iFreeThai

#1 June 10, 2019 10:22 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ขอเปิดกระทู้ปลุกปั่นยุยงประชาชนให้มีสำนึกในศักดิ์ศรีความเป็นคน เลิกก้มหัวให้ชนชั้นกดขี่ และลุกขึ้นโค่นล้มระบอบเผด็จการ เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยของประชาชน หวังว่าคงไม่เป็นที่รกบอร์ดนะพ่อแม่พี่น้อง

ตามที่ได้แสดงความเห็นไปหลายครั้งแล้วว่า แม้รัฐบาลใหม่จะผ่านการเลือกตั้งแล้ว แต่การเลือกตั้งภายใต้อิทธิพลเผด็จการ ผลลัพธ์ก็คือยังคงระบอบเผด็จการไว้ ไม่ต่างจากกัมพูชา ลาว เวียตนาม เกาหลีเหนือ ที่มีการเลือกตั้งเหมือนกัน จึงไม่สมควรอ้างว่าเป็นประชาธิปไตยซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่เป็นเกียรติยศของประชาชน

ได้ฟังคนของพรรคเพื่อไทยฝ่ายรักประชาธิปไตยเกลียดเผด็จการ แต่หวังโค่นประยุทธผ่านระบบรัฐสภา พูดว่ายินดีที่ประยุทธเป็นนายก จะได้ตรวจสอบย้อนหลังเรื่องขายที่ดินให้เบียร์ช้างแพงเกินจริง ใช้ ม.44 หยุดการขุดทองของอัคราไมน์นิ่ง การดำเนินนโยบายหลายอย่างที่้เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนผูกขาด ฯลฯ

ฟังแล้วขำ อย่างเพื่อไทยนี่หรือจะตรวจสอบและโค่นเผด็จการตายคาสภา คุณไม่รู้หรือว่าทีมงานประยุทธเตรียมประเคนคุกให้ลูกพี่ของคุณเพิ่มอีกหลายคดี ตั้งแต่ท่านทักษิณ ยิ่งลักษณ์ เจ๊แดง โอ๊ค และคนสำคัญของเพื่อไทยอีกหลายคนหากคุณเล่นงานประยุทธหนักมือในสภา แต่ลูกพี่ของคุณคงรู้แล้วจึงได้เงียบไม่แสดงออกใด ๆ แต่แอบสั่งให้ลูกน้องยุส่งให้คุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่เป็นหัวหอกในการเล่นงานเผด็จการ โดยมีพรรคเสรีรวมไทยของท่านเสรีพิศุทธ์คอยเป็นลูกคู่ 

ยอมรับว่ามุกนี้ท่านทักษิณฉลาดมาก ขอคารวะและขอให้เล่นอย่างเต็มที่ อย่าได้ยั้งมือ อย่าชักว่าวเหมือนทำกับ นปช.

แต่สำหรับประชาชน ขอเรียนว่าท่านอย่าได้เคลิบเคลิ้มไปกับละครการเมืองวิกนี้เลย มันเป็นแค่ละครที่เมิ่อใกล้วิกฤติเขาก็จะเจรจาต่อรองจนเป็นที่พอใจ ในขณะที่ศักดินาใหญ่จะออกมาช่วยรัฐบาลเผด็จการ แล้วฝ่ายเราจะถูกนักการเมืองบอกให้เลิกเคลื่อนไหว นี่เป็นสภาพความเป็นจริงของนักการเมืองที่ประชาชนไม่ควรวางใจ

ประชาชนต้องตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่มั่นคงว่าจะลุกขึ้นสู้ด้วยพลังมวลชนทั้งประเทศเป็นหลัก โดยถือว่านักการเมืองเป็นเพียงแนวร่วมเท่านั้น ส่วนผู้นำการต่อสู้มันจะโผล่ขึ้นมาเองอย่างแทบจะทันทีทันใดเมื่อพี่น้องออกมาเป็นหมื่นเป็นแสน เผลอ ๆ จะแย่งกันออกยืนแถวหน้าด้วยซ้ำไป

Offline

#2 June 10, 2019 11:23 PM

Alan
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 157

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ลองฟังดูว่าฝ่ายเจ้าเขาคิดเขาเห็นธนาธรเช่นไร
ต้องทนดูให้จบ

Offline

#3 June 13, 2019 3:47 AM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

การชุมนุมของมวลชนที่จะได้รับการสนับสนุนโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในเบื้องต้นเป็นการสนับสนุนการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทั้งสองพรรคจะเสนอในเร็ว ๆ นี้

เป็นการจัดการชุมนุมชิมลางแบบมาเร็วกลับเร็ว ไม่มีเหตุรุนแรง และรัฐก็จะไม่ขัดขวางหรือปราบ โดยทั้งสองพรรคหวังว่าการชุมนุมครั้งนี้จะล่อให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน กลุ่มอาชีพ และกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ กล้าออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาของตน ผลที่ได้ก็คือทำให้ประชาชนกล้าออกมาบนถนนบ่อยขึ้น เพิ่มข้อเรียกร้อง (Demand) สร้างแรงกดดัน (Pressure) ต่อรัฐให้หัวปั่น และพัฒนาสู่การสร้างขบวนการโค่นล้มเผด็จการ แต่ไม่ถึงกับโค่นล้มระบอบกษัตริย์ เพราะทั้งสองพรรคนี้ไม่มีแนวคิดในการล้มเจ้า ไม่มีแน่นอน ไม่ว่าท่านทักษิณ ท่านธนาธร หรือ อ.ปิยะบุตร

ทักษิณแม้จะน้อยใจที่เจ้าไม่เป็นกันเองปล่อยเผด็จการเล่นงานสะบักสะบอมแต่ก็ยังยอมกราบด้วยดีเพราะอย่างน้อยมีทูลหม่อมอุบลรัตน์คอยปลอบใจ ส่วนธนาธรและ อ.ปิยะบุตรแม้ไม่ค่อยสบายใจกับระบอบกษัตริย์ที่ดูเหมือนดึงวิถีจารีตย้อนยุคไปก่อนสมัย ร.5 แต่ทั้งสองท่านนี้ก็ไม่ต้องการล้มเจ้า แม้หลายคน เช่น สนธิญาน ฯลฯ ออกมาวิจารณ์ต่อการให้สัมภาษณ์ของคุณธนาธรในหนังสือพอร์ตเทร็ตว่าน่าจะมีบางตอนส่อไปในทางเป็นแนวคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันกษัตริย์หรือเปล่า

โดยเฉพาะสนธิญาน ชื่นฤทัยในธรรม อดีตปฏิบัติงานให้พรรคคอมมิวนิสต์ไทยแต่ต่อมาได้รับการสงเคราะห์จากคนของสถาบันจนร่ำรวยก็กลับมาปกป้องสถาบันอย่างแข็งขัน   สนธิญาน มองว่าธนาธรเป็นอันตรายต่อระบอบเจ้ายิ่งกว่าทักษิณ เหมือนเขียนเสือให้เจ้ากลัวจะได้ใช้แกทำงาน ให้เจ้าเห็นคุณค่าของแก วิจารณ์ธนาธรลบต่อสถาบันกษัตริย์เกินความเป็นจริง

ธนาธรมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะปฏิรูปโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม หลายอย่างในระดับเข้มข้นหรือที่เรียกว่า High-scale Reformation ดังที่เราได้รับทราบกันบ้างแล้ว เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปกองทัพ ขจัดระบบผูกขาดทางเศรษฐกิจ ปฏิรูปวัฒนธรรมบางอย่าง รวมถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์ต่อการเมืองการบริหาร การทหาร ฯลฯ และหากมีโอกาสเขาก็ปรารถนาที่จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าถวายความคิดเห็นแนวใหม่นี้ต่อกษัตริย์ ซึ่งเขาหวังว่าจะทำให้สถาบันฯ มีความมั่นคงกว่าการดำรงจารีตประเพณีเดิมๆ แบบอนุรักษ์สุดขั้วดังที่พวกขุนนางสอพลอทั้งหลายเพ็ดทูลพระองค์ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ และลาภยศส่วนตน แต่มิได้เป็นประโยชน์ต่อสถาบันฯ ในระยะยาวเลย ความตั้งใจของธนาธรแบบนี้หรือที่คุณสนธิญานกล่าวหาว่าคิดไม่ดีต่อเจ้า คนสอพลออย่างสนธิญานต่างหากที่มีแต่จะทำให้เจ้าเป็นที่อึดอัดใจของประชาชนที่แม้มีเจตนาดีที่จะเสนอแนะเรื่องของเจ้าแต่ก็กลัว ม.112

คลิปสนธิญานข้างบนทำให้เห็นความสับสนในความคิดของตนเอง  ตอน กลางๆ หาว่าธนาธรมีอุดมการณ์เก่า ๆ ที่ตนเคยมีเมื่อสี่สิบปีที่แล้วแต่เดี๋ยวนี้ตนรู้ว่าอุดมการณ์นั้นใช้ไม่ได้และไม่จำเป็นต้องมีอุดมการณ์เพราะอุดมการณ์เป็นสิ่งเหลวไหลทำให้คิดได้แค่สองด้านที่สุดขั้ว

แต่ตอนท้ายคลิปสนธิญานกลับพูดว่าฝ่ายอนุรักษ์เจ้าทั้งนายกฯ และนักการเมืองทั้งหลายเอาแต่แย่งตำแหน่งและผลประโยชน์ไม่มีอุดมการณ์ สนธิญานแนะนำคุณประยุทธให้เข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เอานักการเมืองเลวๆ ออกไป หาคนที่เป็นนักวิชาการ นักคิด และนักอุดมการณ์ เข้ามาร่วมงานการเมือง จึงไม่รู้ว่าสนธิญานจะเอาอะไรแน่ แท้จริงแล้วคิดอะไรอยู่ ภายในคลิปเดียว ยาวไม่ถึงชั่วโมง ตอนกลางพูดว่าอุดมการณ์เป็นสิ่งเหลวไหล แต่ท้ายคลิปเรียกร้องให้ฝ่ายอนุรักษ์ระบอบกษัตริย์หานักอุดมการณ์มาร่วมงาน

มึนกับสมองของไอ้นี่จริง ๆ มันคงอคติต่อธนาธรจนสมองเบลอหมดแล้ว

Offline

#4 June 13, 2019 10:34 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,550

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ไอ้ตัวนี้มันคือขยะประชาธิปไตยตัวหนึ่งเท่านั้น  ยังมีอีก คาดว่าไม่ถึงพันตัว

Offline

#5 June 13, 2019 3:46 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ชื่อเดิมมันชื่อสนธิ หนูแก้ว ชื่อเล่นว่าต้อย เป็นคนจ. นครศรีธรรมราช ชาวบ้านภาคใต้ละแวกบ้านเรียก"อ้ายไข่"(ท้าวความไปถึงอาจินต์ ปัญจพรรณ "ชุดเหมืองแร่") ที่ภาคอิสานเรียกเด็กชายทั่วไปว่า"หำ"นั่นเอง นามสกุลทางใต้ที่เป็น"หนู"นั้นมักเป็นตระกูลคนเล็กๆ(low profile) หรือคนตัวเล็ก เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ แต่ไอ้ไข่ต้อยเข้ามาเรียนหนังสือรามคำแหง และคลุกคลีการเมืองในรั้วมหาลัย และได้จังหวะดีอีท่าไหนก็ไม่ทราบ ที่อิสรายุ อิศรางกูรผบ.สำนักทรัพย์สินฯสมัยนั้น ต้องการกองเฃียร์ทางการเมืองและป้องกันตนเอง เกิดถูกใจให้ไอ้ไข่ทำช่องทีวีให้ อ้ายไข่ทนไม่ได้ที่มีชื่อนามสกุลต่ำต้อยแบบบ้านนอก เหมือนอีกาดำๆ จึงทำการเปลี่ยนจาก"หนูแก้ว" เป็น "ชื่นฤทัยในธรรม" แบบพวกเจ้าในวังเขามีฃื่อเพราะๆ และมีพยางค์ยาวๆ
เลยเปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุลอย่างหงส์หรือนกยูง ละม้ายคล้ายคลึงกับพวกเจ้าที่ทรงกรมวังใดวังหนึ่งไปเลย เป็น....สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

เมื่อสองปีที่แล้วมันเกือบโดนปลดออกจากงาน เพราะสื่ออื่นๆว่ามันใช้ราชาศัพย์ขาดหรือห้วนไป(เหมือนคนใต้ที่ชอบพูดศัพย์สั้นๆ) จึงดูเหมือนการพูดดูถูกพวกเจ้า หรือต้องม. 112 ไปเลย  มันออกมาขอโทษ และประกาศว่าจะไม่ออกอากาศอีกต่อไป แต่จู่ๆมันก็มาออกทีวีอีกเหมือนเดิม และหาทางโจมตีใครก็ได้ ที่ถูกกล่าวหาใกล้เคียงกับจะถูกม.112 ลงโทษ ให้จมตีนมันไปเลย มันหาได้มีอุดมแกนอุดมการณ์อะไรไม่ พร้อมพลิกกลับไปมาตามแรงนายจ้างสั่ง หรือที่แท้ก็คือหลักปักเลนนั่นเอง

(เพลงไทยอมตะ  กากับนกยูง  สมยศ ทัศนพันธ์)

..เจ้ากาขนดำอวดทำหยิ่งนัก
หมายมียศศักด์ ใฝ่ สูง
อวดดีมิเบาเก็บเอาขนยูง
เข้าแซมหมายมุ่ง
แต่งปรุงขนเทียม ยูง ทอง
..เสร็จพลันเยื้องกราย
เข้าไปร่วม ฝูง
นกยูงเห็นต่าง จ้อง มอง
เจ้ากามิเกรงกับคำ คะนอง
ซ้ำยังลำพอง
อวดมีขนทอง เฉิด ฉาย
..ถูก เย้ย ถูก เย้า
กระเซ้าให้เจ็บ
ทั้งแนบทั้งเหน็บ
ให้เจ็บให้ปวด
อวดทั้งกรีดกลาย
อับ เฉา อีก ซ้ำ
ชอกช้ำที่กลาย
ทั้งเจ็บทั้งอาย
นกยูงร้องตี
หนีไปในดง
..รีบดึงขนยูงออกจากกายา
หวนมาหมายพึ่ง เผ่า พงษ์
เพื่อนชังมิยอมร่วมในฝูงพง
ซ้ำไล่ตีส่ง
เจ้าจึงสูญพงษ์ พวก กา
(ดนตรี.....)
..รีบดึงขนยูงออกจากกายา
หวนมาหมายพึ่ง เผ่า พงษ์
เพื่อนชังมิยอมร่วมในฝูงพง
ซ้ำไล่ตีส่ง
เจ้าจึงสูญพงษ์ พวก กา..

ปล.มันบังคับให้ลูกจ้างทีวีช่องของมัน ต้องนั่งวิปัสสนา 30 นาที ก่อนปฏิบัติงานทุกวัน..ต้องระวังเพราะมันสุดเคร่ง   น่ากลัวไม่น้อย !!

Last edited by ปาปียอง (June 14, 2019 12:03 PM)

Offline

#6 June 14, 2019 12:26 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

อ้ายไข่และทีนิวส์จอมกร่างโดนของแข็งแล้ว

เจอจนได้ในที่สุด จะมาอ้างรัฐธรรมนูญกฏสิทธิมนุษย์ชนมาตรา-1 ของอเมริกาคุ้มครองไม่ได้นะมึง เพราะประเทศนี้ที่มึงพยายามยัดเยียด
ไล่คนออกนอกประเทศไป เพราะสาเหตุมึงอ้างว่าไม่รักพ่อมึง ไม่เคยมีมาตรานี้ ที่จะปกป้องคุมกลาหัวมึงได้ ก็จงรับกรรมไปเถิดน๊ะเจ้าณ.วังเพ็ด
รออภัยโทษจากพ่อมึงก็แล้วกัน

https://prachatai.com/journal/2019/06/82968

นักวิชาการ มช. เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย 'ทีนิวส์' จากบทความ 'ปฏิกษัตริย์นิยม'
ประชาไท / ข่าว
Submitted on Fri, 2019-06-14 16:45
นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มช. ออกแถลงการณ์โต้บทความ “เบ้าหลอมความคิด “ปฏิกษัตริย์นิยม” อาจารย์-นักวิชาการสาย ช่อ” มีในมหาลัยฯ ไหนบ้าง?” ทีนิวส์ ขอให้หยุดพฤติกรรมก่อนที่จะกลายเป็นดาวสยาม 2562 ชี้ พฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อเสรีภาพวิชาการ ศักดิ์ศรีสื่อ สิทธิส่วนบุคคล ความผาสุกของสังคม จะดำเนินการทางกฎหมายและสังคมต่อสำนักข่าวนี้ต่อไป



ที่มาภาพ:Youtube/Tnews-ทีนิวส์ออนไลน์

14 มิ.ย. 2562 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วยดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล นัทมน คงเจริญ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุลและสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ ลงชื่อในแถลงการณ์เรื่อง "หยุดพฤติกรรมสำนักข่าวทีนิวส์ก่อนกลายเป็นดาวสยาม 2562" เผยแพร่ในเฟสบุ๊คเพจศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สืบเนื่องจากที่สำนักข่าวทีนิวส์เผยแพร่บทความเรื่อง "เบ้าหลอมความคิด “ปฏิกษัตริย์นิยม" ที่มีการออกชื่อและที่ทำงานของนักวิชาการจำนวนมาก ทางคณาจารย์ข้างต้นนั้นมองว่าการเผยแพร่งานดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อเสรีภาพทางวิชาการ สิทธิส่วนบุคคล ศักดิ์ศรีสื่อมวลชนและความผาสุกของสังคมไทย โดยจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ด้วยเห็นว่าเป็น

ลงโฆษณากับประชาไท
ประชาไท
แถลงการณ์ เรื่อง หยุดพฤติกรรมสำนักข่าวทีนิวส์ก่อนกลายเป็นดาวสยาม 2562
.
อันเนื่องมาจาก สำนักข่าวทีนิวส์ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “เบ้าหลอมความคิด “ปฏิกษัตริย์นิยม” อาจารย์-นักวิชาการสาย ช่อ” มีในมหาลัยฯ ไหนบ้าง?” ในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ได้กล่าวหาบุคคลจำนวนมากว่าเป็น “เบ้าหลอมปฏิกษัตริย์นิยม” โดยเปิดเผยทั้งรายชื่อและสถานที่ทำงานของบุคคลเหล่านี้
.
ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และด้วยความปรารถนาดีต่อสังคมไทย จึงขอประกาศว่าการกระทำของสำนักข่าวทีนิวส์เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบทั้งในฐานะของเพื่อนมนุษย์และสื่อมวลชน ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
.
ประการแรก ข้อมูลที่สำนักข่าวทีนิวส์อ้างถึงเพื่อกล่าวหานักวิชาการทั้ง 69 คนเป็นข้อมูลที่บกพร่อง ผิดวิสัยมนุษย์ที่มีวิจารณญาณ เนื่องจากข้อกล่าวหาของสำนักข่าวทีนิวส์กับพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาไม่มีความสัมพันธ์กันแต่อย่างใด เพราะรายชื่อนักวิชาการทั้ง 69 คนดังกล่าวเป็นรายชื่อที่แสดงเจตนาสนับสนุนแถลงการณ์ ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562 เรื่อง การแทรกแซงการเลือกตั้งและการคุกคามพรรคการเมือง คือการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยด้วยข้อกังวลต่อการดำเนินคดีต่อ ปิยบุตร แสงกนกกุล อันเนื่องมาจากการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ แต่กลับถูกกล่าวอ้างอย่างคลุมเครือว่ามีการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ (https://prachatai.com/journal/2019/04/81907)
.
การใช้ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเครื่องมือนั้นมีบทเรียนหลายครั้งแล้วว่าสามารถนำไปสู่การใช้ความรุนแรง และการดำเนินคดีดังกล่าวยังมีเหตุจูงใจเพื่อเป็นผลประโยชน์ทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป
.
ประการที่สอง ข้อกล่าวหาว่า “ปฏิกษัตริย์นิยม” เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงทั้งต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาและสังคมไทยและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเพราะการกล่าวหาโดยปลุกกระแสว่าบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น “ปฏิปักษ์” กับสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นนอกจากจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงแล้ว ยังเป็นการใส่ร้ายให้ผู้ถูกกล่าวหาถูกดูหมิ่นเกลียดชังที่อาจก่อให้เกิดการความเสียหายต่อชื่อเสียง ทรัพย์สิน ความผาสุก และเป็นเงื่อนไขให้เกิดการใช้ความรุนแรงในสังคม ดังที่มีตัวอย่างประจักษ์ชัดในประวัติศาสตร์ไทย
.
ประการที่สาม การกระทำของสำนักข่าวทีนิวส์หาใช่วิสัยของสื่อมวลชน เพราะขาดมาตรฐานทั้งทางวิชาชีพและมนุษยธรรม ด้วยการใช้ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เลื่อนลอย และผิดกฎหมายต่อบุคคลอื่นโดยขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง ละเลยสิทธิเสรีภาพของประชาชน และจงใจสร้างความแตกร้าวและเกลียดชังในสังคม ย่อมไม่สามารถกล่าวอ้างเสรีภาพของสื่อมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างผู้อื่น
.
ความเห็นที่แตกต่างระหว่างฝ่ายต่างๆ ในสังคมไทยเป็นเรื่องที่สามารถบังเกิดขึ้นได้ รวมถึงการโต้แย้งและถกเถียงกันบนพื้นฐานของการใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และเหตุผล เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เราต้องร่วมกันปกป้องเพื่อไม่ให้เกิดการใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อทำลายล้างอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างเดียวกันหรือคนละฝ่ายก็ตาม
.
จากเหตุผลทั้งสามประการ พวกเราขอประกาศว่าการกระทำของสำนักข่าวทีนิวส์เป็นปฏิปักษ์ต่อความผาสุกของสังคมไทย ศักดิ์ศรีของสื่อมวลชน เสรีภาพทางวิชาการ และสิทธิส่วนบุคคล พวกเราซึ่งมีรายชื่อในแถลงการณ์ฉบับนี้ขอยืนยันว่าจะดำเนินการทางทั้งกฎหมายและทางสังคมต่อสำนักข่าวทีนิวส์อย่างถึงที่สุด เพื่อประโยชน์ของสาธารณชนและดำรงไว้เป็นบรรทัดฐานต่อไป
.
ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล
นัทมน คงเจริญ
สมชาย ปรีชาศิลปกุล
สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
14 มิถุนายน 2562

ข้อมูลจาก Money2Know รายงานว่า ทีนิวส์เป็นสื่อออนไลน์ที่มียอดเข้าชมสูงสุดเป็นอันดับสองของประเทศในเดือน พ.ค. 2562 มียอดเข้าชมถึง 6.36 ล้านครั้ง รองจากโพสท์ทูเดย์ที่เป็นอันดับหนึ่ง (6.85 ล้านครั้ง) สถิติดังกล่าวเก็บจากสื่อที่เผยแพร่เนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพียงอย่างเดียว (โพสท์ทูเดย์ปิดฉบับพิมพ์ไปเมื่อ มี.ค. 2562)

สนนาน่ามึงนะอ้ายไข่ อย่ากลับมาหาพวกกูหมู่กาอีก ... จะโดนตีน

ปล. ไม่รู้ว่าใครเมื่อไหร่ จะกรุณาเอาตีนลูบหน้า"อ้ายหมาแก่"จอมเจ้าเล่ห์ของสปริงนิวส์ให้เห็นสักที 

ปาปียอง

Last edited by ปาปียอง (June 14, 2019 12:46 PM)

Offline

#7 June 15, 2019 6:37 PM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

อาจารย์ มช.หลายท่านถูกอำนาจเผด็จการกดขี่ข่มเหงอย่างหนัก เท่าที่ทราบเป็นอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ตามรายชื่อที่คุณปาปิยองแจ้งไว้ข้างบน นอกจากนี้ก็มีอาจารย์จากคณะสังคมศาสตร์ที่นำโดย รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ที่เคยต่อว่าทหารว่ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร และล่าสุดถูกทหาร มทบ.33 เชียงใหม่ แจ้งความดำเนินคดี พรบ.คอมพิวเตอร์ เรื่องพอสังเขปดังนี้


4 มิ.ย. 62 ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายหาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ หรือ “ดาบชิต” อดีตแกนนำ นปช. แดงเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน หลังได้รับหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการถูกเจ้าหน้าที่ทหารกล่าวหาเช่นเดียวกันทั้งสองคน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 62 รศ.ดร.ปิ่นแก้ว ได้รับหมายเรียกที่ออกเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 62 ออกโดย ร.ต.อ.เกชา เนตรชัง พนักงานสอบสวนสภ.แม่ปิง ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ” ในวันที่ 28 พ.ค. 62  หมายเรียกระบุมีมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) โดย ร.อ.เสริมศักดิ์ ผลงาม เป็นผู้กล่าวหาในคดี แต่เนื่องจากเวลากระชั้นชิด รศ.ดร.ปิ่นแก้ว จึงได้แจ้งขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไป

ในส่วนของนายหาญศักดิ์นั้น ไม่ได้รับหมายเรียก แต่ได้รับการติดต่อจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีการออกหมายเรียกในลักษณะเดียวกัน จึงติดต่อนัดหมายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันเดียวกันนี้

ในวันนี้ ทั้งสองคนพร้อมกับทนายความได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และได้ทราบว่าการถูกออกหมายเรียกดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการโพสต์ภาพและข้อความเรื่องกิจกรรม “Walk to Vote” เช่นเดียวกัน

กิจกรรม Walk to Vote ดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันแสดงออกโดยกลุ่มนักศึกษา-ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 62 เพื่อคัดค้านเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และเรียกร้องให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62  ในวันจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 จัดเวทีคอนเสิร์ตระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึกในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการแจ้งการจัดชุมนุม และมีการใช้เครื่องขยายเสียงในการจัดเวทีคู่ขนานขณะทำกิจกรรม ผู้ชุมนุมบางส่วนจึงได้เข้าไปถ่ายภาพร่วมกับเวทีของเจ้าหน้าที่ทหาร

หลังจากกิจกรรมดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ไปแจ้งความกล่าวหาทั้งสองคนจากการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิงโดย รศ.ดร.ปิ่นแก้ว ถูกกล่าวหาว่าได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 62 ว่า “ชาวเชียงใหม่ร่วมกับ มทบ.33 Walk to Vote ดนตรีดี เวทีพร้อม” พร้อมโพสต์ภาพป้ายกิจกรรมผู้ชุมนุม Walk to Vote ทับกับการจัดเวทีของเจ้าหน้าที่ทหาร

ส่วนกรณีของนายหาญศักดิ์ ถูกกล่าวหาว่าได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 62  ว่า “ขอบคุณท่าน ผบ.มทบ.33 ที่ช่วยส่งวงดนตรีสันทนาการมาร่วมกิจกรรม Walk To Vote ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ทำให้การแสดงออกของชาวเชียงใหม่ได้รับความครึกครื้นพอสมควร ขอบคุณครับ”
(จาก https://www.tlhr2014.com/?p=12649)


เป็นที่น่าสังเกตว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ที่สอนเกี่ยวกับการเมืองการปกครองและการบริหารงานของรัฐโดยตรง แต่คณะนี้กลับไม่แสดงบทบาทใดๆ ในการปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ถูกริดรอนโดยอำนาจเผด็จการ คสช.

ขอฝาก ดร.เพียงดิน รักไทย ศิษย์เก่า มช.และเคยเป็นอาจารย์ มช.ถามคณะรัฐศาสตร์ฯ หน่อยว่าทนได้ยังไง

Offline

#8 June 17, 2019 2:43 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ทั้งที่รู้พวกทรราชยังไม่ยอมเข็ด

วันจันทร์ฟังเพลงปลอบใจ ระหว่างดูการเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของคนฮ่องกง
ซึ่งตอนนี้โจชัว หว่อง เพิ่งออกจากคุกเมื่อวานแล้วจับไมค์ไล่ผวก.แครี่ แลมทันที  ตอนนี้กำลัง
คิดเข็นไปถึงขนาดจะยกระดับขั้นสูงสุด ประชาชากรที่นี่ 6.5 ล้าน ออกมาแล้วบนถนนประมาณ
2 ล้านแล้ว ขั้นสูงสุดนั่นคือประกาศให้ฮ่องกงเป็นอิสระจากจีน เป็นประเทศใหม่ล่าสุด
เป็นไปได้ไหมหนอ?  จีนจะกล้าฆ่ากันจนหมดเกาะหรือเปล่า?
คอมมิวนิสต์จีนซึ่งเป็นการปกครอง
แบบเผด็จการณ์ที่มีพรรคเดียว  และแท้ที่จริงจากคนคนเดียวคือสีจิ้นผิงนั่นเอง ก็ถึงเวลาที่โลกจะได้
ทดสอบความสามรถว่า การตัดสินใจของเขาต่อคนฮ่องกง 6.5 ล้านจะเป็นอย่างไร อีกไม่นานก็จะรู้

สมัยปราบเทียนอันเหมิน(1989) ที่ขบวนรถถังของกองทัพปลดแอกจีนเข้าบดขยี้นักศึกษาจนเละแล้วบอกว่า
ตายแค่ไม่กี่สิบคน บัดนี้ความจริงยุคดิจิตอลประเมินใหม่จากข่าวสารบอกเล่า ว่าแท้ที่จริงแล้ว คนตาย
เป็นจำนวนหลายร้อยหรือหลายพัน การสอบสวนจากชาวโลกยังไม่จบลง แต่โลกไม่ยอมเชื่อคำพูด
ของเติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำจีนคนนี้ในเรื่องเกี่ยวกับตัวเลขของความตายอีก ตอนรบกับเวียตนาม"สงครามสั่งสอน"
ก็บอกจำนวนทหารตายไม่กี่คน แต่สุสานคนจึนทางยุนนาน กวางโจว ไปถึงเกาะไหหลำล้วนเต็มไปด้วยศพ
ในปีนั้น(1979) แต่คำพูดสัญญากับสอดบัตรจีนกลับรักษาเป็นแม่นมั่น ยอมเจ็บตัวเข้าตีเวียตนามจากทางเหนือ
ว่าเป็นการช่วยไทยโดยเฉพาะ เพื่อสร้างคะแนนให้ไทยสนิทใจ ก็ตัดการช่วยเหลือ(ทรยศ) พรรคคอมมิวนิสต์
ไทย โดยปล่อยให้ต้องยอมวางอาวุธ เป็นการทรยศต่อสหายร่วมอุดมการณ์ ที่ในโลกคอมมิวนิสต์เขาไม่ทำกัน

โดยส่วนตัวผมไม่เคยคิดว่าเวียตนาม จะยอมส่งตัวลุงสนามหลวงกับพวกกลับไทยอย่างแน่นอน เป็นการหลอกข่าวเพื่อ
ประโยชน์บางอย่าง และหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มคน เช่นส่วนสส.สุนัยบอกเวียตนามปล่อยตัวแล้ว และถูกทีม
ลับไทยจับได้ในเขมร แต่แท้ที่จริงเรายังไม่รู้อะไรเลย รู้แต่ว่าคงถูกฆ่าหมดทั้ง 8 คน เพราะนั่นคือนิสัยหน่วยจร
กรรมไทยเขานิยมทำกัน เพราะอุ้มเขานั้นล้วนผิดกฏหมายสากล เพราะรัฐบาลไทยมาจากการยึดอำนาจจากรัฐบาล
ที่ประชาชนเลือกเข้ามา เป็นกบฎ และเป็นอาขญากรรม

สักวันหนึ่งเมื่อเราไล่ทหารหรือพวกเจ้าออกไปได้แล้ว คดีพวกคนหายจำนวนมาก ซึ่งมีมายาวนานหลังปฏิวัติ 2475
จะถูกรื้อฟื้น และรัฐอาจตั้งเป็นหน่วยงานสะสางติดตาม ขนาดน้องๆกระทรวง อย่างเช่นของคนยิวในอิสราเอล ยัง
คอยตามล่าพวกนาซีที่ยังหลบหนีอยู่ และแม้จะแก่เฒ่าปานใด(เพราะเกือบ 80 ปีมาแล้ว)ก็ไม่ละเว้น หากจับได้
หาตัวเจอ ของเราก็ควรทำเช่นนั้น ประชาชนจะตาสว่างที่ล่าสุดเสียที ว่าไอ้วายร้ายทรราชพวกนี้มันทำอาชญากรรม
อะไรไว้มากมาย และแน่นอนคนหลงผิดยังกราบไหว้พินอบพิเทาอยู่  เพราะความเขลาและรู้เท่าไม่ถึงการนั่นเอง

ปาปียอง

Last edited by ปาปียอง (June 18, 2019 6:26 PM)

Offline

#9 June 18, 2019 4:06 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

จีนได้สถาปนาระบอบการปกครองแบบใหม่ไปแล้ว ตั้งแต่สภาประชาชนแห่งชาติจีนได้ลงมติแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ด้วยการยกเลิกการจำกัดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ทำให้สีจิ้นผิงสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอย่างไม่มีการหมดวาระ  บางคนว่าเขากลายเป็นเสมือนจักรพรรดิ และพรรคคอมมิวนิสต์หวังแผ่อำนาจครอบคลุมทุกตารางนิ้วของแผ่นดินและท้องทะเลที่คอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นของจีน ใช้ไฮเทคโนโลยี  ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)  การรวบรวมฐานข้อมูลบุคคลทุกแง่มุม (Big Data)  การใช้ระบบสแกนใบหน้าที่จำใบหน้าประชากรทุกคนได้ ฯลฯ ทำให้รัฐเผด็จการจีนสามารถควบคุมประชากรทุกคนได้อย่างเบ็ดเสร็จ นับเป็นระบอบเผด็จการดิจิตอล (Digital Dictatorship) ที่สมบูรณ์แบบ เป็นภัยคุกคามต่อความเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด และที่น่ากลัวอย่างยิ่งสำหรับคนไทยคือชนชั้นนำและรัฐบาลเผด็จการทรราชย์มีความเลื่อมใสศรัทธาระบอบการปกครองแบบจีนมาก คนชั้นนำของระบอบเผด็จการไทยไปเยือนจีนและพบผู้นำจีนบ่อยครั้ง จึงขอให้ประชาชนไทยติดตามเรื่องนี้อย่ากระพริบตา อย่าให้รัฐบาลเผด็จการดำเนินนโยบายแบบจีนเป็นอันขาด หาไม่คุณค่าความเป็นคนของเราจะลดลงติดดิน แย่ยิ่งกว่าสุนัข

อย่างใดก็ตามเราไม่สามารถไว้วางใจให้เผด็จการครองอำนาจต่อไปอีก

ดังนั้น เมื่อสถานการณ์เหมาะสม ขอให้ประชาชนผู้รักสิทธิเสรีภาพและความเป็นคน จงออกมาโค่นล้มระบอบเผด็จการให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือเชื้อชั่วไว้ข่มเหงรังแกลูกหลานของเราอีกต่อไป

Offline

#10 June 18, 2019 9:34 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,550

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ตามนั้น สู้ไม่ถอย หงอยไม่เป็น ครับ คุณกะดังป่า  love.gif

Offline

#11 June 19, 2019 12:29 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ทุกคนขณะนี้ก็พูดเทคใส่กันว่าอีกไม่นานแล้ว เราจะเห็นฮ่องกงในกทม.อย่างแน่นอน
แต่ของเราจะมีรถถังด้วย และหนีการใช้กำลังต่อกันไม่พ้นอย่างหลีกเลี่ยงกันไม่ได้
หวังว่าบางกลุ่มรถถังที่มีความสำนึกได้ จะช่วยหยุดความเสียหายได้บ้าง
หากหยุดไม่ได้ การทะลุปล้องของมวลชนปฏิวัติต้องเกิดขึ้นแน่นอน
คลื่นมหาชนคราวนี้ จะเคลื่อนขบวนเข้ากวาดล้างทุกอย่างจนหมดสิ้น จนแผ่นดินนี้สุดสะอาดอีกครั้ง
หน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่ จะถูกเขียนขึ้นใหม่กันตอนนี้   และไม่มีทางที่เราจะหันไปมองกลับสู่
ระบบทรราขเก่าแม้สถาบันเดียว รวมทั้งเราจะมีพวกตำรวจ และทหารใหม่ของประชาชน โดยประชาชน
เพื่อประชาชน
  ความชั่วร้ายทั้งหลายของระบบเก่า จะถูกเผาทำลาย จนเป็นจุล

Long Live The Republic of Thailand !!

Offline

#12 June 19, 2019 3:14 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

เมื่อสถานการณ์สุกงอมสำหรับการปฏิวัติ ประชาชนควรทำอย่างไร


โฆษกกระทรวงกลาโหมออกมาแหกปากเมื่อ 18 มิ.ย. 2562 ว่าเงื่อนไขของไทยต่างจากฮ่องกง จุดกระแสม็อบลงท้องถนนไม่ได้  ทำให้ขำได้ทั้งวัน ที่มันทำงานมาจนเป็นพลโทกลับมองสังคมแบบหยุดนิ่ง (Static) ทั้ง ๆ ที่แม้แต่เด็กมัธยมก็รู้ความจริงว่าสังคมมีความเป็นพลวัต (Dynamic) คือมีการเปลี่ยนแปลงในแทบทุกด้านตลอดเวลา แม้แต่เรื่องว่าประชาชนจะลงถนนไปกระทืบเผด็จการหรือไม่ ก็ไม่พ้นกฎเกณฑ์นี้

แม้ว่านักวิชาการหลายท่านจะเห็นตรงกันว่าในศตวรรษที่ 21 โอกาสเกิดการปฏิวัติใหญ่ ๆ มีน้อยมาก อาจเป็นเพราะโลกเจริญขึ้นและรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่โง่พอที่จะกดหัวประชาชนอย่างไม่ลืมหูลืมตา (ยกเว้นรัฐบาลเผด็จการทรราชย์ฟาสซิสต์ของไทยที่เลวที่สุดในโลก) ซึ่งถ้าศึกษาเปรียบเทียบเหตุการณ์ลุกฮือประท้วงรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นศตวรรษนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการชุมนุมประท้วงเรียกร้องหรือคัดค้านนโยบายรัฐบาล และแรงที่สุดคือการขับไล่รัฐบาล โดยสาเหตุหลักเป็นสาเหตุด้านการเมือง มีเพียงไม่กี่ครั้งที่มีสาเหตุหลักด้านเศรษฐกิจ พอสรุปดังนี้

1. การปฏิวัติ EDSA2 ที่ฟิลิปปินส์ เพื่อโค่น ปธน.เอสตราด้า ในปี 2001 ไม่มีผู้นำประชาชนที่ชัดเจน ประชาชนแห่กันใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ Social Media ชักชวนกันออกมาโค่นล้มเอสตราด้าจนสำเร็จในเวลาสั้น ๆ เพียง 5 วัน (ที่เรียกการปฏิวัติ EDSA2 เพราะเริ่มจากการนัดชุมนุมกันที่โบสถ์เอ็ดซ่าในการปฏิวัติครั้งที่ 2 ซึ่งผมจะนำมากล่าวละเอียดอีกครั้งเพราะไทยน่าจะใช้ Model นี้ได้)

(ตั้งแต่ข้อ 2-8 และ 10 ไม่น่าเรียกการปฏิวัติ แต่ฝรั่งเขาเรียกกันอย่างนั้น คงเอาเท่)

2. Rose Revolution (ปฏิวัติดอกกุหลาบ) ปี 2003 ที่จอร์เจีย ประชาชนลุกฮือถือดอกกุหลาบในมือ ประท้วงขัดขวางการ กล่าวสุนทรพจน์ของ ปธน. ที่ถูกกล่าวหาว่ามาจากการเลือกตั้งที่สกปรก

3. Orange Revolution (ปฏิวัติสีส้ม) ปี 2004 ประท้วงการเลือกตั้งในยูเครน

4. Tulip Revolution (ปฏิวัติดอกทิวลิป) ปี 2005 ประท้วงที่คาจิกิสถาน

5. Cedar Revolution (ปฏิวัติสนสีดาร์) ปี 2005 ประท้วงสิทธิของชาวซีเรียในเลบานอน

6. Blue Revolution (ปฏิวัติสีน้ำเงิน) ปี 2005 ประท้วงเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งในคูเวต

7. Purple Revolution (ปฏิวัติสีม่วง) ปี 2005 ชาว อิรัคประท้วงการเลือกตั้งที่สหรัฐหนุนหลัง

8. Green Revolution (ปฏิวัติเขียว) ปี 2009 ชาวอิหร่านประท้วงการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส

9. Arab Spring (อาหรับในฤดูใบไม้ผลิ) เริ่มตั้งแต่ปี 2010 ในตะวันออกกลาง โดยเริ่มจากการปฏิวัติดอกมะลิที่ตูนีเซีย แล้วลามไปอียิปต์ ลิเบีย เยเมน (โค่นล้มรัฐบาลสำเร็จ), ซีเรีย (ยังโค่นรัฐบาลไม่ได้แต่เกิดสงครามกลางเมืองอย่างเต็มรูปแบบ), บาห์เรน (เกิดจราจล), คูเวต เลบานอน โอมาน (เปลี่ยนรัฐบาลสนองตอบผู้ประท้วง), โมรอคโค จอร์แดน ปาเลสไตน์ (ปฏิรูปรัฐธรรมนูญสนองตอบผู้ประท้วง), ซาอุดิอาระเบีย มอริตาเนีย และประเทศอาหรับอื่น ๆ (มีการประท้วง)  เนื่องจากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐและปัญหาทางการเมืองการปกครองที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลานาน

10. Umbrella Revolution ปี 2014 ที่ฮ่องกง ประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่พอใจที่ช่องว่างรายได้สูงขึ้น ราคาบ้านพักอาศัยสูงกว่านิวยอร์คถึง 10 เท่า ประชากรเพียง 1% รวยขึ้น คุณภาพชีวิตตกต่ำ ฯลฯ  มีแกนนำชัดเจน เช่น โจชัวหว่อง เป็นต้น แต่เมื่อการชุมนุมใช้เวลายืดเยื้อจำนวนคนก็ลดลง ทำให้พลังมวลชนอ่อนแอลงและไม่ประสบความสำเร็จ

11. การประท้วงในอิหร่าน ปี 2014 สาเหตุจากเงินเฟ้อ ตกงานมากถึง 12%  การทุจริตคอร์รัปชั่น และความขัดแย้งในการเลือกตั้ง ประชาชนนับหมื่นชักชวนกันออกมาโดยใช้ Social Media เป้าหมายคือให้นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง

12. การประท้วงในเวเนซูเอลา ปี 2018-2019 สาเหตุจาก เงินเฟ้อถึง 1.3 ล้าน% (ช่วง พ.ย.2017- พ.ย.2018) ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นสองเท่าทุกๆ 19 วัน GDP ลดลงเนื่องจากคอร์รัปชั่น บริหารผิดพลาด และราคาน้ำมันดิบลดลง ขาดแคลนอาหาร ไม่มียารักษาโรคเพียงพอ ฯลฯ

13. การประท้วงในอัลจีเรีย ใน มี.ค.2019 เนื่องจากประธานาธิบดีเป็นเผด็จการ อยู่มานานถึง 5 สมัย การประท้วงเริ่มจากหลักหมื่นถึงหลักแสน

14. การประท้วงในซูดาน ใน เม.ย. 2019 ประชาชนเรือนแสนไม่พอใจที่ประธานาธิบดีที่อยู่มานานถึง 30 ปี แต่บริหารประเทศล้มเหลว สินค้าราคาแพง

15. การประท้วงที่ฮ่องกง ใน มิ.ย. 2019 ประชาชนนับล้านคนเดินขบวนคัดค้านการเสนอร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้จีนแผ่นดินใหญ่ ประท้วงครั้งนี้ไม่ปรากฏผู้นำที่ชัดเจนเหมือนปี 2014

โดยสรุป การประท้วงใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มศตวรรษที่ 21 มักไม่มีผู้นำที่ชัดเจนยกเว้น Umbrella Revolution ที่ฮ่องกง ปี 2014 การประท้วงใหญ่ทุกครั้งใช้ Social Media ในการแจ้งข่าวสารและนัดหมายการชุมนุม ผลของการชุมนุมประท้วงส่วนใหญ่ไม่สามารถเอาชนะอย่างแตกหักต่ออำนาจรัฐ แม้ Arab Spring จะสามารถโค่นรัฐบาลเก่าได้ในบางประเทศแต่กลับหวลไปอยู่ใต้อำนาจของผู้เผด็จการกลุ่มใหม่ ยกเว้นการปฏิวัติ EDSA2 ที่ฟิลิปปินส์ เพื่อโค่น ปธน.เอสตราด้า ในปี 2001 ที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของฟิลิปปินส์มั่นคงถึงปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทย แม้จะพบว่ามีปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น เนื่องจากการลงทุนถดถอย มูลค่าการส่งออกลดลง อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น (ว่างงานประมาณ 4 แสนคน หรือยังไม่ถึง 0.6% ของประชากร) เมื่อเทียบกับปัญหาเศรษฐกิจของอิหร่าน และเวเนซูเอลา ที่เกิดการประท้วงใหญ่  ถือว่าปัญหาด้านเศรษฐกิจของไทยไม่มีความรุนแรงมากพอที่จะใช้เป็นชนวนก่อการปฏิวัติโค่นระบอบเผด็จการทรราชย์ฟาสซิสต์  การที่พรรคเพื่อไทยชูเรื่องความห่วยแตกในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลทรราชย์ประยุทธ จึงไม่สามารถระคายหนังหน้าที่หนาและด้านของเผด็จการได้  แต่พรรคอนาคตใหม่กลับสามารถตีแสกหน้าของเผด็จการได้จั๋งหนับกว่า เพราะสามารถชี้จุดอ่อนของรัฐบาลเผด็จการโดยใช้ประเด็นปัญหาด้านการเมือง เช่น ปัญหารัฐธรรมนูญ 2560 การนำกองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองการบริหารประเทศอย่างเมามันป่าเถื่อนและปฏิเสธการตรวจสอบ การใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงประชาชน การคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น ทำให้พรรคอนาคตใหม่กลายเป็นความหวังใหม่ของประชาชนที่จะหลุดพ้นจากกรงเล็บทมิฬของเผด็จการ

ดังนั้น การลุกฮือของประชาชนไทยในเร็ว ๆ นี้ น่าจะเกิดจากสาเหตุด้านการเมืองมากกว่าปัญหาเศรษฐกิจ การที่พรรคอนาคตใหม่นำประเด็นปัญหาด้านการเมืองมาเคลื่อนไหว จึงถือว่ามาถูกทาง เพียงแต่พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค ต้องร่วมมือ พยายามสร้างอารมณ์ให้ประชาชนเห็นว่าถูกกดขี่ข่มเหงด้านการเมืองอย่างรุนแรงจนไม่สามารถยอมให้รัฐบาลทรราชย์ฟาสซิสต์ปกครองได้อีกต่อไป และเมื่อเกิดสถานการณ์เกื้อหนุนบางอย่างขึ้น ทำให้กระแสการปฏิวัติยกระดับสู่กระแสสูง จึงจะเกิดการลุกฮือโค่นล้มเผด็จการได้ในที่สุด

ข้อแนะนำสำหรับประชาชน

1. ประชาชนควรรำลึกไว้เสมอว่า ผู้เผด็จการพยายามหาทางอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด นี่เป็นจิตวิทยาการเมือง นอกจากนี้ประยุทธมีลูกพี่ใหญ่ที่เป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังสนับสนุนให้อยู่ในอำนาจต่อไปเพิ่อคุ้มครองผลประโยชน์และสถานะหัวโจกระบอบเจ้าที่กดขี่บีฑาประชาชนไทยมาหลายศตวรรษ

2. ประชาชนควรตระหนักว่าเมื่อสถานการณ์สุกงอม เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต้องพร้อมใจกันใช้โทรศัพท์มือถือของท่านนัดหมายกันออกมาเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ โดยไม่ต้องถามหาผู้นำ เพราะผู้นำอาจไม่เป็นที่พึงพอใจไปเสียทุกอย่าง ส่วนนักการเมืองก็กลัวถูกเผด็จการยุบพรรค ส.ส.ส่วนใหญ่จึงเฉยไม่กล้าทำอะไร แค่มีคนปูดข่าวว่าบางพรรคจะปลุกประชาชนลงสู้บนถนนก็รีบออกมาปฏิเสธพัลวัน

3. ถือว่าการปฏิวัติเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ไม่ต้องรอความช่วยเหลือด้านการเงินค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนไหว การรอเงินเท่ากับรอผู้นำ และผู้ลงทุนจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นส่วนใหญ่มักหวังถอนทุนคืน ประชาชนควรร่วมกันจ่ายเท่าที่จะร่วมได้อย่าให้ตัวเองและครอบครัวต้องเดือดร้อน อย่าให้ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว  ส่วนผู้ร่วมออกค่าใช้จ่ายไม่ว่าน้อยหรือมากก็ไม่ควรหวังอะไรมากไปกว่าการได้มาซึ่งสิทธิ  เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ ความยุติธรรม ประชาธิปไตยของประชาชน และการปลดแอกจากระบอบเผด็จการทรราชย์ฟาสซิสต์

4. อย่าชุมนุมประท้วงยืดเยื้อและอย่าต่อรองกับเผด็จการ เมื่อสถานการณ์เกื้อหนุนถึงขีดสูงสุดให้นัดชุมนุมใหญ่ทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อยื่นคำขาดและเผด็จศึกให้จบอย่างเบ็ดเสร็จภายใน 5 วัน อย่าต่อรองกับเผด็จการหากมีการต่อรองจะทำให้ยืดเยื้อ มวลชนจะอ่อนล้า เกิดความขัดแย้ง และลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจนพ่ายแพ้ในที่สุด

เมื่อได้ชัยชนะแล้ว สังคมใหม่จะตอบแทนคุณูปการและความเสียสละของท่านอย่างมีเกียรติยศและศักดิ์ศรี

Last edited by กะตังป๋า (June 19, 2019 4:55 PM)

Offline

#13 June 21, 2019 3:15 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

แบบอย่างการปฏิวัติโดยประชาชนในศตวรรษที่ 21 ที่ อาจใช้เป็น Model การปฏิวัติของประชาชนไทย

อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ชื่นชมและกล่าวถึงการปฏิวัติโค่นล้มประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอส เมื่อปี 1986 ชูเป็นแบบอย่างที่คนไทยควรศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ในการโค่นล้มเผด็จการไทย แต่การปฏิวัติครั้งนั้นอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งเกิดการปฏิวัติขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

นักวิชาการหลายท่านบอกว่าการปฏิวัติใหญ่ (เช่น แบบอเมริกา ฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 18 แบบรัสเซีย จีน ในศตวรรษที่ 20 ฯลฯ) จะเกิดขึ้นได้ยากในศตวรรษที่ 21 หรือช่วงปี ค.ศ.2000 ถึง 2099  แต่ประชาชนชาวฟิลิปปินส์ได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นชาติแรกของโลกที่ร่วมกันชุมนุมประท้วงตามเมืองใหญ่ๆ แทบทุกแห่งทั่วประเทศ ในต้นปี 2001 รวมผู้เข้าร่วมการประท้วงมากกว่าหนึ่งล้านคน ใช้เวลาชุมนุมประท้วงเพียง 5 วัน ก็สามารถขับประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราด้า ออกจากทำเนียบมาลากันยังได้สำเร็จ โลกเรียกการประท้วงครั้งนี้ว่า "การปฏิวัติเอ็ดซ่า 2"  ผมจึงขอยกการปฏิวัติครั้งนี้เป็นอีกตัวแบบหนึ่งในการปฏิวัติของประชาชนไทย เพราะอยู่ในยุคสมัยที่ใช้เทคโนโลยีคล้ายกัน คือ เมื่อปี 2001 มีโทรศัพท์มือถือที่ส่งข้อความสั้นได้ (ระบบ 2G) ปัจจุบันมีการใช้ Smart Phones และ Social Media (ระบบ 4G)  ต่างจากการปฏิวัติโค่นมาร์กอสเมื่อปี 1986 ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือและไม่มี Social Media

ประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราด้า อดีตเคยเป็นพระเอกหนัง วุฒิสมาชิก และรองประธานาธิบดี

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 1998 เอสตราด้าชนะอย่างขาดลอย  เข้ารับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีฟิเดล รามอส เป็นประธานาธิบดีคนที่ 13 ของฟิลิปปินส์ ในวัย 61 ปี

หลังเข้ารับตำแหน่งเพียงสองปีเอสตราด้าก็ถูกเปิดโปงความประพฤติส่วนตัวที่มีปัญหาด้านจริยะธรรมและการรับสินบนจากธุรกิจมืดหลายอย่าง

สถาบันศาสนาเริ่มแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับความประพฤติของเอสตราด้า ที่มีภรรยาหลายคน และมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับผู้หญิงอื่นอีกหลายคน ซึ่งขัดกับหลักศาสนานิกายโรมันคาธอลิกนอกจาก นั้น เขายังนิยมการใช้ชีวิตแบบเพล์ยบอย เล่นการพนัน คบเจ้าพ่อรับเงินค่าคุ้มครองจากโต๊ะหวยใต้ดิน  และบ่อนการพนัน ฯลฯ  ทำให้ชนชั้นกลาง นักธุรกิจ และฝ่ายซ้าย ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของฝ่ายบริหาร และสงสัยว่าเหตุใดประธานาธิบดีจึงมีทรัพย์สินมากมายและใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย

ในที่สุดคณะกรรมาธิการบลูริบบอนของวุฒิสภา (Senate Blue Ribbon Committee) ได้เริ่มการสอบสวนข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาเรื่องการรับค่าคุ้มครองและสินบน
ตามลำดับเหตุการณ์ดังนี้

- ตุลาคม 2000 มีการสอบสวนคดีรับสินบนจากหวยใต้ดินและบ่อนการพนันโดยคณะกรรมาธิการในวุฒิสภา ขณะเดียวกันผู้แทนราษฎรในสภาคองเกรสก็ล่ารายชื่อเพื่อยื่นญัตติถอดถอน (Impeachment) ประธานาธิบดี แต่ได้เพียง 24 รายชื่อ ไม่เพียงพอในการเสนอญัตติ ทำให้ภาคประชาสังคมเริ่มการเคลื่อนไหวนอกสภา

- 4 พฤศจิกายน ประชาชนกว่า 100,000 คน ไปชุมนุมกันที่โบสถ์เอ็ดซ่า เรียกร้องให้เอสตราด้าลาออกจากตำแหน่ง เอสตราด้าไม่ยอม

- 11 พฤศจิกายน เอสตราด้าให้ลูกน้องระดมประชาชนผู้สนับสนุนตนเองจำนวนกว่า 1 ล้านคน มาชุมนุมสวดภาวนาที่มาลาเต้

- 13 พฤศจิกายน ผู้แทนราษฎรในสภาคองเกรสจำนวน 115 คน ยื่นญัตติถอดถอนเอสตราด้า

- 7 ธันวาคม เริ่มการพิจารณาถอดถอนเอสตราด้าในวุฒิสภา โดยมีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ในการพิจารณาคดี มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์

- 16 มกราคม 2001 วุฒิสมาชิกลงคะแนนเสียง 11 ต่อ 10 ไม่ให้เปิดซองหลักฐานที่มีเอกสารการเงินของธนาคารที่แสดงให้เห็นการปลอมแปลงลายเซ็นของเอสตราด้า ในบัญชีลับที่ใช้รับเงินสินบนต่าง ๆ ทำให้ประชาชนที่ติดตามดูการพิจารณาคดีทางโทรทัศน์ไม่พอใจการลงมติของวุฒิสมาชิก จึงก่อกระแสคัดค้านด้วยการออกมายืนบนท้องถนน กดแตรรถยนต์ ตีเกราะเคาะไม้ และจุดเทียน

- 17 มกราคม ประชาชนจำนวนมากไปชุมนุมที่โบสถ์เอ็ดซ่า กลุ่มทนายอาสาในคดีถอดถอนเอสตราด้าพร้อมกันลาออก ทำให้ไม่สามารถพิจารณาคดีต่อไปได้

- 18 มกราคม เอสตราด้ายอมให้เปิดซองหลักฐานบัญชีธนาคาร

- 19 มกราคม ประชาชนจำนวนกว่าล้านคนมาชุมนุมโดยใช้โทรศัพท์มือถือส่งข้อความสั้น (Text Message) ระดมกันมาชุมนุมที่หน้าโบสถ์เอ็ดซ่า

- ผู้บัญชาการทหารสูงสุดขอให้เอสตราด้าลาออก แต่เขาปฏิเสธ ผบ.ทหารสูงสุดจึงประกาศเลิกสนับสนุนรัฐบาล และร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหม พร้อมกับ ผบ.เหล่าทัพ เดินทางไปที่ชุมนุม เพื่อประกาศจุดยืนร่วมกับประชาชน

- 20 มกราคม ประชาชนเคลื่อนขบวนไปหน้าทำเนียบมาลากันยัง กดดันให้ เอสตราด้าลาออก  จนกระทั่งช่วงบ่ายเขาจึงยอมออกจากตำแหน่งและเดินทางออกจากทำเนียบพร้อมครอบครัว

การเดินขบวนคราวนี้มีกลุ่มชนชั้นกลาง นักธุรกิจ นักศึกษาและปัญญาชน ฝ่ายซ้าย ฝ่ายศาสนา และนักการเมืองฝ่ายค้าน เป็นกำลังสำคัญของพลังการเมืองภาคประชาสังคม และมีกลุ่มสหภาพแรงงาน ชาวนา และคนจนเมือง ร่วมเรียกร้องให้เอสตราด้า ลาออก หลังจากกระบวนการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญในรัฐสภาล้มเหลว การชุมนุมของประชาชนเกิดขึ้นในเมืองใหญ่เกือบทุกแห่งทั่วประเทศ และดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน   ก่อนที่เอสตราด้า จะยอมจำนน และพาครอบครัวออกจากทำเนียบมาลากันยัง ทางด้านหลัง ในตอนบ่ายของวันที่ 20 มกราคม 2001




สิ่งที่ประชาชนไทยควรใช้เป็นตัวแบบ (Model) ในการปฏิวัติ

1. เมื่อเห็นว่า ส.ส. 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่สามารถใช้กลไกทางรัฐสภาและกระบวนการยุติธรรม ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดีต่อฝ่ายรัฐบาลและกลไกของเผด็จการชุดนี้ได้ เนื่องจากติดขัดในข้อกฎหมายที่เผด็จการตราไว้ หรือกระบวนการยุติธรรมมีสองมาตรฐาน มาตรฐานหนึ่งใช้กับฝ่ายคู่ต่อสู้ทางการเมือง อีกมาตรฐานหนึ่งใช้กับพวกมัน ปกป้องความผิดของฝ่ายเผด็จการแทบทุกเรื่อง ประชาชนต้องโกรธจนตัวสั่น และต้องนัดกันออกมาแสดงออกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อย่าทำตัวเป็นพระ อย่าวางเฉย อย่ารอให้เวรกรรมสนองตอบพวกมัน อย่าอภัยความระยำของเผด็จการ ต้อง   "โกรธจนตัวสั่นเมื่อเห็นความอยุติธรรม" เช่นเดียวกับคนฟิลิปปินส์ที่ไม่พอใจการลงมติของวุฒิสมาชิกที่ส่วนใหญ่เอียงข้างเอสตราด้า

2. เมื่อสถานการณ์ที่ประชาชนทั้งประเทศไม่พอใจในพฤติกรรมเลวระยำของเผด็จการและหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนับสนุนเผด็จการ ให้ใช้โทรศัพท์มือถือของท่านนัดวัน เวลา และสถานที่ ออกมาโค่นล้มเผด็จการให้ได้ภายใน 5 วัน อย่าเจรจากับเผด็จการ อย่าชุมนุมยืดเยื้อ ซึ่งจะเห็นว่าชาวฟิลิปปินส์ใช้เวลาชุมนุมขั้นแตกหักเพียง 5 วัน โดยไม่เจรจาประนีประนอมใด ๆ กับเอสตราด้า มีแต่ยื่นคำขาดให้ออกจากตำแหน่งสถานเดียว

3. ต้องชุมนุมในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมกับการชุมนุมเป็นล้านในกรุงเทพด้วย คนต่างจังหวัดจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายในการมาชุมนุมที่กรุงเทพ คนกรุงเทพมีเป็น 10 ล้านคน มาชุมนุมสักล้านคนไม่ใช่เรื่องที่จะทำไม่ได้ คนฮ่องกงมีแค่ 6 ล้านคน ยังมาได้ถึง 2 ล้านคน คนมนิลามีไม่ถึง 10 ล้านคน ยังมาได้เป็นล้าน ดังนั้น อย่าให้อายคนฮ่องกง และคนมนิลา/ฟิลิปปินส์ อย่าเป็นอีแอบ อย่าแอบอยู่หลังตู้เย็น อย่าเป็นเพียงนักเลงคีย์บอร์ดนั่งเฝ้าดูเพื่อนประท้วงอยู่แต่ในบ้าน คุณจะเป็นทาสของเผด็จการไปจนชั่วลูกชั่วเหลน

เผด็จการต้องพินาศ ประชาชนจงเจริญ

Last edited by กะตังป๋า (June 21, 2019 3:44 PM)

Offline

#14 June 26, 2019 2:23 AM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ขอพูดถึงเจ้าสักหน่อย จะได้ทันสมัยกับเขาบ้าง


ทราบข่าวจากคนใกล้เจ้า คนที่มีผลประโยชน์กับระบอบเจ้า ปรารภกันด้วยความห่วงใยว่า สถานการณ์ในสังคมสมัยใหม่และสังคมอนาคต โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และรุ่นต่อไปที่เวลานี้ยังอยู่ชั้นอนุบาลและประถมต้น ในอนาคตพวกนี้จะไม่เห็นคุณค่าของระบอบเจ้า เจ้าน่าจะอยู่แบบปัจจุบันนี้ลำบาก คงยากที่จะบังคับให้พวกนี้ศิโรราบ แม้ว่ากระทรวงศึกษาจะทำตัวเป็นเครื่องมือในการปลูกฝังความจงรักภักดีอย่างสุดลิ่ม ตั้งแต่กระบวนการผลิตครูของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ การกำหนดหลักสูตรให้สถานศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลยันมหาวิทยาลัยต้องมีวิชาและกิจกรรมส่งเสริมความจงรักภักดี ให้นักเรียนนักศึกษาที่เป็นผลผลิตของระบบการศึกษาต้องศิโรราบหมอบกราบอย่างถ้วนหน้า แต่เท่าที่ฝ่ายอนุรักษ์/ไดโนเสาร์นิยม (Conservative or Dinosaurism) ได้ประเมินผลครั้งล่าสุด กลับพบข้อเท็จจริงอันน่าสพรึงกลัวว่าเด็กอนุบาลยังพร่ำคำว่า "เรารักในหลวง" อย่างว่านอนสอนง่าย และเด็กชั้นประถมยังโอเคกับระบอบเจ้า แต่พอขึ้นชั้นมัธยมได้ไม่กี่ปีเด็กเริ่มมองเจ้าเป็นตัวตลก โบราณคร่ำครึ เริ่มสงสัย เริ่มโต้แย้ง และไม่สนใจที่จะศิโรราบ ยิ่งขึ้นระดับมหาวิทยาลัย แม้ว่าฉลาดขึ้นโดยไม่แสดงออกให้เห็นว่าไม่เชื่อว่าเจ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และดีเลิศควรแก่การเคารพเทิดทูล แต่ใจลึก ๆ ก็เชื่อว่าเจ้าขี้เหม็น มีรักโลภโกรธหลงเหมือนพวกเขานั่นแหละ เผลอ ๆ ยิ่งกว่าพวกเขาหลายเท่า

ฝ่ายไดโนเสาร์นิยม มัวเพลินกับการบี้ทักษิณจนคิดว่าถ้ากันทักษิณออกจากการเมืองได้ก็จะสามารถกุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ประชาชนจะได้ไม่หวังพึ่งสมองของทักษิณอีกต่อไป จะได้หวังพึ่งแต่ระบบถุงยังชีพและความคิดอยู่แบบพอเพียง แต่สถานการณ์กลับพลิกผัน ดันเกิดชุดความคิดใหม่ของพรรคอนาคตใหม่ ที่มีนักคิดนักสู้รุ่นใหม่อย่างคุณธนาธร อ.ปิยะบุตร และอีกหลายคนในพรรคอนาคตใหม่ ทำให้ฝ่ายไดโนเสาร์นิยมปวดหัว ต้องกลับไปคิดหาวิธีการต่อสู้กับกระแสความคิดของคนรุ่นใหม่จนแทบจะไม่กล่าวถึงทักษิณอีก

ทางหนึ่ง ได้ให้ฝ่ายกฎหมายและกลไกของรัฐเผด็จการจัดการทุกวิถีทางต่อพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะหัวหน้าและเลขาธิการพรรค

อีกทางหนึ่ง ก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระแสคลื่นความคิดของคนรุ่นใหม่ที่ถูกหล่อหลอมมาจากกระแสความคิดแบบตะวันตกที่ให้คุณค่าแก่สิทธิพลเมือง เสรีภาพ ความเสมอภาค ประชาธิปไตย ความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งทำให้สิ่งที่กระทรวงศึกษาปลูกฝังความจงรักภักดีตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมหาวิทยาลัยแทบจะไร้ความหมาย ปรากฏการณ์พรรคอนาคตใหม่-ธนาธร-ปิยะบุตร เป็นเพียงผลผลิตหนึ่งของยุคสมัยที่สำแดงออกมาให้เห็น  แต่ยังมีปรากฏการณ์อีกหลายอย่างที่ยังอยู่ระหว่างการฟักตัวและรอการสำแดงผล ดังนั้น แม้จะกำจัดพรรคอนาคตใหม่-ธนาธร-ปิยะบุตรได้ ก็ไม่สามารถกำจัดกระแสคลื่นความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวหน้าทางความคิดของคนรุ่นใหม่และรุ่นต่อ ๆ ไปได้

ฝ่ายไดโนเสาร์นิยม จึงคิดรวมพลังคนที่คิดแบบไดโนเสาร์เต่าล้านปี อันประกอบด้วยอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หัวอนุรักษ์ที่เกษียณไปแล้ว นักวิชาการหัวอนุรักษ์ และคนรุ่นใหม่หัวอนุรักษ์ที่ชื่นชมกับประโยชน์ที่ได้รับจากระบอบเจ้า มารวมหัวกันตั้งกลุ่มหรือสถาบันทางความคิดเพื่อสร้าง "ชุดความคิด" แบบไทย ๆ เพื่อเป็นแนวต้านกระแสความคิดก้าวหน้าแบบตะวันตกที่พวกเขาเชื่อว่ากำลังครอบงำคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในขณะนี้ (หลังจากพบว่าค่านิยม 12 ประการที่รัฐบาลประยุทธประกาศไป ไม่เป็นที่สนใจของประชาชนเอาเสียเลย)

ข้อมูลที่ได้รับมาสอดคล้องกับคำพูดของสนธิญาน ชื่นฤทัยในเจ้า ที่พูดผ่านรายการคมชัดลึกสุดสัปดาห์ ช่องเนชั่น ทีวี22 เมื่อ 23 มิ.ย. 62 มีความตอนหนึ่งว่ากำลังจะก่อตั้งสถาบัน "ทิศทางไทย" โดยจะปรึกษากับนักวิชาการบางกลุ่ม อดีตข้าราชการระดับสูง และคนรุ่นใหม่บางส่วน เพื่อให้ความรู้และข้อมูลอีกด้านเกี่ยวกับการครอบงำของโลกตะวันตก  ระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก/อเมริกาที่คุณว่าดีมันเป็นอย่างไร เปรียบเทียบกับประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ของจีนว่าเป็นอย่างไร สถาบันกษัตริย์เป็นอย่างไร และปัญหาต่าง ๆ ของไทยเป็นอย่างไร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงให้เห็นความพยายามของคนฝ่ายเจ้าส่วนหนึ่งที่เห็นความจำเป็นในการปรับตัว (Adaptation)

ที่ว่า "ฝ่ายเจ้าส่วนหนึ่ง" เห็นความจำเป็นในการปรับตัว ก็หมายความว่ายังมี "ฝ่ายเจ้าอีกส่วนหนึ่ง" ที่ไม่คิดจะปรับตัวแต่พยายามลากสังคมย้อนยุคไปสมัยก่อน ร.5 จึงทำให้คอมมิวนิสต์เก่าอย่าสนธิญานปวดขมับไม่น้อย และกังวลอยู่ลึก ๆ ว่า หากทะเล่อทะล่าเสนออะไรไปอาจถูกนำไปซ่อมแซมสมองแถวเขตทวีวัฒนาได้  สนธิญานจึงเกาะแนวเจ้าที่นิยมจีนไว้พร้อมกับเชิดชูระบอบเผด็จการจีนที่เรียกเสียหรูว่า "ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์" ที่ปัจจุบันประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้ตลอดไปอย่างไม่มีหมดวาระ แบบนี้คงเป็นที่ถูกใจของเผด็จการไทย โดยคิดว่าระบอบการปกครองของจีนสามารถควบคุมประชาชนให้อยู่ใต้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้บ้านเมืองสงบและเจริญรุ่งเรือง หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งระบอบคอมมิวนิสต์จีนจะล่มสลายและแบ่งประเทศแตกเป็นเสี่ยง ๆ เหมือนอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งซีไอเอและโดนัลทรัมป์กำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ไม่น่าเชื่อว่าฝ่ายไดโนเสาร์จะสิ้นคิดถึงขนาดไฝ่ฝันจะนำระบอบเผด็จการจีนมาปรับใช้กับประเทศไทยเพื่อรักษาระบอบเจ้าไว้ให้ยืนยง แทนที่จะมองหาตัวแบบที่ดีและมีอยู่แล้วในโลกที่เจ้าสามารถอยู่ได้มั่นคงในระบอบประชาธิปไตย เช่น ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศแถบยุโรปตะวันตก

ทำให้นึกถึงภาษิตที่ว่า "วินาศกาเล วิปริตพุทธิ" แปลว่า เมื่อถึงกาลวินาศ ความฉลาดก็วิบัติ

Last edited by Mikael (June 26, 2019 2:28 AM)

Offline

#15 June 26, 2019 9:08 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,550

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

clapping.gif

Offline

#16 July 1, 2019 10:13 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

MIKAEL wrote: ไม่น่าเชื่อว่าฝ่ายไดโนเสาร์จะสิ้นคิดถึงขนาดไฝ่ฝันจะนำระบอบเผด็จการจีนมาปรับใช้กับประเทศไทยเพื่อรักษาระบอบเจ้าไว้ให้ยืนยง แทนที่จะมองหาตัวแบบที่ดีและมีอยู่แล้วในโลกที่เจ้าสามารถอยู่ได้มั่นคงในระบอบประชาธิปไตย เช่น ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศแถบยุโรปตะวันตก

ทำให้นึกถึงภาษิตที่ว่า "วินาศกาเล วิปริตพุทธิ" แปลว่า เมื่อถึงกาลวินาศ ความฉลาดก็วิบัติ

เจ้าของทฤษฎิวิปริตนี้เคยเป็นที่ฮือฮากันมาในอดีต ตอนพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ(ตอนนั้นเป็นผบ.ทบ.) ลูกศิษย์ทฤษฎีลัทธิคอมมิวนิสต์ของปรมาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร เมื่อวิชาแก่กล้าถึงขนาด ก็มีการกล่าวถึงเรื่องประเทศไทย ควรมีการจัดรูปรัฐบาลแบบคอมมิวนิสต์ โดยมีการจัดตั้ง"สภาเปรซิเดี้ยม(Presidium)" มีการอธิบายเนื้อหาความสำคัญของการมีสภานี้ เป็นการมีสภาแบบเผด็จการณ์เบ็ดเสร็จระบอบคอมมิวนิสต์ หากเป็นไปได้ตอนนั้น ประเทศไทยคงมีสภาฝักถั่วแบบเผด็จการณ์จีนคอมมิวนิสต์ไปนานแล้ว โชคดีที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนตอบโต้บนหน้านสพ.สยามรัฐและลงท้ายว่า แล้วคุณเชาวลิต จะเอา"ในหลวง"ไปไว้ที่ไหน? แถมต่อมาก็พาดหัวข่าวว่า.."กูไม่กลัวมึง" จนบ้านหม่อมคึกฤทธิ์ถูกทหารพรานจากค่ายปักธงชัย ที่เพิ่งก่อตั้งเป็นหน่วยทหารพิเศษรองรับ รับอาวุธ เสบียงยุทโธปกรณ์จากจีน และการฝึกเตรียมสู้รบในเขมร ทหารพรานค่ายนี้เข้าล้อมบ้านหม่อมคึกฤทธิ์ที่ซอยสวนพลู นำโดยผบ.ค่ายพลเอก วันชัย อัมพุนันท์-ลิโป้(ยศพ.อ.พิเศษตอนนั้น) โชคดีหม่อมนั่งรถตู้หนีออกทางหลังบ้าน เรื่องเลยจบเอาง่ายๆ
ต่อมาเรื่อง"เปรซิเดี้ยม"ก็ถูกเลิกราไป

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน บิ๊กจิํวที่กระเซอะกระเซิงไปอ่อนน้อมต่อนายกทักษิณที่เคยเป็นตำรวจยศแค่พันตำรวจโท(แต่มีเงินมาก) หลังรัฐบาลตัวเองพังพินาศ จนต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะเรื่องต้มยำกุ้ง(ขาด 17 วันครบ 1ปี)

พวกทหารยุคคสช.นี้ ไม่ยอมนับบิ๊กจิํวเป็นปรมาจารย์หรือพวกพ้องด้วย... เปรมนายเก่าก็ไม่เอา ....ร.9ปฏิเสธไม่ให้เข้าเฝ้า .....อเมริกาก็ไม่เอา(เข้าประเทศไม่ได้) .....จีนก็ไม่เอา(ลองถามดูว่าเพราะอะไร?) และร.10 ก็เฉยๆ เรื่องพยายามเสนอรัฐบาลแห่งชาติ อ้างเพราะรบ.ของคสช.ล้มเหลว บริหารไม่เป็น...จนตอนนี้ทหารคนสนิท(ทส.)ที่ติดตาม เป็นคู่คิดมานมนานคนสุดท้าย พลโทพิรัช สวามิวัสดุ์(สื่อสาร จปร.7) ก็ขาดหายไปแล้ว หลังหย่าพี่หลุยส์(พันธุ์เครือ) เมียคนที่สามคู่บุญบารมี ที่น้องๆรักและนับถือ

เจ้าของโครงการณ์"เปรซิเดี้ยม" ของกองทัพไทย คงจบลงด้วยความหนาวไปจนวันสุดท้าย? ... เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ สาธุ

Last edited by ปาปียอง (July 1, 2019 11:54 AM)

Offline

#17 July 10, 2019 4:10 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ช่วงนี้เหมือนมีนัดกันออกคลิปของคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน คนหนึ่งเป็นฝ่ายสลิ่มหัวอนุรักษ์ อีกคนเป็นหัวก้าวหน้าฝ่ายประชาธิปไตย

ฝ่ายสลิ่มคือ สุทธิชัย หยุ่น ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษ์ที่ไม่สุดขั้วเท่าใด เพราะคนนี้รู้กำพืดและความระยำของระบอบเผด็จการเจ้าดีมากคนหนึ่ง แต่อาจเพราะต้องทำมาหารับประทานและเคยถูกท่านทักษิณเล่นงานสมัยเป็นรัฐบาลสมัยแรก แกจึงรักท่านทักษิณไม่ลงและสนับสนุน ปชป.ตลอดมา  ช่วงนี้ออกคลิปสัมภาษณ์เด็กไทยอายุแค่ 17 ปี ซึ่งหลงไหลการเขียนซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ตั้งแต่อายุ 15 ปี ขณะเรียน ม.4 เทอม 1 ก็ลาออกไปทำงานที่ Silicon Valley สหรัฐอเมริกา เก่งจนถูกเชิญเป็นอาจารย์สอนคนที่อายุมากกว่าหลายปี

https://m.

ผมชอบคำพูดช่วงหนึ่งที่ฟังแล้วขนลุก ไอ้หนูแกว่า "...ไม่อยากให้คนคิดว่าเด็กเป็นอนาคตของชาติ แต่อยากให้ถือว่าเด็กเป็นปัจจุบันของชาติ...."  และว่าระบบการศึกษาไทยไม่มี push ให้เด็กที่มีความสามารถได้แสดงออกและพัฒนาตนเองตาม Mind Set สมัยใหม่ ของพวกเขา...สรุปว่าระบบการศึกษาไทยห่วยและเน้นผิดทาง....ว่างั้น

และหลายช่วงไอ้หนูพูดว่า "เด็กเป็นปัจจุบันของชาติ"  ตีความว่าสังคมควรให้เด็กรุ่นใหม่ที่ยังดื่มนมอยู่ทำงานสำคัญๆ บางอย่างที่พวกเขาสามารถทำได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ซึ่งถ้าเด็กค่อนประเทศพากันคิดแบบไอ้หนูคนนี้ ผมว่าประเทศเรามีเปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือ

ขอฝากสุทธิชัยหยุ่นบอกไอ้หนูว่าลุงๆ ทั้งหลาย OK ที่จะยอมรับว่าเด็กเป็นปัจจุบันของชาติ และช่วยมาร่วมกันทั้งประเทศเปลี่ยนระบอบการปกครองที่แสนเลวระยำนี้ให้เป็นประชาธิปไตยของประชาชนเสียที แล้วหนูไม่ต้องตะลอนไปทำงานไกลๆ มาตั้ง Silicon Valley ที่เมืองไทยกันดีกว่า หนูรู้หรือไม่ว่าที่ประเทศไทยมันห่วยไม่เจริญสักที  ระบบการศึกษาห่วยไม่มี push ต่อเด็กเก่งๆ และทำให้คนเก่งๆ ของไทยต้องออกไปทำงานที่อเมริกาและยุโรป คนเก่งๆ อย่างท่านปรีดี พนมยงค์  ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์  ดร.ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร   ดร.จรัล ดิษฐาอภิชัย  ดร.ปวิน ชัชวาลพงษ์พันธ์  ดร.สุดา รังกุพันธ์  ดร.จรรยา ยิ้มประเสริฐ ดร.สมศักดิ์เจียมธีระสกุล  ดร.จักรภพ เพ็ญแข  อ.ใจ อึ้งภากรณ์  และอีกหลายท่าน ไม่สามารถอยู่ประเทศไทยได้ก็เพราะระบอบการปกครองแบบเผด็จการที่มีเจ้าร่วมกับทหารและกลุ่มทุนผูกขาดกดขี่ขูดรีดเอารัดเอาเปรียบประชาชนทั้งประเทศจนมองไม่เห็นอนาคต ถ้าหนูรู้ปัญหาพื้นฐานข้อนี้หนูก็คงรู้ว่าความฝันของหนูที่อยากเป็นปัจจุบันของประเทศจักต้องทำสิ่งใดก่อน นั่นคือการเปลี่ยนระบอบการปกครองที่ระยำนี้เป็นลำดับแรก หลังจากนั้นหนูจะฝันอะไรก็จะได้ดังฝัน

นั่นเป็นเรื่องของคลิปฝ่ายสลิ่มหัวอนุรักษ์แต่ไปสัมภาษณ์เด็กหัวก้าวหน้า...55555....

https://m.

ต่อไปเป็นคลิปของ ดร.สุนัย จุลพงศธร  คนหัวก้าวหน้าฝ่ายประชาธิปไตย ที่ออกคลิปเล่าเรื่องป้อมฟอร์ดเดวิสและเรื่องราวของชาวอินเดียนแดงที่หัวอนุรักษ์ พัฒนาช้าเพราะยังหลงงมงายเชื่อว่ามีเทวดาเหาะเหินเดินอากาศส่งซิกแนลกันไปมาบนเมฆ ทำให้ ดร.สุนัย ถึงบางอ้อว่าประเทศไทยก็มีคนประเภทนี้เยอะแยะมากมาย อันเป็นอุปสรรคของการพัฒนาตามอุดมการณ์ประชาธิปไตย

ผมว่าคนไทยเรางมงายยิ่งกว่าอินเดียนแดงเสียอีก เพราะอินเดียนแดงยังไม่ไหว้จอมปลวก ไม่ไหว้ต้นไม้ ไม่ไหว้จิ้งจกสองหาง งูเผือก หมูห้าขา กองขี้หมา ฯลฯ และที่สำคัญไม่เคยเห็นอินเดียนแดงกราบหัวหน้าเผ่า ไม่เป็นฝุ่นใต้ตีนหัวหน้าเผ่า ดูแล้วคนไทยน่าจะอาการหนักกว่าอินเดียนแดงมากมายก่ายกอง

การหวังให้คนไทยร่วมกันโค่นล้มระบอบเผด็จการคลั่งเจ้าจึงต้องแก้ไขด้านรูปการณ์จิตสำนึกของคนไทยอย่างน้อยค่อนประเทศ  ถ้าเห็นว่าแก้ไขที่คนแก่และวัยกลางคนยาก ก็ควรแก้ที่พวก Gen Y และ Gen Me  ลงมา ถ้าทำได้จะสามารถล้มระบอบระยำนี้ได้ภายในไม่เกิน 10 ปี ชัวร์

ดังนั้น จึงควรทำแผนปฏิบัติการ (Operation Plans) ที่มีเป้าหมายพิเศษอย่างน้อยต่อสองกลุ่มเป้าหมาย คือ 1. เป้าหมายต่อประชาชนทั่วไป  2. เป้าหมายต่อเยาวชนลงมา  ใครควรทำต่อเป้าหมายใดเป็นหน้าที่ขององค์การนำปฏิวัติจัดการ. เช่น ขอ ดร.สนัย ดร.จรัล ดร.จรรยา ดร.ปวิน ฯลฯ ทำกับกลุ่มเป้าหมายทั่วไปทุก generation  ขอ อ.หวาน น้องเจส (อายุ 22 ปี) ที่ลี้ภัยอยู่มิวนิคเยอรมัน ทำกับกลุ่ม Gen Y , Z,  Me  ถ้า อ.หวานทำลำบากก็ขอย้ายมาลี้ภัยที่สหรัฐเถอะ อย่าอยู่แถวใกล้ไทยเลย ในอาเซียนแทบทุกประเทศอยู่ยากเพราะมันเป็นเผด็จการหมด ดูท่าทางเป็นประชาธิปไตยกว่าเพื่อนอยู่แค่สองประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แต่ก็เคลื่อนไหวแรง ๆ ลำบาก องค์การปฏิวัติควรหาเงินกองกลางสนับสนุนงานของตัวเองด้วย อย่าเขิน เรื่องใดจำเป็นก็บอกมวลชนและสปอนเซอร์ตรงๆ ไปเลย ทำงานตรงไปตรงมาขอเงินใครก็ไม่ต้องเคอะเขิน ดูอย่าง อาจารย์เปาโล (St.Paul)  ก็ต้องรับเงินจากคริสตจักรต่างๆ แถวแคว้นมาซีโดเนีย แคว้นเอเซีย เพื่อเดินทางประกาศความจริงของพระเยซูในตุรกี กรีก และโรม จนปัจจุบันมีคนเชื่อพระเยซูกว่าสองพันล้านคนทั่วโลก  ดร.ซุนยัดเซ็น ก็เที่ยวขอเงินไปทั่วเพื่อปฏิวัติล้มราชวงศ์แมนจู  ยัสเซอร์ อาราฟัต ที่มีภรรยาเป็นคริสเตียน ก็ขอเงินมุสลิมทั่วโลกได้นับพันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์จนสามารถตั้งรัฐปาเลสไตน์ได้ที่ฉนวนกาซาและเวสต์แบงค์ (ไทยรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการสมัยนายกยิ่งลักษณ์) ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าภาระกิจปฏิวัติมีหลายรูปแบบ บางรูปแบบต้องใช้นักปฏิวัติที่ทำงานลับแบบ full time ไม่สามารถเปิดเผยตัวทำมาหากินได้  เพราะนั้นองค์การปฏิวัติอย่าเขิน รีบหาเงินกองกลางสักพันล้านบาทหรือร้อยล้านดอลสหรัฐก็ดีไม่น้อย เอามาแจกนักปฏิวัติผู้ปฏิบัติงานทั้งหลาย เพื่อโค่นล้มเผด็จการทรราชย์ฟาสซิสต์ขายชาติที่กดขี่ข่มเหงประชาชนให้สิ้นซากโดยเร็วไว เอามาจ้างมือฉมังระดับอินเตอร์ส่งตัวสำคัญๆ ของเผด็จการลงนรกอย่างว่องด้วย

เขียนมาด้วยความรำคาญระบอบเผด็จการคลั่งเจ้าอย่างเต็มทน

Offline

#18 July 13, 2019 6:41 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ขอเล่าถึงความจำเป็นในการหาเงินกองทุนสำหรับการปฏิวัติหรือการทำงานใหญ่ว่ามีความสำคัญมากและองค์กรปฏิวัติ/ผู้นำปฏิวัติไม่ควรเขินหรือกลัวคำครหาใดๆ หากจำเป็นต้องระดมเงินสมทบจากทั่วโลก หากตั้งใจจริงบริสุทธิ์ใจจริงในการทำการใหญ่นี้ใครจะครหาอย่าลำบากใจ ขอให้ทำงานอย่างจริงจังและมีผลงานให้มวลชนเห็นอย่างชัดเจน เงินร้อยล้านพันล้านเรื่องเล็ก ท่านระดมได้แน่ๆ แต่หากท่านไม่ตั้งใจปฏิวัติจริง แต่หลอกมวลชนเพื่อหารับประทานและเลี้ยงเมียน้อยท่านจะต้องพินาศ ไม่มีทางเจริญ

ขอยกตัวอย่างการปฏิบัติงานเผยแพร่ความจริงเกี่ยวกับพระเยซูของอาจารย์เปาโล (St. Paul) ที่มีบางอย่างคล้ายกับการปฏิวัติเปลี่ยนระบอบของกะลาแลนด์ ดินแดนแห่งการกดขี่ขูดรีด

อ.เปาโล เดิมเป็นพวกต่อต้านและไล่ล่าคนที่นับถือพระเยซู (เหมือนพวกสลิ่มไทยที่ประกาศไล่ล่าแม่มดล้มเจ้าอยู่ขณะนี้) ต่อมา อ.เปาโล ตาสว่างเพราะพระเยซูซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้วมาสำแดงพระองค์ให้ อ.เปาโลเห็นจนท่านกลับใจเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าและสามารถช่วยให้คนพ้นจากบาปกรรมได้ และไม่ต้องตกนรก  ท่านจึงอุทิศตนเดินทางออกประกาศเรื่องของพระเยซูอย่างเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าสาวกและอัครสาวกเดิมของพระเยซูเสียอีก ท่านต้องเดินทางจากกรุงเยรูซาเล็ม (อิสราเอล) ไปยังดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศซีเรีย เลบานอน ตุรกี กรีก และอิตาลี หลายครั้งรวมระยะทางหลายพันกิโลเมตร คิดดูว่าสมัยนั้นไม่มีเครื่องบิน ไม่มีรถติดแอร์ ท่านต้องเดินด้วยเท้า บางช่วงผ่านทะเลทรายแสนร้อนระอุ บางครั้งลงเรือผ่านพายุและทะเลบ้า มีครั้งหนึ่งเรือโดนพายุและคลื่นสุดปั่นป่วนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จนเรือแตกต้องเกาะกระดานและไม้กำปั่นที่หัก ว่ายน้ำเข้าฝั่งเกือบเอาชีวิตไม่รอด บางช่วงเวลาท่านถูกทหารโรมันจับล่ามโซ่นำไปพิจารณาคดีที่กรุงโรม บางครั้งขณะประกาศเรื่องพระเยซูอยู่ก็ถูกผู้ที่ไม่เชื่อเอาก้อนหินปาเกือบหัวแตก นับเป็นชีวิตที่สุดหฤโหด

ระหว่างออกประกาศความจริงเกี่ยวกับพระเยซู อ.เปาโล ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากคริสตจักรต่างๆ บางครั้งเงินหมดท่านต้องทำงานหาเงินโดยการเย็บเต้นท์ขายเพื่อเอาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางประกาศเรื่องของพระเยซู พอคริสตจักรส่งเงินมาช่วยท่านก็หยุดเย็บเต้นท์ออกประกาศลูกเดียว

ผลการเดินทางออกประกาศอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของท่านและสาวกคนต่อๆ มา ในที่สุดทำให้จักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งจักรวรรดิโรมันอันเกรียงไกรต้องยอมคุกเข่าให้พระเยซู และด้วยอำนาจของกรุงโรมได้ทำให้คริสตจักรขยายตัวไปทั่วยุโรป จนปัจจุบันมีผู้เชื่อทั่วโลกกว่าสองพันล้านคน

ผมยกตัวอย่าง อ.เปาโล มาเพื่อให้ท่านทั้งหลายตระหนักถึงความมานะบากบั่น กล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการปฏิวัติ ส่วนองค์การนำและผู้นำก็อย่าเขินที่จะบอกต่อมวลชนว่าจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการปฏิบัติงาน งานปฏิวัติไม่ใช่มีแต่เรื่องการจัดรายการทางยูทูป เฟสบุ๊ค เว๊ปไซด์ หรือการชุมนุมประท้วงเท่านั้น แต่ยังมีภาระกิจอื่นๆ ทั้งโดยเปิดเผยและโดยลับอีกมากมาย จำเป็นต้องใช้เงินอย่างปฏิเสธไม่ได้ จำเป็นต้องมีกองทุนปฏิวัติ ซึ่งคนที่จะพูดเรื่องนี้ได้อย่างไม่อายปากก็พอมีอยู่หลายท่านที่เมื่อพูดแล้วมวลชนไว้เนื้อเชื่อใจว่าจะไม่เอาเงินไปเที่ยวคลับบาร์ เที่ยวผู้หญิิง เลี้ยงเมียน้อย

ตัดสินใจเถอะครับท่าน ช้าอยู่ใย ก้าวพ้นความกลัวเถอะ ท่านได้แต่ต่อว่าประชาชนกลัวลูกปืนและคุกของเผด็จการ แต่ท่านเองก็กลัวที่จะเปิดตัวชนเผด็จการแบบเต็มสูบใช่ไหมล่ะ ท่านยังสู้ไปอวยไปอยู่ใช่ไหมล่ะ  ถ้าเป็นแบบนี้ไม่มีทางปฏิวัติสำเร็จ ท่านไม่มีวันพบความสำเร็จ

Offline

#19 July 14, 2019 11:05 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,708

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและครอบคร้วและทีมงานกำลังเยือนยุโรป พบผู้นำของสภายูโร และจะข้ามไปอเมริกาพบผู้นำสำคัญทั้งสองสภาหรือปธน.ทรั้์มก็ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เป็นความเคลื่อนไหวของการเมืองไทยทีสำคัญมาก อาจไม่มีปฏิญญาฟินแลนด์ หรือปฏิญญาแห่งปารีส หรือปฏิญญาใดๆ แต่โลกกำลังจ้องมองอย่างเขม็ง และคงมีอะไรเกิดขึ้นตามมา จนรบ.ทหารต้องค้อนและออกมาต่อว่าอย่างใจแคบ ว่าเป็นการทำลายประเทศ(คือพวกมัน) เหมือนแบบเดิมๆที่สำคัญผิดว่า ตัวเองเป็นเจ้าของประเทศกลุ่มเดียว

พวกยุโรปรวมตัวกับฝรั่งเศสเกิดเข้มแข็งและมีกำลังใจที่เพิ่งได้วัฒน์ วรรลยางกูรมาหนุนแรง
เราได้แต่คิดถึงพี่น้องเราที่สุดสำคัญ ที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด....อ.หวาน และวงไฟเย็น และอีกหลายท่านทั้งภายในประเทศ จะฟันฝ่าออกมาสร้างความเป็นปึกแผ่น
มาสร้างปฏิญญาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง แบบอเมริกาต้นแบบของการปฏิวัติได้หรือไม่? 

เราต้องมีการเลือกตั้งผู้นำ โดยการลงมติจากพวกเราเองให้ได้ในที่สุด ...... เราขอภาวนาให้พวกเขาปลอดภัยรอดพ้นคืนมา

Last edited by ปาปียอง (July 15, 2019 10:01 AM)

Offline

#20 July 20, 2019 5:44 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 310

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

การลุกขึ้นโค่นล้มเผด็จการขายขาติฟาสซิสต์ทรราชย์ (สารพัดระยำที่เขียนแปดหน้าก็ไม่จบ) มันยากใช่ไหมพี่น้อง

-- กลัวโดนลูกปืนเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ก็ไม่น่ากลัวหากพร้อมใจกันออกมาเป็นแสนเป็นล้านในคราวเดียวกัน

-- กลัวหมาคาบไปแดก--นี่น่าจะเป็นเหตุผลในจิตใต้สำนึก ที่ภาษาทางจิตวิทยาเรียกว่า Unconscious ซึ่ง ซิกมันด์ ฟรอยด์ ปรมาจารย์นักจิตวิทยาผู้โด่งดังกล่าวว่าจิตไต้สำนึกเปรียบเหมือนส่วนของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำที่มีถึง 10 ใน 11 ส่วน มองไม่เห็น เข้าใจยาก แต่มีอิทธิพลต่อมนุษย์มากที่สุด (ส่วนจิตสำนึกหรือ conscious เปรียบเหมือนส่วนบนของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำที่มีเพียง 1 ใน 11 ส่วน)

ความกลัวหมาคาบไปแดก ทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายที่จะออกมาขับไล่เผด็จการมันเป็นความกลัวอย่างลึก ๆ ที่ฝังอยู่ภายในจิตใต้สำนึกของประชาชนที่รู้แจ้งเห็นจริงแต่ไม่ค่อยยอมพูดกันว่า ไล่เผด็จการไปแล้ว นักการเมืองแก๊งเดิม ๆ ที่เหี้ยไม่แพ้เผด็จการก็จะเข้ามาหาแดกกับอำนาจและงบประมาณแผ่นดินอีก เพราะอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าพรรคไหนเป็นรัฐบาลต่างก็หาแดกกันทั้งสิ้น อย่ามาพูดเลยว่านักการเมืองแดกแล้วตรวจสอบได้  บอกตรง ๆ ว่าขี้เกียจเห็นการตรวจสอบที่มีการวิ่งเต้นช่วยเหลือกัน แดกก็คือแดก มันก็คือเหี้ยเหมือนกัน กูจะสู้หาหอกเพื่อพวกเหี้ยไปหาแดกหรือ กูประชาชนได้อะไร พูดไปก็หาว่าประชาชนคิดแบบนี้ไม่ถูกเพราะอย่างน้อยนักการเมืองก็มาจากเลือกตั้ง....บอกตรง ๆ ว่าเบื่อเหตุผลนี้

เมื่อพูดกันตรง ๆ แล้ว ประชาชนควรออกมาตะโกนพร้อมกันให้ก้องแผ่นดินว่า เมื่อโค่นเผด็จการแล้วจะล้างแผ่นดินนี้ด้วยการเลือกนักการเมืองหน้าใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติเสียเป็นอย่างน้อย ไอ้พวกหน้าเก่า ๆ ที่กำลังแสดงความเหี้ยไม่เว้นแต่ละวันนี้เราจะไม่เลือกแม่งเข้ามาอีก เว้นแต่มันสำนึกตัวได้และเข้าร่วมขบวนการประขาชนในการโค่นล้มเผด็จการอย่างแข็งขันเด็ดเดี่ยว ไม่กลัวคุกไม่กลัวตาย

ส่วนประชาชนจะก่อการอย่างไรให้ "จุดติด" ไฟปฏิวัติโค่นเผด็จการขายชาติฟาสซิสต์ลงได้อย่างราบคาบ อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ได้เชิญชวนผู้อยากก่อการติดต่อหลังไมค์กับท่านได้ เพราะบอกหน้าไมค์เดี๋ยวเผด็จการรู้มันจะเอาไปทำเสียก่อน แต่ผมว่าป่านนี้สมุนเผด็จการมันแกล้งปลอมตัวเป็นฝ่ายเราติดต่อหลังไมค์ถามท่านไปหมดพุงแล้ว พวกเราไม่ทันแดกมันหรอก อาจารย์ไว้ใจใครที่ดูท่าทางเป็นฝ่ายเราจริง เกลียดเผด็จการ และสู้จริง ก็โทรคุยแนะนำเขาโดยตรงเลย น่าจะเวอร์คกว่า

https://m.

วันหลังผมจะเล่าให้ฟังเสริมของ อ.ชูพงศ์ ว่าอะไรที่น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนลุกขึ้นสู้ หรือจุดไฟปฏิวัติ โดยจะยกตัวอย่างการสร้างแรงบันดาลใจสักสองกรณีตัวอย่างให้พิจารณากัน

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.