iFreeThai

#21 July 23, 2019 8:36 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ก่อนปี ค.ศ.1988 การแข่งขันวิ่งมาราธอนที่นิวยอร์คซบเซา กระทั่งเมษายน ปี 1988 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่เป็นหญิงพิการคนหนึ่งเข้าแข่งขันประเภท Full Marathon ระยะทาง 42.195 ก.ม. เธอเข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้ายในเช้าวันต่อมาท่ามกลางสื่อมวลชนมาทำข่าวอย่างครึกโครม สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากมายออกมาวิ่งมาราธอนของมหานครนิวยอร์คในปีถัดมา

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวคือ Zoe Koplowitz อายุ 25 ปี ที่ป่วยด้วยโรค Multiple Scherosis ซึ่งเป็นโรคที่ทำลายระบบประสาทส่วนกลางทำให้แขนขาพิการ เธอต้องใช้ไม้เท้าค้ำรักแร้เดินกระเผลกตลอดระยะทาง 42.195 ก.ม. ใช้เวลาเดินถึง 21 ชั่วโมง 35 นาที จึงเข้าเส้นชัยในเช้าวันรุ่งขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาขึงเชือกที่เส้นชัยให้เธอท่ามกลางการมาทำข่าวของสื่อมวลชนจำนวนมาก โดย Grete Waitz แชมเปี้ยนหญิงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเมื่อวานนี้ได้นำเหรียญชนะเลิศของเธอมามอบให้ Koplowitz ทั้งสองกอดกันให้ช่างภาพถ่ายรูปทำข่าวอย่างยิ่งใหญ่

การเข้าร่วมแข่งขันของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกมาวิ่งมาราธอนอย่างมากมายในปีถัดมา ปลุกกระแสการวิ่งมาราธอนของนครนิวยอร์คให้กลับมาบูมอีกครั้งหนึ่ง


การปฏิวัติของประชาชนไทยก็อาจเป็นเช่นเดียวกัน หากมีคนเข้าร่วมน้อยก็จะซบเซาเงียบเหงาและไม่สามารถเอาชนะเผด็จการขายชาติได้ แต่หากมีคนกล้าจำนวนหนึ่งออกมาสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนในเวลาที่เหมาะสม ก็จะสามารถทำให้ประชาชนจำนวนมากพอร่วมกันลุกขึ้นสู้และโค่นล้มเผด็จการขายชาติฟาสซิสต์ทรราชย์ชาติชั่วทาสรับใช้ศักดินาขุนศึกและนายทุนผูกขาดซึ่งเป็นชนชั้นกดขี่นี้ลงได้ในที่สุด


การล้มรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ในปี พ.ศ.2535  แม้ว่าจะมีเบื้องหลังสุดล้ำลึกเพียงใดก็ตาม อาจถือได้ว่ามีคนหนึ่งที่เริ่มจุดชนวนการขับไล่ พล.อ.สุจินดา คือ เรืออากาศตรีฉลาด วรฉัตร ที่ได้เริ่มอดข้าวประท้วงที่หน้ารัฐสภาและเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2535 ร.ต.ฉลาด ถือเป็นหนึ่งในผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ลุกโชนขึ้นในมวลชนผู้รักประชาธิปไตย แม้การอดอาหารต่อเนื่องกันถึง 7 วันของท่าน ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล แต่ก็นับว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงบุคคลแรกที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลขณะนั้นอย่างเปิดเผย

เมื่อ ร.ต.ฉลาด อ่อนเพลียจนช๊อคและถูกนำส่งโรงพยาบาล ทำให้ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ออกมาอดอาหารต่อ เหตุการณ์บานปลายนำไปสู่การประท้วง การเดินขบวน และการชุมนุมในสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ ทำให้รัฐบาล พล.อ.สุจินดาใช้คำสั่งสลายการชุมนุม เกิดการปะทะขึ้น มีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ในเวลาต่อมาพระเจ้าอยู่หัวสั่งให้ พล.อ.สุจินดา และพล.ต.จำลอง เข้าเฝ้า ให้เลิกทะเลาะกันแล้ว พล.อ.สุจินดาก็ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ


ตัวอย่างการสร้างแรงบันดาลใจทั้งกรณีการเข้าร่วมวิ่งมาราธอนของ Zoe Koplowitz และการอดอาหารประท้วง พล.อ.สุจินดา ของ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร เป็นการจุดชนวนให้คนจำนวนมากที่เฉื่อยชา เกิดแรงบันดาลใจเข้าร่วมสร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้

เราจึงหวังว่าอีกไม่นานจะมีสถานการณ์ที่ทำให้ผู้กล้าจำนวนหนึ่งออกมาจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้มวลชนผู้รักประชาธิปไตยและเกลียดชังระบอบเผด็จการขายชาติฟาสซิสต์ ลุกขึ้นมาอย่างมืดฟ้ามัวดินเพื่อโค่นล้มเผด็จการแล้วสถาปนาระบอบประชาธิปไตยของประชาชนได้ในที่สุด


เผด็จการจงพินาศ ประชาชนจงเจริญ

Offline

#22 July 26, 2019 3:01 AM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ขอสนับสนุนการต่อสู้ของประชาชนด้วยครับ

อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ได้เสนอหลักการประชาธิปไตย 5 ข้อ ว่าการปฏิวัติเปลี่ยนระบอบเป็นประชาธิปไตยต้องให้ได้ตามหลักการ 5 ข้อ คือ หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หลักเสรีภาพบริบูรณ์ หลักความเสมอภาค หลักการปกครองด้วยกฎหมาย และหลักรัฐบาลและรัฐสภามาจากการเลือกตั้ง

ต่อมามีนักวิชาการที่ใช้นามว่า "ไททุด" ซึ่งน่าจะกำลังศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการต่อสู้ของนักสู้ลี้ภัย ได้วิจารณ์ว่าหลักการ 5 ข้อนี้ เก่าแก่มากแล้ว พูดกันมา 40 ปีแล้ว ปัจจุบันมีหลักการใหม่ ๆ ของระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งหมายความว่าหากอาจารย์ออกข้อสอบถามว่าหลักการประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ถ้าอยากได้คะแนนเยอะ ๆ ก็ต้องตอบแบบใหม่ ถ้าตอบแค่ห้าข้อ จะได้คะแนนน้อย โดยไททุดได้ยกตัวอย่างว่าแบบใหม่มีเพิ่มอะไรบ้าง แต่ท่านพูดไม่ละเอียด แม้กระนั้นไททุดก็ได้จุดประกายให้รู้อย่างหนึ่งว่าการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามากขึ้น มีแนวคิดและทฤษฎีเพิ่มขึ้นพอสมควร ใครที่เรียนมาเมื่อสิบปีที่แล้วขึ้นไปก็ควรอัปเดทด้านทฤษฎีหรือชุดของคำอธิบายเพื่อจะได้นำมาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ วิจารณ์ อธิบาย อภิปรายเสนอแนะ และการพยากรณ์การเมืองการปกครองได้ดีขึ้น ผมจึงไปเสาะหาบทความของนักวิชาการรัฐศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้  จึงได้พบบทความเรื่อง "การเดินทางของประชาธิปไตย" ของ ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง   ซึ่งอดีตเคยสอนที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันเผด็จการคงบีบผ่านสภามหาวิทยาลัย มช. ทำให้ท่านต้องระเห็ดไปสอนที่มหาวิทยาลัยของรัฐวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา (น่าจะเป็น Georgetown University ที่ท่านเคยเรียนปริญญาโทที่นี่) เป็นที่น่าเสียดายและน่าเศร้าใจต่อ มช.แดนสนธยา ที่ต้องเสียอาจารย์ชั้นยอดให้อเมริกาไปแล้ว

ศ.ดร.ธเนศวร์ แบ่งหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยสำหรับสังคมไทยออกเป็น 3 หมวด และมีหลักการสำคัญรวมทั้งหมด 20 ข้อ โดยย่อ ๆ ดังนี้

หมวดที่ 1 ว่าด้วยอำนาจและการปกครอง มี 5 ข้อ คือ

1. หลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน (People's Sovereignty)
2. หลักการสิทธิมนุษยชน (Human Rights)
3. หลักการสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน (Political Rights and Freedom)
4. หลักการความเสมอภาคทางการเมือง (Political Equality)
5. หลักการความเป็นอิสระของท้องถิ่นและภูมิภาค (Local Autonomy)

หมวดที่ 2 ว่าด้วยคุณสมบัติของประชาชนและผู้นำ มี 4 ข้อ คือ

6. หลักการพลเมืองเข้มแข็ง (Strong Citizens)
7. หลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพของตัวเองและของผู้อื่น (Respect for the Rights and Freedom of Oneself and Others)
8. หลักการวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตย (Democratic Political Culture)
9. หลักการการนำที่มีคุณภาพ (Quality Leadership)

หมวดที่ 3 ว่าด้วยกลไกการบริหาร มี 11 ข้อ คือ

10. หลักการระบบนิติรัฐ (the Rule of Law)
11. หลักการการเคารพเสียงข้างมาก (Majority Rule) ซึ่งเกิดจากการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม (Free and Fair Elections)
12. หลักการความต่อเนื่องหรือเสถียรภาพของสถาบันการเมืองการปกครอง (Continuity of Democratic Institutions) ไม่มีการแทรกแซงจากปัจจัยนอกระบบและไม่มีการรัฐประหาร
13. หลักการการควบคุมกองทัพโดยสถาบันการเมืองการปกครอง (Civilian Control of the Military)
14. หลักการสร้างกลไกภาระความรับผิดชอบของสถาบันการเมืองการปกครอง (Accountability of the Institutions)
15. หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers)
16. หลักการถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balance)
17. หลักการการกระจายอำนาจในการบริหาร (Administrative Decentralization)
18. หลักการการพิจารณาความตามกฎหมาย (Due Process of Law)
19. หลักการความโปร่งใส (Transparency)
20. หลักการสื่อเสรี, เสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น (Free Media, Freedom of Information and Expression)


ในบทความ อาจารย์บอกอีกว่า ปัจจุบันประชาธิปไตยไทยถูกบิดเบือนทั้งหลักการและวิธีการมากขึ้น ๆ และมีการรัฐประหารบ่อยครั้ง ทำให้ระบอบการเมืองการปกครองตกอยู่ในภาวะล้าหลัง สับสน หลอกลวง และนับวันสร้างความแตกแยก และขัดแย้งในสังคมมากขึ้น ๆ

ท่านว่าระบอบประชาธิปไตยจะได้มาต้องต่อสู้ ไม่มีผู้ปกครองเผด็จการประเทศใดจะมอบระบอบประชาธิปไตยให้ประชาชนด้วยความเต็มใจ ซึ่งเท่าที่ท่านสำรวจการเกิดขึ้นและการพัฒนาของประชาธิปไตยในประเทศที่พัฒนาแล้ว พบรูปแบบการพัฒนาอย่างน้อย 5 รูปแบบ คือ

1. รูปแบบวิวัฒนาการ (Evolution Model) แบบอังกฤษ
2. รูปแบบการปฏิวัติของอเมริกัน (American Revolution Model)
3. รูปแบบการปฏิวัติของฝรั่งเศส (French Revolution Model)
4. รูปแบบการสถาปนาระบอบประชาธิปไตย (Creation of Democratic Regime Model) ของเยอรมนี และญี่ปุ่น หลังแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง
5. รูปแบบการสถาปนาเผด็จการทหารและถูกพลังประชาธิปไตยขับไล่ (Creation of Military Dictatorship Model or Bottom-up Struggle Model) เช่น ที่ประเทศเกาหลีใต้ (และอาจเป็นที่ไทยด้วย)

การต่อสู้และการได้มาซึ่งประชาธิปไตยของทั้งห้ารูปแบบนี้ล้วนแต่ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน และต้องสูญเสียเลือดเนื้อ ทรัพย์สิน และชีวืต สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่มุ่งมั่นกล้าต่อสู้อย่างองอาจกล้าหาญ ไม่กลัวการเสียสละ ไม่กลัวตาย

ไม่มีระบอบประชาธิปไตยในประเทศใดที่ได้มาโดยไม่มีการต่อสู้ขัดแย้งกัน ไม่มีผู้ปกครองประเทศใดมอบให้แก่ประชาชนด้วยความเต็มใจ มีแต่ประชาชนต้องต่อสู้เรียกร้อง ต้องลุกขึ้นทวงเอาหลาย ๆ ครั้ง ถ้าไม่ต่อสู้ ประชาธิปไตยจะไม่มีวันเกิดขึ้น

บทความยาว 50 หน้า ใครอยากอ่านโดยละเอียด ติดต่อหาซื้อหนังสือ ชุดความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย ของสถาบันล้านนาประชาธิปไตย "การเดินทางของประชาธิปไตย"

Last edited by Mikael (July 26, 2019 3:05 AM)

Offline

#23 July 31, 2019 12:19 AM

Mikael
Member
Registered: February 27, 2016
Posts: 187

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ช่วงนี้ผมสนใจแต่เรื่องของความคิดที่จะโค่นล้มเผด็จการทรราชฟาสซิสต์ขายชาติ (ขอยืมคำของ จขกท.) เรื่องอื่นเป็นเรื่องปลีกย่อยที่มีคนกล่าวถึงมากแล้วจึงไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่จะขอใช้พื้นที่ในการนำเสนอแนวคิดหรือความคิดของนักสู้ ปัญญาชน และปัญญาชนปฏิวัติ เพื่อให้ท่านทั้งหลายที่กำลังคิดการใหญ่ล้มระบอบเผด็จการนำไปเป็นข้อสังเกต นำไปคิดต่อยอด นำไปเสริมสร้างและพัฒนาสถานการณ์ปฏิวัติปลดโซ่ตรวนจากเผด็จการทรราชฟาสซิสต์ขายชาติต่อไป

วันนี้ขอเสนอคลิป พร้อมบทถอดความโดยย่อ

https://m.

"มติชน" สัมภาษณ์ ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 27 ก.ค. 2562

ขอแนะนำองค์กรนำปฏิวัติและผู้ที่คิดจะปฏิวัติลากคอแก๊งเผด็จการศักดินาขุนศึกและทุนผูกขาดฟังคลิปนี้อย่างตั้งใจเผื่อจะได้คิดออกว่าควรจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ปฏิวัติสุกงอม (อัตวิสัยพร้อม,ภาวะวิสัยพร้อม) ในประเด็นเงื่อนไขที่อาจพัฒนาหรือเร่งความเข้มข้นขึ้น เช่น

- พปชร.เป็นพรรคเฉพาะกิจที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องการใช้งานในระยะนี้ แต่จะอยู่ได้ไม่เกินปี รัฐบาลและ พปชร.จะอยู่ไม่ได้ จึงต้องมองดูการปรับตัวของ ปชป.ที่ฝ่ายอนุระกษ์นิยมเคยใช้เป็นพรรคหลักว่าจะปรับตัวอย่างไร เท่าที่ดูผู้นำพรรคมีความเป็นนักการเมืองมากกว่าเป็นปัญญาชนนักการเมือง (ยังมองไม่เห็นปัญญาชนนักการเมืองใน ปชป.)

- หวังว่าผู้ประกอบการจะสร้างอุดมการณ์เสรีนิยมชุดหนึ่งขึ้นมา โดยต้องแสวงหาปัญญาชนเสรีนิยมให้ได้ก่อน (ปัจจุบันมีแต่ปัญญาชนฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ไม่มีปัญญาชนเสรีนิยมที่สามารถเสนอทางเลือกแนวเสรีนิยมที่โดดเด่น)

- เดิมภาคใต้ไม่ใช่ฐานของ ปชป. แต่พอ พล.อ.เปรม เป็นนายกฯ ได้มีการสร้างภาพให้ ปชป.เป็นพรรคของคนใต้ เมื่อเปรมตายไปภาคใต้จะเปลี่ยน และทำนองเดียวกันเชียงใหม่ก็จะเปลี่ยนด้วย ดังนั้น พรรคเพื่อไทยต้องปรับตัว ควรยุบพรรค และสร้างพรรคใหม่ Brandใหม่ คิดใหม่ ไม่งั้นจะสู้พรรคแนวใหม่ๆ ที่อาจตั้งโดยกลุ่มทุนใหม่ที่มองเห็นความเป็นไปได้แบบที่พรรคอนาคตใหม่ทำสำเร็จมาแล้ว

- นักศึกษาเริ่มกบฎต่อระบบทั้งหลาย เช่น การรับน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ลดลงอย่างมากและไม่เข้มข้น (ยกเว้นสถาบันเทคโนโลยี) (และเช่นกรณีคัดค้านการหมอบกราบของเด็กรุ่นใหม่จุฬา--ผู้ถอดความ)

- จากการถามนักศึกษาในชั้นเรียนขนาดใหญ่ที่นักศึกษาเข้าเรียนกว่าร้อยคนด้วยคำถามเกี่ยวกับปัญหาความยากจน พบว่านักศึกษา 15% อธิบายว่าคนยากจนเพราะถูกโครงสร้างกระทำ ดังนั้นจึงหวังว่านักศึกษากลุ่มนี้จะเป็นความหวังในการเปลี่ยนแปลง หากเขา pack กันเป็นกลุ่มและทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม

- เชื่อว่าถ้ามีประเด็นแหลมคม หรือประเด็นที่กระแทกใจจริง ๆ เกิดขึ้น คนกลุ่มนี้จะออกมา แม้ปัจจุบันจะถูกกล่าวหาว่าเป็นเกรียนคีย์บอร์ด

- มองว่าความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ อ่อนด้อยและเป็นแบบอนุรักษ์นิยมมากไป

- มองพรรคอนาคตใหม่ว่าใช้กรอบความคิดของ สส.ชำนาญ จันทร์เรือง ในการกระจายอำนาจ ซึ่งไม่เพียงพอ มันต้องพูดถึงคนหลากหลายของแต่ละพื้นที่มากขึ้น อนค.เข้าใจเมืองมากกว่าชนบทจริงๆ

- คนที่นิยมซ้ายในอดีต ครึ่งหนึ่งกลายเป็นพวกอนุรักษ์นิยม เพราะระบบเศรษฐกิจทำให้เขาต้องอยู่กับมันและกลายเป็นอนุรักษ์นิยม

- ต่อไปการเติบโตของอาชีพอิสระหลากหลายสมัยใหม่ จะทำให้คนพวกนี้เป็นกบฎตลอดชีวิต เพราะเขารู้สึกว่าตัวเขาเองเป็นผู้สร้างผู้ทำ เขาไม่ต้องอยู่ในระบบบริษัท จึงมีอิสระมาก

- การฆ่าหมู่แบบปี 2553 อาจเกิดยาก แต่จะกระทำเป็นรายๆ ไป เช่น ทำร้ายจ่านิว เป็นต้น (และกรณีอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยที่ลาวเป็นต้น--ผู้ถอดความ)

- สื่อมวลชนแบบ นสพ.ดาวสยาม จะไม่สามารภมีอิทธิพลต่อคนในสังคมเหมือนอดีต เพราะมีสื่อหลากหลาย

- สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย คือชนชั้นนำจะแยกตัวปัญหาหรือคนที่ถูกมองว่าเป็นภาระออกไป ดังนัันความขัดแย้งของชนชั้นนำจะนำสู่การคลี่คลายบางอย่าง

- มองว่ารัฐบาลนี้เป็นเผด็จการกระจอก เหยียบประชาชนได้ไม่เต็มตีน เพราะเผด็จการไม่เป็นเอกภาพ ยังมีการขัดแย้งกันอยู่


ฟังคลิปนี้แล้วเริ่มมีความหวัง โดยเฉพาะตัวเลขนักศึกษา 15% รู้ว่าโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของระบอบเผด็จการทรราชฟาสซิสต์ขายชาติเป็นผู้กระทำให้คนยากจน ชื่นใจนักศึกษา มช.จริง ๆ และอาจารย์บอกว่าถ้ามีประเด็นแหลมคม หรือประเด็นที่กระแทกใจจริง ๆ เกิดขึ้น คนกลุ่มนี้จะออกมา....คำว่า "ประเด็นแหลมคม หรือประเด็นที่กระแทกใจ" ตรงกับคำว่า "Shock Factors" ของ รศ.ดร.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล เป๊ะ นี่แหละคือจุดจบของเผด็จการที่พวกเรารอคอย

Offline

#24 July 31, 2019 9:59 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ขอบคุณ Mikael ที่สรรหาความคิดดี ๆ มาเสนอและท้าทายให้คิดต่อในแง่มุมใหม่ ๆ ให้หลุดจากความจำเจ

ระยะหลังดูเหมือนว่าความคิดของฝ่ายประชาชนที่มุ่งโค่นล้มเผด็จการมีความเฉียบคมขึ้น ขอยกตัวอย่างคลิปสั้น ๆ ของคุณโรสลอนดอนอันนี้ก็ถือว่าแหลมคมมาก
https://m.

คลิป คุณสตรอง ก็ชี้ให้เห็นรากเหง้าของปัญหาการกดขี่ขูดรีดเอารัดเอาเปรียบอย่างรุนแรงที่ศักดินา กลุ่มทุนผูกขาด และทหาร ทำกับคนไทยทั้งชาติ นับว่าคุณสตรองคมไม่น้อยกว่าลุงสนามหลวง คาดว่าอีกไม่นานจะทดแทนลุงสนามหลวงที่หายไปจากวงการใต้ดิน
https://m.

คลิปของ นิค เรแกน ก็เผ็ดร้อน และเร่งไฟปฏิวัติได้ไม่น้อย
https://m.

ส่วนคลิปของอีกหลายท่านที่ล้วนเป็นการช่วยบ่มเพาะเชื้อไฟปฏิวัติ  หาฟังได้จากกระทู้ของ USA. th

Offline

#25 August 27, 2019 1:32 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

เป็นข่าวดีของคนไทยผู้ถูกกดขี่ขูดรีดเอารัดเอาเปรียบ เมื่อปรมาจารย์สุกิจ เอนกทรัพย์สันติ ออกมาพูดถึงแนวทางการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ (ทฤษฎีปฏิวัติ)

ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ขายชาติจะต้องพังพินาศในเร็ววันเป็นแน่ เพราะมีองค์การปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังโตวันโตคืนมีสมาชิกทั่วโลกอีกองค์การหนึ่ง คือ นสสท. (แนวร่วมสหพันธ์สาธารณรัฐไทย) นำโดยอุดมการณ์อันสูงส่งที่พัฒนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดโดย ปรมาจารย์สุกิจ เอนกทรัพย์สันติ ผู้เป็นเอกอัครมหาปรมาจารย์ที่หาผู้ใดเทียบเทียมมิได้ ท่านไม่เอาใครทั้งนั้นไม่ว่าท่านทักษิณ ประยุทธ์ ชวน กษัตริย์ หรือธนาธร นับว่าเป็นทฤษฎีปฏิวัติเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่มีความชัดเจน เห็นภาพเลยว่าแต่ละฝ่ายมีหน้าที่อย่างไร จะทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด ทำชนะแล้วจะจัดการประเทศอย่างไร ใครคิดเห็นอย่างไรไปเขียนใต้คลิปของปรมาจารย์ได้  รับฟังจากนาทีที่ 1.09 เป็นต้นไป https://m.

Offline

#26 September 9, 2019 5:18 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

สุกิจมีข้อน่ายกย่องอย่างหนึ่งคือกล้าคิดกล้าพูด แต่ขออย่างอย่าด่าพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) มากเกินไป เพราะในทางยุทธวิธี พท. และ อนค. เป็นแนวร่วมการต่อสู้ในสภาในทางเปิด เพื่อก่อกวนฝ่ายตรงข้าม(ฝ่ายเผด็จการ) ไม่ให้อยู่ในอำนาจแบบสบาย ๆ

ส่วน พท.ก็ควรจะรู้ว่ามวลชนที่รัก พท.ส่วนหนึ่งมีแนวคิดปฏิเสธระบอบเจ้า พท.ไม่ด่าเจ้าไม่ล้มเจ้าไม่มีใครว่า แต่ขอร้องอย่าอวยอย่าเลียเจ้า ฟังแล้วคลื่นใส้ นอกจากฝ่ายไม่เอาระบอบเจ้าจะคลื่นใส้แล้ว ฝ่ายเจ้าเองก็คลื่นใส้เหมือนกันที่เห็นคน พท.อวยเจ้า พวกเขาไม่เชื่อท่านอยู่แล้ว อย่าเสียเวลาเลย

มาพูดถึงสุกิจ มองอย่างกลาง ๆ ถือว่าเป็นคนทำการบ้านในการจัดรายการดีมากคนหนึ่ง ส่วนเนื้อหาดีหรือไม่ดีเป็นเรื่องที่เราสามารถถกเถียง สนับสนุน โต้แย้ง หรือคัดค้านได้ แต่ยอมรับว่าช่วงนี้เสนองานความคิดที่กล้านำเสนอในขณะที่คนที่ออกมาด่าคุณสุกิจหลายคนไม่กล้าเสนอแนวคิดที่ชัดเจน ใครเห็นว่าคุณสุกิจบ้า เพ้อฝัน เพ้อเจ้อ เป็น กอ.รมน. ฯลฯ ท่านก็ควรเสนอชุดความคิดหรือทฤษฎีของท่านออกมาอย่างที่คุณสุกิจเสนอนี้ จะเป็นการสร้างสรรมากกว่า

ขอตำหนิคุณสุกิจเรื่องเดียวคือช่วยเบา ๆ ในการวิพากษ์พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ ท่านทักษิณ คุณธนาธร และพวกเรากันเองอีกหลายคนลงหน่อย เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวที่ท่านจะหามวลชนสนับสนุนยาก เนื่องจาก พท. อนค. ท่านทักษิณ ธนาธร ยังคงสถานะการเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับระบอบเผด็จการอยู่ ถ้าท่านทำลายสัญลักษณ์เหล่านี้ท่านก็ควรหาสิ่งอื่นที่มีพลังพอที่จะเป็นธงนำการต่อสู้ในประเทศไทยให้ได้ก่อน เพราะถ้าพูดด่าเขาเสียหายปานนี้ท่านจะขยายมวลชนไม่ได้เลย ท่านจะมีเฉพาะผู้ฟังที่ได้แต่ฟังแล้วก็หลับ ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ในขณะที่ฝ่ายเจ้าซึ่งมีหน่วยราชการแทบทุกหน่วย ที่เป็นหลักเช่น ทหาร และฝ่ายปกครอง (อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.  เทศบาล) กำลังทำงานมวลชนอย่างเข้มแข็ง มีการออกประชุม อบรม สัมมนา ตั้งกลุ่มพลังมวลชน เช่น จิตอาสา ฯลฯ หน่วยทหารมียานพาหนะก็เอาออกบริการรับส่งประชาชน นักเรียน นักศึกษาไปทำกิจกรรมนอกสถานศึกษา เป็นที่พอใจของชาวบ้าน ครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษามากมาย คุณสุกิจอยู่อเมริกาไม่รู้หรอก

เรื่องงานมวลชน พวกเราทำงานยากอยู่แล้ว ทำเปิดเผยก็ถูกติดตามและหาเรื่องจับ ทำลับ ๆ ก็ช้า ยังดันมามีปัญหาผู้ใหญ่ทะเลาะกันอีก การสนับสนุนก็ไม่มี คนทำงานทำด้วยอุดมการณ์ ควักกระเป๋าเป็นมัน ดันมาด่ากันไม่เว้นวัน ช่วยเบา ๆ กันหน่อยได้ไหมครับ

Offline

#27 September 10, 2019 5:57 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

มีฝ่ายเราบางคน เช่น อ.ชูพงศ์ วานซืน (9 ก.ย. 62) ออกคลิปมีช่วงหนึ่งเรียกร้องให้เจ็ดพรรคฝ่ายค้านกล้าๆหน่อย นำประชาชนโค่นเผด็จการนอกสภาไปเลย อย่ามัวแต่เปิดอภิปรายในสภาอย่างเดียว พรรคไหนไม่กล้านำประชาชนสู้นอกสภาถือว่าเป็นพรรคตอแหลและพาประชาชนหลงทาง พรรคการเมืองทั้งเจ็ดควรร่วมกับประชาชนโค่นล้มรัฐบาลแล้วเอาอำนาจมาเป็นของประชาชนให้ได้ (แค่นี้ก็รู้ว่าหมายถึงอะไร ยุอีกนะท่าน แบบนี้ชอบ ๆ) ตามคลิปนี้ ชั่วโมงที่ 1:40:00 เป็นต้นไป

https://m.

เป็นท่าทีที่ชัดเจนขึ้นของ อ.ชูพงศ์ ที่เริ่มมองเห็นว่านักการเมืองท่าทางจะ enjoy กับการทำงานการเมืองในสภาแบบประนีประนอมกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทั้งสองฝ่ายคงไม่อยากให้สภาของเขาต้องมีอันสิ้นสุดและทำให้พวกเขาไร้ตำแหน่งแห่งที่ทางการเมือง

ส่วนการต่อสู้นอกสภาและการร่วมนำมวลชนออกสู้บนถนนนั้น เท่าที่ดูเห็นมีพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ออกมาส่งสัญญานให้ประชาชนออกมาช่วยเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ อย่าปล่อยให้ สส.เรียกร้องเพียงฝ่ายเดัยว นี่ก็มีเหตุผลเพราะจะได้ช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อเผด็จการให้ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น

ยุทธวิธีนี้ผมว่าดีเหมือนกันนะ เพราะการเติบโตของขบวนการประชาชนต้องเริ่มจากข้อเรียกร้องสักอย่างสองอย่างที่ดูเหมือนสำคัญมากก่อน เมื่อมวลชนสามารถรวมตัวกันได้อย่างมหาศาลก็สามารถเพิ่มข้อเรียกร้องอื่นอีกได้ ต้องการอะไรก็เพิ่มเอาให้ครบ เหมือนที่ กปปส.เคยทำสมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ และที่ชาวฮ่องกงกำลังทำอยู่ในเวลานี้

พัฒนาการของการต่อสู้นอกสภาหรือสู้บนถนนก็เป็นแบบนี้แหละ แต่อย่าลืมประเมินยุทธวิธีของฝ่ายเผด็จการที่กำลังเร่งงานมวลชนอย่างแข็งขันดังที่เคยกล่าวไว้ในตอนก่อนหน้า

Offline

#28 September 15, 2019 5:15 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ทำไมเงียบกันหมด เหลือคนโพสต์ประจำเพียงสองคน คุณ usa.th และคุณปาปิยอง ช่วยกันสู้หน่อยครับ ท่านอ่านกันอย่างเดียวมันเหงานะ  ระยะหลังผมก็ไม่ค่อยอยากโพสต์ เพราะมันเหงานะ โพสต์ไม่ถูกใจก็อาจโดนแขวะอีก อย่าแบบนั้นเลย ถ้าท่านไม่ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มผู้กุมอำนาจ คือ เจ้า ขุนทหารและข้าราชการระดับสูง และกลุ่มทุนผูกขาด พร้อมสมุนบริวารของมัน ประเทศนี้ก็จะเป็นของพวกมัน ที่รุมกันยัดห่าจนประชาชนทุกข์เข็ญไปทั่ว ถ้าท่านไม่กล้าแม้แต่เขียนลงบอร์ด เรื่องจะลงถนนยิ่งไปใหญ่ สภาพแบบนี้เผด็จการชอบมาก

ถึงเวลาสู้ก็ควรสู้แม้ตายก็ต้องยอม ส่วนท่านที่พร้อมสู้ทุกรูปแบบ อีกไม่นานเกินรอ เมื่อมีสัญญานเราออกมาพร้อมกันนะ

Offline

#29 September 15, 2019 9:46 AM

usa.th
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 11,588

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ทำสิ่งที่คิดว่าใช่ต่อไปครับ  คุณกระดังป่า  rose.gif

Offline

#30 September 15, 2019 3:18 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,711

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

กะตังป๋า wrote:

ทำไมเงียบกันหมด เหลือคนโพสต์ประจำเพียงสองคน คุณ usa.th และคุณปาปิยอง ช่วยกันสู้หน่อยครับ ท่านอ่านกันอย่างเดียวมันเหงานะ  ระยะหลังผมก็ไม่ค่อยอยากโพสต์ เพราะมันเหงานะ โพสต์ไม่ถูกใจก็อาจโดนแขวะอีก อย่าแบบนั้นเลย ถ้าท่านไม่ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มผู้กุมอำนาจ คือ เจ้า ขุนทหารและข้าราชการระดับสูง และกลุ่มทุนผูกขาด พร้อมสมุนบริวารของมัน ประเทศนี้ก็จะเป็นของพวกมัน ที่รุมกันยัดห่าจนประชาชนทุกข์เข็ญไปทั่ว ถ้าท่านไม่กล้าแม้แต่เขียนลงบอร์ด เรื่องจะลงถนนยิ่งไปใหญ่ สภาพแบบนี้เผด็จการชอบมาก

ถึงเวลาสู้ก็ควรสู้แม้ตายก็ต้องยอม ส่วนท่านที่พร้อมสู้ทุกรูปแบบ อีกไม่นานเกินรอ เมื่อมีสัญญานเราออกมาพร้อมกันนะ


คุณกะตังป๋าเคยปลอบใจผมไม่ให้ท้อแท้ ผมมีจุดมุ่งหมายจะให้การปฏิวิติเป็นแบบอเมริกา น้่นคือประชาชนทั่วไปมีจิตสำนึกจะปลดแอกต้วเองจากการเป็นทาสกษัตริย์อังกฤษ บุคลที่ลงนาม 56 ท่านในวันนั้นประกาศอิสรถาพของอเมริกา 4 กรกฏาคม 1776  เมื่อ 243 ปีที่แล้ว เกือบทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีอันจะกิน เป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ มีตำแหน่งและมีกิจการต่างๆมากมายเกือบทั้งนั้น เขาเข้ามาประชุมแล้วลงนามทั้ง 13 มลรัฐ ประกาศเป็นอิสระไม่ขึ้นกับอังกฤษผู้กดขี่พวกเขาอึกต่อไป โดยมิได้กลัวเกรงแม้แต่น้อยว่าทหารอังกฤษรอบๆเมืองที่เขาอยู่เป็นหมื่นๆคน จะต้ดห้วพวกเขาเมื่อใดก็ได้

ส่วนของเราห่างไกลที่ใครจะนึกถึงได้ ผู้คนของเราพิการทางความคิด มีแต่หวาดกล้วไปทุกเรื่อง ตัวหัวหน้าก็ทำลับๆล่อๆ"แบบสู้ไปกราบไป" เพราะยังมีทรัพย์สินและผลประโยชน์ภายในประเทศมากมายพร้อมลูกเมียและครอบครัว ให้ฝ่ายกษัตริย์ทำร้ายได้ทุกขณะเวลา การพูดถึง"รัฐบาลพลัดถิ่น(The Government in Exile)" จึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจกลัวของผู้นำกลุ่มทักษิณ ชินวัตร และบริวารผู้ต้องโทษม.112 หรือ่พวกสู้ไปกราบไปทั้งหมด เพราะพวกเขากลัวเสียเงินและถูกไล่ล่าหนักขึ้น  จึงทำให้ผู้อยู่ในขบวนการเดียวกันที่ตั้งใจสู้จริงก็พูดไม่ออก จึงไร้ประโยชน์ในเชิงรุกไปหมดสิ้นอย่างน่าเสียดาย เหลือเพียงพวกนักสู้อิสระเหมือนเราและท่านเพียงไม่กี่คน รวมทั้งพวกสหพันธรัฐไท(ที่ก็แตกกัน) ที่ยังยืนหยัดจะไม่ยอมละทิ้งความคิดไม่เอาเจ้า ต่างก็พากันอ่อนแรงลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังดันทุรังจะร่วมกันสู้ต่อไป

ส่วนน้องรุ่นใหม่ที่สามารถทางโลกไซเบอร์ ผู้คอยเฝ้ามองการต่อสู้ของคนหนุ่มสาวฮ่องกง ก็เป็นประจักษ์พยายานแล้วว่าการต่อสู้ที่ฮ่องกงก็ถึงทางตันเช่นกัน หน.บริหารเกาะฮ่องกง นางแครี่ แลมยอม ยกเลิกถอนกฏหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเด็ดขาดตลอดไป เงื่อนไขการต่อต้านการเดินประท้วงก็ควรหมดไปด้วย แต่ฝ่ายประท้วงยกระดับร้องหาการเลือกตั้งแบบสากลทั่วไป(Universal suffrage Election)  และให้นางแครี่ แลมลาออก  นั่นคือใครก็ได้เข้าสมัครเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร(หรือผู้ว่าการ)ก็ได้ โดยใช้ระบอบหนึ่งคนต่อหนึ่งเสียงเหมือนหลักประชาธิปไตยสากลนั่นเอง ก็คาดกันว่าคงไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฮ่องกงก็ถูกปกครองโดยผู้ว่าราชการที่อังกฤษแต่งต้ั้งมาเหมือนกัน คนฮ่องกงยังไม่หมดเวรกรรม ต้องตกอยู่ในสภาพเดิมอีก แม้กฏหมายฉบับนั้นจะยอมยกเลิกผ่านไปแล้วก็ตาม มาวันนี้วันอาทิตย์(Sep 15 2019) ก็เกิดการมีม้อบชนม้อบทุกแห่งที่มีการประท้วงกัน ตามช้อบปิ้งมอลล์ต่างๆเกิดขึ้นแล้ว คนฮ่องกงคงหมดเงื่อนไขจะประท้วงอีกต่อไป   เด็กหนุ่มนักศึกษาของเราก็เห็นความพ่ายแพ้คราวนี้เช่นกัน  พวกเขาฉลาดพอที่จะไม่กลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่อยู่หลังฉาก เพราะทหารจปร.ไทยมันใช้กระสุนจริงปราบ ไม่ใช่แก็สน้ำตาหรือปืนฉีดน้ำรถดับเพลิงเหมือนตำรวจฮ่องกงเขาถูกบังคับให้ทำได้แค่นั้น

มีอีกทางหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้ คือบุคคลที่ประชาชนเคารพยกย่องมาตลอด ขนาดเช่นอาจารย์ปิยะบุตร แสงกนกกุล(คงไม่ใช่ธนาธรเพราะแม่เรือใหญ่ไม่ให้มา) หรืออ.วรเจต ภาคีรัตน์ หรือสมยศ พฤกษาเกษมสุข หรือทนายประเวศ ประภานุกูล หรือทนายอานนท์ นำภา หรืออ.ตุ้ม(ที่เคยรักพระบรมฯ แต่ถูกติดคุก 1 เดือน) หรือตอนนี้อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง  และพวกแดงฮาร์ทคอร์ที่เคยบุกละลายการประชุมอาเซี่ยนที่พ้ทยา ฯลฯ ทนไม่ไหว ประกาศออกมาเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นนอกประเทศเป็นกลุ่มใหม่ล่าสุด พวกเรานักปฏิว้ติอิสระทุกคนทุกเหล่า ไม่ควรลังเลจะเข้าร่วมด้วยอย่างสุดหัวใจ เพราะกลุ่มใหม่นี้คงไม่ไปเป็นลูกมือให้"กลุ่มไหว้ไปกราบไป"ที่คอยช้กใบให้เรือเสียมากว่า 13 ปีแล้วอีกต่อไป... มิฉะนั้นแล้วจะหนีออกมาทำไม?
                               ความหวังเราริบหรี่เต็มที

Last edited by ปาปียอง (September 15, 2019 4:07 PM)

Offline

#31 October 1, 2019 5:49 AM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ผมเห็นพวกเราหลายคนแสดงความเป็นห่วงที่เจ้าไทยบางคน และรัฐบาลไทยมีท่าทีใกล้ชิดและดำเนินนโยบายเอื้อประโยชน์จีนมากขึ้น จึงห่วงว่าจะถูกจีนครอบงำและตกเป็นขี้ข้าจีนในตอนท้าย

คนที่เชียร์สหรัฐก็ตัดพ้อว่าตอนสงครามโลกครั้งที่สองรัฐบาลไทยเข้าฝ่ายญี่ปุ่น พอญี่ปุ่นแพ้สงครามก็มีสหรัฐนี่แหละที่ช่วยออกตัวให้ไทยจนกลายเป็นไม่ใช่ฝ่ายแพ้สงคราม และสหรัฐก็ช่วยวางแผนโฆษณาทำให้สถาบันกษัตริย์เป็นที่คลั่งไคล้ของคนไทย แต่มาบัดนี้ดันไปสนิทกับจีนทำให้สหรัฐไม่ค่อยสบายใจ

เจ้าและเผด็จการกลัวระบอบประชาธิปไตยที่สหรัฐสนับสนุนมาก เพราะหากอุดมการประชาธิปไตยฝังหัวประชาชนทั้งประเทศอย่างเข้มแข็ง ระบอบเจ้าและเผด็จการจะอยู่แบบนี้ไม่ได้ จึงต้องไปใกล้ชิดจีนมากขึ้น ในขณะที่จีนก็ดำเนินนโยบายหลายอย่างในการสร้างความผูกพันกับคนไทยมากขึ้น ตรงนี้จีนได้เปรียบสหรัฐมาก ที่อยู่ใกล้ไทยมากกว่า วัฒนธรรมหลายอย่างก็คล้ายกัน มหาวิทยาลัยจีนมีนักศึกษาต่างชาติหลายชาติ ซึ่งนักศึกษาชาวไทยมีประมาณ 24,000 คน มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากเกาหลีใต้ และจีนก็ส่งนักศึกษามาเรียนในมหาวิทยาลัยไทยจนครองจำนวนสูงสุดของนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในไทย

ด้านชาติพันธ์ุก็ปรากฏว่าคนไทยกับคนจีนบางท้องถิ่นมีประวัติความเป็นมาเดียวกัน มีรูปร่างหน้าตา ภาษา วัฒนธรรม คล้ายกันมาก เช่น ชาวลื้อในภาคเหนือของไทยก็มาจากสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สมัยพระเจ้ากาวิละเป็นกษัตริย์เชียงใหม่ ตรงกับสมัยกรุงธนบุรี คนจ้วงในมณฑลกวางสี ก็มีภาษาถิ่นคือภาษาจ้วงที่สามารถคุยกับคนไทยรู้เรื่อง ซึ่งนักวิชาการด้านมานุษยวิทยาของทั้งสองประเทศได้ร่วมกันศึกษาวิจัยความเกี่ยวข้องทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมระหว่างคนจ้วงกับคนไทย จนนักศึกษาจีนในมณฑลกวางสีเข้ามาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยไทยจำนวนมาก โดยพ่อแม่นักศึกษาบางคนถึงกับมาซื้อคอนโดและบ้านเพื่อมาอยู่ดูแลลูก ๆ จนโรงอาหารของมหาวิทยาลัยมีลูกค้าที่เป็นครอบครัวคนจีนเข้ามากินข้าวเป็นประจำ คนจีนเหล่านี้รวมทั้งนักท่องเที่ยวจีนเป็นที่ชอบใจของพระสงฆ์ตามวัดสำคัญ ๆ ไม่น้อย บางวัดได้เงินทำบุญจากคนจีนเหล่านี้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพี่น้องกับคนจีนมากกว่าฝรั่ง จึงเป็นการยากที่จะทำลายความรู้สึกดี ๆ ระหว่างคนไทยกับจีน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยก็พยายามไม่ทิ้งระยะห่างกับสหรัฐมากเกินไป จึงยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐต่อไป และจัดสรรงบประมาณบางส่วนซื้อสินค้าจากสหรัฐแทนที่จะซื้อจากจีนทั้งหมด มีการซ้อมรบกับทหารสหรัฐ เป็นต้น ทำให้จีนไม่ค่อยสบอารมณ์กับนโยบายถ่วงดุลสัมพันธภาพแบบนี้สักเท่าไหร่ ในระยะยาวจีนจึงจะต้องเพิ่มกิจกรรมใหม่ ๆ ในการครองใจคนไทยมากขึ้น ส่วนสหรัฐก็คงต้องพยายามมากขึ้นที่จะไม่ให้คนไทยรักจีนมากกว่าสหรัฐ

ขอแนะนำดูคลิปนี้ คิดว่าถ้าอเมริกันได้ดูคงหนักใจไม่น้อยที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในลักษณะนี้ไม่เคยปรากฏอย่างเด่นชัดในช่วงสงครามเย็น จึงปฏิเสธได้ยากว่ามหาอำนาจจีนจะต้องเพิ่มบทบาทและอิทธิพลในไทยอันเป็นการชิงพื้นที่บทบาทและอิทธิพลจากสหรัฐมากยิ่งขึ้น

https://m.

Offline

#32 October 1, 2019 6:24 PM

Alan
Member
Registered: July 25, 2015
Posts: 157

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

อวยกันแบบไร้ยางอาย ลองทนฟังให้จบ

Last edited by Alan (October 1, 2019 6:25 PM)

Offline

#33 October 6, 2019 6:54 PM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,711

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

จีนคงรบกับอเมริกาและฝรั่งตะวันตกและอ๊อสเตรเลีย เรื่องทะเลจีนใต้ทีจีนได้เขมือบเอาไป ค่อนข้างจะแน่นอน และสงครามจะใหญ่โตแค่ไหนไม่มีใครจะประเมินกันได้
แต่คงไม่ใช่สมัยปธน.ทรั้มฟ์ ซึ่งรัฐบาลกำลังโดนพายุหนักจากการเมืองภายใน ทีพรรคเดโมแครตกำลังหาทางถอดถอน(impeachment)ประธานาธิบดีอยู่ นับต่อแต่นี้ไปจนได้มีการเลือกตั้งคราวต่อไป
ในปีหน้า(2020)เป็นอย่างน้อย  คาดกันว่าการเมืองภายในของอเมริกาจะถึงขั้นวิกฤติค่อนข้างแน่นอน

Offline

#34 October 14, 2019 4:23 PM

กะตังป๋า
Member
Registered: February 27, 2017
Posts: 311

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

ดีใจกับข่าวจากวงในว่าผู้ลี้ภัยการเมืองในข้อหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไม่ไปรายงานตัวกับ คสช.เมื่อปี 2557
ปีใหม่นี้อาจได้รับนิรโทษกรรม ทั้งนี้เพื่อ "ความปรองดอง" ของคนในชาติ ดีใจกับ สส.สุนัย จะได้กลับบ้านไปช่วยพรรคเพื่อไทยได้เต็มที่ สมัยหน้าคงไม่พลาดตำแหน่งรัฐมนตรี  ดีใจกับจอมเพชรฯ, ยินดีอาจารย์ขาวที่กลับบ้านเที่ยวนี้คงได้เป็นกรรมการสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย ดีใจด้วย  และดีใจกับผู้ลี้ภัยทุกคนที่มีข้อหานี้ข้อหาเดียวเป็นที่พอใจของศักดินาใหญ่ที่ไม่แตะต้องเจ้าตลอด 5 ปี แถมอวยเป็นพัก ๆ เป็นการพิสูจน์ความจงรักภักดีที่จะได้กลับบ้านแน่ ไชโย

Last edited by กะตังป๋า (October 15, 2019 3:20 AM)

Offline

#35 October 15, 2019 11:41 AM

ปาปียอง
Member
Registered: July 18, 2015
Posts: 1,711

Re: ประชาชนต้องออกมาปฏิวัติเอง อย่าหวังพึ่งใคร !!!

พวกไม่ไปรายงานตัวกับคสช.และเป็นกลุ่มพวก"สู้ไปกราบไป"  คงไม่กล้ากลับด้วยเงื่อนไขดังกล่าว จนกว่าเพื่อไทยหรืออย่างน้อยอนาคตใหม่เป็นรัฐบาลแล้ว จะกลับให้เสียสิทธิการเป็นผู้ลี้ภัยในอเมริกาหรือยุโรปทำไม มีทั้งเงินยังชีพและสว้สดิการมากมาย ซี่งไม่ใช่จะได้ง่ายๆ  และสถานะการณ์ตอนนี้คือทหารจะฆ่ากันเอง จะมีรัฐประหารกันอีกแต่จะซ้อนหลายชั้นและยุ่งยากมาก และต้องลงมือรบกัน ภาวนาให้กลุ่มหนี่งของทหารนั้นไม่เอาสถาบันกษัตริย์อีกต่อไป กลุ่มนี้เองประชาชนจะเฮโลเข้าหนุนให้ชนะ

อย่าหลอกตามสันดานเก่าจปร.ก็แล้วกัน แต่ควรใช้ชื่อใหม่ว่าเป็นทหารปลดแอกของประชาชน(People Liberation Army)เท่านั้น

เตรียมตัวเตรียมใจกันเถอะ !! พวกมันกันเองทนไอ้ควายแดง, รบ.ยุทธหัวดอ, และกษัตริย์บ้าหี-ขี้ขลาด..เอาแต่ผลาญเงินชาวบ้านที่สุดยากจน จะตายห่ากันทั้งแผ่นดินอยู่แล้ว และมันไม่กล้าอยู่ในประเทศตัวเอง...อีกต่อไป

ถึงเวลาแล้วที่ต้องกำจัดพวกที่สร้างความระยำสัตว์พวกนี้ให้หมดไปซะที...และให้มันเป็นตลอดกาล!!

Last edited by ปาปียอง (October 15, 2019 11:43 AM)

Offline

Board footer

iFreeThai is public forum for Thai, Lao, Vietnamese and American. We discuss about News, Politics and Human Rights issues through Southeast Asia. For inquiries please contact: Dr. Richard Saisomorn P O BOX 194 SPIRO, OKLAHOMA 74959 USA ; E-mail: amerilao@gmail.com
*All articles and photos published on this website is copyrighted by their respective owners.