iFreeThai

#1 January 4, 2019 3:17 PM

ประชาธิปไตย
Dr. Richard Saisomorn
Award: Gold Member
From: Washington, DC
Registered: July 23, 2015
Posts: 4,257
Website

Gutted and stuffed with concrete: fears for missing Thai activists

Two bodies with concrete in their stomachs have washed up on the Thai-Laos border, as fears grow they belong to missing critics of the military regime in Bangkok.

41c34738ccc6cd1c0c06fe0605e92df605a1cdc3

A prominent anti-junta campaigner disappeared last month in Laos, where he had been living in exile, but Thailand's Deputy Police chief Srivara Ransibrahmanakul has denied any connection to the bodies found this week. The victims are unidentified and DNA testing is expected to take several weeks.

The bodies were on the banks of the Mekong River on Monday, with their hands cuffed and feet tied. They had been gutted and their stomachs stuffed with chunks of concrete.

It comes as Thailand prepares for elections next month, the first since the 2014 poll which was annulled shortly before Prayuth Chan-o-cha seized power in a coup. It is also a sensitive time for discussions of the monarchy, as King Maha Vajiralongkorn has set May 4-6 as the date for elaborate coronation ceremonies.

Surachai Danwattananusorn, 75, became the fifth Thai activist to disappear in Laos in the past two years when he was last heard from on December 12. Surachai's wife told BBC Thai she had seen photographs of one of the bodies and confirmed it did not belong to him, and she held out hope he would be found alive. The photographs showed a victim who was much younger than her husband.

BBC Thai also reported that the discovery had set off alarm bells among exiles who are critics of the military or monarchy, with fears others could be targeted in the coming months.

Human Rights Watch Thailand senior researcher Sunai Phasuk said Surachai's disappearance "should not be treated with silence or swept under the rug".

"The Lao government needs to move quickly to ascertain the facts and publicly report their findings – including an assessment of Surachai’s fate and whereabouts, and who might be responsible for his alleged disappearance.

"Since 2016 at least five Thai anti-monarchy activists, including Surachai, have gone missing in the capital city of Laos. But the Lao government has failed to conduct any serious investigation. Lao authorities have routinely dismissed concerns raised by the UN agencies and human rights groups about these cases."

Surachai was convicted in 2012 of insulting the previous king under Thailand's harsh lese-majeste laws. A former senior member of the Communist Party of Thailand, he had been a political prisoner in the turmoil of 1976.

Of the other missing figures, the most notorious is anti-monarchist Wuthipong Kachathamakul, also known as Ko Tee, who was abducted from his Vientiane house in July 2017.

https://www.smh.com.au/world/asia/gutte … 50pdv.html

Offline

#2 January 5, 2019 11:52 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,537

Re: Gutted and stuffed with concrete: fears for missing Thai activists

การหายตัวไปของสมบัติ สมพอนที่สปป.ลาวหาคำตอบต่อโลกไม่ได้

สปป.ลาวเป็นอาณาจักรที่ลึกลับมืดมนมาในการอุ้มหายนักต่อสู้ทางการเมือง ทั้งที่เกิดขึ้นในประเทศตนเองและ 5 ชีวิตนักสู้ไทย
ซึ่งล่าสุดคือกลุ่มอ.สุรชัย แซ่ด่านและพวกอีก 2 คน  ทั่วโลกกำลังจับตามองว่าอาณาจักรลาวที่ประชาชนช่างอ่อนหวาน น่ารัก มี
นิสัยใจคอที่โอบอ้อมอารีย์  คนทั้งโลกทราบดีและยกย่อง  แต่ความร้ายกาจที่อาณาจักรที่อ้างว่าปกครองด้วยระบบอบคอมมิวนิสต์
แห่งนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นแหล่งที่คนหายไปโดยตรวจสอบไม่ได้เลยมาหลายคดีมาแล้ว และอย่างสม่ำเสมอ รัฐแห่งนี้ควบคุมสื่อสาร
มวลชนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดยาวนานมา 44 ปีตั้งแต่ได้อำนาจมา ฉนั้นความโปร่งสัยต่อสาธารณะจึงไม่มี  ใครลี้ภัยทางการเมือง
อยู่ที่นี่พึงสำเนียกไว้ให้ดี เพราะพวกท่านไม่ได้อยู่กันอย่างเฉยๆ แต่ย่อมมีกิจกรรมทางการเมืองติดมาด้วย
ขณะนี้ลาวตกอยู่ในอิทธิพลเงินกู้แก่จีนอย่างถอนตัวไม่ขึ้นได้อีกต่อไป มีแต่จะต้องทำตามบัญชาของจีนแทบทุกอย่าง มีความอ่อนแอ
ในทางเศรษฐกิจอย่างน่าเป็นห่วง และจำต้องเอนมาพึ่งไทยบ้านพี่เมืองน้องมากขึ้น เพราะทั้งจีนและเวียตนามบีบเอาผลประโยขน์
ในเรื่องทรัพยากรณ์เช่นเรื่องป่าไม้ ที่ลาวกำลังเซ็งลี้กันอย่างหนัก อีกหน่อยป่าไม้ลาวจะหมดประเทศ และอีกหลายกรณีย์ ฯลฯ
ลาวจึงหวังพึ่งไทยญาติเก่าแก่มากขึ้น ก็ต้องเอาใจไทยเป็นพิเศษ การอุ้มฆ่าคนไทยที่ดังๆห้าคน แบบฆ่าไก่ในเล้าย่อมเป็นที่ประจักษ์
ว่าคนไทยลี้ภัยทางการเมือง รวมทั้งอ.สุรชัย แซ่ด่าน คงตกเป็นเหยื่อต่อผู้นำลาว เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อย่างแน่นอน
ความหวังว่าจะได้เห็นอ.สุรชัยแซ่ด่านอีกต่อไป?  เขาคงจบชีวิตในเงื้อมมือของพี่น้องที่แสนสุภาพ อ่อนโยน ที่แปลผิดว่าเป็นความเมตตา
ปราณีจากเจ้าของบ้าน ที่กำลังจนตรอก  จำต้องเชือดไก่ไทยในเล้าของเขา เอาทำอาหารเลี้ยงทหารไทยในเวียงจัน อย่างเลือดเย็น
และอย่างนึกกันไม่ถึง  แต่นั่นคือความเป็นจริง พี่น้องไทยที่นั่นพึงระวัง 

กรณีคุณสมบัติ สมพอน ที่ภรรยาเป็นคนสิงค์โปร์ ที่คนทั่วโลกเศร้าสลดใจ และพยายามเรียกร้องหาความเป็นธรรมให้มาเกือบ 7 ปีแล้ว
จะเห็นได้ว่าลาวกล้าทำในสิ่งสกปรกเช่นนี้ ได้อย่างนิ่มนวลเช่นกัน เป็นสิ่งที่เหี้ยมโหด เลือดเย็น บนใบหน้าที่ยิ้มระรื่นและมธุรวาจาด้วย
คำหวานอ้างพี่อ้างน้อง แต่มันเชือดคอเอาจริงๆ

https://en.wikipedia.org/wiki/Sombath_Somphone

สมบัด สมพอน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทางไปยังการค้นหา

ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด
สมบัด สมพอน (ลาว: ສົມບັດ ສົມພອນ) เป็นนักพัฒนาสังคมชาวลาวและเจ้าของรางวัลแมกไซไซ ซึ่งได้หายตัวไปเนื่องจากการลักพาตัว ที่กรุงเวียงจันทน์ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555 แม้ว่ารัฐบาลลาวปฏิเสธการเชื่อมโยงและอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เชื่อว่ามีทฤษฎีสมคบคิดมากพอที่ทำให้เชื่อว่ารัฐบาลลาววางแผนการลักพาตัว เนื่องจากว่าไม่เคยยอมเปิดเผยการลักพาตัวเลยแม้แต่น้อย


เนื้อหา
1    ประวัติ
2    การยอมรับ
3    การหายตัวไปและการตอบสนอง
4    อ้างอิง
5    แหล่งข้อมูลอื่น
ประวัติ
สมบัด สมพอน เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ที่บ้านดอนเขียว เมืองหนองบก แขวงคำม่วน ประเทศลาว เขาได้เกิดในครอบครัวที่ยากจน และเป็นบุตรคนโตของพี่น้องทั่งหมด ต่อมา เขาได้ทุนเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาและได้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ต่อมา ในช่วงต้นทศวรรษที่ 70 เขาได้รับทุนเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาวาย และได้เรียนจบปริญญาตรีสาขาการศึกษาในปี พ.ศ. 2517 และ ปริญญาโทสาขาเกษตรกรรมในปี พ.ศ. 2521[1]

ต่อมา สมบัดได้กลับมาประเทศลาวหลังจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแล้วในช่วงปี พ.ศ. 2524 งานแรกที่เขาได้ทำคือ การสอนวิธีการทำเกษตรอย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของอาหารที่มาจากการเกษตร นอกจากนี้เขายังเป็นผู้บุกเบิกการใช้เทคนิคการประเมินในชนบทแบบมีส่วนร่วมในลาวด้วย ในปี พ.ศ. 2539 เขาได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศลาวให้ทำการก่อตั้งศูนย์อบรมร่วมพัฒนา (PADETC) เพื่อฝึกการอบรมให้กับชาวลาววัยหนุ่มสาวและเจ้าหน้าที่พัฒนาท้องถิ่น[2]

ตามชีวประวัติของเขาที่มีการเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2548 PADETC ได้ดำเนินการริเริ่มหลายๆโครงการเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมผู้ประกอบการเกษตรรายย่อย รวมไปถึงการแนะนำการใช้ปุ๋ยอินทรีย์, การรีไซเคิลขยะ และ และเตาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ และการประเมินผลรูปแบบใหม่สำหรับองค์กรธุรกิจเกษตรรายเล็ก โครงการนี้ได้ดำเนินงานในฐานะส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมอาสาสมัครหนุ่มสาวและการฝึกเรียนรู้ในชั้นเรียน (ตั้งแต่ในระดับมัธยมศึกษา,วิทยาลัย และ บัณฑิตวิทยาลัย) PADETC ได้สอนให้อาสาสมัครหนุ่มสาวได้มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ความเป็นผู้นำ,การทำงานเป็นทีม,การบริหารจัดการโครงงาน และ ความหลากหลายในการดำรงชีวิต เรื่องราวความรู้ในท้องถิ่น, การตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม, การทำเกษตรที่ดี, การเป็นผู้ประกอบการ และ ปัญหาที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่น ปัญหาด้านยาเสพติด[3]

ตลอดชีวิตของสมบัดนั้น เขาได้พยายามที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องราวทางการเมืองหรือการมีส่วนร่วมทางการเมืองใดๆมาตลอด ในปี พ.ศ. 2556 ภรรยาของเขาได้กล่าวว่า "ในบทความที่ผ่านมาจำนวนมากและแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวของสมบัด บางครั้งเขาได้ถูกเรียกเก็บเงินจากการเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม คำนี้ไม่ต้องพูดถึงสมบัด ตัวเขาหรืองานของเขาเลบ มันคือความจริงที่สมบัดได้ผ่านการทำงานอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อยเพื่อก้าวไปสู่ความอยู่ดีกินดี และสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคนยากจนในชนบท แต่ งานของสมบัดไม่เคยได้คาดคั้นหรือเป็นศัตรูกับนโยบายของรัฐบาลเลย ทุกโครงการและกิจกรรมที่สมบัดได้ดำเนินการทุกอย่าง ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น" [4]

ปีถัดมา สมบัดได้มีบทบาทสำคัญในการแนะนำแนวคิดดัชนีความสุขมวลรวมมายังลาว ในปี พ.ศ. 2550 เขาได้เป็น 1 ในผู้จัดการการประชุมนานาชาติว่าด้วยความสุขมวลรวมประชาชาติ ครั้งที่ 3 ขณะที่ปี พ.ศ. 2555 เขาได้เป็นที่ปรึกษาอาวุโสในหนังสั้นเรื่อง "ความสุขของประเทศลาว" ซึ่งได้ฉายในการประชุมเวทีประชาชนเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 9 งานนี้มีความใกล้ชิดกับการมีส่วนร่วมของสมบัดในเครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคม ซึงตั้งโดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เพื่อนของเขา[5]

การยอมรับ

สมบัด สมพอนกับเดสมอนต์ ตูตูในปี พ.ศ. 2549
ในปี พ.ศ. 2544 สมบัด สมพอน ได้รับรางวัลการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากการเสริมสร้างศักยภาพของคนยากจนในชนบทของลาวจาก คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ

ในปี พ.ศ. 2548 เขาได้รับรางวัลแมกไซไซสำหรับการเป็นผู้นำชุมชน จากการที่เขา "ได้ตระหนักถึงความพยายามของเขาที่หวังที่จะส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศลาวโดยการฝึกอบรมและสร้างแรงจูงใจให้คนหนุ่มสาวที่จะกลายเป็นคนรุ่นผู้นำ"[6] สมบัดยังเป็นคนลาวเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัลนี้

ในปี พ.ศ. 2553 ศูนย์ อีสต์-เวสต์ ได้ยอมรับการทำงานเพื่อสังคมของเขาผ่านการเผยแพร่ "50 ปี 50 เรื่อง" [7] ในปี พ.ศ. 2554 เขายังได้ปาฐกถาพิเศษ ณ การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค เอพีไอ ครั้งที่ 10; เอพีไอ คือเครือข่ายของปัญญาชนสาธารณะแห่งเอเชียโดยได้รับการสนับสนุนทุนจากมูลนิธินิปปอน. ในปี พ.ศ. 2555 เขายังได้ปาฐกถาพิเศษในการประชุมเวทีประชาชนเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 9 ที่ กรุงเวียงจันทน์ คณะกรรมการจัดการแข่งขันระหว่างประเทศของ AEPF ได้กล่าวว่าสมบัดคือ "หนึ่งในผู้ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดและมีอิทธิพลระยะยาวสำหรับประชาชน เป็นศูนย์กลางและได้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศลาว"[8]

การหายตัวไปและการตอบสนอง
สมบัดถูกลักพาตัวในกรุงเวียงจันทน์ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555 กล้องวงจรปิดได้แสดงภาพที่มีตำรวจเรียกเขาลงมาจากรถและนำเขาขึ้นรถกระบะไป[9] รัฐบาลลาวได้ปฏิเสธการรับผิดชอบของการหายตัวเขาไปในทันที[10]

การหายตัวไปของสมบัด สมพอนสร้างความกังวลให้กับคนและรัฐบาลทั่วโลก ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศ, สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ, สภาชิกสภาจากเอเชียและยุโรป องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ (เอ็นจีโอ) และอีกหลายองค์กร ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาวดำเนินการที่ควรจำเป็น เพื่อให้แน่ใจในการปล่อยตัวอย่างปลอดภัยของเขา[11] เดสมอนต์ ตูตู บิชอปแห่งแอฟริกาใต้ ได้เขียนจดหมายไปยังทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีลาว เรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน แต่ทว่าไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากรัฐบาลลาว[12]

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 องค์การนิรโทษกรรมสากล เรียกร้องรัฐบาลลาวให้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยด่วน[13] ตามมาด้วยการเผยแพร่เอกสารสรุปการบรรยาย 26 หน้าเรื่อง ลาว:จับจากกล้อง การบังคับการหายตัวไปของสมบัด สมพอน (Laos: Caught on Camera - the enforced disappearance of Sombath Somphone)[14]

ศูนย์วิเคราะห์นโยบายสาธารณะในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, องค์กรวิจัยนโยบายสาธารณะเอกชน (เอ็นจีโอ) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาวและหน่วยความปลอดภัยปล่อยตัวสมบัด สมพอน อย่างต่อเนื่อง[15] ศูนย์วิเคราะห์นโยบายสาธารณะมักยกประเด็นสมบัด สมพอนว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรงเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับการฆ่าล้างชาวลาวและชาวม้งและความขัดแย้งทางศาสนาในลาว[16]

หนึ่งเดือนหลังการหายตัวไปของเขา ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลลาว "ให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้และทำทุกอย่างในอำนาจของตนเพื่อที่จะดำเนินการเรื่องทันทีและปล่อยตัวสมบัดกลับบ้านไปหาครอบครัวของเขา"[17] วันที่ 24 มีนาคม จอห์น เคร์รีซึ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อ ได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ครบรอบ 100 วันนับตั้งแต่สมบัดถูกลักพาตัวไป เขากล่าวว่า "เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างต่อเนื่อง การหายตัวไปอย่างอธิบายไม่ได้ของสมบัด สมพอน ผู้ที่ซึ่งได้รับการนับถืออย่างกว้างขวางและสร้างแรงบันดาลใจให้พลเมืองลาวซึ่งได้สร้างคุณประโยชน์อย่างมากขึ้นในประเทศของเขา ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการกระทำผิดของรัฐบาลลาวในการใช้กฎหมายและการมีส่วนร่วมรับผิดชอบกับโลกนี้[18]

สามคณะผู้แทนของสมาชิกรัฐสภาจากเอเชียและยุโรปเดินทางมายังกรุงเวียงจันทน์ในปี พ.ศ. 2556 เพื่อหารือเกี่ยวกับการหายตัวไปของสมบัดกับรัฐบาลลาว การเยือนครั้งแรกในเดือนมกราคม วัลเดน เบลโล สมาชิกสภาคองเกรสจากฟิลิปปินส์และผู้ก่อตั้ง โฟกัสออนเดอะโกลบอลเซาท์ (Focus on the Global South) ระบุว่า "เราอยู่ห่างไกลจากความพึงพอใจกับคำตอบที่เราได้"[19]วุฒิสภาชิกดัตช์ ทู เอลซิลฟา กล่าวหลังจากการไปเยือนในเดือนมีนาคม "ถ้าเจ้าหน้าที่ลาวคิดว่าปัญหาของการหายตัวไปของสมบัดจะทำให้ปัญหาหมดไป พวกเขาคิดผิด"[20]ในเดือนกันยายน 3 คณะผู้แทน ประกอบด้วยผู้แทนจากเดนมาร์กและเบลเยียม ได้ข้อสรุปว่า "ทางการลาวดูห่างไกลและไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจหรือความสามารถเพียงพอที่จะหาทางออกกับกรณีนี้และได้ปฏิเสธข้อเสนอการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคใด ๆ เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้"[21]

ระหว่างการประชุมระดับสูงกับรัฐบาลลาวที่จัดขึ้นในกรุงเวียงจันทน์ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 จำนวนของผู้บริจาคต่างประเทศแสดงความกังวลของพวกเขาเกี่ยวกับการหายตัวไปของสมบัด คำสั่งจากองค์การพัฒนายุโรปเรียกร้องให้รัฐบาลลาว "ดำเนินการตรวจสอบอย่างครอบคลุมและให้มีความโปร่งใสของคดีนี้อย่างเต็มที่และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของสหประชาชาติเช่น คณะที่ทำงานเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหายในเจนีวา"[22]

ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ครบรอบหนึ่งปีของการหายสาบสูญของสมบัด สมพอน ได้ถูกประกาศไว้โดยแถลงการณ์ของรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา[23] และการเดินขบวนประท้วงสถานทูตลาวในกรุงเทพมหานคร[24] โตเกียว[25] และแคนเบอร์รา องค์การนิรโทษกรรมสากลออกมาเรียกร้องอีกครั้งเพื่อให้มีการดำเนินการเรื่องนี้[26]ขณะที่เอ็นจีโอเอเชีย 62 กลุ่ม ได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนใหม่ [27] ขณะเดียวกันคณะรายงานพิเศษเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและการสมาคมแห่งสหประชาชาติ ได้กล่าวขอให้รัฐบาลลาว "ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และขั้นตอนพิเศษ โดยเฉพาะการเลือกตั้งสภาสิทธิมนุษยชนในปี2016"[28]

สื่อระหว่างประเทศยังได้รายงานการหายตัวไปของสมบัด เช่น บีบีซี, อัลญะซีเราะฮ์ ฟอกซ์นิวส์, ดอยช์ เวเลย์, เลอมงด์, เดอะการ์เดียน, เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล, เอบีซี ออสเตรเลีย และสื่ออื่น ๆ อีกมากมาย[29]

อ้างอิง
Sombath Somphone: Farmer, Scholar, Scientist, Community Developer
PADETC - 10 years in balance (report)
Sombath Somphone: Biography
An Open Letter to Sombath’s Well-Wishers, From Ng Shui Meng, wife of Sombath Somphone
'Unhappy Laos' - article at website of International Network of Engaged Buddhists
The 2005 Ramon Magsaysay Award for Community Leadership, Citation for Sombath Somphone
Sombath Somphone - Preparing a Generation of Leaders in Laos in 'East West Centre: 50 years, 50 stories', University of Hawaii, 2010
AEPF statement of concern over the disappearance of Mr. Sombath Somphone
CCTV footage showing the abduction of Sombath Somphone ที่ยูทูบ
'Statement of the Lao spokesman on the Missing of Mr. Sombath Somphone', KPL news agency, 19 December 2012
A collection of statements of concern relating to the disappearance of Sombath Somphone
Archbishop Tutu speaks out for Sombath
Amnesty International: Lao Citizen Abducted, Not Seen or Heard From, 18 January 2013
Amnesty International: Laos must ensure return of disappeared civil society leader, 13 June 2013
The Centre for Public Policy Analysis (CPPA), Washington, D.C. http://www.centerforpublicpolicyanalysis.org
Business Wire (4 March 2013) "Laos: Attacks Intensify Against Lao, Hmong People" http://www.businesswire.com/news/home/2 … ong-People
Press Statement by Hillary Clinton, U.S. Secretary of State, 16 January 2013
Press Statement by John Kerry, U.S. Secretary of State, 24 March 2013
Statement of Rep. Walden Bello on the Preliminary findings of ASEAN Parliamentary Delegation to the Lao PDR on the disappearance of Sombath Somphone
The clock is ticking for Laos with the case of Sombath Somphone
Statement of the Third Parliamentary Delegation to the Lao PDR on the enforced disappearance of Sombath Somphone
European Development Partners’ Statement at Lao PDR’s Round Table Meeting Vientiane, 19th November 2013
Global Concern - a complete list of statements made by international organisations
Bangkok Post - Rally at Lao embassy for missing activist
Action in front of the Lao embassy in Tokyo (article in Japanese)
Laos: Further information: Fears grow for Lao civil society leader
Sombath Somphone one year on: 62 NGOs call for a new investigation into his enforced disappearance
A year on, the enforced disappearance of Sombath Somphone continues with impunity in Lao PDR
Links to more than 175 news reports on the disappearance of Sombath Somphone
แหล่งข้อมูลอื่น

จาก  องค์การปฏิวัติไท
ขอบคุณครับ

Last edited by ปาปียอง (January 6, 2019 5:50 AM)

Online

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.