iFreeThai

#1 March 30, 2016 12:25 PM

svenska
Member
Registered: August 20, 2015
Posts: 541

คําสั่ง คสช.ที่ ๑๓/๒๕๕๙ เรื่อง การป้องกันและปราบ

12472416_470412273156974_5487324590532857340_n.png
free picture upload

คําสั่ง คสช.ที่ ๑๓/๒๕๕๙ เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดบางประการที่เป็นภยันตราย ต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทําลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
จะเลวร้ายกว่า ร่าง รธน. เกินกว่าจะบรรยาย
เพราะเป็นการอาศัยอำนาจตาม มาตรา ๔๔

- - - - - - - - - -

"อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ในคําสั่งนี้

“เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” หมายความว่า ข้าราชการทหารซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ขึ้นไป ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคําสั่งนี้

“ผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” หมายความว่า ข้าราชการทหารซึ่งมียศต่ํากว่า ชั้นร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ลงมา และให้หมายความรวมถึง ทหารประจําการ ทหารกองประจําการ และอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

........ฯลฯ..."

สรุปคำสั่ง คสช. ที่ ๑๓/๒๕๕๙

- - - - - - - - - -

๑. ทหารยศร้อยตรีทุกเหล่าทัพเป็นเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม

๒. ทหารชั้นประทวนเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

๓. จับกุมผู้กระทำผิดหรือสงสัยว่ากระทำผิด

๔. ออกคำสั่งให้บุคคลมารายงานตัว ให้ถ้อยคำ ส่งเอกสาร

๕. จับกุมความผิดซึ่งหน้า ควบคุมตัวจับส่งพนักงานสอบสวน

๖. ช่วยเหลือ สนับสนุน เข้าร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนและเป็นพนักงานสอบสวนตาม ป.วิอาญา

๗. ค้นที่รโหฐานได้ไม่ต้องมีหมายค้นและไม่จำกัดเวลา

๘. เรียกบุคคลมาให้ข้อมูล มาให้ถ้อยคำ และควบคุมตัวบุคคลได้ ๗ วัน สถานที่ควบคุมจะต้องไม่ใช่ที่สถานีตำรวจ เรือนจำ ทัณฑสถาน (สงสัยที่ค่ายทหาร)

๙. เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตาม ป.วิอาญาด้วย

๑๐. ไม่อยู่ในข้อบังคับของกฎหมายปกครอง (บุคคลใดจะฟ้องศาลปกครองเอาผิดการปฏิบัติการของ จนท.ไม่ได้)

๑๑. ได้รับการคุ้มครองตามพรก.การบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน ๒๕๔๘

- - - - - - - - - -

ทำอะไร จับใคร ที่ไหน เวลาใดก็ได้ โดยไม่ต้องมีหมายค้น
และการควบคุมตัวบุคคลใดๆนั้น ถือว่าไม่มีความผิด

- - - - - - - - - -

คำสั่ง คสช. ที่ ๑๓/๒๕๕๙ นี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมอำนาจความชั่วร้ายที่เผด็จการ คสช.จะใช้เป็นอาวุธเพื่อทำลายและก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างร้ายแรง พร้อมทั้งจะกระทำได้โดยอ้างว่าเป็นกฎหมาย สามารถทำได้ตามอำเภอใจ เพราะในระบอบประชาธิปไตย กฎหมายต้องออกโดยการผ่านรัฐสภา ซึ่งโดยปกติผู้แทนในสภาเหล่านั้นจะเป็นตัวแทนของประชาชน

- - - - - - - - - -

การออกคำสั่งของ คสช. จึงไม่ควรถือเป็นกฎหมาย เพราะละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน การออกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๓/๒๕๕๙ โดยอาศัยอำนาจ ม.๔๔ นี้ อาจจะส่งผลร้ายแรงและเกิดผลกระทบตามมา อาทิ

๑. สร้างระบบอยุติธรรมที่ชั่วร้าย ทำให้ตัวกฎหมาย องค์กร บุคคลในกระบวนการยุติธรรมและอำนาจของศาล ถูกโอนไปอยู่ในเงื้อมมือของทหาร ทำให้ทหาร(กองทัพ) นอกจากจะทำหน้าที่ถือปืนเป็นรั้วของชาติแล้ว(ตามที่กล่าวอ้าง) ยังสามารถกลายเป็น ตำรวจ อัยการ ศาล ปปง. สรรพากร ศุลกากร สรรพสามิต ผู้คุมราชทัณฑ์ พนักงานบังคับคดี เป็นเจ้าหน้าที่อื่นๆในกระบวนการยุติธรรม และกลายองค์กรอิสระ ถือได้ว่า ทหาร จะกลายเป็นกลุ่มทรงอิทธิพล ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ

ทำให้กฎหมายที่เคยศักดิ์สิทธิ์ กลับกลายเป็นสมบัติของคนกลุ่มเดียวก็คือ กองทัพ* และคสช. (กองทัพ* หมายถึงทหารที่ทำงานภายใต้คำสั่งของ คสช.) ซึ่งด้วยคำสั่งนี้ จะสามารถใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายบุคคลที่เป็นตัวแทนของประชาชน แกนนำ หรือใครก็ตามที่กองทัพและคสช.เห็นว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามได้ตามอำเภอใจ โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรฐานใด อำนาจในการละเมิดสิทธิต่างๆ จะตกไปอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อย และสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิตของประชาชนก็จะสูญเสียไปด้วย

- - - - - - - - - -

๒. ประชาชน บุคคล และองค์กรจะไม่เชื่อมั่นในความยุติธรรม ประชาชนอาจจะเลือกไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรม หรือไม่สามารถเข้าถึงความเป็นธรรมในกระบวนการได้ เนื่องจากความไม่มีมาตรฐาน ซึ่งความไม่มีมาตรฐานอันนี้ก็จะส่งผลทำลายต่อเนื่องไปยังระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และศาสนา

- - - - - - - - - -

๓. อาจก่อให้เกิดการอาศัยอำนาจทุจริต การให้อำนาจมากจนเกินเหตุแก่เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง คสช.ที่ ๑๓/๒๕๕๙ อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติสบช่องในการทุจริตคอรัปชั่นในหมู่ทหาร ตั้งตัวเป็นมาเฟียในพื้นที่ ครอบงำผู้ประกอบการในพื้นที่ เรียกเก็บส่วย เป็นต้น จะเกิดราคาของความเป็นธรรมขึ้น และเมื่ออยากได้ความเป็นธรรมอาจต้องใช้เงินซื้อความเป็นธรรมแทน และทหาร(ตลอดจนศาลศาลทหารหรือองค์กรอิสระ) จะตกเป็นเครื่องมือของ คสช. ที่จะใช้เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามตามอำเภอใจ และอนาคตเป็นไปได้ว่าจะมีการตัดสินใจเลือกวิธีการที่ไม่ใช่กฎหมายมาแก้ปัญหาแทน

- - - - - - - - - -

ที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ คำสั่ง คสช.ที่ ๑๓/๒๕๕๙ จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้ประชามติ รธน.ผ่าน โดยเจ้าหน้าที่จะอ้างเหตุในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล แต่ข้อ ๔. ออกคำสั่งให้บุคคลมารายงานตัว ให้ถ้อยคำ ส่งเอกสาร และข้อ ๕. จับกุมความผิดซึ่งหน้า ควบคุมตัวจับส่งพนักงานสอบสวน ในคำสั่งนี้ คือการอ้าง ใช้แทนคำว่า "การเรียกไปปรับทัศนคติ" นั่นเอง

- - - - - - - - - -

เมื่อท่านทั้งหลายรู้ดังนี้แล้ว ก็พิจารณาเถิดว่า
สมควรแชร์ออกไป ให้คนในสังคมร่วมรับรู้หรือไม่


FB  ท่านกู


กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ





.

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.