี้ภัยการเมือง จากเวียดนามสู่หนไหน(ยัง)ไม่มีใครรู้ 

https://prachatai.com/journal/2019/05/82414

ประชาไท / รายงานพิเศษ
Submitted on Fri, 2019-05-10 20:11
กรกช เพียงใจ

สยาม ธีรวุฒิ ชื่อนี้ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจาก ‘เพียงดิน รักไทย’ ผู้ลี้ภัยคนหนึ่งได้แพร่กระจายข่าวผ่านช่องทางยูทูปว่า สยามและนักจัดรายการวิทยุใต้ดินชื่อดัง ‘ลุงสนามหลวง’ พร้อมกับผู้ติดตามอีกคนหนึ่งถูกจับกุมตัวที่เวียดนามและถูกส่งตัวกลับไทยแล้วในวันที่ 8 พ.ค.



ความหวาดกลัวว่าผู้ลี้ภัยไทยอาจสูญหายเกิดขึ้น เพราะเคยมีกรณีสูญหายและเสียชีวิตเกิดขึ้นแล้วจริงๆ รายงานข่าวระบุว่า อย่างน้อยมี 2 รายที่สูญหายในช่วงปี 2559-2560 และอย่างน้อย 2 รายที่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมและพบศพในแม่น้ำโขง ส่วนอีก 1 รายคือ สุรชัย แซ่ด่าน ยังไม่พบตัวจนปัจจุบัน  (อ่านที่นี่)

“แม่แค่อยากรู้ว่าเขาปลอดภัยไหม และอยู่ที่ไหน” กัญญา ธีรวุฒิ ผู้เป็นแม่กล่าว

ลงโฆษณากับประชาไท
นับถอยหลัง #เลือกตั้ง62 วันอาทิตย์ 24 มีนาคม 2562
เธอตระเวนยื่นหนังสือตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้ ทั้งตำรวจและทหารต่างปฏิเสธการควบคุมตัว แต่ครอบครัวยังคงกังวลใจเนื่องจากข่าวต้นทางนั้นระบุวันเวลาที่ชัดแจ้งและยังปรากฏภาพพาสปอร์ตปลอมที่มีภาพบุคคลทั้งสามคนอย่างถูกต้อง ที่สำคัญ ตามแบบแผนการปฏิบัติที่ผ่านมา 5 ปี เจ้าหน้าที่ทหารสามารถควบคุมตัวผู้ใดก็ได้ในค่ายทหารโดยไม่ให้ติดต่อโลกภายนอกเป็นเวลา 7 วัน และคำสั่งดังกล่าวยังมีสถานะเป็นกฏหมายอยู่จนปัจจุบัน



กัญญา ธีรวุฒิ แม่ของสยาม ขณะเดินทางมายื่นเรื่องที่กองปราบฯ เพื่อขอคำตอบควบคุมตัวลูกชายไว้หรือไม่ หวังเพียงให้ปลอดภัย

“มีเพียงการยืนยันต่อสาธารณะว่านักกิจกรรมทั้งสามถูกควบคุมตัวและได้พบกับญาติและที่ปรึกษาทางกฎหมายเท่านั้นที่ทางการจะระงับความกลัวว่าพวกเขาได้ถูกบังคับให้สูญหาย” แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ Human Rights Watch กล่าว

แม่บุกกองปราบตามหา ‘สยาม’ 1 ใน 3 ผู้ลี้ภัย ตร.ยันไม่ได้คุมตัว
'ฮิวแมนไรท์วอทช์' เรียกร้องไทยเผยที่อยู่ 'ลุงสนามหลวง' และพวก ให้ญาติและทนายพบ
'ภาคีไทยเพื่อสิทธิฯ' แถลง 'ลุงสนามหลวง' กับพวกอีก 2 คน ถูกส่งตัวกลับไทย จี้ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน
สยามไม่ใช่บุคคลสาธารณะ ไม่เป็นที่รู้จัก เป็นเพียงคนหนุ่มที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และต้องออกจากประเทศตอนอายุ 29 ปี ภายหลังการรัฐประหาร 2557 เพราะมีการรื้อฟื้นทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112

เหตุแห่งคดีคือ ละครเวทีเจ้าสาวหมาป่า ละครย้อนยุคออกแนวตลกโปกฮาซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนบางกลุ่มและพวกเขาได้ทำการแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 112 ไว้ในปี 2556 ท้ายที่สุดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำละครอย่างภรณ์ทิพย์ มั่นคง และปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม วัย 25 ปีถูกจับกุมตัวและต้องติดคุกอยู่ 2 ปีเต็ม



สยาม กับแม่ และครอบครัว เมื่อครั้งรับปริญญา ปี 2556 (ภาพโดย Thanissorn Maneerak)

หากสืบสาวประวัติกลับไปจะพบว่า สยามเป็นคนกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เขาทำงานกับครอบครัวซึ่งทำกิจการเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ขณะเดียวกันก็ลงเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

น้องสาวของสยามเล่าว่า สยามเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก เขาอ่านหนังสือการเมืองและประวัติศาสตร์มากมายและมักส่งต่อให้น้องสาวอ่านด้วย หนังสือของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันดูจะมีอิทธิพลต่อความคิดของเขา นอกเหนือจากนั้นเขายังสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเขมร ครอบครัวของเขาเล่าว่า เขามีหนังสือภาษาเขมรจำนวนมาก โดยเขาเรียนภาษานี้ด้วยตนเองจากยูทูปพร้อมๆ กับสั่งซื้อดิกชันนารีภาษาเขมรเล่มเขื่องไว้ติดตัว

“ละครบาสัก” สุดยอดอุปรากรขแมร์จากโคชินจีน

“ละครยี่เก” มรดกนาฏดนตรีกัมพูชา

“จะเป็ยดองแวง” มรดกวัฒนธรรมดนตรีกัมปูเจีย

อลังการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จสีหนุ

พระบาทสมเด็จนโรดมสีหนุ เอกอัครศิลปินแห่งกัมพูชา

“กรมงุย” ลำนำกวีขแมร์ ไม่มีวันตาย

ฯลฯ

เหล่านี้คือชื่อบทความที่เขาเขียนใน blogazine https://blogazine.pub/blogs/jumreabsur ในคอลัมน์ "จุมเรียบซัว: ศิลปะบันเทิงขแมร์ง่ายๆ สบายๆ สไตล์เรา" โดยเขาเขียนบรรยายบล็อกของเขาไว้ว่า

"จุมเรียบซัว เป็นคำทักทายในภาษาเขมร ใช้สำหรับผู้ที่มีอาวุธโสสูงกว่าผู้พูด หรือกล่าวกับบุคคลทั่วไปที่ไม่ทราบลำดับอาวุธโส จะต่างกับคำว่า ซัวซะได ซึ่งเป็นคำทักทายสำหรับผู้มีอาวุธโสอ่อนกว่าผู้พูด หรือบุคคลที่เป็นผู้มีอาวุธโส มีศักดิ์เสมอกับผู้พูด

เช่นนี้ การใช้คำว่า "จุมเรียบซัว" เป็นชื่อบล๊อกจึงมีความหมาย เป็นการทักทายกับผู้อ่านทั่วๆ ไป อย่างให้เกียรติยศสูงสุด เพราะผู้เขียนถือว่าเกียรติยศสูงสุดของการสร้างงาน คือความเมตตาจากผู้อ่านผู้เสพงานทุกรูปนามไม่ว่าท่านจะเป็นใคร"



แว่นตาหนาเตอะที่เขาใส่ บุคลิกสุภาพ การพูดด้วยเสียงเรียบๆ โทนเดียว คือจุดเด่นของเขา

เก่งกิจ กิตติเรียงลาภ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เคยเป็นสมาชิกกลุ่ม “ประกายไฟ” และเคยพบปะพูดคุยกับสยามในช่วงที่ทำกิจกรรมร่วมกันในกลุ่มเล่าถึงสยามว่า เขาเป็นคนสุภาพและมีความรู้มาก โดยเฉพาะเรื่องเขมรที่เขาสนใจจนเข้าขั้นหมกมุ่น สยามเจอเจอสมาชิกกลุ่มประกายไฟในสมัยที่ยังเรียนรามคำแหงเมื่อหลายปีก่อน ด้วยความที่เขาไม่ค่อยมีเพื่อนที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องความรู้ของเขาได้มากนัก จึงอยากเข้าร่วมกลุ่มและร่วมทำกิจกรรมต่างๆ



สยาม ขณะร่วมกิจกรรมคัดค้านความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนไทย-กับพูชา ต้นปี 2554

กลุ่มประกายไฟก่อตั้งราวปี 2551 ประกอบด้วยคนหนุ่มสาวที่กระตือรือร้น พวกเขาเจอกันก่อนหน้านั้นในช่วงทำกิจกรรมนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการต่อต้านมหาวิทยาลัยนอกระบบ การต่อต้านสงครามอิรัก ฯลฯ จากนั้นหลังการรัฐประหารปี 2549 หนุ่มสาวเหล่านี้ได้ร่วมต่อต้านการรัฐประหาร แม้ก่อนหน้านี้หลายคนจะเคยชุมนุมร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขับไล่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แต่เมื่อปรากฏข้อเรียกร้องมาตรา 7 นายกพระราชทาน พวกเขาก็เลิกเดินร่วมทาง

เก่งกิจเล่าว่า กิจกรรมของประกายไฟนอกเหนือจากต่อต้านรัฐประหาร ส่วนใหญ่แล้วเป็นการทำกิจกรรมกับแรงงาน หนุ่มสาวเหล่านี้ทำกลุ่มศึกษากับแรงงานตามโรงงานเพื่อให้พวกเขาเข้าใจสิทธิของตนเองและเจรจาต่อรองสิทธิต่างๆ กับนายจ้าง รวมถึงการผลักดันระบบรัฐสวัสดิการในทางการเมือง ในช่วงที่คนงานโรงงานไทรอัมพ์กำลังจะถูกเลิกจ้าง 1,900 คน กลุ่มประกายไฟก็มีบทบาทสำคัญในการร่วมต่อสู้จนเกิดการชุมนุมประท้วงยาวนานที่กระทรวงแรงงาน

ศรีไพร นนทรีย์ แรงงานนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเรื่องสิทธิแรงงานมาตั้งแต่อายุ 18 ปีเมื่อครั้งเป็นคนงานในโรงงานเย็บผ้า และร่วมผลักดันระบบสวัสดิการต่างๆ โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวถึงบทบาทของสยามว่า

“สยามเป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่เคยช่วยเราทำงานกลุ่มศึกษาให้กับคนงาน และเวทีแลกเปลี่ยนกรรมกรนักศึกษา สยามเป็นคนน่ารักช่วยเหลือทุกงาน เดินทางไปทุกที่ที่มีกิจกรรมของคนงาน ไม่ว่าจะไกลหรือยากลำบากขนาดไหน แม้แต่งานศพของคนงานที่สยามไม่เคยรู้จักสยามก็ไป ล่าสุดก็งานศพของพี่ตุลาแถวๆ อ้อมน้อย อยู่ๆ เรามาจากกันเพราะน้องต้องลี้ภัยแต่ก็ยังหวังว่าวันหนึ่งเราจะได้พบกันอีก เมื่อวานเห็นข่าวว่าน้องโดนจับและถูกส่งตัวมาไทย แต่ทางการไทยปฏิเสธการรับรู้ใดๆ สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เรานอนไม่หลับ และคิดว่าไม่สามารถที่จะนิ่งเฉยรอๆๆ แบบไม่รู้ว่าจะได้ยินข่าวว่าสยามปลอดภัย เมื่อไหร่ เลยจะขอบอกกันไว้ตรงนี้เลยว่าพี่จะไม่ยอมให้น้องชายที่พี่รักหายไปเฉยๆ หรอกนะ ไม่มีวันยอม”

ระหว่างเส้นทางการทำกิจกรรมร่วมกับประกายไฟดังกล่าว สมาชิกบางส่วนที่เชี่ยวชาญด้านการละครได้แยกตัวออกไปเน้นงานศิลปวัฒนธรรม เนื่องจากเห็นว่าละครเป็นเครื่องมือที่คนชั้นล่างสามารถใช้ในการเผยแพร่แนวคิดต่างๆ ได้ เก่งกิจเล่าว่า สยามและเพื่อนกลุ่มนี้เริ่มเดินสายจัดเวิร์คชอปการทำละครง่ายๆ ให้กับสหภาพแรงงานต่างๆ



ภาพบางส่วนที่ สยาม ร่วมแสดงละคร

เพื่อนอีกคนหนึ่งในกลุ่มละครเล่าว่า เขาเจอสยามตามวงเสวนาต่างๆ ราวปี 2552 สยามเป็นรุ่นพี่ที่เรียนไม่จบเสียทีและเป็นแฟนคลับ สนนท.จึงชวนมาเข้ากลุ่ม

ในปี 2553 สยามและกลุ่มละครมักไปสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในเวลานั้น

“ทุกคนเข้าใจว่าสยามเป็นสันติบาล เขาชอบถามอะไรเยอะแยะไปหมด เขาไม่ได้ไปม็อบเพราะจะต่อสู้ในแนวทาง นปช.หรืออะไรแบบนั้น แต่เขาชอบรู้จักคน อยากรู้จักชาวบ้าน อยากรู้ว่าชาวบ้านมายังไง นั่งรถอะไรมา มากี่ชั่วโมง มากี่คน มานี่ต้องทิ้งบ้านไว้กับใคร หมาที่บ้านอยู่ยังไง มันถามขนาดนี้เลย ละเอียดอ่อนกับมนุษย์มาก แล้วเขาก็มีความสุขที่ได้กลับมาเล่าให้พวกเพื่อนๆ ฟังเพราะเพื่อนๆ ขี้เกียจไป ร้อน” 

“เขาไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ไม่มั่นใจในศักยภาพตัวเอง ทั้งที่จริงๆ เขามีศักยภาพมาก เรื่องภาษาศาสตร์เขาจีเนียสจริงๆ เราเคยสงสัยกันว่าทำไมขนมจีนต้องเรียกว่าขนมจีนวะ แล้วท้ากันว่าสยามจะรู้ไหม พอโทรหา ปรากฏว่าสยามรู้จริงๆ แหละว่าทำไมเรียกขนมจีนแล้วก็อธิบายรากศัพท์ยาวเหยียด และเขายังมีความรู้เรื่องดนตรีไทยสูงมาก ฟังเพลงไทยเดิม”

สำหรับการก้าวสู่วงการละครเวทีครั้งแรกของสยามนั้น เป็นไปเพราะโดนบังคับ

“พอดีนักแสดงขาด เลยไปบังคับให้เขามาเล่น และเราคิดว่าละครจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เขาในการแสดงออกและปฏิสัมพันธ์กับคนมากขึ้น แล้วเขาก็ทำได้ดี”



ภาพบางส่วนที่ สยาม ร่วมแสดงละคร

“เขาไม่มีความคิดรุนแรงเลยในตอนนั้น เป็นคนประนีประนอมสูง เป็นมิตร จริงใจและขี้กลัว ตอนที่มีคนโดนจับเพราะเรื่องละคร เพื่อนห่วงเขามากที่สุดเพราะเขาไม่พร้อมเลยกับติดคุก เขาไม่พร้อมจะเผชิญกับความเลวร้ายขนาดนั้น เรากลัวเขาโดนซ้อม กลัวเขาตายในคุก” เพื่อนเล่า

สำหรับข่าวคราวของสยามในครั้งนี้ เก่งกิจให้ความเห็นว่าเขารู้สึกเศร้ามาก

“รู้สึกเศร้าในหลายเรื่อง ไม่ใช่สยามคนเดียว คนที่เรารู้จักหลายคนที่ต้องหลบหนี ติดคุก คนหลากหลายรุ่นที่เผชิญชะตากรรมไม่ต่างกัน ถ้ามองจากเคสของสยาม เขาไม่ได้เป็นคนที่มีความคิดรุนแรงตอนที่เราเจอเขา เขาเป็นเพียงคนที่มีความสนใจในประเด็นทางสังคม ต้องการหาความรู้ ต้องการถกเถียง อยากให้สังคมดีขึ้น แต่สถานการณ์ของเผด็จการได้เบียดขับคนจำนวนมากให้ต้องออกไป เขาไม่ได้เกิดมาเป็นภัยกับสังคม แต่บรรยากาศทำให้เขาเป็นภัย เขาไม่ได้อยากออกนอกประเทศ แต่เขาอยู่ไม่ได้เพราะต้องเผชิญกับกฎหมายที่อยุติธรรม ความเจ็บปวด ความยากลำบากที่เขาเจอทำให้เขาวิจารณ์ระบบมากขึ้น อย่างน้อยก็มากกว่าพวกเรา”

“เราควรตั้งคำถามมากกว่าว่า เงื่อนไขทางสังคมอะไรที่ทำให้คนจำนวนมากที่มีศักยภาพต้องอยู่ในคุกบ้าง ต้องออกนอกประเทศบ้าง มันเป็นการทำลายการอยู่ร่วมกันอย่างสิ้นเชิง” เก่งกิจกล่าว

สัปดาห์หน้าครอบครัวของสยามยังคงจะติดตามหาลูกชาย-พี่ชายของพวกเขาต่อไป ด้วยความหวังเพียงว่า สยามและคนอื่นๆ จะยังปลอดภัยและถูกดำเนินคดีตามปกติ

ขณะที่สถานการณ์ระหว่างไทยกับเวียดนามเกี่ยวการส่งผู้ลี้ภัยทางการเมืองระหว่างกันนั้น เมื่อ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร แถลงอีกครั้งโดยเรียกร้องทางการเวียดนามและไทยชี้แจงการหายตัวไปของนักข่าวเวียดนามในไทยอย่างตรงไปตรงมา หลังมีกระแสข่าวว่า เจือง ซุย เญิ๊ต (Truong Duy Nhat) หนึ่งในผู้ร่วมจัดรายการของสำนักข่าวเรดิโอ ฟรี เอเชีย (Radio Free Asia) ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเขาเดินทางมายื่นคำขอที่ลี้ภัยกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Refugees - UNHCR) ที่กรุงเทพ 

รายงานพิเศษ
การเมืองสิทธิมนุษยชน
สยาม ธีรวุฒิผู้ลี้ภัยทางการเมืองกระบวนการยุติธรรมม.112ลุงสนามหลวง

องค์การปฏิวัติไท

Last edited by ปาปียอง (May 10, 2019 10:13 AM)

Offline

#124 May 10, 2019 5:07 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

แอมเนสตี้ลอนดอน(Amnesty International London)


'แอมเนสตี้' ถามถึงชะตากรรมของ 3 ผู้ลี้ภัยคนไทยที่ถูกเวียดนามส่งตัวกลับ
ประชาไท / ข่าว
Submitted on Fri, 2019-05-10 23:45
สำนักงานเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ฯ ถามถึงความปลอดภัยและชะตากรรมของ 3 ผู้ลี้ภัยคนไทย หลังมีรายงานข่าวที่ระบุว่า ทางการเวียดนามอาจส่งตัวกลับสู่ประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจ้งและค้นหาว่าพวกเขาอยู่ที่ใด รวมถึงได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทนายความที่เป็นอิสระ แพทย์ และญาติของตนได้ทันที



สำนักงานเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรถามถึงความปลอดภัยและชะตากรรมของคนไทยสามคน หลังมีรายงานข่าวที่ระบุว่า ทางการเวียดนามอาจส่งตัวทั้งสามคน ได้แก่ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ สยาม ธีรวุฒิ และกฤษณะ ทัพไทย กลับสู่ประเทศไทย

มินาร์ พิมเพิล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการระดับโลกของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยชี้แจ้งว่า มีการควบคุมตัวบุคคลทั้งสามในค่ายทหารหรือสถานีตำรวจหรือไม่ และค้นหาว่าพวกเขาอยู่ที่ใด หากพวกเขาอยู่ใต้การควบคุมตัวของรัฐ ทางการต้องประกันว่า ทั้งสามคนถูกควบคุมตัวในสถานที่ควบคุมตัวอย่างเป็นทางการ และได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทนายความที่เป็นอิสระ แพทย์ และญาติของตนได้ทันที

ลงโฆษณากับประชาไท
นับถอยหลัง #เลือกตั้ง62 วันอาทิตย์ 24 มีนาคม 2562
“หากทางการไทยมีการแจ้งข้อหาอาญาแก่บุคคลทั้งสาม จะต้องเป็นความผิดที่ชัดเจนตามกฎหมายและสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ หรือไม่เช่นนั้นให้ปล่อยตัวพวกเขา และต้องไม่ลงโทษพวกเขาเพียงเพราะการใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการระดับโลกของแอมเนสตี้ฯ กล่าว

ข้อมูลพื้นฐาน
ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ เป็นดีเจรายการวิทยุและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมักแสดงความเห็นทางการเมืองเกี่ยวกับประเทศไทยระหว่างการลี้ภัย รายงานไม่ได้ระบุว่าทางการเวียดนามส่งตัวพวกเขาให้กับทางการไทยโดยส่งตัวกลับอย่างเป็นทางการหรือส่งตัวบุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

ชูชีพถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาเป็นเวลานาน เชื่อว่าทั้งสยาม ธีรวุฒิ และกฤษณะ ทัพไทย ต่างถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 เช่นกัน ในเดือนกันยายน 2561 รองนายกรัฐมนตรีประวิตร วงษ์สุวรรณแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ชูชีพเป็นหัวหน้าขบวนการแบ่งแยกดินแดน ในเวลาเดียวกันทางการไทยได้จับกุมบุคคลซึ่งสวมเสื้อยืดที่เกี่ยวข้องกับ “สหพันธรัฐไท” หลายคน ซึ่งเป็นขบวนการที่ถูกกล่าวหาว่ามีชูชีพเป็นหัวหน้า รวมทั้งการจับกุมญาติของชูชีพซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ทางการไทยได้ร้องขอต่อประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างยาวนานให้ส่งบุคคลที่ถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้งชูชีพ ชีวะสุทธิ์ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกังวลอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของคนไทยซึ่งลี้ภัยในต่างแดน ซึ่งที่ผ่านมาทางการไทยพยายามร้องขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาตลอด ก่อนหน้านี้มีบุคคลไม่ทราบชื่อลักพาตัวนักเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลไทยที่ลี้ภัยอยู่ในลาว รวมทั้งผู้จัดรายการวิทยุที่อยู่ระหว่างการลี้ภัย และผู้ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือข้อหาเกี่ยวกับอาวุธสงคราม ซึ่งปรากฏในเวลาต่อมาว่าบุคคลเหล่านี้กลายเป็นผู้สูญหายหรือถูกสังหาร รวมถึงบุคคลที่ทางการไทยร้องขอให้ส่งตัวมาแล้วหลายครั้ง โดยอ้างว่ารายการที่พวกเขาจัดและเผยแพร่จากลาวมายังประเทศไทย เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ

องค์การปฏิวัติไท

Offline

#125 May 13, 2019 12:30 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

เสียงลึกลับออนลายน์บอกน้องแยมและขุนทองไฟเย็นเมื่อ 24 มีนาคม(19)ว่า ทุกคนในทีมลุงสนามหลวงเสียชีวิตแล้ว

เป็นข่าวล่าสุดจากคนวงในผู้ลี้ภัยม.112 ในสปป.ลาว คือน้องแยม(ขันแดง) และขุนทองไฟเย็น ซึ่งทั้งสองมั่นใจว่าทั้งลุงสนามหลวงและทีมรวม 3 คน เสียชีวิตเหมือนกลุ่มอ.สุรชัย แฃ่ด่าน ที่มีข่าวจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ว่าอ.สุรชัยอาจโดนวางยาพิษก่อนการหายตัวไป เพราะแมวที่บ้าน 3 ตัวก็ตายไปพร้อมกัน

รายละเอียดและรูปภาพเพิ่มเติมเป็นประโยชน์มาก แต่ความรู้ที่มีหลักฐานแน่ชัดยังไม่มี แต่คุณขุนทอง ค่อนข้างหนักแน่นว่าอ.สุรชัยคงถูกวางยา จากนกต่อที่เข้าไปทำสนิทมาระยะหนึ่งแล้ว วันนั้นมีปาร์ตี้กินข้าวหลามกัน และกาสะลองได้ถ่ายภาพบุคคลนีัไว้ แต่ยังไม่ทราบภาพนั้นอยู่ที่ใครในตอนนี้

(จอมพูดกับแยม และขุนทองแห่งวงไฟเย็น เรื่องลุงสนามหลวงอีก  12 พค.19)

โปรดฟังและพิจารณาอย่างรอบคอบ และที่รู้แน่นอนตอนนี้ทั้งฝ่ายเวียตนามและคสช. ยังไม่ยอมรับเรื่องส่งตัวถึงไทยแล้วยัง คงต้องรอกันต่อไปครับ

องค์การปฏิวัติไท

Last edited by ปาปียอง (May 13, 2019 12:31 AM)

Offline

#126 May 13, 2019 5:53 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 279

Re: องค์การปฏิวัติไท

ฟังน้องแยมและคุณขุนทองพูดแล้ว บอกตรง ๆ ว่าเป็นห่วง และบุรุษลึกลับที่โทรมาหาน้องแยมบอกให้หยุดเคลื่อนไหว เลิกต่อว่าเจ้า และหาทางขยับขยายออกไปนั้น ให้ผมเดาน่าจะเป็น จนท.การข่าว ของไทยที่ยังมีมะโนธรรมในจิตใจมากพอสมควร เขาคงถูกส่งไปเฝ้าติดตามคนกลุ่มนี้จนรู้ที่อยู่และความเคลื่อนไหวทั้งหมด

การต่อสู้ เมื่อถึงจังหวะพักก็ต้องพัก ช่วงนี้พยายามหา host ที่ฝรั่งเศสให้ได้ก่อน ขอกราบอาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล คุณอั้มเนโกะ ฯลฯ ที่อยู่ฝรั่งเศสช่วยน้องนุ่งวงไฟเย็นอีกทางครับ คนวงไฟเย็นค่อนข้างมีคุณภาพและจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองในอนาคตอีกมาก

ส่วนเรื่องลุงสนามหลวงข้อมูลของน้องแยมน่าจะสอดคล้องกับข้อมูลของคุณปาปิยองและอีกหลายแหล่งข่าว ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจึงน่าจะเป็นอีกชุดหนึ่งของปฏิบัติการเปิดเกมรุกทางการเมือง และจะมีตามมาอีกหลายชุด จากฝีมือระดับโลกที่รู้แล้วหนาว คสช.เตรียมรับมือให้ดี

ทั้งหมดนี้ผมเดาเอา ไม่มีข้อมูลอะไร ผมเป็นโรคจิตที่เห็นบอร์ดแบบนี้แล้วอยากโพสต์

Offline

#127 May 14, 2019 11:16 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

ข่าว(ไม่)คืบหน้าจากการติดตามเรื่องกลุ่มสหพันธรัฐไท

ตอนพ่อ-แม่ของน้องเข้าเหนียวมะม่วง โดยการช่วยเหลือของศูนย์ทนายสิทธ์เพื่อสิทธิมนุษย์ชน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อความกระจ่างในเรื่องการสูญหายของลุงสนามหลวงและพวกมาตั้งแต่เกือบ 3 เดือนที่แล้ว และข่าวจากนายแบรด อาดัมส์ หน.ฮิวแมนไรทส์วอร์ช(HRW) ภาคเอเซีย ได้ออกข่าวปฏิบัติการล่วงหน้า(preemptive)เพื่อหวังสงวนชีวิตคนทั้งสาม ว่ามีการส่งตัวผู้ต้องหาจากเวียตนามสู่อุ้งมือคสช.ไทยเมื่อตอนสายวันที่ 8 พค. 62 ดังที่ฮือฮากันมาตลอดสัปดาห์ที่แล้ว

การยื่นหนังสือของพ่อและแม่ของนายสยาม วรวุฒิต่อสถานทูตเวียตนามในไทย องค์การสิทธิฯของทั้งไทยและยูเอ็นเฮชซีอาร์(UNHCR)ตามในคลิปที่แนบมา ก็ดูเหมือนความก้าวหน้ากลับมาเริ่มใหม่(square one)กันอีก ในมิติที่พยายามเน้นเรื่องนี้ให้สาธารณะสนใจมากขึ้น ก็พอดีมีเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเป็นข่าวดังเข้ามาบังในตอนนี้ พวกเสื้อดำสมาชิกสหพันธรัฐไทยควรโหมแรงช่วยกันอย่าให้ไฟมันมอดไปอีก แม้คลิปที่แล้วของคุณจอม-น้องแยม-ขุนทอง ได้ให้ความกระจ่างหลายเรื่อง ว่าพวกเขาเหล่านี้คงถูกเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม  โดยเฉพาะคำถามว่าใคร(องค์การ)ไหน? ที่จัดหาพาสปอร์ต(ทีปลอมชื่อ)ให้ทั้งสาม ในใจของข้าพเจ้าว่าอาจจะไม่ใช่เวียตนามที่จับตัวไว้ แต่อาจเป็นเหตุที่เกิดขึ้นที่มาเลเซีย สิงค์ไป หรือในอินโดนีเซียด้วยซ้ำ เพราะบริษัทไทยมีบ่อกุ้ง-ปลาหลายแห่งในละแวกนั้น และการปรากฏตัวให้ตามรอยลุงสนามหลวงได้ครั้งสุดท้ายอยู่บนเกาะของมาเลเซีย ที่เกาะนี้กำลังทำโปรเจ็คขนาดใหญ่ กำลังสร้างหมู่บ้านและเมือง โดยการถมทะเลอยู่เพื่อสร้างเกาะเทียม เพื่อปิดช่องมะละกาบางส่วน ซึ่งเป็นโปรเจ็คทีสิงค์โปร์กับมาเลเซียขัดแย้งกันยกใหม่อีก

https://prachatai.com/journal/2019/05/82477

ฉนั้นการไปปรากฏตัวของลุงที่นั่นน่าจะชี้อะไรได้บ้างว่า ใครหรือประเทศใดหรือองค์การใดจับตัวเขาไว้ อย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆก่อน เรื่องนี้คงลากยาวไปอีกนาน การสืบหาเรื่องที่หาความจริง น่าจะเป็นการเริ่มต้นว่าใครเกี่ยวข้องกับชีวิตลุงสนามหลวงและพวกบ้าง? เส้นการเดินทางยังสับสนอยู่ และไปเกี่ยวกับในวังอย่างไร? ใครคือคุณธิดาแอลเอตัวจริง? เขา(ผู้จับกุม) ต้องเค้นถามอีกหลายเรื่องก่อนถูกทำลาย(ฆ่า) จนท.ผู้เกี่ยวข้องไม่กล้าเอากลับประเทศไทยง่ายๆ เพราะรัฐบาลคสช.และพวกทหารจปร.ที่เกี่ยวข้องนั้น ที่แท้เป็นพวกโจรที่เข้ามาปล้นประเทศนี้ โดยการร่วมมือจากกษัตริย์ภูมิพลนั่นเอง อันเป็นผลงานสุดท้ายของชีวิตกษัตริย์ตนนี้ หลังจากเป็นกษัตริย์มา 70 กว่าปี และบัดนี้กำลัง"ต่อยอด"โดยลูกชายที่เหี้ยมโหดที่สุดอีกครั้ง

สักวันเมื่อความชอบธรรมกลับคืนสู่ประเทศนี้ เราจะรู้หมดว่าใครโดนอุ้มหาย และวางแผนโดยใคร? อย่างไร? ไม่มีใครตั้งให้ใครเป็น"นักฆ่า"ลุ่มเจ้าพระยาง่ายๆ  ใครสั่ง? ...แชร์แม่ชะม้อย, แชร์นางนกแก้ว, แชร์น้ำมันตอนโชติช่วงชัชวาลย์ ..รวมกันหลอกโกงประชาชนทุกสาระพัดวิธี จนรวยที่สุดในโลกไปจนตาย ... .ตอนท้ายของรัชกาลของภูมิพลนี้คือ..ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า ไอ้ห่าสั่งยิง..กูไม่รู้กูป่วย...มันเริ่มมาจากคำสัญญาที่ว่าไว้ก้องปฐภี "เราจะปกครองประเทศโดยธรรม..เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวสยาม"....  มันจบลงด้วย ม,112, ม.116, ม. 44 และพรบคอมพิวเตอร์ และ ฯลฯ เพื่อเย็บปากประชาชนให้ได้เด็ดขาด

ต่อยอดมาถึงตอนการหายตัวของคุณศิรินทิพย์ ศิริวรรณ.การหายต้วของหลายคนนับไม่ได้หมดในที่นี้วันนี้นาทีนี้(คุณจรรยา ยิ้มประเสริฐแห่งฟิลแลนด์มีการรวบรวมไว้เกือบครบ รวมทั้งการประเมิน นัยว่าเกือบสามหมื่น) ตั้งแต่ดร.บุญสนอง บุญโญทยาน สมชาย นีละไพจิตร เสื่ยๆนักการพนัน มีอิทธิพล เสี่ยผ้วเก่าเจ้าของคาเฟ่ของเมียคนหนึ่ง เสี่ยจิวชลบุรี  ..... มายุคหลังหมอหยอง(ผู้ส่งเสียงร้องโหยหวลก่อนวิญญาณออกจากร่าง เสียงลอดออกมานอกถนนอย่างสุดเจ็บปวด สุดสะพรึงกลัว ..ปรากรม...พิสิทธิศักดิ์ผัวเก่าลูกสาว ... หมอ(ผ้วเก่าน้องสาว)และหลวงตา...พระที่เคยรับใช้น้องสุดท้องหนีไปบวชอยุธยา..ยิงเจ๊กลิ้ม.. ล่าสุดตกที่จอดรถชั้น 8 ตายใหม่ๆ 2 ราย, จนท.หน.ที่ดินจ.พังงา, ฆ่าเสื้อแดงมาหลายครั้งเป็นจำนวนเกือบพัน.....คดีต่างๆอีกจำนวนมากมายที่ไม่สามารถเอามากล่าวอ้างได้  แต่ทุกคดีที่กล่าวถูกปิดหมด ไม่มีการสอบสวนต่อ เงียบสนิท   

นี่คือสถานะการณ์ประเทศไทยปัจจุบัน

องค์การปฏิวัติไท

Last edited by ปาปียอง (May 14, 2019 11:24 PM)

Offline

#128 May 15, 2019 12:56 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

ซีอุย แซ่อึ๊ง จีนแต้จิ๋วจากซัวเถา ถูกรัฐบาลทหารสฤษดิ์ประหารชีวิตเมื่อปี 2502 หาว่ากินตับเด็ก 6 คน

เหตุการเกิดมา 60 ปีเศษ  แต่พิสูจน์ตอนหลังว่าล้วนไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น สมัยนั้นจอมพลสฤษดิ์ดังมาก ที่ใช้มาตรา 17 จับและยิงคนสดๆ แม้จะผิดตัวไปหลายคน เช่นเกิดเพลิงไหม้ที่ไหน จับต้นเพลิง หรือเพียงสงสัย ก็จับหันเข้ากำแพงจ่อยิงทันที ให้เกิดปฏิกริยาที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อลูกหลานไทยไปทั่วแผ่นดิน หน้งสือพิมพ์ก็พากันเขียนเชียร์ กันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตามแบบฉบับสันดานชเลียร์ไทย ที่มีชื่อเป็นอันดับหนึ่งของโลก ไม่มีใครจะทานเทียบได้ มาจนถึงปัจจุบัน ลิ้นที่ใช้เลียมีความสามารถสับได้ เป็นทั้งหยาบสุด จนละเอียดนิ่มนวลสุดๆ แล้วแต่จะให้เข้ากับสถานะการณ์ เหมือนเครื่องเปลี่ยนเบอร์กระดาษทรายที่เป็นอัตโนมัติ อย่างสุดช่ำชอง คนไทยเก่งที่สุดในทางเลียแข้งเลียขา ยังไม่มีใครชาติใดจะเทียมทานได้ และหากทำอะไรผิดไปแล้ว ก็ไม่เคยมีมารยาทจะหันกลับมาขอโทษ ไม่มีคำว่าสุภาพบุรุษในหมู่สื่อสารมวลชนของไทยแต่ไหนแต่ไรมา  และแมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวันด้วยกัน คงมีการสอนเรื่องมารยาทและจรรยาบันในมหาวิทยาลัยตอนเรียนในชั้น แต่ออกมาประกอบอาชีพสื่อจริงๆ สมัยนั้น และมาถึงหลายสำนักพิมพ์สมัยนี้ ล้วนเป็นพวกที่คนไทยเรียกว่าพวก"ซองขาว"เกือบทั้งนั้น อย่างน้อยพวกเจ้าของนสพ.ปัจจุบัน ยังถูกเรียกไปกินข้าวกับองค์มนตรีนพ.เกษม วัฒนชัยเกือบทุกสัปดาห์ แม้นักข่าวที่รักความจริงรายงานเรื่องจริงมา เจ้าของและกองบรรณาธิการก็ทำการบิดเบี้ยวข่าวสารที่ตีพิมพ์ออกมาเสียเกลี้ยง จะกระด้างกระเดื่องเป็นเอกเทศไม่ได้ ประเทศไทยจึงอยู่ในกลาครอบมาจนปัจจุบัน เพราะความจริงของสื่อหลักหายากมาก กรรมของประเทศไทยโดยแท้ จะช่วยกันได้อย่างไร? มีทางช่วย แต่ไม่มีใครกล้าทำ ล้วนแต่ธุระไม่ใช่

เมื่อวานเอกชัย หงษ์กังวาลเจ็บตัวอีก โดนเผารถ ข่มขู่ ทุบตีสารพัดมาตลอด พรรคพวกได้แต่ประท้วงกัน และออกแถลงการณ์แบบขอไปที ไม่มีผลอันใดเกิดขึ้น... มันถึงเวลาแล้วยัง ที่จะเอาแม่งคืนเสียบ้าง??

อย่าว่าแต่ซีอุย แซ่อึ๊งคนนี้ที่ไม่มีลูกเมีย หากินเป็นกุลีอดๆหยากๆมาตลอดชีวิต ซึ่งไม่ได้ดีไปกว่าหมาจรจัดสักเท่าใด ภาษาพูดก็จำกัดจำเขี่ย เพราะไม่มีความรู้จะสื่อสารเป็นภาษาที่พอเข้าใจกันดีได้ จะถูกกล่าวหาอะไรแล้วเอาไปฆ่า เพื่อสร้างความดังของคนฆ่าขึ้นมา โดยคงลืมนึกว่าซีอุยก็เกิดมาเป็นมนุษย์เหมือนกัน ย่อมมีสิทธิความเป็นมนุษย์ ให้มนุษย์อื่นหรือองค์การสิทธิมนุษย์ชน(เช่นปัจจุบันที่คนไทยเพิ่งมีไม่กี่ปี) จะช่วยให้ได้พบกับความจริงและความยุติธรรม ในที่สุดเขาก็ถูกฆ่า โดยหาว่ากินตับไตใส้พุงเด็กมา 6 คนแล้ว อนิจจาคนเจ๊กแต้จิ๋วแก่ๆที่แสนอดหยาก เสื่อผืนหมอนใบ พูดจาสื่อสารใครแทบไม่รู้เรื่องคนนีั ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ บนแผ่นดินชาวพุทธของเรา ที่ยอดเจดีย์สูงเสียดฟ้า ต่างหุ้มด้วยทองคำแห่งนี้นี่เอง

60 ปีผ่านมา ความจริงทั้งหลายปรากฎ แต่ซีอุย แซ่อึ๊งไม่มีญาติจะร้องเรียนอะไรไดั ก็ยังอยู่ในตู้กระจกพิพิธภัณฑ์ที่โรงพยาบาลศิริราช ในฐานะเป็นมนุษย์ร้ายที่กินตับเด็กมา 6 คน มากระทั่งปัจจุบัน ครบ 60 ปีแล้ว  สื่อไทยหลายฉบับที่เคยรุมกันลงข่าวเรื่องนี้ พร้อมเขียนดราม่าสร้างเรื่องราวให้จูงใจคนอ่านไปทั่วประเทศนับสิบๆปี เคยคิดบ้างไหมจะมายอมรับความจริง? ว่าที่พวกตนรุมกันเขียนให้ร้ายซีอุยเป็นฉากๆนั้นติดต่อมานาน ล้วนเป็นความเลวระยำของพวกตัวเองทั้งนั้น และรู้จักคำว่า"ขอโทษ"

พึงจำให้ขึ้นใจว่า หนังสือพิมพ์ไทยไม่เคยขอโทษใคร  มันช่างเป็นความอัปยศอย่างสิ้นดีของประเทศนี้ เชิญชมคลิปจากประชาไทครับ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


https://prachatai.com/journal/2019/05/82481 (ดูภาพได้ที่นี่)

ลงชื่อคืนศักดิ์ศรี-นำร่างซีอุยออกจากพิพิธภัณฑ์ รพ.ศิริราช
ประชาไท / ข่าว
Submitted on Tue, 2019-05-14 21:45
เกิดกระแสเรียกร้องให้คืนศักดิ์ศรี 'ซีอุย แซ่อึ้ง' เลิกตราหน้าว่าเป็น 'มนุษย์กินคน' พร้อมล่ารายชื่อเรียกร้องให้นำร่างซีอุยออกจากพิพิธภัณฑ์ที่ รพ.ศิริราช



ที่มา: change.org

14 พ.ค. 2562 - กระแสเรียกร้องให้นำร่างซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลศิริราช กลับมาอีกครั้งเมื่อวันที่ 12 พ.ค. หลังจากผู้ใช้ทวิตเตอร์นาม กล้าเปลี่ยน \7 @ChangeSiam ได้ทวิตว่า "ปัจจุบัน เค้ารู้กันหมดแล้วว่า ‘ซีอุย’ ไม่ได้ฆ่าและกินเครื่องในมนุษย์ ซึ่งเกิดจากการถูกใส่ร้าย แต่พิพิธภัณฑ์ที่ศิริราชก็ยังเอาศพของเขามาโชว์และยังตราหน้าว่าเป็น ‘มนุษย์กินคน’ แม้คนตาย ศพก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรม" โดยมีผู้รีทวิตแล้วมากกว่า 7 หมื่นครั้ง และมีการตอบข้อความเพิ่มอีกนับร้อยครั้ง

ลงโฆษณากับประชาไท
นับถอยหลัง #เลือกตั้ง62 วันอาทิตย์ 24 มีนาคม 2562
ต่อมาวันนี้ (14 พ.ค.) ในเฟซบุ๊คเพจ Poetry of Bitch : ลำนำเดอะบิทช์ ได้โพสต์ "สรุปข่าว...เรียกร้องนำร่าง “ซีอุย แซ่อึ้ง” ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายา “มนุษย์กินคน"" ตั้งประเด็นไว้ 13 ข้อ มีการแชร์ไปแล้วกว่า 3 หมื่นครั้ง

ข้อมูลจากวิกิพีเดียระบุว่า ซีอุย แซ่อึ้ง เกิดปี 2470 มีพื้นเพมามาจากอำเภอซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มาถึงประเทศไทยในเดือนธันวาคมปี 2489 ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าเด็ก 6 ราย และนำตับและอวัยวะภายในมาต้มกิน เหตุเกิดระหว่างปี 2497–2501 โดยเขาถูกประหารชีวิตในปี 2502 ท่ามกลางข้อกังหาเรื่องกระบวนการยุติธรรม โดยต่อมาเรื่องราวของซีอุยถูกหาว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง และผู้ใหญ่มักใช้ขู่เด็กที่ไม่เชื่อฟังว่า "ซีอุยจะมากินตับ" ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ โดยหลังซีอุยถูกประหารชีวิต ศพของซีอุยถูกเก็บไว้ที่โรงพยาบาลศิริราช ภายในพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "พิพิธภัณฑ์ซีอุย"

ทั้งนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วมีผู้ใช้ชื่อ "ฟาโรห์ จักรภัทรานน" เริ่มต้นแคมเปญล่ารายชื่อใน change.org ถึงผู้บริหารพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช เรียกร้องให้ "นำร่างซีอุย แซ่อึ้งออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน" ปัจจุบันมีผู้ลงชื่อมากกว่า 9 พันคน

โดยหนังสือคำร้องระบุว่า "ผมเชื่อว่ามีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก"ซีอุย" ชายที่แม้แต่เด็กที่ร้องไห้ยังต้องหยุดร้องเมื่อได้ยินชื่อของเขา พร้อมกับประโยคสุดคลาสสิกของพ่อแม่ "ถ้าไม่หยุดร้อง เดี๋ยวซีอุยมากินตับนะ!!"

ตำนานฆาตกรฆ่าเด็กผ่าท้องเอาหัวใจและตับเด็กไปต้มกิน ถูกสื่อสำนักพิมพ์ต่างๆในยุคนั้นโหมกระหน่ำใส่สีตีไข่กันอย่างสนุกสนาน ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้นที่เต็มไปด้วยข้อกังขามากมายว่า เหตุใดคำสารภาพในหลายๆคดีของซีอุยนั้น จึงไม่ตรงกับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลายคดีแม้แต่ครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิตยังปฏิเสธว่าซีอุยนั้นไม่ใช่ฆาตกร หรือในบางคดีที่เขารับสารภาพ สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดตัวจริงได้แล้วเสียด้วยซ้ำ

อีกทั้งยังปรากฏในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าคดีที่ซีอุยถูกพิพากษาประหารชีวิตนั้นคือคดีฆาตกรรมเด็กชายสมบุญ บุณยกาญจน์ คดีสุดท้ายเพียงคดีเดียว และในคดีนั้นซีอุยไม่ได้กินตับและหัวใจของเด็กชายสมบุญแต่อย่างใด

ต่อมาได้มีการนำเรื่องราวของซีอุยมาผลิตซ้ำผ่านสื่อทั้งภาพยนต์ ละคร และนวนิยายอีกมากมาย ทั้งที่จวบจนปัจจุบันนี้ยังไม่มีหลักฐานใดเลยที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าซีอุย เคยได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อมนุษย์

เกือบ 60 ปีแล้วนับแต่วันที่ซีอุยถูกประหารชีวิต แม้เขาจะได้รับโทษประหารไปแล้วแต่ร่างของเขายังถูกจองจำในตู้โชว์ของพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ อาคารอดุลเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช และตราหน้าบนป้ายชื่อเหนือตู้โชว์ว่าว่าชายผู้นี้คือ "มนุษย์กินคน"

ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะมาร่วมกันลงชื่อรณรงค์ให้พิพิธภัณฑ์ยุติการจัดแสดงร่างของซีอุย และคืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้กับชายผู้นี้ด้วยการนำร่างของเขาไปประกอบพิธีทางศาสนา และลบล้างตราบบาป"มนุษย์กินคน" ด้วยการเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้

เพื่อให้สังคมไทยได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่าในอดีตเคยมีชายคนหนึ่งตกเป็นจำเลยสังคมเพราะการเผยแพร่ข่าวลือที่ไม่มีพยานหลักฐานของสื่อสำนักพิมพ์ และเพื่อเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวในการตระหนักถึงสิทธิและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งตนเองและผู้อื่น ของคนไทยทั้งปวง"


องค์การปฏิวัติไทย

Last edited by ปาปียอง (May 15, 2019 11:25 AM)

Offline

#129 May 16, 2019 8:55 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 10,113

Re: องค์การปฏิวัติไท

หากยังไม่ล้มล้างระบอบเจ้าโจรนี้ออกไป สื่อในกะลามันก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงใดๆแน่นอนครับ

Offline

#130 May 17, 2019 2:43 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 279

Re: องค์การปฏิวัติไท

สื่อไทยถูกเจ้าและกลุ่มทุนผูกขาดครอบงำและเลี้ยงดูไว้ให้เป็นกระบอกเสียงให้ชนชั้นกดขี่เหล่านี้ได้กดขี่ขูดรีดเอารัดเอาเปรียบประชาชนให้ตกเป็นทาสชั่วลูกชั่วหลาน บางสื่อยังมีเครือข่ายทุนของเจ้าและกลุ่มทุนผูกขาดเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ สื่อระยำพวกนี้มีแต่เลียกระโปกชนชั้นกดขี่ แต่ข่มเหงทำลายประชาชนที่ถูกกดขี่ มันระยำสิ้นดี

Offline

#131 May 18, 2019 10:17 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

เรื่องปัญหาของสื่อเราตอนนี้นั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก

เราไปกันไม่ถึงไหน และวุ่นวายมาจนปัจจุบันหลังเหตุการณ์การเลือกตั้งปี 2562 ที่พรรคการเมืองใช้สื่อจวกกัน ทั้งสื่อหลักและในเน็ตกันฝุ่นยิ่งตลบกระจาย เพิ่มเป็นทวีคูณในทุกๆวัน เป็นพูโลชั่นทางจิตที่อันตรายยิ่งต่อผู้คน ที่ได้ฟัง เห็น หรือได้ยินข่าวประจำวัน จะเห็นหั้นหันกัดเกีย หมันกัดกา ผรุสวาททั้งกี่งสุภาพแบบเยาะเย้ย หรือเอาภาษาใต้สะดือมาใช้แผลงและบางแห่งเอามาใช้ตรงๆเลย ทำให้เกิดความทุกข์และสลดใจ ที่ต้องสัมผ้สกับมันทุกวัน เพราะการเดินทางสู่เส้นทางความเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆนั้น ดูช่างทุลักทุเลเต็มที ก็ต้องหาทางระบายและหามุมมองใหม่ให้กลายเป็นเรื่องตลกขำขัน ทำอยู่ได้ระยะหนึ่ง แต่ทำต่อไปได้อีกไม่นาน ก็ทำให้เศร้าสลดลงยิ่งกว่าเดิม เพราะสงครามการต่อสู้ปลดแอกหรือการปฏิวัติปัจจุบันนั้น ขณะนี้ ยุคนี้ ห้วใจหลักอยู่ทีสื่อนี่แหละ เป็นตัวกลางหรือตัวเชื่อมของมนุษย์ยุคข่าวสาร 5.0 AI ให้แก่กันและกัน
หากเรายอมแพ้และไม่กล้าต่อสู้ให้รุนแรง เด็ดขาด ไม่มีความสามัคคี และกล้าแบ่งข้างรวมกันสู้ เป็นรูปขบวนการแล้ว เราจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน เพราะฝ่ายรัฐบาลมีบุคลากร เงินทุน ความรู้ความสามารถ มีหน่วยราชการที่มีระเบียบวินัยควบคุม มีความชำนาญที่จะชักนำ กล่อมเกลา ขู่เข็ญ เอามวลชนไว้ข้างตัวได้ผลดีเสมอ มารองรับเป็นอาวุธที่มีผลยิ่ง  เราจะทำการเข้าทำลายให้พวกมันพินาศได้อย่างไร?    เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขาหรือเปล่า?  ลองช่วยกันออกความเห็น ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสื่อในเน็ตใต้ดินของเราให้ที
ตอนนี้พรรคพวกใต้ดินหลายแห่ง ถูกโจมตีใส่ความจากพวกหวังทำลายกันเละ   กรุณาออกความเห็นด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง

องค์การปฏิวัติไท

Offline

#132 May 18, 2019 10:43 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 10,113

Re: องค์การปฏิวัติไท

สื่อ และทเหี้ย  คือเครื่องมือหลักของมัน  ในการปฏิบัติการรายวัน ล้างสมองคน ส่วนตุลาการคือด่านสุดท้ายมีไว้รองรับลูกต่อไป

Offline

#133 May 18, 2019 11:55 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 279

Re: องค์การปฏิวัติไท

ตามที่รับปากคุณปาปิยองว่าจะไปปรึกษาผู้รู้ (ขอสงวนนาม) เกี่ยวกับการปฏิวัติสังคมไทยว่าจะทำได้อย่างไร

ได้คำตอบยืดยาวจนต้องเลคเช่อร์แล้วนำมาเรียบเรียงพิมพ์บอกเล่าในบอร์ดนี้ เผื่อท่านใดจะคิดต่อยอด (Increment) หรือปรับปรุง (Improve)  ก็จะเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น

เขาขอออกตัวว่าความเห็นนี้ไม่ใช่ความเห็นเชิงวิชาการเพราะยังไม่ได้ศึกษาวิจัยตามกระบวนการศึกษาอย่างเป็นระบบแต่ก็พอจะให้นักทฤษฎีนำไปปรับปรุงให้สมบูรณ์ได้ เพื่อให้น่าเชื่อถือมากขึ้นและมีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ

ขอเข้าสู่เนื้อเรื่องที่เลคเช่อร์ไว้ ดังนี้

การปฏิวัติโค่นล้มระบอบเก่าเพื่อสถาปนาระบอบใหม่ (Revolution) เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่งานง่าย ๆ ถ้ามันง่ายคงทำกันสำเร็จไปแล้ว

การปฏิวัติสามารถเกิดขึ้นใน 2 ลักษณะ คือ

1.  การปฏิวัติตามสถานการณ์พาไป
มวลชนที่ร่วมการปฏิวัติไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน อาจกล่าวได้ว่าเกิดขึ้น by accident  อาจมีสาเหตุจากประชาชนจำนวนมากไม่พอใจรัฐบาลที่บริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพ คอร์รับชั่น เศรษฐกิจตกต่ำ คนว่างงานจำนวนมาก ฯลฯ จึงมีการเริ่มชุมนุมประท้วง จากหลักร้อยเป็นหลักพัน หมื่น แสน จนลุกลามไปทั่วประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องออกจากตำแหน่ง ผู้นำรัฐบาลบางคนต้องหนีออกนอกประเทศ

การปฏิวัติแบบนี้ไม่ได้เตรียมการมาก่อนว่าหลังไล่รัฐบาลออกจะเปลี่ยนการปกครองไปในรูปแบบใด ส่วนใหญ่จะมุ่งเอาแบบประชาธิปไตย มีเลือกตั้ง มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นหลายประเทศกลับตกอยู่ในภาวะอนาธิปไตย (Anarchy) คือวุ่นวายไม่จบ บางแห่งหวลกลับสู่ระบอบเผด็จการทหารอีก แม้แต่การปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ.1789 ก็เป็นแบบนี้และมีการปฏิวัติต่ออีกหลายครั้งกว่าจะได้ประชาธิปไตยแบบปัจจุบัน การปฏิวัติอาหรับสปริงก็เป็นแบบนี้ ฯลฯ

2. การปฏิวัติแบบมีการเตรียมการล่วงหน้า
ผู้มีความคิดปฏิวัติมักมองเห็นและเข้าใจปัญหาโครงสร้างทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม ดีกว่าประชาชนทั่วไป และเห็นว่าทางออกคือการต้องปฏิวัติโค่นล้มระบอบเก่าแล้วสถาปนาระบอบใหม่ จึงพยายามให้ความรู้และทำความเข้าใจแก่ประชาชน แต่ถูกฝ่ายที่กุมอำนาจต่อต้านการโฆษณาและปราบปราม จึงต้องถอยไปเตรียมการต่อสู้อย่างเป็นกระบวนการ ส่วนใหญ่มักจะออกแบบพิมพ์เขียวสำหรับการปฏิวัติ หรือเรียกว่า "ทฤษฎีปฏิวัติ" เพื่ออธิบายปัญหาของประเทศในระดับโครงสร้างและชี้ให้เห็นรากเหง้าของปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขโดยประนีประนอมกับฝ่ายกุมอำนาจได้  มีแต่ต้องระดมมวลชนทั่วประเทศลุกขึ้นสู้โค่นล้มระบอบเก่า พร้อมกับเสนอระบอบการปกครองแบบใหม่มาในทฤษฎีปฏิวัติ เหมือนการออกแบบก่อสร้างอาคาร ที่ต้องออกแบบทั้งโครงสร้างทางวิศวกรรมให้มั่นคงแข็งแรง การออกแบบทางสถาปัตยกรรมให้มีความสวยงาม และออกแบบระบบประปาไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคารด้วย  นี่คือพิมพ์เขียวหรือทฤษฎีปฏิวัติที่ไม่ใช่เขียนหน้าสองหน้าเสร็จ มันเด็กเกินไป งานใหญ่ขนาดนี้ไม่อาจมักง่ายนั่งเทียนเขียนแบบลวก ๆ ได้

ที่จริงมีหลายกลุ่มพยายามเสนอทฤษฎีปฏิวัติแต่มักมีข้อโต้แย้งจากบุคคลต่าง ๆ มากมาย หาคนเห็นพ้องอย่างเป็นเอกฉันท์และนำไปปฏิบัติยากมาก เท่าที่สังเกตขบวนการปฏิวัติของเรา ต่างฝ่ายต่างยึดแนวคิดและทฤษฎีของตนเอง ไม่ยอมรับของกลุ่มอื่น เช่น

- ทฤษฎีปฏิวัติ 9 บท ของกลุ่มฮาวทู ก็มีแต่กลุ่มฮาวทูยอมรับกันเพียงไม่กี่คน กลุ่มอื่นก็ไม่เอาด้วย แถมวิจารณ์เละ ฮาวทูจึงท้าให้ผู้วิจารณ์เสนอทฤษฎีปฏิวัติของตนมาหน่อย กลับไม่มีใครเสนอทฤษฎีใหม่ขึ้นมาหักล้าง
- ทฤษฎีปฏิวัติของกลุ่มแดงสยาม โดย อ.สุรชัย แซ่ด่าน เมื่อ อ.สุรชัย จากไปก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงอีก
- ทฤษฎีมดแดงล้มช้าง ของ ดร.เพียงดิน รักไทย ที่พยายามพูดถึงในรายการของท่าน แต่กลุ่มอื่นก็ไม่พูดถึง
- ทฤษฎีปฏิวัติของพรรคไทก้าวหน้า เสนอโดย อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ก็มีแต่พรรคไทก้าวหน้าพูดถึง กลุ่มอื่นก็ไม่พูดถึง
- ทฤษฎีปฏิวัติของกลุ่มใต้ดินอื่น ๆ อีกมากมาย

การที่ต่างฝ่ายต่างยึดถือแนวคิดและทฤษฎีของตนในการขับเคลื่อนการปฏิวัติ ทำให้การปฏิวัติอ่อนแอ สะเปะสะปะ ไร้ทิศทางร่วมกัน บางครั้งถึงขนาดด่าทอทะเลาะเบาะแว้งโจมตีกันเอง เป็นที่ครื้นเครงของเจ้าและระบอบเผด็จการเมื่อสนทนาถึงเรื่องนี้ในวงสุรา

ในส่วนตัวของท่านเห็นว่าปัญหาทฤษฎีปฏิวัติที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับของอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นเพราะธรรมชาติของทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ที่ไม่อาจพิสูจน์ผลของชุดคำอธิบายได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จึงย่อมมีข้อถกเถียงมากมาย ถ้าไม่เจ๋งจริงก็ยากที่จะได้รับการยอมรับจนถึงขั้นนำไปปฏิบัติ

ทฤษฎีปฏิวัติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ถือเป็นสุดยอดของทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ เพราะส่งผลสะเทือนต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในวงกว้างอย่างรุนแรง และบางแนวคิดบางทฤษฎีส่งผลกระทบไปทั่วโลก เช่น ทฤษฎีปฏิวัติของวลาดิเมียร์ เลนิน และ เหมาเจ๋อตุง เป็นต้น แต่ปัจจุบันไม่มีใครทำแบบนั้นได้อีก

อาจสรุปได้ว่า นอกจากเนื้อหาสาระของทฤษฎีปฏิวัติต้องเจ๋งแล้ว ผู้สร้างทฤษฎีปฏิวัติต้องมีบารมี (Charisma) และมีภาวะผู้นำ (Leadership) สูงด้วย ผู้สร้างทฤษฎีต้องลงมือนำการปฏิบัติ (Implementation) เองด้วย การปฏิวัติแบบที่สองนี้จึงจะเกิดขึ้นได้อย่างมีพลัง แต่น่าเศร้าที่ประเทศของเราน่าจะขาดผู้นำที่มีบารมีมีความกล้าหาญและมีความรู้เฉียบคมพอที่จะทำการใหญ่นี้ได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้โลกได้ก้าวสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เนื่องจากผลของการปฏิวัติทางเทคโนโลยี ที่ระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้สร้างความปั่นป่วนแก่ทุกวงการ หรือที่เรียกกันว่าเกิด Digital Disruption ที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรธุรกิจต้องปรับเปลี่ยน (Transform) ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งทำให้พิจารณาได้ว่าแนวคิดการปฏิวัติสังคมก็น่าจะต้องปรับเปลี่ยน (Transform) ไปด้วย จะยึดแนวคิดเดิม ๆ ไม่น่าจะเหมาะสม และยากต่อการทำความเข้าใจหรือการยอมรับจากคนรุ่นใหม่ได้

ที่ต้องพูดถึงการยอมรับของคนรุ่นใหม่เพราะนักปฏิวัติรุ่นเดอะที่เติบโตมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, 6 ตุลาคม 2519 ฯลฯ กำลังอยู่ในวัยชราและทะยอยกันลาโลกไปแล้ว คนรุ่นใหม่ ๆ ต่างมองว่าความคิดปฏิวัติของคนรุ่นปู่รุ่นลุงไม่สอดคล้องกับยุคสมัย แต่พอถามว่าแนวคิดแบบใดเหมาะกับยุคสมัย เรียนตรง ๆ ว่ายังไม่มีใครตอบได้ จึงสรุปได้ว่าในช่วงเวลานี้ไม่สามารถขับเคลื่อนการปฏิวัติแบบที่สองได้

ทีนี้มาเข้าเรื่องการปฏิวัติของไทยที่ถามว่าควรทำอย่างไร

ท่านให้ความเห็นว่าควรผสมผสานการปฏิวัติแบบที่ 1 และ 2 ให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิตอลอย่างกลมกลืน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นที่ยอมรับของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังแข็งแรงพอที่จะเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการเคลื่อนไหวผ่านระบบออนไลน์ หรือ  Social Media จนพัฒนาไปสู่การลงสู่ท้องถนนเพื่อชุมนุมประท้วงขับไล่ระบอบการปกครองเก่า ซึ่งเท่าที่ผ่านมานักเคลื่อนไหวปฏิวัติได้พยายามใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการปฏิวัติเพราะมวลชนแทบทุกคนต่างมีสมาร์ทโฟนใช้กัน เช่น การจับกลุ่มในแอพพลิเคชั่นไลน์ การจัดรายการผ่านเฟซบุค และยูทูป เป็นต้น แต่ยังต่างคนต่างทำ ขาดเอกภาพทางความคิด ดังนั้น ควรมีองค์กรหลักที่สามารถรวมพลังนักสู้ทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียว เพื่อหาแนวคิดและวิธีการปฏิวัติร่วมกัน ร่วมกับมวลชนในประเทศพัฒนาสถานการณ์หรือภาวะวิสัยให้พร้อมจนเกิดการลุกขึ้นสู้ของมวลชนในที่สุด สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่องค์กรปฏิวัติต้องทำคือ

1. ออกแบบระบบการต่อสู้ที่ผสมผสานระหว่างการปฏิวัติตามสถานการณ์พาไป การปฏิวัติแบบมีทฤษฎี และการปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยีสมัยใหม่

2. สร้างพื้นที่ หรือ Platform ที่อาจเป็น Web Site หรือ Application ที่มวลชนผู้ใช้มือถือ (Smart Phone) สามารถเข้าถึง (Access) โดยสะดวก ไร้การปิดกั้น หรือสามารถทะลวงการปิดกั้นโดยง่ายดาย

3. สร้างและพัฒนาเนื้อหา (Contents)  ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ เช่น ปัญหาโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ทำไมต้องปฏิวัติ จะโค่นล้มระบอบเผด็จการได้อย่างไร ฯลฯ ในรูปแบบบทความ ข้อความสั้น แผ่นป้ายดิจิตอล คลิปเสียง คลิปวีดีโอ สไลด์ การ์ตูน แชทบ๊อกซ์ ฯลฯ

3. กำหนดกิจกรรมให้มวลชนเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกิจกรรมเชิงรุกที่ทำให้เผด็จการสะสมความเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองมากขึ้น

4. จัดตั้งองค์กรและหน่วยปฏิบัติในประเทศเพื่อปฏิบัติภาระกิจสำคัญ ๆ ตามสถานการณ์

5. ทำการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) อย่างต่อเนื่อง

แค่นี้ก่อนครับ น่าจะยาวมากไป วันหลังถ้ายังเป็นที่สนใจค่อยต่อรายละเอียดใหม่ ขอบคุณผู้อ่าน, จนท.กอ.รมน. และผู้รับใช้เผด็จการทุกท่านครับ

Last edited by กะตังป๋า (Yesterday 1:17 AM)

Offline

#134 May 19, 2019 9:49 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,526

Re: องค์การปฏิวัติไท

สิ่งที่หวังก็กำล้งมาถึง

ขอขอบคุณคุณกระตังป๋าที่สละเวลามาเข้าร่วมอย่างเต็มที่ เสนอบทความการปฏิวัติที่มีสาระ มีทั้งทางทฤษฎี ประวัติศาสตร์ ผู้นำ และแผนทางเดินแบบพิมพ์เขียวใช้สร้างบ้าน รวมทั้งเตือนเรื่องการใช้ออนไลน์ให้เป็นประโยชน์สูงสุดในเชิงรุก(ทางรับด้วย)

เคยศึกษาวิธีการจัดตั้งระยะแรกๆของพวกไอซิส ที่สามารถรวมพลังคนมุสลิม ที่มีความรู้และความสามารถทุกชาติทั่วโลก ที่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือองค์การนี้ อย่างน่าทึ่ง มีทั้งนักวิชาการที่สอนตามมหาวิทยาลัย นักการทหาร นักลงทุน-นักการตลาด และผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสาขา ที่ประกอบเป็นตัวรัฐบาลลอยขนาดย่อม ผู้เสียสละทั้งชีวิตและเงินทอง ระบาดไปตามวัดวา(สุเหร่าหรือโบสถ์-mosque)ของชาวมุสลิมทั่วโลก โดยการตั้งเวปไซท์ต่างๆทั่วโลกเพื่อช่วยในการจัดตั้ง(establishment)องค์การนี้ขึ้นมา ส่วนในสนามรบก็มีนักต่อสู้ ที่แยกตัวออกมาจากพวกทหารที่กลายเป็นกองโจรในอิรัค นำโดยนาย ซาคาวี่ จากจอร์แดน(Abu Musef al-Zarqawi-killed 1999)  และให้คำแนะนำจากนายพลเฒ่าเอลดูรี่(Gen. Izzat al-Douri) เคยเป็นผู้นำทางทหารสูงสุดของซาดัมฮุสเซน ที่อเมริกายังจับตัวไม่ได้ จุดมุ่งหมายของนักปฏิวัติทางทหารกลุ่มนี้ก็เพราะอาณาจักรของซาดัมฮุสเซนล่ม ถูกอเมริกาใช้กำลังเข้าบุกประเทศและจับผู้นำและพวกได้เกือบทั้งหมด นายซาคาวี่จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกต่อต้านและต่อสู้กับอเมริกาต่อ โดยมุ่งหน้าสู่ทางตะวันตกคือดินแดนซีเรีย ที่ทั้งสองประเทศแถบนี้เป็นทะเลทรายที่ว่างเปล่าขาดความเจริญ เพื่อจัดตั้งรัฐอิสลามอิสระให้ยิ่งใหญ่เท่าประวัติศาสตร์ของพวกลีวานท์(Levant-)หรือไอซิล(Isil-Islamic State of Iraq and the Levant)ในอดีต

https://images.search.yahoo.com/yhs/sea … s-pty_maps

https://r.search.yahoo.com/_ylt=AwrVrN6 … wk9bdk61f0-

ซึ่งในอดีตเคยมีดินแดนอิทธิพลกว้างใหญ่มากในตะวันออกกลางเกือบทั้งหมด รวมทั้งเนี้อที่ดินของประเทศอิสราเอลปัจจุบัน และหลายส่วนในทวีปอัฟริกา รวมทั้งอียิปห์ที่สำคัญด้วย  เป็นปัจจัยในประวัติศาสตร์ทางศาสนาสำคัญ บวกกับการล่มสลายของอิรัคเวลานั้น เป็นจุดมุ่งหมาย(mission)และแรงจูงใจ(motivation)ของพวกเขา ที่จะจัดตั้งชาติใหม่ขึ้นโดยความช่วยเหลือจากซาอุดิอาเรเบีย ซึ่งเป็นนิกายซุนนี่เดียวกันในระยะเริ่มต้น เมื่อได้เชื้อเพลิงการสนับสนุนทางการเงินจากสุเหร่าทั่วโลก มีผู้เชี่ยวชาญของคนมุสลิมจำนวนมาก ตะวันออกกลางเข้าร่วมด้วย ศึกตะวันออกกลางบริเวณอิรัค-ซีเรีย จึงกลายเป็นทะเลเพลิงโดยพวกไอซิส(หรือพวกลีวาน-Levant) ตั้งแต่กลางทศวรรต 1995s มาจนปัจจุบัน

พวกไอซิสนี้ถึงคราวอัปราชัยในระยะหลังนี้ เพราะอะไร? ทั้งๆที่สามารถเรียกเกณฑ์ระดมผู้คน เด็กหนุ่มสาวมาเป็นกำลังทหารได้ทั่วโลกมุสลิม โดยเฉพาะคนอิสลามที่อาศัยในยุโรปและในอเมริกามากมาย เป็นจำนวนหมื่นๆคน ที่ยอมเสียสละชีวิตไปร่วมรบ เพื่อตั้งชาติใหม่ให้เป็นศูนย์กลางศาสนาจักรของพวกเขา เมื่อเริ่มยึดพึ้นที่ระหว่างรอยต่อระหว่างประเทศอิรัคและซีเรีย พวกไอซิสรวบรวมกำลังทางทหารรีบบุกเข้ายึดแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่เมืองโมซุล(Mosul)และต่อไปยังเมืองรัคคา(Raqqa)ในซีเรีย และเอาน้ำมัน(ฟรี)ออกขายสู่คนกลางท้องถิ่น ออกตลาดมืดและออกสู่โลกได้ทันที เพราะพวกเขามีผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดน้ำมัน คอยช่วยเหลือสำรองอยู่แล้ว วันหนึ่งๆไอซิสมีรายได้หลายล้านดอลล่าห์เป็นมาหลายปี  ใช้เงินจัดหาซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งหนักและเบาหลายชนิด รวมทั้งพวกจรวดเบาที่ใช้ในการบุกรุก ทั้งจากตลาดอาวุธจากตะวันตกและค่ายรัสเซีย ยานยนต์ล้วนใหม่ๆทั้งรถกะบะโตโยต้าทุกขนาด ไปถึงเชฟโรเลตของอเมริกา แม้แต่รถถังที่ยึดได้จากฝ่ายรัฐบาล ก็เอามาซ่อมแปลงใช้งานได้จำนวนมากมาย อาณาเขตอิทธิพลของไอซิสเติบโต มีเขตแดนเกือบสองเท่าของทั้งซีเรียและอิรัครวมกันเสียอีก

ไอซิสแพ้เพราะอะไร? การยอมแพ้ต่อพวกเคอร์ด(Kurd-ฝ่ายอเมริกา)ครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้ อันเป็นที่มั่นสุดท้าย เป็นสัญญานว่า ดินแดนแถบนี้ไม่เป็นไปดังที่พวกไอซิสหวังได้อีกต่อไป

สาเหตุง่ายนิดเดียวที่นำความพ่ายแพ้มาให้พวกเขาคือ"ความโหดร้าย"ที่พวกไอซิสใช้วืธีทำลายศัตรูเรียก"ชาเรียส์" ที่ประเทศซาอุดิอาเรเบียและหลายประเทศในโลกมุสลิมได้ใช้มา คือการตัดคอผู้กระทำผิด หรือคนนอกศาสนา ตายกันเกลื่อน ในขณะเดียวกันก็รีดไถคนต่างศาสนา(เช่นพวกคริสเตียนยาซิดี้,พวกดรูส์ และ ฯลฯ) ข่มขืนซื้อขายผู้หญิงที่ถูกใชัเป็นทาสทางเพศ ทำร้ายประชาชนดัวยความโหดร้ายอย่างไม่มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ ฯลฯ จนสื่อทั้งโลกรวมพร้อมใจกันนำภาพและเรื่องออกเผยแพร่ความชั่วร้ายให้โลกเห็น ว่าพวกไอซิสคลั่งศาสนานี้ช่างหฤโหดอย่างผิดมนุษย์ขนาดไหน หาควรที่สมาคมชาวโลกไม่ว่าเป็นเชื้อสายศาสนาใด ต้องช่วยกันรีบทำลายพวกมันให้เร็วที่สุด

ความหฤโหดที่เกิดขึ้นในกำพูชาที่ฆ่าทำลายเผ่าพันธู์ ตนเองได้ลงคอถึง 1 ใน 3 ประชากรของประเทศ ต้องตายด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ของพอลพต ที่สุดโง่เขลาและไร้เดียงสา ตอนขึ้นมามีอำนาจ(1975-1979)เพียงเกือบ 5 ปี เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งข้างบ้านเรา ที่บอกเราได้ว่าความหฤโหดของผํู้ครองประทศที่มีอำนาจอธรรม นั้นไม่มีขอบเขตใดๆ

ส่วนประเทศเรา กำลังถอยหลังไปสู่ระบอบทาสที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง โดยกษัตริย์องค์ใหม่นี้ ที่สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินงบประมาณ(งบกลาง)ของประเทศได้หมดแล้ว ด้วยวิถีชีวิตที่ชอบหรูหราฟุ่มเฟือย ชอบโอ่ ชอบเอาอกเอาใจ ชอบใช้อำนาจ ถือสิทธิต่อทรัพย์สินของชาติ และทุกชีวิตพสกนิกร(ทาส)ในแผ่นดิน ประเทศนี้ในที่สุดจะถูกจำนำ และค่อยๆทยอยตัดขายทีละเล็กทีละน้อยจนหมดประเทศ หมดความเป็นไทยอีกต่อไป

การยึดครองไทยเราทำกันแบบเนียน ใช้วิธีแบบค่อยๆฆ่าผู้ไม่เห็นด้วย โดยออกข่าวการฆ่าทารุนโหดร้าย ว่าตายอย่างทรมานอย่างไร? วิธีเนียนนี้ใช้มาตั้งแต่สมัยพ่อจอมอำมะหิตมา 70 ปี และกำลังต่อยอดโดยลูกที่แสนหฤโหดมา 4 ปีแล้ว ...ถึงขนาดว่าหมอหยองถูกน้ำร้อนลวก จึงมีเสียงลอดโหยหวนออกมาจากค่ายทหาร ว่าแสนสุดเจ็บปวดหฤโหดน่าสพึงกลัวเพียงใด จากคำสั่งจ่าห้าวและการกระทำโดยทหารจปร.ไทย ..โหดขนาดนี้  และการรู้วิธีโฆษณาข่มขู่ ให้เกิดความหวาดกลัวไปทั้งแผ่นดินแบบนี้เอง ทำให้"หำ"คนไทยที่ค่อนข้างกระทัดรัดอยู่แล้ว หดจู๋กันจนหาตัวไม่เจอไปเลย

ขอบคุณคุณกระตังปําอีกครั้ง กรุณาเข้ามาช่วยออกข้อคิดและความเห็นได้ทุกเวลา ยินดีเป็นอย่างยิ่งเสมอ

ปล. วันนี้เป็นวันครบรอบปีการฆ่าที่ราชประสงค์ 9 ปีที่แล้ว มีผู้ล้มตายโดยการอ้างว่าเป็นทางการเพียง 99 ศพ และบาดเจ็บกว่า 2 พันคน ที่รบ.ประชาธิปัตย์ของกษัตริย์ภูมิพล สั่งขบวนรถถังและทหารจากราบ-11 เข้าสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ อันเป็นวันสุดโหดร้ายในรัชสมัยกษัตริย์องค์นี้ และเป็นที่มาของคำว่า..ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า  ไอ้ห่าสั่งยิง  กูไม่รู้กูป่วย เป็นตอนจบรัชกาลของม้น
มีเรื่องหลายอย่างที่ไม่เป็นความจริง และยัดเยียดความผิดต่างๆให้พวกเสื้อแดง เช่นการเผาเซ็นทรัลเวอร์ล การสังหารที่วัดปทุมวราราม ฯลฯ ที่สำคัญ คนผิดยังไม่ได้รับโทษแม้คนเดียว..Amazing Thailand !!! ... A miserable country of the world !!!

(คลิปการสาปแช่ง เผาพริกเผาเกลือ)

จากองค์การปฏิวัติไท

Last edited by ปาปียอง (May 19, 2019 3:16 PM)

Offline

#135 Yesterday 2:37 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 279

Re: องค์การปฏิวัติไท

พอดีให้อาจารย์ที่ผมไปขอคำปรึกษาอ่านสิ่งที่ผมพิมพ์ไปข้างบน ท่านบอกว่าพิมพ์ผิดสองแห่ง จาก Transfer ให้แก้เป็น Transform ผมจึงมารีบแก้ไข ขออภัยที่พิมพ์ผิด

ที่จริงผมก็ไม่อยากวงเล็บภาษาต่างชาติเหล่านี้หรอก กลัวท่านทั้งหลายจะว่ากระแดะ แต่มันเป็นศัพท์เฉพาะ หรือ Technical Term  ที่องค์ความรู้เหล่านี้ส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดในต่างประเทศ การวงเล็บภาษาของเขาจะทำให้เข้าใจง่ายและสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ง่ายขึ้นครับ

วันนี้จะขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิวัติที่อาจเกิดขึ้นในประเทศเราในเร็ว ๆ นี้

มีความเห็นตรงกันของนักวิชาการและนักปฏิบัติการหลายท่าน เช่น ดร.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล ดร.จรัล ดิษฐาอภิชัย ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ฯลฯ ว่าในศตวรรษที่21 (ตั้งแต่ ค.ศ.2000 เป็นต้นมา) มักไม่เกิดการปฏิวัติใหญ่แบบปฏิวัติอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน เวียตนาม ลาว เขมร ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เกิดในศตวรรษที่ 18-20 และท่านก็ไม่คิดว่าการปฏิวัติใหญ่แบบนั้นจะเกิดขึ้นโดยง่ายในประเทศเรา

แต่ผมเห็นว่าศตวรรษที่ 21 เพิ่งผ่านมาแค่ 19 ปี  หากมันจะเกิดในไทยเป็นแห่งแรกก็จะเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก คณะรัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยทั่วโลกจะต้องตั้งเป็นกรณีศึกษาที่ยิ่งใหญ่ จะดังระเบิดยิ่งกว่าการปฏิวัติใด ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในโลกใบนี้ ประวัติศาสตร์ไทยจะถูกจารึกขึ้นใหม่โดยสิ้นเชิง มันจึงน่าท้าทายยิ่งนัก

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.