iFreeThai

#41 October 22, 2018 5:25 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,281

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

ของขวัญชิ้นสำคัญแด่นักปฏิวัติจากดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์

ผลงานการศึกษาเรื่องของก.อ.ร.ม.น.(กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน-ISOC-Internal Security OperationsCommand ) ซึ่งก่อนหน้าแรกนั้นก็คือ ก.อ.ป.ค หรือกองอำนวยการปราบปรามคอมมิวนิสต์เก่านั่นเอง หน่วยนี้ก่อตั้งมานานหลายทศวรรษ(ประมาณ56 ปี)  ตั้งแต่ยุคซีไอเอเข้ามาครั้งแรกเพื่อฝึกตำรวจไทยที่ค่ายนเรศวร หัวหิน(PARU-Police Airial Reinforcement Unit) ปี 1954 ให้ไทยมีขีดความสามารถในการต่อสู้แบบสงครามกองโจร(Guerrilla Warfare) ที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์จีนของเมาเซตุงเก่งมาก และมีชัยชนะโดยเด็ดขาด เพิ่งขับไล่จีนขาวหรือพวกก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็คตกทะเล ไปอยู่เกาะไต้หวัน ให้ทหาร-ตำรวจไทยมีขีดความสามารถในสงครามแบบกองโจร ในทางกายภาพ เช่นการกระโดดร่มเป็นครั้งแรกในประเทศไทย การซุ่มโจมตี(ambush)ที่มีประสิทธิภาพ หลักสูตรการดำรงชีวิตในป่า(jungle surviving course-ranger training) การข้ามแม่น้ำที่กำลังไหลเชี่ยว การใช้อาวุธทุกชนิดทั้งสองฝ่ายใช้กันในสมรภูมิในเอเซีย ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและด้วยมีด การใช้วิทยุคมนาคมใหม่ๆที่ใช้เคาะเป็นโค๊ด การพยาบาลฉุกเฉิน(field medics course) การข่าวทหารเช่นการลาดตระเวณทางไกล-ใกล้(intelligence patrol course) การเคลื่อนกำลังด้วยเครื่องบิน(rapid deployment by air) โดนเฉพาะการใช้เฮลิคอร์ปเตอร์ในการเคลื่อนที่เร็ว วิธีแซกซึม การเข้า-ออกพื้นที่ข้าศึก และการหลบหนี(infil-exfiltration - escape and evasion) ต่อมาได้พัฒนาสู่การกู้ภัยของเครื่องบินปีกหมุน ฯลฯ  หน่วยพารู(PARU)เสือดำหัวหินนี้เอง ตอนหลังก็มีการฝึกใช้รถถังขนาดเล็ก(ไอ้แอ่ด-ถ.เบา๗๓)ด้วย  ที่หลังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ทำการปฏิวัติสำเร็จแล้วในปี พ.ศ.2500 พวกพารูก็ถูกอัปเปหิไปรับราชการตามชายแดนด้านประเทศลาว และจบลงที่บก.333 ของท่าน"เทพวิฑูรย์" หรือ "เทพ 333" พ.อ.(ยศขณะนั้น)วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์ ตั้งอยู่ที่ ป.ณ.10 หนองขอนกว้าง จ.อุดรธานี แต่แท้ที่จริงพวกพารูนั้นได้ไปอยู่ในภาคสองของลาว ซึ่งมีชื่อโค๊ดว่าเป็นทีม"ซูลู-ZULU" ตั้งกระจัดกระจายอยู่ในแถบแขวงเชียงขวาง(Xiengkhouang Province) ล่องแจ้ง(Long Cheng-LS20A) ซำทอง(Sam Thong-LS20) เมืองสุย(Mouang Soui-LS108) ทุ่งไหหิน(บ้านลาดแสน-LL) คังไข(Khang Khai-) และบางส่วนของแขวงหัวพัน(Huaphan Province) เขตซำเหนือ(Sam Neau)  พวกพารูได้กลายเป็นครูฝึกสำคัญ ให้แก่ทหารกองโจรพิเศษ(SGU-Special Guerrilla Unit) ของนายพลวังเปา (Gen. Vang Pao) ครั้งแรกฝึกทหารกองโจรม้ง(หรือบ้านเราเรียก"แม้ว") ที่หุบเขาบ้านผาขาว(Pha Kao) เพียงไม่กี่สิบคน หลักสูตรเพียงสองสัปดาห์ เพียงรู้จักถอดประกอบ-เล็งยิงปืน และการซุ่มโจมตีขั้นพื้นฐาน   ตอนนั้นยังไม่มีล่องแจ้ง แล้วใช้ซุ่มโจมตีทหารเวียตนาม(เหนือ) ซึ่งเคลื่อนย้ายไปทั่วบริเวณทุ่งไหหิน ที่มีทิวทรรศน์สุดสวยงามมาก อย่างไม่เคยระมัดระวังตัว การซุ่มโจมตีครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ยึดอาวุธทหารเวียตนามเหนือได้มากมาย และหลังจากนั้นเพียงสัปดาห์กว่าๆ กองโจรพิเศษของนายพลวังเปาเข้ายึดคลังแสงของข้าศึกที่ถ้ำเมืองเชียงขวางได้สำเร็จอีก เป็นงานชิ้นโบว์แดง เพราะได้อาวุธกระสุนจำนวนมากมายทั้งหนักและเบา(เช่นปืนค.61 ม.ม. ค. 82 ม.ม ปืนใหญ่ 85 ม.ม. ปกน. 12.7 ปืนกลจาน ฯลฯ) ซีไอเอกับพารูต้องรีบ ทำการฝึกให้พวกม้งรู้จักใช้อาวุธของรัสเซียและจีนแดงที่ยึดได้ เป็นหลักสูตรเร่งด่วน  เพียงไม่กี่เดือนนายพลวังปาวมีทหารม้ง(รวมทั้งทหารจากลาวเทิง เมี้ยน ลาวลุ่ม ฯลฯ) ประมาณ 10,000 นาย  ก็คล้ายๆกับนายพลวอร์ชิงตันของอเมริกา ตอนสงครามปฏิวัติปลดแอกจากอังกฤษ ที่มีชัยชนะติดๆกันสองสามครั้ง ผู้คนก็เฮโลเข้าร่วมสู้รบด้วย จนจัดเป็นกองทัพได้ในเพียงเวลาอันสั้นๆ
ที่เล่าต่อยอดบานปลายไปบ้าง ก็เพื่อชี้ให้เพื่อนนักปฏิวัติได้เห็นว่า การจัดตั้ง(establishment)และการประกอบกำลัง(forces assembly)ที่จะต่อสู้ทางทหาร ก็จะกระทำได้เพียงไม่นานเลย แทบจะเพียงแค่กระพริบตา ตอนนั้นนายพลวังเปายศแค่พันตรี กองทัพแห่งชาติลาวต้องเชื่อซีไอเอให้ยศนายพล(ตรี)แก่ท่านวังเปาทันที เพราะต้องการภาพพจน์ที่จะสร้างความนิยม ในคนหมู่ชาวม้งและชาวภูเขาและลาวลุ่ม ซึ่งคิดว่าวังเปาเป็นผี"เจ้าฟ้า"มาเกิด (ชื่อโค๊ดทางวิทยุนายพลวังเปาคือ "เจ้าผาขาว"-Chao Pakao) 
นายพลโวเวียนเกี๊ยบของเวียตนามที่พิชิตศึกชนะฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟู และต่อมาเผด็จศึกชนะอเมริกาในสงครามเวียตนามตอนสองอีกนั้น ไม่เคยเข้าโรงเรียนทหารใดๆมาก่อน แต่มีความสามารถและตั้งใจจะเป็นนักปฏิวัติอย่างแรงกล้าและสูงสุด โฮจิมินห์และคณะปฏิวัติเวียตมินห์ ได้มอบยศนายพลสูงสุดแก่เขาทันทีตอนเข้าตีเดียนเบียนฟู เหมือนนายพลวังเปา สองนายพลผู้นี้มีชื่อเสียงกระหึ่มโลกแค่ไหนใครๆก็รู้กันทั่ว
ตอนแรกๆนายพลวังเปายังขับเครื่องบินไม่ได้ พอเครื่องจะขึ้น(taking-off) นายพลก็ทำท่าทำทางขึงขัง ดึงคันบังคับ ลดแฟลบปีก-หาง เหมือนเป็นคนขับนำเครื่องบินขึ้นเอง ทำให้คนม้งที่เขาไปเยือน ได้เห็นความเก่งกาจ และเพิ่มความศรัทธาต่อผู้นำของเขาเป็นอย่างมาก การติดต่อชักนำจัดหา(recruitment)คนหนุ่มชาวเขาทั้งเขตลาว ไทย พม่า เวียตนามทางเหนือ มาเป็นทหารนายพลวังเปา เป็นไปโดยง่าย ซีไอเอสามารถทำได้ถึง 30,000 คน เพราะซีไอเอมีกองกำลัง"ครูฝึก"จากพวกตำรวจพารูไทย คอยรองรับอยู่เป็นโครงต่อยอดให้นั่นเอง

อีกประการหนึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่นายทุนขุนศึกไทยกลับใช้ตำรวจพารู ที่มีความสามารถสูง ผ่านการรบในสงครามลาวมาอย่างโชกโชน ไปในทางที่ผิดๆ กล่าวคือทั้ง 14 ตุลาคม 16 และ ู 6 ตุลา 19 ที่ต้องทำลายคนไทยและนักศึกษา โดยใช้อาวุธสงครามยิงใส่มวลชนอย่างขาดความปราณี เพราะพวกเขาเป็นผู้น้อย ซึ่งจำต้องปฏิบัติตามหน้าที่โดยดุษฎียภาพ แม้ตอนจอมพลสฤษดฺ์ ธนะรัชต์ทำรัฐประหารสำเร็จใหม่ๆ ก็ไม่เคยไว้วางใจตำรวจพารู และต้องถูกอับเปหิไปอยู่เขตรบเขตสงครามนอกประเทศ เหมือนลูกเมียน้อยเสมอ....ที่สุด ประวัติศาสตร์จะอภัยให้พวกเขาไหมหนอ?

มาเข้าหัวข้อที่สำคัญที่สุดวันนี้ ขอกำนัลต่อนักปฏิวัติรากหญ้าในตอนนี้ คือเรื่องของ ก.อ.ร.ม.น.ปัจจุบัน ว่าเป็นมาและพัฒนาใช้งานกันมาอย่างไร ซึ่งต้องขอขอบคุณคุณจอม เพชรประดับที่กรุณานำคลิ๊ปนี้ของดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์อันมีเนื้อหา ที่สำคัญยิ่ง อาจารย์ได้ค้นคว้าได้อย่างลึกซึ้งและละเอียดอ่อนในการทำงานของหน่วยงานนี้ ที่พวกทหารจปร.ได้ใช้เป็นเครื่องมือ(tools)และเป็นกลไก(mechanism) ใช้ปกป้องตัวเอง และสามารถครองความเป็นแชมเปี้ยน ไว้จัดการกับความกระด้างกระเดื่องต่อใครก็ได้ ที่คิดเป็นฝ่ายปฏิปักษ์กับฝ่ายตนในทุกพื้นที่ ทำให้พวกมันได้ดิบได้ดีตลอดมา ตัวไอ้เหล่เองหลงไหลในการใช้ ก.อ.ร.ม.น. และเฝ้าใช้งานหน่วยนี้เป็นเครือข่าย"ตาสับปะรด"(grid system-matrix)อย่างใกล้ชิดตลอดมา ทำให้มันรู้ตัวทุกเวลาว่าสถานะจุดดุลยภาพของตัวมันอยู่ตรงจุดไหน(equilibrium point) ฉะนั้นมันจึงต้องโกหกเลื่อนการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ เพราะมันรู้ดีว่ามันแพ้หากเลือกตั้งตามวันที่สัญญา เพราะนิสัยขี้โกงแบบสุนัขจิ้งจอกของมันนั่นเอง แต่ทุกอย่างย่อมมีที่สิ้นสุด ในเมื่อทหารจปร.พวกนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นในความชั่วร้ายของพวกตนว่า ความชั่วร้ายภายในของพวกมันนั้นมากมายสักแค่ไหน มันแย่งกันแดกกินอย่างมูมมาม จนมีเสียงดังและกลื่นเหม็นอย่างฉาวโฉ่ ปิดบังไม่ได้อีกต่อไป เพราะผู้คนต่างยากจนกันทั่วทั้งประเทศ มีแต่ตัวกษัตริย์ พวกมัน และเจ้าสัวเพียงไม่กี่คนที่รวยเอาๆ ก็คงถึงจุดระเบิดจากภายใน("เน่าใน"จนระเบิดตัวเอง-implosion) ทำลายพวกมันให้พินาศอย่างแน่นอน
แต่เป็นสิ่งดีที่ทำให้เราทราบว่ามันใช้วิธี"ตาสับปะรด"(grid system-matrix)ของ ก.อ.ร.ม.น. ผ่านระบบข้าราชการ และหน่วยงานหลายกระทรวงอย่างไรบ้าง? เหมือน โจเซฟ สตาลิน ของคอมมิวนิสต์รัสเซีย ใช้เพื่อนบ้านคอยเฝ้าเพื่อนบ้าน คอยพยายามหาทางฟ้องคนที่ตนรู้จัก ว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อรัฐ และจะได้รับรางวัลตอบแทน จนคุกกูหลาค(Stalin Gulag)ที่ใช้ทรมานนักโทษ และนักโทษต้องทำงานแบบกรรมกรอย่างหนักถึงตาย จนคนล้นคุก  นั่นคือสังคมนรกชัดๆที่คนรัสเซียและโลกไม่เคยลืมมันได้....ทหารจปร.ไทยกำลังค่อยๆใช้วิธีเดียวกัน  และพยายามกำจัดทุกพรรคการเมือง จนเหลือเพียงพรรคเดียว คือพรรคทหารของพวกมัน แบบสังคมระบอบคอมมิวนิสต์ ที่มีการเลือกตั้งเพียงระดับหมู่บ้านเท่านั้น ระดับเหนือขึ้นมาล้วนถูกกำหนดมาจากพรรค.... เพื่อนๆโปรดกรุณาฟังคลิ๊ปนี้หลายๆครั้ง แล้วนำไปพิจารณาอย่างละเอียด  อาจจะบรรลุธรรม  รู้แจ้งอะไรอีกมากมาย และคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย แก่ทั้งตัวท่านและลูกหลานสืบไป

และเรานักปฏิวัติซึ่งปวารณาตัวเองเป็นนักสู้กู้ชาติ จะได้เพิ่มความระมัดระวังตัวเองได้มากขึ้น แต่หากท่านใด กลุ่มใด เพียงแค่ต่อสู้กันหลังไมค์ ก็คงไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเพียงแค่พูดแค่ด่า ก็ย่อมแทบไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว  ผู้คนรู้ซึ้งในทุกๆเรื่อง ต่างพากันตาสว่างหมดแลัว มวลชนเพียงกำลังรอคอยนักปฏิวัติ"ผู้กล้าปฏิบัติ" ว่าจะมีอะไรล้มครืนลงมากองพื้นสักแห่ง....วันนี้หรือพรุ่งนี้เท่านั้น
ขอกำนัลคลิ๊ปนี้แด่นักปฏิวัติ ที่กำลังจะรวมตัวจัดตั้ง"องค์การปฏิวัติ"หรือเป็น"พรรคปฏิวัติ" ที่ลูบคลำเป็นตัวเป็นตนได้ ไม่ใช่เพียงเป็นลมที่ผายผรุสวาทออกมาจากปาก  เพราะความกล้าหาญที่ปฏิบัติ จะได้ใช้เป็นตัวอย่างชี้นำ บอกทิศทางมวลชนให้การปฏิวัติจุติขึ้นมา จนกว่าได้ชัยชนะ เหนือพวกโจรจปร.พวกนี้ในที่สุด

เผด็จการต้องพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ.... นักปฏิวัติต้อง"กล้าคิด กล้าทำ"และกล้ารวมตัวเสียสละ"ช่วยกันทำ"ให้ก้าวไปข้างหน้า... ทุกวัน

โชคดีครับ

ปล.  พวกโจรต้องปราบมันด้วย"กองโจร" ภาษิตไทยว่าไวั.."หนามยอกต้องบ่งด้วยหนาม"  กองโจรที่เป็นลูกรักที่มวลชนสนับสนุน แนบแน่นเหมือน"ปลา"อยู่ได้เพราะ"น้ำ" เหมือนตอนเมาเซตุงคิดสูตรสำเร็จนี้ได้ว่า ....."ตน(คณะปฏิวัติ)เป็นปลา ประชาชนคือน้ำที่ปลาต้องอาศัย"  ตอนลี้หนีหลบภัยฝ่ายรัฐบาลอาศัยอยู่ในถ้ำที่เมืองเยนอาน มณทลชานสี ซึ่งคนจีนเรียก"ลองมาร์ช" ซึ่งเมาเซตุงเสียกำลังทหารไปเกือบแสนคน เหลือกำลังแค่สี่พันคนที่ยังจงรักภักดี พลีชีพเพื่ออุดมการณ์เดียวกัน ที่เมาใช้หลอมเป็นแกนกำลังหลักต่อสู้ต่อไป พ่อของสี จินปิงก็เป็นคนหนึ่งนี้ด้วย ผู้นำจีนที่สำคัญปัจจุบัน ล้วนมาจากเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้นำ"ลองมาร์ช"นี้ทั้งนั้น
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปี เมาเซตุงนำกำลังปฏิวัติหนุนด้วยชาวนารากหญ้า และชนชั้นกระฎุมพี(ไพร่) มีชัยชนะไปทั้งประเทศ เพราะยกประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...เป็น"น้ำ"ที่ปลาต้องอาศัย
..เมาเซตุงได้นำพรรคคอมมิวนิสต์ไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์จีน......รูปภาพเมาเซตุงยังติดบนธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนของจีนที่มีค่าสูงสุด  มาจนปัจจุบัน

Last edited by ปาปียอง (November 29, 2018 9:41 AM)

Offline

#42 November 29, 2018 3:11 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,281

Re: ที่ใดมีการกดขี่ข่มเหงย่อมมีการต่อต้าน(แต่ไม่ใช่ที่กลาแลนด์)

การเมืองยุคซูเปอร์ทรราชที่เราคาดกันไม่ถึง

พญาไม้ให้ความคิดเห็นได้ดีมากในฐานะนักเขียนอาวุโสที่คร่ำครึมากับน้ำเน่ามานาน ในรายการคุณกู๊ดมอร์นิ่ง(Good Morning- ลูกสาวคนสวย)..อรุโณทัย ศิริบุตร ซึ่งแอบฟังมานาน เพราะได้สาระและเนื้อหาดีๆน่าคิดเสมอ

สัปดาห์นี้คุณเผด็จก็ได้ให้ความคิดเห็นการเมืองไทยยุคการเลือกตั้งแบบทหารกำกับครั้งสุดท้าย  ชนิดจะแจ้ง(black and white)  พญาไม้อยู่มาเป็นเต่า(ล้านปี)ที่คงทนในกลาแลนด์ได้เพราะอิงเอาความจริงมาเกลาให้เป็นภาษาที่นุ่มนวล อยู่กับทหารจปร.ไทยหรือทรราชกษัตริย์ได้อย่างเหมาะสม โดยไม่พูดวิพากษ์วิจารณ์พวกกษัตริย์อย่างเด็ดขาด   ซึ่งก็เหมือนพวกเวปยูธูปใต้ดินหลายแห่งก็ไม่ค่อย(กล้า)พูดถึง เพราะกลัวม.112 ยังอยากแอบกลับบ้าน หรือกลัวญาติพี่น้องจะถูกทหารกวนให้ลำบาก หรืออาจจะเป็นสันดานเดิมที่อวยเจ้าด้วยสาเหตุอันใดยากจะเดา แต่สอดตัวเข้ามาร่วมอ้างเป็นพวกใต้ดินรากหญ้ากับเขาด้วย มนุษย์กลาแลนด์มีหลายแบบเหมือนทุกคนในโลก แต่ระวังว่าคนกลาแลตอนนี้เปลี่ยนข้างได้เพียงชั่วไม่กี่นาที ? เพราะอะไร?   น่ากลัวมากที่คสช.ใช้วิธีการเหนือเมฆด้วยการใช้"ความกลัว-ลงโทษ-ตบรางวัล" ทุ่มเทเงินซื้อสส.และพรรคพวกให้เข้าฝ่ายตนและในที่สุดก็เป็นฝ่ายชนะได้ค่อนข้างสูง  หากปลดล๊อคแต่ยกเงยหัวไม่ขึ้น  ก็จัดการหาเรื่องให้สุเทพเมือกจัดม๊อบตัวเองออกมาป่วน ก็จะได้อ้างยึดอำนาจเนื่องจากเกิดไม่สงบคืน และอยู่ต่ออย่างไม่เคยอายใครเหมือนเดิมๆอีก

ฟังเรื่องคุณนิสิต สินธุไพร แกนนำนปช.คนหนึ่งที่ต้องโกรธเคืองกับน้องสาวที่รัก เพราะน้องสาวและสามีพร้อมใจกระโจนแปรพักต์ไปเข้าเป็นพวกคสช. และตอนนี้คุณนิสิตจะเคืองจตุพร พรหมพันธุ์หน.คสช.ด้วยหรือเปล่า?  เพราะแกเปรอะเลอะเทอะมาตั้งแต่ออกจากคุก นัยว่าพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เข้าไปเยี่ยมแล้วเปลี่ยนชิ๊พ(chip)ในสมองให้ตัวหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าแกยืนอยู่ข้างไหน? แต่คงไม่ใช่พรรคเพื่อไทยไปแล้ว แกบอกว่าทำเพื่อชาติ จะดูดแรงหนุนทั้งเสื่อแดง-เหลือง-และทุกสี บอกตรงๆว่าพยายามฟังแกแล้วยิ่งงงหนักขึ้นทุกครั้งที่แกพูด เลยต้องหยุดฟัง

กรณีย์การไปเยือนประเทศเยอรมันนี อย่าลืมว่านางแองเจลล่า เมอเคิ้ลผู้นำของเยอรมัน แม้เขาจะทนความขยั้นขยอลูกตื้อของดอน ปรมัตถ์วินัยมากมายที่จะให้ประยทธได้พบ เพราะปีหน้าไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานอาเซี่ยน และเยอรมันแคร์มากต่อเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซี่ยนที่มีกำลังซื้อจากคน 650 ล้านคน ที่กำลังดีวันดีคืน และเยอรมันมีโรงงานประกอบรถเบ๊นซ์-โฟล์คสวาเก้น-บีเอ็มดับบลิวในไทย   ฯลฯ  เยอรมันมีความสามารถในเรื่องข่าวกรอง(intelligence)ไม่แพ้ใคร และทราบดีว่าประยุทธมันต้องอยู่มีอำนาจต่อแน่นอน ไม่ด้วยวิธีใด จากการเลือกตั้ง หรือยึดอำนาจตัวเองอีก  เขาจึงจำเป็นเชิญมันไป  แต่ก็ได้คาดคั้นให้มีการเลือกตั้งอย่างยุติธรรมโดยเร็ว ถึงขนาดตอนนี้ตือโป้ยก่ายตอบรับได้ยกมือสองนิ้วกับสี่นิ้วแล้ว เรื่องในบ้านตัวเองแท้ๆจัดการเองไม่ได้ เดือดร้อนกันไปทั่ว เพราะเราไม่มีเสาหลัก ทุกสถาบันที่เป็นธรรมาภิบาลจะยึดถือในชาติ ไม่มีเหลือในจิตใจผู้คนอีกแล้ว นั่นคือสภาพรัฐ(ประเทศ)ที่ล่มจม(failed state)นั่นเอง



เพราะการเมืองไทยที่แล้วๆมานั้นคือ"การเมืองระบบเจ้าสัว" คนเป็นเจ้าของพรรคล้วนเป็นเจ้าสัวที่ต้องหาเงินแจกจ่ายให้ลูกพรรคได้พอเพียง เพราะคนไทยและนักการเมืองไทยอยู่กันแบบระบบอุปถัมภ์คุณูปการ(patronageism)และแบบลูกน้อง หรือหากพูดให้หนักไปก็คือ"ระบบข้าทาสศักดินา"เก่าแก่ ที่อุดมการณ์ ความเชื่อถือในหลักการณ์ และเหตุผลของตัวเองเป็นเรื่องรองลงไป ความสับสนในพวกสส.และพรรคการเมืองระยะนี้ อาจจะทำให้เราเข้าใจเรื่องการโกงกินขนาดหนักๆทางการเมือง เช่นเรื่องจำนำข้าว สร้างโรงพักตำรวจ สร้างสถานที่ราชการ สร้างเขื่อน ฯลฯ  ตัวอย่างถนนหนทางที่ทำไมบ.ไต้หวันสร้างทางไปเหนือสมัยถนอม-ประภาสจึงโค้งคดไม่ได้มาตรฐาน ทำให้คนขับรถเสียชีวิตไปมากมายในถนนช่วงลำปาง-เชียงใหม่  ล้วนมีแต่เรื่องเล่ามากมายทุกระดับในเรื่องการฉ้อฉล จากทหารจปร. นักการเมือง เจ้าสัวและกษัตริย์ไทย ดูกันไม่จืดในประเทศนี้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาๆที่ไม่เห็นมีใครต้องเดือดร้อนอะไร ลองเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านเช่นฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ที่เขาไปกันไกลแล้ว เพราะเขาเอาจริงกับคอร์รัปชั่นได้สำเร็จนั่นเอง
การคอร์รัปชั่นขนาดหนักเปรียบเหมือนร่างกายเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดที่สั่งสมมานาน ระบอบการปกครองของไทยมาทุกยุคสมัยที่กษัตริย์ภูมิพลครองราชมา สมัยนี้ ตอนนี้ ขณะนี้ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายนี้ทหารจปร.จะใช้ยาแรงมาก(chemotherapy) ต่อร่างกายของประชาชนที่สุดอ่อนเปลี้ยจะหมดเรี่ยวแรง หากเอาโรคไม่อยู่ครานี้ ร่างกายทนไม่ได้ก็คงถึงเสียชีวิต  นั่นคือความตายของ"ประชาธิปไตย" ก็จะไม่มีคำว่า"ประชาธิปไตย"ในพจนานุกรมของไทยอีกต่อไป  ประชาธิปไตยจะกลายเป็นคำต้องห้าม เหมือนคำว่า"คอมมิวนิสต"สมัยหนึ่ง  ที่จะพูดกล่าวอ้างถึงในประเทศนี้ไม่ได้   หรือไม่ให้มีอีกต่อไป นั่นคือพวกทหารจะอยู่ยาว อย่างไม่มีกำหนดอีกตลอดไป

(จรรยา ยิ้มประเสริฐ:  การเมืองใต้ร่มพระบารมี-  Nov 17 2017)

มวลชนวิญญานอิสระ ต้องรวมตัวไปตามความเชื่อถือและคุณธรรมของตัวเอง  "องค์การปฏิวัติไท"เสนอแนวทางของการปฏิวัติแบบอเมริกา ที่เป็นการปฏิวัติและการต่อสู้ เพื่อปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาสกษัตริย์  ให้ได้มาซึ่งสังคมประชาธิปไตย เราจะเอาหลักการสร้างชาติ มีรัฐธรรมนูญ ระบบรัฐสภา กฎหมายบ้านเมือง ระบบศาล ที่เราจะถอดแบบของอเมริกานำมาใช้ เพราะอเมริกาเป็นต้นแบบการต่อสู้ของมนุษย์ ที่ตัดสินใจจะปกครองตัวเองเป็นแบบรีพับลิค นั่นคือการปกครองตัวเองแบบไม่มีกษัตริย์ มนุษย์ทุกคนในประเทศนี้มีอำนาจอธิปไตยทางการเมือง สังคม โอกาสมีเท่ากัน ทุกคน  นี่คือความหวังของ"องค์การปฏิวัติไท" ที่เราจะช่วยกันสร้างให้เป็นจริง

สู้กับพวกโจรต้องสู้ด้วยกองโจร เหมือนหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง
ยอมเจ็บตอนพยายามบ่งเขี่ยหนามออก แต่ความเจ็บปวดจะหายเป็นปลิดทิ้ง

สวัสดีครับ

Last edited by ปาปียอง (November 29, 2018 11:02 PM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.